WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, December 2, 2008

ปธ.วิปรัฐบาลแนะหารือ3พรรคตั้งรบ.ใหม่

ที่มา ประชาทรรศน์

นายวิทยา บุรณศิริ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(วิปรัฐบาล) กล่าวว่า จะหารือกับพรรคร่วมรัฐบาลเดิมทั้งหมดเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ หลังจากที่พรรคการเมืองทั้ง 3 พรรคในพรรคร่วมรัฐบาลถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรค และตัดสิทธิคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งเชื่อมั่นว่าพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคยังเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอยู่

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้พรรคได้เตรียมพร้อมสำหรับเหตุการณ์ยุบพรรคไว้แล้ว ด้วยการรวบรวมรายชื่อส.ส.เพื่อเตรียมยื่นญัตติเสนอให้มีการเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ โดยจะมีหารือประเด็นดังกล่าวกับพรรคร่วมรัฐบาลว่าจะใช้โอกาสที่เปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญวันแรก 8 ธ.ค.เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่หรือไม่

ทั้งนี้ ตามรัฐธรรมนูญกำหนดให้ต้องเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ภายใน 30 วันหลังจากกคนเดิมพ้นจากตำแหน่ง

แกนนำนปช.ประกาศให้ผู้ชุมนุมออกจากศาลปค.รวมตัวลานคนเมือง

ที่มา ประชาทรรศน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลปกครองออกแถลงการณ์ให้ผู้ชุมนุมออกจากบริเวณศาลปกครองภายใน 15 นาที หากไม่ออกจะถือว่าก่อความวุ่นวาย ถือเป็นการประพฤติไม่เรียบร้อยและเป็นการละเมิดอำนาจศาล ขณะเดียวกันที่นายชินวัตร หาบุญภาพ ผู้อำนวยการชมรมคนรักแท็กซี่ ได้ประกาศให้ผู้ชุมนุมไปรวมตัวกันที่ลานคนเมือง พร้อมยืนยันจะเดินทางไปบุกบ้านตุลาการศาลรัฐนูญด้วย

หวยล็อก'ตุลาการภิวัฒน์'ยุบพลังประชาชน 'ชาติไทย-มัชฌิมา'ไม่รอด!เกมล้างไพ่รัฐบาล-สร้างการเมืองใหม่

ที่มา ประชาทรรศน์

หวยล็อก 'ตุลาการภิวัฒน์' สั่งยุบ 'พลังประชาชน' ไม่พลิกโผ! ลั่นเพิกถอนสิทธิทางการเมือง หน.พรรค-กรรมการบริหารพรรค 5 ปี เผย 'ชาติไทย-มัชฌิมาฯ' ไม่รอดสันดอน ล้างไพ่รัฐบาล-สร้างการเมืองใหม่

ศาลรัฐธรรมนูญได้อ่านคำวินิจฉัยคดียุบพรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทย และพรรคมัฌชิมาธิปไตย ภายหลังนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยและนางอนงค์วรรณ เทพสุสิน หัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย แถลงด้วยวาจาเสร็จสิ้นแล้ว โดยไม่รอพรรคพลังประชาชน ที่ไม่ได้ส่งตัวเข้าแถลงปิดคดีแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม ศาลรัฐธรรมนูญได้อ่านคำวินิจฉัยในส่วนของพรรคพลังประชาชน ด้วยมติเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 ให้ยุบพรรคพลังประชาชน และตัดสิทธิ์ทางการเมืองหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค 5 ปี โดยระบุว่า นายยงยุทธ ติยะไพรัช รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน กระทำผิดฝ่าฝืนขัดต่อ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว.พ.ศ.2550 อันทำให้การเลือกตั้งเป็นไปได้โดยไม่สุจริต จึงมีมติเป็นเอกฉันท์ยุบพรรคพลังประชาชน และตัดสิทธิ์หัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคพลังประชาชน 5ปี

จากการคำวินิจฉัยดังกล่าว จะสรุปได้ว่า ส.ส.พรรคพลังประชาชน ต้องหลุดจากตำแหน่ง 14 คน จาก 233 คน เหลือ 219 คน ส.ส.พรรคชาติไทย หลุดจากตำแหน่ง 19 คน จาก 34 คน เหลือเพียง 15 คน รวม ส.ส.ที่หลุดจากตำแหน่ง 33 คน ทำให้ ส.ส. พรรคร่วมรัฐบาลที่เดิมมีอยู่ทั้งหมด 316 คน เหลือ 283 คน


ยุบมัชฌิมาฯตัดสิทธิ์กก.บห.คนละ5ปี

คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ ให้ยุบพรรคมัชฌิมาธิปไตย สืบเนื่องจากกรณีของ นายสุนทร วิลาวัลย์ รองหัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย และกรรมการบริหารพรรค ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง มีคำตัดสินไว้แล้วว่ากระทำความผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีคำตัดสินยุบพรรคมัชฌิมาธิปไตย และให้เพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งหัวหน้าพรรค และ กรรมการบริหารพรรคเป็นเวลา 5 ปี นับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งให้ยุบพรรค

'อนงค์วรรณ'ต่อมน้ำตาแตก!ขณะแถลงต่อศาลรธน.

หลังกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) และกลุ่มคนเสื้อแดง ปิดล้อมสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ จนต้องปิดทางเข้า-ออกเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ทำให้ตามกำหนดเวลา 09.30 น. ศาลได้นัดให้พรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทย พรรคมัชฌิมาธิปไตย และชาติไทย ให้ส่งตัวแทนมาแถลงปิดคดียุบพรรคด้วยวาจา สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญจึงได้แจ้งย้ายสถานที่นัดปิดคดีดังกล่าวไปใช้สถานที่ที่สำนักงานศาลปกครอง ในเวลา 10.00 น. แทน

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มเสื้อแดงได้เคลื่อนรถขยายเสียงและกลุ่มผู้ชุมนุมตามไปที่ศาลปกครองแจ้งวัฒนะแล้ว

อย่างไรก็ตาม เมื่อคืนที่ผ่านมา แกนนำ นปช. ยังย้ำบนเวทีปราศรัยว่า กลุ่ม นปช. และกลุ่มคนเสื่อแดงที่มาชุมนุมกัน ณ ลานคนเมืองจะไม่ไปชุมนุมปิดล้อมศาลรัฐธรรมนูญ แต่ถ้ามีบางกลุ่มย่อยที่เป็นแนวร่วม หรือบางคนจะไป ก็ไม่เกี่ยวข้อง เพราะไม่มีมติให้ไปรวมตัวที่ศาลรัฐธรรมนูญ

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานจากศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะว่า กลุ่มคนเสื้อแดง นำโดยนายชินวัตร หาบุญพาด แกนนำ และกลุ่มผู้ชุมนุม ได้ปักหลักอยู่บริเวณด้านหน้าศาลปกครอง โดยมีรถขยายเสียงกล่าวปราศรัยโจมตี นายจรัญ ภักดีธนากุล หนึ่งในตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่อาจขาดคุณสมบัติในการเป็นตุลาการ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวน 1 กองร้อย จากสน.ทุ่งสองห้องเข้าดูแลความปลอดภัย

ทั้งนี้ นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย ให้สัมภาษณ์ว่า การแถลงเป็นเรื่องของศาลรัฐธรรมนูญ พูดไปคงไม่ดี ก็ขอให้แถลงตามข้อเท็จจริง ส่วนสำนวนส่งไปให้หมดแล้วซึ่งมีรายละเอียดเยอะมาก พร้อมปฎิเสธที่จะตอบคำถามกรณีหากถูกตัดสินให้ยุบพรรค

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ 5 อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้แก่ รศ.ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ รศ. ประสิทธิ์ ปิวาวัฒนพานิช ดร.ฐาปนันท์ นิพิฏฐกุล อ.ธีระ สุธีวรางกูร อ.ปิยบุตร แสงกนกกุล ได้ออกแถลงการณ์ "กระบวนพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญในคดียุบพรรคการเมือง"

โดยระบุว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญกำลังดำเนินกระบวนพิจารณาคดียุบพรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทย และ พรรคมัชฌิมาธิปไตย นั้น ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญบางท่านซึ่งอยู่ในองค์คณะที่พิจารณาพิพากษาคดีนี้อาจขาดคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยไว้ หลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยที่ ๑๒-๑๓/๒๕๕๑ เมื่อวันที่ ๙ กันยายน ๒๕๕๑ วินิจฉัยคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของนายกรัฐมนตรี ( นาย สมัคร สุนทรเวช ) ได้ปรากฏประเด็นวิพากษ์วิจารณ์สืบเนื่องมาจากคำวินิจฉัยดังกล่าวว่า ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญบางท่านซึ่งอยู่ในองค์คณะที่พิจารณาพิพากษาคดีนี้อาจขาดคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยไว้ในคำวินิจฉัยดังกล่าว

ประเด็นปัญหานี้เป็นกรณีสำคัญยิ่ง เพราะหากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในคดียุบพรรคการเมืองเกิดขึ้นจากการวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญซึ่งขาดคุณสมบัติ ย่อมเท่ากับว่าคำวินิจฉัยนั้นเกิดขึ้นจากการวินิจฉัยโดยบุคคลซึ่งไม่อาจวินิจฉัยชี้ขาดคดีได้ และโดยที่การขาดคุณสมบัติของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่เป็นองค์คณะวินิจฉัยเป็นเรื่องที่มีความร้ายแรงในทางกฎหมาย หากศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยชี้ขาดคดีไปโดยมิได้ตระหนักถึงปัญหานี้ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในเรื่องนี้ ก็หมิ่นเหม่อย่างยิ่งต่อการที่จะไม่อาจนำไปบังคับใช้ได้ในทางกฎหมาย

ทีมกม.พปช.ลั่นย้ายสถานที่ปิดแถลงคดีขัดกฎหมาย‏

นายยืนหยัด ใจสมุทร ทีมกฏหมายพรรคพลังประชาชน กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรมนูญได้ย้ายสถานที่พิจารณาในการแถลงปิดคดี จากศาลรัฐธรรมนูญเป็นศาลปกครองกลาง ถ.แจ้งวัฒนะโดยเปลี่ยจากเวลาเดิม 09.30น.เป็น 10.00 น. ซึ่งการย้ายดังกล่าวไม่ได้แจ้งคู่กรณีทราบเป็นการย้ายเอาเอง ตนจึงขอตั้งข้อสังเกตว่าศาลรัฐธรรมนูญเอาหลักกฏหมายหรือกฏเกณท์อะไรมาย้าย เนื่องจากไม่มีกฏหมายหรือกฏเกณท์ใดที่จะอนุญาติให้กระทำได้ เพราะตามปติหากมีเหตุสุดวิสัยศาลไม่สามารถพิจารณาได้ก็ต้องแจ้งคู่ความเลื่อนวันนัดพิจารณาออกไป ซึ่งต้องแจ้งเป็นลายลักษ์อักษรทำเป็นหนังสือแจ้งให้คู่ความทราบไม่ใช่แจ้งโดยใช้วาจา

"ดังนั้นตนขอคัดค้านว่าการกระทำดังกล่าวของศาลรัฐธรรมนูญไม่เป็นไปตามกฏหมายจึงเป็นโมฆะ นอกจากนี้ตนยังตั้งข้อสังเกตุเมื่อครั้งมีการพิจารณายุบพรรคไทยรักไทยยังมีการสืบพยานซึ่งใช้เวลานานถึง 8 เดือนแต่มาครั้งนี้เป็นการรวบรัดผิดสังเกต"

'อนงค์วรรณ'เตรียม"พรรคภูมิใจไทย"สำรองหากถูกยุบ

นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน หัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย กล่าวว่า มั่นใจในการกระทำของพรรค และพรรคไม่ควรถูกยุบ กรรมการพรรคไม่ควรถูกตัดสิทธิ์ แต่อย่างไรก็ตามขึ้นอยู่กับดุลยพินิจศาล อย่างไรก็ตามยอมรับว่าเป็นห่วงสมาชิกพรรค ซึ่งขณะนี้ได้เตรียมพรรคภูมิใจไทยไว้รองรับ โดยให้สมาชิกในพรรคเป็นหัวหน้า

นปช.หวิดปะทะทหารติดอาวุธคุมเข้มศาลฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวจากศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะ ว่า ขณะเดียวกันได้มีกลุ่มทหารพร้อมอาวุธครบมือจำนวน 20 นาย เดินทางมาเพื่อดูแลความสงบเรียบร้อยภายในศาลปกครอง หวิดปะทะกับกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่มารอฟังคำตัดสินคดียุบพรรค ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดมกำลังตำรวจ 300 นาย ทั้งตำรวจนครบาลและตำรวจในพื้นที่เข้ามาดูแลความปลอดภัยด้วย

หัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตยร่ำไห้ วอนศาลอย่ายุบพรรคและอย่าตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรค

นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน หัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย ร่ำไห้ขณะแถลงต่อศาลรัฐธรรมนูญว่า ขอให้ศาลได้โปรดวินิจฉัยคำร้องของผู้ร้อง โดยการไม่ยุบพรรคมัชฌิมาฯ ทั้งนี้เพราะพรรคไม่ควรถูกยุบและกรรมการบริหารพรรคไม่ควรถูกตัดสิทธิ์เช่นเดียวกัน แต่หากศาลเห็นว่าพยานหลักฐานของกกต.มีน้ำหนัก ขอให้ศาลพิจารณาเป็นรายบุคคลอย่าลงโทษหรือเพิกถอนสิทธ์กรรมการบริหารพรรคที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ตาม นางอนงค์วรรณ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเสร็จสิ้นการแถลงว่า ขณะนี้เหลือแต่ความหวังลม ๆ แร้ง ๆ ว่าศาลจะไม่ยุบพรรค แต่หากยุบก็จะไม่ระดมพลมาปิดล้อมศาลรัฐธรรมนูญ เพราะพรรคเคารพกฎหมายไม่ทำตามอำเภอใจ อยากให้กฎหมายมีความศักดิ์สิทธิ์ ส่วนอนาคตทางการเมืองไม่สามารถเดาได้ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป

ส่วนสัญญาใจกับพรรคร่วมรัฐบาล หัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้เจอกัน เพราะเพิ่งกลับมาจากการประชุมครม.ที่เชียงใหม่ ส่วนสมาชิกจำมีแนวทางเดียวกันหรือไม่ ต้องดูอีกครั้งไม่สามารถตัดสินใจคนเดียวได้

อย่างไรก็ตาม ศาลรัฐธรรมนูญ ระบุว่า เนื่องจากพรรคพลังประชาชนไม่ได้ส่งตัวแทนมาแถลงปิดคดีก็ถือว่าไม่ติดใจ ศาลจะอ่านคำวินิจฉัยภายในวันนี้เช่นเดียวกับพรรคชาติไทย และมัชฌิมาธิปไตย

ยื่นพวงหรีดดำเซ่นตุลาการ

ผู้สื่อข่าวรายงานที่ศาลปกครอง นายไชยนิรันดร์ พยอมแย้ม ประธานองค์กรพิทักษ์ความเป็นธรรม ได้ถือพวงหรีดสีดำเข้ามายังอาคารศาลปกครอง โดยมีข้อความบนพวงหรีดเขียนว่า "แก่ประชาธิปไตยองค์กรพิทักษ์ความเป็นธรรม" ซึ่งเรียกร้องให้ตัวแทนศาลออกมารับ ทั้งนี้ มีรายงานว่า ยังไม่มีตัวแทนของศาลออกมารับแต่อย่างใด

ตัดสินยุบ ชท. และตัดสิทธิ์เลือกตั้ง กก.บห.พรรค 5 ปี

ที่มา MCOT News
ศาลปกครอง 2 ธ.ค. - ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยในคดียุบพรรคการเมือง โดยมีมติ 8 ต่อ 1 ให้ยุบพรรคชาติไทย พร้อมกับเพิกถอนสิทธิ์การเลือกตั้ง หน.พรรค และ กรรมการบริหารพรรคชาติไทย เป็นเวลา 5 ปี นับแต่มีคำสั่งให้ยุบพรรค.-สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-12-02 13:05:45

ยุบ มฌ. และตัดสิทธิ์เลือกตั้ง กก.บห.พรรค 5 ปี

ที่มา MCOT News
ศาลปกครอง 2 ธ.ค. - ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยในคดียุบพรรคการเมือง โดยมีมติเอกฉันท์ให้ยุบพรรคมัชฌิมาธิปไตย พร้อมกับเพิกถอนสิทธิ์การเลือกตั้ง หน.พรรค และ กรรมการบริหารพรรคมัชฌิมาฯ เป็นเวลา 5 ปี นับแต่มีคำสั่งให้ยุบพรรค.-สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-12-02 12:46:10

ศาล รธน.ตัดสินยุบ พปช. ตัดสิทธิ์เลือกตั้ง กก.บห.พรรค 5 ปี

ที่มา MCOT News
ศาลปกครอง 2 ธ.ค. - ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยในคดียุบพรรคการเมือง โดยมีมติเอกฉันท์ให้ยุบพรรคพลังประชาชน พร้อมกับเพิกถอนสิทธิ์การเลือกตั้ง หน.พรรค และ กรรมการบริหารพรรคพลังประชาชน เป็นเวลา 5 ปี นับแต่มีคำสั่งให้ยุบพรรค.-สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-12-02 12:30:36

วอนบัวแก้ว-สำนักราชวังเร่งแจงสื่อเทศ เหตุเสนอข่าวในหลวง-ราชินีหมิ่นเหม่

ที่มา Thai E-News


ไม่บังควร-สำนักข่าวต่างประเทศหลายสำนักนำเสนอข่าวไม่บังควรพาดพิงถึงพระราชวงศ์ชั้นสูงเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองในตอนนี้ ฝ่ายประชาธิปไตยที่จงรักภักดีสถาบันวิงวอนให้กระทรวงต่างประเทศ และสำนักพระราชวังเร่งชี้แจงเพื่อไม่ให้เข้าใจคลาดเคลื่อน และกระทบต่อจิตใจของพสกนิกรชาวไทย


ที่มา BBC AP รอยเตอร์ และNew Mandala

สำนักข่าวต่างประเทศหลายสำนัก ได้นำเสนอข่าวไม่บังควรพาดพิงถึงพระราชวงศ์ชั้นสูงเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองในตอนนี้ พสกนิกรที่จงรักภักดีสถาบันวิงวอนให้กระทรวงต่างประเทศ และสำนักพระราชวังเร่งชี้แจงเพื่อไม่ให้เข้าใจคลาดเคลื่อน เหตุอาจหมิ่นเหม่กระทบต่อพระเกียรติยศ


ทั้งนี้มีผู้เสนอว่า สื่อต่างประเทศเผยแพร่ไปทั่วโลก แต่ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ และวัฒนธรรมไทยที่เทิดทูนสถาบันกษัตริย์ ไปลงข่าวในหลวง-พระราชินีแบบไม่บังควรได้ไง อยากให้กระทรวงต่างประเทศและพระราชวังชี้แจงเพื่อไม่ให้เข้าใจผิดๆด่วน( ดูในบอร์ดฟ้าเดียวกัน )

สำนักข่าวทางประเทศรายงานข่าวพาดพิงถึงพระราชวงศ์ชั้นสูงอย่างหมิ่นเหม่ จากเหตุการณ์รุนแรงทางการเมืองที่เกิดในตอนนี้ โดยBBCรายงานข่าวตอนหนึ่งว่า สถานีโทรทัศน์ไทยTPBSได้นำเสนอข่าวให้เห็นมือปืนของกลุ่มพันธมิตรอย่างน้อย2รายกำลังลั่นกระสุนใส่ฝ่ายสนับสนุนรัฐบาล ขณะที่ด้านหลังของมือปืน2คนนี้ ก็มีพรรคพวกชูพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอันเป็นที่เคารพสักการะของปวงชนชาวไทย ซึ่งพันธมิตรอ้างว่าพวกตนทำเพื่อพระองค์ท่านอยู่

ขณะที่รอยเตอร์นำเสนอข่าวเดียวกันว่า พันธมิตรได้รับการสนับสนุนจากชนชั้นกลางในกรุงเทพฯ ชนชั้นสูง รวมทั้งพระราชินีสิริกิติ์ ขณะที่ทักษิณและรัฐบาลได้รับการสนับสนุนจากประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงในเขตชนบท(The PAD enjoys the backing of Bangkok's urban middle classes and elite, including Queen Sirikit. Thaksin and the government claim their support from the rural voters who returned the PPP in a December election.)

รอยเตอร์เสนอข่าวอีกเรื่องเมื่อ27พ.ย.ในหัวเรื่อง Q+A-Thailand's intractable political crisisตอนหนึ่ง ดังนี้

WHO IS BACKING PAD?

The alliance of royalist businessmen, academics and activists says it gets 1 million baht ($28,000) a day from the public.

Analysts suspect it is also bankrolled by anti-Thaksin business interests, parts of the army and palace figures, including Queen Sirikit, who attended the funeral of a PAD supporter killed in clashes with police.

WHAT'S THAILAND'S KING GOT TO DO WITH CRISIS?

Officially, nothing, but you can't ignore a man seen as semi-divine by nearly 65 million people.

As shown during a 1992 uprising, King Bhumibol wields enough moral clout to remove a prime minister, and, by his own admission, when it comes to politics he is "in the middle and working in every field".

There are increasing concerns about his health after three weeks in hospital a year ago with a blood clot on the brain.


ส่วนAPเสนอข่าวเรื่องการยึดสนามบินของพันธมิตรว่า ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลมีการจัดตั้งองค์กรอย่างดี และมีผู้อยู่เบื้องหลังฉากที่ทรงอิทธิพล ทั้งกองทัพ และใกล้ชิดกับในวัง ซึ่งเป็นสถาบันที่ทรงอิทธิพลมากบารมีที่สุดในประเทศ(The anti-government forces are well organized, and have the behind-the-scenes support of elements of the military and parties close the royal palace, the country's most influential institution.)

สำนักข่าวNBC-What about the king?

King Bhumibol Adulyadej, the world's longest-reigning monarch, will be 81 next week. He is revered by the Thai people. Although he has few formal powers, he wields enormous moral influence. He has frequently intervened at times of crisis, but diplomats fear his advanced years and deteriorating health will limit his ability to calm this crisis.

The king's annual birthday address next week will be carefully watched. His wife, Queen Sirikit, has explicitly backed the PAD. She even attended the funeral of a PAD supporter killed in clashes with the police last month. Her backing has given the protesters a powerful "roof" in its anti-government campaign.

The queen's concern is for the continuation of a strong monarchy after her husband's passing, which will create an enormous vacuum.

The heir to the throne, Crown Prince Vajiralongkorn will not command the reverence enjoyed by his father. He is very unpopular and unacceptable to many Thais, who prefer his sister Princess Maha Chakri Sirindhorn, though she has never married and has no immediate heir.

None of this is openly discussed by the Thai media, which is shackled by strict lèse-majesté laws which make it a crime to offend the monarchy, but the future of the Chakri Dynasty goes to the heart of the current power struggle.

One seasoned journalist summed it up nicely: "Covering this crisis is like trying to explain the unexplainable, without mentioning the unmentionable."

มาอีกหนึ่งราย สื่ออิตาลีหมิ่นเหม่นำเสนอผู้อยู่เบื้องหลังพันธมิตร

หนังสือพิมพ์ LA STAMPA.it ของอิตาลี ฉบับวันนี้ ตีพิมพ์บทความที่ชื่อว่า "Brace for Thailand" โดยมีเนื้อหาหมิ่นเหม่ที่กล่าวถึงผู้สนับสนุนของกลุ่มพันธมิตร ท่านสามารถติดตามอ่านข่าวดังกล่าวได้ที่ ลิงก์

พบสื่อต่างประเทศเสนอข่าวไม่บังควรเพียบ

ในขณะเดียวกันมีผู้เขียนบทความเรื่องสื่อมวลชนต่างประเทศหลายสำนักได้นำเสนอข่าวที่พาดพิงพระราชวงศ์ไทยไปในทางที่มิบังควรจำนวนมากในเวบNew Mandala ทำให้พสกนิกรชาวไทยไม่พอใจในรายงานข่าวพวกนี้ และมีข้อเสนอว่ากระทรวงต่างประเทศ หรือสำนักพระราชวังควรขี้แจงเพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนต่อไป (ดูข่าวที่เสนอโดยมิบังควร)

The heir to the throne, Crown Prince Vajiralongkorn will not command the reverence enjoyed by his father. He is very unpopular and unacceptable to many Thais, who prefer his sister Princess Maha Chakri Sirindhorn, though she has never married and has no immediate heir. None of this is openly discussed by the Thai media, which is shackled by strict lèse-majesté laws which make it a crime to offend the monarchy, but the future of the Chakri Dynasty goes to the heart of the current power struggle. (Ian Williams, “Thailand’s political maze: A beginners guide“, MSNBC, 26 November 2008.)

While the 80-year-old has lost none of his moral authority - many of Thailand’s 65 million people regard him as semi-divine - he has undergone several operations since 1992 and spent three weeks in hospital last year with a blood clot on the brain. At the cremation of his elder sister this month he walked with a pronounced shuffle and looked frail, raising questions about his ability to stage another dramatic political intervention. “My thinking is that the king is not part of the equation any more,” one Bangkok-based diplomat said. However, the king’s annual address to the nation on the eve of his Dec 5 birthday may provide an opportunity for him to comment on the crisis. There are also fears that the palace’s official political neutrality was badly compromised by Queen Sirikit’s alignment with the PAD, made explicit when she attended the funeral of a 28-year-old woman killed in clashes with riot police last month. (Reuters, “Thai power base useless in bridging social divide” ABC News, 28 November 2008.)

Queen Sirikit, the monarch’s outspoken spouse, has been more public in airing her views. She expressed sympathy for the protesters by offering financial assistance to those injured during clashes in October with the police. And in what was seen as an extraordinary move, she attended the funeral of a protester who died from wounds apparently inflicted by the explosion of a tear-gas canister in October. Protesters saw her attendance as a “green light” for their activities, said Thitinan Pongsudhirak, director of the Institute of Security and International Studies. (Thomas Fuller, “Thai protesters gird for a crackdown“, International Herald Tribune, 28 November 2008.)

Police forces dispersed with tear gas a similar mass protest at parliament on October 7, resulting in one death, hundreds of injuries and an unusually overt show of royal support for the protest movement, witnessed in Queen Sirikit’s attendance at the victim’s funeral and offer to pay injured protesters’ medical bills. By law the Thai royal family is above politics, but PAD leaders have claimed through their protests that former premier Thaksin Shinawatra threatened the monarchy’s role in Thai society. (Shawn W. Crispin, “More turmoil in beleaguered Bangkok“, Asia Times Online, 25 November 2008.)

Rather than a passport, those wishing to get through [to the PAD campat at Suvarnaphumi Airport] need only flash a plastic PAD handclapper or the yellow scarf of the royalist protest movement. Yellow is the “birthday colour” of King Bhumibol Adulyadej, Thailand’s revered monarch whom the PAD say they are protecting from a plot by ousted and exiled Prime Minister Thaksin Shinawatra to turn the country into a republic. (Ed Cropley, “Welcome to Bangkok airport - no passport needed“, Reuters, 29 November 2008.)

จี้บัวแก้ว-สำนักพระราชวังเร่งชี้แจงไม่ให้กระทบพระเกียรติยศสถาบัน

จากข่าวต่างประเทศดังกล่าว ได้มีประชาชนฝ่ายประชาธิปไตยที่จงรักภักดีต่อสถาบัน ได้วิจารณ์อย่างกว้างขวางว่า กลุ่มพันธมิตรกระทำการมิบังควร โดยเฉพาะการที่มือปืนพันธมิตรยิงไปใส่ฝ่ายตรงข้ามจนบาดเจ็บราว12คน แทนที่จะน้อมสำนึกในพระราชกระแสดำรัสรู้รักสามัคคีที่ในหลวงทรงพระราชทานไว้เพื่อเตือนสติพสกนิกรชาวไทยตลอดมา ส่วนการที่มีรายงานข่าวต่างประเทศว่าพระราชินีสนับสนุนพันธมิตรนั้นก็นับว่าหมิ่นเหม่อย่างยิ่ง เพราะพระองค์ท่านทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า ที่ผ่านมาหน่วยงานทั้งสองทำเป็นทองไม่รู้ร้อน ทั้งที่เป็นเรื่องพระทบต่อพระเกียรติยศ

ตร.-การ์ดพันธมิตรฯ คุมเข้มดอนเมือง/นพดล ขึ้นเวที นปช.ครั้งแรก

ที่มา MCOT News
ดอนเมือง 2 ธ.ค.-หลังเกิดเหตุระเบิดขึ้นที่บริเวณการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง ขณะนี้ตำรวจนครบาลและการ์ดพันธมิตรฯ วางกำลังคุมเข้มพื้นที่โดยรอบ

ตำรวจสายตรวจ สน.ดอนเมือง ตระเวนตรวจเข้มพื้นที่หน้าอาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานดอนเมือง ถนนวิภาวดีรังสิต ทั้งขาเข้าและขาออก เพื่อดูแลความเรียบร้อยและรักษาความปลอดภัยการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ หลังเกิดเหตุระเบิดและเหตุยิงถล่มสถานที่ชุมนุมหลายครั้ง ขณะที่บนโทลล์เวย์ ตำรวจ สน.วิภาวดี ดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

ขณะที่ทางการ์ดพันธมิตรฯ ออกลาดตระเวนเส้นทางโดยรอบตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อดูแลความปลอดภัยให้กับผู้ชุมนุม โดยเพิ่มเติมมาตรการเฝ้าระวังและตรวจเข้มบุคคลเข้าออก รวมทั้งเพิ่มจำนวนการ์ดอาสาจากเดิมอีกเท่าตัว

ส่วนการชุมนุมของกลุ่ม นปช. ที่ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ล่าสุดกลุ่มผู้ชุมนุมนำรั้วเหล็กมาปิดถนนดินสอตลอดเส้นทาง เพื่อขยายพื้นที่การชุมนุม โดยผู้จัดรายการความจริงวันนี้ทยอยขึ้นเวทีปราศรัย เน้นประเด็นกลุ่มพันธมิตรฯ ย้ายการชุมนุมจากทำเนียบรัฐบาล ไปยังสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจของประเทศ นอกจากนี้ นายนพดล ปัทมะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ยังขึ้นเวทีปราศรัยเป็นครั้งแรกด้วย โดยชี้แจงกรณีปราสาทพระวิหาร.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-12-02 03:12:00

เหยื่อระเบิดดอนเมืองครั้งล่าสุด เสียชีวิตแล้ว 1 ราย

ที่มา MCOT News
รพ.มงกุฎวัฒนะ 2 ธ.ค.-ความคืบหน้าเหตุระเบิดที่บริเวณการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ ที่ดอนเมือง รายงานล่าสุดมีผู้บาดเจ็บทั้งสิ้น 24 คน เสียชีวิตแล้ว 1 คน โดยรักษาตัวอยู่ที่ รพ.มงกุฎวัฒนะ 15 คน ในจำนวนนี้สาหัส 2 คน รพ.ภูมิพลฯ 7 คน และ รพ.เซ็นทรัลเยนเนอรัล 2 คน

ทั้งนี้ ผู้เสียชีวิตทราบชื่อ คือ นายรณชัย ไชยศรี อายุ 29 ปี ถูกระเบิดบริเวณลำตัว สะเก็ดระเบิดทะลุเข้าไปในช่องท้อง เสียเลือดจำนวนมาก จนแพทย์ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-12-02 02:16:26

ยิงระเบิดใส่อาคารผู้โดยสารดอนเมือง เจ็บอย่างน้อย 8 ราย

ที่มา MCOT News



ดอนเมือง 2 ธ.ค.-เมื่อช่วงหลัง 24.00 น.ที่ผ่านมา เกิดเหตุระเบิดไม่ทราบขนาดตกใส่อาคารผู้โดยสารภายในประเทศท่าอากาศยานดอนเมือง มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 8-9 ราย ในจำนวนนี้ 3 คนสาหัสจากสะเก็ดระเบิด สอบสวนพบคนร้ายยิงระเบิดลงมาจากโทลล์เวย์.-สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-12-02 01:15:58