WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, December 3, 2008

วางตัวนายกฯคนใหม่'เหลิม'เต็ง1ลุ้นเบียด'มิ่งขวัญ'ชิงโควต้า'เพื่อไทย'

ที่มา ประชาทรรศน์

เหตุตุลาการภิวัฒน์ยุบ 3 พรรคร่วมรัฐบาล ดัน 'หมอเหลิม' เต็ง 1 ลุ้นเบียดเก้าอี้นายกฯ หลังล็อบบี้ ส.ส.พปช.จนคะแนนท่วม 'คลื่นใต้น้ำ' ใน พปช.ยังไม่สงบ 'เจ๊หน่อย' ผนึกแนวร่วม 'ยุทธ ตู้เย็น' วางตัว 'มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์' ท้าชิงโควต้าพรรคเพื่อไทย

หลังตุลาการรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย สั่งให้ยุบพรรคพลังประชาชน (พปช.) รวมถึงสองพรรคชาติไทยและมัชฌิมาธิปไตย ส่งผลให้กรรมการบริหารของ 3พรรคร่วมรัฐบาล รวม 109 คน ต้องพ้นจากตำแหน่งทางการเมืองและถูกเว้นวรรคดังกล่าว

และมีการคาดการณ์ถึงตัวบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่แทนที่นายกสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข จะเป็นผู้ได้รับการวางตัวเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะ ร.ต.อ.เฉลิมเป็นบุคคลหนึ่งที่ไม่ได้ถูกเว้นวรรคทางการเมือง 5 ปี และเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่เหมาะสม

นอกจากนั้นแล้ว ยังมีรายงานว่า เมื่อวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา ร.ต.อ.เฉลิม ได้มีการหารือร่วมกับกลุ่ม ส.ส.ที่ให้การสนับสนุน และมีการเจราจรเงื่อนไขกันที่กระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งตลอดวันนี้ (2 ธ.ค.) หลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยุบพรรค ร.ต.อ.เฉลิมได้ต่อโทรศัพท์ เจรจากับกลุ่ม ส.ส.ทั้งที่ใกล้ชิด รวมถึง ส.ส.กลุ่มอื่นที่อยู่ร่วมพรรคพลังประชาชน

ขณะเดียวกัน กลุ่ม ส.ส.กทม.โดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย และเป็นหนึ่งสมาชิกบ้านเลขที่ 111 ที่ต้องเว้นวรรคทางการเมือง ได้มีข้อตกลงร่วมกับนายยงยุทธ ติยะไพรัช รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ว่าจะวางตัวนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นตัวเลือกในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในโควต้าเดิมของพรรคพลังประชาชน

ทั้งนี้ จากกรณียุบพรรค นายยงยุทธได้ตกเป็นจำเลยหลังจากศาลฏีกามีคำวินิจฉัยว่ามีส่วนรู้เห็นกับการทุจริตเลือกตั้งในจังหวัดเชียงราย และในฐานะกรรมการบริหารพรรค ส่งผลให้พรรคพลังประชาชนต้องถูกสั่งยุบพรรคในครั้งนี้ จึงเป็นไปได้ยากที่ทั้งสองจะมีโอกาสส่งตัวแทนอย่างนายมิ่งขวัญให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แม้จะย้ายไปสังกัดพรรคเพื่อไทยแล้วก็ตาม

ต่อข้อสังเกตทางการเมืองว่าใครจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปนั้น มีความเป็นไปได้เกินกว่าครึ่งว่าจะเป็น ร.ต.อ.เฉลิม ซึ่งจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในขณะนี้ เพราะอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยก็ถูกจองจำทั้ง 111 คนแล้ว ขณะที่นายกรัฐมนตรีโควต้าคนนอกคงเป็นไปได้ยาก เพราะจากการประเมินสถานการณ์ในขณะนี้พรรคพลังประชาชนต้องการบุคคลที่มีอำนาจต่อรอง และสามารถยอมรับเงื่อนไขทางการเมืองของพรรคได้

นอกจากนี้ ยังมีการเจรจาต่อรอง "การรวมพรรค" ระหว่างกลุ่มก๊วนทางการเมืองใน พปช. รวมถึง ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลที่มิได้เข้าข่ายการกระทำความผิดร่วมกับพรรคการเมืองของตัวเอง จนต้องย้ายไปสังกัดพรรคการเมืองอื่น เพื่อคงไว้ซึ่งสถานภาพ ส.ส. ซึ่งจากการประเมินทำให้ทราบว่า กลุ่มของ ร.ต.อ.เฉลิม ได้เปรียบกลุ่มของคุณหญิงสุดารัตน์ และนายยงยุทธ ในเรื่องการสนับสนุนจากกลุ่ม ส.ส.มากพอควร และหากทั้งหมดย้ายไปสังกัดพรรคเพื่อไทย เมื่อมติพรรคมีความเห็นพ้องกันดังนี้ จึงไม่น่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างกระทันหัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากฟังคำวินิจฉัยตุลาการรัฐธรรมนูญ ท่าทีของ ร.ต.อ.เฉลิม ยังดูยิ้มแย้มและหัวเราะกับผู้สื่อข่าวตลอดเวลา แต่ก็ไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ จึงเป็นที่สังเกตว่าแม้จะทราบผลการตัดสินคดียุบพรรคแล้วก็ตาม แต่ ร.ต.อ.เฉลิมยังมีอารมณ์ดีเป็นพิเศษ จึงน่าจะเป็นเรื่องดี หรือได้รับการวางตัวไปแล้ว เพราะก่อนหน้านี้ได้มีการประชุมแกนนำพรรค และจากการตรวจสอบเนื้อหาการประชุมดังกล่าว ทำให้เชื่อได้ว่ามีการตัดสินใจไปแล้วว่าใครจะเป็นนายกรัฐมนตรีลำดับต่อจากนายสมชาย แต่ยังไม่ทราบว่าใครจะได้รับการวางตัว

'กบฏพันธมาร'ลั่นยุติชุมนุม!เกมต่อรอง'ตุลาการภิวัฒน์'ยุบพปช.พ่วง2พรรคร่วม

ที่มา ประชาทรรศน์

'พันธมาร' ประกาศชัยชนะจอมปลอม แม้ถอนกำลังกบฏพ้นที่ชุมนุม หลังบรรลุ 2 เงื่อนไข ปกป้องรัฐธรรมนูญโจรกบฏปี 50 แฉ!เหตุบุกยึดสนามบิน-ทำเนียบฯ เกมต่อรองขบวนการร่วมสันถวะ 'ตุลาการภิวัฒน์' ให้สั่งยุบ 3 พรรคการเมือง 'จตุพร' ลั่นกฎหมู่เหนือกฎหมายไม่วันชนะ 'คนเสื้อแดง' จี้รับผิด 'ม็อบถ่อย' สร้างความวิบัติให้ชาติบ้านเมือง แต่พ้นมือกฎหมาย! ประกาศ 13 ธ.ค.นัดรวมพล 'สยามสแควร์' รอฟัง 'ทักษิณ' โฟนอิน! ส่งความคิดถึงให้กัน

หลังจากนายสนธิ ลิ้มทองกุล พร้อมแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ได้ร่วมแถลงประกาศชัยชนะ โดยระบุว่าจะยุติการชุมนุมทุกพื้นที่ในวันที่ 3 ธ.ค.นี้ ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป เนื่องจากผลคำวินิจฉัยยุบพรรคของตุลาการรัฐธรรมนูญทำให้พันธมิตรฯบรรลุเงื่อนไข 2 ประการ คือ การประกาศชัยชนะในการพิทักษ์รัฐธรรมนูญปี 2550 ได้เป็นผลสำเร็จ แม้จะถูกวิพากษ์วิจาณณ์ในวงกว้างว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่ร่างขึ้นโดยตัวแทนกลุ่มเผด็จการทหาร

ขณะเดียวกันรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ยังเป็นผลพวงให้เกิดกรณีตุลาการรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคการเมืองร่วมรัฐบาล 3 พรรค และการบรรลุเงื่อนไขอีกข้อ ก็คือ ได้รับชัยชนะในการขับไล่รัฐบาลชุดนี้ได้เป็นผลสำเร็จ ทั้งนี้กลุ่มพันธมิตรฯได้ประกาศเจตนารมย์ว่า หากมีการจัดตั้งรัฐบาลที่เป็นตัวแทนของระบอบทักษิณหรือมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายอื่นใด ที่กลุ่มพันธมิตรฯไม่เห็นด้วย หรือเพื่อช่วยเหลือนักการเมืองฝ่ายรัฐบาล และยังวางเงื่อนไขให้รัฐบาลชุดใหม่เห็นด้วยกับการปฏิรูปสู่การเมืองใหม่ โดยพันธมิตรฯพร้อมจะกลับมาชุมนุมอีกครั้ง

ต่อเรื่องดังกล่าว นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.พรรคพลังประชาชน (พปช.) และแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ (นปช.) กล่าวผ่านเวทีปราศรัย "ความจริงวันนี้สัญญจร" ที่บริเวณลานคนเมืองหน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) โดยชี้ให้เห็นถึงกรณีพันธมิตรฯที่ได้สร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงแก่ประเทศชาติ

"เรื่องนี้ต้องมีผู้รับผิดชอบ จากพฤติกรรมยั่วยุ ปลุกระดม และยังทำตัวเป็นผู้ก่อการร้าย ไม่เคยเห็นกฎหมายอยู่ในสายตา ซึ่งการกระทำของพันธมิตรฯตลอด 6 เดือนที่ผ่านมา ได้สร้างความเสียหายแก่ประเทศชาตินับไม่ถ้วน แล้วจะเชื่อหรือไม่ว่าพันธมิตรฯจะถอยจริง ทำเป็นว่าตัวเองได้เสียสละเพื่อบ้านเมือง แต่การกระทำทั้งหมดนี้ เรียกได้ว่า "เลวไม่มีชิ้นดี" คำว่าเสียสละ จึงใช้กับพันธมิตรฯไม่ได้ เพราะไม่สามารถชดใช้ให้แก่ประเทศไทย"

นายจตุพร กล่าวย้ำว่า เป็นเรื่องที่น่าอับอาย หลังจากพันธมิตรฯบุกยึดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ดอนเมือง และทำเนียบรัฐบาล เพื่อแลกกับการยุบพรรคการเมืองร่วมรัฐบาล ทั้งพรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทย และพรรคมัชฌิมาธิปไตย ใช้กฎหมู่เหนือกฎหมาย เพื่อเป็นเงื่อนไขต่อรอง และต่อจากนี้จะมีใครหน้าไหนที่กล้ารับผิดชอบได้ว่า พันธมิตรฯจะไม่กลับมายึดอีก คนเพียงหยิบมือที่ถูกปลุกระดม และกระทำการเหิมเกริมคิดการใหญ่ เพื่อล้มล้างรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งโดยประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศชาติ

และคนเพียงหมื่นคนทำให้ประเทศชาติต้องย่อยยับ สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจหลายแสนๆล้านบาทในเวลาไม่กี่วัน ยังไม่คิดรวมกับความแตกแยก ขัดแย้งรุนแรงระหว่างคนในชาติ ความเสียหายทางสังคม การลบหลู่สถาบัน และโอกาสที่ประเทศไทยต้องสูญเสียที่ไม่สามารถคิดเป็นตัวเลขได้

ทั้งนี้ ได้มีผู้มีอำนาจบางกลุ่มให้ท้ายและสนับสนุนให้พันธมิตรฯทำลายชาติทำลายแผ่นดิน จนยากที่จะฟื้น จึงต้องเรียกร้องให้ดำเนินคดีพันธมิตรฯในทุกข้อกล่าวหา ต้องให้คนพวกนี้รับรู้ความผิด ความชั่วของตัวเอง เพราะเป็นการกระทำอันเป็นกบฏต่อราชอาณาจักร ทั้งหมดนี้เจ้าหน้าที่รัฐและผู้รับผิดชอบต้องจัดการให้ได้ ไม่เช่นนั้นแล้ว คงไม่มีใครเคารพกฏกมาย บ้านเมืองคงจะลุกเป็นไฟ สำหรับเจตนารมณ์ในการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงและกลุ่ม นปช. ยืนยันที่จะจะชุมนุมถึงวันที่ 4 ธ.ค.นี้ และจะยุติชั่วคราว เพื่อให้งานเฉลิมพระชนพรรษา 5 ธันวามหาราช ผ่านพ้นไปเสียก่อน

นายจตุพร กล่าวย้ำว่า การอพยพออกจากพื้นที่ชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า การออกจากพื้นที่ชุมนุม 3 จุด ก็เพื่อแลกกับการยุบพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาล จึงต้องตั้งคำถามแก่สังคมว่า จะมีการส่งไม้ต่อให้กลุ่มคนที่ต้องการย่ำยีประชาธิปไตยหรือไม่ รวมถึงบรรดาแม่ทัพนายกองที่คิดไม่ซื่อ เพื่อฉวยโอกาสทำลายชาติบ้านเมือง โดยสถานการณ์ตอนนี้ ไม่มีอะไรที่น่าสบายใจ ก่อนมีมติยุบพรรคการเมือง แกนนำพันธมิตรฯ ประกาศว่าต้องการการเมืองใหม่ และจะไม่ยอมออกจากพื้นที่ชุมนุม แม้จะมีการสั่งให้ยุบพรรคพลังประชาชน

"ถัดจากนี้ พันธมิตรฯเล่นบทผู้ดี ชี้ให้เห็นว่าได้ยุติการชุมนุมแล้ว แม้จะสร้างความเสียหายจนย่อยยับ ขณะที่กลุ่มคนเสื้อแดงยังชุมนุมอยู่ที่ลานคนเมือง ซึ่งใช้นอกเวลาราชการ ไม่ได้ทำความเดือดร้อนให้ใคร และไม่เคยคิดจะยึดสุวรรณภูมิ ดอนเมือง หรือทำเนียบรัฐบาล ซึ่งคนทั้งสองกลุ่มนี้ มันเปรียบเทียบกันไม่ได้ การชุมนุมโดยสงบเรียบร้อย กับการบุกยึดสนามบิน และสถานที่ราชการ มันต่างกันเช่นไร ในตอนนี้เชื่อว่ากรุงเทพมหานครน่าจะสบายใจที่สุด ที่คนเสื้อแดงมาใช้พื้นที่ แต่หากพันธมิตรฯมาชุมนุมที่ลานคนเมืองบ้าง ต้องย้อนถามว่า กทม.จะนอนตาหลับได้หรือไม่" นายจตุพร ระบุ

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 13 ธ.ค.นี้ จะมีการนัดชุมนุมกันที่สยามสแควร์ ซึ่งอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะทำการโฟนอินมาพูดคุยกัน และหากประชาชนและ พ.ต.ท.ทักษิณ มีความคิดถึงกัน ในวันพรุ่งนี้ก็อาจมีการโฟนอิน จะยากอะไรกับการคุยโทรศัพท์ ส่งความคิดถึงและความหวังดีให้กัน แม้จะมองเห็นว่าสถานการณ์ประเทศไทยจะเป็นเช่นไร แต่ก็ไม่รู้สึกไหวหวั่น คิดว่าไม่ใช่อุปสรรค แต่เป็นการต่อสู้กับความไม่เป็นธรรม และเป็นโอกาสในการจัดการกับอำนาจเผด็จการ

Tuesday, December 2, 2008

สถานะ ครม.สมชาย

ที่มา MCOT News
กรุงเทพฯ 2 ธ.ค. - ทิศทางการเมืองหลังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ยังคงถูกจับตาว่า พรรคร่วมรัฐบาลเดิมจะสามารถช่วงชิงการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลใหม่ หรือจะล้างไพ่ด้วยการยุบสภา. -สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-12-02 20:12:18

แกนนำ นปช. ระบุ จับตาเลือกนายกฯ ใหม่

ที่มา MCOT News

ลานคนเมือง 2 ธ.ค. – แกนนำ นปช. ชี้ การวินิจฉัยคดียุบ 3 พรรค ถือเป็นเรื่องเล็กน้อย เตรียมพรรคไว้รองรับแล้ว ประกาศภารกิจติดตามการจัดตั้งรัฐบาล ระบุพร้อมเปิดทางให้ ส.ส.เข้าประชุมสภาฯ เพื่อเลือกนายกฯ คนใหม่ หากถูกปิดล้อม

ผู้สื่อข่าวรายงาน บรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่ลานคนเมือง ตั้งแต่เวลา 18.00 น. วันนี้ (2 ธ.ค.) ว่า แนวร่วมได้ทยอยเดินทางมาร่วมการชุมนุมอย่างต่อเนื่อง และได้ทยอยขึ้นปราศรัยบนเวที กล่าวโจมตีผลคำวินิจฉัยยุบพรรคการเมือง ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ผู้จัดรายการ “ความจริงวันนี้” แถลงว่า ภารกิจการชุมนุมของกลุ่มความจริงวันนี้ที่สำคัญ คือติดตามการจัดตั้งรัฐบาล ที่มีนายกรัฐมนตรีมาจากการเลือกตั้ง ตามกลไกรัฐธรรมนูญ การยุบพรรคถือเป็นเรื่องเล็กน้อย เพราะทุกพรรคได้เตรียมพรรคไว้รองรับแล้ว พรรคพลังประชาชนประกาศจุดยืนชัดเจนว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น จะไม่ยุบสภาอย่างเด็ดขาด และหากยังไม่แก้รัฐธรรมนูญ การเลือกตั้งครั้งใหม่จะพบปัญหาแบบเดิม และมาตรา 190 ถือเป็นอุปสรรคในการเจรจาความกับต่างประเทศ เพราะต้องผ่านการพิจารณาของสภาฯ ถึง 3 ครั้ง

“ส.ส.ในสังกัดพรรคที่ถูกยุบ โดยเฉพาะพรรคพลังประชาชน ส่วนใหญ่จะย้ายไปพรรคเพื่อไทย และพรรคที่ถูกยุบก็ยืนยันว่า จะร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล หากมีการเปิดประชุมสภาฯ สมัยวิสามัญ วันที่ 8 - 9 ธันวาคม นี้ และมีวาระการเลือกนายกรัฐมนตรี แล้วพันธมิตรฯ เข้าไปปิดล้อมรัฐสภา เหมือนที่ผ่านมา กลุ่มคนเสื้อแดงจะไปปิดล้อมรัฐสภา เพื่อเปิดทางให้ ส.ส.ได้เข้าร่วมประชุมได้. - สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-12-02 19:57:06

ชัยชนะของใคร? บนซากปรักหักพังของสังคมไทย

ที่มา ประชาทรรศน์

คอลัมน์ : ประชาทรรศน์วิชาการ

โดย สมยศ พฤกษาเกษมสุข

การที่พันธมิตรฯ บุกยึดสนามบินภายในประเทศและสนามบินสุวรรณภูมิ และชุมนุมยืดเยื้อตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน ที่ผ่านมานั้น ทำให้สนามบินต้องปิดตัวลงทันที ได้สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจไทยถึง 134,000-215,000 ล้านบาท แบ่งเป็นผลกระทบต่อการท่องเที่ยว 76,120 ล้านบาท การส่งออก 25,000-40,000 ล้านบาท การลงทุน 12,000-40,000 ล้านบาท และการบริโภค 21,000-30,000 ล้านบาท ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยปีนี้จะยายตัวเพียงแค่ 3 เปอร์เซ็นต์ ส่วนปีหน้าอาจหยุดชะงักงัน คนว่างงานจะเพิ่มมากขึ้นถึง 1 ล้านคนทันที

หากมีการยุบสภาตามที่กองทัพเรียกร้องจะส่งผลให้ไม่สามารถนำเงินงบประมาณจำนวนกว่า 100,000 ล้านบาทมาใช้ได้ จะทำให้ระบบเศรษฐกิจทั้งระบบตกอยู่ในสภาพชะงักงันไปตลอดปี 2552 ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการก่อสร้าง ตามมาด้วย วัสดุก่อสร้าง เหล็กเส้น ปูนซิเมนต์ เตรียมปิดกิจการได้เลย แม้ว่าจะมีรัฐบาลใหม่เกิดขึ้นแต่ปัญหาความวุ่นวายจะไม่จบสิ้น ทำให้ประเทศไทยพบจุดจบทันทีในปี 2552

ทางด้านการขนส่งสินค้าผ่านคาร์โก้เสียหายถึง 3,000 ล้านบาทต่อวัน โดยแบ่งเป็นการนำเข้าสินค้า 1,800 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้าทั่วไปที่ใช้ในประเทศ เช่น ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนการส่งออก 1,200 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นอาหาร ผัก และผลไม้สด และสินค้าเกษตรที่มีตลาดหลักคือ อเมริกา และยุโรป ซึ่งการปิดสนามบินสุวรรณภูมิในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมานี้ มีความเสียหายแล้วประมาณ 9,000 ล้านบาท และถ้าหากยืดเยื้อต่อไปอีกใน 1 สัปดาห์ ตัวเลขความเสียหายจะพุ่งสูงถึง 20,000 ล้านบาท และจะมีผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็กต้องหยุดการผลิตและถึงขั้นเลิกกิจการ

รายงานล่าสุดจากสภาอุตสาหกรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเพิ่มเติมถึงจำนวนโรงงานกว่า 200 แห่ง ที่อยู่ในนิคมอุตสาหกรรม 5-6 แห่ง ในพื้นที่เริ่มประสบปัญหาการจ้างงานบ้างแล้ว เนื่องจากมีแนวโน้มออเดอร์ลดลง 25-30% โดยแรงงานทั้งหมดที่มีการจ้างงานอยู่ 300,000 คน ประมาณการว่าจะต้องมีการปลดแรงงานส่วนนี้ถึง 100,000 คน การว่างงานที่เพิ่มสูงขึ้น จะทำให้ผู้ใช้แรงงานและครอบครัวเดือดร้อนในการครองชีพ คนไทยยากจนมากขึ้น อำนาจซื้อลดน้อยลง จะทำให้การบริโภคและการออมน้อยลงจนทำให้การผลิตโดยรวมตกต่ำลง คนว่างงานเมื่อขาดรายได้จะหันมาก่ออาชญากรรมและความรุนแรง ปัญหาสังคมจะรุนแรงตามกันมาอีกด้วย

พฤติกรรมของพันธมิตรฯ เป็นพฤติกรรมของอันธพาลการเมือง วิธีการต่อสู้ของฝ่ายพันธมิตรฯ ได้สะท้อนให้เห็นความเป็นโจรก่อการร้ายที่แอบอ้างความจงรักภักดี แอบอ้างประชาธิปไตยซึ่งกำลังทำให้สังคมไทยฉิบหายวายวอดกันถ้วนหน้า

หากปล่อยให้การปิดสนามบินยืดเยื้อต่อไปอีก ความขัดแย้งแตกแยกในสังคมจะรุนแรงมากยิ่งขึ้น หากตำรวจ ทหาร ไม่สามารถแก้ไขปัญหาการกระทำผิดกฎหมายและสภาพของบ้านเมืองไร้ขื่อแป หาก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน กลายเป็นแค่กระดาษทิชชูเหมือนเช่นที่เกิดขึ้นมาแล้ว จะทำให้ประชาชนพากันจับอาวุธขึ้นมาเข่นฆ่ากันเอง ดังเช่นเหตุของการยิงระเบิดใส่ที่ชุมนุมของพันธมิตรฯ และเหตุการณ์ของการ์ดพันธมิตรฯ ใช้ปืนยิงเข้าใส่กลุ่มคนเสื้อแดง สภาพความปั่นป่วนเช่นนี้จะนำมาสู่การจลาจล โกลาหล วุ่นวายไม่รู้จักจบสิ้นต่อไป

ความฉิบหายวายป่วงของสังคมไทยในทุกวันนี้เกิดขึ้นมาจากความป่าเถื่อนและการกระทำของคนไร้สติที่เต็มไปด้วยอคติและการสิ้นคิดของแกนนำพันธมิตรฯ และผู้ที่สนับสนุนทุกคน

ในวันที่ 27 พฤศจิกายน เวลา 13.00 น. พล.ต.จำลอง เดินทางไปกล่าวปราศรัยกับผู้ชุมนุมที่สนามบินสุวรรณภูมิว่า สนามบินสุวรรณภูมิเป็นจุดชุมนุมที่กดดันรัฐบาลมากที่สุด ทั้งทหารและผู้เกี่ยวข้องต้องเร่งประชุมด่วน มีการกล่าวถึงผู้ชุมนุมที่ทำให้สถานการณ์เสียหาย ก็ยอมรับว่าเสียหาย แต่รัฐบาลทำเสียหายมากกว่า เชื่อว่าภายใน 2-3 วันนี้ พันธมิตรฯ จะเป็นฝ่ายชนะ

หากฝ่ายพันธมิตรฯ จะได้รับชัยชนะจริงตามที่ พล.ต.จำลอง กล่าวปราศรัยก็หมายความว่าเป็นชัยชนะของอันธพาลการเมือง เป็นชัยชนะบนซากปรักหักพังของเศรษฐกิจไทยและเป็นชัยชนะบนกองเลือดของเหล่าสาวกพันธมิตรฯ และประชาชนผู้คัดค้านพันธมิตรฯ ที่ถูกฆ่าตายไปในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา เป็นชัยชนะของนายสนธิและนายจำลอง แต่เป็นความพ่ายแพ้ของคนทั้งประเทศ

ปัญหาพื้นฐานอยู่ที่พันธมิตรฯ ได้ก่อเหตุความรุนแรงและก่ออาชญากรรมของแผ่นดินในสังคมไทย โดยมีนักวิชาการสมุนเผด็จการมาผัดหน้าทาแป้งให้กับพวกเขา ทำให้สังคมไทยตกอยู่ในสภาพความมืดบอดทางปัญญาครั้งใหญ่ที่สุดในสังคมไทย

ปฏิบัติการก่อการร้ายของพวกเขากระทำได้แบบไม่เกรงกลัวต่อบาปกรรมและกฎหมายของบ้านเมือง เพราะมีคนหนุนหลังและให้ท้าย ใครก็ตามที่เคยออกมาปกป้องการก่อการร้ายของพวกพันธมิตรฯ ถือได้ว่ามีส่วนทำให้ประเทศไทยเสียหายพังพินาศไปต่อหน้าต่อตา

แทนที่จะออกมาตำหนิติเตียนพวกผู้ก่อการร้ายของพันธมิตรฯ นายสุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ออกมาเคียงข้างกับนายพลอดีตเผด็จการ คมช. เรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา ไม่ได้เรียกร้องให้รัฐบาลรักษาไว้ซึ่งนิติรัฐ ทั้งๆ ที่ตัวเองเป็นถึงอาจารย์มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ น่าอับอายระดับสติปัญญาและจุดยืนของอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งนี้จริงๆ ไม่รู้ว่าอาจารย์คณะนิติศาสตร์ทั้งหลาย ทำไมจึงนั่งนิ่งไม่ออกมาตอบโต้ให้เห็นถึงระดับสติปัญญาของอาจารย์ท่านนี้

นอกจากนี้ ราษฎรอาวุโสกลายเป็นราษฎรเพี้ยนไปแล้ว แทนที่จะติติงว่ากล่าวตักเตือนการกระทำที่รุนแรงเกินไปของเหล่าแกนนำพันธมิตรฯ และสาวก นายแพทย์คนนี้กลับเรียกร้องให้รัฐบาลลาออกและบอกว่าพันธมิตรฯ ทำมาถูกแล้วและถึงที่สุดแล้ว

ความคิดของเขาก็คือ เมื่อโจรเข้ามาปล้นบ้าน แทนที่จะบอกโจรให้ยอมจำนนต่อตำรวจกลับบอกให้เจ้าของบ้านออกไปเสีย ไม่รู้เอาสมองส่วนไหนคิดออกมาได้แบบนี้ น่าอเนจอนาถจริงๆ ที่สังคมไทยกำลังถูกชักจูงให้บ้าบอคอแตกและสิ้นไร้ไม้ตอกไปกับราษฎรสิ้นคิดเหล่านี้ ส่วนฝ่ายทหารที่มี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ในฐานะผู้ที่ต้องรักษาความมั่นคงของรัฐ แต่กลับมาชูคอเรียกร้องให้รัฐบาลลาออกและให้ยุบสภา คงไม่ต้องตำหนิติเตียนนายพลคนนี้อะไรกันมากนัก เพราะว่าการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 พล.อ.อนุพงษ์ เป็นส่วนหนึ่งของคณะรัฐประหาร ซึ่งประสบผลสำเร็จในการทำลายประชาธิปไตย ทำลายชาติให้บรรลัยไปแล้วครั้งหนึ่ง โดยมีกลุ่มโจรพันธมิตรฯ เป็นผู้พาดบันไดชักนำให้ทหารก่อการรัฐประหาร วันนี้ยังมีความคิดทำนองเดียวกันกับการรัฐประหาร 19 กันยายน 2551 เสียดายวุฒิตำแหน่งนายพลแห่งกองทัพไทยอันทรงเกียรติที่สะสมกันมาต้องพินาศลงไปพร้อมกับพฤติกรรมโจรถ่อยของเหล่าพันธมิตรฯ

และสุดท้ายกลุ่มแกนนำอำมาตยาธิปไตยและพรรคการเมืองฝ่ายค้าน ได้โปรดใช้สติปัญญาไตร่ตรองถี่ถ้วนกันสักหน่อย หากวันนี้ยังมีใจสนับสนุนการยึดสนามบินและชื่นชมกับความกล้าหาญที่ไร้สติของพันธมิตรฯ อยู่อีก หรือคอยหาทางสนับสนุนพวกโจรกบฏเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยให้โจรกบฏเหล่านี้สามารถก่อกรรมทำเข็ญได้อยู่ตลอดเวลา ก็ไม่รู้ว่าประเทศไทยอันเป็นที่เคารพรักของพวกท่านและพวกเราชาวไทยจะหลงเหลืออะไรไว้ให้คนไทยภาคภูมิใจกันต่อไป

ขอตำหนิ ส.ว. ลากตั้งทั้ง 40 คน พรรคประชาธิปัตย์ที่เคยให้การสนับสนุนหรือให้ท้ายพวกพันธมิตรฯ ให้มีความเหิมเกริม ทำให้สามารถบ่อนทำลายประเทศไทยให้ย่อยยับลงได้ในวันนี้

ขอชื่นชมรัฐบาลสมชายที่ไม่ยอมลาออกหรือยุบสภาตามความปรารถนาของโจรก่อการร้าย แต่ขอตำหนิความเชื่องช้าและอ่อนแอไม่เอาไหนของรัฐบาลที่มีต่อความวุ่นวายที่เกิดขึ้นตลอดช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา จนทำให้คนไทยป่วยเป็นโรคเครียดและวิกลจริตไปหลายคน

ขอตำหนิทหารและตำรวจที่ปล่อยให้พวกโจรยึดครองสนามบินสุวรรณภูมิมาได้หลายวัน และยังหลงงมงายไปกับคำว่า จะไม่ใช้ความรุนแรงใดๆ กับพวกโจรเหล่านี้ ทั้งๆ คนเหล่านี้ได้ก่อความรุนแรงในสังคมไทยอย่างรุนแรงที่สุดเกินกว่าจะรับกันได้แล้ว

ขอตำหนิติเตียนนักสันติวิธีทั้งหลายที่หากินอยู่กับคำว่า สันติวิธี โดยพากันนิ่งเฉยและเบิกบานใจไปกับความรุนแรงทุกรูปแบบของกลุ่มโจรพันธมิตรฯ ในขณะนี้

'ในหลวง'ทรงเตือน'กองทัพ'รักษาสัจจะ-ซื่อสัตย์-สามัคคี

ที่มา ประชาทรรศน์

'ในหลวง-พระราชินี' เสด็จพระราชดำเนินด้วยรถยนตร์พระที่นั่ง ทรงร่วมพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนและสวนสนามของทหารรักษาพระองค์ เนื่องในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา พร้อมกับทรงเตือน 'กองทัพ' ให้รักษาสัจจะ ซื่อสัตย์ สามัคคี เข้มแข็งและอดทน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินด้วยรถยนตร์พระที่นั่ง พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เพื่อทรงร่วมพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนและสวนสนามของทหารรักษาพระองค์ เนื่องในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา

โดยปีนี้มีทหารรักษาพระองค์จาก 3 เหล่าทัพ จัดกำลังพลเข้าร่วมสวนสนาม 2,815 นาย ประกอบด้วย นายทหารสัญญาบัตร นายทหารประทวน พลทหาร และนักเรียนนายร้อยจาก 3 เหล่าทัพ โดยมี พล.ต.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผู้บัญชาการกองพลที่ ๑ รักษาพระองค์ เป็นผู้บังคับกองผสม นำกำลังทหารรักษาพระองค์ 4 กรม รวม 13 กองพันเข้าสวนสนาม แต่งกายเครื่องแบบเต็มยศทหารรักษาพระองค์ ทั้งนี้ได้กองทัพบกปรับปรุงรูปแบบการเดินสวนสนาม ให้กระชับสั้นขึ้น เพื่อลดพระราชภาระ

กองทัพบกได้จัดพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตน และสวนสนามของทหารรักษาพระองค์ขึ้นเป็นประจำทุกปี เนื่องในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ซึ่งมีความหมายและมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งสำหรับทหาร เป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ซึ่งทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นจอมทัพไทย และเป็นสัญลักษณ์แห่งความผาสุก ความสมัครสมานสามัคคี ตลอดจนเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวไทยทุกคน

นอกจากนี้ จะมีแขกผู้มีเกียรติร่วมในพิธี ประกอบด้วย ผู้บริหารระดับสูงของประเทศ ทั้งฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายตุลาการ คณะทูตานุทูต นายทหารชั้นผู้ใหญ่ รวมถึงประชาชน ที่จะไปเฝ้ารอรับเสด็จ และชมการสวนสนาม ซึ่งโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย และสถานีวิทยุทั่วประเทศ จะถ่ายทอดสดให้ประชาชนทั่วประเทศ ได้รับชมและรับฟัง ตลอดพิธี

'หลงจู๊'นัดถกลูกปลาไหล!สั่งแต่งดำไว้อาลัย'9ตุลาการป่าหี่'

ที่มา ประชาทรรศน์

'บรรหาร' เรียกลูกพรรคประชุมด่วนพรุ่งนี้ พร้อมสั่งแต่งชุดดำประท้วงไว้อาลัย 'ตุลาการภิวัฒน์'ด้าน 'ลูกท็อป' เซ็งก้มหน้ารับสภาพ ติดใจไร้ระบบไต่สวน มึนศาล รธน.ตกเป็นเครื่องมือการเมือง หมายเหตุยุบ 3 พรรคร่วมรัฐบาล เปิดบัญชีรายชื่อ 'รมต.-109 เหยื่อตุลาการรัฐธรรมนูญ'

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคชาติไทย นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย ได้เรียกประชุมพรรคชาติไทยเป็นการด่วนในวันพรุ่งนี้ (3 ธ.ค.) เวลา 14.00 น. เพื่อหารือถึงท่าทีและการทำงานทางการเมืองนามพรรคใหม่ต่อไป และได้เน้นย้ำให้ทุกคนแต่งชุดดำมาเพื่อเป็นการประท้วงคำตัดสินดังกล่าวด้วย

ด้านนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์ว่า พรรคชาติไทยยอมรับคำตัดสินใจของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ดื้อแพ่ง เรายอมรับสภาพ เพียงแต่แปลกใจว่าระบบไต่สวนของศาลหายไปไหน ขอตั้งข้อสังเกตว่าทำไมมีการรีบเร่งตัดสิน จึงเท่ากับว่าพรรคชาติไทยโดนยุบด้วยการตัดสินของกกต.ที่พิจารณาเพียงไม่กี่วันเท่านั้น ในเมื่อมีการตั้งใจมาอย่างนี้ เราก็ไม่รู้จะทำอย่างไร คงไม่สามารถโต้แย้งอะไรได้ ถือว่าเราทำดีที่สุดแล้ว ได้ชี้แจงทุกอย่างแล้ว จากนั้นคงหารือกันในพรรคก่อนว่าจะดำเนินการทางการเมืองหรือเคลื่อนไหวอะไร อย่างไร โดยอย่างน้อยน่าจะให้เกียรติฟังเหตุผลของพรรคที่เตรียมไว้ชี้แจงบ้าง แต่นี่เป็นการตัดสินใจยุบพรรคการเมืองที่มีอายุกว่า 34 ปี อย่างไรก็ตามตนไม่คิดว่าศาลรัฐธรรมนูญจะถูกใช้เป็นเครื่องมือดำเนินการทางการเมือง

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีข่าวว่าได้เตรียมพรรคชาติไทยพัฒนาไว้รองรับแล้ว นายวราวุธ กล่าวว่า ตนก็เพิ่งทราบจากข่าวและขอหารือหัวหน้าพรรคก่อน

ขณะที่ นายเอกพจน์ ปานแย้ม ส.ส.ปทุมธานี ตั้งข้อสังเกตว่าการอ่านคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมีการเตรียมโครงเรื่องเดียวกัน เพียงแต่เปลี่ยนชื่อพรรคว่าศาลไม่สามารถไปก้าวล่วงอำนาจของกกต.และศาลฏีกา โดยจะไม่ทบทวนคำตัดสินของศาลฏีกาในกรณีการยุบพรรคพลังประชาชน และไม่ทบทวนคำตัดสินของกกต.กรณีการยุบพรรคมัชฌิมาฯหรือพรรคชาติไทย เกรงว่าจะเป็นการดำเนินการที่ไม่ตรงกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่ให้ถือคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นที่สุด ว่าจะสั่งยุบพรรคการเมืองไทยหรือไม่

เล็งดัน'ชุมพล-เสธ.หนั่น'นั่งหน.ชาติไทยพัฒนา

แหล่งข่าวจากพรรคชาติไทย เปิดเผยว่า นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยได้ตัดสินใจให้ ส.ส.ทั้ง 15 คนที่ไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรคย้ายไปสังกัดพรรคชาติไทยพัฒนา โดยอาจจะให้นายชุมพล ศิลปอาชา อดีต ส.ว.กทม.และน้องชายนายบรรหาร หรือ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรีและประธานที่ปรึกษาพรรค ที่ไม่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าพรรค ทั้งนี้อาจจะใช้ที่ทำการพรรคชาติไทยเดิมเป็นที่ทำการพรรคชาติไทยพัฒนาด้วย เนื่องจากที่ทำการปัจจุบันนี้เป็นพื้นที่ส่วนตัวของนายบรรหารที่พรรคชาติไทยเช่าเป็นที่ทำการ

แหล่งข่าวจากพรรคชาติไทย แจ้งอีกด้วยว่า ก่อนหน้านี้นายบรรหารค่อนข้างมั่นใจว่าพยานหลักฐานที่มีจะสามารถต่อสู้ในศาลรัฐธรรมนูญได้ ดังนั้นจึงไม่ได้บอกให้ส.ส.เตรียมการแต่อย่างใด แต่เมื่อวันที่ 28 พ.ย.ที่ผ่านมา ศาลรัฐธรรมนูญได้นัดหัวหน้าพรรคเพื่อแถลงปิดคดี นายบรรหารจึงได้ปรับแผนทางการเมืองใหม่ด้วยการให้ ส.ส.สัดส่วนของพรรคทั้ง 3 คนเตรียมการลาออก แต่ไม่คิดว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีนัดอ่านคำพิพากษาภายในวันเดียวกัน ดังนั้นส.ส.สัดส่วนทั้ง 3 คนจึงลาออกไม่ทัน และถูกตัดสิทธิทั้งหมดทำให้ส.ส.พรรคชาติไทยภายหลังการตัดสินยุบพรรคเหลือ ส.ส.เขตเพียง 15 คน

สำหรับส.ส.ที่รอดและต้องหาพรรคการเมืองใหม่สังกัดมีจำนวน 15 คน ได้แก่ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ส.ส.พิจิตร นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ ส.ส.พิจิตร นายเชวงศักดิ์ เร่งไพบูลย์วงษ์ ส.ส.ชัยภูมิ นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ นายพีระเดช ศิริวัณสาณฑ์ ส.ส.นครสวรรค์ นายวัชระ ยาวะหะซัน ส.ส.นราธิวาส นายสุรพงษ์ อึ้งอำพรวิไล ส.ส.ปทุมธานี นายเกื้อกูลด่านชัยวิจิตร ส.ส.พระนครศรีอยุธยา นายวิจิตร พรพฤฒิพันธุ์ ส.ส.เพชรบูรณ์ นางปารีณา ปาจรียางกูร ส.ส.ราชบุรี นายสมเจตน์ ลิมปะพันธุ์ ส.ส.สุโขทัย นายภราดร ปริศนานันทกุลส.ส.อ่างทอง นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี นายตุ่น จินตเวช ส.ส.อุบลราชธานี และนายอัศวิน วิภูศิริ ส.ส.สัดส่วน

เปิดรายชื่อเหยื่อรธน.เผด็จการ 109 คน

วันนี้ ( 2ธ.ค.) ภายหลังจากศาลรัฐธรรมนูญ สั่งยุบการเมือง 3 พรรค คือพลังประชาชน มัชฌิมาธิปไตย และชาติไทย เป็นผลให้คณะกรรมการบริหารของทั้ง 3 พรรคการเมืองมีอยู่ทั้งสิ้น109 คน แบ่งเป็น พรรคพลังประชาชน 37 คน ชาติไทย 43 คน และมัชฌิมาธิปไตย 29 คน ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปีโดยพรรคพลังประชาชน มีดังนี้ 1.นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรค(ขณะดำรงตำแหน่งเมื่อวันที่ 23ธ.ค.2550) 2.นายยงยุทธ ติยะไพรัช (ศาลฎีกามีคำสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง) 3.พ.ต.ท. กานต์ เทียนแก้ว 4.นายไชยา สะสมทรัพย์ 5.นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ 6.นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ 7.พลเอก เรืองโรจน์ มหาศรานนท์ 8.นายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ 9.นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ 10.นางสาวสุภาพร เทียนแก้ว 11.นายสุวัฒน์ วรรณศิริกุล 12. นายสุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรค 13.นายอนุสรณ์ วงศ์วรรณ รองเลขาธิการพรรค 14. นายนพดล ปัทมะ รองเลขาธิการพรรค 15.นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองเลขาธิการพรรค 16.นายสุขุมพงศ์ โง่นคำ รองเลขาธิการพรรค 17. นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ เหรัญญิกพรรค 18.ร้อยโท กุเทพ ใสกระจ่าง โฆษกพรรค

ส่วนกรรมการบริหารพรรคประกอบด้วย 19.นายสุธา ชันแสง 20.นายศรีเมือง เจริญศิริ 21.นายมงคล กิมสูนจันทร์ 22.พันตำรวจโท ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ 23.นายทรงศักดิ์ ทองศรี 24.นายสมาน เลิศวงศ์รัฐ 25.นายนิสิต สินธุไพร 26.นายธีระชัย แสนแก้ว 27.นายวีระพล อดิเรกสาร 28. นายสุทิน คลังแสง 29.นายอิทธิ ศิริลัทธยากร 30. นายกิตติกร โล่ห์สุนทร 31.นายบุญลือ ประเสริฐโสภา 32 นายพิเชษฐ์ ตันเจริญ 33.นายมาลินี ภูตาสืบ 34. นางสาวปิยะรัตน์ เทียนแก้ว 35. นางสาวศรัญญา แสงวิมา 36.นางสาวมนัสปรียา ภูตาสืบ 37. นางสาวกาญจน์ณิชา แต้มดี

ในส่วนของพรรคชาติไทยมีทั้งสิ้น43 คนประกอบด้วย 1.นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคและรองหัวหน้าพรรค ประกอบด้วย 2.นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล 3.นายวินัย วิริยกิจจา 4.นายจองชัย เที่ยงธรรม 5.นายอนุรักษ์ จุรีมาศ 6.นางสาวกัญจนา ศิลปอาชา 7.นายนิกร จำนงค์ 8.นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ 9. นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ 10. นายประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรค 11.นายเกษม สรศักดิ์เกษม รองเลขาธิการพรรค 12. นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ รองเลขาธิการพรรค 13. นางสาวจนิสตา ลิ่วเฉลิมวงศ์ รองเลขาธิการพรรค และโฆษกพรรค 14. นายนพดล พลเสน รองเลขาธิการพรรค 15. นายมณเฑียร สงห์ประชา รองเลขาธิการพรรค (ถูก กกต.เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง)

16.นายธรรมา ปิ่นสุกาญจนะ เหรัญญิกพรรค กรรมการบริหารพรรค 17.นายกมล จิระพันธุ์วาณิช 18.นายกูเฮง ยาวอหะซัน 19.นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ 20.นายธีรพันธ์ วีระยุทธวัฒนะ 21.นางบุปผา อังกินันท์ 22.นายบัณฑูรย์ เกียรติก้องชูชัย 23.นายปณวัตร เลี้ยงผ่องพันธุ์ 24.นายปฐมพงศ์ สูญจันทร์ 25.นางสาวปอรรัชม์ ยอดเณร 26.นายมงคล โค้ววัฒนะวงษ์รักษ์ 27.นายยุทธนา โพธสุธน 28.นายรัฐกิตติ์ ผาลีพัฒน์ 29.นายวราวุธ ศิลปอาชา 30.นายวิพัฒน์ คงมาลัย 31.นายวิรัช พิมพะนิตย์ 32.นายวิชิต แย้มบุญเรือง 33.นายศักดิ์ชัย จินตะเวช 34.นายสวัสดิ์ หอรุ่งเรือง 35.นายสมพัฒน์ แก้วพิจิตร 36.นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ 37. นายสมชาย ไทยทัน 38.นางสาวสุภัตรา วิมลสมบัติ 39.นายเอกพจน์ ปานแย้ม 40.นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล 41.นายอมร อนันตชัย 42.นายกฤชชัย มรรคยาธร 43.นายเสมอกัน เที่ยงธรรม

ด้านพรรคมัชฌิมาธิปไตยมีกรรมการบริหารพรรคทั้งสิ้น 29 คน 1. นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ (อดีตหัวหน้าพรรค) รองหัวหน้าพรรคประกอบด้วย 2. นายประมวล เลี่ยวไพรัตน์ 3.นายสุนทร วิลาวัลย์ (ถูก กกต.เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง) 4.พลตรี อินทรัตน์ ยอดบางเตย 5.พันตำรวจโท บรรยิน ตั้งภากรณ์ 6.นายประดุจ มั่นหมาย 7.นายการุณ ใสงาม 8.นายธนพร ศรียากูล นายทะเบียนสมาชิกพรรค 9.นายวิวัฒน์ นิติกาญจนา 10. นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน (หัวหน้าพรรค ) 11.นายมนู มณีวัฒนา รองเลขาธิการพรรค 12.ร้อยเอก รชฏ พิสิษฐบรรณกร รองเลขาธิการพรรค 13.นายสมบูรณ์ ทองบุราณ รองเลขาธิการพรรค 14. นายสุวิช ชมพูนุทจินดา รองเลขาธิการพรรค 15. นายศิลปิน บูรณศิลปิน เหรัญญิกพรรค

16.นายณรงค์ พิริยอเนก โฆษกพรรค 17.นายสมพร หลงจิ รองโฆษกพรรค 18.นายศุภพรพงศ์ ชวนบุญ รองโฆษกพรรค 19.นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รองโฆษกพรรค กรรมการบริหารพรรค 20.พันตำรวจเอก สุเทพ สัตถาผล 21. นายชุมพร ขุณิกากรณ์ 22.นายเมธี ฉัตรจินดารัตน์ 23.นางมาลีรัตน์ แก้วก่า 24.นายคำนวณ เหมาะประสิทธิ์ 25. นายกฤษฎา สัจจกุล 26. นายสุขุม เลาวัณย์ศิริ 27.นายนาวิน ขันธหิรัญ 28.นางบุษบา ยอดบางเตย 29.นายดิษฐ์อัชพณ สูตรสุคนธ์

'บัญชีดำรัฐมตรี'ถูกตัดสิทธิการเมือง5ปี

พรรคพลังประชาชน
1.นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม
2.นายไชยา สะสมทรัพย์ รมว.พาณิชย์
3.นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รมว.ต่างประเทศ
4.นายสุขุมพงศ์ โง่นคำ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ
5.นายศรีเมือง เจริญศิริ รมว.ศึกษาธิการ
6.นายธีระชัย แสนแก้ว รมช.เกษตรฯ

พรรคชาติไทย
1.นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รมว.เกษตรฯ
2.นายวีระศักดิ์ โค้วสุรัตน์ รมว.ท่องเที่ยวฯ
3.นายวราวุธ ศิลปอาชา รมช.คมนาคม
4.นายสมพัฒน์ แก้วพิจิตร รมช.เกษตรฯ

พรรคมัชฌิมาธิปไตย
1.นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ
2.นายบรรยิน ตั้งภากรณ์ รมช.พาณิชย์

การตัดสินของศาลพระภูมิไทยต่างชาติงง!!!

ที่มา thaifreenews

โดย : ป้าพลอย

ไทยแลนด์นี่เล่นกันได้สนุกถึงใจจริงน๊ะ ความวัวยังไม่ทันหายความควายเข้ามาอีก ยังมีอะไรให้ชาวโลกเขาได้รู้ได้เห็นความระยำชาติชั่วของคนไทยอีกมั๊ยเนี่ย? ทั้งความอยุติธรรมของศาลไทยทั้งความป่าเถื่อนของพันธมิตรโชว์ให้ชาวโลกได้รู้จักประเทศไทยที่ปกครองโดยอำนาจเถื่อน การยุบพรรคของพลังประชาชนทำ
ให้ต่างประเทศดูถูกศาลรัฐธรรมนูญไทยที่เลือกข้างอย่างชัดเจน คราวนี้ได้เห็นกันอย่างหมดเปลือกล่อนจ้อน

แม้กระทั้งศาลก็ยังตกอยู่ในอำนาจมืดและลำเอียงในการตัดสิน ทั้งที่ฝ่ายค้านพรรคประชาธิปัตย์ก็มีความผิดและจับได้ว่าใช้เงินซื้อเสียงแต่ไม่ให้ใบแดงกลับให้ใบเหลืองแทนทำไมกกตไม่ให้ใบแดงในกรณีเช่นที่จังหวัดเพชรบรูณ์เป็นต้นฯ การกลั่นแกล้งไล่ล่าพรรคพลังประชาชนให้จนมูมมาสองสมัยมานี้ ต่างชาติได้รับ
รู้ขบวนการณ์ของพวกอำนาจมืดที่ปกคลุมประเทศไทยหน้ากากถูกถอดออกมาจนเกลี้ยง ม๊อบพันธมิตร

ประชาธิปัตย์ องค์กรสหภาพวิสาหกิจ นักวิชาการ สื่อสารมวนชน สื่อโทรทัศน์ ศาลรัฐธรรมนูญ บริษัทห้างร้าน แบงค์ต่างๆ พวกนี้ร่วมด้วยช่วยกันรุมกระทืบ ไทยรักไทย และพลังประชาชน ทั้งที่ฝ่ายพรรคพลังประชาชนชนะจากการเลือกตั้งจากประชาชน แต่ก็ไม่พ้นถูกกล่าวหาว่าชนะโดยการซื้อเสียง นี่คือความคิดสกปรกของคนไทยบางกลุ่มโดยเฉพาะนักการเมืองที่แพ้การเลือกตั้ง ประเทศไทยคนบางส่วนยังด้อยในการ

พัฒนาทางด้านจิตใจและในด้านศีลธรรม หากคนพวกนี้รู้จักปรับปรุงตัวเองและรู้จักมองให้ไกลๆ สันดานที่
เป็นคนเห็นแก่ตัวคงจะลดน้อยถอยลงได้บ้าง ฉะนั้นการหักล้างกันด้วยวิธีต่างๆโดยที่อีกฝ่ายหนึ่งไม่ได้ทำอะไรให้แล้วไม่อายตัวเองบ้างหรือ? ตอนนี้คงสะใจใช่มั๊ย?ที่พรรคพลังประชาชนโดนยุบเหมือนไทยรักไทย แล้วคิดบ้างไหมว่าต่างประเทศจะคิดและเข้าใจพวกคุณอย่างไร? ในเมื่อโดนยุบพรรคถึงสองสมัยติดกัน ทั้งที่

พรรคพลังประชาชนเพิ่งเข้ามาเป็นรัฐบาลยังไม่ถึงปีเลย ต่างประเทศหัวเราะเหยาะความบ้องตื้นของศาลไทยอีกครั้งหนึ่งและตอนนี้อะไรๆมันแจ่มแจ้มแดงแจ๋หลายๆเรื่องต่อชาวโลก ฉะนั้นจะให้ในต่างประเทศเข้าใจอย่างไรว่าทุกองค์กรรุมทำร้ายรัฐบาลเพื่อที่จะเขี่ยรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งอย่างถูกตามกฏหมาย ด้วยเหตุ
นี้เองจึงเกิดม๊อบพันธมิตรที่ยืดยื้อด้วยพลังเงินสูงจากองค์กรเครือข่ายต้องการล้มรัฐบาลของนายกสมชาย

นั่นเอง องค์กรสกปรกที่หากินกันอย่างหน้าด้านๆไร้ยางอายบนคราบน้ำตาของประชาชนที่สูญเสีย เห็นหรือ
ยังอ้ายม๊อบถ่อยที่มันสร้างความเสียหายให้แก่ประเทศเวลานี้ คิดหรือว่าหลังจากที่ยุบพรรคของประชาชนแล้วนั้น พวกเนรคุณแผ่นดินเยี่ยงพวกคุณไม่มีวันที่จะเสวยสุขได้อย่างสงบสุขแน่นอน กรรมที่ทำใว้กับเขามันต้องสนอง ถึงพรรคฝ่ายค้านขึ้นมาเป็นรัฐบาลแต่ก็ไปไม่ได้นานเช่นกันเพราะเวรกรรมที่ทำใว้กับคนอื่น

มันท่วมหัวเหมือนเช่นมีดดาบมันต้องคืนสนองเชือดคอตัวเองเข้าสักวันหนึ่ง วันนี้เราแพ้แต่วันข้างหน้าเราอาจชนะอีกขอให้พี่น้องประชาชนที่รักประชาธิปไตยอย่าเพิ่งท้อใจ ทุกอย่างในโลกใบนี้ไม่แน่นอนมันหมุน
ตามลูกโลกสิ่งทีทำเวลานี้คือต้องสงบสติอารมย์และรักษาสุขภาพจิต กีฬาการเมืองต้องรู้แพ้รู้ชนะเหมือนนัก
มวยขึ้นบนเวทีชกถึงแม้ฝ่ายแดงของเราซ้อมมาอย่างดีแต่ถูกฝ่ายน้ำเงินเล่นสกปรกแอบเอาอาวุธซ่อนในนวม

เราจึงถูกเขาน๊อคโดยที่เราไม่อาจป้องกันอะไรได้แต่ฝ่ายแดงก็สู้อย่างสมศักดิ์ศรีนี่คือความภูมิใจของฝ่ายแดง
ที่พวกเราไม่ได้เล่นสกปรกเหมือนฝ่ายน้ำเงิน
ป้าพลอย

'เสื้อแดง'สลายชุมนุมหน้าศาลฯขู่!เปิดโปง'ตุลาการปล้นชาติ'

ที่มา ประชาทรรศน์

'คนเสื้อแดง' เปิดโปงพฤติกรรม 9 ตุลาการรัฐธรรมนูญ พร้อมชุมนุมหน้าศาลปกครอง หลังตุลาการภิวัฒน์กลายพันธุ์ ชนวนล้มล้างรัฐบาล เดินหน้าสร้างการเมืองใหม่ ล่าสุด 'แกนนำเสื้อแดง' ประกาศสลายการชุมนุมแล้ว ลั่นรอทวงคืนความยุติธรรม พร้อมเปิดโปงขบวนการร่วมสันถวะ 'ตุลาการปล้นชาติ'

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ทราบผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้มีการยุบพรรคพลังประชาชน ปรากฏว่ากลุ่ม นปช.ได้มีการกระจายกำลังล้อมอาคารศาลปกครองสูงสุดไว้ พร้อมปิดประตูทางเข้าออกทุกด้านตัวอาคารและประฌามคณะตุลาการภิวัฒน์ว่าเป็นพวกรับใช้เผด็จการ

ขณะเดียวกันภายในตัวอาคารได้เพิ่มเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย โดยเป็นตร.ปราบจลาจลจำนวนมาก โดยเฉพาะบริเวณประตูด้านหน้ามีจนท.รักษาความปลอดภัยร่วม 300 นายและประตูด้านหลังมีจนท.ตำรวจร่วม 100 นาย โดยผู้ชุมนุมพยายามกระจายตัวไปตามอาคารต่างๆ และลานจอดรถทั่วศาลปกครอง

ทั้งนี้ หลังจากที่ศาลปกครองได้มีคำสั่งให้ นปช.ออกจากศาลภายใน 15 นาที เพราะถือเป็นการละเมิดการทำหน้าที่ของศาล แต่กลุ่มผูชุมนุมยังยืนยันที่จะชุมนุมต่อไป พร้อมได้นำข้อความ ซึ่งเป็นสีดำขนาดใหญ่มาติดที่รถกระจายเสียงว่า "9 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเถื่อนคำตัดสินยุบพรรคเป็นโมฆะ" เพราะถูกตั้งจากโจรกบฎ คมช. (คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ)

จากนั้น แกนนำ นปช.ได้ประกาศสลายการชุมนุมโดยให้ขึ้นรถ 6 ล้อสองคัน เพื่อเดินทางกลับไปยังพ้นที่ชุมนุมบริเวณลานคนเมือง หน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) โดยระบุว่าการมาชุมนุมหน้าศาลและตัดไฟครั้งนี้ เป็นการสั่งสอน และพร้อมจะทวงคืนความยุติธรรม โดยจะมุ่งไปปักหลักที่ลานคนเมือง เพื่อเปิดโปงพฤติกรรม 9 ตุลาการรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะนายจรัญ ภักดีธนากุล

ยุบพรรคครั้งนี้ ผมกลับสบายใจยิ่งกว่าครับ กำไรอาจจะมากกว่าขาดทุนครับ

ที่มา thaifreenews

โดย : ลูกชาวนาไทย

เมื่อเช้าผมยังหวั่นๆ ใจว่าเขาจะไม่ยุบพรรคชาติไทยด้วย เมื่อเขายุบชาติไทยด้วย ผมเลยรู้สึกสบายใจจนเนื้อเต้น นั่นแหละครับ คือ ผมมักมองอะไรในทางยุทธศาสตร์เสมอครับ ไม่มองสถานการณ์ที่กำลังชุลมุน เพื่อสุดท้ายสถานการณ์ก็ต้องหายชุนมุลอยู่ดี

ผลเสียของการยุบพรรคที่เห็นๆ คือ นายกฯสมชายหลุดจากตำแหน่ง กับ "ชื่อของพรรคพลังประชาชน" หายไป "ย้ำหายไปแต่ชื่อนะครับ เพราะตัวพรรค วิญญาณพรรค สมาชิกยังอยู่

เมื่อหายชุลมุนแล้ว เรากลับได้กำไรมากกว่าขาดทุนครับ เพราะการทำให้ ตระกูลศิลปอาชา ตายไปจากการเมืองอย่างน้อยก็ 5 ปี นั้น ทำให้ "ก๊กสุพรรณบุรี" ที่เป็น ก๊กเดียวที่ "พรรคระบอบทักษิณ" ยังไม่อาจตีแตกได้ เมื่อตระกูลบรรหาร หายไป พื้นที่ภาคกลาง ก็ไม่ยากที่พรรคระบอบทักษิณจะเข้ายึดครองครับ

เพราะการต่อสู้ทางการเมืองทุกครั้ง พรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยได้เกิดในพื้นที่เหล่านี้เลย

สรุปคือ พรรคเพื่อไทย จะสามารถครองพื้นที่ภาคอีสาน ภาคเหนือ และภาคกลางตอนบนได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดครับ การเมืองไทย ก็ฟอร์มตัวเป็นระบบสองพรรคโดยแท้จริง

สส.ที่สิ้นสภาพไป 32 คน เลือกเข้ามาใหม่ ผมคิดว่า พรรคเพื่อไทย จะได้มาเกือบทั้งหมดครับ จำนวน สส.จะเฉียด 300 คนทีเดียว

ปล. ผมสัณนิษฐานบนพื้นฐาน ผมไม่กลัวการทำรัฐประหารครับ