WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, December 4, 2008

‘พรรคสะตอ’ปากมัน!แบะท่าตั้งรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ

ที่มา ประชาทรรศน์

‘พรรคสะตอ’ กระเหี้ยนกระหือรือ! ชิงธงการเมืองใหม่ เปิดตำนาน ‘หมาขี้เรื้อน’ ผสมพันธุ์ไม่เลือกหน้า ดูด ส.ส.แพแตกร่วมก๊วน ‘เทพเทือก’ เพ้อเจ้อ หวังตั้งรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ ฉวยเอาบ้านเมืองมาอ้าง ด้าน ‘ศิริโชค’ นกรู้! ฟันธงวิกฤตประเทศไทย ชี้ตั้งรัฐบาลใหม่ไม่ยืด ต้องยุบสภาทิ้งเพื่อเปลี่ยนขั้วการเมือง

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ว่า ช่วงนี้ถือว่าเป็นเวลาที่ ส.ส.ไม่ว่าจะเป็นพรรคไหนจะได้คำนึงถึงสถานการณ์รวมของประเทศ หากร่วมมือกันได้ก็น่าเป็นทางออกของบ้านเมืองไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนขั้วเพื่อจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ทั้งนี้จะเป็นอย่างไรก็ต้องรอให้เพื่อนส.ส.แต่ละพรรคหารือกันก่อน ส่วนกลุ่มเพื่อนนายเนวิน ชิดชอบ นั้น ไม่มีการพูดคุยเป็นเรื่องเป็นราว แต่พรรคก็พยายามสื่อสารถึงเพื่อนส.ส.แต่ละพรรค

เลขาธิการ ปชป.กล่าวย้ำว่า เรื่องนี้ต้องคุยกันบ้างหากมีการสอดคล้องกันในเรื่องนโยบาย รวมทั้งอาจมีคนนอกเข้าช่วยแก้ปัญหา ยอมรับว่ามีปัญหาวิกฤติ ทางออกต้องร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลดึงคนดีมีฝีมือช่วยกันทำงาน ต้องมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่และเป็นความต้องการของประชาชนรวมทั้งให้เป็นที่ยอมรับ

ขณะที่ นายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ และโฆษกรัฐบาล(เงา) เดินทางมาให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ'มองรัฐสภา' ของสถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา ผ่านทางสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที โดยเป็นตัวแทนของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ติดภาระกิจประชุมคณะรัฐมนตรี(เงา)

นายศิริโชค กล่าวถึงความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนขั้วทางการเมืองเพื่อให้พรรคประชาธิปัตย์เป็นผู้นำในการจัดตั้งรัฐบาล โดยระบุว่า จำนวนส.ส.ของพรรคมี 165 เสียง ก็มีความเป็นไปได้และเป็นไปไม่ได้ทั้งคู่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับกระแสของสังคมที่จะตอบรับ ซึ่งหากสังคมมองว่าการจัดตั้งรัฐบาลชุดก่อนแม้จะมาจากการเลือกตั้งแต่ก็ไม่สามารถบริหารประเทศได้ หรือแม้จะมีรัฐบาลที่เป็นที่ยอมรับแต่ก็มีปัญหาในการจัดตั้งรัฐบาล ก็แล้วแต่จะมอง

“พรรคประชาธิปัตย์ยังคงยืนยันว่า หากยุบสภาจะเป็นหนทางที่ดีที่สุด เพื่อเป็นการคืนอำนาจให้กับประชาชนอย่างแท้จริง เพราะหากมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ก็คงอยู่ได้ไม่นานแล้วก็ถึงคราวยุบสภาอยู่ดี เพราะสังคมตอนนี้มีความแตกแยก และต้องมองความชอบธรรมในการจัดตั้งรัฐบาล”

พร้อมกันนี้ นายศิริโชค ระบุว่า ไม่ควรที่จะมีการรีบแร่งในการคัดเลือกบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในช่วงนี้ และอยากให้ทุกพรรคการเมืองคิดตรงอให้หนัก ว่าจะกำหนดชะตาของประเทศชาติอย่างไร เนื่องจากประเทศอยู่ในกำมือของส.ส.ทุกคน

‘เครื่องดูดฝุ่นปชป.’ฟาดหัวส.ส.มัชฌิมาฯเข้าพรรค

นายเกียรติกร พากเพียรศิลป์ ส.ส.ปราจีนบุรี อดีตพรรคมัชฌิมาธิปไตย (มฌ.) เดินทางมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) โดยมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคฯ พร้อม ส.ส.ให้การต้อนรับและสวมเสื้อสีชมพู ที่มีสัญลักษณ์ของพรรค

ซึ่งนายเกียรติกร อ้างว่า ตนมองเห็นประเทศมีความขัดแย้ง จึงอยากเปลี่ยนการบริหาร เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้และตนต้องการความถูกต้อง อีกทั้งมีความมุ่งมั่น เพื่อให้จังหวัดที่อยู่ตน มีความเจริญ รวมถึงมาตามนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ ที่น่าจะทำงานช่วงวิกฤต เพื่อแก้ปัญหาของประเทศให้ผ่านไปด้วยดี

เมื่อถามว่า ได้พูดคุยกับเพื่อน ส.ส.หรือไม่นั้น นายเกียรติกร กล่าวว่า ตนเห็นว่าเป็นเหตุผลส่วนตัวของแต่ละคนเนื่องจากเมื่อพรรคมัชฌิมาฯถูกยุบแล้ว ก็ให้ความอิสระกับ ส.ส. นอกจากนี้ พรรคประชาธิปัตย์จะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาลนั้นไม่สำคัญ ตนต้องการทำงานเพื่อประเทศชาติ

เด็กเสธ.หนั่นโผล่พบแกนนำปชป.จ่อย้ายซบ

นายอัศวิน วิภูศิริ ส.ส.สัดส่วน อดีตพรรคชาติไทย ซึ่งเป็นคนใกล้ชิดของพล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรีและอดีตที่ปรึกษาพรรคชาติไทย ได้เดินทางมาพบและหารือกับแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ถึงการเตรียมย้ายมาสังกัดพรรคประชาธิปัตย์

โดยภายหลังการหารือนาน 30 นาที นายอัศวินปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน โดยกล่าวสั้นๆว่า เป็นการมาเรื่องส่วนตัว ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.ต.สนั่นทราบถึงการเดินทางมาพรรคประชาธิปัตย์ในวันนี้หรือไม่ นายอัศวิน กล่าวว่า พล.ต.สนั่นทราบแล้ว แต่ตนยืนยันว่ามาเรื่องส่วนตัว

แฉแผนขวางเลือกผู้นำ!เปิดทางม.7ชูนายกฯคนนอก

ที่มา ประชาทรรศน์

ส.ส.พรรคเพื่อไทย ปูดแผนตั้งรัฐบาลแห่งชาติ ขวางประชุมเลือกนายกฯ หวังให้เกิดสุญญากาศทางการเมือง เปิดช่องใช้ม.7 ดันนายกฯคนนอกนั่งผู้นำประเทศ

ที่พรรคเพื่อไทย นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา ยื่นเรื่องถึงประธานวุฒิสภา เพื่อขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความกรณีที่ส.ส.สัดส่วนของพรรคพลังประชาชน พรรคมัชฌิมาธิปไตยและพรรคชาติไทย จะสิ้นสภาพตามพรรค ไม่สามารถย้ายสังกัดพรรคการเมืองอื่นได้ว่า ตามรัฐธรรมนูญม.106 (8) ระบุถึงเหตุแห่งการขาดจากการเป็นสมาชิกของพรรคการเมืองในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรค ว่า คือไม่อาจเข้าเป็นสมาชิกของพรรคการเมืองอื่นได้ภายใน 60 วัน หกสิบวัน นับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่ง ให้ถือว่าสิ้นสุดสมาชิกภาพ ซึ่งพิจารณาจากเนื้อหา ไม่ได้ระบุแยกส.ส.สัดส่วนหรือส.ส.เขต ดังนั้นการตีความกฎหมายอย่าบิดเบือนและขออย่าสร้างความสับสนให้แก่สังคม และตีความเกินตัวบท

ผู้สื่อข่าวถามถึงความพยายามส่งตีความคำว่าพรรคการเมืองอื่น จะต้องหมายถึงพรรคที่เคยส่งผู้สมัครส.ส.ตามรัฐธรรมนูญ 2550 และต้องมีส.ส.ในสภา นายพีรพันธุ์ กล่าวว่า ตามรัฐธรรมนูญก็บอกชัดแค่ว่าพรรคการเมืองอื่น คือพรรคที่จดทะเบียนถูกต้อง ดังนั้นอย่าไปตีความเกินตัวอักษร เขียนแค่ไหนก็แค่นั้น อย่าไปพยายามตีความในทางลบ ตนเห็นว่าในทางกฎหมายพรรคเพื่อไทยปลอดภัย

นายพีรพันธุ์ ยังฝากเตือนเพื่อนส.ส.ด้วยว่าให้ระวัง เพราะขณะนี้มีความพยายามที่จะตั้งรัฐบาลแห่งชาติ โดยขัดขวางไม่ให้มีการประชุมสภาเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีได้ระหว่างวันที่ 8-9 ธ.ค.และลากยาวไปเรื่อยๆ เพื่อทำให้เกิดสุญญากาศทางการเมือง สุดท้ายจะมีนักกฎหมายที่ประจบสอพลอ ออกมาตีความให้เกิดรัฐบาลแห่งชาติ นี่คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป นอกจากนี้ยังมีความพยายามที่จะงดใช้รัฐธรรมนูญบางมาตรา เพื่อให้มีรัฐบาลแห่งชาติและนายกรัฐมนตรีคนนอก ดังนั้นสงครามยังไม่สิ้นสุด

'กลุ่มเพื่อนเนวิน'ขู่สลายขั้ว!หาก'เพื่อไทย'เอาคนพปช.นั่งนายกฯ

ที่มา ประชาทรรศน์

"กลุ่มเพื่อนเนวิน" ออกแถลงการณ์ประกาศจุดยืนทางการเมือง ย้ำชัดขอสงวนสิทธิ์เลือกนายกฯคนใหม่ ชี้คุณสมบัติต้องสร้างความเชื่อมั่นให้ชาติ ไม่สร้างเงื่อนไข เชื่อมีแต่สภาจะสามารถผลักดันบ้านเมืองเข้าสู่ภาวะปกติ ขู่ถ้านายกฯมาจากพรรคพปช.ไม่ขอเข้าเพื่อไทย!!

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้(4 ธ.ค.) ส.ส.กลุ่มเพื่อนเนวินได้หารือกันที่อาคารศิริภิญโญ โดยมีนายเนวิน ชิดชอบ หัวหน้ากลุ่ม เป็นประธานการหารือ เพื่อประเมินสถานการณ์ทางการเมือง จากนั้น ส.ส.กลุ่มเพื่อนเนวินประมาณ 15 คน นำโดยนายปัญญา ศรีปัญญา ส.ส.ขอนแก่น นายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ ส.ส.ขอนแก่น นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ส.ส.นครราชสีมา นายศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.นครพนม นางพัฒนา สังขทรัพย์ ส.ส.เลย นายสุชาติ โชคชัยวัฒนากร ส.ส.มหาสารคาม นายประสิทธิ์ ตั้งศรีเกียรติกุล ส.ส.บุรีรัมย์ นายรังสิกร ทิมาตฤกะ ส.ส.บุรีรัมย์ นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ ส.ส. อุดรธานี ได้เปิดแถลงข่าว

ทั้งนี้นายบุญจง ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า กลุ่มของตนประกอบด้วย ส.ส.37 คน ซึ่งเป็นกลุ่มเพื่อนเนวิน ขอแถลงจุดยืนทางการเมืองหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคพลังประชาชนว่า การดำเนินกิจกรรมทางการเมืองจากนี้ไปต้องระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการสร้างเงื่อนไขใดๆ ที่จะนำการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเข้าสู่ภาวะเสี่ยงทั้งทางตรงทางอ้อม และมีแต่สภาฯเท่านั้นที่จะนำพาประเทศไทยออกจากสถานการณ์พิเศษเข้าสู่ภาวะปกติได้

สำหรับการพิจารณาลงมติเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ต้องเป็นผู้ที่สร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนและนานาชาติ ต้องไม่สร้างเงื่อนไขให้เกิดภาวะเสี่ยงต่อการสูญเสียระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และต้องไม่เป็นเหตุให้เกิดการเผชิญหน้าของคนในชาติ แบ่งฝักฝ่ายรุนแรง แตกแยกมากขึ้น ทางกลุ่มจึงขอสงวนสิทธิที่จะดำรงไว้ซึ่งเอกสิทธิของส.ส.ในการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี

อย่างไรก็ตามนายบุญจง กล่าวด้วยว่า การเคลื่อนไหวทางการเมืองครั้งนี้ไม่ได้เป็นเกมการต่อรองทางการเมือง แต่ต้องเลือกนายกฯที่มีความเหมาะสม โดยยืนยันว่าส.ส.ทั้ง 37 คนจะโหวตเลือกนายกฯไปในทิศทางเดียวกัน ส่วนการหาพรรคใหม่สังกัดนั้นมีเวลาถึง 60 วัน โดยข่าวที่ว่าจะไปอยู่พรรคเพื่อไทย หรือพรรคภูมิใจไทยนั้นยังไม่ได้ตัดสินใจ เพราะต้องรอดูสถานการณ์ก่อน และต้องคิดให้รอบคอบ รวมถึงการตีความของศาลรัฐธรรมนูญต่อสถานภาพส.ส.สัดส่วนที่จะย้ายไปอยู่พรรคที่ไม่เคยส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง แต่ยอมรับว่าทุกพรรคอยู่ในความคิด ส่วนกระแสข่าวการซื้อตัวส.ส.40 ล้านบาท เพื่อย้ายขั้วทางการเมืองนั้น ตนเองขอปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง วันนี้เราพร้อมจะทำงานเพื่อลดความแตกแยก และไม่มีการต่อรองโควต้ารัฐมนตรี และทุกอย่างจะชัดเจนหลังวันที่ 5 ธันวาคมนี้

ขณะที่นายเชิดชัย เปิดเผยว่า 37 ส.ส. ยังไม่ตัดสินใจไปอยู่พรรคไหน เรามีเงื่อนไขเพียงว่านายกฯคนต่อไปต้องไม่เป็นบุคคลที่ทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งเกิดขึ้น ซึ่งถ้ามีการเสนอชื่อนายกฯที่มาจากพรรคพลังประชาชนเก่า พวกเราก็จะไม่เข้าไปอยู่กับพรรคเพื่อไทยแน่นอน

เจ้าของม๊อบสั่งหยุดเอง แกนนำยังไม่รู้ตัวเลย

ที่มา thaifreenews

เป็นที่น่าสังเกตว่าแม้แต่แกนนำพันธมิตรเองก็ไม่รู้ตัวว่าต้องเลิกชุมนุมวันนี้ !!


สังเกตจากกิจกรรมจุดยืนตลอดวันที่เผยแพร่ผ่านกระบอกเสียงของพันธมิตร คือเวบผู้จัดการตามเวลาและพาดหัวดังต่อไปนี้ นี่คือที่มาอันลึกลับที่นักสังเกตการณ์ทางการเมืองเชื่อได้ว่า"เจ้าของม็อบ"สั่งมาให้เลิกเป็นการด่วน เพื่อให้บรรยากาศระหว่างนี้ดูดี ไม่วุ่นวายเกะกะ



14.04
น. แกนนำพันธมิตรฯ ขอผู้ชุมนุมอยู่ต่อรักษาพื้นที่ดอนเมืองไว้
http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9510000142410

14.10
น. พันธมิตรฯ เตือนผู้ชุมนุมเกาะกลุ่ม หวั่นมือที่ 3 แฝงตัวป่วน
http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9510000142417

15.10
พันธมิตรฯ ปักหลักสุวรรณภูมิต่อ เชื่อเด็ก "แม้ว" ยังสิง รบ.
http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9510000142456

15.15
พันธมิตรฯอาจชุมนุมต่อ หาก"เฉลิม-มิ่งขวัญ"ถูกดันนั่งนายกฯ
http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9510000142466

15.17
พันธมิตรฯ รับปากสื่อไม่ให้ถูกคุกคาม เตรียมจัดระเบียบการ์ด
http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9510000142468

16.12 "
เสรีรัตน์" วิงวอนพันธมิตรฯ คืนสนามบิน
http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=95100001425

16.58 ผบ.ทบ.สั่ง มทภ.1 จับตาสถานการณ์ ยันยังไม่เคลื่อนกำลังพล
http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9510000142553

18.00
ผบช.ตร.ภ.1 ชี้พันธมิตรฯ หมดเงื่อนไขต่อรอง จี้พ้นสุวรรณภูมิ
http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9510000142578

18.00
ผช.ผบ.ตร.นำนักธุรกิจดูการปฏิบัติหน้าที่ของ ตร.ที่สุวรรณภูมิ
http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9510000142579

18.51
พันธมิตรฯ ประกาศชัยชนะ!! ยุติการชุมนุม 3 ธ.ค.นี้
http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9510000142618

อีกแหล่งข่าวหนึ่งแจ้งว่า

ได้มีการบีบมาจากต่างชาติ ซึ่งได้รับความเสียหายจากการปิดสนามบินนานาชาติ ห้ามเครื่องบินของประเทศเขากลับประเทศ ทำให้ประชาชนประเทศเขาเดือดร้อน

จึงมีการสายตรงคุยกัน ว่าหากยังไม่คืนเครื่องบินให้เขา ทรัพย์สินในต่างประเทศของเจ้าของม๊อบอาจจะถูกอายัด

จนเป็นเหตุให้เจ้าของม๊อบรีบโทรบอกแกนนำในเย็นวันนั้น ว่าให้หยุดทันที

รีบยุบพรรคเพื่อหาทางลงให้ผู้ก่อการร้ายยึดสนามบินเท่านั้นเอง

ที่มา thaifreenews

บทความ โดย Bugbunny

มีกระแสข่าวที่ซึมไหลออกมาจากผู้ใกล้ชิดเหตุการณ์ท่านหนึ่งจากวงการสถานทูตต่างชาติในไทยว่า มีคำขาดจากชาติมหาอำนาจหลายชาติมาถึงกลุ่มผู้ที่ร่วมมือร่วมแรงร่วมเงินอยู่เบื้องหลังผู้ก่อการร้ายสากลยึดสนามบิน โดยกำหนดให้เวลา 72 ชั่วโมงจัดการให้พวกนั้นเปิดสนามบิน มิฉะนั้นจะดำเนินการเอง เนื่องจากมีชาวต่างชาติจำนวนมากได้รับความเดือดร้อนและสูญเสียเสรีภาพจากการก่อการร้ายที่พวกเขาให้การสนับสนุนอย่างแสนสาหัส และถ้ามีการดำเนินการแล้ว เรื่องจะไม่จบแค่นั้น เพราะการก่อการร้ายสากลเป็นอาชญากรรมที่องค์การสหประชาชาติกำหนดไว้แล้ว ผู้สนับสนุนและผู้เกี่ยวข้องทุกคนจะติดร่างแหในฐานะร่วมสมคบในการก่อการร้าย จะมีการเปิดโปงหลายเรื่อง โดยสังเกตุได้ว่า เริ่มมีข่าวที่ระบุผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายแบบชัดเจนตรง ๆ กระจายในสื่อทางสากลไปอย่างกว้างขวางแล้ว ข่าวพวกนั้นเป็นเพียง Teaser Campaign หรือ Pre Launch เท่านั้น หากยังเอาแต่ใจตัวเองไม่ยอมจัดการต่อไป Launch Campaign และ Follow Up จะตามมาอีกหลาย activities

ความหวาดหวั่นว่าจะถูกข้อหาสนับสนุนผู้ก่อการร้ายสากล จนทรัพย์สินในต่างประเทศอาจถูกฟรีซ เดินทางไปไหนก็มีสิทธิเข้าคุกเมืองนอก คือสาเหตุด่วนที่ทำให้ต้องรีบหาทางเลิกม็อบสนามบิน และต้องหาทางลงให้พวกผู้ก่อการร้ายด้วยโดยไม่ให้สูญเสียทางการเมือง เพราะหากจะใช้วิธีสมยอมให้รัฐบาลนำกำลังเข้าปราบปราม ผลก็จะทำให้พวกนี้หมดโอกาสออกมาอีกหรือไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดทางการเมืองกันไปทั้งหมด ยิ่งเมื่อวิเคราะห์เห็นชัดเจนแล้วว่า พวกผู้ก่อการร้ายกำลังถูกประชาชนที่เคยเป็นพวกกลางในประเทศสาปแช่งกันอย่างหนัก การถูกโจมตีด้วยของหนัก ๆ มีอยู่ทุกวันไม่เว้นวันพระและวันหยุดราชการติดต่อกันเป็นสัปดาห์ มีผู้บาดเจ็บล้มตายจนขณะนี้ตัวเลข Casualtyนั้นเกินหลักร้อยไปแล้ว การยุบพรรคคือสิ่งที่ต้องกระทำโดยด่วนที่สุดจนต้องรีบแบบตาลีตาเหลือกอ่านกันผิด ๆ ถูก ๆ เพียงเพื่อหาทางลงให้พวกนั้นออกจากสนามบินก่อนโดนใครเข้าจัดการแบบรุนแรงเท่านั้น ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น ความเสียหายต่อทรัพย์สินและชีวิตของโจรรวมทั้งลิ่วล้อทั้งหลายก็จะไม่มีใครสนใจ การถล่มพลเรือนตายกันเป็นเบือแบบในหนังเรื่อง Black Hawk Down หรือกรณีมุมไบนั้นเป็นเรื่องธรรมดา เพราะหากยุติการยึดสนามบินได้ ผู้ปฏิบัติก็จะถือว่า Mission Accomplishment แล้ว

การยุบพรรคจึงไม่ใช่ความพ่ายแพ้ของภาคประชาธิปไตย ทุกคนรับรู้กันแล้วว่ามันจะต้องเกิดขึ้น เพียงแต่ไม่น่าเร็วขนาดนี้ เท่าที่รับทราบกันมาจากมิตรสหายบางคนเขาว่าจะต้องใช้เวลาอย่างต่ำหกเดือนหลังจากคดีเข้าสู่การพิจารณา เพราะต้องมีการสืบพยานทั้งโจทก์และจำเลยตามกระบวนการพิจารณาคดี แต่นี่ไม่มีการสืบพยานจำเลย พอสืบโจทก์เสร็จก็อ้างว่าพยานหลักฐานเพียงพอแล้ว เป็นมลทินครั้งของกระบวนการยุติธรรมอีกครั้ง ที่ผลดีก็คือมันเป็นหลักฐานที่จะต้องนำไปพิสูจน์กันต่อไปในกระบวนการยุติธรรมโลก และทำให้สภาพ Kangaroo Court มีความชัดเจนยิ่งขึ้นในชุมชนนักกฎหมายสากล

การกระทำเหล่านี้ยิ่งพิสูจน์ให้เห็นชัดเจนว่า กลุ่มเผด็จการศักดินาอำมาตย์เกรงกลัวมติมหาชนโลก และถูกต้องแล้วที่ภาคประชาชนเริ่มขบวนการยื่นข้อเรียกร้องต่อ UN เพราะกลุ่มที่บริหารในหมู่คนพวกนั้นเขาต่างถือว่าตัวเองเป็นสมาชิกพรรคข้าราชการ แต่หัวหน้าพรรคไม่ใช่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง จึงใช้วิธีดื้อดึงแบบหน้าด้านไม่ยอมทำงาน เมื่อพวกเขาไม่สามารถทำงานได้ ตามหลักการบริหารก็ต้องหา Out Source มาทำงานให้ลุล่วง จะเป็นด้วยสาเหตุที่พนักงานทำงานไม่ได้ผล หรือค่าใช้จ่ายในการผลักดันให้งานเดินสูงเกินไป ก็ยุติธรรมที่จะหา Out Source ได้แล้ว

คงยังต้องสู้กับพวกนี้อีกพักหนึ่งแต่ไม่น่าจะนานนัก อันที่จริงพวกนี้กำลังถอยกันกรูด ๆ ถ้าสังเกตุกันดี ๆ จะเห็นได้ว่าทำไมต้องรีบหยุดก่อการร้ายเอาดื้อ ๆ แบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย แถมครั้งต่อ ๆ ไปถ้าจะยึดสนามบินอีกก็คงต้องคิดหนักไม่กล้าบุ่มบ่ามทำ เนื่องจากจะโดนเล่นจากนานาชาติ และถ้าขืนตื๊อต่อไปก็จะยิ่งลำบากมาก เพราะตอนนี้โดนเปิดเผยเบื้องหลังอย่างล่อนจ้อนไปทั่วโลกแล้ว อาจจะมองว่า บางประเทศยังดื้อด้านกันได้ ก็ทราบกันไว้ด้วยว่าที่นี่ไม่ใช่ที่นั่น เพราะพวกที่อยู่เบื้องหลังผู้ก่อการร้ายนั้นมีผลประโยชน์อยู่ในทางสากลมากมายมหาศาลด้วยจนไม่กล้าพอที่จะขัดขืนมติของนานาชาติ เดี๋ยวจะไม่มีแผ่นดินอยู่อย่างเปิดเผยบนพื้นโลกเลยสักที่เดียวเอา ถ้าไม่ยอมหาทางยุติการก่อการร้ายยึดสนามบินให้เร็วที่สุด

ร.ต.อ.เฉลิม-มิ่งขวัญ สมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยแล้ว

ที่มา MCOT News

พรรคเพื่อไทย 3 ธ.ค. - “ร.ต.อ.เฉลิม-มิ่งขวัญ” เข้าสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย ปัดแสดงความเห็นถูกวางตัวนั่งนายกฯ คนใหม่ ขณะที่ “ปลอดประสพ สุรัสวดี” ขอต้อนรับสมาชิกใหม่ ย้ำจุดยืนพรรคเดินตามระบอบประชาธิปไตย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงบ่ายวันนี้ (3 ธ.ค.) บรรยากาศที่พรรคเพื่อไทย ถ.พระราม 4 มีบรรดา ส.ส.พรรคพลังประชาชน ทยอยเดินทางมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย อาทิ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ขณะนี้มีผู้มาสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย จำนวน 149 คน

ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวถึงกรณีที่ถูกวางตัวให้เป็นหนึ่งในบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ว่า ไม่ทราบ เพราะเป็นเรื่องที่ไม่ได้ตัดสินใจด้วยตัวเอง ตอบไม่ได้ และยังไม่มีใครในพรรคมาทาบทาม หรือชักชวนให้มาทำหน้าที่ ทั้งนี้ พอใจกับการที่ได้ทำหน้าที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข อีกทั้งเห็นว่า บุคคลภายในพรรคล้วนมีความรู้ความสามารถอีกมาก

ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ไม่กล้าเปิดตัว เพราะกลัวจะเป็นเป้าโจมตีใช่หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตอบไม่ได้ ไม่ขอแสดงความเห็น เมื่อถามว่า ขณะนี้พรรคร่วมรัฐบาลอาจจะมีการเปลี่ยนขั้ว ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า เป็นเรื่องของอนาคต หากมีการจัดตั้งรัฐบาล คงต้องมีการพูดคุยกัน

ด้านนายมิ่งขวัญ ปฏิเสธให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว กล่าวเพียงสั้น ๆ ว่า “ไม่มีบทสนทนา”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 15.30 น. นายปลอดประสพ สุรัสวดี รักษาการรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย น.ส.สุณีย์ เหลืองวิจิตร รักษาการเลขาธิการพรรค และนายกมล บันไดเพชร นายทะเบียนพรรค ร่วมกันแถลงข่าว โดยนายปลอดประสพ กล่าวว่า ในนามพรรคเพื่อไทย ขอต้อนรับสมาชิกใหม่ ซึ่งเหมือนพี่น้อง เพราะอยู่บ้านเดียวกันมาก่อน วันนี้ต้องการแสดงสัญลักษณ์ของพรรคที่บอกว่า เราจะเดินตามระบอบประชาธิปไตย โดยยอดรวม ส.ส.ที่มาสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย ขณะนี้มีจำนวน 149 คน และเชื่อว่าจะมียอดเพิ่มขึ้น คาดว่า ส.ส.พรรคพลังประชาชน ทั้งหมดจะมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย

ด้าน พ.อ.อภิวันท์ กล่าวว่า ในฐานะสมาชิกใหม่ จะยืนหยัดตามกรอบของประชาธิปไตย ทั้งนี้ ทุกคนภายในพรรคพร้อมที่จะทุ่มเททำงาน เมื่อถามถึงคุณสมบัติของนายกรัฐมนตรีคนใหม่ พ.อ.อภิวันท์ กล่าวว่า จะเป็นบุคคลที่มีคุณภาพ นำบ้านเมืองไปสู่ความปรองดอง ส่วนหัวหน้าพรรคที่จะมารับตำแหน่งต่อไป จะทำหน้าที่บริหารเป็นหลักไปก่อน ส่วนอนาคตจะมีการพัฒนาไปเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ต้องว่ากันอีกที

พ.อ.อภิวันท์ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ยังไม่มีกลุ่ม ส.ส.ของนายเนวิน ชิดชอบ มาสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าจะมีคนต่างพรรคมาสมัครเป็นสมาชิกพรรค และมีบางพรรคอาจจะมากันทั้งพรรค. - สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-12-03 16:49:03

19 ส.ส.กลุ่มขุนค้อนสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย

ที่มา MCOT News

รัฐสภา 3 ธ.ค. - 19 ส.ส.กลุ่มขุนค้อน มีมติสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย ยืนยัน 6 พรรคร่วมรัฐบาลยังเหนียวแน่น พร้อมร่วมกันทำงาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 15.00 น. วันนี้ (3 ธ.ค.) ส.ส.กลุ่มขุนค้อน 19 คน นำโดย นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หัวหน้ากลุ่ม ได้นัดหารือกันที่รัฐสภา โดยใช้เวลาหารือนาน 1 ชั่วโมง

จากนั้น นายสมศักดิ์ แถลงว่า สมาชิกของกลุ่มทั้งหมดจะไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย ส่วนที่มีชื่อตนเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีนั้น ขอให้เป็นดุลพินิจและเป็นภาระของผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อไทยจะตกลงกันว่าเห็นใครเหมาะสม ทางกลุ่มจะไม่เสนอใครมาเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

“เราคงไม่ได้มาประชุมเพื่อต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรี เพราะไม่อยากสร้างปัญหาเพิ่มให้พรรค หากพรรคเห็นว่าใครเหมาะสม ทางกลุ่มพร้อมสนับสนุน ส่วนคุณสมบัติของนายกรัฐมนตรีคนใหม่นั้น ทางกลุ่มมั่นใจว่า ส.ส.ทุกคนสามารถเป็นนายกรัฐมนตรีได้” นายสมศักดิ์ กล่าว

เมื่อถามถึงข้อเสนอของนักธุรกิจที่ให้เปลี่ยนขั้วจัดตั้งรัฐบาล เพื่อเรียกความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจกลับคืนมา นายสมศักดิ์ กล่าวว่า 6 พรรคร่วมรัฐบาลยังเหนียวแน่นกันเหมือนเดิม จากการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ จ.เชียงใหม่ ครั้งสุดท้าย ไม่มีปัญหา ยังให้ความไว้วางใจกัน ยืนยันทำงานร่วมกันต่อไป เพื่อรักษาประชาธิปไตย. - สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-12-03 18:43:45

ส.ส.กลุ่มเพื่อนเนวิน สมัครเข้าพรรคเพื่อไทย

ที่มา MCOT News
พรรคเพื่อไทย 4 ธ.ค.- ส.ส.กลุ่มเพื่อน เนวิน ทยอยเดินทางมากรอกใบสมัครที่พรรคเพื่อไทย เสนอ “เสนาะ” เป็นนายกรัฐมนตรี เชื่อจะเป็นคนกลางแก้ปัญหาความขัดแย้งได้

นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส.อุบลราชธานี พรรคพลังประชาชน สส.กลุ่มเพื่อนเนวิน เดินทางมาที่พรรคเพื่อไทย พร้อม กลุ่ม ส.ส.จังหวัดร้อยเอ็ด อีก 4 คน คือ นายนิรมิตร สุจารี นายกิตติ สมทรัพย์ นายเสกสิทธิ์ ไวยนิยมพงษ์ นายฉลาด ขานช่วง โดยยืนยันว่าเสียงในกลุ่มเพื่อนเนวินไม่แตก แต่จะดูข้อเสนอของพรรคว่าจะให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี ว่าจะมีความประนีประนอมสามารถจัดตั้งรัฐบาล เพื่อให้ชาติผ่านวิกฤติความขัดแย้งไปได้หรือไม่ ซึ่งส่วนตัวเห็นว่า นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช มีความเหมาะสมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นคนกลางสามารถแก้ปัญหาฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประเทศให้กลับมาได้ แต่หากเอานายกรัฐมนตรีที่มาจากพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาธิปัตย์ ก็จะเกิดความขัดแย้งของคนกลุ่มเสื้อเหลืองและเสื้อแดงอีก

นายชูวิทย์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีต้องเป็น ส.ส. ถ้าจะเป็นพรรคร่วมรัฐบาลก็ได้ นายกรัฐมนตรีต้องเป็นคนกลาง ประเทศชาติบอบช้ำมามาก นายกรัฐมนตรีต้องเร่งฟื้นฟู ตอนนี้ทั้ง 2 ฝ่าย ต่างกำลังเมา ถ้าเอาคนเมามาแก้ปัญหาก็จะยิ่งเมาไปใหญ่ จะเป็นนายเสนาะก็ได้ พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร หัวหน้าพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ก็ได้ แต่นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ก็เป็นได้ แต่ก็ตอบคำถามไม่ได้ว่าจะมีเสื้อเหลืองมาประท้วงอีกหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ทุกกลุ่มภายในพรรคมีสิทธิ์ที่จะเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี แต่ท้ายที่สุดพรรคว่าอย่างไรก็ต้องเคารพมติเสียงข้างมาก.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-12-04 13:33:43

ยุรนันท์ สมัครชิงผู้ว่าฯ กทม.ในนามพรรคเพื่อไทย ได้เบอร์ 10

ที่มา MCOT News

กรุงเทพฯ4ธ.ค.-“แซม-ยุรนันท์” สมัครเข้าชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. แล้วในนามพรรคเพื่อไทย ได้หมายเลข 10 ซึ่งเป็นหมายเลขเดียวกับ “ประภัสร์” ผู้สมัครจาก พปช. ในครั้งที่แล้ว ส่วน “ธรรณม์ชัย รุ่งจิรโรจน์” นักธุรกิจอัญมณี ได้หมายเลข 11 ตามความตั้งใจ

การสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) วันสุดท้ายที่ศาลาว่าการ กทม.เสาชิงช้า วันนี้เริ่มคึกคักมากขึ้น เมื่อนายยุรนันท์ ภมรมนตรี เดินทางมาสมัครในนามพรรคเพื่อไทย มีนายวิชาญ มีนชัยนันท์ รักษาการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และนายปลอดประสพ สุรัสวดี รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นำทีมมาสมัครพร้อม ส.ส. และ ส.ก.ที่เคยสังกัดพรรคพลังประชาชน (พปช.) มาให้กำลังใจ โดยนายยุรนันท์ เดินทางมาถึงศาลาว่าการ กทม.ตั้งแต่ 08.00 น. จากนั้น เข้าสักการะพระพุทธนวราชบพิธ พระพุทธรูปประจำศาลาว่าการ กทม. และรอเข้าสมัครในเวลา 08.30 น. เมื่อถึงเวลาไม่มีผู้สมัครรายอื่นมาพร้อมกัน จึงไม่มีการจับสลาก นายยุรนันท์ ได้หมายเลข 10 ซึ่งเป็นหมายเลขเดียวกับนายประภัสร์ จงสงวน ผู้สมัครในนามพรรคพลังประชาชนเคยได้ในครั้งเลือกตั้งผู้ว่าฯ ครั้งที่ผ่านมา

นายยุรนันท์ กล่าวว่า ใช้เวลาตัดสินใจไม่นานในการลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. ครั้งนี้ ซึ่งตนมั่นใจในทีมงานของพรรค ส่วนการเดินทางมาสมัครวันสุดท้าย เพราะติดเงื่อนไขกรณียุบพรรคพลังประชาชนเป็นตัวแปร อย่างไรก็ตาม แอบหวังว่าจะได้หมายเลข 10 ซึ่งเป็นหมายเลขที่นายประภัสร์ เคยได้ เมื่อได้หมายเลข 10 ก็รู้สึกอุ่นใจเหมือนได้มาสานต่อ เนื่องจากครั้งที่แล้ว นายประภัสร์ มีเวลาหาเสียงน้อย วันนี้ยังไม่ขอเปิดเผยนโยบายเนื่องจากเป็นวันมงคลซึ่งคนไทยทุกคนต่างรอฟังพระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม

ผู้สื่อข่าวถามว่าสมาชิกที่เคยสังกัดพรรคพลังประชาชนบางส่วนบอกว่าอยากสนับสนุน ม.ล.ณัฏฐกรณ์ เทวกุล นายยุรนันท์ กล่าวว่า เสียงสนับสนุนเช่นนั้นเกิดจากเมื่อครั้งที่พรรคยังไม่ชัดเจนเรื่องตัวผู้สมัครซึ่งขณะนี้พรรคเพื่อไทยมีความชัดเจนแล้วว่าส่งตนมาสมัคร ดังนั้น เมื่อเป็นมติพรรคสมาชิกพรรคทุกคนจะสนับสนุนตน เชื่อว่าไม่มีปัญหา สำหรับทีมงานในการหาเสียงนั้นจะประชุมกันในวันนี้

จากนั้น นายยุรนันท์ ได้ขึ้นไปสักการะศาลเจ้าจีน ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์ของศาลาว่าการ กทม.พร้อมกล่าวด้วยว่าวันนี้มีแผนจะเดินทางไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่วัดพระแก้วและวัดชนะสงคราม

เวลาประมาณ 08.45 น. นายธรรณม์ชัย รุ่งจิรโรจน์ นักธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับ เดินทางมายื่นใบสมัคร ได้หมายเลข 11 ตามความตั้งใจ เนื่องจากเมื่อวานนี้ (3 ธ.ค.) มาแล้วแต่ไม่สมัคร เพราะไม่ถูกโฉลกกับเลขศูนย์ พร้อมกล่าวว่า แม้เป็นผู้สมัครหน้าใหม่ แต่เนื่องจากเป็นคนกรุงเทพฯ มองเห็นปัญหากรุงเทพฯ จึงอยากอาสาแก้ปัญหา โดยนโยบายหาเสียงจะเห็นได้เป็นรูปธรรม เช่น งานที่อยากทำงานแรกคือการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงโรงพยาบาลใน กทม.ให้ทัดเทียมโรงพยาบาลเอกชน เพิ่มค่าตอบแทนให้ข้าราชการ กทม.เพื่อให้มีกำลังใจในการทำงาน อย่างไรก็ตาม จะเปิดตัวช้าหรือเร็ว คิดว่าไม่เป็นข้อได้เปรียบเสียเปรียบอย่างใด เชื่อว่าฐานเสียงของตนจะเป็นคนที่มีความรู้

ด้านนายวิชาญ ซึ่งเป็นอดีตผู้อำนวยการการเลือกตั้งพรรคพลังประชาชน ให้นายประภัสร์ ช่วงการสมัครผู้ว่าฯ กทม.ครั้งที่ผ่านมา กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยเลือกนายยุรนันท์ เพราะว่าเป็นที่รู้จัก อยู่ในแวดวงการเมืองมานาน และไม่แปลกที่เป็นดารา เพราะการเมืองระดับชาติ อย่างประธานาธิบดีประเทศอื่นเคยเป็นดาราก็มี.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-12-04 09:57:44

บทความ: แค่คิดก็ผิดแล้ว เพื่อนเนวิน!

ที่มา Thai E-News
โดย จอร์จ บางกะปิ
4 ธันวาคม 2551

ผมอเนจอนาถกับความคิดของคนบางกลุ่มที่ต้องการจะให้พรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ด้วยเหตุผล ไม่ต้องการให้พันธมิตรกลับมาสร้างความวุ่นวายอีกครั้ง โดยหากให้ขั้วรัฐบาลเดิมที่มีพรรคพลังประชาชนในนามพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งคณะผู้บริหาร เกรงว่าปัญหาจะไม่จบ ส่วนใหญ่คนที่คิดแบบนี้จะเป็นพ่อค้านักธุรกิจที่เป็นปฏิปักษ์ต่อขั้วรัฐบาลเดิมอยู่แล้ว คนที่ออกมาโยนก้อนหินถามทางคนต่อมาคือ พลตรีสนั่น ขจรประสาท สังกัดพรรคชาติที่เพิ่งโดนยุบตามพลังประชาชนมาหมาดๆ ใครที่บอกว่าเสธ.หนั่นคบยากก็เห็นกันคราวนี้แหละ เจ้าของพรรคน้ำตาท่วมทั้งพ่อทั้งลูก แต่ตัวเองยังมีแก่ใจจะตั้งตัวเป็นผู้เพาะเลี้ยงงูเห่า และที่น่าเศร้าใจยิ่งไปกว่านั้น กลุ่มเพื่อนเนวินในพรรค พปช.เดิมก็ทำแบะท่าจะเข้าไปซบ ปชป.เพื่อจัดตั้งรัฐบาลแห่งความอัปยศ

ในสถานการณ์เลวร้ายขนาดนี้ ผมไม่เชื่อว่าจะยังมีคนคิดอะไรที่สุดอุบาทว์เช่นที่กล่าวไปข้างต้น

ผมไม่เถียง คนในพรรค พปช. (เพื่อไทย) ถูกเสนอชื่อให้เป็นนายกฯ คนต่อไป อาจจะดูไม่ดีในสายตาของนักธุรกิจ คนชั้นกลางและชนชั้นสูง แต่เมื่อเอาไปเทียบกับกลุ่มพันธมิตรแล้ว พวกเขาดีกว่าล้านเท่า อย่างน้อย นักการเมืองเหล่านี้ก็ไม่เคยไปปิดสนามบินนานาชาติที่สร้างความเสียหายนับแสนล้านและการบินไทยต้องฟ้องร้องสูงถึงสองหมื่นล้าน พวกเขาไม่เคยสั่งให้สาวกบุกสถานที่ราชการ ไม่ว่าจะเป็นทำเนียบ สถานีโทรทัศน์เอ็นบีที กระทรวงทบวงกรมต่างๆ ซึ่งนำมาซึ่งความจลาจลย่อยตามถนนหนทางต่างๆ มีการยิงปืนใส่ฝ่ายตรงข้ามกลางวันแสกๆ มีการทุบตีผู้ต้องสงสัยว่าฝ่ายตรงข้ามจนปางตาย และก่อความโหดเหี้ยมต่างๆ นานา

เขียนมาถึงตรงนี้ หลายคนอาจจะแย้งว่า นี่เขาจะตั้งรัฐบาลที่มี ปชป. เป็นแกนนำนะ ไม่ใช่ พันธมิตรฯ และหาก ปชป.เป็นรัฐบาล พันธมิตรฯก็จะไม่มารบกวนสังคมไทยอีก คนที่พูดแบบนี้ แน่ใจนะว่าเอาปากพูด!

พวกคุณลืมไปแล้วหรือ พันธมิตรฯ กับพรรค ปชป. มีความเชื่อมโยงกันแนบแน่นจนเกือบจะเป็นเนื้อเดียวกัน อย่างน้อยที่สุด หนึ่งในแกนนำพันธมิตรฯที่จะต้องชดใช้ค่าเสียหายจำนวนมหาศาลแก่ประเทศชาติ เป็น สส.ของพรรคนี้!

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพันธมิตรฯ ทั้งโดยตรงและโดยอ้อม เขาไม่เคยแม้แต่ครั้งเดียวที่จะตำหนินายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์และสมาชิกคนอื่นๆ ที่เข้าร่วมมหกรรมสังหารชาติกับพันธมิตร ทั้งๆที่ เขาควรจะแสดงความบริสุทธิ์ด้วยการเข้าไล่ สส.คนนี้ไปตั้งนานแล้ว นี่เป็นประเด็นเด่นชัดและเป็นรูปธรรมมากที่สุด และจนถึงบัดนี้ที่สังคมมองเห็นความเสียหายสุดพรรณนาโดยฝีมือของพันธมิตร นายอภิสิทธิ์ก็ยังไม่มีปฏิกิริยาในประเด็นนี้ แล้วจะยังมีหน้าจะมาขอเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลอีก จริยธรรมของนักการเมืองผู้นี้อยู่ในระดับติดลบ!

ในหลายประเทศ เมื่อสมาชิกพรรคไปก่อการร้ายถึงระดับนี้ เมื่อไม่สามารถไล่ใครได้ ตัวเองก็ต้องลาออก

เมื่อพรรคการเมืองหนึ่งมีส่วนร่วมกับการกระทำที่เป็นอันตรายร้ายแรงต่อสังคม นั่นก็เท่ากับว่า ได้หมดความชอบธรรมที่จะมาเสนอหน้าจะเข้ามายุ่งเกี่ยวในทางการเมือง ไม่ว่าจะด้วยตัวเองหรืออาศัยแนวร่วมเป็นคนชงขึ้นมา

ยิ่งมาบอกว่า ถ้าพรรคนี้ได้เป็นแกนนำรัฐบาล พันธมิตรจะหยุดความเคลื่อนไหว มันจึงเป็นตรรกะที่สุดเลวร้าย “เมื่อคุณกลัวโจรจะเข้าบ้านอีกครั้ง คุณก็เลยเอาพรรคพวกของโจรมาเป็นเจ้าของบ้าน” ดังนั้น บ้านนี้เมืองนี้จึงกลายเป็นของโจรไปโดยปริยาย และสิ่งที่โจรได้กระทำการลงไปทั้งหมด ก็จะกลายเป็นความชอบธรรม การบินไทยที่ฟ้องร้องพันธมิตรสองหมื่นล้าน นอกจากจะไม่ได้คืนสักบาทแล้ว คนฟ้องอาจจะโดนโจรจับขังไปเลยก็ได้ หมอเหวง หมอสันต์ที่ไปยื่นเรื่องต่อยูเอ็นและฟ้องพันธมิตรเป็นผู้ก่อการร้ายก็จะกลายเป็นผู้ผิดโดนจองจำไปจนตาย

เราต้องพิจารณาให้จงหนัก เรากำลังต่อสู้กับผู้การที่สร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติหลายแสนล้านบาท ทั้งทรัพย์สินและภาพพจน์ และเราจะต้องทำทุกอย่างเพื่อจับโจรมาลงโทษเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนไทยและคนทั่วโลกว่า สังคมเรายึดมั่นในความเป็นนิติรัฐ-นิติธรรม ทุกฝ่ายกำลังสำรวจความเสียหายเพื่อสรุปข้อกล่าวหาในการดำเนินคดีกับโจร แต่บางคนกลับมาบอกว่า ไม่เอาแล้วล่ะ โจรมันไปแล้วก็ปล่อยมันไป อย่าให้มันกลับมาอีก ฉะนั้น เอาพรรคพวกของโจรมาเป็นผู้นำ เผื่อมันจะเกรงใจไม่บุกเข้ามาเป็นครั้งที่สองที่สาม

บางคนที่ผมกำลังพูดถึง ถือว่าเป็นพวกขี้ขลาดตาขาว หรือไม่ก็เป็นพรรคพวกของโจรเช่นกัน ลำพัง ปชป. และกลุ่มพ่อค้าหน้าเลือด ผมยังทำใจได้ แต่ตัวแทนของเราบางกลุ่มกลับทำยึกยักจะโดดเข้าร่วมกระบวนการกับโจรด้วยนี่ซิ มันช้ำใจที่สุด

เพียงเพื่อการต่อรองอะไรบางอย่าง เพียงเพื่อคนที่จะเป็นนายกฯ ไม่ถูกใจท่าน ท่านก็จะยอมกลายร่างจากคนดีไปเป็นโจรเลยหรือ...อย่าให้เขาตราหน้าว่า นักการเมืองไทยมันก็เท่านี้ ผิดชอบชั่วดี ไม่สนใจ ขอแค่ได้สิ่งต้องการเป็นพอ

ในความคิดของผม นายกฯในสถานการณ์ที่เราจะต้องจับโจรมาลงโทษจะต้อง “กล้าและเก่ง” กล้าที่จะต่อสู้กับโจรที่มีเบื้องหลังที่น่าครั่นคร้าม และเก่งที่จะหาช่องหางเอาผิดกับพวกมันได้ ส่วนเรื่องความสามารถในทางเศรษฐกิจผมว่า น่าจะเป็นเรื่องรอง เพราะความเสียหายครั้งนี้ ยากจะแก้ไขได้ภายในสองสามเดือน เก่งแค่ไหนก็ทำอะไรไม่ได้มากนักเพราะมันเกินขีดความเลวร้ายที่สุดไปแล้ว อย่างดีก็แค่ประคองตัวไม่ให้ทรุดหนักเท่านั้น อีกประการหนึ่ง ความพินาศทางเศรษฐกิจเกิดจากพันธมิตรฯโดยตรง คุณจะต้องจัดการที่ “ต้นเหตุ” โดยการลดความน่าเชื่อถือของคนกลุ่มนี้ด้วยการดำเนินการทางกฎหมายอย่างเฉียบขาดก็น่าจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยอ้อมด้วย เพราะเมื่อพันธมิตรต้องคดีร้ายแรงมากมาย พวกเขาจะมีชนักติดหลังจนเคลื่อนไหวไม่สะดวก

อย่ามักง่ายคิดแต่ว่า เอาคนที่โจรต้องการหรือคนที่โจรเกรงใจมาเป็นผู้นำประเทศ มันไม่มีประโยชน์ใดๆ กับประเทศชาติหรอกครับ เพราะประเทศไทยไม่ใช่รัฐโจรที่จะยอมจำนนกับโจรอย่างง่ายดายเช่นนี้...คนไทยส่วนใหญ่ก็ไม่ใช่โจรและยอมตายเสียดีกว่าที่จะถูกตราหน้าเป็นโจรหรือสนับสุนนพวกโจร แม้เราจะยากจนข้นเค้นขนาดไหน เราก็ไม่คบกับโจรเพียงเพื่อให้ตัวเองรอด

เราจะต้องสู้กับโจร จับโจรและขจัดโจร มิใช่ ยอมโจร เพราะหากยอมมันวันนี้ เราจะมีหลักประกันอะไรว่ามันจะไม่มาอีก
โจรมันไม่ทำมาหากินอะไร เมื่อมันหิวหรือมีความต้องการอะไรบางอย่างมันก็จะกลับมาใหม่

อย่างน้อยที่สุดจะต้องไม่ลืมว่า “สัจจะไม่มีในหมู่โจร”