WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, December 8, 2008

กรรม (ไม่) ติดจรวด

ที่มา ประชาทรรศน์

คอลัมน์ : คิดในมุมกลับ

โดย พญาเย็น


สงสารบรรดาข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ในทำเนียบรัฐบาลอย่างที่สุด หลังจากการสลายตัวของ “โจรโพกผ้าเหลือง” ก็พบว่าข้าวของในทำเนียบทั้งเสียหาย ยับเยิน และถูกยกเค้าออกไปเป็นจำนวนมาก...

ใช้คำว่า “ยกเค้า” นั่นแหละถูกแล้ว เพราะหลายห้องทำงานของหลายคนถูก “กวาด” ไปเสียเกลี้ยง จนไม่อยากเชื่อเลยว่านี่หรือฝีมือ “กองโจรมหาอำนาจ” ที่อ้างว่าตัวเองมีอุดมการณ์เพื่อชาติเป็นการชี้นำ...
แต่กู้ชาติกันคนละชิ้นสองชิ้นแบบนี้ เห็นทีก็ไม่ไหวเหมือนกันนะพี่น้อง...

หลังจากนี้ กระบวนการยุติธรรมและเจ้าหน้าที่ตำรวจคงต้องเร่งสะสางงานกองเท่าภูเขาเลากา ลำพังคดีที่ประชาชนแจ้งความจับพันธมิตรฯ นับตั้งแต่ข้อหาเบาๆ อย่างทำให้เสียทรัพย์ ไปจนถึงข้อหาหนักๆ อย่างทำร้ายร่างกายหรือฆาตกรรม ถ้าเอาเอกสารรับแจ้งความมาวางตั้ง เผลอๆ ใช้พื้นที่หนึ่งโรงพักเต็มๆ ก็ยังเก็บได้ไม่ถึงครึ่ง

ใครหลายคนคงใจร้อนอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งรัดดำเนินการให้เร็วๆ เพราะเจ็บแค้นใจที่ถูกพันธมิตรฯ กระทำมายาวนานนับปี ซึ่งเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ก็คงอยากให้เป็นเช่นนั้น เพราะมันเกี่ยวพันกับความน่าเชื่อถือที่ต่างประเทศเขากำลังจับตา...

ถามว่าถ้าต่างชาติไม่ไว้ใจและกาหัวให้เราเป็นประเทศบ้านป่าเมืองเถื่อนจะเกิดอะไรขึ้น คำตอบง่ายๆ ที่พอนึกออกตอนนี้ก็คือ ระดับบุคคล นักท่องเที่ยว ก็คงเลือกไปเที่ยวประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียง เช่น มาเลเซีย บาหลี เวียดนาม ลาว ระดับการลงทุน ก็เริ่มมีหลายธุรกิจแล้วที่ออกมายอมรับว่าระงับแผนการขยายการลงทุนในไทย และเตรียมย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศข้างเคียง ระดับมหกรรมหรือเวทีประชุมนานาชาติต่างๆ ที่ปกติหลายประเทศต้องแข่งขันกันเพื่อให้ได้สิทธิในการเป็นเจ้าภาพจัดงาน (เพื่อชื่อเสียงและเงินทองที่จะไหลมาสู่ประเทศเรา เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจให้คนกินดีอยู่ดีถ้วนหน้า) ต่อไปนี้ก็เท่ากับว่าประเทศไทยมีชนักติดหลัง แม้จะพร่ำพูดซ้ำๆ ว่าต่อไปสนามบินจะปลอดภัย 100% แต่ถามว่าถ้าเราเป็นคนชาติอื่น จะเชื่อถือคำพูดนี้มากน้อยสักแค่ไหน จะไว้ใจได้อย่างไรในเมื่อถามคนไทยในประเทศก็ยังยอมรับเลยว่าม็อบพวกนั้นทรงอิทธิพล และกฎหมายทำอะไรไม่ได้

นี่คือความเสียหายที่ “คนไทย” ต้องกลายเป็นผู้รับผิดชอบร่วมกัน ส่วนสิ่งที่ “พันธมาร” ต้องรับผิดชอบ หากอยากให้รวดเร็วปานจรวดก็คงได้แต่สวดมนต์ให้บาปกรรมจัดการกันเอาเอง

สนนท. ออกแถลงการณ์ “ต่อต้านเผด็จการ คัดค้านอำนาจนิยม”

ที่มา ประชาทรรศน์

คอลัมน์ : สิทธิประชาชน

สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) ได้ออกแถลงการณ์ “ต่อต้านเผด็จการ คัดค้านอำนาจนิยม” เรียกร้องให้ประชาชนทุกภาคส่วนออกมาคัดค้าน ต่อต้านอำนาจนอกระบอบประชาธิปไตย รัฐบาลแห่งชาติ รัฐประหาร และกระบวนการสมคบคิดทั้งปวงของฝ่ายอำมาตยาธิปไตย รายละเอียดดังนี้

แถลงการณ์สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย
“ต่อต้านเผด็จการ คัดค้านอำนาจนิยม”
สังคมไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายของยุคสมัยเกี่ยวกับการพัฒนาทางสังคมโดยรวม ทั้งจิตสำนึกทางสังคม ทรรศนะเกี่ยวกับวัฒนธรรม และโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่เท่าทันภาวการณ์เปลี่ยนแปลงของโลก การปะทุรอยร้าวทางผลประโยชน์ของชนชั้นสูงที่ช่วงชิงการกุมอำนาจและกลไกรัฐ ได้นำพาคนทั้งประเทศเข้าสู่วิกฤตการณ์ที่อาจจะเรียกได้ว่า ชี้ขาดทางประวัติศาสตร์ว่าจะก้าวไปข้างหน้า หรือจมปลักในวังวนของชนชั้นนำที่เป็นอภิสิทธิ์ชน ความขัดแย้งที่ประนีประนอมกันไม่ได้ของกลุ่มผู้ปกครอง 2 ขั้ว เริ่มเด่นชัดขึ้นนับแต่การรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 และยกระดับความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งเกิดกรณีการยุบพรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทย และพรรคมัชฌิมาธิปไตย เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2551 ที่ผ่านมา นั่นไม่เพียงเป็นเรื่องของ “คนข้างบน” ที่ทะเลาะกัน หากแต่ผลกระทบนั้นขยายไปทั่วทั้งสังคม เนื่องจากคนทั้ง 2 กลุ่ม ดำรงตนอยู่ในฐานะ “ชนชั้นปกครอง” จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าชะตากรรมของชาติบ้านเมืองเกี่ยวข้องกับคนทุกผู้ทุกนาม โดยเฉพาะ “ชนชั้นผู้ถูกปกครอง” ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของสังคม และเป็นพลังที่จะตัดสินอนาคตของประเทศชาติ
...พ่อแม่พี่น้อง ตลอดทั้งเพื่อนนิสิตนักศึกษาที่เคารพรัก “การตั้งสติ” กับสถานการณ์ทางการเมืองนั้นเพียงพอแล้วสำหรับระยะเวลา 2 ปีเศษที่ผ่านมา ถึงเวลาที่เราต้องกล้าเผชิญกับภารกิจทางประวัติศาสตร์ สร้างสิ่งที่ดีกว่าให้กับชีวิตและสังคม ทั้งนี้ ก็เพื่อคนรุ่นก่อนที่เสียสละก่อนหน้าเรา เพื่อลูกหลานของเราในอนาคต และเพื่อชีวิตที่ดีกว่าของเราเอง
สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) มีจุดยืนที่คัดค้านอำนาจนอกระบบมาโดยตลอด โดยยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยที่อิงอยู่กับอำนาจของประชาชน ปฏิเสธและต่อต้านการรัฐประหารไม่ว่าในรูปแบบการใช้กำลังทหาร หรือไม่ว่าจะซ่อนรูปมาในกระบวนการทางสังคมไทย เพราะนั่นคือการเป็นปฏิปักษ์กับประชาธิปไตยของประชาชน เรามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องแสดงความชัดเจนซึ่งจะเป็นรูปธรรมในอนาคต และเพื่อปกป้องระบบรัฐสภาของประชาชน
ข้อแรก เราขอคัดค้าน “รัฐบาลแห่งชาติ” ที่ฝ่ายอนุรักษนิยมพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อจะสถาปนาขึ้น โดยเฉพาะช่วงที่เป็นสุญญากาศทางการเมืองที่สุ่มเสี่ยงในขณะนี้
ข้อสอง สถาบันทางสังคมหลายสถาบันได้หมดความชอบธรรมในฐานะผลผลิตของการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ซึ่งเป็นกลไกหนึ่งของระบอบอำนาจนิยมที่เป็นปฏิปักษ์และบ่อนทำลายประชาธิปไตย ไม่ว่า ส.ว. สรรหา ป.ป.ช. กกต. และตุลาการ เป็นต้น
ข้อสาม เราเห็นด้วยกับหลักการของ “กลุ่มเสื้อแดง” และขอสนับสนุนการต่อสู้เพื่อปกป้องประชาธิปไตยระบบเลือกตั้งและระบบรัฐสภา ที่เห็นและเคารพสิทธิทางการเมืองของประชาชน ซึ่งเราเชื่อว่าเป็นพลังที่ก้าวหน้ากว่า “กลุ่มเสื้อเหลือง” โดยมีการชุมนุมอย่างสันติวิธีและไม่สร้างอาชญากรรมให้เกิดขึ้นในสังคม ทั้งเศรษฐกิจ การเมือง วัฒนธรรม
ข้อสี่ ขอเชิญชวนและเรียกร้องให้พ่อแม่พี่น้องประชาชน เพื่อนนิสิตนักศึกษา ออกมาคัดค้านต่อต้านอำนาจนอกระบอบประชาธิปไตย รัฐบาลแห่งชาติ รัฐประหาร และกระบวนการสมคบคิดทั้งปวงของฝ่ายอำมาตยาธิปไตย ที่กำลังเป็นภัยคุกคามประชาธิปไตยอยู่ในขณะนี้
สุดท้าย เราขอประณามการกระทำการของฝ่ายอนุรักษนิยมทั้งปวงที่ฝักใฝ่ระบอบอำมาตยาธิปไตย ทั้งการกระทำในอดีตที่ปรากฏ และอนาคตอันใกล้ที่ไม่ได้อยู่นอกเหนือความคาดหมายของเรา

ศรัทธาและเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตย

...คารวะแด่ ลุงนวมทอง ไพรวัลย์
(วีรชนประชาธิปไตยที่พลีชีพเพื่อต่อต้านเผด็จการ)
5 ธันวาคม 2551

สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย

รัฐบาลใหม่ใกล้นิ่ง! "อภิสิทธิ์"เดินสายขอบคุณ "เพื่อนเนวิน"ย้ำไม่ถอนยวง "เพื่อไทย"ลั่นสู้

ที่มา ประชาทรรศน์

รัฐบาลใหม่ใกล้คลอด! ปชป.ยื่น 242 รายชื่อเปิดสภาเฟ้นนายกฯ คาดดีเดย์ 12 ธ.ค.นี้ "มาร์ค"เดินสายส่งเทียบเชิญ "เติ้ง"โปรยยาหอมคุณสมบัติเหมาะเป็นผู้นำ "เพื่อนเนวิน"โต้ข่าวเสียงแตก ลั่นถอยเป็นหมายันเดินหน้าเพื่อชาติ ย้ำ 31 ส.ส.ไม่เปลี่ยนขั้ว แย้ม"ป๋าเหนาะ"จ่อผนึกกำลัง "เพื่อไทย"ชู 230 เสียงสู้ "อภิวันท์"ไม่ถอดใจ ขอลุ้นถึงวันสุดท้าย

วันนี้ (8 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตยประธานผู้ประสานงานพรรคฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) และคณะ เดินทางเข้ายื่นรายชื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จำนวน 242 รายชื่อ ต่อนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้พิจารณาให้มีการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี คนที่ 27

คาดเปิดสภาเลือกนายกฯ 12 ธ.ค.นี้

ทั้งนี้ นายสาทิตย์ กล่าวภายหลังเข้ายื่นรายชื่อเสร็จสิ้น โดยระบุว่า ในการยื่นรายชื่อครั้งนี้เป็นไปตามกระบวนการและมีจำนวน ส.ส.ครบ 1 ใน 3 แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อได้เนื่องจากได้รับการขอร้องจาก ส.ส.บางส่วนว่าได้รับสายตรงจากแดนไกล ซึ่งคาดว่าภายในวันที่ 12 - 16 ธ.ค.นี้ น่าจะมีความชัดเจนในการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญได้ ซึ่งทางพรรคประชาธิปัตย์จะเร่งดำเนินการตามกระบวนการโดยเร็วเพื่อจัดตั้งรัฐบาล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนของ ส.ส.จำนวน 242 คน ประกอบด้วย ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อแผ่นดิน พรรคร่วมใจไทยชาติพัฒนา อดีต ส.ส.พรรคพลังประชาชน อดีต ส.ส.พรรคชาติไทย และอดีต ส.ส.พรรคมัชฌิมาธิปไตย อย่างไรก็ตามหนึ่งในนั้น มี พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อแผ่นดิน และส.ส.สัดส่วน พร้อมกับ พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร หัวหน้าพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา รวมอยู่ด้วย

นอกจากนี้ ยังมีรายงานข่าวว่า เสียงสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์จัดตั้งรัฐบาล ณ ขณะนี้ มีจำนวน 260 เสียง ประกอบด้วย ประชาธิปัตย์ 165 เสียง เพื่อแผ่นดิน 24 เสียง ชาติไทยพัฒนา 15 เสียง มัชฌิมา(เดิม) 10 เสียง รวมใจไทยชาติพัฒนา 9 เสียง และพลังประชาชน 35 เสียง ขณะเดียวกัน มีรายงานข่าวอีกว่า มีแนวโน้มเป็นไปได้สูงที่นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช จะตัดสินใจเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาล

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมแกนนำและ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ประมาณ 20 คน เดินทางไปยังบ้านพักนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย ถ.จรัญสนิทวงศ์ เพื่อเชิญเชิญ ส.ส.ในนามพรรคชาติไทยพัฒนา (ชาติไทยเดิม) เข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคประชาธิปัตย์อย่างเป็นทางการ โดยนายอภิสิทธิ์ได้มอบช่อดอกกุหลาบสีแดงให้นายบรรหาร พร้อมกับกล่าวขอบคุณที่ให้การสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์จัดตั้งรัฐบาลและขอคำแนะจากนายบรรหาร เนื่องจากมีประสบการณ์ด้านการเมืองเป็นเวลายาวนาน

"ชาติไทย"ย้ำหนุน ปชป.ตั้งรัฐบาล

จากนั้น นายบรรหาร กล่าวว่า นายอภิสิทธิ์เป็นหนุ่มไฟแรง มีความสามารถ มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี ใครก็ตามที่มีคุณสมบัติดังกล่าวก็สามารถที่จะเป็นนายกฯได้ทั้งสิ้น

ด้าน พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า อดีต ส.ส. ของพรรค มีมติที่จะสนับสนุน นายอภิสิทธิ์ เป็นนายกฯ พร้อมทั้งยังเห็นว่า มีความเหมาะสม เนื่องจากโดยหลักการแล้ว พรรคที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล หัวหน้าพรรคก็จะต้องเป็นนายกฯ และเชื่อว่า พรรคประชาธิปัตย์ สามารถรวบรวมเสียงข้างมากได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนั้น แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมคณะได้เดินทางไปพบนางอนงค์วรรณ เทพสุทิน อดีตหัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตยและนายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีตแกนนำพรรคไทยรักไทยต่อเลยทันที

จากนั้น นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์หลังเข้าพบนางอนงค์วรรณว่า ส.ส. ที่ตัดสินใจร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคจะไม่เปลี่ยนใจจนถึงนาทีสุดท้าย แม้ว่าอาจมีแรงกดดันบ้าง แต่จากการพบกับแกนนำพรรคต่างๆล้วนมีการตอบรับอย่างชัดเจน หนักแน่นและราบรื่นโดยทุกคนเห็นตรงกันว่า จะช่วยแก้ไขปัญหาบ้านเมือง พร้อมเชื่อมั่นว่า จะไม่มีการยุบสภาก่อนเลือกนายกรัฐมนตรี

ขณะที่ นายสุเทพ เปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้ จะไปพบกับกลุ่มเพื่อนเนวิน ส่วนพรรคเพื่อแผ่นดิน จะรอการประชุมเลือกหัวหน้าพรรคและ กรรมการบริหารพรรคก่อน

"เพื่อแผ่นดิน"แทงกั๊ก 2 ฝ่าย

วันเดียวกัน นายไชยยศ จิรเมธากร รักษาการโฆษกพรรคเพื่อแผ่นดิน กล่าวว่า ส.ส.ของพรรคเพื่อแผ่นดินทั้ง 25 เสียง คือ ส.ส.ของพรรคเดิมที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ 21 คน รวมกับ ส.ส.ของพรรคพลังประชาชน กลุ่มเพื่อนเนวินที่ย้ายมาสังกัดกับพรรคเพื่อแผ่นดินอีก 4 คนจาก จ.สุรินทร์ ได้แก่นายกิตติศักดิ์ รุ่งธนเกียรติ นายธีระทัศน์ เตียวเจริญโสภา นางมะลิวัลย์ ธัญญสกุลกิจและนายเลิศศักดิ์ ทัศนเศรษฐ ได้เข้าชื่อสนับสนุนให้มีการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญไปแล้ว และทุกคนพร้อมจะตัดสินใจทางการเมืองไปในทิศทางเดียวกันไม่ว่าพรรคจะมีมติอย่างไร

เมื่อถามถึงกรณีที่แกนนำพรรคเพื่อไทยยื่นข้อเสนอให้ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ประธานคณะที่ปรึกษาพรรคเพื่อแผ่นดินเป็นนายกฯนั้น นายไชยยศ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับมติพรรคที่ขณะนี้มีการพูดคุยกับ ส.ส.ของพรรคอยู่ตลอดเวลา

ทั้งนี้ มีรายงานข่าวว่า แม้พรรคเพื่อแผ่นดินจะเข้าชื่อร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ในการขอเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญเพื่อเลือกนายกฯ ก็ตาม แต่ก็ยังมีการส่งรายชื่อไปยังพรรคเพื่อไทยในการขอเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญด้วยเช่นกัน โดยเห็นว่า ขณะนี้การเมืองยังไม่นิ่ง อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา โดยระหว่างนี้ ทางแกนนำพรรคได้ตั้งวอร์รูมหารือร่วมกันอยู่ตลอด ซึ่งได้มี

แกนนำทั้งจากพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคเพื่อไทยต่างประสานเสนอเงื่อนไขต่างๆ เข้ามาโดยทางแกนนำรับข้อเสนอไว้ทั้งสองขั้วแต่ไม่ได้ตอบรับข้อเสนอแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ในการจัดสรรโควต้ารัฐมนตรีจากการพูดคุยกับแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ จะให้คงโควตาเดิมของพรรคร่วมรัฐบาลเอาไว้ แล้วมาปรับเกลี่ยกันเองภายหลัง
กลุ่มเพื่อนเนวินสวนเพื่อไทยแอบอ้าง ยันจับมือปชป.

"เพื่อนเนวิน"โต้ข่าวเสียงแตกแย้ม"ป๋าเหนาะ"เปลี่ยนขั้ว

วันเดียวกัน นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ ว่าที่ ร.ต.นายพงศ์พันธ์ สุนทรชัย ส.ส.หนองคาย และนายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ได้ร่วมแถลงข่าว โดยว่าที่ ร.ต.พงศ์พันธุ์ กล่าวว่า ขณะนี้รวบรวมรายชื่อ ส.ส. ขอเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีต่อ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้เกินกึ่งหนึ่งแล้ว แต่ประธานสภาฯติดภารกิจไปต่างจังหวัด เมื่อประสานไปยังรองประธานสภาผู้แทนฯได้รับแจ้งว่าไม่สามารถรับแทนได้ และได้ทราบว่าฝ่ายค้านได้ยื่นขอเปิดประชุมสภาแล้ว ดังนั้น ทางพรรคเพื่อไทยก็พร้อมที่จะเข้าประชุม เพราะเรามีเสียง ส.ส.สนับสนุน เกือบ 230 เสียง ทั้งนี้ได้มี ส.ส.กลุ่มเพื่อนเนวิน เข้ามาอยู่กับพรรคเพื่อไทยแล้ว อาทิ นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ ส.ส.หนองบัวลำภู นายจตุพร เจริญเชื้อ ส.ส.ขอนแก่น นายธนเทพ ทิมสุวรรณ และนางนันทนา ทิมสุวรรณ ส.ส.เลย นายวิเชียร อุดมศักดิ์ ส.ส.อำนาจเจริญ ซึ่งตอนนี้กลุ่มเพื่อนเนวินเหลือเพียง 15-17 คน ที่ยังสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ จึงเชื่อว่า ยังมีเวลา เพราะ ส.ส.ไม่ใช่สินค้า ไม่ใช่ผักปลา ต้องคำนึงถึงบ้านเมืองเป็นหลัก

ขณะที่ นายวิเชียร กลุ่มเพื่อนเนวิน กล่าวว่า การที่ ว่าที่ ร.ต.พงศ์พันธ์ ออกมาระบุว่า ส.ส.กลุ่มเพื่อเนวิน กลับมาสนับสนุนอยู่กับพรรคเพื่อไทย เหลือเพียง 15 คนที่ยังสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริงตามที่มีการอ้าง เนื่องจากตนเองพร้อม ส.ส.ในกลุ่มยังเหนียวแน่นในการสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์จัดตั้งรัฐบาล และยังมี ส.ส.เสียง 30 เสียงแน่นอน ไม่พลิกมาอยู่กับพรรคเพื่อไทยซึ่งก็อยากเห็นรายชื่อที่เซ็นเหมือนกัน อย่างไรก็ตาม วันนี้ได้บอกกับ ส.ส.ในกลุ่มว่า นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ก็จะมาอยู่กับเรา

ลั่นถอยเป็นหมาเดินหน้าเพื่อชาติ

ด้าน นายศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.นครพนม กลุ่มเพื่อนเนวิน กล่าวว่า ขณะนี้จำนวน ส.ส.ในการจัดตั้งรัฐบาลนิ่งแล้ว อยู่ที่ 242 เสียง แต่มีแนวโน้มว่าจะมี ส.ส.เข้ามาสนับสนุนเพิ่มเติมอีก ซึ่งหลายคนยังขอเวลารอให้ทุกอย่างชัดเจนกว่านี้ เพราะหากเปิดตัวตอนนี้จะโดนบี้ทุกคนเห็นด้วยกับแนวทางที่ต้องการให้บ้านเมืองสงบและประเทศเดินหน้าต่อไปได้

ทางด้าน นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ส.ส.นครราชสีมา กลุ่มเพื่อเนวิน กล่าวว่า ทางกลุ่มจะไม่กลับไปร่วมกับพรรคเพื่อไทยอย่างแน่นอน เพราะกลุ่มตนได้ยืนยันชัดเจนแล้วว่า ถอยเป็นหมา เดินหน้าเพื่อชาติ แม้ขณะนี้จะเผชิญกับแรงกดดันและแรงเสียดทานจากชาวบ้าน เพราะขณะนี้กลุ่มเพื่อเนวินมีทั้งหมด 37 คน แต่มาลงชื่อเพียง 21 คน ดังนั้น ในวันโหวตเลือกนายกฯ เชื่อว่า จะมีเสียงเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน โดยหลังจากยื่นหนังสือเสร็จ กลุ่มเพื่อนเนวิน ได้เข้าร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับนายชัย ชิดชอบ ที่ห้องประธานสภาฯ โดยมีรายงานว่า ได้ร่วมกันเพื่อหารือถึงกรณีที่กลุ่มเนวิน มาสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ และถูกบีบทางการเมือง เพื่อเตรียมตั้งรับ

"อภิวันท์"ไม่ถอดใจจัดตั้งรัฐบาล

ทางด้าน พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย แกนนำพรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานสภา คนที่ 2 กล่าวถึงการจัดตั้งรัฐบาลว่า ตามระบอบประชาธิปไตยต้องปล่อยให้แต่ละพรรคเคลื่อนไหวจัดตั้งรัฐบาล แต่สำหรับพรรคเพื่อไทยนั้น ไม่มีคำว่าถอดใจ จะทำหน้าที่ของอย่างดีที่สุด ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ได้เสียงสนับสนุนเกิน 200 เสียงหรือ 1 ใน 3 ของสมาชิกรัฐสภา ก็สามารถขอเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญได้ และถ้าพรรคใดได้เสียงเกินกึ่งหนึ่ง ก็มีความชอบธรรมในการเป็นรัฐบาล ส่วนพรรคที่เหลือก็ต้องเป็นฝ่ายค้านไป ซึ่งตนก็พร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้าน แต่เท่าที่ฟังทั้ง 2 ฝ่ายก็พยายามอ้างว่ามีเสียงเกินครึ่งหนึ่ง ดังนั้นจึงต้องรอดูวันโหวตเลือกนายกฯ

ยึดทรัพย์นายทุนพันธมารหนุนก่อการร้าย-ยึดสนามบิน

ที่มา ประชาทรรศน์

‘จงรัก’ เล็งเอาผิดพันธมาร ‘ก่อการร้าย-ยึดสนามบิน’ ไล่เช็กบิล ‘นายทุน พธม.’ จ่ายท่อน้ำเลี้ยงหนุนโจรกบฏ พร้อมทิ่มสำนวนส่ง ป.ป.ง.เช็กบัญชีทรัพย์สิน โทษหนัก!ยัดคุก 10 ปี-สั่งยึดทรัพย์เกลี้ยง ย้ำอนุสัญญา ‘ภาคีระหว่างประเทศ’ คว่ำบาตรสินค้าผู้ให้การสนับสนุนการก่อการร้าย ไม่หวั่นรัฐบาลผลัดใบ ลั่นยืนกราน ‘เอาผิด’

พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะกำกับดูแลกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี น.พ.เหวง โตจิราการ แกนนำสมาพันธ์ประชาธิปไตย ได้ยื่นร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ให้ดำเนินคดีกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) หลังบุกยึดสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมือง ในข้อหาก่อการร้าย

ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนได้ทำการรวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐาน และตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ข้อหาก่อการร้ายถือเป็นมูลเหตุข้อหาหนึ่งของ พ.ร.บ.การป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ซึ่งจะต้องสรุปข้อมูลและรายงานให้คณะกรรมการปปง.ได้รับทราบ เพื่อดำเนินการกับผู้ที่ให้เงินสนับสนุนกับกลุ่มพันธมิตรฯในการเข้ายึดสนามบิน ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี และยึดทรัพย์สิน รวมทั้งริบทรัพย์สินในส่วนของการถ่ายโอนบัญชีที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาได้ประสานไปยังเลขาธิการ ปปง.ให้เจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบการหมุนเวียนของเงินในบัญชี ว่าเงินมีการถ่ายโอนจากบัญชีใดไปอยู่บัญชีไหน ซึ่งเป็นหน้าที่ของ ปปง.โดยเฉพาะ อย่างไรก็ตามเท่าที่ทราบมีภาคีระหว่างประเทศมีอนุสัญญาระบุชัดเจนว่า หากบริษัทห้างร้านใดมีส่วนร่วมสนับสนุนการก่อการร้ายและบุกยึดสนามบินรัฐ ภาคีต่างๆจะห้ามให้สินค้าของบริษัทนั้นๆเข้าประเทศ

เมื่อถามว่า มีรายชื่อของบริษัทใหญ่ๆ ที่อยู่เบื้องหลังการชุมนุมหรือไม่ พล.ต.อ.จงรัก กล่าวว่า เท่าที่ทราบขณะนี้ตำรวจสันติบาลมีรายชื่อบริษัทห้างร้านที่ให้เงินสนับสนุนกลุ่มผู้ชุมนุมแล้ว ซึ่งมีหลายบริษัท และกำลังจัดส่งรายชื่อบริษัทเหล่านี้ให้ทาง ปปง.ตรวจสอบ แต่ไม่สามารถเปิดเผยชื่อของบริษัทเหล่านี้ได้

ต่อข้อถามว่า หากมีการเปลี่ยนรัฐบาลจะเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินคดีหรือไม่ พล.ต.อ.จงรัก ระบุว่า การดำเนินการของพนักงานสอบสวนเป็นไปตามกฎหมาย ไม่ว่ารัฐบาลจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรการดำเนินการตามกฎหมายก็ยังคงดำรงอยู่ รัฐบาลใดเข้ามาก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย

ทำเนียบฯเปิดใช้วันแรก'จงรัก'ไร้น้ำยา!เอาผิดใครไม่ได้

เมื่อช่วงเช้าวันนี้(8 ธ.ค.) นักประดาน้ำจากศูนย์ ปฏิบัติการกองทัพเรือ และเจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิดใต้น้ำ จากกองทัพเรือจะตรวจค้นสิ่งของในคลองผดุงกรุงเกษม ที่เชื่อว่าอาจมีอาวุธที่กลุ่มพันธมิตรฯโยนทิ้งในคลองก่อนสลายการชุมนุม เหตุที่ต้องตรวจสอบในคลองเนื่องจากอยู่ติดทำเนียบรัฐบาลและอยู่ใกล้การชุมนุม ตามหลักทั่วไปที่ถือว่าแม่น้ำลำคลองเป็นสถานที่ที่คนทั่วไปจะทำลายหลักฐานง่ายที่สุด เช่น ใครมีอะไรที่ไม่ต้องการและอยากจะทิ้งก็มักโยนลงในน้ำ เพราะฉะนั้นจำเป็นต้องตรวจสอบให้ครบถ้วน ถือเป็นหลักการตรวจสถานที่เกิดเหตุทั่วไปของตำรวจ

"ยอมรับว่าการดำเนินคดีกับกลุ่มพันธมิตรฯ ในข้อหามีอาวุธ หรือยาเสพติดไว้ในความครอบครองเป็นเรื่องยาก เนื่องจากขาดพยานหลักฐานว่าเป็นของใคร ทั้งนี้เพราะกลุ่มพันธมิตรฯสลายตัวกลับบ้านไปหมดแล้ว ถ้าเอาตัวมาถามก็จะปฏิเสธ หากฟ้องไปศาลก็ต้องยกฟ้อง เพราะศาลยึดหลักว่า ถ้ามีข้อสงสัยต้องยกประโยชน์ให้จำเลย แต่สิ่งที่มองเห็นได้ก็คือ เป็นเครื่องแสดงว่าการชุมนุมในครั้งนี้ไม่ใช่การชุมนุมโดยปราศจากอาวุธดังที่กล่าวอ้างกัน" รอง ผบ.ตร.ระบุ

อย่างไรก็ตาม ได้มีการสรุปผลการตรวจสิ่งของที่พบภายในทำเนียบรัฐบาลว่า มีระเบิดชนิดต่างๆ ทั้งระเบิดปิงปอง ระเบิดขวด 110 ลูก ระเบิดเพลิง ประทัดและพลุ รวม 280 อัน อุปกรณ์ประกอบระเบิด 55 ชิ้น ปุ๋ยแอมโมเนียที่ใช้ ทำระเบิด 10 ถุง กระสุนปืน .38 จำนวน 105 นัด น้ำกรด 75 ขวด ท่อนเหล็ก 312 ท่อน ท่อนไม้ 150 ท่อน ไม้กอล์ฟ 55 อัน หนังสติ๊ก 16 อัน ลูกเหล็ก ลูกแก้ว หิน น็อต ใช้สำหรับยิง 497 อัน หมวกนิรภัย 24 ใบ สารเสพติด 4 คูณ 100 รวม 33 ขวด ใบกระท่อม 12 ถุง โล่ 5 อัน สนับแขน 183 อัน ท่อพีวีซี ที่เป็นกระบอกฉีดน้ำ 81 อัน และมีด 1 เล่ม

สรุปเหตุปะทะ'เสื้อเหลือง-เสื้อแดง'เจ็บ737ตาย8

นพ.เพชรพงษ์ กำจรกิจการ ผู้อำนวยการศูนย์เอราวัณ สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้สรุปยอดผู้บาดเจ็บ เสียชีวิต จากเหตุชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) และการชุมนุมของแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ในพื้นที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม - 2 ธันวาคม 2551 มีผู้บาดเจ็บทั้งสิ้น 737 ราย เสียชีวิต 8 ราย

พท.ชำแหละส.ว.ลากตั้งสาระแนสกัดทางเลือกนายกฯ

ที่มา ประชาทรรศน์

ส.ส.สัดส่วนเพื่อไทย จวกยับ 40 ส.ว.ลากตั้ง "สาระแน" ตีความรัฐธรรมนุญเองหมด วิ่งร้องศาลวินิจฉัยสกัดทางโหวตเลือกนายกฯ ชี้หวังริดรอนกิ่งใบพปช.ให้เหลือแต่ตอ ย้ำตามกม.บัญญัติไว้ชัดแจ้งแล้ว ลากคดียุบพรรคบิ๊กจิ๋วเป็นมาตราฐาน

ที่ทำการพรรคเพื่อไทยวันนี้ (8ธ.ค.) ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส.สัดส่วน พร้อมทั้งนายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ ส.ส.สัดส่วน และนายสุรชัย เบ้าจรรยา ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ร่วมกันแถลงข่าวถึงกรณีที่สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กลุ่มหนึ่งยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความสมาชิกภาพของส.ส.สัดส่วน พรรคพลังประชาชนเดิมว่าสามารถย้ายไปสังกัดพรรคเพื่อไทยได้หรือไม่

ทั้งนี้นายมานิตย์ กล่าวว่า ตามรัฐธรรมนูญ 2540 มาตรา 118(9) ซึ่งถูกยกเข้ามาในรัฐธรรมนูญ 2550 ด้วยในมาตรา 106(8) นั้นถ้อยคำในมาตรานี้ระบุไว้ชัดเจนว่า ขาดจากการเป็นสมาชิกของพรรคการเมืองในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคการเมืองที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้นั้นเป็นสมาชิก และไม่อาจเข้าเป็นสมาชิกของพรรคการเมืองอื่นได้ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่ง ในกรณีเช่นนี้ให้ถือว่าสิ้นสุดสมาชิกภาพนับแต่วันถัดจากวันที่ครบกำหนดหกสิบวันนั้น ดังนั้นที่บอกว่าไม่สามารถสังกัดพรรคที่ไม่มีส.ส.ในสภาได้นั้น เป็นการตีความโดยเติมถ้อยคำลงในกฎหมาย เป็นการวิเคราะห์ถ้อยคำในกฎหมาย ซึ่งจะเติมหรือตัดคำใดลงไปไม่ได้

เช่นเดียวกันกับ ร.ต.ท.เชาวริน กล่าวย้อนความว่า เมื่อครั้งที่มีการยุบพรรคความหวังใหม่ ส.ส.ทั้งหมดก็ย้ายมาอยู่กับพรรคไทยรักไทยได้ทั้งหมด ดังนั้นการยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อตีความนั้น เป็นการริดรอนกิ่งก้านใบของพรรคเพื่อไทยให้เล็กลง หรือไม่ก็ส.ว.ส่วนหนึ่งปฏิบัติหน้าที่นอกเหนือจากรัฐธรรมนูญ รายการแบบนี้ไม่ใช่สาระแนโชว์ ถือเป็นเรื่องที่น่ารังเกียจ เพราะไปเป็นเครื่องมือของพรรคที่พยายามจะเข้ามามีอำนาจในบ้านเมืองให้ได้ แม้ว่าจะต้องทำลายเศรษฐกิจ การเมือง และสังคมของประเทศขนาดไหนก็ตาม

เสื้อแดงลุกฮือต้านรบ.พรรคสะตอ ย้ำชัดไม่เอา'ท่านผู้นำมาร์ค'

ที่มา ประชาทรรศน์

กลุ่มเสื้อแดงเชียงรายฮึ่ม!รอสัญญาณเคลื่อนพลชุมนุมใหญ่ ค้านพรรคประชาธปัตย์จัดตั้งรัฐบาล ย้ำชัดส.ส.ในพื้นที่ยังหนุนพรรคเพื่อไทย ขณะที่'มาร์ค'ฟุ้งพรรคร่วมชูขึ้นหิ้งนายกฯสกัด'ชวน'อ้างไร้คนหนุน

จากสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ที่มีการสลับขั้วและมีการจับขั้วใหม่ทางด้านการเมืองเพื่อจัดตั้งรัฐบาลจนทำให้กลุ่มคนเสื้อแดงในพื้นที่ จ.เชียงราย พากันวิพากษ์วิจารณ์และวิเคราะห์ไปต่างๆนานา โดยส่วนหนึ่งเชื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์น่าจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ เนื่องจากการติดตามกระแสข่าวพบว่าทางพรรคร่วมรัฐบาลสามารถเข้าร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ อย่างไรก็ตามในส่วนของบรรดา ส.ส.ในพื้นที่ จ.เชียงราย ก็ยังคงเลือกอยู่ข้างพรรคเพื่อไทยทั้งหมดและมีกระแสข่าวว่าอาจจะมีการรวมตัวของกลุ่มเสื้อแดงที่ จ.เชียงราย อีกครั้งเพื่อติดตามสถานการณ์ ซึ่งหากได้รับสัญญาณอย่างไรและจะมีการเคลื่อนไหวทันที

นอกจากนี้ ยังมีกระแสข่าว่า กลุ่มเสื้อแดงเชียงรายเตรียมเคลื่อนไหว หากได้รับสัญญาณจากกลุ่มอื่นๆ ทั่วประเทศเพื่อเตรียมเคลื่อนพลครั้งใหญ่ หากพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) จัดตั้งรัฐบาลสำเร็จ

'มาร์ค'ฟุ้งพรรคร่วมชูขึ้นหิ้งนายกฯ

ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวที่รัฐสภาเมื่อเช้าวันนี้ว่า พรรคพร้อมเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาล โดยได้รับการยืนยันจากทุกพรรคการเมืองและทุกกลุ่มที่จะเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคประชาธิปัตย์แล้ว และในวันนี้หลังยื่นขอเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีต่อประธานรัฐสภาแล้ว ช่วงบ่ายจะเดินทางเข้าพบนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย เพื่อเชิญ ส.ส.ของพรรคเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาล ส่วนพรรคประชาราชนั้น ยอมรับว่า ขณะนี้มีการติดต่อประสานงานกันแล้ว พร้อมยอมรับเร็วๆ นี้ จะมีการหารือกับกลุ่มเพื่อนเนวิน รวมทั้งเชื่อว่าจากนี้จะยังมีแรงกดดันหลายรูปแบบ เพื่อสกัดกั้นการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์


"ส่วนการจัดสรรโควตารัฐมนตรีว่า จะให้ความเป็นธรรมกับพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค และพิจารณาบุคคลโดยคำนึงถึงความสามารถ และความเหมาะสมเป็นหลัก" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

สกัด'ชวน'นั่งนายกฯอ้างไม่มีคนหนุน

นอกจากนี้ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังย้ำในรายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง3 โดยระบุว่าไม่เคยมีกลุ่มใดออกมาหนุน 'นายชวน หลีกภัย' ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี แทนตน แต่หากมีความจำเป็นเพื่อบ้านเมืองก็ไม่มีปัญหา

อย่างไรก็ตามนายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวอีกว่าความตั้งใจที่จะพยายามนำบ้านเมืองออกจากวิกฤต จะทำภาพลักษณ์ใหม่ของประเทศเดินหน้ามากขึ้น


กลุ่มเสื้อแดงอุดรต้านรัฐบาลปชป.

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศว่าวันนี้ กลุ่มชมรมคนรักอุดร พร้อมด้วย กลุ่มคนรู้ใจ และกลุ่มคนเสื้อแดง จ.อุดรธานี หลังจากที่ทราบข่าวว่านายเชิดชัย วิเชียรวรรณ ส.ส.อุดรฯ อดีตพรรคพลังประชาชน สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์จัดตั้งรัฐบาล ปรากฏว่ามีประชาชนจำนวนมากได้เดินทางไปยังบ้านพักของนายเชิดชัย ที่อ.หนองแสง และที่ทำการพรรค ในเขตเทศบาล เพื่อสอบถามจุดยืน โดยทางกลุ่มได้เขียนป้ายต่อต้านการร่วมรัฐบาลกับพรรคประชาธิปัตย์ ขณะเดียวกันประชาชนบางส่วนได้ร่วมกันลงชื่อเพื่อถอดถอน นายเชิดชัย ออกจากการเป็น ส.ส. ส่วนด้านนายเชิดชัย ยังอยู่ใน กทม.

"เหนาะ"ยันไม่ย้ายขั้วอ้าง"มาร์ค"ขึ้นเหนือ-อีสานไม่ได้

ที่มา มติชนออนไลน์

เมื่อเวลา 17.30 น. นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ให้สัมภาษณ์ว่า ยังอยู่ขั้วเดิมไม่ได้ไปไหน ยังอยู่ขั้วที่หาทางออกให้ประชาชน ซึ่งตอนนี้บ้านเมืองทรุดหนัก ตนอายุ 75 ปีไม่เคยเห็นบ้านเมืองทรุดขนาดนี้ เราเคยเห็นเวียดนามเหนือ เวียดนามใต้ เกาหลีเหนือ เกาหลีใต้ หากประเทศไทยแก้ไขปัญหาเหล่านี้ไม่ได้ก็จะเป็นไทยเหนือ ไทยใต้ได้ ดังนั้นจึงขอยืนยันแนวคิดเดิมว่า นายจะมาจากพรรคพลังประชาชนเดิมไม่ได้ และมาจากพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้เช่นกัน นี่หากนายบรรหาร ศิลปอาชา ไม่ถูกตัดสิทธิ์เลือกตั้ง ตนก็จะเสนอให้นายบรรหารเป็นนาย แต่เมื่อเป็นเช่นนี้นายกฯจะต้องมาจาก 5 พรรคร่วมเดิม ซึ่งจะเป็นใครก็ต้องคุยกันต่อไป แต่ไม่ใช่นายเสนาะแน่นอน ซึ่งตอนนี้ก็มีตัวเลือกเป็นอดีตนายทหารใหญ่และอดีตนายตำรวจใหญ่อยู่


นายเสนาะ กล่าวอีกว่า ครั้งแรกเมื่อวันที่ 4 ธ.ค. ที่ตนเสนอแนวคิดรัฐบาลเพื่อชาติ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ก็โทรศัพท์มาบอกว่าเห็นด้วย แล้วก็ไปคุยกับกลุ่มเนวิน ชิดชอบ และกลุ่มของนายสรอรรถ กลิ่นประทุม รวมทั้งกลุ่มของนายสุชาติ ตันเจริญ ก็พูดกันว่าจะเอาแนวทางรัฐบาลเพื่อชาติ แต่พรรคพลังประชาชนเดิมคงเคลื่อนไหวช้าไป ทำให้กลุ่มของนายเนวินไปประกาศหนุนพรรคประชาธิปัตย์และชูนายอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ ซึ่งทำอย่างนั้นไม่ได้ แล้วเมื่อตนเสนอให้มีรัฐบาลเพื่อชาติ แต่จะให้ไปหนุนพรรคประชาธิปัตย์ก็คงไม่ใช่เสนาะแล้ว แต่เป็นหมาไปแล้ว


"ขอเตือนให้พรรคประชาธิปัตย์ยุติการเสนอชื่อนายอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ เพราะรู้ๆอยู่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น นายอภิสิทธิ์เป็นนายกฯแล้วไปเหนือไม่ได้ ไปอีสานไม่ได้แล้วอย่างนี้จะเป็นอย่างไร แล้วตอนนี้ก็ไม่มีใครเอาด้วยแล้ว กลุ่มนายสรอรรถ ก็มาคุยกับผมเรียบร้อยแล้วว่าไม่ไปหนุนกลุ่มนั้น เพื่อแผ่นดินวันพรุ่งนี้ก็จะประชุมพรรค พล.ต.อ.ประชา พรหมนอกก็จะเป็นหัวหน้าพรรค แล้วถามว่าถ้าพล.ต.อ.ประชาไปชูมือสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ จะกลับอุดรธานีได้เหรอ นี่ผมก็เพิ่งโทรศัพท์คุยกับพล.ต.อ.ประชา ก็บอกว่าถ้าผมเอาแนวทางไหน เขาก็เอาด้วย แล้วอย่างนี้ทางที่พรรคประชาธิปัตย์จะเอาจะเป็นไปได้ยังไง ผมยืนยันเต็มร้อยว่าส่วนใหญ่เอาตามแนวทางที่ผมเสนอไป วันนี้เหลืออยู่เพียงพรรคเดียวที่ยังไม่ได้คุย คือพรรคชาติไทย เพราะเกรงใจพี่บรรหาร แต่ต่อไปก็คงต้องคุยกัน "นายเสนาะกล่าว มติชนออนไลน์

ล่ารายชื่อ ถอดถอน นายจรัญ ภักดีธนากุล กับ Kangaroo Court ศาลจิงโจ้

ที่มา thaifreenews

บทความโดย...ลูกชาวนาไทย

ก็เห็นฤทธิ์ของตุลาการภิวัฒน์กันแล้วนะครับว่าน่าละอายแค่ไหน ในการพิพากษายุบพรรค 3 พรรคด้วยความร้อนรน โดยไม่มีการสืบพยานหลักฐานฝ่ายจำเลย แม้แต่ชิ้นเดียว ฟังแต่พยานโจทก์ แล้วก็ตัดสินกันเลย วันตัดสิน ก็ขนปืนขนอาวุธ กันมาเพื่อคุ้มครองการตัดสิน ที่ใครก็รู้อยู่แล้วว่า ไม่มีความเป็นธรรมอย่างเต็มที่ เป็นการตัดสินที่มีกาตั้งธงกันไว้ล่วงหน้า และน่าละอายที่สุดในระบบยุติธรรมไทย

สถานการณ์หลังยุบพรรคการเมือง ก็เป็นไปอย่างที่เรียกได้ว่า "น่าละอาย" และหน้าด้านที่สุดในวงการเมืองไทยอย่างไม่เคยมีมาก่อน มีการแทรกแซงโดยทหาร เพื่อไปบีบ สส.กลุ่มเนวิน ให้ย้ายข้าง มีการจ่ายเงิน และเอาตำแหน่งเข้าล่อ เพื่อซื้อตัว สส. ให้ทรยศต่อประชาชนที่เลือกพวกเขามา

ผมคิดว่าหากนายอภิสิทธิได้เป็นนายกฯครั้งนี้ ก็เป็นนายกฯ ที่คนชั้นกลาง และคนชั้นสูงแลกมาด้วยต้นทุนที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทยเลยทีเดียว เพราะต้องลงทุน เผาบ้านเผาเมืองตัวเอง และทำทีเป็นเอาน้ำมาดับไฟ เพื่อหลอกประชาชนทั่วไปว่า พวกตนเข้ามาดับความวุ่นวาย ซึ่งจริงๆ แล้วพวกเขาจงใจสร้างสถานการณ์เหล่านี้ขึ้นมาเอง ตั้งแต่หนุนม็อบพันธมิตร ให้ก่อจลาจล ยึดทำเนียบ ยึดสนามบินสุวรรณภูมิ จนประเทศชาติเสียหายทั้งชื่อเสียงเกียรติยศอย่างมากมายมหาศาล

นอกจากนี้ยังต้องลงทุนเอาระบบยุติธรรม มาแลกโดยการสั่งยุบพรรคพลังประชาชน ชาติไทย และมัชฌิมาฯ แล้วใช้ทหารไล่บีบ สส. รวมทั้ง ใช้เงินใช้ตำแหน่งเข้าล่อ พฤติกรรมที่น่าละอายเช่นนี้ คือ สิ่งที่คนชั้นกลาง/ชั้นสูง อ้างว่า เพื่อให้การเมือง "มีคุณธรรม" ก็เลยใช้วิธีการเลวๆ ทุกอย่าง กำจัดคนที่พวกตนคิดว่าเลว คนเลว ก็ต้องใช้วิธีการเลวๆ ในการกำจัด ปัญหาคือ คนทั่วไป เขาไม่ได้เห็นว่าคนที่พวกคุณใช้วิธีการเลวๆ กำจัดนั้นเป็นคนเลว แต่เป็นคนดี คนดีที่โดนพวกเลวๆ กำจัดด้วยวิธีการเลวๆ

เมื่อเห็นพฤติกรรมของศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ผมนึกถึงคำภาษอังกฤษที่เขาเรียกระบบศาลที่น่าละอาย ด้อยมาตรฐาน นี่ว่า Kangaroo court หรือ ศาลที่ปฏิเสธ กระบวนการพิจารณาคดีที่ได้มาตรฐานสากล ระบบศาลที่ปฏิเสธสิทธิในการต่อสู้ของจำเลย

ในระบบศาลสากลและมีความเป็นธรรม เขาถือว่า Means justified end หรือ วิธีการที่เลว ย่อมไม่อาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีได้ กระบวนการพิจารณาคดีที่น่าละอาย

สิทธิของจำเลยในระบบศาลนั้น ผมรวบรวมมาได้ดังนี้

1. the right to summon witnesses, สิทธิในการเรียกพยานมาศาล

2. the right of cross-examination, สิทธิในการซักค้านพยานโจทย์

3. the right not to incriminate oneself, สิทธิที่จะไม่ให้การที่เป็นปฏิปักษ์ต่อตนเอง

4. the right not to be tried on secret evidence, สิทธิที่จะไม่พิจารณาคดีในหลักฐานลับ

5. the right to control one''s own defense, สิทธิในการปกป้องตัวเอง

6. the right to exclude evidence that is improperly obtained, สิทธิในการตัดหลักฐานซึ่งได้มาอย่างไม่เหมาะสม

เมื่อศาลรัฐธรรมนูญ ปฏิเสธ สิทธิของจำเลย ไม่ให้มีการแสดงพยานหลักฐานแต่อย่างใดทั้งสิ้น แล้วด่วนตัดสินเลย ศาลนี้จึงกลายเป็น "ศาลจิงโจ้" ไป

นอกจากกระบวนการพิจารณาคดีที่น่าละอายแล้ว ตัวตุลาการเองเช่น นายจรัญ ภักดีธนากุล ยังเป็นตุลาการที่ขาดความชอบธรรมในการพิจารณาคดีด้วย เพราะศาล รธน.นี้ เคยตัดสิน ตัดสิทธิทางการเมือง ท่านนายกฯสมัคร กรณีรับจ้าง แต่ตัวนายจรัญ เองก็มีการกระทำอย่างเดียวกัน แต่ก็ยังไม่ลาออกไป ยังคงทำหน้าที่อยู่อย่างไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น

เพื่อผดุงซึ่งความยุติธรรมของสังคมเอาไว้ จึงมีชาวโลกไซเบอร์ ที่ทนไม่ได้ รายการความจริงวันนี้ ก็ได้นำหลักฐานต่างๆ มาเปิดเผยแล้ว แต่ก็ไมได้มีการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม กับตุลาการภิวัฒน์พวกนี้ ดังนั้น กลุ่มสมาชิกโลกไซเบอร์ คือ "กลุ่มปราบกบฏ" ในห้องราชดำเนิน กับ ร่วมกับชาวเน็ตกลุ่มอื่นๆ เช่น ไทยฟรีนิวส์ จึงได้คิดที่จะดำเนินการล่ารายชื่อ ถอดถอนนายจรัญ ภักดีธนากุล ซึ่งจะต้องใช้รายชื่อประมาณ 20,000 คน และจะเริ่มดำเนินการในวันที่ 13 ธันวาคม 2551 ในวันที่มี "รายการความจริงวันนี้สัญจร" ที่สนามศุภชลาศัย" โดยจะไปตั้งโต๊ะ ล่ารายชื่อกัน รอบๆ สนาม ซึ่งคงต้องฝากให้ชาวเสื้อแดงทั้งหลายร่วมมือด้วย โดยเตรียมทะเบียนบ้านที่ถ่ายเอกสารแล้ว มาด้วย ส่วนแบบฟอร์มต่างๆ ทางกลุ่มได้ดำเนินการไว้แล้ว ทั้งนี้ กลุ่มชาวโลกไซเบอร์ ตกลงจะเรียกตัวเองในชื่อใหม่ว่า "นักรบไซเบอร์รักประชาธิปไตย" เพื่อเปิดรับสมาชิกชาวโลกไซเบอร์ได้มีส่วนร่วมมือกัน เพื่อนำธรรมกลับคืนสู่แผ่นดิน

------------

ปล. ผมมีจดหมายของ คุณที่ใช้ล็อคอิน "บ้านสวนธน" ในราชดำเนินมาเพื่อรับคนเข้าไปช่วยงานล่ารายชื่อครับ

สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ

ขอแจ้งข่าวกิจกรรมที่พวกเราจะช่วยกันทำในวันที่ 13 รายการความจริงวันนี้สัญจร จากเดิมที่เราแต่นัดเจอกัน เท่านั้นวันนี้เราจะมาช่วยกันทำกิจกรรมต้านรัฐประหาร

กันอย่างจริงจังดีไม๊ค่ะ เพื่อน ขอสรุปกิจกรรมที่ทำไปแล้วและกำลังจะทำดังนี้

เหตุการณ์ที่กลุ่มพันธมิตรเริ่มสร้างความวุ่นวายอย่างหนักโดยไปยึดสนามบินสุวรรณภูมิทำให้กลุ่มปราบกบฏรู้สึกทนไม่ได้อีกต่อไป จึงได้ตัดสินใทำเอกสาร ล่ารายชื่อในงานที่ลานคนเมือง ได้รายชื่อประชาชนที่รู้สึกรับไม่ได้กับการกระทำของพันธมิตรได้จำนวน 3,200 คนเศษ ได้นำรายชื่อทั้งหมดทำหนังสือส่งไปยังหน่วยราชการที่ทำหน้าที่ อาทิ ปลัดกระทรวงกลาโหม, กองทัพไทย, ประธานศาลรัฐธรรมนูญ, ประธานศาลปกครอง, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักพระราชวัง เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม โดยขอให้ดำเนินการตามกฏหมายกับพันธมิตรอย่างเด็ดขาด และที่เราจะทำกันในวันที่ 13 คือ

"ความจริงสัญจร" ครั้งที่ 4 ที่จะมีขึ้น ณ สนามศุภชลาศัยในวันเสาร์ที่ 13 ธันวาคม ที่จะถึงนี้ กลุ่มของพวกเราจะดำเนินการรวบรวมรายชื่อของประชาชนที่มีอุดมการณ์เดียวกันในการยืนหยัด และรักษาประชาธิปไตย รวมถึงต่อต้านการดำเนินการของกลุ่มบุคคลที่พยายามขัดขวางระบอบประชาธิปไตยอันเป็นที่รัก และหวงแหนของประชาชนชาวไทย โดย

- การล่ารายชื่อถอดถอนนายจรัญและ

- ล่ารายชื่อเพื่อขอแก้กฎหมายไทยพีบีเอส

- พร้อมทั้งล่ารายชื่อ เพื่อยื่นส่งสหประชาชาติเพิ่มเติมจามที่ทำไปแล้ว

มีแผนงานดังนี้

แผนที่หนึ่ง

ตั้งเต็นท์ รับแบบเอกสารที่ประชาชนเตรียมมาแนบฟอร์ม เป็นชุด แล้วให้เขากรอก เซ็นชื่อ

แผนที่สอง

แจกฟอร์มบนอัฐจรรย์ ให้กรอกแล้วเดินตามเก็บ แบ่งหน้าที่กันเป็นบล๊อก ๆ เพราะคนนั่งแล้วไม่ต้องการลุก

กลัวเสียที่นั่ง หรือใช้วิธีตั้งจุดรับรายชื่อเป็นจุด ๆ

การประชาสัมพันธ์

1. ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อ ให้ประชาชนทราบว่าจะมีพวกเราดำเนินการอะไรบ้าง

และขอให้ประชาชนถ่ายสำเนาบัตรประชาชนและทะเบียบบ้านมาด้วยในวันงานคนละ 2 ชุด โดยประชาสัมพันธ์

- ผ่านรายการความจริงวันนี้ทางทีวี

- รายการวิทยุของคุณวิศา

- รายการวิทยุชุมชนแท็กซี่

2. ประชาสัมพันธ์ในวันงาน แบ่งเป็น

ภายนอกก่อนเปิดให้เข้านั่งด้านใน ขอให้มีเสียงประชาสัมพันธ์ว่ามีการล่ารายชื่อที่เต้นท์เป็นระยะ ๆ เพื่อให้ประชาชนที่เพิ่งเข้างานหรือไม่ได้ผ่านเต้นท์ล่ารายชื่อได้ทราบว่าเต้นท์อยู่ทางไหนและทำกิจกรรมอะไรอยู่

ภายในที่นั่ง ให้โฆษกบนเวที ประชาสัมพันธ์ว่ามีการตั้งเต็นท์ล่ารายชื่อด้านนอก และจะมีการนำแบบฟอร์มไปบริการแจกจ่ายให้ถึงที่นั่งบล๊อกต่าง ๆ หรืออาจจะตั้งกำลังไว้เป็นจุด ๆ ให้เขาเดินมากรอก

ต้องการกำลังคน 50 - 100 คน เพื่อน ๆ คนใดยินดีสละเวลามาร่วมมือกัน รักษากฏหมาย รักษาประชาธิปไตย กรุณาแจ้งความจำนงกลับมา เพื่อนัดหมายทำความเข้าใจงานที่จะทำกันในวันที่ 10 ธันวาคมนี้ ที่ชั้น 2 ของร้านแม็คโด เอสพานาร์ด รัชดา เวลา 12.00 น.

เราจะทำกันในการ " นักรบไซเบอร์รักประชาธิปไตย" เพื่อให้เข้ากับกิจกรรมที่ทำนะคะ พร้อมโลโก้ใหม่ที่ส่งมาด้วยพร้อมนี้

ถลกหนังประชาธิปัตย์ พรรคหุ่นเชิดศักดินา จอมแบล็กเมล์แห่งสยามประเทศ

ที่มา Thai E-News


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา คุณป๋าเจ้าเก่า บอร์ดเสรีไทย
8 ธันวาคม 2551

หมายเหตุไทยอีนิวส์:คนไทยจำนวนมากกังขาสงสัยพฤติการณ์พรรคการเมืองเก่าแก่อย่างประชาธิปัตย์ว่าทำไมพรรคการเมืองนี้ชอบฉวยโอกาส และเป็นไม้มือให้กับเผด็จการทหาร กลุ่มจารีตนิยมอย่างโจ่งแจ้ง อย่างล่าสุดส่งลูกพรรคอย่างนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ไปร่วมกับพันธมิตรขับไล่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง และพยายามก่อวีรกรรม"งูเห่าภาค2"ขึ้นอีก บทความตีแผ่เปิดโปงชิ้นนี้ อาจทำให้ประชาชนผู้รักชาติรักประชาธิปไตยได้เข้าใจที่ไปความเป็นมาของกลุ่มก๊วนการเมืองนี้อย่างถึงแก่น



-ก่อตั้ง6 เมษายน 2489 ตรงกับวันจักรี มีม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นแกนนำก่อตั้ง มีนายควง อภัยวงศ์ เป็นหัวหน้าพรรค โดยจุดประสงค์เพื่อฟื้นฟูซากเดนศักดินาให้กลับมาเรืองอำนาจอีกหน ภายหลังคณะราษฎร์เปลี่ยนแปลงการปกครอง2475

-หลังกรณีร.8สวรรคตเมื่อ9 มิถุนายน 2489 สมาชิกพรรคบางรายไปตะโกนในโรงหนังว่า”ปรีดีฆ่าในหลวงร.8” จากนั้นเปิดอภิปรายยำใหญ่รัฐบาลหลวงธำรงฯ7วัน7คืน แต่โค่นรัฐบาลไม่ลง

-เกิดรัฐประหาร8พ.ย.2490 คณะรัฐประหารได้ให้ประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นแนวร่วมพันธมิตรช่วยให้เกิดการรัฐประหารหนนั้น ตั้งรัฐบาลร่างทรง นายควงขึ้นเป็นนายกฯ และไม่กี่เดือนก็โดนจี้ออกกลางทำเนียบ เพราะหัวหน้าคณะรัฐประหารจะขึ้นเป็นซะเอง นายควงกับชาวพรรคประชาธิปัตย์ก็ยอมให้แต่โดยดี

-เป็นฝ่ายค้านอดอยากปากแห้งในยุคจอมพลป.เป็นรัฐบาล หม่อมคึกฤทธิ์เลยต้องไปออกหนังสือพิมพ์สยามรัฐด่าเช้าด่าเย็น เหน็บว่าจอมพล.ปเป็น"โจโฉยกฯตลอดกาล" แต่ก็ไม่ระคายผิวจอมพล

-พรรคประชาธิปัตย์เว้นวรรคทางการเมืองในยุคจอมพลสฤษดิ์ทำรัฐประหารพ.ศ.2500 ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นกองหน้าทวงคืนประชาธิปไตยแต่อย่างไร และเว้นวรรคยาวมาจนถึงราวปี2511 ร่วมๆ10 ปี ดังนั้นหากใครจะนับอายุพรรคนี้ว่ายืนยาว60กว่าปี กรุณานำจำนวน10ปีนี้ไปลบออกด้วย เพื่อให้ถูกต้องตรงความเป็นจริง

-พรรคประชาธิปัตย์มาโผล่อีกทีตอนจอมพลถนอมเปิดให้เลือกตั้งในปีพ.ศ.2511 ครั้นพอจอมพลถนอมยึดอำนาจตัวเอง พรรคประชาธิปัตย์ก็เว้นวรรคทางการเมืองไป มีสมาชิกพรรคไม่กี่คนเคลื่อนไหวคัดค้านในนามส่วนตัว เช่น นายอุทัย พิมพ์ใจชน แต่พรรคนั้นไม่รับรู้อะไรด้วย

-เป็นรัฐบาลในปี2518 โดยหม่อมเสนีย์ ปราโมช เป็นอยู่ไม่กี่วันก็โดนหม่อมน้องที่ออกไปตั้งพรรคกิจสังคมใช้นโยบายประชานิยมเขี่ยตกเก้าอี้

-กลับมาเป็นรัฐบาลอีกทีในกลางปี2519 ก็เกิดเหตุการณ์6ตุลาฯ แทนที่จะระงับเหตุร้าย แต่รัฐบาลประชาธิปัตย์ก็กลับหลอกแกนนำนักศึกษานำโดยสุธรรม แสงปทุมไปพบที่บ้านหม่อมพี่ แต่ไปไม่ถึงให้ตำรวจลากเข้าคุกซะก่อน ส่วนที่ธรรมศาสตร์ก็มีการปราบปรามนักศึกษาอย่างโหดเหี้ยม ส่วนนายกฯหม่อมพี่เป็นแค่ฤาษีเลี้ยงลิงไปพลางๆ และโดนยึดอำนาจในวันที่6ตุลาคม2519นั้นเอง แต่พรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร ตัวนายกฯเสนีย์ถูกทหารกุมตัวเอาไว้ในค่ายทหารระยะหนึ่ง พอเหตุการณ์ควบคุมได้ก็ถูกปล่อยตัวออกจากค่ายทหารไปเงียบๆ ขณะที่มีการฆ่าฟันปราบปรามนักศึกษาอย่างรุนแรง

-ช่วงปี2523เกิดบรรยากาศสะตอสามัคคีขึ้น เมื่อประชาธิปัตย์กลายเป็น”พรรคของเรา คนของเรา”ของชาวปักษ์ใต้ เมื่อสนับสนุนค้ำจุนบัลลังก์พลเอกเปรม ขวัญใจคนปักษ์ใต้ในเวลานั้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่รัฐบาลเปรม1ยันเปรม5 แม้ว่าบางคราวเช่นปี2529พรรคประชาธิปัตย์ชนะเลือกตั้งท่วมท้น นายพิชัย รัตตกุล หัวหน้าพรรคเวลานั้นก็ไม่อาจกล้าหาญเป็นนายกฯ แต่ยอมศืโรราบให้พลเอกเปรม แต่ก็ได้แลกกับการอุ้มลูกชายคือดร.โจขึ้นเป็นรัฐมนตรี จนเกิดบรรยากาศแตกแยกในพรรคของกลุ่ม10มกราฯ นำโดยไข่มุกดำวีระ มุสิกพงษ์และคณะ

-เมื่อพลเอกเปรมถูกกดดันให้ลงจากตำแหน่งในพ.ศ.2531 และรัฐบาลชาติชายรีบยกขึ้นหิ้งเป็นรัฐบุรุษ พรรคประชาธิปัตย์ก็ได้ร่วมเป็นรัฐบาลในครม.ชาติชาย สร้างผลงานฉาวโฉ่กรณีสวนป่ากิตติฯให้กับ”สนั่น ป่าลั่น”เลขาธิการพรรคในขณะนั้น ก่อนจะหักในกับชาติชาย แล้วเกิดการรัฐประหาร23ก.พ.2534

-ในการเลือกตั้งพ.ศ.2535หลังพฤษภาทมิฬ ประชาธิปัตย์อาศัยวลี”จำลองพาคนไปตาย”และชูว่าชวน หลีกภัย”เชื่อมั่นในระบบรัฐสภา เข้ามาเป็นรัฐบาล ซ้ำยังนำรูปของนายปรีดี พนมยงค์กับรูปนายป๋วย อึ๊งภากรณ์ ซึ่งเคยได้รับผลกระทบจากการกระทำของชาวพรรคประชาธิปัตย์ขึ้นมาโฆษณาหลอกลวงคนไทยด้วยว่า พรรคประชาธิปัตย์เห็นด้วยกับแนวทางสันติวิธีของทั้ง2ท่านนี้(ทั้งที่มีหลักฐานชัดเจนว่า2ท่านนี้ต้องไปตายในต่างแดนทั้งคู่ก็เพราะผลพวงจากการกระทำของประชาธิปัตย์ทั้งนั้น) แต่ไม่นานก็ถูกตีตกเวทีด้วยเรื่องสปก.ของเลขาธิการพรรคเทพเทือก

-ในการเลือกตั้งคราวต่อมา พรรคชาติไทยชนะการเลือกตั้งเป็นรัฐบาล แต่ชาวพรรคประชาธิปัตย์ก็นำเอกสารปลอมมากล่าวหาเรื่องสัญชาตินายบรรหารและบิดา เล่นกันถึงโคตรเหง้า ไม่ได้เกี่ยวกับผลงานหรือนโยบายใดๆ จนนายบรรหารลาออกและยุบสภาฯ

-ในการเลือกตั้งปี2538 พรรคความหวังใหม่ของพลเอกชวลิตมาแรง พรรคประชาธิปัตย์สร้างกระแสเกลียดชังและไม่น่าไว้วางใจพลเอกชวลิตหลายเรื่อง ตบท้ายด้วยสโลแกน”ไม่เลือกเรา เขามาแน่” แต่ในที่สุดเขาก็มาจริงๆ โดยนายชวนใช้วาทะเชือดเฉือนว่า”ฝ่าม่านสีม่วงของบิ๊กจิ๋ว”เข้ามาเป็นรัฐบาลไม่ไหว

-หลังวิกฤตเศรษฐกิจปี2540 พลเอกชวลิตลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในปลายปี พรรคประชาธิปัตย์สร้างตำนาน”งูเห่า”ขึ้นมา ด้วยการฉกลูกพรรคประชากรไทยของนายสมัคร สุนทรเวชมาหลายคนเพื่อให้เสียงสนับสนุนพอเพียงในการตั้งรัฐบาล ตัดหน้าพลเอกชาติชายไปแบบคนอึ้งทั่วประเทศ นายชวนคัมแบ็คเป็นนายกฯอีกครั้ง ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ลงทุกด้าน มือดีทางเศรษฐกิจที่หามาประดับพรรคอย่างธารินทร์กับศุภชัยก็กินเกาเหลากันไป คนรุ่นใหม่อย่างนายอภิสิทธิ์ได้นั่งตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักฯชนิดที่เป็นรัฐมนตรีที่โลกลืม

-เมื่อสบจังหวะนายชวนประเมินว่าพรรคประชาธิปัตย์มีความได้เปรียบทางการเมืองก็ประกาศยุบสภาในปี2543 เตรียมการการเลือกตั้ง และมีวาระซ่อนเร้นให้นายกล้าณรงค์ จันทิก อดีตลูกพรรคประชาธิปัตย์ ในนามปปช.ไปเล่นงานทักษิณ ชินวัตรที่ทำท่าจะเป็นดาวรุ่งพุ่งแรง แต่ก็สกัดทักษิณไม่อยู่

-ทักษิณเป็นนายกฯสมัยแรกในปี2544 และเป็นกระแสต่ำอย่างแท้จริงของพรรคประชาธิปัตย์ จนคนในพรรคส่วนหนึ่งนำโดยสนั่น ป่าลั่น ต้องออกไปตั้งพรรคมหาชนขึ้นใหม่มาสู้ เพราะชื่อประชาธิปัตย์ขายไม่ออก และต้องแพ้การเลือกตั้งในต้นปี2548ให้ทักษิณอย่างย่อยยับ

-ประชาธิปัตย์ยุคอภิสิทธิ์สืบตำนานเป็นพันธมิตรแนบแน่นกับทหารเหมือนครั้งยุคหม่อมน้อง+นายควงสมัยแรกเริ่มตั้งพรรคอีกครั้ง ด้วยการขัดขวางการเลือกตั้ง2เม.ย.2549ทุกวิถีทาง และเป็นผลบั้นปลายให้เกิดรัฐประหาร19กันยาฯ2549 จากนั้นก็แสดงความเป็นพันธมิตรที่แนบแน่นกับทั้งเผด็จการทหาร กลุ่มแกนนำพันธมิตรฯ และสื่อ(ซึ่งแทบทุกสื่อมีสะตอสามัคคีกุมอยู่เป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นค่ายเนชั่น ผู้จัดการ เดลินิวส์ ไทยรัฐ มติชน รวมทั้งทีวี วิทยุต่างๆ)จนคว่ำรัฐบาลจากการเลอกตั้ง2คณะคือรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช และรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ แล้วร่วมมือสมคบคิดกันว่าต่อไปต้องให้ประชาธิปัตย์จัดตั้งรัฐบาลบ้างเพื่อไม่ให้บ้านเมืองวุ่นวาย

-ดร.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล นักวิชาการภาควิชาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อดีตผู้นำนักศึกษายุค6ตุลาฯเขียนบทความชิ้นหนึ่งในสถานการณ์ล่าสุดที่ประชาธิปัตย์กำลังมีพฤติการณ์"งูเห่าภาค2"ว่ารัฐบาลประชาธิปัตย์ จะเป็นความอัปยศและความไม่ยุติธรรมครั้งใหญ่ของประเทศไทยดังนี้

ผมเสนอว่า ต้องพยายามช่วยกันรวบรวมและเผยแพร่ข้อมูลว่า
ที่ผ่านมา ประชาธิปัตย์ ได้ร่วมมือ สนับสนุน ให้ท้ายพันธมิตรอย่างไรบ้าง
ไม่เพียงแต่กรณีที่ สมเกียรติ เป็น สส.บัญชีรายชื่อของพรรคเท่านั้น
แต่การเข้าร่วมด้วยในรูปแบบอื่นๆ การให้ท้ายในรูปแบบอื่นๆ
ประเภท พันธมิตร ชงเรื่อง ประชาธิปัตย์รับลูกมาเล่นต่อในสภา โดยเฉพาะเรื่องหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เรื่องปลุกกระแสคลั่งชาติ
พันธมิตร ชง เรื่อง หมิ่นฯ ปชป. เสนอให้เพิ่มโทษ ขยาย ม.112 และแก้ พรบ.คอมพิวเตอร์
พันธมิตร ชง เรื่อง เขาพระวิหาร ปชป. เอามาอภิปรายต่อในสภา

ดังนั้น การละเมิดกฎหมายอย่างโจ่งแจ้ง และทำความเสียหายแก่เศรษฐกิจของประเทศนับหมื่นล้านบาท ของพันธมิตร
จึงเป็นความรับผิดชอบของประชาธิปัตย์ด้วย

การที่ประชาธิปัตย์จะได้จัดตั้งรัฐบาล จึงเป็นการให้รางวัลคนที่ทำผิดกฎหมาย ทำความเสียหายแก่ส่วนรวม ให้รางวัลกับการแบล็กเมล์ นั่นเอง

คุณป๋าเจ้าเก่าได้สรุปในบทความด้วยว่า เรื่องราวทั้งหมดที่ผมถลกหนังพรรคนี้ก็เพื่อจะบอกว่า อย่าใหลหลงไปกับวาทะกรรมที่ว่า

1.พรรคประชาธิปัตย์ยึดมั่นในระบบรัฐสภา หรือยึดหลักประชาธิปไตย เพราะพรรคนี้นับแต่ตั้งต้น ระหว่างกลาง และบั้นท้ายสุดนั้น หาได้ใกล้เคียงกับสิ่งที่พวกเขาอวดโอ้โฆษณาแม้แต่นิด

2.พรรคประชาธิปัตย์เป็นสถาบันทางการเมือง ไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจ อย่างที่รู้กันว่าพรรคนี้ตั้งขึ้นด้วยอุดมการณ์เฉพาะกิจเพื่อทำลายล้างคณะราษฎร์ สนับสนุนค้ำจุนซากเดนศักดินา และเป็นเบี้ยให้ขุนศึกเผด็จการมาทุกยุค

3.พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคของประชาชาติไทยทั้งมวล ซึ่งผิดเพราะเขาประกาศตัวชัดเจนมานานนับหลายสิบปีแล้วว่า”พรรคของเรา(ชาวใต้) คนของเรา(คนปักษ์ใต้)” และไม่ว่าคนใต้คนนั้นจะดีเลวอย่างไร พรรคนี้ก็พร้อมจะอุดหนุน และขอแรงอุดหนุนจากพวกสะตอสามัคคีด้วยกันทั้งในแวดวงสื่อ แวงวงวิชาการ แวดวงขุนศึก(ทั้งนี้ผมหมายถึงเฉพาะพวกสะตอสามัคคี ส่วนคนปักษ์ใต้ที่คิดถึงหลักการประชาชาติไทยมาก่อน ภูมิภาคมาทีหลังนั้น ผมต้องกราบขออภัย ผมไม่ได้ว่าแบบเหมารวม)

4.พรรคประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายพรรคเทพ นอกนั้นเป็นฝ่ายมาร -ซึ่งผิด เพราะตลอดเวลาของพรรคการเมืองนี้ไม่เคยเล่นงานปฏิปักษ์หรือคู่แข่งขันทางการเมืองแบบใสสะอาด หรือแข่งขันที่นโยบาย แต่ไปเอาประเด็นอ่อนไหวที่ยังไม่ชัดแจ้งไปกล่าวร้าย เช่นกรณี”ปรีดีฆ่าในหลวง”, กรณี”เอกสารปลอมสัญชาตินายบรรหาร” ,กรณี”ฝ่าด่านสีม่วงบิ๊กจิ๋ว” หรือล่าสุดกรณี”ทักษิณโกงชาติ” เป็นต้น แต่พอประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลนั้นถูกเล่นงานมักมีหลักฐานชัดแจ้งทั้งกรณีสนั่นป่าลั่น,กรณีสปก.,กรณีปรส. เป็นต้น

5.ประชาธิปัตย์เป็นเสาเอกของระบบรัฐสภา ซึ่งผิดสิ้นเชิง เพราะประชาธิปัตย์จะเก่งก็แต่กับรัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้งเท่านั้น และเข้าตำราตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จทุกกรณี

แต่กับเวลาเผด็จการทหารมา ประชาธิปัตย์จะหายตัวไร้ร่องรอย หรือสวมรอยร่วมมือกับเผด็จการมาตลอดประวัติศาสตร์ของพรรคนี้

ข่าวสองกระแสเผย ปชป.เพียงก่ำกึ่งว่าจะได้ หรือ ไม่ได้เป็นรัฐบาลเลย

ที่มา Thai E-News

ทีมข่าวไทยอีนิวส์
7 ธันวาคม 2551

ต่อกรณีความพยายามในการจัดตั้งรัฐบาลของกลุ่มสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคต่างๆ หลังรัฐบาลของพรรคร่วมเดิมต้องพ้นจากตำแหน่งเนื่องจากการยุบพรรค คุณ Alienet และคุณ Bugbunny สายข่าวการเมืองเจ้าเก่าที่ให้ข้อมูลมีความเชื่อถือระดับหนึ่ง จากเว็บบอร์ดชมรมฟ้าใหม่ ได้เปิดเผยข่าวสารตามที่ตนเองทราบมาดังนี้

"สถานการณ์วันนี้ก็คือ พล.อ.อนุพงศ์ยังต้องโทรวุ่นทั้งวัน เสนอว่ายอมให้พรรคร่วมทุกแห่งอยู่กระทรวงเดิม ชี้ว่าสถานการณ์ยังไม่เด็ดขาด แต่กำลังโดนตีโต้ (โดย พปช. เดิม) จึงต้องเสนอตำแหน่งกันถึงขนาดนี้ แถมมีข่าวเล็ดลอดออกมาว่า เพื่อนเนวินที่ยังไม่ไปรายงานตัวที่พรรคเพื่อไทยนั้น เหลือแค่สิบกว่าคนเท่านั้น สถานการณ์ตอนนี้คือยันกันไปกันมา ยังไม่รู้แน่ว่าใครจะตั้งรัฐบาล" คุณ Bugbunny รายงานเมื่อเวลา 19:00 น.

ด้านคุณ Alienet รายงานเมื่อเวลา 20:30 น. แจ้งว่าพรรคร่วมรัฐบาลเดิมยังมีเสียงเกินครึ่ง และเรียกร้องว่า ถึงเวลาแล้วที่ประชาชนที่เคยเลือกตั้งผู้แทน จะได้แจ้งให้ผู้แทนของตนทราบถึงสิทธิ เสียง และความต้องการของตนว่า นี่คือเวลาตัดสินประชาธิปไตยของชาติ

"มาแจ้งข่าวล่าสุด พรรคเพื่อไทยยังมีคะแนนเกินครึ่งอย่างแน่นอน ที่สำคัญคนในพรรคเพื่อไทยจะยังคงเป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่คนจากพรรคอื่นตามที่เป็นข่าวคาดการณ์กัน ถ้าจะให้ดีมวลชนรักประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการอำมาตยาธิปไตยน่าจะเคลื่อนไหวกดดันส.ส.ในพื้นที่ที่ประกาศไปอยู่กับปชป.ให้ถอนตัว และชี้ให้เห็นว่า "นี่คือการต่อสู้ระหว่าง 2 แนวทาง คือเสรีประชาธิปไตย หรือ อำมาตยาธิปไตย" ไม่ใช่เรื่องผลประโยชน์เฉพาะหน้าของพวกกลุ่มก๊วน ส.ส. มิฉะนั้นพวกเขาเหล่านั้นก็จะตกเป็นประชาชนชั้น 2 ต่อไป"


อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
หาหินมา "ถ่วง" หน่อย..... อย่าเต้นตามเกมส์ที่เขาอยากให้เป็น
สายข่าวการเมืองรายงาน "ประชาธิปัตย์กำลังเป็นฝ่ายตาม"