WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, December 10, 2008

งอมพระราม

ที่มา ไทยรัฐ

วันนี้เป็นวันรัฐธรรมนูญเป็นสัญลักษณ์แห่งการเริ่มต้น ระบอบประชาธิปไตยของไทยที่ลุ่มๆ ดอนๆมาถึง 76 ปี

ตั้งแต่รัฐธรรมนูญฉบับแรกพ.ศ.2475 จนมาถึงรัฐธรรมนูญ ฉบับล่าสุดที่คลอดจากมดลูกคมช.

ประเทศไทยใช้รัฐธรรมนูญมาแล้วถึง 17 ฉบับ

ติดอันดับประเทศที่ใช้รัฐธรรมนูญเปลือง

แถมยังเป็นประเทศที่เปลี่ยนนายกรัฐมนตรี มาแล้วถึง 26 คน และกำลังจะมีนายกรัฐมนตรีคนที่ 27 ของประเทศไทย

“แม่ลูกจันทร์” มั่นใจว่ารัฐบาลใหม่ จะอยู่ได้นาน และจะไม่ถูกทหารปฏิวัติอย่างแน่นอน!!

เพราะรัฐบาลนี้ทหารเป็นผู้อำนวยการสร้างและกำกับการแสดงเอง

แต่ระหว่างรอลุ้นเปิดประชุมสภาฯโหวตเลือก “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 27 ของประเทศไทย

“แม่ลูกจันทร์” ขอย้อนกลับไปถึงการที่ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทย พรรคมัชฌิมาฯ ล้างสต๊อก กก.บริหารพรรครวมทั้งสิ้น 109 คน

ในจำนวน กก.บริหารพรรค 109 คน มีผู้ดำรงตำแหน่ง ส.ส. 32 คน เป็น ส.ส.เขต 28 คน ส.ส.สัดส่วน 4 คน

แยกเป็น ส.ส.พรรคชาติไทย 19 คน ส.ส.พรรคพลังประชาชน 13 คน ส่วนพรรคมัชฌิมาฯไม่มี ส.ส.เป็น กก.บริหารพรรค แม้แต่คนเดียว

ผลของการยุบพรรคครั้งนี้ จึงทำให้ต้องมีการเลือกตั้งซ่อม ส.ส. 26 เขต รวมทั้งสิ้น 28 คน

วันที่ 11 มกราคม ปีหน้า หรืออีกหนึ่งเดือนจากนี้ไป จะเป็นวันเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 22 จังหวัดพร้อมกัน

ประเด็นที่เป็นปัญหาก็คือ คุณสมบัติผู้ที่จะลงสมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขตที่ว่างลง ซึ่ง พ.ร.บ.พรรคการเมืองกำหนดให้ผู้สมัครต้อง เป็นสมาชิกพรรคการเมืองไม่น้อยกว่า 90 วัน

ถ้าตีความตามเนื้อผ้า เงื่อนเวลาที่ต้องเป็นสมาชิกพรรคไม่น้อยกว่า 90 วัน ไม่สามารถทำได้ในความเป็นจริง

เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญเพิ่งสั่งยุบพรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทย พรรคมัชฌิมาฯ เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม

นับจากวันยุบพรรค (2 ธ.ค.) ไปถึงวันเลือกตั้งซ่อม (11 ม.ค.) แค่ 40 วันเท่านั้นเอง!!

ทำให้พรรคพลังประชาชน และพรรคชาติไทย ซึ่งเป็นเจ้าของโควตา ส.ส.เขตที่ว่างลงไม่สามารถส่งตัวแทนลงเลือกตั้งซ่อมในสังกัดพรรคใหม่ได้ทัน 90 วันตามที่กำหนดใน พ.ร.บ.พรรคการเมือง

ก็เท่ากับต้องเสียโควตา ส.ส.เขต 26 เขต 28 คนให้กับพรรคอื่นไปฟรีๆ

พรรคก็โดนยุบ กก.บริหารโดนห้ามเล่นการเมือง 5 ปี

แถม ส.ส.เขตก็ต้องเสียไปอีก 28 คน!!

การโดนยุบพรรคจึงขาดทุน 3 เด้ง แบบทรีอินวัน

นี่ยังไม่รวมถึงประเด็นที่มีกลุ่ม ส.ว.ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่า สถานะของ ส.ส. สัดส่วนพรรคพลังประชาชนและพรรคชาติไทย หลังถูกยุบพรรคจะสามารถย้ายไปสังกัดพรรคใหม่? หรือต้องพ้นตำแหน่งทันที?

ประเด็นนี้หวยออกได้ 2 ประตู

ถ้าศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่า ส.ส.สัดส่วน เมื่อ ถูกยุบพรรค สามารถย้ายพรรคได้ก็รอดตัวไป

แต่ถ้าศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่า ส.ส.สัดส่วนมาจากการลงคะแนนเลือกพรรคการเมือง

เมื่อพรรคการเมืองถูกยุบ สถานะของ ส.ส.สัดส่วนที่สังกัดพรรคการเมืองนั้น ก็ต้องสิ้นสุดไปโดยปริยาย

ถ้าหวยออกประตูนี้ ส.ส.สัดส่วนที่สังกัดพรรคพลังประชาชน และพรรคชาติไทยจะต้องสิ้นสภาพ ส.ส.ไปอีก 38 คน!!

รวมทั้ง “ปู่ชัย ชิดชอบ” ประธานรัฐสภา ซึ่งเป็น ส.ส.สัดส่วนพรรคพลังประชาชน ก็จะต้องตกเก้าอี้ทันที

นี่คืออาฟเตอร์ช็อกรอบที่ 4 ที่กำลังตามมา

หวยล็อกจะออกประตูไหน...เดี๋ยวก็รู้ละโยม.

แม่ลูกจันทร์

ยังไม่จบเกม

ที่มา ไทยรัฐ

ดูเหมือนพรรคประชาธิปัตย์จะเดินเกมเพื่อช่วงชิงการนำในการเสนอ ชื่อนายกฯคนใหม่ หลังจากที่ออกมาเปิดตัวพรรคร่วมรัฐบาล และกลุ่มเพื่อนเนวินที่จะสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค เป็นผู้นำประเทศคนใหม่

จากนั้นก็นำรายชื่อผู้สนับสนุนยื่นให้นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนฯ ขอเปิดประชุมสมัยวิสามัญในการลงมติเลือกนายกฯคนใหม่ ขณะที่พรรคเพื่อไทยก็เตรียมการนำรายชื่อมายื่นเปิดสภาเช่นกัน แต่ปรากฏว่านายชัยไม่อยู่ก็เลยไม่ได้ยื่น

การยื่นรายชื่อเปิดสภาแข่งกันก็เพื่อวัดจำนวนผู้สนับสนุนว่าใครของจริงของปลอม เพราะต่างก็บอกว่ามีเสียงเกินกึ่งหนึ่ง ซึ่งก็ต้องดูว่าของจริงใครจะมากกว่ากัน

แน่นอนว่า การยื่นรายชื่อเปิดสภาประชาธิปัตย์ก็ไม่ได้บอกตัวเลขชัดเจน แต่ก็ถือว่าเดินเกมก่อนเพื่อไทยไปแล้ว ดังนั้น ความเชื่อมั่นจึงมีมากขึ้นทั้งในส่วนของนักการเมือง และการยอมรับจากสังคม ภาคธุรกิจเอกชนนั้นขานรับเต็มตัว

เพราะเชื่อว่าการเปลี่ยนขั้วการเมืองจะทำให้สถานการณ์ต่างๆดีขึ้น และแก้ปัญหาความขัดแย้งได้ โดยเชื่อว่าหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์จะแก้ปัญหาเศรษฐกิจ การเมือง ความแตกแยกต่างๆได้

เรียกว่าได้เปรียบเพื่อไทยที่ยังหาตัวบุคคลมาเป็นนายกฯไม่ได้ และปัญหาความขัดแย้งภายในที่กลุ่มเพื่อนเนวินได้แยกตัวออกไปส่วนหนึ่ง ขณะที่พรรคร่วมรัฐบาลก็แยกไปจับขั้วกับประชาธิปัตย์ จนต้องใช้ทุกวิถีทางเพื่อ “ล็อบบี้” ให้กลับบ้านเก่า

แม้กระทั่งการยอมยกเก้าอี้ “นายกฯ” ให้พรรคร่วมรัฐบาล

นอกจากนั้น ประชาธิปัตย์ยังเดินสายไปพบกับแกนนำสำคัญของพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค เช่น ชาติไทย, มัชฌิมาธิปไตย, รวมใจไทย-ชาติพัฒนา, เพื่อแผ่นดิน รวมถึงกลุ่มเพื่อนเนวินด้วย เพื่อแสดงความขอบคุณที่สนับสนุนให้เป็นแกนนำตั้งรัฐบาล

และยังพยายามดึงพรรคประชาราชเข้ามาร่วมอีกพรรค แม้ว่านายเสนาะ เทียนทอง เคยบอกว่าไม่เอานายกฯจากเพื่อไทย หรือประชาธิปัตย์ ก็ตาม

การเดินเกมของประชาธิปัตย์นั้นชัดเจนว่า เพื่อป้องกันการเบี้ยว คือ ไปขอบคุณและบังคับโดยปริยาย เนื่องจากแต่ละพรรคต่างก็ออกมายืนยันว่าสนับสนุน โดยมีสังคมเป็นพยาน เพราะการเดินสายทำกันอย่างเอิกเกริก

พรรคเพื่อไทยนั้นต้องยอมรับเดิมเกมพลาด ปล่อยให้ประชาธิปัตย์ ช่วงชิงเกมไปก่อนจนต้องระดมสรรพกำลังทุกรูปแบบ “ค่าตัว” คงไม่ต้องพูด เพราะทุนเยอะอยู่แล้ว การให้ 1 เก้าอี้รัฐมนตรี หากดึง ส.ส.กลับมาได้ 5 คน

หรือแม้กระทั่งความพยายามที่นำ “เสื้อแดง” มาข่มขู่จะปิดล้อมสภาหากมีการเสนอนายอภิสิทธิ์ หรือความพยายามที่จะกดดัน ส.ส.ในพื้นที่ที่แยกตัวออกไป

ด้วยข้ออ้างเพราะ “สีเขียว” เข้ามาจัดการจึงต้องต่อต้าน

อย่างไรก็ดี ตัวเลขผู้สนับสนุนทั้ง 2 ฝ่าย ดูเหมือนจะยังไม่นิ่ง เพราะเพื่อไทยพยายาม “ล็อบบี้” ทุกวิถีทาง หรือแม้แต่การ “ยุบสภา” เมื่อไม่ได้ประชาธิปัตย์ก็ไม่ได้ ดังนั้น ทุกอย่างจึงยังไม่นิ่ง อาจจะพลิกกลับไปก็ได้

เหนืออื่นใด จากนี้ไปหากนายอภิสิทธิ์คิดหวังจะเป็นนายกฯ ก็ต้องแสดง “กึ๋น” ให้กระจ่างชัด และเป็นรูปธรรมเพื่อให้สังคมเกิดความยอมรับมากขึ้น ทั้งปัญหาเศรษฐกิจ การเมือง ความขัดแย้งแตกแยกในสังคมไทยที่ทุกฝ่ายวิตกกังวล

พูดง่ายๆก็คือ ต้องแสดงภาวะความเป็นผู้นำที่มิใช่แค่ขายความซื่อสัตย์สุจริตเท่านั้น แต่ต้องแสดงให้เห็นว่า แม้อายุจะยังน้อย แต่สามารถที่จะนำพาประเทศไปได้ ยิ่งยังไม่เคยมีประสบการณ์ด้านการบริหารให้ปรากฏมาก่อน ก็ต้องแสดงให้เห็นว่าทำได้ ทำเป็น ไม่ใช่แค่พูดเก่ง เรียนเก่งเท่านั้น

และจะเป็นแรงสนับสนุนจากสังคมที่สำคัญ.

“สายล่อฟ้า”

“สมชาย” นิมนต์พระมาทำบุญบ้าน

ที่มา ไทยรัฐ

ที่หมู่บ้านเบเวอร์ลี่ฮิลส์ ถนนแจ้งวัฒนะ เมื่อเวลา 06.30 น. วันเดียวกัน นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ พร้อมด้วยนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ภรรยาและบุตรทั้ง 3 คน ได้นุ่งขาวห่มขาวเปิดบ้านทำบุญเลี้ยงพระถวายภัตตาหารเช้าแด่พระสงฆ์จำนวน 129 รูป ที่นิมนต์มาจากวัดทั่วกรุงเทพฯ พร้อมกันนี้ นายสมชายและครอบครัวไหว้ศาลพระภูมิประจำบ้าน และถวายปิ่นโตแด่พระสงฆ์ก่อน กลับวัดด้วย โดยนายสมชายกล่าวว่า การทำบุญวันนี้เป็นการทำบุญบ้าน โดยนิมนต์พระผู้ใหญ่มา 129 รูป ถือเป็นการทำบุญตามปกติ ปกติจะไปทำที่วัด แต่วันนี้มีพระหลายวัดที่นิมนต์มาที่บ้าน ถือเป็นมงคลกับบ้าน ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังออกจากตำแหน่งแล้วเป็นอย่างไรบ้าง นายสมชายตอบว่า ชีวิตกลับไปปกติเหมือนเดิม ไม่ค่อยว่างอยู่แล้ว ชีวิตไม่ต้องยึดมั่นถือมั่น มีหน้าที่ตรงไหนก็ทำตรงนั้นให้ดีที่สุด ซึ่งการทำประโยชน์กับบ้านเมือง ไม่ต้องมีตำแหน่งก็สามารถทำได้ โดยไม่ต้องเอาหน้า

เชื่อมีคนสานต่องานพรรคเพื่อไทย

เมื่อถามว่า มองอย่างไรกับสถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้ นายสมชายตอบว่า ตอนนี้อยากให้ทุกคนเคารพกติกา ที่ผ่านมาบ้านเมืองมีปัญหาเพราะหย่อนยาน ต่อไปคนที่จะเข้ามาขอให้เห็นประโยชน์กับส่วนรวม และขอให้กำลังใจไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใด เมื่อถามว่า เป็นห่วงพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายสมชายตอบว่า ไม่ห่วง ถือเป็นปรากฏการณ์ทางการเมือง มีคนทำต่ออยู่แล้ว คงต้องทำไปตามกฎหมาย ทั้งนี้ ไม่ได้เข้าไปช่วยอะไร ไม่ยุ่ง ไม่แทรกแซงการจัดการทางการเมือง หากไปก็ไปพบตามปกติ หรือไม่ก็ไปรับลูกสาวซึ่งเป็น ส.ส.อยู่ ตนเป็นคนรักษามารยาท เมื่อถามว่า จะกลับเข้ามาเล่นการเมืองอีกหรือไม่ นายสมชายตอบว่า รอให้ครบ 5 ปีค่อยคิด ต้องดูกำลังก่อน ตอนนั้นอาจไม่ไหวแล้ว ซึ่งเราควรเสียสละให้คนทำงานบ้านเมืองมากกว่า เมื่อถามว่า ทางออกของสถานการณ์ขณะนี้ควรเป็นอย่างไร นายสมชายตอบว่า จะต้องเคารพกฎหมาย กติกา และเสียสละ เรื่องการเสียสละผู้ใหญ่หลายคนก็พูดว่าให้เสียสละเพื่อบ้านเมือง ถ้าไม่มีวินัย หรือไม่มีความรู้สึกก็ไม่ได้ ขอบคุณสื่อที่มาวันนี้ ตอนนี้อาจจะเจอกันนานๆครั้ง เวลานี้ตนยังว่างงาน หางานทำยังไม่ได้ ก็ทำบุญบ้าง ตีกอล์ฟบ้าง

แขวะนายกฯต้องไม่หล่อแต่หน้า

เมื่อถามว่า จะไปบวชเหมือนนักการเมืองท่านอื่นๆหรือไม่ นายสมชายกล่าวปฏิเสธทันทีว่า ไม่บวช เคยบวชแล้ว เมื่อถามว่า นายกฯคนใหม่ควรจะเป็นอย่างไร นายสมชายตอบว่า คงหล่อมั้ง หมายถึงเป็นคนดีมีความสามารถ สังคมยอมรับ เสียสละ ไม่ใช่หล่อกันที่หน้าตา เมื่อถามถึงกรณีความเสียหายของทำเนียบรัฐบาลจากการบุกยึดของม็อบพันธมิตรฯ นายสมชายตอบว่า ทุกอย่างที่ทำไปมันผิด คนทำความผิดมีตามกฎหมาย แต่หาตัวไม่ได้ อาจต้องมีการสืบสวนสอบสวนตามวิธีการ ซึ่งสภาพทำเนียบฯที่เห็นตอนนี้ เศร้าใจแทนคนทั้งชาติ ซึ่งเป็นภาษีของประชาชน เสียดาย และเสียใจ แต่ตนเองไม่ได้นั่งทำงานในทำเนียบฯก็ไม่เป็นไร ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมชายได้ชักชวนสื่อมวลชนประจำทำเนียบฯให้มาร่วมฉลองปีใหม่แบบพี่ๆน้องๆแบบไม่เป็นทางการ ที่บ้านเบเวอร์ลี่ฮิลส์ด้วย

“ลากตั้ง” จ่อรอเสียบ!

ที่มา ไทยรัฐ


ไม่แน่ใจว่า “กระจง” ตัวที่ถูกนำไปปล่อยให้วิ่งเพ่นพ่านอยู่ในป่าเขต สปก.ที่จังหวัดภูเก็ต จะโตขนาดไหน หรือว่าตายไปแล้ว

แต่ถ้าอยู่คงได้หัวร่องอหาย

เพราะวันนี้ตัวละครเอกที่เคยห้ำหั่นกันอย่างเอาเป็นเอาตายในศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ สปก.4-01 เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว อย่าง “เดอะห้อย” นายเนวิน ชิดชอบ กับ “เทพเทือก” นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่คิดว่าชาตินี้ผีจะไม่เผาเงาไม่เหยียบกันแล้ว

กลับมาจูบปากกันดูดดื่มเลย

ตอกย้ำสัจธรรมที่ไม่มีวันล้าสมัย “การเมืองไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร”

ภายใต้อำนาจและผลประโยชน์บนเงื่อนไขการสลับขั้วแหกค่าย “เนวิน” ทรยศ “นายใหญ่” หักดิบ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มาจับมือศัตรูคู่อาฆาตอย่างพรรคประชาธิปัตย์ อุ้มนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี โดยมี “เทพเทือก” เป็นล็อบบี้ยิสต์ประสาน สิบทิศ

โดยแนวโน้มการ “คบชู้สมสู่” จะลงตัวเร็วๆนี้

ล่าสุดตัวแทน 4 พรรคร่วมรัฐบาลเดิม ประกอบด้วย พรรคเพื่อแผ่นดิน พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา พรรคชาติไทยพัฒนา และพรรคภูมิใจไทย นำโดย พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนาเป็นตัวแทน 4 พรรคการเมืองแถลงจุดยืน

การตัดสินใจใดๆ ต่อจากนี้ 4 พรรคร่วมจะมีมติร่วมกัน และย้ำจุดยืนเดิมที่เคยแถลงไว้เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2551 ที่ผ่านมา ว่าจะสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ในการจัดการจัดตั้งรัฐบาล โดยจะชูนายอภิสิทธิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี

ท่ามกลางตัวเลข ส.ส.ที่ยังแกว่งไปแกว่งมา

แต่ที่แน่นปึ้กก็คือเสียงหนุนนอกสภา โดยเฉพาะท่าทีจากกองทัพที่สะท้อนผ่าน พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ พูดกันตรงๆเลยว่า ขณะนี้กำลังจะมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ส่วนตัวเห็นว่าน่าจะเปิดโอกาสให้กับพรรคการเมือง ที่เคยเป็นพรรคฝ่ายค้านอย่างพรรคประชาธิปัตย์ ได้ลองเข้ามาบริหารประเทศ

เพราะหลังการเลือกตั้งที่ผ่านมาได้นายกฯมาแล้ว 2 คน จากพรรคพลังประชาชน แต่จะเห็นได้ว่า ค่อนข้างจะมีอุปสรรคในการบริหารงานค่อนข้างมาก

พูดกันชัดๆไม่กลัวเสียงครหา “ปฏิวัติซ่อนปืน”

ขณะที่สวนดุสิตโพลเปิดผลสำรวจความเห็นประชาชนทั่วประเทศหนุนให้เปลี่ยนขั้วจัดรัฐบาล เปิดทางให้นายอภิสิทธิ์ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี

ยังไม่นับเสียงจากนักธุรกิจที่เชียร์สุดลิ่มทิ่มประตู สัญญาณตอบรับจากตลาดหุ้นที่ดีดขึ้นต่อเนื่อง รับข่าวการพลิกขั้วรัฐบาล

แต้มนอกสภาของประชาธิปัตย์ชนะขาดลอย

ที่แน่ๆโดยอาการที่เริ่มรับสภาพตกเป็นรอง นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ออกมายุส่งเลยว่า ภายใต้สถานการณ์ 2 ขั้วการเมืองยังมีเสียงก้ำกึ่งกัน

หากมีการจัดตั้งรัฐบาล แต่สังคมยังไม่สงบสุข ก็ควรยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชน

แบไต๋ ทิ้งไพ่ใบสุดท้าย

สู้ไม่ได้พาลล้มโต๊ะมันซะเลย

แต่ก็ดักทางรอไว้แล้วเหมือนกัน

โดยอาการขยับของหัวขบวนม็อบพันธมิตรฯในนามภาคีเครือข่ายประชาชนเพื่อฟื้นฟูชาติและพัฒนาการเมือง เดินหน้าล่ารายชื่อยื่นถวายฎีกาขอรัฐบาลพระราชทาน รัฐบาลเฉพาะกาล อ้างเพื่อประโยชน์สุขของปวงชนชาวไทย

โดยชื่อในบัญชีผู้ถวายฎีกาก็ล้วนแต่เจ้าเก่าขาประจำ อาทิ นายชัยอนันต์ สมุทวณิช นายกราชบัณฑิตยสถาน นายอาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน อดีตรองปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.กิตติ รัตนฉายา อดีตแม่ทัพภาคที่ 4 และนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ แกนนำม็อบพันธมิตรฯ

พร้อมๆกับการเดินแต้มของนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว. “ลากตั้ง” สายม็อบพันธมิตรฯยื่น กกต.ส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความสถานภาพของนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ในฐานะ ส.ส.สัดส่วนอดีตพรรคพลังประชาชน ยังมีอำนาจทำหน้าที่ประธานรัฐสภาได้หรือไม่

เหมือนเคลียร์ทางให้นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา รับไม้แทน

ม็อบพันธมิตรฯเปิดช่องทางด่วนรอรัฐบาลพิเศษ

โดยการเก็งสถานการณ์ล่วงหน้า นักเลือกตั้งเปิดเกมยื้ออำนาจ ยากที่จะเคลียร์กันลงตัว

ดันนายกฯ “ลากตั้ง” เสียบได้ทุกจังหวะ.


ทีมข่าวการเมือง รายงาน

เพื่อไทยพลิกเกมสู้ตั้ง"เสนาะ" ดึง 5 พรรคชู"รบ.เพื่อชาติ" เสนอภารกิจ1ปียุบสภา คุยมี ส.ส.244เสียง

ที่มา มติชนออนไลน์

เพื่อไทยพลิกเกมสู้ ปชป. ตั้ง "เสนาะ" ประสาน 5 พรรคร่วมตั้งรัฐบาลเพื่อชาตินัดหารือ 10 ธ.ค. ลั่น "ประชา-บิ๊กเหวียง"ร่วมด้วย "อำนวย"เสนอภารกิจรบ.ใหม่ สร้างสมานฉันท์-แก้เศรษฐกิจ -ประชามติรธน. อยู่ 1 ปียุบสภา "เฉลิม"วอนพรรคร่วมเดิมกลับมามั่นใจเสียงสนับสนุนถึง244เสียง คาดเปิดสภาฯโหวตนายกฯสัปดาห์หน้า

"เพื่อไทย"มีมติตั้งรัฐบาลแห่งชาติ


เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 9 ธันวาคม ที่สำนักงานพรรคเพื่อไทย (พท.) ย่านพระราม 4 นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย แถลงภายหลังการประชุมพรรคว่า พรรคมีมติตามแนวคิดของนายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราชที่เสนอให้ทุกพรรคการเมืองร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลเพื่อชาติ มีนายกรัฐมนตรีจากพรรคการเมืองขนาดเล็ก ที่ไม่ได้มาจากพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาธิปัตย์ นอกจากนี้ยังเสนอให้นายเสนาะ เทียนทอง เป็นประธานการประสานงานกับพรรคการเมืองทุกพรรคในการจัดตั้งรัฐบาล เพื่อแก้ไขวิกฤตของประเทศ เพราะเห็นแล้วว่าหากพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลกลุ่มคนเสื้อเหลืองก็ไม่ยอม แต่หากพรรคประชาธิปัตย์จัดตั้งรัฐบาล กลุ่มคนเสื้อแดงก็ไม่ยอม และจะไม่เป็นหนทางในการแก้ไขปัญหาของประเทศ


นายสุรพงษ์กล่าวว่า การเสนอตั้งรัฐบาลตามแนวทางนี้ ไม่ได้เป็นเพราะขั้วพรรคเพื่อไทยไม่สามารถรวบรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลได้ แต่เป็นเพราะอยากให้ประเทศพ้นวิกฤต เพราะขณะนี้พรรคเพื่อไทยมีเสียงอยู่แล้ว 225 เสียง ซึ่งหากจัดตั้งรัฐบาลจะมีเสียงเกินกึ่งหนึ่งอยู่ 6 เสียง ถึงจะตั้งรัฐบาลได้ก็อยู่ต่อไปไม่ได้ ดังนั้น จึงควรมาอยู่ร่วมกันเพื่อชาติมากกว่า


นายสุรพงษ์กล่าวต่อไปว่า สำหรับการยุบสภานั้น ที่ประชุมยังไม่ได้พูดถึง เพราะแกนนำวิเคราะห์กันว่าหากยุบสภาแล้ว ไม่มีทางทราบได้เลยว่าจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นได้หรือไม่ เพราะมีกระแสข่าวว่า กกต. (คณะกรรมการการเลือกตั้ง) จะลาออกจนไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ จากนั้นวุฒิสภาจะแก้ไขรัฐธรรมนูญบางมาตรา จนทำให้เกิดสุญญากาศการเมืองหนักกว่านี้ แต่เมื่อถึงเวลาสุดท้าย ที่จะมีการเลือกนายกรัฐมนตรีและพรรคประชาธิปัตย์อาจจะชนะการเลือกนายกฯ เราอาจจะนำเรื่องการยุบสภาเข้ามาหารือกันอีกครั้ง


"เสนาะ"รับประสาน5พรรคร่วมตั้งรัฐบาล


ทางด้านนายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช เปิดเผยภายหลังพรรคเพื่อไทยมีมติสนับสนุนให้เป็นประธานในการจัดตั้งรัฐบาลว่า เบื้องต้นจำเป็นต้องประสานพูดคุย กับทั้ง 5 พรรคร่วมเดิมว่า ไม่ว่าสถานการณ์บ้านเมืองไปในขั้วไหนก็จะเกิดเป็นปัญหาขึ้น ที่พรรคเพื่อไทยมีมติชัดเจนว่ายอมถอย ถือเป็นเรื่องดี ทำให้เห็นว่าพรรคใหญ่ยอมถอยแล้ว ซึ่งจะสะท้อนไปถึงพรรคประชาธิปัตย์ว่าหากยังคงดึงดันจัดตั้งรัฐบาลอีก จะต้องรับผิดชอบต่อปัญหาที่ตามมา


"ขอถามหน่อยว่าทำไมกระสันกันเหลือเกิน ในเมื่อรู้อยู่แล้วว่าไม่ว่าพรรคใดเป็นนายกรัฐมนตรีก็ต้องเกิดภัยเหนือและภัยใต้ หากพรรคประชาธิปัตย์ยังดื้อ รับรองเกิดเรื่องแน่"นายเสนาะกล่าว


นายเสนาะกล่าวต่อไปว่า จะเชิญหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลทั้ง 5 พรรคมาหารือที่บ้านพักในช่วงเย็นวันที่ 10 ธันวาคม เพื่อหารือปัญหาที่จะเกิดขึ้น เรื่องการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีนั้น ตอนนี้เสียงกำลังงัดกันอยู่ ต้องดูวันโหวตอีกที


"ตำรางูเห่าเคยมีให้เห็นว่าเป็นอย่างไรวันโหวตเลือกนายกฯก็จะมีให้เห็นอีกแน่นอน"นายเสนาะกล่าว


เย็นวันเดียวกันนายเสนาะให้สัมภาษณ์รายการ "เรื่องเด่นเย็นนี้"ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 อีกครั้งว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ โทรศัพท์มาชักชวนเข้าร่วมรัฐบาลทุกวัน บอกว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์จะมาพบที่บ้านเมืองทองธานี แต่บอกไปว่าไม่ต้องมา ไม่ได้รังเกียจนายอภิสิทธิ์ แต่มีจุดยืนเพราะลั่นวาจาไปแล้ว เมื่อถามถึงการการประสานงานจัดตั้งรัฐบาล นายเสนาะกล่าวว่า จะทำเท่าที่ทำได้ หากทำไม่สำเร็จก็ช่วยไม่ได้ ได้ประกาศไปแล้วว่าไม่รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คนที่เหมาะสมมีหลายคน นายกรัฐมนตรีไม่จำเป็นต้องเก่ง แต่ต้องใช้คนทำงานให้เป็น


ยัน"เชษฐา-ประชา"อยู่ขั้ว"เพื่อไทย"


เมื่อถามว่าได้คุยกับ พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร และพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก หรือยัง นายเสนาะกล่าวว่า เพิ่งวางสายโทรศัพท์ จาก พล.อ.เชษฐา ยืนยันว่ายังอยู่กับเรา พล.อ.เชษฐา บอกว่าวันนี้โกรธมาก เหมือนกับต้มกัน เอาไปนั่งหัวโด่ ทั้งๆ ที่ พล.อ.เชษฐาเป็นผู้ใหญ่ แต่ลากไปแถลงข่าวร่วม ซึ่ง พล.อ.เชษฐายืนยันว่า ไม่เห็นด้วยกับที่แถลง พล.ต.อ.ประชา ก็ยืนยันว่าจะอยู่ตรงนี้ เพราะถ้ามีการเปลี่ยนแปลง พล.ต.อ.ประชา คงกลับจังหวัดอุดรธานีไม่ได้


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 11.00 น. วันเดียวกัน นายบุญลือ ประเสริฐโสภา อดีต ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชาชนที่ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี อดีตส.ส.สายนายสรอรรถ กลิ่นประทุม เข้าพบนายเสนาะที่บ้านพักหมู่บ้านเมืองทองธานี


ต่อมา เวลา 13.20 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายสุพล ฟองงาม รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อดีตแกนนำกลุ่มเพื่อนเนวิน พานายปวีณ แซ่จึง ส.ส.ศรีสะเกษ กลุ่มเพื่อนเนวิน กลับมาเปิดตัวที่พรรคเพื่อไทย หลังจากก่อนหน้านี้มีข่าวว่าจะไปสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์


เสนอแนวทาง"สมานฉันท์"-อยู่1ปีแล้วยุบ


ทางด้านนายอำนวย คลังผา ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทยเปิดเผยภายหลังการประชุมทีมยุทธศาสตร์ของพรรค ณ ที่ทำการพรรค ว่า ได้หารือกับ ส.ส.ที่เป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยบางส่วนและแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลหลายคน อาทิ นายเสนาะ พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ทุกคนเห็นด้วยว่าการแก้ไขปัญหาวิกฤตของประเทศวันนี้ไม่ใช่การจับขั้วรัฐบาลที่มีแกนนำจัดตั้งเป็นพรรคเพื่อไทย หรือพรรคประชาธิปัตย์ ทางออกที่ดีที่สุดคือ การตั้งรัฐบาลสมานฉันท์ โดยตัวนายกรัฐมนตรีนั้นต้องเป็น ส.ส.ในพรรคร่วมรัฐบาล ไม่ใช่นายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยหรือพรรคประชาธิปัตย์ โดยรัฐบาลสมานฉันท์จะมีวาระในการทำหน้าที่เพียง 1 ปี เพื่อสร้างความสมานฉันท์ แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และจัดการออกเสียงประชามติว่าประชาชนเห็นชอบการใช้รัฐธรรมนูญฉบับใดระหว่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 และปี2550


“เอาทุกพรรคมาจัดตั้งรัฐบาล บริหารงานไป 1 ปี แล้วต้องยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชน ผมจะนำเรื่องนี้เสนอแกนนำระดับสูงของพรรคเพื่อไทยให้พิจารณาต่อไป รวมถึงออกแถลงการณ์เรียกร้องให้หัวหน้าพรรคการเมืองต่างๆสนับสนุนแนวความคิดนี้"นายอำนวยกล่าว


"เฉลิม"ร้องถามพรรคร่วมฯไม่อยากเป็นนายกฯหรือ


ขณะเดียวกัน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แกนนำพรรคเพื่อไทย แถลงว่า ขณะนี้มี ส.ส.เข้ามาสังกัดพรรคมากขึ้นเรื่อยๆ และเป็นตัวเลขที่เป็นรูปธรรม มีเสียงเกินกึ่งหนึ่งในการจัดตั้งรัฐบาลได้แน่นอน พรรคเป็นห่วงอย่างเดียวคือ ถ้ามีคะแนนเสียงจัดตั้งรัฐบาลพอ แต่เป็นเสียงที่ไม่ทิ้งห่างมาก อาจจะมีปัญหาในช่วงเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะพรรคประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้านที่มีความชำนาญมาก จึงอยากให้ ส.ส.กลับมาบ้านเก่า อย่าไปเห็นกับการที่แกนนำแต่ละพรรคออกมาแถลงว่าได้เสียงเพิ่มเพราะพูดมาอย่างนี้ 4 วัน จนเป็นแผ่นเสียงตกร่องไปแล้ว ซึ่งแกนนำแต่ละพรรคต่างถูกตัดสิทธิไปแล้ว ไม่มีสิทธิในการโหวต


"ขอเรียกร้องให้พรรคร่วมรัฐบาลเดิมกลับมาร่วมทำงานกัน พรรคเปิดกว้างในการเป็นนายกฯ จะเป็นนายเสนาะ พล.ต.อ.ประชา นายมั่น พัธโนทัย และพล.อ.เชษฐา ไม่นึกอยากเป็นนายกฯบ้างหรือ เพราะเรายืนยันแล้วว่าพรรคเพื่อไทยไม่ต้องการตำแหน่งนายกฯ และส.ส.มีเอกสิทธิที่จะสามารถโหวตใครเป็นนายกฯก็ได้ วันนี้การเมืองยังไม่จบต้องดูกันให้แน่ชัดคือวันโหวตเลือกนายกฯจึงจะรู้ว่าใครเป็นของจริง พรรคประชาธิปัตย์ ดีแต่พูด อยู่ไกล้ๆจะเอาหนังสติ๊กยิงปาก พอคุณหญิงพจมาน (ดามาพงศ์) กลับมาก็บอกว่าไม่ได้เป็นรัฐบาลเพราะแพ้อำนาจเงิน โดนดูดเสียงสนับสนุนไปหมด"ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว


มั่นใจเสียงสนับสนุนถึง244เสียง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดแกนนำพรรคเพื่อไทย เช่น นางเยาวภา วงส์สวัสดิ์ ภริยานายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญากุล นายสุพล ฟองงาม รวมทั้ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ร่วมประเมินสถานการณ์การจับขั้วตั้งรัฐบาล โดยว่าที่ ร.ต.พงษ์พันธ์ สุนทรชัย ส.ส.หนองคาย พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า แกนนำพรรคคำนวนตัวเลข ส.ส.เบื้องต้น พบว่า ในส่วนของพรรคเพื่อไทยนั้นมี ส.ส. 201-202 เสียง พรรคเพื่อแผ่นดิน 24 เสียง รวมกับ ส.ส.สุรินทร์ อดีตสมาชิกกลุ่มเพื่อนเนวิน ที่จะเข้าไปอยู่พรรคเพื่อแผ่นดินอีก 4 เสียง รวมเป็น 28 เสียง พรรคประชาราช 5 เสียง พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา 4 เสียง รวมทั้งพรรคชาติไทย 5 เสียงและพรรคมัชฌิมาธิปไตยอีก 2-3 เสียง พรรคเพื่อไทยก็จะมีเสียงสนับสนุน 243-244 เสียง คาดว่าภายใน 1-2 วันนี้พรรคเพื่อไทยจะสามารถแถลงจัดตั้งรัฐบาลได้


คาดเปิดสภาฯได้สัปดาห์หน้า


สำหรับการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฏรนั้น นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฏร กล่าวว่า ได้ทำเรื่องขอพระราชกฤษฎีกาเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ ส่งไปยังสำนักพระราชวัง ตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันที่ 8 ธันวาคมที่ผ่านมา เบื้องต้นตรวจสอบรายชื่อที่พรรคประชาธิปัตย์พร้อมทั้งพรรคการเมืองและกลุ่มการเมืองที่สนับสนุนได้ยื่นมาจำนวน 240 ชื่อ พบว่า มีการลงลายมือชื่อซ้ำกัน ทำให้เหลือรายชื่อผู้สนับสนุนที่ถูกต้อง 232 คน แต่ถือว่าครบจำนวน 1 ใน 3 ตามที่รัฐธรรมนูญมาตรา 129 กำหนดไว้ โดยภายหลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ เปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญออกมาแล้ว ประธานสภาผู้แทนราษฎร จะทำหนังสือนัดประชุมสมาชิกต่อไป คาดว่าจะสามารถเปิดประชุมได้ภายในสัปดาห์หน้า


นายพิทูรกล่าวต่อว่า สำหรับปัญหาเรื่องสมาชิกภาพ ส.ส.สัดส่วนของพรรคการเมืองที่ถูกยุบพรรค ทางสภาผู้แทนราษฏรไม่มีข้อสงสัยในประเด็นดังกล่าว จึงถือว่า ส.ส.ส่วนนี้ยังคงสมาชิกภาพอยู่ตามเดิม ส่วนใครมีข้อสงสัยสามารถยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ ทั้งนี้โดยหลักการขณะนี้มีจำนวน ส.ส.ทั้งหมด 447 คน ถูกพักงานในคดีเลือกตั้ง 9 คน เหลือสมาชิกที่สามารถลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีได้ 438 คน ทั้งนี้ผู้ที่ได้รับเลือกให้เป็นนายกฯต้องมีเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมด คือ 220 เสียง

พบศพนิรนามที่ดอนเมือง ยัดกระสอบ เน่าเปื่อยนานกว่า1สัปดาห์ มียันต์นักรบศรีวิชัยของพันธมิตรฯ 2 ผืน

ที่มา มติชนออนไลน์

เมื่อเวลา 21.00น.วันที่ 9 ธันวาคม ตำรวจสน.ดอนเมืองไปตรวจสอบ จุดพบศพชายไม่ทราบชื่อ และอายุ ยัดอยู่ในถุงกระสอบ ทิ้งอยู่ภายในห้องเก็บของชั้น 2 อาคารขั้นที่ 1 ชั้นที่ 2 ของห้องเก็บของ อาคารตัวแทนรับส่งสินค้า ภายในท่าอากาศยานดอนเมือง สถานที่ซึ่งพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเคยปักหลักชุมนุม


ทั้งนี้สภาพศพเน่าเปื่อย คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1 สัปดาห์ ในถุงกระสอบที่ใช้ยัดศพยังพบผ้ายันต์นักรบศรีวิชัย 2 ผืน ตำรวจจึงนำศพส่งงานพิสูจน์หลักฐาน ทั้งนี้ในวันที่ 10 ธันวาคม พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.)จะไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุด้วย

'บุญสร้าง'สั่งกองทัพห้ามจุ้นการเมือง

ที่มา ประชาทรรศน์

พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด กล่าวถึงกระแสข่าวที่กองทัพเข้าไปแทรกแซงทางการเมือง ว่า จุดยืนกองทัพไม่ว่าจะเป็นยุคสมัยใด ก็ต้องยึดถือบทบาทหน้าที่ของทหาร และไม่ควรเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเมือง ส่วนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เหมาะสมเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่นั้น พล.อ.บุญสร้าง กล่าวว่าตนไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัว แต่เมื่อพิจารณาจากคุณสมบัติก็ถือว่า เป็นบุคคลที่ดี

Tuesday, December 9, 2008

นายกฯรักษาการยุบสภาได้ไหม ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์หมดสมาชิกภาพเมื่อพรรคถูกยุบหรือไม่

ที่มา Thai E-News

โดย ชำนาญ จันทร์เรือง
9 ธันวาคม 2551

การห้ามยุบสภาปรากฏในรัฐธรรมนูญเพียงในช่วงระยะเวลาที่มีการยื่นญัตติเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๕๘ วรรคหนึ่ง เท่านั้น ฉะนั้น นายกฯรักษาการหลังจากที่มีการยุบพรรคจึงมีอำนาจเต็มเหมือนตัวจริงทุกอย่างรวมถึงการยุบสภาฯก็ย่อมกระทำได้อย่างแน่นอน ส่วนว่าจะเหมาะสมหรือไม่ว่ากันอีกเรื่องหนึ่ง


ประเด็นที่คอการเมืองทั้งหลายกำลังเถียงกันหน้าดำหน้าแดงกันอยู่ในปัจจุบันที่ล้วนแล้วแต่เป็นปัญหาปวดหัวที่ต้องตีความนั้นมีอยู่หลายประเด็น แต่ประเด็นที่ที่ค่อนข้างจะมีความเห็นแตกเป็นหลายฝ่ายก็คือ นายกรัฐมนตรีรักษาการยุบสภาได้หรือไม่ สส.แบบบัญชีรายชื่อเมื่อถูกยุบพรรคแล้วหมดสมาชิกภาพไปด้วยหรือไม่ ฯลฯ

ประเด็นแรก นายกรัฐมนตรีรักษาการยุบสภาได้หรือไม่

๑) พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.๒๕๓๔ มาตรา ๔๑ และ มาตรา ๔๘ วรรคหนึ่ง บัญญัติไว้ว่า

มาตรา ๔๑ ในกรณีที่นายกรัฐมนตรีไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้รองนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาราชการแทน ถ้ามีรองนายกรัฐมนตรีหลายคน ให้คณะคณะรัฐมนตรีมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีคนใดคนหนึ่งเป็นผู้รักษาราชการแทน ถ้าไม่มีผู้ใดดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้คณะรัฐมนตรีมอบหมายให้รัฐมนตรีคนใดคนหนึ่งเป็นผู้รักษาราชการแทน
มาตรา ๔๘ ให้ผู้รักษาราชการแทนตามความในพระราชบัญญัตินี้ มีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับผู้ซึ่งตนแทน

๒) รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๑๕๘ วรรคหนึ่ง มาตรา ๑๘๐ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๑๘๑ บัญญัติไว้ว่า

มาตรา ๑๕๘ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร มีสิทธิเข้าชื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ญัตติดังกล่าวต้องเสนอชื่อผู้สมควรดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนต่อไปซึ่งเป็นบุคคลตามมาตรา ๑๗๑ วรรคสองด้วย และเมื่อได้มีการเสนอญัตติแล้ว จะมีการยุบสภาผู้แทนราษฎรมิได้

มาตรา ๑๘๐ รัฐมนตรีทั้งคณะพ้นจากตำแหน่งตำแหน่งเมื่อ

(๑) ความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงตามมาตรา ๑๘๒
(๒)อายุสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลงหรือมีการยุบสภาผู้แทนราษฎร
(๓)คณะรัฐมนตรีลาออก...

มาตรา ๑๘๑ คณะรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่ง ต้องอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่ แต่ในกรณีพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา ๑๘๐(๒)(อายุสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลงหรือมีการยุบสภาผู้แทนราษฎร-ผู้เขียน) คณะรัฐมนตรีและรัฐมนตรีจะปฏิบัติหน้าที่ได้เท่าที่จำเป็น ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด ดังต่อไปนี้

(๑)ไม่กระทำการการอันเป็นการใช้อำนาจแต่งตั้งหรือโยกย้ายข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ หรือพนักงานของหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจหรือกิจการที่รัฐถือหุ้นใหญ่ หรือให้บุคคลดังกล่าวพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่หรือพ้นจากตำแหน่ง หรือให้ผู้อื่นมาปฏิบัติหน้าที่แทน เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้งก่อน
(๒)ไม่กระทำการอันมีผลเป็นการอนุมัติให้ใช้จ่ายงบประมาณสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้งก่อน
(๓)ไม่กระทำการอันมีผลเป็นการอนุมัติงานหรือโครงการ หรือมีผลเป็นการสร้างความผูกพันต่อคณะรัฐมนตรีชุดต่อไป
(๔)ไม่ใช้ทรัพยากรขอรัฐหรือบุคลากรของรัฐเพื่อกระทำการใดซึ่งจะมีผลต่อการเลือกตั้ง และไม่กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนข้อห้ามตามระเบียบที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด

ความเห็น

นายกรัฐมนตรีที่รักษาการมีอำนาจเต็มทุกอย่างที่นายกรัฐมนตรีตัวจริงมี ยกเว้นตามข้อห้ามในมาตรา ๑๘๐(๒) ที่นายกฯรักษาการในกรณีที่มีการยุบสภาหรือสภาหมดอายุ ซึ่งการรักษาการนายกฯในกรณีถูกยุบพรรคนั้นไม่อยู่ในข่ายตามมาตรา ๑๘๐(๒) แต่อย่างใดและการห้ามยุบสภาปรากฏในรัฐธรรมนูญเพียงในช่วงระยะเวลาที่มีการยื่นญัตติเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๕๘ วรรคหนึ่ง เท่านั้น ฉะนั้น นายกฯรักษาการหลังจากที่มีการยุบพรรคจึงมีอำนาจเต็มเหมือนตัวจริงทุกอย่างรวมถึงการยุบสภาฯก็ย่อมกระทำได้อย่างแน่นอน ส่วนว่าจะเหมาะสมหรือไม่ว่ากันอีกเรื่องหนึ่ง

ประเด็นที่สอง สส.แบบบัญชีรายชื่อเมื่อถูกยุบพรรคแล้วหมดสมาชิกภาพไปด้วยหรือไม่

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๑๐๖(๘) บัญญัติว่า

มาตรา ๑๐๖ สมาชิภาพของสมาชิกสภาผู้แทนสิ้นสุดลงเมื่อ

(๘)ขาดจากการเป็นสมาชิกของพรรคการเมืองในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคการเมืองที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้นั้นเป็นสมาชิก และไม่อาจเข้าเป็นสมาชิกของพรรคการเมืองอื่นได้ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่ง ในกรณีเช่นนี้ให้ถือว่าสิ้นสุดสมาชิกภาพนับแต่วันถัดจากวันที่ครบกำหนดหกสิบวันนั้น

ความเห็น

ในเมื่อขณะที่ศาลรัฐธรรมนูญ สส.เหล่านั้นถือว่าเป็น สส.แล้ว ก็ต้องยังคงมีสภาพเป็น สส.ต่อไปและย่อมที่จะสามารถหาพรรคใหม่สังกัดได้ เว้นเสียแต่ว่าเกิดโชคร้ายหาพรรคใหม่ไมได้หรือเกิดความเบื่อหน่ายไม่อยากเป็น สส.ต่อไป เลยไม่สังกัดพรรคใหม่ภายใน หกสิบวันจึงจะถือว่าสิ้นสุดสมาชิกภาพ การที่จะถือว่า สส.บัญชีรายชื่อเหล่านี้ได้มาเพราะเหตุที่ประชาชนเลือกพรรคเดิม เมื่อพรรคเดิมถูกยุบก็ต้องสิ้นสภาพไปด้วยนั้น ผมไม่เห็นด้วย เพราะเป็นการตีความขยายเกินกว่ารัฐธรรมนูญกำหนด

หลักของการตีความกฎหมายนั้นต้องเป็นการตีความเพื่อให้ปฏิบัติได้ มิใช่การตีความเพื่อให้เกิดผลประหลาด หรือสภาวะสุญญากาศตามมา

ซึ่งเราเรียกว่า “การตะแบง”มิใช่การตีความกฎหมายแต่อย่างใด

ขนาดสื่อกองเชียร์ยังเขินแทน ฉากอุบาทว์ยี้ผสมพันธุ์ห้อย

ที่มา Thai E-News




การเมือง-นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค พร้อมนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เข้าพบมอบดอกไม้แดงให้นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำกลุ่มเพื่อนเนวิน เพื่อให้การสนับสนุนพรรคปชป.ในการจัดตั้งรัฐบาล โดยนายเนวินระบุว่า ยังเคารพ"นาย"เหมือนเดิม แต่ต้องแลกกับประเทศชาติด้วยความเจ็บปวด

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
9 ธันวาคม 2551



แม้แต่นักเล่าข่าวที่เป็นกองเชียร์พรรคประชาธิปัตย์ และพันธมิตรตัวยงอย่างนายธีระ ธัญไพบูลย์ ก็พูดในช่วงข่าวเด่นเย็นนี้ทางโทรทัศน์ช่อง 3 ว่า เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าจะได้เห็นภาพที่หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์หอบกระเช้าดอกไม้แดงไปหานายเนวิน ชิดชอบ ซึ่งถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง แต่มีฐานะเป็นแกนนำกลุ่มเพื่อนเนวิน เพื่อดึงกลุ่มการเมืองนี้มาสนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาล

"นี่แหละครับที่เขาว่าการเมืองไม่มีมิตรแท้ และไม่มีศัตรูที่ถาวร"นายธีระกล่าวบรรยายภาพข่าวช่วงที่นายอภิสิทธิ์มอบดอกไม้นายเนวินพร้อมสวมกอด และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ซึ่งเคยโดนนายเนวินกับนักการเมืองหนุ่มกลุ่ม16ซักฟอกจนตกเก้าอี้อย่างเจ็บช้ำในกรณีสปก.4-01มาแล้ว

ทั้งนี้ในช่วงเช้าวันนี้นายธีระกับคู่หูคือนายกนก รัตน์วงศ์สกุล เล่าข่าวทางรายการเก็บตกจากเนชั่นทางช่องเนชั่นแชนัลว่า เขานึกไม่ออกว่าหากนายอภิสิทธิ์ต้องหอบกระเช้าดอกกุหลาบแดงไปหานายเนวินแบบเดียวกับที่หอบไปหานายบรรหาร ศิลปอาชา และนางอนงค์วรรณ เทพสุทิน ในวันก่อน นายอภิสิทธิ์จะต้องทำหน้าอย่างไร และ"พวกเราสองคนต้องทำหน้าอย่างไร"

นายกนกตอบว่าเรื่องนี้คงยากที่จะเกิดขึ้นเพราะนายเนวินเป็นเพียงคนที่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง แม้ว่าจะเป็นแกนนำกลุ่มเพื่อนเนวิน แต่ถึงจะเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น เขาก็คาดว่าน่าจะเป็นนายสุเทพเป็นคนไปมากกว่า นายอภิสิทธิ์คงไม่ต้องไปด้วยตนเอง เลยโดนนายธีระดักคอถามว่า แล้วหากนายอภิสิทธิ์ไปเองหละ พวกเราสองคนต้องทำหน้าแบบไหน

อย่างไรก็ตามหลังมีภาพข่าวว่านายอภิสิทธิ์และนายสุเทพต้องไปมอบดอกไม้แดงนายเนวินทั้งคู่ และสวมกอดอย่างไม่เคอะเขิน ก็ทำให้นายธีระซึ่งเล่าข่าวในรายการเรื่องเด่นเย็นนี้ทางช่อง3หายเคอะเขินไปด้วย และมีสีหน้ายิ้มแย้มอย่างสุขสมหวัง

นายสุเทพได้ชื่อว่าเป็นนักการเมืองที่ประชาชนส่งเสียง"ยี้"มากที่สุดคนหนึ่ง ขณะที่นายเนวินถูกล้อเลียนจากรูปลักษณ์ว่า"ห้อย" อย่างไรก็ตามทั้ง2มีบทบาทหลักในการทำให้การผสมพันธุ์ทางการเมืองที่เคยเป็นคู่ขัดแย้งมายาวนานที่สุดคู่หนึ่งในวงการเมืองไทยประสบผลสำเร็จ โดยที่มีข่าวว่าผู้นำเหล่าทัพเป็นผู้ประสานงานให้เกิดเรื่องอัปลักษณ์ทางการเมืองนี้ขึ้น ขณะที่นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ลูกทีมนายเนวินบอกว่าพวกเขาต้องตัดสินใจเพื่อชาติ และรักษาสถาบันกษัตริย์ไว้

พลเอกฮิเดกิ โตโจ ตัวอย่างของคนดีที่ทำให้ประเทศชาติพินาศย่อยยับ

ที่มา thaifreenews

หลังการประหารชีวิต พลเอกฮิเดกิ โตโจ ตามคำพิพากษาของศาลอาชญากรสงครามของฝ่ายสัมพันธมิตร ได้มีการสำรวจทรัพย์สินของนายพลผู้เฒ่าอาชญากรสงครามที่ทางสัมพันธมิตรอายัดไว้ และพบว่าเขาไม่มีทรัพย์สมบัติอะไรเหลืออยู่เลยนอกจากบ้านเก่า ๆ หนึ่งหลัง ฝ่ายสัมพันธมิตรตัดสินใจส่งคืนให้กับภรรยาหม้ายของโตโจไป

พลเอกฮิเดกิ โตโจ เป็นนายทหารอาชีพที่มีเกียรติประวัติดีเด่น เขาเป็นคนดีซื่อสัตย์และมีคุณสมบัติครบถ้วนของความเป็นสุภาพบุรุษตามมาตรฐานของซามูไร เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงทหารบกในรัฐบาลของเจ้าชายโคโนเอะ เมื่อที่ประชุมร่วมกับสมเด็จพระจักรพรรดิของรัฐบาลโน้มเอียงไปในทางการทำสงคราม เข้าชายโคโนเอะได้กราบถวายบังคมลาออกจากนายกรัฐมนตรี และ โตโจ ได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นสืบต่อมา อันเป็นการเริ่มต้นของสงครามโลกครั้งที่สอง ด้วยการถล่มเพิร์ลฮาเบอร์ พร้อม ๆ บุกเข้าสู่อินโดจีน สยาม มลายู ฟิลิปปินส์ ฯลฯ ในเวลาต่อ ๆ มา ด้วยชัยชนะติดต่อกันมาระยะหนึ่ง ก่อนจะเริ่มพ่ายแพ้และกลายเป็นฝ่ายรับหลังยุทธนาวีที่มิดเวย์ โตโจ ต้องลาออกเมื่อชัดเจนว่าญี่ปุ่นกำลังเพลี่ยงพล้ำในสงคราม ที่ยุติลงด้วยการทิ้งระเบิดปรมาณูของสหรัฐอเมริกาลงในเมืองใหญ่ของญี่ปุ่นและสมเด็จพระจักรพรรดิทรงประกาศยุติสงครามด้วยการยอมแพ้ต่อสัมพันธมิตรอย่างไม่มีเงื่อนไข

พลเอกฮิเดกิ โตโจ บริหารประเทศญี่ปุ่นเป็นเวลานานในช่วงสงคราม เขาเป็นตัวอย่างของนายทหารที่จงรักภักดีต่อสมเด็จพระจักรพรรดิอย่างยิ่งยวด มีหลักฐานหลายครั้งว่าเขาดำเนินนโยบายด้วยความเคารพในแนวทางที่สมเด็จพระจักรพรรดิทรงมีพระประสงค์แม้จะมีเหตุผลด้านอื่นที่ดีกว่า หลังสงครามเขาถูกจับกุมตัวนำขึ้นพิจารณาคดีในศาลอาชญากรสงคราม ในวันที่ถูกจับเขาพยายามยิงตัวตาย แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ คำให้การของเขาต่อศาลอาชญากรสงครามนั้นยืนยันความรับผิดชอบแต่ผู้เดียวในการก่อสงคราม รวมไปถึงคำให้การที่ชี้ว่า สมเด็จพระจักรพรรดิ์ฮิโรฮิโตมิได้ทรงเกี่ยวข้องกับการเริ่มสงคราม

หากจะดูการกระทำของพลเอกฮิเดกิ โตโจ จะพบว่าเขาเป็นหนึ่งในคนที่เป็นตัวอย่างของการเป็นคนดี ไม่ทุจริตคอร์รัปชั่น ชีวิตส่วนตัวเรียบง่ายสมถะ นิยมการเขียนบทกวีและชื่นชมกับธรรมชาติ ที่สำคัญเขาอุทิศได้แม้แต่ชีวิตเพื่อปกป้องพระเกียรติยศของสมเด็จพระจักรพรรดิด้วยการขอรับผิดชอบแต่ผู้เดียวต่อความผิดพลาดที่ทำให้ญี่ปุ่นเข้าสู่สงครามและพ่ายแพ้อย่างน่าอัปยศอดสู ซึ่งสังเวยด้วยชีวิตของทหารและพลเรือนของญี่ปุ่นนับสิบล้านคน ไม่รวมถึงทรัพย์สินและเกียรติยศของประเทศ ที่ย่อยยับไปกับการต้องตกเป็นประเทศที่ถูกยึดครองโดยไทต่างด้าวท้าวต่างแดนเป็นเวลาหลายปีหลังสงคราม

ปัญหาก็คือคนดีอย่างนี้ บริหารประเทศจนพินาศย่อยยับกันอย่างนี้ เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วหรือ? มีตัวอย่างของคนดีจำนวนมากในประวัติศาสตร์โลกที่ใช้ชีวิตเรียบง่าย ไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว ตายไปโดยไม่เหลือทรัพย์สมบัติอะไรเลย แต่นโยบายและวิธีการที่ต้องการให้ประเทศเป็นรัฐในอุดมคติ กลับสร้างความพินาศต่อประชาชนและประเทศชาติอย่างย่อยยับ พอลพต ก็เป็นคนดี เขาไม่มีทรัพย์สมบัติอะไรเลย ตายอย่างอนาถา ศพถูกเผาในโลงไม้ที่ต่อขึ้นหยาบ ๆ ตลอดชีวิตไม่เคยหาประโยชน์ใส่ตัวเลย แม้แต่ในตอนที่ปกครองประเทศกัมพูชาประชาธิปไตยอยู่ เจียงชิง และแก๊งค์สี่คน ก็ต้องการสร้างประเทศจีนที่บริสุทธิ์ในอุดมคติ ประชาชนรักประเทศชาติและระบอบสังคมนิยม เห็นแก่ส่วนรวมมากกว่าส่วนตัว การปฏิวัติวัฒนธรรมมีอุดมการณ์เช่นนั้น แต่ถูกต้องแล้วหรือ ที่คนพวกหนึ่งมีความคิดแบบนั้น ต้องบังคับให้คนอื่น ๆ มีความคิดแบบเดียวกับตนเอง ที่มันเกิดผลต่อมาว่า ทุกคนต้องลำบากแสนเข็ญเพื่อให้บรรลุอุดมคตินั้นของพวกเขา นี่เป็นเรื่องกิเลศตัณหาส่วนตัว ไม่ใช่การกระทำเพื่อส่วนรวม

อยากจะถามคนที่คิดว่าตัวเองมีจริยธรรมสูงส่งและใช้วิธีแบบไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็เอาด้วยกลกับการพยายามเปลี่ยนระบอบประชาธิปไตยจากแบบวันแมนวันโหวต ไปเป็น 70/30 หน่อยว่า คุณมีสิทธิอะไรที่จะคิดว่าพวกคุณทำถูก คุณบอกว่านักการเมืองไม่ดี พวกคุณดีคนเดียว คุณเป็นใคร เอาละพวกคุณว่าตัวเองเป็นคนดี แต่การทำให้ประเทศพินาศย่อยยับนี่มันถูกต้องหรือ น่ารำคาญพวกที่เอาแต่เรียกร้องจริยธรรม แต่บีบบังคับคนอื่นให้เห็นด้วยกับตัวเอง โดยที่ลึกลงไปแล้ว เจตนารมณ์อันแท้จริงนั้นก็เพียงเพื่อการได้อำนาจรัฐของคนไม่มีหนทางจะหาได้จากระบบปกติที่โลกเขายอมรับเท่านั้น พวกคุณต่างหากที่ บ้าอำนาจ

อยากรวมไปถึงนายทหารทั้งหลายที่คิดว่าตนกำลังกระทำ ความดี ด้วยการผลักดันให้เกิดรัฐบาลที่ประชาชนไม่ยอมรับแต่เป็นไปตามคำสั่งด้วยเช่นกัน ว่าคุณรู้กันหรือเปล่าว่าประเทศชาติอาจจะแตกเป็นเสี่ยงและพินาศย่อยยับจากการพยายามกระทำสิ่งที่คุณคิดกันว่าเป็น ความดี ค่อนข้างแน่นอน และพวกคุณพร้อมแล้วหรือที่จะถูกลงโทษจากประชาชนผู้รักประชาธิปไตยอย่างสาสม