WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, December 10, 2008

'เนวิน'การันตีสัมพันธ์'ทักษิณ'แนบแน่นแม้พลิกขั้วเพื่อชาติ

ที่มา ประชาทรรศน์

"เนวิน"เปิดใจเคลียร์ข้อหาเกาเหลา "ทักษิณ" หลังพลิกขั้วเพื่อชาติ ชี้ชัดความสัมพันธ์นายใหญ่ยังแนบแน่น ตัดพ้อหนุนประชาธิปัตย์จัดตั้งรัฐบาล ต้องเสียเพื่อน เสียพรรค เสียนาย แต่จำเป็นต้องทำเพื่อแลกสิ่งที่ดีสำหรับบ้านเมือง

วันนี้ (10 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนวันที่ 9 ธันวาคมที่ผ่านมา "รายการที่นี่ทีวีไทย" ทางสถานีโทรทัศน์ช่องไทย TPBS ได้สัมภาษณ์นายเนวิน ชิดชอบ หัวหน้ากลุ่มเพื่อนเนวิน ถึงกรณีการตัดสินใจเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะในประเด็นที่ระบุว่า และการตัดสินใจครั้งนี้ทำให้หลายฝ่ายมองว่า นายเนวิน เกิดความขัดแย้งกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

โดยนายเนวิน กล่าวว่า "ความสัมพันธ์ส่วนตัว ความรู้สึกส่วนตัวที่มีต่อท่านอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นั้นยืนยันทุกอย่างยังเหมือนเดิม เพราะท่านเป็นนายผม ท่านยังเป็นบุคคลที่ผมเคารพนับถือ แล้วก็ยอมรับในวิธีการทำงานนะ เพราะฉะนั้นเรื่องส่วนตัวไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไป แต่ว่าการตัดสินใจบางครั้งก็ต้องคำนึงถึงส่วนรวมก่อนส่วนตัว หลายคนเป็นนักการเมืองแล้วก็ มักจะพูดอยู่เสมอว่า ส่วนรวมต้องมาก่อนส่วนตัว แต่เวลาปฏิบัติ ไม่ได้เป็นอย่างนั้น"

"เพราะฉะนั้นวันนี้อย่างน้อยที่สุด ผมเชื่อว่าพี่น้องของผมที่มีสิทธิทางการเมืองเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้แสดงให้เห็นว่าเขาเป็นนักการเมืองที่คิดถึงส่วนรวมก่อนส่วนตัว เพราะว่าพวกเราทุกคนเจ็บปวดแน่นอนนะครับ เราต้องเสียพรรค เสียเพื่อน แล้วก็เสียนาย แต่ทั้งหมดถ้ามันแลกมาซึ่งสิ่งที่ดีสำหรับบ้านเมือง แล้วก็พี่น้องประชาชนในอนาคต เราก็ต้องทำมัน”

"ปู่ชัย"ตอกรัฐบาลเพื่อชาตินอกรธน. ชาติไทยปิดเกมยื้อปัดดินเนอร์บ้าน"เหนาะ"

ที่มา ประชาทรรศน์

"ปู่ชัย"ฟันธงไม่มียุบสภา พร้อมสยบข่าวทิ้งเก้าอี้ประธานสภา นั่งแท่นเจ้ากระทรวงหูกวาง ตอก"ผู้เฒ่าวังน้ำเย็น" สูตรรัฐบาลเพื่อชาตินอกรัฐธรรมนูญ "ชาติไทย"เมินดินเนอร์บ้าน"ป๋าเหนาะ" ลั่นจัดตั้งรัฐบาลจบแล้ว

วันนี้ (10 ธ.ค.) นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฏร เปิดเผยถึงการเปิดสมัยประชุมวิสามัญเพื่อลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีว่า ขณะนี้ยังไม่มีพระราชกฤษฏีกาเปิดสมัยประชุม ถ้าทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯมาถึงแล้ว สภาจะทำเรื่องแจ้งกับ ส.ส.ทั้งหมดมาประชุมภายใน 3 วัน ซึ่งจะเป็นภายในสัปดาห์นี้หรือไม่ ก็ยังไม่ทราบ

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่หลายฝ่ายมองว่า อาจมีการยุบสภานั้น นายชัย กล่าวว่า ถือเป็นสิทธิของผู้รักษาการแทนนายกฯ ที่จะยุบสภาหรือไม่ อยู่ที่ผู้รักษาการ ทางสภาและตนไม่รับรู้เรื่องนี้ รู้แต่ว่า ถ้าประกาศยุบสภาก็ต้องมีพระบรมราชโองการให้มีการยุบสภา

เมื่อถามว่า รักษาการนายกฯ มีอำนาจที่จะยุบสภาหรือไม่ นายชัย กล่าวว่า กฎหมายไม่ได้เขียนไว้ แต่ว่าไม่มีนายกฯรักษาการคนไหนทำ ถ้ามีพระบรมราชโองการเปิดสมัยประชุมแล้ว ถ้าทำอย่างนั้นแสดงว่า คนนั้นไม่มีความเที่ยงธรรม ไม่ใช่ว่าไม่สามารถ แต่เขาสามารถที่จะทำได้แต่คงไม่ปฏิบัติ ตนมั่นใจอย่างนั้น เพราะคนระดับที่เป็นรักษาการแทนนายกฯ รักษาบ้านรักษาเมือง จะต้องมีความเป็นธรรมอยู่เป็นกลาง เหมือนประธานสภาต้องเป็นกลาง ใครจะว่าอย่างไรก็อุดหู

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีกระแสข่าวว่า จะลาออกเพื่อไปเป็น รมว.คมนาคม นายชัย กล่าวว่า ให้เป็นนายกฯ ยังไม่รับเลย แล้วจะไปเอาอะไรกับตำแหน่งรัฐมนตรี ยืนยันว่าจะไม่รับตำแหน่งรัฐมนตรีใดๆ ทั้งสิ้น ในชีวิตการเมืองถือว่าสูงสุดแล้ว คนเราต้องมีความพอ ถ้าไม่มีความพอ ทานมากๆไปท้องมันจะแตกเหมือนอึ่งอ่าง

เมื่อถามถึงแนวคิดนายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ในการจัดตั้งรัฐบาลเพื่อชาติ นายชัย กล่าวว่า ไม่ทราบเรื่องเหล่านี้ตนจะไม่ฟังอะไรนอกเหนือไปจากกฎหมายรัฐธรรมนูญ หรือระเบียบแบบแผนที่สภาได้วางไว้ ถามอีกว่า แสดงว่าสูตรรัฐบาลเพื่อชาติจะไม่เกิดขึ้น นายชัย กล่าวว่า ไม่ได้พูดนะ อย่างไรก็ตาม คิดว่า ปัญหาบ้านเมืองในขณะนี้เรียบร้อยแล้ว ประชาชนคงเข้าใจดีเพราะทุกฝ่ายก็ทำเพื่อบ้านเมืองจะเป็นพรรคเพื่อไทยหรือพรรคประชาธิปัตย์หรือพรรคร่วมก็เป็นตัวแทนของประชาชน มีจิตสำนึก

ด้าน นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีตรองหัวหน้าพรรคชาติไทย เปิดเผยถึงกรณีที่นายเสนาะเชิญแกนนำอดีตพรรคร่วมรัฐบาลไปทานอาหารเย็นที่บ้านพักย่านเมืองทองธานีว่า เรายังไม่ได้รับการติดต่อใดๆจากนายเสนาะเลย

เมื่อถามว่า หากนายเสนาะติดต่อมาจริงจะไปร่วมหารือหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า คงไม่ไปอย่างแน่นอน และจะไม่มีการส่งตัวแทนจากพรรคไปด้วย เพราะตอนนี้ ทุกอย่างมันจบแล้ว เราหารือและประกาศจุดยืนของพรรคร่วมชัดเจนไปแล้ว ทางพรรคก็ไม่น่าจะไปคุยกับใครอีก เพราะไม่ต้องการให้เกิดความสับสนกับประเทศชาติไปมากกว่านี้

“เรื่องทุกอย่างมันจบแล้ว ทางพรรคจึงคิดว่าไม่น่าจะไปพูดคุยกับใครอีก เพราะถ้ายิ่งไปพูดมากก็ยิ่งทำให้สังคมมันสับสน จบแล้วก็ควรจะจบ” นายสมศักดิ์ กล่าว

ก่อนรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี กรุณาไปรับตุ๊กตาทองสาขานักแสดงชายยอดเยี่ยมก่อนนะครับ


ที่มา thaifreenews


ก่อนรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี กรุณาไปรับตุ๊กตาทองสาขานักแสดงชายยอดเยี่ยมก่อนนะครับ



ขอศิโรราบ กราบกรานมอบรางวัลตุ๊กตาทองชาย สาขานักแสดงนำยอดเยี่ยมฝ่ายชายให้เลยครับคุณอภิสิทธิ เวชชาชีวะ ว่าที่นายกรัฐมนตรีประจำสารขันธ์แลนด์คนต่อไป กับบทบาทการกระสันต์เข้ารับตำแหน่งหัวหน้าผู้บริหารประเทศ ที่กำลังจะเข้ามารองรับในเร็ว ๆ นี้



คุณอภิสิทธิ ครับ ชาวบ้านชาวช่องในบ้านนี้เมืองนี้เขามิได้เป็นโรคความจำสั้น อัลไซเมอร์ หรือเช้าพูดอย่างเย็นพูดอีกอย่าง กันทุกคนนะครับ ถึงจะได้ปรับอารมณ์ความรู้สึก ตามเกมที่คุณกำลังเล่นลิเกการเมืองอยู่นี้ได้ทุกคน เพื่อเก้าอี้ที่คุณกระสันต์ หรือปราถนา คุณอภิสิทธิ ทิ้งทุกสิ่งทุกอย่าง ทิ้งมาดผู้ดี๊...ผู้ดี



ทิ้งมารยาทและความถูกต้องตามวิถีทางของความถูกต้อง ทำทุกสิ่งทุกอย่างได้ขนาดนี้เชียวหรือ ? ?



เมื่อ 2 อาทิตย์ก่อน คุณอภิสิทธิ ไม่ได้เรียกร้องให้อดีตนายกฯ สมชายลาออก แต่คุณให้นายกฯ ประกาศยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชน ได้ทบทวนความต้องการของตนเอง คุณทำเสียงกระเส่าน้ำตาคลอเบ้าบอกว่า มันเหลือวิถีทางเดียวแล้ว ที่จะนำความสุข ความสมานท์ฉันท์กลับคืนสู่สังคมไทย แค่ลาออกคงไม่เพียงพอแล้ว แล้วเหตุไฉนในวันสองวันนี้ คุณอภิสิทธิพลิกลิ้น บอกสภาไม่มีความผิด ห้ามยุบ ๆ ๆ ๆ ๆ (เพราะกรูกำลังจะได้เป็นรัฐบาลเว้ย) เป็นนกแก้วนกขุนทอง ชนิดไม่เกรงอกเกรงใจคนไทยที่นั่งมองพฤติกรรมของคุณแบบงุนงง



คุณจำได้ไหมครับว่า คุณเคยพูดไว้ว่า จะไม่ร่วมสังฆกรรม วจีกรรม มโนกรรม กับกลุ่ม สส.ที่มาจากกลุ่มอำนาจเก่า หรือจากพรรคไทยรักไทย พลังประชาชน (นอมินีไทยรักไทย) มาจนถึงเพื่อไทย (นอมินีพลังประชาชน) เพราะคุณขยะแขยง อุ๋ยไม่ใช่สิ เพราะนโยบายในการบริหารประเทศแตกต่างกันอย่างชัดเจน แต่ดูดได้เฉพาะบางกลุ่ม ซึ่งเป็นกลุ่มที่พวกคุณโจมตีมาตลอดเสียด้วย ยี่ห้อยร้อยยี่สิบฉายานี้พรรคประชาธิปัตย์มิใช่หรือ ที่หยิบยื่น แต่งตั้งให้นายเนวิน ชิดชอบ ใช้เป็นสโลแกนประจำตัว แล้วเหตุไฉนวันนี้เสือกมาประคองกอด จูบปากกันจ๊วบจ๊าบ ออกทีวี ชนิดไม่กลัวคนที่ดูอยู่ทางโทรทัศน์ จะอ้วกแตก อ้วกแตน เพราะเสือกเลือกจูบปากกันตอนอาหารเย็นพอดี



หนำซ้า ยังขานรับ 4 ข้อเรียกร้อง ที่กลุ่มอสรพิษ ยื่นให้พอเป็นกษัย แก้ขวยเขินกับการนั่งในเก้าอี้รัฐมนตรีสำคัญ ๆ อย่างน่าชื่อตาบานว่า



จะสานต่อนโยบายประชานิยมของคนรากหญ้า ที่ไทยรักไทยเดิมได้ทำเอาไว้ (แต่ในสมัยก่อนคุณเรียกนโยบายพวกนี้ว่า ยาพิษ ) หน้าตาเฉย....มาร์คจัดห้ายยยยย ห้อยไม่ต้องห่วง 5555555


จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 ที่สมัยก่อนพวกคุณยืนยันหัวเด็ดตีนขาดว่า รัฐธรรมนูญไม่มีความผิด แต่คนใช้เป็นผู้ที่ผิด (พันธมิตรพวกเดียวกับมาร์ค รับรองมาร์คจะแก้ พันธมิตรไม่กล่าหืออือ)



จะบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมกันไม่ว่าฝ่ายใด (อยากจะหัวเราะเป็นภาษา บาฮามาส) ที่เห็นนายสมเกียรติ์ สส. พรรคประชาธิปัตย์ ทำผิดกฏหมาย ยึดสถานที่ราชการ ปิดถนน ยึดสนามบิน แล้วพรรคประชาธิปัตย์ อ้อมแอ้มว่าเป็นเรื่องส่วนตัว



ลิเก ฉากนี้ได้ใจผมมั่ก ๆ พี่น้อง ผมอ้วกออกมาหมดพุงเลยครับ สะอิดสะเอียนจนบอกไม่ถูก เมื่อเห็นอภิสิทธิ สวมบทพระเอกในเรื่อง ตะกายดาว ในครั้งนี้



หมดกันครับ จารีตประเพณี ที่ให้พรรคการเมืองเสียงข้างมากจัดตั้งรัฐบาลก่อน ซึ่งหากตั้งไม่ได้พรรคที่ได้คะแนนเสียงรองลงถึงจะจัด ตอนนี้ม๊อตโต้ ด้านได้อายอด กำลังกระหึ่มอยู่ในพรรคประชาธิปัตย์ เผลอ ๆ จะเป็นม๊อตโต้ที่พรรคประชาธิปัตย์ ยุคใหม่ จะยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติ ต่อไปในอนาคตเสียด้วย



ไม่เป็นไรครับคุณอภิสิทธ์ ถ้าคุณหน้าหนาพอ พวกเราประชาชนคนไทยก็จะยกรางวัลนี้ให้ เพราะเชื่อโดยสุตจริตใจแล้วว่า พฤติกรรมท่าทีในอดีตที่คุณวางมาดผู้ดีมาโดยตลอด มันก็แค่ละครที่คุณสร้างภาพหลอกล่อพ่อยกแม่ยก ที่ความฉลาดไม่ค่อยมีเลือกพวกคุณเข้าไปแค่นั้นเอง



สุดท้ายนี้ผมอยากถามคุณตรง ๆ ว่า วิชาตอแหลศาสตร์เนี่ย คุณได้มาจากไหนครับ จากออกฟอร์ด ยูนิเวอร์ซิตี้ หรือมาจากการอบรมในพรรคที่คุณสังกัดมายาวนาน หรือมาจาก DNA ส่วนตัวของคุณ ถึงได้กระทำได้หน้าตาย เนี้ยนนนนเนียนนนนได้ราวกับเรื่องราวเหล่านี้ มันเป็นนิทานกล่อมเด็กได้ขนาดนี้



ผมบอกตรง ๆ นะ ผมโคตรอายเลย ถ้าคุณอายไม่เป็น ก็ไม่เป็นไร ผมขออนุญาตอายแทน



คุณอภิสิทธิครับ ถ้าคุณได้มีโอกาสได้อ่านบทความนี้ ผมยอมรับกับคุณตรง ๆ นะว่าผมกระแดะเขียน ดัดจริต วิพากวิจารณ์คุณแบบวิชาการไม่ได้จริง ๆ ผมมันลูกไพร่ หลานไพร่ สัญชาติไพร่ 100 เปอร์เซ็นต์ เห็นอย่างไรก็เขียนอย่างนั้น รู้สึกแบบใดก็เขียนบอกความรู้สึกแบบนั้น ตรงไปตรงมา ตามประสาลูกผู้ชาย ผมบอกตรง ๆ ครับผมดีใจ ที่เกิดมาแล้วแตกต่างทางวรรณะกับคุณ ผมเป็นไพร่อุปถัมภ์ครับ ยิ่งเห็นพฤติกรรมคุณแล้ว ยิ่งภาคภูมิใจในเชื้อชาติของตนเอง เพราะตระกูลไพร่อย่างผม



ไม่เคยสอนให้ลูกหลาน ตอแหล ครับ

เจ๊ง!สมพรปากฟ้องพธม.5หมื่นล.

ที่มา ประชาทรรศน์

* นปช.จี้สำนึกปชป.ตะเพิด‘สมเกียรติ’พ้นพรรค

เจ๊ง! จริงอย่างปากพันธมิตรฯ ทอท.ฟ้องเรียกค่าเสียหายปิดสนามบินอีก 3.5 หมื่นล้านบาท หลังจากที่การบินไทยฟ้องไปก่อนหน้า 2 หมื่นล้าน ยังไม่รวมสายการบินต่างชาติที่เข้าคิวรอฟ้องเรียกค่าเสียหายอีกบานตะไท ขณะที่แกนนำออกอาการด้านปัดความรับผิดชอบ อ้างไม่มีเงินจ่าย ส่วน นปช. ดาหน้าทวงถามความรับผิดชอบพรรคประชาธิปัตย์ ที่ปล่อย ส.ส. ลูกพรรค “สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์” เป็นตัวตั้งตัวตียึดสนามบินทำชาติเสียหาย จี้ตะเพิดให้พ้นจากพรรค ด้านทำเนียบ เฉพาะปรับภูมิทัศน์ไม่ต่ำกว่า 100 ล้าน แถมฐานข้อมูลสภาความมั่นคงฯ ถูกโจรกรรม

* ทำเนียบเละ!ฮาร์ดดิสก์สมช.ถูกโจรกรรม

ปรับภูมิทัศน์ทำเนียบ100ล้าน

ภายหลังการยุติการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ ทั้งที่ทำเนียบรัฐบาล สนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมือง ได้สำรวจพบว่ามีความเสียหายเป็นจำนวนมหาศาล ทั้งมูลค่าทรัพย์สินและมูลค่าทางธุรกิจ ตลอดจนเรื่องของความเชื่อมั่นที่จะส่งผลในระยะยาวเกินกว่าจะประเมินค่าได้

นายนที เปรมรัศมี ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเข้าตรวจสอบร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาล ภายในอาคารสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ภายในทำเนียบรัฐบาล ว่า ได้มีการตรวจสอบพร้อมเก็บลายนิ้วมือแฝงไว้เป็นหลักฐาน คาดว่าต้องใช้เงินไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท เพื่อซ่อมทั้งในส่วนของการปูหญ้าใหม่ ระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ

"ได้นำเอกสารความเสียหายต่าง ๆ ภายในทำเนียบรัฐบาลเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อของบประมาณในการปรับปรุงสถานที่ ซึ่งจะต้องเปิดซองประมูลเพื่อหาบริษัทเอกชนเข้ามาซ่อมแซม"

ทรัพย์สินข้าราชการสูญหายเพียบ

นายนที ยังกล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้ ได้มีการแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มพันธมิตรฯในข้อหาบุกรุกสถานที่ราชการ แต่เนื่องจาก อุปกรณ์เครื่องใช้สำนักงานและข้าวของส่วนตัวของเจ้าหน้าที่ได้รับความเสียหาย และสูญหาย คาดว่าจะมีการแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินคดีเพิ่มกับกลุ่มพันธมิตรฯ

ด้านนายวชิระ เพ่งผล ผู้ตรวจการสำนักนายกฯ กล่าวว่า จากนี้จะให้แต่ละหน่วยงานของสำนักงานปลัดฯ รวบรวมความเสียหายเพื่อเข้าแจ้งความดำเนินคดี รวมถึงทรัพย์สินส่วนบุคคลที่สูญหายด้วย ทั้งนี้ คาดว่าภายในสัปดาห์หน้า ข้าราชการสำนักงานปลัดฯ บางส่วนจะทยอยเข้ามาทำงานได้ แต่จะเริ่มเปิดทำการอย่างเป็นทางการในวันที่ 22 ธันวาคมนี้

ทั้งนี้ตำรวจประจำทำเนียบได้ตรวจพบปะทัดยักษ์ 2 ลูก ซึ่งมีการนำก้อนหินมาผูกติดไว้เป็นสะเก็ดระเบิด ซุกซ่อนอยู่ในลิ้นชักโต๊ะทำงานของข้าราชการประจำสำนักนายกฯ ที่บริเวณชั้น 1 ตึกบัญชาการ 2 นอกจากนี้ที่บริเวณหลังเวทีภายในตึกสันติไมตรี ก็ตรวจพบระเบิดปิงปองอีกจำนวนหนึ่ง และภายในวันเดียวกันได้มีเจ้าหน้าที่ของสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร เข้ามาพ่นยากันยุงลายตามท่อระบายน้ำภายในทำเนียบทั้งหมดด้วย

ทองคำ-แหวนเพชรไม่เหลือ

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เข้าสำรวจความเสียหายภายในสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นครั้งแรก ภายหลังได้ตรวจสอบความปลอดภัยและเก็บกู้วัตถุระเบิดไปแล้ว โดยพบร่องรอยการงัดและรื้อค้นสิ่งของตามลิ้นชักโต๊ะต่างๆ ไม่เว้นกระทั่งห้องผู้อำนวยการส่วนงาน ถึงแม้ว่าจะล็อกประตูห้องไว้อย่างแน่นหนา แต่ก็ถูกงัดฝ้าเพดานเข้าไปกวาดทรัพย์สินทั้งหมด

โดยเฉพาะห้องนายเยี่ยมศักดิ์ คุ้มอินทร์ ผู้อำนวยการส่วนงานวินิจฉัยอุทธรณ์ สำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ ที่อยู่ชั้น 2 มีทรัพย์สินสูญหายกว่า 4 แสนบาท ซึ่งเป็นพระเครื่อง สร้อยคอทองคำ แหวนเพชร และทองคำแท่ง

โจรชั่วงัดฝ้าเพดานขโมยของ

ขณะที่ห้องรองปลัดสำนักนายกฯ อีก 2 ห้อง ก็มีร่องรอยงัดฝ้าเพดานเข้าไป แต่ยังไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบความเสียหายภายในได้ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจเก็บลายนิ้วมือแฝง และจดรายละเอียดทรัพย์สินที่เสียหายเบื้องต้น ก่อนให้ผู้เสียหายเข้าแจ้งความดำเนินคดีต่อไป

แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าอาคารสำนักงานปลัด สำนักนายกฯ ได้รับความเสียหายน้อยกว่าอาคารอื่นๆในทำเนียบ โดยข้าราชการสำนักงานปลัดสำนักนายกฯ บางคนที่ได้รับอนุญาตจากการ์ดพันธมิตรฯให้เข้ามาเก็บสิ่งของ เปิดเผยว่า เมื่อครั้งที่เข้ามาเอาสิ่งของในช่วงที่พันธมิตรฯยังชุมนุมในทำเนียบ พบว่าสิ่งของตามห้องทำงานต่างๆ กระจัดกระจายมากกว่านี้ จึงเชื่อว่าน่าจะมีการเข้ามาเก็บความเรียบร้อยก่อนที่พันธมิตรจะเคลื่อนย้ายออกจากทำเนียบ

สมช.ถูกโจรกรรมซอฟต์แวร์

ทางด้าน พล.ต.ต.สุรพล พินิจชอบ ผู้บังคับการกองพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และหน่วยสรรพาวุธ สตช.กว่า 10 นาย เดินทางมาตรวจสภาพความเสียหายและเก็บหลักฐานทางนิติเวช ที่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ที่อยู่ทำเนียบรัฐบาล พบกล้องวงจรปิดบริเวณประตูหน้าสำนักงาน สมช. บางตัวถูกทุบทำลาย รถของ สมช. เกือบ 10 คัน ทุกคันถูกปล่อยลมยางทั้ง 4 ล้อ

ส่วนการสำรวจความเสียหายที่ชั้น 4 พบประตูอัตโนมัติของศูนย์บริหารวิกฤตการณ์ระดับชาติถูกเปิดออก จากการตรวจสอบพบว่า ฮาร์ดดิสก์ขนาดใหญ่ของเซิร์ฟเวอร์กลาง 6 ชุด ถูกถอดออกไป ซึ่งภายในฮาร์ดดิสก์มีความจุสูงหลายเทราไบต์ (1 เทราไบต์ เท่ากับ 1 ล้านเมกะไบต์) นอกจากนี้คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะหลายสิบเครื่องถูกถอดฮาร์ดดิสก์ออกจนหมด ก่อนจะปิดฝาให้อยู่ในสภาพเดิม

ฮาร์ดแวร์ถูกขโมยค่ากว่า40ล.

ทั้งนี้ ข่ายงานของศูนย์บริหารวิกฤตการณ์ระดับชาตินั้น เป็นหน่วยยุทธศาสตร์ในการบริหารวิกฤตการณ์และสถานการณ์ฉุกเฉิน อาทิ สาธารณภัย ภัยพิบัติ การก่อการร้าย ขณะที่ภายในศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศที่อยู่ติดกันก็ถูกงัดฮาร์ดดิสก์ขนาดใหญ่ของเซิร์ฟเวอร์กลางออกไปเช่นกัน เจ้าหน้าที่จึงเก็บลายนิ้วมือแฝงไว้เป็นหลักฐานทั้งหมด

นายเทิดไท ศรีอุประ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ สมช.กล่าวว่า จากการประเมินคร่าวๆ ถึงความเสียหายทั้งระบบฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ที่ถูกขโมย มีมูลค่าสูงถึงเกือบ 40 ล้านบาท

สำหรับฮาร์ดดิสก์ภายในเซิร์ฟเวอร์ของศูนย์มีข้อมูลภายในของ สมช.บรรจุอยู่ตั้งแต่ปี 2544 ทั้งเรื่องการบริหารจัดการภายในสำนักงาน หนังสือเวียน ข้อมูลโทรทัศน์วงจรปิด รวมถึงระบบอินเตอร์เน็ต อินทราเน็ต ที่เป็นระบบเฉพาะใช้กันภายในทำเนียบ และข้อมูลที่เกี่ยวกับด้านความมั่นคงที่แต่ละสำนักคัดสรรมาเก็บไว้ที่เซิร์ฟเวอร์กลาง

ทอท.เรียกค่าเสียหาย 3.5 หมื่นล.

นอกจากนี้ ด้านของ พล.ต.ต.คำรบ ปัญญาแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ได้แถลงข่าวเปิดศูนย์บริการรับคำร้องทุกข์และรวบรวมพยานหลักฐาน กรณีเหตุชุมนุมเรียกร้อง และปิดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ของกลุ่มพันธมิตรฯ

โดย พล.ต.ต.คำรบ กล่าวว่า การเปิดศูนย์ดังกล่าว เพื่อให้บริการประชาชนในการแจ้งความร้องทุกข์ โดยได้ระดมพนักงานสอบสวนจาก ตำรวจภูธรภาค 1 จำนวน 33 นาย มาคอยรับแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธร ราชาเทวะ เพื่อให้คำปรึกษากับผู้เสียหาย ซึ่งในขณะนี้มี บริษัท ท่าอากาศยานไทยจำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ได้แจ้งความร้องทุกข์เรียกค่าเสียหายกับ 13 แกนนำพันธมิตรฯ แล้ว จำนวน 3.5 หมื่นล้านบาท

อนึ่ง การฟ้องเรียกค่าเสียหายของ ทอท. มีขึ้นหลังจากที่การบินไทยเคยฟ้องร้องไปแล้วก่อนหน้านี้ 2 หมื่นล้านบาท รวมกันแล้วเป็นเงินกว่า 5 หมื่นล้านบาท ยังไม่รวมรายเล็กๆ กว่านี้ และยังไม่รวมสายการบินนานาชาติที่จ่อคิวฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายประมาณว่าจะมีตัวเลขอีกหลายหมื่นล้านบาท

ครม.มีมติเอาผิดทั้งแพ่งและอาญา

อย่างไรก็ตาม ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 9 ธันวาคมที่ผ่านมา มีมติให้ดำเนินการเอาผิดกลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรฯ ทั้งทางแพ่งและทางอาญา โดยนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ให้แต่ละส่วนราชการที่ได้รับความเสียหายมอบหมายให้นิติกรประสานกับอัยการสูงสุด และพนักสอบสวนเพื่อลงรายละเอียดความเสียหายให้ชัดเจนครบถ้วนแล้ว เพื่อป้องกันการตอบโต้ของกลุ่มพันธมิตรฯ

ส่วนเจ้าหน้าที่จะเข้าไปทำงานในทำเนียบรัฐบาลได้เมื่อใด ยังไม่สามารถบอกได้ เพราะวัสดุอุปกรณ์ในการปฏิบัติงานเสียหายหมด โดยค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมวัสดุอุปกรณ์ให้ใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2552 แต่หากไม่เพียงพอให้ขอใช้งบประมาณกลางปี 2552 มาดำเนินการ

ปชป.ต้องออกมาร่วมรับผิดชอบ

สำหรับกรณีที่เกิดขึ้นได้มีเสียงเรียกร้องให้พรรคประชาธิปัตย์ได้ร่วมแสดงความรับผิดชอบ เนื่องจากนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ส.ส.ของพรรค ได้มีส่วนร่วมในการนำคนไปยึดสถานที่สำคัญต่างๆ จนประเทศชาติได้รับความเสียหาย

นายอดิศร เพียงเกษ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย กล่าวว่านายสมเกียรติเป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง แต่เป็นส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งหากหาความรับผิดชอบจากพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้อยู่แล้ว แต่พรรคดังกล่าวก็ต้องออกมารับผิดชอบ ต้องการเรียกร้องเพียงแต่ว่าจะให้พรรคที่ยึดสนามบินมาเป็นรัฐบาลและมาเป็นนายกรัฐมนตรีได้อย่างไร

ส่วนกระบวนการยุติธรรม ดีเอสไอ พนักงานอัยการ และองค์กรตรวจสอบข้อเท็จจริงความเสียหายและดำเนินคดี จะต้องเคลื่อนไหวไปข้างหน้า ต้องทำให้กฎหมายศักดิ์สิทธิ์ เพื่อพิสูจน์ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับสถานที่ต่างๆ ให้เป็นไปอย่างถูกต้องและเที่ยงธรรม

เชื่อว่าการนำตัวคนที่กระทำความผิด ไม่ว่าจะเป็นแกนนำ และคนที่ร่วมสร้างความเสียหายนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจทำได้ไม่ยาก

จะเป็นรัฐบาลต้องรับผิดชอบก่อน

ด้านนายชินวัฒน์ หาบุญพาด นายกสมาคมพิทักษ์ผลประโยชน์ผู้ขับรถแท็กซี่ และแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่าต้องทำความเข้าใจว่านายสมเกียรติไม่ได้หมายถึงสมาชิกพรรคธรรมดา แต่เป็นส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ด้วย

พรรคดังกล่าวต้องมีระเบียบกฎเกณฑ์ที่ดำเนินการดังกล่าว ไม่ใช่จะทำอะไรก็ได้ พรรคจะต้องออกมาแสดงความรับผิดชอบ อย่างน้อยต้องออกมาชดใช้สิ่งของที่เสียหายของรัฐบาล

“ตอนนี้พรรคประชาธิปัตย์อยากเป็นรัฐบาล คุณก็ควรจะรับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้นเสียก่อน แล้ววันหนึ่งคุณไปตั้งรัฐบาล คุณจะมาบอกว่าเป็นเรื่องส่วนตัวไม่ได้ เพราะเขาเป็นส.ส.พรรคคุณ”

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้พันธมิตรฯ เองก็จะปฏิเสธไม่ได้ในสิ่งที่ทำความเสียหายขึ้น คดีอาญาก็ต้องยอมรับ คดีแพ่งที่สร้างความเสียหายให้ทำเนียบรัฐบาลก็ต้องยอมรับผิดโดยดี ไม่เช่นนั้นต่อไปจะเป็นตัวอย่างให้คนอื่นมาสร้างความเสียหายต่อบ้านเมือง และของสถานที่ราชการ

แนะตะเพิด “สมเกียรติ”พ้นพรรค

ทั้งนี้ นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำสมาพันธ์ประชาธิปไตย และแกนนำคณะกรรมการประชาชนเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 (คปพร.) กล่าวถึงกรณีเดียวกันว่า สิ่งที่นายสมเกียรติกระทำลงไปนั้นเป็นนโยบาย ไม่ว่าจะเป็นการไปยึดสนามบินสุวรรณภูมิ ไปยึดสนามบินดอนเมือง และกระบวนการขับไล่นายสมัคร สุนทรเวช ออกจากนายกรัฐมนตรี รวมทั้งขับไล่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ออกจากการเป็นนายกรัฐมนตรีเช่นกัน

พรรคประชาธิปัตย์ต้องตอบให้ชัดว่า เป็นนโยบายของพรรคด้วยหรือไม่ ถ้าเป็นเช่นนั้นต้องแสดงความบริสุทธิ์ใจโดยการขับไล่นายสมเกียรติออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงนายวัชระ เพชรทอง ส.ส.กทม. ของพรรคดังกล่าวนี้ด้วย เนื่องจากนายวัชระมีส่วนร่วมในการนำกลุ่มผู้ชุมนุมไปปิดล้อมสถานที่ราชการ

แจ้งจับหัวโจกม็อบถ่อยกราวรูด! ไล่เช็กบิล"พันธมาร"ยึดสนามบิน เคาะสุวรรณภูมิสูญ 3.5 หมื่นล้าน

ที่มา ประชาทรรศน์

"หมอสันต์-หมอเหวง" จี้สตช.รุกเอาผิด 24 แกนนำม็อบถ่อย บุกยึด 2 สนามบินนานาชาติ พร้อมจี้ปิด ASTV ข้อหาสื่อเสี้ยมล้มล้างรัฐบาล ทอท.แจ้งจับซ้ำ 13 หัวโจกพันธมาร ย้ำยีสุวรรณภูมิสูญ 3.5 หมืนล้าน

เมื่อเวลา 11.00 น.ที่ผ่านมา ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นพ.สันต์ หัตถีรัตน์ ประธานสมาพันธ์ประชาธิปไตย นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ได้เดินทางไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อยื่นหนังสือแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในข้อหาบุกยึดสนามบินนานาชาติดอนเมือง และ สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน-3ธันวาคม ที่ผ่านมา โดยมีพล.ต.ต.มนูญ เมฆหมอก เลขานุการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้รับหนังสือ โดยมีเนื้อหาให้เอาผิดกับแกนนำพันธมิตรฯ ทั้ง 24 คน ได้แก่ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายสนธิ ลิ้มทองกุล นายสมศักดิ์ โกศัยสุข นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ นายพิภพ ธงชัย นายสุริยะใส กตะศิลา นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ นายสำราญ รอดเพชร นายสาวิทย์ แก้วหวาน นายศิริชัย ไม้งาม นายศรัณยู วงศ์กระจ่าง นางมาลีรัตน์ แก้วก่า นายแซมดิน เลิศบุศย์ พล.อ.ปฐมพงษ์ เกสรสุข นายเทอดภูมิ ใจดี นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ นายวีระ สมความคิด นายอมร อมรรัตนานนท์ นางสาวอัญชลี ไพรีรักษ์ นายพิชิต ไชยมงคล นายชนะ ผาสุกสกุล นายกิตติชัย ใสสะอาด นายบรรจง นะแส และ นายสุริยันต์ ทองหนูเอียด

ซึ่งการกระทำของบุคคลดังกล่าวเข้าข่ายการกระทำผิดก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 135/1(2)และความผิดตาม พรบ.ว่าด้วยความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ 2521 มาตรา 6ทวิ รวมถึงดำเนินการเอาผิดและปิดสถานีโทรทัศน์ ASTV ในข้อหาเป็นสื่อที่ชักนำการล้มล้างรัฐบาล ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 68และไม่ได้รับความคุ้มครองชั่วคราวของศาลปกครองเพราะความผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 113 และมาตรา135/1(2) และพระราชบัญญัติประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551 มาตร 6 ทวิ

โดยการยื่นหนังสือแจ้งความร้องทุกข์ในครั้งนี้เพื่อต้องการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติพิจารณาและดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งคัดกับกลุ่มพันธมิตรฯ

ด้าน พล.ต.ต.คำรบ ปัญญาแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ในฐานะรองหัวหน้าคณะทำงานฝ่ายประชาสัมพันธ์ เปิดเผยว่า จากกรณีที่กลุ่มพันธมิตรฯชุมนุมและยึดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน จนถึงวันที่ 3 ธันวาคม 2551 ได้ก่อให้เกิดความเสียหาย ในการดำเนินงานของท่าอากาศยานฯและผู้ที่เกี่ยวข้อง ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมถึงทุกภาคส่วนของสังคม

"ขณะนี้มีผู้เสียหายได้มาแจ้งความร้องทุกข์กับศูนย์แล้ว 1 ราย คือ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) โดยได้มีการแจ้งความร้องทุกข์ กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับแกนนำรวม 13 คน ในข้อหา ร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใดอันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ มั่วสุม กันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้ายขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด ให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง เมื่อเจ้าพนักงานสั่งผู้ที่มั่วสุมเพื่อกระทำความผิดตามมาตรา 215ให้เลิกแล้วไม่เลิก บุกรุก ทำให้เสียทรัพย์ ทำให้เสื่อมเสียเสรีภาพ ทำให้การให้บริการของท่าอากาศยานหยุดชะงัก และฝ่าฝืนข้อกำหนดออกตามมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ฉบับที่ 1 ลงวันที่ 29 พฤศจิกายน 2551 และฉบับที่ 2 ลงวันที่ 1 ธันวาคม 2551 ซึ่งชั้นนี้บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ได้ระบุความเสียหายไว้ประมาณ 3 หมื่น 5 พันล้านบาท" พล.ต.ต.คำรบ กล่าว

นพ.สันต์-นพ.เหวง ยื่นหนังสือแจ้งความร้องทุกข์ 24 แกนนำม็อบมาร บุกยึด 2สนามบินนานาชาติ และปิด ASTV ข้อหาเป็นสื่อชักนำล้มล้างรัฐบาล

"มาร์ค"เมิน"โกตั๊บ"นัดชุมนุม ฟันธงการเมืองใหม่เกิดยาก

ที่มา ประชาทรรศน์

วันนี้ (10 ธ.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ภายหลังที่ได้เดินสายพบกับกลุ่มการเมืองต่าง ๆ พร้อมชี้แจงและเสนอแนวทางการแก้ปัญหาชาติบ้านเมืองให้กลุ่มต่างๆ ได้รับทราบและเข้าใจถึงวิธีการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ในส่วนของการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นทุกฝ่ายต้องมีส่วนร่วมและไม่ใช่แก้เพื่อคนหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะ อย่างไรก็ตาม ไม่กังวลว่าจะเป็นเงื่อนไขที่ทำให้กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ออกมาชุมนุม เนื่องจาก มองว่า การเมืองใหม่ที่กลุ่มพันธมิตรฯ เรียกร้องไม่สามารถเกิดขึ้นได้

ด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ยังมีเสียงเพียงพอในการจัดตั้งรัฐบาล และไม่กังวลที่นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ประสานพรรคร่วมรัฐบาลเดิม ในการตั้งรัฐบาลเพื่อชาติ แต่อย่างไรก็ตาม ยินดีที่จะคุยกับนายเสนาะ แม้ว่านายเสนาะ จะไม่ยอมเข้ามาร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ก็ตาม

รัฐจ่อเชือดพธม.ผลาญน้ำ-ไฟทำเนียบกว่า3ล้าน

ที่มา ประชาทรรศน์

โฆษกรัฐบาล เผย ครม.มีมติเรียกเก็บค่าน้ำ ค่าไฟ จากกลุ่มพันธมิตรฯ พร้อมเตรียมดำเนินคดีทางแพ่งและอาญา

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการประชุมคณะรัฐมนตรีวานนี้ว่า นายสันติ พร้อมพัฒน์ รักษาการรมว.คมนาคม เสนอว่าควรจะมอบหมายให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องแจ้งความดำเนินคดีกับแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ หรือผู้ชุมนุมเพื่อให้เป็นแนวทางการปฏิบัติและไม่ให้เกิดเป็นเยี่ยงอย่างสำหรับผู้ชุมนุมกลุ่มใดก็ตามหลังจากนี้ที่จะเข้ายึดสถานที่สำคัญของบ้านเมืองโดยผิดกฎหมายและเกิดผลกระทบวงกว้างอีก ทั้งนี้ทางครม.ก็รับทุกข้อสังเกตไปพิจารณา

นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ครม.ยังให้ความเห็นชอบรายงานความเสียหายของทำเนียบรัฐบาลจากคณะกรรมการสำรวจทรัพย์สินของส่วนราชการในทำเนียบ ที่มีนายนัที เปรมรัศมี ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และได้รับรายงานจากรองผู้ว่าการประปานครหลวง (กปน.) และรองผู้ว่าการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ว่า ตั้งแต่กลุ่มพันธมิตรฯ ได้บุกยึดทำเนียบฯ ทางรัฐบาลก็ได้แจ้งไปยัง กฟน. และกปน.ว่าไม่มีส่วนราชการในทำเนียบฯเข้าไปทำงาน แต่ปรากฎว่าในช่วงเวลาดังกล่าวมียอดรวมค่าน้ำประปาเป็นเงินทั้งสิ้น 880,000 บาท ส่วนค่าไฟฟ้ามียอดรวม 2,270,000 บาท โดยในส่วนของค่าน้ำนั้น กลุ่มพันธมิตรฯ ได้จ่ายให้กับกปน.แล้ว 425,000 บาท ส่วนที่เหลือยังไม่สามารถเรียกเก็บได้ ส่วนค่าไฟฟ้านั้นยังไม่สามารถเรียกเก็บได้เลย

“ทั้งนี้ทางนายสุพล ฟองงาม รักษาการรมต.ประจำสำนักนายกฯ ได้ตั้งคำถามว่าถ้าเป็นประชาชนทั่วไปหากไม่จ่ายค่าไฟใน 1 เดือน อีกครึ่งเดือนต่อมามิเตอร์ไฟก็จะถูกยกเลิกทันที แต่ทำไมกรณีนี้ถึงปล่อยให้พันธมิตรฯใช้ไฟได้ถึง 3 เดือน ซึ่งทางรองผู้ว่าฯกฟน.ชี้แจงว่าทางกฟน.ได้รับแจ้งจากทำเนียบฯว่าไม่มีหน่วยงานในทำเนียบฯเข้าไปทำงานเท่านั้น แต่ไม่ได้ระบุว่าให้ตัดไฟด้วย ขณะที่นายลอยเลื่อน บุญนาค รองเลขาธิการนายกฯ ได้ชี้แจงว่าระบบสายไฟฟ้าในทำเนียบฯได้ถูกนำมาไว้ใต้ดินตั้งแต่เมื่อครั้งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุมเอเปค ซึ่งสายไฟได้โยงใยไปกับบ้านเรือนของประชาชนโดยรอบทำเนียบฯด้วย ถ้าตัดไฟในทำเนียบฯก็จะทำให้ชาวบ้านโดยรอบเดือดร้อนไปด้วย เราจึงไม่ได้ดำเนินการในเรื่องนี้”นายณัฐวุฒิกล่าวและว่า ท้ายที่สุดแล้วทางรองผู้ว่าฯกฟน.และกปน.ที่เข้าชี้แจงต่อครม.ก็ยืนยันว่าจะไปเรียกเก็บค่าน้ำและค่าไฟทั้งหมดจากกลุ่มพันธมิตรฯต่อไป

นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า ส่วนการดำเนินคดีกับกลุ่มพันธมิตรฯนั้น ที่ประชุมครม.มีมติให้แต่ละส่วนราชการมอบหมายให้นิติกรเป็นผู้ดำเนินการฟ้อง ดำเนินคดีทั้งทางแพ่ง และอาญาต่อไป โดยให้หารือกับทางอัยการสูงสุด และพนักงานสอบสวน นอกจากนี้ก่อนแจ้งความดำเนินคดีให้ทำรายละเอียดของทรัพย์สินที่เสียหายทั้งหมดอย่างรอบคอบเพื่อป้องกันการโต้แย้งจากกลุ่มพันธมิตรฯ

นายณัฐวุฒิ กล่าวด้วยว่า ครม.ยังมีมติให้แต่ละส่วนราชการนำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2552 ของแต่ละหน่วยงานมาเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับจัดซื้อและซ่อมแซมพัสดุอุปกรณ์ที่ได้รับความเสียหายหรือสูญหายไปจำนวนมาก เช่นคอมพิวเตอร์ แต่หากไม่เพียงพอก็ให้ขอจากงบประมาณรายจ่ายกลางปีต่อไป

'จงรัก'ชี้ศพปริศนาดอนเมืองการ์ดพธม.ฉะกันเอง

ที่มา ประชาทรรศน์

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุศพปริศนา ในห้องเก็บท่าอากาศยานดอนเมือง เหตุ การ์ดพันธมิตรฟัดกันเอง

หลังจากที่ ตำรวจสน.ดอนเมือง ไปตรวจสอบพบศพชายไม่ทราบชื่อ และอายุ ยัดอยู่ในถุงกระสอบ ทิ้งอยู่ภายในห้องเก็บของชั้น 2 อาคารขั้นที่ 1 ชั้นที่ 2 ของห้องเก็บของ อาคารตัวแทนรับส่งสินค้า ภายในท่าอากาศยานดอนเมือง สถานที่ซึ่งพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เคยปักหลักชุมนุม ทั้งนี้ สภาพศพเน่าเปื่อย คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1 สัปดาห์ ในถุงกระสอบที่ใช้ยัดศพยังพบผ้ายันต์นักรบศรีวิชัย 2 ผืน ตำรวจ จึงนำศพส่งงานพิสูจน์หลักฐาน

ในวันนี้ พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวภายหลังเข้าตรวจสอบพื้นที่จุดเกิดเหตุว่า จากการตรวจสอบพบว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 1 สัปดาห์ ซึ่งอยู่ในช่วงที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เข้ายึดบริเวณท่าอากาศยานดอนเมือง ประกอบกับบริเวณที่พบศพเป็นบริเวณที่การ์ดพันธมิตรฯใช้เป็นที่พักผ่อน ดังนั้น เบื้องต้นจึงสันนิษฐานว่าอาจเป็นการ์ดพันธมิตรฯ ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตคาดว่าคงเกิดการทะเลาะกันเองระหว่างการ์ดพันธมิตรฯ จึงได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนไปสอบสวนแกนนำพันธมิตรฯและขอรายชื่อการ์ดพันธมิตรทั้งหมดเพื่อนำหลักฐานมาขยายผลต่อไป สวนที่ตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจากการตรวจสอบแหวนที่พบในตัวผู้เสียชีวิต พบว่าแหวนมีลักษณะที่ตรงกับแหวนรุ่นการอบรมข้าราชการตำรวจเพื่อบรรจุเป็นนายตำรวจสัญญบัตร (กอน.12) จึงไม่ใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างแน่นอน

ส่วนความคืบหน้าการยื่นฟ้องกลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรฯที่ปิดล้อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานดอนเมืองนั้น พล.ต.อ.จงรัก กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ และจะส่งเรื่องต่อไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ว่า บริษัทห้างร้านที่ให้การสนับสนุนกลุ่มพันธมิตรฯกว่า 66 บริษัท มีความผิดตามกฏหมายการฟอกเงินหรือไม่

Videos in "เหตุการณ์ทางการเมือง"

ที่มา CBNPRESS

กลุ่มคนเสื้อแดงไม่พอใจ สส ของตนที่ไปสนับสนุน ปชป



MV อภิสิทธิ์เดินสาย จัดตั้งรัฐบาล ตามด้วย ชูวิทย์เหน็บอภิสิทธิ์

สนธิเอา โกเต๊กซ์ใช้แล้ว ไปวางรอบพระรูปฯ

ที่มา thaifreenews



ระยำสุดๆ สนธิเอา โกเต๊กซ์ใช้แล้วของสาวก ไปวางรอบพระรูปฯ
สกปรกโสโครก บ้า งมงายสิ้นดี
ผู้ชุมนุมก็บ้าตาม ปรบมือชอบใจกันใหญ่
ในขณะที่ ผุ้ขุมนุมบ้างส่วนรับไม่ได้ เดินออกทันที