ที่มา มติชนออนไลน์
"ป๋าเหนาะ"ยันไม่ออกไปพบ "เติ้ง" อ้างต่อสายตรงคุยแล้ว พท.แย้มรอดูเย็นนี้ บางสิ่งจะเกิดขึ้นหลังประสานพรรคร่วมรัฐบาลเดิม กินข้าวเย็นบ้าน"เสนาะ"เมืองทองฯ "ประดิษฐ์"ปัดข่าวย้ายพรรคซบ"เพื่อไทย" ชท.ประสานเสียงเมิน "เพื่อไทย" กร้าวทุกอย่างจบแล้ว เพื่อไทยรับไม่ได้"มาร์ค"กอดเนวิน ย้ำรบ.เพื่อชาติเท่านั้น ปูด"เนวิน"ซบปชป.มีแผนชำระแค้น
"เชษฐา"ให้เลขาฯโทรมางดมาบ้าน "ป๋าเหนาะ"
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ ภายในห้องประชุมพรรคประชาราช ซึ่งจัดเป็นห้องรับประทานอาหาร มีการจัดเตรียมโต๊ะใหญ่จำนวน 12 ที่นั่งไว้รอ ขณะที่ มีโต๊ะสำหรับ ส.ส.และผู้ติดตามอีก 8 ตัว ทั้งนี้ จากการที่ พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร หัวหน้าพรรครช. ได้ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ ว่าจะเดินทางมายังบ้านนายเสนาะ แต่ปรากฎว่า เมื่อเวลา 18.00 น. เลขานุการส่วนตัว พล.อ.เชษฐา ได้แจ้งว่า พล.อ.เชษฐายกเลิกการการเดินทางมาโดยไม่แจ้งสาเหตุ ทำให้เป็นการนัดรับประทานอาหารเย็น และหารือการเมืองของ นายเสนาะ ที่มีเพียงแกนนำพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาราชมาร่วมงานเท่านั้น
ชี้พรรคเล็กถูกมือที่ 3 ขวาง - "ป๋าเหนาะ"บอกรู้สึกเหมือนเป็น "งูเเห่า"
เวลา 16.50 น. นายศรีเมือง เจริญศิริ อดีตรมว.ศึกษาธิการ และอดีตกรรมการบริหารพรรคพลังประชาชน เดินทางตามมาถึง ขณะที่บ้านพักนายเสนาะ เริ่มมีส.ส.พรรคเพื่อไทยและสมาชิกพรรคเดินทางมาร่วมงานหลายคน อาทินายวิชาญ มีชัยนันท์ นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่ากระทรวงคมนาคม นายอุดมเดช รัตนเสถียร นายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส.อุบลราชธานี นายไพจิตร ศรีวรขาน ว่าที่ร.ต.พงศ์พันธ์ สุนทรชัย นายสุนัย จุลพงศ์ธร ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย เป็นต้น
นายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ ระบุว่า การที่พรรคร่วมไม่ได้เดินทางมาร่วมครั้งนี้ต้องมีมือที่สามขัดขวางไว้อย่างแน่นอน เพราะก่อนหน้านี้พรรคร่วมรับปากว่าจะมาร่วมงาน ซึ่งเมื่อเวลา 18.50 น. นายเสนาะได้เดินนำทุกคนเข้าไปยังห้องรับประทานอาหาร และกล่าวชักชวนให้แกนนำและส.ส.พรรคเพื่อไทยนั่งร่วมโต๊ะ ว่า “มาๆ มาช่วยนั่งกันให้เต็มโต๊ะ” ทำให้ นายวรวัจน์ นายวิชาญ นายอุดมเดช นายสุรพงษ์ นายไพจิตร มานั่งร่วมโต๊ะ โดยนายเสนาะได้กล่าวทีเล่นทีจริงว่า “เคยร่วมทุกข์กันมา แต่มากลายเป็นพวกงูเห่าไปได้” ทำให้ทุกคนหัวเราะแบบฝืนๆ
"ป๋าเหนาะ"รอเก้อ 4พรรคร่วมเมินกินข้าวเย็น
ผู้สื่อข่าวรายงานจากบ้านพักของนายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ที่เชิญแกนนำอดีตพรรคร่วมรัฐบาล 4 พรรคร่วมรับประทานอาหารเย็น ที่บ้านพัก ย่านเมืองทองธานีว่า ในเวลา 17.00 น. วันที่ 10 ธันวาคม ตามที่นัดไว้ ปรากฏว่า ยังไม่มีตัวแทนพรรคร่วมรัฐบาลเดิม เดินทางมาแต่อย่างใด นายเสนาะ ถึงกับโทรศัพท์ ไปหา นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน อดีตหัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย ด้วยตัวเอง แต่นางอนงค์วรรณ อ้างต้องไปพบแพทย์ แม้นายเสนาะต่อรองเป็นเวลา 19.00 น. แต่ก็ยังไม่ได้รับการยืนยันแต่อย่างใด
โดยก่อนหน้านี้ ตั้งแต่เวลา 15.30 น. มีแกนนำ และส.ส.พรรคเพื่อไทย และส.ส.พรรคประชาราช ทยอยเดินทางมาที่บ้านพักนายเสนาะ อาทิ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ ว่าที่หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เดินทางมาถึง แต่ทั้งสองคนก็เดินทางกลับก่อนในเวลา 16.30 น. โดยอ้างว่าติดธุระ
"ประดิษฐ์"ยันถ้า"เชษฐา"ไปบ้าน"เหนาะ"ไม่เกี่ยวกับพรรค
นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ เลขาธิการพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา (รช.) ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 10 ธ.ค.ว่า ได้ทราบข่าวว่านายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช จะนัดพรรคร่วมเดิม 4 พรรคประกอบด้วย เพื่อแผ่นดิน ชาติไทยเดิม มัชฌิมาธิปไตยเดิม และรวมใจไทยชาติพัฒนา ซึ่งในฐานะเลขาธิการพรรคฯ ขอยืนยันว่าจะไม่ส่งบุคคลไปร่วมงานที่บ้านพักนายเสนาะแต่อย่างใด เนื่องจากเมื่อวันที่ 6 และวันที่ 9 ธันวาคมที่ผ่านมา ทางพรรคได้แสดงจุดยืนร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาลเดิม 4 พรรคแล้วว่า จะร่วมจัดตั้งรัฐบาลโดยมีพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำ ซึ่งจุดยืนนั้นไม่เปลี่ยนแปลง และหากมีบุคคลของพรรครวมใจไทยฯ ไปร่วมงานดังกล่าวถือว่าไม่ได้ไปในนามพรรค แต่ไปในนามส่วนตัว ซึ่งอาจจะมีความสนิทสนมกับนายเสนาะ โดยเฉพาะ พล.อ.เชษฐษ ฐานะจาโร หัวหน้าพรรคฯ ซึ่งเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม ก็ได้ไปร่วมแสดงจุดยืนที่โรงแรมโฟร์ซี่ซั่น เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ชท.ประสานเสียงเมิน "เพื่อไทย" กร้าวทุกอย่างจบแล้ว
ที่พรรคชาติไทย นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีตแกนนำพรรคชาติไทย กล่าวถึงกรณีนายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช เชิญแกนนำอดีตพรรคร่วมรัฐบาลไปทานอาหารเย็น ที่บ้าน ย่านเมืองทองธานีว่า เรายังไม่ได้รับการติดต่อจากนายเสนาะ แต่ถ้านายเสนาะติดต่อมาจริง ก็ คงไม่ไปแน่นอนและจะไม่ส่งตัวแทนจากพรรคไปด้วย เพราะตอนนี้ทุกอย่างแล้ว เราได้หารือและประกาศจุดยืนไปแล้ว พรรคไม่น่าจะคุยกับใครอีก เพราะไม่ต้องการให้เกิดความสับสนมากกว่านี้
ด้านนายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ ส.ส.พิจิตร พรรคชาติไทย กล่าวว่า พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ แกนนำอดีตพรรคร่วมรัฐบาลยืนยันชัดเจนแล้วว่า จะไปพบนายเสนาะที่บ้านไม่ได้ ถ้าเราไปมัน ก็จะผิดหลักการ คิดว่าแกนนำอดีตพรรคร่วมรัฐบาลคนอื่นๆ ก็คงไม่ไปเช่นกัน ส่วนแนวคิดของนายเสนาะที่จะตั้งรัฐบาลแห่งชาติเป็นทางออกนั้น เชื่อว่าเป็นไปไม่ได้
ด้านนายวราวุธ ศิลปอาชา อดีตรองเลขาธิการพรรคชาติไทย กล่าวว่า ยังไม่ได้รับเชิญ ส่วนกระแสข่าวนายเสนาะอาจเดินทางมาพบนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย ที่บ้านพักย่านจรัญสนิทวงศ์นั้น คงไม่เป็นความจริง เพราะตอนนี้นายบรรหารอยู่ที่จ.สุพรรณบุรี
"ประดิษฐ์"ปัดข่าวย้ายพรรคซบ"เพื่อไทย"หวังตั้งรัฐบาล
นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ เลขาธิการพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา (รช.) ปฏิเสธถึงกระแสข่าวว่า ส.ส.ของพรรคฯทั้ง 9 คน รวมทั้งตัวนายประดิษฐ์ จะย้ายไปสังกัดพรรคเพื่อไทย (พท.) เพื่อทำให้พรรค พท.ได้เสียงข้างมากในการจัดตั้งรัฐบาล โดยยืนยันว่าไม่เคยมีแนวคิด ที่จะย้ายไปสังกัดพรรคการเมืองอื่น ซึ่งพรรค รช.เป็นเพียงพรรคเล็ก การจะไปจับขั้วกับพรรคการเมืองใดในการจัดตั้งรัฐบาลนั้น ต้องขึ้นอยู่กับหัวหน้าพรรคเป็นผู้ตัดสินใจ ไม่ใช่ตนเองเพียงคนเดียว โดยมั่นใจว่า จะได้รัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศก่อนปีใหม่ รวมทั้งเสถียรภาพความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจและการลงทุน จะพลิกฟื้นคืนมาอย่างแน่นอน
พท.แย้มรอดูเย็นนี้ บางสิ่งจะเกิดขึ้นหลังประสานพรรคร่วม
ที่พรรคเพื่อไทย นายสุรพงษ์ โตวิจักรชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาลว่า ต้องรอดูเย็นวันที่ 10 ธันวาคมนี้ เพราะอาจมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นได้ หลังจากพรรคเพื่อไทยประสานกับพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะนายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ซึ่งท่านเป็นผู้ใหญ่และแนวคิดท่านได้รับการขานรับจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะประชาชน
"วันนี้เราจะยอมรับให้คนที่หนีทหารมาเป็นนายกรัฐมนตรีได้หรือ ต่างชาติไม่ยอมรับ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา การที่หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ) ออกมาเดินสายต่างๆ นั้น โดยมารยาทการเมืองไม่ควรปฏิบัติ ต้องถามว่าหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้ปรึกษาประธานที่ปรึกษาพรรค นายชวน หลีกภัย แล้วหรือยัง เพราะท่านยึดมั่นในหลักประชาธิปไตย ประชาชนรับไม่ได้การมาแย่งเพื่อจัดตั้งรัฐบาลให้ได้" นายสุรพงษ์ กล่าว
"ป๋าเหนาะ"ยันไม่ออกไปพบ "เติ้ง" อ้างต่อสายตรงคุยแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.00 น. นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ได้ออกจากบ้าน เพื่อตรวจดูความเรียบร้อยบริเวณสถานที่จัดเลี้ยงในค่ำวันที่ 10 ธันวาคม และทักทายกับสื่อมวลชน
จากนั้น นายเสนาะได้โทรศัพท์หา นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน อดีตหัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย เพื่อเชิญมารับประทานอาหารที่บ้าน และขอให้พานายสมศักดิ์ เทพสุทิน สามีมาด้วย
นายเสนาะ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า จะไม่ไปพบกับนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย เนื่องจากได้พูดคุยกันทางโทรศัพท์แล้ว และไม่ขอบอกว่า การเลี้ยงอาหารมื้อค่ำ จะมีแกนนำอดีตพรรคร่วมรัฐบาลเดิมคนใดมาร่วมในงานบ้าง
"ป้าอุ"ปัด"ป๋าเหนาะ"พบ"เติ้ง" เผยเย็นนี้ถกพรรคร่วมเดิม
ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อวันที่ 10 ธ.ค.ว่า นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ที่บ้านพักเมืองทองธานี ว่า ในช่วงเช้า นางอุไรวรรณ เทียนทอง รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ออกมาทักทายสื่อมวลชน โดยปฏิเสธกระแสข่าวที่ระบุว่า นายเสนาะ จะเดินทางไปพบนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย แต่ยอมรับว่า ในช่วงเย็น นายเสนาะได้เชิญพรรคร่วมรัฐบาลเดิมมาหารือ เพื่อพูดคุยเรื่องการเมือง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมห้องประชุมภายในบ้านพักของนายเสนาะ เพื่อเป็นสถานที่รับรองแขก ส่วนนายเสนาะนั้น ยังคงเก็บตัวอยู่ภายในบ้านพัก
"อ๋อย" ชี้แผนตามบันได 4 ขั้นของคมช. กำลังสำเร็จผล
ที่โรงแรมเรดิสัน นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย กล่าวเนื่องในวันรัฐธรรมนูญว่า ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูยมา 76 ปี แต่ที่ผ่านมา ประเทศไทยที่ไม่ได้ใช้รัฐธรรมนูญตามความหมายของสากล ทุกวันนี้ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญมาแล้ว 25 ฉบับ แต่รัฐธรรมนูญส่วนใหญ่ มักถูกทหารฉีกเสมอ เช่น รัฐธรรมนูญ ปี 2550 ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน
นายจาตุรนต์ กล่าวว่า เมื่อปล่อยให้เผด็จการทหารฉีกรัฐธรรมนูญทิ้ง 3 ปี ต่อ 1 ครั้ง เท่ากับว่าประเทศนี้ไม่มีความเป็นนิติรัฐและไม่ได้ปกครองด้วยกฏหมาย เพราะทหารมีอำนาจเหนือประชาชน และรัฐธรรมนูญ ปี 2550 มีเนื้อหาที่ไม่เป็นประชาธิปไตย แต่เป็นการเขียนรัฐธรรมนูญในการปกครองระบอบอมาตยาธิปไตย ดูได้จากองค์กรที่ได้รับการสรรหาแต่งตั้งจากผู้มีอำนาจ และไม่ได้มาจากประชาชน
"รัฐธรรมนูญฉบับนี้แสดงให้เห็นถึงกระบวนการของคณะปฏิวัติ ที่พยายามทำให้บันได 4 ขั้นประสบความสำเร็จ รัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการทำหน้าที่แล้ว เพราะสามารถล้มรัฐบาลจากการเลือกตั้งได้ และการพยายามจัดตั้งรัฐบาลในขณะนี้ คือการที่จะให้พวกเดียวกันกับพวกที่ยึดอำนาจล้มรัฐบาลด้วยการรัฐประหาร เป็นรัฐบาลตามแผนที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) วางไว้ และเขากำลังจะทำสำเร็จ" นายจาตุรนต์ กล่าว
"อ๋อย"เชื่อ"เพื่อนเนวิน"ถูกทหารข่มขู่ ให้จับมือกับปชป.
นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย กล่าวว่า การที่กลุ่มเพื่อนเนวินสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์จัดตั้งรัฐบาล เชื่อว่าเกิดจากการชักจูง ข่มขู่และเสนอผลประโยชน์จากผู้นำเหล่าทัพ ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลที่ตัดสินใจไปสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์นั้น ก็เป็นความร่วมมือระหว่างทหารและพรรคการเมืองบางพรรค ที่ร่วมกันข่มขู่ว่า หากไม่จัดตั้งรัฐบาล จะมีการรัฐประหาร จนในที่สุดต้องตั้งรัฐบาลกันในค่ายทหารอย่างที่เป็นข่าว
นายจาตุรนต์ กล่าวต่อว่า หากพรรคประชาธิปัตย์ตั้งรัฐบาลสำเร็จ จะเป็นการทำลายหลักนิติธรรมของบ้านเมือง ที่อำนาจต้องมาจากการเลือกตั้งของประชาชนตามระบอบประชาธิปไตย ส่วนการที่พรรคเพื่อไทยเสนอตั้งรัฐบาลแห่งชาตินั้น ถือว่ามีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก ทั้งนี้ ยืนยันว่ายังไม่มีการส่งสัญญาณจากกลุ่มคนเสื้อแดง เพื่อเคลื่อนไหวต่อต้านแต่อย่างใด
"อ๋อย"ซัดถ้าพรรคข้างพธม.ได้เป็นรบ. สังคมยิ่งแตกแยก
นายจาตุรนต์ ฉายแสง กล่าวถึงกรณีที่มีความกังวล หากมีการย้ายขั้วรัฐบาล กลุ่มเสื้อแดงจะออกมาเคลื่อนไหวว่า เมื่อมีการย้ายขั้วการเมืองอย่างน่าเกลียด ประชาชนจำนวนมากผิดหวังเสียใจและโกรธแค้น หลังจากที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยสร้างความย่อยยับ แต่พรรคที่อยู่ข้างพันธมิตรฯ กลับได้เป็นรัฐบาล จึงยิ่งเป็นการสร้างความบาดหมางและความแตกแยกให้สังคม
"คนที่ใช้ความรุนแรงกลายเป็นผู้กำหนดความเป็นไปของบ้านเมืองได้ ประชาชนก็รู้สึกหมดหวังและท้อแท้ แต่ที่นายเนวิน ชิดชอบ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย สวมกอดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นเพราะนายเนวิน ยอมสยบต่ออำนาจเผด็จการและการข่มขู่จากผู้นำเหล่าทัพ เพื่อแลกกับความอยู่รอด" นายจาตุรนต์ กล่าว
นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ขณะนี้ ยังไม่สามารถสรุปการจับขั้วรัฐบาลได้ ต้องวัดกันนาทีต่อนาทีและต้องจับตาดูจนนาทีสุดท้าย สังคมไทยต้องมองที่เหตุผล หลักการณ์และความถูกต้อง ตอนนี้มีส.ส.จำนวนมากกำลังสับสน ส.ส.ที่เกลียดเผด็จการและเกลียดการกระทำของพันธมิตรฯ แต่ถูกข่มขู่ ยังมีโอกาสตัดสินใจอีกครั้ง
เพื่อไทยรับไม่ได้"มาร์ค"กอดเนวิน ย้ำรบ.เพื่อชาติเท่านั้น
นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ทางสถานีโทรทัศน์ ทีเอ็นเอ็น เมื่อวันที่ 10 ธ.ค. ถึงความคืบหน้าการรวบรวมรายชื่อส.ส.จัดตั้งรัฐบาลเพื่อชาติ ว่า ตัวเลขส.ส.ยังพลิกไปมา และตัวเลขของฝ่ายค้านและรัฐบาลเดิมใกล้เคียงกันมาก การชนะกันจึงต้องชี้ขาดในวันโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี อย่างไรก็ตาม ตนมั่นใจว่า ตัวเลขพรรคเพื่อไทยจะชนะเล็กน้อย
นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ตนประเมินว่า แม้พรรคเพื่อไทยจะชนะ บ้านเมืองก็จะเดินลำบาก แต่หากพรรคเพื่อไทยเป็นฝ่ายค้าน บ้านเมืองก็ไปได้ลำบาก จึงเห็นว่าแนวคิดการตั้งรัฐบาลแห่งชาติของนายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช เป็นทางออกที่ดีที่สุด
เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยเพลี่ยงพล้ำใช่หรือไม่ นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ไม่ใช่ เราต้องคำนึงถึงบ้านเมือง แนวคิดของนายเสนาะเป็นทางออกของบ้านเมือง พรรคเพื่อไทยต้องสนับสนุนแนวคิดนี้ โดยให้พรรคร่วมรัฐบาลเลือกนายกรัฐมนตรี และแบ่งสรรกันบริหารบ้านเมือง ความสงบจะเกิดขึ้น เสื้อเหลืองไม่ออกมาและเสื้อแดงก็ไม่ออกมา ทหารก็เข้ากรมกอง ฝ่ายกฎหมายก็ปฏิบัติหน้าที่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน
ส่วนกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ปฏิเสธแนวคิดดังกล่าวนั้น นายสุรพงษ์ กล่าวว่า หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ต้องคิดใหม่ เมื่อวันที่ 9 ธันวาคมที่ผ่านมาก็ไปกอดกับนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำกลุ่มเพื่อนเนวิน ถือว่าน่าอับอายอย่างยิ่ง หากตนเป็นนายเนวิน ก็ทำเช่นนั้นไม่ได้ เพราะเหมือนกลืนน้ำลายตัวเอง พรรคประชาธิปัตย์ไม่ใช่พรรคเสียงข้างมาก แต่อยากจัดตั้งรัฐบาลแข่ง ถือเป็นการขโมยและทำลายระบอบประชาธิปไตย
ส่วนกรณีที่นายเนวินระบุว่า ต้องเสียเพื่อน เสียพรรคและเสียนาย เพื่อปลดล็อกการเมืองนั้น นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ต้องคอยดูว่าเสื้อแดงจะยอมหรือไม่ วิธีการดีที่สุด คือวิธีการของนายเสนาะ พรรคเพื่อไทยจะเดินหน้ารวบรวมรายชื่อไปจนถึงวันสุดท้าย ก่อนวันประกาศพ.ร.ก.กำหนดการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี คาดว่าจะมีเวลาถึงวันที่ 14 ธ.ค.นี้
เพื่อไทยบอก 11 โมง จะมีแถลงข่าวกับผู้ร่วมตั้งรัฐบาลเพิ่ม
นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวเมื่อวันที่ 10 ธ.ค.ว่า พรรคเพื่อไทยจะพยายามต่อไปจนกว่าเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลจะยุติ แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยตัวเลขเสียงสนับสนุนได้ เนื่องจากสถานการณ์ยังไม่นิ่ง แต่ว่ายืนยันมีเสียงเกินครึ่งอย่างแน่นอน โดยพรรคเพื่อไทยได้ประสานไปยังนายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ให้มาร่วมจัดตั้งรัฐบาลเพื่อชาติ และเวลา 11.00 น.วันนี้ จะมีผู้มาแถลงจุดยืนร่วมกับพรรคเพื่อไทยเพิ่มเติม
พท.ปูด"เนวิน"ซบปชป.มีแผนชำระแค้นทำพปช.ถูกยุบ
นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม ว่า พรรคเพื่อไทยมีเสียงข้างมากจากพรรคร่วม เพื่อจัดตั้งรัฐบาลอย่างแน่นอน สาเหตุที่นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำกลุ่มเพื่อนเนวิน ไปจับมือกับพรรคประชาธิปัตย์นั้น มีหลายคนบอกว่าเป็นการเตรียมแผนชำระแค้น โดยแกล้งทำทีสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แต่เมื่อถึงวันโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ก็จะมีมติไม่สนับสนุน เพื่อเป็นการแก้แค้นที่มีส่วนทำให้พรรคพลังประชาชนโดนยุบ และวันนั้นจะเกิดปรากฏการณ์ อนาคอนด้า ไม่ใช่เพียงแค่งูเห่า
เพื่อไทยคุยเสียงเกินครึ่ง100% "เพื่อนเนวิน"จะกลับอีก 10
ว่าที่ ร.ต.พงศ์พันธ์ สุนทรชัย ส.ส.หนองคาย พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงความคืบการจัดตั้งรัฐบาล ว่า ขณะนี้พรรคเพื่อไทยมีเสียงเกินกว่ากึ่งหนึ่งแน่นอนแล้ว โดยล่าสุด เมื่อคืนวันที่ 9 ธันวาคมที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยมีเสียงทั้งหมด 240 เสียง แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ว่า พรรคไหน หรือใครบ้างที่จะร่วมจัดตั้งรัฐบาล
ว่าที่ ร.ต.พงศ์พันธ์ กล่าวว่า กลุ่มเพื่อนเนวินบางส่วนไม่พอใจการตัดสินใจของนายเนวิน ชิดชอบ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย เนื่องจากทำให้ประชาชนไม่พอใจกับการย้ายขั้วรัฐบาล จึงมีแนวโน้มว่าจะขอกลับมาสังกัดพรรคเพื่อไทยอีกประมาณ 10 คน
ว่าที่ ร.ต.พงศ์พันธ์ กล่าวต่อว่า ทุกพรรคเห็นตามแนวทางที่นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช เสนอ คือต้องการคนกลางเป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อลดแรงเสียดทานและแก้ไขปัญหาชาติ โดยขณะนี้มีการเสนอชื่อ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ให้เป็นผู้ที่จะเข้ามารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนต่อไป
"เพื่อไทย"มีมติตั้งรัฐบาลแห่งชาติ
ก่อนหน้นี้เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 9 ธันวาคม ที่สำนักงานพรรคเพื่อไทย (พท.) ย่านพระราม 4 นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย แถลงภายหลังการประชุมพรรคว่า พรรคมีมติตามแนวคิดของนายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราชที่เสนอให้ทุกพรรคการเมืองร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลเพื่อชาติ มีนายกรัฐมนตรีจากพรรคการเมืองขนาดเล็ก ที่ไม่ได้มาจากพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาธิปัตย์ นอกจากนี้ยังเสนอให้นายเสนาะ เทียนทอง เป็นประธานการประสานงานกับพรรคการเมืองทุกพรรคในการจัดตั้งรัฐบาล เพื่อแก้ไขวิกฤตของประเทศ เพราะเห็นแล้วว่าหากพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลกลุ่มคนเสื้อเหลืองก็ไม่ยอม แต่หากพรรคประชาธิปัตย์จัดตั้งรัฐบาล กลุ่มคนเสื้อแดงก็ไม่ยอม และจะไม่เป็นหนทางในการแก้ไขปัญหาของประเทศ
นายสุรพงษ์กล่าวว่า การเสนอตั้งรัฐบาลตามแนวทางนี้ ไม่ได้เป็นเพราะขั้วพรรคเพื่อไทยไม่สามารถรวบรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลได้ แต่เป็นเพราะอยากให้ประเทศพ้นวิกฤต เพราะขณะนี้พรรคเพื่อไทยมีเสียงอยู่แล้ว 225 เสียง ซึ่งหากจัดตั้งรัฐบาลจะมีเสียงเกินกึ่งหนึ่งอยู่ 6 เสียง ถึงจะตั้งรัฐบาลได้ก็อยู่ต่อไปไม่ได้ ดังนั้น จึงควรมาอยู่ร่วมกันเพื่อชาติมากกว่า
นายสุรพงษ์กล่าวต่อไปว่า สำหรับการยุบสภานั้น ที่ประชุมยังไม่ได้พูดถึง เพราะแกนนำวิเคราะห์กันว่าหากยุบสภาแล้ว ไม่มีทางทราบได้เลยว่าจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นได้หรือไม่ เพราะมีกระแสข่าวว่า กกต. (คณะกรรมการการเลือกตั้ง) จะลาออกจนไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ จากนั้นวุฒิสภาจะแก้ไขรัฐธรรมนูญบางมาตรา จนทำให้เกิดสุญญากาศการเมืองหนักกว่านี้ แต่เมื่อถึงเวลาสุดท้าย ที่จะมีการเลือกนายกรัฐมนตรีและพรรคประชาธิปัตย์อาจจะชนะการเลือกนายกฯ เราอาจจะนำเรื่องการยุบสภาเข้ามาหารือกันอีกครั้ง
"เสนาะ"รับประสาน5พรรคร่วมตั้งรัฐบาล
ทางด้านนายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช เปิดเผยภายหลังพรรคเพื่อไทยมีมติสนับสนุนให้เป็นประธานในการจัดตั้งรัฐบาลว่า เบื้องต้นจำเป็นต้องประสานพูดคุย กับทั้ง 5 พรรคร่วมเดิมว่า ไม่ว่าสถานการณ์บ้านเมืองไปในขั้วไหนก็จะเกิดเป็นปัญหาขึ้น ที่พรรคเพื่อไทยมีมติชัดเจนว่ายอมถอย ถือเป็นเรื่องดี ทำให้เห็นว่าพรรคใหญ่ยอมถอยแล้ว ซึ่งจะสะท้อนไปถึงพรรคประชาธิปัตย์ว่าหากยังคงดึงดันจัดตั้งรัฐบาลอีก จะต้องรับผิดชอบต่อปัญหาที่ตามมา
"ขอถามหน่อยว่าทำไมกระสันกันเหลือเกิน ในเมื่อรู้อยู่แล้วว่าไม่ว่าพรรคใดเป็นนายกรัฐมนตรีก็ต้องเกิดภัยเหนือและภัยใต้ หากพรรคประชาธิปัตย์ยังดื้อ รับรองเกิดเรื่องแน่"นายเสนาะกล่าว
นายเสนาะกล่าวต่อไปว่า จะเชิญหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลทั้ง 5 พรรคมาหารือที่บ้านพักในช่วงเย็นวันที่ 10 ธันวาคม เพื่อหารือปัญหาที่จะเกิดขึ้น เรื่องการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีนั้น ตอนนี้เสียงกำลังงัดกันอยู่ ต้องดูวันโหวตอีกที
"ตำรางูเห่าเคยมีให้เห็นว่าเป็นอย่างไรวันโหวตเลือกนายกฯก็จะมีให้เห็นอีกแน่นอน"นายเสนาะกล่าว
เย็นวันเดียวกันนายเสนาะให้สัมภาษณ์รายการ "เรื่องเด่นเย็นนี้"ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 อีกครั้งว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ โทรศัพท์มาชักชวนเข้าร่วมรัฐบาลทุกวัน บอกว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์จะมาพบที่บ้านเมืองทองธานี แต่บอกไปว่าไม่ต้องมา ไม่ได้รังเกียจนายอภิสิทธิ์ แต่มีจุดยืนเพราะลั่นวาจาไปแล้ว เมื่อถามถึงการการประสานงานจัดตั้งรัฐบาล นายเสนาะกล่าวว่า จะทำเท่าที่ทำได้ หากทำไม่สำเร็จก็ช่วยไม่ได้ ได้ประกาศไปแล้วว่าไม่รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คนที่เหมาะสมมีหลายคน นายกรัฐมนตรีไม่จำเป็นต้องเก่ง แต่ต้องใช้คนทำงานให้เป็น
ยัน"เชษฐา-ประชา"อยู่ขั้ว"เพื่อไทย"
เมื่อถามว่าได้คุยกับ พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร และพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก หรือยัง นายเสนาะกล่าวว่า เพิ่งวางสายโทรศัพท์ จาก พล.อ.เชษฐา ยืนยันว่ายังอยู่กับเรา พล.อ.เชษฐา บอกว่าวันนี้โกรธมาก เหมือนกับต้มกัน เอาไปนั่งหัวโด่ ทั้งๆ ที่ พล.อ.เชษฐาเป็นผู้ใหญ่ แต่ลากไปแถลงข่าวร่วม ซึ่ง พล.อ.เชษฐายืนยันว่า ไม่เห็นด้วยกับที่แถลง พล.ต.อ.ประชา ก็ยืนยันว่าจะอยู่ตรงนี้ เพราะถ้ามีการเปลี่ยนแปลง พล.ต.อ.ประชา คงกลับจังหวัดอุดรธานีไม่ได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 11.00 น. วันเดียวกัน นายบุญลือ ประเสริฐโสภา อดีต ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชาชนที่ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี อดีตส.ส.สายนายสรอรรถ กลิ่นประทุม เข้าพบนายเสนาะที่บ้านพักหมู่บ้านเมืองทองธานี
ต่อมา เวลา 13.20 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายสุพล ฟองงาม รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อดีตแกนนำกลุ่มเพื่อนเนวิน พานายปวีณ แซ่จึง ส.ส.ศรีสะเกษ กลุ่มเพื่อนเนวิน กลับมาเปิดตัวที่พรรคเพื่อไทย หลังจากก่อนหน้านี้มีข่าวว่าจะไปสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์
เสนอแนวทาง"สมานฉันท์"-อยู่1ปีแล้วยุบ
ทางด้านนายอำนวย คลังผา ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทยเปิดเผยภายหลังการประชุมทีมยุทธศาสตร์ของพรรค ณ ที่ทำการพรรค ว่า ได้หารือกับ ส.ส.ที่เป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยบางส่วนและแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลหลายคน อาทิ นายเสนาะ พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ทุกคนเห็นด้วยว่าการแก้ไขปัญหาวิกฤตของประเทศวันนี้ไม่ใช่การจับขั้วรัฐบาลที่มีแกนนำจัดตั้งเป็นพรรคเพื่อไทย หรือพรรคประชาธิปัตย์ ทางออกที่ดีที่สุดคือ การตั้งรัฐบาลสมานฉันท์ โดยตัวนายกรัฐมนตรีนั้นต้องเป็น ส.ส.ในพรรคร่วมรัฐบาล ไม่ใช่นายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยหรือพรรคประชาธิปัตย์ โดยรัฐบาลสมานฉันท์จะมีวาระในการทำหน้าที่เพียง 1 ปี เพื่อสร้างความสมานฉันท์ แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และจัดการออกเสียงประชามติว่าประชาชนเห็นชอบการใช้รัฐธรรมนูญฉบับใดระหว่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 และปี2550
“เอาทุกพรรคมาจัดตั้งรัฐบาล บริหารงานไป 1 ปี แล้วต้องยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชน ผมจะนำเรื่องนี้เสนอแกนนำระดับสูงของพรรคเพื่อไทยให้พิจารณาต่อไป รวมถึงออกแถลงการณ์เรียกร้องให้หัวหน้าพรรคการเมืองต่างๆสนับสนุนแนวความคิดนี้"นายอำนวยกล่าว
"เฉลิม"ร้องถามพรรคร่วมฯไม่อยากเป็นนายกฯหรือ
ขณะเดียวกัน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แกนนำพรรคเพื่อไทย แถลงว่า ขณะนี้มี ส.ส.เข้ามาสังกัดพรรคมากขึ้นเรื่อยๆ และเป็นตัวเลขที่เป็นรูปธรรม มีเสียงเกินกึ่งหนึ่งในการจัดตั้งรัฐบาลได้แน่นอน พรรคเป็นห่วงอย่างเดียวคือ ถ้ามีคะแนนเสียงจัดตั้งรัฐบาลพอ แต่เป็นเสียงที่ไม่ทิ้งห่างมาก อาจจะมีปัญหาในช่วงเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะพรรคประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้านที่มีความชำนาญมาก จึงอยากให้ ส.ส.กลับมาบ้านเก่า อย่าไปเห็นกับการที่แกนนำแต่ละพรรคออกมาแถลงว่าได้เสียงเพิ่มเพราะพูดมาอย่างนี้ 4 วัน จนเป็นแผ่นเสียงตกร่องไปแล้ว ซึ่งแกนนำแต่ละพรรคต่างถูกตัดสิทธิไปแล้ว ไม่มีสิทธิในการโหวต
"ขอเรียกร้องให้พรรคร่วมรัฐบาลเดิมกลับมาร่วมทำงานกัน พรรคเปิดกว้างในการเป็นนายกฯ จะเป็นนายเสนาะ พล.ต.อ.ประชา นายมั่น พัธโนทัย และพล.อ.เชษฐา ไม่นึกอยากเป็นนายกฯบ้างหรือ เพราะเรายืนยันแล้วว่าพรรคเพื่อไทยไม่ต้องการตำแหน่งนายกฯ และส.ส.มีเอกสิทธิที่จะสามารถโหวตใครเป็นนายกฯก็ได้ วันนี้การเมืองยังไม่จบต้องดูกันให้แน่ชัดคือวันโหวตเลือกนายกฯจึงจะรู้ว่าใครเป็นของจริง พรรคประชาธิปัตย์ ดีแต่พูด อยู่ไกล้ๆจะเอาหนังสติ๊กยิงปาก พอคุณหญิงพจมาน (ดามาพงศ์) กลับมาก็บอกว่าไม่ได้เป็นรัฐบาลเพราะแพ้อำนาจเงิน โดนดูดเสียงสนับสนุนไปหมด"ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว
มั่นใจเสียงสนับสนุนถึง244เสียง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดแกนนำพรรคเพื่อไทย เช่น นางเยาวภา วงส์สวัสดิ์ ภริยานายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญากุล นายสุพล ฟองงาม รวมทั้ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ร่วมประเมินสถานการณ์การจับขั้วตั้งรัฐบาล โดยว่าที่ ร.ต.พงษ์พันธ์ สุนทรชัย ส.ส.หนองคาย พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า แกนนำพรรคคำนวนตัวเลข ส.ส.เบื้องต้น พบว่า ในส่วนของพรรคเพื่อไทยนั้นมี ส.ส. 201-202 เสียง พรรคเพื่อแผ่นดิน 24 เสียง รวมกับ ส.ส.สุรินทร์ อดีตสมาชิกกลุ่มเพื่อนเนวิน ที่จะเข้าไปอยู่พรรคเพื่อแผ่นดินอีก 4 เสียง รวมเป็น 28 เสียง พรรคประชาราช 5 เสียง พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา 4 เสียง รวมทั้งพรรคชาติไทย 5 เสียงและพรรคมัชฌิมาธิปไตยอีก 2-3 เสียง พรรคเพื่อไทยก็จะมีเสียงสนับสนุน 243-244 เสียง คาดว่าภายใน 1-2 วันนี้พรรคเพื่อไทยจะสามารถแถลงจัดตั้งรัฐบาลได้
คาดเปิดสภาฯได้สัปดาห์หน้า
สำหรับการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฏรนั้น นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฏร กล่าวว่า ได้ทำเรื่องขอพระราชกฤษฎีกาเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ ส่งไปยังสำนักพระราชวัง ตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันที่ 8 ธันวาคมที่ผ่านมา เบื้องต้นตรวจสอบรายชื่อที่พรรคประชาธิปัตย์พร้อมทั้งพรรคการเมืองและกลุ่มการเมืองที่สนับสนุนได้ยื่นมาจำนวน 240 ชื่อ พบว่า มีการลงลายมือชื่อซ้ำกัน ทำให้เหลือรายชื่อผู้สนับสนุนที่ถูกต้อง 232 คน แต่ถือว่าครบจำนวน 1 ใน 3 ตามที่รัฐธรรมนูญมาตรา 129 กำหนดไว้ โดยภายหลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ เปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญออกมาแล้ว ประธานสภาผู้แทนราษฎร จะทำหนังสือนัดประชุมสมาชิกต่อไป คาดว่าจะสามารถเปิดประชุมได้ภายในสัปดาห์หน้า
นายพิทูรกล่าวต่อว่า สำหรับปัญหาเรื่องสมาชิกภาพ ส.ส.สัดส่วนของพรรคการเมืองที่ถูกยุบพรรค ทางสภาผู้แทนราษฏรไม่มีข้อสงสัยในประเด็นดังกล่าว จึงถือว่า ส.ส.ส่วนนี้ยังคงสมาชิกภาพอยู่ตามเดิม ส่วนใครมีข้อสงสัยสามารถยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ ทั้งนี้โดยหลักการขณะนี้มีจำนวน ส.ส.ทั้งหมด 447 คน ถูกพักงานในคดีเลือกตั้ง 9 คน เหลือสมาชิกที่สามารถลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีได้ 438 คน ทั้งนี้ผู้ที่ได้รับเลือกให้เป็นนายกฯต้องมีเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมด คือ 220 เสียง
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Wednesday, December 10, 2008
"ป๋าเหนาะ"บอกรู้สึกเหมือนเป็น"งูเห่า" รอเก้อ 4พรรคร่วมเมินกินข้าวเย็น พท.ชี้พรรคเล็กถูกมือที่ 3ขวาง
"ป๋าเหนาะ"รอเก้อ พรรคร่วมเมินกินข้าวเย็น "ชท.-รช."ประสานเสียงปัดย้ายซบ"เพื่อไทย"กร้าวทุกอย่างจบแล้ว
ที่มา มติชนออนไลน์
"ป๋าเหนาะ"ยันไม่ออกไปพบ "เติ้ง" อ้างต่อสายตรงคุยแล้ว พท.แย้มรอดูเย็นนี้ บางสิ่งจะเกิดขึ้นหลังประสานพรรคร่วมรัฐบาลเดิม กินข้าวเย็นบ้าน"เสนาะ"เมืองทองฯ "ประดิษฐ์"ปัดข่าวย้ายพรรคซบ"เพื่อไทย" ชท.ประสานเสียงเมิน "เพื่อไทย" กร้าวทุกอย่างจบแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานจากบ้านพักของนายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ที่เชิญแกนนำอดีตพรรคร่วมรัฐบาลไปรับประทานอาหารเย็น ที่บ้านพัก ย่านเมืองทองธานีว่า ในเวลา 17.00 น. วันที่ 10 ธันวาคม ตามที่นัดไว้ ปรากฏว่า ยังไม่มีตัวแทนพรรคร่วมรัฐบาลเดิม เดินทางมาแต่อย่างใด นายเสนาะ ถึงกับโทรศัพท์ ไปหา นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน อดีตหัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย ด้วยตัวเอง แต่นางอนงค์วรรณ อ้างต้องไปพบแพทย์ แม้นายเสนาะต่อรองเป็นเวลา 19.00 น. แต่ก็ยังไม่ได้รับการยืนยัน
โดยก่อนหน้านี้ ตั้งแต่เวลา 15.30 น. มีแกนนำและส.ส.พรรคเพื่อไทย และส.ส.พรรคประชาราชทยอยเดินทางมาที่บ้านพักนายเสนาะ อาทิ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ ว่าที่หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เดินทางมาถึง แต่ทั้งสองคนก็เดินทางกลับในเวลา 16.30 น. โดยอ้างว่าติดธุระ
"ประดิษฐ์"ยันไม่ส่งลูกพรรครช.พบ"ป๋าเหนาะ"
นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ เลขาธิการพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา (รช.) ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 10 ธ.ค.ว่า ได้ทราบข่าวว่า นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช จะนัดพรรคร่วมเดิม 4 พรรคประกอบด้วย เพื่อแผ่นดิน ชาติไทยเดิม มัชฌิมาธิปไตยเดิม และรวมใจไทยชาติพัฒนา ซึ่งในฐานะเลขาธิการพรรคฯ ขอยืนยันว่าจะไม่ส่งบุคคลไปร่วมงานที่บ้านพักนายเสนาะแต่อย่างใด เนื่องจากเมื่อวันที่ 6 และวันที่ 9 ธันวาคมที่ผ่านมา ทางพรรคได้แสดงจุดยืนร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาลเดิม 4 พรรคแล้วว่า จะร่วมจัดตั้งรัฐบาลโดยมีพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำ ซึ่งจุดยืนนั้นไม่เปลี่ยนแปลง และหากมีบุคคลของพรรครวมใจไทยฯ ไปร่วมงานดังกล่าวถือว่า ไม่ได้ไปในนามพรรค แต่ไปในนามส่วนตัว ซึ่งอาจจะมีความสนิทสนมกับนายเสนาะ โดยเฉพาะ พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร หัวหน้าพรรคฯ ซึ่งเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม ก็ได้ไปร่วมแสดงจุดยืนที่โรงแรมโฟร์ซี่ซั่น เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ชท.ประสานเสียงเมิน "เพื่อไทย" กร้าวทุกอย่างจบแล้ว
ที่พรรคชาติไทย นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีตแกนนำพรรคชาติไทย กล่าวถึงกรณีนายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช เชิญแกนนำอดีตพรรคร่วมรัฐบาลไปทานอาหารเย็น ที่บ้าน ย่านเมืองทองธานีว่า เรายังไม่ได้รับการติดต่อจากนายเสนาะ แต่ถ้านายเสนาะติดต่อมาจริง ก็ คงไม่ไปแน่นอนและจะไม่ส่งตัวแทนจากพรรคไปด้วย เพราะตอนนี้ทุกอย่างแล้ว เราได้หารือและประกาศจุดยืนไปแล้ว พรรคไม่น่าจะคุยกับใครอีก เพราะไม่ต้องการให้เกิดความสับสนมากกว่านี้
ด้านนายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ ส.ส.พิจิตร พรรคชาติไทย กล่าวว่า พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ แกนนำอดีตพรรคร่วมรัฐบาลยืนยันชัดเจนแล้วว่า จะไปพบนายเสนาะที่บ้านไม่ได้ ถ้าเราไปมัน ก็จะผิดหลักการ คิดว่าแกนนำอดีตพรรคร่วมรัฐบาลคนอื่นๆ ก็คงไม่ไปเช่นกัน ส่วนแนวคิดของนายเสนาะที่จะตั้งรัฐบาลแห่งชาติเป็นทางออกนั้น เชื่อว่าเป็นไปไม่ได้
ด้านนายวราวุธ ศิลปอาชา อดีตรองเลขาธิการพรรคชาติไทย กล่าวว่า ยังไม่ได้รับเชิญ ส่วนกระแสข่าวนายเสนาะอาจเดินทางมาพบนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย ที่บ้านพักย่านจรัญสนิทวงศ์นั้น คงไม่เป็นความจริง เพราะตอนนี้นายบรรหารอยู่ที่จ.สุพรรณบุรี
"ประดิษฐ์"ปัดข่าวย้ายพรรคซบ"เพื่อไทย"หวังตั้งรัฐบาล
นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ เลขาธิการพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา (รช.) ปฏิเสธถึงกระแสข่าวว่า ส.ส.ของพรรคฯทั้ง 9 คน รวมทั้งตัวนายประดิษฐ์ จะย้ายไปสังกัดพรรคเพื่อไทย (พท.) เพื่อทำให้พรรค พท.ได้เสียงข้างมากในการจัดตั้งรัฐบาล โดยยืนยันว่าไม่เคยมีแนวคิด ที่จะย้ายไปสังกัดพรรคการเมืองอื่น ซึ่งพรรค รช.เป็นเพียงพรรคเล็ก การจะไปจับขั้วกับพรรคการเมืองใดในการจัดตั้งรัฐบาลนั้น ต้องขึ้นอยู่กับหัวหน้าพรรคเป็นผู้ตัดสินใจ ไม่ใช่ตนเองเพียงคนเดียว โดยมั่นใจว่า จะได้รัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศก่อนปีใหม่ รวมทั้งเสถียรภาพความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจและการลงทุน จะพลิกฟื้นคืนมาอย่างแน่นอน
พท.แย้มรอดูเย็นนี้ บางสิ่งจะเกิดขึ้นหลังประสานพรรคร่วม
ที่พรรคเพื่อไทย นายสุรพงษ์ โตวิจักรชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาลว่า ต้องรอดูเย็นวันที่ 10 ธันวาคมนี้ เพราะอาจมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นได้ หลังจากพรรคเพื่อไทยประสานกับพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะนายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ซึ่งท่านเป็นผู้ใหญ่และแนวคิดท่านได้รับการขานรับจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะประชาชน
"วันนี้เราจะยอมรับให้คนที่หนีทหารมาเป็นนายกรัฐมนตรีได้หรือ ต่างชาติไม่ยอมรับ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา การที่หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ) ออกมาเดินสายต่างๆ นั้น โดยมารยาทการเมืองไม่ควรปฏิบัติ ต้องถามว่าหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้ปรึกษาประธานที่ปรึกษาพรรค นายชวน หลีกภัย แล้วหรือยัง เพราะท่านยึดมั่นในหลักประชาธิปไตย ประชาชนรับไม่ได้การมาแย่งเพื่อจัดตั้งรัฐบาลให้ได้" นายสุรพงษ์ กล่าว
"ป๋าเหนาะ"ยันไม่ออกไปพบ "เติ้ง" อ้างต่อสายตรงคุยแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.00 น. นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ได้ออกจากบ้าน เพื่อตรวจดูความเรียบร้อยบริเวณสถานที่จัดเลี้ยงในค่ำวันที่ 10 ธันวาคม และทักทายกับสื่อมวลชน
จากนั้น นายเสนาะได้โทรศัพท์หา นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน อดีตหัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย เพื่อเชิญมารับประทานอาหารที่บ้าน และขอให้พานายสมศักดิ์ เทพสุทิน สามีมาด้วย
นายเสนาะ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า จะไม่ไปพบกับนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย เนื่องจากได้พูดคุยกันทางโทรศัพท์แล้ว และไม่ขอบอกว่า การเลี้ยงอาหารมื้อค่ำ จะมีแกนนำอดีตพรรคร่วมรัฐบาลเดิมคนใดมาร่วมในงานบ้าง
"ป้าอุ"ปัด"ป๋าเหนาะ"พบ"เติ้ง" เผยเย็นนี้ถกพรรคร่วมเดิม
ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อวันที่ 10 ธ.ค.ว่า นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ที่บ้านพักเมืองทองธานี ว่า ในช่วงเช้า นางอุไรวรรณ เทียนทอง รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ออกมาทักทายสื่อมวลชน โดยปฏิเสธกระแสข่าวที่ระบุว่า นายเสนาะ จะเดินทางไปพบนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย แต่ยอมรับว่า ในช่วงเย็น นายเสนาะได้เชิญพรรคร่วมรัฐบาลเดิมมาหารือ เพื่อพูดคุยเรื่องการเมือง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมห้องประชุมภายในบ้านพักของนายเสนาะ เพื่อเป็นสถานที่รับรองแขก ส่วนนายเสนาะนั้น ยังคงเก็บตัวอยู่ภายในบ้านพัก
อย่าลืม “รากหญ้า”!
ที่มา ประชาทรรศน์
โดย อัชฌาวดี
หลังจากเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ เกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทั้งผู้เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย ซึ่งก็เป็นไปตามครรลองระบอบประชาธิปไตย
ขณะนี้ ชาวบ้านสนใจเรื่องการเมืองมากกว่า ปากท้องตัวเองเชียวหรือ เพราะต้องยอมรับกันว่าเศรษฐกิจกำลังจะทรุด ในปี 2552 ว่ากันว่าเป็นปี “เผาจริง” ที่ทุกคนจะต้องได้รับผลกระทบ
เหตุการณ์ม็อบพันธมิตรฯ บุกปิดล้อมสนามบินสุวรรณภูมิ มีผลกระทบต่อธุรกิจท่องเที่ยวของไทยไม่ต่ำกว่า 6 เดือน โดยเฉพาะระยะนี้ซึ่งเป็นช่วงเข้าสู่ไฮซีซั่นด้านการท่องเที่ยวด้วย
นี่คือสิ่งที่บ่งชี้ให้เห็นถึงความเสียหายใหญ่หลวงทางด้านเศรษฐกิจ และความเชื่อมั่นในสายตาของต่างชาติที่มีต่อประเทศไทย
ช่วงนี้โดยปกติแล้ว ประเทศไทยจะมีรายได้จากการท่องเที่ยวเข้ามามากที่สุดของปี เพราะช่วงไฮซีซั่นในเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ หรือคิดเป็น 40% ของรายได้ท่องเที่ยวทั้งหมด
หากประเมินว่า รายได้ควรจะได้เข้าประเทศประมาณกว่า 200,000 ล้านบาท เหตุการณ์ปิดสนามบินสุวรรณภูมิน่าจะทำให้รายได้หายไปครึ่งหนึ่ง หรือหายไปเห็นๆ แสนล้านบาทเลยทีเดียว
นอกจากปัญหาของคนชั้นกลางแล้ว “ชาวรากหญ้า” หากไม่สนใจปัญหาปากท้องตัวเองตั้งแต่เนิ่นๆ รับรองได้ว่า “ภัยร้าย” จะมาเยือนอย่างแน่นอน
รัฐบาลใหม่ ที่กำลังจะเข้ามาบริหารประเทศนั้น ส่งสัญญาณไว้ว่าประชาชนในต่างจังหวัดซึ่งเป็นพวกรากหญ้าต้องได้รับความใส่ใจมากขึ้นกว่าเดิม
นโยบายประชานิยมช่วยเหลือคนจนและเกษตรกร ต้องได้รับการสานต่ออย่างเป็นรูปธรรม ต้องมีการเพิ่มงบประมาณเพื่อสร้างงานและเพื่อปกป้องกำลังซื้อของคนจนซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่
สิ่งต่างๆ เหล่านี้ รัฐบาลใหม่ต้องเร่งรีบดำเนินการ ซึ่งเชื่อว่าหากเข้าถึงชาวบ้านอย่างแท้จริงแล้ว ไม่มีชาวบ้านคนไหนจะปฏิเสธ
เพราะประชาชนสมัยนี้ทุกคนรู้ทันการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง โดยเฉพาะความเคลื่อนไหวทางการเมืองขณะนี้ ถือเป็น เรื่องธรรมดาในระบอบประชาธิปไตย
ตกใจมาก เมื่อได้อ่านข่าว นายอนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต อดีตทีมที่ปรึกษา รมว.คลัง ออกมาระบุว่า จากปัญหาวิกฤตการณ์การเมืองภายในประเทศที่เกิดขึ้นอย่างยืดเยื้อ และลุกลามถึงขั้นปิดสนามบิน
มีความรุนแรงเกิดขึ้นสั่นคลอนความเชื่อมั่นต่อระบบเศรษฐกิจและการลงทุนของประเทศ จึงคาดว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2552 จะเติบโตได้ 2-3% อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำมากที่ 0.5-1%
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในไตรมาสแรกปี 2552 เลวร้ายสุด อาการหนัก คนตกงานกว่า 1 ล้านคน !
ปัญหาเศรษฐกิจ เป็นปัญหาที่สำคัญที่สุด สำหรับชีวิตคนเรา เพราะหากเศรษฐกิจไม่ดี มีคนตกงาน ปัญหาสังคมก็จะตามมา
ข้าวของแพง ชาวบ้านมีรายได้น้อย บางครั้งก็ต้องจำใจทำผิดกฎหมาย เพราะเมื่อท้องหิว เรื่องคุณธรรม จริยธรรม และศีลธรรม ก็ถูกละเลยจากผู้คน
วันนี้ประเทศชาติโดนทำร้ายมามากพอแล้ว คนไทยทุกคนต้องเรียกสติกลับคืนมา อย่าให้ความขัดแย้งของกลุ่มคนบางกลุ่ม กลายมาเป็นปัญหาใหญ่
หยุดทำร้ายตัวเองและเพื่อนร่วมชาติ หันมาร่วมมือกันเอาใจช่วยรัฐบาลแก้ปัญหาเศรษฐกิจจะดีกว่า !
ต้องแก้รัฐธรรมนูญ
ที่มา ประชาทรรศน์
บทบรรณาธิการ
วันนี้เป็นวันสำคัญที่มีคุณค่าในเชิงประชาธิปไตย นั่นคือ “วันรัฐธรรมนูญ” เป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานรัฐธรรมนูญราชอาณาจักรสยาม ฉบับถาวร เพื่อเป็นหลักในการปกครองของประเทศให้แก่ประชาชนชาวไทย
รัฐธรรมนูญ เป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ เป็นเครื่องกำหนดระเบียบแบบแผนของสังคม หมายถึง กฎหมายสูงสุดในการจัดการปกครองรัฐ ถ้าแปลตามความหมายของคำ จะหมายถึง การปกครองรัฐอย่างถูกต้องเป็นธรรม (รัฐ + ธรรม + มนูญ)
การเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2475 นับว่ามีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในประวัติศาสตร์การปกครองของชาติไทย เนื่องจากเป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบประชาธิปไตย โดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญอันเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ
วันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ.2475 ได้มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญชั่วคราวเรียกว่า "พระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว" สาระสำคัญของธรรมนูญการปกครองฉบับนี้ได้แก่ การที่กำหนดว่าอำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศ หรืออำนาจอธิปไตยเป็นของราษฎรทั้งหลาย การใช้อำนาจสูงสุดก็ให้มีบุคคลคณะบุคคลเป็นผู้ใช้อำนาจแทนราษฎรดังนี้ คือ
พระมหากษัตริย์ สภาผู้แทนราษฎรคณะกรรมการราษฎร และ ศาล
กระทั่งถึง วันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ.2475 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานรัฐธรรมนูญราชอาณาจักรสยาม ฉบับถาวร
มาจนถึงวันนี้...ประเทศไทยเรามี “รัฐธรรมนูญ” ใช้ทั้งสิ้นจำนวน 18 ฉบับ อาจจะเรียกว่าเป็น ประเทศที่ใช้ “รัฐธรรมนูญ” เปลืองที่สุดในโลก โดยเฉพาะเมื่อการปฏิวัติรัฐประหาร ทหารจะประกาศล้มล้างรัฐธรรมนูญแทบทุกครั้งไป
รัฐธรรมนูญฉบับที่ใช้ในปัจจุบัน คือ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2550 มีเนื้อหาไม่สอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตย หลายด้าน สมควรที่จะได้รับการแก้ไข คือ
1.ที่มาไม่เป็นประชาธิปไตย ต้มตุ๋น หลอกลวง ประชาชนให้ไปลงประชามติ บอกว่า
“รับๆ ไปก่อนแก้ไขทีหลัง”
2.เนื้อหาไม่เป็นประชาธิปไตย ขาดหลักความเสมอภาค เสรีภาพ ภราดรภาพ ของประชาชน หลายด้าน อาทิ ที่มาของ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ หรือ ที่มาของ ส.ว.จากการลากตั้ง เป็นต้น
3.มีเนื้อหาที่ทำลายสถาบันพรรคการเมือง โดยขณะที่มีการใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีการยุบพรรคการเมืองใหญ่ ซึ่งบางพรรคมีอายุกว่า 30 ปี ไปทั้งสิ้น 3 พรรคแล้ว
4.มีเนื้อหาทำให้เกิดความยุ่งยากในการบริหารราชการแผ่นดิน เช่น มาตรา 190
5.มีเนื้อหาในการยอมรับการปฏิวัติรัฐประหาร ผลผลิตของคณะปฏิวัติรัฐประหาร ซึ่งไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับใดในโลกที่จะเขียนนิรโทษกรรมคณะปฏิวัติรัฐประหาร ทั้ง...ก่อนและหลังทำการปฏิวัติรัฐประหาร
เนื่องในโอกาส “วันรัฐธรรมนูญ” กองบรรณาธิการประชาทรรศน์ เรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 ให้มีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น อันเนื่องจาก 1 ปีที่ผ่านมาเราเห็นแล้วว่าผลไม้พิษได้ออกดอกออกผลมาทำลายล้าง สังคม เศรษฐกิจ และ การเมือง มากมายขนาดไหน หากยังคงใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ต่อไป ไม่มีวันจะแก้ปัญหาวิกฤติทางการเมืองให้ลุล่วงไปได้ เนื่องเพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นรากเหง้าของปัญหาทั้งปวง
'ไก่อู' ขอเวลาสอบ'มาร์ค'หนีทหาร
ที่มา ประชาทรรศน์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (10ธ.ค.) พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก ได้ชี้แจงถึงข้อเท็จจริงกรณีการหนีทหารของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูล ซึ่งตนจะสอบถามกับกรมสารบรรณทหารบก เพื่อตรวจสอบรายละเอียดก่อน ดังนั้น ขณะนี้ยังไม่สามารถให้รายละเอียดได้
'เนวิน'การันตีสัมพันธ์'ทักษิณ'แนบแน่นแม้พลิกขั้วเพื่อชาติ
ที่มา ประชาทรรศน์
"เนวิน"เปิดใจเคลียร์ข้อหาเกาเหลา "ทักษิณ" หลังพลิกขั้วเพื่อชาติ ชี้ชัดความสัมพันธ์นายใหญ่ยังแนบแน่น ตัดพ้อหนุนประชาธิปัตย์จัดตั้งรัฐบาล ต้องเสียเพื่อน เสียพรรค เสียนาย แต่จำเป็นต้องทำเพื่อแลกสิ่งที่ดีสำหรับบ้านเมือง
วันนี้ (10 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนวันที่ 9 ธันวาคมที่ผ่านมา "รายการที่นี่ทีวีไทย" ทางสถานีโทรทัศน์ช่องไทย TPBS ได้สัมภาษณ์นายเนวิน ชิดชอบ หัวหน้ากลุ่มเพื่อนเนวิน ถึงกรณีการตัดสินใจเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะในประเด็นที่ระบุว่า และการตัดสินใจครั้งนี้ทำให้หลายฝ่ายมองว่า นายเนวิน เกิดความขัดแย้งกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
โดยนายเนวิน กล่าวว่า "ความสัมพันธ์ส่วนตัว ความรู้สึกส่วนตัวที่มีต่อท่านอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นั้นยืนยันทุกอย่างยังเหมือนเดิม เพราะท่านเป็นนายผม ท่านยังเป็นบุคคลที่ผมเคารพนับถือ แล้วก็ยอมรับในวิธีการทำงานนะ เพราะฉะนั้นเรื่องส่วนตัวไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไป แต่ว่าการตัดสินใจบางครั้งก็ต้องคำนึงถึงส่วนรวมก่อนส่วนตัว หลายคนเป็นนักการเมืองแล้วก็ มักจะพูดอยู่เสมอว่า ส่วนรวมต้องมาก่อนส่วนตัว แต่เวลาปฏิบัติ ไม่ได้เป็นอย่างนั้น"
"เพราะฉะนั้นวันนี้อย่างน้อยที่สุด ผมเชื่อว่าพี่น้องของผมที่มีสิทธิทางการเมืองเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้แสดงให้เห็นว่าเขาเป็นนักการเมืองที่คิดถึงส่วนรวมก่อนส่วนตัว เพราะว่าพวกเราทุกคนเจ็บปวดแน่นอนนะครับ เราต้องเสียพรรค เสียเพื่อน แล้วก็เสียนาย แต่ทั้งหมดถ้ามันแลกมาซึ่งสิ่งที่ดีสำหรับบ้านเมือง แล้วก็พี่น้องประชาชนในอนาคต เราก็ต้องทำมัน”
"ปู่ชัย"ตอกรัฐบาลเพื่อชาตินอกรธน. ชาติไทยปิดเกมยื้อปัดดินเนอร์บ้าน"เหนาะ"
ที่มา ประชาทรรศน์
"ปู่ชัย"ฟันธงไม่มียุบสภา พร้อมสยบข่าวทิ้งเก้าอี้ประธานสภา นั่งแท่นเจ้ากระทรวงหูกวาง ตอก"ผู้เฒ่าวังน้ำเย็น" สูตรรัฐบาลเพื่อชาตินอกรัฐธรรมนูญ "ชาติไทย"เมินดินเนอร์บ้าน"ป๋าเหนาะ" ลั่นจัดตั้งรัฐบาลจบแล้ว
วันนี้ (10 ธ.ค.) นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฏร เปิดเผยถึงการเปิดสมัยประชุมวิสามัญเพื่อลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีว่า ขณะนี้ยังไม่มีพระราชกฤษฏีกาเปิดสมัยประชุม ถ้าทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯมาถึงแล้ว สภาจะทำเรื่องแจ้งกับ ส.ส.ทั้งหมดมาประชุมภายใน 3 วัน ซึ่งจะเป็นภายในสัปดาห์นี้หรือไม่ ก็ยังไม่ทราบ
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่หลายฝ่ายมองว่า อาจมีการยุบสภานั้น นายชัย กล่าวว่า ถือเป็นสิทธิของผู้รักษาการแทนนายกฯ ที่จะยุบสภาหรือไม่ อยู่ที่ผู้รักษาการ ทางสภาและตนไม่รับรู้เรื่องนี้ รู้แต่ว่า ถ้าประกาศยุบสภาก็ต้องมีพระบรมราชโองการให้มีการยุบสภา
เมื่อถามว่า รักษาการนายกฯ มีอำนาจที่จะยุบสภาหรือไม่ นายชัย กล่าวว่า กฎหมายไม่ได้เขียนไว้ แต่ว่าไม่มีนายกฯรักษาการคนไหนทำ ถ้ามีพระบรมราชโองการเปิดสมัยประชุมแล้ว ถ้าทำอย่างนั้นแสดงว่า คนนั้นไม่มีความเที่ยงธรรม ไม่ใช่ว่าไม่สามารถ แต่เขาสามารถที่จะทำได้แต่คงไม่ปฏิบัติ ตนมั่นใจอย่างนั้น เพราะคนระดับที่เป็นรักษาการแทนนายกฯ รักษาบ้านรักษาเมือง จะต้องมีความเป็นธรรมอยู่เป็นกลาง เหมือนประธานสภาต้องเป็นกลาง ใครจะว่าอย่างไรก็อุดหู
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีกระแสข่าวว่า จะลาออกเพื่อไปเป็น รมว.คมนาคม นายชัย กล่าวว่า ให้เป็นนายกฯ ยังไม่รับเลย แล้วจะไปเอาอะไรกับตำแหน่งรัฐมนตรี ยืนยันว่าจะไม่รับตำแหน่งรัฐมนตรีใดๆ ทั้งสิ้น ในชีวิตการเมืองถือว่าสูงสุดแล้ว คนเราต้องมีความพอ ถ้าไม่มีความพอ ทานมากๆไปท้องมันจะแตกเหมือนอึ่งอ่าง
เมื่อถามถึงแนวคิดนายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ในการจัดตั้งรัฐบาลเพื่อชาติ นายชัย กล่าวว่า ไม่ทราบเรื่องเหล่านี้ตนจะไม่ฟังอะไรนอกเหนือไปจากกฎหมายรัฐธรรมนูญ หรือระเบียบแบบแผนที่สภาได้วางไว้ ถามอีกว่า แสดงว่าสูตรรัฐบาลเพื่อชาติจะไม่เกิดขึ้น นายชัย กล่าวว่า ไม่ได้พูดนะ อย่างไรก็ตาม คิดว่า ปัญหาบ้านเมืองในขณะนี้เรียบร้อยแล้ว ประชาชนคงเข้าใจดีเพราะทุกฝ่ายก็ทำเพื่อบ้านเมืองจะเป็นพรรคเพื่อไทยหรือพรรคประชาธิปัตย์หรือพรรคร่วมก็เป็นตัวแทนของประชาชน มีจิตสำนึก
ด้าน นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีตรองหัวหน้าพรรคชาติไทย เปิดเผยถึงกรณีที่นายเสนาะเชิญแกนนำอดีตพรรคร่วมรัฐบาลไปทานอาหารเย็นที่บ้านพักย่านเมืองทองธานีว่า เรายังไม่ได้รับการติดต่อใดๆจากนายเสนาะเลย
เมื่อถามว่า หากนายเสนาะติดต่อมาจริงจะไปร่วมหารือหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า คงไม่ไปอย่างแน่นอน และจะไม่มีการส่งตัวแทนจากพรรคไปด้วย เพราะตอนนี้ ทุกอย่างมันจบแล้ว เราหารือและประกาศจุดยืนของพรรคร่วมชัดเจนไปแล้ว ทางพรรคก็ไม่น่าจะไปคุยกับใครอีก เพราะไม่ต้องการให้เกิดความสับสนกับประเทศชาติไปมากกว่านี้
“เรื่องทุกอย่างมันจบแล้ว ทางพรรคจึงคิดว่าไม่น่าจะไปพูดคุยกับใครอีก เพราะถ้ายิ่งไปพูดมากก็ยิ่งทำให้สังคมมันสับสน จบแล้วก็ควรจะจบ” นายสมศักดิ์ กล่าว
ก่อนรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี กรุณาไปรับตุ๊กตาทองสาขานักแสดงชายยอดเยี่ยมก่อนนะครับ
ก่อนรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี กรุณาไปรับตุ๊กตาทองสาขานักแสดงชายยอดเยี่ยมก่อนนะครับ
ขอศิโรราบ กราบกรานมอบรางวัลตุ๊กตาทองชาย สาขานักแสดงนำยอดเยี่ยมฝ่ายชายให้เลยครับคุณอภิสิทธิ เวชชาชีวะ ว่าที่นายกรัฐมนตรีประจำสารขันธ์แลนด์คนต่อไป กับบทบาทการกระสันต์เข้ารับตำแหน่งหัวหน้าผู้บริหารประเทศ ที่กำลังจะเข้ามารองรับในเร็ว ๆ นี้
คุณอภิสิทธิ ครับ ชาวบ้านชาวช่องในบ้านนี้เมืองนี้เขามิได้เป็นโรคความจำสั้น อัลไซเมอร์ หรือเช้าพูดอย่างเย็นพูดอีกอย่าง กันทุกคนนะครับ ถึงจะได้ปรับอารมณ์ความรู้สึก ตามเกมที่คุณกำลังเล่นลิเกการเมืองอยู่นี้ได้ทุกคน เพื่อเก้าอี้ที่คุณกระสันต์ หรือปราถนา คุณอภิสิทธิ ทิ้งทุกสิ่งทุกอย่าง ทิ้งมาดผู้ดี๊...ผู้ดี
ทิ้งมารยาทและความถูกต้องตามวิถีทางของความถูกต้อง ทำทุกสิ่งทุกอย่างได้ขนาดนี้เชียวหรือ ? ?
เมื่อ 2 อาทิตย์ก่อน คุณอภิสิทธิ ไม่ได้เรียกร้องให้อดีตนายกฯ สมชายลาออก แต่คุณให้นายกฯ ประกาศยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชน ได้ทบทวนความต้องการของตนเอง คุณทำเสียงกระเส่าน้ำตาคลอเบ้าบอกว่า มันเหลือวิถีทางเดียวแล้ว ที่จะนำความสุข ความสมานท์ฉันท์กลับคืนสู่สังคมไทย แค่ลาออกคงไม่เพียงพอแล้ว แล้วเหตุไฉนในวันสองวันนี้ คุณอภิสิทธิพลิกลิ้น บอกสภาไม่มีความผิด ห้ามยุบ ๆ ๆ ๆ ๆ (เพราะกรูกำลังจะได้เป็นรัฐบาลเว้ย) เป็นนกแก้วนกขุนทอง ชนิดไม่เกรงอกเกรงใจคนไทยที่นั่งมองพฤติกรรมของคุณแบบงุนงง
คุณจำได้ไหมครับว่า คุณเคยพูดไว้ว่า จะไม่ร่วมสังฆกรรม วจีกรรม มโนกรรม กับกลุ่ม สส.ที่มาจากกลุ่มอำนาจเก่า หรือจากพรรคไทยรักไทย พลังประชาชน (นอมินีไทยรักไทย) มาจนถึงเพื่อไทย (นอมินีพลังประชาชน) เพราะคุณขยะแขยง อุ๋ยไม่ใช่สิ เพราะนโยบายในการบริหารประเทศแตกต่างกันอย่างชัดเจน แต่ดูดได้เฉพาะบางกลุ่ม ซึ่งเป็นกลุ่มที่พวกคุณโจมตีมาตลอดเสียด้วย “ยี่ห้อยร้อยยี่สิบ” ฉายานี้พรรคประชาธิปัตย์มิใช่หรือ ที่หยิบยื่น แต่งตั้งให้นายเนวิน ชิดชอบ ใช้เป็นสโลแกนประจำตัว แล้วเหตุไฉนวันนี้เสือกมาประคองกอด จูบปากกันจ๊วบจ๊าบ ออกทีวี ชนิดไม่กลัวคนที่ดูอยู่ทางโทรทัศน์ จะอ้วกแตก อ้วกแตน เพราะเสือกเลือกจูบปากกันตอนอาหารเย็นพอดี
หนำซ้า ยังขานรับ 4 ข้อเรียกร้อง ที่กลุ่มอสรพิษ ยื่นให้พอเป็นกษัย แก้ขวยเขินกับการนั่งในเก้าอี้รัฐมนตรีสำคัญ ๆ อย่างน่าชื่อตาบานว่า
จะสานต่อนโยบายประชานิยมของคนรากหญ้า ที่ไทยรักไทยเดิมได้ทำเอาไว้ (แต่ในสมัยก่อนคุณเรียกนโยบายพวกนี้ว่า ยาพิษ ) หน้าตาเฉย....มาร์คจัดห้ายยยยย ห้อยไม่ต้องห่วง 5555555
จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 ที่สมัยก่อนพวกคุณยืนยันหัวเด็ดตีนขาดว่า รัฐธรรมนูญไม่มีความผิด แต่คนใช้เป็นผู้ที่ผิด (พันธมิตรพวกเดียวกับมาร์ค รับรองมาร์คจะแก้ พันธมิตรไม่กล่าหืออือ)
จะบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมกันไม่ว่าฝ่ายใด (อยากจะหัวเราะเป็นภาษา บาฮามาส) ที่เห็นนายสมเกียรติ์ สส. พรรคประชาธิปัตย์ ทำผิดกฏหมาย ยึดสถานที่ราชการ ปิดถนน ยึดสนามบิน แล้วพรรคประชาธิปัตย์ อ้อมแอ้มว่าเป็นเรื่องส่วนตัว
ลิเก ฉากนี้ได้ใจผมมั่ก ๆ พี่น้อง ผมอ้วกออกมาหมดพุงเลยครับ สะอิดสะเอียนจนบอกไม่ถูก เมื่อเห็นอภิสิทธิ สวมบทพระเอกในเรื่อง ตะกายดาว ในครั้งนี้
หมดกันครับ จารีตประเพณี ที่ให้พรรคการเมืองเสียงข้างมากจัดตั้งรัฐบาลก่อน ซึ่งหากตั้งไม่ได้พรรคที่ได้คะแนนเสียงรองลงถึงจะจัด ตอนนี้ม๊อตโต้ ด้านได้อายอด กำลังกระหึ่มอยู่ในพรรคประชาธิปัตย์ เผลอ ๆ จะเป็นม๊อตโต้ที่พรรคประชาธิปัตย์ ยุคใหม่ จะยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติ ต่อไปในอนาคตเสียด้วย
ไม่เป็นไรครับคุณอภิสิทธ์ ถ้าคุณหน้าหนาพอ พวกเราประชาชนคนไทยก็จะยกรางวัลนี้ให้ เพราะเชื่อโดยสุตจริตใจแล้วว่า พฤติกรรมท่าทีในอดีตที่คุณวางมาดผู้ดีมาโดยตลอด มันก็แค่ละครที่คุณสร้างภาพหลอกล่อพ่อยกแม่ยก ที่ความฉลาดไม่ค่อยมีเลือกพวกคุณเข้าไปแค่นั้นเอง
สุดท้ายนี้ผมอยากถามคุณตรง ๆ ว่า วิชาตอแหลศาสตร์เนี่ย คุณได้มาจากไหนครับ จากออกฟอร์ด ยูนิเวอร์ซิตี้ หรือมาจากการอบรมในพรรคที่คุณสังกัดมายาวนาน หรือมาจาก DNA ส่วนตัวของคุณ ถึงได้กระทำได้หน้าตาย เนี้ยนนนนเนียนนนนได้ราวกับเรื่องราวเหล่านี้ มันเป็นนิทานกล่อมเด็กได้ขนาดนี้
ผมบอกตรง ๆ นะ ผมโคตรอายเลย ถ้าคุณอายไม่เป็น ก็ไม่เป็นไร ผมขออนุญาตอายแทน
คุณอภิสิทธิครับ ถ้าคุณได้มีโอกาสได้อ่านบทความนี้ ผมยอมรับกับคุณตรง ๆ นะว่าผมกระแดะเขียน ดัดจริต วิพากวิจารณ์คุณแบบวิชาการไม่ได้จริง ๆ ผมมันลูกไพร่ หลานไพร่ สัญชาติไพร่ 100 เปอร์เซ็นต์ เห็นอย่างไรก็เขียนอย่างนั้น รู้สึกแบบใดก็เขียนบอกความรู้สึกแบบนั้น ตรงไปตรงมา ตามประสาลูกผู้ชาย ผมบอกตรง ๆ ครับผมดีใจ ที่เกิดมาแล้วแตกต่างทางวรรณะกับคุณ ผมเป็นไพร่อุปถัมภ์ครับ ยิ่งเห็นพฤติกรรมคุณแล้ว ยิ่งภาคภูมิใจในเชื้อชาติของตนเอง เพราะตระกูลไพร่อย่างผม
ไม่เคยสอนให้ลูกหลาน ตอแหล ครับ
เจ๊ง!สมพรปากฟ้องพธม.5หมื่นล.
ที่มา ประชาทรรศน์
* นปช.จี้สำนึกปชป.ตะเพิด‘สมเกียรติ’พ้นพรรค
เจ๊ง! จริงอย่างปากพันธมิตรฯ ทอท.ฟ้องเรียกค่าเสียหายปิดสนามบินอีก 3.5 หมื่นล้านบาท หลังจากที่การบินไทยฟ้องไปก่อนหน้า 2 หมื่นล้าน ยังไม่รวมสายการบินต่างชาติที่เข้าคิวรอฟ้องเรียกค่าเสียหายอีกบานตะไท ขณะที่แกนนำออกอาการด้านปัดความรับผิดชอบ อ้างไม่มีเงินจ่าย ส่วน นปช. ดาหน้าทวงถามความรับผิดชอบพรรคประชาธิปัตย์ ที่ปล่อย ส.ส. ลูกพรรค “สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์” เป็นตัวตั้งตัวตียึดสนามบินทำชาติเสียหาย จี้ตะเพิดให้พ้นจากพรรค ด้านทำเนียบ เฉพาะปรับภูมิทัศน์ไม่ต่ำกว่า 100 ล้าน แถมฐานข้อมูลสภาความมั่นคงฯ ถูกโจรกรรม
* ทำเนียบเละ!ฮาร์ดดิสก์สมช.ถูกโจรกรรม
ปรับภูมิทัศน์ทำเนียบ100ล้าน
ภายหลังการยุติการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ ทั้งที่ทำเนียบรัฐบาล สนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมือง ได้สำรวจพบว่ามีความเสียหายเป็นจำนวนมหาศาล ทั้งมูลค่าทรัพย์สินและมูลค่าทางธุรกิจ ตลอดจนเรื่องของความเชื่อมั่นที่จะส่งผลในระยะยาวเกินกว่าจะประเมินค่าได้
นายนที เปรมรัศมี ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเข้าตรวจสอบร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาล ภายในอาคารสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ภายในทำเนียบรัฐบาล ว่า ได้มีการตรวจสอบพร้อมเก็บลายนิ้วมือแฝงไว้เป็นหลักฐาน คาดว่าต้องใช้เงินไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท เพื่อซ่อมทั้งในส่วนของการปูหญ้าใหม่ ระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ
"ได้นำเอกสารความเสียหายต่าง ๆ ภายในทำเนียบรัฐบาลเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อของบประมาณในการปรับปรุงสถานที่ ซึ่งจะต้องเปิดซองประมูลเพื่อหาบริษัทเอกชนเข้ามาซ่อมแซม"
ทรัพย์สินข้าราชการสูญหายเพียบ
นายนที ยังกล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้ ได้มีการแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มพันธมิตรฯในข้อหาบุกรุกสถานที่ราชการ แต่เนื่องจาก อุปกรณ์เครื่องใช้สำนักงานและข้าวของส่วนตัวของเจ้าหน้าที่ได้รับความเสียหาย และสูญหาย คาดว่าจะมีการแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินคดีเพิ่มกับกลุ่มพันธมิตรฯ
ด้านนายวชิระ เพ่งผล ผู้ตรวจการสำนักนายกฯ กล่าวว่า จากนี้จะให้แต่ละหน่วยงานของสำนักงานปลัดฯ รวบรวมความเสียหายเพื่อเข้าแจ้งความดำเนินคดี รวมถึงทรัพย์สินส่วนบุคคลที่สูญหายด้วย ทั้งนี้ คาดว่าภายในสัปดาห์หน้า ข้าราชการสำนักงานปลัดฯ บางส่วนจะทยอยเข้ามาทำงานได้ แต่จะเริ่มเปิดทำการอย่างเป็นทางการในวันที่ 22 ธันวาคมนี้
ทั้งนี้ตำรวจประจำทำเนียบได้ตรวจพบปะทัดยักษ์ 2 ลูก ซึ่งมีการนำก้อนหินมาผูกติดไว้เป็นสะเก็ดระเบิด ซุกซ่อนอยู่ในลิ้นชักโต๊ะทำงานของข้าราชการประจำสำนักนายกฯ ที่บริเวณชั้น 1 ตึกบัญชาการ 2 นอกจากนี้ที่บริเวณหลังเวทีภายในตึกสันติไมตรี ก็ตรวจพบระเบิดปิงปองอีกจำนวนหนึ่ง และภายในวันเดียวกันได้มีเจ้าหน้าที่ของสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร เข้ามาพ่นยากันยุงลายตามท่อระบายน้ำภายในทำเนียบทั้งหมดด้วย
ทองคำ-แหวนเพชรไม่เหลือ
อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เข้าสำรวจความเสียหายภายในสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นครั้งแรก ภายหลังได้ตรวจสอบความปลอดภัยและเก็บกู้วัตถุระเบิดไปแล้ว โดยพบร่องรอยการงัดและรื้อค้นสิ่งของตามลิ้นชักโต๊ะต่างๆ ไม่เว้นกระทั่งห้องผู้อำนวยการส่วนงาน ถึงแม้ว่าจะล็อกประตูห้องไว้อย่างแน่นหนา แต่ก็ถูกงัดฝ้าเพดานเข้าไปกวาดทรัพย์สินทั้งหมด
โดยเฉพาะห้องนายเยี่ยมศักดิ์ คุ้มอินทร์ ผู้อำนวยการส่วนงานวินิจฉัยอุทธรณ์ สำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ ที่อยู่ชั้น 2 มีทรัพย์สินสูญหายกว่า 4 แสนบาท ซึ่งเป็นพระเครื่อง สร้อยคอทองคำ แหวนเพชร และทองคำแท่ง
โจรชั่วงัดฝ้าเพดานขโมยของ
ขณะที่ห้องรองปลัดสำนักนายกฯ อีก 2 ห้อง ก็มีร่องรอยงัดฝ้าเพดานเข้าไป แต่ยังไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบความเสียหายภายในได้ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจเก็บลายนิ้วมือแฝง และจดรายละเอียดทรัพย์สินที่เสียหายเบื้องต้น ก่อนให้ผู้เสียหายเข้าแจ้งความดำเนินคดีต่อไป
แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าอาคารสำนักงานปลัด สำนักนายกฯ ได้รับความเสียหายน้อยกว่าอาคารอื่นๆในทำเนียบ โดยข้าราชการสำนักงานปลัดสำนักนายกฯ บางคนที่ได้รับอนุญาตจากการ์ดพันธมิตรฯให้เข้ามาเก็บสิ่งของ เปิดเผยว่า เมื่อครั้งที่เข้ามาเอาสิ่งของในช่วงที่พันธมิตรฯยังชุมนุมในทำเนียบ พบว่าสิ่งของตามห้องทำงานต่างๆ กระจัดกระจายมากกว่านี้ จึงเชื่อว่าน่าจะมีการเข้ามาเก็บความเรียบร้อยก่อนที่พันธมิตรจะเคลื่อนย้ายออกจากทำเนียบ
สมช.ถูกโจรกรรมซอฟต์แวร์
ทางด้าน พล.ต.ต.สุรพล พินิจชอบ ผู้บังคับการกองพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และหน่วยสรรพาวุธ สตช.กว่า 10 นาย เดินทางมาตรวจสภาพความเสียหายและเก็บหลักฐานทางนิติเวช ที่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ที่อยู่ทำเนียบรัฐบาล พบกล้องวงจรปิดบริเวณประตูหน้าสำนักงาน สมช. บางตัวถูกทุบทำลาย รถของ สมช. เกือบ 10 คัน ทุกคันถูกปล่อยลมยางทั้ง 4 ล้อ
ส่วนการสำรวจความเสียหายที่ชั้น 4 พบประตูอัตโนมัติของศูนย์บริหารวิกฤตการณ์ระดับชาติถูกเปิดออก จากการตรวจสอบพบว่า ฮาร์ดดิสก์ขนาดใหญ่ของเซิร์ฟเวอร์กลาง 6 ชุด ถูกถอดออกไป ซึ่งภายในฮาร์ดดิสก์มีความจุสูงหลายเทราไบต์ (1 เทราไบต์ เท่ากับ 1 ล้านเมกะไบต์) นอกจากนี้คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะหลายสิบเครื่องถูกถอดฮาร์ดดิสก์ออกจนหมด ก่อนจะปิดฝาให้อยู่ในสภาพเดิม
ฮาร์ดแวร์ถูกขโมยค่ากว่า40ล.
ทั้งนี้ ข่ายงานของศูนย์บริหารวิกฤตการณ์ระดับชาตินั้น เป็นหน่วยยุทธศาสตร์ในการบริหารวิกฤตการณ์และสถานการณ์ฉุกเฉิน อาทิ สาธารณภัย ภัยพิบัติ การก่อการร้าย ขณะที่ภายในศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศที่อยู่ติดกันก็ถูกงัดฮาร์ดดิสก์ขนาดใหญ่ของเซิร์ฟเวอร์กลางออกไปเช่นกัน เจ้าหน้าที่จึงเก็บลายนิ้วมือแฝงไว้เป็นหลักฐานทั้งหมด
นายเทิดไท ศรีอุประ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ สมช.กล่าวว่า จากการประเมินคร่าวๆ ถึงความเสียหายทั้งระบบฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ที่ถูกขโมย มีมูลค่าสูงถึงเกือบ 40 ล้านบาท
สำหรับฮาร์ดดิสก์ภายในเซิร์ฟเวอร์ของศูนย์มีข้อมูลภายในของ สมช.บรรจุอยู่ตั้งแต่ปี 2544 ทั้งเรื่องการบริหารจัดการภายในสำนักงาน หนังสือเวียน ข้อมูลโทรทัศน์วงจรปิด รวมถึงระบบอินเตอร์เน็ต อินทราเน็ต ที่เป็นระบบเฉพาะใช้กันภายในทำเนียบ และข้อมูลที่เกี่ยวกับด้านความมั่นคงที่แต่ละสำนักคัดสรรมาเก็บไว้ที่เซิร์ฟเวอร์กลาง
ทอท.เรียกค่าเสียหาย 3.5 หมื่นล.
นอกจากนี้ ด้านของ พล.ต.ต.คำรบ ปัญญาแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ได้แถลงข่าวเปิดศูนย์บริการรับคำร้องทุกข์และรวบรวมพยานหลักฐาน กรณีเหตุชุมนุมเรียกร้อง และปิดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ของกลุ่มพันธมิตรฯ
โดย พล.ต.ต.คำรบ กล่าวว่า การเปิดศูนย์ดังกล่าว เพื่อให้บริการประชาชนในการแจ้งความร้องทุกข์ โดยได้ระดมพนักงานสอบสวนจาก ตำรวจภูธรภาค 1 จำนวน 33 นาย มาคอยรับแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธร ราชาเทวะ เพื่อให้คำปรึกษากับผู้เสียหาย ซึ่งในขณะนี้มี บริษัท ท่าอากาศยานไทยจำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ได้แจ้งความร้องทุกข์เรียกค่าเสียหายกับ 13 แกนนำพันธมิตรฯ แล้ว จำนวน 3.5 หมื่นล้านบาท
อนึ่ง การฟ้องเรียกค่าเสียหายของ ทอท. มีขึ้นหลังจากที่การบินไทยเคยฟ้องร้องไปแล้วก่อนหน้านี้ 2 หมื่นล้านบาท รวมกันแล้วเป็นเงินกว่า 5 หมื่นล้านบาท ยังไม่รวมรายเล็กๆ กว่านี้ และยังไม่รวมสายการบินนานาชาติที่จ่อคิวฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายประมาณว่าจะมีตัวเลขอีกหลายหมื่นล้านบาท
ครม.มีมติเอาผิดทั้งแพ่งและอาญา
อย่างไรก็ตาม ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 9 ธันวาคมที่ผ่านมา มีมติให้ดำเนินการเอาผิดกลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรฯ ทั้งทางแพ่งและทางอาญา โดยนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ให้แต่ละส่วนราชการที่ได้รับความเสียหายมอบหมายให้นิติกรประสานกับอัยการสูงสุด และพนักสอบสวนเพื่อลงรายละเอียดความเสียหายให้ชัดเจนครบถ้วนแล้ว เพื่อป้องกันการตอบโต้ของกลุ่มพันธมิตรฯ
ส่วนเจ้าหน้าที่จะเข้าไปทำงานในทำเนียบรัฐบาลได้เมื่อใด ยังไม่สามารถบอกได้ เพราะวัสดุอุปกรณ์ในการปฏิบัติงานเสียหายหมด โดยค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมวัสดุอุปกรณ์ให้ใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2552 แต่หากไม่เพียงพอให้ขอใช้งบประมาณกลางปี 2552 มาดำเนินการ
ปชป.ต้องออกมาร่วมรับผิดชอบ
สำหรับกรณีที่เกิดขึ้นได้มีเสียงเรียกร้องให้พรรคประชาธิปัตย์ได้ร่วมแสดงความรับผิดชอบ เนื่องจากนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ส.ส.ของพรรค ได้มีส่วนร่วมในการนำคนไปยึดสถานที่สำคัญต่างๆ จนประเทศชาติได้รับความเสียหาย
นายอดิศร เพียงเกษ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย กล่าวว่านายสมเกียรติเป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง แต่เป็นส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งหากหาความรับผิดชอบจากพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้อยู่แล้ว แต่พรรคดังกล่าวก็ต้องออกมารับผิดชอบ ต้องการเรียกร้องเพียงแต่ว่าจะให้พรรคที่ยึดสนามบินมาเป็นรัฐบาลและมาเป็นนายกรัฐมนตรีได้อย่างไร
ส่วนกระบวนการยุติธรรม ดีเอสไอ พนักงานอัยการ และองค์กรตรวจสอบข้อเท็จจริงความเสียหายและดำเนินคดี จะต้องเคลื่อนไหวไปข้างหน้า ต้องทำให้กฎหมายศักดิ์สิทธิ์ เพื่อพิสูจน์ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับสถานที่ต่างๆ ให้เป็นไปอย่างถูกต้องและเที่ยงธรรม
เชื่อว่าการนำตัวคนที่กระทำความผิด ไม่ว่าจะเป็นแกนนำ และคนที่ร่วมสร้างความเสียหายนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจทำได้ไม่ยาก
จะเป็นรัฐบาลต้องรับผิดชอบก่อน
ด้านนายชินวัฒน์ หาบุญพาด นายกสมาคมพิทักษ์ผลประโยชน์ผู้ขับรถแท็กซี่ และแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่าต้องทำความเข้าใจว่านายสมเกียรติไม่ได้หมายถึงสมาชิกพรรคธรรมดา แต่เป็นส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ด้วย
พรรคดังกล่าวต้องมีระเบียบกฎเกณฑ์ที่ดำเนินการดังกล่าว ไม่ใช่จะทำอะไรก็ได้ พรรคจะต้องออกมาแสดงความรับผิดชอบ อย่างน้อยต้องออกมาชดใช้สิ่งของที่เสียหายของรัฐบาล
“ตอนนี้พรรคประชาธิปัตย์อยากเป็นรัฐบาล คุณก็ควรจะรับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้นเสียก่อน แล้ววันหนึ่งคุณไปตั้งรัฐบาล คุณจะมาบอกว่าเป็นเรื่องส่วนตัวไม่ได้ เพราะเขาเป็นส.ส.พรรคคุณ”
อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้พันธมิตรฯ เองก็จะปฏิเสธไม่ได้ในสิ่งที่ทำความเสียหายขึ้น คดีอาญาก็ต้องยอมรับ คดีแพ่งที่สร้างความเสียหายให้ทำเนียบรัฐบาลก็ต้องยอมรับผิดโดยดี ไม่เช่นนั้นต่อไปจะเป็นตัวอย่างให้คนอื่นมาสร้างความเสียหายต่อบ้านเมือง และของสถานที่ราชการ
แนะตะเพิด “สมเกียรติ”พ้นพรรค
ทั้งนี้ นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำสมาพันธ์ประชาธิปไตย และแกนนำคณะกรรมการประชาชนเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 (คปพร.) กล่าวถึงกรณีเดียวกันว่า สิ่งที่นายสมเกียรติกระทำลงไปนั้นเป็นนโยบาย ไม่ว่าจะเป็นการไปยึดสนามบินสุวรรณภูมิ ไปยึดสนามบินดอนเมือง และกระบวนการขับไล่นายสมัคร สุนทรเวช ออกจากนายกรัฐมนตรี รวมทั้งขับไล่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ออกจากการเป็นนายกรัฐมนตรีเช่นกัน
พรรคประชาธิปัตย์ต้องตอบให้ชัดว่า เป็นนโยบายของพรรคด้วยหรือไม่ ถ้าเป็นเช่นนั้นต้องแสดงความบริสุทธิ์ใจโดยการขับไล่นายสมเกียรติออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงนายวัชระ เพชรทอง ส.ส.กทม. ของพรรคดังกล่าวนี้ด้วย เนื่องจากนายวัชระมีส่วนร่วมในการนำกลุ่มผู้ชุมนุมไปปิดล้อมสถานที่ราชการ
แจ้งจับหัวโจกม็อบถ่อยกราวรูด! ไล่เช็กบิล"พันธมาร"ยึดสนามบิน เคาะสุวรรณภูมิสูญ 3.5 หมื่นล้าน
ที่มา ประชาทรรศน์
"หมอสันต์-หมอเหวง" จี้สตช.รุกเอาผิด 24 แกนนำม็อบถ่อย บุกยึด 2 สนามบินนานาชาติ พร้อมจี้ปิด ASTV ข้อหาสื่อเสี้ยมล้มล้างรัฐบาล ทอท.แจ้งจับซ้ำ 13 หัวโจกพันธมาร ย้ำยีสุวรรณภูมิสูญ 3.5 หมืนล้าน
เมื่อเวลา 11.00 น.ที่ผ่านมา ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นพ.สันต์ หัตถีรัตน์ ประธานสมาพันธ์ประชาธิปไตย นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ได้เดินทางไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อยื่นหนังสือแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในข้อหาบุกยึดสนามบินนานาชาติดอนเมือง และ สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน-3ธันวาคม ที่ผ่านมา โดยมีพล.ต.ต.มนูญ เมฆหมอก เลขานุการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้รับหนังสือ โดยมีเนื้อหาให้เอาผิดกับแกนนำพันธมิตรฯ ทั้ง 24 คน ได้แก่ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายสนธิ ลิ้มทองกุล นายสมศักดิ์ โกศัยสุข นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ นายพิภพ ธงชัย นายสุริยะใส กตะศิลา นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ นายสำราญ รอดเพชร นายสาวิทย์ แก้วหวาน นายศิริชัย ไม้งาม นายศรัณยู วงศ์กระจ่าง นางมาลีรัตน์ แก้วก่า นายแซมดิน เลิศบุศย์ พล.อ.ปฐมพงษ์ เกสรสุข นายเทอดภูมิ ใจดี นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ นายวีระ สมความคิด นายอมร อมรรัตนานนท์ นางสาวอัญชลี ไพรีรักษ์ นายพิชิต ไชยมงคล นายชนะ ผาสุกสกุล นายกิตติชัย ใสสะอาด นายบรรจง นะแส และ นายสุริยันต์ ทองหนูเอียด
ซึ่งการกระทำของบุคคลดังกล่าวเข้าข่ายการกระทำผิดก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 135/1(2)และความผิดตาม พรบ.ว่าด้วยความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ 2521 มาตรา 6ทวิ รวมถึงดำเนินการเอาผิดและปิดสถานีโทรทัศน์ ASTV ในข้อหาเป็นสื่อที่ชักนำการล้มล้างรัฐบาล ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 68และไม่ได้รับความคุ้มครองชั่วคราวของศาลปกครองเพราะความผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 113 และมาตรา135/1(2) และพระราชบัญญัติประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551 มาตร 6 ทวิ
โดยการยื่นหนังสือแจ้งความร้องทุกข์ในครั้งนี้เพื่อต้องการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติพิจารณาและดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งคัดกับกลุ่มพันธมิตรฯ
ด้าน พล.ต.ต.คำรบ ปัญญาแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ในฐานะรองหัวหน้าคณะทำงานฝ่ายประชาสัมพันธ์ เปิดเผยว่า จากกรณีที่กลุ่มพันธมิตรฯชุมนุมและยึดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน จนถึงวันที่ 3 ธันวาคม 2551 ได้ก่อให้เกิดความเสียหาย ในการดำเนินงานของท่าอากาศยานฯและผู้ที่เกี่ยวข้อง ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมถึงทุกภาคส่วนของสังคม
"ขณะนี้มีผู้เสียหายได้มาแจ้งความร้องทุกข์กับศูนย์แล้ว 1 ราย คือ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) โดยได้มีการแจ้งความร้องทุกข์ กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับแกนนำรวม 13 คน ในข้อหา ร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใดอันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ มั่วสุม กันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้ายขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด ให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง เมื่อเจ้าพนักงานสั่งผู้ที่มั่วสุมเพื่อกระทำความผิดตามมาตรา 215ให้เลิกแล้วไม่เลิก บุกรุก ทำให้เสียทรัพย์ ทำให้เสื่อมเสียเสรีภาพ ทำให้การให้บริการของท่าอากาศยานหยุดชะงัก และฝ่าฝืนข้อกำหนดออกตามมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ฉบับที่ 1 ลงวันที่ 29 พฤศจิกายน 2551 และฉบับที่ 2 ลงวันที่ 1 ธันวาคม 2551 ซึ่งชั้นนี้บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ได้ระบุความเสียหายไว้ประมาณ 3 หมื่น 5 พันล้านบาท" พล.ต.ต.คำรบ กล่าว
นพ.สันต์-นพ.เหวง ยื่นหนังสือแจ้งความร้องทุกข์ 24 แกนนำม็อบมาร บุกยึด 2สนามบินนานาชาติ และปิด ASTV ข้อหาเป็นสื่อชักนำล้มล้างรัฐบาล
