WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, December 13, 2008

วีระ ย้ำ พ.ต.ท.ทักษิณ โฟนอินแน่

ที่มา MCOT News

กรุงเทพฯ 12 ธ.ค.- ผู้จัดรายการความจริงวันนี้สัญจร ตรวจดูความเรียบร้อยสนามศุภชลาศัย “วีระ” ย้ำ “พ.ต.ท.ทักษิณ” โฟนอินแน่ และจะส่งสัญญาณไปยังกลุ่มเสื้อแดงที่มีการชุมนุมทั่วประเทศ “ณัฐวุฒิ” ระบุเอ็นบีทีงดรายการความจริงวันนี้ นำรายการพิเศษของ ก.พ. เสนอแทน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14.00 น. ที่สนามศุภชลาศัย ผู้ดำเนินรายการความจริงวันนี้ ประกอบด้วย นายวีระ มุสิกพงศ์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ได้เดินทางมาดูการจัดเตรียมสถานที่สนามศุภชลาศัย ซึ่งจะใช้จัดรายการความจริงวันนี้สัญจร ครั้งที่ 3 ในวันพรุ่งนี้ (13 ธ.ค.) ตั้งแต่เวลา 14.00-22.00 น.

นายวีระ มุสิกพงศ์ กล่าวว่า จะมีการจัดรายการความจริงวันนี้อย่างแน่นอน โดยใช้ชื่อ “ความจริงวันนี้ ความจริงประเทศไทย” ซึ่งจะเป็นการบอกเล่าความจริงที่เกิดขึ้นทุกอย่าง รวมถึงการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่จะทำให้ความจริงมีความสมบูรณ์

นายจตุพร พรหมพันธุ์ กล่าวว่า ในช่วงการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เตรียมการไว้ 2 ส่วน หากมีการบล็อกสัญญาณโทรศัพท์ ก็จะเปิดซีดีที่ได้บันทึกไว้ และถ้าเป็นการโฟนอินสดอดีตนายกรัฐมนตรี ได้บอกแล้วว่าจะเป็นการพูดที่ดีที่สุดในชีวิต หากระหว่างนั้นมีการบล็อกสัญญาณ ทางรายการได้เตรียมมาตรการไว้แล้ว แต่บอกไม่ได้ และจะมีการถ่ายทอดสัญญาณไปยังพื้นที่ที่มีการชุมนุมของคนเสื้อแดงทั่วประเทศ

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่ของสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ของรายการความจริงวันนี้ ว่า จะไม่มีการออกอากาศรายการความจริงวันนี้ โดยจะมีการนำรายการพิเศษของ ก.พ.ที่เกี่ยวกับการจัดระบบราชการมาออกอากาศแทน.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-12-12 16:55:29

เพื่อนเนวินจาบจ้วง"สู้กับสถาบัน ไม่มีทางชนะหรอก" จี้หากไม่จริงให้รีบออกมาปฏิเสธ

ที่มา Thai E-News


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา มติชน และประชาไท
12 ธันวาคม 2551

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทยกล่าวว่า นายศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.นครพนม กลุ่มเพื่อนเนวิน ได้โทรศัพท์มาคุยกับทีมงาน โดยระบุถึงเหตุผลที่กลุ่มเพื่อนเนวิน ต้องไปสนับสนุนประชาธิปัตย์ โดยมีเหตุผลหนึ่งที่รับไม่ได้ที่ระบุว่า "รู้ไหม ขณะนี้กำลังสู้อยู่กับใคร สู้อยู่กับสถาบันไม่มีทางชนะหรอก" นอกจากนี้ในช่วงเช้าได้ประสบกับตัวเอง เมื่อได้โทรศัพท์ไปพูดคุยกับนายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ ส.ส.สัดส่วน กลุ่มเพื่อนเนวิน ให้เหตุผลเหมือนกัน หากไม่เป็นความจริงก็ให้ทั้งสองคนออกมาปฏิเสธ


โวยทหารจุ้น-แอบอ้างสถาบัน

มติชนรายงานว่า เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 12 ธ.ค.นี้ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ส.ส.นนทบุรี แถลงว่าขณะนี้มี ผบ.เหล่าทัพบางคนได้แอบอ้างสถาบัน มาแทรกแซงพรรคการเมืองและนักการเมือง เรื่องนี้ทำให้กองทัพเสื่อมเสียเป็นอย่างยิ่ง โดยผู้นำเหล่าทัพบางคนได้บอกว่า หากไม่สามารถสลับขั้วตั้งรัฐบาลได้อาจจะเกิดการรัฐประหาร และจะมีการปราบปรามประชาชนที่ออกมาต่อต้าน จึงอยากให้ประชาชนได้เข้าใจสถานการณ์การเมือง ซึ่งขณะนี้สื่อมวลชนต่างชาติได้โจมตีอย่างหนักจากการที่ทหารเข้ามาแทรกแซงการเมือง ซึ่งได้ทำให้ประเทศไทยถอยหลังไปจนถึงสมัยของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัตน์ อดีตนายกรัฐมนตรี

ส.ส.เพื่อนเนวินบังอาจแอบอ้างสถาบัน ท้าขอให้ออกมาปฏิเสธหากไม่จริง
นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทยกล่าวว่า นายศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.นครพนม กลุ่มเพื่อนเนวิน ได้โทรศัพท์มาคุยกับทีมงาน โดยระบุถึงเหตุผลที่กลุ่มเพื่อนเนวิน ต้องไปสนับสนุนประชาธิปัตย์ โดยมีเหตุผลหนึ่งที่รับไม่ได้ที่ระบุว่า "รู้ไหม ขณะนี้กำลังสู้อยู่กับใคร สู้อยู่กับสถาบันไม่มีทางชนะหรอก" นอกจากนี้ในช่วงเช้าได้ประสบกับตัวเอง เมื่อได้โทรศัพท์ไปพูดคุยกับนายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ ส.ส.สัดส่วน กลุ่มเพื่อนเนวิน ให้เหตุผลเหมือนกัน หากไม่เป็นความจริงก็ให้ทั้งสองคนออกมาปฏิเสธ

วีระเผยเสื้อแดงจงรักภักดี แต่เสื้อเหลืองดึงฟ้าต่ำทำให้สถาบันไม่มั่นคง ประชาไทรายงานว่า ก่อนหน้านั้นเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2551 นายวีระ มุสิกะพงษ์ หนึ่งในผู้ดำเนินรายการความจริงวันนี้ และหนึ่งในแกนนำกลุ่มเสื้อแดง ได้บรรยายประเด็นเรื่องสถานการณ์การเมืองไทย ให้กับผู้สื่อข่าวต่างประเทศที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศประจำประเทศไทย โดยมีผู้สื่อข่าวเข้าฟังการบรรยายประมาณ 90 คน ทั้งนี้ ได้มีการแลกเปลี่ยนและซักถามประเด็นปัญหาการเมืองไทย ตอนหนึ่งผู้สื่อข่าวต่างประเทศถามว่า "มีข้อกล่าวหาว่าการเคลื่อนไหวของเสื้อแดงเป็นการเคลื่อนไหวโจมตีสถาบันกษัตริย์ เพราะกลุ่มเสื้อแดงมักพูดแต่ว่าต้องการประชาธิปไตย แต่ไม่เคยกล่าวถึงสถาบันกษัตริย์ต่อการเมืองไทย "

ซึ่งนายวีระตอบว่า ผมต้องเรียนท่านย้อนหลังไปถึง 24 มิ.ย. 2475 เราได้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง จากระบอบราชาธิปไตยมาเป็นประชาธิปไตย คณะผู้เปลี่ยนแปลงการปกครองตกลงให้มีกษัตริย์เป็นประมุขประเทศนี้ ซึ่งคนไทยก็รับเรื่องนี้มาตลอดเวลา ตัวผมเองเป็นนักการเมืองมาตลอดชีวิตตั้งแต่อายุ 26 แต่เราพูดถึงประชาธิปไตยโดยไม่ได้เอ่ยถึงพระมหากษัตริย์มากนัก เพราะเราคิดว่าเราตกลงกันแล้วเป็นข้อยุติที่ไม่มีใครเถียง ว่าพระมหากษัตริย์ทรงไม่ข้องเกี่ยวกับการเมือง ท่านเป็นประมุขแห่งรัฐ เราดูญี่ปุ่นและอังกฤษเป็นตัวอย่าง

ดังนั้นเมื่อเราต่อสู้กัน เราก็ต่อสู้กันเฉพาะในพรรคการเมืองและนักการเมือง แต่ก็จะมีอยู่เสมอที่พรรคการเมืองบางพรรคแอบอ้างว่าใกล้ชิดสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเราเห็นว่าเป็นเรื่องอันตรายยิ่งกว่า เพราะพวกผมมีความเชื่อว่า สถาบันกษัตริย์จะมั่นคงได้ต้องปล่อยให้การเมืองเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

ถ้าพระมหากษัตริย์ลงมาเกี่ยวข้องกับนักการเมืองและพรรคการเมืองอย่างใกล้ชิด นั่นคือความไม่มั่นคงของสถาบันพระมหากษัตริย์ ดังนั้นแนวทางของพวกผม เสื้อแดงกับเสื้อเหลืองจึงแตกต่างกัน เสื้อเหลืองจะพูดทุกครั้ง ว่าเขาจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และจะบอกว่าพวกเสื้อแดงไม่เคารพจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เราแปลกใจมากที่เรื่องนี้ได้มีการปล่อยให้มีคนพูดเช่นนี้ พูดทุกวันและออกโทรทัศน์เอเอสทีวีทุกวัน เราไม่เข้าใจว่าทำไมจึงจะต้องผลักคนที่ไม่ใส่เสื้อเหลืองให้กลายเป็นผู้ที่ไม่เคารพราชบัลลังก์ ที่จริงคนไทยใส่เสื้อสีอะไรก็จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อยู่แล้ว

เราจึงบอกกับพวกเราว่าเราจะเป็นคนไทยใส่เสื้อแดงที่จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์เหมือนกัน แต่เราจะไม่ผลักคนใส่เสื้อสีอื่นว่าเป็นผู้ไม่จงรักภักดี พวกเรายังเชื่อมันว่าแนวทางของเรานี้จะทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์มั่นคงอยู่ในประเทศไทย แต่แนวทางของคนเสื้อเหลืองที่ประกาศอยู่ทุกวันนี้จะทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์ไม่มีความมั่นคง เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าทฤษฎีของใครถูกต้อง

ผู้สื่อข่าวต่างประเทศถามต่อไปว่า"คุณกล่าวว่าเมื่อประเทศเปลี่ยนแปลงมาสู่ระบอบประชาธิปไตย สถาบันกษัตริย์ทรงอยู่เหนือการเมือง คุณคิดว่าทุกวันนี้ยังคงเป็นเช่นเมื่อ 70 ปีที่แล้วหรือไม่"

นายวีระกล่าวตอบว่า เรื่องนี้ละเอียดอ่อนจริงๆ เพราะว่าคนที่ติดตามสถานการณ์โดยใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างพวกท่านก็จะรู้ดี บางคนอาจจะรู้ดีกว่าพวกผมด้วยซ้ำ

ฌาปนกิจท่านผู้หญิงพูนศุขอาทิตย์14ธ.ค.นี้ เรียบง่ายแต่ตรึงไว้ในใจชน ปณิธานสุดท้ายไม่ขอรับเกียรติยศใดๆ

ที่มา Thai E-News


ฌาปนกิจศพ ท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์ วันอาทิตย์ที่ 14 นี้

ครอบครัวพนมยงค์ ในฐานะเจ้าภาพจัดงานบำเพ็ญกุศลและงานฌาปนกิจศพ ท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์ เชิญผู้รักประชาธิปไตย ร่วมงาน ณ ศาลาทักษิณาประดิษฐ วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร (วัดประชาธิปไตย) แขวงอนุสาวรีย์ เขตหลักสี่ บางเขน กรุงเทพมหานคร ในวันอาทิตย์ที่ 14 ธ.ค.51 เวลา 10.30-17.00 น.โดยกำหนดการ มีรายละเอียด ดังนี้


เวลา 10.30 น. ทักษิณานุประทานพระสงฆ์ 10 รูป
เวลา 11.00 น. ถวายภัตตาหารเพล ถวายเครื่องไทยธรรม กรวดน้ำ รับพร
เวลา 15.30 น. เชิญศพเวียนเมรุแล้วตั้งบนจิตกาธาน
เวลา 16.00 น. ปาฐกถาธรรม โดย พระไพศาล วิสาโล
เวลา 16.45 น. ขับร้องเพลง “หวนอาลัย” “คนดีมีค่า” และ “แม่จ๋า” โดย คณะนักร้องประสานเสียงสวนพลูคอรัส
เวลา 17.00 น. ประชุมเพลิง

อนึ่ง ในวันเสาร์ที่ 13 ธ.ค.51 นิสิตคณะแพทย์ศาสตร์ จุฬา เชิญร่างท่านผู้หญิงพูนศุข เข้าสู่วัดพระศรีมหาธาตุฯ และมีกำหนดการบำเพ็ญกุศล เป็นการภายใน ในเวลา 19.00 น. ณ ศาลาทักษิณาประดิษฐ วัดพระศรีมหาธาตุฯ และวันจันทร์ที่ 15 ธ.ค.51 เวลา 10.00 น. จะมีพิธีเก็บอัฐิ และเดินทางไปยังสโมสรกองทัพเรือ จากนั้นเดินทางโดยเรือไปลอยอังคารบริเวณปากน้ำเจ้าพระยา


ทั้งนี้ ท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์ เกิดเมื่อวันที่ 2 มกราคม พ.ศ.2455 ตรงกับรัชสมัยของรัชกาลที่ 6 ในตระกูลขุนนางสกุล ณ ป้อมเพชร์ เป็นธิดาคนที่ 5 บิดาของมหาอำมาตย์ตรี พระยาชัยวิชิตวิศิษฎ์ธรรมธาดา อธิบดีกรมราชทัณฑ์คนแรกของประเทศ และคุณหญิงเพ็ง ชัยวิชิต (สกุลเดิมสุวรรณศร) ต่อมาสมรสกับนายปรีดี พนมยงค์ (รัฐบุรุษอาวุโส)

ท่านผู้หญิงพูนศุข ถึงแก่อนิจกรรมโดยสงบ เมื่อเวลา 02:04 น. ของวันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ.2550 ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ หลังจากได้เข้ารักษาอาการทางโรคหัวใจ เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคมสิริอายุ 95 ปี 4 เดือน มีบุตรและธิดารวมทั้งสิ้น 6 คน


ก่อนถึงแก่อนิจกรรม ท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์ ได้เขียนพินัยกรรมด้วยลายมือของท่านสั่งไว้ว่า …


คำสั่งถึงลูกๆ ทุกคน
เมื่อแม่สิ้นชีวิต ขอให้ปฏิบัติดังต่อไปนี้




1) นำส่งโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ทันที เมื่อหมอตรวจว่าหมดลมหายใจแน่แล้ว
2) ไม่ขอรับเกียรติยศใดๆ ทั้งสิ้น
3) ประกาศทางวิทยุ และลงหนังสือพิมพ์เพื่อแจ้งข่าวให้ญาติมิตรทราบ
4) ไม่มีการสวดอภิธรรม ทั้งนี้ไม่รบกวนญาติมิตรที่ต้องมาร่วมงาน
5) มีพิธีไว้อาลัยที่สถาบันปรีดี พนมยงค์ โดยนิมนต์พระที่แม่นับถือแสดงธรรมกถา (เช่นเดียวกับที่จัดให้ปาล) และทำบัตรสำหรับหนังสือที่ระลึก
6) ไม่รบกวนญาติมิตร ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้ หรือเงินช่วยทำบุญ
7) เมื่อโรงพยาบาลคืนศพมาก็ทำการฌาปนกิจอย่างเรียบง่าย
8) ให้นำอัฐิและัอังคารไปลอยที่ปากน้ำเจ้าพระยาซึ่งเป็นสถานที่ๆ แม่เกิด
9) หากมีเงินบ้าง ก็ขอให้บริจาคเป็นทาน แก่มูลนิธิต่างๆ ที่ทำสาธารณกุศล
10) ขอให้ลูกทุกคนปฏิบัติตามที่แม่สั่งไว้่อย่างเคร่งครัด ไม่ต้องฟังความเห็นผู้หวังดีทั้งหลาย ลูกๆ ที่ปฏิบัติตามคำสั่งแม่ จงมีความสุข ความเจริญ

พูนศุข พนมยงค์
เขียนไว้ที่บ้านเลขที่ 172 สาธร 3 เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2541

ชี้ปปง.สอบทรัพย์สินคนหนุนเงินพธม.ไม่ได้ เชื่อตร.แก้เก้อ

ที่มา มติชนออนไลน์

แหล่งข่าวจากกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม ถึงกรณี พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นำบัญชีรายชื่อบริษัทและกลุ่มบุคคลที่สนับสนุนการชุมนุมประท้วงของกลุ่มพันธมิตรประชาชน ส่งให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) ตรวจสอบธุรกรรมการเงิน เนื่องจากเห็นว่าเป็นการบริจาคเพื่อสนับสนุนการประท้วงปิดสนามบิน ซึ่งเข้าข่ายการก่อการร้ายว่า การให้ข่าวดังกล่าวน่าจะเป็นการให้สัมภาษณ์ เพื่อแก้เกี้ยวกรณีที่ไม่สามารถดำเนินคดีอาญากับกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงได้ ทั้งนี้ ป.ป.ง.ไม่สามารถตรวจสอบธุรกรรมการเงินได้เพราะยังไม่มีการตั้งข้อหาก่อการร้าย ประกอบกับกฎหมายฟอกเงินบัญญัติความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายไว้ว่า การกระทำใดๆ อันก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ระบบขนส่งสาธารณะและระบบโทรคมนาคม หรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะ แต่มีข้อยกเว้นว่า ต้องไม่ใช่การกระทำในการเดินขบวน ชุมนุม ประท้วง โต้แย้งหรือเคลื่อนไหว เพื่อเรียกร้องให้รัฐช่วยเหลือ หรือให้ได้รับความเป็นธรรมอันเป็นการใช้เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ไม่เป็นการกระทำความผิดฐานก่อการร้าย


แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า ป.ป.ง.เป็นหน่วยงานกึ่งอิสระ ไม่สังกัดกระทรวงใด แต่ขึ้นตรงต่อรัฐมนตรีว่าการยุติธรรม แต่ขณะนี้ไม่สามารถตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินใดๆ ได้ เนื่องจากไม่มีคณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ไม่มีคณะกรรมการธุรกรรม และไม่มีเลขาธิการ ป.ป.ง.การทำงานทุกอย่างถือว่าสะดุดหยุดลงทั้งหมด

เสื้อแดงบุกประท้วง 'เนวิน-ปชป.'

ที่มา ไทยรัฐ

เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. ที่ จ.เชียงใหม่ นางกัญญาภัค มณีจักร แกนนำกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ได้นำสมาชิกประมาณ 50 คน ไปรวมตัวที่หน้าบริษัทเชียงใหม่คอนสครัคชั่น อ.เมืองเชียงใหม่ ของนายคะแนน สุภา พ่อตาของนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำกลุ่มเพื่อนเนวิน โดยได้นำพวงหรีดและหุ่นนายเนวิน ใช้ผ้าอนามัยเปื้อนสีแดงคาดปาก และเขียนกระดาษคล้องคอหุ่นว่า “พญางูเห่า เนวิน ชิดชอบ ไอ้เนรคุณแผ่นดิน” พร้อมภาพโปสเตอร์นายเนวินยืนยิ้มเคียงข้างนายอภิสิทธิ์ พร้อมเขียนว่า “นายอภิสิทธิ์ผู้กระหายอยากเป็นนายกรัฐมนตรี และนายเนวินเนรคุณผู้มีบุญคุณผู้ที่ให้ชีวิตใหม่แก่มัน” จากนั้นนางกัญญาภัคได้กล่าวปราศรัยโจมตีนายเนวิน โดยระบุว่าเป็นงูเห่าไปร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์จัดตั้งรัฐบาล และประกาศจะไม่ให้นายเนวินมาเหยียบแผ่นดินเชียงใหม่ เพราะเป็นผู้ที่ทรยศผู้มีพระคุณ และยังฝากให้ลูกน้องของนายเนวิน ให้ลาออกจากการเป็น ส.ส. จากนั้นใช้น้ำมันราดจุดไฟเผาหุ่นนายเนวิน พร้อมส่งเสียงไชโยโห่ร้องกันกึกก้องก่อนแยกย้ายกันกลับ

นางกัญญาภัคกล่าวว่า กลุ่มรักเชียงใหม่ 51 จะเปิดเวทีปราศรัยที่หน้าโรงแรมแกรนด์วโรรสพาเลซ และจะชุมนุมยาวไปถึงวันที่ 15 ธ.ค. เพื่อเตรียมจัดส่งกลุ่มคนเสื้อแดงในภาคเหนือ ไปร่วมชุมนุมกดดันกับกลุ่ม นปช. ในวันโหวตเลือกนายกฯที่หน้ารัฐสภาอีกด้วย

ม็อบเสื้อแดงบุกประชาธิปัตย์

ที่พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อเวลา 17.30 น. วันเดียว กัน ได้มีสมาชิกแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ แห่งชาติ (นปช.) ประมาณ 50 คน นำโดยนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข นำรถกระบะติดเครื่องกระจายเสียง มาชุมนุมบริเวณหน้าที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมกล่าวโจมตีพรรคประชาธิปัตย์ว่า ไม่มีความสง่างามในการจัดตั้งรัฐบาล เนื่องจากเป็นผู้สนับสนุนสำคัญของกลุ่มพันธมิตรฯ ก่อการร้ายยึดทำเนียบรัฐบาล สนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง จึงต้องการส่งสัญญาณเตือนพรรคประชาธิปัตย์ ที่จะมาเป็นรัฐบาลว่า จะต้องถูกติดตาม ตรวจสอบและกดดันในการบริหารประเทศ จากกลุ่มคนเสื้อแดงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการดำเนินคดีกับกลุ่มพันธมิตรฯ ที่สร้างความเสียหายให้กับประเทศ และยืนยันว่าวันที่ 15 ธ.ค. ที่จะมีการเลือกนายกฯ นปช.จะไปชุมนุมคัดค้านที่หน้ารัฐสภา ตั้งแต่เวลา 07.00 น. ซึ่งการไปครั้งนี้จะเป็นการชุมนุมอย่างสงบ สันติ อหิงสา ปราศจากอาวุธ ไม่มีการปิดล้อมรัฐสภา ให้สมาชิกรัฐสภาทุกคนเข้าไปทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ

“พายัพ” ไม่หวั่น ปชป.ตั้งรัฐบาล

เย็นวันเดียวกัน นายพายัพ ชินวัตร น้องชาย พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางมายังที่ทำการพรรคเพื่อไทย โดยนายพายัพกล่าวว่า มั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ เพราะมีมากกว่าพรรคประชาธิปัตย์ที่มี 165 เสียง ขั้วประชาธิปัตย์ก็หล่นได้ ดังนั้น ไม่มีอะไรที่แน่นอน แม้พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลก็ไม่กลัว ไม่หวั่นไหว วันนี้ไม่ว่าใครเป็นฝ่ายตั้งรัฐบาลก็มีปัญหา ส่วนกรณีที่นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำกลุ่มเพื่อนเนวิน ไปสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ ถือเป็นสิทธิของนายเนวิน สามีภรรยาแต่งงานกันมา 30 ปียังหย่าได้ เมื่อถามว่าบางฝ่ายตั้งข้อสังเกตเป็นการเนรคุณนายใหญ่ นายพายัพตอบว่า บางทีลูกไม่เชื่อฟังพ่อแม่ ถามว่าเนรคุณหรือไม่ คงไม่ใช่ แต่ลูกอาจมีความเห็นที่แตกต่างออกไปก็ได้ เมื่อถามว่ามีข่าว พ.ต.ท.ทักษิณพยายามเข้ามาจัดตั้งรัฐบาล นายพายัพตอบว่า พ.ต.ท.ทักษิณรักชาติอยากทำอะไรเพื่อชาติ ทุกวันนี้ประชาชนเห็นผลงานที่ พ.ต.ท.ทักษิณสร้างไว้ จนประเทศเกิดความเจริญสังคมยอมรับ ดังนั้น จะให้ พ.ต.ท. ทักษิณอยู่นิ่งๆคงไม่ใช่ ส่วนที่ พ.ต.ท.ทักษิณประกาศต่อสู้ทางการเมืองขั้นแตกหัก คงเป็นการต่อสู้เรื่องความยุติธรรมมากกว่า คงไม่ใช่อยากเอาชนะ ไม่ใช่การทำสงคราม แต่เป็นการหาเหตุผลความถูกต้อง ความยุติธรรม

'บิ๊กจิ๋ว' ไม่สบายใจท่าทีกองทัพต่อการเมือง

ที่มา ไทยรัฐ
วันที่ 12 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจากบ้านปิ่นประภาคม ของ พล.อ. ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกฯ ว่า หลังจากที่ พล.อ.ชวลิตได้ลาสิกขา ได้มีบรรดานักการเมืองเดินทางมาเข้าพบ และได้พูดคุยถึงสถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ ซึ่ง พล.อ.ชวลิตรู้สึกไม่สบายใจ และเป็นห่วงประเทศชาติว่า จะไม่สามารถเดินต่อไปได้ โดยเฉพาะบทบาทของกองทัพที่เข้าไปแทรกแซงการเมือง ยิ่งทำให้ พล.อ.ชวลิตเป็นห่วงภาพพจน์ของกองทัพ ว่าจะเสื่อมเสียต่อสายตาประชาชน เพราะกองทัพต้องมีจุดยืนที่เข้มแข็งและเป็นกลาง รวมถึงเป็นสถาบันเดียวที่จะต้องประคับประคองประเทศชาติให้อยู่รอดปลอดภัย

พล.ท.พิรัช สวามิวัศดิ์ นายทหารคนสนิท พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า จากการที่ได้ติดตามข่าวการจัดตั้งรัฐบาล ที่กองทัพเข้าไปมีบทบาทในการจัดตั้งรัฐบาล โดยเฉพาะ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.นั้น รู้สึกเสียใจ เพราะกองทัพถือเป็นเสาหลักประเทศชาติและราชบัลลังก์ กองทัพต้องใสสะอาดไม่มีเรื่องมัวหมองใดๆ การที่ ผบ.ทบ.เข้าไปยุ่งถึงขั้นช่วยจัดตั้งรัฐบาลหนักหนาสาหัสเกินไป เพราะวิธีการเช่นนี้ทำให้กองทัพหมดศักดิ์ศรี ไม่เป็นเสาหลักของชาติอีกต่อไป หนำซ้ำยังเป็นผู้ที่ทำลายความน่าเชื่อถือ และทำให้กองทัพตกต่ำในความศรัทธาของประชาชน

ขู่จ้องปราบผู้นำเหล่าทัพนอกลู่

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร นายพีระพันธุ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร และนายไพจิตร ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย ร่วมกันแถลงข่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าทหารเข้ามาแทรกแซงจัดตั้งรัฐบาล โดย พ.อ.อภิวันท์ กล่าวว่า ขณะนี้ผู้นำเหล่าทัพบางคนแอบอ้างสถาบันมาข่มขู่นักการเมือง ให้จัดตั้งรัฐบาลตามที่ต้องการ การที่ผบ.เหล่าทัพพูดแบบนั้นเป็นการเสื่อมเสียอย่างยิ่ง ผู้นำเหล่าทัพบางคนพูดชัดว่าถ้าไม่จัดตั้งรัฐบาลอย่างที่คิด จะมีการทำรัฐประหารเกิดขึ้น และอาจจะมีการปราบประชาชนที่ไม่เห็นด้วย ตรงนี้เชื่อว่าทหารส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย และผู้นำเหล่าทัพจะปราบประชาชนไม่ได้ มีแต่ ประชาชนจะปราบผู้นำเหล่าทัพที่นอกลู่นอกทาง

นายไพจิตกล่าวว่า ในวันเลือกนายกฯ จะไม่มี คนเสื้อแดงไปชุมนุม หรือไปปิดสนามบินแน่นอน เพราะเคารพในกระบวนการประชาธิปไตย หากพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งรัฐบาลได้ พรรคเพื่อไทยก็พร้อมเป็นฝ่ายค้าน วันนี้กลุ่มเพื่อนเนวินเขาพาไปกักกันตัวประมาณ 20 คน ที่เขาใหญ่ ไม่ให้ใช้โทรศัพท์จนลูกเมียเขาต้องโทรหา ส.ส. พรรคเพื่อไทย การตั้งนายกฯครั้งนี้มีการเก็บตัวยิ่งกว่าค่ายในสงครามเวียดนาม

ผบ.ทอ.ชี้นายกฯใหม่ต้องซื่อสัตย์

พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผบ.ทอ. กล่าวถึงกรณีที่ถูกพรรคเพื่อไทยโจมตีว่าให้การสนับสนุนให้พรรคประชาธิปัตย์ว่า ให้ไปดูเทปคำสัมภาษณ์ได้เลย เพราะระวังคำพูดอยู่ตลอด ไม่เคยเอ่ยชื่อพรรคการเมืองไหนเลย และการให้สัมภาษณ์ วันนั้นก็พูดในฐานะเป็นประชาชนคนหนึ่ง ดังนั้น ไม่อยากให้ตกเป็นเครื่องมือของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ที่นำคำพูดไปโยงอะไรต่างๆ ยืนยันว่าทหารเป็นกลาง เมื่อถามว่า ส่วนตัวอยากได้นายกฯแบบไหน พล.อ.อ.อิทธพรกล่าวว่า คงเป็นนายกฯที่มีความมุ่งมั่นที่จะบริหารประเทศด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มีความมุ่งมั่นแก้ปัญหาแท้จริง ไม่มีกลุ่มหรือก๊วน ไม่มีผลประโยชน์ที่แอบแฝง หากได้นายกฯที่มีความมุ่งมั่นและตั้งใจ บริหารประเทศอย่างตั้งใจ หรือมีความจริงใจต่างๆ คิดว่าประเทศไทยจะผ่านวิกฤติไปได้ เมื่อถามถึงความพร้อมดูแลรักษาความปลอดภัยที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะโฟนอินเข้ามาในประเทศ พล.อ.อ. อิทธพรกล่าวว่า คงไม่ได้เตรียมอะไร เพราะสถานการณ์ดีขึ้นและเป็นปกติ เมื่อถามว่าหาก พ.ต.ท.ทักษิณหวังดีต่อบ้านเมือง ควรยุติการโฟนอินหรือไม่ พล.อ.อ.อิทธพรกล่าวว่า ทราบว่าวันที่ 15 ธ.ค.นี้ มีการเปิดประชุมสภาฯวิสามัญเพื่อโหวตนายกฯ คิดว่าน่าจะรอวันนั้นดีกว่า อย่าเพิ่งทำอะไรที่ก่อให้เกิดเหตุการณ์และมีปัญหา ตอนนี้ประเทศชาติกำลังเดินไปด้วยดี

Friday, December 12, 2008

'กลุ่ม 24 มิถุนาฯ' บุกพรรคปชป.ชุมนุมโจมตีหนุนม็อบมาร

ที่มา ประชาทรรศน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้(12ธ.ค.) ที่พรรคประชาธิปัตย์ ถนนสามเสน กลุ่ม24 มิถุนาประชาธิปไตย นำโดยนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำพร้อมด้วยประชาชนกว่า 50 คนร่วมกันชุมนุมปราศรัยโจมตี หน้าที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ โดยระบุว่าพรรคประชาธิปัตย์เป็นผุ้สนับสนุนกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยบุกยึดท่าอากาศสุวรรณภูมิ และดอนเมือง ซึ่งได้สร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติอย่างมหาศาล

พร้อมกันนี้กลุ่มผู้ชุมนุมยังยืนยันว่า ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยวิสามัญ เพื่อให้มีการเลือกนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 15 ธ.ค.นี้ กลุ่มคน24มิถุนาประชาธิปไตยจะเดินทางไปชุมนุมที่หน้ารัฐสภา แต่จะเปิดเส้นทางให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.) เข้าประชุมโดยสะดวก ซึ่งหากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้เป็นนายกฯจริง ก็อยากเรียกร้องให้เร่งดำเนินคดีกับกลุ่มพันธมิตรฯอย่างจิงจังทีได้สร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติ และหากในวันที่ 15 ธ.ค.นี้กลุ่มพันธมิตรฯจะเดินทางมาที่รัฐสภาเหมือนกัน ก็ขอให้อย่าล้ำเส้นกัน

ทั้งนี้ผู้สื่อข่างรายงานเพิ่มเติมว่า บรรยากาศโดยรอบที่ทำการพรรคมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากส.น.บางซื่อจำนวน 15 นายเข้าควบคุมความสงบของผู้ชุมนุม และคาดการณ์ว่าในวันนี้จะไม่มีการชุมนุมที่ยืดเยื้อ และยังคงมีการปราศรัยโจมตีพรรคประชาธิปัตย์อย่างต่อเนื่อง

'ปลาไหล'แฉเบื้องลึก'โหวตนายกฯ'ส.ส.รับทรัพย์อื้อ!

ที่มา ประชาทรรศน์



'ลูกหม้อพันธุ์ปลาไหล' ระทึก! 'คนเสื้อแดง' เคลื่อนไหวค้านจัดตั้ง 'รัฐบาลสะตอสามัคคี' แฉเบื้องลึกการเมืองสองขั้ว 'บล็อกโหวต ส.ส.' รับทรัพย์ 10-20 ล้านชิงโหวตนายกฯ

นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีตรองหัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวถึงกรณีที่ "คนเสื้อแดง" เตรียมเคลื่อนไหวต่อต้านพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ในการจัดตั้ง

รัฐบาล เพราะในวันนี้บ้านเมืองเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว แสดงให้เห็นว่ากลไกประชาธิปไตยในรัฐสภาเริ่มคลี่คลายแก้ปัญหาได้ จึงอยากให้ทุกฝ่ายเคารพต้องกติกาและระบอบประชาธิปไตยที่กำลังทำหน้าที่ ไม่ว่าเสื้อเหลือง หรือเสื้อแดง ถ้าออกมาชุมนุมเคลื่อนไหวแล้วถามว่าใครจะได้อะไร ประเทศชาติจะได้อะไร อย่ามองแค่สีเสื้อ และต้องมองด้วยว่าแก้ปัญหาให้สังคมหรือทำร้ายประเทศชาติ หากก่อปัญหาแล้วใครจะรับผิดชอบ

"ที่ผ่านมาประเทศบอบช้ำพอแล้ว อย่าเอาอารมณ์โกรธมาทำร้ายประเทศอีกเลย การเมืองขณะนี้ยังไม่มีบทสรุปว่าใครชนะ ใครแพ้ แต่ต้องรู้จักยึดมั่นในกติกา รู้จักรอ โดยตัดอารมณ์ความรู้สึกออกไป และทำใจให้เป็นสุข เพื่อประเทศชาติจะได้เริ่มต้นนับหนึ่งใหม่เสียที"

ขณะเดียวกัน ในวันที่จะมีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี และจะมี "คนเสื้อแดง" มาปิดล้อมรัฐสภานั้น เชื่อว่าต้องมีคนอยู่เบื้องหลังแน่ คงมากันเองไม่ได้ ไม่ว่าสีไหนก็มาเองไม่ได้ คงต้องถามว่าพอใจที่จะทำร้ายประเทศชาติให้เสียหายอีกหรือ ต้องเห็นใจคนไทยที่กำลังจะได้ยิ้มรับปีใหม่ แต่กลับต้องเผชิญปัญหาและรับทุกข์กันอีก ถ้าชนะหรือแพ้ก็ควรให้อยู่ในกติกามากกว่า ไม่เช่นนั้นสังคมโลกจะรังเกียจประเทศไทย ซึ่งที่ผ่านมาเคยมีการบอยคอต แซงชั่น ให้เห็นเป็นบทเรียนมาแล้ว

เมื่อถามถึงกระแสการดูดและซื้อตัว ส.ส.อย่างหนักในช่วงนี้ นายสมศักดิ์ ระบุว่า นี่ถือเป็นการทำร้ายประเทศและระบอบประชาธิปไตย อย่างให้อภัยไม่ได้ สำหรับคนที่มี

พฤติกรรมอย่างนั้น อยากเห็นสำนึกของนักการเมือง ถ้านักการเมืองที่ใช้เงินซื้อได้ 10-20 ล้านบาท เพื่อให้มายกมือให้เป็นนายกรัฐมนตรี เขาจะเอาเงินนั้นมาจากไหน นอกเสียจากแทะเลือดเนื้อของประชาชนในรูปงบประมาณ ภาษี และผลประโยชน์อื่นๆ ขออย่ากินเนื้อตัวเองเลย

ดับฝันรัฐบาลเพื่อชาติ! พผ.ยันหนุน"มาร์ค"นั่งนายกฯ

ที่มา ประชาทรรศน์

ยื้อรัฐบาลเพื่อชาติ! "ป๋าเหนาะ"แย้ม"ประชา"พลิกลิ้นรับลูกชิงเก้าอี้นายกฯ "เด็กเพื่อแผ่นดิน"ดับฝัน แถลงยันหนุน"อภิสิทธิ์"ขึ้นแท่นผู้นำ ข้องใจ"ผู้เฒ่าวังน้ำเย็น"ปูดข่าวมีวัตถุประสงค์อะไร

วันนี้ (12 ธ.ค.) นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ให้สัมภาษณ์ที่บ้านพักย่านเมืองทองธานี ว่า พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ตอบรับชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพื่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองแล้ว

วันเดียวกัน นายไชยยศ จิรเมธากร รักษาการโฆษกพผ. กลุ่มวังพญานาค ร่วมกันแถลงจุดยืนสนับสนุนการจับตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมนำรายชื่อส.ส.พรรคเพื่อแผ่นดิน รวม 20 คน ที่รวบรวมได้มาแจกจ่ายให้สื่อมวลชน

โดยนายไชยยศ กล่าวว่า กรณีที่แกนนำเพื่อแผ่นดินประกาศจับขั้วตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 6 ธันวาคมที่ผ่านมา ถือเป็นการดำเนินการตามมติของ ส.ส. เสียงข้างมากของพรรค อย่างไรก็ตาม ส.ส.เพื่อแผ่นดิน ทุกคนพร้อมให้การสนับสนุนพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก เป็นนายกฯ หลังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดินคนใหม่ แต่นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน แจ้งว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบความถูกต้องของกระบวนการคัดเลือก กรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ก่อนส่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ภายใน 30 วัน จึงยังไม่ถือว่า พล.ต.อ. ประชาเป็นหัวหน้าพรรคอย่างสมบูรณ์

นอกจากนี้ พล.ต.อ.ประชายังปฏิเสธต่อสาธารณะว่าไม่ขอรับตำแหน่งนายกฯ คนที่ 27 ทั้งนี้ เสียงส่วนใหญ่ของส.ส.เพื่อแผ่นดิน จึงเห็นควรให้ทำตามสัตยาบรรณร่วม 4 พรรคที่สนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาลโดยพรรคประชาธิปัตย์ และขณะนี้กระบวนการต่างๆ ก็เดินไปไกลกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง พรรคไม่ต้องการให้เกิดข้อครหาว่าหักหลังเพื่อน ซึ่งจะทำให้เสียภาพพจน์ในสายตาประชาชน ดังนั้น ส.ส.เพื่อแผ่นดิน 20 คน จากทั้งหมด 27 คน จึงขอประกาศจุดยืนสนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนส.ส. ที่ไม่ได้มารวมแสดงจุดยืน บางส่วนเป็นเพราะไม่สามารถติดต่อได้ และบางส่วนเป็นเพราะยังไม่ให้คำตอบที่แน่ชัด

ด้าน ร.ต.(หญิง) ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รักษาการรมช.คลัง แกนนำกลุ่มโคราช พรรคเพื่อแผ่นดิน เปิดเผยว่า ไม่เห็นด้วยกับแนวทางของนายเสนาะ ที่จะมีการเสนอชื่อ พล.ต.อ.ประชา เป็นนายกฯ ในการโหวตเลือกนายกฯ เพราะทางพรรคจะสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตามที่ได้ตกลงมาแล้ว ทั้งนี้ การที่นายเสนาะออกมาพูดย้ำอีกครั้งนั้น ไม่แน่ใจว่ามีวัตถุประสงค์อะไร อย่างไรก็ตาม หากมีการเสนอชื่อ พล.ต.อ.ประชา และสมาชิกพรรคจะเลือกนายอภิสิทธิ์ ส่วนกระแสข่าวที่พรรคจะได้รับตำแหน่งรัฐมนตรี 4-5 ตำแหน่งนั้น ตนไม่ทราบ แต่ตอนนี้ขอให้ผ่านการจัดตั้งรัฐบาลให้ได้ก่อนจะดีกว่า

ลั่นดาลยุบสภา! "ชวรัตน์"หนุนเดินหน้าเปิดสภาเฟ้นนายกฯ




"ชวรัตน์"ลั่นดาลยุบสภา ชี้สายไปแล้ว เหตุมีกฤษฎีกาแล้ว พร้อมอุบไต๋ร่วม "ครม.รูปหล่อ" วอน"เพื่อไทย"อย่าระแวงกันเอง "ปู้ชัย"มั่นใจโหวตเลือกนายกฯ ไร้มิคสัญญี

วันนี้ (12 ธ.ค.) นายสมชัย จึงประเสริฐ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวการยุบสภาว่า ตามกฎหมาย แม้จะมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯเปิดประชุมสภา เพื่อเลือกนายกฯ แล้ว ก็สามารถยุบสภาได้ หรือ ยุบในระหว่างการประชุม โดยอ้างเหตุความวุ่นวายได้เช่นกัน

ส่วนกระแสข่าวการร่าง พ.ร.ก.ยุบสภา เพื่อเตรียมพร้อมรองรับกรณีที่พรรคเพื่อไทยไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้นั้น นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย และรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ตนเห็นว่าเป็นสิทธิ์อันชอบธรรมตามรัฐธรรมนูญ 2550 ที่จะเสนอให้มีการยุบสภา ตราบใดที่ยังไม่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกฯคนใหม่ ถึงแม้จะมีการเปิดประชุมสภาและมีการโหวตเลือกนายกฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้วก็ตาม ซึ่งในอดีตอำนาจการยุบสภา ทำได้ทั้งการที่ นายกฯ ใช้อำนาจโดยตรง หรือ ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี ทั้งนี้ การที่จะยุบสภาได้นั้น ขึ้นอยู่กับพระราชอำนาจ รัฐบาลเป็นเพียงแต่ผู้ร่าง พ.ร.ก. ยุบสภา เท่านั้น

ขณะที่ นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รักษาการนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่หลายฝ่ายเรียกร้องให้นำกฤษฎีกายุบสภามาพิจารณาว่า ไม่ทราบเรื่องนี้ ตนมีหน้าที่ดูแลรัฐบาลรักษาการให้ไปตลอดรอดฝั่ง เมื่อถามว่า มีการหารือเตรียมร่างกฤษฎีกายุบสภาหรือไม่ นายชวรัตน์ กล่าวว่า เท่าที่ทราบมีกฤษฎีการเปิดประชุมสภาในวันทื่ 15 ธ.ค.นี้ ส่วนเรื่องกฤษฎีกายุบสภา ไม่ได้มีการพูดกัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีข่าวว่าท่านได้เซ็นกฤษฎีกายุบสภาไว้แล้ว ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร นายชวรัตน์ กล่าวว่า คงไม่ เวลานี้ก็ไปได้ดีอยู่แล้ว วันที่ 15 ธ.ค.มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เปิดสภาเลือกนายกฯ แล้ว เมื่อถามว่า อึดอัดหรือไม่ ที่เป็นตัวละครที่ถูกมองว่า บุตรชาย นายอนุทิน ชาญวีรกูล อยู่ฝั่งเดียวกับนายเนวิน ชิดชอบ หนุนพรรคประชาธิปัตย์จัดตั้งรัฐบาล และมีข่าวเอาท่านไปเก็บตัวที่ภาคใต้ นายชวรัตน์ กล่าวว่า ไม่เกี่ยวเป็นหน้าที่ของตนที่จะต้องไป และวานนี้ (11 ธ.ค.) ไปหลายแห่ง ทั้ง จ.ปัตตานี และอ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่มีแผนให้นายโอฬาร ไชยประวัติ รักษาการรองนายกฯ ขึ้นมาเป็นรักษาการนายกฯ แทน นายชวรัตน์ กล่าวว่า ตนยังไม่ได้ป่วย ถามอีกว่า มีข่าวว่าท่านจะเป็นรัฐมนตรีชุดใหม่ด้วย นายชวรัตน์ กล่าวว่า ยังไม่รู้เรื่องอนาคต เอาถึงเวลานั้นค่อยว่ากัน แต่ส่วนตัวก็อยากพักผ่อน ตอนนี้ตนมีหน้าที่ประคับประคองรัฐบาลชุดรักษาการ ผู้สื่อข่าวถามว่า วางตัวลำบากหรือไม่ เพราะลูกชายหนุนประชาธิปัตย์ นายชวรัตน์ กล่าวว่า ไม่ต้องวางตัว มันเป็นธรรมชาติ ตนเองเป็นตัวของตนอยู่แล้ว เมื่อถามว่า รู้สึกอย่างไรที่คนกันเองระแวง นายชวรัตน์ กล่าวว่า ไม่ควรระแวงกันเอง

ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้คิดว่าจำเป็นหยิบยกเรื่องการยุบสภามาพูดหรือไม่ นายชวรัตน์ กล่าวว่า เอาไว้ให้ถึงเวลานั้นค่อยว่ากัน ยังไม่ถึงวันที่ 15 ธ.ค.ยังไม่เปิดสภา เมื่อถามว่า รู้ว่าตัวเองมีอำนาจยุบสภาหรือไม่ หลังจากที่หารือฝ่ายกฎหมาย นายชวรัตน์ กล่าวว่า ยุบสภาตอนนี้ มันสายไปแล้ว เพราะมีพระราชกฤษฎีกาเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญแล้ว ต้องปล่อยเป็นเวทีของสภา ผู้สื่อข่าวถามว่า จะพูดชัดเจนได้หรือไม่ว่า ครม.ชุดใหม่มีท่านอยู่ด้วยหรือไม่ นายชวรัตน์ กล่าวว่า ไม่ทราบ ตนมีหน้าที่ทำงานเป็นรัฐบาลรักษาการ

ขณะที่ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่จะมีกลุ่มเสื้อแดงมาปิดล้อมรัฐสภาในวันที่ 15 ธ.ค.นี้ว่า สภาไม่ได้ทำผิดอะไร หากเขาให้เข้ามาก็เข้า หากเข้าไม่ได้ก็เลื่อนการประชุมออกไป ส่วนความเรียบร้อยก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลอยู่แล้ว ซึ่งตนคิดว่ากลุ่มเสื้อแดงมีคุณธรรมพอ อีกทั้งได้ฟังข่าวแล้วว่านายวีระ มุสิกพงษ์ ผู้ดำเนินรายการความจริงวันนี้ ก็ได้ยืนยันแล้วว่าไม่ให้มายุ่งเกี่ยว จะทำตามครรลองจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์เหมือนกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ส่วนใครจะได้มาเป็นนายกรัฐมนตรี ก็ต้องดูวันโหวตเลือกนายกฯ หากมีคะแนนสนับสนุนเกิน 220 ก็เป็นนายกรัฐมนตรีก็เท่านั้น

เมื่อถามว่า หากกลุ่มเสื้อแดงมาปิดล้อมจริงจะมีเหตุ ส.ส.ปีนกำแพงหนีหรือไม่ นายชัย กล่าวว่า ไม่น่าจะมี เพราะกลุ่มเสื้อแดงก็พูดแล้วว่าจะไม่สร้างความวุ่นวาย ซึ่งตนเชื่อว่าคนทะเลาะกันไม่นานเดี๋ยวก็ดีกันเอง เพราะบางคนชอบเปรี้ยว บางคนชอบหวาน ชอบเค็ม ซึ่งทั้งหมดนี้หากเอามารวมกันก็สมดุลไปเอง ทั้งนี้เชื่อว่าการประชุมสภาเพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีจะมีขึ้นตามปกติ

นายชัย กล่าวอีกด้วยว่า รัฐบาลชุดใหม่อาจจะอยู่ได้ไม่นาน เพราะดูแล้ววุ่นวาย ซึ่งคาดว่าอยู่ได้ไม่เกิน 6 เดือน เพราะอีกฝ่ายจะทำอะไรไม่ได้ อีกทั้งมีปัญหารุมเร้าเยอะทั้งปัญหาเศรษฐกิจ รวมทั้งปัญหาการเมือง ซึ่งคนที่จะมาเป็นนายกฯ ต้องมีความอดทน อดกลั้น ที่สำคัญต้องเอามืออุดหูถึงจะอยู่ได้นาน และต้องไม่มีเรื่องทะเลาะกับ ส.ส.

"ผมจะอยู่ทำหน้าที่ประธานสภาฯต่อไป และไม่เคยพูดว่าจะลาออก เพียงแต่พูดว่าหากสภาปิดก็จะกลับบ้าน และบอกว่าหากไม่มีความสามารถก็จะพิจารณาตัวเอง ส่วนคำว่ากะล่อนก็พูดไปตามนักข่าวพูดเท่านั้น ส่วนเรื่องที่พรรคประชาธิปัตย์จะให้มานั่งตำแหน่ง รมว.คมนาคมนั้น ผมไม่ยอมรับ เนื่องจากทางพรรคเพื่อไทยเสนอให้เป็นนายกฯ ผมยังไม่ยอมรับ และการทำหน้าที่ประธานสภานั้นไม่ได้มีความสุขเพียงแต่ทำตามหน้าที่" นายชัย กล่าว