ที่มา มติชนออนไลน์
คลิกฟังเสียง "ทักษิณ" ปราศรัยผ่าน "วีทีอาร์" ในรายการความจริงวันนี้สัญจร ครั้งที่ 3 ที่สนามศุภชลาศัย แช่ง "กลุ่มเพื่อนเนวิน" หักหลังประชาชน ตายทั้งตระกูล อัดใช้ระบบศาลปฏิวัติ
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Saturday, December 13, 2008
"ทักษิณ"โผล่ผ่านวิดีโอแค้น"กลุ่มเพื่อนเนวิน"แช่งหักหลัง ปชช.ตายทั้งตระกูล อัดใช้ระบบศาลปฏิวัติ
บีบีซีตีข่าวสะท้านโลก ทักษิณยึดหลักภักดีสถาบัน งดโฟนอินสดแลกเพื่อไทยตั้งรัฐบาล
ที่มา Thai E-News

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา BBC และสดจากพื้นที่สนามศุภชลาศัย
13 ธันวาคม 2551
บีบีซีสวนกระแสสื่อไทยตีข่าวชุมนุมใหญ่เสื้อแดงสะท้านโลก ต้านมารครองเมืองดันมาร์คนายกฯหุ่นเชิด ทักษิณส่งเทปถึงผู้ชุมนุมย้ำหนักแน่นจงรักภักดีสถาบันกษัตริย์ งดโฟนอินสดเพื่อแลกกับให้เพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาลเพื่อชาติ ไข่มุกดำบอกขอรับผิดชอบหากโดนอีกฝ่ายเบี้ยว พร้อมปลุกเสื้อแดงฮือพรึบทั่วประเทศทันที
ขณะที่สื่อมวลชนกระแสหลักของไทย โดยเฉพาะสื่อโทรทัศน์แทบจะไม่มีรายงานข่าว แต่บีบีซี สำนักข่าวชั้นนำของโลกได้นำเสนอข่าวการชุมนุมของกลุ่มพลังเสื้อแดง พร้อมภาพเป็นข่าวนำของเวบไซต์ โดยพาดหัวข่าวว่า"อดีตนายกฯทักษิณปราศรัยกับผู้สนับสนุน"

บีบีซีตีข่าวทักษิณโฟนอินสะท้านโลก
บีบีซีไม่ได้ระบุจำนวนผู้ชุมนุมชัดเจน แต่รายงานที่นำเสนอข่าวในเวลา12.31น.ก่อนงานเริ่มอย่างเป็นทางการในเวลา13.00น.ระบุว่าหลายพันคน(thousands)โดยระบุว่าการจัดชุมนุมครั้งนี้มีจุดประสงค์คือต่อต้านผู้นำฝ่ายค้านที่แพ้การเลือกตั้ง23ธ.ค.2550นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่คาดว่าจะได้รับการอุ้มชูขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี หลังเหตุการณ์วุ่นวายทางการเมือง เมื่อพันธมิตรเข้ายึดสนามบิน ส่งผลสะเทือนต่อนักเดินทางต่างชาติกว่า300,000คนตกค้างอยู่ในไทย
ไม่มีสื่อกระแสหลักถ่ายทอดแต่อย่างใด โดยเฉพาะสื่อโทรทัศน์ของไทยในช่วงที่เวทีชุมนุมเริ่มนำเสียงของพ.ต.ท.ทักษิณออกอากาศในเวลาราว21.00น. ขณะที่การถ่ายทอดทางวิทยุผ่านอินเตอร์เน็ตติดๆดับๆ รวมทั้งทางคลื่นF.M.107.50ก็ขาดๆหายๆเช่นกัน โดยก่อนเปิดเทปเสียงของพ.ต.ท.ทักษิณนั้น นายวีระ มุสิกพงษ์กล่าวว่ามีความพยายามบล็อกทุกทางในการโฟนอิน รวมทั้งการนำเทปของอดีตนายกฯออกอากาศ ทั้งที่พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้พูดให้ใครเสียหาย มีแต่พูดถึงทางออกของประเทศ
ทักษิณอัดเทปออกอากาศประกาศจงรักภักดีสถาบัน
สำหรับเนื้อหาเทปการกล่าวปราศรัยนั้นพ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่าเขาถูกโจมตีในเรื่องไม่จงรักภักดีสถาบันกษัตริย์มาตลอด ทั้งที่ตลอดชีวิตมีแต่ความจงรักภักดี ตั้งแต่เขาเป็นนักเรียนเตรียมทหารก็ถูกสอนในเรื่องความจงรักภักดี ตอนแต่งงานก็เป็นการสมรสพระราชทาน รับราชการเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นนักการเมืองเป็นนายกรัฐมนตรีก็เน้นสนองพระมหากรุณาธิคุณ สนองพระราชดำริทุกอย่าง แต่กลับถูกฝ่ายตรงข้ามนำเรื่องนี้มาโจมตี
เขากล่าวเรื่องประชาชนไทยเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจตอนนี้ ซึ่งเหมือนปี2540ก็แก้ยากอยู่แล้ว แต่เมื่อเจอวิกฤตการณ์เมืองที่จ้องตามล้างทำลายกันแบบนี้ยิ่งทำให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปด้วยความยากลำบากขึ้น
งดโฟนอินสดเพื่อแลกให้เพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาล
กระทั่งเวลา09.30น.ยังไม่มีการโฟนอินสดของอดีตนายกรัฐมนตรี นายวีระ ประกาศว่าเพื่อแลกกับการที่ฝ่ายพรรคเพื่อไทยจะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ให้พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ก็จะไม่ให้ทักษิณโฟนอินสดเข้ามาบนเวที แต่หากอีกฝ่ายหักหลังไปหนุนนายอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ คนเสื้อแดงก็จะออกมาต่อต้านทั่วประเทศ
"ของดโฟนอิน เพื่อแลกกับให้ฝ่ายเราเป็นผู้นำจัดตั้งรัฐบาล แต่หากเรื่องนี้ผิดพลาดล้มเหลว นายวีระขอยอมรับความผิดพลาดให้พี่น้องฉีกเนื้อ"
นายวีระไม่ได้ระบุชัดเจนว่า พ.ต.ท.ทักษิณได้ต่อรองกับใครเรื่องไม่โฟนอินสดเพื่อแลกกับการให้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่เล่าว่านายเสนาะ เทียนทอง ที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลเพื่อชาติ และพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ซึ่งเพื่อไทยจะสนับสนุนขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีได้ขอร้องว่าหากอยากให้ฝ่ายเราเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลก็ขอให้งดการโฟนอินสดของอดีตนายกฯทักษิณ ตนจึงยอมแลก แต่ขอเตือนว่าอีกฝ่ายอย่าเบี้ยวก็แล้วกัน
ระเบิดที่พบบนตู้เอทีเอ็มทำเนียบฯ มีร่วม 80 ลูก
ที่มา MCOT News
ทำเนียบฯ 12 ธ.ค.- ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล ถึงความคืบหน้าการพบระเบิดบริเวณหลังคาตู้เอทีเอ็มด้านประตู 5 ถนนราชดำเนินว่า เมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดได้เข้ามาตรวจสอบ ก่อนลำเลียงวัตถุระเบิดทั้งหมดลงมายังลานจอดรถด้านล่าง พบว่าเป็นระเบิดขวดจำนวน 32 ลูก ระเบิดที่อยู่ในกระป๋องน้ำอัดลม 26 ลูก ระเบิดปิงปอง 23 ลูก กระสุนปืน .22 จำนวน 39 นัด กระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 15 นัด ปืนปากกา 1 กระบอก นอกจากนี้ ยังพบผ้าพันคอกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ผ้าเช็ดหน้า ผ้าปิดปากป้องกันแก๊สน้ำตา ถุงมือ แว่นตา และรูปถ่าย 2 ใบ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นผู้เกี่ยวข้องกับวัตถุระเบิดดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้จึงแจ้งให้ตำรวจท้องที่ดำเนินการสืบสวนสอบสวนต่อไป.- สำนักข่าวไทย
อัพเดตเมื่อ 2008-12-12 19:03:35
พบระเบิดขวด-ปิงปอง ในทำเนียบฯ อีกจำนวนมาก
ที่มา MCOT News
ทำเนียบฯ 12 ธ.ค.- เมื่อเวลาประมาณ 16.30 น. เจ้าหน้าที่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งอยู่บนอาคารสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้สังเกตเห็นลังบรรจุสิ่งของวางอยู่บนหลังคาตู้เอทีเอ็ม ธนาคารกรุงไทย ด้านประตู 5 ทำเนียบรัฐบาล ฝั่งตรงข้ามกระทรวงศึกษาธิการ จึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเข้าตรวจสอบ พบเป็นระเบิดขวดและระเบิดปิงปองจำนวนมาก บรรจุอยู่ในกล่อง 2 กล่อง และอีก 1 กระเป๋า รวมทั้งในถุงพลาสติก อีก 2 ใบ จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ ท่ามกลางความสนใจหวาดวิตกของเจ้าหน้าที่ที่ทำงานอยู่ในทำเนียบรัฐบาล เนื่องจากอยู่ใกล้กับประตูที่เดินผ่านเข้าออกเป็นประจำ.- สำนักข่าวไทย
อัพเดตเมื่อ 2008-12-12 18:04:32
วีระ ย้ำ พ.ต.ท.ทักษิณ โฟนอินแน่
ที่มา MCOT News กรุงเทพฯ 12 ธ.ค.- ผู้จัดรายการความจริงวันนี้สัญจร ตรวจดูความเรียบร้อยสนามศุภชลาศัย “วีระ” ย้ำ “พ.ต.ท.ทักษิณ” โฟนอินแน่ และจะส่งสัญญาณไปยังกลุ่มเสื้อแดงที่มีการชุมนุมทั่วประเทศ “ณัฐวุฒิ” ระบุเอ็นบีทีงดรายการความจริงวันนี้ นำรายการพิเศษของ ก.พ. เสนอแทน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14.00 น. ที่สนามศุภชลาศัย ผู้ดำเนินรายการความจริงวันนี้ ประกอบด้วย นายวีระ มุสิกพงศ์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ได้เดินทางมาดูการจัดเตรียมสถานที่สนามศุภชลาศัย ซึ่งจะใช้จัดรายการความจริงวันนี้สัญจร ครั้งที่ 3 ในวันพรุ่งนี้ (13 ธ.ค.) ตั้งแต่เวลา 14.00-22.00 น.
นายวีระ มุสิกพงศ์ กล่าวว่า จะมีการจัดรายการความจริงวันนี้อย่างแน่นอน โดยใช้ชื่อ “ความจริงวันนี้ ความจริงประเทศไทย” ซึ่งจะเป็นการบอกเล่าความจริงที่เกิดขึ้นทุกอย่าง รวมถึงการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่จะทำให้ความจริงมีความสมบูรณ์
นายจตุพร พรหมพันธุ์ กล่าวว่า ในช่วงการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เตรียมการไว้ 2 ส่วน หากมีการบล็อกสัญญาณโทรศัพท์ ก็จะเปิดซีดีที่ได้บันทึกไว้ และถ้าเป็นการโฟนอินสดอดีตนายกรัฐมนตรี ได้บอกแล้วว่าจะเป็นการพูดที่ดีที่สุดในชีวิต หากระหว่างนั้นมีการบล็อกสัญญาณ ทางรายการได้เตรียมมาตรการไว้แล้ว แต่บอกไม่ได้ และจะมีการถ่ายทอดสัญญาณไปยังพื้นที่ที่มีการชุมนุมของคนเสื้อแดงทั่วประเทศ
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่ของสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ของรายการความจริงวันนี้ ว่า จะไม่มีการออกอากาศรายการความจริงวันนี้ โดยจะมีการนำรายการพิเศษของ ก.พ.ที่เกี่ยวกับการจัดระบบราชการมาออกอากาศแทน.-สำนักข่าวไทย
อัพเดตเมื่อ 2008-12-12 16:55:29
เพื่อนเนวินจาบจ้วง"สู้กับสถาบัน ไม่มีทางชนะหรอก" จี้หากไม่จริงให้รีบออกมาปฏิเสธ
ที่มา Thai E-News

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา มติชน และประชาไท
12 ธันวาคม 2551
นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทยกล่าวว่า นายศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.นครพนม กลุ่มเพื่อนเนวิน ได้โทรศัพท์มาคุยกับทีมงาน โดยระบุถึงเหตุผลที่กลุ่มเพื่อนเนวิน ต้องไปสนับสนุนประชาธิปัตย์ โดยมีเหตุผลหนึ่งที่รับไม่ได้ที่ระบุว่า "รู้ไหม ขณะนี้กำลังสู้อยู่กับใคร สู้อยู่กับสถาบันไม่มีทางชนะหรอก" นอกจากนี้ในช่วงเช้าได้ประสบกับตัวเอง เมื่อได้โทรศัพท์ไปพูดคุยกับนายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ ส.ส.สัดส่วน กลุ่มเพื่อนเนวิน ให้เหตุผลเหมือนกัน หากไม่เป็นความจริงก็ให้ทั้งสองคนออกมาปฏิเสธ
โวยทหารจุ้น-แอบอ้างสถาบัน
มติชนรายงานว่า เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 12 ธ.ค.นี้ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ส.ส.นนทบุรี แถลงว่าขณะนี้มี ผบ.เหล่าทัพบางคนได้แอบอ้างสถาบัน มาแทรกแซงพรรคการเมืองและนักการเมือง เรื่องนี้ทำให้กองทัพเสื่อมเสียเป็นอย่างยิ่ง โดยผู้นำเหล่าทัพบางคนได้บอกว่า หากไม่สามารถสลับขั้วตั้งรัฐบาลได้อาจจะเกิดการรัฐประหาร และจะมีการปราบปรามประชาชนที่ออกมาต่อต้าน จึงอยากให้ประชาชนได้เข้าใจสถานการณ์การเมือง ซึ่งขณะนี้สื่อมวลชนต่างชาติได้โจมตีอย่างหนักจากการที่ทหารเข้ามาแทรกแซงการเมือง ซึ่งได้ทำให้ประเทศไทยถอยหลังไปจนถึงสมัยของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัตน์ อดีตนายกรัฐมนตรี
ส.ส.เพื่อนเนวินบังอาจแอบอ้างสถาบัน ท้าขอให้ออกมาปฏิเสธหากไม่จริง
นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทยกล่าวว่า นายศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.นครพนม กลุ่มเพื่อนเนวิน ได้โทรศัพท์มาคุยกับทีมงาน โดยระบุถึงเหตุผลที่กลุ่มเพื่อนเนวิน ต้องไปสนับสนุนประชาธิปัตย์ โดยมีเหตุผลหนึ่งที่รับไม่ได้ที่ระบุว่า "รู้ไหม ขณะนี้กำลังสู้อยู่กับใคร สู้อยู่กับสถาบันไม่มีทางชนะหรอก" นอกจากนี้ในช่วงเช้าได้ประสบกับตัวเอง เมื่อได้โทรศัพท์ไปพูดคุยกับนายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ ส.ส.สัดส่วน กลุ่มเพื่อนเนวิน ให้เหตุผลเหมือนกัน หากไม่เป็นความจริงก็ให้ทั้งสองคนออกมาปฏิเสธ
วีระเผยเสื้อแดงจงรักภักดี แต่เสื้อเหลืองดึงฟ้าต่ำทำให้สถาบันไม่มั่นคง ประชาไทรายงานว่า ก่อนหน้านั้นเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2551 นายวีระ มุสิกะพงษ์ หนึ่งในผู้ดำเนินรายการความจริงวันนี้ และหนึ่งในแกนนำกลุ่มเสื้อแดง ได้บรรยายประเด็นเรื่องสถานการณ์การเมืองไทย ให้กับผู้สื่อข่าวต่างประเทศที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศประจำประเทศไทย โดยมีผู้สื่อข่าวเข้าฟังการบรรยายประมาณ 90 คน ทั้งนี้ ได้มีการแลกเปลี่ยนและซักถามประเด็นปัญหาการเมืองไทย ตอนหนึ่งผู้สื่อข่าวต่างประเทศถามว่า "มีข้อกล่าวหาว่าการเคลื่อนไหวของเสื้อแดงเป็นการเคลื่อนไหวโจมตีสถาบันกษัตริย์ เพราะกลุ่มเสื้อแดงมักพูดแต่ว่าต้องการประชาธิปไตย แต่ไม่เคยกล่าวถึงสถาบันกษัตริย์ต่อการเมืองไทย "
ซึ่งนายวีระตอบว่า ผมต้องเรียนท่านย้อนหลังไปถึง 24 มิ.ย. 2475 เราได้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง จากระบอบราชาธิปไตยมาเป็นประชาธิปไตย คณะผู้เปลี่ยนแปลงการปกครองตกลงให้มีกษัตริย์เป็นประมุขประเทศนี้ ซึ่งคนไทยก็รับเรื่องนี้มาตลอดเวลา ตัวผมเองเป็นนักการเมืองมาตลอดชีวิตตั้งแต่อายุ 26 แต่เราพูดถึงประชาธิปไตยโดยไม่ได้เอ่ยถึงพระมหากษัตริย์มากนัก เพราะเราคิดว่าเราตกลงกันแล้วเป็นข้อยุติที่ไม่มีใครเถียง ว่าพระมหากษัตริย์ทรงไม่ข้องเกี่ยวกับการเมือง ท่านเป็นประมุขแห่งรัฐ เราดูญี่ปุ่นและอังกฤษเป็นตัวอย่าง
ดังนั้นเมื่อเราต่อสู้กัน เราก็ต่อสู้กันเฉพาะในพรรคการเมืองและนักการเมือง แต่ก็จะมีอยู่เสมอที่พรรคการเมืองบางพรรคแอบอ้างว่าใกล้ชิดสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเราเห็นว่าเป็นเรื่องอันตรายยิ่งกว่า เพราะพวกผมมีความเชื่อว่า สถาบันกษัตริย์จะมั่นคงได้ต้องปล่อยให้การเมืองเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง
ถ้าพระมหากษัตริย์ลงมาเกี่ยวข้องกับนักการเมืองและพรรคการเมืองอย่างใกล้ชิด นั่นคือความไม่มั่นคงของสถาบันพระมหากษัตริย์ ดังนั้นแนวทางของพวกผม เสื้อแดงกับเสื้อเหลืองจึงแตกต่างกัน เสื้อเหลืองจะพูดทุกครั้ง ว่าเขาจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และจะบอกว่าพวกเสื้อแดงไม่เคารพจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เราแปลกใจมากที่เรื่องนี้ได้มีการปล่อยให้มีคนพูดเช่นนี้ พูดทุกวันและออกโทรทัศน์เอเอสทีวีทุกวัน เราไม่เข้าใจว่าทำไมจึงจะต้องผลักคนที่ไม่ใส่เสื้อเหลืองให้กลายเป็นผู้ที่ไม่เคารพราชบัลลังก์ ที่จริงคนไทยใส่เสื้อสีอะไรก็จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อยู่แล้ว
เราจึงบอกกับพวกเราว่าเราจะเป็นคนไทยใส่เสื้อแดงที่จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์เหมือนกัน แต่เราจะไม่ผลักคนใส่เสื้อสีอื่นว่าเป็นผู้ไม่จงรักภักดี พวกเรายังเชื่อมันว่าแนวทางของเรานี้จะทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์มั่นคงอยู่ในประเทศไทย แต่แนวทางของคนเสื้อเหลืองที่ประกาศอยู่ทุกวันนี้จะทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์ไม่มีความมั่นคง เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าทฤษฎีของใครถูกต้อง
ผู้สื่อข่าวต่างประเทศถามต่อไปว่า"คุณกล่าวว่าเมื่อประเทศเปลี่ยนแปลงมาสู่ระบอบประชาธิปไตย สถาบันกษัตริย์ทรงอยู่เหนือการเมือง คุณคิดว่าทุกวันนี้ยังคงเป็นเช่นเมื่อ 70 ปีที่แล้วหรือไม่"
นายวีระกล่าวตอบว่า เรื่องนี้ละเอียดอ่อนจริงๆ เพราะว่าคนที่ติดตามสถานการณ์โดยใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างพวกท่านก็จะรู้ดี บางคนอาจจะรู้ดีกว่าพวกผมด้วยซ้ำ
ฌาปนกิจท่านผู้หญิงพูนศุขอาทิตย์14ธ.ค.นี้ เรียบง่ายแต่ตรึงไว้ในใจชน ปณิธานสุดท้ายไม่ขอรับเกียรติยศใดๆ
ที่มา Thai E-News

ฌาปนกิจศพ ท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์ วันอาทิตย์ที่ 14 นี้
ครอบครัวพนมยงค์ ในฐานะเจ้าภาพจัดงานบำเพ็ญกุศลและงานฌาปนกิจศพ ท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์ เชิญผู้รักประชาธิปไตย ร่วมงาน ณ ศาลาทักษิณาประดิษฐ วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร (วัดประชาธิปไตย) แขวงอนุสาวรีย์ เขตหลักสี่ บางเขน กรุงเทพมหานคร ในวันอาทิตย์ที่ 14 ธ.ค.51 เวลา 10.30-17.00 น.โดยกำหนดการ มีรายละเอียด ดังนี้
เวลา 10.30 น. ทักษิณานุประทานพระสงฆ์ 10 รูป
เวลา 11.00 น. ถวายภัตตาหารเพล ถวายเครื่องไทยธรรม กรวดน้ำ รับพร
เวลา 15.30 น. เชิญศพเวียนเมรุแล้วตั้งบนจิตกาธาน
เวลา 16.00 น. ปาฐกถาธรรม โดย พระไพศาล วิสาโล
เวลา 16.45 น. ขับร้องเพลง “หวนอาลัย” “คนดีมีค่า” และ “แม่จ๋า” โดย คณะนักร้องประสานเสียงสวนพลูคอรัส
เวลา 17.00 น. ประชุมเพลิง
อนึ่ง ในวันเสาร์ที่ 13 ธ.ค.51 นิสิตคณะแพทย์ศาสตร์ จุฬา เชิญร่างท่านผู้หญิงพูนศุข เข้าสู่วัดพระศรีมหาธาตุฯ และมีกำหนดการบำเพ็ญกุศล เป็นการภายใน ในเวลา 19.00 น. ณ ศาลาทักษิณาประดิษฐ วัดพระศรีมหาธาตุฯ และวันจันทร์ที่ 15 ธ.ค.51 เวลา 10.00 น. จะมีพิธีเก็บอัฐิ และเดินทางไปยังสโมสรกองทัพเรือ จากนั้นเดินทางโดยเรือไปลอยอังคารบริเวณปากน้ำเจ้าพระยา
ทั้งนี้ ท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์ เกิดเมื่อวันที่ 2 มกราคม พ.ศ.2455 ตรงกับรัชสมัยของรัชกาลที่ 6 ในตระกูลขุนนางสกุล ณ ป้อมเพชร์ เป็นธิดาคนที่ 5 บิดาของมหาอำมาตย์ตรี พระยาชัยวิชิตวิศิษฎ์ธรรมธาดา อธิบดีกรมราชทัณฑ์คนแรกของประเทศ และคุณหญิงเพ็ง ชัยวิชิต (สกุลเดิมสุวรรณศร) ต่อมาสมรสกับนายปรีดี พนมยงค์ (รัฐบุรุษอาวุโส)
ท่านผู้หญิงพูนศุข ถึงแก่อนิจกรรมโดยสงบ เมื่อเวลา 02:04 น. ของวันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ.2550 ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ หลังจากได้เข้ารักษาอาการทางโรคหัวใจ เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคมสิริอายุ 95 ปี 4 เดือน มีบุตรและธิดารวมทั้งสิ้น 6 คน
ก่อนถึงแก่อนิจกรรม ท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์ ได้เขียนพินัยกรรมด้วยลายมือของท่านสั่งไว้ว่า …
คำสั่งถึงลูกๆ ทุกคน
เมื่อแม่สิ้นชีวิต ขอให้ปฏิบัติดังต่อไปนี้
1) นำส่งโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ทันที เมื่อหมอตรวจว่าหมดลมหายใจแน่แล้ว
2) ไม่ขอรับเกียรติยศใดๆ ทั้งสิ้น
3) ประกาศทางวิทยุ และลงหนังสือพิมพ์เพื่อแจ้งข่าวให้ญาติมิตรทราบ
4) ไม่มีการสวดอภิธรรม ทั้งนี้ไม่รบกวนญาติมิตรที่ต้องมาร่วมงาน
5) มีพิธีไว้อาลัยที่สถาบันปรีดี พนมยงค์ โดยนิมนต์พระที่แม่นับถือแสดงธรรมกถา (เช่นเดียวกับที่จัดให้ปาล) และทำบัตรสำหรับหนังสือที่ระลึก
6) ไม่รบกวนญาติมิตร ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้ หรือเงินช่วยทำบุญ
7) เมื่อโรงพยาบาลคืนศพมาก็ทำการฌาปนกิจอย่างเรียบง่าย
8) ให้นำอัฐิและัอังคารไปลอยที่ปากน้ำเจ้าพระยาซึ่งเป็นสถานที่ๆ แม่เกิด
9) หากมีเงินบ้าง ก็ขอให้บริจาคเป็นทาน แก่มูลนิธิต่างๆ ที่ทำสาธารณกุศล
10) ขอให้ลูกทุกคนปฏิบัติตามที่แม่สั่งไว้่อย่างเคร่งครัด ไม่ต้องฟังความเห็นผู้หวังดีทั้งหลาย ลูกๆ ที่ปฏิบัติตามคำสั่งแม่ จงมีความสุข ความเจริญ
พูนศุข พนมยงค์
เขียนไว้ที่บ้านเลขที่ 172 สาธร 3 เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2541
ชี้ปปง.สอบทรัพย์สินคนหนุนเงินพธม.ไม่ได้ เชื่อตร.แก้เก้อ
ที่มา มติชนออนไลน์
แหล่งข่าวจากกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม ถึงกรณี พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นำบัญชีรายชื่อบริษัทและกลุ่มบุคคลที่สนับสนุนการชุมนุมประท้วงของกลุ่มพันธมิตรประชาชน ส่งให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) ตรวจสอบธุรกรรมการเงิน เนื่องจากเห็นว่าเป็นการบริจาคเพื่อสนับสนุนการประท้วงปิดสนามบิน ซึ่งเข้าข่ายการก่อการร้ายว่า การให้ข่าวดังกล่าวน่าจะเป็นการให้สัมภาษณ์ เพื่อแก้เกี้ยวกรณีที่ไม่สามารถดำเนินคดีอาญากับกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงได้ ทั้งนี้ ป.ป.ง.ไม่สามารถตรวจสอบธุรกรรมการเงินได้เพราะยังไม่มีการตั้งข้อหาก่อการร้าย ประกอบกับกฎหมายฟอกเงินบัญญัติความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายไว้ว่า การกระทำใดๆ อันก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ระบบขนส่งสาธารณะและระบบโทรคมนาคม หรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะ แต่มีข้อยกเว้นว่า ต้องไม่ใช่การกระทำในการเดินขบวน ชุมนุม ประท้วง โต้แย้งหรือเคลื่อนไหว เพื่อเรียกร้องให้รัฐช่วยเหลือ หรือให้ได้รับความเป็นธรรมอันเป็นการใช้เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ไม่เป็นการกระทำความผิดฐานก่อการร้าย
แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า ป.ป.ง.เป็นหน่วยงานกึ่งอิสระ ไม่สังกัดกระทรวงใด แต่ขึ้นตรงต่อรัฐมนตรีว่าการยุติธรรม แต่ขณะนี้ไม่สามารถตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินใดๆ ได้ เนื่องจากไม่มีคณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ไม่มีคณะกรรมการธุรกรรม และไม่มีเลขาธิการ ป.ป.ง.การทำงานทุกอย่างถือว่าสะดุดหยุดลงทั้งหมด
เสื้อแดงบุกประท้วง 'เนวิน-ปชป.'
ที่มา ไทยรัฐ
เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. ที่ จ.เชียงใหม่ นางกัญญาภัค มณีจักร แกนนำกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ได้นำสมาชิกประมาณ 50 คน ไปรวมตัวที่หน้าบริษัทเชียงใหม่คอนสครัคชั่น อ.เมืองเชียงใหม่ ของนายคะแนน สุภา พ่อตาของนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำกลุ่มเพื่อนเนวิน โดยได้นำพวงหรีดและหุ่นนายเนวิน ใช้ผ้าอนามัยเปื้อนสีแดงคาดปาก และเขียนกระดาษคล้องคอหุ่นว่า “พญางูเห่า เนวิน ชิดชอบ ไอ้เนรคุณแผ่นดิน” พร้อมภาพโปสเตอร์นายเนวินยืนยิ้มเคียงข้างนายอภิสิทธิ์ พร้อมเขียนว่า “นายอภิสิทธิ์ผู้กระหายอยากเป็นนายกรัฐมนตรี และนายเนวินเนรคุณผู้มีบุญคุณผู้ที่ให้ชีวิตใหม่แก่มัน” จากนั้นนางกัญญาภัคได้กล่าวปราศรัยโจมตีนายเนวิน โดยระบุว่าเป็นงูเห่าไปร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์จัดตั้งรัฐบาล และประกาศจะไม่ให้นายเนวินมาเหยียบแผ่นดินเชียงใหม่ เพราะเป็นผู้ที่ทรยศผู้มีพระคุณ และยังฝากให้ลูกน้องของนายเนวิน ให้ลาออกจากการเป็น ส.ส. จากนั้นใช้น้ำมันราดจุดไฟเผาหุ่นนายเนวิน พร้อมส่งเสียงไชโยโห่ร้องกันกึกก้องก่อนแยกย้ายกันกลับ
นางกัญญาภัคกล่าวว่า กลุ่มรักเชียงใหม่ 51 จะเปิดเวทีปราศรัยที่หน้าโรงแรมแกรนด์วโรรสพาเลซ และจะชุมนุมยาวไปถึงวันที่ 15 ธ.ค. เพื่อเตรียมจัดส่งกลุ่มคนเสื้อแดงในภาคเหนือ ไปร่วมชุมนุมกดดันกับกลุ่ม นปช. ในวันโหวตเลือกนายกฯที่หน้ารัฐสภาอีกด้วย
ม็อบเสื้อแดงบุกประชาธิปัตย์
ที่พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อเวลา 17.30 น. วันเดียว กัน ได้มีสมาชิกแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ แห่งชาติ (นปช.) ประมาณ 50 คน นำโดยนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข นำรถกระบะติดเครื่องกระจายเสียง มาชุมนุมบริเวณหน้าที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมกล่าวโจมตีพรรคประชาธิปัตย์ว่า ไม่มีความสง่างามในการจัดตั้งรัฐบาล เนื่องจากเป็นผู้สนับสนุนสำคัญของกลุ่มพันธมิตรฯ ก่อการร้ายยึดทำเนียบรัฐบาล สนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง จึงต้องการส่งสัญญาณเตือนพรรคประชาธิปัตย์ ที่จะมาเป็นรัฐบาลว่า จะต้องถูกติดตาม ตรวจสอบและกดดันในการบริหารประเทศ จากกลุ่มคนเสื้อแดงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการดำเนินคดีกับกลุ่มพันธมิตรฯ ที่สร้างความเสียหายให้กับประเทศ และยืนยันว่าวันที่ 15 ธ.ค. ที่จะมีการเลือกนายกฯ นปช.จะไปชุมนุมคัดค้านที่หน้ารัฐสภา ตั้งแต่เวลา 07.00 น. ซึ่งการไปครั้งนี้จะเป็นการชุมนุมอย่างสงบ สันติ อหิงสา ปราศจากอาวุธ ไม่มีการปิดล้อมรัฐสภา ให้สมาชิกรัฐสภาทุกคนเข้าไปทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ
“พายัพ” ไม่หวั่น ปชป.ตั้งรัฐบาล
เย็นวันเดียวกัน นายพายัพ ชินวัตร น้องชาย พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางมายังที่ทำการพรรคเพื่อไทย โดยนายพายัพกล่าวว่า มั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ เพราะมีมากกว่าพรรคประชาธิปัตย์ที่มี 165 เสียง ขั้วประชาธิปัตย์ก็หล่นได้ ดังนั้น ไม่มีอะไรที่แน่นอน แม้พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลก็ไม่กลัว ไม่หวั่นไหว วันนี้ไม่ว่าใครเป็นฝ่ายตั้งรัฐบาลก็มีปัญหา ส่วนกรณีที่นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำกลุ่มเพื่อนเนวิน ไปสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ ถือเป็นสิทธิของนายเนวิน สามีภรรยาแต่งงานกันมา 30 ปียังหย่าได้ เมื่อถามว่าบางฝ่ายตั้งข้อสังเกตเป็นการเนรคุณนายใหญ่ นายพายัพตอบว่า บางทีลูกไม่เชื่อฟังพ่อแม่ ถามว่าเนรคุณหรือไม่ คงไม่ใช่ แต่ลูกอาจมีความเห็นที่แตกต่างออกไปก็ได้ เมื่อถามว่ามีข่าว พ.ต.ท.ทักษิณพยายามเข้ามาจัดตั้งรัฐบาล นายพายัพตอบว่า พ.ต.ท.ทักษิณรักชาติอยากทำอะไรเพื่อชาติ ทุกวันนี้ประชาชนเห็นผลงานที่ พ.ต.ท.ทักษิณสร้างไว้ จนประเทศเกิดความเจริญสังคมยอมรับ ดังนั้น จะให้ พ.ต.ท. ทักษิณอยู่นิ่งๆคงไม่ใช่ ส่วนที่ พ.ต.ท.ทักษิณประกาศต่อสู้ทางการเมืองขั้นแตกหัก คงเป็นการต่อสู้เรื่องความยุติธรรมมากกว่า คงไม่ใช่อยากเอาชนะ ไม่ใช่การทำสงคราม แต่เป็นการหาเหตุผลความถูกต้อง ความยุติธรรม