WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Sunday, December 14, 2008

จริยธรรมการเมือง ย้ำสำนึกนักการเมือง

ที่มา ไทยรัฐ

จริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เป็นประเด็นที่สังคมไทยเริ่มให้ความตระหนัก มีการพูดถึงกันมากในช่วงนี้

วันเดียวกัน เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ขณะที่ศาลอาญามีคำพิพากษาจำคุกคุณหญิงพจมาน ชินวัตร และนายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ คนละ 3 ปี รวมทั้งจำคุกนางกาญจนาภา หงษ์เหิน เลขานุการคุณหญิงพจมาน 2 ปี ฐานร่วมกันหลีกเลี่ยงภาษีโอนหุ้นชินคอร์ป ทำให้รัฐขาดรายได้ 546 ล้านบาท

สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินได้จัดให้มีการสัมมนาในหัวข้อ “จริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550”

โดยเชิญ ศาสตราจารย์ธานินทร์ กรัยวิเชียร องคมนตรี แสดงปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “จริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองฯ”

อาจารย์ธานินทร์เปิดประเด็นว่า ความจริงเมืองไทยตระหนักและให้ความสำคัญเกี่ยวกับความเสื่อมโทรมทางศีลธรรม และจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มาตั้งแต่ตอนที่ประกาศใช้รัฐธรรมนูญฯ พ.ศ.2540

มาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญฯ ปี 40 กำหนดให้รัฐต้องจัดให้มีแผนพัฒนาการเมือง จัดทำมาตรฐานทางคุณธรรมและจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ข้าราชการ พนักงานหรือลูกจ้างอื่นของรัฐ เพื่อป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบ และเสริมสร้างประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่

ผลของมาตรา 77 ในรัฐธรรมนูญฯ ปี 40 ทำให้มีการจัดทำประมวลจริยธรรมขึ้นสำหรับหน่วยงานของรัฐแทบทุกแห่ง

แต่ อ.ธานินทร์บอกว่า เป็นที่น่าเสียดาย ม.77 ยังมีจุดอ่อน ตรงที่ขาดสภาพบังคับ เพราะไม่มีบทกำหนดโทษ ในกรณีที่มีการฝ่าฝืนจริยธรรม หรือไม่มีการลงโทษผู้ละเมิดจริยธรรมตามความร้ายแรงของความผิดอย่างเพียงพอ

จึงทำให้ประมวลจริยธรรม ตาม ม.77 ของรัฐธรรมนูญปี 2540 ขาดประสิทธิภาพ

เพื่อแก้ไขข้อบกพร่องที่เกิดขึ้น รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 จึงได้กำหนดไว้ในมาตรา 279 วรรค 2 ว่า

การจัดทำจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง... จะต้องมีกลไกและระบบในการดำเนินงาน เพื่อให้การบังคับใช้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งกำหนดขั้นตอนการลงโทษตามความร้ายแรงแห่งการกระทำ

อ.ธานินทร์บอกว่า เหตุผลที่ต้องมีการจัดทำประมวลจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และเจ้าหน้าที่ของรัฐ เป็นเพราะทุกวันนี้ สังคมไทยกำลังประสบปัญหาเกี่ยวกับจิตสำนึกด้านจริยธรรม เป็นอย่างมาก

โดยเฉพาะการทุจริตคอรัปชัน ที่เกิดขึ้นในทุกวงการ ไม่ว่าจะเป็นวงการเมือง วงราชการ และภาคธุรกิจเอกชน

ปัญหาดังกล่าว นับวันยิ่งมีแนวโน้มเลวร้ายลงเป็นลำดับ ยังแพร่ระบาดในวงกว้าง ลึก และซับซ้อนยิ่งขึ้น มีการพัฒนากลเม็ด และวิธีการที่แยบยล

ยกตัวอย่าง การเป็นคู่สัญญา หรือมีส่วนได้เสียในสัญญาของหน่วยงานที่ตนสังกัด หรือใช้ประโยชน์จากการรู้ข้อมูลภายใน เพื่อประโยชน์ของตน หรือการนำโครงการสาธารณะลงในเขตเลือกตั้ง เพื่อใช้ประโยชน์ทางการเมือง เป็นต้น

อ.ธานินทร์บอกว่า วิกฤตการณ์เหล่านี้ กลายเป็นเรื่องธรรมดาในสังคมไทย ที่ทุกคนล้วนทราบดี แต่ที่น่าเป็นห่วงยิ่งกว่า ก็คือ มีแนวโน้มที่การทุจริตคอรัปชันจะได้รับการยอมรับจากสังคมมากขึ้นไปเรื่อยๆ

“คนส่วนหนึ่งมีทัศนคติว่า โกงกินบ้าง ก็ไม่เป็นไร ขอให้มีผลงานก็พอ และมองว่าการซื่อสัตย์สุจริต เป็นคนโง่ที่ถูกเอาเปรียบ สามารถยอมทนต่อการทุจริตได้ ทั้งที่เมื่อเทียบผลงานที่ได้รับ กับความเสียหายที่เกิดกับประเทศชาติ การทุจริตไม่อาจทำให้ได้ผลงานที่มีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน”

“สังคมไทยยุคใหม่ เป็นสังคมวัตถุนิยมที่เห่อคนร่ำรวย คนมีอำนาจ เพื่อหวังไว้พึ่งพา โดยไม่คำนึงว่าเขาร่ำรวย หรือมีอำนาจมาอย่างไร ทางแก้ ก็คือ ต้องทำให้ผู้บริหารเป็นคนดี แต่เวลานี้ยังหาไม่ได้ เพราะมีแต่พวกมือถือสาก”

อ.ธานินทร์บอกว่า หลายคนอาจสงสัย ในเมื่อมีกฎหมายเกี่ยวกับวินัย และกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตบังคับใช้อยู่แล้ว และในอนาคตยังจะมีกฎหมายว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการ

ขัดกันของผลประโยชน์ส่วนบุคคล และผลประโยชน์ส่วนรวมใช้บังคับอีกฉบับ

เหตุใดรัฐธรรมนูญจึงต้องกำหนดให้มีการจัดทำมาตรฐานทางจริยธรรม ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และเจ้าหน้าที่ของรัฐ ในรูปของประมวลจริยธรรมขึ้นมาอีก

คำตอบ ก็คือ กฎหมายที่ใช้บังคับอยู่นั้น เป็นกฎหมายที่มีสภาพบังคับโดยทั่วไป ซึ่งเน้นไปที่มาตรการการลงโทษ หรือปราบปรามหลังจากที่มีความผิดเกิดขึ้นแล้ว

ส่วนประมวลจริยธรรม เป็นกฎหมายประเภทหนึ่ง แต่ใช้บังคับเฉพาะวิชาชีพหนึ่งๆ ซึ่งเน้นไปที่การแนะแนวทางในการประกอบวิชาชีพของผู้ประกอบวิชาชีพว่า ควรปฏิบัติหน้าที่ และดำรงตนอย่างไร จึงจะมีประสิทธิภาพและเกิดความเหมาะสมสูงสุด

อ.ธานินทร์ยกตัวอย่าง หากท่านเป็นข้าราชการผู้มีหน้าที่วินิจฉัยชี้ขาดการประกวดราคา เพื่อก่อสร้างและจัดซื้อพัสดุสำหรับหน่วยงานราชการ ว่าผู้เข้าประกวดรายใดจะเป็นผู้ชนะการประกวด

เมื่อท่านได้วินิจฉัยชี้ขาดไปแล้ว ผู้ชนะการประกวดได้นำเงินมามอบให้ท่านเป็น สินน้ำใจ จำนวนหนึ่ง แม้ว่าก่อนการวินิจฉัยชี้ขาดท่านไม่เคยเรียกร้อง หรือมีข้อตกลงว่าท่านจะช่วยเหลือผู้ชนะการประกวดราคาก็ตาม

จะเห็นว่า หากท่านรับสินน้ำใจนั้นไว้ ท่านไม่ได้กระทำผิดกฎหมายแต่ประการใด แต่ในด้านจริยธรรมนั้น ถือว่าท่านไม่มีสิทธิที่จะได้รับผลประโยชน์ใดๆ จากการปฏิบัติงานในหน้าที่ทั้งสิ้น

ทั้งนี้ เพราะจะทำให้มีบุญคุณต่อกัน อันอาจชักนำให้มีการปฏิบัติหน้าที่ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบในครั้งต่อๆไป และจะเป็นที่ครหา ทำให้เกิดความเคลือบแคลงระแวงสงสัยแก่บุคคลทั่วไปได้ว่า ที่ผ่านมามีการให้ผลประโยชน์อันใดก่อนการวินิจฉัยหรือไม่

อาจารย์ธานินทร์สรุปทิ้งท้ายไว้ว่า ดังนั้น การจัดทำประมวลจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามที่รัฐธรรมนูญฯ ปี 50 กำหนด นอกจากผู้ตรวจการแผ่นดินควรจัดทำประมวลจริยธรรมอันเป็นมาตรฐานกลางขึ้นมา 1 ฉบับ บัญญัติเนื้อหาให้มีความสมบูรณ์อยู่ในตัว ทั้งในแง่การปฏิบัติหน้าที่ การดำรงตน กลไกควบคุมตรวจสอบ

เพื่อให้เป็นไปตามประมวลจริยธรรม และบทกำหนดโทษเมื่อมีการฝ่าฝืน

ในบทบัญญัติของประมวลจริยธรรม ควรเขียนไว้ให้แจ้งชัด กระชับ เฉียบคม และมีคำอธิบายประกอบว่า บทบัญญัติแต่ละข้อ มีวัตถุประสงค์ อย่างไร เพื่อจะได้ปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมได้อย่างถูกต้อง

อ.ธานินทร์ให้ข้อคิดทิ้งท้ายว่า ปัญหาทุจริตคอรัปชันที่เกิดขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการที่คนทั่วไปขาดการเอาใจใส่ตรวจสอบ ดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือเจ้าพนักงานของรัฐ ที่ทุจริตคอรัปชัน

“การมีความคิดว่า ฉันไม่เกี่ยว หรือธุระไม่ใช่ ทำให้สังคมไทยขาดจิตสำนึกสาธารณะ ซึ่งเป็นสิ่งที่มีผลต่อการรักษาเกียรติภูมิของประเทศชาติ และความรับผิดชอบในศีลธรรมต่อสังคมส่วนรวม”.

ใกล้ถึงขั้นสุดท้าย

ที่มา ไทยรัฐ

เฮ้ยไอ้น้อง เอ็งต้องมองไปที่จุดหมายปลายทางอย่างเดียวนะ อย่าวอกแวก อะไรที่เกิดระหว่างทางอย่าไปสนใจ สถานการณ์จะเพี้ยนไปเพี้ยนมาก็แค่หมากหลายชั้น หลอกตาคู่ต่อสู้และคนดู แต่ที่สุดเลย คนกำหนดเกมเล่นเขาปักธงไว้แล้ว”

ครับ ถึงตรงนี้ผมคงต้องเสียค่าบูชาครูให้กับเซียนการเมืองเจ้าของประโยคข้างต้นนี้

เพราะเซียนการเมืองคนที่ว่า พูดกับผมมาตั้งแต่วันตัดสินคดียุบพรรคไทยรักไทย ดองเค็มสมาชิกบ้านเลขที่ 111 ล้างบางเครือข่ายของอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ฝุ่นควันปฏิวัติรัฐประหารยังไม่ทันจางดี

ของแท้ แผนบันได 4 ขั้น

เป้าหมายผลักดันพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลในโอวาทอำมาตย์ กำหนดกระบวนการขับเคลื่อนประเทศไทยภายใต้รูปแบบรัฐราชการ

นาทีนี้ใกล้ความจริงกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ไปแล้ว

ย้อนแกะรอยกันมาตั้งแต่แผนบันไดขั้นแรกรัฐประหาร บันไดขั้นสอง ยุบพรรคไทยรักไทย แบนนักเลือกตั้งอาชีพ

ในสังกัด “นายใหญ่” เดินเกมลึกสั่งการใต้ดินหลังเลือกตั้งใหญ่ ปลายปี 2550 ให้พรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนจัดรัฐบาลร่วมกับพรรคชาติไทยและพรรคเพื่อแผ่นดิน

โดยมีทหารเป็นพี่เลี้ยงประคองเกมอยู่เบื้องหลัง

แม้จะก้าวพลาดตกบันได และก็เป็นคนชื่อ “บรรหาร ศิลปอาชา” ที่เจ็บปวดกว่าใคร ถูกพันธมิตรฯ อย่างพรรคประชาธิปัตย์ตีท้ายครัวพื้นที่ภาคกลางไปหลายเขต โดยเฉพาะจังหวัดชลบุรี ฐานใหญ่ของ “กำนันเป๊าะ” นายสมชาย คุณปลื้ม ที่ว่าแข็งโป๊ก ยังถูกตีแตกกระเจิง

ตัวเลขผิดเป้าหมาย สุดท้ายด้วยเงื่อนไขบังคับ ก็ต้องซมซานกลับไปจับขั้วตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชนกอดคอล่มหัวจมท้ายกับเครือข่าย “ทักษิณ”

และนั่นก็นำมาซึ่งมหันตภัยครั้งใหญ่ของชีวิต โดนโทษประหารทางการเมืองในคดียุบพรรค จากมังกรกลายเป็นมังกือโดนเด็ดหัวเด็ดหาง

แต่ “บรรหาร” ก็เจ็บไปคนเดียว ในขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ ถึงจะไม่เข้าเป้าตามแผน แต่ก็ไม่ได้ขาดทุน แถมยังได้พี่เลี้ยงคอยช่วยแอบตกปลาในบ่อเพื่อน ค่อยๆรุกเงียบเข้ายึดหลายจังหวัดภาคกลางฐานใหญ่ของมังกรสุพรรณบุรี

สะสมแต้มรอจังหวะให้พี่เลี้ยงอุ้มขึ้นบันไดขั้นสุดท้ายตามแผน

รัฐบาลพรรคเดียว.

“กำปั้นหยก”

จวก 'อนุพงษ์' จุ้นการเมืองทำกองทัพตก

ที่มา ไทยรัฐ

เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทยระบุว่ากองทัพอยู่เบื้องหลังการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ว่า ลองคิดย้อนหลังไปการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ก็มีการตำหนิกองทัพ และนักการเมืองไม่เคยเห็นกองทัพอยู่ในสายตา วันนี้มีข่าว ผบ.ทบ.ไปเชิญนักการเมืองมาพบ ถามว่า ผบ.ทบ.เอาอำนาจที่ไหนไปทำอย่างนั้น ไม่มี แต่ที่เขามาเพื่อมาขอคำปรึกษา และนักการเมืองก็มีการพูดคุยกันมาก่อนแล้ว เพียงมาหยั่งเสียงทหารว่าเห็นด้วยหรือไม่ ซึ่ง ผบ.ทบ.ก็บอกไม่ว่าอะไรขอให้ดำเนินการกันไป แต่ให้นึกถึงผลประโยชน์ของชาติและส่วนรวม

โวยวันนี้มีแต่ให้ข้อมูลเท็จ

เมื่อถามว่า ผู้ดำเนินรายการ “ความจริงวันนี้” พาดพิงว่า ทหารมีส่วนทำให้รายการถูกงดออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที พ.อ.สรรเสริญกล่าวว่า ไม่เกี่ยวกับกองทัพ เพราะรายการความจริงวันนี้อยู่สถานีโทรทัศน์เอ็นบีที ทหารทำอะไรไม่ได้ ข้อมูลที่เกิดขึ้นในสังคมเวลานี้ส่วนใหญ่เป็นข้อมูลเท็จเพื่อโฆษณาชวนเชื่อ รวมทั้งการออกมาระบุว่ากองทัพอยู่เบื้องหลังการจัดตั้งรัฐบาลนั้น พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก และตนในฐานะโฆษกกองทัพบก ชี้แจงมาตลอดว่า เรื่องการเมืองกองทัพไม่เคยเข้าไปเกี่ยวข้อง สิ่งที่เกิดขึ้นคือนักการเมืองเขามาขอคำปรึกษา ผบ.ทบ. จึงให้คำปรึกษาไปโดยไม่ได้ชี้นำ แต่ให้นักการเมืองสำนึกถึงผลประโยชน์ ของชาติเท่านั้น เมื่อถามว่า ผู้ดำเนินรายการความจริงวันนี้ระบุว่ากองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ส่งกำลังไปบล็อกไม่ให้ประชาชนเดินทางมาร่วมชุมนุม พ.อ.สรรเสริญกล่าวว่า กองทัพไปสั่งประชาชนได้หรือ หากสั่งได้คงไม่ไปสั่งอย่างนั้น แต่ไปสั่งคนที่จะออกมาพูดไม่ดีกว่าหรือ ส่วนการโฟนอินไม่ขอวิจารณ์ เพราะเป็นเรื่องการเมือง

“อนุพงษ์” จุ้นการเมืองทำกองทัพตก

วันเดียวกัน พล.ท.พิรัช สวามิวัศดิ์ นายทหารคนสนิท พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการลับ ลวง พราง ทางสถานีวิทยุเอฟเอ็ม 100.5 ภายหลัง พล.อ.ชวลิต ลาสิกขาว่า สำหรับสถานการณ์การเมืองขณะนี้ พล.อ.ชวลิตคงต้องนิ่ง รอดูสถานการณ์อีกสักพัก แต่ไม่ได้ทิ้งบ้านเมือง ยังสดับตรับฟังสถานการณ์บ้านเมืองอย่างใจจดใจจ่อ สิ่งที่ท่านเป็นห่วงขณะนี้คือ ความยากจนของเกษตรกร ปัญหา 3 จังหวัดภาคใต้ และปัญหาชายแดน ซึ่งท่านอาจจะชี้แนะให้กับผู้ที่รับผิดชอบดำเนินการ เมื่อถามถึงกรณีที่ออกมาตำหนิกองทัพที่เข้าไปแทรกแซงการเมือง พล.ท.พิรัชตอบว่ากองทัพเข้าไปยุ่งการเมืองชัดเจนมากไป ทางกองทัพคงไม่ทราบว่า คนข้างนอกตำหนิกองทัพมากมาย ซึ่ง พล.อ.ชวลิตเป็นห่วง จึงได้มีการเตือนไปแล้ว แต่ไม่รู้ว่าจะเข้าใจหรือไม่ เพราะเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับภารกิจของกองทัพควรให้การเมืองจัดการ สถานการณ์จะคลี่คลาย สถานการณ์ขณะนี้กองทัพต้องถอยกลับเข้ามาทำงานเกี่ยวกับเรื่องกองทัพโดยตรงไม่ใช่เกี่ยวกับเรื่องการเมือง และต้องทบทวนว่าภารกิจของกองทัพคืออะไร ซึ่งการออกมาสะเปะสะปะจะทำให้กองทัพเสื่อม คนจะไม่เคารพนับถือ หรือมั่นใจเหมือนสมัยเก่า กองทัพจะตกต่ำ น่าเป็นห่วงมาก

อัดนักการเมืองทำตัวน่ารังเกียจ

เมื่อถามว่า หากมีการทาบทาม พล.อ.ชวลิตให้เข้าร่วมรัฐบาล จะรับตำแหน่งหรือไม่ พล.อ.ชวลิตตอบว่าไม่ คงเปิดโอกาสให้น้องๆได้แสดงความสามารถบ้าง เมื่อถามถึงกรณีที่เคยมีการวางตัว พล.อ.ชวลิต เป็นนายกฯของรัฐบาลแห่งชาติ พล.ท.พิรัชตอบว่า ไม่มีใครเคยมาทาบทาม หรือพูดคุย แต่แนวคิดเรื่องรัฐบาลแห่งชาติท่านเป็นคนเริ่มต้นก่อน เพราะการมีรัฐบาลแห่งชาติจะประสานในเรื่องความสามัคคีของคนในชาติเป็นเรื่องสำคัญ แต่ดูจากสถานการณ์ขณะนี้คงไปสู่จุดนั้นไม่ได้ เพราะต่างฝ่ายต่างพยายามพุ่งเข้าไปเป็นรัฐบาล โดยไม่ได้นึกถึงบ้านเมือง เอาแต่ประโยชน์ส่วนตัวมากกว่า ซึ่งน่ารังเกียจมาก ส่วนกรณีที่ท่านเคยถูกวางยาใน สมัยที่ดำรงตำแหน่งรองนายกฯนั้น ท่านรู้แต่ท่านไม่พูด เพราะท่านไม่เคยโกรธหรืออาฆาตใคร

แค่ชิงแต้มนำครึ่งตัว

ที่มา ไทยรัฐ

09.30 น. วันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม 2551 นาทีแห่งความระทึกใจ

ภายหลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้เปิดประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา โดยที่นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ได้สั่งบรรจุวาระประชุมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีทันที

โดยเกมที่ยังพลิกไปพลิกมา

ที่แน่ๆ สถานการณ์ไหลมาถึงนาทีสุดท้าย ตัวแปรดูเหมือนจะอยู่ที่พรรคเพื่อแผ่นดิน ในฐานะพรรคที่มีเสียงเลื่อนขึ้นมาอยู่อันดับสามของสภาฯ

ในลีลาพลิ้วไปพลิ้วมาของ “อินทรีอีสาน” พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ทิ้งทุ่นทางโทรศัพท์กับนักข่าว ก่อนหลบออกจากโรงพยาบาลไปซุ่มเก็บตัวหนีคำถามให้ฟันธงตกลงจะเลือกอยู่ขั้วไหน

“เรื่องนี้ตัดสินใจแค่เสี้ยววินาทีก็ทันอยู่แล้ว”

ดึงจังหวะลุ้นโควตา “นายกฯส้มหล่น”

เอาเป็นว่า ไม่ใช่แค่ “ป๋าเหนาะ” นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ที่แถลงออกอากาศเสียงดังฟังชัด ชูชื่อ พล.ต.อ.ประชา เหมาะสมที่สุดกับตำแหน่งนายกฯรัฐบาลเพื่อชาติ ลึกๆกว่านั้นมีข่าวยืนยันว่า “นายใหญ่” เป็นคนต่อสายข้ามประเทศยื่นข้อเสนอกับหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดินด้วยตัวเอง

นี่แหละที่ทำให้ “อินทรีอีสาน” เกิดอาการฮึดสู้

แต่ปัญหาก็ติดอยู่ที่ว่า เมื่อเอกซเรย์เสียงหนุนในปีกของ พล.ต.อ.ประชาล็อกไว้ได้แค่ 8 เสียง โดยที่ส่วนใหญ่เป็น ส.ส.ระบบสัดส่วน

ในขณะที่ตัวเลขส่วนใหญ่ของพรรคเพื่อแผ่นดินอยู่ในกำกับของนายพินิจ จารุสมบัติ นายปรีชา เลาหพงศ์ชนะ และว่าที่ ร.ต.ไพโรจน์ สุวรรณฉวี ที่ล่าสุดได้ ส.ส.ของอดีตพรรคพลังประชาชนเข้ามาเพิ่มตัวเลขในสังกัด

สองปีกยังจูนคลื่นไม่ตรงกัน

แว่วๆเบื้องหลังการล็อบบี้หน้าดำหน้าเขียว เล่นกันดุถึงขั้นขึ้นมึงขึ้นกู มีเสียงขู่คำรามมาจากคนไกลแดนเขมร จะแจกกระสุนให้คนที่พูดกันไม่รู้เรื่อง

เจอบทเขื่องของ “พี่เอื้อย” พวกที่จะเทเสียงให้ประชาธิปัตย์เสียวสันหลังวาบเลย

“เพื่อแผ่นดิน” ยังจบไม่ลง

เช่นเดียวกับสถานการณ์ตัวเลขที่ยังไม่นิ่งของก๊วน ส.ส.กลุ่มเพื่อนเนวิน ที่ตามข่าวถูกต้อนไปเก็บตัวที่เซฟเฮาส์ของ “เสี่ยหนู” นายอนุทิน ชาญวีรกูล อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย สั่งปิดโทรศัพท์มือถือ ห้ามติดต่อโลกภายนอก

กระแสหนึ่งก็ว่า เป็นการประกันเสียงโหวตให้ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” แต่อีกกระแสก็ตอกลิ่มว่าลอบไปเจอกับ “นายใหญ่” ที่ฮ่องกงมาเรียบร้อย

ไม่ชัวร์ถึงเวลาจะขานชื่อให้ใคร

แต่ที่หักมุมเซอร์ไพรส์กันเลยก็คือ ทีม ส.ส.ชลบุรีของพรรคประชาธิปัตย์เอง ที่มีข่าวแพลมๆว่า แอบต่อสายกับแกนนำพรรคเพื่อไทย โดยอาศัยหัวเชื้อความไม่พอใจ “เทพเทือก” นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรค เป็นการส่วนตัว

จ้องโหวตสวน หรืองดออกเสียง “อภิสิทธิ์”

โดยแนวโน้มก็เป็นไปได้ที่จะมีการต่อรองโควตาเก้าอี้รัฐมนตรี แต่ที่แน่ๆกลุ่ม ส.ส.ชลบุรี ได้มาเพราะกระแสเครือข่ายม็อบพันธมิตรฯ

ไม่ใช่เนื้อแท้ประชาธิปัตย์ซะทีเดียว

ยามมั่วๆแบบนี้ อะไรก็เกิดขึ้นได้

แต่โดยเกมก็ต้องชิงแต้มการนำไว้ก่อน ไม่ต้องรอให้ฝุ่นควันจาง พรรคประชาธิปัตย์ปล่อยโผ ครม.ชุดใหม่ออกมาตีกินก่อนเลย

“อภิสิทธิ์” นายกรัฐมนตรี “เทพเทือก” ล็อกเก้าอี้ รมว.มหาดไทย “หม่อมเต่า” ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล อดีตผู้ว่าการ ธปท.นั่งเก้าอี้ รมว.คลัง ขณะที่พรรคร่วมรัฐบาลเก่าก็ยังได้โควตาเก้าอี้เดิม

อย่างน้อยก็ขยับนำไปครึ่งก้าว

แต่ที่ออกตัวไปก่อนแล้ว จับสัญญาณจากข้าราชการจมูกไวกว่าใคร

กับคิวที่กรมประชาสัมพันธ์สั่งเบรกรายการ “ความจริงวันนี้” งดออกอากาศกะทันหันระหว่างวันที่ 11-12 ธันวาคม โดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า

ประเมินทิศทางลม กรมกร๊วกชิงจังหวะเคลียร์มรดกของอดีตรัฐบาลพรรคพลังประชาชน รอรับ “ความจริงวันพรุ่งนี้” รัฐบาลภายใต้ยี่ห้อพรรคประชาธิปัตย์

แทงหวยเปลี่ยนขั้วใหม่แน่.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

"ความจริงวันนี้"งดโฟนอิน'ทักษิณ'แลกรัฐบาลเพื่อชาติ

ที่มา ประชาทรรศน์

'วีระ' ระบุจัดตั้งสถาบันคนเสื้อแดง ให้ 'ทักษิณ' เป็นสัญลักษณ์การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย เผย งดโฟนอิน เพื่อแลกกับพท.จัดตั้งรัฐบาล

นายวีระ มุสิกพงศ์ ผู้ดำเนินรายการ กล่าวบนเวทีปราศรัยที่สนามศุภชลาศัย ว่า ขอประกาศให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นสัญลักษณ์การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย และจะจัดตั้งสถาบัน คนเสื้อแดงขึ้นให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อพิทักษ์ประชาธิปไตย ต่อต้านเผด็จการทุกรูปแบบ เป็นระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

นายวีระ ยังกล่าวอีกว่ามีการใช้เทคโนโนโลยีทุกอย่างขัดขวาง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่ให้สื่อสารกับประชาชน โดยการถ่ายทอดสดครั้งนี้ได้ใช้เอ็มวี 5 ในการถ่ายทอดสด แต่ตั้งแต่เมื่อคืน วันที่ 2 ธันวาคม เอ็มวี 5 จอดำ มาครั้งหนึ่งแล้ว และในวันนี้เมื่อถึงช่วงเวลาสำคัญของการปราศรัย จอดำตลอด เพื่อความไม่ประมาท จึงได้ ทำวีทีอาร์สำรองไว้ และโฟนอินสด

ภายหลังเปิดวีซีดี พ.ต.ท.ทักษิณ จบ นายวีระกล่าวเพิ่มเติมว่า เดิมทีเดียวเราจะให้ พ.ต.ท. ทักษิณ โฟนอินสด แต่ ก็ถูกมองว่าจะทำให้เกิดปัญหา ฝ่ายตรงข้ามซึ่งจ้องจะขย้ำและมีเบื้องหลังที่เกี่ยวข้องกับการแย่งซีนจัดตั้งรัฐบาล แต่ความจริงแล้วเรากำลังมองถึงข้อเสนอของนาย เสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ที่ต้องการให้การจัดตั้งรัฐบาลที่เป็นรัฐบาลเพื่อชาติ ซึ่งนายเสนาะ และ พล.ต.อ. ประชา พรหมนอก หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ได้ขอร้องว่าอย่าโฟนอิน เพื่อให้ทั้งสองคนมีความน่าชื่อถือในการจัดตั้งรัฐบาลด้วยเหตุผลนี้ทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ โทรมาปรึกษาตนและนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อว่าการที่นายเสนาะ และ พล.ต.อ.ประชาขอแลกการโฟนอินกับการให้เราจัดตั้งรัฐบาลได้ ตนจึงแนะนำ พ.ต.ท.ทักษิณว่า ถ้า โมโหโกรธาเรื่องอะไรก็ให้ระบายกับตน แต่หากการงดโฟนอินแล้วทำให้เราได้รับชัยชนะในการโหวตเลือกนายกฯ ก็ควรจะทำ ซึ่งตรงนี้ของฝากไปยังพรรคเพื่อแผ่นดินว่าสัญญาต้องเป็นสัญญาลูกผู้ชาย เบี้ยวไม่ได้หักหลังไม่ได้ หากวันจันทร์นี้มีการหักหลังเกิดขึ้น พรรคประชาธิปัตย์สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ก็จะพบกับการรวมตัวของคนเสื้อแดงทั้งประเทศ

'จตุพร'ท้า'อนุพงษ์'เปิดทบ.จัดเวทีความจริงวันนี้สัญจร

ที่มา ประชาทรรศน์

'จักรภพ' จวก"พันธมิตรและผู้สนับสนุน" เป็นผู้ก่อการร้าย 'จตุพร'จี้'บิ๊กป๊อก'ขอโทษประชาชน ท้าเปิดกองทัพบก จัดเวทีความจริงวันนี้สัญจร

แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติหรือนปช.ได้สลับกันขึ้นปราศรัยบนเวทีความจริงวันนี้สัญจร ครั้งที่ 3 โดยมี ส.ส.พรรคเพื่อไทยเดินทางมาให้กำลังใจ อาทิ นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย ส.ส.สมุทรปราการ นายวิทยา ทรงคำ ส.ส.เชียงใหม่ พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ ส.ส.นครราชสีมา นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส.อุบลราชธานี นายประสงค์ บูรณพงศ์ ส.ส.นครพนม นายการุณ โหสกุล ส.ส.ดอนเมือง กรุงเทพฯ

ในเวลาประมาณ 15.45 น. นายมานิตย์ จิตจันทร์กลับ อดีตประธานคณะผู้พิพากษาศาลอาญา กล่าวบนเวทีรายการ ความจริงวันนี้สัญจร ว่า รัฐประหารซ่อนรูป คือการทำรัฐประหารโดยปราศจากอาวุธ ยกตัวอย่างเช่น การตัดสินให้มีการยุบ 3 พรรคการเมืองที่ผ่านมา เราเรียกว่า "ตุลาการปฎิวัติ" ซึ่งเป็นการทำปฎิวัติที่ร้ายแรงกว่าการใช้กำลัง

ด้านนายก่อแก้ว พิกุลทอง ผู้ร่วมดำเนินรายการความจริงวันนี้ กล่าวบนเวทีปราศรัยว่า หลังจากที่ประชาธิปัตย์จัดตั้งรัฐบาลแล้ว ก็ไม่แน่ใจว่ารายการความจริงวันนี้จะได้อยู่คู่ฟ้าคู่ประชาชนอีกหรือไม่ ตลอดเวลา 3 ปีที่เกิดการรัฐประหาร ประเทศไทยเปลี่ยนแปลงไปมากจากที่เคยสุขกายสบายใจก็ต้องกลับมาทุกข์ยากลำบาก รวมทั้งการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯยิ่งทำให้ประเทศชาติล่มจมมากขึ้น การใช้เสื้อเหลืองเป็นสัญลักษณ์ในการชุมนุมทำให้วันที่ 5 ธันวาคมที่ผ่านมาประชาชนใส่เสื้อเหลืองไม่ถึงสิบเปอร์เซ็นต์

"ทำไมบรรดาแม่ทัพนายกอง ประธานองคมนตรี จึงไม่ออกมาพูดหรือเคลื่อนไหวกับการกระทำของกลุ่มพันธมิตรที่นำเสื้อเหลืองมาเป็นสัญลักษณ์ รวมถึงการเคลื่อนไหวที่ผิดกฎหมายของพันธมิตรฯก็ไม่เห็นมีใครมาห้ามปราม หรือวิพากษ์วิจารณ์ หรือต่อว่าพันธมิตรฯแม้แต่คนเดียว ในขณะที่ กลุ่มพันธมิตรยึดสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง ยังคงลอยนวลพูดจาท้าทายเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยไม่เคยออกมาพูดขอโทษประชาชน แต่อ้างว่ากลุ่มตนได้รับชัยชนะ
" นายก่อแก้ว กล่าว

'จักรภพ'สับพันธมิตรผู้ก่อการร้ายทำลายเศรษฐกิจสากล

นอกจากนี้ นายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยว่า เป็นการก่อการร้ายสากล ที่ผ่านมากลุ่มพันธมิตรฯ ได้ทำลายเศรษฐกิจระดับสากล ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนไปทั่ว กฎเกณฑ์สากลกำหนดไว้ว่า หากประเทศไหนมีความขัดแย้งกันจนเจรจาไม่ได้ ประเทศต่างๆที่เป็นสากลจะเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ย แต่กลุ่มพันธมิตรฯไม่สามารถพูดจาไกล่เกลี่ยได้ จึงเข้าข่ายที่เรียกว่า "ผู้ก่อการร้าย" เนื่องจากสร้างความกลัวให้กับผู้อื่น มีการสอนให้ก่อการร้าย ฝึกอบรมกำลัง พกพาอาวุธ นั่นคือคนที่ไม่เคารพกฎเกณฑ์ของสากล และไม่ว่าจะเป็นองค์การสหประชาชาติ หรือเกณฑ์สากลต่างก็ใช้กติกาเดียวกัน คือสามารถลงโทษประหารชีวิตผู้ก่อการร้ายได้

"คำขวัญว่า “ต้านรัฐประหาร” จึงหมายถึงการต้านรัฐประหารทุกรูปแบบ ทั้งเต็มรูปและซ่อนรูป ขณะนี้ประชาชนรู้ทันหมดแล้วว่า การปิดล้อมสนามบินทั้งสองแห่ง ถือว่าก่อการร้าย ดังนั้นใครที่เป็นผู้สนับสนุนหรือให้ความช่วยกลุ่มพันธมิตรฯ ถือว่าเป็นผู้ก่อการร้ายทั้งนั้น สื่อต่างชาติประชาชนทุกหมู่เหล่า รู้ว่าใครอยู่เบื้องหลังการกระทำของกลุ่มพันธมิตรฯ อีกสองวันเราจะระดมกำลังเต็มที่เพื่อต่อต้านเผด็จการและการก่อการร้าย วันนี้ทราบว่าพี่น้องหลายคนฟังข่าวแล้วเจ็บใจ และอึดอัดใจ ฉะนั้นเราจะไม่ยอมให้เผด็จการซ่อนรูปจัดตั้งรัฐบาลได้ " นายจักรภพ กล่าว

นายจักรภพ ยังกล่าวอีกว่า 2-3 วันก่อนโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ขอให้ประชาชนทั่วประเทศที่รักประชาธิปไตยออกมาแสดงพลังกดดันส.ส.ให้คืนประชาธิปไตย อย่าร่วมกับฝ่ายเผด็จการ ขอให้คนเสื้อแดงบุกไปบ้านหรือโทรศัพท์ไปหาส.ส. เพื่อบอกว่าอย่าลืมบุญคุณประชาชน ดังนั้น ส.ส.ทุกคนมีโอกาสกลับตัวภายใน 48 ชั่วโมงนี้

'ตู่'ท้า'บิ๊กป๊อก'เปิดทบ.จัดเวทีความจริงวันนี้สัญจร

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย กล่าวบนเวทีปราศรัยว่า หากกองทัพปล่อยให้คนที่ไม่ได้เกณฑ์ทหารเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีได้ ก็ไม่จำเป็นให้ชายไทยรับใช้ชาติด้วยการเกณฑ์ทหาร ซึ่งตนอยากบอกกับนายอภิสิทธิ์ พล.อ.อนุพงษ์ และ พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบกว่า ในวันที่ 15 ธ.ค.เตรียมกินแห้วแน่นอนเพราะผู้ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปจะไม่ใช้นายอภิสิทธิ์แน่นอน นอกจากนี้การที่กลุ่มพันธมิตรประกาศข้อเรียกร้อง 13 ข้อให้รัฐบาลดำเนินการกับพวกตน รวมทั้งห้ามแก้รัฐธรรมนูญ ถ้าบ้านเมืองนี้เป็นนิติรัฐจริงๆ ก็ต้องเรียกร้องกับผู้บัญชาการเรือนจำเท่านั้น อย่างไรก็ตามอยากเรียกร้องใน 2 ข้อให้กับนายกรัฐมนตรีคนใหม่ที่ไม่ใช่นายอภิสิทธิ์ 1.ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญในทันที 2.ต้องดำเนินคดีกับกลุ่มพันธมิตรในข้อหากบฏและก่อการร้ายในทันที

นายจตุพร ยังกล่าวอีกว่า เมื่อเช้าที่ผ่านมามีการพยายามสร้างสถานการณ์ให้คนเสื้อแดงกลัวแล้วกลับบ้าน อีกทั้งยังมีความพยายามไม่ให้รายการความจริงวันนี้ออกอากาศเพื่อห้ามไม่ให้ประชาชนมาร่วมงานความจริงวันนี้ที่สนามศุภฯ แต่ปรากฎว่า ยิ่งห้ามคนยิ่งเยอะกว่าเดิม วันนี้เผด็จการเป็นชนิด ซ่อนรูป แต่ไม่ว่าจะเป็นเผด็จการชนิดไหน การรัฐประหารจะไม่สำเร็จอีกแน่นอน นายจตุพร ยังกล่าวอีกว่า ความจริงวันนี้ ครั้งต่อไป อยากจะจัดที่สนามกีฬากองทัพบก ขอให้พี่น้องสื่อมวลชน ช่วยถามผู้บัญชาการทหารบกว่า กล้าให้ไปจัดหรือไม่ ถ้ากล้าให้ใช้สถานที่เราก็กล้าจัด พวกเราชุมนุมอย่างสงบ ปราศจากอาวุธและสันติ แต่ขอยืนยันว่า จะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาปล้นประชาธิปไตยไปจากประชาชน ฉะนั้นขอเรียกร้องให้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ออกมาขอโทษประชาชน กรณีอยู่เบื้องหลังการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งถือว่าเป็นรัฐประหารซ่อนรูป

'ณัฐวุฒิ' หยอก 'มาร์ค'ระวังหลุดนายกฯเพราะเป็นปีชวด

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ร่วมดำเนินรายการ กล่าวบนเวทีปราศรัย ถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกอาการลุกลี้ลุกล้น เพื่อจะเป็นนายกรัฐมนตรีให้ได้ภายในปีนี้ ตนขอเตือนว่านายอภิสิทธิ์ควรระมัดเพราะปีนี้เป็นปีชวด ซึ่งก่อนหน้าที่ตนจะขึ้นเวทีปราศรัยได้โทรศัพท์คุยกับคนในพรรคเพื่อไทยและได้รับการยืนยันว่าการจัดตั้งรัฐบาลในครั้งนี้ไม่แพ้อย่างแน่นอน ทั้งนี้นายอภิสิทธิ์ มีความมั่นใจมากที่จะได้เป็นนายกรัฐมนตรี เพราะมีผู้บัญชาการทหารบกหนุนหลังรวมทั้งคนในชุดสีเขียวคนอื่นๆหลายๆคน พร้อมยืนยันว่าคนเสื้อแดงทุกคนที่มาในวันนี้ทุกคนเป็นเสรีชน ไม่มีใครจัดตั้ง ไม่มีใครหนุนหลัง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก พร้อมด้วยนายทหารติดตามเดินทางเข้าไปบริเวณหลังเวทีปราศรัยรายการความจริงวันนี้สัญจร พร้อมระบุว่า มาดูสถานการณ์ โดยเรียกร้องให้พล.อ.อนุพงศ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.และพล.อ.อ.อิทธิพร ศุภวงศ์ ผบ.ทอ.ออกมาขอโทษประชาชนกรณีเข้ามามีบทบาทในการจัดตั้งรัฐบาล

'มาร์ค'หน้าบาน 85ชาติหนุนตั้งรัฐบาล-นั่งนายกฯ

ที่มา ประชาทรรศน์

'อภิสิทธิ์'ตัวลอย 85 ประเทศสนับสนุนตั้งรัฐบาล-นั่งเก้าอี้นายกฯ มั่นใจพาประเทศฝ่าวิกฤตได้ ยันพร้อมตั้งใจทำงานเพื่อประชาชน พร้อมแนะจนท.ดูแลความปลอดภัยเสื้อแดงอย่างเหมาะสม

ที่พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ (13 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวบรรยายและร่วมสนทนากับเครือข่ายพรรคการเมืองเสรีประชาธิปไตยซึ่งมีตัวแทนพรรคการเมืองจาก 85 ประเทศ เกี่ยวกับหน้าที่ฝ่ายค้านในการปกป้องประชาธิปไตย ตัวแทนฝ่ายประชาธิปไตยกับการเลือกตั้ง และผลกระทบของนานาชาติกับการพัฒนาประเทศไทย

จากนั้นเครือข่ายฯ ออกแถลงการณ์สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ในการจัดตั้งรัฐบาล โดยเชื่อมั่นว่านายอภิสิทธิ์ จะเป็นนักการเมืองที่นำพาประเทศให้พ้นจากวิกฤตและมีประชาธิปไตยได้ เพราะจากประสบการณ์ของประเทศกลุ่มสมาชิกพบว่านักการเมืองเมื่อเป็นผู้นำจะบริหารประเทศได้ดีกว่านักธุรกิจ

นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ยังเดินหน้าตั้งรัฐบาลเพื่อชาติว่า คิดว่าทุกคนมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นและผลักดันในสิ่งที่ตัวเองเชื่อ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องปกติธรรมดาเมื่อนายเสนาะเป็นผู้เสนอแนวความคิดแล้วก็ต้องการผลักดันอะไร ก็ต้องเคลื่อนไหวต่อไป แต่ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์นั้นได้คุยกับพรรคร่วมรัฐบาลเดิมและกลุ่มการเมืองต่างๆ ที่ตกลงกันเรียบร้อยแล้วไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง และไปรอการลงคะแนนกันในวันที่ 15 ธ.ค.นี้

ผู้สื่อข่าวถามว่ากังวลว่ากลุ่มคนเสื้อแดงจะออกมาเคลื่อนไหวมากขึ้น หัวหน้าพรรคปชป.กล่าวว่า ตนรู้สึกไม่สบายใจข่าวเมื่อเช้านี้ ที่มีการปะทะเกิดความรุนแรงขึ้น จึงอยากฝากไปถึงเจ้าหน้าที่ให้ช่วยดูแลให้เกิดความสงบเรียบร้อย และขอให้ทุกฝ่ายที่ออกมาดำเนินการเคลื่อนไหวให้อยู่ในกรอบของกฎหมาย

เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ว่า วันที่ 15 ธ.ค.นี้อาจจะเลือกนายกฯไม่ได้ เพราะกลุ่มเสื้อแดงอาจจะมาปิดล้อมตั้งแต่คืนวันที่ 14 ธ.ค. นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราไม่ทราบว่าการตัดสินใจของแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงว่าเป็นอย่างไร แต่ถ้าทุกอย่างใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญตามกฎหมายก็ทำได้ แต่เจ้าหน้าที่ต้องบริหารจัดการดูแล เพื่อไม่ให้เดิกเหตุการณ์ซ้ำรอยเหมือนวันที่ 7ต.ค.2551หรือบทเรียนจากปัญหาการยึดสนามบินมาดูว่าทำอย่างไรให้เหมาะสม

ต่อข้อถามว่า กังวลหรือไม่ว่าหากได้เป็นนายกฯจะมีปัญหาเรื่องการทำงาน โดยเฉพาะที่จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นพื้นที่ของนายเนวิน ก็เริ่มมีกระแสต่อต้าน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ทุกอย่างอยู่ที่เสียงส่วนใหญ่ของสภา ในขั้นแรกถ้าเราได้รับความไว้วางใจตนพูดหลายครั้งแล้ว ว่าก็จะตั้งใจทำงานให้ทั้งประเทศ ไม่ว่าจะให้การสนับสนุนตนทางการเมืองหรือไม่ ซึ่งเชื่อว่าถ้าเป็นแนวทางนี้ คือ ใช้ความยุติธรรมนำไปสู่ความปรองดอง ก็จะค่อยๆ แก้ปัญหานี้ได้ เพราะคงไม่มีใครคาดคิดว่าปัญหาจะแก้ไขได้เร็ว เพราะต้องยอมรับว่าความแตกแยกหรือความขัดแย้งนี้สะสมมานาน แต่ตนยังเชื่อว่าถ้ารัฐบาลใหม่เป็นรัฐบาลที่ใช้อำนาจอย่างเป็นธรรม แก้ปัญหาให้คนทุกประเภทก็จะค่อยๆ สลายความขัดแย้งได้

เมื่อถามว่า จะลงพื้นที่อีสานบ่อยเป็นพิเศษเลยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คงต้องดำเนินการอย่างเหมาะสม ให้คนทั้งประเทศรู้สึกว่ารัฐบาลชุดใหม่เป็นของประชาชน สนใจปัญหาและแก้ปัญหาของประชาชน

ต่อข้อถามถึงกระแสข่าวที่ว่า พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เสนอตัวลงแข่งเป็นนายกฯ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ทุกคนมีสิทธิเสนอบุคคลที่ตนเองเห็นว่าเหมาะสมได้

'เอ็นบีที'ปัดทหารสั่งยุบรายการความจริงวันนี้

ที่มา ประชาทรรศน์

ผอ.เอ็นบีที ปฎิเสธ ทหารอยู่เบื้องหลังสั่งปลดรายการความจริงวันนี้ ระบุ เนื้อหาพาดพิงทำให้เกิดคดีความ เผย จะต่อสัญญาหรือไม่รอการพิจารณา

นายสุริยงค์ หุณฑสาร ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที กล่าวถึงกรณีผู้ดำเนินรายการ "ความจริงวันนี้" ออกมาระบุว่า เอ็นบีทีระงับการออกอากาศเพราะถูกทหารด่า ทั้งนี้ได้มีการแจ้งต่อนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ หนึ่งในผู้ร่วมดำเนินรายการว่า รายการมีคนชมและด่าทุกวัน ซึ่งรายการมีการพาดพิงถึงบุคคลอื่นทำให้เกิดคดีความและมีลักษณะสร้างความแตกแยก ทั้งนี้ คืนก่อนที่สถานีขอใช้ช่วงเวลา รายการความจริงวันนี้มีการพาดพิงถึงทหาร ทำให้มีประชาชนโทรเข้ามาต่อว่า ซึ่งไม่ใช่ทหาร ดังนั้นการที่ผู้ดำเนินรายการบอกว่ายุติการออกอากาศเพราะสถานีถูกกดดันจากทหารนั้นจึงไม่เป็นความจริง

ส่วนจะมีรายการความจริงวันนี้หรือไม่นั้นจะต้องดูรายละเอียด ในส่วนของข้อตกลงในสัญญา การประเมินรายการ รวมถึงการตอบสนองต่อสิ่งที่เคยทักท้วง ยืนยันว่าสถานีไม่ได้ถอดรายการดังกล่าวแต่จะต้องดูว่ามีรายการอื่นมีความจำเป็นกว่าหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ รายการความจริงวันนี้ยังมีอายุสัญญาอีก 1 เดือนจะต่อสัญญาอีกหรือไม่ต้องให้คณะกรรมการเป็นผู้พิจารณา

Saturday, December 13, 2008

"ทักษิณ"โผล่ผ่านวิดีโอเทปแค้นกลุ่ม "เพื่อนเนวิน"แช่งหักหลัง ปชช.ตายทั้งตระกูล ซัดใช้ระบบศาลปฏิวัติ

ที่มา มติชนออนไลน์

"ทักษิณ"งด"โฟนอิน" แต่โผล่ทางวิดีโอเทปแทน มามุขเดิมถูกกลั่นแกล้ง ลอบฆ่า ร่ายยาวประวัติตัเองใช้ยืนยันความจงรักภักดี ซัดใช้ระบบศาลปฏิวัติแทน จวกกลุ่มเพื่อน"แนวิน" นักการเมืองหักหลังประชาชน อ้างเคยจะพา"ทักษิณ"กลับประเทศ คุยห่วงลูกหลานลำบาก เศณษฐกิจทรุด

เมื่อเวลา 21.20 น. วันที่ 13 ธันวาคม ที่สนามศุภชลาศัย ในงาน"ความจริง วันนี้ สัญจร" ครั้งที่ 3 นายวีระ มุสิกพงศ์ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ขึ้นกล่าวปราศรัย ก่อนที่จะนำวีทีอาร์หรือวิดีโอเทปของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มาเปิดให้กลุ่มผุ้ชุมนุมเสื้อแดงนับหมื่นคนฟัง



ทั้งนี้พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า "...เป็นการพบกันอีกครั้งหนึ่ง เรื่องแรกที่เกิดขึ้น การเข้ายึดสนามบิน มีผลกระทบรุนแรงมากต่อความเชื่อมั่นประเทศไทย ไม่ว่าเรื่องการท่องเที่ยว และการลงทุน เศรษฐกิจของเรามีปัญหา ทั้งที่มีปัญหาอยู่แล้ว มีปัญหาสังคมตามมา ส่งออกลดลง วิกฤตสหรัฐ มีผลกระทบหมด สิ่งที่เกิดขึ้น ผมห่วงว่าลูกหลานที่จบการศึกษาปีนี้ จะไม่มีงานทำ บางคนพอมีฐานะดีหน่อยก็ไปเรียนต่อ



พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า เรื่องนี้จะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ ถามว่า จะแก้กันอย่างไร ถ้าไม่มีปัญหาการเมืองเกิดขึ้น ก็คงพอแก้ไหว แต่พอมีปัญหาการเมือง แก้ยากมาก การแก้ปัญหาการเมืองจะย้ายซ้ายไปขวา ขวาไปซ้าย ไม่ใช่ ถามว่า ทำไมไม่มีทางออก นั่นเพราะเราหวังจะเอาชนะกันมากเกินไป และเราก็จินตนาการจากความพอใจซึ่งกันและกัน แล้วไล่ล่า ไล่ล้างกัน ระบบทั้งระบบเสียหาย เพราะว่า เราใช้อารมณ์ ความคิดที่ไม่เป็นเรื่อง"


"สิ่งที่ผมเป็นห่วงวันนี้คือ การเมืองเรากำลังมีปัญหา นักการเมืองอยู่ในฐานะซึ่งทำงานได้ลำบาก คนมาเป็นรัฐบาลวันนี้ก็ทำงานลำบาก เพราะมีการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย เข้าข้างกัน ไม่เป็นลักษณะให้ระบบทำงานด้วยตัวเอง องค์กร หรือประเทศไหนก็ตาม ถ้าระบบทำงานไม่ได้ มีคนไปทำให้ระบบบิดเบี้ยวก็อยู่ไม่ได้ ยิ่งร้ายกว่านั้น ถ้าไม่เคารพการตัดสินใจของประชาชน ส่วนใหญ่ก็ไม่พอใจ"


"ผมดีใจที่คนเสื้อแดงรักษาประชาธิปไตยจริงๆ ขอขอบคุณเสื้อแดงที่ให้กำลังใจผม อยากเห็นระบอบไม่มีการแทรกแซงอย่างที่ผ่านมา ถ้าเราเป็นประชาธิปไตยจริง เราต้องฟังเสียงส่วนใหญ่ประชาชน แต่เราก็ต้องเคารพเสียงส่วนน้อยด้วย แต่วันนี้ระบบบิดเบี้ยว พี่น้องเชื่อไหมว่า ตอนนี้เราอยู่ในภาวะปฏิวัติรัฐประหาร เพื่อทำลายล้าง หรือทำลายระบอบประชาธิปไตยอยู่ เราเริ่มต้นเมื่อ 19 กันยายน 2549 เป็นการรัฐประหารโดยทหาร แต่เมื่อมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น ประชาชนยังเลือกพรรคไทยรักไทย หรือพลังประชาชนได้เสียงข้างมากเป็นรัฐบาล ทำให้การปฏิวัติได้แปลงสภาพไปเป็น การใช้ระบบศาล ระบบขององค์กรที่คิดว่า ตัวเองเป็นอิสระเข้ามาดำเนินการทางการเมือง มีการยุบพรรคครั้งที่สอง และมีความพยายามจะตีความอีกมากมาย ใช้พจนานุกรมตีความกันมาแล้ว ไม่มีใครเขาทำกันในโลกนี้"


"บางครั้งผมพูดอะไรไม่ได้มาก ถูกกล่าวหาไปมาว่า ไม่จงรักภักดีกับสถาบัน ถ้าพี่น้องย้อนดูไป ผมเป็นนักเรียนนายตำรวจรุ่นเดียวกับ ผบ.ทบ. (พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา) ในขณะนี้ ย้อนถามว่า ตอนเราเป็นนักเรียน มีใครสักคนไหมที่ไม่จงรักภักดี ไม่เคยปฏิญาณตน ยิ่งกว่านั้นปี 2519 ได้รับพระกรุณาธิคุณฯ สมรสพระราชทาน (กับคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์) ได้รับโปรดเกล้าฯ เป็นรัฐมนตรี รองนายกฯ และนายกรัฐมนตรี ได้ตามเสด็จฯสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ไปตามที่ต่างๆ ได้เห็นการทรงงานอย่างเหน็ดเหนื่อย ผมมีความจงรักภักดีจึงถวายงานทุกอย่าง และจงรักภักดีด้วยการตัดสินใจรับใช้ชาติ "


"ผมอยู่อย่างทุกวันนี้กลับถูกกล่าวหา จนมาถึงลอบฆ่าสองครั้ง ครั้งหนึ่งที่จ.ลำปาง ผมไม่รู้หรอก บังเอิญว่า ผมไปเชียงใหม่ต้องเดินทางเข้าลำปาง และอีกครั้งที่สนามหลวง ทั้งที่ผมเองตั้งใจที่จะปราศรัย แต่การเตรียมการไม่สำเร็จ ก็มาโดนวางระเบิด หลังจากนั้น กระบวนการก็กระทำผมมาตลอด กล่าวหา และฟ้องร้องคดีต่างๆมาถึงทุกวันนี้"


" ผมโดนรังแกอย่างต่อเนื่อง มีความพยายามจะถอดถอนพรรคอีก เคยได้ยินสุภาษิตโบราณไหมว่า "หมาจนตรอก" ไล่จนไม่มีตรอกอยู่ แต่จะให้ผมไม่มีตรอกจะอยู่จะเอาอย่างนั้นเลยหรือ ผมไม่เคยทำคุณงามความดีให้บ้านเมืองเลยหรือ ทั้งหมดมีการกล่าวว่าไม่จงรักภักดี ผมถูกทำลาย กล่าวโน่นกล่าวนี้ ไม่เท่าประเทศชาติวันนี้ อยากให้นักการเมืองต่อสู้กันด้วยความดี แข่งกันทำให้ประชาชน หันหน้าเข้าหากัน วันนี้พันธมิตรฯกลับไปแล้ว พี่น้องเสื้อแดง ก็แสดงพลังให้เห็นว่า ไม่ชอบใจในความยุติะรรม ไม่ชอบใช้การแทรกแซงของทหาร ไม่ชอบใจการปฏิวัติในรูปแบบต่างๆ"


" ใครอยู่เบื้องหลังทำอะไร ใครเรียก ใครสั่ง ใครกดดัน เมื่อไม่ปล่อยให้กลไกทำงานมันอยู่ไม่ได้ เมื่อปล่อยให้ระบบไม่ยุติธรรม ไม่เคารพการตัดสินใจของประชาชน ปิดประตูตีแมวว่า โลกไม่เห็น ทำอะไรก็ได้ เป็นสิ่งที่สะสมในใจยาวนาน ไม่ดี แล้วในที่สุด ก็ต้องเชิญพระราชดำรัสของพระเจ้าอยู่หัวมาให้ฟัง ผลสุดท้ายคนที่แพ้คือชาติ เมองไปข้างหน้าดีกว่า ไม่เช่นนั้นก็ไม่รู้ว่าอนาคตของเราคืออะไร เราเป็นประธานอาเซียนปีนี้ แต่ยังจัดประชุมอาเซียนไม่ได้ วันนี้ยังไม่มีรัฐบาล ก็เป็นอะไรที่มันพอเถิด ปล่อยให้กลไกทำงาน ใครทีท่แทรกแซงรัฐบาล ปล่อยเถิด อย่าใช้องค์กรบางองค์กรเข้ามาแทรกแซง เพื่อให้งานเดินได้ เพื่อให้ประชาชนไม่เจ็บช้ำน้ำใจ"


"หลังจากนั้นเราก็มาเยียวยาประเทศ ให้พี่น้องมีความสุขอีกครั้ง หันหน้าเข้าหากันดีกว่า อยากวิงวอนทุกฝ่าย มาช่วยกันรักษาสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เหตุที่คนพยายามใช้อิทธิพล หรือในฐานะที่ผุ้คนนับถือทำให้ระบบทำงานไม่ได้ ต้องหยุด นักการเมืองทั้งหลาย ท่านพุทธทาสเคยสอนไว้ว่า "นักการเมืองที่ดีต้องรักประชาชน ถ้าไม่รักประชาชน ประชาธิปไตย จะกลายเป็นประชาธิปตาย"


" แต่วันนี้นักการเมืองบางคนดันไปหักหลังประชาชน อันนี้น่ากลัว หลอกประชาชนว่าเลือกผมเถิดครับ จะทำนั่นทำนี่ เอาทักษิณกลับบ้าน แต่วันนี้จะไปยกมือให้เขา ไม่รักประชาชนอาการหนักแล้ว แต่หักหลัอาการหนักกว่า เดี๋ยวนี้ประชาชนเชขารู้ว่าอะไรเป็นไง แต่จะพูดหรือไม่ เขาจะแสดงออกในวันเลือกตั้ง ถ้าได้ชื่อว่า นักการเมืองหักหลังประชาชน ตายทั้งตระกูล อยู่ไมได้ ขอให้ทุกคนคิดให้ดี นักการเมืองที่ดี ต้องรักษาประชาธิปไตยให้ได้ ต้องเป็นนักการเมืองรักประชาชน ไม่ใช่หักหลังประชาชน"


"ผมถูกกล่าหาแต่ทนได้ แต่ขณะนี้พี่น้องยากจน เจ็บป่วย เป็นผุ้ใช้แรงงาน ต้องส่งลูกเรียน ลำบากถ้วนหน้า ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ยางพาราไม่กี่บาทจากราคาเป็นร้อย ราคาข้าวก็ตก คนตกงาน ลูกหลานเรียนหนังสือลำบากขึ้น ปัญหาสังคมตามมา ยาเสพติดกลับเข้ามาใหม่ เพราะผู้มีอำนาจที่ประชาชนมอบหมายให้ไปทำงาน ก็ทำงานไม่ได้ เพราะมีการแทรกแซงระบบ พอจะทำงาน ก็ต่อสู้กันของฝ่ายการเมือง และฝ่ายอิทธิพลทั้งหลาย คนที่รับกรรมคือประชาชนตาดำๆ ของเรา และกระทบต่อสถาบันชาติ สถาบันที่เราเคารพมากคือ พระมหากษัตริย์ อยากวิงวอนไม่ต้องห่วง ไม่ต้องแคร์ผม เอาบ้านเมืองให้รอด หยุดแทรกแซงเถิด เพื่อนๆ ผมทั้งหลาย ทุกสิ่งเป็นสิ่งสมมุติ ความจริงคือชาติ ศาสนา พระมหากษัติรย์เอาให้อยู่ แล้วเราจะทำให้บ้านเมืองไปรอด"


"ผมมีเรื่องราวมาก แต่ไม่อยากจะพูดอะไรให้มาก ให้เกิดความแตกสามัคคี อยากให้มองไปข้างหน้าจะอยู่กันอย่างไร ผมเดินทางรอบโลก แต่ละประเทศเวลามีวิกฤตเขาหันหน้าเข้าหากัน เอาสถาบันชาติเป็ณนหลัก ท่านเห็นบารัค โอบามา ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา กับจอห์น แมคเคน คู่แข่งขันประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกัน เขาแพ้ก็สนับสนุนกันทำงาน นางฮิลลารี คลินตัน แพ้ก็ยอมรับ ในที่สุด โอบามาก็เชิญฉฮิลลารี เป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ นั่นจิตใจเขาสูงมาก"


" หลายคนผ่านการศึกษาระดับสูง เขาใช้มาทำงานให้ประชาชน ถืออำนาจตามประชาชนมอบหมาย อย่าพยายามดิ้นรนทุรนทุรายมีอำนาจ กติการบอกว่า ประชาชนมอบหมายให้มาทำงาน เป็นผุ้เสียภาษีอากร ข้าราชการทั้งหลายต้องทำงานให้ประชาชน เมื่อไรมีการเลือกตั้งวันเดียวกัน ให้เลือกขัาง แต่ตอนนี้เลือกข้างไม่ถูกต้อง อยากฝากให้หันหน้าเข้าหากัน ผมช้ำ แต่ผมเชื่อว่า พี่น้องในประเทศช้ำมาก หากินลำบาก ขายของไม่ออก ลูกหลานก้หางานทำยากขึ้น นี่คือความช้ำ ที่เกิดจากความเข้าใจผิด ทั้งๆ ที่ประวัติของผมไม่เคยมี แต่ถามว่า น้อยอกน้อยใจไหม ก็มี เพราะเป็นปุถุชนธรรมดา ถามวันนี้คิดอย่างไร บอกว่าประเทศไทย และสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นของคู่กัน ต้องร่วมกันเชิดชู เราต้องยึดไว้ ก็ขอฝากพี่น้องอีกครั้งว่า ขอเป็นกำลังใจ อวยพรให้ทุกคนผ่านพ้นช่วงวิกฤตเศรษบกิจการเมือง ไปด้วยดี "


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ เว็บไซต์พันธมิตรของรายการ ความจริงวันนี้ เผยแพร่การปราศรัยสดของเหล่าบรรดาแกนนำพรรคพลังประชาชาติ จนเวลา 20.20 น. ซึ่งใกล้เวลาโฟนอิน สัญญาณ เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตต่างๆ อาทิ www.facttoday.co.cc www.konrakya.com/rakyatv.html www.newskythailand.com www.predawn-radio.org ฯลฯ ก็หาย

ไป

ก่อนหน้านี้ นายวีระ มุสิกพงศ์ กล่าวบนเวทีว่า สาเหตุที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ไม่โฟนอินเข้ามายังรายการฯ เนื่องจากได้สัญญาเอาไว้ตามคำขอของนายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราชที่ขอให้งดโฟนอินเพื่อภาพลักษณ์ของพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ว่าที่หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดินที่จะถูกเสนอชื่อชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในการโหวตลือกนายกรัฐมนตรี วันที่ 15 ธันวาคม โดยเป็นสัญญาลูกผู้ชายที่จะหักหลังกันไม่ได้ ถ้ามีการหักหลังกันคนเสื้อแดงจะออกมาทั่วประเทศ



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการหาเสียงของพรรคประชาชนในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2550 มีการใช้ยุทธศาสตร์ในการหาเสียงว่า "พาทักษิณกลับบ้าน" เนื่องจากขณะนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ยังคงหลบหนีอยู่ต่างประเทศหลังการรัฐประหาร 19 กันยาน 2550

วีระเผยแม้วให้สัญญาป๋าเหนาะเลยไม่โฟนอิน

ที่มา มติชนออนไลน์

นายวีระ มุสิกพงศ์ ผู้ดำเนินรายการความจริงวันนี้ สัญจร กล่าวบนเวทีจัดงานเมื่อวันที่ 13 ธันวาคมว่า สาเหตุที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ไม่โฟนอินเข้ามายังรายการฯ เนื่องจากได้สัญญาเอาไว้ตามคำขอของนายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราชที่ขอให้งดโฟนอินเพื่อภาพลักษณ์ของพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ว่าที่หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดินที่จะถูกเสนอชื่อชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี วันที่ 15 ธันวาคม โดยเป็นสัญญาลูกผู้ชายที่จะหักหลังกันไม่ได้ ถ้ามีการหักหลังกันคนเสื้อแดงจะออกมาทั่วประเทศ