WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, December 15, 2008

พลิกขั้วตั้งรัฐบาลสะตอ‘มาร์ค’ผงาดนายกฯลำดับ27ปชป.ลิ่ว235-198

ที่มา ประชาทรรศน์

เปิดสภาฯ ‘บล็อกโหวต’ พลิกขั้วจัดตั้งรัฐบาลสะตอสามัคคี ‘มาร์ค’ ผงาดนายกรัฐมนตรีลำดับที่ 27 ลั่นผลคะแนนโหวต ปชป.ชนะขาด 235-198 เสียง งดออกเสียง 3 ‘ประชา’ โหวตให้ตัวเอง ด้าน ‘ปู่ชัย-อภิสิทธิ์’ ตอกย้ำมารยาททางการเมือง ‘โนโหวต’

การประชุมสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 23 ครั้งที่1 (สมัยวิสามัญ) ในวันนี้ (15 ธ.ค.) เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีโดยนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภาผู้แทนราษฎร ออกนั่งบัลลังก์ ซึ่งการประชุมเลือกนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ใช้วิธีเปิดเผย โดยทำการเรียกชื่อตามหมายเลขสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.) โดยนายชัยได้ให้พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ทำการเสนอบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยนายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.สัดส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ได้เสนอนายอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นนายกรัฐมนตรี โดยมีเสียงรับรองโดยเป็นการลงคะแนนแบบเสียบบัตรแสดงตน โดยได้คะแนนเสียงรับรอง 215 ครบ 1 ใน 5

ด้านนายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ได้เสนอ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน เป็นนายกรัฐมนตรี โดยนายเสนาะได้ลุกขึ้นกล่าวด้วยถ้อยคำที่ช้าและชัดเจน โดยระบุว่า “ตนขอเสนอพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดินเป็นนายกรัฐมนตรีแทนตำแหน่งที่ว่างลง” ซึ่งได้คะแนนการรองรับทั้งสิ้น 195 เสียง ซึ่งครบ 1 ใน 5 ที่ได้กำหนดตามรัฐธรรมนูญ

จากนั้นประธานสภาได้เสนอให้มีการเลือกนายกรัฐมนตรี แบบวิธีเปิดเผยโดยนายพิฑูต พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้อ่านรายชื่อส.ส.ทั้งสิ้น 423 จากจำนวนทั้งสิ้น 437 คนตามลำดับ

ทั้งนี้ ผลการนับคะแนนปรากฎว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรี ด้วยคะแนน 235 เสียง และ พล.ต.อ.ประชาได้ 198 เสียง โดยออกเสียงเลือกให้กับตนเอง และมีผู้งดออกเสียง 3 เสียงคือนายชัย ชิดชอบ ,นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายสมชัย ฉัตรพัฒนศิริ ส.ส.นครราชสีมา พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา

พร้อมกันนี้ ภายหลังปิดการประชุมได้มี ส.ส.จำนวนมากเดินทางไปแสดงความยินดีกับนายอภิสิทธิ์ตามธรรมเนียบ ซึ่งล้วนเป็นแต่ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ทั้งนี้นายอภิสิทธิ์ได้ลุกจากเก้าอี้เพื่อไปพูดคุยกับ พล.ต.อ.ประชา ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

ทั้งนี้เมื่อเวลา 11.28 น.ประธานสภาฯได้ประกาศผลการลงคะแนนเสียงอย่างเป็นทางการ โดยนายอภิสิทธิ์ ได้คะแนนเสียง 235 เสียง และพล.ต.อ.ประชา ได้ 198 เสียง งดออก3 เสียง รวม436เสียงเป็นอันว่านายอภิสิทธิ์ ได้รับความเห็นชอบจากมติของรัฐสภาให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 27 ตามาตรา 172 ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พร้อมกันนี้ประธานสภาได้ประกาศต่อที่ประชุมว่า ลำดับต่อไปจะนำชื่อนายอภิสิทธิ์เข้ากราบบังคมทูลฯ เพื่อให้ได้รับการโปรดเกล้าฯ เพื่อจะได้เข้าสู่ขั้นตอนการแถลงนโยบายของรัฐบาลในลำดับต่อไป และจากนั้นประธานสภาได้ประกาศปิดประชุม

ประวัตินายกรัฐมนตรีคนที่ 27

ประวัติ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เกิดวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ.2507 อายุ 44 ปี เป็นบุตรของ ศ.นพ.อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ ศ.พญ.สดใส เวชชาชีวะ สมรสกับ ทพญ.พิมพ์เพ็ญ (ศกุลตาภัย) เวชชาชีวะ อาจารย์ภาควิชาคณิตศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยการศึกษา ประถมศึกษา โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนสเกทคลิฟ ประเทศอังกฤษ, เตรียมอุดมศึกษา โรงเรียนมัธยมอีตัน อังกฤษ, ปริญญาตรีสาขาวิชาปรัชญา การเมืองและเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด เกียรตินิยมอันดับ 1, ปริญญาตรี คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง, ปริญญาโท(เศรษฐศาสตร์) มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ประเทศอังกฤษ

การทำงาน-การเมือง
ก่อนปี 2535 อาจารย์ประจำโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า จนได้รับพระราชทานยศร้อยตรี
ปี 2532 อาจารย์พิเศษ มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด อังกฤษ
ปี 2533-2534 อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ปี 2535 ส.ส.กทม. เขต 6
ปี 2538-2539 ส.ส.กทม. เขต 5
ปี 2535-2538 โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
ปี 2537 รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง
ปี 2538-2539 ประธานกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร
ปี 2538-2540 โฆษกพรรคประชาธิปัตย์
ปี 2540-2543 รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
ปี 2542 ประธานคณะกรรมาธิการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ
ปี 2542-2548 รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
ปี 2544-2547 ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์
ปี 2548 หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
ปี 2551 ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

'มาร์ค'ขอบคุณเสียงหนุนนั่งนายกฯ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 27 เปิดแถลงข่าวขอบคุณประชาชนและสมาชิกสภาฯ ทีให้กำลังใจและสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี โดยระบุว่ายังไม่ขอแสดงความคิดเห็นจนกว่าจะมีการโปรดเกล้าฯเรียบร้อยแล้ว

ด้าน นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย อดีตวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า การจัดโผครม. จะพยายามทำให้เสร็จสิ้นก่อนปีใหม่ ลำดับต่อไปนี้จะเป็นการเตรียมร่างนโยบาย

'ประชา'พร้อมร่วมแก้ปัญหาชาติ-'สุเทพ'ลั่นไม่เอาปชร.ร่วมรัฐบาล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (15ธ.ค.) ภายหลังการประชุมสภาฯเพื่อนโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีเสร็จสิ้น พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนด้วยสีหน้าปกติว่าการที่ส.ส.พรรคร่วมได้โหวตให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนล่าสุดนั้น ตนไม่ คิดอะไรมากเพราะถือเป็นเอกสิทธิ์ของส.ส.

เมื่อถามว่าหากพรรคประชาธิปัตย์ ทำการเทียบเชิญให้พรรคเพื่อแผ่นดินเข้ามาช่วยกันบริหารบ้านเมืองจะตอบรับหรือไม่ พล.ต.ประชา กล่าวว่า ทางพรรคยินดีที่จะให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาของประเทศชาติอยู่แล้ว จากนั้นได้เดินทางขึ้นรถยนต์ส่วนตัวและออกไปจากอาคารัฐสภาโดยใช้เส้นทางประตูปราสาทเทวฤทธิ์

ขณะที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางออกจากอาคารรัฐสภา โดยกล่าวว่าในขั้นตอนต่อไปต้อรอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดฯ แต่งตั้งนายกรัฐมนตรีเสียก่อน ในเรื่องสัดส่วนโควต้ารรัฐมนตรีนั้นตนยังคงยืนยันว่าเป็นไปตามเดิมที่เคยดำรงตำแหน่งกันไว้ แลชะจะทำการเชิญคนนอกเข้ามาร่วมบริหารบ้านเมืองในคณะรัฐมนตรีชุดนี้ด้วยแต่ไม่ขอเปิดเผยรายชื่อและจำนวนในขณะนี้

เมื่อถามว่าจะทำการเทียบเชิญพรรคประชาราชมาร่วมบริหารประเทศหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์คงจะไม่ทำการเทียบเชิญพรรคประชาราชเข้าร่วมรัฐบาลอย่างแน่นอน

‘เทพเทือก’ลั่นฟอร์มรัฐบาลสะตอเสร็จใน7วัน'มาร์ค'ถ่างขา!คุมศก.

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า การฟอร์มคณะรัฐมนตรี(ครม.) คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 7 วัน ส่วนเรื่องเศรษฐกิจ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่าที่นายกรัฐมนตรี จะลงไปกำกับเอง ซึ่งได้ตกลงกับพรรคร่วมรัฐบาลว่าจะทำงานร่วมกันเป็นคณะ คงไม่มีปัญหาอะไร สำหรับกระทรวงต่างๆนั้น พรรคไหนดูแลรับผิดชอบก็ดูแลต่อไป

ส่วนการโหวตในวันนี้ เป็นไปตามจำนวนที่คาดหวังเอาไว้ แม้พรรคเพื่อแผ่นดินจะส่ง พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ลงแข่ง เสียงก็หายไปประมาณ 20 คน สำหรับเสียงกลุ่มเพื่อนเนวินก็ครบ เช่นเดียวกันกับพรรคชาติไทย

เสื้อแดงบุกต้านรัฐบาลนอมินีเผด็จการ'จตุพร'ทวงสด.43'มาร์ค

ที่มา ประชาทรรศน์

"เสือแดง" ชุมนุมที่หน้ารัฐสภา สับ มาร์ค นอมินีเผด็จการยัน สลายการชุมนุมเมื่อทราบผลโหวตนายกรัฐมนตรี ด้าน 'จตุพร' ทวงสด.43 'อภิสิทธิ์'

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศโดยรอบที่อาคารรัฐสภา ในวันนี้(15ธ.ค.) โดยมีกลุ่มคลื่นใต้น้ำ กว่า 100 คน สวมใส่เสื้อสีแดงชุมนุมปราศรัยโจมตีพรรคประชาธิปัตย์ บริเวณหน้าสวนสัตว์ดุสิต (เขาดิน) ทั้งนี้เนื้อหาการโจมตีได้ระบุว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ว่าไม่มีความเหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเนื่องจากเป็นนอมินีของเผด็จการ และเป็นผู้ที่ให้การสนับสนุนกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยมาโดยตลอด

อย่างไรก็ตามการชุมนุมเป็นไปโดยสงบปราศจากการขัดขืนหรือปิดล้อมรัฐสภาเพื่อไม่ห้ามไม่ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.)เข้าสู่ที่ประชุมแต่อย่างใด โดยแกนนำยืนยันขณะปราศรัยว่าจะมีการชุมนุมจนกว่าจะได้รับทราบผลการโหวตเลือกนายกฯ พร้อมกันนี้มีกำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจรักษาความปลอดภัยโดยรอบบริเวณด้านหน้ารัฐสภา

ด้าน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย กล่าวก่อนเข้าสู่ที่ประชุมสภาฯ โดยระบุถึงการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีว่า ตนมีความมั่นใจว่าท้ายที่สุดแล้วพรรคเพื่อไทยจะได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลอย่างแน่นอน เนื่องจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่มีความเหมาะสมที่จะเป็นนายกฯ เพราะไม่ได้ผ่านการเกณฑ์ทหารตามกฎหมาย และไม่สามารถนำใบสด.43 มาแสดงต่อสาธารณะได้จริง ซึ่งเป็นความผิดทั้งคดีอาญา และจริยธรรม พร้อมกันนี้เชื่อว่ามีการแทรกแซงทางในการจัดตั้งรัฐบาลจากทหาร ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง

"ที่สำคัญคือว่านายอภิสิทธิ์ไม่สมควรที่จะเป็นนายกฯ เพราะไม่ผ่านการเกณฑ์ทหาร และผมขอยืนยันว่าหากนายอภิสิทธิ์นำใบสด. 43 มาแสดงในวันนี้ ผนจะยกมือโหวตให้เป็นนายกฯ และท่านายอภิสิทธิ์ได้เสียงสนับสนุน 260 เสียง ผมพร้อมและยินดีที่จะกราบนายอภิสิทธิ์ทันที เพราะข้างนอกมีการเล่นการพนันกัน ซึ่งหากมีการเล่นนอกกรอบประชาธิปไตย ก็จะไม่ได้รับการตอบรับ แต่ถึงอย่างไรก็ตามในที่สุดผมเชื่อว่าพรรคเพื่อแผ่นดินจะได้เป็นรัฐบาลแน่นอน"นายจตุพรกล่าว

พร้อมกันนี้นายจตุพรยังกล่าวปฏิเสธกระแสข่าวที่ว่าพรรคเพื่อไทยได้ทำการซื้อตัวส.ส.คนละ 50 ล้านบาท เนื่องจากส.ส.ในพรรคเพื่อไทยก็มาจาพรรคพลังประชาชนโดยส่วนใหญ่ จึงไม่จำเป็นต้องซื้อตัว

ขอแสดงความยินดีที่ปล้นจนสำเร็จ

ที่มา Thai E-News


ที่มา มติชน
การ์ตูน เซีย ไทยรัฐ
15 ธันวาคม 2551

"ขอแสดงความยินดีที่ปล้นจนสำเร็จ"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 15 ธันวาคม ระหว่างการตอบคำถามผู้สื่อข่าว นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ได้รับโทรศัพท์ตลอดเวลา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการโทรมาแสดงความยินดี โดยนายสุเทพมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส อย่างไรก็ตาม ระหว่างรอรถมารับออกจากรัฐสภา นายสุเทพได้บอกให้ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์รีบขึ้นรถออกไปจากรัฐสภาด้วยสีหน้าวิตกกังวล

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า กังวลว่ากลุ่มคนเสื้อแดงจะมาชุมนุมต่อต้านบ่อยๆ หรือไม่ นายสุแทพ กล่าวว่า "ธรรมดาๆ" ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า ระหว่างที่กลุ่มนายสุเทพยืน ส.ส.กลุ่มหนึ่งเดินผ่านไป พร้อมพูดขึ้นมาลอยๆ ว่า "ขอแสดงความยินดีที่ปล้นได้สำเร็จ" อย่างไรก็ตาม นายสุเทพไม่ได้ยินเพราะคุยโทรศัพท์อยู่



ทุกฝ่ายพักศึก ร่วมส่งท่านผู้หญิงพูนศุข

ที่มา Thai E-News



เรียบง่ายทรงพลัง-เป็นงานศพที่ไม่มีพวงหรีด หรือรับเกียรติยศใดๆ ทุกคนเสมอกันในงานนี้ไม่ว่าจะอดีตนายกฯ ว่าที่นายกฯ หรือใครก็ตาม ภาพหน้าศพเป็นภาพที่คนรู้จักมากที่สุดคือตอนที่ท่านผู้หญิงยืดอกอย่างอาจหาญในตอนที่ฝ่ายเผด็จการควบคุมตัว

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ภาพโดย newskythailand
15 ธันวาคม 2551

งานฌาปณกิจศพท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์ ภริยานายปรีดี พนมยงค์ รัฐบุรุษ เมื่อค่ำวานนี้ เป็นไปโดยเรียบง่ายแต่ทรงพลัง ให้บทเรียนสังคมไทยครั้งสุดท้ายว่าทุกๆคนมีศักดิ์ศรีเท่าเทียม ไม่ขอรับเกียรติยศใดๆ นอกจากเกียรติยศที่สั่งสมและสังคมยอมรับโดยที่ไม่ต้องมีกระทั่งสัญลักษณ์อย่างพวงหรีดติดป้ายเคารพศพ ทุกฝ่ายที่กำลังขัดแย้งในประเทศเข้าร่วมพิธีอย่างสงบ ทั้งฝ่ายพระที่ไปทั้งพระพยอมVSสมณจันทร์ ฝ่ายรัฐบาลVSฝ่ายค้าน นปช.VSพันธมิตร นักวิชาการหนุนเผด็จการVSนักวิชาการประชาธิปไตยแถมด้วยริบบิ้นขาว ส่วนภาคประชาชนไปทั้งเสื้อแดงVSเสื้อเหลือง


สำหรับฝ่ายสงฆ์ที่เข้าร่วมพิธีมีทั้งพระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว ที่เคยเปิดวัดให้รายการความจริงวันนี้ของกลุ่มเสื้อแดงเข้าไปจัดกิจกรรมในวัด และสมณจันทร์ แห่งสันติอโศก ซึ่งเป็นนักบวชที่ขึ้นเวทีพันธมิตรเป็นประจำ

ส่วนฝ่ายฆราวาสนั้นก็มาจากทั้ง2ฝ่าย โดยฝ่ายพรรคร่วมรัฐบาลเดิม มีนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย นายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ที่เป็นเหตุให้ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรค เป็นต้น ส่วนฝ่ายค้านนำโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายชำนิ ศักดิเศรษฐ และนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ เป็นต้น (สำหรับนายอภิสิทธิ์ยังได้ไปร่วมงานในฐานะญาติห่างๆ อีกด้วย เนื่องจากคุณยายของภรรยาคุณอภิสิทธิ์ คุณอัมพา สุวรรณศร เป็นน้องสาวแท้ๆ ของท่านผู้หญิง: ข้อมูลจากท่านผู้อ่าน)

ทางด้านภาคประชาชนนั้นก็เข้าร่วมพิธีทั้ง2ฝ่ายเช่นกัน โดยฝ่ายพันธมิตรมีนายพิภพ ธงชัย นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง นายสุริยะใส กตะศิลา เป็นต้น ส่วนฝ่ายนปช.นั้นมีนายแพทย์เหวง โตจิราการ นายจักรภพ เพ็ญแข เป็นต้น

สมาชิกชมรมฟ้าใหม่ ซึ่งอยู่ฝ่ายเสื้อแดงยังได้รับหน้าที่แจกหนังสืออนุสรณ์งานศพด้วย ขณะที่มีรายงานว่าฝ่ายพันธมิตรก็ได้รับเกียรตินี้ เพียงแต่ว่าอยู่คนละมุม

สำหรับนักวิชาการที่เข้าร่วมพิธี ฝ่ายพันธมิตรนำโดยนายเจิมศักดิ์ ส่วนฝ่ายประชาธิปไตยนำโดยดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ ส่วนฝ่ายริบบิ้นขาวนำโดยดร.โคมทม อารียา และดร.ปริญญา เทวนฤมิตกุล

ส่วนสื่อมวลชนมีไปที่เห็นหน้าคือฝ่ายประชาธิปไตยเช่น จอมเพชรประดับ ส่วนฝ่ายพันธมิตรมีวสันต์ ภัยหลีกลี้ จากอสมท.เป็นต้น

ส่วนแขกผู้อาวุโสอื่นๆ เช่นอดีตนายกฯอานันท์ ปันยารชุน ส.ศิวลักษ์ นายโภคิน พลกุล เป็นต้น

จากการสังเกตการณ์จะพบว่าผู้มาร่วมพิธีนั้นประกอบไปด้วยบุคคลจากทุกฝ่ายที่ขัดแย้งทางการเมืองอยู่ในขณะนี้ พิธีฌาปณกิจศพนั้นเป็นไปโดยเรียบง่าย นอกจากการบรรเลงเพลงประสานเสียงของวงสวนพลูคอรัสที่สดุดีท่านผู้หญิงโดยไม่ต้องเอ่ยนามถึงแล้ว ก็มีน้องสาวของท่านผู้หญิงคนหนึ่งที่ต้องนั่งรถเข็น เป็นประธานในพิธี มีพระไพศาล วิสาโล พระวัดป่าภูหลง จังหวัดชัยภูมิ กล่าวแสดงธรรมก่อนประชุมเพลิง โดยพระไพศาลกล่าวในตอนหนึ่งว่า ชีวิตของท่านผู้หญิงนั้นเป็นไปโดยความเสียสละอย่างที่สุด แม้กระทั่งถึงแก่อนิจกรรมแล้วก็ให้สังขารเป็นบทเรียนแก่นักศึกษาแพทย์ และสังคมไทย

เจ้าภาพได้จัดทำหนังสือระลึกชื่อ "หวนอาลัย พูนศุข พนมยงค์"เป็นบรรณาการแก่ผู้ร่วมงานจำนวน5,000เล่ม โดยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์บริจาคค่าจัดทำ400,000บาท ซึ่งนี่น่าจะเป็นการใช้เงินงบประมาณที่มากที่สุดสำหรับพิธีกรรมอันเรียบง่ายทรงคุณค่านี้

เป็นที่น่าสังเกตว่าปณิธาน"ไม่ขอรับเกียรติยศใดๆ"นั้นเป็นไปโดยเคร่งครัด ในบริเวณงานปราศจากพวงหรีดเคารพศพจากบุคคลมีชื่อเสียง หรือชนชั้นสูงในวงสังคม และไม่มีหรีดเคารพศพใดๆอยู่เลย นักการเมืองที่ไปในงานทั้งอดีตนายกฯอย่างนายอานันท์ หรือว่าที่นายกฯอย่างนายอภิสิทธิ์ ก็ไม่ต้องมีเจ้าภาพไปพินอบพิเทาต้อนรับขับสู้ใดๆ กระทั่งนายอภิสิทธิ์ที่มาถึงงานก็ต้องเดินหาที่นั่งเอาเอง ขณะที่นายชำนิ ศักดิเศรษฐต้องยืนด้านหลังงาน เช่นเดียวกับประชาชนอื่นๆที่หากมาทีหลังงานเริ่มไปแล้วก็ต้องหาที่ยืน

ผู้ไปร่วมพิธีล้นศาลาที่เจ้าภาพจัดเตรียมการไว้ลงมาด้านล่างจำนวนมาก บรรยากาศเป็นไปโดยสงบเรียบง่าย ทรงพลัง และฝ่ายต่างๆที่ขัดแย้งกันทางการเมืองในประเทศทักทายกันตามธรรมเนียม เสมือนว่าไม่มีวิกฤตการณ์ใดๆในทางการเมืองอยู่ในขณะนี้



......
ที่มาของภาพหน้าศพของท่านผู้หญิง


ท่านผู้หญิงเคยเล่าถึงเหตุการณ์ในภาพนี้กับนิตยสาร สารคดีว่า

(ในปีพ.ศ.2495)ตอนนั้นลูกปาล(พนมยงค์)ถูกเกณฑ์ทหารและอยู่ระหว่างลาป่วย ตำรวจก็มาจับตัวถึงในบ้าน ฉันพยายามทำใจเข้มแข็งเมื่ออยู่ต่อหน้า พอพวกนั้นกลับไปฉันวิ่งขึ้นไปร้องไห้ด้วยความคับแค้นใจ

หลังจากตำรวจเอาลูกฉันไป สองวันต่อมา ฉันเป็นเถ้าแก่หมั้นคุณศักดิ์ชัย บำรุงพงศ์ (เสนีย์ เสาวพงศ์) ตำรวจก็มาจับในงานไปสอบสวนที่สันติบาล ตอนนั้นลูกสาวสองคนยังเล็กอยู่ เลยต้องเอามานอนที่สันติบาลด้วยสองคืน ตำรวจที่สอบสวนฉันคือพระพินิจชนคดี พี่เขยของ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช

ติดคุกได้ ๑๒ วัน ตำรวจก็พาไปศาล ผู้ต้องหาหญิงคนเดียว ไม่รู้ใช้กำลังเท่าไหร่ ไปศาลแล้วพวกหนังสือพิมพ์ก็จะมาถ่ายรูป ตำรวจพยายามจะเอาฉันหลบกล้อง ตอนนั้นไม่กลัวเลยนะ หลังจากติดคุกได้ ๘๔ วัน

ตอนติดคุก ฉันสะเทือนใจมาก เมื่อได้รับการปล่อยตัวออกมา มีความรู้สึกไม่ปลอดภัยอีกต่อไป จึงเห็นว่าไม่สมควรอยู่เมืองไทย พอปี ๒๔๙๖ ก็เดินทางไปอยู่ฝรั่งเศสกับลูกสองคนคือดุษฎีและวาณีที่ยังเล็กอยู่ จากนั้นพยายามติดต่อนายปรีดีจนสำเร็จ จึงเดินทางไปอยู่เมืองจีนพร้อมกัน

สงครามนี้อีกยาวนาน เป็นสงครามยืดเยื้อ Protract War แม้อภิสิทธิ์จะเป็นนายกฯก็ตาม

ที่มา thaifreenews

บทความโดย..ลูกชาวนาไทย

ผมไปเที่ยวป่ามาเสียหลายวัน ตั้งแต่วันที่ 10 ธันวาคม 2551 วันรัฐธรรมนูญ กลับออกมาจากป่า ก็คิดว่า คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะเป็นนายกฯไปเรียบร้อยแล้ว แต่ข่าวแรกที่ได้รับตอนออกมาจากป่าคือ คุณอภิสิทธิ์ ยังไม่ได้เป็นนายกฯ แว๊บแรกที่เข้ามาในสมองผมก็คือ "วิกาลยาวนาน ความฝันมาก" ยิ่งทิ้งเวลานานไป โอกาสที่อภิสิทธิ์จะได้เป็นนายกฯก็ลดลงไปเรื่อยๆ สส.กลุ่มเพื่อนเนวิน ที่กองทัพไทย พยายามใ้ช้อิทธิพลบีบบังคับ ก็อาจจะได้สติเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และรู้ว่า กองทัพไทยที่ไม่กล้าทำรัฐประหารนั้น อำนาจต่อรองจะไร้ค่า มีแต่อำนาจ "อุ้ม" ประการเดียวเท่านั้นที่เหลืออยู่

ก่อนออกป่า ผมก็ได้เขียนบทความเตือนกลุ่มเนวินทิ้งไว้คือ "คนทรยศนั้น ไม่มีอนาคตให้ ไม่ว่าจะยุคใดสมัยใด" ไม่มีสังคมใด ที่จะนิยมยกย่องเชิดชูึคนทรยศ ยิ่งทรยศต่อประชาชนด้วยแล้ว ยิ่งไร้อนาคตโดยสิ้นเชิง

หลังกลับจากป่า วันที่ 13 ธันวาคม ผมก็ออกไปร่วมงาน "วันแดงเดือดที่สนามศุภชลาศัย" เห็นภาพคนเต็มสนาม จนล้นออกมา้้ข้างนอก ไม่ต่างจากครั้งที่จัดที่สนามรัชมังคลาฯ แต่อย่างใด แต่ครั้งนี้ สนามศุภฯ ขนาดเล็กกว่า จุคนในสนามน่าจะได้ประมาณ 50,000 คนเท่านั้น

แม้จะผิดหวังบ้างที่ท่านายกฯทักษิณ ไม่ได้โฟนอินเข้ามา แต่ผมคิดว่า สถานการณ์การต่อรองทางการเมือง คงเข็มข้นกว่าที่ปรากฎออกมาทางสาธารณชน แม้คุณวีระจะบอกว่า เป็นข้อเสนอของฝ่ายพรรคร่วมฯ แต่ผมคาดว่าคงมีอะไรมากกว่านั้นอย่างแน่นอน แม้ทักษิณไม่ได้โฟนอินเข้ามา แต่ก็แสดงให้ฝ่ายตรงข้ามเห็นศักยภาพแรงศรัธาของประชาชนต่อทักษิณไม่ได้ลดลงไปแ่ต่อย่างใดเลย

วิกฤตการณ์ทางการเมืองไทย 3 ปีที่ผ่านมา ไม่ได้ลดทอนศรัทธาของประชาชนต่ออดีตนายกฯทักษิณ แต่กลับไปลดทอนศรัทธาของฝ่ายตรงข้ามไปจนแทบจะไม่เหลือไว้เลยแม้แต่น้อย

วิกฤตการณ์ครั้งนี้สั่นสะเทือนถึงสวรรค์ชั้นฟ้าตาวติงสาภูมิ อย่างไม่เคยมีมาก่อนในรอบครึ่งศตวรรษมานี้ ในวงสนทนาต่างๆ ผมได้ยินคำเรียกอย่างที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนเช่นกัน แสดงให้เห็นว่าศรัทธาของคนจำนวนมากได้หายไปแล้ว เหลือเพียงความโกรธแค้นแทน ที่พวกฝ่ายตรงข้ามไม่ยอมหยุดทำลายประเทศเสียที

สงครามความขัดแย้งทางการเมืองไทยครั้งนี้ ไม่มีทางจบสิ้นลงอย่างง่ายๆ แน่นอน เป็นสงครามยืดเยื้อยาวนาน และไม่มีทางจบลงอย่างง่ายๆ ด้วยการกระทำของใครอย่างแน่นอน

การใช้กลโกง Trick หรือ cheating ต่างๆ ของผู้มีอำนาจทั้งหลาย ที่หวังจะให้สถานการณ์พลิกกลับมาอยู่ข้างตน ให้ประชาชนพลิกกลับมาสนับสนุนตนชั่วข้ามวันนั้น ไม่มีทางทำได้อย่างแน่นอน ไม่ว่าจะยึดอำนาจรัฐได้ด้วยวิธีการฉ้อฉล ใช้ตุลาการภิวัฒน์เข้าขยี้ฝ่ายตรงข้ามอย่างลืมอาย ลืมคุณธรรมจริยธรรมที่พยายามอ้างอิงเท่าใด ก็ไม่มีทางทำให้สถานการณ์พลิกกลับแน่อน

ยิ่งดิ้นก็ยิ่งถลำลึกและฝังตัวเองมากยิ่งขึ้น ประชาชนยิ่งก่นด่าในใจหรือ ในหมู่คนที่เขาคิดว่าไม่เป็นภัยแก่ตนมากยิ่งขึ้น กฎหมายปิดปาก กดหัว ไม่มีทางสร้างศรัธาคืนกลับมาได้

ความขัดแย้งทางการเมืองครั้งนี้ ก็อย่างที่ผมเคยบอก มันเป็นความขัดแย้งที่รากฐาน ความคิดความเชื่อทางการเมืองของประชาชน และซึมลึกลงไปถึงประชาชนทุกคน ทุกคนในสังคมได้ถูกดึงเข้ามาสู่ความขัดแย้งครั้งนี้ มันไม่ใช่แค่ความขัดแย้งในหมู่คนชั้นนำเท่านั้น แต่ซึมตั้งแต่ยอดหญ้า จนถึงรากหญ้าเลยทีเดียว

แม้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ จากกลโกงอย่างหน้าด้านของฝ่ายอำมาตยาธิปไตย แต่ผมไม่คิดว่านี่จะเป็นการยุติความขัดแย้งลงแต่อย่างใด เพราะนี่มันเป็นการชนะแค่ การรบครั้งหนึ่งเท่านั้น และเป็นสมรภูมิที่พวก ศักดินาอำมาตยาธิปไตย ต้องทุ่มเทกำลัง ทรัพยากร และความศรัธาลงไปแทบจะหมดสิ้น แต่ชัยชนะที่ได้มา คือรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ ที่ไม่มีเสถียรภาพแต่อย่างใดทั้งสิ้น

แต่ฐานที่แท้จริงทางด้านมวลชน ประชาชน ที่เป็นฐานสนับสนุนทางการเมืองที่แท้จริงหาได้มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใดไม่ มีการเลือกตั้งใหม่เมื่อใด รัฐบาลแบบนี้ก็พังทลายเมื่อนั้น

รัฐบาลรูปแบบเก่าๆ ย้อนยุคเหมือนรัฐบาลนายชวน หลีกภัย ปี 2536 มันไม่มีทางตอบสนองสังคมในปี 2551 นี้ได้อีกต่อไปแล้ว แม้จะลากไปยาวนาน 3 ปี ก็ไม่มีทางที่จะทำให้ ฝ่ายอำมาตยาธิปไตย สามารถตรึงพัฒนาการทางการเมืองของประเทศไทยให้หยุดนิ่งอยู่กับที่ได้อย่างแน่นอน

ผลการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรี วันที่ 15 ธันวาคม 2551 คือ นายอภิสิทธิ ได้เสียงสนับสนุน 233 เสียง พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ได้ 197 เสีย รวมแล้วคือ 430 มีผู้งดออกเสียง 7 คน จาก สส.ในสภาทั้งหมดขณะนั้นคือ 437 เสียง ก็เป็นอันแน่นอนแล้วว่า นายอภิสิทธิ เวชชาชีวะ ได้เป็นนายยกรัฐมนตรีคนที่ 27 ด้วยวิธีการที่เรียกได้ว่า สกปรก ต่อต้านคุณธรรมและจริยธรรม ที่พวกคนชั้นกลางใช้โฆษณามาอย่างยาวนานในสามปีนี้

ก็ชัดเจนว่า เกิดกลุ่มงูเห่าภาคสอง โดย สส.กลุ่มเพื่อนเนวิน ซึ่งก็คงไม่มีปัญหาอะไร ให้เป็นหน้าที่ของคนอีสานที่จะไล่ล่า งูเห่าให้สูญพันธุ์ต่อไป การเลือกตั้งซ่อมอีก 29 เขตเลือกตั้ง ประชาชนก็มีสิทธิ์ แสดงเจตจำนงของตนอีกครั้งหนึ่ง แม้ผมจะคิดว่าคงเป็นการเลือกตั้งที่สกปรกที่สุดอีกครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ก็ตาม

ผมไม่เชื่อว่ากลุ่มอำมาตยาธิปไตย จะสามารถดำรงรูปแบบการเมืองที่สกปรก ที่ต้องทำทุกอย่าง เพื่อบิดเบือนอำนาจประชาชน และต่อต้านการเปลี่ยนแปลงนี้ต่อไปได้อีกนาน เพื่อที่จะอยู่ในอำนาจให้ได้ พวกเขาจะต้องจ่ายต้นทุนที่แพงแสนแพง ตั้งแต่ใช้เงิน/ตำแหน่ง ซื้อ สส. กลุ่มเพื่อนเนวิน รวมทั้งการสะสมทุนจำนวนมาก เพื่อซื้อเสียงเลือกตั้งครั้งต่อไป เพื่อดึงให้ประชาชน หันกลับไปสู่รูปแบบการเมืองเดิมคือ “การเลือกตัวบุคคลมากกว่าเลือกพรรค”

สำหรับพรรคเพื่อไทย ผมไม่เห็นว่าจะเป็นผลเสียแต่อย่างใด กับการที่ต้องไปเป็นฝ่ายค้าน เพราะเมื่อการเมืองถูกดึงมาเล่นในสภา โอกาสที่พรรคเพื่อไทยจะชนะเลือกตั้งในอนาคต ไม่ใช่เป็นสิ่งที่ยากเย็นอะไรนัก เพราะผมเชื่อว่า พฤติกรรมการเลือกตั้งของประชาชนเปลี่ยนไปแล้ว แม้ สส.จะทรยศต่อเสียงของประชาชน แต่ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ประชาชนจะสั่งสอนพวกเขาเอง พรรคเพื่อไทยควรใช้โอกาสนี้ พัฒนาพรรคให้เข้มแข็งมากยิ่งขึ้น เพิ่มกระบวนการจัดตั้งลงไปในหมู่ประชาชน รวมทั้งวางตัว สส.ที่จะสู้กับ สส.ทรยศในเขตเลือกตั้งภาคอีสาน และภาคเหนือต่อไป

พรรคไทยรักไทย ชนะเลือกตั้งแบบถล่มทลาย เพราะนายชวน หลีกภัย ดื้อและทู้ซี้อยู่ในอำนาจกว่า 3 ปี ผมก็คิดว่า ในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ แม้นายอภิสิทธิจะทู้ซี้อยู่ในอำนาจไปอีก 3 ปี เมื่อมีการเลือกตั้งใหญ่ พรรคเพื่อไทยก ก็คงพิชิตศึกครั้งนี้โดยไม่ยากเท่าใดนัก

สงครามยังอีกยาวนาน แต่ศรัทธาของฝ่ายอำมาตยาธิปไตย ถูกใช้ไปจนแทบหมดสิ้นแล้ว

หากเป็นเกมออนไลน์ต่างๆ เรียกว่าพวกเขาใช้ MP หรือ Magic Point หรือ Mana ไปแทบหมดสิ้นแล้ว เพื่อเอาตัวรอดในนาทีวิกฤติ

ตอนนี้พวกอำมาตยาธิปไตย เหลือ Magic point อีกไม่เท่าไหร่แล้ว

รายชื่อ สส สังกัดพรรค พปช (เดิม) ที่ไม่เลือกประชา (อย่างไม่เป็นทางการ)

รายชื่อ สส. สังกัดพรคคพลังประชาชน(เดิม) ที่เลือกอภิสิทธิ์

สส ลำดับที่ ชื่อ-สกุล พรรค เลือก
13 พันตำรวจโท กานต์ เทียนแก้ว พลังประชาชน อภิสิทธิ์
17 นายกิตติศักดิ์ รุ่งธนเกียรติ พลังประชาชน อภิสิทธิ์
29 นายคงกฤช หงษ์วิไล พลังประชาชน อภิสิทธิ์
54 นายเฉลิมชาติ การุญ พลังประชาชน อภิสิทธิ์
58 นายชยุต ภุมมะกาญจนะ พลังประชาชน อภิสิทธิ์
80 นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ พลังประชาชน อภิสิทธิ์
113 นายเทวฤทธิ์ นิกรเทศ พลังประชาชน อภิสิทธิ์
126 นายธีระทัศน์ เตียวเจริญโสภา พลังประชาชน อภิสิทธิ์
163 นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ พลังประชาชน อภิสิทธิ์
174 นายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ พลังประชาชน อภิสิทธิ์
185 นายประสิทธิ์ ตั้งศรีเกียรติกุล พลังประชาชน อภิสิทธิ์
199 นายปัญญา ศรีปัญญา พลังประชาชน อภิสิทธิ์
219 นางพัฒนา สังขทรัพย์ พลังประชาชน อภิสิทธิ์
233 นายเพิ่มพูน ทองศรี พลังประชาชน อภิสิทธิ์
240 นายภิรมย์ พลวิเศษ พลังประชาชน อภิสิทธิ์
244 นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ พลังประชาชน อภิสิทธิ์
245 นายมนต์ไชย ชาติวัฒนศิริ พลังประชาชน อภิสิทธิ์
248 นางมลิวัลย์ ธัญญสกุลกิจ พลังประชาชน อภิสิทธิ์
252 นายมานะศักดิ์ จันทร์ประสงค์ พลังประชาชน อภิสิทธิ์
260 นายยรรยง ร่วมพัฒนา พลังประชาชน อภิสิทธิ์
268 นายรังสิกร ทิมาตฤกะ พลังประชาชน อภิสิทธิ์
279 นายเลิศศักดิ์ ทัศนเศรษฐ พลังประชาชน อภิสิทธิ์
293 นายวารุจ ศิริวัฒน์ พลังประชาชน อภิสิทธิ์
318 นายวีระ รักความสุข พลังประชาชน อภิสิทธิ์
334 นายศุภชัย โพธิ์สุ พลังประชาชน อภิสิทธิ์
342 นายสนอง เทพอักษรณรงค์ พลังประชาชน อภิสิทธิ์
375 นายสันทัด จีนาภักดิ์ พลังประชาชน อภิสิทธิ์
379 นายสากล ม่วงศิริ พลังประชาชน อภิสิทธิ์
382 นายสาธิต เทพวงศ์ศิริรัตน์ พลังประชาชน อภิสิทธิ์
394 นายสุขุมพงศ์ โง่นคำ พลังประชาชน อภิสิทธิ์
397 นายสุชาติ โชคชัยวัฒนากร พลังประชาชน อภิสิทธิ์
434 นายโสภณ ซารัมย์ พลังประชาชน อภิสิทธิ์


ข้อมูลโดยละเอียด : ที่นี่

รายงานสด โหวตเลือกนายกประเทศไทย 15/12/2008

ติดตามได้ ที่นี่ ในรูปแบบ Google Document


รายงานสด ละเอียด ดูผลโหวตเป็นรายคน
ใครโหวตให้ใครได้รู้กัน และจะได้เก็บไว้จำ

http://spreadsheets.google.com/ccc?key=plbHYVikAWMLaJWvcfSMVDw

Sunday, December 14, 2008

การก่อการร้ายในไทยตอนนี้ระบาดไปถึงประเทศกรีก!!!!

ที่มา thaifreenews

ตอนนี้ในเครือสหภาพยุโรปประเทศกรีกเอาเยี่ยงอย่างแบบผู้ก่อการร้ายไทยเดินขบวนไม่พอใจต่อต้านรัฐบาลออกไปตามถนนหนทาง เมื่อวันก่อนตำรวจได้สลายยิงสกัดด้วยแก็สน้ำตาและใช้ปืนจริงยิงใส่จนทำให้เด็กวัยรุ่นอายุเพียง15ปีต้องเสียชีวิตเมื่อกี้นี้ได้ดูข่าวพวกเดินขบวนยังไม่ยอมหยุดแถมยังกร่างเผาห้างร้านและรถยนต์ ใช้ก้อนหินขว้างตำรวจ เห็นตำรวจรุมซ้อมผู้เดินขบวนที่จับได้ตำรวจเล่นขึ้นเข่าตีศอกไม่รู้ต้องหยอดข้าวต้มอีกกี่วันสะใจดีแท้อ้ายพวกก่อความวุ่นวาย


แน่ะใช้ผ้าผูกหน้าตาไม่ผิดการ์ดพันธมิตรไทยเลยเอาแบบอย่างกันชัดๆแต่ตำรวจต่างประเทศใช้ลูกปืนจริงเดี๋ยวต้องมีตายเพิ่มอีก บ้านเราให้ตำรวจใช้มือเปล่า ที่ประเทศกรีกพวกเดินขบวนแม่งใช้ระเบิดค็อกเทลปาไฟลุกตอนนี้นัวเนียตะลุมบอลผู้เดินขบวนกับตำรวจ ไม่เห็นเขาต้องใช้ทหารแบบบ้านเราเลยว่ะ เดี๋ยวคงเสร็จตำรวจหมด


วันนี้ออกไปที่เมืองใหญ่สุดของเขตที่อาศัยอยู่ ไปดูซื้อของขวัญให้บรรดานักรบไซเบอร์ของไทยฟรีนิวส์ซึ่งเป็นตลาดนัดเทศกาลคริต์มาสที่มีของขายหลากหลายเสียดายที่ไม่ได้เอากล้องติดไป เดินผ่านห้างร้านไปเรื่อยๆผ่านบริษัททัวร์ต่างๆหลายบริษัท เป็นที่น่าเศร้าใจไม่มีบริษัทใหนเอาชื่อประเทศออกมาแปะโฆษณาสักบริษัท นี่มันไม่ใช่ธรรมดาแล้วส่วนใหญ่บริษัททัวร์ต่างๆจะปิดประกาศโฆษณาเชิญชวนให้ไปประเทศไทยและมีภาพสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆในไทยตามหน้าต่างห้างร้านที่เป็นกระจกนี่ไม่มีให้เห็นเลย แล้วนี่การท่องเที่ยวไทยไม่ล้มละลายหรือนี่เมื่อไม่มีชาวต่างประเทศมาท่องเที่ยวโรงแรมต่างๆรวมบริษัททัวร์ พวกมักคุเทศน์และหมอนวดตามชายหาดรวมทั้งห้างร้านต่างๆที่ทำมาหาเลี้ยงครอบครัวกับนักท่องเที่ยวจะอยู่กินอย่างไร?


คงจะมาจากการที่ในสหภาพยุโรปและในเครือสแกนดิเนเวียและที่อื่นๆด้วยดังที่คุณ Ice Angel ได้ตั้งกระทู้ให้ข้อมูลก่อนที่ป้าจะมาตั้งกระทู้นี้ซึ่งเป็นภาษาอังกฤษ รัฐบาลของแต่ละประเทศได้เตือนคนของเขาไม่ให้เดินทางมาประเทศไทยตอนที่ผู้ก่อการร้ายพันธมิตรยึดสนามบินใหญ่ที่งสองแห่งนี่เองและตอนนี้ประเทศไทยยังอยู่ในระหว่างไร้ผู้นำยังอยู่ในช่วงอันตรายอาจเกิดเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงขึ้นอีกดังนั้นเขาจึงประกาศเตือนคนของเขาไม่ให้เสี่ยงเดินทางมาประเทศไทย


นี่คือผลงานชิ้นโบว์แดงของผู้ก่อการร้ายพันธมิตรไทยที่ร่วมกับพรรคการเมืองพรรคหนึ่งทำลายความเชื่อหมั่นทำลายชื่อเสียงประเทศไทย แล้วยังจะมีหน้ามาตั้งรัฐบาลกู้ชาติต่อไปอีกกู้ชาติจนคนต่างชาติไม่มาประเทศไทยยังไม่เห็นผลงานตัวเองหรือไง? ยังจะกู้ชาติต่อไปใช่มั๊ย?ใหนบอกว่ากู้ชาติละแล้วกู้ประสาอะไรทำไมต่างชาติจึงขยาดไม่มาประเทศไทยใหนตอบคำถามนี้ได้มั๊ย? เพราะเขาเห็นความชั่วอุบาว์กู้ชาติที่ชาติชั่วของพวกเอ็งทำให้เดือนร้อนไปทั่วโลก เอาเลยตั้งรัฐบาลแห่งกู้ชาติของพวกเอ็งต่อไปเลยแล้วจะรู้ว่าทั่วโลกเขาจะแอนตี้ไทยกี่ร้อยประเทศ อาจบอยคอตการสั่งซื้อของสินค้าไทยอีกทั้งองค์การท่องเที่ยวก็พัง คราวนี้ละจะยิ่งแย่กว่ายุคฟองสบู่แตกก็เพราะพรรคใหนสนับสนุนพันธมิตรที่ให้กู้ชาติ55555


ขอหัวเราะให้ดังสักทีเถอะ ประเทศเจ๊งไม่เป็นท่าแล้วยังมีหน้าจะมาตั้งรัฐาลแห่งกู้ชาติฝรั่งหัวเราะงอหายบ้านเมืองไทยฉุดไม่ขึ้นแล้วตกนรกฝรั่งแช่งอีกต่างหาก ขายหน้าจนไม่รู้จะแทรกแผ่นดินใหนเกิดมาเป็นคนไทยนี่มีกรรมแท้ วันนี้ไปซื้อของที่ตลาดนัดคริต์มาสก็ได้ยินคนฝรั่งที่เพิ่งกลับมาจากไทยคุยกันกับเพื่อนที่เจอในตลาดนัดที่มีคนเดินซื้อของจำนวนมากฟังแล้วมันช่างแสลงหูจึงต้องรีบเดินหนีคำที่เขาด่าประเทศไทย


ไงล่ะอ้ายพวกกู้ชาติออกมาแถลงให้คนต่างชาติฟังหน่อยซิว่าพวกเองจะรับชดใช้ค่าเสียหายคนต่างประเทศอย่างไร? เขาจะรุมกระทืบพวกเองแล้ว ข้าฟังคนฝรั่งประนามพวกกู้ชาติอย่างหมูอย่างหมาไม่เป็นท่าในต่างประเทศที่ทำให้ลูกเมียพี่น้องเขาต้องเดือนร้อน ลูกเขาป่วยต้องเข้าห้องไอซียูเพราะติดเชื้อที่สนามบินสุวรรณภูมิ เรื่องนี้ยังไม่จบง่ายๆในต่างประเทศ เอาเลยรัฐบาลแห่งกู้ชาติเมื่อใดรัฐบาลแห่งกู้ชาติขึ้นมาเป็นผู้บริหารเมื่อนั้นโดนรุมโทรมจากทั่วโลกเรื่องยึดสนามบินเป็นคดีแรกแน่ เพราะระหว่างนี้เขารอให้ประเทศไทยมีรัฐบาลใหม่ก่อน แล้วเรามาคอยดูว่ารัฐบาลแห่งกู้ชาติจะไปรอดหรือเปล่า????????


ป้าพลอย

วิทยา มั่นใจ พท.มีเสียงหนุนเกินกึ่งแล้ว

ที่มา MCOT News


พรรคเพื่อไทย 14 ธ.ค.- แกนนำพรรคเพื่อไทย มั่นใจคะแนนเสียงสนับสนุนนายกฯ ใหม่ไม่มีปัญหา ชี้พรรคมี ส.ส.เกินกึ่งหนึ่งอยู่แล้ว พร้อมเชื่อม็อบเสื้อแดงพรุ่งนี้ (15 ธ.ค.) ไม่ก่อเหตุเดือดร้อนแน่นอน ระบุเทปสัมภาษณ์ “พ.ต.ท.ทักษิณ” เพื่อสะท้อนความจริง ย้ำมติใหม่ของพรรคเปิดโอกาสให้ทุกคนเข้ามาช่วยแก้ปัญหาประเทศโดยไม่พูดเรื่องโควตา

นายวิทยา บุรณศิริ ส.ส.พระนครศรีอยุธยา แกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวก่อนการประชุมพรรคว่า พรรคยังมีคะแนนเสียงสนับสนุนในการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่เกินครึ่งหนึ่ง โดยพรรค มีเสียงอยู่แล้ว 220 เสียง ทั้งนี้ ไม่จำเป็นต้องเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อลงมติใหม่อีกครั้ง เพราะผู้ที่ได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีต้องมีเสียงสนับสนุนเกินกึ่งหนึ่งอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมรัฐบาล ได้ประสานงานกันจนมีความชัดเจนแล้ว จึงเชื่อว่าสิ่งที่ประชาชนคาดหวังจะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ (15 ธ.ค.)

ส่วนการเผยแพร่ภาพบันทึกการสัมภาษณ์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในการจัดรายการความจริงวันนี้สัญจร ที่สนามศุภชลาศัยนั้น นายวิทยา กล่าวว่า ประชาชนที่ได้รับฟังจะเข้าใจดี เพราะเป็นการสะท้อนถึงความเป็นจริง และเข้าใจว่า การลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้ (15 ธ.ค.) เป็นเรื่องของพรรคร่วมรัฐบาลที่ต้องการเสนอรัฐบาลเพื่อชาติ ไม่ใช่เพื่อใครคนใดคนหนึ่ง โดยมิติใหม่ของพรรคเพื่อไทยจะให้สมาชิกสนับสนุนในสิ่งที่ทำให้ประเทศไทยเดินไปข้างหน้าได้ และในเรื่องการชุมนุมของคนเสื้อแดง ก็เชื่อว่าหากมีการเดินทางมาชุมนุมจริงจะไม่ทำให้ใครเดือดร้อน

"พรรคเพื่อไทยไม่ได้กำหนดภาพของรัฐบาลใหม่ แต่ถือเป็นมิติใหม่ที่เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายเข้ามาช่วยกันแก้ไขปัญหาของบ้านเมือง พรรคไม่ได้พูดถึงโควตาของกลุ่มนั้นกลุ่มนี้ พรรคต้องการเพียงอย่างเดียวคือ นายกรัฐมนตรีที่มีความเป็นกลางที่ทำให้บ้านเมืองเดินไปได้" นายวิทยา กล่าว.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-12-14 11:45:05

รช.-เพื่อนเนวินไม่พลิกโหวต'มาร์ค'โหรใต้ฟันธงสวน'หล่อใหญ่'ชวดนายกฯ

ที่มา ประชาทรรศน์

เพื่อนเนวิน ไม่สนวีทีอาร์ 'ทักษิณ'ยันไม่เปลี่ยนใจโหวต มติ รวมใจไทยชาติพัฒนาดัน 'มาร์ค'นั่งผู้นำประเทศ ด้านโหรใต้จับยามสามตา 'อภิสิทธิ์' ชวดนายกฯ

นายโสภณ ซารัมย์ สมาชิกกลุ่มเพื่อนเนวิน กล่าวถึง วีทีอาร์ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในรายการความจริงวันนี้สัญจร ครั้งที่ 3 ที่สนามศุภชลาศัยนั้นว่า ไม่มีผลต่อการตัดสินใจของกลุ่มเพื่อนเนวิน ทั้งนี้ยืนยันว่าจะยังคงสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้ อย่างไรก็ตามนายโสภณกล่าวว่าติดธุระจึงไม่ได้ฟังปราศัยของพ.ต.ท.ทักษิณ

ด้านนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ แกนนำกลุ่มเพื่อนเนวิน กล่าวถึงการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร บนเวทีคนเสื้อแดงวานนี้ว่า สมาชิกภายในกลุ่มไม่ทราบข้อมูล หรือประเด็นที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ปราศรัยบนเวทีดังกล่าวเลย เนื่องจากได้ไปรวมตัวกันอยู่ที่ต่างจังหวัด โดย ยืนยันว่า ส.ส.กลุ่มเพื่อนเนวินกว่า 30 คน ยังคงย้ำจุดยืนเดิมที่จะให้การสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรพรุ่งนี้


ส่วนการที่กลุ่มคนเสื้อแดงขู่จะออกมารวมตัวปิดล้อมรัฐสภา รวมทั้งบ้านพักของบรรดา ส.ส.กลุ่มเพื่อนเนวิน เพื่อกดดันไม่ให้มีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้นั้น นายบุญจง กล่าวว่า สมาชิกในกลุ่มเพื่อนเนวินส่วนใหญ่ได้มารวมตัวกันอยู่ที่กรุงเทพมหานครแล้ว เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา แต่หากจะปิดล้อมก็ถือเป็นสิทธิของประชาชนที่ทำได้ แต่ต้องไม่ละเมิดกฎหมายบ้านเมือง

มติรช.หนุน'มาร์ค'นั่งผู้นำประเทศ

นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ เลขาธิการพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา แถลงถึงการประชุมกรรมการบริหารพรรค ว่า ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ที่จะสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ และ สนับสนุน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคเป็นนายกรัฐมนตรี ในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ในวันพรุ่งนี้ อย่างไรก็ตาม เมื่อมติพรรคออกมาเป็นอย่างไรแล้วก้ต้องยึดตามนั้น เนื่องจากที่ผ่านมา ส.ส.ของพรรค จะให้เกียรติกับมติของกรรมการบริหารพรรค รวมถึงเชื่อว่า พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร หัวหน้าพรรค จะปฏิบัติตาม ทั้งนี้ แม้ พล.อ.เชษฐา จะไม่เข้าร่วมประชุม แต่ก็ได้รับคำยืนยันว่า จะไม่ทำสิ่งใดให้เกิดความเสียหายแก่พรรค

ขณะเดียวกัน เลขาธิการพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา กล่าวด้วยว่า พรรคจะปฏิบัติตาม และมีจุดยืนเดิม ที่เคยแถลงข่าวร่วมกับ 4 พรรค ซึ่งประกอบไปด้วย พรรคเพื่อแผ่นดิน พรรคชาติไทยพัฒนา และพรรคภูมิใจไทย ที่จะทำงานและตัดสินใจทางการเมืองร่วมกัน เพื่อให้เกิดเสถียรภาพ และยุติความสับสนทางการเมือง

โหรใต้ฟันธง'มาร์ค'ชวดนายกฯ

นายวิเชียร นักพยากรณ์วิชาโหรศาสตร์ไทยที่มีชื่อเสียงของจังหวัดตรัง กล่าวถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่า นายอภิสิทธิ์ เกิดในวันที่ 3 ส.ค. ปี 2507 จริง ตนผูกดวง และอ่านดวงเดิม นั้น ลักขณาอยู่ราศีมังกร มีดาวอาทิตย์ เป็นดาวมหาจักร เป็นคนดวงดีดวงหนึ่ง อ่านดาวจร ขณะนี้พบว่า ดาวพฤหัสพบอาริ เล็งลักขณา มีดาวราหู ซึ่งเป็นดาวจรอีกดวงหนึ่ง อยู่ในพบมรณะ เล็งลักขณาที่ราศีมังกร อ่านดาวศุกร์ อยู่พบสุขภะ เล็งลักขณา อยู่ในราศีมังกร ดวงชะตาจะโดดเด่น แต่ถูกดาวพฤหัส และ ดาวราหู ซึ่งมาจากพบอาริ และ มรณะ ทับกันอยู่อ่านว่า ไม่น่าจะขึ้นจุดสูงสุดในทางการเมือง แต่ลักขณากุมอยู่ที่พบลาภะ จะมีผู้สนับสนุนให้ได้รับโชคดีอยู่เนืองๆในภาวะที่ไม่มีคู่แข่ง แต่หากมีคู่แข่งในทางการเมือง หรือการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 15 นี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็จะไม่ได้รับตำแหน่งสูงสุดของรัฐบาล

ปชป.จี้ "ประชา" แจงด่วนรับนั่งนายกหรือไม่

น.พ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เรียกร้องให้ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ออกมาแสดงท่าทีให้ชัดเจน ว่า จะรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตามที่ปรากฏเป็นข่าวหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ พล.ต.อ.ประชา เคยบอกว่า จะไม่รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เนื่องจากขณะนี้ ได้สร้างความสับสนให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก

ขณะที่บรรยากาศที่พรรคประชาธิปัตย์ ได้มีกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย จำนวน 30 คน เดินทางมาชุมนุมกดดันที่บริเวณด้านหน้าพรรค ถึงการจับขั้วจัดตั้งรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ ว่าไม่เคารพหลักประชาธิปไตย เนื่องจากได้มีการดึง ส.ส. จากพรรคเพื่อไทย มาจัดตั้งรัฐบาลในครั้งนี้ นอกจากนี้ ยังได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มสีเขียว และโจมตี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ที่ได้หนีทหารว่า ไม่มีคุณสมบัติในการเป็นนายกรัฐมนตรี