WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, December 15, 2008

รายชื่อ สส.กลุ่มงูเห่าของพรรคพลังประชาชน ที่ประชาชนควรจดจำเอาไว้ให้ขึ้นใจครับ

ที่มา thaifreenews
บทความโดย..ลูกชาวนาไทย

รายชื่อต่อไปนี้ เป็นรายชื่อของ สส.พรรคพลังประชาชน กลุ่มเพื่อนเนวิน ที่หันไปสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ในการโหวตในสภา เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2551 แม้ว่าการโหวตเลือกนายกฯในสภา จะเป็นเอกสิทธิ์ ของ สส.เป็นอิสระจากพรรค แต่ สส.เป็นเพียงผู้แทนของประชาชน ที่เลือกเขาขึ้นมา ดังนั้นพวกเขาจึงไม่มีความเป็นอิสระจากประชาชนที่เลือกเขามาโดยสิ้นเชิง

เมื่อพวกเขากล้าทรยศหักหลังประชาชนที่เลือกเขาขึ้นมา ประชาชนก็ควรจะจดจำรายชื่อเหล่านี้เอาไว้ เมื่อถึงคราวเลือกตั้ง และอำนาจอธิปไตยกลับมาสู่สองมือของเรา สู่สองมือของประชาชน เราก็จะได้กำจัด สส.เหล่านี้ออกไปจากการเมืองไทยเสีย กำจัดคนทรยศทั้งหลายให้หมดสิ้นไป

ก็เหมือนที่คุณจักรภพ เพ็ญแข พูดเอาไว้ การทรยศของกลุ่มเพื่อนเนวิน จะทำให้เราสามารถกำจัดถนิมสร้อยพวกนี้ไปได้ กำจัดพวกเลือดเทียมเหล่านี้ออกไปจากการเมืองไทย

รายชื่อ สส.เหล่านี้ มีดังนี้ครับ

1.นายกิตติศักดิ์ รุ่งธนเกียรติ ส.ส.สุรินทร์
2.นายคงกฤช หงส์วิไล ส.ส.ปราจีนบุรี
3.นายชยุต ภุมมะกาญจนะ ส.ส.ปราจีนบุรี
4.นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ ส.ส.อุดรธานี
5.นายทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย ส.ส.สกลนคร
6.นายเทวฤทธิ์ นิกรเทศ ส.ส.สัดส่วน
7.นายธีระทัศน์ เตียวเจริญโสภา ส.ส.สุรินทร์
8.นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ส.ส.นครราชสีม
9.นายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ ส.ส.ขอนแก่น
10.นายประสิทธิ์ ตั้งศรีเกียรติกุล ส.ส.บุรีรัมย์
11.นายปัญญา ศรีปัญญา ส.ส.ขอนแก่น
12.นางพัฒนา สังขทรัพย์ ส.ส.เลย
13.นายเพิ่มพูน ทองศรี ส.ส.สัดส่วน
14.นายภิรมย์ พลวิเศษ ส.ส.นครราชสีมา
15.นายมนต์ไชย ชาติวัฒนศิริ ส.ส.บุรีรัมย์
16.นางมลิวัลย์ ธัญญสกุลกิจ ส.ส.สุรินทร์
17.นายมานะศักดิ์ จันทร์ประสงค์ ส.ส.นนทบุรี
18.นายยรรยง ร่วมพัฒนา ส.ส.สุรินทร์
19.นายรังสิกร ทิมาตฤกะ ส.ส.บุรีรัมย์
20.นายเลิศศักดิ์ ทัศนเศรษฐ ส.ส.สุรินทร์
21.นายวารุจ ศิริวัฒน์ ส.ส.อุตรดิตถ์
22.นายวิเชียร อุดมศักดิ์ ส.ส.อำนาจเจริญ
23.นายวีระ รักความสุข ส.ส.สัดส่วน
24.นายศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.นครพนม
25.นายสนอง เทพอักษณณรงค์ ส.ส.บุรีรัมย์
26.นายสันทัด จีนาภักดิ์ ส.ส.กาญจนบุรี
27.นายสากล ม่วงศิริ ส.ส.กทม.
28.นายสาธิต เทพวงศ์ศิริรัตน์ ส.ส.สุรินทร์
29.นายสุชาติ โชคชัยวัฒนากร ส.ส.มหาสารคาม
30.นายโสภณ ซารัมย์ ส.ส.บุรีรัมย์
31.นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ ส.ส.พิษณุโลก
32.นายภูมิศักดิ์ พชรทรัพย์ ส.ส.สัดส่วน
33.นายเฉลิมชาติ การุญ ส.ส.สกลนคร

---------------------

ต่อไปนี้เป็นเวลาที่พวกอำมาตย์และคนชั้นกลางต้องจ่ายในการซื้อตำแหน่งให้อภิสิทธิ์แล้ว

ผมไม่รู้สึกผิดหวังอะไรมากนักสำหรับการที่นายอภิสิทธิ์ ได้เป็นนายกฯครั้งนี้ เพราะพรรคเพื่อไทย สมควรที่จะหยุดทัพ เพื่อจัดกำลังพลใหม่ได้แล้ว รวมทั้งซ่อมแซมแม่ทัพทั้งหลายที่ตายในสนามรบ ฝ่ายเราแม้จะแพ้ในการเลือกตั้งนายกฯครั้งนี้ แต่เราไม่ไ่ด้แพ้การเลือกตั้งจากประชาชน

เพียงแต่เราแพ้เกมสกปรกเท่านั้น

เราแพ้การรบแต่ยังไม่ไ่ด้แพ้สงคราม

ต่อไปเป็นเวลาที่พวกอำมาตย์จะต้องจ่าย ในการซื้อตำแหน่งนายกฯให้กับนายอภิสิทธิ์ในครั้งนี้ เพื่อให้กลุ่มเนวินรอดตายจากการเลือกตั้งครั้งต่อไป จะต้องมีการสะสมทุนจำนวนมาก เพื่อเอาไว้เป็นกระสุนสู้กับกระแสความโกรธแค้นของประชาชนที่ถูกหักหลัง

การเมืองก่อนปี 2540 จะกลับมาให้เห็นทุกช๊อทกันเลยทีเดียว ตั้งแต่การต่อรองตำแหน่ง การถอนทุน เพื่อเตรียมรับการเลือกตั้งครั้งต่อไป

พวก "ศักดินาอำมาตย์" จะต้อง Cheating ทุกอย่างเพื่อให้ได้อยู่ในอำนาจต่อไป และเพื่อ Counter-revolution ให้ได้ พวกเขาจะต้องทุ่มเทกำลังและความศรัทธาทั้งหลายเพื่อคงไว้ซึ่ง "รัฐสกปรก" แห่งนี้ให้ได้

การเลือกตั้งซ่อมต่อไปนี้ คงเป็นการเลือกตั้งที่สกปรกที่สุดในประวัติศาสตร์ เพราะไม่อย่างนั้นก็รักษาอำนาจรัฐไว้ไม่ได้

เมื่อพวกเขาไม่กล้าทำรัฐประหาร ก็ต้องเลือกวิธีการนี้เพื่อให้พวกตนอยู่ในอำนาจ

อย่าคิดว่า ทำอย่างนี้แล้ว แสดงให้เห็นการเมืองสกปรก แล้วคนจะหันไปสนับสนุนระบอบ 70/30

การ Cheating แบบเห็นๆ อย่างนี้ไม่มีทางตบตาประชาชนได้

พวกเขาใช้ Magic Point ไปจนหมดสิ้นแล้ว

บางคนอาจสงสัยว่า กรณีที่คุณวีระ มุกสิกพงศ์พูดว่า ไม่มีการ Phone in เพื่อแลกกับคุณประชา พรหมนอกได้เป็นนายกฯ นั้น เป็นอย่างไร
สำหรับผมแล้ว ผมไม่เชื่อเรื่องที่คุณวีีระพูดทั้งหมดครับ มันง่ายเกินไป ผมเชื่อว่าจะต้องมีการต่อรองกันมากกว่านั้น ในระดับสูงระหว่างฝ่ายอำมาตย์ กับคุณทักษิณครับ

เรื่องที่คุณวีระพูดจึงเป็นเพียงข้อมูลบางส่วนเท่านั้นเองครับ

อีก อย่างหนึ่งผมไม่เห็นว่า แม้เราจะดันคุณประชา พรหมนอกไปได้ จะทำให้ฝ่ายเราได้เปรียบแต่อย่างใด สู้เราถอยออกมาก้าวหนึ่ง เพื่อให้ฝ่ายตรงข้ามได้สิ่งที่ต้องการไปด้วยต้นทุนที่ มโหฬาร

การแลกกันครั้งนี้มันไม่คุ้ม สู้่เราถอนทัพเพื่อ "ออมกำลัง" เอาไว้ดีกว่าครับ

แต่การจะถอนทัพเฉย ๆ มันคงยาก ก็ต้องมีการออก Exercise บ้าง เป็นธรรมชาติของสงครามครับ

การ สงครามนั้น หากต้องทุ่มกำลังทุกอย่างเข้าไปเพื่อแลกกับชัยชนะที่ไม่เด็ดขาด ไม่ใช่ Decisive War หรือ "สงครามชี้ขาด" นั้นไม่คุ้มอย่างยิ่งครับ การถอนกำลังกลับสู่ทีตั้ง เพื่อ "ออมกำลังไว้" ในการทำสงครามชี้ขาดครั้งต่อไปจึงน่่าจะมีผลดีมากกว่าครับ

โฉมหน้าของ สส.งูเห่า



ฝรั่งแต่งเพลง 12 Days of Christmas (for Aphisit)

ที่มา Thai E-News

15 ธันวาคม 2551

คุณ Andrew Walker จากเว็บไซต์ New Mandala ได้กรุณาแต่งเชิงเสียดสี ล้อเลียน เหตุที่คุณอภิสิทธิ์ได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยใช้ทำนองเพลงของ "12 Days of Christmas" ที่ใช้ร้องในเทศกาลคริสต์มาส

บทเพลงดังกล่าวฉบับภาษาอังกฤษ คำแปลจากคุณ bbb และทำนอง มีรายละเอียดดังนี้

ต้นฉบับ 12 Days of Chirstmas (for Aphisit)

On the first day of Christmas my true love sent to me a coup against my arch enemy.

On the second day of Christmas my true love sent to me a party dissolution and a coup against my arch enemy.

On the third day of Christmas my true love sent to me a brand new constitution, a party dissolution and a coup against my arch enemy.

On the fourth day of Christmas my true love sent to me a farcical referendum, a brand new constitution, a party dissolution and a coup against my arch enemy.

On the fifth day of Christmas my true love sent me to Samak Sundaravej. A farcical referendum, a brand new constitution, a party dissolution and a coup against my arch enemy.

On the sixth day of Christmas my true love sent to me one in three MPs and Samak Sundaravej. A farcical referendum, a brand new constitution, a party dissolution and a coup against my arch enemy.

On the seventh day of Christmas my true love sent to me PAD attacking, one in three MPs and Samak Sundaravej. A farcical referendum, a brand new constitution, a party dissolution and a coup against my arch enemy.

On the eighth day of Christmas my true love sent to me some right royal backing, PAD attacking, one in three MPs and Samak Sundaravej. A farcical referendum, a brand new constitution, a party dissolution and a coup against my arch enemy.

On the ninth day of Christmas my true love sent to me a cook-show PM sacking, right royal backing, PAD attacking, one in three MPs and Somchai Wongsawat. A farcical referendum, a brand new constitution, a party dissolution and a coup against my arch enemy.

On the tenth day of Christmas my true love sent to me an airport occupation, a cook-show PM sacking, right royal backing, PAD attacking, one in three MPs and Somchai Wongsawat. A farcical referendum, a brand new constitution, a party dissolution and a coup against my arch enemy.

On the eleventh day of Christmas my true love sent to me PPP’s destruction, an airport occupation, a cook-show PM sacking, right royal backing, PAD attacking, one in three MPs and my new best friend Newin. A farcical referendum, a brand new constitution, a party dissolution and a coup against my arch enemy.

On the twelfth day of Christmas my true love sent to me 80 MP’s seduction, PPP’s destruction, an airport occupation, a cook-show PM sacking, right royal backing, PAD attacking, 243 MPs and my new best friend Newin. A farcical referendum, a brand new constitution, a party dissolution and a coup against my arch enemy.

ฉบับแปลโดย bbb

วันที่ 1 ของวันคริสค์มาส รักแท้ของผมส่งรัฐประหารมากำจัดศัตรูของผม

วันที่ 2 ของวันคริสต์มาส รักแท้ของผมส่งการยุบพรรค, และรัฐประหารมากำจัดศัตรูของผม

วันที่ 3 ของวันคริสต์มาส รักแท้ของผมส่งรัฐธรรมนูญใหม่เอี่ยม, การยุบพรรค, และรัฐประหารมากำจัดศัตรูของผม

วันที่ 4 ของวันคริสต์มาส รักแท้ของผมส่งประชามติที่น่าขัน, รัฐธรรมนูญใหม่เอี่ยม, การยุบพรรค, และรัฐประหารมากำจัดศัตรูของผม

วันที่ 5 ของวันคริสต์มาส รักแท้ของผมส่งสมัคร สุนทรเวช, ประชามติที่น่าขัน, รัฐธรรมนูญใหม่เอี่ยม, การยุบพรรค, และรัฐประหารมากำจัดศัตรูของผม

วันที่ 6 ของวันคริสต์มาส รักแท้ของผมส่ง1ใน3ของสส และ สมัคร สุนทรเวช, ประชามติที่น่าขัน, รัฐธรรมนูญใหม่เอี่ยม, การยุบพรรค, และรัฐประหารมากำจัดศัตรูของผม

วันที่ 7 ของวันคริสต์มาส รักแท้ของผมส่งการจู่โจมของพันธมิตร, 1ใน3ของสส และ สมัคร สุนทรเวช, ประชามติที่น่าขัน, รัฐธรรมนูญใหม่เอี่ยม, การยุบพรรค, และรัฐประหารมากำจัดศัตรูของผม

วันที่ 8 ของวันคริสต์มาส รักแท้ของผมส่งความช่วยเหลือจากสถาบัน, การจู่โจมของพันธมิตร, 1ใน3ของสส และ สมัคร สุนทรเวช, ประชามติที่น่าขัน, รัฐธรรมนูญใหม่เอี่ยม, การยุบพรรค, และรัฐประหารมากำจัดศัตรูของผม

วันที่ 9 ของวันคริสต์มาส รักแท้ของผมส่งการปลดนายกทำกับข้าว, ความช่วยเหลือจากสถาบัน, การจู่โจมของพันธมิตร, 1ใน3ของสส และ สมชาย วงศ์สวัสดิ์, ประชามติที่น่าขัน, รัฐธรรมนูญใหม่เอี่ยม, การยุบพรรค, และรัฐประหารมากำจัดศัตรูของผม

วันที่ 10 ของวันคริสต์มาส รักแท้ของผมส่งการยึดสนามบิน, การปลดนายกทำกับข้าว, ความช่วยเหลือจากสถาบัน, การจู่โจมของพันธมิตร, 1ใน3ของสส และ สมชาย วงศ์สวัสดิ์, ประชามติที่น่าขัน, รัฐธรรมนูญใหม่เอี่ยม, การยุบพรรค, และรัฐประหารมากำจัดศัตรูของผม

วันที่ 11 ของวันคริสต์มาส รักแท้ของผมส่งการทำลายพรรคพลังประชาชน, การยึดสนามบิน, การปลดนายกทำกับข้าว, ความช่วยเหลือจากสถาบัน, การจู่โจมของพันธมิตร, 1ใน3ของสส และ เพื่อนรักคนใหม่ของผม เนวิน, ประชามติที่น่าขัน, รัฐธรรมนูญใหม่เอี่ยม, การยุบพรรค, และรัฐประหารมากำจัดศัตรูของผม

วันที่ 12 ของวันคริสต์มาส รักแท้ของผมส่งการยั่วยวนของ 80 สส, การทำลายพรรคพลังประชาชน, การยึดสนามบิน, การปลดนายกทำกับข้าว, ความช่วยเหลือจากสถาบัน, การจู่โจมของพันธมิตร, 1ใน3ของสส และ เพื่อนรักคนใหม่ของผม เนวิน, ประชามติที่น่าขัน, รัฐธรรมนูญใหม่เอี่ยม, การยุบพรรค, และรัฐประหารมากำจัดศัตรูของผม

หมายเหตุ: เราขอสนับสนุนท่านที่สนใจสามารถนำเนื้อเพลงเพื่อนำไปร้องเพื่อเผยแพร่ต่อได้



ตัวแทนเยาวชนฯ ยื่น กกต.สอบอภิสิทธิ์ ปลอมเอกสารเข้ารับราชการทหาร

ที่มา MCOT News

กรุงเทพฯ 15 ธ.ค.-ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า เวลา 13.45 น. วันนี้ (15 ธ.ค.) นายสุดชาย บุญไชย ตัวแทนเยาวชนร่วมปลุกจิตสำนึกประชาธิปไตย เดินทางมายื่นหนังสือถึงนายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต. เพื่อขอให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบฉุกเฉินกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มีความผิดตามรัฐธรรมนูญมาตรา 102 โดยอ้างเหตุใช้เอกสาร ส.ด.43 ปลอมเข้ารับราชการทหารเป็นอาจารย์โรงเรียน จปร. ทั้งที่ไม่ได้เข้ารับการเกณฑ์ทหารจริง แม้ว่าก่อนหน้านี้ พ.ต.ทองคำ เดชเร สัสดีเขตพระโขนง ช่วงปี 2528-2530 และนางลำดวน เดชเร ภรรยา ระบุว่า นายอภิสิทธิ์ ทำเรื่องผ่อนผันเพื่อไปเรียนต่อต่างประเทศ แต่เมื่อกลับมาก็ไม่มีการเข้ารับการเกณฑ์ทหารแต่อย่างใด.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-12-15 15:18:36

'ทักษิณ'ไม่หวั่นปชป.ยกเลิกพาสปอร์ต'เพื่อไทย'เปิดเกมเร็วซักฟอกรัฐบาลสะตอ

ที่มา ประชาทรรศน์

'พงษ์เทพ' ไม่หวั่นกรณียกเลิกหนังสือเดินทาง 'ทักษิณ' แม้ 'พรรคสะตอ' คุมเกมตั้งรัฐบาล ขู่ฟอด!อย่าปฏิบัติ 2 มาตรฐาน ด้าน 'หัวหน้าพรรคเพื่อไทย' ทิ้งบอมบ์ 'ประชาธิปัตย์' แขวะเป็นรัฐบาลได้ไม่นานก็ล้ม หอบส.ส.ขั้วเก่าลุยซักฟอก 'ครม.เสียงปริ่มน้ำ' ทันทีหากเปิดสภาฯ

นายพงษ์เทพ เทพกาญจนา โฆษกส่วนตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปปัตย์ ชนะการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีและอาจจะส่งผลกระทบต่อการยกเลิกหนังสือเดินทางของพ.ต.ท.ทักษิณ

ทั้งนี้ โดยส่วนตัวพ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้ติดใจอะไร หากเป็นการปฎิบัติในมาตรฐานเดียวกัน ก็พร้อมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นทุกอย่าง แต่ถ้าต่างมาตรฐาน ก็คงจะไม่เเป็นธรรมกับอดีตนายกรัฐมนตรี

ต่อข้อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณมีความกังวลเกี่ยวกับการที่นายอภิสิทธิ์ขึ้นเป็นนายกฯหรือไม่ นายพงษ์เทพ ระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่เคยพูดเรื่องนี้ เพียงแต่บอกว่าที่ผ่านมาเป็นห่วงประเทศไทย ไม่ได้พูดเกี่ยวกับความกังวลส่วนตัว

"ที่ผ่านมามีการดำเนินการกับเช่นเดียวกับ พ.ต.ท.ทักษิณหรือไม่ ส่วนตัวยังไม่เคยเห็นและอาจให้ผู้ที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเพื่อบอกกับสังคมให้รับรู้ว่าเคยมีการทำมาอย่างไร ทุกคนจะได้สบายใจเราต้องการเห็นมาตราฐานเดียวกันไม่ใช่ 2 มาตฐาน อย่างเช่นปัจจุบันกระบวนการต่างๆ ของไทยใช้มาตรฐานคนละอย่างกันเรื่องบางเรื่องใช้เวลานานแต่บางเรื่องก็เร็วอย่างเช่นการยุบพรรคที่ผ่านมา" นายพงษ์เทพ กล่าว

ขณะเดียวกัน นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวภายหลังการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี โดยระบุว่า พรรคเพื่อไทยทำตามหน้าที่ ไม่ได้เป็นเกมอะไร ส่วนกรณีที่นายวิทยา บุรณศิริ ประธานวิปรัฐบาล ระบุว่าจะเปิดอภิปรายทันทีหลังจากที่พรรคประชาธิปัตย์จัดตั้งรัฐบาล โดยทุกอย่างเป็นไปตามระบบเป็นไปตามขั้นตอนของกฏหมาย เมื่อกฏหมายเป็นอย่างไรเราก็ดำเนินการไปตามนั้น

ขณะที่บรรยากาศในพรรคเพื่อไทย ส.ส.ได้ทยอยเดินทางกลับมาที่พรรคหลังจากโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีที่รัฐสภาเสร็จสิ้น ซึ่งแต่ละคนมีใบหน้ายิ้มแย้มและประเมินสถานการณ์ว่าพรรคประชาธิปปัตย์จะเป็นรัฐบาลได้ไม่นาน และการกระทำของพรรคประชาธิปปัตย์ในวันนี้ก็สะท้อนกลับมายังพรรคประชาธิปปัตย์ในอนาคต

'ชวน'สอนมวย'อภิสิทธิ์'มุ่งแก้วิกฤติ!

ที่มา ประชาทรรศน์

ประธานที่ปรึกษา ปชป.แนะ 'อภิสิทธิ์' อดทนเสียสละ มุ่งแก้วิกฤติ สร้างความปรองดองในชาติ ระบุทุกครั้งที่เกิดวิกฤติประชาธิปัตย์จะมีโอกาสเข้ามาแก้ปัญหา ชี้รุนแรงกว่าปี 40 พร้อมแนะ เอาคนนอกช่วยงาน คนในอย่ามัวทะเลาะแย่งเก้าอี้กัน จี้เร่งแก้ราคายางพาราตกต่ำ ด้าน “สุเทพ” เชื่อ 235 เสียงบริหารประเทศได้ไม่มีปัญหา พร้อมคลอดโผ ครม.หลังทูลเกล้าฯนายกฯ ขณะที่ “มาร์ค” ระบุ 36 เก้าอี้ หักลบโควต้าพรรคร่วม-คนนอก ที่เหลือเป็นของพรรค

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 11.00 น.ในระหว่างการรอฟังผลการลงมติเลือกนายกฯ อย่างเป็นทางการ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินเข้าไปพบกับนายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรค พร้อมทั้งขอคำปรึกษาหารือในฐานะที่เคยเป็นอดีตนายกฯ และประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ โดยได้มีการหารือนานกว่า 15 นาที ซึ่งนายชวนได้ให้คำแนะนำกับนายอภิสิทธิ์ว่า การที่พรรคประชาธิปัตย์ได้เข้ามาเป็นรัฐบาลครั้งนี้ถือว่าเป็นงานหนักกว่าปี 40 เพราะเมื่อปี 40เจอวิกฤตเศรษฐกิจ แต่สถานการณ์ขณะนี้เกิดความแตกแยกทางสังคม ซึ่งการบริหารบ้านเมืองในสถานการณ์เช่นนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำให้ประเทศฝ่าวิกฤตไปได้ ทุกคนต้องทำงานอย่างหนัก และต้องอาศัยความเสียสละ

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า นายชวนได้ให้คำแนะนำนายอภิสิทธิ์อีกว่า การเป็นรัฐบาลภายใต้กลุ่มการเมืองต่างๆ จะต้องใช้หลักการบริหารที่ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพราะทุกครั้งที่มีวิกฤตชาติ พรรคประชาธิปัตย์มักจะมีโอกาสเข้ามาแก้ไขปัญหา ดังนั้น การที่เป็นรัฐบาลผสมจากหลายพรรคต้องอาศัยคนนอกเข้ามาสร้างความเข้มแข็งในการบริหารและฝ่าวิกฤต และอยากให้นายอภิสิทธิ์เข้มแข็งไม่ควรให้คนภายในพรรคมาแย่งตำแหน่งกันเอง เพราะการที่นายอภิสิทธิ์ได้เป็นนายกฯ ครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสของพรรคอีกครั้งหนึ่งที่จะได้เข้ามาพิสูจน์ตัวเอง สร้างความเชื่อมั่นของประชาชนให้กลับคืนมาอีกครั้งหนึ่ง

ทั้งนี้นายชวนยังได้แสดงความเป็นห่วงต่อกรณีปัญหาความแตกแยกในสังคม โดยแนะนำให้นายอภิสิทธิ์เร่งสร้างความปรองดองสามัคคีของคนประเทศให้กลับคืนมา รวมไปถึงปัญหาความขัดแย้งใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย นอกจากนี้ นายชวนได้แสดงความเป็นห่วงกรณีที่ราคายางพาราตกต่ำที่สุดในรอบประวัติการณ์ โดยอยากให้นายอภิสิทธิ์เข้าไปแก้ไขปัญหาเรื่องราคายางพาราโดยเร็ว รวมถึงราคาพืชผลทางการเกษตรอื่นๆ ของเกษตรกรทั่วทุกภาค รวมทั้งเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจให้กลับคืนมา หากนายอภิสิทธิ์ทำให้เกษตรกรทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน เชื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์จะไดรับความนิยมทั่วทุกภาค

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากนั้นพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ได้เดินเข้ามาแสดงความยินดีกับนายอภิสิทธิ์ว่า ฝากให้บริหารงาน แก้ปัญหาของประเทศ โดยระบุว่า “ผมขอฝากประเทศประเทศไทยไว้กับคุณอภิสิทธิ์อย่าให้มีเรื่องความรุนแรงแตกแยก” ซึ่งนายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ยินดีที่จะร่วมงานกับพรรคเพื่อแผ่นดิน จากนั้นนายอภิสิทธิ์ เดินเข้าไปทักทายนายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ โดยนายบัญญัติ ระบุว่า “นึกว่าท่านจะไม่เดินเข้ามาหาผมซะแล้ว ผมยังไม่ได้แสดงความยินดีกับนายกฯ คนใหม่เลย จากนั้นทั้งคู่ได้จับมือกัน โดยนายอภิสิทธิ์ ได้กล่าวขอบคุณ ขณะที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรค ได้เดินเข้าไปขอบคุณนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ส.ส.นครราชสีมา กลุ่มเพื่อนเนวิน โดยระบุว่า “ขอบคุณมากๆ เพื่อน” พร้อมทั้งจับมือแน่นเขย่าหลายครั้งติดต่อกันด้วยความดีใจ จากนั้นนายสุเทพ ได้เดินเข้าไปไหว้ขอบคุณ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ก่อนที่จะโผเข้าสวมกอดกัน โดยพล.ต.อ.ประชา ได้ตบบ่านายสุเทพด้วย
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวภายหลังที่ประชุมสภาโหวตเลือก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 27 ว่า จากนี้ไปในเรื่องของการจัดโผ ครม.ก็เป็นไปตามที่พรรคร่วมเคยได้ ส่วนการแถลงนโยบายจะทำให้เสร็จก่อนปีใหม่เพราะอยากให้คนไทยได้ไปฉลองปีใหม่อย่างสบายใจ สำหรับคะแนนโหวตให้กับนายอภิสิทธิ์เป็นนายยกฯ ถือว่าไม่เกินความคาดหมายเพราะตั้งเป้าไว้ว่าน่าจะได้เสียงสนับสนุน 240 เสียงและคะแนนเสียงที่ได้ถือเป็นความสำเร็จของส.ส.ที่มีจิตวิญญาณในการรับผิดชอบต่อบ้านเมืองและต้องการแก้ปัญหาวิกฤติของชาติ จากนี้ไปการทำงานของรัฐบาลคงไม่น่าจะเป็นปัญหาหาอะไรเพราะเสียงสนับสนุนทีได้มาคงจะทำให้รัฐบาลมีเสถียรภาพ

นายสุเทพ กล่าวว่า กล่าวถึงสัดส่วนการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีของรัฐบาลว่า ต้องรอขั้นการโปรดเกล้าฯ นายกรัฐมนตรีก่อน ถึงจะมีการแต่งตั้ง ครม.ได้ ซึ่งหลังจากนั้นจะมีการตรวจสอบคุณสมบัติผู้ที่เหมาะสมเป็นรัฐมนตรีและนำรายชื่อขึ้นโปรดเกล้าฯ ซึ่งขณะพรรคประชาธิปัตย์ได้แน่ๆ คือตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

ผู้สื่อข่าวถามว่าพอใจคะแนนโหวต 235 เสียงหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า “ถือว่าเป็นไปตามที่ตั้งใจไว” จากนั้นนายสุเทพ ได้โชว์ตัวเลขเสียงสนับสนุน ประกอบด้วย พรรคประชาธิปัตย์ 166 เพื่อแผ่นดิน 11 พรรคมัชฌิมาธิปไตย 7 อดีตพรรคชาติไทย 14 รวมใจไทยชาติพัฒนา 7 กลุ่มนายสุวิทย์ คุณกิตติ ที่จะย้ายไปสังกัดพรรคกิจสังคม 5 กลุ่มนายสรอรรถ กลิ่นประทุม 2 และกลุ่มเพื่อนเนวิน 22 เสียง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากทราบผลโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการ นายอภิสิทธิ์ พร้อมด้วยแกนนำพรรคได้เดินทางเข้าพรรคประชาธิปัตย์เพื่อร่วมรับประทานอาหารกลางวันที่ชั้น 3 ตึก 60 รมว.เสนีย์ ปราโมทย์ โดยช่วงหนึ่งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ตอบคำถามผู้สื่อถึงการจัดโผ ครม.ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ โดยให้ผู้สื่อข่าวไปบวกลบกันเอาเองว่า ครม.มี 36 เก้าอี้ แล้วเอาสัดส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลมาและคนนอกมาลบออก ก็จะได้สัดส่วนเก้าอี้ของพรรคประชาธิปัตย์

พลิกขั้วตั้งรัฐบาลสะตอ‘มาร์ค’ผงาดนายกฯลำดับ27ปชป.ลิ่ว235-198

ที่มา ประชาทรรศน์

เปิดสภาฯ ‘บล็อกโหวต’ พลิกขั้วจัดตั้งรัฐบาลสะตอสามัคคี ‘มาร์ค’ ผงาดนายกรัฐมนตรีลำดับที่ 27 ลั่นผลคะแนนโหวต ปชป.ชนะขาด 235-198 เสียง งดออกเสียง 3 ‘ประชา’ โหวตให้ตัวเอง ด้าน ‘ปู่ชัย-อภิสิทธิ์’ ตอกย้ำมารยาททางการเมือง ‘โนโหวต’

การประชุมสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 23 ครั้งที่1 (สมัยวิสามัญ) ในวันนี้ (15 ธ.ค.) เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีโดยนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภาผู้แทนราษฎร ออกนั่งบัลลังก์ ซึ่งการประชุมเลือกนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ใช้วิธีเปิดเผย โดยทำการเรียกชื่อตามหมายเลขสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.) โดยนายชัยได้ให้พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ทำการเสนอบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยนายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.สัดส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ได้เสนอนายอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นนายกรัฐมนตรี โดยมีเสียงรับรองโดยเป็นการลงคะแนนแบบเสียบบัตรแสดงตน โดยได้คะแนนเสียงรับรอง 215 ครบ 1 ใน 5

ด้านนายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ได้เสนอ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน เป็นนายกรัฐมนตรี โดยนายเสนาะได้ลุกขึ้นกล่าวด้วยถ้อยคำที่ช้าและชัดเจน โดยระบุว่า “ตนขอเสนอพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดินเป็นนายกรัฐมนตรีแทนตำแหน่งที่ว่างลง” ซึ่งได้คะแนนการรองรับทั้งสิ้น 195 เสียง ซึ่งครบ 1 ใน 5 ที่ได้กำหนดตามรัฐธรรมนูญ

จากนั้นประธานสภาได้เสนอให้มีการเลือกนายกรัฐมนตรี แบบวิธีเปิดเผยโดยนายพิฑูต พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้อ่านรายชื่อส.ส.ทั้งสิ้น 423 จากจำนวนทั้งสิ้น 437 คนตามลำดับ

ทั้งนี้ ผลการนับคะแนนปรากฎว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรี ด้วยคะแนน 235 เสียง และ พล.ต.อ.ประชาได้ 198 เสียง โดยออกเสียงเลือกให้กับตนเอง และมีผู้งดออกเสียง 3 เสียงคือนายชัย ชิดชอบ ,นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายสมชัย ฉัตรพัฒนศิริ ส.ส.นครราชสีมา พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา

พร้อมกันนี้ ภายหลังปิดการประชุมได้มี ส.ส.จำนวนมากเดินทางไปแสดงความยินดีกับนายอภิสิทธิ์ตามธรรมเนียบ ซึ่งล้วนเป็นแต่ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ทั้งนี้นายอภิสิทธิ์ได้ลุกจากเก้าอี้เพื่อไปพูดคุยกับ พล.ต.อ.ประชา ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

ทั้งนี้เมื่อเวลา 11.28 น.ประธานสภาฯได้ประกาศผลการลงคะแนนเสียงอย่างเป็นทางการ โดยนายอภิสิทธิ์ ได้คะแนนเสียง 235 เสียง และพล.ต.อ.ประชา ได้ 198 เสียง งดออก3 เสียง รวม436เสียงเป็นอันว่านายอภิสิทธิ์ ได้รับความเห็นชอบจากมติของรัฐสภาให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 27 ตามาตรา 172 ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พร้อมกันนี้ประธานสภาได้ประกาศต่อที่ประชุมว่า ลำดับต่อไปจะนำชื่อนายอภิสิทธิ์เข้ากราบบังคมทูลฯ เพื่อให้ได้รับการโปรดเกล้าฯ เพื่อจะได้เข้าสู่ขั้นตอนการแถลงนโยบายของรัฐบาลในลำดับต่อไป และจากนั้นประธานสภาได้ประกาศปิดประชุม

ประวัตินายกรัฐมนตรีคนที่ 27

ประวัติ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เกิดวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ.2507 อายุ 44 ปี เป็นบุตรของ ศ.นพ.อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ ศ.พญ.สดใส เวชชาชีวะ สมรสกับ ทพญ.พิมพ์เพ็ญ (ศกุลตาภัย) เวชชาชีวะ อาจารย์ภาควิชาคณิตศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยการศึกษา ประถมศึกษา โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนสเกทคลิฟ ประเทศอังกฤษ, เตรียมอุดมศึกษา โรงเรียนมัธยมอีตัน อังกฤษ, ปริญญาตรีสาขาวิชาปรัชญา การเมืองและเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด เกียรตินิยมอันดับ 1, ปริญญาตรี คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง, ปริญญาโท(เศรษฐศาสตร์) มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ประเทศอังกฤษ

การทำงาน-การเมือง
ก่อนปี 2535 อาจารย์ประจำโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า จนได้รับพระราชทานยศร้อยตรี
ปี 2532 อาจารย์พิเศษ มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด อังกฤษ
ปี 2533-2534 อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ปี 2535 ส.ส.กทม. เขต 6
ปี 2538-2539 ส.ส.กทม. เขต 5
ปี 2535-2538 โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
ปี 2537 รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง
ปี 2538-2539 ประธานกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร
ปี 2538-2540 โฆษกพรรคประชาธิปัตย์
ปี 2540-2543 รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
ปี 2542 ประธานคณะกรรมาธิการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ
ปี 2542-2548 รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
ปี 2544-2547 ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์
ปี 2548 หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
ปี 2551 ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

'มาร์ค'ขอบคุณเสียงหนุนนั่งนายกฯ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 27 เปิดแถลงข่าวขอบคุณประชาชนและสมาชิกสภาฯ ทีให้กำลังใจและสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี โดยระบุว่ายังไม่ขอแสดงความคิดเห็นจนกว่าจะมีการโปรดเกล้าฯเรียบร้อยแล้ว

ด้าน นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย อดีตวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า การจัดโผครม. จะพยายามทำให้เสร็จสิ้นก่อนปีใหม่ ลำดับต่อไปนี้จะเป็นการเตรียมร่างนโยบาย

'ประชา'พร้อมร่วมแก้ปัญหาชาติ-'สุเทพ'ลั่นไม่เอาปชร.ร่วมรัฐบาล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (15ธ.ค.) ภายหลังการประชุมสภาฯเพื่อนโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีเสร็จสิ้น พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนด้วยสีหน้าปกติว่าการที่ส.ส.พรรคร่วมได้โหวตให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนล่าสุดนั้น ตนไม่ คิดอะไรมากเพราะถือเป็นเอกสิทธิ์ของส.ส.

เมื่อถามว่าหากพรรคประชาธิปัตย์ ทำการเทียบเชิญให้พรรคเพื่อแผ่นดินเข้ามาช่วยกันบริหารบ้านเมืองจะตอบรับหรือไม่ พล.ต.ประชา กล่าวว่า ทางพรรคยินดีที่จะให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาของประเทศชาติอยู่แล้ว จากนั้นได้เดินทางขึ้นรถยนต์ส่วนตัวและออกไปจากอาคารัฐสภาโดยใช้เส้นทางประตูปราสาทเทวฤทธิ์

ขณะที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางออกจากอาคารรัฐสภา โดยกล่าวว่าในขั้นตอนต่อไปต้อรอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดฯ แต่งตั้งนายกรัฐมนตรีเสียก่อน ในเรื่องสัดส่วนโควต้ารรัฐมนตรีนั้นตนยังคงยืนยันว่าเป็นไปตามเดิมที่เคยดำรงตำแหน่งกันไว้ แลชะจะทำการเชิญคนนอกเข้ามาร่วมบริหารบ้านเมืองในคณะรัฐมนตรีชุดนี้ด้วยแต่ไม่ขอเปิดเผยรายชื่อและจำนวนในขณะนี้

เมื่อถามว่าจะทำการเทียบเชิญพรรคประชาราชมาร่วมบริหารประเทศหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์คงจะไม่ทำการเทียบเชิญพรรคประชาราชเข้าร่วมรัฐบาลอย่างแน่นอน

‘เทพเทือก’ลั่นฟอร์มรัฐบาลสะตอเสร็จใน7วัน'มาร์ค'ถ่างขา!คุมศก.

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า การฟอร์มคณะรัฐมนตรี(ครม.) คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 7 วัน ส่วนเรื่องเศรษฐกิจ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่าที่นายกรัฐมนตรี จะลงไปกำกับเอง ซึ่งได้ตกลงกับพรรคร่วมรัฐบาลว่าจะทำงานร่วมกันเป็นคณะ คงไม่มีปัญหาอะไร สำหรับกระทรวงต่างๆนั้น พรรคไหนดูแลรับผิดชอบก็ดูแลต่อไป

ส่วนการโหวตในวันนี้ เป็นไปตามจำนวนที่คาดหวังเอาไว้ แม้พรรคเพื่อแผ่นดินจะส่ง พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ลงแข่ง เสียงก็หายไปประมาณ 20 คน สำหรับเสียงกลุ่มเพื่อนเนวินก็ครบ เช่นเดียวกันกับพรรคชาติไทย

เสื้อแดงบุกต้านรัฐบาลนอมินีเผด็จการ'จตุพร'ทวงสด.43'มาร์ค

ที่มา ประชาทรรศน์

"เสือแดง" ชุมนุมที่หน้ารัฐสภา สับ มาร์ค นอมินีเผด็จการยัน สลายการชุมนุมเมื่อทราบผลโหวตนายกรัฐมนตรี ด้าน 'จตุพร' ทวงสด.43 'อภิสิทธิ์'

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศโดยรอบที่อาคารรัฐสภา ในวันนี้(15ธ.ค.) โดยมีกลุ่มคลื่นใต้น้ำ กว่า 100 คน สวมใส่เสื้อสีแดงชุมนุมปราศรัยโจมตีพรรคประชาธิปัตย์ บริเวณหน้าสวนสัตว์ดุสิต (เขาดิน) ทั้งนี้เนื้อหาการโจมตีได้ระบุว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ว่าไม่มีความเหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเนื่องจากเป็นนอมินีของเผด็จการ และเป็นผู้ที่ให้การสนับสนุนกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยมาโดยตลอด

อย่างไรก็ตามการชุมนุมเป็นไปโดยสงบปราศจากการขัดขืนหรือปิดล้อมรัฐสภาเพื่อไม่ห้ามไม่ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.)เข้าสู่ที่ประชุมแต่อย่างใด โดยแกนนำยืนยันขณะปราศรัยว่าจะมีการชุมนุมจนกว่าจะได้รับทราบผลการโหวตเลือกนายกฯ พร้อมกันนี้มีกำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจรักษาความปลอดภัยโดยรอบบริเวณด้านหน้ารัฐสภา

ด้าน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย กล่าวก่อนเข้าสู่ที่ประชุมสภาฯ โดยระบุถึงการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีว่า ตนมีความมั่นใจว่าท้ายที่สุดแล้วพรรคเพื่อไทยจะได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลอย่างแน่นอน เนื่องจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่มีความเหมาะสมที่จะเป็นนายกฯ เพราะไม่ได้ผ่านการเกณฑ์ทหารตามกฎหมาย และไม่สามารถนำใบสด.43 มาแสดงต่อสาธารณะได้จริง ซึ่งเป็นความผิดทั้งคดีอาญา และจริยธรรม พร้อมกันนี้เชื่อว่ามีการแทรกแซงทางในการจัดตั้งรัฐบาลจากทหาร ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง

"ที่สำคัญคือว่านายอภิสิทธิ์ไม่สมควรที่จะเป็นนายกฯ เพราะไม่ผ่านการเกณฑ์ทหาร และผมขอยืนยันว่าหากนายอภิสิทธิ์นำใบสด. 43 มาแสดงในวันนี้ ผนจะยกมือโหวตให้เป็นนายกฯ และท่านายอภิสิทธิ์ได้เสียงสนับสนุน 260 เสียง ผมพร้อมและยินดีที่จะกราบนายอภิสิทธิ์ทันที เพราะข้างนอกมีการเล่นการพนันกัน ซึ่งหากมีการเล่นนอกกรอบประชาธิปไตย ก็จะไม่ได้รับการตอบรับ แต่ถึงอย่างไรก็ตามในที่สุดผมเชื่อว่าพรรคเพื่อแผ่นดินจะได้เป็นรัฐบาลแน่นอน"นายจตุพรกล่าว

พร้อมกันนี้นายจตุพรยังกล่าวปฏิเสธกระแสข่าวที่ว่าพรรคเพื่อไทยได้ทำการซื้อตัวส.ส.คนละ 50 ล้านบาท เนื่องจากส.ส.ในพรรคเพื่อไทยก็มาจาพรรคพลังประชาชนโดยส่วนใหญ่ จึงไม่จำเป็นต้องซื้อตัว

ขอแสดงความยินดีที่ปล้นจนสำเร็จ

ที่มา Thai E-News


ที่มา มติชน
การ์ตูน เซีย ไทยรัฐ
15 ธันวาคม 2551

"ขอแสดงความยินดีที่ปล้นจนสำเร็จ"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 15 ธันวาคม ระหว่างการตอบคำถามผู้สื่อข่าว นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ได้รับโทรศัพท์ตลอดเวลา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการโทรมาแสดงความยินดี โดยนายสุเทพมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส อย่างไรก็ตาม ระหว่างรอรถมารับออกจากรัฐสภา นายสุเทพได้บอกให้ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์รีบขึ้นรถออกไปจากรัฐสภาด้วยสีหน้าวิตกกังวล

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า กังวลว่ากลุ่มคนเสื้อแดงจะมาชุมนุมต่อต้านบ่อยๆ หรือไม่ นายสุแทพ กล่าวว่า "ธรรมดาๆ" ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า ระหว่างที่กลุ่มนายสุเทพยืน ส.ส.กลุ่มหนึ่งเดินผ่านไป พร้อมพูดขึ้นมาลอยๆ ว่า "ขอแสดงความยินดีที่ปล้นได้สำเร็จ" อย่างไรก็ตาม นายสุเทพไม่ได้ยินเพราะคุยโทรศัพท์อยู่



ทุกฝ่ายพักศึก ร่วมส่งท่านผู้หญิงพูนศุข

ที่มา Thai E-News



เรียบง่ายทรงพลัง-เป็นงานศพที่ไม่มีพวงหรีด หรือรับเกียรติยศใดๆ ทุกคนเสมอกันในงานนี้ไม่ว่าจะอดีตนายกฯ ว่าที่นายกฯ หรือใครก็ตาม ภาพหน้าศพเป็นภาพที่คนรู้จักมากที่สุดคือตอนที่ท่านผู้หญิงยืดอกอย่างอาจหาญในตอนที่ฝ่ายเผด็จการควบคุมตัว

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ภาพโดย newskythailand
15 ธันวาคม 2551

งานฌาปณกิจศพท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์ ภริยานายปรีดี พนมยงค์ รัฐบุรุษ เมื่อค่ำวานนี้ เป็นไปโดยเรียบง่ายแต่ทรงพลัง ให้บทเรียนสังคมไทยครั้งสุดท้ายว่าทุกๆคนมีศักดิ์ศรีเท่าเทียม ไม่ขอรับเกียรติยศใดๆ นอกจากเกียรติยศที่สั่งสมและสังคมยอมรับโดยที่ไม่ต้องมีกระทั่งสัญลักษณ์อย่างพวงหรีดติดป้ายเคารพศพ ทุกฝ่ายที่กำลังขัดแย้งในประเทศเข้าร่วมพิธีอย่างสงบ ทั้งฝ่ายพระที่ไปทั้งพระพยอมVSสมณจันทร์ ฝ่ายรัฐบาลVSฝ่ายค้าน นปช.VSพันธมิตร นักวิชาการหนุนเผด็จการVSนักวิชาการประชาธิปไตยแถมด้วยริบบิ้นขาว ส่วนภาคประชาชนไปทั้งเสื้อแดงVSเสื้อเหลือง


สำหรับฝ่ายสงฆ์ที่เข้าร่วมพิธีมีทั้งพระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว ที่เคยเปิดวัดให้รายการความจริงวันนี้ของกลุ่มเสื้อแดงเข้าไปจัดกิจกรรมในวัด และสมณจันทร์ แห่งสันติอโศก ซึ่งเป็นนักบวชที่ขึ้นเวทีพันธมิตรเป็นประจำ

ส่วนฝ่ายฆราวาสนั้นก็มาจากทั้ง2ฝ่าย โดยฝ่ายพรรคร่วมรัฐบาลเดิม มีนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย นายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ที่เป็นเหตุให้ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรค เป็นต้น ส่วนฝ่ายค้านนำโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายชำนิ ศักดิเศรษฐ และนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ เป็นต้น (สำหรับนายอภิสิทธิ์ยังได้ไปร่วมงานในฐานะญาติห่างๆ อีกด้วย เนื่องจากคุณยายของภรรยาคุณอภิสิทธิ์ คุณอัมพา สุวรรณศร เป็นน้องสาวแท้ๆ ของท่านผู้หญิง: ข้อมูลจากท่านผู้อ่าน)

ทางด้านภาคประชาชนนั้นก็เข้าร่วมพิธีทั้ง2ฝ่ายเช่นกัน โดยฝ่ายพันธมิตรมีนายพิภพ ธงชัย นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง นายสุริยะใส กตะศิลา เป็นต้น ส่วนฝ่ายนปช.นั้นมีนายแพทย์เหวง โตจิราการ นายจักรภพ เพ็ญแข เป็นต้น

สมาชิกชมรมฟ้าใหม่ ซึ่งอยู่ฝ่ายเสื้อแดงยังได้รับหน้าที่แจกหนังสืออนุสรณ์งานศพด้วย ขณะที่มีรายงานว่าฝ่ายพันธมิตรก็ได้รับเกียรตินี้ เพียงแต่ว่าอยู่คนละมุม

สำหรับนักวิชาการที่เข้าร่วมพิธี ฝ่ายพันธมิตรนำโดยนายเจิมศักดิ์ ส่วนฝ่ายประชาธิปไตยนำโดยดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ ส่วนฝ่ายริบบิ้นขาวนำโดยดร.โคมทม อารียา และดร.ปริญญา เทวนฤมิตกุล

ส่วนสื่อมวลชนมีไปที่เห็นหน้าคือฝ่ายประชาธิปไตยเช่น จอมเพชรประดับ ส่วนฝ่ายพันธมิตรมีวสันต์ ภัยหลีกลี้ จากอสมท.เป็นต้น

ส่วนแขกผู้อาวุโสอื่นๆ เช่นอดีตนายกฯอานันท์ ปันยารชุน ส.ศิวลักษ์ นายโภคิน พลกุล เป็นต้น

จากการสังเกตการณ์จะพบว่าผู้มาร่วมพิธีนั้นประกอบไปด้วยบุคคลจากทุกฝ่ายที่ขัดแย้งทางการเมืองอยู่ในขณะนี้ พิธีฌาปณกิจศพนั้นเป็นไปโดยเรียบง่าย นอกจากการบรรเลงเพลงประสานเสียงของวงสวนพลูคอรัสที่สดุดีท่านผู้หญิงโดยไม่ต้องเอ่ยนามถึงแล้ว ก็มีน้องสาวของท่านผู้หญิงคนหนึ่งที่ต้องนั่งรถเข็น เป็นประธานในพิธี มีพระไพศาล วิสาโล พระวัดป่าภูหลง จังหวัดชัยภูมิ กล่าวแสดงธรรมก่อนประชุมเพลิง โดยพระไพศาลกล่าวในตอนหนึ่งว่า ชีวิตของท่านผู้หญิงนั้นเป็นไปโดยความเสียสละอย่างที่สุด แม้กระทั่งถึงแก่อนิจกรรมแล้วก็ให้สังขารเป็นบทเรียนแก่นักศึกษาแพทย์ และสังคมไทย

เจ้าภาพได้จัดทำหนังสือระลึกชื่อ "หวนอาลัย พูนศุข พนมยงค์"เป็นบรรณาการแก่ผู้ร่วมงานจำนวน5,000เล่ม โดยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์บริจาคค่าจัดทำ400,000บาท ซึ่งนี่น่าจะเป็นการใช้เงินงบประมาณที่มากที่สุดสำหรับพิธีกรรมอันเรียบง่ายทรงคุณค่านี้

เป็นที่น่าสังเกตว่าปณิธาน"ไม่ขอรับเกียรติยศใดๆ"นั้นเป็นไปโดยเคร่งครัด ในบริเวณงานปราศจากพวงหรีดเคารพศพจากบุคคลมีชื่อเสียง หรือชนชั้นสูงในวงสังคม และไม่มีหรีดเคารพศพใดๆอยู่เลย นักการเมืองที่ไปในงานทั้งอดีตนายกฯอย่างนายอานันท์ หรือว่าที่นายกฯอย่างนายอภิสิทธิ์ ก็ไม่ต้องมีเจ้าภาพไปพินอบพิเทาต้อนรับขับสู้ใดๆ กระทั่งนายอภิสิทธิ์ที่มาถึงงานก็ต้องเดินหาที่นั่งเอาเอง ขณะที่นายชำนิ ศักดิเศรษฐต้องยืนด้านหลังงาน เช่นเดียวกับประชาชนอื่นๆที่หากมาทีหลังงานเริ่มไปแล้วก็ต้องหาที่ยืน

ผู้ไปร่วมพิธีล้นศาลาที่เจ้าภาพจัดเตรียมการไว้ลงมาด้านล่างจำนวนมาก บรรยากาศเป็นไปโดยสงบเรียบง่าย ทรงพลัง และฝ่ายต่างๆที่ขัดแย้งกันทางการเมืองในประเทศทักทายกันตามธรรมเนียม เสมือนว่าไม่มีวิกฤตการณ์ใดๆในทางการเมืองอยู่ในขณะนี้



......
ที่มาของภาพหน้าศพของท่านผู้หญิง


ท่านผู้หญิงเคยเล่าถึงเหตุการณ์ในภาพนี้กับนิตยสาร สารคดีว่า

(ในปีพ.ศ.2495)ตอนนั้นลูกปาล(พนมยงค์)ถูกเกณฑ์ทหารและอยู่ระหว่างลาป่วย ตำรวจก็มาจับตัวถึงในบ้าน ฉันพยายามทำใจเข้มแข็งเมื่ออยู่ต่อหน้า พอพวกนั้นกลับไปฉันวิ่งขึ้นไปร้องไห้ด้วยความคับแค้นใจ

หลังจากตำรวจเอาลูกฉันไป สองวันต่อมา ฉันเป็นเถ้าแก่หมั้นคุณศักดิ์ชัย บำรุงพงศ์ (เสนีย์ เสาวพงศ์) ตำรวจก็มาจับในงานไปสอบสวนที่สันติบาล ตอนนั้นลูกสาวสองคนยังเล็กอยู่ เลยต้องเอามานอนที่สันติบาลด้วยสองคืน ตำรวจที่สอบสวนฉันคือพระพินิจชนคดี พี่เขยของ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช

ติดคุกได้ ๑๒ วัน ตำรวจก็พาไปศาล ผู้ต้องหาหญิงคนเดียว ไม่รู้ใช้กำลังเท่าไหร่ ไปศาลแล้วพวกหนังสือพิมพ์ก็จะมาถ่ายรูป ตำรวจพยายามจะเอาฉันหลบกล้อง ตอนนั้นไม่กลัวเลยนะ หลังจากติดคุกได้ ๘๔ วัน

ตอนติดคุก ฉันสะเทือนใจมาก เมื่อได้รับการปล่อยตัวออกมา มีความรู้สึกไม่ปลอดภัยอีกต่อไป จึงเห็นว่าไม่สมควรอยู่เมืองไทย พอปี ๒๔๙๖ ก็เดินทางไปอยู่ฝรั่งเศสกับลูกสองคนคือดุษฎีและวาณีที่ยังเล็กอยู่ จากนั้นพยายามติดต่อนายปรีดีจนสำเร็จ จึงเดินทางไปอยู่เมืองจีนพร้อมกัน

สงครามนี้อีกยาวนาน เป็นสงครามยืดเยื้อ Protract War แม้อภิสิทธิ์จะเป็นนายกฯก็ตาม

ที่มา thaifreenews

บทความโดย..ลูกชาวนาไทย

ผมไปเที่ยวป่ามาเสียหลายวัน ตั้งแต่วันที่ 10 ธันวาคม 2551 วันรัฐธรรมนูญ กลับออกมาจากป่า ก็คิดว่า คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะเป็นนายกฯไปเรียบร้อยแล้ว แต่ข่าวแรกที่ได้รับตอนออกมาจากป่าคือ คุณอภิสิทธิ์ ยังไม่ได้เป็นนายกฯ แว๊บแรกที่เข้ามาในสมองผมก็คือ "วิกาลยาวนาน ความฝันมาก" ยิ่งทิ้งเวลานานไป โอกาสที่อภิสิทธิ์จะได้เป็นนายกฯก็ลดลงไปเรื่อยๆ สส.กลุ่มเพื่อนเนวิน ที่กองทัพไทย พยายามใ้ช้อิทธิพลบีบบังคับ ก็อาจจะได้สติเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และรู้ว่า กองทัพไทยที่ไม่กล้าทำรัฐประหารนั้น อำนาจต่อรองจะไร้ค่า มีแต่อำนาจ "อุ้ม" ประการเดียวเท่านั้นที่เหลืออยู่

ก่อนออกป่า ผมก็ได้เขียนบทความเตือนกลุ่มเนวินทิ้งไว้คือ "คนทรยศนั้น ไม่มีอนาคตให้ ไม่ว่าจะยุคใดสมัยใด" ไม่มีสังคมใด ที่จะนิยมยกย่องเชิดชูึคนทรยศ ยิ่งทรยศต่อประชาชนด้วยแล้ว ยิ่งไร้อนาคตโดยสิ้นเชิง

หลังกลับจากป่า วันที่ 13 ธันวาคม ผมก็ออกไปร่วมงาน "วันแดงเดือดที่สนามศุภชลาศัย" เห็นภาพคนเต็มสนาม จนล้นออกมา้้ข้างนอก ไม่ต่างจากครั้งที่จัดที่สนามรัชมังคลาฯ แต่อย่างใด แต่ครั้งนี้ สนามศุภฯ ขนาดเล็กกว่า จุคนในสนามน่าจะได้ประมาณ 50,000 คนเท่านั้น

แม้จะผิดหวังบ้างที่ท่านายกฯทักษิณ ไม่ได้โฟนอินเข้ามา แต่ผมคิดว่า สถานการณ์การต่อรองทางการเมือง คงเข็มข้นกว่าที่ปรากฎออกมาทางสาธารณชน แม้คุณวีระจะบอกว่า เป็นข้อเสนอของฝ่ายพรรคร่วมฯ แต่ผมคาดว่าคงมีอะไรมากกว่านั้นอย่างแน่นอน แม้ทักษิณไม่ได้โฟนอินเข้ามา แต่ก็แสดงให้ฝ่ายตรงข้ามเห็นศักยภาพแรงศรัธาของประชาชนต่อทักษิณไม่ได้ลดลงไปแ่ต่อย่างใดเลย

วิกฤตการณ์ทางการเมืองไทย 3 ปีที่ผ่านมา ไม่ได้ลดทอนศรัทธาของประชาชนต่ออดีตนายกฯทักษิณ แต่กลับไปลดทอนศรัทธาของฝ่ายตรงข้ามไปจนแทบจะไม่เหลือไว้เลยแม้แต่น้อย

วิกฤตการณ์ครั้งนี้สั่นสะเทือนถึงสวรรค์ชั้นฟ้าตาวติงสาภูมิ อย่างไม่เคยมีมาก่อนในรอบครึ่งศตวรรษมานี้ ในวงสนทนาต่างๆ ผมได้ยินคำเรียกอย่างที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนเช่นกัน แสดงให้เห็นว่าศรัทธาของคนจำนวนมากได้หายไปแล้ว เหลือเพียงความโกรธแค้นแทน ที่พวกฝ่ายตรงข้ามไม่ยอมหยุดทำลายประเทศเสียที

สงครามความขัดแย้งทางการเมืองไทยครั้งนี้ ไม่มีทางจบสิ้นลงอย่างง่ายๆ แน่นอน เป็นสงครามยืดเยื้อยาวนาน และไม่มีทางจบลงอย่างง่ายๆ ด้วยการกระทำของใครอย่างแน่นอน

การใช้กลโกง Trick หรือ cheating ต่างๆ ของผู้มีอำนาจทั้งหลาย ที่หวังจะให้สถานการณ์พลิกกลับมาอยู่ข้างตน ให้ประชาชนพลิกกลับมาสนับสนุนตนชั่วข้ามวันนั้น ไม่มีทางทำได้อย่างแน่นอน ไม่ว่าจะยึดอำนาจรัฐได้ด้วยวิธีการฉ้อฉล ใช้ตุลาการภิวัฒน์เข้าขยี้ฝ่ายตรงข้ามอย่างลืมอาย ลืมคุณธรรมจริยธรรมที่พยายามอ้างอิงเท่าใด ก็ไม่มีทางทำให้สถานการณ์พลิกกลับแน่อน

ยิ่งดิ้นก็ยิ่งถลำลึกและฝังตัวเองมากยิ่งขึ้น ประชาชนยิ่งก่นด่าในใจหรือ ในหมู่คนที่เขาคิดว่าไม่เป็นภัยแก่ตนมากยิ่งขึ้น กฎหมายปิดปาก กดหัว ไม่มีทางสร้างศรัธาคืนกลับมาได้

ความขัดแย้งทางการเมืองครั้งนี้ ก็อย่างที่ผมเคยบอก มันเป็นความขัดแย้งที่รากฐาน ความคิดความเชื่อทางการเมืองของประชาชน และซึมลึกลงไปถึงประชาชนทุกคน ทุกคนในสังคมได้ถูกดึงเข้ามาสู่ความขัดแย้งครั้งนี้ มันไม่ใช่แค่ความขัดแย้งในหมู่คนชั้นนำเท่านั้น แต่ซึมตั้งแต่ยอดหญ้า จนถึงรากหญ้าเลยทีเดียว

แม้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ จากกลโกงอย่างหน้าด้านของฝ่ายอำมาตยาธิปไตย แต่ผมไม่คิดว่านี่จะเป็นการยุติความขัดแย้งลงแต่อย่างใด เพราะนี่มันเป็นการชนะแค่ การรบครั้งหนึ่งเท่านั้น และเป็นสมรภูมิที่พวก ศักดินาอำมาตยาธิปไตย ต้องทุ่มเทกำลัง ทรัพยากร และความศรัธาลงไปแทบจะหมดสิ้น แต่ชัยชนะที่ได้มา คือรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ ที่ไม่มีเสถียรภาพแต่อย่างใดทั้งสิ้น

แต่ฐานที่แท้จริงทางด้านมวลชน ประชาชน ที่เป็นฐานสนับสนุนทางการเมืองที่แท้จริงหาได้มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใดไม่ มีการเลือกตั้งใหม่เมื่อใด รัฐบาลแบบนี้ก็พังทลายเมื่อนั้น

รัฐบาลรูปแบบเก่าๆ ย้อนยุคเหมือนรัฐบาลนายชวน หลีกภัย ปี 2536 มันไม่มีทางตอบสนองสังคมในปี 2551 นี้ได้อีกต่อไปแล้ว แม้จะลากไปยาวนาน 3 ปี ก็ไม่มีทางที่จะทำให้ ฝ่ายอำมาตยาธิปไตย สามารถตรึงพัฒนาการทางการเมืองของประเทศไทยให้หยุดนิ่งอยู่กับที่ได้อย่างแน่นอน

ผลการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรี วันที่ 15 ธันวาคม 2551 คือ นายอภิสิทธิ ได้เสียงสนับสนุน 233 เสียง พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ได้ 197 เสีย รวมแล้วคือ 430 มีผู้งดออกเสียง 7 คน จาก สส.ในสภาทั้งหมดขณะนั้นคือ 437 เสียง ก็เป็นอันแน่นอนแล้วว่า นายอภิสิทธิ เวชชาชีวะ ได้เป็นนายยกรัฐมนตรีคนที่ 27 ด้วยวิธีการที่เรียกได้ว่า สกปรก ต่อต้านคุณธรรมและจริยธรรม ที่พวกคนชั้นกลางใช้โฆษณามาอย่างยาวนานในสามปีนี้

ก็ชัดเจนว่า เกิดกลุ่มงูเห่าภาคสอง โดย สส.กลุ่มเพื่อนเนวิน ซึ่งก็คงไม่มีปัญหาอะไร ให้เป็นหน้าที่ของคนอีสานที่จะไล่ล่า งูเห่าให้สูญพันธุ์ต่อไป การเลือกตั้งซ่อมอีก 29 เขตเลือกตั้ง ประชาชนก็มีสิทธิ์ แสดงเจตจำนงของตนอีกครั้งหนึ่ง แม้ผมจะคิดว่าคงเป็นการเลือกตั้งที่สกปรกที่สุดอีกครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ก็ตาม

ผมไม่เชื่อว่ากลุ่มอำมาตยาธิปไตย จะสามารถดำรงรูปแบบการเมืองที่สกปรก ที่ต้องทำทุกอย่าง เพื่อบิดเบือนอำนาจประชาชน และต่อต้านการเปลี่ยนแปลงนี้ต่อไปได้อีกนาน เพื่อที่จะอยู่ในอำนาจให้ได้ พวกเขาจะต้องจ่ายต้นทุนที่แพงแสนแพง ตั้งแต่ใช้เงิน/ตำแหน่ง ซื้อ สส. กลุ่มเพื่อนเนวิน รวมทั้งการสะสมทุนจำนวนมาก เพื่อซื้อเสียงเลือกตั้งครั้งต่อไป เพื่อดึงให้ประชาชน หันกลับไปสู่รูปแบบการเมืองเดิมคือ “การเลือกตัวบุคคลมากกว่าเลือกพรรค”

สำหรับพรรคเพื่อไทย ผมไม่เห็นว่าจะเป็นผลเสียแต่อย่างใด กับการที่ต้องไปเป็นฝ่ายค้าน เพราะเมื่อการเมืองถูกดึงมาเล่นในสภา โอกาสที่พรรคเพื่อไทยจะชนะเลือกตั้งในอนาคต ไม่ใช่เป็นสิ่งที่ยากเย็นอะไรนัก เพราะผมเชื่อว่า พฤติกรรมการเลือกตั้งของประชาชนเปลี่ยนไปแล้ว แม้ สส.จะทรยศต่อเสียงของประชาชน แต่ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ประชาชนจะสั่งสอนพวกเขาเอง พรรคเพื่อไทยควรใช้โอกาสนี้ พัฒนาพรรคให้เข้มแข็งมากยิ่งขึ้น เพิ่มกระบวนการจัดตั้งลงไปในหมู่ประชาชน รวมทั้งวางตัว สส.ที่จะสู้กับ สส.ทรยศในเขตเลือกตั้งภาคอีสาน และภาคเหนือต่อไป

พรรคไทยรักไทย ชนะเลือกตั้งแบบถล่มทลาย เพราะนายชวน หลีกภัย ดื้อและทู้ซี้อยู่ในอำนาจกว่า 3 ปี ผมก็คิดว่า ในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ แม้นายอภิสิทธิจะทู้ซี้อยู่ในอำนาจไปอีก 3 ปี เมื่อมีการเลือกตั้งใหญ่ พรรคเพื่อไทยก ก็คงพิชิตศึกครั้งนี้โดยไม่ยากเท่าใดนัก

สงครามยังอีกยาวนาน แต่ศรัทธาของฝ่ายอำมาตยาธิปไตย ถูกใช้ไปจนแทบหมดสิ้นแล้ว

หากเป็นเกมออนไลน์ต่างๆ เรียกว่าพวกเขาใช้ MP หรือ Magic Point หรือ Mana ไปแทบหมดสิ้นแล้ว เพื่อเอาตัวรอดในนาทีวิกฤติ

ตอนนี้พวกอำมาตยาธิปไตย เหลือ Magic point อีกไม่เท่าไหร่แล้ว