WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, December 17, 2008

ท่านผู้หญิง พูนสุข พนมยงค์ ผู้ไม่ขอรับเกียรติยศใดๆ

ที่มา thaifreenews



บทสัมภาษณ์ ท่านผู้หญิง พูนสุข พนมยงค์ ก่อนสิ้นชีวิต 4เดือน

เมื่อแผ่นดินไร้ซึ่งธรรม สุดท้ายก็เกิดสงครามกลางเมือง แผ่นดินนี้แยกเป็นสอง

ที่มา thaifreenews

บทความโดย...ลูกชาวนาไทย



ตอนนี้ผมเริ่มปลงกับความเป็นไปของแผ่นดินนี้แล้วครับ

การได้อำนาจมาอย่างฉ้อฉลของรัฐบา่ลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่เป็นนอมินีของพวกศักดินาอำมาตยาธิปไตย วางแผนสร้างสถานการณ์เอาไว้อย่างดี ตั้งแต่อยู่เบื้องรัฐประหาร 19 กันยายน แล้วสั่งยุบพรรค ทรท. โค่นรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช สร้างม็อบพันธมิตร หนุนหลังให้ยึดเอ็นบีที ทำเนียบรัฐบาล สนามบินดอนเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ

ยุบพรรคพลังประชาชน และพรรคร่วม สุดท้ายก็บีบให้กลุ่มเนวิน ทรยศต่อประชาชน

ในที่สุดก็ได้รัฐบาลประชาธิปัตย์ ที่เกิดขึ้นอย่างฉ้อฉลในอำนาจของประชาชน

ทำกันอย่างโจ้งครึ้มไม่อายฟ้าดินอย่างนี้ คิดหรือว่าจะครองอำนาจได้อย่างสงบสุข โดยประชาชนนั่งมองดูเฉยๆ อย่างนั้นหรือ คิดว่าทำแบบนี้แล้วคนไม่รู้ทันอย่างนั้นหรือ คนจะยอมโง่สยบต่อคำหลอกลวงต่างๆ อย่างนั้นหรือ

ผมว่าไม่มีใครที่จะหลอกลวงโลกได้เก่งขนาดนั้นหรอกครับ การได้อำนาจเช่นนี้มา รังแต่จะทำให้เกิดสงครามเลือดนองแผ่นดิน เกิดกลียุคความวุ่นวายเท่านั้น

ความขัดแย้งทางการเมืองครั้งนี้ ไม่มีทางที่ฝ่ายใดจะชนะ ได้อำนาจไปโดยการ Cheating อย่างแน่นอน รัฐบาลผู้ก่อการร้ายของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ใช่จุดจบของความขัดแย้ง แต่เป็นจุดเริ่มต้นของความแตกหัก ที่ไม่มีใครจะยอมได้อีกต่อไปแล้ว

ไม่มีใครจะยอมอยู่ใต้อำนาจอันฉ้อฉลเช่นนี้ ไม่มีใครยอมให้กดหัวอีกต่อไปหรอกกครับ

สังคมต้องวิวัฒนาการไปข้างหน้า ไม่ใช้ถอยหลังกลับ ติดแหง็กอยู่กับที่



เมื่อเห็นขบวนคนเสื้อแดงที่เริ่มชุมชุม และเคลื่อนขบวนแล้ว ผมรู้สึกในใจทันทีว่า "แ่ผ่นดินนี้ได้แตกสลายลงอย่างสิ้นเชิงแล้ว" แผ่นดินนี้ไม่มีหลักยึดมั่น ไม่มีใครมีคุณธรรมมากพอที่จะหยุดความขัดแย้งนี้แล้ว แม้แต่เทพเจ้าบนสวรรค์ชั้นฟ้าทีใดก็ตาม เมื่อเทพเจ้าฉ้อฉลต่อมนุษย์ ความศรัทธา ต่อปวงทวยเทพก็สิ้นสูญลงไป

เมื่อแผ่นดินไร้ธรรม แผ่นดินก็ปั่นป่วนวุ่นวาย ไม่มีใครจะใช้วาจาอันฉ้อฉลหลอกลวงเพื่อให้คนยอมรับได้อีกแล้ว

เมื่อม็อบเสื้อแดงเคลื่อน การปราบปรามอย่างรุนแรงหากมีตามมา มันก็ไม่มีทางจบสิ้นความบาดหมางครั้งนี้ได้ เพราะเมื่อมันร้าวในใจแล้ว ต่อให้ใช้อำนาจกดไว้ มันก็จะระเบิดและกระจายไปทั่ว

การปราบม็อบอีกฝ่าย แต่ไม่ยอมปราบอีกฝ่าย เท่ากันเปิดหน้ากากมาร ให้คนเห็น ไม่มีประชาชนประเทศใด ในยุคใหม่ ที่จะยอมอยู่ใต้รัฐมารอย่างศิโรราบหรอกครับ สุดท้าย รัฐมารก็สิ้นสูญลงไปด้วยอำนาจของประชาชนอย่างแน่นอน

ตอนนี้ไม่มีธรรมบนแผ่นดินแล้ว ปล่อยให้แผ่นดินมันสูญสิ้นไปก็ไม่มีอันใดน่าเสียดายอีกต่อไป

เมื่อแผ่นดินไร้ธรรม ก็ไม่มีคุณค่าเพียงพอที่จะรักษามันไว้

ตอนนี้ผมนึกถึงคำพูดของสุมาเต็กโช ในสามก๊กที่ว่า แผ่นดินรวมแล้วก็แตก แตกแล้วก็รวม ไม่มีอะไรจะต้องไปกังวลใจใดๆ ทั้งสิ้น

แผ่นดินจีนวุ่นวายหลายครั้งในประวัติศาสตร์ เกิดสงครามกลางเมือง ราชวงศ์อันยิ่งใหญ่ต้องสิ้นสูญ เมื่อไร้ธรรม เกิดราชวงศ์ใหม่ แล้วก็ล่มสลาย

แต่ประเทศจีนก็ยังอยู่ และอยู่อย่างยิ่งใหญ่ด้วย

แผ่นดินไทย เมื่อไม่มีธรรม ก็ปล่อยให้มันวุ่นวายไปเถอะครับ รักษาตัวเองให้รอด ไม่ต้องห่วงหาอาทรต่ออะไรทั้งสิ้น เำพราะสุดท้าย ผืนแผ่นดินก็ยังคงอยู่ ประชากรก็ยังคงอยู่ หายไปแต่ผองงผู้ปกครองทั้งหลายเท่าั้นั้นเอง



อยุธยาสิ้นแล้ว แต่คนไทยยังอยู่สืบมาได้อย่างสันติสุขบ้าง ทุกข์ระทมบ้าง แต่คนไทยยังอยู

วันที่กรุงศรีอยุธยาแตก ราชวังถูกเผา ราชวงศ์ล่มสลาย เมืองกลายเป็นเมืองร้าง

แต่วันนั้นก็ไม่ใช่วันสูญสิ้นเผ่าไทย แต่มันเป็นการสูญสิ้นรัฐมารของผู้ปกครองที่เลวร้าย อย่างพระเจ้าเอกทัศน์ต่างหาก

ชนเผ่าไทยไม่ได้สูญสิ้นตามไปด้วย

อยุธยาล่มแล้ว โอ้เมืองแก้วเมืองสวรรค์

แต่วันนั้นก็ไม่ใช่วันสูญสิ้นชนชาติไทย

Tuesday, December 16, 2008

มาร์คงานเข้า รายงานการสอบสวนอภิสิทธิ์กรณีรับราชการโรงเรียนจปร.โผล่เน็ต

ที่มา Thai E-News

ข้อมูลโดย NARAK
ที่มา เว็บบอร์ดประชาไท
16 ธันวาคม 2551

เผยชัด นายอภิสิทธิ์ เข้ารับราชการ รร.จปร.ผิดระเบียบ แถมระบุหนีการเกณฑ์ทหาร เส้นช่วยเหลือนายอภิสิทธิ์ก็โดนทัณฑ์ทางวินัย หรืออาญา

รายงานของ จบ. (กองสืบสวนสอบสวน) ที่ กท.0423/277 วันที่ 19 พฤษภาคม 2542 เรื่อง รายงานผลการสอบสวนกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เข้ารับราชการที่ รร.จปร. ส่งถึง ผบ.ทบ.ในยุคนั้น พร้อมเอกสารรายงานผลการสอบสวนจำนวน 292 แผ่น มีรายละเอียดดังนี้





Sydney Morning Herald: Monarchy damaged by elites

ที่มา Thai E-News

by Hamish McDonald Asia-Pacific Editor
The Sydney Morning Herald
December 16,2008
แปลเป็นไทยโดยคุณ bbb

สถาบันถูกทำลายโดยชนชั้นสูง

บทวิเคราะห์

การเลือกตั้งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้ถูกเสนอชื่อจากพรรคฝ่ายค้านมาเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของไทยเมื่อวานนี้เป็นเครื่องหมายชัยชนะของชนชั้นสูงของประเทศ ที่โบกสะบัดสีของราชวงศ์ในระหว่างการต่อสู้เพื่อได้มาซึ่งอำนาจ ด้วยวิธีทำให้บ้านเมืองปั่นป่วนวุ่นวาย

การต่อสู้ของพวกเขานั้นทำเพื่อที่จะรักษาไว้ซึ่งสถาบันอันเป็นที่เคารพของประเทศซึ่งมีกษัตริย์ภูมิพล อดุลยเดชเป็นสัญลักษณ์ จากแผนการแย่งชิงอำนาจจากนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลที่กำลังลี้ภัยและเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร

แต่เมื่อมองกลับไปถึงการเคลื่อนไหวต่างๆ โดยกลุ่มที่เรียกตัวเองว่าขวาจัด (Royalist) ใน 3 ปีที่ผ่านมา นักประวัติศาสตร์ในอนาคตอาจจะลงความเห็นว่าพวกเขาทำลายหรือไม่ก็เกือบจะทำลายสถาบันกษัตริย์เพื่อที่จะปกป้องมันไว้

เวชชาชีวะซึ่งเป็นผลพลอยจาก Etonและ Oxford เป็นหนึ่งในพวกผู้ดีไทยที่จบจาก "โรงเรียนเก่าแก่" ซึ่งจะโน้มน้าวคนนอกว่าทุกอย่างกำลังเข้าที่เข้าทาง แต่รากฐานของระบอบการเมืองไทยกำลังสั่นคลอน

ทักษิณไม่ใช่ตัวอย่างที่ดีเลิศของความดีมีศีลธรรม เขารวยเป็นพันล้านมาจากการเล่นเกมส์สัมปทานของรัฐ และใช้เงินบางส่วนนั้นในการติดสินบนคนยากจนในชนบท ในระหว่างที่เขาเป็นผู้นำรัฐบาลก็ได้ลดอำนาจสถาบันที่ตรวจสอบการใช้อำนาจไม่ถูกต้อง เขาอนุญาตให้อดีตตำรวจฆ่าตัดตอนผู้ค้ายาเสพติดและสนับสนุนการจัดการอย่างเข้มงวดต่อความไม่สงบของชาวมุสลิมในภาคใต้ถึงขั้นที่ว่าชาวมาเลย์นั้นอาจไม่ยอมรับการปกครองจากกรุงเทพอีกเลยก็ได้

แต่ถึงกระนั้นเขาก็ได้รับการเลือกตั้งอีกครั้ง และหลังจากที่เขาถูกเด้งออกจากตำแหน่งโดยกองทัพไทยเมื่อปี 2006 และหนีไปอยู่ต่างประเทศหลังจากถูกข้อกล่าวหาคอร์รัปชั่น ตัวแทนของเขาก็ยังได้รับเลือกตั้งอีกหนในเดือนธันวาคม 2007 และถึงแม้ว่าเขาจะถูกตัดสิทธิ์โดยการตัดสินที่น่าแคลงใจของศาล ตัวแทนของเขาเหล่านั้นคงจะได้รับชัยชนะต่อไปเมื่อไหร่ก็ตามที่มีการลงคะแนนอีก

การดำเนินการกำจัดทักษิณให้ออกจากอำนาจและไม่ให้กลับมานั้นได้ทำลายอำนาจอื่นๆของไทยทั้งหมด: ตุลาการ, ทหาร และสถาบันพระมหากษัตริย์

ทหารสั่นคลอนเพราะหลังจากหลังจากยึดอำนาจในปี 2006 เพราะพวกเขาแสดงให้เห็นว่าไม่สามารถที่จะขับเคลื่อนประเทศที่เป็นกึ่งอุตสาหกรรมและมีเศรษฐกิจที่เปิด

ตุลาการสั่นคลอนเพราะเข้มงวดอย่างไร้เหตุผลกับฝ่ายทักษิณ – เช่นการตัดสิทธิ์ตัวแทนคนแรกที่มาจากการเลือกตั้ง สมัคร สุนทรเวชจากการทำรายการทำกับข้าว แต่ในขณะเดียวกันก็อนุญาตให้อีกฝ่ายยึดทำเนียบรัฐบาล

ส่วนสถาบันนั้นสั่นคลอนเพราะยอมรับการเมืองข้างถนนของกลุ่มที่เรียกตัวเองผิดๆว่าพันธมิตรเพื่อประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งต้องการส.ส.ที่มาจากการเลือกตั้งแค่ 30% ในสภาและให้กองทัพสามารถที่จะมีอำนาจมาแทรกแซงรัฐบาลที่ถูกมองว่าไม่สะอาดหรือบริหารไม่ดี

กษัตริย์ภูมิพลไม่ได้ออกมาคัดค้านการใช้สีเหลืองของกลุ่มพันธมิตรตลอดเวลาที่โอบล้อมกรุงเทพและต่อมายึดสนามบิน 2 แห่งรวมถึงการปล้นสะดมและการใช้อาวุธที่ร้ายแรงมากขึ้น และเมื่อหนึ่งในผู้ประท้วงเสียชีวิต จากการระเบิดของแก๊สน้ำตา พระราชินีก็ได้เสด็จไปงานศพของเธอและทรงเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด และการสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างผู้พิพากษาที่หลุดออกมาก็แสดงให้เห็นว่าพวกเขาดำเนินการโดยได้รับสัญญาณจากทางราชวงศ์เพื่อยุบพรรคของทักษิณ

ครูชาวออสเตรเลียที่ไม่มีใครรู้จัก และเป็นนักเขียนที่เขียนให้กับหนังสือพิมพ์กรีก Neo Kosmos ชื่อ Harry Nicolaides อายุ 41 ปี ได้ถูกจำคุกตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม ด้วยข้อหาที่ร้ายแรงของไทยคือ หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ (les majeste) :ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 15 ปี ในปี 2005 เขาได้เขียนไว้ว่า

(เซ็นเซอร์)

ซึ่งไม่เป็นการฉลาดเลยสำหรับใครก็ตามที่ต้องการมาเยือนประเทศไทย แต่มันก็แค่หนังสือนวนิยายที่ตีพิมพ์โดยส่วนตัวแค่ 50 เล่ม และขายได้เพียงแค่ 7 เล่ม

ผู้ปกป้องสถาบันทั้งหลายควรจะกลับไปมองผลเสียหายซึ่งได้กระทำขึ้นเอง และควรเตรียมหาวิธีที่จะทำให้องค์รัชทายาท Prince Vajiralongkorn นำทิศทางของสถาบันให้มีความมั่นคงอย่างมีดุลยภาพกับระบอบประชาธิปไตยมากกว่า

กลุ่มเพื่อนเนวินยื่น 8ข้อบรรจุนโยบายรบ."มาร์ค"ยันแก้รธน.-ตั้งสสร. รช.แพแตก"วิรัช"เฉ่ง"ประดิษฐ์"

ที่มา มติชนออนไลน์

"รช."แพแตก"วิรัช" เฉ่ง"ประดิษฐ์" ระบุ"เชษฐา"ถูกหลอกหลายเรื่อง กร้าวจับมือ "ทัศนียา" เป็นฝ่ายค้าน "เติ้ง"เชื่อเพื่อนเนวินไม่สร้างปัญหา หลังยื่น 8 ข้อเสนอให้ "มาร์ค"บรรจุเป็นนโยบาย ยันต้องแก้รธน.-แนะตั้งสสร. "เนวิน"เลี่ยงตอบ"ปู่ชัย"ลาออก พผ.อ้างมติ"ประชา"หน.เป็นโมฆะ "สมศักดิ์" กล่อม "เพื่อนเนวิน"เข้าพรรคภูมิใจไทย

รช.แพแตก"วิรัช" เฉ่ง"ประดิษฐ์"


นายวิรัช รัตนเศรษฐ ว่าที่ ส.ส.สัดส่วน กลุ่ม 5 พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา (รช.) ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม ถึงกรณีการยื่นใบลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค และ ส.ส.สัดส่วน พรรครวมใจไทยชาติพัฒนาของ พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร ว่าที่ผ่านมา พล.อ.เชษฐาถูกหลอกมาทุกเรื่อง ทั้งเรื่องมติของพรรคร่วมรัฐบาลที่ไม่เคยระบุว่า จะสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล พล.อ.เชษฐาถูกบีบหลายเรื่อง จนเปรยว่า นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ เลขาธิการพรรครวมใจไทยฯ ไม่เคยให้เกียรติเลย ดังนั้น ถ้าอยากทำอะไรให้ทำไปเลย ขณะที่กรรมการบริหารพรรคนำรายชื่อ ส.ส.สอบตก คนรถ เจ้าหน้าที่ธุรการมาเป็น แล้วบังคับให้ ส.ส.ทำตาม มันเหมาะสมแค่ไหน เป็นใครก็อึดอัด เพราะพรรคการเมืองไม่ใช่บริษัท ที่ผ่านมา ส.ส.หลายคนในพรรคอึดอัดเรื่องนี้เช่นกัน แต่ไม่กล้าพูด แต่ตนไม่กลัวอยู่แล้ว


กร้าวจับมือ"ทัศนียา"เป็นฝ่ายค้าน


นายวิรัชกล่าวว่า เมื่อได้เลื่อนลำดับมาเป็น ส.ส.สัดส่วน อย่าหวังว่า พรรคจะมีเสียงครบ 9 เสียง ตนกับนางทัศนียา รัตนเศรษฐ ภริยา ซึ่งเป็น ส.ส.นครราชสีมา จะทำหน้าที่ตรวจสอบเป็นฝ่ายค้าน แม้จะเป็นพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงพลังงาน กับ กระทรวงการคลัง จะตรวจสอบอย่างละเอียด และไม่ต้องนำมติพรรคมาบีบ ถ้าไม่พอใจตนกับภรรยาขอให้ขับออกจากพรรคเลย จะได้ไปอยู่พรรคอื่นได้ ไม่อยากอยู่พรรคในรูปแบบบริษัทที่มีคนสั่งการอยู่เบื้องหลัง ถ้ามติพรรคเป็นเรื่องไม่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ตนกับภรรยาก็พร้อมจะไปอีกทางหนึ่ง วันนี้พรรครวมใจไทยฯเหมือนพรรคที่ส่อแววแตก ตอนโหวตเลือกนายกฯมีทุกคะแนนทุกรูปแบบทั้งสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน การงดออกเสียง และการไม่มาร่วมประชุม


ปูดทำกร้าวหวังสร้างอำนาจต่อรอง


รายงานข่าวจากพรรค รช.แจ้งวว่า ขณะนี้พรรคกำลังกำหนดทิศทางการบริหารเสียง ส.ส.พรรคใหม่ เนื่องจากการโหวตเลือกนายกฯที่ผ่านมา มีเสียงแตก โดยจำนวน ส.ส.ของพรรคทั้งหมด 9 เสียง มี 2 เสียงแตกออกไปสนับสนุน พล.ต.อ.ประชา พรมนอก คือ พล.อ.เชษฐา และนางทัศนียา รัตนเศรษฐ ส่วนนายสมชัย ฉัตรพัฒนศิริ ส.ส.นครราชสีมา ที่งดออกเสียงนั้น นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ แกนนำพรรคจะเข้าไปเจรจาเกลี้ยกล่อมให้อยู่ในระเบียบต่อไป สำหรับกรณี นพ.ไกร ดาบธรรม ส.ส.เชียงใหม่ ที่โดดประชุมนั้น ไม่น่ามีปัญหา เชื่อว่ายังคงอยู่กับพรรค แต่มีเหตุผลจำเป็นจริงๆ จึงไม่ได้มาโหวต ทั้งนี้ สำหรับ 2 เสียงของนางทัศนียา และนายวิรัชที่จะเลื่อนมาเป็น ส.ส.สัดส่วนแทน พล.อ.เชษฐานั้น เชื่อว่ามีความพยายามและรู้กันกับ พล.อ.เชษฐา เพื่อสร้างอำนาจการต่อรองภายในพรรค และรวมทั้งต่อรองกับพรรคอื่นที่จะขอย้ายไปอยู่ด้วย สำหรับทิศทางต่อไปของพรรค ต้องรวบรวมเสียง ส.ส.ให้นิ่งที่สุด ขณะนี้คาดว่าเหลือเสียงที่สามารถควบคุมได้จำนวน 7 เสียง โดยจะรอดูท่าทีของ ส.ส.กลุ่มอื่นที่ถูกยุบพรรคประกอบการพิจารณาต่อไป อาทิ กลุ่มเพื่อนเนวิน และกลุ่มมัชฌิมาธิปไตยเดิมของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน

อ่านรายละเอียดต่อ มติชนออนไลน์

ข้อคิดจากพิธีเผาศพ ท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์

ที่มา ประชาทรรศน์

คอลัมน์ : สิทธิประชาชน

โดย จรัล ดิษฐาอภิชัย


เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม ผมได้ไปเผาศพ ท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์ ณ วัดพระศรีมหาธาตุ (วัดที่คณะราษฎรสร้างขึ้น) คงไม่ต้องบอกว่าท่านเป็นภริยาของ ท่านปรีดี พนมยงค์ ผู้นำการปฏิวัติประชาธิปไตย 24 มิถุนายน 2475 เป็นบุคคลที่สร้างคุณูปการอย่างใหญ่หลวงแก่ประเทศไทยเกือบทุกด้าน ท่านผู้หญิงพูนศุขสิ้นชีวิตเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2550 พิธีเผาศพของท่านเป็นไปอย่างเรียบง่ายตาม “คำสั่งถึงลูกๆ ทุกคน” 10 ข้อ อันลือลั่นโดยเฉพาะ “ไม่ขอรับเกียรติยศใดๆ ทั้งสิ้น” “ ไม่สวดอภิธรรม” ผมได้ข้อคิดจากงานเผาศพท่านหลายประการ จึงใคร่นำมาเขียนสักอย่าง

แต่ก่อนอื่น ขอเริ่มด้วยเรื่องส่วนตัว ผมโชคดีที่ได้รู้จักกับท่านผู้หญิงพูนศุขมาตั้งแต่ท่านยังพำนักที่บ้านอองโตนี ชานกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ต่อมา ผมเรียกท่านว่า “คุณยาย” มาตลอด ท่านเมตตาผมและครอบครัวเสมอ เมื่อผมแต่งงานใหม่ๆ ไปกราบเรียนเชิญท่านเป็นประธานพิธีสมรส ท่านก็ยินดี จากการที่ได้รู้จักกับท่านผู้หญิงพูนศุข ผมรู้สึกและมีความคิดเห็นว่าท่านเป็นคนยิ่งใหญ่ มีความคิดจิตใจเปี่ยมล้นด้วยคุณธรรม ความเข้มแข็ง เด็ดเดี่ยว มีหลักการและความเชื่อมั่นประชาธิปไตยอย่างสูง สมเป็นภริยาคู่ชีวิต ของท่านปรีดี พนมยงค์

ใครที่ได้ศึกษาชีวประวัติของท่านปรีดี ย่อมรู้ว่าท่านปรีดีประสบปัญหาความไม่มั่นคงปลอดภัยในชีวิตมาตั้งแต่หลังการปฏิวัติ 2475 โดยถูกกลุ่มอำมาตยาธิปไตยทั้งในและนอกรัฐบาลใส่ร้าย ป้ายสี โจมตีท่านว่าเป็นคอมมิวนิสต์ ต้องเดินทางไปอยู่ต่างประเทศพักหนึ่ง เมื่อกลับมา ท่านได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีหลายกระทรวง หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นนายกรัฐมนตรี ครั้นเกิดคดีสวรรคต รัชกาลที่ 8 ท่านปรีดีก็ถูกใส่ร้ายว่าพัวพันกับคดีนี้ ในที่สุด ฝ่ายอำมาตยาธิปไตยที่มีกลุ่มนายทหารซึ่งเรียกตัวเองว่า “คณะรักชาติ” ร่วมกับนักการเมืองพรรคประชาธิปัตย์ร่วมกันโค่นล้มกลุ่มการเมืองของท่านโดยการทำรัฐประหาร 8 พฤศจิกายน 2490 และมุ่งจับเป็นหรือตายท่านปรีดี จนทำให้ท่านต้องหลบหนีไปต่างประเทศ

รัฐบาลและคณะทหารได้กวาดล้างนักการเมืองกลุ่มท่านปรีดี ด้วยการจับกุมคุมขังและสังหารอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหลังจากท่านปรีดีพยายามยึดอำนาจทางการเมืองเพื่อฟื้นฟูประชาธิปไตยล้มเหลว เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2492 ที่เรียกกันว่า “ขบถวังหลวง” ท่านผู้หญิงพูนศุขถูกจับกุมเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2492 ในข้อหากบฏภายในและภายนอกราชอาณาจักร และถูกคุมขัง 84 วัน ท่านผู้หญิงพูนศุขแสดงความเข้มแข็ง ไม่เคยหลั่งน้ำตาเลย ภาพถ่ายที่ท่านเดินนำหน้าตำรวจในวันถูกจับ ย่อมยืนยันลักษณะนี้ของท่านอย่างชัดเจน

ภาพถ่ายนี้ เจ้าภาพได้อัดเป็นรูปขนาดใหญ่นำมาตั้งหน้าแท่นพิธีให้ญาติมิตร ลูกหลานและประชาชนผู้รักประชาธิปไตยไว้ความอาลัย เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ปีที่แล้ว และในพิธีเผาศพได้นำมาตั้งไว้หน้าเมรุ ในขณะที่เดินขึ้นไปวางดอกไม้จันทน์ ผมได้พูดกับคนที่รู้จักว่า ภาพถ่ายนั้น เจ้าภาพคงต้องการบอกว่าท่านผู้หญิงพูนศุขถูกจับกุมโดยคณะเผด็จการ ท่านผู้หญิงเป็นนักประชาธิปไตย และต่อต้านเผด็จการ ไม่รู้ว่าคนที่กำลังเดินขึ้นไปวางดอกไม้จันทน์โดยเฉพาะคนที่เห็นด้วยกับรัฐประหาร สนับสนุนเผด็จการทหารของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติหลายสิบคน เช่น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายประสาร มฤคพิทักษ์ จะรู้สึกหรือคิดอย่างไร

นี่ยังไม่พูดถึงว่าครอบครัวของท่านผู้หญิงพูนศุขเป็นครอบครัวของ ท่านปรีดี พนมยงค์ ผู้นำการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองมาเป็นประชาธิปไตย ถูกรังแก ทำร้ายจากพวกอำมาตยาธิปไตย ต้องระหกระเหินไปอยู่ต่างประเทศกว่า 30 ปี บรรดาคนที่เคยสนับสนุนเผด็จการ แล้วก็ยังอยู่ฟากอำมาตยาธิปไตยใส่เสื้อเหลือง มาเผาศพท่าน มีสักกี่คนที่คิดว่าตนมาร่วมพิธีเผาศพนักประชาธิปไตยผู้ยิ่งใหญ่ คู่ชีวิตของ ท่านปรีดี พนมยงค์ จะรำลึกนึกถึงและสืบทอดภารกิจของท่านทั้งสองอย่างไร
มิใช่เพียงแต่ถอดเสื้อเหลืองใส่ชุดดำมาร่วมพิธีตามประเพณีเท่านั้น

ประชาธิปไตย...มีไว้เพื่อ!

ที่มา ประชาทรรศน์

คอลัมน์ : ละครชีวิต

โดย ลวดหนาม


หลังจากพยายามกันมาตั้งแต่หลังเหตุการณ์รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ในที่สุด นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคก็ได้เป็นนายกรัฐมนตรีสมดังตั้งใจ

ผมขอแสดงความยินดีด้วยความจริงใจ แต่ก็ไม่รู้นะครับว่า เจ้าตัวจะรู้สึกภาคภูมิใจกับตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีคนที่ 27 มากน้อยแค่ไหน

แต่เอาเท่าที่ไปได้ยินได้ฟังมา ประชาชนเขาด่ากันทั่วซอยว่า “ไร้ศักดิ์ศรี” ปล้นอำนาจประชาชน ได้ยินมาแทบหูชา
ประเทศไทยปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อำนาจอยู่ในมือประชาชน หากรัฐบาลไหนมีประชาชนนิยมชมชอบมากก็อยู่ได้นาน

แต่ในเมืองไทย อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้เสมอ เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นได้อย่างเป็นกระบวนการ แต่ผมมิอาจเขียนให้ใครต่อใครทราบ เพราะมันซับซ้อนเกินกว่าที่เราจะเข้าใจ

บอกตามตรงว่ารู้สึกแย่ ในฐานะที่ร่วมต่อสู้กับ “เผด็จการ” ยืนหยัดรักษาประชาธิปไตย และยิ่งได้ยินเสียงประชาชนทั้งประเทศช่วยกันด่าเผด็จการ ก็ยิ่งทำให้รู้สึกแย่เข้าไปอีก

เพราะไม่รู้ว่าต่อไปนี้ ประเทศไทยจะเกิดอะไรขึ้น ในเมื่อไม่มีการยอมรับฟังเสียงประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ
ผมเชื่อแน่ว่า “คนเสื้อแดง” ไม่มีทางยอมรับรัฐบาลนายอภิสิทธิ์แน่นอน เพราะคนในฝั่งพรรคประชาธิปัตย์ไม่ค่อยมีมือบริหารที่มีวิสัยทัศน์

ดังนั้น ผมจึงไม่ค่อยมั่นใจ ประชาธิปัตย์ ที่เขียนแบบนี้เพราะหากย้อนกลับไปดูข้อเขียนของผม เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน ที่เขียนถึงงานระดมทุนใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์ “เชื่อมั่นประเทศไทย มั่นใจประชาธิปัตย์” ที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี

ผมเคยเขียนด่าพรรคประชาธิปัตย์ไว้ และในวันนี้ก็จะยังคงด่าต่อไป ไม่ได้กลืนน้ำลายเหมือนที่ท่านผู้อ่านเขียนจดหมายเข้ามาด่าสารพัด

นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ของไทยคาดการณ์ถึงแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2552 ที่จะได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจโลกอย่างเต็มๆ

มีการคาดการณ์ว่า ในปีหน้าการส่งออกของไทยจะลดลง มีอัตราการเติบโตไม่เกิน 10% ผู้ประกอบการหลายๆ รายอาจต้องปิดกิจการลง เนื่องจากไม่สามารถทนฝ่า “มรสุมทางเศรษฐกิจ” ในครั้งนี้ไปได้

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันที่ธุรกิจส่วนใหญ่ของไทยจะเป็นธุรกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่สายป่านไม่ยาวไกลเหมือนบริษัทใหญ่ๆ ซึ่งผู้ประกอบการที่เป็นธุรกิจเอสเอ็มอี ก็คงหนีไม่พ้นผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจในครั้งนี้

นอกจากนี้ สภาเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ระบุว่า ในปี 2552 จะมีคนว่างงานกว่า 2 ล้านคน ซึ่งในจำนวนนี้จะรวมบัณฑิตที่จบการศึกษาในต้นปี 2552 ประมาณ 7 แสนคน
ทั้งหมดนี้คือปัญหาเพียงบางส่วนที่คนไทยต้องเผชิญในปีหน้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ในขณะที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล มี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี

คนจน คนรากหญ้า ชาวไร่ชาวนาจะลืมตา อ้าปากได้มากน้อยแค่ไหน เพราะจากประสบการณ์ในอดีตพรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยใส่ใจปัญหาคนจนเลย

ดังนั้นขอให้ “คนเสื้อแดง” ช่วยกันจับตารัฐบาลนายอภิสิทธิ์ให้ดี หากบริหารประเทศจนล่มจมก็ต้องช่วยกันให้รางวัลกับพวกเขา ในฐานะตัวแทนของประชาชน!

ปชป.ในกำมือพันธมาร

ที่มา ประชาทรรศน์

คอลัมน์ : ตะแกรงข่าว

โดย *อัฐศิริ*


ในที่สุด รัฐบาลที่มีพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำ มี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคของ นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำกลุ่มผู้ก่อการร้ายพันธมาร ได้เป็นนายกรัฐมนตรี สมใจมือที่มองไม่เห็น

หลังจากประลองกำลังกันอย่างชุลมุนวุ่นวาย อันเป็นสัจธรรมทางการเมือง ในการฉกฉวยแย่งชิงอำนาจการบริหารประเทศ เพื่อวางขุมกำลังรับการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น จำเป็นต้องยึดกุมอำนาจรัฐเพื่อความได้เปรียบฝ่ายตรงข้าม

วันนี้คนไทยมีจุดยืนทางการเมืองและมีความหลากหลายของอารมณ์ความรู้สึกต่อสถานการณ์ทางการเมืองที่แข่งขันกันชัดเจน มุ่งมั่นในความคิดของตัวเอง และปฏิเสธความเห็นต่าง ถือเป็นรอยร้าวที่นับวันยิ่งร้าวลึกลงไปทุกที

เค้าลางของการเผชิญหน้าออกมาให้เห็นเป็นระยะ ในลักษณะที่ไม่ยอมลดราวาศอกกัน มองฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยเป็นศัตรูไปหมด

เรื่องนี้ไม่สามารถลงจบได้ เมื่อกลุ่มก่อการร้ายพันธมาร ที่บางฝ่ายเรียกว่าเป็น “กบฏ” ออกมายื่นเงื่อนไขทำเป็นแถลงการณ์ถึง 13 ข้อ ทำให้ความพยายาม ของฝ่ายที่จะทำให้เกิดความปรองดอง สมัครสมานสามัคคีของคนไทยในชาติ ที่คนกลุ่มหนึ่งพยายามทำอยู่ ดูริบหรี่ลงไปทันที

เพราะเป็นเงื่อนไขเดิมๆ ที่เคยนำมาเรียกร้อง จนนำไปสู่การแตกแยกปั่นป่วนย่อยยับในบ้านเมือง สร้างความเสียหายอย่างป่นปี้ให้แก่ประเทศชาติเป็นแสนล้านมาหยกๆ ด้วยกระทำความผิดตามกฎหมาย เหิมเกริมยั่วยุท้าทายอำนาจรัฐ ปราศจากความยำเกรงต่ออาญาแผ่นดิน

เพียงเพราะคนพวกนี้ต้องการเป็นใหญ่ในแผ่นดิน โดยการ ใช้เส้นทาง “การเมืองใหม่” เข้ามามีอำนาจ ด้วยการผลักดันของอำนาจนอกระบบ
ซึ่งคดีเก่าๆ ยังไม่มีทีท่าว่าจะคืบหน้าไปถึงไหนเลย
ถึงจะหายหน้าไป แต่คนพวกนี้ยังมีความสุขดีครับ

แกนนำอย่าง นายสนธิ ลิ้มทองกุล ไปเที่ยวสหรัฐอเมริกา เพราะเกิดความเครียด ที่มีคดีความท่วมหัว แต่เป้าประสงค์ใหญ่คือ ยังต้องพึ่งคนที่นั่น ในการขอรับการบริจาคทุนรอน เพื่อนำมาใช้ในการชุมนุมประท้วงในเมืองไทย

เพราะสปอนเซอร์ที่เป็นหลักในประเทศ เริ่มตีตัวจาก เนื่องจากมีการออกมาแฉว่า มีบริษัทไหนใครบ้าง ที่ต่อท่อน้ำเลี้ยงสนับสนุนการประท้วงของกลุ่มก่อการร้ายพันธมาร จนสร้างความบอบช้ำแก่ประเทศชาติ และวันนี้ได้ส่งผลกระทบไปถึงบริษัทเหล่านี้กันบ้างแล้ว จากเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ลงทุกที

หรืออย่าง พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ก็ต้อนคนรู้ใจไปติวเข้มกันเป็นพิเศษ ถึงขนาดลงแพเปลี่ยนบรรยากาศแถวทองผาภูมิ ที่เมืองกาญจน์ เตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น

ในกองทัพ ซึ่งถือเป็นกำลังหลัก ในการป้องกันประเทศ ก็มีเรื่องที่น่าเป็นห่วง
เพราะกองทัพวันนี้เป็นเป้าโจมตีว่า เข้ามาก้าวก่ายการเมือง มามีส่วนในการจัดตั้งรัฐบาล
หากกองทัพเข้ามามีบทบาทมีอำนาจในการจัดตั้งรัฐบาลแล้ว คนที่มาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะวางตัวอย่างไร จะเป็นตัวของตัวเองได้มากน้อยแค่ไหน

ที่ปฏิเสธไม่ได้คือ มีนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ยืนเป็นหลักให้กลุ่มผู้ก่อการร้ายพันธมารในการชุมนุมประท้วง ถ้าเล่นลูกดื้อกับแม่ทัพนายกอง ก็จะโดนทวงบุญคุณว่า มีอำนาจได้มานั่งหัวโต๊ะทุกวันนี้ เพราะทหารอุ้มมานะ
ผลสุดท้ายก็ออกมาแบบ วัดครึ่งหนึ่ง กรรมการครึ่งหนึ่ง ไก่เห็นนมงู งูก็เห็นนมไก่

ข่าวความบาดหมางไม่พอใจของคนที่อยู่ในกองทัพด้วยกันเอง เล็ดลอดออกมาอยู่เสมอ ซึ่งไม่ได้ขีดวงอยู่เฉพาะ “คนนอก” เท่านั้น

ระวังอย่าให้ความบาดหมาง ขยายตัวออกไปจนเป็นความไม่ไว้ใจกัน อันนี้เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง ยิ่งในช่วงที่บ้านเมืองมีปัญหา กองทัพก็ถูกมองว่า มีการเลือกข้าง-จัดขั้ว
เรื่องนี้เรื่องใหญ่ครับ โดยเฉพาะในช่วงหน้าสิ่วหน้าขวานอย่างนี้

การเอนเอียงไปเข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด เท่ากับจะกระพือให้ไฟแห่งความแตกแยก ปะทุคุโชนรุนแรงขึ้นมาอีก
ข่าวแจ้งว่า เรื่องอย่างนี้ไม่พ้นหูพ้นตาคนที่เคยได้ชื่อว่า เป็น “ขงเบ้ง” แห่งกองทัพบกอย่าง พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ผู้มีประสบการณ์บนเส้นทางการเมืองมาอย่างโชกโชน ที่แสดงความเป็นห่วงที่คนข้างนอกตำหนิกองทัพมากมาย จึงออกมาเตือน แต่ก็ไม่ทราบว่าจะมีคนเข้าใจหรือไม่

เพราะเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับภารกิจของกองทัพ ควรให้การเมืองจัดการคลี่คลายสถานการณ์กันไปเอง
ดังนั้นจึงต้องมีการทบทวนว่า ภารกิจของกองทัพคืออะไร ออกมาสะเปะสะปะทำให้กองทัพเสื่อม คนจะไม่เคารพ หรือมั่นใจเหมือนสมัยก่อน

นี่ทำให้เห็นเจนถึงวุฒิภาวะของชายชาติทหารที่ผ่านสมรภูมิการรบพุ่ง และออกมาตั้งพรรคการเมือง ทำงานการเมือง อย่างเปิดตัวเปิดใจ

ไหนๆ ก็มีรัฐบาลแล้ว คิดว่าเรื่องความบาดหมางไม่เข้าใจกัน คงจะมีคนมาจัดการให้เป็นที่ประจักษ์กับประชาชนให้เชื่อโดยสนิทใจว่า
ทหารเป็นรั้วของชาติที่แท้จริง

จากการที่กลุ่มผู้ก่อการร้ายพันธมารบุกยึดทำเนียบรัฐบาล มีปัญหาเรื่องความมั่นคงของชาติตามมา ซึ่งเป็นเรื่องที่อันตรายมาก

สมช. พบว่าประตูอัตโนมัติของศูนย์บริหารวิกฤตการณ์ระดับชาติถูกเปิดออก ฮาร์ดดิสก์ขนาดใหญ่ของเซิร์ฟเวอร์กลาง 6 จุด ถูกถอดออกไป ภายในฮาร์ดดิสก์มีความจุสูงถึงหลายเทราไบต์ คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะหลายสิบเครื่องถูกถอดฮาร์ดดิสก์ออกจนหมด ก่อนจะปิดฝาให้อยู่ในสภาพเดิม

นายเทิดไท ศรีอุประ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ สมช. เปิดเผยว่า ทั้งระบบฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่ถูกขโมยมีมูลค่าสูงถึงเกือบ 40 ล้านบาท ฮาร์ดดิสก์ภายในเซิร์ฟเวอร์ของศูนย์บริหารวิกฤตการณ์ระดับชาติยังไม่มีข้อมูลบรรจุภายในแต่ฮาร์ดดิสก์ภายในเซิร์ฟเวอร์ของ สมช. บรรจุอยู่ตั้งแต่ปี 2544 ซึ่งรวมถึงข้อมูลด้านความมั่นคงที่แต่ละสำนักคัดสรรมาเก็บไว้ที่เซิร์ฟเวอร์กลาง
นี่จึงเป็นเรื่องที่มิอาจให้เงียบหายไปได้ โดยปราศจากผู้รับผิดชอบ

เพราะถือว่าได้เกิดความเสียหายยิ่งใหญ่กับประเทศชาติแล้ว นอกเหนือจากการทำลายชาติทางเศรษฐกิจโดยการที่กลุ่มพันธมิตรฯ บุกปิดสนามบินนานาชาติทั้งสองแห่ง โดยที่ทหาร ตำรวจ หรือฝ่ายปกครองไม่ได้เตรียมรับมือที่จะสกัดกั้นและแก้ไขวิกฤติตั้งแต่ต้น

เหตุการณ์ที่ลุกลามจนเป็นเรื่องใหญ่โตในวันนี้ เป็นเพราะรัฐธรรมนูญฉบับบำบัดความใคร่ของเผด็จการแท้ๆ เพราะมีปัญหา ตั้งแต่ที่มา เจตนารมณ์ และเนื้อหา
โดยตามศัพท์แล้ว รัฐธรรมนูญ แปลว่า ระเบียบอำนาจหน้าที่ในการปกครองแผ่นดิน
รัฐธรรมนูญเกิดจากคน จึงเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ หากคนส่วนใหญ่เห็นว่า ไม่เป็นประชาธิปไตย

ที่สำคัญคือ คนไทยต้องให้ความสำคัญและรู้แจ้งเห็นจริง มีความเข้าใจในรัฐธรรมนูญอย่างถ่องแท้ อย่าให้ใครมาใช้เป็นเครื่องมือ มาจูงจมูกได้

ความวุ่นวาย ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการอ้างว่าเป็นการใช้สิทธิ แต่ไปละเมิดสิทธิและเสรีภาพของคนอื่นนั้น ถ้าจะอ้างก็ถือว่า เป็นการใช้ตาม รัฐธรรมนูญฉบับโจร หรือรัฐธรรมนูญของเผด็จการเท่านั้น
ไม่ใช่ระเบียบอำนาจหน้าที่ในการปกครองประเทศ ที่คนส่วนใหญ่ต้องการ

เมื่อเป็นอย่างนี้ จึงอยู่ที่ “พรรคประชาธิปัตย์” ว่าจะกล้าแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ หรือจะยอมเป็นลูกไก่ในกำมือของกลุ่มพันธมาร ที่มี ส.ส. คนสำคัญของพรรคเป็นหัวโจกแกนนำ
จะบีบก็ตาย จะคลายก็รอด ถ้าเป็นอย่างนี้ ประชาธิปไตย ก็ถอยหลังเข้าคลอง ลึกเข้าไปทุกที

กรรมสนองกรรม

ที่มา ประชาทรรศน์

คอลัมน์ : โต๊ะข่าวประชาทรรศน์

โดย เอกฉัตร

“พี่น้องครับ วันนี้ผมมีเรื่องกังวลใจเยอะมาก เรื่องแรกคือสิ่งที่เกิดขึ้นในไทยเมื่อเร็วๆ นี้ โดยเฉพาะการยึดสนามบิน 2 สนามบินนั้น มีผลกระทบรุนแรงมาก ไม่ว่าเรื่องการท่องเที่ยวและการลงทุน เศรษฐกิจของเรามีปัญหา ประเทศอื่นเขามีปัญหาอยู่แล้ว แต่ของเรามีปัญหาหนักขึ้น ปัญหาสังคมตามมา ปัญหาการแตกแยก”

“ถามว่าเราจะแก้ปัญหาอย่างไร ถ้ามันไม่มีปัญหาการเมืองเหมือนที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ก็พอแก้ไหว ซึ่งก็ไม่ง่าย แต่พอมีปัญหาการเมืองอย่างนี้ แก้ยากมาก และการแก้ปัญหาทางการเมือง ไม่ใช่ว่าจะย้ายซ้ายไปขวา ขวาไปซ้าย มันไม่ใช่อย่างนั้น ทางออกที่ดีต้องมี แต่ถามว่าวันนี้ทำไมไม่มีทางออก”

“ก็เพราะว่าเราหวังจะเอาชนะกันมากเกินไป เราเข้าใจผิดกันและเราก็จินตนาการจากความเข้าใจผิดนั้นและไล่ล่า ไล่ล้างกัน ในที่สุดระบบทั้งระบบก็เสียหายเหมือนที่เห็นกันในวันนี้ ประเทศชาติเสียหายมาก ก็เพราะเราใช้อารมณ์ ใช้ความเชื่อ ใช้ความคิดที่มันไม่ใช่เป็นเรื่องความจริง”

“สิ่งที่ผมเป็นห่วงวันนี้คือ การเมืองเรากำลังมีปัญหา นักการเมืองก็อยู่ในฐานะซึ่งทำงานลำบาก คนมาเป็นรัฐบาลวันนี้ก็ทำงานลำบาก เพราะเนื่องจากมีการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย มันมีการเข้าข้างกัน มันไม่เป็นลักษณะการให้ระบบทำงานด้วยตัวมันเอง องค์กรไหนก็ตามครับ ประเทศไหนก็ตามครับ ถ้าระบบมันทำงานไม่ได้ เพราะมีคนไปทำให้ระบบมันบิดเบี้ยว สังคมก็อยู่ไม่ได้ และที่ร้ายกว่านั้นก็คือว่า ถ้าการไม่เคารพการตัดสินใจของประชาชน ในที่สุดประชาชนส่วนใหญ่เขาจะแสดงความไม่พอใจ”

“ประชาธิปไตยไม่ได้หมายความร้อยเปอร์เซ็นต์ เคารพเสียงส่วนใหญ่ แต่รับฟังเสียงส่วนน้อย เพื่อที่จะนำมาปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้เสียงส่วนใหญ่มีมากขึ้นเรื่อยๆ นี่คือหลักของประชาธิปไตย แต่วันนี้ประชาธิปไตยของเรามันบิดเบี้ยว”

“ผมถูกทำลาย ผมถูกกล่าวหาโน่นกล่าวหานี่ มันเจ็บครับ แต่มันไม่เจ็บเท่าประเทศชาติวันนี้ ผมอยากให้นักการเมืองต่อสู้กันเรื่องความดีด้วยสิ่งที่แข่งกันทำให้ประชาชน น่าจะเป็นประโยชน์กว่าไหม หันหน้าเข้าหากันเถอะครับ”

“ในที่สุดก็ต้องอัญเชิญพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อปี 2535 ที่ทรงมีพระราชดำรัสว่า ผลสุดท้ายคนที่แพ้ก็คือชาติ เพราะฉะนั้นถ้าชาติแพ้ และพวกเราในฐานะที่เป็นคนอาศัยอยู่ในชาติก็แพ้หมด”

“ลืมอดีตเถอะครับ มองไปข้างหน้าดีกว่า ไม่เช่นนั้นเราก็ไม่รู้ว่าอนาคตเราจะเป็นอย่างไร จากประเทศไทยที่มีศักดิ์ศรีบนเวทีโลก วันนี้เขาบอกว่า เราล้าหลัง เราเป็นประธานอาเซียนนะครับปีนี้ แต่ยังจัดประชุมอาเซียนไม่ได้”

“ครั้งที่ทำเนียบถูกยึด วันนี้ยังไม่มีรัฐบาล เป็นอะไรที่ผมว่า มันพอเถอะ ปล่อยให้กลไกทำงานเถอะครับ”
นี่คือบางช่วงบางตอนคำพูดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่บันทึกใส่วีซีดีไว้เพื่อให้รายการความจริงวันนี้สัญจร นำมาเผยแพร่ เมื่อค่ำวันที่ 13 ธันวาคม ที่ผ่านมา ซึ่งผมได้ตัดตอนมาเฉพาะที่อดีตนายกฯ ทักษิณ พูดเรียกร้องให้ทุกฝ่าย สามัคคีกัน

จริงอยู่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจากการปลุกระดมให้ประชาชนแบ่งฝักแบ่งฝ่าย ไม่ใช่พวกเสื้อเหลืองไม่ใช่คนจงรักภักดีของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย มันขยายความแตกแยกยากที่จะประสานได้ในระยะเวลาอันสั้น แต่ใช่ว่าจะสิ้นหวัง หากทุกคนทุกฝ่ายนึกถึงองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประเทศชาติ และประชาชน

วันนี้เราได้นายกรัฐมนตรีคนใหม่ คนที่ 27 เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 3 ในรอบปี 2551 คือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีสมใจ หรือ สมอยาก ก็แล้วแต่จะคิดกัน

แต่...นับจากวันนี้ ภาระอันหนักหน่วงในการแก้ไขปัญหาให้กับประเทศไทยที่คนโดยทั่วๆ ไปยังฝังใจว่า พรรคประชาธิปัตย์ มีส่วนร่วมในการทำให้ประเทศประสบปัญหาวิกฤติ เพราะมี ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ คือ นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ และ ส.ส.สอบตกของพรรคประชาธิปัตย์ อีกหลายคนเป็นแกนนำของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

เป็นกรรมสนองกรรม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ ที่จะต้องถูกแรงเสียดทาน สีเหลืองกด สีแดงดัน

‘สามเกลอ’เบรกแตก!ซัดปชป.แหกธรรมเนียมจับขั้วตั้ง‘รัฐบาลสะตอ’กระทุ้ง‘มาร์ค’รีบเช็กบิลกบฏพันธมาร

ที่มา ประชาทรรศน์

‘สามเกลอ’ รับไม่ได้ ‘มาร์ค’ แหกธรรมเนียมปฏิบัติ! พรรคเสียงข้างน้อยทำเนียน ชิงจัดตั้งรัฐบาลสะตอสามัคคี แจงเหตุยุบรายการ ‘ความจริงวันนี้’ พร้อมยุติสัญญากับ NBT สิ้นปีนี้ ‘วีระ’ เผยเตรียมจัดโต๊ะจีนระดมทุน ‘คนเสื้อแดง’ ยันวิถีการต่อสู้ทางการเมือง ยึดสันติวิธี-อยู่ในกรอบกฎหมาย ‘จตุพร’ เบรกแตก! ซัดนายกฯใหม่เช็กบิล ‘กบฏพันธมาร’

นายวีระ มุสิกพงศ์ ผู้ดำเนินรายการความจริงวันนี้ กล่าวถึงจุดยืนของกลุ่มคนเสื้อแดงโดยพิจารณาจากพฤติกรรมรอบด้านแล้วว่าไม่สามารถที่จะเห็นด้วยกับการจัดตั้งรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้ เนื่องจากมีเหตุผล 3 ประการ ที่นายอภิสิทธิ์ได้ยกเลิกประเพณีในการจัดตั้งรัฐบาลที่ต้องมีเสียงสนับสนุนเป็นอันดับ 1 ถึงจะเป็นฝ่ายจัดตั้งรัฐบาลได้ ทั้งนี้นายอภิสิทธิ์ยังยอมรับการแทรกแซงจากนอกระบบรัฐสภา รวมถึงการขาดคุณสมบัติการเป็นนายกรัฐมนตรีของนายอภิสิทธิ์

อย่างไรก็ตาม คนเสื้อแดงจะดำเนินการต่อต้านรัฐบาลชุดนี้ภายใต้ระบบกฏหมายที่มีอยู่ และในขณะเดียวกันเราต้องเคารพสิทธิเสรีภาพของประชาชน

นอกจากนี้ ก่อนการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์จะต้องตอบคำถามว่าบุคคลที่ไม่ผ่านการเกณท์ทหารและใช้เอกสารเท็จนั้นมีความเหมาะสมจะเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ และการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีในครั้งนี้มี คมช.อยู่เบื้องหลังนั้นจะตอบคำถามอย่างไร

ส่วนแนวทางการปฏิบัติของรายการความจริงวันนี้จะดำเนินต่อไปอย่างไรนั้น นายวีระ กล่าวว่า ตนขอดูสถานการณ์ก่อน และจะไม่ทำอะไรมากกว่าการแถลงข่าวในวันนี้ โดยจะเป็นการประเมินสถานการณ์วันต่อวัน ถ้าจะปฏิบัติการต่อไปอย่างไรก็ขอดูการจัดตั้งครม.เสร็จสิ้นก่อน

เมื่อถามว่า รายการความจริงวันนี้จะเป็นอย่างไร นายวีระกล่าวว่าทางสถานีโทรทัศน์ เอ็นบีที ได้แสดงท่าทีที่ไม่เป็นมิตร และเราก็ต้องยอมยุติสัญญาเพราะว่าจะหมดสิ้นปีนี้พอดี โดยต่อไปนี้จะหาช่องทางใหม่ เพื่อติดต่อสื่อสารกับประชาชนแต่ตอนนี้ยังไม่มีช่องทางสื่อสารที่แน่ชัด ทั้งนี้ตนขอเชิญชวนมวลชนเข้าร่วมอุ้มระดมทุนคนเสื้อแดง ที่ร.ร.มิราเคิลแกรนด์ ในเวลา 18.00 น.โดยจัดให้ประชาชนได้จองโต๊ะ เพื่อจัดหางบประมาณเข้ามาสนับสนุนการจัดรายการความจริงวันนี้ต่อไป หากคนเสื้อแดงจะออกมาชุมนุมและออกมาเคลื่อนไหว

ด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า มีความเข้าใจเป็นอย่างดีกับประเด็นการต่อสู้ของคนเสื้อแดง แต่ประเด็นการต่อสู้ที่แท้จริงนั้นต้องกำหนดทิศทางอย่างชัดเจนซึ่งจะต้องอยู่ในกรอบกฏหมาย ส่วนในกรณีการจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้มันเลวร้ายจนตนรับไม่ได้ เพราะการตั้งรัฐบาลครั้งนี้เหมือนสมัยนายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เคยมีการชิงการจัดตั้งรัฐบาลมาแล้ว แต่คราวนี้เลวร้ายกว่าเพราะมีการใช้เงินซื้อตัว ส.ส. รวมถึงยังมีการแทรกแซงของผู้นำเหล่าทัพ และ คมช. และในการเลือกนายกฯ ถ้าไม่มีปัญหาในด้านกฏหมายและด้านจริยธรรมมันคงไม่เกิดปัญหาอย่างในวันนี้

และสิ่งที่เป็นปัญหาหนักของนายอภิสิทธ์ คือจะจัดการอย่างไรกับผู้ก่อการร้าย เพราะการกรกระทำของกลุ่มพันธมิตรเป็นสิ่งที่เลวร้ายหากไม่ดำเนินการใดๆประชาชนทุกคนก็มีสิทธิออกมาเคลื่อนไหว แต่เราก็มีการเตรียมพร้อม และกำหนดกฏเกณท์เป็นขั้นตอนไว้แล้ว และในกรณีของนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ นั้นจะดำเนินการอย่างไรกรณีมีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มพันธมิตร