WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, December 17, 2008

"อนุพงษ์" ไม่สบายใจถูกโยง "ประวิตร" ป้องนายกฯ ยันคดีหนีทหารจบแล้ว ลั่นพร้อมเคลียร์ "คนอีสาน-นปช."

ที่มา มติชนออนไลน์



"อนุพงษ์" แจงไม่สบายใจถูกโยง "ประวิตร" เตรียมนำ 5 เสือ ทบ.เยี่ยมอวยพรปีใหม่ ป้อง "อภิสิทธิ์" คดีหนีทหารจบแล้ว รับได้ "มาร์ค" ควบ รมว.กห. วอนทุกฝ่ายเลิก "แบ่งสี-แบ่งภาค" พร้อมเคลียร์ใจ "คนอีสาน-นปช."

"อนุพงษ์"ไม่สบายใจถูกโยง"ประวิตร"


พ.อ.(หญิง)ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก แถลงเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม ถึงกระแสข่าว พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) มีส่วนชี้นำการทำงานของกองทัพบกว่า พล.อ.ประวิตรไม่มีอำนาจตัดสินใจการบริหารงานของกองทัพบก แต่บทบาทส่วนตัวไม่สามารถไปปิดกั้นได้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กับ พล.อ.ประวิตร มีความสัมพันธ์ส่วนตัวกันในฐานะที่เคยเป็นผู้บังคับบัญชา กองทัพบกเป็นองค์กรไม่เกี่ยวกับใคร ที่ผ่านมาจุดยืนชัดเจน ซึ่งการเมืองพยายามดึงกองทัพ แต่กองทัพก็อยู่เฉย ยืนยันกองทัพไม่ยุ่งเกี่ยวการเมือง เป็นเรื่องสิทธิขาดของรัฐสภาที่ตัดสินกันแล้ว


"พล.อ.ประวิตรจะไปเชื่อมโยงกับเรื่องใด ถือเป็นเรื่องส่วนตัว อนาคต พล.อ.ประวิตรจะได้นั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หรือไม่ก็เป็นเรื่องส่วนตัว กองทัพบกไม่มีความสามารถดันใครมาทำงานการเมือง เมื่อเช้า (17 ธันวาคม) พล.อ.อนุพงษ์ชี้แจงต่อนายทหารระดับสูงให้เข้าใจ เพราะท่านไม่สบายใจในข่าวที่มีการเชื่อมโยง พล.อ.ประวิตรกับการทำงานของกองทัพ"


เตรียมนำ5เสือทบ.เยี่ยมด้วยตนเอง


พ.อ.ศิริจันทร์กล่าวอีกว่า ช่วงปีใหม่นี้ถือเป็นประเพณีที่ ผบ.ทบ.จะมีการพบปะอดีต ผบ.ทบ.ทุกคน อาทิ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร และ พล.อ.ประวิตร ทั้งนี้ พล.อ.อนุพงษ์อาจจะไม่เดินทางไปเยี่ยมเยียนอดีต ผบ.ทบ.ด้วยตนเอง แต่จะส่งผู้แทนระดับสูงกองทัพไปแทน แต่ พล.อ.อนุพงษ์จะนำ 5 เสือกองทัพบกไปเยี่ยมเยียน พล.อ.ประวิตรด้วยตนเอง


พ.อ.ศิริจันทร์กล่าวว่า พล.อ.อนุพงษ์ได้ส่งสารอวยพรปีใหม่และส่งความปรารถนาให้กำลังใจทหารทุกคน ระบุว่า "ตลอดปีที่ผ่านมากองทัพบกปฏิบัติภารกิจป้องกันประเทศและปกป้องชาติด้วยความมุ่งมั่น แม้เผชิญกับอุปสรรคปัญหาความเหนื่อยยาก แต่กองทัพทำภารกิจบรรลุความสำเร็จตามความมุ่งหมายและดำรงไว้ซึ่งเกียรติในการรักษาความมั่นคงของชาติและสถาบันพระมหากษัตริย์ ปัจจุบันสถานการณ์และปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นทั้งในและนอกประเทศกระทบต่อการทำงานของกองทัพบก ขอให้ทหารทุกคนตระหนักสิ่งที่ประเทศชาติต้องการมากที่สุดในขณะนี้ คือ ความรัก ความเข้าใจ และความสามัคคีของคนในชาติ เป็นภารกิจที่กองทัพต้องทุ่มเทให้ประชาชนเกิดความเลื่อมใสศรัทธาและเชื่อมั่นว่ากองทัพบกเป็นของประชาชน"


"ป็อก"รับได้"มาร์ค"ควบ"รมว.กห."


ที่กองการบินกรมการขนส่งทหารบก (ขส.ทบ.) เวลา 16.00 น. พล.อ.อนุพงษ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวว่าผลักดัน พล.อ.ประวิตร เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมว่า ไม่ทราบว่าใครจะเป็นตำแหน่งใด เป็นเรื่องพรรคที่จัดตั้งรัฐบาลเป็นผู้พิจารณา ซึ่ง 2 รัฐบาลที่ผ่านมาผู้ที่เป็น รมว.กลาโหม ไม่ใช่ทหารก็ทำงานเรียบร้อย ตนทำงานในหน้าที่ไม่เอนเอียงว่าจะเป็นทหารหรือพลเรือน ยืนยันว่าไม่ว่าจะตั้งใคร ทหารทำตามหน้าที่ไม่มีวาระส่วนตัวหรือเรื่องอื่น


ผู้สื่อข่าวถามถึงความสัมพันธ์กับพล.อ.ประวิตร พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า รับราชการด้วยกันมาเกือบทั้งชีวิต หลักการเรื่องงานมีทั้งเห็นด้วยและขัดแย้ง ไม่มีปัญหา ส่วนกรณีพล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม ระบุว่า หากนายกรัฐมนตรีควบตำแหน่ง รมว.กลาโหม จะทำให้งานกองทัพไม่เดินหน้า พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า การพิจารณาเป็นเรื่องฝ่ายการเมือง ไม่อยากก้าวล่วง ส่วน พล.อ.ประวิตร เหมาะสมหรือไม่นั้น ควรจะให้ผู้ที่รับผิดชอบเป็นผู้พิจารณาจะดีกว่า การไปพูดว่าเหมาะสมหรือไม่ น่าจะไม่ดี


เมื่อถามถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีจะควบตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า หลักการแล้วแต่ฝ่ายการเมืองจะพิจารณา แต่หากเป็นบุคคลนี้ไม่น่ามีปัญหา


ป้อง"เรื่องหนีทหาร"คดีจบแล้ว


ส่วนกรณีมีกระแสโจมตีนายอภิสิทธิ์ หนีทหาร พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ไม่ค่อยรู้เรื่องเดิม เพราะเรื่องผ่านมาตั้งแต่ 21 ปี มีหลักฐานการสอบสวนอยู่แล้ว ความจริงเรื่องมันจบไปแล้ว ตัวเนื้อความก็จบไปแล้ว ไม่ว่าจะด้านกฎหมาย และท่านได้รับตำแหน่งเป็นทหารไปแล้ว หากใครคิดว่าหลักฐานมีปัญหาคงสอบสวนกันอยู่แล้ว


“ผมอยู่ตามปกติกองทัพถึงอยู่กับผมได้ ยืนยันไม่มีวาระต้องไปถามคนอื่น คิดว่าสถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้อยู่ในสภาวะที่ดี และแนวโน้มน่าจะดีขึ้น ทั้งนี้ไม่ว่าใครก็แล้วแต่ ล้วนเป็นคนไทยทั้งนั้น ตอนนี้คนไทยไม่ว่าภาคไหน ต้องคิดถึงชาติ คิดถึงสังคมส่วนรวมมากกว่าจะไปคิดประเด็นอื่น พูดถึงชาติเท่านั้น ไม่มีประเด็นที่จะไปคิดเรื่องการเมือง ความขัดแย้ง ”


รักคนอีสานส่งทหารเคลียร์ใจ


เมื่อถามถึงสถานการณ์ความเคลื่อนไหวคัดค้านของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า คณะกรรมการติดตามสถานการณ์ร่วม (คตร.) จะติดตามข่าว ประเด็นสำคัญ คือ ประเทศชาติและส่วนรวมจะไปอย่างไร เรื่องชาติเท่านั้น เรื่องกลุ่มเป็นเรื่องรองลงมา ทุกชาติมีพรรคการเมือง 2-3 พรรคที่ถูกรับเลือกตั้ง แต่เขารวมความเป็นชาติได้ ไม่นำความขัดแย้งนี้มาเป็นความขัดแย้งของสังคมหรือส่วนตัว เมื่อจบก็จบ ใครบริหารต้องบริหารคนสองกลุ่มรับผลประโยชน์ทั้งคู่ คิดว่าประเทศชาติเราน่าจะทำสิ่งนี้ได้


เมื่อถามว่า นปช.อาจจะเข้าไปโจมตีกองทัพ พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า พื้นฐานผมรักคนอีสาน คิดว่าจะทำอย่างไรให้คนอีสานมีชีวิตที่ดี เขาจะรักใครไม่ขัดขวาง แต่รัฐบาลต้องทำให้คนด้อยโอกาสมีชีวิตที่ดีขึ้น แต่จะไปบังคับให้รักคนโน้นคนนี้ไม่ได้ หากเขาโกรธต้องค่อยพูดจา ทั้งนี้ ผมอยากพูดคุยกับเขา หากให้ทหารในพื้นที่ไปพูดคุยกับประชาชนอีสานได้ และไม่มองว่าเป็นการก้าวก่ายเรื่องการเมืองก็จะทำŽ


กองทัพพร้อมคุยแกนนำนปช.


"ผมคิดว่าคนเหล่านี้ไม่ผิด ไม่อยากเรียกว่า นปช. หรือเสื้อแดง คิดว่าเขาเป็นคนที่รัฐบาลต้องดูแล หากเรียกว่าพวกนั้นพวกนี้สถานการณ์คงไม่จบ การแสดงความรักหรือชอบของเขาไม่ได้ถือว่าผิด แต่ต้องทำความเข้าใจว่าหากใครทำผิดต้องว่ากันไปตามกฎหมาย ใครเข้ามาทำหน้าที่รัฐ ต้องดูแลไม่ให้คนแบ่งพรรค แบ่งพวก ขอให้มีคำว่าไทยอย่างเดียว ไม่น่ามีพวกอื่น สีอื่น สีเหลืองหรือสีแดง เพราะสีเหลือง มีอย่างเดียว คือ สถาบันพระมหากษัตริย์ ทุกคนอยู่ภายใต้สีเหลือง แต่ไม่ใช่ว่าเอาสีเหลือง สีแดงมาแยกเป็นพวกทางการเมือง" พล.อ.อนุพงษ์กล่าว


เมื่อถามว่า กองทัพจะไปพูดคุยกับแกนนำ นปช.หรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า ยังไม่มีมอบหมายมา หากทำคงจะเกินหน้าที่ของทหาร ต้องฟังนโยบายของรัฐบาล และรัฐบาลต้องพยายามไม่สร้างความแตกแยก หากรัฐบาลมอบให้ทำ กองทัพพร้อมที่จะทำโดยสร้างความเข้าใจ โดยใช้ กอ.รมน.จังหวัด และศึกษาความต้องการของประชาชน แต่เชื่อว่าโครงสร้างปกติของรัฐบาลน่าจะทำได้ ไม่ต้องใช้ กอ.รมน.


เมื่อถามว่า เชื่อมั่นการบริหารงานของนายอภิสิทธิ์หรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า เชื่อมั่นทั้งนั้น ไม่ว่าใครมาถืออำนาจรัฐต้องช่วยกันร่วมมือ ถ้าทำได้ดีจะเกิดผลรวมที่ดีกับทุกคน หากทำไม่ดีมีกลไกที่จะเข้าไปตรวจสอบถ่วงดุล

"ในหลวง"โปรดเกล้าแต่งตั้ง"อภิสิทธิ์"เป็นนายกฯคนที่ 27

ที่มา ประชาทรรศน์

"ในหลวง" ทรงลงพระปรมาภิไธยแต่งตั้งนายกฯคนที่ 27 "อภิสิทธิ์"เปิดใจภารกิจแรกยุติศึกเหลือง-แดง กร้าวใครที่คิดร้ายต่อบ้านเมืองถือเป็นศัตรู ประกาศสานต่อโครงการรักษาฟรี กองทุนชุมชน ยืนยันรับฟังทุกเสียงของประชาชน

วันนี้ (17 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เดินทางเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อนำรายชื่อนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย แต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการแล้ว หลังจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงลงพระปรมาภิไธย แต่งตั้ง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ คนที่ 27 แล้ว

ด้าน นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังรับพระบรมราชโองการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ว่า รู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นนายกฯ ตนสำนึกเสมอว่า เกิดมาเป็นข้าแผ่นดินต้องสนองคุณแผ่นดิน สำนึกตลอดว่า แผ่นดินร่วมเย็นตลอดมาเพราะพระบารมี ขอยืนยันตรงนี้ในฐานะนายกรัฐมนตรี ยืนยันรัฐบาลที่ตนเป็นผู้นำจะปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์"ฃ

"ขอบคุณเพื่อนสมาชิกในสภาฯ พี่น้องประชาชนที่ให้กำลังใจทำให้ตนมายืนตรงนี้ได้ อย่างไรก็ตาม ทราบดีถึงสถานการณ์การเมืองที่ไม่ปกติ หรือเรียกว่าเป็นสถานการณ์วิกฤต แต่เมื่อเป็นนักการเมืองในวิถีทางประชาธิปไตย เมื่ออาสาสมัครมาทำงานแล้วจะไม่หนีปัญหา หรือปฏิเสธความรับผิดชอบ เมื่อเสียงส่วนใหญ่สนับสนุนตนมาตามวิถีทางประชาธิปไตยและตามกระบวนการรัฐสภา"

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า หน้าที่เบื้องต้นคือการยุติการเมืองที่ล้มเหลว การเมืองที่ล้มเหลวคือต้นเหตุความชัดแย้ง ส่งผลให้การแบ่งฝ่าย แบ่งภาค แบ่งสีเกิดขึ้น การขจัดการเมืองที่ล้มเหลวคือการนำความสมัครสมานสามัคคีคืนมา อาศัยความยุติธรรม เป็นรัฐบาลภายใต้การนำนิติธรรม นิติรัฐ บังคับใช้กฎหมายเสมอภาพ อย่างไรก็ตาม ยืนยันทำงานให้คนไทยทุกคน ไม่ว่าเลือกหรือไม่เลือกตน ไม่ว่าสนับสนุนหรือไม่ หากท่านไม่คิดร้ายต่อบ้านเมือง ก็ไม่ถือเป็นศัตรู งานใดเป็นประโยชน์แม้เป็นของรัฐบาลก่อน ก็จะไม่ทิ้ง สานต่อ ไม่ว่าโครงการรักษาฟรี กองทุนในชุมชนต่างๆ

"ทราบดีว่า ปัญหาเร่งด่วนในใจประชาชนคือปัญหาเศรษฐกิจ การฟื้นฟูเศรษฐกิจจึงเป็นงานสำคัญ ตั้งใจดูแลเกษตรกรเต็มที่ ไม่ให้รับผลกระทบจากราคาพืชผลตกต่ำ ส่วนประชาชนนอกภาคเกษตรจะมีงานทำรายได้และโอกาส จะทำทุกวิถีทางเพื่อลดภาระค่าครองชีพ ตามแนวทางวาระประชาชน ทันทีที่แถลงนโยบายต่อสภา จะนำเสนอแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ครอบคลุมทุกสาขา"

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกัน แม้ว่าบ้านเมืองจะมีวิกฤตอย่างไร เราจำเป็นต้องแก้ปัญหาระยะยาวด้วย ไม่ปล่อยให้ปัญหาหมักหมมหรือตกค้าง โดยเฉพาะงานศึกษา ซึ่งถือว่าเป็นการลงทุนค้มค่าสุดของประเทศ รวมถึงโครงการพื้นฐานต่างๆ เช่น พัฒนาแหล่งน้ำ ถนน การคมนาคม การสื่อสาร อินเตอร์เน็ต พลังงานทดแทน ไม่เพียงแต่อยากให้เราฝ่าวิกฤตหรือแข่งขันประเทศอื่น แต่อยากเห็นประเทศไทยเป็นต้นแบบพัฒนาตามประชาธิปไตยที่มีคุณภาพยั่งยืน นอกจากนี้ ตนกำลังจะดำรงตำแหน่งประธานอาเซียน อยากให้เพื่อนอาเซียนมั่นใจการนำของเรา ในฐานะประธานการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่จะมีเร็วที่สุด

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อว่า ในฐานะนักการเมืองอาชีพ ตนได้รับโอกาสสูงสุด จากประชาชนตามวิถีทางประชาธิปไตยอยู่ในการเมืองมา 16 ปี เป็นผู้แทน 7 สมัย เคยเป็นรัฐมนตรี ผู้นำฝ่ายค้านในสภา ปัจจุบันตำแหน่งหัวหน้าพรรคการเมือง ความรู้ประสบการณ์ทั้งหมดจะนำมาใช้บนพื้นฐานความซื่อสัตย์เพื่อส่วนร่วม ยืนยันจะไม่ละทิ้งอุดมกรณ์การทำงาน และปล่อยสิ่งเหล่านั้นให้สูญหายกับการใช้อำนาจ หลือปล่อยสิ่งไม่ดีเกิดขึ้นในบ้านเมือง

"ผมไม่ลืมพี่น้อง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ลืมว่าความใฝ่ฝันของพี่น้อง คือความสันติสุข ความสงบสุขที่รอคอยคือความสุขของท่าน ผมไม่ลืมพี่น้องชาวเหนือเมื่อครั้งที่มีโอกาสไปเยี่ยมเยียนหลายคครั้งในยามทุกข์ ยามสุข ที่ประสบภัยพิบัติหลายครั้ง และยังจำได้ว่ามีเด็กหนุ่มคนหนึ่งวิ่งตามรถแห่หาเสียงตะโกนบอกว่าอยากฝากบ้านเมืองให้ผมดูแล ส่วนพี่น้องชาวอีสาน ผมได้ทราบทุกข์สุขของท่าน ไม่ลืมวันที่ปั้นข้าวเหนียวที่ไร่มันสัมปะหลังและอดที่จะเอ่ยถึงไม่ได้ คือคุณนายเนียน ที่ อ.ม่วงสามสิบ จ.อุบลราชธานี ที่ได้มอบแหวนวงนี้(ชูแหวน)ให้ผม และได้หมั้นผมกับคนอีสานไว้แล้ว วันนี้ผมได้ทำงานให้คนอีสานของท่านและจะทำงานร่วมกับท่านด้วยความซื่อสัตย์"

นายอภิสิทธิ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า เห็นว่าคนหนึ่งคนไม่สามารถแก้ไขทำให้คนรักตน เห็นด้วยหรือสนับสนุนตนได้ทุกคน แต่ยืนยันว่า จะฟังเสียงทุกคน ทำงานให้ทุกคน ทำงานของผมพิสูจน์ความตั้งใจทำงานให้กับพี่น้องประชาชนทุกคนนและพิสูจน์ทุกอย่าง

แย้มโผ 'ครม.รูปหล่อ1'

ที่มา ประชาทรรศน์

เปิดโผ 'ครม.อภิสิทธิ์ 1' สลับเก้าอี้โยกตำแหน่งชุลมุน 'มาร์ค'ทิ้ง 'เสมา 1' บัญชาการทีมเศรษฐกิจ 'กรณ์'นั่งเจ้ากระทรวงคลัง 'ภูมิใจไทย'ยึดพาณิชย์ 'สุวิทย์'รีเทิร์นอุตสาหกรรม 'บรรหาร'ดัน'ชุมพล'คุมเกษตรฯ 'เพื่อนเนวิน'ตามเป้า 4 โควต้า 'ไชยยศ'ขึ้นชั้นว่าการไอซีที 'ประวิตร'ลอยลำกุมบังเหียรกลาโหม

หลังจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 27 ของประเทศไทย ทุกภาคส่วนของสังคมต่างจับจ้องไปที่รูปโฉมของ คณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่าหน้าตาจะออกมาเช่นไร ทั้งนี้ มีรายงานข่าวว่า โผ "ครม.อภิสิทธิ์ 1" โดยเบื้องต้น พรรคประชาธิปัตย์ในฐานะแกนนำรัฐบาลได้มีการแบ่งโค้วต้ารัฐมนตรีให้กับพรรคร่วมรัฐบาลในสัดส่วนเดิม

โดยพรรคชาติไทยพัฒนาจะได้ 4 ตำแหน่ง คือ รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ส่วนพรรคเพื่อแผ่นดินได้ 3 ตำแหน่ง คือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีและสารสนเทศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และ ส่วน พรรครวมใจไทยชาติพัฒนาได้ 2 ตำแหน่ง คือ รัฐมนตรีว่าการ 1 กระทรวง และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

ขณะที่ พรรคภูมิใจไทย (มัชฌิมาธิปไตยเดิม)ได้ 2 ตำแหน่ง คือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และรัฐมนตรีช่วยว่าการ 1 กระทรวง สำหรับกลุ่มเพื่อนเนวินได้ 5 ตำแหน่ง คือ รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และประธานรัฐสภา ส่วนพรรคกิจสังคมที่มี ส.ส. 5 คน ได้โควต้ารัฐมนตรี 1 ตำแหน่ง คือ รัฐมนตรีว่ากระทรวงอุตสาหกรรม

ทั้งนี้รายชื่อคณะรัฐมนตรีที่คาดว่าจะได้รับการเสนอชื่อขึ้นทูลเกล้าใน ครม.อภิสิทธิ์ 1 มีดังนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็น นายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ คาดว่าจะเป็นรองนายกรัฐมนตรี ควบ รัฐมนตรว่าการกระทรวงมหาดไทย พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ คาดว่าจะเป็นรองนายกรัฐมนตรี ควบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฐ์ คาดว่าจะเป็นรองนายกรัฐมนตรี ควบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล คาดว่าจะเป็นรองนายกรัฐมนตรี ควบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ คาดว่าจะเป็นรองนายกนายกรัฐมนตรี นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย คาดว่าจะเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายนิพิษฐ์ อินทรสมบัติ คาดว่าจะเป็น รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

นายกรณ์ จาติกวณิช คาดว่าจะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ร.ต.(หญิง) ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี คาดว่าจะเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ คาดว่าจะเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นางพรทิวา นาคาศัย คาดว่าจะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ คาดว่าจะเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายมานิต นพอมรบดี คาดว่าจะเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายชุมพล ศิลปอาชา คาดว่าจะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ คาดว่าจะเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายธีระ สลักเพชร คาดว่าจะเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

นายสุวิทย์ คุณกิตติ คาดว่าจะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายโสภณ ซารัมย์ คาดว่าจะเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นางสาวอรุณี ปริศนานันทกุล คาดว่าจะเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายสรจักร เกษมสุวรรณ คาดว่าจะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา นายอลงกรณ์ พลบุตร คาดว่าจะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พ.ท.(หญิง)พูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ คาดว่าจะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนางผุศดี ตามไท รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ คาดว่าจะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความความมั่นคงของมนุษย์ นายกษิต ภิรมณ์ คาดว่าจะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ นายไชยยศ จิรเมธากร คาดว่าจะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีและสารสนเทศ (ไอซีที)

ด้านคุณหญิงกัลยา โสภณพานิช คาดว่าจะเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ นายไพฑูรย์ แก้วทอง คาดว่าจะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ คาดว่าจะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายวิทยา แก้วภาราดัย คาดว่าจะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายศุภชัย โพธิ์สุ คาดว่าจะเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายพิเชษฐ์ ตันเจริญ คาดว่าจะเป็นรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย โดยมีนายชัย ชิดชอบ เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร และนายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ เป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

ฟันธงรัฐบาลอายุสั้น!จี้แก้รธน.เชือดพันธมาร

ที่มา ประชาทรรศน์

'คนเสื้อแดง'จี้รัฐบาลใหม่เร่งแก้รัฐธรรมนูญ-ลงดาบม็อบพันธมารบุกยึดทำเนียบฯ-ปิดล้อมสนามบินสุวรรณภูมิ-ดอนเมือง หยัน'ครม.มาร์ค1'อยู่ไม่ยืดเพราะ'พธม.-คนเสื้อแดง'บีบทั้งคู่ ฟันธงเปลี่ยนขั้วการเมืองแก้วิกฤตชาติไม่ได้

นายจรัล ดิษฐาอภิชัย แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวถึงการประท้วงของกลุ่มคนเสื้อแดงเมื่อวันที่ 15 ธ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้รับโหวตให้เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 27 ว่า ต่อไปนี้ทางกลุ่มนปช. คงจะออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองมากขึ้นแน่นอน เพราะประชาชนรู้สึกว่าการเปลี่ยนขั้วรัฐบาลครั้งนี้ไม่มีความชอบธรรมและมีการแทรกแซงจากกลุ่มคนภายนอก จนทำให้กลุ่มประชาชนที่ไม่เห็นด้วยต้องมาต่อต้าน

นายจรัล กล่าวอีกว่า ในระยะสั้นทางกลุ่มนปช. จะมีการจัดชุมนุมที่สนามหลวงเพื่อประท้วงและวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลใหม่ ส่วนแนวทางในระยะยาว หลังจากที่มีการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีและมีการแถลงนโยบายแล้ว ทางกลุ่ม นปช.จะกดดันรัฐบาลให้ดำเนินการตามข้อเสนอ 2 ข้อ คือ ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ และดำเนินคดีกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ที่ได้ยึดทำเนียบฯ ปิดล้อมสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมือง นอกจากนี้แนวทางการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลอาจจะเป็นในลักษณะที่ไปเข้าร่วมหรือสนับสนุนการชุมนุมของกลุ่มเกษตรกร ที่เรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตกรรมด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่า การเคลื่อนไหวทางการเมืองของกลุ่มนปช. จะมีความรุนแรงหรือไม่ นายจรัล กล่าวว่ากลุ่มนปช. ไม่ต้องการให้มีการใช้ความรุนแรงอยู่แล้ว ซึ่งความรุนแรงอาจเกิดขึ้น

ในลักษณะที่เป็นไปเองของมวลชน เช่น ม็อบเสื้อแดงมาปิดล้อมรัฐสภา และทุบรถของ ส.ส. ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวประชาชนไปชุมนุมประท้วงกันเองโดยไม่มีแกนนำกลุ่ม นปช.ไปด้วยตนเชื่อว่าหากมีแกนนำไปด้วย แกนนำจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้แน่นอน

อย่างไรก็ตาม นายจรัล กล่าว“ผมคิดว่ารัฐบาลนายอภิสิทธิ์อยู่ได้ไม่นาน เพราะพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลที่ถูกขนาบไปด้วยทั้งสีเหลืองและสีแดง ซึ่งฝ่ายพันธมิตรฯ ก็ยื่นข้อเสนอทั้ง13 ข้อต่อรัฐบาล หากรัฐบาลทำไม่ได้ พันธมิตรก็จะออกมาเคลื่อนไหว ขณะเดียวกันการออกมาชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงก็จะมากขึ้นเรื่อยๆ และกลุ่มนปช. ก็ได้ยื่นข้อเสนอต่อรัฐบาล 2 ข้อแต่เชื่อว่ารัฐบาลคงทำไม่ได้ จึงเห็นได้ว่าการเปลี่ยนขั้วทางการเมืองไม่ได้ช่วยให้วิกฤติของประเทศคลี่คลายลง

'วีระ'ลั่นระดมทุน 35 ล้านต่อยอดหนุนเสื้อแดง

นายวีระ มุสืกพงษ์ ผู้ดำเนินรายการความจริงวันนี้ และ แกนนำนปช.กล่าวว่า จากนี้จะไม่มีรายการความจริงวันนี้ ทางสถานีโทรทัศน์ เอ็นบีที อีกต่อไป ส่วนรายการความจริงวันนี้สัญจรครั้งต่อไป จะจัดเมื่อไหร่นั้นยังไม่มีกำหนด เพราะต้องรอประเมินสถานการณ์ก่อน

"สถานีโทรทัศน์ เอ็นบีที แสดงท่าทีไม่เป็นมิตร และเราก็พร้อมจะยุติสัญญาเนื่องจากจะหมดภายในสิ้นปีนี้พอดี โดยต่อไปนี้จะหาช่องทางใหม่เพื่อติดต่อสื่อสารกับประชาชนอีกที" แกนนำนปช. กล่าว

นอกจากนี้ นายวีระ ยังกล่าว เชิญชวนประชาชนเข้าร่วมอุ้มระดมทุนคนเสื้อแดง ที่ร.ร.มิราเคิลแกรนด์ ในเวลา 18.30 น.ของวันที่ 17 ธันวาคมนี้ โดยขายโต๊ะจำนวน 70 โต๊ะ ในราคาโต๊ะละ 500,000 บาท เพื่อหางบประมาณเข้ามาสนับสนุนการจัดรายการความจริงวันนี้ต่อไป

อย่างไรก็ตาม นายวีระ ปฎิเสธที่จะตอบคำถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีซื้อกี่โต๊ะ

ด้านนายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และแกนนำนปช. กล่าวว่า จะเข้ามารับผิดชอบในการสื่อสารกับกลุ่มคนเสื้อแดงโดยการพัฒนาเว็ปไซด์ ทีวีดาวเทียม และวิทยุชุมชนคนเสื้อแดง รวมทั้งจะจัดตั้งกลุ่มคนเสื้อแดงในต่างประเทศด้วย

'จรัญ'อ้างค่าตอบแทนการสอนเหมือนค่าดอกไม้บูชาครู

ที่มา ประชาทรรศน์

'จรัญ ภักดีธนากุล' เอาสีข้างถู ชี้ค่าสอนหนังสือจากการเป็นอาจารย์เหมือนค่าดอกไม้บูชาครู ยอมลาออกจากตุลาการศาลรัฐธรรมนูญหากป.ป.ช.ชี้มูลความผิด

หลังจากถูกกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมในการดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กรณีรับจ้างเป็นอาจารย์พิเศษมหาวิทยาลัยเอกชนแล้วไม่ถูกถอดถอนจากตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กรณีดังกล่าวได้ถูกนำมาเป็นประเด็นเปรียบเทียบกับการตัดสินเรื่องการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของนายสมัคร สุนทรเวช โดย นายจรัญ ภักดีธนากุล ชี้แจงเรื่องดังกล่าวเป็นครั้งแรก ในงาน เสวนานิติรัฐในสังคมไทย ซึ่งจัดโดย มูลนิธิสัญญาธรรมศักดิ์ ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่า การเป็นอาจารย์พิเศษของตนไม่เหมือนกรณี นายสมัคร เพราะตนเองรับจ้างเป็นอาจารย์พิเศษมหาวิทยาลัยเอกชนเป็นการรับจ้างสอนซึ่งค่าตอบแทนจะเหมือนค่าดอกไม้บูชาครูไม่ใช่ค่าจ้างสอน เนื่องจากครูไม่ใช่ลูกจ้าง ทั้งนี้นายจรัฐ ยืนยันว่า เรื่องของตนเองไม่เหมือนกรณีของ นายสมัคร แต่หาก ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดก็พร้อมลาออกจากตำแหน่ง

ท่านผู้หญิง พูนสุข พนมยงค์ ผู้ไม่ขอรับเกียรติยศใดๆ

ที่มา thaifreenews



บทสัมภาษณ์ ท่านผู้หญิง พูนสุข พนมยงค์ ก่อนสิ้นชีวิต 4เดือน

เมื่อแผ่นดินไร้ซึ่งธรรม สุดท้ายก็เกิดสงครามกลางเมือง แผ่นดินนี้แยกเป็นสอง

ที่มา thaifreenews

บทความโดย...ลูกชาวนาไทย



ตอนนี้ผมเริ่มปลงกับความเป็นไปของแผ่นดินนี้แล้วครับ

การได้อำนาจมาอย่างฉ้อฉลของรัฐบา่ลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่เป็นนอมินีของพวกศักดินาอำมาตยาธิปไตย วางแผนสร้างสถานการณ์เอาไว้อย่างดี ตั้งแต่อยู่เบื้องรัฐประหาร 19 กันยายน แล้วสั่งยุบพรรค ทรท. โค่นรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช สร้างม็อบพันธมิตร หนุนหลังให้ยึดเอ็นบีที ทำเนียบรัฐบาล สนามบินดอนเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ

ยุบพรรคพลังประชาชน และพรรคร่วม สุดท้ายก็บีบให้กลุ่มเนวิน ทรยศต่อประชาชน

ในที่สุดก็ได้รัฐบาลประชาธิปัตย์ ที่เกิดขึ้นอย่างฉ้อฉลในอำนาจของประชาชน

ทำกันอย่างโจ้งครึ้มไม่อายฟ้าดินอย่างนี้ คิดหรือว่าจะครองอำนาจได้อย่างสงบสุข โดยประชาชนนั่งมองดูเฉยๆ อย่างนั้นหรือ คิดว่าทำแบบนี้แล้วคนไม่รู้ทันอย่างนั้นหรือ คนจะยอมโง่สยบต่อคำหลอกลวงต่างๆ อย่างนั้นหรือ

ผมว่าไม่มีใครที่จะหลอกลวงโลกได้เก่งขนาดนั้นหรอกครับ การได้อำนาจเช่นนี้มา รังแต่จะทำให้เกิดสงครามเลือดนองแผ่นดิน เกิดกลียุคความวุ่นวายเท่านั้น

ความขัดแย้งทางการเมืองครั้งนี้ ไม่มีทางที่ฝ่ายใดจะชนะ ได้อำนาจไปโดยการ Cheating อย่างแน่นอน รัฐบาลผู้ก่อการร้ายของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ใช่จุดจบของความขัดแย้ง แต่เป็นจุดเริ่มต้นของความแตกหัก ที่ไม่มีใครจะยอมได้อีกต่อไปแล้ว

ไม่มีใครจะยอมอยู่ใต้อำนาจอันฉ้อฉลเช่นนี้ ไม่มีใครยอมให้กดหัวอีกต่อไปหรอกกครับ

สังคมต้องวิวัฒนาการไปข้างหน้า ไม่ใช้ถอยหลังกลับ ติดแหง็กอยู่กับที่



เมื่อเห็นขบวนคนเสื้อแดงที่เริ่มชุมชุม และเคลื่อนขบวนแล้ว ผมรู้สึกในใจทันทีว่า "แ่ผ่นดินนี้ได้แตกสลายลงอย่างสิ้นเชิงแล้ว" แผ่นดินนี้ไม่มีหลักยึดมั่น ไม่มีใครมีคุณธรรมมากพอที่จะหยุดความขัดแย้งนี้แล้ว แม้แต่เทพเจ้าบนสวรรค์ชั้นฟ้าทีใดก็ตาม เมื่อเทพเจ้าฉ้อฉลต่อมนุษย์ ความศรัทธา ต่อปวงทวยเทพก็สิ้นสูญลงไป

เมื่อแผ่นดินไร้ธรรม แผ่นดินก็ปั่นป่วนวุ่นวาย ไม่มีใครจะใช้วาจาอันฉ้อฉลหลอกลวงเพื่อให้คนยอมรับได้อีกแล้ว

เมื่อม็อบเสื้อแดงเคลื่อน การปราบปรามอย่างรุนแรงหากมีตามมา มันก็ไม่มีทางจบสิ้นความบาดหมางครั้งนี้ได้ เพราะเมื่อมันร้าวในใจแล้ว ต่อให้ใช้อำนาจกดไว้ มันก็จะระเบิดและกระจายไปทั่ว

การปราบม็อบอีกฝ่าย แต่ไม่ยอมปราบอีกฝ่าย เท่ากันเปิดหน้ากากมาร ให้คนเห็น ไม่มีประชาชนประเทศใด ในยุคใหม่ ที่จะยอมอยู่ใต้รัฐมารอย่างศิโรราบหรอกครับ สุดท้าย รัฐมารก็สิ้นสูญลงไปด้วยอำนาจของประชาชนอย่างแน่นอน

ตอนนี้ไม่มีธรรมบนแผ่นดินแล้ว ปล่อยให้แผ่นดินมันสูญสิ้นไปก็ไม่มีอันใดน่าเสียดายอีกต่อไป

เมื่อแผ่นดินไร้ธรรม ก็ไม่มีคุณค่าเพียงพอที่จะรักษามันไว้

ตอนนี้ผมนึกถึงคำพูดของสุมาเต็กโช ในสามก๊กที่ว่า แผ่นดินรวมแล้วก็แตก แตกแล้วก็รวม ไม่มีอะไรจะต้องไปกังวลใจใดๆ ทั้งสิ้น

แผ่นดินจีนวุ่นวายหลายครั้งในประวัติศาสตร์ เกิดสงครามกลางเมือง ราชวงศ์อันยิ่งใหญ่ต้องสิ้นสูญ เมื่อไร้ธรรม เกิดราชวงศ์ใหม่ แล้วก็ล่มสลาย

แต่ประเทศจีนก็ยังอยู่ และอยู่อย่างยิ่งใหญ่ด้วย

แผ่นดินไทย เมื่อไม่มีธรรม ก็ปล่อยให้มันวุ่นวายไปเถอะครับ รักษาตัวเองให้รอด ไม่ต้องห่วงหาอาทรต่ออะไรทั้งสิ้น เำพราะสุดท้าย ผืนแผ่นดินก็ยังคงอยู่ ประชากรก็ยังคงอยู่ หายไปแต่ผองงผู้ปกครองทั้งหลายเท่าั้นั้นเอง



อยุธยาสิ้นแล้ว แต่คนไทยยังอยู่สืบมาได้อย่างสันติสุขบ้าง ทุกข์ระทมบ้าง แต่คนไทยยังอยู

วันที่กรุงศรีอยุธยาแตก ราชวังถูกเผา ราชวงศ์ล่มสลาย เมืองกลายเป็นเมืองร้าง

แต่วันนั้นก็ไม่ใช่วันสูญสิ้นเผ่าไทย แต่มันเป็นการสูญสิ้นรัฐมารของผู้ปกครองที่เลวร้าย อย่างพระเจ้าเอกทัศน์ต่างหาก

ชนเผ่าไทยไม่ได้สูญสิ้นตามไปด้วย

อยุธยาล่มแล้ว โอ้เมืองแก้วเมืองสวรรค์

แต่วันนั้นก็ไม่ใช่วันสูญสิ้นชนชาติไทย

Tuesday, December 16, 2008

มาร์คงานเข้า รายงานการสอบสวนอภิสิทธิ์กรณีรับราชการโรงเรียนจปร.โผล่เน็ต

ที่มา Thai E-News

ข้อมูลโดย NARAK
ที่มา เว็บบอร์ดประชาไท
16 ธันวาคม 2551

เผยชัด นายอภิสิทธิ์ เข้ารับราชการ รร.จปร.ผิดระเบียบ แถมระบุหนีการเกณฑ์ทหาร เส้นช่วยเหลือนายอภิสิทธิ์ก็โดนทัณฑ์ทางวินัย หรืออาญา

รายงานของ จบ. (กองสืบสวนสอบสวน) ที่ กท.0423/277 วันที่ 19 พฤษภาคม 2542 เรื่อง รายงานผลการสอบสวนกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เข้ารับราชการที่ รร.จปร. ส่งถึง ผบ.ทบ.ในยุคนั้น พร้อมเอกสารรายงานผลการสอบสวนจำนวน 292 แผ่น มีรายละเอียดดังนี้





Sydney Morning Herald: Monarchy damaged by elites

ที่มา Thai E-News

by Hamish McDonald Asia-Pacific Editor
The Sydney Morning Herald
December 16,2008
แปลเป็นไทยโดยคุณ bbb

สถาบันถูกทำลายโดยชนชั้นสูง

บทวิเคราะห์

การเลือกตั้งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้ถูกเสนอชื่อจากพรรคฝ่ายค้านมาเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของไทยเมื่อวานนี้เป็นเครื่องหมายชัยชนะของชนชั้นสูงของประเทศ ที่โบกสะบัดสีของราชวงศ์ในระหว่างการต่อสู้เพื่อได้มาซึ่งอำนาจ ด้วยวิธีทำให้บ้านเมืองปั่นป่วนวุ่นวาย

การต่อสู้ของพวกเขานั้นทำเพื่อที่จะรักษาไว้ซึ่งสถาบันอันเป็นที่เคารพของประเทศซึ่งมีกษัตริย์ภูมิพล อดุลยเดชเป็นสัญลักษณ์ จากแผนการแย่งชิงอำนาจจากนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลที่กำลังลี้ภัยและเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร

แต่เมื่อมองกลับไปถึงการเคลื่อนไหวต่างๆ โดยกลุ่มที่เรียกตัวเองว่าขวาจัด (Royalist) ใน 3 ปีที่ผ่านมา นักประวัติศาสตร์ในอนาคตอาจจะลงความเห็นว่าพวกเขาทำลายหรือไม่ก็เกือบจะทำลายสถาบันกษัตริย์เพื่อที่จะปกป้องมันไว้

เวชชาชีวะซึ่งเป็นผลพลอยจาก Etonและ Oxford เป็นหนึ่งในพวกผู้ดีไทยที่จบจาก "โรงเรียนเก่าแก่" ซึ่งจะโน้มน้าวคนนอกว่าทุกอย่างกำลังเข้าที่เข้าทาง แต่รากฐานของระบอบการเมืองไทยกำลังสั่นคลอน

ทักษิณไม่ใช่ตัวอย่างที่ดีเลิศของความดีมีศีลธรรม เขารวยเป็นพันล้านมาจากการเล่นเกมส์สัมปทานของรัฐ และใช้เงินบางส่วนนั้นในการติดสินบนคนยากจนในชนบท ในระหว่างที่เขาเป็นผู้นำรัฐบาลก็ได้ลดอำนาจสถาบันที่ตรวจสอบการใช้อำนาจไม่ถูกต้อง เขาอนุญาตให้อดีตตำรวจฆ่าตัดตอนผู้ค้ายาเสพติดและสนับสนุนการจัดการอย่างเข้มงวดต่อความไม่สงบของชาวมุสลิมในภาคใต้ถึงขั้นที่ว่าชาวมาเลย์นั้นอาจไม่ยอมรับการปกครองจากกรุงเทพอีกเลยก็ได้

แต่ถึงกระนั้นเขาก็ได้รับการเลือกตั้งอีกครั้ง และหลังจากที่เขาถูกเด้งออกจากตำแหน่งโดยกองทัพไทยเมื่อปี 2006 และหนีไปอยู่ต่างประเทศหลังจากถูกข้อกล่าวหาคอร์รัปชั่น ตัวแทนของเขาก็ยังได้รับเลือกตั้งอีกหนในเดือนธันวาคม 2007 และถึงแม้ว่าเขาจะถูกตัดสิทธิ์โดยการตัดสินที่น่าแคลงใจของศาล ตัวแทนของเขาเหล่านั้นคงจะได้รับชัยชนะต่อไปเมื่อไหร่ก็ตามที่มีการลงคะแนนอีก

การดำเนินการกำจัดทักษิณให้ออกจากอำนาจและไม่ให้กลับมานั้นได้ทำลายอำนาจอื่นๆของไทยทั้งหมด: ตุลาการ, ทหาร และสถาบันพระมหากษัตริย์

ทหารสั่นคลอนเพราะหลังจากหลังจากยึดอำนาจในปี 2006 เพราะพวกเขาแสดงให้เห็นว่าไม่สามารถที่จะขับเคลื่อนประเทศที่เป็นกึ่งอุตสาหกรรมและมีเศรษฐกิจที่เปิด

ตุลาการสั่นคลอนเพราะเข้มงวดอย่างไร้เหตุผลกับฝ่ายทักษิณ – เช่นการตัดสิทธิ์ตัวแทนคนแรกที่มาจากการเลือกตั้ง สมัคร สุนทรเวชจากการทำรายการทำกับข้าว แต่ในขณะเดียวกันก็อนุญาตให้อีกฝ่ายยึดทำเนียบรัฐบาล

ส่วนสถาบันนั้นสั่นคลอนเพราะยอมรับการเมืองข้างถนนของกลุ่มที่เรียกตัวเองผิดๆว่าพันธมิตรเพื่อประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งต้องการส.ส.ที่มาจากการเลือกตั้งแค่ 30% ในสภาและให้กองทัพสามารถที่จะมีอำนาจมาแทรกแซงรัฐบาลที่ถูกมองว่าไม่สะอาดหรือบริหารไม่ดี

กษัตริย์ภูมิพลไม่ได้ออกมาคัดค้านการใช้สีเหลืองของกลุ่มพันธมิตรตลอดเวลาที่โอบล้อมกรุงเทพและต่อมายึดสนามบิน 2 แห่งรวมถึงการปล้นสะดมและการใช้อาวุธที่ร้ายแรงมากขึ้น และเมื่อหนึ่งในผู้ประท้วงเสียชีวิต จากการระเบิดของแก๊สน้ำตา พระราชินีก็ได้เสด็จไปงานศพของเธอและทรงเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด และการสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างผู้พิพากษาที่หลุดออกมาก็แสดงให้เห็นว่าพวกเขาดำเนินการโดยได้รับสัญญาณจากทางราชวงศ์เพื่อยุบพรรคของทักษิณ

ครูชาวออสเตรเลียที่ไม่มีใครรู้จัก และเป็นนักเขียนที่เขียนให้กับหนังสือพิมพ์กรีก Neo Kosmos ชื่อ Harry Nicolaides อายุ 41 ปี ได้ถูกจำคุกตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม ด้วยข้อหาที่ร้ายแรงของไทยคือ หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ (les majeste) :ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 15 ปี ในปี 2005 เขาได้เขียนไว้ว่า

(เซ็นเซอร์)

ซึ่งไม่เป็นการฉลาดเลยสำหรับใครก็ตามที่ต้องการมาเยือนประเทศไทย แต่มันก็แค่หนังสือนวนิยายที่ตีพิมพ์โดยส่วนตัวแค่ 50 เล่ม และขายได้เพียงแค่ 7 เล่ม

ผู้ปกป้องสถาบันทั้งหลายควรจะกลับไปมองผลเสียหายซึ่งได้กระทำขึ้นเอง และควรเตรียมหาวิธีที่จะทำให้องค์รัชทายาท Prince Vajiralongkorn นำทิศทางของสถาบันให้มีความมั่นคงอย่างมีดุลยภาพกับระบอบประชาธิปไตยมากกว่า

กลุ่มเพื่อนเนวินยื่น 8ข้อบรรจุนโยบายรบ."มาร์ค"ยันแก้รธน.-ตั้งสสร. รช.แพแตก"วิรัช"เฉ่ง"ประดิษฐ์"

ที่มา มติชนออนไลน์

"รช."แพแตก"วิรัช" เฉ่ง"ประดิษฐ์" ระบุ"เชษฐา"ถูกหลอกหลายเรื่อง กร้าวจับมือ "ทัศนียา" เป็นฝ่ายค้าน "เติ้ง"เชื่อเพื่อนเนวินไม่สร้างปัญหา หลังยื่น 8 ข้อเสนอให้ "มาร์ค"บรรจุเป็นนโยบาย ยันต้องแก้รธน.-แนะตั้งสสร. "เนวิน"เลี่ยงตอบ"ปู่ชัย"ลาออก พผ.อ้างมติ"ประชา"หน.เป็นโมฆะ "สมศักดิ์" กล่อม "เพื่อนเนวิน"เข้าพรรคภูมิใจไทย

รช.แพแตก"วิรัช" เฉ่ง"ประดิษฐ์"


นายวิรัช รัตนเศรษฐ ว่าที่ ส.ส.สัดส่วน กลุ่ม 5 พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา (รช.) ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม ถึงกรณีการยื่นใบลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค และ ส.ส.สัดส่วน พรรครวมใจไทยชาติพัฒนาของ พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร ว่าที่ผ่านมา พล.อ.เชษฐาถูกหลอกมาทุกเรื่อง ทั้งเรื่องมติของพรรคร่วมรัฐบาลที่ไม่เคยระบุว่า จะสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล พล.อ.เชษฐาถูกบีบหลายเรื่อง จนเปรยว่า นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ เลขาธิการพรรครวมใจไทยฯ ไม่เคยให้เกียรติเลย ดังนั้น ถ้าอยากทำอะไรให้ทำไปเลย ขณะที่กรรมการบริหารพรรคนำรายชื่อ ส.ส.สอบตก คนรถ เจ้าหน้าที่ธุรการมาเป็น แล้วบังคับให้ ส.ส.ทำตาม มันเหมาะสมแค่ไหน เป็นใครก็อึดอัด เพราะพรรคการเมืองไม่ใช่บริษัท ที่ผ่านมา ส.ส.หลายคนในพรรคอึดอัดเรื่องนี้เช่นกัน แต่ไม่กล้าพูด แต่ตนไม่กลัวอยู่แล้ว


กร้าวจับมือ"ทัศนียา"เป็นฝ่ายค้าน


นายวิรัชกล่าวว่า เมื่อได้เลื่อนลำดับมาเป็น ส.ส.สัดส่วน อย่าหวังว่า พรรคจะมีเสียงครบ 9 เสียง ตนกับนางทัศนียา รัตนเศรษฐ ภริยา ซึ่งเป็น ส.ส.นครราชสีมา จะทำหน้าที่ตรวจสอบเป็นฝ่ายค้าน แม้จะเป็นพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงพลังงาน กับ กระทรวงการคลัง จะตรวจสอบอย่างละเอียด และไม่ต้องนำมติพรรคมาบีบ ถ้าไม่พอใจตนกับภรรยาขอให้ขับออกจากพรรคเลย จะได้ไปอยู่พรรคอื่นได้ ไม่อยากอยู่พรรคในรูปแบบบริษัทที่มีคนสั่งการอยู่เบื้องหลัง ถ้ามติพรรคเป็นเรื่องไม่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ตนกับภรรยาก็พร้อมจะไปอีกทางหนึ่ง วันนี้พรรครวมใจไทยฯเหมือนพรรคที่ส่อแววแตก ตอนโหวตเลือกนายกฯมีทุกคะแนนทุกรูปแบบทั้งสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน การงดออกเสียง และการไม่มาร่วมประชุม


ปูดทำกร้าวหวังสร้างอำนาจต่อรอง


รายงานข่าวจากพรรค รช.แจ้งวว่า ขณะนี้พรรคกำลังกำหนดทิศทางการบริหารเสียง ส.ส.พรรคใหม่ เนื่องจากการโหวตเลือกนายกฯที่ผ่านมา มีเสียงแตก โดยจำนวน ส.ส.ของพรรคทั้งหมด 9 เสียง มี 2 เสียงแตกออกไปสนับสนุน พล.ต.อ.ประชา พรมนอก คือ พล.อ.เชษฐา และนางทัศนียา รัตนเศรษฐ ส่วนนายสมชัย ฉัตรพัฒนศิริ ส.ส.นครราชสีมา ที่งดออกเสียงนั้น นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ แกนนำพรรคจะเข้าไปเจรจาเกลี้ยกล่อมให้อยู่ในระเบียบต่อไป สำหรับกรณี นพ.ไกร ดาบธรรม ส.ส.เชียงใหม่ ที่โดดประชุมนั้น ไม่น่ามีปัญหา เชื่อว่ายังคงอยู่กับพรรค แต่มีเหตุผลจำเป็นจริงๆ จึงไม่ได้มาโหวต ทั้งนี้ สำหรับ 2 เสียงของนางทัศนียา และนายวิรัชที่จะเลื่อนมาเป็น ส.ส.สัดส่วนแทน พล.อ.เชษฐานั้น เชื่อว่ามีความพยายามและรู้กันกับ พล.อ.เชษฐา เพื่อสร้างอำนาจการต่อรองภายในพรรค และรวมทั้งต่อรองกับพรรคอื่นที่จะขอย้ายไปอยู่ด้วย สำหรับทิศทางต่อไปของพรรค ต้องรวบรวมเสียง ส.ส.ให้นิ่งที่สุด ขณะนี้คาดว่าเหลือเสียงที่สามารถควบคุมได้จำนวน 7 เสียง โดยจะรอดูท่าทีของ ส.ส.กลุ่มอื่นที่ถูกยุบพรรคประกอบการพิจารณาต่อไป อาทิ กลุ่มเพื่อนเนวิน และกลุ่มมัชฌิมาธิปไตยเดิมของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน

อ่านรายละเอียดต่อ มติชนออนไลน์