WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, December 19, 2008

Newsweek: Thailand's King May Play Politics (No Offense)

ที่มา Thai E-News


Newsweek
Wednesday, December 17, 2008 9:37 AM

Bangkok -- If you happened to have been in Thailand this week and wanted to read the December 6-10 issue of The Economist, you could have searched the country without finding a copy. That’s because it contained an article and editorial that were critical of King Bhumibol Adulyadej. Rather than risk insulting the king and offending his subjects, Asia Books, which imports the British weekly, chose not to distribute that particular edition.

The pre-emptive move was a sign of respect for the king but also an act of self-preservation. Few people or organizations in Thailand will risk doing anything that might be construed as an insult to the monarch. Thailand’s lese- majeste law may be the most draconian in the world, and it is strongly enforced: Offenders face up to 15 years in jail. Foreigners have been jailed for months and then expelled from the country. The riposte from friendly Thais to a farang contemplating a violation of the law is, “I hope you don’t plan to ever return to Thailand.”

The Economist, writing about Thailand’s current political imbroglio, alleges that the king, who turned 81 earlier this month, plays a role in politics. Officially, the sovereign, as head of state in a constitutional monarchy, is above politics. That alleged involvement, the magazine argues, is not helpful--especially in this time of political instability. Ever since the military ousted Prime Minister Thaksin Shinawatra in a bloodless coup in September 2006, the country has staggered from one government to the next. Just this week Parliament selected the fourth prime minister since the coup. Few people are willing to bet that the new premier, Abhisit Vejjajiva, of the Democrat Party, will last much longer that his immediate predecessor, Somchai Wongsarat, who hung on for 77 days.

Members of the royal family are said to be dismayed about the magazine’s stories, which get into controversial areas last visited in “The King Never Smiles,” a 2006 unauthorized biography by freelance writer Paul M. Handley. The book, banned in Thailand before it was even published, makes similar allegations about the monarchy. “The concern is the myth of a conspiracy between the king and the military,” says an individual with links to the Palace who spoke only on condition of anonymity and because he believes the articles are unfair. People in the king's inner circle “are genuinely distressed, because this fosters the ideas of conspiracy theorists.”

The Economist, the source pointed out, was not banned by the government. There was no need to do so because distributor acted voluntarily to withhold the offending edition. In the age of the Internet, banning publications anywhere is a tricky–and often futile–proposition, apart from in countries like China, Burma and North Korea, which tightly control acces to the Web. “Banning a magazine doesn’t make much sense any more, because it gets through – and they know that,” the source said, referring to the Palace. The Economist argues that the lese-majeste law should be revisited. For now, no such plans are on the drawing board.

แปลเป็นไทยโดย Creepy- เว็บบอร์ดฟ้าเดียวกัน

นิวส์วีค: กษัตริย์ของไทยอาจทรงเล่นกับการเมือง (บทความไม่มีเจตนาไม่ดี)

กรุงเทพ – ถ้าคุณอยู่ที่ประเทศไทยในตอนนี้และต้องการจะอ่านนิตยสาร The Economist ฉบับประจำวันที่ 6-10 ธันวาคม คุณอาจจะต้องหาทั้งประเทศแต่ไม่พบสักเล่มเดียว นั่นเป็นเพราะว่านิตยสารดังกล่าวมีบทความและบทบรรณาธิการวิพากษ์วิจารณ์กษัตริย์ภูมิพล อดุลยเดช ทางเอเชียบุ๊คส์ได้ตัดสินใจระงับการจัดจำหน่านนิตยสารฉบับประจำวันดังกล่าว ดีกว่าจะเสี่ยงกับการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพและทำร้ายความรู้สึกพสกนิกรของพระองค์

การดำเนินการดังกล่าวเป็นการแสดงออกถึงการเคารพกษัตริย์และการรู้รักษาตัวรอด มีคนหรือองค์กรจำนวนน้อยที่จะเสี่ยงต่อการทำสิ่งที่อาจหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพน่าจะเป็นกฎหมายที่รุนแรงที่สุดในโลก และมีการบังคับใช้อย่างเข้มงวด ผู้กระทำความผิดจะต้องถูกจำคุกไม่เกิน 15 ปี ชาวต่างชาติเคยถูกจำคุกหลายเดือนก่อนจะถูกขับออกนอกประเทศ คนไทยที่มีใจเป็นมิตรเตือนฝรั่งที่คิดจะละเมิดกฎหมายว่า “ฉันหวังว่าคุณจะไม่คิดกลับมาเมืองไทยอีก”

The Economist เขียนถึงปัญหาความวุ่นวายทางการเมืองของไทย กล่าวหากษัตริย์ซึ่งจะมีพระชนมายุ 81 พรรษา ในเร็วๆนี้ ว่า มีบทบาททางการเมือง ในทางการแล้ว ประมุขของประเทศนี้ซึ่งปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข จะทรงอยู่เหนือการเมือง การเข้ามาเกี่ยวข้องตามที่กล่าวหานั้น ทางนิตยสารเห็นว่าไม่ได้ช่วยอะไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามที่การเมืองคลอนแคลนอย่งนี้ นับแต่ทหารได้ทำการปฏิวัตินายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร โดยไม่เสียเลือดเนื้อในเดือนกันยายนปี 2549 ประเทศนี้ได้เปลี่ยนรัฐบาลอย่างทุลักทุเล ในสัปดาห์หน้านี้รัฐสภาก็ได้เลือกนายกรัฐมนตรีคนที่สี่นับแต่การปฏิวัติ มีคนจำนวนน้อยที่จะพนันว่ารัฐบาลของอภิสิทธิ์ นายกรัฐมนตรีคนใหม่จากประชาธิปัตย์จะอยู่ได้นานกว่ารัฐบาลชุดก่อน คือรัฐบาลของสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ซึ่งอยู่ได้ 77 วัน หรือไม่

สมาชิกในราชวงศ์ปฏิเสธเรื่องในนิตยสารดังกล่าว ซึ่งทำให้เกิดการโต้เถียงครั้งใหม่ในประเด็นที่หนังสือ “กษัตริย์ไม่เคยแย้มพระสรวล” หนังสืออัตชีวประวัติที่ไม่ได้รับอนุญาต ปี 2549 โดยนักเขียนอิสระ Paul M. Handley ซึ่งถูกสั่งห้ามก่อนการตีพิมพ์เสียอีก ได้กล่าวหากษัตริย์อย่างเดียวกัน “ความกังวลอยู่ที่ตำนานการคบคิดกันระหว่างกษัตริย์กับทหาร” เป็นคำกล่าวของผู้เกี่ยวข้องกับราชวงศ์ซึ่งไม่ประสงค์จะเปิดเผยนาม และเพราะว่าเขาเชื่อว่าเรื่องดังกล่าวนั้นไม่เป็นธรรม ผู้ใกล้ชิดกษัตริย์รู้สึก “เศร้าใจจริงๆ เพราะมันสนับสนุนความคิดเกี่ยวกับทฤษฎีการสมคบคิด”

แหล่งข่าวชี้ว่า รัฐบาลไม่ได้ห้ามนิตยสาร The Economist ผู้จัดจำหน่ายสมัครใจที่จะเก็บฉบับที่ผิดกฎหมายนั้นไว้เอง ในยุคอินเตร์เน็ต การสั่งห้ามหนังสือไม่ว่าที่ไหนก็คือการโกงและมักไร้ประโบชน์ ทั้งนี้ไม่นับประเทศที่ควบคุมการเข้าอินเตอร์เน็ตอย่างเข้มงวดอย่าง จีน พม่า และเกาหลีเหนือ “คำสั่งห้ามนิตยสารไม่ได้เข้าท่าแม้แต่น้อย เพราะมันเข้าไปอ่านได้ และพวกเขาก็รู้” แหล่งข่าวกล่าวถึงราชวัง The Economist เห็นว่าสมควรจะมีการทบทวนกฎหมายหมิ่นพระบมเดชานุภาพ จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีการวางแผนเช่นนั้น

Wag the dog:หลอกกระทั่งหมา

ที่มา Thai E-News


ภาพนี้มีผิดกี่จุด?-1.ธรรมเนียมคนอีสาน ผู้อาวุโสน้อยต้องเป็นคนให้ของขวัญผู้ใหญ่ 2.ผู้ใหญ่ตอบแทนด้วยด้ายผูกข้อมือพร้อมคำให้ศีลให้พร 3.ผู้เป็นแขกไปเยี่ยมมักมีของติดไม้ติดมือไปฝาก ไม่ใช่ไปรับ 3.ยังไม่เคยมีปรากฎว่าใครหมั้นลูกเขยด้วยแหวน 4.ยายเนียมป่วยกะทันหันตอนตกเป็นข่าวถึงขนาดห้ามเยี่ยม(หากนักข่าวซักมากๆอาจหลุดไปจากสคริปต์ที่ให้ท่องไว้ เลยต้องเก็บตัวเข้าเซฟเฮาส์)


โดย คุณกิ๊กผม..เธอเป็นยอดมนุษย์
ที่มา บอร์ดศิลปะ สุขภาพ ไลฟ์สไตล์
19 ธันวาคม 2551

หากคุณเชื่อว่าการที่อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวสุนทรพจน์ในการเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีถึงคุณยายเนียม ผู้หญิงชราวัย84แห่งจังหวัดอุบลราชธานี เป็นเรื่องที่ไม่ได้วางแผนเอาไว้...คุณอาจไร้เดียงสาเกินไป

หากคุณคิดว่าอยู่ๆคุณยายเนียมก็ถอดแหวนทองเหลืองของรักสวมใส่นิ้วนางของอภิสิทธิ์ตอน
ไปหาเสียงที่อุบลราชธานี เป็นไปโดยธรรมชาติ...คุณอาจซื่อเกืนไป สำหรับเล่ห์กระเท่ของการเมือง

หากคุณคิดว่าจู่ๆพอตกเป็นข่าว คุณยายเนียมก็มัอันต้องป่วยไปนอนโรงพยาบาล เพื่อไม่ต้องโดนรายการทีวีต่างๆหรือนักข่าวตามไปซักละเอียดเรื่องแหวนหมั้น...คุณอาจจะไม่เคยได้ดูหนังเรื่องนี้

.........เรื่อง"หางแกว่งหมา"ครับที่ผมกำลังพูดถึง หรือWag The Dog

หนังเรื่องนี้เป็นการเปิดโปงหลังฉากของนักการเมืองที่ไม่ว่าจะชั่วช้าสามานย์แค่ไหน แต่ก็ยังอุตส่าห์ออกข่าวpropagandaโฆษณาชวนเชื่อหลอกลวงคนให้หลงใหลได้ปลิ้มไปกับพวกเขา....

หลอกคนยังไม่พอนะ ยังดันหลอกได้กระทั่งหมาก็แล้วกัน

หนังดัดแปลงจากนวนิยายเรื่อง American Hero ที่เสียดสีข่าวคราวการมั่วเซ็กของประธานาธิบดีคลินตัน(Clinton sex scandal) กับลูวินสกีในขณะนั้น และการเบี่ยงเบนความสนใจประชาชนด้วยการสร้างเรื่องโกหก ให้เกิดสงครามเทียมในชื่อ ปฏิบัติการสงครามอ่าวเปอร์เซีย (Persian Gulf War)

หนังเรื่องนี้เกี่ยวกับผู้นำของอเมริกาที่สามารถทำทุกอย่างได้ชนิดนักการเมืองไทยบางคนอาจต้องไปดูและนำมาใช้หลอกลวงและพูดโกหกเพื่อให้น่าเชื่อถือกว่านี้

คอนราด บรีน Conrad Brean (-Robert De Niro) ขงเบ้งแห่งทำเนียบขาว กุนซืออันชาญฉลาดของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ต้องหาทางบ่ายเบี่ยงความสนใจของประชาชน สื่อมวลชน ที่กำลังติดตามข่าวอันฉาวโฉ่ของท่านประธานาธิบดีที่ถูกกล่าวหาว่า มีความสัมพันธ์กับเนตรนารี ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนถึงการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งใหม่เพียงแค่ 14 วัน

สแตนลี่ย์ มอสส์ Stanley Motss (-Dustin Hoffman) ผู้อำนวยการสร้างฮอลลีวูดมือเซียน จึงได้ถูกดึงตัวเข้ามาเพื่อสร้างเรื่องโกหกลวงโลกให้คนหันมาสนใจแทน โดยพวกเขาเลือกประเทศเล็กๆอย่าง อัลบาเนีย (Albania) เพื่อกุข่าวสร้างเรื่อง ผู้ก่อการร้ายอัลบาเนียก่อสงครามทำลายล้าง มีภาพเล็กผู้หญิงอัลบาเนียนชื่อเทรซี่ ไลม์ Tracy Lime (-Kirsten Dunst) วิ่งหนีตายออกจากหมู่บ้าน ถ่ายทอดออกทีวีทั่วประเทศ แต่ความจริง เรื่องนี้ถูกพล๊อตโดย สแตนลี่ย์ มอสส์ และถ่ายทำในสตูดิโอ และตัดต่อภาพโดยใช้เทคโนโลยีชั้นสูงของฮอลลีวูด

ก่อนที่เพลงประกอบสงครามของเรื่องนี้จะอัดเสร็จเพื่อเผยแพร่สร้างกระแสในสังคม สื่อก็ประโคมข่าวใหญ่อย่างประธานาธิบดีมั่วเซ็ก จนประชาชนสนใจขึ้นสู่หน้าหนึ่งอีกครั้ง อันจะทำให้โอกาสได้รับเลือกตั้งกลับมาเป็นประธานาธิบดีอีกสมัยแทบไม่เหลือ

สแตนลี่ย์ มอสส์ จึงคิดพล๊อตเรื่ององก์2 (Act2) ต่อจากสงครามอัลบาเนียตามแบบฉบับหนังที่ถนัดคือ ต้องเกิดวีรบุรุษสงคราม (American Hero) โดยตั้งใจให้เกิดวีรบุรุษเป็นคำฮิตติดปากว่า "Old Shoe"(โอลด์ชู -หมายถึงรองเท้าเก่า) ดังนั้น พวกเขาจึงติดต่อ แพนทากอน ให้หาตัวทหารในแผนปฏิบัติการพิเศษที่มีชื่อในแนวทำนองนี้ สุดท้าย จึงหาคนที่ชื่อว่า ชูมาน (Sgt. William Schumann) แต่พวกเขาหารู้ไม่ว่า ทหารคนนี้ได้เสียสติ และเป็นผู้ต้องหาติดคุกอยู่

อำนาจรัฐทำได้ทุกอย่าง เมื่อต้องการตัวชูมาน ก็ต้องได้ตามสั่ง แม้แต่ซีไอเอ หรือ หน่วยงานความมั่นคงของอเมริกา ยังต้องปิดปากเงียบ และให้ความร่วมมือกับการสร้งเรื่องโกหกหลอกลวงประชาชนและสื่อมวลชนอย่างแนบเนียน

ทั้งเรื่องและเพลงของวีรบุรุษสงครามอย่าง "Old Shoe"(โอลด์ชู -หมายถึงรองเท้าเก่า) ถูกสร้างถูกแต่งจนคนอเมริกันคลั่งไคล้ รักชาติ ขนาดนักศึกษายังถอดรองเท้าโยนเข้าไปในสนามบาสเกสบอลจนเต็มสนามเพื่อเรียกร้องให้นำตัววีรบุรุษ "Old Shoe" ซึ่งถูกจับในสงครามอัลบาเนียกลับบ้านเกิดในอเมริกา

แต่ระหว่างทางที่ คอนราด บรีน และ สแตนลี่ย์ มอสส์ พาตัวจ่าชูมาน ขึ้นเครื่องบินมาเพื่อปรากฏตัวเป็นวีรบุรุษของชาตินั้น ได้เกิดเหตุ เครื่องบินตกและจ่าชูมาน ซึ่งเสียสติอาละวาด บุกปลุกปล้ำหญิงสาวในหมู่บ้าน ถูกพ่อของสาวเจ้ายิงตายซะก่อน

ไม่มีอะไรจะหยุดยั้งการสร้างเรื่องโกหกหลอกลวงของพวกเขาได้ ขบวนเกีรติยศสดุดีในงานศพของวีรบุรุษ "Old Shoe" ยิ่งใหญ่สมฐานะ และถูกถ่ายทอดออกทีวีไปทั่วประเทศ ประชาชนต้องคลั่งไคล้ สรรเสริญถึงคุณงามความดี ความรักชาติของ วีรบุรุษจอมปลอมของพวกเขา

ฉากที่ทำให้คนอเมริกันสะเทือนใจที่สุดก็คงไม่พ้นตอนท้ายเรื่อง ขบวนแห่ศพเกียรติยศของวีรบุรุษโอลด์ชูที่คลุมด้วยธงชาติสหรัฐฯนั้นมีหมาตัวนึงเดินตามอย่างเศร้าสร้อยหงอยเหงา(แน่นอนว่านักสร้างภาพนั่นแหละเอาอะไรซักอย่างไปติดไว้ขอบโลง หมาดันชอบกลิ่นนี้พอดีมันเลยต้องเดินประกบโลงไปไม่ห่าง ส่วนที่มันดูหงอยก็เพราะ พวกนี้เอาคล้ายๆยาซึมให้มันกินเข้าไปในปริมาณพอเหมาะที่จะให้ออกมาเป็นภาพ"หมาเศร้า"พอดี)

คนอเมริกันเห็นหมาเศร้าตามไปอาลัยวีรบุรบุรุษแล้วก็เลยแห่เฮโลกันมาเรื่องนี้กันทั้งประเทศ เรื่องประธานาธิบดีไปอึ๊บเด็กก็เลยกลายเป็นเรื่องเล็กไป และก็ค่อยๆลืมๆกันไป...แต่สุดท้ายทีมงานสร้างภาพหลอกคนและหลอกหมาก็จบฉากลงตามสไตล์หนังแนวๆนี้

.............หากคุณเชื่อว่าการที่อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวสุนทรพจน์ในการเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีถึงคุณยายเนียม ผู้หญิงชราวัย84แห่งจังหวัดอุบลราชธานี เป็นเรื่องที่ไม่ได้วางแผนเอาไว้...คุณอาจไร้เดียงสาเกินไป

หากคุณคิดว่าอยู่ๆคุณยายเนียมก็ถอดแหวนทองเหลืองของรักสวมใส่นิ้วนางของอภิสิทธิ์ตอนไปหาเสียงที่อุบลราชธานี เป็นไปโดยธรรมชาติ...คุณอาจซื่อเกินไป สำหรับเล่ห์กระเท่ของการเมือง

หากคุณคิดว่าจู่ๆพอตกเป็นข่าว คุณยายเนียมก็มีอันต้องป่วยไปนอนโรงพยาบาล เพื่อไม่ต้องโดนรายการทีวีต่างๆหรือนักข่าวตามไปซักละเอียดเรื่องแหวนหมั้น(จนอาจจะหลุดจากสคริปต์ที่เขียนไว้...)

คุณจำเป็นอย่างยิ่งที่ควรจะ"ต้อง"ดูหนังเรื่องนี้

เจ้าทรัพย์มองตาปริบๆ โจรปล้นเสร็จหารส่วนแบ่ง ยึดสนามบินได้ดีเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ ปล่อยให้ยึดได้คุมกลาโหม-คัมแบ็คผบ.ตร.!

ที่มา Thai E-News

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
19 ธันวาคม 2551

สันดานโจรปล้นเสร็จนำมาหารกัน ไม่ต้องเกรงใจเจ้าทรัพย์หรือชาวโลก แก๊งพันธมิตรยึดสนามบินทำฝรั่งเป็นตัวประกันตกค้าง350,000คนได้ปูนบำเหน็จเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ ส่วนโจรสีเขียวที่ไม่ยอมเข้าปราบตามพรก.ฉุกเฉินได้เค้กตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหม หนังสือพิมพ์ฝรั่งหยันรบไม่เป็นเก่งแต่ยึดอำนาจกดขี่ประชาชน ส่วนโจรสีกากีที่หนีหน้าที่จะได้คัมแบ็กผบ.ตร. นี่คือการสมานฉันท์นำประเทศไทยไปสู่ความสามัคคีของมาร์ค


ว่าที่รัฐมนตรีต่างประเทศยึดสุวรรณภูมิ-เปิดศึกเขมรมาแล้ว

สำหรับว่าที่รัฐมนตรีต่างประเทศนั้นคือนายกษิต ภิรมย์ ซึ่งเป็นอดีตนักการทูตที่ขึ้นเวทีพันธมิตรโดยตลอด รวมทั้งการมีนโยบายขวาจัดเปิดศึกกับเพื่อนบ้านกรณีปราสาทวิหารที่พันธมิตรกระหายจะเปิดสงครามกับเพื่อนบ้าน รวมทั้งนายกษิตเคยไปขึ้นเวทีอาคารผู้โดยสารสุวรรณภูมิที่พันธมิตรไปยึดไว้

เขากล่าวตอนหนึ่งในการยึดสนามบินสุวรรณภูมิเมื่อ30พฤศจิกายน2551 เรียกร้องให้ทหารออกมายึดอำนาจ โดยบอกว่าทหารจะเอาอย่างไร ทำไมไม่มายืนข้างพวกเรา จากนั้นก็กล่าวให้ร้ายอดีตนายกฯทักษิณว่าจะ"ตั้งราชวงศ์"ใหม่ (ฟังคลิปเสียงที่นี่)

แก๊ง3ป.ทหารเสือราชินีได้ดีคุมกลาโหมหลังเป็นคนคุมสลายขั้ว


มติชนรายงานในตอนที่ประชาธิปัตย์พลิกขั้วสำเร็จเมื่อ6ธ.ค.ที่ผ่านมาว่า การพลิกขั้วการเมืองที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ พูดกันว่า จะเป็นจริงไม่ได้หากไม่มี แก๊ง 3 ป. ที่ประกอบด้วย "พี่รักน้องเลิฟ" ซึ่งโตมาด้วยกันจากหน่วย "ทหารเสือราชินี" นั่นคือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ทบ. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เสนาธิการทหารบก และ "บิ๊กป๊อก"อนุพงษ์ มือประสานสิบทิศ

เป็นความบังเอิญที่ทั้ง 3 คน มีบ้านพักอยู่ในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ จึงนัด "ดื่มกาแฟ" มื้อเช้า หรือนัดทานอาหารมื้อเย็น กันที่มูลนิธิปลูกป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ที่ตั้งอยู่ในกรมนั้นเอง โดยมูลนิธิแห่งนี้มี พล.อ.ประวิตร เป็นประธาน

สถานที่แห่งนี้ก็ถูกใช้เป็นสถานที่ "ถกการเมือง" มาตลอดห้วงที่ผ่านมา แม้กระทั่งล่าสุดที่ "บิ๊กการเมือง" เลี้ยวรถเข้าเขตหวงห้ามมาร่วมวงด้วย

คงปฏิเสธได้ยากสำหรับการชูพรรคประชาธิปัตย์ขึ้นเป็นรัฐบาลว่าไม่ใช่เป็นการเคลื่อนเพื่อ "ปิดเกม คมช." ที่ต้องตัดตอนทำให้ "เครือข่ายไทยรักไทย" ต้องสูญพันธุ์ทางการเมือง ตอนนี้อาจจะเห็นแค่รางๆ แต่ถ้าจะให้มั่นใจว่าใช่คงต้องดูหน้า "รมว.กลาโหม" ของรัฐบาลสีเขียวภายใต้การนำของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ต้องผ่านความเห็นชอบจาก "พล.อ.อนุพงษ์"

สะพัดกันทั้งกระทรวงว่า อาจจะได้เห็นชื่อ พล.อ.ประวิตร หรือ พล.อ.วินัย ภัททิยกุล อดีตเลขาธิการ คมช. มานั่งเก้าอี้ รมว.กลาโหม ก็เป็นได้

มีรายงานข่าวว่า มีข้อตกลงที่จะแต่งตั้งพล.ต.อ.พชรวาท พงษ์สุวรรณ น้องชายของพล.อ.ประวิตรกลับเข้าดำรงตำแหน่งผบ.ตร.ด้วย หลังจากถูกรัฐบาลนายสมชายปลดออกจากตำแหน่งโทษฐานสั่งการให้ดำเนินคดีพันธมิตรยึดสนามบินสุวรรณภูมิแล้วเพิกเฉย

ปล่อยโจรยึดเมืองยึดสนามบินได้ดีมาแทรกแซงการเมืองด้วย

หนังสือพิมพ์เดลีเทเลกราฟรายงานข่าวว่า พลเอก อนุพงษ์ ผู้ซึ่งต้องรับผิดชอบต่อการรักษาความปลอดภัยของสนามบิน ได้เพิกเฉย (ไม่ได้ทำไรเลย) ในการที่จะหยุดยั้งกลุ่มผู้ประท้วงที่ต่อต้านทักษิณ ซึ่งได้ทำการบุกรุกสนามบินของกรุงเทพฯ จะเป็นเหตุให้ผู้เดินทางกว่า 350,000 คนต้องติดค้าง โดยการประท้วงได้จบลงเมื่อศาลได้สั่งยุบพรรคร่วมรัฐบาล และ ผู้นำฝ่ายค้านในขณะนั้นได้ทำการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ภายใต้โดยการอนุมัติของ พลเอก อนุพงษ์

กลุ่มผู้สนับสุนนทักษิณ ภายใต้ชื่อเรียก แนวร่วมประชาธิปไตยต้านเผด็จการ (นปก.) หรือที่รู้จักกันในนามของ “ชาวเสื้อแดง” เชื่อว่ากองทัพได้ก่อการ “ปฎิวัติเงียบ” เพื่อต่อต้านรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง

กองทัพไทย เคยสู้รบในสงครามระหว่างประเทศสองสามครั้งในระยะที่ผ่านมา แต่กลับครอบงำการเมืองของประเทศ โดยการก่อการปฎิวัติยึดอำนาจ 18 ครั้งตั้งแต่ปี พศ. 2475

ด้วยเดชะพระบารมี ธรรมะชนะอธรรมราบคาบ คนชั่วจ่อคุก คนดีได้ปกครองบ้านเมือง

ที่มา Thai E-News


พระมหากรุณาธิคุณ-สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถเสด็จพระราชทานเพลิงศพน้องโบว์เมื่อ13ตุลาคมที่ผ่านมา

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
19 ธันวาคม 2551

ด้วยเดชะพระบารมีเป็นที่ตั้ง บ้านเมืองยุติการจลาจลในที่สุดฝ่ายธรรมะชนะอธรรม ตั้งข้อหาอดีตนายกฯสมชายฆ่าน้องโบว์-สารวัตรจ๊าบ ปูนบำเหน็จนักสู้กู้ชาติเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศกอบกู้ภาพลักษณ์ที่เสียหายไปในยุคระบอบทักษิณ คืนความเป็นธรรมพชรวาทกลับตำแหน่งผบ.ตร. ส่วนพี่ชายที่ร่วมแรงใจอนุพงษ์ดึงเนวินเสียสละสลับขั้วเพื่อชาติบ้านเมืองได้เป็นรัฐมนตรีกลาโหม ป๊อกทุ่มเทเสียสละต่อเนื่องทำให้คนเหนือ-อีสานกลับตัวกลับใจเลิกหลงผิด


สมชาย-ตำรวจเจอข้อหาฆ่าโบว์-สารวัตรจ๊าบ

ประชาไทรายงานว่า ผลสอบกรณี 7 ตุลาฯถึงมือ ‘ป.ป.ช.’ แล้ว คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติชี้ว่าตำรวจที่สลายการชุมนุม และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น เจอข้อหาหนัก ‘ฆ่า-พยายามฆ่า’

รายงานบางตอนระบุว่า การกระทำของ นายสมชาย และ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ์ รวมทั้งรัฐมนตรีที่อยู่ด้วยในการประชุมคณะรัฐมนตรี แต่มิได้คัดค้านการใช้กำลังและระเบิดแก๊สน้ำตาเข้าสลายการชุมนุม เข้าข่ายเป็นการปฏิบัติและหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด เมื่อปรากฎว่ามีประชาชนได้รับบาดเจ็บ บาดเจ็บสาหัสเป็นจำนวนมาก และมีผู้เสียชีวิตด้วยจากกการกระทำที่เกินความจำเป็นของเจ้าหน้าที่ตำรวจดังกล่าว ซึ่งถือเป็นการละเมิดกฎหมายการกระทำของนายสมชาย นายกรัฐมนตรี พล.อ.ชวลิต รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีที่อยู่ด้วยในการประชุมคณะรัฐมนตรี แต่มิได้คัดค้านการสลายการชุมนุม เข้าข่ายเป็นความผิดฐานเป็นผู้ใช้ให้บุคคลอื่นกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ เป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส, ฆ่าและพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157, 295, 297, 288, 84

สำหรับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติแสดงท่าทีเอียงข้างพันธมิตรอย่างชัดแจ้งมาตลอด ในช่วงพันธมิตรยึดสนามบินได้ออกแถลงการณ์ฉบับหนึ่งประณามรัฐบาล และห้ามไม่ให้รัฐบาลต่อรองด้วยการให้พันธมิตรเลิกประท้วงหรือออกจากสนามบิน จนกระทั่งโดนคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชียทนไม่ไหวออกมาโจมตี และเรียกร้องให้สหประชาชาติเข้ามาแทรกแซงกิจการในไทย เพราะประชาธิปไตยไทยตกอยู่ในอันตราย หวังพึ่งองค์กรหน่วยงานใดไม่ได้แล้ว เพราะชนชั้นนำได้ร่วมมือกันทำลายประชาธิปไตย


พธม.ยึดทำเนียบยึดสนามบินได้ดีเป็นเสนาบดีต่างประเทศ

สำหรับว่าที่รัฐมนตรีต่างประเทศนั้นคือนายกษิต ภิรมย์ ซึ่งเป็นอดีตนักการทูตที่ขึ้นเวทีพันธมิตรโดยตลอด รวมทั้งการมีนโยบายขวาจัดเปิดศึกกับเพื่อนบ้านกรณีปราสาทวิหารที่พันธมิตรกระหายจะเปิดสงครามกับเพื่อนบ้าน รวมทั้งนายกษิตเคยไปขึ้นเวทีอาคารผู้โดยสารสุวรรณภูมิที่พันธมิตรไปยึดไว้

เขากล่าวตอนหนึ่งในการยึดสนามบินสุวรรณภูมิเมื่อ30พฤศจิกายน2551 เรียกร้องให้ทหารออกมายึดอำนาจ โดยบอกว่าทหารจะเอาอย่างไร ทำไมไม่มายืนข้างพวกเรา จากนั้นก็กล่าวให้ร้ายอดีตนายกฯทักษิณว่าจะ"ตั้งราชวงศ์"ใหม่ (ฟังคลิปเสียงที่นี่)

แก๊ง3ป.ทหารเสือราชินีได้ดีคุมกลาโหมหลังเป็นคนคุมสลายขั้ว


มติชนรายงานในตอนที่ประชาธิปัตย์พลิกขั้วสำเร็จเมื่อ6ธ.ค.ที่ผ่านมาว่า การพลิกขั้วการเมืองที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ พูดกันว่า จะเป็นจริงไม่ได้หากไม่มี แก๊ง 3 ป. ที่ประกอบด้วย "พี่รักน้องเลิฟ" ซึ่งโตมาด้วยกันจากหน่วย "ทหารเสือราชินี" นั่นคือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ทบ. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เสนาธิการทหารบก และ "บิ๊กป๊อก"อนุพงษ์ มือประสานสิบทิศ

เป็นความบังเอิญที่ทั้ง 3 คน มีบ้านพักอยู่ในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ จึงนัด "ดื่มกาแฟ" มื้อเช้า หรือนัดทานอาหารมื้อเย็น กันที่มูลนิธิปลูกป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ที่ตั้งอยู่ในกรมนั้นเอง โดยมูลนิธิแห่งนี้มี พล.อ.ประวิตร เป็นประธาน

สถานที่แห่งนี้ก็ถูกใช้เป็นสถานที่ "ถกการเมือง" มาตลอดห้วงที่ผ่านมา แม้กระทั่งล่าสุดที่ "บิ๊กการเมือง" เลี้ยวรถเข้าเขตหวงห้ามมาร่วมวงด้วย

คงปฏิเสธได้ยากสำหรับการชูพรรคประชาธิปัตย์ขึ้นเป็นรัฐบาลว่าไม่ใช่เป็นการเคลื่อนเพื่อ "ปิดเกม คมช." ที่ต้องตัดตอนทำให้ "เครือข่ายไทยรักไทย" ต้องสูญพันธุ์ทางการเมือง ตอนนี้อาจจะเห็นแค่รางๆ แต่ถ้าจะให้มั่นใจว่าใช่คงต้องดูหน้า "รมว.กลาโหม" ของรัฐบาลสีเขียวภายใต้การนำของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ต้องผ่านความเห็นชอบจาก "พล.อ.อนุพงษ์"

สะพัดกันทั้งกระทรวงว่า อาจจะได้เห็นชื่อ พล.อ.ประวิตร หรือ พล.อ.วินัย ภัททิยกุล อดีตเลขาธิการ คมช. มานั่งเก้าอี้ รมว.กลาโหม ก็เป็นได้

มีรายงานข่าวว่า มีข้อตกลงที่จะแต่งตั้งพล.ต.อ.พชรวาท พงษ์สุวรรณ น้องชายของพล.อ.ประวิตรกลับเข้าดำรงตำแหน่งผบ.ตร.ด้วย หลังจากถูกรัฐบาลนายสมชายปลดออกจากตำแหน่งโทษฐานสั่งการให้ดำเนินคดีพันธมิตรยึดสนามบินสุวรรณภูมิแล้วเพิกเฉย

ฝรั่งหยันปล่อยโจรยึดเมืองยึดสนามบินเพราะปฏิวัติเงียบ

หนังสือพิมพ์เดลีเทเลกราฟรายงานข่าวว่า พลเอก อนุพงษ์ ผู้ซึ่งต้องรับผิดชอบต่อการรักษาความปลอดภัยของสนามบิน ได้เพิกเฉย (ไม่ได้ทำไรเลย) ในการที่จะหยุดยั้งกลุ่มผู้ประท้วงที่ต่อต้านทักษิณ ซึ่งได้ทำการบุกรุกสนามบินของกรุงเทพฯ จะเป็นเหตุให้ผู้เดินทางกว่า 350,000 คนต้องติดค้าง โดยการประท้วงได้จบลงเมื่อศาลได้สั่งยุบพรรคร่วมรัฐบาล และ ผู้นำฝ่ายค้านในขณะนั้นได้ทำการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ภายใต้โดยการอนุมัติของ พลเอก อนุพงษ์

กลุ่มผู้สนับสุนนทักษิณ ภายใต้ชื่อเรียก แนวร่วมประชาธิปไตยต้านเผด็จการ (นปก.) หรือที่รู้จักกันในนามของ “ชาวเสื้อแดง” เชื่อว่ากองทัพได้ก่อการ “ปฎิวัติเงียบ” เพื่อต่อต้านรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง

กองทัพไทย เคยสู้รบในสงครามระหว่างประเทศสองสามครั้งในระยะที่ผ่านมา แต่กลับครอบงำการเมืองของประเทศ โดยการก่อการปฎิวัติยึดอำนาจ 18 ครั้งตั้งแต่ปี พศ. 2475

สุดยอดวิชามาร

ที่มา ไทยรัฐ

คอการเมืองที่วิจารณ์กันว่า รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ที่นำโดย คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะอยู่ได้ไม่นาน ผมว่า อาจจะอ่านผิดก็ได้ เพราะถ้าทบทวนการก้าวสู่การจัดตั้งรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ แล้วก็ต้องบอกว่ามีพี่เลี้ยง ที่เส้นใหญ่พอสมควร

ภาพการหารือการจัดขั้วรัฐบาลในค่ายทหารมัน ฟ้อง

ที่ผ่านมาถ้าต่อจิ๊กซอว์ ตั้งแต่มีเหตุวิกฤติการเมือง ที่มี ส.ส. ของพรรคประชาธิปัตย์ไปเป็นแกนนำผู้ชุมนุม ที่มีทายาทของคม ช.ที่มีคนของพันธมิตรที่มีภาพความสนิทสนมซึ่งกันและกัน ที่มีกองทัพเข้ามาเป็นพี่ เลี้ยงคงปฏิเสธไม่ได้ว่านี่คือเกมชิงอำนาจทางการเมือง

เป็นภาพของการกระเหี้ยนกระหือรือ

การที่ประชาธิปัตย์ได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลในครั้งนี้ พูดได้ เต็มปากเต็มคำว่าไม่สง่างาม ซึ่งอันที่จริงแล้วประชาธิปัตย์ก็เป็นเจ้าตำรับ พฤติกรรมการ เมืองแปลกหลายอย่าง กลุ่มงูเห่า ก็มีขึ้นในสมัย ที่ประชาธิปัตย์ หักความหวังใหม่ สมัย พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นนายกฯ ชิงจัดตั้งรัฐบาล

ครั้งนี้ก็ไม่มีอะไรแตกต่าง

เป็นงูเห่ากลุ่มเบ้อเร่อ ผมผิดหวังอยู่อย่าง ว่าประชาธิปัตย์เคยด่าว่า เคยโจมตี เคยดูถูกเหยียดหยามพฤติกรรมและการกระทำของนักการเมืองบางคนบาง พรรค มาโดยตลอด แต่วันนี้ประชาธิปัตย์ ยอมกลืนน้ำลาย รับ เอาไว้หมดทุกอย่าง

ด้วยอาการหน้าชื่นตาบาน

ไม่ว่าจะเป็นนโยบายประชานิยม นักการเมืองที่ร้องยี้ หรือแม้แต่การ ทำลายกำแพงประเพณีการเมืองเก่าๆในการจัดตั้งรัฐบาลที่เคยมีมา ใครไปต่อรองอะไร กันทีไหน ใช้วิชามารอะไรกันบ้าง จะรถเบนซ์หรือเงินก้อนโต หรือขนาดต่อรองกันจน วินาทีสุดท้ายหลังบัลลังก์ประธานสภา ทุกอย่างโจ๋งครึ่ม

การซื้อตัว ส.ส.แย่กว่าการซื้อเสียงตั้ง เยอะ

เส้นทางการเดินของคนเหล่านี้อยู่ในบันทึกประวัติศาสตร์ ทางการ เมืองทั้งหมด ส่วนจะขาวจะดำก็เป็นอีกเรื่องและในประวัติศาสตร์ทางการเมืองทุกยุค ทุกสมัย ไม่มีใครพ้น กฎแห่งกรรมไปได้ เอาไว้ผมจะค่อยชำแหละให้เห็นกันอย่าง ละเอียด

ชื่อบุคคลต่อไปนี้จะเป็นผู้ทรงอิทธิพลทางการเมืองยุคผลัดใบแปะ ข้างฝาเอาไว้ได้เลย คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ คุณเนวิน ชิดชอบ คุณอนุทิน ชาญวีรกูล คุณธีรพล นพรัมพา คุณวิชัยรักษ์ ศรีอักษรเจ้าของคิงส์เพาเวอร์และพล.อ.อนุพงษ์ เผ่า จินดา ผบ.ทบ. ที่จะกุมบังเหียนประเทศเอาไว้

โดยรวมแล้วเกมชิงอำนาจทางการเมือง เป็นการช่วงชิง ประชาธิปไตยไปจากคนส่วนใหญ่ ของประเทศอย่างชัดเจน นับตั้งแต่ 19 ก.ย.2549 เป็นต้นมา

ประชาธิปไตยถูกปล้นไปเรียบร้อยแล้ว.

หมัดเหล็ก

พักถ่ายเลือดแดงเทียม

ที่มา ไทยรัฐ

“ยายเนียม” เจ้าของแหวนหมั้นชาวอำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี หรือชายหนุ่มที่จังหวัดนครสวรรค์ที่วิ่งตามรถหาเสียง ตะโกนฝากบ้านฝากเมืองไว้

ตัวละครร่วมฉากประวัติศาสตร์

ในฐานะ “ทูต” ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีคนที่ 27 ของประเทศไทย และนายกรัฐมนตรีคนที่ 4 ในรอบปี 2551 ยกขึ้นมาเป็นกุญแจเชื่อมสะพาน เปิดทางเข้าภาคเหนือกับภาคอีสาน

การันตีสถานะผู้นำของคนไทยทั้งประเทศ

ก่อนอื่นเลย ต้องยกให้มหาบัณฑิต ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ผู้ผ่านการฝึกฝนรูปแบบ นักการเมืองตะวันตกมาอย่างดี เหนือชั้นอยู่แล้วในเรื่องของการกล่าวสุนทรพจน์

กินใจ สะกดคนฟังได้ชั่วขณะ

ไหนจะฮือฮากับมุกเอสเอ็มเอสจาก “Your PM” ส่งไปตามโทรศัพท์มือถือประชาชนทั่วไป ด้วยข้อความ “ผมนายกรัฐมนตรีคนใหม่ขอเชิญท่านร่วมนำประเทศไทยออกจากวิกฤติ/สนใจได้รับการติดต่อจากผมกรุณาส่งรหัสไปรษณีย์ 5 หลักของท่านมาที่เบอร์ 9191”

ว่ากันว่า “อภิสิทธิ์” สร้างสรรค์เอง โดยโทรศัพท์ในเครือเจ้าสัวซีพีจัดให้

ทั้งหมดทั้งปวง โดยเกมจุดกระแส ชิงจังหวะน้ำขึ้นดึงแนวร่วมประชาชนรองฐานเก้าอี้ผู้นำประเทศไทยที่มีภารกิจหนักอึ้งกองอยู่ตรงหน้า

แค่เริ่มประเดิมเก้าอี้นายกรัฐมนตรี วันแรกออกรายการทีวีก็เจอคำถามถึงการเตรียมตัวกรณีถ้าเดินทางไปจังหวัดเชียงใหม่ หรือจังหวัดอุดรธานี แล้วถูกโห่ไล่ หรือขว้างปาด้วยรองเท้า จะทำอย่างไร

ล่าสุด นายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร หัวหอกม็อบเสื้อแดง ประกาศผ่านสถานีวิทยุคลื่นชมรมคนรักอุดร เอฟเอ็ม 97.50 เมกะเฮิรตซ์ เรียกร้องพรรคประชาธิปัตย์ หรือแกนนำรัฐบาล อย่าได้เดินทางเข้ามาในเขต
พื้นที่จังหวัดอุดรธานี เพื่อความสงบสุข

“ชมรมคนรักอุดรจะออกไปขับไล่ในทันที ไม่ว่าจะอยู่พื้นที่แห่งใดก็ตาม”

ดุเดือด ร้อนแรงเกินห้ามใจ

แต่ก็อีกนั่นแหละ โดยอาการขู่ทั้งๆที่ขายังเป๋ ตั้งหลักทรงตัวไม่ได้ ประเมินจากงานเลี้ยงระดม ทุนอุ้มรายการความ
จริงวันนี้ มีแขกร่วมบางตา

เสื้อแดงยังอยู่ในอาการ “มึนงง”

กับเกมพลิกขั้วแบบสะเทือนเลื่อนลั่น ยุทธการแปรพักตร์ของก๊วนเพื่อนเนวิน ตัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อนหน่วย “ฮาร์ดคอร์” ของม็อบคนรัก “ทักษิณ”

ห้องเครื่องพัง ต้องจูนกันใหม่

อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาอีกสักระยะเพื่อถ่าย “เลือดแดงเทียม” เครือข่ายพ่อมดทรยศ บ่มฟักอารมณ์ร่วมของ “เลือดแดงแท้” ที่ฝังลึกอยู่ในกลุ่มคนรากหญ้าภาคเหนือ ภาคอีสาน

กรองคนรัก “ทักษิณ” อย่างจริงใจ

และโดยสัญญาณที่นายใหญ่ “โฟนอิน” ให้กำลังใจลูกทีม “แพ้วันนี้เพื่อกลับมาชนะวันข้างหน้า” ประกาศแล้วว่า จะกลับเมืองไทยแน่ และจะกลับมาแบบมีลมหายใจ

ส่งซิกพักรบ เลียแผลรอจังหวะ

ในขณะที่นายวิทยา บุรณศิริ อดีตประธานวิปรัฐบาล ก็ประกาศจองกฐินล่วงหน้าแล้วว่า ถ้าเปิดสภาเมื่อไหร่ จะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลทันที

ตีธงจี้ไปที่ “จุดอ่อน” รัฐบาลผสมเสียงไม่นิ่ง

ที่แน่ๆกับคิวเซอร์ไพรส์ของ “เทพเทือก” นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ต้องตัดใจจากเก้าอี้ รมว.มหาดไทย หลบไปนั่งเป็นรองนายกรัฐมนตรี

รีบชิ่งหนีเป้าถล่มของฝ่ายตรงข้าม

อีกนัยหนึ่งก็ล่อให้ “ปู่ชัย” นายชัย ชิดชอบ ทิ้งเก้าอี้ประธานสภาฯ มานั่งใหญ่ในตำแหน่ง มท.1 ทุ่มทุนสร้างซื้อใจ “ก๊วนเพื่อนเนวิน” แบบเปย์ให้สุดๆ ทั้งกระทรวงมหาดไทยดูแลเครือข่ายผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ คุมเกมบล็อกม็อบเสื้อแดง ในฐานะที่รู้ไส้รู้พุงกันมาก่อน พร้อมๆกับเปิดทางให้คุ้ยขุมทรัพย์ที่กระทรวงคมนาคม ตามสบาย

ส่งก๊วน “เพื่อนเนวิน” เป็นหน่วยหน้ากล้าตาย รบกับเจ้าของคอกเก่า

“ล่อเป้า” ให้รัฐบาล “อภิสิทธิ์”

และก่อนอื่นใด เตรียมเสบียงกันไว้ล่วงหน้าได้ โดยวัฒนธรรม “เอกสิทธิ์ ส.ส.” ที่ถูกสร้างไว้ในการเลือกนายกรัฐมนตรีรอบล่าสุด ส.ส.โหวตสวนมติพรรคกันออกหน้าออกตา

งูเห่าเลื้อยกันเพ่นพ่าน

โดยเงื่อนไข โหวตคิวสำคัญก็ต้องกดเอทีเอ็มแจกกันที.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

หนึ่งเหลี่ยมจากอิหร่าน

ที่มา ไทยรัฐ

ผมอ่านลัทธิของเพื่อน ของเสฐียรโก เศศ-นาคะประทีป ตั้งสมัยเป็นวัยรุ่น จำได้ติดใจ ศาสนาโซโรอัสเตอร์ ลัทธิบูชาไฟ สาบสูญไปจากเปอร์เซีย เมื่อกองทัพมุสลิมยึดครอง

เมื่ออ่านมังกรหยก ถึงภาค 4 กิมย้งเขียนให้พระเอก เตียบ้อกี๋ เริ่มต้นเป็นหัวหน้าพรรคขอทาน ยังเป็นหัวหน้าพรรคมาร ลัทธิเม้งก้า บูชาไฟ ด้วย

มังกรหยกจบลง ตรงพระเอกรวมพรรคเทพพรรค มาร ต่อต้านการรุกรานจากพวกมองโกลฃ จนเมื่อซีพีออล ชวนไปฮกเกี้ยน ระหว่างทางจากเมืองเซี่ยเหมิน กับเมือง ฉวนโจว ก็แวะวัดเฉ่าอันร้าง วัดของลัทธิมาณิกี สร้างเมื่อ พ.ศ. 1882 สมัยราชวงศ์ หยวน

จึงได้ความรู้ใหม่ ลัทธิบูชาไฟ จาก เปอร์เซีย ไม่ได้หายสาบสูญไปไหน แต่แพร่หลายผ่านเส้นทางสายใหม่ เข้ามาอยู่ ใน จีน

ศาสดาชื่อมณี ใช้คำสอนโซโรอัสเตอร์เป็นพื้นฐาน ผสมผสานด้วยคำสอนพระพุทธศาสนา และคริสต์ศาสนา

ความรู้ใหม่เอาไปเชื่อมต่อกับความรู้เก่า จาก หนังสือชุด 100 ปี พระยาอนุมานราชธน เล่มล่า อาหรับราตรี นิทานอาหรับ (อิรัก) ไป หาซื้อมาจากศึกษาภัณฑ์ ถนนราชดำเนิน

อ่านติดพันมาจากเล่ม...พันหนึ่งทิวา นิทานอิหร่าน

ระหว่างอ่านเล่มนี้ ผมเจอสองคำ นิทานอิหร่าน ราชธรรม และนิทานอิหร่านสิบสองเหลี่ยม

ตรงที่ผมอ่าน บางเรื่องบางเหลี่ยมจากอิหร่าน ผม จึงคิดเอาเองว่า อาจารย์พระยาอนุมานฯ ท่านไม่ได้เชี่ยวชาญอยู่แค่ภารตวิทยา (อินเดีย) และจีนวิทยาเท่านั้น

แต่ท่านเชี่ยวชาญไปทุกๆเรื่อง รวมทั้ง เรื่องอาหรับ และเรื่องอิหร่านด้วย

ด้วยพื้นฐานนิดน้อยแค่นี้ แม้ผมมีคิวเดินทางไป ญี่ปุ่นกับเพื่อนร่วมรุ่น บสส.1 รออยู่ เมื่อเพื่อนจาก ททท.ชวนให้ไปอิหร่าน ผมก็ลืมตัว ลืมตาย ตอบรับไปโดยไม่ลังเล

ไปถึงแล้วจึงรู้ว่า ไทยกับอิหร่าน แม้ส่ง ผ่านวัฒนธรรมและความรู้ถึงกันยาวนานนับพันปี ยังมีความสัมพันธ์กันไม่ แนบแน่นดี นัก

จำนวนนักท่องเที่ยวอิหร่าน กว่า 6 หมื่นคน เมื่อปี 2550 และปีนี้มีเที่ยวบินตรงเตหะราน-กรุงเทพฯ 14 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เมื่อมาหักลบ ด้วยเรื่องยึดทำเนียบ ยึดสนามบิน

ตัวเลขนักท่องเที่ยวอิหร่าน ที่จะมาใช้เงินในไทย ก็ คงลดลง จะเหลือสักเท่าไหร่

เห็นจะต้องพึ่งฝีมือ ททท.

หนึ่งวันเต็มในการตระเวนเตหะราน เราให้ความ เคารพกฎกติกาบ้านเมืองเขา ด้วยทิ้งหมูหยอง ไข่เค็ม ปลาจิ๊งจั๊งแห้ง เสบียงกันตายไว้ที่ ตุรกี

บางมื้อที่กินอาหารอิหร่าน ผมตั้งหลักคาดหวังรส อาหารไว้ครึ่งหนึ่ง เมื่อแตะลิ้นแล้วรู้สึกว่ากินได้ ทุกมื้อจึงรู้สึกอร่อย มากน้อยตาม เปอร์เซ็นต์ ที่เพิ่ม ในขณะที่เพื่อนบางคนบ่น เพราะตั้งความหวังไว้เต็มร้อย

เก็บประสบการณ์ในการกินอาหารอิหร่าน มาใช้กับ นายกฯประเทศ ไทยคนใหม่ เริ่มที่คาดหวังไว้แต่น้อย เอาเสียสักครึ่ง...เมื่อถึงเวลา จะ อาจรู้สึกว่า รสของความผิดหวังน้อยลง

เก่งดีและหล่อปานไหน ก็แค่ส่วนหัว มาทำงานอยู่ กับคนในรัฐบาลแบบเก่าๆ อยู่กับมือไม้ที่เคยบ่นกันว่าน้ำเน่า จะหวังผลเลิศคงไม่ได้

บรรยากาศเศรษฐกิจโลกอย่างนี้ เราคง ไม่ต้องการความสุขสบายเลิศหรูอะไรนักนะครับ ขอแค่เอาตัวให้รอด เอาประเทศ ชาติ ให้รอด พออยู่กันไปได้ ก็น่าจะพอแล้ว.

กิเลน ประลองเชิง

นปช.ฮึ่ม!เปิดทีวีเตรียมชุมนุมใหญ่ขู่ปชป.อย่าหวังสงบสุข

ที่มา ประชาทรรศน์

'ณัฐวุฒิ' ลั่น ขยายเครือข่ายสื่อมวลชน สื่อสารคนเสื้อแดง 'จตุพร'งัด 3 เงื่อนไขป่วน! ประชาธิปัตย์ พร้อมประกาศกร้าว ต่อไปอย่าได้อยู่อย่างสงบ เสื้อแดง บุกเอ็นบีที ถามเหตุผล ปลด "ความจริงวันนี้"

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช.และผู้ดำเนินรายการความจริงวันนี้ กล่าวว่า ขณะนี้มีการเตรียมการในการขยายเครือข่ายสื่อสารมวลชนของคนเสื้อแดง โดยจะเปิดสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ที่มีลักษณะคล้ายกับสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมพีทีวี ต่างกันตรงให้ประชาชนสามารถรับสัญญาณได้จากจานรับสัญญาณทุกระบบ ออกอากาศตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเป็นช่องทางการสื่อสารกันของประชาชนเสื้อแดง

"หลังปีใหม่ 2552 ระบบทุกอย่างจะเริ่มดำเนินการ โดยตั้งใจจะให้คล้ายกับฟรีทีวีทั่วไปให้มากที่สุด และเมื่อออกอากาศแล้วจะมีการเปิดให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการดำเนินการให้มากที่สุด สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมไม่ได้ถือว่าผิดกฎหมาย แต่ประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายออกมารองรับการออกอากาศ หากรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์จะขัดขวางการออกอากาศของช่องทางการสื่อสารของประชาชน ที่รักในประชาธิปไตย เหมือนที่เคยเกิดขึ้นกับพีทีวี สมัยรัฐบาล คมช. เราก็พร้อมจะสู้ทุกรูปแบบเหมือนกัน ต้องดูกันว่า นายอภิสิทธิ์ จะกล้าสกัดช่องทางประชาธิปไตยนี้อย่างไร ขณะที่สถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี ซึ่งเป็นสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมเหมือนกันยังสามารถออกอากาศได้ หากรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหารซ่อนรูปจะปิดกั้นก็ลองดู" นายณัฐวุฒิ กล่าว


ด้าน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ผู้ดำเนินรายการความจริงวันนี้ และแกนนำนปช. กล่าวว่า ขณะนี้กำลังกำหนดวันและเวลาในการเคลื่อนไหวใหญ่เพื่อต่อต้านพรรคประชาธิปัตย์ภายใต้เงื่อนไข 3 ข้อ คือ 1. เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตผู้บัญชาการทหารบก มีชื่อเข้าร่วมใน คณะรัฐมนตรี ทั้งนี้พล.อ.ประวิตร นั้นเป็น 1 ใน 3 ของนายทหารระดับสูงที่ร่วมล็อบบี้ และข่มขู่นักการเมืองจากพรรคการเมืองต่างๆ ให้มีการสลับขั้วไปจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคประชาธิปัตย์ ในพื้นที่ของ ร.1 พัน 1 รอ. ถนนวิภาวดี ร่วมกับพล.อ.อนุพงษ์ .และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เสนาธิการทหารบก และ พล.อ.ประวิตร ยังเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 มาจนถึงปัจจุบัน 2.นายอภิสิทธิ์ มีปัญหาเรื่องการหนีทหารจึงไม่เหมาะสมเป็นนายกรัฐมนตรี แม้ พล.อ.อนุพงษ์ จะบอกว่าเป็นเรื่องเก่า และคดีหมดอายุความ แต่สำหรับเรื่องจริยธรรมแล้วไม่มีเวลาไหนที่หมดอายุความได้ 3.ความเสียหายของประเทศอันเกิดจากการกระทำของกลุ่มพันธมิตรฯมีมูลค่ามหาศาลกลุ่มพันธมิตรฯ เป็นผู้สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ในการจัดตั้งรัฐบาล จึงไม่ควรที่จะจบแค่นายอภิสิทธิ์ได้ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี


"การหารือเกี่ยวกับกำหนดวันและเวลาสถานที่ในการชุมนุมใหญ่ อยู่ระหว่างรอกำหนดการในการแถลงนโยบายของรัฐบาลประชาธิปัตย์ โดยคาดว่าจะมีการจัดก่อนวันที่รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์จะแถลงนโยบาย 1 วันเพื่อเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจและชำแหละรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งนี้ต้องการจัดให้มีรูปแบบและความยิ่งใหญ่เหมือนกับที่จัดที่สนามราชมังคลากีฬาสถานและสนามศุภชลาสัย แต่สถานที่อาจจะเป็นสนามหลวงหรือลานพระบรมรูปทรงม้า เพราะเป็นพื้นที่ที่สามารถรองรับคนได้จำนวนมาก การได้มาซึ่งอำนาจของพรรคประชาธิปัตย์นั้นมาจากกลไกของทหาร ดังนั้น ต่อไปนี้พรรคประชาธิปัตย์อย่าหวังว่าจะได้อยู่อย่างสงบสุขได้อีกไป" แกนนำนปช.กล่าว

เสื้อแดงบุกเอ็นบีทีทวงถามเหตุผลปลด"ความจริงวันนี้"

ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้ นายชินวัตร หาบุญพาด แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และประธานสถานีวิทยุชมรมคนแท็กซี่ จะเดินทางมาที่ สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย เอ็นบีที เพื่อยื่นหนังสือสอบถามถึงสาเหตุการถอดรายการความจริงวันนี้ ออกจากผังรายการประจำสถานี อย่างกะทันหัน โดยยืนยันจะไม่มีการใช้ความรุนแรง

ขณะเดียวกันภายในที่ทำการ สถานีโทรทัศน์เอ็นบีที ได้มีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจนครบาลสุทธิสาร ตรึงกำลังรักษาความปลอดภัย และมีการปิดประตูใหญ่ทางเข้า-ออกและเตรียมแผงเหล็กไว้จำนวนหนึ่ง เพื่อรับมือกับกลุ่มผู้ชุมนุม

'เทพเทือก' เสียงแข็งขู่พผ.ส่งชื่อครม.ก่อนเที่ยง

ที่มา ประชาทรรศน์

เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ลั่น เพื่อแผ่นดิน ต้องส่งรายชื่อคณะรัฐมนตรีก่อนเที่ยง เตรียมงัดแผนสองใช้หากล่าช้า ระบุไม่ง้อมีเสียงหนุนพอ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้จัดการตั้งรัฐบาล ให้สัมภาษณ์ในรายการ "เรื่องเล่าเช้านี้" ถึงความคืบหน้าการจัดคณะรัฐมนตรีว่า ว่าพรรคเพื่อแผ่นดินยังไม่ส่งรายชื่อมา เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม ก็รอจนถึงเวลาประมาณ 21.00 น. การที่พรรคเพื่อแผ่นดินไม่ได้เข้าร่วมรัฐบาลทั้งพรรคทำให้ค่อนข้างยุ่งยาก ถ้ายังไม่ส่งรายชื่อมาก่อนเที่ยงวันนี้ ตนเตรียมนัดประชุมแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมด เพื่อแก้ไขปัญหานี้แล้ว เพราะถ้ามาไม่ทัน คงรอไม่ได้

"ขณะนี้ได้เตรียมแผนสำรองเอาไว้ โดยเช้าวันนี้ จะปรึกษาหารือกับแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมด ทั้งนี้ ถ้าขาดพรรคเพื่อแผ่นดิน เสียงที่ให้การสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์จัดตั้งรัฐบาลก็ยังเพียงพอ ซึ่งขณะนี้มีเสียงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) 235 เสียง ถ้าขาดพรรคเพื่อแผ่นดินจะเสียคะแนนสนับสนุนไป 14 เสียง เหลือ 221 เสียง "เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

นายสุเทพ กล่าวอีกว่า ตำแหน่งรัฐมนตรีของพรรคเพื่อแผ่นดินนั้น ประกอบด่วน ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอีก 2 ตำแหน่ง แต่ต้องพิจารณาก่อนว่า จะเป็นกระทรวงไหน แต่ไม่มีโควต้าตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งในวันนี้ จะรอพรรคเพื่อแผ่นดินถึงเวลา 12.00 น. ถ้าไม่ส่งรายชื่อมาคงจะต้องแก้ไขปัญหากันไป

SMS !!!

ที่มา thaifreenews

ที่มา (จะมาอัพเดตที่มาภายหลัง แต่เท่าที่ค้นได้ขณะนี้คือเว็บบอร์ดฟ้าเดียวกัน)
18 ธันวาคม 2551

ปรากฏการณ์ของ SMS เชิญชวนให้คนไทยที่มีเครื่องมือถือในทุกระบบ ได้รับข้อความและเสียงของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ส่งถึงเพื่อร่วมนำประเทศไทยออกจากวิกฤติ อีกทั้งให้ประชาชนส่ง SMS กลับมาที่หมายเลขตามรหัสไปรษณีย์ที่กำหนดในวันที่ 17-18 ธันวาคมที่ผ่านมานั้น ทำให้ผู้ใช้บริการของทุกระบบต่างเกิดข้อสงสัย ถึงปรากฏการณ์ดังกล่าวว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร !


จากการตรวจสอบพบว่าจุดเริ่มต้นเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 ธันวาคมที่ผ่านมา ทีมงานของนายกรณ์ จาติกวณิช ได้ประสานงานมายังทุกโอเปอเรเตอร์ ว่าจะนัดพบเพื่อเจรจาในวันรุ่งขึ้น (16 ธันวาคม) ณ โรงแรมโฟร์ซีซั่น เวลา 09.30 น. ซึ่งทุกโอเปอเรเตอร์ต่างสงสัยแต่จำต้องส่งตัวแทนเข้าร่วม โดยได้พบกับ นายกรณ์ จาติกวณิช และมีการเจรจาขอความร่วมมือกัน แต่การนัดหมายดังกล่าวล่วงรู้ถึงสื่อมวลชนแขนงต่างๆ ซึ่งได้พากันไปเพื่อหวังทำรายงานข่าว ทำให้นายกรณ์ จาติกวณิช ต้องแอบหนีสื่อมวลชนออกไปจากโรงแรมอย่างทุลักทุเลกลับไปยังพรรคประชาธิปัตย์

ต่อมา นายกรณ์ จาติกวณิช ได้ออกมาให้ข่าวกับสำนักข่าว INN ยอมรับว่าได้มีนัดแต่ขอเลื่อนออกไปจากกำหนดเดิม ด้วยเหตุผลเพราะเขาอยู่ในสถานะของแคนดิเดตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

จากนั้น ช่วงบ่ายวันที่ 16 ธันวาคม ทางทีมงานนายกรณ์ จาติกวณิช ได้ส่งอีเมล์แจ้งกลับมายังทุกโอเปอเรเตอร์ดังนี้

เรียน.........ที่เคารพ
ผมขออนุญาตส่ง (!) ความต้องการของระบบ SMS (!!) ข้อความ SMS ของคุณอภิสิทธิ์ และ (!!!) เสียงของคุณอภิสิทธ์ (MAC file) ตามที่ท่านได้คุยกับคุณกรณ์ จาติกวณิช ไว้เมื่อเช้า มาให้ท่านพิจารณา

ด้วยความเคารพอย่างสูง
ลงชื่อผู้ประสานงาน

หมายเหตุ:
1. ส่ง SMS ไปยังลูกค้าวันพุธที่ 17 ธันวาคม - 18 ธันวาคม เวลา 08.00-18.00 น. ข้อความดังนี้ “ผมอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ครับ ผมขอเชิญชวนทุกท่านร่วมนำประเทศไทยออกจากวิกฤติ/สนใจมาร่วมกันกับผมกรุณาส่งรหัสไปรษณีย์ของท่านมาที่เบอร์นี้ (3บ/ครั้ง)”

2. ประชาชนผู้สนใจส่ง SMS กลับมาที่หมายเลข (ของแต่ละโอเปอเรเตอร์) ที่กำหนดไว้เป็นรหัสไปรษณีย์

3. ฝ่าย SMS ส่ง Data เบอร์โทรศัพท์ที่ประชาชนส่งกลับมาให้ฝ่าย IVR/Voice Page เพื่อส่งข้อความเสียงของคุณอภิสิทธิ์ ความยาวประมาณ 40 วินาที ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 18 ธันวาคม 2551 เป็นต้นไป


ทั้งหมดข้างต้นนี้คือเบื้องหลังขั้นตอนปฏิบัติการ “นำประเทศไทยออกจากวิกฤติ” ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายกรณ์ จาติกวณิช ที่ต้องถูกตั้งคำถามและตอบกับสังคมให้ได้ว่า

1. พรรคประชาธิปัตย์และท่านทั้งสองได้ใช้ “ตำแหน่งและสถานะภาพ” เช่นใดมาสั่งดำเนินการกับทุกโอเปอเรเตอร์ในสิ่งที่ต้องการ

2. พรรคประชาธิปัตย์และท่านทั้งสองได้ใช้ “อำนาจ” เช่นใดมาล่วงละเมิดสิทธิของประชาชนผู้ใช้บริการของทุกโอเปอเรเตอร์ ที่กำหนดขึ้นตามต้องการ

3. ณ ห้วงระหว่างวันที่ 17-18 ธันวาคม “สถานะภาพทางการเมือง” ของพรรคประชาธิปัตย์ และท่านทั้งสองยังถือว่าไม่ได้เป็น “นายกรัฐมนตรี/คณะรัฐมนตรี” อย่างถูกต้องและสมบูรณ์แบบ ซึ่งจะกล่าวอ้างความเป็น “รัฐบาล” ล่วงหน้าเพื่อขอความร่วมมือจากทุกโอเปอเรเตอร์ก็คงเป็นเรื่องที่ “ไม่ถูกต้อง” และชอบธรรมเป็นอย่างยิ่ง

4. หากลูกค้าผู้ใช้บริการจากทุกโอเปอเรเตอร์ ยื่นเรื่องร้องเรียนการละเมิดสิทธิผ่านหน่วยงาน สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) แล้ว พรรคประชาธิปัตย์ต้องร่วมรับผิดชอบหรือไม่

5. กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะนำประเด็นดังกล่าวขึ้นมาพิจารณา ถึงการกระทำของพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ เพราะขณะนี้ถือว่าอยู่ในช่วงการรณรงค์การเลือกตั้งซ่อมจากพรรคการเมืองต่างๆรวมทั้งการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไทยรัฐ: คบท. ชี้ ''SMS นายกฯ'' ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล [18 ธ.ค. 51 - 15:00]
Blogone: ประชาธิปัตย์เตรียมการส่ง SMS หาผู้ใช้ทั้งประเทศ
กระดานข่าวพันทิป: ด่วนที่สุด...เปิดข้อเท็จจริง “SMS” เพื่อชาติของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และพรรคประชาธิปัตย์

ที่มา ไทยอีนิวส์