WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, December 19, 2008

อย่ามัวแต่ ‘ล้างแค้น’!

ที่มา ประชาทรรศน์

คอลัมน์ : ละครชีวิต โดย ลวดหนาม

ข่าวสารที่เซอร์ไพรส์ที่สุดในงาน “ระดมทุนอุ้มความจริงวันนี้” ซึ่งจัดขื้นในโรงแรมมิราเคิลแกรนด์ คอนเวนชั่น คือการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

หลังจากผิดหวังเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม ที่ผ่านมา จะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ยังถือเป็นสัญลักษณ์ของฝ่ายประชาธิปไตย พ.ต.ท.ทักษิณ พูดโดยมีเนื้อหาตอนหนึ่งว่า “วันนี้ทุกเวทีโลกก็พยายามพูดคุยกันเพื่อแก้ปัญหา แต่ของเรากลับทะเลาะกันเอง ทำกติกาทุกอย่างเพื่อชำระล้างแค้น ถ้าขืนปล่อยต่อไปอย่างนี้ไม่รู้อนาคตประเทศและลูกหลานจะไปทางไหน ห่วงประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล ไม่รู้อนาคตของประเทศไทยจะไปทางไหน

ผมไม่ได้ห่วงที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล เพราะคราวที่แล้วก็มีการช่วยกันเต็มที่ก็ยังไม่ได้มา วันนี้ผมเป็นห่วงฝีมือว่าเขาทำงานได้แค่ไหน แต่ก็คงยาก วันนี้ยังแย่งเก้าอี้กันยังไม่จบ”

คำพูดของ พ.ต.ท.ทักษิณ แสดงให้เห็นถึงความเป็นห่วงประเทศชาติ และขอร้องให้ทุกฝ่ายคำนึงถึงชาติบ้านเมืองมากกว่าเรื่องส่วนตัว

แต่วันนี้หลังจากได้รัฐบาลใหม่ นายกรัฐมนตรีคนใหม่แล้ว ก็ยังคงคิดล้างแค้น พ.ต.ท.ทักษิณ กันยังไม่จบสิ้น แม้เศรษฐกิจจะย่ำแย่ ประชาชนกำลังจะอดตายกันแล้ว แคนดิเดตที่จะได้นั่งเก้าอี้กระทรวงการต่างประเทศอย่าง นายไกรศักดิ์ ชุณหวัณ ก็ประกาศจะจัดการ พ.ต.ท.ทักษิณ ตั้งแต่ไก่โห่ การประกาศตัวเพื่อจำกัด พ.ต.ท.ทักษิณ แบบนี้ทำให้ผมมองว่าประชาชนคงต้องรับเวรรับกรรมต่อไป

หากตัวแทนพันธมิตรฯ อย่างนายไกรศักดิ์ได้เข้ามานั่งกระทรวงการต่างประเทศ ปัญหาก็คงไม่จบ เพราะต่อไปรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ก็จะตามไล่เงา พ.ต.ท.ทักษิณ และหวาดระแวงอยู่ตลอดเวลา วันนี้พันธมิตรฯ ใช้กำลังภายใน จี้รัฐบาลจัดการฝั่งตรงข้ามทุกๆ คน ไม่ว่าจะเป็นทหาร ตำรวจ ข้าราชการระดับสูง รวมทั้งสื่อมวลชนที่โดนกล่าวหาว่าเป็นทาส พ.ต.ท.ทักษิณ

ขณะที่พวกเขาเหล่านั้นกำลังวางแผนตั้งรับการ “เอาคืน” ชนิด “ตายเป็นตาย เจ๊งเป็นเจ๊ง” เช่นเดียวกับที่พันธมิตรฯ ประกาศ ประเทศไทย ขึ้นชื่อว่าเป็น “สยามเมืองยิ้ม” ต่างชาติชื่นชมว่าคนไทยเป็นคนจิตใจดี ชอบให้อภัย ซึ่งวันนี้เกิดวิกฤติรอบด้าน คนกำลังจะตกงาน กำลังจะอดตาย คนไทยก็ยังไม่ยอมกันอยู่ดี

วันนี้ นายขวัญชัย สาราคำ ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร ออกมาประกาศแล้วว่าจะให้โอกาส รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ได้ทำงาน เพราะยอมรับตามระบอบประชาธิปไตย

นายขวัญชัย บอกว่า “ตอนนี้ได้สั่งเบรกคนเวื้อแดงไว้ก่อน ไม่อยากจะให้เกิดความวุ่นวาย อยากจะให้โอกาสกับพรรค ปชป.ก่อน เพราะเห็นว่าขณะนี้ ทั้งนักวิชาการ ประธานหอการค้า ประธานสภาอุตสาหกรรม สื่อมวลชน ต่างก็ออกมาชื่นชมยินดีกับรัฐบาลของ ปชป.กันมากมายเหลือเกิน

อยากจะลองดูสักระยะหนึ่งก่อน ถ้าทำงานไปแล้วเกิดเหตุการณ์ไม่ดีขึ้นมา พวกเราก็พร้อมที่จะก้าวเดินทันที โดยทางชมรมคนรักอุดรก็จะออกมาเป็นเจ้าภาพเป็นแกนนำหลักๆ ของคนเสื้อแดงทั้งภาคอีสานและภาคเหนือ”

คำพูดของนายขวัญชัย ถือเป็นนิมิตรหมายที่ดี แสดงถึงความมีน้ำใจของคนไทยด้วยกัน ผมอยากให้ทุกคนคิดแบบนี้ ไม่ใช่มัวแต่จะคิดล้างแค้นกัน หากพันธมิตรฯ หยุดคิดตามไล่ล่า พ.ต.ท.ทักษิณ ขณะที่เสื้อแดงยอมหยุดรอดูการทำงานของ รัฐบาลใหม่สักระยะ ผมว่าประเทศไทยจะน่าอยู่มากกว่านี้หลายๆ เท่าเลยครับ !

ลากไส้ว่าที่รมว.บัวแก้ว‘กษิต ภิรมย์’จุดอ่อนรัฐบาลสะตอ!ย้ำสัมพันธ์ลึกซึ้ง‘กบฏพันธมาร’

ที่มา ประชาทรรศน์

นักวิชาการตอกลิ่ม ‘กษิต ภิรมย์’ จุดอ่อนรัฐบาลสะตอ! ระบุมีสัมพันธ์ลึกซึ้ง ‘กบฏพันธมาร’ เผยสีข้างถลอก ‘ว่าที่รมต.ลิ่วล้อเจ๊กลิ้ม’ โต้เผือกร้อน ยันไม่กระเทือนภาพลักษณ์ประเทศ หากนั่งเจ้ากระทรวงบัวแก้ว

นายธิตินันท์ พงศ์สุทธิรักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันการศึกษาด้านความมั่นคงและต่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวยอมรับว่า หากนายกษิต ภิรมย์ ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจริง จะเป็นจุดอ่อนของรัฐบาล เพราะเคยมีความสัมพันธ์กับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

ขณะเดียวกันความสัมพันธ์ของแกนนำพรรคประชาธิปปัตย์กับพันธมิตรฯ เป็นโจทย์ที่รัฐบาลต้องสร้างความเข้าใจแก่สาธารณชนว่าเป็นอย่างไร รัฐบาลจะดำเนินการตามกฎหมายกับพันธมิตรฯ หรือไม่ แต่หากไม่สามารถสร้างความกระจ่างได้เชื่อว่าเป็นปัญหาแน่นอน

นายธิตินันท์ กล่าวว่า รัฐบาลจะต้องมีมาตรฐาน ไม่ทำงาน 2 มาตรฐาน ไม่เช่นนั้นประเด็นที่พรรคประชาธิปัตย์เคยท้วงติง ขณะที่เป็นฝ่ายค้านจะย้อนกลับมาถามรัฐบาลเอง

ทางด้าน นายกษิต ภิรมย์ อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ซึ่งคาดการณ์ว่าอาจจะได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เป็นหนึ่งในผู้ร่วมปราศรัยบนเวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยประเด็นดังกล่าว นายกษิตระบุว่า การขึ้นปราศรัยบนเวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยก่อนหน้านี้ จะไม่ส่งผลต่อภาพลักษณ์ หากเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เพราะเป็นการพูดปราศรัยตามข้อเท็จจริง ต่อสู้เพื่อให้มีรัฐบาลโปร่งใส มีธรรมาภิบาล ไม่ทุจริต

ทั้งนี้ ตนมองว่าการชุมนุมดังกล่าว ถือเป็นกระบวนการแสดงออกทางประชาธิปไตย ขณะเดียวกันก็มั่นใจว่าตนเองไม่ใช่จุดอ่อนของรัฐบาลต่อสายตานานาชาติ สำหรับภารกิจแรกหากตนได้รับตำแหน่งดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คือการจัดประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนโดยเร็วที่สุด

'กองทัพ'ปัดส่งทหารกล่อม'อีสาน-เหนือ'หนุน'รบ.มาร์ค1'

ที่มา ประชาทรรศน์

โฆษกทบ.ปัดกองทัพดอดส่งทหารกล่อมชาวอีสาน-เหนือ หนุนรัฐบาลพรรคสะตอ ชี้แค่ส่งช่วยเหลือภัยหนาว เหน็บ'เพื่อไทย'ควรมองโลกในแง่ดีบ้าง มั่นใจวิกฤตการเมืองดีขั้น เมินฉายา'ครม.สีเขียว' เชื่อปชช.เข้าใจ ขณะที่มทภ.1วอน'เสื้อแดง'ยึดกม.หยุดป่วน!เพื่อผลประโยชน์ประเทศ

พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทย ระบุว่า กองทัพได้ส่งกำลังทหารจำนวน 2000 นายลงไปในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ เพื่อโฆษณาสนับสนุนรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ว่ากองทัพบกไม่ได้ส่งกำลังจากส่วนใดลงไปในพื้นที่ดังกล่าวตามที่พรรคเพื่อไทยระบุ เพราะทหารที่อยู่ในพื้นที่ส่วนหนึ่งเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมตั้งแต่ในสมัยรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรีว่า และมีทหารที่อยู่ในต่างจังหวัดใดก็ลงไปช่วยซึ่งขณะนี้ทหารยังคงให้ความช่วยเหลือประชาชนอยู่ เชื่อว่าคนที่อยู่ในพื้นที่ทราบดีว่า เรื่องนี้จริงหรือไม่ ยืนยันไม่ได้ส่งกำลังเข้าไปเพิ่มเติมนานแล้ว

ทั้งนี้พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้กำชับให้กำลังพลให้ความช่วยเหลือภัยน้ำท่วมในภาคใต้ และช่วยเหลือผู้ประสบภัยหนาวทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ

“ขณะนี้ ผบ.ทบ.ไม่ได้สั่งการให้นำกำลังทหารลงไปในพื้นที่ตามที่ระบุแต่อย่างใด สถานการณ์การเมืองขณะนี้มีบรรยากาศที่ดีขึ้น อยากให้ทุกคนมองโลกในแง่ดี ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทยโจมตีว่า กองทัพบกเข้าไปสนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์นั้น ที่ผ่านมาพล.อ.อนุพงษ์ ได้ชี้แจงอย่างชัดเจนแล้วว่า เป็นเพียงการให้คำปรึกษาเท่านั้น ส่วนใครจะเชื่อหรือไม่ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแต่ละบุคคล กองทัพมีหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ตามกลไกของรัฐ ” โฆษกกองทัพบก กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า จากกระแสข่าวว่า กองทัพเข้าไปแทรกแซงจัดตั้งรัฐบาล จะทำให้ประชาชนหมดศรัทธาหรือไม่ พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า เชื่อว่า คนส่วนใหญ่เข้าใจ แต่อย่างไรก็ตามขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแต่ละบุคคลว่า จะมองอย่างไร ส่วนทางกองทัพจะทำหน้าที่ในฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐให้ดีที่สุด

ส่วนกรณีที่มีแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ตั้งฉายาครม.สีเขียวนั้น เป็นประเด็นการเมือง หากไปอธิบายความเพิ่มเติม จะกลายเป็นว่า ทหารไม่แยกออกจาการเมือง ใครจะคิดอย่างไรแล้วแต่จะวิเคราะห์

เมื่อถามถึงกรณีที่กลุ่ม นปช.ประกาศจะปิดล้อมรัฐสภาในวันที่รัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงนโยบายในวันที่ 29-30 ธ.ค.นี้ พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ขณะนี้ทางตำรวจยังไม่ได้มีการประสานมายังกองทัพเพื่อขอให้เข้าไปช่วยดูแลรักษาความเรียบร้อย มั่นใจตำรวจจะดูแลสถานการณ์ได้ เพราะพื้นที่บริเวณรัฐสภาเป็นพื้นที่จำกัด หากมีการส่งกำลังเข้าไปหลายหน่วยจะให้การปฏิบัติขาดความเป็นเอกภาพ ส่วนกรณีที่นปช.จะติดตั้งทีวีดาวเทียมนั้น เป็นเรื่องของการเมือง กองทัพไม่ขอเข้าไปยุ่งเกี่ยว

มทภ.1วอนเสื้อแดงยึดกม.หยุดป่วน!

วันเดียวกัน ที่ จ.ปทุมธานี พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ มทภ.1 ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กลุ่มนปช.ประกาศปิดล้อมรัฐสภาในวันที่ 29-30 ว่า ในส่วนทหารได้รับคำสั่งให้ติดตามสถานการณ์ ส่วนหน้าที่หลักในการดูแลความเรียบร้อยเป็นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเฉพาะกองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) ทั้งนี้ เรื่องทางการเมืองและประชาธิปไตยในห้วงที่ผ่านมาเป็นบทเรียนกับประชาชนสังคมและประเทศชาติว่า การเคลื่อนไหวทางประชาธิปไตยของแต่ละกลุ่มต้องยึดประโยชน์ประเทศชาติเป็นหลัก ความไม่ลงรอย ไม่เห็นด้วยทางความคิดเห็นควรเป็นไปตามครรลองของกฎหมาย และสิทธิของแต่ละคนตามระบอบประชาธิปไตย

มทภ.1 ยังกล่าวอีกด้วยว่า ประเทศชาติได้ผ่านห้วงของความสับสนวุ่นวายและบอบช้ำมาพอสมควรแล้ว และขณะนี้ระบบการเมืองและประชาธิปไตยกำลังเดินหน้า ส่วนจะพัฒนาไปในรูปแบบใดเป็นที่พอใจของคนกลุ่มหนึ่งและอาจไม่พอใจของคนอีกกลุ่มหนึ่งถือเป็นพัฒนาการของประชาธิปไตย ใครก็ตามที่จะทำให้เกิดความวุ่นวายปั่นป่วนในประเทศอีก ขอให้คิดถึงผลประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ เพราะทุกคนเกิดบนแผ่นดินไทย

เมื่อถามว่า ทุกฝ่ายควรให้โอกาสรัฐบาลใหม่พิสูจน์ฝีมือก่อนหากเห็นว่าไม่ดีจึงค่อยเคลื่อนไหวใช่หรือไม่ พล.ท.คณิต กล่าวว่า เหมือนการคัดเลือกตัวนักกีฬา ต้องให้เขาได้แสดงฝีมือก่อน หากเข้าตาก็เลือกไว้ แต่ถ้าใช้ไม่ได้ ก็ตกไป นอกจากนี้มทภ.1 ยังปฏิเสธที่จะให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับกรณีที่พล .อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตผู้บัญชาการทหารบกจะมาดำรงตำแหน่ง รมว.กลาโหมคนใหม่ โดยขอให้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งก่อน

นปช.นัดชุมนุมใหญ่28ธ.ค.กดดัน'มาร์ค1'ยุบสภา

ที่มา ประชาทรรศน์

นปช.นัดชุมนุมใหญ่28ธค.ท้องสนามหลวงหวังกดดันรัฐบาล 'มาร์ค1'ยุบสภา 'ณัฐวุฒิ' ลั่น ขยายเครือข่ายสื่อมวลชน สื่อสารคนเสื้อแดง 'จตุพร'งัด 3 เงื่อนไขป่วน! ประชาธิปัตย์ พร้อมประกาศกร้าว ต่อไปอย่าได้อยู่อย่างสงบ เสื้อแดง บุกเอ็นบีที ถามเหตุผล ปลด "ความจริงวันนี้" อีกกลุ่มบุกสน.ดุสิต ทวงถามคดีทุบรถส.ส.

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช.และผู้ดำเนินรายการความจริงวันนี้ กล่าวว่า ขณะนี้มีการเตรียมการในการขยายเครือข่ายสื่อสารมวลชนของคนเสื้อแดง โดยจะเปิดสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ที่มีลักษณะคล้ายกับสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมพีทีวี ต่างกันตรงให้ประชาชนสามารถรับสัญญาณได้จากจานรับสัญญาณทุกระบบ ออกอากาศตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเป็นช่องทางการสื่อสารกันของประชาชนเสื้อแดง

"หลังปีใหม่ 2552 ระบบทุกอย่างจะเริ่มดำเนินการ โดยตั้งใจจะให้คล้ายกับฟรีทีวีทั่วไปให้มากที่สุด และเมื่อออกอากาศแล้วจะมีการเปิดให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการดำเนินการให้มากที่สุด สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมไม่ได้ถือว่าผิดกฎหมาย แต่ประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายออกมารองรับการออกอากาศ หากรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์จะขัดขวางการออกอากาศของช่องทางการสื่อสารของประชาชน ที่รักในประชาธิปไตย เหมือนที่เคยเกิดขึ้นกับพีทีวี สมัยรัฐบาล คมช. เราก็พร้อมจะสู้ทุกรูปแบบเหมือนกัน ต้องดูกันว่า นายอภิสิทธิ์ จะกล้าสกัดช่องทางประชาธิปไตยนี้อย่างไร ขณะที่สถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี ซึ่งเป็นสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมเหมือนกันยังสามารถออกอากาศได้ หากรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหารซ่อนรูปจะปิดกั้นก็ลองดู" นายณัฐวุฒิ กล่าว


ด้าน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ผู้ดำเนินรายการความจริงวันนี้ และแกนนำนปช. กล่าวว่า ขณะนี้กำลังกำหนดวันและเวลาในการเคลื่อนไหวใหญ่เพื่อต่อต้านพรรคประชาธิปัตย์ภายใต้เงื่อนไข 3 ข้อ คือ 1. เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตผู้บัญชาการทหารบก มีชื่อเข้าร่วมใน คณะรัฐมนตรี ทั้งนี้พล.อ.ประวิตร นั้นเป็น 1 ใน 3 ของนายทหารระดับสูงที่ร่วมล็อบบี้ และข่มขู่นักการเมืองจากพรรคการเมืองต่างๆ ให้มีการสลับขั้วไปจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคประชาธิปัตย์ ในพื้นที่ของ ร.1 พัน 1 รอ. ถนนวิภาวดี ร่วมกับพล.อ.อนุพงษ์ .และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เสนาธิการทหารบก และ พล.อ.ประวิตร ยังเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 มาจนถึงปัจจุบัน 2.นายอภิสิทธิ์ มีปัญหาเรื่องการหนีทหารจึงไม่เหมาะสมเป็นนายกรัฐมนตรี แม้ พล.อ.อนุพงษ์ จะบอกว่าเป็นเรื่องเก่า และคดีหมดอายุความ แต่สำหรับเรื่องจริยธรรมแล้วไม่มีเวลาไหนที่หมดอายุความได้ 3.ความเสียหายของประเทศอันเกิดจากการกระทำของกลุ่มพันธมิตรฯมีมูลค่ามหาศาลกลุ่มพันธมิตรฯ เป็นผู้สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ในการจัดตั้งรัฐบาล จึงไม่ควรที่จะจบแค่นายอภิสิทธิ์ได้ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี


"การหารือเกี่ยวกับกำหนดวันและเวลาสถานที่ในการชุมนุมใหญ่ อยู่ระหว่างรอกำหนดการในการแถลงนโยบายของรัฐบาลประชาธิปัตย์ โดยคาดว่าจะมีการจัดก่อนวันที่รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์จะแถลงนโยบาย 1 วันเพื่อเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจและชำแหละรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งนี้ต้องการจัดให้มีรูปแบบและความยิ่งใหญ่เหมือนกับที่จัดที่สนามราชมังคลากีฬาสถานและสนามศุภชลาสัย แต่สถานที่อาจจะเป็นสนามหลวงหรือลานพระบรมรูปทรงม้า เพราะเป็นพื้นที่ที่สามารถรองรับคนได้จำนวนมาก การได้มาซึ่งอำนาจของพรรคประชาธิปัตย์นั้นมาจากกลไกของทหาร ดังนั้น ต่อไปนี้พรรคประชาธิปัตย์อย่าหวังว่าจะได้อยู่อย่างสงบสุขได้อีกไป" แกนนำนปช.กล่าว

เสื้อแดงบุกเอ็นบีทีทวงถามเหตุผลปลด"ความจริงวันนี้"

เมื่อเวลา 09.30 น. วันนี้ (19 ธ.ค.) กลุ่มคนเสื้อแดงประมาณ 100 กว่าคน นำโดยนายชินวัตร หาบุญพาด แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และประธานสถานีวิทยุชมรมคนแท็กซี่ ได้เดินทางไปยังสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที เพื่อยื่นหนังสือสอบถามถึงสาเหตุการถอดรายการความจริงวันนี้ ซึ่งจัดโดย นายวีระ มุสิกพงษ์ นายจตุพร พรหมพันธ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ออกจากผังรายการประจำสถานี อย่างกะทันหัน โดยแกนนำกลุ่มเสื้อแดง 5 คนได้เข้าพบนายนายสุริยงค์ หุณฑสาร รักษาการผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที เพื่อพูดคุยและรับข้อเรียกร้องดังกล่าวไว้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มผู้ชุมนุมแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) สวมใส่เสื้อสีแดง และสมาชิกวิทยุชุมชนคนแท็กซี่ รวมตัวกันบริเวณทางเข้า-ออก หน้าสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที ถ.วิภาวดีรังสิต ท่ามกลางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 กว่า 40 นายมาตรการรักษาความปลอดภัย ภายในที่ทำการสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที ในเวลา07.00 น.เป็นไปด้วยความเข้มงวด มีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากสถานีตำรวจนครบาลสุทธิสาร ตรึงกำลังรักษาความปลอดภัยและมีการปิดประตูใหญ่ทางเข้า-ออก ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ยังได้เตรียมกำแพงกั้นเหล็กไว้จำนวนหนึ่ง เพื่อเตรียมรับมือกับกลุ่มผู้ชุมนุม

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มเสื้อแดงกว่า 30 คน และกลุ่มวิทยุชุมชนคนแท็กซี่ ได้เริ่มทยอยเดินทางมารวมตัวกันบริเวณทางเข้า-ออก หน้าสถานีโทรทัศน์ NBT ถ.วิภาวดีรังสิต ท่ามกลางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 ตรึงกำลังรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด อย่างไรก็ตาม สถานการณ์การชุมนุมยังคงเป็นปกติ ไม่มีเหตุรุนแรง

ผอ.เอ็นบีทีอ้างเลิกความจริงวันนี้ทำก่อนจับขั้วจัดตั้งรัฐบาล

นายสุริยงค์ หุณฑสาร ผู้อำนวยการสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มนปช.เดินทางมายื่นหนังสือทวงถามเหตุผลในการยกเลิกรายการความจริงวันนี้ว่า การงดออกอากาศรายการความจริงวันนี้ เป็นการตัดสินใจของทางสถานีซึ่งทำก่อนที่จะมีการจับขั้วของรัฐบาล ทั้งนี้เป็นเพราะมีรายการอื่นที่มีความจำเป็นในการออกอากาศในช่วงเวลาดังกล่าว พร้อมยืนยันว่าไม่มีการเมือง หรือ พรรคประชาธิปัตย์เข้ามาเกี่ยวข้องแต่อย่างใด ส่วนสัญญาจะหมดในวันที่ 31 ธันวาคม 2551 และจะมีการต่อสัญญาหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมที่ต้องให้คณะกรรมการพิจารณาอีกครั้ง

'เสื้อแดง'บุกสน.ดุสิตทวงถามคดีทุบรถส.ส.

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า พ.ต.อ.จักรภพ สุคนธราช ผกก.สน.ดุสิต เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้า มี กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ประมาณกว่า 200 คน รวมตัวชุมนุมที่หน้า สน.ดุสิต เพื่อสอบถามเรื่องคดีที่ 5 ผู้ต้องหาก่อเหตุ ทุบรถ ส.ส. หน้ารัฐสภา เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. ที่ผ่านมา ได้ชุมนุมอย่างสงบ ไม่มีเหตุนุนแรง ซึ่งได้ส่งพนักงานสอบสวน เข้าเจราจากับตัวแทนและขณะนี้อยู่ระหว่างการเจราจา

นปช.นัดชุมนุมใหญ่สนามหลวง 28 ธ.ค.

เมื่อเวลา 13.30น. ที่อาคารอิมพีเรียลเวิร์ด ลาดพร้าว นายวีระ มุสิกพงศ์ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. แถลงข่าวนัดชุมนุมครั้งใหญ่ โดยระบุว่า กลุ่ม นปช.และกลุ่มคนเสื้อแดงจะจัดการปราศัยครั้งใหญ่ขึ้นที่ท้องสนามหลวงในวันอาทิตย์ที่ 28 ธันวาคม ที่จะถึงนี้ ซึ่งจะเปิดชุมนุมก่อนรัฐบาลแถลงนโยบาย 1 วัน พร้อมประกาศจะยกระดับการต่อสู้ไปสู่ระดับสากลเพื่อต่อต้านรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ในทุกรูปแบบและแสดงให้เห็นว่าไม่ไว้วางใจในตัวนายกฯและคณะรัฐมนตรี'อภิสิทธิ์1'ทั้งนี้เพื่อต้องการกดดันให้มีการยุบสภาในทันทีหลังแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเสร็จและยังได้ชี้ไปถึงโผรายชื่อคณะรัฐมนตรีที่เตรียมนำขึ้นทูลเกล้าในเร็ว ๆ นี้ว่าบางรายมีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มพันธมิตรฯ โดยตรง อาทิ นายกษิต ภิรมย์ ว่าที่ รมว.ต่างประเทศ หรือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ว่าที่ รมว.กลาโหม อย่างไรก็ตามแกนนำ นปช.ยังคงเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการตามกฎหมายกับทุกฝ่ายโดยเท่าเทียมกันด้วย

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.)ระบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย และ หนึ่งในผู้จัดรายการความจริงวันนี้ กล่าวว่า กลุ่ม นปช.ซึ่งสมาชิกส่วนใหญ่ ใช้เสื้อสีแดงเป็นสัญญลักษณ์ เป็นกลุ่มที่สนับสนุนรัฐบาลที่มีอดีตพรรคพลังประชาชน(พปช.)เป็นแกนนำ ที่ผ่านมา การจัดรายการ"ความจริงวันนี้" มีผู้ดำเนินการหลัก คือ นายวีระ มุสิกพงษ์ ,นายจตุพร และ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่มนปช. โดยเนื้อหารายการส่วนใหญ่ เป็นการวิพากษ์วิจารณ์การเคลื่อนไหวทางการเมืองของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งต่อต้านรัฐบาลชุดก่อน ขณะที่ นปช.สนับสนุนการทำงานของรัฐบาลชุดก่อน

นายจตุพร กล่าวอีกว่า การชุมนุมในวันที่ 28 ธ.ค. จะเริ่มขึ้นตั้งแต่เวลา 16.00 น.และคาดว่าจะยุติการชุมนุมในเวลา 24.00 น. ส่วนในวันนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะโทรศัพท์ทางไกลมาร่วมรายการ(โฟนอิน)หรือไม่ ต้องขอหารือกับพ.ต.ท.ทักษิณ ก่อน

อย่างไรก็ตาม ผู้ชุมนุมที่สนามหลวง จะไม่มีการเคลื่อนไหวไปปิดล้อมรัฐสภา ในวันที่ 29 ธ.ค.ที่จะมีการแถลงนโยบายรัฐบาล แต่หากมีกลุ่มคนเสื้อแดงไปชุมนุมต่อต้านรัฐบาลที่สภาฯ ถือเป็นเรื่องของแต่ละบุคคล แกนนำไม่สามารถห้ามปรามได้

นายจตุพร กล่าวเพิ่มเติมว่า รายชื่อคณะรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ 1 ยืนยันได้ถึงการแทรกแซงการเปลี่ยนขั้วจัดตั้งรัฐบาลที่ต้องตอบแทนผู้ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังได้ถามหาจริยธรรมกับนายกรัฐมนตรีกรณีหนีทหาร เนื่องจากการคดีไม่มีอายุความแต่จะติดตัวไปตลอดชีวิต ส่วนการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ปรับเปลี่ยนการทำงานสอดคล้องกับรัฐบาลชุดใหม่ โดยใช้ 2 มาตรฐานกับผู้ชุมนุมเสื้อแดงที่มีการเร่งออกหมายจับดำเนินคดีผิดกับกรณีของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พร้อมเตือนหากหมดความอดทนจะตอบแทนอย่างสาสมส่วนการชุมนุมวันที่ 28 ธันวาคม จะมีการโฟนอินของอดีตนายกรัฐมนตรีเพื่ออวยพรปีใหม่หรือไม่ให้ติดตาม แต่ขณะนี้ยังไม่ได้มีการประสาน

'เพื่อไทย'ซัด!ครม.มาร์ค1ฉุดปท.สู่ทางตันการเมือง

ที่มา ประชาทรรศน์

'เพื่อไทย'ออกโรงจวก'ครม.อภิสิทธิ์1'ทำประเทศไทยสู่ทางตันทางการเมือง เพราะถูกครอบงำจากหลายฝ่าย ขณะที่'เชาวริน' หนุน'เหลิม' นั่งหน.พรรคพร้อมควบผู้นำฝ่ายค้าน ชี้มีพรรษาสูง

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ส่วนตัวเห็นว่าโผครม.อภิสิทธิ์ 1 จะนำไปสู่ทางตันทางการเมือง เนื่องจากถูกครอบนำจากกลุ่มต่างๆ มากเกินไป โดยเฉพาะตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่ตามข่าวปรากฏว่าจะเป็น นายกษิต ภิรมย์ ซึ่งแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเป็นบุคคลของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิไคย (พธม.) รวมถึงตำแหน่งรมว.กลาโหมที่ พล.ต.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณนั่งคุม ซึ่งสะท้อนถึงการเข้ามามีอิทธิพล และยุ่งเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ของฝ่ายทหาร พร้อมกันนี้ยังสะท้อนด้วยว่าฝ่ายทหาร โดยเฉพาะปลัดกระทรวงกลาโหม ไม่ยอมรับการควบตำแหน่งของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

หนุน 'เฉลิม' นั่งหัวหน้าพรรค-ผู้นำฝ่ายค้าน

ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แกนนำของพรรค เป็นผู้มีความเหมาะสมมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคและเป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เพราะมีพรรษาสูง เจนจัด และรอบรู้ โดยปฏิเสธกระแสข่าวตนเอง จะมาเป็นหัวหน้า พร้อมยืนยัน ไม่มีใครกดดันให้ นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ ลาออกจาก เพราะเชื่อว่านายยงยุทธ เป็นผู้ใหญ่ และจะทราบเองอยู่แล้วว่า ควรทำอย่างไร อย่างไรก็ตาม ตนเห็นว่าอาจได้ตัวผู้นำฝ่ายค้าน หลังการแถลงนโยบายรัฐบาล เพราะต้องไม่เร่งรีบ แต่ต้องรอบคอบ ส่วนการวางตัวผู้อภิปรายในการแถลงนโยบายนั้น เบื้องต้นมี 30 - 40 คน

ขณะที่ นายวิชาญ มีนชัยนันท์ แกนนำพรรคเพื่อไทย ยอมรับว่า พรรคยังไม่มีความพร้อมในการหาตัวผู้นำฝ่ายค้านเพราะยังไม่มีบุคคลที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไข จึงต้องหารือกันให้มีความชัดเจน ทั้งนี้เห็นว่ายังคงมีเวลาอยู่ เพราะต้องรอขั้นตอนการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม คณะรัฐมนตรีใหม่ก่อน จึงเข้าสู่ขั้นตอนของผู้นำฝ่ายค้าน

นอกจากนี้ นายวิชาญ ยังกล่าวถึงการเลือกตั้งซ่อม ว่าส่วนตัวเกรงอาจมีปัญหาเรื่องการสังกัดพรรค 90 วัน จึงได้ทำหนังสือส่งให้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)เมื่อวานนี้ (18 ธ.ค.) ถึงความชัดเจนในการรับรองสมาชิกพรรคเพื่อไทย เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกนำไปตีความในภายหลัง ซึ่งเมื่อชัดเจนแล้วก็จะพิจารณาว่ามีผู้ครบตามคุณสมบัติเท่าใด จึงจะคัดเลือก

นอกจากนี้ พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทยกล่าวว่าในช่วงค่ำวันนี้(19ธ.ค) จะมีการหารือในส่วนของแกนนำพรรคเพื่อบุคคลที่จะมาทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้าน เบื้องต้น สมาชิกส่วนใจใหญ่เห็นว่าร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน มีความเหมาะสม เพราะเคยเป็นดาวสภามาก่อน จึงน่าะทันเกมและสู้กับพรรคประชาธิปัตย์ได้อย่างสบาย

"เมื่อแกนนำสรุปรายชื่อผู้ที่เหมาะสมได้แล้ว จะนำรายชื่อเข้าที่ประชุมพรรคเพื่อชี้แจงให้สมาชิกพรรคได้รับทราบต่อไป โดยคาดว่าไม่เกินวันที่25-26 ธ.ค.นี้ จะได้ความชัดเจนแน่นอน"

ขณะที่นายพร้อมพงษ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สำหรับการคัดเลือกผู้นำฝ่ายค้านในสัปดาห์หน้าจะได้รายชื่อที่ชัดเจนอย่างแน่นอน

'นายกฯโลเล'เผยอาจปรับครม.ใหม่หวังเอาใจเอกชน

ที่มา ประชาทรรศน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้(19ธ.ค.)นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการหารือกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ว่า อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงรายชื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ใหม่อีกครั้งก่อนจะเสนอทูลเกล้าฯ หลังจากพบว่าภาคเอกชนรู้สึกผิดหวังกับรายชื่อโผครม.ที่ออกมา รวมทั้งรัฐมนตรีทางด้านเศรษฐกิจ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความสมดุลทางการเมือง ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีกล่าวยืนยันว่าจะทำหน้าที่ทางการเมืองให้ดีที่สุด เพราะมีเป้าหมายที่จะทำให้เกิดความสมดุลกับทุกฝ่าย

"ประเด็นที่สภาหอฯ เสนอหลักๆ เกี่ยวกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ซึ่งก็ตรงกับที่รัฐบาลให้ความสำคัญ ส่วนเรื่องโผครม. ผมเข้าใจว่าหลังจากที่ได้คุยกันแล้วพบว่าภาคเอกชนรู้สึกผิดหวัง ผมก็เข้าใจความรู้สึก แต่ในหน้าที่ทางการเมืองจะทำให้ดีที่สุด เพื่อให้เกิดความสมดุล ตราบใดที่ยังไม่ขึ้นทูลเกล้าฯ ก็จะกลับไปพิจารณารายชื่อครม.อีกครั้ง'นายกรัฐมนตรีกล่าว

เพื่อไทยหนุน'เหลิม'นั่งหน.พรรคคนใหม่

ที่มา ประชาทรรศน์


'เชาวริน' หนุน 'เฉลิม' นั่งหัวหน้าพรรคและผู้นำฝ่ายค้าน ระบุ มีพรรษาสูง

ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แกนนำของพรรค เป็นผู้มีความเหมาะสมมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคและเป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เพราะมีพรรษาสูง เจนจัด และรอบรู้ โดยปฏิเสธกระแสข่าวตนเอง จะมาเป็นหัวหน้า พร้อมยืนยัน ไม่มีใครกดดันให้ นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ ลาออกจาก เพราะเชื่อว่านายยงยุทธ เป็นผู้ใหญ่ และจะทราบเองอยู่แล้วว่า ควรทำอย่างไร อย่างไรก็ตาม ตนเห็นว่าอาจได้ตัวผู้นำฝ่ายค้าน หลังการแถลงนโยบายรัฐบาล เพราะต้องไม่เร่งรีบ แต่ต้องรอบคอบ ส่วนการวางตัวผู้อภิปรายในการแถลงนโยบายนั้น เบื้องต้นมี 30 - 40 คน

ขณะที่ นายวิชาญ มีนชัยนันท์ แกนนำพรรคเพื่อไทย ยอมรับว่า พรรคยังไม่มีความพร้อมในการหาตัวผู้นำฝ่ายค้านเพราะยังไม่มีบุคคลที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไข จึงต้องหารือกันให้มีความชัดเจน ทั้งนี้เห็นว่ายังคงมีเวลาอยู่ เพราะต้องรอขั้นตอนการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม คณะรัฐมนตรีใหม่ก่อน จึงเข้าสู่ขั้นตอนของผู้นำฝ่ายค้าน

นอกจากนี้ นายวิชาญ ยังกล่าวถึงการเลือกตั้งซ่อม ว่าส่วนตัวเกรงอาจมีปัญหาเรื่องการสังกัดพรรค 90 วัน จึงได้ทำหนังสือส่งให้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)เมื่อวานนี้ (18 ธ.ค.) ถึงความชัดเจนในการรับรองสมาชิกพรรคเพื่อไทย เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกนำไปตีความในภายหลัง ซึ่งเมื่อชัดเจนแล้วก็จะพิจารณาว่ามีผู้ครบตามคุณสมบัติเท่าใด จึงจะคัดเลือก


'เขยซีพี'พ่นพิษ!ทำพรรคสะตอแตกคอ'นิพิฏฐ์'ลั่นขอราวีไม่เลิก

ที่มา ประชาทรรศน์

ฟัดกันเอง 'นิพิฏฐ์' กร้าวแจ้นพบ 'นายกฯมาร์ค' ทวงถามสาเหตุ 'เทพเทือก'ดึงเขยซีพีนั่งรมต.สำนักนายกฯหักหน้า อ้าง'ชวน'ลั่นไม่ยุติธรรม ย้ำขอจับตาพฤติกรรมให้ถึงที่สุด แขวะหากพรรคติดหนี้นายทุนจะชูมือสางหนี้แทน 'สุเทพ' โดดป้องนี่คือคนที่เหมาะสม ยันต้องชี้แจงกับพรรคให้เข้าใจอีกรอบ รับขอโทษเพื่อนร่วมทีม

ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้(19ธ.ค.) นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ได้เข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรค เพื่อสอบถามเกี่ยวกับกรณีที่นายวีระชัย วีระเมธีกุลซึ่งเป็นลูกเขยของกลุ่มซีพี และอยู่ในสัดส่วนโควต้าคนนอก ได้ตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในด้านฝ่ายกฎหมาย โดยภายหลังการเข้าหารือนายกรัฐมนตรีประมาณ 10 นาที นายนิพิฏฐ์ ได้กล่าวเปิดเผยว่า ตนได้ทำการสอบถามถึงสาเหตุที่มอบให้นายวีระชัย เข้ารับตำแหน่งดังกล่าว ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้อธิบายเหตุผลว่า นายวีระชัย เป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสม ที่จะสามารถทำงานได้

ทั้งนี้ตนมองว่าการดึงนายทุนเข้ามาเป็นหนึ่งในคณะรัฐมนตรี(ครม.) เป็นเรื่องที่อันตราย เพราะเป็นการเปิดทางให้นายทุนเข้ามาบริหารบ้านเมืองได้ทางตรงถือเป็นการครอบงำทางการเมือง พร้อมกันนี้นายนิพิฏฐ์ได้กล่าวอ้างว่าตนได้ทำการพูดคุยกับนายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ เกี่ยวกับกรณีดังกล่าวแล้ว ซึ่งนายชวนเอ่ยปากกับตนว่า การดึงนายวีระชัยเข้ามาในครม.เป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรม แต่ก็ขอให้ทุกฝ่ายอดทน และตนก็ยังคงยืนยันว่าแม้จะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวตนก็จะขออยู่ทำงานกับพรรคประชาธิปัตย์ต่อไป

อย่างไรก็ตามนายนิพิฏฐ์ยังได้ตั้งขอสังเกตว่า หากพรรคประชาธิปัตย์ยังคงเป็นฝ่ายค้านอยู่นายวีระชัยจะก้าวเข้ามาทำงานกับพรรคอยู่หรือไม่ ซึ่งหากพรรคมีหนี้บางอย่างติดค้างอยู่กับนายวีระชัย ตนก็พร้อมที่จะยื่นจดหมายเปิดผนึกเพื่อเสนอตัวเป็นคนชำระหนี้ดังกล่าวแทนพรรคเอง โดยตนขอย้ำบุคคลอื่นในครม.ตนไม่ติดใจอะไร ยอมรับได้ทุกตำแหน่ง แต่สำหรับนายวีระชัยนั้น ตนขอจับตาตรวจสอบพฤติกรรมให้ถึงที่สุด

ขณะที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้กล่าวถึงประเด็นเดียวกันว่า โดยชี้แจงถึงคุณสมบัติของนายวีระชัยว่า นายวีระชัยเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ เคยร่วมของรัฐบาลในอดีต มีความรู้เกี่ยวกับการค้าต่างประเทศ เคยเป็นผู้บริหารสถาบันการเงินในต่างประเทศ ซึ่งเชื่อว่าจะเข้ามาช่วยงานรัฐบาลในด้านเศรษฐกิจ ส่วนปัญหาภายในพรรคนั้นตนเองคงต้องไปชี้แจงทำความเข้าใจอีกครั้ง

"เรื่องคนนอกที่เป็นนักธุรกิจที่เป็นผู้ใหญ่มากๆ จะมีปัญหาข้อผูกพัน มีความลำบากที่จะออกมาอยู่กับรัฐบาล จึงต้องหาคนหนุ่มที่ไม่มีตำแหน่งในบริษัทที่จะต้องดูแลจนปลีกตัวออกมาไม่ได้...ผมดูว่าเขามีความรู้ความสามารถที่มาช่วยทำงานได้ ซึ่งการคัดเลือกใครต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถ แต่ถ้าไปมองลึกลงไปในเรื่องส่วนตัวว่าเป็นใคร คงไม่สามารถหาคนเข้ามาทำงานให้รัฐบาลได้หรอก" นายสุเทพกล่าว

ท้ายสุดนายสุเทพกล่าวย้ำว่า ตนต้องขอโทษกับพรรคร่วมสมาชิกทุกคนที่ไม่สามารถจัดตั้งรัฐมนตรีได้ถูกใจใครทุกคน แต่ทั้งนี้เชื่อว่าในที่สุดหากผลการจัดสรรตำแหน่งเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยทุกฝ่ายก็น่าจะเข้าใจถึงสาเหตุและยอมรับว่าทุกฝ่ายต้องการเข้ามาช่วยกันแก้ไขปัญหาประเทศ

นายกรัฐมนตรียันดำเนินการตามกม.พันธมาร

ที่มา ประชาทรรศน์

นายกรัฐมนตรีคนใหม่เข้าทำเนียบรัฐบาลวันแรก หลังห่างหายไปนาน 8 ปี เผย ไม่ให้เอกสิทธิ์ส.ส.หนุนกลุ่มพันธมิตรฯ ย้ำดำเนินการตามกฎหมาย ม็อบมาร เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ลั่น เพื่อแผ่นดิน ต้องส่งรายชื่อคณะรัฐมนตรีก่อนเที่ยง เตรียมงัดแผนสองใช้หากล่าช้า ระบุไม่ง้อมีเสียงหนุนพอ


เมื่อเวลา 7.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล ได้จัดพิธีทำบุญและทำความสะอาดทำเนียบรัฐบาล โดยมีนายเชาวรัตน์ ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีในฐานะปฎิบัติหน้าที่แทน นายกฯ เป็นประธาน ทั้งนี้ได้มีการระดมเจ้าหน้าที่จากทุกภาคส่วน อาทิ กทม. ดุสิต ทหารหน่วยกองพัฒนา หน่วยบัญชาการทหารพัฒนากองบัญชาการกองทัพไทย และเจ้าหน้าที่ทำความสะอาดทำเนียบ ร่วมกันทำความสะอาดพื้นที่โดยรอบ อีกทั้งได้นิมนต์พระสงฆ์ 9 รูป เพื่อทำพิธีประพรหมน้ำมนต์ ต่อมาในเวลา 9.20 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เดินทางมาร่วมทำความสะอาดและตรวจสอบสภาพทั่วไป โดยนาอภิสิทิ์ ได้กล่าวทักทายกับกลุ่มผู้สื่อข่าว ถึงความรู้สึกยินดีที่ได้เข้ามาปฎิบัติหน้าที่ในทำเนียบรัฐบาลอีกครั้งหลังจากห่างหายไปเกือบ 8 ปี พร้อมยืนยันจะดำเนินการกับกลุ่มพันธมิตรฯตามกฎหมาย ซึ่งทั้งหมดอยู่ที่ความยุติธรรม

ส่วนเรื่องรายชื่อคณะรัฐมนตรีที่จะนำขึ้นทูลเกล้าฯ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่เรียบร้อย แต่เที่ยงนี้คาดว่าทุกอย่างจะลงตัวและเชื่อว่าจะเรียบร้อย เมื่อผู้ถามว่าความรู้สึกเป็นอย่างไรที่ได้เข้ามาในทำเนียบครั้งแรก หลังจากที่ 2 อดีตนายกฯไม่ได้เข้า ว่า วันนี้ที่มาดูเป็นเรื่องของการทำงาน เรื่องการเป็นสัญลักษณ์และหน้าตาของประเทศ ที่กำลังจะฟื้นฟูให้กลับมาเป็นปรกติ ทั้งนี้คิดว่าการปรับภูมิทัศน์ในทำเนียบเป็นโอกาสดี หากมีแขกบ้านแขกเมืองจะเข้ามาก็เป็นเรื่องที่ที่จะแสดงให้เห็นว่าเราก้าวพ้นปัญหาวิกฤติต่างๆที่ผ่านมา

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะเข้ามาเริ่มทำงานในทำเทียบเมื่อไหร่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เมื่อถวายสัตย์สิ้นแล้วก็จะกลับเข้ามาทำงานในทำเนียบ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้ถวายสัตย์ ตอนนี้อยากจะเห็นการปรับปรุงทุกอย่างให้เสร็จสิ้นโดยเร็วที่สุด

ส่วนกรณีที่มีสส.ในพรรคประชาธิปัตย์ได้เข้าไปร่วมปิดสนามบินกับกลุ่มพันธมิตรฯ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรื่องต่างๆที่เกิดต้องรักษากฎหมาย ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายเช่นกัน รวมทั้งได้กำชับไปแล้วว่าไม่ให้ใช้เอกสิทธิ์ของความเป็น สส.

เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ลั่น เพื่อแผ่นดิน ต้องส่งรายชื่อคณะรัฐมนตรีก่อนเที่ยง เตรียมงัดแผนสองใช้หากล่าช้า ระบุไม่ง้อมีเสียงหนุนพอ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้จัดการตั้งรัฐบาล ให้สัมภาษณ์ในรายการ "เรื่องเล่าเช้านี้" ถึงความคืบหน้าการจัดคณะรัฐมนตรีว่า ว่าพรรคเพื่อแผ่นดินยังไม่ส่งรายชื่อมา เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม ก็รอจนถึงเวลาประมาณ 21.00 น. การที่พรรคเพื่อแผ่นดินไม่ได้เข้าร่วมรัฐบาลทั้งพรรคทำให้ค่อนข้างยุ่งยาก ถ้ายังไม่ส่งรายชื่อมาก่อนเที่ยงวันนี้ ตนเตรียมนัดประชุมแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมด เพื่อแก้ไขปัญหานี้แล้ว เพราะถ้ามาไม่ทัน คงรอไม่ได้

"ขณะนี้ได้เตรียมแผนสำรองเอาไว้ โดยเช้าวันนี้ จะปรึกษาหารือกับแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมด ทั้งนี้ ถ้าขาดพรรคเพื่อแผ่นดิน เสียงที่ให้การสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์จัดตั้งรัฐบาลก็ยังเพียงพอ ซึ่งขณะนี้มีเสียงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) 235 เสียง ถ้าขาดพรรคเพื่อแผ่นดินจะเสียคะแนนสนับสนุนไป 14 เสียง เหลือ 221 เสียง "เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

นายสุเทพ กล่าวอีกว่า ตำแหน่งรัฐมนตรีของพรรคเพื่อแผ่นดินนั้น ประกอบด่วน ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอีก 2 ตำแหน่ง แต่ต้องพิจารณาก่อนว่า จะเป็นกระทรวงไหน แต่ไม่มีโควต้าตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งในวันนี้ จะรอพรรคเพื่อแผ่นดินถึงเวลา 12.00 น. ถ้าไม่ส่งรายชื่อมาคงจะต้องแก้ไขปัญหากันไป

'เพื่อแผ่นดิน'ถกเครียดโควต้ารมต.ยังไม่ลงตัว

พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ว่าที่หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน เปิดเผยถึงท่าทีของพรรคเพื่อแผ่นดิน ต่อการจัดโควต้าครม.ของพรรคประชาธิปปัตย์ จนถึงขณะนี้พรรคเพื่อแผ่นดินยังไม่สามารถรวบรวมรายชื่อบุคคลที่จะเสนอเป็นรัฐมนตรีเพื่อส่งไปยังพรรคประชาธิปัตย์ ให้เตรียมนำรายชื่อทูลเกล้าฯว่า ขณะนี้ ยังเครียดๆ กันอยู่ คงต้องขอเวลาหารือก่อน ซึ่งหลังจากได้ข้อสรุปที่ชัดเจน คงจะมีการแถลงข่าวแต่ยังตอบไม่ได้ว่า จะเรียบร้อยเมื่อไหร่

Telegraph UK: Thai army to 'help voters love' the government

ที่มา Thai E-News


The Thai army, which was accused of conducting a "silent coup" this week, is planning to deploy soldiers to rural areas to persuade unhappy peasants to support the new government.

By Thomas Bell in Bangkok
Telegraph.co.uk
Last Updated: 11:20AM GMT 18 Dec 2008

Abhisit Vejjajiva, a 44-year-old Etonian, became prime minister on Monday after the army chief, General Anupong Paochinda, was widely reported to have encouraged or coerced MPs to support him.

Only a year ago Mr Abhisit was decisively defeated in national elections by supporters of the exiled former prime minister Thaksin Shinawatra. Mr Thaksin enjoys devoted support among the poor, especially in the populous and rural north east of Thailand, a region known as Isan.

"Basically I love Isan people," said Gen Anupong.

"Soldiers can go into the local areas and talk to people there," he explained. "We can't force them to love certain people. If they get angry we have to talk with them calmly. And I want to talk with them."

Gen Anupong, who is responsible for airport security, did nothing to stop anti-Thaksin demonstrators who recently overran Bangkok's airports, stranding 350,000 travellers. The protests ended when a court dissolved the ruling party and the former opposition then formed a new government with Gen Anupong's very public approval.

Mr Thaksin's supporters, in a group called the Democratic Alliance Against Dictatorship (DAAD) also known as the "red shirts", believe that the army carried out a "silent coup" against the elected government.

The general implied he is willing to overlook northern voters' behaviour at the ballot box as long as they do not continue to oppose the new administration.

"They've done nothing wrong," he said of northerners in general. "I don't want to call them the Democratic Alliance Against Dictatorship or red shirts because they are people the government must take care of."

General Anupong was a member of the junta which overthrew Mr Thaksin's government in a bloodless coup in 2006. The new army installed government then rewrote the constitution to limit the power of elected politicians.

Army documents leaked during 2007 showed the military leadership equated the Thaksinites with communists who were suppressed in a 1970s counter-insurgency campaign.

Mr Thaksin is a multi-millionaire telecoms tycoon who was supported by the poor because of his cheap health care and rural development policies. He is loathed by the urban middle class and the elite in the army and royal palace.

Mr Thaksin's enemies say he is corrupt, autocratic and a threat to the country's monarchy.

Fifteen months after the coup his supporters convincingly won elections for the third time in a row, but less than a year later they have once again been forced from power.

The Thai army has fought few foreign wars in modern times but dominates the country's politics, mounting 18 coups since 1932.

Unarmed democracy protesters were massacred by soldiers in 1973, 1976 and 1992.

The army owns several television and radio stations and generals appointed themselves to the boards of several lucrative state enterprises following the 2006 coup.

แปลไทยโดยคุณ noname เว็บบอร์ดประชาไท

กองทัพไทยจะช่วยทำให้ “เจ้าของเสียง” รักรัฐบาล

กองทัพไทยซึ่งโดนกล่าวหาว่าก่อการ “ปฎิวัติเงียบ” ในอาทิตย์นี้ ได้กำลังวางแผนที่จะส่งทหารลงไปยังพื้นที่ชนบท เพื่อที่จะโน้มน้าวให้ชาวชนบทที่ไม่พอใจรัฐบาลให้สนับสนุนรัฐบาลใหม่

อภิสิทธ์ เวชชาชีวะ 44 ปี ศิษย์เก่าอีตัน กลายเป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา หลังจากที่ผู้นำเหล่าทัพ พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ที่ได้ถูกรายงานไปทั่วว่าได้ทั้งทำการกระตุ้นและบังคับเหล่าผู้แทนฯ ให้สนับสนุน นายอภิสิทธิ์

เพียงปีที่ผ่านมา นายอภิสิทธิ์ ได้แพ้การเลือกตั้งทั่วไปอย่างเด็ดขาด จากกลุ่มผู้สนับสนุนอตีดนายกทักษิณ ชินวัตร ผู้ซึ่งได้รับการสนับสนุนอย่างศรัทธาจากชาวรากหญ้าที่ยากจน โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีคนอยู่หนาแน่และยากจนทางอิสานของไทย

“เป็นธรรมดา ผมรักชาวอีสาน” พลเอก อนุพงษ์ กล่าว

“ทหารสามารถไปยังพื้นที่ท้องถิ่นและพูดคุยกับชาวบ้านที่นั่น” อนุพงษ์ อธิบาย “เราไม่สามารถบังคับชาวบ้านให้รักใครสักคนได้ หากชาวบ้านโกรธไม่พอใจ เราต้องทำการพูดคุยให้ชาวบ้านสงบ”

พลเอกอนุพงษ์ ผู้ซึ่งต้องรับผิดชอบต่อการรักษาความปลอดภัยของสนามบิน ได้เพิกเฉย (ไม่ได้ทำไรเลย) ในการที่จะหยุดยั้งกลุ่มผู้ประท้วงที่ต่อต้านทักษิณ ซึ่งได้ทำการบุกรุกสนามบินของกรุงเทพฯ จะเป็นเหตุให้ผู้เดินทางกว่า 350,000 คนต้องติดค้าง โดยการประท้วงได้จบลงเมื่อศาลได้สั่งยุบพรรคร่วมรัฐบาล และ ผู้นำฝ่ายค้านในขณะนั้นได้ทำการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ภายใต้โดยการอนุมัติของ พลเอก อนุพงษ์

กลุ่มผู้สนับสุนนทักษิณภายใต้ชื่อเรียก แนวร่วมประชาธิปไตยต้านเผด็จการ (นปก.) หรือที่รู้จักกันในนามของ “ชาวเสื้อแดง” เชื่อว่ากองทัพได้ก่อการ “ปฎิวัติเงียบ” เพื่อต่อต้านรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง

พลเอกอนุพงษ์ได้ประกาศว่า เขากำลังพยายามจะมองข้ามพฤติกรรมการลงคะแนนของชาวพื้นที่ภาคเหนือ ตราบใดที่พวกเขายังไม่ดำเนินการต่อต้านรัฐบาลใหม่

“พวกเขาไม่ได้ทำผิดอะไร” พลเอก อนุพงษ์ กล่าวถึงชาวพื้นที่ภาคเหนือโดยทั่วไป “ผมไม่ต้องการเรียกพวกเขาว่า นปก. หรือ พวกเสื้อแดง เพราะพวกเขาคือ ชาวบ้านที่รัฐบาลต้องคอยให้การดูแล”

พลเอก อนุพงษ์ เคยเป็นหนึ่งคณะปฎิวัติที่ได้ยึดอำนาจ ทักษิณ ชินวัตร ในการยึดอำนาจปี 2549 และรัฐบาลที่ได้รับการจัดตั้งจากกองทัพ ได้ทำการร่างรัฐธรรมนูณใหม่ เพื่อจำกัดอำนาจของนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง

เอกสารของกองทัพในช่วงปี 2550 ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่า ผู้นำเหล่าทัพได้เทียบระบอบทักษิณกับลัทธิคอมมิวนิสต์ ซึ่งได้ถูกกำจัดไปในช่วงทศวรรษ 2510 โดยการรณรงค์ต่อต้านการก่อการรุนแรงในช่วงนั้น

ทักษิณ มหาเศรษฐีหมื่นล้านจากกิจการโทรคม ผู้ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากคนยากจน เพราะนโยบายการรักษาพยาบาลราคาถูก และ นโยบายพัฒนาชนบท ซึ่งทักษิณถูกรังเกียจจากคนชั้นกลางในเมือง และ กลุ่มคนชั้นสูงในกองทัพและราชสำนัก

ศัตรูของทักษิณบอกว่าทักษิณโกง เป็นเผด็จการ และเป็นภัยต่อสถาบันฯ

กว่า 15 เดือนหลังการยึดอำนาจ กลุ่มผู้สนับสนุนทักษิณได้ชนะการเลือกตั้งอย่างเด็ดขาดเป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกัน แต่ภายในไม่ถึง 1 ปีต่อมา พวกเขาได้ถูกบังคับให้ลงจากอำนาจอีกครั้ง

กองทัพไทย เคยสู้รบในสงครามระหว่างประเทศสองสามครั้งในระยะที่ผ่านมา แต่กลับครอบงำการเมืองของประเทศ โดยการก่อการปฎิวัติยึดอำนาจ 18 ครั้งตั้งแต่ปี พศ. 2475

โดยที่ผู้ประท้วงเพื่อประชาธิปไตยที่ไร้อาวุธ ได้ถูกปราบปรามอย่างทารุณจากทหารในปี 2516 2519 แล 2535

โดยทางกองทัพก็เป็นเจ้าของสถานีวิทยุ และโทรทัศน์ และเหล่านายพลได้แต่งตั้งตัวเองเป็นกรรมการขององค์กรที่มีรายได้มหาศาลต่างๆ ของรัฐ หลังจากการยึดอำนาจในปี 2549 อีกด้วย