WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Sunday, December 21, 2008

'ชวน'เมินเกาเหลาพรรคสะตอเตือนรบ.อย่าบ่นฝ่ายค้านโดดประชุม

ที่มา ประชาทรรศน์

'ชวน' ทำใจพรรคแตกคอ บ่นอุบเสียดายคนมีคุณภาพตกเก้าอี้ไม่น่าเชื่อ ย้ำพรรคไม่มีวันสั่นคลอนไร้เสถียรภาพเชื่อมือ 'มาร์ค' จัดการไหว เผยเอ่ยปากเตือน รบ. อย่าบ่น หากฝ่ายค้านบอยคอตไม่เข้าประชุมสภาฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้ (21ธ.ค.) ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ นายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงภาพรวมของคณะรัฐมนตรี โดยเห็นว่ามีความเหมาะสม สำหรับในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์หลายคนก็เห็นว่าเหมาะสมแล้ว แต่ส่วนของพรรคอื่นก็แล้วแต่แต่ละพรรคจะพิจารณาเอง อย่างไรก็ตามพรรคประชาธิปัตย์ก็ยอมรับว่ามีผู้อาวุโสที่มีความสามารถหลายคน พลาดจากตำแหน่ง เนื่องจากมีข้อจำกัดที่ตำแหน่งมีน้อย ซึ่งผู้จัดเองก็ลำบากใจและเข้าใจดีว่าหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคลำบากใจในการจัดสรรตำแหน่ง และเพื่อนสมาชิกที่เสียดาย ตนก็ได้แต่ปลอบใจ

ต่อข้อถามว่าได้มีการพูดคุยคุยกับ ส.ส.ที่มีความขัดแย้งกันหรือยัง นายชวน กล่าวว่า ได้คุยกับนายนิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง มากที่สุด เพราะจริงๆ แล้วตนก็เป็นคนหนึ่งที่บอกกับประชาชนที่จังหวัดพัทลุงว่านายนิพิฎฐ์มีความเหมาะสม มีโอกาส แต่ว่าต้องเป็นรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง เพราะจะมีตำแหน่งมากกว่า แต่เมื่อมีข้อจำกัดอย่างนี้ก็ให้กำลังใจนายนิพิฎฐ์ เพราะเป็นคนที่ทำงานหนัก ส่วนหนึ่งคนในพรรควัดเวลาจากการเป็นฝ่ายค้าน ไม่ได้วัดจากตอนเป็นรัฐบาล ตอนเป็นรัฐบาลใครก็เป็นได้ แต่ว่าตอนที่เป็นฝ่ายค้าน ใครที่ทำงานหนัก กล้าสู้ กล้าอภิปราย เราจะเห็นศักยภาพของคนนั้นชัดเจน เพราะฉะนั้นกรณีของนายนิพิฎฐ์ก็ถือว่าโดดเด่น เหมือนนายจุติ ไกรฤกษ์ ส.ส.พิษณุโลก ซึ่งเราก็เสียดาย และคงไม่ต้องพูดถึงนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.กรุงเทพฯ เพราะถือเป็นคนที่ทำงานเสียสละ เป็น ส.ส.ที่ขยันที่สุดคนหนึ่งในกทม.

ส่วนแนวทางการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งประธานที่ปรึกษาพรรคฯ กล่าวว่า เป็นเรื่องธรรดาการที่จะแต่งตั้งรัฐบาลโดยไม่มีใครบ่นนั้น เป็นไปได้ยาก แม้กระทั่งในพรรคหรือนอกพรรค ต้องถือว่าเป็นเรื่องปกติของการทำงาน ยิ่งพรรคมีทรัพยากรคนมากก็จะยิ่งมีปัญหา คนที่เหมาะสมไม่ได้รับตำแหน่ง แต่สมมุติว่าพรรคมีคนน้อยก็มีปัญหา คือคนไม่พอ ฉะนั้นมีคนมากก็ดีในแง่ของประโยชน์ ปัญหาที่มีอยู่เป็นเรื่องปกติที่จะต้องมีอยู่เสมอ แต่คงไม่ถึงขั้นที่จะทำให้เสถียรภาพของรัฐบาลมีปัญหา เพราะเชื่อมือว่าหัวหน้าพรรคจะดูแลได้ดี

อย่างไรก็ตามแนวโน้มที่รัฐบาลจะถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจจากฝ่ายค้าน นายชวนกล่าวว่า เป็นหน้าที่ของทุกฝ่าย เมื่อวานเตือนเรื่องการประชุมเพราะองค์ประชุมอยู่ที่รัฐบาล ฉะนั้นเวลาฝ่ายค้านไม่เข้าร่วมประชุมก็อย่าบ่น เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะทำให้ครบองค์ประชุม ส.ส.ต้องมีความรับผิดชอบ ทั้งนี้หัวหน้าพรรคก็ไม่ได้เข้ามาขอคำปรึกษาจากตน

การเมืองร้อนสื่อหลักง่อย ส่งยอดอ่านไทยอีนิวส์พุ่งเฉียด5ล้าน

ที่มา Thai E-News

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
21 ธันวาคม 2551

ผู้เข้าอ่านไทยอีนิวส์ปีนี้พุ่งเฉียด5ล้าน พุ่งทะยาน5เท่าจากปีก่อน


สถานการณ์การเมืองที่เข้มข้นร้อนแรง แต่ข้อมูลข่าวสารจากสื่อกระแสหลักไม่อาจตอบสนองต่อผู้ที่ต้องการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร และจุดยืนทัศนะที่เป็นประชาธิปไตยได้ น่าจะเป็นปัจจัยหลักให้สื่อออนไลน์ทางเลือกอย่างThaiE-newsมียอดผู้เข้าติดตามข้อมูลอย่างก้าวกระโดดในปี2551นี้ เมื่อเทียบกับปีกลาย ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเวบประชาธิปไตยแห่งนี้

ณ ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม2551 มีผู้เข้าคลิ้กเยี่ยมชมไทยอีนิวส์แล้ว 4,642,310 ครั้ง สูงกว่าตลอดปี2550ตลอดทั้งปีที่มีคนเข้าเยี่ยมชมเพียง 1,521,607 ครั้ง

ไตรมาส4การเมืองเดือดโจรยึดเมืองยอดคนอ่านพุ่งสูงสุด


ในไตรมาสที่4/2551เป็นการทำลายสถิติยอดผู้เข้าชมทุกไตรมาสที่ผ่านมา นับแต่ไทยอีนิวส์เริ่มต้นในเดือนเมษายนปีที่แล้ว โดยมียอดผู้เข้าเยี่ยมชมรวม2,516,793ครั้ง ซึ่งมาจากสถานการณ์ทางการเมืองที่ร้อนแรงขึ้นจากการที่กลุ่มพันธมิตรเข้ายึดอาคารทำเนียบรัฐบาล เกิดเหตุปะทะที่หน้ารัฐสภา และบชน. การเข้ายึดสนามบิน การให้ท้ายกลุ่มพันธมิตรโดยชนชั้นนำ ท่ามกลางการแฉโพยเปิดโปงของสำนักข่าวต่างประเทศทั่วโลก ซึ่งไทยอีนิวส์นำมาเสนอไม่ขาดสาย ส่วนสื่อกระแสหลักได้เพียงแต่เซ็นเซอร์ตัวเองด้วยความระแวดระวัง หรือบางสำนักถึงขั้นบิดเบือนข้อมูลข่าวสารไปอีกทาง เพื่อสนองตอบต่อจุดยืนและผลประโยชน์ทางการเมืองของตน

พฤศจิกายนยอดอ่านปริ่มล้าน วันยึดสนามบินฮ็อตสุดขีด



ในเดือนพฤศจิกายนเป็นเดือนที่มีคนเข้าชมสูงสุดคือ966,158ครั้ง โดยวันที่มีผู้เข้าเยี่ยมชมสูงสุดคือวันที่ 25 พฤศจิกายน และ 26 พฤศจิกายน 2551 ซึ่งเป็นวันแรกและวันที่2ซึ่งกลุ่มโจรก่อการร้ายพันธมิตรบุกเข้ายึดสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมือง โดยวันที่25มียอดผู้อ่าน61,343ครั้ง และวันที่26ยอดผู้อ่าน61,510ครั้ง ช่วงเหตุการณ์ดังกล่าวไทยอีนิวส์ได้นำเสนอข่าวจากปากคำของชาวต่างชาติที่ติดค้างอยู่ในสนามบินกว่าหมื่นคน และครบกำหนดบินกลับกว่า350,000คน ปฏิกริยาของนานาชาติต่อเหตุการณ์นี้ ความพยายามที่ล้มเหลวของรัฐบาลที่จะบังคับใช้กฎหมาย การเพิกเฉยและสมคบคิดของกองทัพ ตำรวจกับกลุ่มพันธมิตรและชนชั้นนำ รวมทั้งเราเป็นสื่อแรกที่นำเสนอว่าพฤติการณ์ของพันธมิตรเป็นการ"ก่อการร้ายสากล"

แจ้งเกิดเวบตรวจสอบสื่อกระแสหลัก ผู้เยี่ยมชมใกล้ทะลุแสน


ในปีนี้ทางทีมข่าวไทยอีนิวส์ยังได้แจ้งเกิดเวบไทยเพรสล็อกขึ้นด้วย เพื่อบันทึกเหตุการณ์ที่สื่อกระแสหลักของไทย บิดเบือน การทรยศต่อวิชาชีพและผู้รับสาร การขาดจริยธรรมและจรรยาบรรณของสื่อ รวมทั้งนำเสนอข่าวสารของสื่อทางเลือกที่มีจุดยืนมั่นคงต่อประชาธิปไตย โดยมีผู้เข้าเยี่ยมชมถึงขณะนี้96,836ครั้ง โดยพบว่าในไตรมาสสุดท้ายของปีมีสถิติเข้าเยี่ยมชมสูงสุดเกือบ5หมื่นครั้ง

ทีมข่าวไทยอีนิวส์คืออาสาสมัครสื่อทางเลือกจุดยืนประชาธิปไตย

ไทยอีนิวส์เป็นการรวมตัวกันของอาสาสมัครที่มีจุดยืนเพื่อประชาธิปไตย โดยเราเคยเป็นเพียงนักท่องอินเตอร์เน็ตที่เคยเข้าไปเยี่ยมชมและแสดงความเห็นในเวบบอร์ดราชดำเนิน เวบพันทิป แต่ต่อมาพันทิปมีการเซ็นเซอร์ตัวเองเข้มงวดขึ้น สื่อกระแสหลักต่างก็เซ็นเซอร์ตัวเองอย่างระมัดระวัง บางสำนักบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร หันไปมอมเมาให้ยาพิษแก่ประชาชน สนับสนุนให้ท้ายเผด็จการ กลุ่มพันธมิตรที่ต่อต้านประชาธิปไตย ชนชั้นนำที่ทำทุกอย่างในการแทรกแซงการเมืองทำลายประชาธิปไตยของประชาชนไทย เราจึงได้เปิดสื่อทางเลือกคือไทยอีนิวส์ และไทยเพรสล็อกขึ้น โดยนำเสนอข้อมูลข่าวสารอย่างรอบด้าน เปิดโปงฝ่ายเผด็จการทำลายชาติต่อต้านประชาธิปไตย แสดงจุดยืนสนับสนุนความเคลื่อนไหวของประชาชนไทยที่ต่อต้านคัดค้านเผด็จการ และเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย

เรายังต้องการอาสาสมัครนักข่าวฝ่ายประชาธิปไตย ง่ายๆคุณก็ทำได้

ไทยอีนิวส์มีอาสาสมัครร่วมงานกันเพียง 3 คน ไม่มีสำนักงาน ไม่มีเงินเดือนหรือค่าตอบแทน และไม่รับการสนับสนุนจากหน่วยงาน องค์กร หรือบุคคลใดๆ เพื่อที่เราจะได้ทำงานอย่างตรงไปตรงมาที่สุด แต่อาสาสมัครมีงานประจำของตนอยู่แล้ว ผู้อ่านสามารถสนับสนุนการทำงานของเราง่ายๆด้วยการแพร่กระจายเวบข่าวอิสระนี้ไปยังเพื่อนมิตรของท่านให้กว้างไกลที่สุด หรือส่งข้อมูลข่าวสารที่เป็นการเปิดโปงฝ่ายเผด็จการ สนับสนุนประชาธิปไตย หรือแสดงความเห็นใดๆมาที่ thaienews@googlegroups.com และเรายังต้องการอาสาสมัครเพิ่มเติมในการช่วยนำข้อมูลข่าวสารต่างๆมานำเสนอในเวบของเรา โดยขอบเขตงานและคุณสมบัติดังนี้

*นำข้อมูลข่าวสารจากแหล่งต่างๆ ข่าว บทความ ทัศนะ ภาพถ่าย คลิปทั้งด้านการเมือง สังคม เหตุการณ์ต่างๆที่เป็นการคัดค้านเปิดโปงเผด็จการ พวกทำลายชาติ การเคลื่อนไหวต่างๆที่สนับสนุนฝ่ายประชาธิปไตยมาเผยแพร่ต่อผู้อ่านที่ทวีขึ้นทุกๆวัน

*ท่านไม่จำเป็นต้องเปิดเผยตัวตนกับทีมงานของเรา ขอให้มีเพียงทัศนะที่สอดคล้องกับเราคือสนับสนุนฝ่ายประชาธิปไตย เปิดโปงเผด็จการทุกรูปแบบ

*ไม่หวังว่าจะได้รับค่าตอบแทนใดๆเป็นตัวเงิน ท่านอาจเริ่มเป็นอาสาสมัครตามสะดวกก่อน หากพร้อมก็ค่อยร่วมงานในฐานะอาสาสมัครเพิ่มมากขึ้นตามแต่สะดวก

คุณจะลงโฆษณาในไทยอีนิวส์ได้หรือไม่..

ได้ หากไม่มีข้อผูกมัด หรือก้าวก่ายจุดยืนการทำงานของเรา และไม่ก้าวก่ายความเป็นส่วนตัวของทีมงานอาสาสมัคร เงินรายได้ทั้งหมด เราจะนำไปสนับสนุนการเคลื่อนไหวของฝ่ายประชาธิปไตย เช่น ผู้บาดเจ็บ ผู้ถูกจับกุมดำเนินคดี หรือกิจกรรมของฝ่ายประชาธิปไตยที่มีความจำเป็น โดยแจ้งความประสงค์มาได้ที่thaienews@googlegroups.com

ฮือฮาเศรษฐกิจไทยพ้นหายนะแน่ รัฐมนตรีพาณิชย์ค้าขายเก่ง เหตุเป็นลูกสาวเจ้าของนาบโพไซดอน

ที่มา Thai E-News



โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา เปลว สีเงิน ในไทยโพสต์
20 ธันวาคม 2551

นอกจากที่มาไม่ชอบธรรมแล้ว เมื่อประกาศรายชื่อคณะรัฐมนตรีออกมาเสียงยี้ก็ลั่นเมืองสำหรับระบอบปกครองโจรหุ่นเชิด แต่ที่ทีเด็ดที่สุดเห็นจะไม่พ้นกระทรวงพาณิชย์ที่ได้ลูกสาวเจ้าของอาบอบนวดโพไซดอน หรือวงการเรียกในฉายา"วัดโพ"มาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ บรรดาขาหื่นนักเที่ยวกลางคืนฮือฮาว่าในยุคเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลกอย่างนี้ ฯพณฯจะนำ"อะไร"ออกไปขายเป็นสินค้าออก เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ

แม้กระทั่งกรรมการหอการค้าไทยที่เคยทำตัวเป็นกองเชียร์ให้สลับขั้วมาชูอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรีก็ยังส่งเสียงยี้ไม่ขาดสาย นายไพรัช บุรพชัยศรี กรรมการสภาหอการค้าไทยเผยว่า ไม่ได้ติดใจว่ารัฐมนตรีเป็นผู้หญิงหรืออายุน้อย แต่ขึ้นกับว่าเธอมีประสบการณ์เพียงใด และเป็น"ใครมาจากไหน"

เปลว สีเงิน ซึ่งผูกขาดเหมาด่าทักษิณมาหลายปี เขียนในคอลัมน์ของเขาในไทยโพสต์ว่า ที่ฮือฮาในการมาของเธอกันมากคือ "นางพรทิวา นาคาศัย" เห็นเป็นแจ๋วให้นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน อยู่พัก แล้วก็พรวดพราดขึ้นนั่งเก้าอี้ "รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์" โควตาพรรคมัชฌิมาฯ เดิม

ก่อนหน้า มีชื่อ "เกียรติ สิทธีอมร" จากประชาธิปัตย์จองเก้าอี้นี้อยู่ ซึ่งในวงการค้าพาณิชย์ และชาวบ้านทั่วไปก็ยกนิ้วโป้งให้ว่า "เจ๋งสุด" แต่เมื่อพลิกมาเป็น "พรทิวา นาคาศัย" ความรู้สึกชาวบ้านจึงเหมือนตกจากเล่าเต๊ง!

ผมก็ค้นๆ ดูว่า "เธอเป็นนางฟ้ามาจากทิพย์วิมานสถานไหน?" เมื่อทราบก็อยาก "เอาใจช่วย" เพราะก็สังเกตตั้งแต่ตอนออกมานั่งเรียงหน้า ๕ พรรค ๑ กลุ่ม ประกาศร่วมจัดตั้งรัฐบาลประชาธิปัตย์นั่นแล้ว

ผมเห็นท่าทาง และท่าพูดของเธอแล้วยังนึกในใจว่า "แจ๋วคนนี้เจ๋งกว่าคุณนายอนงค์วรรณซะอีก"!

เป็นภรรยานาย "อนุชา นาคาศัย" หรือเสี่ยแฮงก์ อดีต กก.บห.ไทยรักไทยบ้านเลขที่ ๑๑๑ และตัวเสี่ยแฮงก์เป็น ทส.ของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน เมื่อสามีถูกแขวน ภรรยาคือ "นางพรทิวา" จึงต้องลงสนามแทน

เธอเป็น ส.ว.ชัยนาท รุ่นปี ๒๕๔๙ ปัจจุบันเป็น ส.ส.ชัยนาท จบโทรัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ มีธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์อย่างที่เธอบอกนั่นแหละ แต่ธุรกิจที่ขึ้นหน้า-ขึ้นตา เห็นจะเป็นธุรกิจของตระกูลเธอคือ "ต.ตระกูล" มากกว่า

นั่นคือ อัครสถาน "บันเทิงเพศ" ครบวงจรสวาท ยิ่งใหญ่ ตระการตานามว่า "โพไซดอน" ย่านริมถนนรัชดาฯ อันกระฉ่อนโลก

นี่จะถือว่าเป็นผลงานการันตีประสบการณ์ทางการค้าขายของ "รัฐมนตรีพาณิชย์หญิง" ของไทยก็ย่อมได้อยู่!

อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบของไทยอีนิวส์พบว่า นางพรทิวาระบุในประวัติอย่างเป็นทางการว่า เธอมีบิดาชื่อนายสุรินทร์ ศักดิ์ศิริเวทย์กุล มารดาชื่อนางบุญเรือน ศักดิ์ศิริเวทย์กุล ทั้งสองมีอาชีพนักธุรกิจ(ดูที่นี่)ส่วนที่ทำงานบิดาของนางพรทิวาอยู่ที่"ลา สเตลล่า"เลขที่12,209ชั้น2,4-6อาคารโพไซดอน ถนนรัชดาฯ

เริ่มบทแรก

ที่มา ไทยรัฐ

รัฐบาล “อภิสิทธิ์” เดินหน้าท้าพิสูจน์ฝีมือว่าแน่สักแค่ไหน หลายเรื่องหลายราวล้วนยากยิ่ง ครม.ใหม่ไม่ได้ดังใจนึกเพราะเงื่อนไขและปัจจัยมันบีบรัด หนี้บุญคุณก็ต้องจำใจยอม

ข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้ไม่ได้เป็นนายกฯ เป็นรัฐบาลมานานราว 8 ปี เมื่อมีช่องเปิดให้ก็ต้องกระโจนเข้าใส่จนได้สมอยาก

“ประชาธิปัตย์” เป็นแกนนำรัฐบาล มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกฯ

แต่เมื่อมีแค่ 163 เสียง แต่รัฐบาลได้เสียงสนับสนุน 235 เสียง ต้องอาศัยเสียงสนับสนุน 72 เสียงจากพรรคร่วม 4 พรรค และกลุ่มเพื่อนเนวิน ดังนั้น ครม.ชุดใหม่ก็เลยหน้าตาออกมาอย่างที่เห็นๆกันอยู่

ดีที่ว่าสถานการณ์บ้านเมืองที่ไม่ปกติและผู้คนทั้งประเทศต้องการให้มีรัฐบาล ซึ่งเปลี่ยนขั้วการเมืองที่สามารถทำงานได้ต่อเนื่องเพื่อแก้ไขปัญหา

เศรษฐกิจ การเมือง และความขัดแย้งแบ่งค่ายแบ่งส

โดยเฉพาะนายกฯคนใหม่ที่แม้ว่าอายุยังน้อย แต่ภาพลักษณ์ดี มีการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยดังจากต่างประเทศ ซื่อสัตย์สุจริตจึงได้รับการยอมรับและให้พิสูจน์ตัวเอง

การออกตัวด้วยการเปิดใจ แนวคิดและแนวทางการทำงานก็ได้รับการขานรับ แต่การที่นายอภิสิทธิ์ได้เป็นนายกฯครั้งนี้ด้วยบุญคุณทางการเมืองจากคนหลายกลุ่ม จึงมิอาจจัดการในเรื่อง ครม.อย่างที่ปรารถนาได้

เพราะต้องผ่องถ่ายให้พรรคร่วมและกลุ่มเพื่อนเนวิน รวมถึง “ทุน” ที่โผล่เข้ามามีชื่อแบบเหนือเมฆแม้แต่ลูกพรรคประชาธิปัตย์ยังไม่รู้มาก่อน

ขณะที่การตั้งรัฐมนตรีในส่วนของพรรคก็เกิดปัญหาเพราะมีบรรดา ส.ส.ไม่ค่อยสบอารมณ์ การจัดสรรจึงเปิดฉากฟัดทันที

“นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ” ประกาศใช้หนี้ทุน “วีระชัย วีระเมธีกุล” เรียบร้อยไปแล้ว

เรียกว่าเริ่มต้นก็เกิดอาการกระเพื่อม ยังไม่รวมถึงพรรคร่วมรัฐบาลที่เกิดปัญหาขัดแย้งภายใน ซึ่งต้องดูว่าน้ำหนักจะเทไปข้างไหน

อีกทั้งพวก “เสื้อแดง” ที่แม้ว่าจะไม่คึกคักเหมือนเก่า แต่ก็ยังประกาศจะลุยรัฐบาลต่อไป บางจังหวัดห้ามนายกฯและรัฐมนตรีเข้าพื้นที่

ยังมี “สีเขียว” บางท่านออกมาระบุว่านายอภิสิทธิ์จะทำงานได้ลำบาก เพราะบารมียังน้อยและต้องถูกครอบงำจาก “สุเทพเนวิน”

เรียกว่าเริ่มต้นก็ดูตึงๆเลยทีเดียว

และเท่ากับว่าทุกอย่างต่างก็กดดันไปที่ตัวนายอภิสิทธิ์ ว่าจะสามารถแหวกม่านทะมึนที่ปกคลุมอยู่ได้หรือไม่

ทั้งหลายทั้งปวงล้วนท้าทายนายกฯคนใหม่ว่าจะจัดการกับปัญหาต่างๆ เหล่านี้ได้มากน้อยแค่ไหน เพราะแต่ละเรื่องล้วนหนักหนาสาหัสสากรรจ์และสัมพันธ์กันอย่างแยกไม่ออก

แม้จะมีแนวทางที่ชัดเจน มีความตั้งใจจริง แต่ก็ยังพิสูจน์ว่าจะมีความกล้าหาญมากน้อยแค่ ไหนที่จะตัดสินใจต่อการแก้ไขปัญหา

จะสามารถควบคุมรัฐมนตรีให้ทำงานร่วมกันได้แค่ไหน ทำยังไงไม่ให้เกิดการแหกคอก ก่อปัญหาการใช้อำนาจ การทุจริตคอรัปชัน ฯลฯ

นั่นคือจะมีภาวะความเป็นผู้นำในความเป็นจริงได้หรือไม่

ว่าที่จริงแล้วก็คงเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่นายอภิสิทธิ์ ได้เป็นผู้นำประเทศในขณะที่บ้านเมืองกำลังมีปัญหา ดังนั้น ความคาดหวังจึงสูงและต้องการให้แก้ไขผ่านพ้นไปได้ และไม่ต้องการให้คืนกลับไปสู่วงจรเก่าไม่รู้จบ กันอีก

ข้อสำคัญก็คือหากนายกฯและรัฐบาลชุดนี้สามารถนำรัฐนาวาปริ่มน้ำ ผ่านพ้นไปได้ก็มีโอกาสที่จะอยู่ยาวได้

และนั่นจะทำให้พรรคเพื่อไทยหงอยแน่

หากบริหารประเทศไปได้ห้วงหนึ่งและเห็นว่าแก้ไขปัญหาได้ระดับหนึ่ง โอกาสที่จะ “ยุบสภา” เพื่อเลือกตั้งใหม่ก็เป็นไปได้ เพราะเชื่อว่าประชาชนพอใจ

นั่นหมายความว่าประชาธิปัตย์ต้องมั่นใจว่าเห็นชัยชนะรออยู่ข้างหน้า หากรูปการณ์ออกมาอย่างนั้น

แต่ที่แน่ๆหากเป็นไปเช่นนั้น พรรคเพื่อไทยก็คงจะลำบาก

อีกไม่นานก็ได้รู้ฝีมือกันแล้วว่าจะแน่สักแค่ไหน?

"ลิขิต จงสกุล"

รีบร้อนถอนทุน อวสานเร็ว

ที่มา ไทยรัฐ


ภายหลังได้รับโปรดเกล้าฯแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีคนที่ 27 ของประเทศไทย

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศสัญญาประชาคมกับคนไทยทั้งประเทศ โดยย้ำชัดเจนว่า

รัฐบาลนี้จะปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ และจะเทิดทูนมิให้ผู้ใดทำให้สถาบันนี้ไม่อยู่เหนือความขัดแย้งในทางการเมือง ด้วยประการทั้งปวง

“ผมทราบดีว่าสถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้ไม่ปกติ เป็นวิกฤติ ประชาชนคนไทยมีความทุกข์ หน้าที่เบื้องต้นของผม คือการยุติการเมืองที่ล้มเหลว

ที่เป็นต้นเหตุของความขัดแย้ง แบ่งฝักแบ่งฝ่าย แบ่งภาค แบ่งสี ที่เกิดขึ้นอยู่ในประเทศขณะนี้

ผมจะขจัดการเมืองที่ล้มเหลวออกไป และจะนำความสมัครสมานสามัคคีกลับคืนมา โดยอาศัยความยุติธรรมเป็นกระบวนการนำหน้า”

“วันนี้ประเทศไทยต้องมีความสามัคคี ขอยืนยันว่าผมจะทำงานให้กับคนไทยทุกคน ไม่ว่าจะเลือกผม หรือไม่เลือกผม ท่านจะเป็นใครก็ตาม หากไม่คิดร้ายกับบ้านเมือง ท่านไม่ใช่ศัตรูของผม”

“ทันทีที่รัฐบาลแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาจะได้นำเสนอแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจ ที่ครอบคลุมทุกปัญหา ไม่ ว่าจะเป็นปัญหาของเกษตรกร ผู้ใช้แรงงาน ภาคเศรษฐกิจต่างๆ ตั้งแต่อุตสาหกรรม การบริการ การท่องเที่ยว หรืออสังหาริมทรัพย์ และจะแก้ไขปัญหาระยะยาวที่เป็นปัญหาหมักหมมเรื้อรัง และเป็นปัญหากับการพัฒนาประเทศในอนาคต”

พร้อมทั้งยืนยันว่า จะใช้การทำงานพิสูจน์ความตั้งใจในการทำงานให้กับคนไทยทุกคน และใช้เป็นเครื่องพิสูจน์ทุกสิ่งทุกอย่าง

“เชื่อว่าถ้าได้รับความร่วมมือจากประชาชนทั้งประเทศ พลังของพวกเราจะทำให้ประเทศของเราผ่านพ้นวิกฤติไปได้ในครั้งนี้ และเราจะร่วมกันสร้างอนาคตที่ดีให้กับลูกหลานของคนไทยทุกคน ผมมั่นใจว่าเราทำได้”

เน้นย้ำภารกิจรัฐบาล ยุติการแบ่งสี แยกฝ่าย สร้างความสามัคคี นำพาประเทศพ้นวิกฤติ

นอกจากนี้ นายกฯอภิสิทธิ์ยังกล่าวเป็นภาษาอังกฤษ สื่อสารไปยังนานาชาติ

โดยยอมรับว่า การชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาลชุดที่ผ่านมา ด้วยการปิดกั้นท่าอากาศยานดอนเมืองและสุวรรณภูมิ

ทำให้ภาพลักษณ์ของการเป็นดินแดนแห่งรอยยิ้ม ดินแดนแห่งเสรี และดินแดนแห่งโอกาส ถูกทำลาย เสียหายไป

พร้อมยืนยัน การกระทำเช่นนั้นเป็นเรื่องของอดีตจะไม่มีวันเกิดขึ้นมาอีกแล้ว

“ถือเป็นความตั้งใจอย่างยิ่งยวดที่จะฟื้นฟูภาพของประเทศไทย ซึ่งมิตรทั่วโลกเคยรู้จักมักคุ้นกลับคืนมาอีกครั้ง

และไม่เพียงต้องการยุติการประท้วงและการปะทะซึ่งกันและกัน ที่เคยทำให้ทั้งประเทศหวั่นกลัวตลอดช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา แต่ยังจะนำประเทศไทยก้าวไปข้างหน้าทั้งในทางการเมืองและเศรษฐกิจอีกด้วย”

ส่งสัญญาณถึงต่างประเทศ จะนำความสงบและรอยยิ้มกลับสู่ประเทศไทย

ทั้งนี้ เมื่อประเมินจากปฏิกิริยาของสื่อต่างประเทศ ส่วนใหญ่ ขานรับในเชิงบวก มีความรู้สึกที่ดีต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย

ในขณะที่ผู้นำประเทศมหาอำนาจอย่างจีน ได้ส่งสารแสดงความยินดีกับนายอภิสิทธิ์ที่ได้เป็นนายกฯคนใหม่ พร้อมยืนยันรัฐบาลจีนและประชาชนชาวจีนยังเน้นย้ำนโยบายที่เป็นมิตรกับไทย และจะพัฒนาความร่วมมือด้านต่างๆร่วมกันต่อไป

ประธานาธิบดีฝรั่งเศสส่งสารแสดงความยินดี ย้ำว่า ความสัมพันธ์ระหว่างไทย-ฝรั่งเศส จะกระชับยิ่งขึ้น และหวังว่าจะเห็นความสมานฉันท์ในไทย

ทางด้านเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศ ไทย ได้เข้าพบแสดงความยินดีกับนายอภิสิทธิ์ พร้อมทั้งแสดงความเห็นว่า เป็นโอกาสของประเทศไทยที่จะก้าวข้ามเหตุการณ์ต่างๆ ในอดีตที่ผ่านมา เพื่อให้ชาวโลกมีความมั่นใจ

นานาชาติส่งสัญญาณตอบรับในทางบวก

ขณะเดียวกัน ภายในประเทศ ทั้งภาคสังคม ภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม ก็ออกมาขานรับกันพอสมควร กับการที่นายอภิสิทธิ์สลับขั้วเข้ามาเป็นนายกฯ

เพราะหวังว่าจะสามารถช่วยยุติปัญหาวิกฤติความวุ่นวายในบ้านเมืองได้

อย่างไรก็ตาม การที่นายกฯอภิสิทธิ์ได้ประกาศสัญญาประชาคม ในการที่จะเข้ามาแก้วิกฤติต่างๆของประเทศ

จะประสบผลสำเร็จอย่างที่ประกาศไว้ หรือไม่

ยังต้องรอพิสูจน์กันในภาคปฏิบัติ

ที่สำคัญ ลำพังนายกฯอภิสิทธิ์เพียงคนเดียวคงทำงานขับเคลื่อนให้ภาคปฏิบัติ เกิดผลสำเร็จไม่ได้

จำเป็นต้องขับเคลื่อนกันทั้งคณะรัฐบาล

เพราะประเทศชาติมีปัญหารออยู่มาก ถ้าเปรียบกับคนไข้ ก็เข้าขั้นสาหัส

เศรษฐกิจย่ำแย่ สังคมเกิดความแตกแยก การเมืองล้มเหลว

แน่นอน การที่จะแก้ไขให้พลิกฟื้นแบบรวดเร็ว คงเป็นไปไม่ได้

ฉะนั้น จึงถือเป็นเรื่องที่ท้าทายนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ว่าจะนำรัฐนาวาลำนี้ ฝ่ามรสุมคลื่นลมไปได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่

ล่าสุด จากโผคณะรัฐมนตรี รัฐบาลผสม 6 พรรค 1 กลุ่ม ที่ประกอบด้วย

พรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อแผ่นดิน พรรคชาติไทยพัฒนา พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา พรรคภูมิใจไทย พรรคกิจสังคม และกลุ่มเพื่อนเนวิน ที่เปิดออกมา

พรรคประชาธิปัตย์ ได้ 17 ตำแหน่ง สำหรับตำแหน่งหลักๆ อาทิ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ และนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เป็นรองนายกฯ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกฯ

นายกรณ์ จาติกวณิช เป็น รมว.คลัง นายกษิต ภิรมย์ เป็น รมว.การต่างประเทศ นายวิฑูรย์ นามบุตร รมว.การพัฒนา-สังคมฯ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รมว.ยุติธรรม

นายไพฑูรย์ แก้วทอง รมว.แรงงาน นายธีระ สลักเพชร รมว.วัฒนธรรม คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมว.วิทยาศาสตร์ฯ นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.ศึกษาธิการ

โดยมีคนนอก 2 คน คือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็น รมว.กลาโหม และนายวีระชัย วีระเมธีกุล เป็น รมต.ประจำสำนักนายกฯ

พรรคเพื่อแผ่นดิน ได้ 5 ตำแหน่ง สำหรับตำแหน่งหลัก นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง เป็น รมว.อุตสาหกรรม ร.ต.หญิงระนองรักษ์ สุวรรณฉวี เป็น รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศฯ

พรรคชาติไทยพัฒนา ได้ 4 ตำแหน่ง สำหรับตำแหน่งหลัก พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ เป็นรองนายกฯ นายชุมพล ศิลปอาชา รมว.การท่องเที่ยวฯ และมีคนนอก 1 คน คือ นายธีระ วงศ์สมุทร เป็น รมว.เกษตรฯ

พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ได้ 2 ตำแหน่ง โดยตำแหน่งหลัก นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล เป็น รมว.พลังงาน

พรรคภูมิใจไทย ได้ 2 ตำแหน่ง สำหรับตำแหน่งหลัก นางพรทิวา นาคาศัย เป็น รมว.พาณิชย์

พรรคกิจสังคม ได้ 1 ตำแหน่ง นายสุวิทย์ คุณกิตติ เป็น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ

กลุ่มเพื่อนเนวิน ได้ 4 ตำแหน่ง โดยตำแหน่งหลัก นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล เป็น รมว.มหาดไทย และนายโสภณ ซารัมย์ เป็น รมว.คมนาคม

หน้าเก่า หน้าใหม่ คละเคล้ากันไป

โดยเฉพาะในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ คนเก่าๆแก่ๆถูกสั่งให้นั่งพัก ปล่อยให้คนหนุ่มรุ่นใหม่เข้ามาแสดงฝีมือ

แม้ไม่ได้ดูกระทรวงหลักสำคัญทั้งหมด เพราะต้องแบ่งสรรไปให้พรรคร่วมรัฐบาล แต่ในฐานะพรรคแกนนำรัฐบาลก็ต้องดูแลภาพรวมทั้งหมด

และเมื่อดูหน้าตาคนที่เข้ามาเป็นรัฐมนตรีจากพรรคประชาธิปัตย์ ที่เป็นพรรคแกนนำรัฐบาลแล้ว ต้องยอมรับว่า

ไม่ถึงขั้นเฉียบเจ๋ง

แต่ก็ไม่ถึงกับขี้ริ้วขี้เหร่จนรับไม่ได้

ในส่วนรัฐมนตรีจากพรรคร่วมรัฐบาล ก็ไม่ได้มีอะไรแตกต่างไปจากรัฐบาลชุดที่แล้ว ส่วนใหญ่ยังหนีไม่พ้นระบบโควตากลุ่ม

ที่สำคัญ เมื่อพรรคแกนนำต้องพึ่งเสียงจากพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อพลิกขั้วการเมือง ก็จะต้องเกรงใจกันเป็นธรรมดา พรรคร่วมรัฐบาลขอกระทรวงไหน ก็ต้องให้

เพราะถ้าไม่มีเสียง ส.ส.จากพรรคเหล่านี้มาสนับสนุน พรรคประชาธิปัตย์ก็คงไม่ได้เป็นรัฐบาล

มันคือความจำเป็น ที่เป็นข้อจำกัดทางการเมือง

แต่ก็ทำให้เสียงขานรับจากสังคมวูบลงไปพอสมควร

อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ไปรัฐบาลภายใต้การนำของนายกฯอภิสิทธิ์ ก็คงต้องพิสูจน์ ตัวเองด้วยการทำงาน

โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยแรงเสียดทาน และสารพัดวิกฤติที่รอการแก้ไข

ทำให้เกิดคำถามยอดฮิตตามมาว่า รัฐบาลชุดนี้จะอยู่ยืดหรือไม่

“ทีมข่าวการเมืองไทยรัฐ” ประเมินจากเสียงสนับสนุนในสภาฯ ในวันโหวตเลือกนายกฯ ฝ่ายรัฐบาลมี 235 เสียง

ในขณะที่ฝ่ายค้าน พรรคเพื่อไทย และพรรคประชาราช รวมกับ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลที่เสียงแตกออกไป รวมกันแล้วมี 198 เสียง

รัฐบาลมีเสียงเกินกึ่งหนึ่งของสภาฯ 16 เสียง มีเสียงมากกว่าฝ่ายค้าน 37 เสียง

ยังไม่นับการที่พรรคร่วมรัฐบาลจะดึง ส.ส.บางส่วนที่เสียงแตกออกไปตอนโหวตเลือกนายกฯ กลับมาอยู่กับฝ่ายรัฐบาลเหมือนเดิม

ดังนั้น เรื่องเสียงสนับสนุนในสภาฯ ไม่น่าห่วง

ที่สำคัญ หลังจากรัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในวันที่ 2930 ธันวาคมนี้ และเดินเครื่องบริหารประเทศ ขับเคลื่อนนโยบายไปสู่ภาคปฏิบัติอย่างเต็มตัวในช่วงหลังจากปีใหม่

ต้องรอดูว่าปฏิกิริยาจากสังคมทุกภาคของประเทศ จะให้การตอบรับมากน้อยแค่ไหน

แต่เหนืออื่นใด ในระหว่างการเดินหน้าบริหารประเทศ หากคุมกันไม่อยู่ ปล่อยให้มีพฤติกรรมทุจริตคอรัปชัน ถอนทุนโผล่ขึ้นมา

ก็อาจจะตกม้าตายได้ง่ายๆเหมือนกัน.

"ทีมการเมือง"

ปชป.อกหักแฉแก๊งออฟโฟร์

ที่มา ไทยรัฐ


เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และ ส.ส.ประจวบคีรีขันธ์ และหนึ่งในผู้ผิดหวังไม่ได้เป็นรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีการคัดเลือกว่าที่รัฐมนตรีว่า ขณะนี้ได้เกิดแก๊งออฟโฟร์ในพรรคประชาธิปัตย์ขึ้นแล้ว ประกอบ ด้วยนางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู รองเลขาธิการพรรค นางอัญชลี วานิช เทพบุตร เหรัญญิกพรรค นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย กรรมการบริหารพรรค และนายวิทยา แก้วภราดัย รองหัวหน้าพรรคภาคใต้ เนื่องจากมีการล็อบบี้กรรมการบริหารพรรค ซึ่งมีทั้งหมด 19 เสียงและนับจากนี้ แนวทางของพรรคจะเดินไปทางใดขึ้นอยู่กับ 4 คนนี้ เพราะทุกเรื่องต้องเข้าคณะกรรมการบริหารพรรค

แฉถูกเชือดกลางที่ประชุม กก.บห.

นายเฉลิมชัยกล่าวต่อว่า ในวันที่มีการโหวตเลือกผู้ที่จะได้เป็นรัฐมนตรี มีชื่อของตนติดโผว่าที่รัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรค ที่อยู่ในมือนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์มาตลอด และมีการแจกโผดังกล่าวให้คณะกรรมการบริหารพรรคทุกคนในวันโหวตเลือก แต่ตนกลับเป็นกรรมการบริหารคนเดียวที่ถูกอุ้มไปเชือด เนื่องจากในวันดังกล่าว มีการเชิญกรรมการบริหารพรรค ที่มีส่วนได้เสียและเกี่ยวข้องกับตำแหน่ง ให้ออกจากที่ประชุม ซึ่งตนเป็นคนเดียวที่เป็นกรรมการบริหารพรรค จึงเป็นคนเดียวที่ถูกเชิญออกจากที่ประชุม ภายหลังการประชุมเสร็จไม่มีโอกาสที่จะรับทราบมติของที่ประชุม เพราะไม่มีการเชิญตนได้รับทราบมติเหมือนไล่ออกจากห้องตั้งแต่นาทีนั้น

“อภิสิทธิ์” พูดคำเดียวแค่ขอโทษ

นายเฉลิมชัยกล่าวต่อว่า หลังเหตุการณ์ตนได้สอบถามนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ว่าเหตุใดหลังการประชุมไม่มีการแจ้งผลมติให้ทราบ แต่เป็นการทิ้งกันกลางอากาศ หากจะไม่ให้ก็ควรฆ่าชื่อตนออก ไม่ควรนำชื่อไปคัดเลือกให้คณะกรรมการบริหารคัดเลือก ซึ่งหัวหน้าพรรคตอบตนได้คำเดียวคือขอโทษ นอกจากนี้หลังเหตุการณ์กลุ่ม ส.ส. และสมาชิกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกระดับในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ทราบข่าวได้โทรศัพท์มาสอบถามข้อเท็จจริง พร้อมทั้งจะนำมวลชนในจังหวัดมาชุมนุมที่หน้าพรรค แต่ตนได้ห้ามไว้ แต่ทั้งหมดก็มีความต้องการคืนบัตรสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อลาออกจากสมาชิกพรรค แต่ตนขอให้ทุกฝ่ายใจเย็น กล้าพูดได้ว่า ส.ส.ของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หากไปที่ไหนทุกพรรคอ้าแขนรับ

ปชป.ยังมีระเบิดเวลาอีกหลายลูก

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคประชาธิปัตย์แจ้งว่า หลังจากที่ได้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสม ของผู้ได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีของพรรคอย่างรุนแรง นอกจากกรณีที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง ออกมาโจมตีนายวีระชัย วีระเมธีกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ ว่าเป็นคนของกลุ่มทุนซื้อเก้าอี้พรรคแล้ว ยังมีนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมช.พาณิชย์ นายธีระ สลักเพชร รมว. วัฒนธรรม และนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รมว.ยุติธรรม เนื่องจากบุคคลทั้ง 3 ถือว่ายังไม่มีอาวุโสเท่าที่ควร และก็ไม่ได้ทุ่มเททำงานให้พรรคอย่างเต็มที่ ในขณะที่กลุ่มคนที่อยู่กับพรรคมานาน ทำงานด้วยความทุ่มเทอย่างนายนิพิฏฐ์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ นายจุติ ไกรฤกษ์ และนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน กลับไม่ได้รับการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรี ทำให้มีการพูดกันว่าหากเป็นเช่นนี้ให้ย้ายไปอยู่พรรคอื่น แล้วหา ส.ส.สังกัดกลุ่มให้ได้ 5 คนก็ได้เป็นรัฐมนตรีแล้ว ไม่จำเป็นที่จะต้องเข้าสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ และทำงานให้พรรคอย่างนี้

เตรียมโละ กก.บห.พรรคชุดปัจจุบัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนของ ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ภาคอื่นเว้นภาคใต้ เริ่มมีการจับกลุ่มพูดคุยกันถึงเรื่องแยกตัวออกจากพรรค โดยจะเคลื่อนไหวในแบบคลื่นใต้น้ำก่อน เพื่อต่อต้านการบริหารงานของนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ โดยจะพยายามให้มีการคัดเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ที่ไม่ง่ายต่อการถูกครอบงำหรือล็อบบี้ เพราะไม่ต้องการให้อำนาจบริหารพรรคเบ็ดเสร็จอยู่กับนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ หากไม่สำเร็จการเลือกตั้งครั้งต่อไปอาจมีการตัดสินใจบางสิ่งบางอย่างต่อไป เพราะที่ผ่านมานายอภิสิทธิ์ก็เคยบริหารงานบุคคลแบบไม่ฟังเสียงใครมาแล้ว เช่น การพยายามผลักดันนายศิริโชค โสภา ขึ้นเป็นโฆษกพรรค ทั้งๆที่ในพรรคไม่ตอบรับ จนกระทั่งไปลงมติเลือก นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ ที่ความจริงไม่ต้องการเป็นโฆษกพรรค แต่ถูกทาบทามมาเพื่อเป็นคู่แข่งของนายศิริโชคเท่านั้น จนทำให้นายอภิสิทธิ์เสียหน้าในกรณีดังกล่าวมาก

แกนนำขอร้องให้คนอกหักหุบปาก

หลังจากโผรายชื่อ ครม.ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ หลุดออกมา และมี ส.ส.และแกนนำพรรคหลายคนไม่พอใจ ทางผู้บริหารในพรรคได้ขอให้ทุกคนสงบปากคำเพื่อเห็นแก่ พรรค แต่ก็มี ส.ส.ของพรรคหลายคน อาทิ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง และนายจุติ ไกรฤกษ์ ส.ส.พิษณุโลก ได้ออกมาวิจารณ์ถึงการโหวตเลือกผู้เหมาะสมดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ล่าสุดนายอภิสิทธิ์พยายามโทรศัพท์เพื่อจะติดต่อขอเคลียร์ แต่ ส.ส.หลายคนยังเก็บตัวเงียบ บางคนไม่ยอมรับโทรศัพท์ ในส่วนของนายองอาจเตรียมเดินทางไปสหรัฐอเมริกา เช่นเดียวกับนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ที่ไม่รับโทรศัพท์นายสุเทพและนายอภิสิทธิ์ และยังอยู่ในพื้นที่ไม่ขึ้นมาที่พรรคเช่นกัน

"แม้ว"โฟนอินที่ขอนแก่น โวยถูกปล้นส.ส.เรียกร้องให้รวมกลุ่มกันอีก ผบ.ทร.ไม่หวั่น"เสื้อแดง"บุกสภา29ธ.ค.

ที่มา มติชนออนไลน์

ผบ.ทร. ไม่ห่วงม็อบเสื้อแดงล้อมหน้าสภา 29ธ.ค. "แม้ว"ใช้ยุทธการป่าล้อมเมือง โฟนอินที่ขอนแก่น โวยถูกปล้น ส.ส."จตุพร"ยันไม่ปิดทางเข้าสภาฯ ฉะ"นายกฯสามบาท"เล่นละครอ้อนอีสานไม่เนียน ผบ.สส.เชื่อไม่ซ้ำรอยเหตุ 7 ตุลาฯ อดีตคมช.ซัด"แม้ว" ตัวทำปท.วุ่นวาย ตกเป็นหุ่นเชิดทำลายชาติและสถาบัน เหน็บเมียยังทิ้ง

ผบ.ทร. ไม่ห่วงม็อบเสื้อแดงล้อมหน้าสภา 29ธ.ค.


เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ(ผบ.ทร.) กล่าวว่า ไม่รู้สึกเป็นห่วงกรณีกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) นัดชุมนุมใหญ่และเคลื่อนไหวเข้าปิดล้อมรัฐสภา เพื่อขัดขวางการแถลงนโยบายของรัฐบาล ในวันที่ 29 ธันวาคมนี้ เพราะที่ผ่านมาทางนปช. ได้ย้ำจุดยืนเสมอว่าจะชุมนุมอย่างสงบ ซึ่งถือเป็นสิทธิในการแสดงความคิดเห็นหรือการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญ และจากการที่ได้รับทราบข้อมูลจากผู้อำนวยการสำนักงานตำรวจนครบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็เห็นว่ามีมาตรการในการดำเนินงานด้วยการใช้สันติวิธีเช่นเดียวกัน ดังนั้น จึงรู้สึกเบาใจและไม่ห่วงต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น



"แม้ว"โฟนอินไปขอนแก่นโวยถูกปล้นส.ส.-ปลุกชาวบ้านสู้



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 18.30น. วันที่ 20 ธันวาคม ที่จังหวัดขอนแก่น กลุ่มคนเสื้อแดงขอนแก่น ราว 200คน นำโดยนางซาบินา ชาห์ และนายขวัญชัย ไพรพนา แกนนำคนเสื้อแดง จ.อุดรธานี ร่วมชุมนุมที่ลานน้ำพุ ริมบึงแก่นนคร อ.เมืองขอนแก่น เรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ยุบสภาหรือลาออกเพื่อคืนอำนาจให้ประชาชนเลือกตั้งใหม่


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรดาแกนนำคนเสื้อแดงลุกขึ้นกล่าวโจมตีกลุ่มเพื่อนเนวินทรยศต่อพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และประชาชนที่เลือกตั้งบุคคลเหล่านั้นเข้าไปเป็นส.ส. และยังระบุรัฐบาลนายอภิสิทธิ์เป็นรัฐบาล"นอมินี"ของทหาร ไม่ได้ทำเพื่อคนรากหญ้า แต่ทำเพื่อกลุ่มศักดินาจึงต้องการให้ยุบสภาหรือลาออก



ช่วงเวลา 20.00น.แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุม โทรศัพท์ติดต่อพ.ต.ท.ทักษิณ โดยพ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งหลบหนีคดีอยู่ในต่างประเทศพูดผ่านโทรศัพท์ว่า "ผมมีความเป็นห่วงประชาชน แต่ขณะนี้ยังประสบความลำบากกับไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน และไม่ได้รับความเป็นธรรมจากรัฐบาล อยากจะกลับมาประเทศไทยเพื่อหาโอกาสช่วยเหลือประชาชน แต่ไม่รู้จะได้กลับมาเมื่อไหร่ ฝากความรักความเป็นห่วงประชาชน หากมีโอกาสได้กลับมา ก็จะรับใช้ประชาชนเหมือนที่เคยทำมา คิดว่าจะทำให้ประเทศไทยและคนไทยมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น"



พ.ต.ท.ทักษิณโจมตี กลุ่มส.ส.และสมาชิกพรรคพลังประชาชนเดิม ที่ผันตัวไปออกเสียงโหวตลงคะแนนเลือกให้พรรคประชาธิปัตย์ขึ้นเป็นแกนนำรัฐบาล โดยเรียกร้องกับกลุ่มผู้สนับสนุนว่า



"ขอให้พวกเราร่วมมือช่วยกันต่อสู้ จากเหตุที่ถูกปล้น ส.ส.ไป ต้องพากลับมา แม้ว่าผมจะต้องลำบากระหกระเหินอยู่ต่างประเทศ ไม่มีที่อยู่หลักแหล่งแน่นอน แต่ก็หวังว่า พวกเราจะช่วยกันกลับมาพัฒนาประเทศชาติได้"



หลังการโฟนอินของพ.ต.ท.ทักษิณ บรรดาผู้ร่วมชุมนุมโห่ร้องแสดงความยินดี จากนั้นนายขวัญชัยประกาศว่า กลุ่มคนเสื้อแดงจะนัดเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องรัฐบาลยุบสภาหรือนายอภิสิทธิ์ลาออกคืนความชอบธรรมให้ประชาชน และให้พ.ต.ท.ทักษิณกลับเข้ามากู้ประเทศ

นายกฯชี้สิทธิเสื้อแดงชุมนุมอย่าผิดกม.


นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เคารพสิทธิทางการเมืองไม่ขวางกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง นัดชุมนุมใหญ่ต่อต้านรัฐบาลนายอภิสิทธิ์บริเวณท้องสนามหลวง ในวันที่ 28 ธันวาคม แต่ให้อยู่ในขอบเขตของกฎหมาย ทั้งนี้นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อเวลา 09.00น. วันที่ 20 ธันวาคม ก่อนเดินทางไปร่วมงานสัมมนาส.ส.พรรคที่อ.เกาะสมุย จ.สุราษฏร์ธานีว่า จะไปคาดหวังว่าให้เหตุการณ์ทุกอย่างจบลงไปในทันทีไม่ได้ ซึ่งกลุ่มเสื้อแดงมีสิทธิที่จะเคลื่อนไหวทางการเมืองภายใต้รัฐธรรมนูญ การจัดเวทีปราศรัยที่สนามหลวงก็เป็นสิทธิที่ทำได้ ขออย่างเดียวคือเจ้าหน้าที่จะต้องดูแลให้เกิดความสงบเรียบร้อย ไม่ให้มีการทำลายทรัพย์สินหรือทำผิดกฎหมาย


ผู้สื่อข่าวถามว่าต้องเพิ่มกำลังรักษาความปลอดภัยหรือไม่หากกลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนมาที่รัฐสภาในการแถลงนโยบายวันที่ 29 ธันวาคม นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ต้องดูแล ต้องป้องกันมากขึ้นคือไม่ให้เกิดความรุนแรงจากกลุ่มผู้ชุมนุมด้วย ส่วนเหตุการณ์จะซ้ำรอยกับเมื่อการแถลงนโยบายของรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ที่กลุ่มพันธมิตรออกมาปิดล้อมหรือไม่นั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่าจะพยายามให้ราบรื่นที่สุด และหวังว่าทำได้


ตร.เกาะติดระบุเรียบร้อยไม่มีรุนแรง


ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผู้ช่วยผบ.ตร.) ในฐานะหัวหน้างานประชาสัมพันธ์ ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.)เปิดเผยหลังประชุมศปก.ตร.ว่า พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ จเรตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทนผบ.ตร. เน้นย้ำถึงนโยบายของนายอภิสิทธิ์ที่ได้มอบหมายให้ตร.เข้าไปดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยของผู้ชุมนุม ทั้งในวันก่อนแถลงนโยบายและในวันแถลงนโยบายของรัฐบาล จากการติดตามสถานการณ์ ความเคลื่อนไหวต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด และต่อเนื่องตลอดมา คาดว่าทุกอย่างจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและจะเป็นการชุมนุมโดยสงบไม่น่าจะมีเหตุร้ายใด ๆเกิดขึ้น ยืนยันว่า ตำรวจจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความละมุนละม่อม ไม่ใช้ความรุนแรง หลีกเลี่ยงการปะทะและจะไม่ทำร้ายประชาชนโดยเด็ดขาด


ส่วนกรณีที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน สรุปความเห็นเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจในวันที่ 7 ตุลาคม ที่ผ่านมาให้กับประชาชน ไปแล้วนั้น พล.ต.ท.พงศพัศ กล่าวว่า รรท.ผบ.ตร. ได้กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่าเป็นเรื่องที่ไม่มีใครต้องการให้เกิดขึ้น และเสียใจต่อความสูญเสียทั้งชีวิต และทรัพย์สินที่เกิดขึ้น และจะใช้เป็นทบเรียนอุทาหรณ์ไม่ให้เกิดขึ้น


"จตุพร"ลั่น29ธ.ค.เคลื่อนไปหน้าสภา


ขณะที่ นายจตุพร พรมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และผู้ดำเนินรายการความจริงวันนี้ กล่าวถึงการนัดชุมนุมใหญ่วันที่ 28 ธันวาคม ที่สนามหลวงว่าจะเป็นการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนอกสภา เพราะเป็นรัฐบาลต่างตอบแทนอย่างชัดเจน ทั้งตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ซึ่งเป็นการตอบแทนทหาร ตำแหน่งรมว.ต่างประเทศ ของนายกษิต ภิรมย์ เป็นการตอบแทนกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯของ นายวีระชัย วีระเมธีกุล เป็นการตอบแทนกลุ่มทุน นอกจากนี้ตำแหน่งรมว.มหาดไทยของ นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล ก็เป็นการตอบแทนการทำหน้าที่รักษาการนายกฯ


"กระบวนการจัดทำโผครม.เป็นใบเสร็จที่บอกกระทำผิดสำเร็จทั้งหมด ในวันที่ 28 ธันวาคม จึงมีการชำแหละก่อนการแถลงนโยบาย 1 วัน และเชื่อว่าประชาชนผู้รักประชาธิปไตย จะไปชุมนุมบริเวณหน้ารัฐสภาในวันที่ 29 ธันวาคมนี้ด้วย แต่จะไปชุมนุมกันอย่างสงบ และเปิดให้มีการเข้าไปแถลงนโยบายได้"


เมื่อถามกระแสข่าวมีการวางแผนย้อนเกล็ดเหตุการณ์ 7 ตุลาคม นายจตุพรกลาวว่า นปช.ไม่มีท่วงทำนองแบบที่พันธมิตรทำ แต่จะชี้ให้เห็นว่า การได้อำนาจมามิชอบ ต้องรับผิดชอบ ไม่ใช่จะเสวยสุข แล้วมาเรียกร้องความสงบสุข เพราะประชาธิปไตยถูกแทรกแซงอย่างย่อยยับ แล้วยังมาต้องการบริหารโดยความสงบสุข มันไม่ยุติธรรม


ซัด"กษิต"คุมบัวแก้วประจานตัวเอง


นายจตุพรกล่าวว่า ปัญหาความวุ่นวายที่เกิดขึ้นตลอดช่วงที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งสิ้น โดยผ่าน นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ส.ส.ของพรรคซึ่งเป็นแกนนำพันธมิตรและนายกษิต คนเหล่านี้ร่วมกันยึดทำเนียบรัฐบาล และสนามบิน 2 แห่ง นายกษิต จะตอบเรื่องการยึดสนามบินไม่ได้เลย การไปทำหน้าที่ยังประเทศต่างๆของนายกษิตจะเป็นการไปประจานประเทศและตัวนายกษิตเอง


"มีคำถามมากมายเรื่องการยึดทำเนียบและสนามบินของพันธมิตรฯ นายกษิตจะตอบได้หรือ มันไม่ใช่ความน่ากลัวแต่เป็นความน่าเกลียดของประเทศ ไม่ใช่ของควรโชว์ให้ต่างประเทศดู หากจะคิดไปเล่นงาน พ.ต.ท.ทักษิณ (ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี) ก็ต้องแก้ปัญหาตัวเองให้ได้ก่อน ความวุ่นวายในวันนั้นเกิดจากพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อทำให้ตัวเองมาเป็นรัฐบาลแทน แล้วยังจะมาเรียกร้องให้ทุกฝ่ายอยู่ในความสงบ ถือเป็นข้อเรียกร้องที่เห็นแก่ตัว เพราะที่มาด่างพร้อย วันนี้คนในพรรคประชาธิปัตย์เองก็รู้ จึงมีการออกมาแสดงออก"นายจตุพรกล่าว


เชื่อปชช.สั่งสอนนักการเมืองทรยศ


นายจตุพร กล่าวอีกว่าขอวิจารณ์ในฐานะคนที่ติดตามกระบวนการล้มรัฐบาลที่ผ่านมาว่าเป็นกระบวนการเดียวกัน รัฐบาลมาจากกระบวนการทำลายล้าง แล้ววันนี้ จะบอกมาให้ดีกัน มันไม่ได้ ตำแหน่งรัฐมนตรีที่ออกมา มันมัวหมอง มีข้อครหาหลายตำแหน่ง ทางที่ดี ให้ทำตามที่นายอภิสิทธิ์บอกไว้ก่อนหน้านี้ คือ ให้ยุบสภา คืนอำนาจให้ประชาชน


เมื่อถามว่าแต่ครั้งนี้มีกุนซือการเมืองที่เพิ่งแยกตัวจากพรรคพลังประชาชนไปช่วยด้วย นายจตุพรกล่าวว่า วันนี้ประชาชนไปไกลกว่านักการเมือง และไม่ได้ติดที่ตัวคน แต่ติดที่พฤติการของนักการเมือง ถ้านักการเมืองมีพฤติการณ์ตรงข้ามกับประชาธิไตย ตรงข้ามกับแนวทางที่เคยประกาศไว้ ประชาชนจะไม่เชื่อ เห็นจากหลายครั้ง นักการเมืองหลายคนที่มีพฤติการทรยศ ประชาชนพื้นที่ก็ไม่ต้อนรับ ครอบครัวไม่สามารถสู้หน้าประชาชนได้ วันนี้ประชาชนจะพิสูจน์ให้นักการเมืองเห็นในวันเลือกตั้ง ถ้าไปทรยศ ประชาชนพร้อมสั่งสอนนักการเมือง


ฉะนายกฯสามบาทเล่นละครไม่เนียน


"ที่นายอภิสิทธิ์พยายามเล่นละคร อ้อนคนอีสาน โดยเฉพาะที่ยกเรื่องแหวนยายเนียมขึ้นมานั้น คือการพยายาม แต่ไม่ตรงกับการแสดง เพราะจะได้ใจหรือไม่ได้ใจ มันอยู่ที่จุดยืนในการตั้งใจแก้ปัญหาจริงๆ มากกว่าการลำดับเรื่องให้เห็นใจ กรณีที่ยกมาเป็นละครฉากหนึ่ง ที่ต้องการชี้ให้เห็นว่า ตัวเองให้ความสนใจจากคนอีสาน แต่มันไม่เนียน เหมือนที่ไปกวาดขณะที่ทำเนียบ ดูไม่เนียน เพราะจับไม้กวาดไม่ถูก เนื่องจากไม่เคยกวาดขยะ การพยายามทำกับเนียน เป็นมาร์คออฟเดอะริง การส่งเอสเอ็มเอสสามบาท ในอดีตมีหนังเรื่อง ผีสามบาท วันนี้มี นายกฯสามบาท เพราะมีตัวแทนกลุ่มทุนที่มาเป็นรัฐมนตรี ได้ประโยชน์จากค่าเอสเอ็มเอสนี้ การขึ้นมาของนายอภิสิทธิ์ เป็นภาระให้ประชาชน ในอดีตตอนไปทำวาระประชาชนที่อีสาน นายอภิสิทธิ์ ก็ทำตัวเป็น มาร์คสิงห์คะนองนามาแล้ว ด้วยการสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวไถนา ไม่เนียน"


นายจตุพรกล่าวว่า ด้วยปัจจัยต่างๆ รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช มีอายุ 7 เดือน รัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ มีอายุ 2 เดือนครึ่ง ดังนั้นเชื่อว่าอายุรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ไม่น่าเกินอายุของรัฐบาลนายสมชาย เพราะคนไทยไม่ยอมให้ใครมาปล้นซึ่งหน้า รัฐบาลประชาธิปัตย์จะระเบิดทั้งจากภายใน และภายนอกที่ผู้รักประชาธิปไตยไม่ยอมรับ


เล็งผุดบ้านใหม่"ความจริงวันนี้"


นายจตุพรยังกล่าวถึงรายการ "ความจริงวันนี้" อีกครั้งว่า เชื่อว่าคงยากที่จะได้กลับมาออกอากาศกาศทางโทรทัศน์เอ็นบีทีเพราะขนาดสัญญายังไม่หมด ยังมีการใช้วิธีนำรายการอื่นมาแทรก โดยอ้างว่าเป็นรายการที่จำเป็น ซึ่งตรวจสอบเนื้อหาไม่พบว่าจำเป็นแต่อย่างใด แต่เป็นวิธีการของเอ็นบีทีเพื่อหยุดรายการความจริงวันนี้ โดยไม่ต้องยกเลิกสัญญา เป็นวิธีการทางการเมือง ส่วนจะมีการฟ้องร้องเนื่องจากยังไม่ครบกำหนดเวลาตามสัญญาหรือไม่นั้น แม้จะมีกลไกอื่นมาแทรก แต่ไม่อยากเปิดศึกกับเอ็นบีทีโดยตรง เพราะเข้าใจสถานการ์ของการแทรกแซง


นายจตุพรกล่าวว่าแม้จะไม่สามารถออกเอ็นบีทีได้ ก็สามารถถ่ายทอดผ่านทางช่อง เอ็มวี 5 เป็นเวลา 5 ชั่วโมงต่อวันเช่นเดิม แต่ผู้ดำเนินรายการก็มีความคิดที่จะทำสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมขึ้นใหม่ในช่องที่มีคนทำอยู่แล้ว โดยจะรูปแบบรายการเดิม ชื่อเดิม ผู้ดำเนินรายการและเนื้อหาเหมือนเดิม เพียงแต่จะขอไปร่วมด้วยคาดว่าจะเริ่มทำได้ในเดือนมกราคม 2552


ผบ.สส.เชื่อไม่ซ้ำรอยเหตุ7ตุลาฯ


วันเดียวกัน เวลา 13.00 น. ที่กองการบิน กรมการขนส่งทหารบก (ขส.ทบ.) พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด(ผบ.สส.) ให้สัมภาษณ์ถึงกลุ่มนปช.ชุมนุมใหญ่วันที่ 28 ธันวาคม และจะเคลื่อนไปปิดล้อมรัฐสภาว่าหากมีการแสดงความคิดเห็นหรือมีการชุมนุม คนไทยทราบอยู่แล้ว ว่า ช่วงเวลาที่ผ่านมาเกิดอะไรบ้างกับบ้านเมือง คงไม่อยากให้เกิดสภาพซ้ำแล้วซ้ำอีก เพื่ออนาคตของประเทศชาติและบ้านเมือง จึงอยากเห็นภาพการปฏิบัติต่างๆที่สมานฉันท์ ขณะนี้รัฐบาลยังไม่ได้เริ่มทำงาน หากการเคลื่อนไหวอยู่ในขอบเขตกฎหมาย ในระบอบประชาธิปไตย คิดว่าไม่น่ามีปัญหา


เมื่อถามว่าห่วงหรือไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์เหมือนวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา พล.อ.ทรงกิตติ กล่าวว่า ไม่น่าจะมี ทหารติดตามตามขั้นตอนและภาระหน้าที่โดยได้มีการประสานกับตำรวจ หากมีการร้องขอสนับสนุน ซึ่ง ผบ.เหล่าทัพมีการพูดคุยในการประชุมและมีการพบกันตามปกติ


อดีตคมช.สับ"แม้ว"ตัวทำปท.วุ่นวาย


ด้าน พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม อดีตหัวหน้าสำนักงานเลขาธิการคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ(คมช.) ให้สัมภาษณ์ในรายการ "ลับลวงพราง"ทางสถานีวิทยุ 100.50 เมกกะเฮิร์ตซ ถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ระบุกองทัพเข้าไปแทรกแซงการเมืองในการจัดโผครม."อภิสิทธิ์1" ว่า ไม่ใช่หน้าที่ของกองทัพ ที่จะเข้าไปแทรกแซงการเมือง แต่วิธีการที่ไม่ให้การเมืองเข้ามาแทรกแซงกองทัพ คือ กองทัพจะต้องเข้าไปแทรกแซงการเมืองก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาตามมาในภายหลัง


"ปัญหาทุกวันนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ (ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี) คนเดียวที่ทำให้ประเทศวุ่นวาย พ.ต.ท.ทักษิณควรย้อนกลับดูตัวเองใหม่ ว่า ตัวเองเริ่มต้นมาจากอะไร ครอบครัวมาจากไหน เป็นคนไทยหรือเปล่าหรือครอบครัวเป็นคนจีนมาอาศัยแผ่นดินไทย แล้วมาตักตวงผลประโยชน์จากประเทศไทยไป ความดีกับสิ่งที่พ.ต.ท.ทักษิณทำลายประเทศ ลบล้างกันได้หรือไม่ การทำให้ประชาชนเกิดความแตกแยก ถือเป็นสิ่งที่เลวร้ายที่สุดที่ไม่เคยเกิดขึ้นในสมัยใด ดังนั้น พ.ต.ท.ทักษิณควรจะหยุด ถ้าหยุดพ.ต.ท.ทักษิณ จะเจอความสุขที่แท้จริง" พล.อ.สมเจตน์กล่าว


ตกเป็นหุ่นเชิดทำลายชาติ-สถาบัน


พล.อ.สมเจตน์ กล่าวว่า เชื่อว่าพ.ต.ท.ทักษิณไม่มีแนวคิดถึงขั้นเปลี่ยนแปลงระบอบการเมืองไทย แต่คิดว่า พ.ต.ท.ทักษิณอาจจะถูกชักใย และถูกใช้เป็นเครื่องมือ เมื่อก่อนพรรคคอมมิวนิสต์อยู่ใต้ดิน ปัจจุบันขึ้นมาอยู่ข้างบน แล้วใช้อำนาจ ส.ส.เข้ามายึดอำนาจรัฐ เปลี่ยนแปลงโดยใช้ทุน พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นเพียงหุ่นเชิด วันหนึ่งพ.ต.ท.ทักษิณจะเสียใจ ที่ถูกใช้เป็นหุ่นเชิดให้ทำลายประเทศชาติ


"ท่านอาจจะปากไวในความคิด แต่เชื่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้มีความคิดมุ่งทำลายสถาบัน แต่พ.ต.ท.ทักษิณ หารู้ไม่ว่า ตกเป็นเครื่องมือของบุคคลที่ทำลายสถาบัน ยังมีกลุ่มที่คิดตรงนี้อยู่ ใครที่เป็นที่ปรึกษาของพ.ต.ท.ทักษิณอยู่ในขณะนี้ ถือว่าเป็นตัวอันตราย"


แนะอยู่ตปท.สักระยะคนไทยให้อภัย


พล.อ.สมเจตน์กล่าวว่า "ทักษิณ ต้องคิดว่า เป็นนักเรียนเตรียมทหารมาครึ่งชีวิต เอาทุนรัฐบาลไปเรียนต่างประเทศ แล้ววันหนึ่งมีเงินเป็นหมื่นล้านด้วยธุรกิจของตัวเอง แต่วันนี้ถูกยึดทรัพย์ไปหลายหมื่นล้าน หากคุณเป็นคนดี ไม่ได้โกงกิน แต่ถูกใส่ร้าย คุณยอมเสียสละให้สังคมตราหน้าไประยะเวลาหนึ่งได้หรือไม่ แล้ววันเวลาจะพิสูจน์ได้เองว่า คุณเป็นคนดี และเมื่อกาลเวลาพิสูจน์ เขาจะยกย่องคุณ และคุณจะเป็นรัฐบุรุษ เหมือนกับนายปรีดี พนมยง ที่เคยพิสูจน์ตัวเองมาแล้ว"


"พ.ต.ท.ทักษิณ ควรอยู่ต่างประเทศสักระยะ เดี๋ยวคนไทยก็ให้อภัย จากนั้นก็เข้ามาต่อสู้ตามหลักฐาน วันหนึ่งพ.ต.ท.ทักษิณ ขนาดคุณหญิงพจมาน ชินวัตร อดีตภรรยายังทิ้ง พ.ต.ท.ทักษิณต้องกลับมาคิดใหม่ และหากละกิเลสได้เมื่อไรจะมีความสุข แต่หากคิดไม่ได้อาจจะตายเพราะความทุกข์”พล.อ.สมเจตน์ กล่าว

'ทักษิณ'โฟนอินปลุกขอนแก่นจี้ปปช.ลากส.ส.ถูกปล้นกลับคืน

ที่มา ประชาทรรศน์

เสื้อแดงขอนแก่นฮึกเฮิม'ทักษิณ'เปิดศึกเชิงรุก เซอร์ไพส์โฟนอิน เตือนคนเสื้อแดงอย่าทำผิดกม. ตัดพ้อรบ.ไม่ให้ความเป็นธรรม ไม่รู้ชะตาตัวจะได้เหยียบแผ่นดินแม่อีกไหม กร้าวโจมตีส.ส.พปช.เดิมเปลี่ยนขั้วชูมือดันก้น'มาร์ค'นั่งนายกฯ ลั่นฝากปปช.เรียกตัวคืน เสื้อแดงอีสาน-เหนือ นัดเคลื่อนพล 28 ธ.ค.จี้รบ.ยุบสภา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลากลางดึกของคืนวันนี้ (21 ธ.ค.) ที่จ.ขอนแก่น มีการเปิดเวทีปราศรัยของกลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งชุมนุมกันที่ลานน้ำพุ ริมบึงแก่นนคร เพื่อต่อต้านรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมีกลุ่มคนเสื้อแดงชาวขอนแก่นราว 200คน นำโดยนางซาบินา ชาห์ และนายขวัญชัย ไพรพนา แกนนำคนเสื้อแดง จ.อุดรธานี

ทั้งนี้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ต่อสายโทรศัพท์(โฟนอิน)เข้าไปในการเปิดเวทีปราศรัยของกลุ่มคนเสื้อแดง ทั้งนี้ได้ใช้เวลาในการโฟนอินราว 6 นาที โดยเนื้อหารายละเอียดในการโฟนอินครั้งนี้ พ.ต.ต.ทักษิณ กล่าวว่า ตนเองมีความเป็นห่วงผู้ชุมนุม และประชาชน ไม่อยากให้ทำในสิ่งที่ผิดกฎหมาย และต้องปฏิบัติตามกรอบประชาธิปไตย ถึงแม้ว่าจะมีความไม่ยุติธรรมเกิดขึ้นในสังคม ส่วนตนนั้นไม่อาจรู้ได้ว่าจะได้กลับประเทศไทยเมื่อไร หากมีโอกาสได้กลับมาก็จะรับใช้ประชาชนเหมือนที่เคย และคิดว่าจะทำให้ประเทศไทย และคนไทยมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้

"ผมมีความเป็นห่วงประชาชน แต่ขณะนี้ยังประสบความลำบากกลับไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน และไม่ได้รับความเป็นธรรมจากรัฐบาล อยากจะกลับมาประเทศไทยเพื่อหาโอกาสช่วยเหลือประชาชน แต่ไม่รู้จะได้กลับมาเมื่อไหร่ ฝากความรักความเป็นห่วงประชาชน หากมีโอกาสได้กลับมา ก็จะรับใช้ประชาชนเหมือนที่เคยทำมา คิดว่าจะทำให้ประเทศไทยและคนไทยมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น"

พ.ต.ท.ทักษิณ ยังได้กล่าวโจมตีกลุ่ม ส.ส.และสมาชิกพรรคพลังประชาชนเดิม ที่หันไปลงคะแนนเลือกนายอภิสิทธิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี และขอให้กลุ่มคนเสื้อแดงร่วมมือกันต่อสู้กับการที่ถูกปล้น ส.ส.ไป ต้องพากลับมา

ด้านนายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร ซึ่งเดินทางไปร่วมชุมนุม และขึ้นเวทีปราศรัย ได้ส่งสัญญาณถึงกลุ่มเสื้อแดงในภาคอีสานและภาคเหนือว่า จะเคลื่อนไปชุมนุมที่กรุงเทพฯ ในวันที่ 28 ธ.ค.ด้วย โดยจะเป็นการนัดเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องรัฐบาลยุบสภาหรือนายอภิสิทธิ์ลาออกคืนความชอบธรรมให้ประชาชน และให้ พ.ต.ท.ทักษิณกลับเข้ามากู้ประเทศชาติต่อไป

'กลุ่ม16'จับมือต่อชะตาเล็งตั้งพรรคใหม่ปัดไม่ซบเพื่อไทยหวั่นสะเทือน

ที่มา ประชาทรรศน์

'กลุ่ม 16' เตรียมผงาด 'เนวิน-พินิจ-สุชาติ-สมศักดิ์-สุวัจน์-สรอรรถ' กอดคอ เตรียมตั้งพรรคใหม่ เจาะฐานเสียงอีสาน-เหนือ ตั้งธงต้องเป็นพรรคใหญ่อันดับ 2 ปัดลาขาดไม่ขอซบเพื่อไทย 'ศุภชัย' ย้ำรอรัฐบาลแถลงนโยบายสัปดาห์หน้ารู้ทิศทางพรรคใหม่

กระแสการเมืองยังคงเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดวันนี้( 21ธ.ค.) มีรายงานข่าวจากกลุ่มเพื่อนเนวินกล่าวเปิดเผยว่า ขณะนี้มีอดีตสมาชิกกลุ่ม 16 ประกอบด้วย นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำกลุ่มเพื่อนเนวิน นายพินิจ จารุสมบัติ แกนนำกลุ่มวังพญานาค พรรคเพื่อแผ่นดิน นายสุชาติ ตันเจริญ แกนนำกลุ่มบ้านริมน้ำ พรรคเพื่อแผ่นดิน นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำอดีตพรรคมัชฌิมาธิปไตย

นอกจากนี้ยังมีนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ แกนนำพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา และนายสรอรรถ กลิ่นประทุม แกนนำกลุ่มภาคกลาง อดีตพรรคพลังประชาชน ได้มีการหารือกันหลายครั้งหลังจากพรรคพลังประชาชนถูกยุบ และเกิดการพลิกขั้วจัดตั้งรัฐบาล เพื่อจับมือกันร่วมทำงานทางการเมือง โดยได้มีการตั้งเป้าหมายว่าจะจับมืออยู่รวมกันเพื่อสร้างพรรคการเมืองใหม่ ให้เป็นพรรคใหญ่ลำดับที่ 2 โดยมีเป้าหมายเพื่อเจาะฐานเสียงทางภาคเหนือและภาคอีสานเนื่องจากได้มีการประเมินแล้วว่า หากเข้าไปรวมกลุ่มกับพรรคเพื่อไทยคงตกอยู่ในภาวะระส่ำระสาย และการจะกลับมาเป็นพรรคขนาดใหญ่ในการเลือกตั้งครั้งหน้าทำได้ลำบาก

ด้านนายศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.นครพนม อดีตพรรคพลังประชาชนกลุ่มเพื่อนเนวินระบุว่าเรื่องดังกล่าวจะมีความชัดเจนหลังรัฐบาลแถลงนโยบาย ในช่วงสัปดาห์หน้า ซึ่งตนยอมรับว่ามีการหารือพูดคุยกันหลายพรรค แต่ขณะนี้เป็นเพียงการหารืออย่างไม่เป็นทางการจึงยังไม่มีข้อสรุปอะไรที่จะนำมาเปิดเผยไ

ท้าวมหาพรหมถูกควักดวงตา+มาร์ค จับไม้กวาด(ไม่เป็น)

ที่มา thaifreenews



อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีคนที่ 27 จับไม้กวาดสร้างภาพวันทำความสะอาดทำเนียบห ลังพันธมิตรออกไป พร้อมจัดพิธีทำบุญปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายพันธ มิตรทำคุณไสย์หลายจุด (ใครทำ?) หลายฝ่ายตกตะลึงพบท้าวมหาพรหมถูกควักดวงตา ทั้งสี่ทิศ