WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, December 23, 2008

ไอ้ทูต 3 ต. !

ที่มา ประชาทรรศน์

คอลัมน์ : ละครชีวิต

โดย ลวดหนาม


กรณี นายกษิต ภิรมย์ รมว. ต่างประเทศ คนใหม่ ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าพร้อมเข้ามอบนโยบายให้กระทรวงการต่างประเทศ

จากนั้นจะมีการตรวจสอบข้อมูลการนำตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยว่าได้มีการดำเนินการถึงระดับใดแล้ว

คำให้สัมภาษณ์ของนายกษิต ไม่เพียงทำให้กลุ่มคนเสื้อแดงรู้สึกโกรธแค้นแล้ว ผมในฐานะที่ต้องเขียนวิพากษ์วิจารณ์เหตุบ้านการเมืองก็รู้สึกไม่ดีไปด้วย

สถานการณ์ในขณะนี้ประเทศไทยกำลังต้องการการฟื้นฟู เยียวยา ผู้ที่กำลังเบื่อหน่ายความวุ่นวายก็กำลังจะกลับสู่ความสงบ เรียบร้อย เดินหน้าทำมาหากินต่อไป

แต่จู่ๆ รัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ก็ “ท้าทาย” ประชาชนด้วยการตั้ง นายกษิต เป็นรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ
ทั้งๆ ที่คนคนนี้ เป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการก่อการร้ายของกลุ่มพันธมิตรฯ ที่ทำผิดกฎหมายหลายอย่าง
การแต่งตั้ง นายกษิต ก็ไม่แตกต่างจาก นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ เพราะประกาศจะจัดการ พ.ต.ท.ทักษิณ ตั้งแต่ไก่โห่

การประกาศตัวเพื่อจำกัด พ.ต.ท.ทักษิณ แบบนี้ทำให้ผมมองว่าประชาชนคงต้องรับเวรรับกรรมต่อไป “เสื้อเหลือง” และ “เสื้อแดง” ก็จะออกมารบราฆ่าฟันกันอีกรอบ

หลายคนคงจำได้ดีว่าครั้งหนึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ เคยพูดคำว่า "ไอ้ทูต 3 ต. " ที่ชอบกล่าวโจมตีพ.ต.ท.ทักษิณ อยู่ตลอดเวลา

“ไอ้ทูต 3 ต.” ในความหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ผมไม่ทราบว่าเป็นใคร แต่ช่วงนั้นทูตที่จ้องกล่าวหาโจมตี พ.ต.ท.ทักษิณ มีอยู่เพียง 3 คน
ประกอบไปด้วย 1. นายอัษฎา ชัยนาม อดีตเอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก
2. นายกษิต ภิรมย์ อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำวอชิงตัน ดี.ซี. และ 3. นายสุรพงษ์ ชัยนาม อดีตเอกอัครราชทูตประจำกระทรวง
ทั้ง 3 คนนี้ พูดกลางเวทีพันธมิตรฯ ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ยิ่งอยู่นาน ก็ยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยย่ำแย่

เป็นการกล่าวหาที่ “บิดเบือน” และจ้องทำลาย พ.ต.ท.ทักษิณ อย่างถึงที่สุด โดยไม่ได้ให้ข้อมูลเลยว่า รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ สร้างคุณประโยชน์ให้กับชาติบ้านเมืองไว้แค่ไหน

คุณงามความดีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่สร้างไว้มาตลอดช่วงการเป็นรัฐบาล โดนพันธมิตรฯ ทำลายให้ล่มจมเพียงแค่ไม่กี่เดือน

ทุกคนทราบดีว่า ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ร่วมนำผู้ชุมนุม กลุ่มพันธมิตรฯ เข้ายึดสนามบินสุวรรณภูมิ รวมทั้งนายกษิต ก็ขึ้นเวทีกลุ่มพันธมิตรฯ บ่อยครั้งและมีรายงานข่าวว่าให้ความเห็นไปในทางสนับสนุนการยึดสนามบิน

ดังนั้น ประชาชนจำนวนมากเกิดความสงสัยใน การกระทำของพันธมิตรฯ และคนในพรรคประชาธิปัตย์
สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ รมว. ต่างประเทศ คนใหม่ อาจจะทำให้ชาวต่างชาติ ยังไม่มีความมั่นใจว่าจะไม่มีการบุกยึดสนามบินอีก
เพราะรัฐมนตรีเคยเป็นผู้ร่วมสนับสนุนด้วยตัวเอง !

โอ้มายก๊อด‘กษิต’สนุก!ยึดสนามบิน

ที่มา ประชาทรรศน์

* ทูตทั่วโลกอึ้ง “อาหารอร่อย-ดนตรีไพเราะ”

เป็นที่น่าตกใจและน่าอับอายไปทั่วโลก เมื่อคนที่เป็นถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการ
ต่างประเทศของไทย มีความชัดเจนว่าเป็นหนึ่งในแกนนำม็อบยึดสนามบินจนถูกประณาม และสร้างผลกระทบไปทั่วทั้งโลกอย่างมหาศาล แถมซ้ำร้ายยังกล้าหาญออกมากล่าวขอร้องทูตต่างประเทศให้มองเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องดีงาม และออกหน้าแก้ตัวให้ม็อบชั่ว โดยอ้างหน้าตาเฉยว่าการชุมนุมเป็นกระบวนการในการผลักดันประชาธิปไตย ให้ก้าวไปข้างหน้า

โอววว!ยึดสนามบินเป็นเรื่องสนุก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 22 ธันวาคมที่ผ่านมา อ้างสำนักข่าว 'เดลี่ เทเลกราฟ'ในประเทศอังกฤษ ว่า นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวต่อบรรดาทูตต่างประเทศประจำประเทศไทยและผู้สื่อข่าวต่างประเทศเมื่อวันศุกร์ที่ 19 ธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งเขาได้สร้างความตื่นตะลึงให้แก่ทูตเหล่านี้ ว่าการเข้ายึดสนามบินสุวรรณภูมิของกลุ่มพันธมิตรฯ เป็นเรื่องสนุกมาก เพราะอาหารก็อร่อย แถมดนตรีก็เยี่ยม พร้อมทั้งกล่าวปกป้องกลุ่มพันธมิตรฯว่า อยากขอให้เหล่าทูตมองกลุ่มพันธมิตรฯ ว่าเป็นการผลักดันกระบวนการความเป็นประชาธิปไตยของไทยไปข้างหน้า

และควรจะมีความสุขเป็นครั้งแรก ที่มีประชาชนธรรมดาออกมาแสดงพลังอย่างเต็มที่เพื่อคัดค้านการคอร์รัปชั่น โดยหากสังคมยังคงต้องเปลี่ยนแปลง ก็จำเป็นจะต้องแลกกับการสูญเสียบ้าง

ซัดม็อบย่ำยีทัวริสต์3.5แสนคน

สำนักข่าวเดลี่ เทเลกราฟ ระบุว่า เหตุการณ์ยึดสนามบินสุวรรณภูมิได้ส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 350,000 คนต้องติดอยู่ในประเทศไทย ซึ่งถือว่าเป็นการทำลายความเชื่อมั่นของนักลงทุนอย่างรุนแรง พร้อมประเมินว่าธุรกิจท่องเที่ยวจะทำให้คนตกงานกว่า 1,000,000 คน ซึ่งเป็นหน้าที่ของนายกษิตที่จะต้องฟื้นภาพลักษณ์ของเมืองไทยต่อนานาชาติ เพราะเคยเป็นผู้สนับสนุนคนสำคัญของกลุ่มพันธมิตรฯ และปัจจุบันก็ยังคงเป็นอยู่

นอกจากนี้ยังระบุอีกว่ามีผู้สังเกตการณ์เป็นจำนวนมากที่เชื่อว่ากลุ่มพันธมิตรฯ จะได้รับการยกเว้นจากการลงโทษและเป็นส่วนหนึ่งในการโค่นล้มอำนาจที่มาจากการเลือกตั้ง เพราะกองทัพได้ต่อต้านอำนาจของทักษิณที่กลับมาอีกครั้ง

สื่อนอกย้ำนายกฯก็ยังเลือกข้าง

ทางกองทัพเองมีหน้าที่ในการรับผิดชอบดูแลรักษาความปลอดภัยแต่ก็ไม่ได้ทำการขัดขวางผู้ประท้วงที่เข้ามาปิดล้อมสนามบินที่เป็นศูนย์กลางการบินของเอเชียเลย

ผู้สื่อข่าวจำนวนมากต่างตั้งข้อสังเกตว่า บุคคลที่มีความสำคัญในกองทัพมีบทบาทในการชักชวนให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตกเป็นเครื่องมือในการสลับขั้วเพื่อจัดตั้งรัฐบาลผสม ถามว่ากองทัพมีบทบาทอะไรในการทำให้พรรคของเขามีอำนาจ นายกษิต ตอบว่า “ไม่รู้”

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีคนใหม่กล่าวว่า สัญญาว่าจะให้ความยุติธรรมแก่กลุ่มพันธมิตรฯ ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังเลือกข้างอยู่ ส่วนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศก็เคยเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในการเป็นแกนนำสำคัญและสนับสนุนกลุ่มพันธมิตร พร้อมกันนี้ก็ยังเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งพรรคประชาธิปัตย์ของนายอภิสิทธิ์ด้วย

ออกโรงแก้ต่าง-ปกป้องพันธมิตร

ขณะเดียวกันยังอ้างถึง ดร.ผาสุก พงษ์ไพจิตร อาจารย์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่กล่าวว่า ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ากลุ่มพันธมิตรฯ ตกเป็นเครื่องมือในการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ ดังนั้นคิดว่า พวกเรากำลังผิดหวังกับรัฐบาลที่คอยเอาใจกลุ่มพันธมิตรที่ทำกิจกรรมมากมายโดยใช้กำลังบังคับให้ปฏิบัติตามกฎหมาย นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ได้กล่าวตำหนิบรรดาทูต และผู้สื่อข่าวต่างประเทศที่ไม่แสดงความเห็นใจต่อเหตุผลของกลุ่มพันธมิตร

โดยนายกษิต เองก็ควรที่จะมีมารยาทในฐานะที่เป็นเจ้าบ้านกับชาวต่างชาติเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของแนวโน้มความรุนแรงที่เกิดขึ้น

นอกจากนี้กลุ่มการ์ดรักษาความปลอดภัยของกลุ่มพันธมิตร ที่พกพาอาวุธปืนมีระเบิดและถูกนานาชาติเรียกว่ากองกำลังติดอาวุธ ก็ถูกนายกษิต แก้ต่างโดยตะแบงว่าแล้วภรรยาของเขาที่มาร่วมชุมนุมทุกเย็นโดยมีเฉพาะอาหารกับยา เป็นส่วนหนึ่งของกองกำลังด้วยหรือเปล่า

เอาเข้าไป!ถึงจะเป็นพธม.แต่เก่ง

ขณะเดียวกันหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์ รายงานเมื่อวันเดียวกันว่า สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้แสดงความยินดีกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของไทย พร้อมกล่าวชื่นชมต่อนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคนใหม่ ว่า เป็นบุคคลที่มีท่าทีที่เป็นมิตร และมีความประนีประนอมมากกว่ารมว.ต่างประเทศของไทยในช่วงที่ผ่านมา ถือเป็นสัญญาณที่ดีแห่งมิตรภาพระหว่างทั้ง 2 ประเทศในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งพรมแดน

ด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี รับผิดชอบงานด้านความมั่นคง กล่าวว่า ไม่กังวลกับเสียงคัดค้านโจมตีนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ กรณีที่ถูกมองว่าใกล้ชิดกับกลุ่มพันธมิตรฯ เชื่อว่าประสบการณ์ด้านการต่างประเทศของนายกษิต จะเป็นประโยชน์ต่อรัฐบาล และจะช่วยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในเรื่องการต่างประเทศได้มาก

"กษิต"ยันท่าทีต้องเปลี่ยนไป

ด้านนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงเสียงวิจารณ์เรื่องท่าทีแข็งกร้าวระหว่างขึ้นเวทีพันธมิตรว่า ขอให้รอดูการทำงานในกระทรวงก่อน แต่ยืนยันว่าท่าทีจะต้องเปลี่ยนไปอยู่แล้ว เพราะขณะนี้สวมหมวกคนละใบ

ส่วนกรณีที่นายกฯให้พิจารณาจับการประชุมอาเซียนซัมมิทที่จ.เชียงใหม่ นายกษิต กล่าวว่า ยังไม่ทราบ
นายกษิตยังเปิดเผยว่า เตรียมเดินทางเข้ากระทรวงครั้งแรก ในวันที่ 24 ธันวาคมนี้ เวลา 09.00 น. เพื่อไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก่อนเข้าทำงานอย่างเป็นทางการ

ปชป.เอาอย่างไรกับเขาพระวิหาร

ส่วนเรื่องของการแก้ปัญหาเขาพระวิหาร ที่นายกษิต เคยพูดจาเอาไว้มากมายบนเวทีพันธมิตรฯ และพรรคประชาธิปัตย์ เคยดาหน้าถล่มรัฐบาลก่อนเอาไว้มากมายนั้น ได้กลายเป็นประเด็นคำถามว่าเมื่อวันนี้นายกษิต ได้ดิบได้ดีเป็นรัฐมนตรี และพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลจะจัดการกับเรื่องดังกล่าวอย่างไร โดยที่หลายต่อหลายเสียงต่างแสดงความไม่เชื่อว่ารัฐบาลนี้จะสามารถแก้ปัญหาได้

ด้านนายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่าเป็นที่ทราบดีว่านายกษิต เคยขึ้นเวทีพันธมิตรฯ กล่าวโจมตีรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช และรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ โดยเฉพาะกรณีปราสาทเขาพระวิหารนั้น เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความบาดหมางและกระทบความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา เป็นที่ทราบดีว่าการปราศรัยด้วยถ้อยคำเหล่านั้นเป็นความพยายามดิสเครดิตรัฐบาล โดยเอาความรักชาติมาเป็นเครื่องมือต่อรอง

กษิตต้องตอบคำถาม2ข้อให้ได้

ในเมื่อนายกษิตได้ขึ้นมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องอธิบายข้อสงสัย 2 ประการต่อสาธารณะคือ1. การกล่าวปราศรัยบนเวทีพันธมิตรฯเพื่อโจมตีรัฐบาลเรื่องปราสาทเขาพระวิหาร จนเป็นเหตุให้เกิดกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ 2. ต้องอธิบายต่อชาวยุโรปถึงการสนับสนุนให้กลุ่มพันธมิตรฯยึดท่าอากาศยานนานาชาติ หากจะมาดำรงตำแหน่งเจ้ากระทรวงการต่างประเทศ

อย่างไรก็ตามแกนนำนปช.ระบุถึงคุณลักษณะของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ว่า ต้องเป็นบุคคลที่สามารถเจรจากับนานาประเทศได้อย่างมีไมตรี และต้องมีความน่าเชื่อถือ แต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานายกษิต เป็นบุคคลที่มีลักษณะใช้อารมณ์เป็นที่ตั้งแบบสุดโต่ง และเคยกล่าวโจมตีรัฐบาลกัมพูชาจนเป็นเหตุให้เกิดความสั่นคลอนระหว่างกองกำลังทหาร และประชาชน ทั้ง 2 ประเทศ

ไม่เชื่อน้ำยาจะทวงคืนได้

ดังนั้นจึงไม่เห็นช่องทางที่นายกษิตจะทำการเจรจากับรัฐบาลกัมพูชาได้อย่างสนิทใจ และไม่เห็นทางที่ไทยจะได้รับประโยชน์จากการเจรจาเกี่ยวกับพื้นที่ทับซ้อนแต่อย่างใด

"ทำได้ไหมหล่ะที่ต้องเอาความจริงมาพูดในวันนี้ เราต้องยอมรับก่อนว่า ปราสาทเขาพระวิหารได้ตกเป็นของเขมรตามคำตัดสินของศาลโลก ตั้งแต่พ.ศ.2505 ไม่ใช่เป็นเพราะรัฐบาลชุดนายสมัคร สุนทรเวช อย่างที่ต้องการโจมตีให้เกิดความเข้าใจผิด สิ่งแรกที่รัฐบาลต้องทำคืออธิบายให้ประชาชนได้เข้าใจในสิ่งที่ถูกต้องอธิบายตามหลักทางกฎหมาย ไม่เช่นนั้นจะเป็นการสร้างความเข้าใจผิดยาวนาน อันที่จริงรมว.ต่างประเทศต้องทำหน้าที่เป็นมิตรกับทุกประเทศ เจรจาแบบสันติ แต่คุณกษิตมีปัญหาเพราะว่าเคยพูดปลุกระดมให้มวลชนเข้าใจผิด จนส่อที่จะเกิดสงครามระหว่าง2ประเทศ แล้ววันนี้จะมาตั้งโต๊ะเจรจาได้สนิทใจได้อย่างไรกัน" แกนนำนปช.กล่าว

นักก.ม.รอดูนโยบายทวงคืน

ด้านนายนรินทร์พงษ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากที่ทราบกันดีทางประวัติศาสตร์ประเทศไทยได้เสียปราสาทเขาพระวิหารให้กับประเทศกัมพูชาตั้งแต่การตัดสินของศาลโลก พ.ศ.2505 ซึ่งนั่นเป็นในการพิจารณาทางข้อกฎหมายและเอกสารที่มีอยู่ จึงไม่ทราบว่าจะคิดค้นหาวิธีใดที่ให้ไทยได้ครองปราสาทเขาพระหารแต่เพียงผู้เดียว ส่วนนายกษิตนั้น ก็เป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นใคร มาจากไหน ซึ่งในเบื้องต้นตนยังไม่อยากที่จะตั้งคำถามกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในขณะนี้ คงต้องรอพิจารณารูปแบบของนโยบายของกระทรวงเสียก่อน ว่าจะมีแนวทางทวงคืนปราสาทเขาพระวิหารตามที่นายกษิตเคยได้อ้างไว้อย่างไรบ้าง แล้วจึงค่อยมาทำการวิเคราะห์กันว่าจะเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน

"เขาพูดโจมตีบนเวทีเรื่องเขาพระวิหาร แต่วันนี้คงไม่ได้เพราะจะยิ่งเป็นผลกระทบถึงความสัมพันธ์ คุณกษิตจะสามารถทำได้หรือไม่เพื่อให้เกิดการเจรจาที่อะลุ่มอล่วยมากที่สุด เพราะผลประโยชน์ระหว่าง 2ประเทศควรได้มาด้วยความประนีประนอม ตรงนี้จะทำได้หรือไม่ต้องรอวิเคราะห์แนวนโบายของพรรคประชาธิปัตย์ ของรัฐบาลเอง" นายกสมคมทนายความฯกล่าว

นักวิชาการหวั่นประเทศพินาศ!รุมไล่'มาร์ค'ดูเงาตัวเอง

ที่มา ประชาทรรศน์



กลุ่มรักประชาธิปไตย จวก'รบ.ไฮแจ็ค' ตั้งสมญา 'มิจฉาธิปไตย' มือถือสากปากถือศีล ชี้เบื้องหลังผลงานเปลี่ยนขั้วการเมืองเพราะข่มและขู่ส.ส. บริหารงานใต้ท็อปบู๊ตสีเขียว ย้ำประเทศไทยคือผู้ชดใช้กรรม ไล่บี้'นายกฯมาร์ค'ส่องกระจกตัวเอง จับตาระวังปฎิรูปการเมืองดันแนวคิดระบบทาสยัดเยียดใส่ประชาชน - นิรโทษกรรมม็อบสถุน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (23ธ.ค.) ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ ห้องราชา มูลนิธิวีรชนประชาธิปไตยร่วมกับสมาพันธ์ประชาธิปไตย ได้จัดงานเสวนาหัวข้อ “รัฐบาลอนาธิปไตย”เพื่อแลกเปลี่ยนทัศนะมุมมองทางการเมืองในปัจจุบัน โดยมีดร.คณิน บุญสุวรรณ อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) 2540 น.พ.สันต์ หัตถีรัตน์ อดีตแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ(นปช.) น.พ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. รศ.ดร.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ อาจารย์คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงมหาวิทยาลัย รศ.ดร.วรพล พรหมิกบุตร อาจารย์นิติศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และดร.วิบูลย์ แช่มชื่น อดีตสมาชิกวุฒิสภา โดยการเสวนาครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมรับฟังจำนวน 300 คน

โดยน.พ.สันต์ได้กล่าวถึงวันที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีแถลงข่าวหลังได้รับการโปรดเกล้าฯว่าจะขอรักษาสถาบันพระมหากษัตย์ ซึ่งหากเป็นจริงอย่างที่นายอภิสิทธิ์พูดแล้วที่มาของ 'มาร์คม.7'นั้นมาจากไหน รวมถึงกรณีที่แถลงว่าจะยุติการเมืองที่ล้มเหลวตนอยากบอกว่าหากการเมืองล้มเหลวก็ล้มตั้งแต่มีรัฐบาลชุดนี้ และสิ่งที่นายอภิสิทธิ์พูดเป็นพวกมือสากปากถือศีล ทั้งนี้ยังมีเรื่องที่น่าตั้งข้อสังเกตคือมีส.ส.ในพรรคประชาธิปัตย์ไปเป็นแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในการบุกยึดท่าอากาศยานนานาชาติแต่นายอภิสิทธิ์หัวหน้าพรรคกลับวางเฉยไม่กระทำการใดๆ นอกจากนี้การจัดตั้งรัฐบาลชุดปัจจุบันซึ่งเป็นแบบเปลี่ยนขั้วนั้นยังเป็นรัฐบาลที่อยู่ภายใต้อำนาจทหารหรืออำนาจมืด สังเกตได้จากก่อนที่จะมีการจัดตั้งรัฐบาลนักการเมืองบางคนถูกนายทหารเรียกตั้วเข้าไปพบ จึงอยากเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ทบทวนพฤติกรรมดังกล่าวด้วย

ด้านรศ.ดร.วรพลกล่าวว่ามีนักวิชาการจำนวนมากที่เห็นบ้านเมืองประสบปัญหาอย่างในปัจจุบันแล้วก็ดีแต่พูดแล้วไม่ทำอะไร และตลอดเวลาที่ผ่านมาตนก็คาดการณ์เกี่ยวกับการเมืองผิดไปหลายเรื่องซึ่งตนเคยมั่นใจว่าพรรคประชาธิปัตย์จะไม่มีโอกาสจัดตั้งรัฐบาลได้เพราะพรรคพลังประชาชนเดิมนั้นเป็นพรรคที่มีเสียงข้างมากและเป็นเสียงที่ประชาชนเลือกมา แต่มาวันนี้พรรคประชาธิปปัตย์ก็สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ เหตุผลเป็นเพราะว่ามีการเปลี่ยนขั้วการเมือง และสาเหตุที่นักการเมืองต้องเปลี่ยนขั้วนั้นตนทราบมาว่าส่วนหนึ่งมาจากการถูกข่มขู่ นั้นมีนักวิชาการจำนวนหนึ่งที่คิดว่าที่มาของนายกรัฐมนตรีคนที่ 27 นั้นได้มาเพราะการขู่กันโชก การติดสินบนซึ่งขัดต่อจริยธรรมและรัฐธรรมนูญ เป็นการได้มาอย่างไม่ถูกกฏหมาย

ขณะที่ดร.คณิน กล่าวแสดงความคิดเห็นทางวิชาการว่าจากเหตุการณ์ที่ผ่านมาตนมองว่ามีความสูญเสียเป็นอย่างมาก แต่ผู้ที่จะต้องชดใช้ก็คือประเทศไทย ทั้งนี้ยังมีสถาบันตุลาการที่ถูกดึงเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างเปิดเผย เหล่าบรรดาองค์กรอิสระทั้งหลายที่ถูก คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.)ตั้งขึ้นมาก็ทำตัวเป็นอำนาจที่ 4 โดยอยู่เหนืออำนาจนิติบัญญัติซึ่งไร้ความเป็นกลาง กองทัพเองก็ถูกนักการเมืองใช้เป็นเครื่องมือ สื่อมวลชนก็เลือกข้าง ระบบพรรคการเมืองก็จะพังพินาศแม้แต่ในอนาคตพรรคประชาธิปัตย์เองก็จะไม่เหลือ หลังจากที่พรรคประชาธิปัตย์ถูกทหารยึดอำนาจไปและตายไปจากความรู้สึกของประชาชนแล้วในขณะนี้ เจตจำนงค์ของประชาชนที่มีความตั้งใจเลือกคนที่ตนหวังเข้ามาบริหารประเทศก็ไร้ความหมายการเมืองก็จะเป็นในรูปแบบอนาธิปไตยที่ไร้ขื่อแป

“สุดท้ายผมคิดว่ารับบาลชุดนี้อยู่ไม่ถึง 3 เดือนและโดยส่วนตัวผมคิดว่าวันที่มีการแถลงนโยบายเราไม่จำเป็นต้องไปปิดล้อมรัฐสภา เพราะวันนั้นจะมีการถ่ายทอดสดการแถลงนโยบายไปทั่วประเทศ ประชาชนก็จะรู้เองว่ารัฐบาลชุดนี้ทำเพื่อใคร”

พร้อมกันนี้น.พ.เหวง กล่าวว่าตนขอเรียกรัฐบาลชุดนี้ว่า 'มิจฉาธิปไตย' เพราะไม่ได้มาตามครรลองของประชาธิปไตย ทั้งนี้ตนอยากฝากถึง รมต.กระทรวงการต่างประเทศคนใหม่ด้วย ว่าคิดว่าตนมีความเหมาะสมแล้วหรือเพราะก่อนหน้านี้กฌเคยเป็นแกนนำเคยร่วมกับพันธมิตรฯบุกยึดสนามบิน เมื่อนักข่าวต่างประเทศถามก็ยังตอบว่าการยึดสนามบินสุวรรณภูมนั้นก็สนุกดี นั่นหรือคือคำตอบของคนที่จะเข้ามาทำหน้าที่ในกระทรวงต่างประเทศ ตนอยากจะบอกให้ประชาชนคอยเฝ้าระวังรัฐบาลชุดนี้ที่อยู่ภายใต้การบงการของพันธมิตรฯที่บอกว่าจะมีการปฏิรูปการเมืองนั้นจะนำรูปแบบการเมือง 70:30 อย่างที่พันธมิตรฯร้องขอมาสานต่อ รวมถึงต้องคอยจับตาดูว่าจะมีการนิรโทษกรรมให้กับพันธมิตรด้วยหรือไม่

‘รบ.สะตอ’ปฏิรูปกลไกสื่อรัฐ!โล๊ะบอร์ดอสมท.-รื้อNBTฟื้นช่อง11

ที่มา ประชาทรรศน์

‘รัฐบาลสะตอ’ เคาะนโยบายปฏิรูปกลไกสื่อรัฐ ลั่นคลอด!กม.คุ้มครองสื่อ ‘สาทิตย์’ ประเดิมงานแรก สั่งรื้อโครงสร้าง NBT “ฟื้นช่อง 11” แถมกระเหี้ยนกระหือรือ!ตั้งบอร์ดใหม่ “อสมท.” หลังแถลงนโยบายเสร็จสิ้น

มีรายงานว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบในหมวดสื่อและการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร ซึ่งถือว่าเป็นนโยบายรัฐบาลที่เกี่ยวกับสื่อซึ่งมีความชัดเจนที่สุดในรอบ 20 ปี

โดยแบ่งเป็น 4 ข้อ คือ 1.ส่งเสริมประชาชนให้รับรู้ข้อมูลข่าวสารจากราชการและสื่อสาธารณะอื่นๆได้อย่างกว้างขวางและเป็นธรรม รวมทั้งให้กลไกภาครัฐ โดยให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ 2.ปรับปรุงกลไกการสื่อสารภาครัฐ โดยให้คำนึงถึงบทบาทของสื่อเพื่อประโยชน์สาธารณะ และสร้างความสมานฉันท์ในชาติ 3.ส่งเสริมและสนับสนุนให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ซึ่งต้องเป็นกิจกรรมที่มีผลตอบแทนเชิงพาณิชย์ต่ำ โดยได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนากิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ 4.จัดให้มีกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้ประกอบวิชาชีพสื่อเพื่อให้สื่อมีเสรี ปราศจากการแทรกแซง และมีความรับผิดชอบต่อสังคม รวมถึงยกเลิกและปรับปรุงกฎหมายที่ขัดต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนและสื่อมวลชน ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

ทั้งนี้ ที่ประชุม ครม.ได้มอบหมายให้นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้กำกับดูแลนโยบายดังกล่าว อย่างไรก็ตามรัฐบาลจะส่งเอกสารนโยบายรัฐบาลให้กับรัฐสภาเพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาที่ประชุมรัฐสภาในวันที่ 29 ธ.ค.นี้

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุม ครม.ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับมอบหมายงานจากนายกรัฐมนตรีให้รับผิดชอบด้านใด แต่คาดว่าน่าจะได้รับผิดชอบเกี่ยวกับการดูแลสื่อ นายกรัฐมนตรีมีแนวคิดจะจัดรายการพูดคุยกับประชาชนในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ แต่ยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับรูปแบบและชื่อรายการ ดังนั้นจึงต้องใช้เวลาพิจารณาสักระยะหนึ่ง โดยจะใช้สถานีโทรทัศน์ของรัฐเป็นช่องทางให้กับนายกรัฐมนตรีในการจัดรายการ

ขณะเดียวกันจะให้เวลาฝ่ายค้านในการจัดรายการลักษณะเดียวกับนายกรัฐมนตรี หากมีการขอมา แต่จะต้องดูรูปแบบอีกครั้ง เพราะช่อง 11 ถือเป็นสื่อของรัฐที่จะต้องใช้เพื่อประโยชน์สาธารณะ ดังนั้นจะต้องดูด้วยว่าจะมีเวลาสำหรับฝ่ายค้านมากน้อยแค่ไหน แต่ยืนยันว่ารัฐบาลจะไม่ปิดกั้น หากเป็นการทำเพื่อประโยชน์

“รัฐบาลชุดนี้มีแนวคิดที่จะทำ NBT กลับไปเป็นช่อง 11 เหมือนเดิม แต่ไม่ใช่นโยบายเร่งด่วนที่จะต้องดำเนินการ และในการพิจารณาจะต้องดูมิติว่าการเปลี่ยนแปลงในช่วงที่ผ่านมาได้ทำประโยชน์ อะไรให้ดีกว่าเดิมบ้าง เพื่อที่จะปรับปรุงให้สื่อของรัฐได้ถูกนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภา พมากที่สุด” นายสาทิตย์กล่าว

เมื่อถามถึงกรณีคณะกรรมการบริหาร บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) หรือบอร์ด อสมท. จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงด้วยหรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า ตามปกติโดยมารยาทแล้วก็น่าจะเป็นเช่นนั้น คือเมื่อมีรัฐบาลใหม่ก็ต้องมีบอร์ดใหม่ แต่ในขณะนี้บอร์ด อสมท.ได้ครบวาระลง ดังนั้นงานแรกหลังจากแถลงนโยบายเสร็จแล้ว ก็จะไปดูแลเรื่องการแต่งตั้งบอร์ด อสมท.ชุดใหม่

สำหรับสถานีโทรทัศน์ NBT มาเปลี่ยนในยุคสมัยที่นายจักรภพ เพ็ญแข เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลของนายสมัคร สุนทรเวช

'จตุพร'จี้'มาร์ค'ปลดรมว.บัวแก้วให้ท้ายม็อบชั่วยึดสนามบิน

ที่มา ประชาทรรศน์

‘เดอะตู่’ เรียกร้อง ‘รัฐบาลอภิสิทธิ์’ จี้ปลดฟ้าผ่าเจ้ากระทรวงบัวแก้ว เหตุสร้างความอับอายไปทั่วโลก หลังโดดป้องม็อบชั่ว-ชื่อชมพันธมารเหตุบุกยึดสนามบิน! ลั่นเดินหน้าซักฟอกในสภาฯ ขู่ฟอด! ‘คนเสื้อแดง’ พร้อมขัดขวาง ส.ส.ร่วมแถลงนโยบายรัฐบาล 29 ธ.ค.นี้ ด้านนายกฯทำมึนไม่รู้ดอดไปจ้อแบบไหน ย้ำดำเนินคดียึดสนามบินต้องเอาหลักฐานมาโชว์

จากกรณีที่นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ได้ให้แถลงต่อบรรดาทูตต่างประเทศประจำประเทศไทยและผู้สื่อข่าวต่างประเทศ ว่าการที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) บุกยึดสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมือง เป็นเรื่องที่สนุก เพราะอาหารก็อร่อย แถมดนตรีก็เยี่ยม พร้อมทั้งกล่าวปกป้องกลุ่มพันธมิตรฯ ว่าอยากขอให้คณะทูตมองกลุ่มพันธมิตรฯ ว่าเป็นการผลักดันกระบวนการความเป็นประชาธิปไตยของไทยไปข้างหน้านั้น

ต่อเรื่องดังกล่าว วันนี้ (23 ธ.ค.) นายจตุพร พรหมพันธ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ได้เรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พิจารณาปลดนายกษิตออกจากตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศ ซึ่งตนเห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม เพราะถือว่าการบุกยึดสนามบินทั้ง 2 แห่ง เป็นการทำร้ายคนไทยทั้งประเทศ โดยหากนายกรัฐมนตรีไม่ดำเนินการใดๆ ก็จะถือว่เห็นด้วยกับการบุกยึดสนามบิน

ทั้งนี้ นายจตุพร สำทับอีกว่า กลุ่มคนเสื้อแดงจะเดินทางไปชุมนุมที่กระทรวงการต่างประเทศแทน ซึ่งในการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา ตนก็จะขออภิปรายในเรื่องดังกล่าว รวมทั้งเรื่องการหนีทหารของนายกรัฐมนตรีด้วย

นอกจากนี้ นายจตุพร ยังกล่าวถึงการจัดรายการความจริงวันนี้สัญจร ภาคสนามหลวง ในวันที่ 28 ธ.ค.นี้ ว่า แกนนำ นปช.กำลังหารือกันว่าจะนำกลุ่มผู้ชุมนุมเดินทางไปปิดล้อมรัฐสภาในคืนวันดังกล่าวเลยหรือไม่ แต่ยืนยันว่าจะไม่มีการขัดขวางไม่ให้ ส.ส.เข้าร่วมประชุมสภาในวันที่ 29 ธ.ค.นี้ และจะไม่บุกยึดรัฐสภาอย่างแน่นอน แต่ต้องการแสดงให้เห็นว่าการได้อำนาจในการปล้นประชาธิปไตยของรัฐบาลเป็นความไม่ชอบธรรมแล้วประชาชนรับไม่ได้

อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายยังได้วิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมในการดำรงตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศของนายกษิต ภิรมย์ เพราะก่อนหน้านี้นายกษิตได้เคยกล่าวปราศรัยบนเวทีพันธมิตรฯ พร้อมกับปราศรัยโจมตีรัฐบาลในกรณีการลงนามแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชาที่สนับสนุนการขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก ในสมัยรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช

โดยครั้งนั้นนายกษิต ระบุว่ารัฐบาลชุดนายสมัครเป็นต้นเหตุให้ประเทศไทยเสียดินแดนให้กับประเทศกัมพูชาเพิ่มเติม และต่อว่าประเทศกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง และได้เกิดปัญหาความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ กระทั่งความขัดแย้งรุนแรงถึงขั้นมีการปะทะกันระหว่างทหารไทย-กัมพูชา

ก่อนหน้านี้ นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้ตอบโต้กรณีที่นายกษิตเคยกล่าวโจมตีรัฐบาลของนายสมัคร และรัฐบาลชุดนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ โดยเฉพาะกรณีปราสาทเขาพระวิหารนั้น เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดความบาดหมางและกระทบความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชา เป็นที่ทราบดีว่าการปราศรัยด้วยถ้อยคำเหล่านั้นเป็นความพยายามดิสเครดิตของรัฐบาล โดยเอาความรักชาติมาเป็นเครื่องมือต่อกร

ทั้งนี้ ในเมื่อนายกษิตได้ขึ้นมาเป็น รมว.ต่างประเทศในรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องอธิบายข้อสงสัย 2 ประการต่อสาธารณะ คือ 1.การกล่าวปราศรัยบนเวทีพันธมิตรฯเพื่อโจมตีรัฐบาลเรื่องปราสาทเขาพระวิหาร จนเป็นเหตุให้เกิดกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ 2.ต้องอธิบายต่อชาวยุโรปถึงการสนับสนุนให้กลุ่มพันธมิตรฯยึดท่าอากาศยานนานาชาติ เพราะได้เข้ามาเป็น รมว.ต่างประเทศ ในรัฐบาลชุดนี้

'มาร์ค'ทำมึนป้อง'กษิต'ไม่รู้พูดแบบไหน

วันเดียวกันนี้หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ทำเนียบรัฐบาลเสร็จสิ้น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวชี้แจงว่าตนได้เรียนแล้วถึงนโยบายของรัฐบาลคือการรักษากฎหมายดังนั้นการกระทำใดๆที่เกี่ยวข้องกับการปิดสนามบิน ก็ต้องไปนำเอาข้อเท็จจริงออกมา และเจ้าหน้าที่ก็ต้องดำเนินการตรงไปตรงมา ส่วนการแสดงความคิดเห็นของนายกษิตนั้นตนไม่แน่ใจว่าเป็นการตอบคำถามในคำถามใดหรือบริบทใด และในที่ประชุมครม.ตนได้เน้นย้ำไปแล้วว่าการแสดงความเห็น รัฐมนตรีทุกคนจะต้องคำนึงถึงนโยบายและจุดยืนของรัฐบาลที่กำหนดเป็นภาพรวม และถ้าไม่ปฎิบัติตามก็เป็นหน้าที่ตนที่จะต้องดำเนินการต่อไป

เมื่อถามว่าในเรื่องการสร้างความสมานฉันท์รัฐบาลจะสร้างความสมดุลอย่างไรในเรื่องความยุติธรรมระหว่างกลุ่มคนที่คิดต่างทางการเมืองนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนได้แสดงความเห็นไปในกรอบง่ายๆคือสิ่งที่สำคัญคือความยุติธรรมๆมีสามส่วนคือ1.การจัดการเรื่องคดีความต่างๆที่ต้องใช้มาตรฐานเดียวกัน 2 สิ่งต่างๆที่มีความขัดแย้งและข้อเรียกร้องทางการเมืองซึ่งจะใช้กระบวนการในการปฎิรูปการเมืองที่ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมอย่างเป็นธรรม และ 3. ความยุติธรรมที่ประชาชนพึงจะได้รับจากการทำงานของรัฐบาลคือไม่มีการแบ่งภาค แบ่งฝ่าย

ต่อข้อถามว่าในเรื่องการปฎิรูปการเมืองจะต้องมีระยะเวลาหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้กำหนดเวลา ซึ่งตนคิดว่าหัวใจสำคัญในการปฎิรูปการเมืองที่จะเริ่มต้นได้คือการได้บุคคลหรือองค์กรที่จะต้องได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย ไม่เช่นนั้นจะเริ่มต้นไม่ได้ ซึ่งต้องหาตรงนี้ และเมื่อได้ตัวบุคคลแล้วกระบวนกรอบเวลาก็ต้องว่ากันอีกครั้ง

พท.เย้ย'มาร์ค'เปลี่ยนคำขวัญวันเด็ก'ด้านได้ อายอด งดเกณฑ์ทหาร'

ที่มา ประชาทรรศน์

'เพื่อไทย'ดอดยื่น'อัยการ'ตรวจสอบเงินบริจาคพรรคสะตอ 80 ล้านแลกเก้าอี้'เขยซีพี' ลั่นหากไม่มีมูลส.ส.ปชป.คงไม่ออกมาพูด พร้อมแนะนายกฯมาร์คเปลี่ยนคำขวัญวันเด็กใหม่'ด้านได้ อายอด งดเกณฑ์ทหาร' ปัดข่าว'ทักษิณ'กลับไทย

นายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย เตรียมยื่นเอกสารหลักฐานซึ่งเป็นคำให้สัมภาษณ์ของ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ที่ออกมา เปิดเผยว่านายวีระชัย วีระเมธีกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ ได้บริจาคเงินให้พรรคปชป. จำนวน 80 ล้านบาท ไปมอบให้กับอัยการสูงสุดพิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า การที่ นายนิพิฏฐ์ ออกมาพูดดังกล่าวนั้นคงจะต้องมีมูลความจริง ไม่อย่างนั้นนายนิพิฏฐ์ ซึ่งเป็นทนายความและเป็นนักกฎหมายชั้นแนวหน้าของพรรคฯ คงจะไม่ลงทุนไปซื้อตั๋วแลกเงินมาชดใช้หนี้และมีเรื่องเงิน 80 ล้านบาท เกิดขึ้น แต่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯและนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯกลับออกมาปฏิเสธ จึงทำให้เรื่องที่เกิดขึ้นคลุมเครือ และไม่รู้ว่าใครผิดใครถูก

ส่วนที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ว่าไม่พบหลักฐานการโอนเงินนั้น นายสุรพงษ์ กล่าวว่า เป็นที่แน่นอนอยู่แล้ว เพราะว่าหากโจรทำผิดมักจะไม่ทิ้งหลักฐานไว้ จึงต้องยื่นเรื่องต่อ อสส.ให้พิจารณาตรวจสอบ เพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย และคิดว่าพรรคประชาธิปัตย์สิทธิถูกยุบพรรค เรื่องนี้เชื่อว่านาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และแก็งออฟโฟร์ รู้เรื่องดี จึงขอถามหาคุณธรรมจากนายอภิสิทธิ์ว่า จะดำเนินตรวจสอบและรับผิดชอบอย่างไร และขอเสนอให้นายอภิสิทธิ์เปลี่ยนคำขวัญวันเด็กในปี 2552 เสียใหม่เป็น “ด้านได้ อายอด งดเกณฑ์ทหาร”เพราะคำขวัญเดิมที่มอบให้เด็กนั้นมันสวยหรูและยากเกินไป

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีกระแสข่าวในวันที่ 25 ธ.ค. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะเดินทางกลับประเทศใช่ หรือไม่ นายสุรพงษ์ กล่าวว่าเท่าที่ตนได้โทรศัพท์ไปปรึกษากับพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่มีการพูดถึงเรื่องเดินทางกลับมา โดยเชื่อว่าคงไม่เดินทางกลับมาเพราะกระบวนการยุติธรรมยังไม่เป็นธรรม

สัมภาษณ์ แซม ยุรนันทน์ เบอร์ 10 สมัครผู้ว่าฯ ตอน6/6

TFN HOT VDO CLIP



แซมวอน..คนไทยอย่ารักชาติแต่ปาก..และประสปการณ์ตอนลงพื้นที่หาเสียง..เจอมือตบบ้างหรือเปล่าน๊อ

สัมภาษณ์ แซม ยุรนันทน์ เบอร์ 10 สมัครผู้ว่าฯ ตอน5/6

TFN HOT VDO CLIP



ถ้าผู้ว่าแซมเจอม็อบบุก กทม. จะจัดการยังไง ..อยากรู้มาฟัง

สัมภาษณ์ แซม ยุรนันทน์ เบอร์ 10 สมัครผู้ว่าฯ ตอน3/6

TFN HOT VDO CLIP



การทำงานของพี่แซม และครอบครัวอบอุ่น..ถ้าพ่อมาสมัครผู้ว่าฯ แล้วต้องทำให้เสียลูกไปคน..พ่อจะถอนสมัคร!

สัมภาษณ์ แซม ยุรนันทน์ เบอร์ 10 สมัครผู้ว่าฯ ตอน2/6

TFN HOT VDO CLIP



วันนี้เป็น \"พี่แซม\"..เอ๊ะ..ถ้าเกิดได้เป็นผู้ว่า กทม. ฐานันดรจะเปลี่ยนเป็น \"ท่าน\" หรือเปล่าคะพี่แซม..หนูอยากรู้