WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, December 24, 2008

ลีลาอแซหวุ่นกี้

ที่มา ไทยรัฐ

อ่านประวัติศาสตร์ไทยจากหนังสือรุ่นใหม่ แล้วต้องยอมรับนะครับว่า ไม่ได้อารมณ์เท่ากับอ่านจากสำนวนพงศาวดาร

สองสามปีที่แล้ว ผมซื้อพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับหมอบรัดเล ปีนี้ สำนักพิมพ์โฆษิต ส่งพระราชพงศาวดารกรุงธนบุรี ฉบับหมอบรัดเล มาให้

เปิดตอน อแซหวุ่นกี้ ขอดูตัวเจ้าพระยาจักรี อ่านเมื่อไหร่ ก็สนุกสะใจ เมื่อนั้น

ฝ่ายอแซหวุ่นกี้แม่ทัพ ขึ้นขี่ม้ากั้นร่มระย้าออกเลียบหน้าค่าย มีพลทหารถือปืนนกสับแห่หน้าสามพัน ทหารถือทวนตามหลังพันหนึ่ง เจ้าพระยาสุรสีห์ก็ยกพลทหารออกโจมตีพม่า

พม่าต่อรบๆกันถึงตะลุมบอน ทัพไทยต้านทานเหลือกำลังก็ถอยเข้าเมือง

รุ่งขึ้นอีกวันหนึ่ง อแซหวุ่นกี้ก็ยกพลทหารเลียบค่ายอีกเหมือนวันก่อน เจ้าพระยาสุรสีห์ขึ้นดูบนเชิงเทินแล้วให้พลทหารออกโจมตี ก็พ่ายถอยเข้าเมืองอีก

เจ้าพระยาจักรีจึงว่า ฝีมือพลทหารของเจ้าเป็นแต่ทัพหัวเมือง ซึ่งจะต่อรบกับฝีมือทัพเสนาบดีนั้นไม่ได้ พรุ่งนี้ข้าจะยกออกตีเอง

ครั้นรุ่งขึ้นเป็นวันคำรบสาม อแซหวุ่นกี้ยกออกเลียบค่ายอีก เจ้าพระยาจักรีก็ยกพลทหารออกจากเมือง เข้าโจมตีทัพอแซหวุ่นกี้แตกถอยเข้าค่าย

และอแซหวุ่นกี้ยกออกเลียบค่าย ดังนั้นทุกวัน ผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะถึงเก้าวันสิบวัน อแซหวุ่นกี้จึงให้ล่ามร้องบอกว่า พรุ่งนี้เราอย่ารบกันเลย ให้เจ้าพระยาแม่ทัพออกมา เราจะขอดูตัว

ครั้นรุ่งขึ้นเจ้าพระยาจักรีขี่ม้ากั้นสัปทน ยกพลทหารออกไปให้อแซหวุ่นกี้ดูตัว อแซหวุ่นกี้จึงให้ล่ามถามว่า อายุเท่าใด บอกไปว่าอายุได้สามสิบเศษ

จึงถามถึงอายุอแซหวุ่นกี้บ้าง ล่ามบอกว่าอายุได้เจ็ดสิบสองปี แล้วอแซหวุ่นกี้ได้พิจารณาดูเจ้าพระยาจักรี แล้วสรรเสริญว่ารูปก็งามฝีมือก็เข้มแข็ง สู้รบเราผู้เป็นผู้เฒ่าได้ จงอุตส่าห์รักษาตัวไว้

ภายหน้าจะได้เป็นกษัตริย์เป็นแท้

แล้วให้เอาเครื่องม้าทองสำรับหนึ่ง กับสักหลาดพับหนึ่ง ดินสอแก้วสองก้อน น้ำมันดินสองหม้อ มาให้เจ้าพระยาจักรี แล้วว่า จงรักษาเมืองไว้ให้มั่นคง เราจะตีเอาเมืองพิษณุโลกให้จงได้

ในครั้งนี้ไปภายหน้าพม่าจะมาตีเมืองไทยไม่ได้อีกแล้ว

เนื้อหาพงศาวดารตอนนี้ มีคนวิจารณ์สองนัย นัยแรก เป็นคำชื่นชมยกย่องของยอดนักรบด้วยกัน นัยต่อมา อแซหวุ่นกี้ใช้เชิงเสือเฒ่าวางยาแม่ทัพไทย ให้คิดหักหาญชิงอำนาจจากเจ้าเหนือหัวของตัวเอง

ถึงวันนี้ เริ่มมีคนคุยกัน ถึงผู้นำคนใหม่ หลายคนเคยทำนาย คุณสมัคร สุนทรเวช ก็เคยพูดในสภา ให้คุณอภิสิทธิ์รักษาเนื้อตัวให้จงดี

วันหน้าจะเป็นใหญ่

แต่ที่ไม่มีใครกล้าทำนาย...เป็นนายกฯได้แล้ว จะเป็นได้นานแค่ไหน เพราะแค่เริ่มๆก็เจอข้อครหารัฐบาลไฮแจ๊คเข้าไปเต็มๆ

ก่อน ครม.เข้ารับโปรดเกล้าฯ ผมเห็นชักแถวถ่ายภาพกันหน้าทำเนียบฯ ชวนให้คิดไปไกล ถ้าไม่ได้คุณูปการจากพันธมิตรฯ โอกาสถ่ายภาพแบบนี้ ก็คงไม่มี

ถ่ายภาพแล้ว ลองประกาศทำให้ทำเนียบเป็นเขตปลอดคอรัปชันกันสักรัฐบาลซีครับ เผื่อจะอยู่ในทำเนียบได้นานๆ ไม่ได้ถูกยึดไปง่ายๆ เหมือนที่เคยยึดกันไปแล้ว.

กิเลน ประลองเชิง

ตกม้าตาย

ที่มา ไทยรัฐ

เดี๋ยวจะหาว่าชอบติเรือทั้งโกลน รัฐบาลอภิสิทธิ์ ไม่มีเวลาแม้แต่ จะฮันนีมูน เพราะปัญหาเศรษฐกิจที่จ่อคอหอยอยู่ ณ เวลานี้ หนักหนาสาหัสและรู้สึกว่าไม่ค่อยจะมีความหวังกับรัฐบาลเท่าไหร่ เพราะความไม่น่าเชื่อถือของทีม ครม.เศรษฐกิจ

ขี้เหร่ทั้งนั้น

ในวิกฤติเช่นนี้ การแก้ปัญหาไม่ต้องการความหล่อหรือเพราะมีเส้นเป็นร่างทรงตัวแทนใคร แต่ต้องการมืออาชีพจริงๆ เมื่อหน้าตา ครม.เศรษฐกิจเป็นแค่มือสมัครเล่น จะให้มีความหวังได้อย่างไร

แม้แต่นายกฯอภิสิทธิ์เองจะไปรอดหรือเปล่า

อย่างที่ผมเคยเกริ่นมาหลายครั้งว่าวิกฤติเศรษฐกิจที่ลุกคืบมาเรื่อยๆ จะส่งผลให้เห็นถึงผลกระทบต้นปีหน้าแน่นอน โดมินิค สเตราส์คาห์น กรรมการผู้อำนวยการ ไอเอ็มเอฟ ประสานเสียงตรงกันกับผู้นำการเงินโลก เตือนว่าปีหน้าเศรษฐกิจจะย่ำแย่กว่านี้

อาจจะเลวร้ายกว่าที่คิด

การขยายตัวทางเศรษฐกิจโลกปีหน้า จะเหลือประมาณร้อยละ 2.2 เท่านั้น เป็นหน้าที่ของรัฐบาลแต่ละประเทศจะต้องหาทางป้องกันไม่ให้วิกฤติเศรษฐกิจลุกลาม โดยการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐเพื่อให้เกิดการใช้จ่ายในภาคประชาชน ในวงเล็บจะต้องเป็นการใช้จ่ายแบบพอเพียง

คือรู้จักประหยัดด้วย

การแก้ปัญหาจะต้องอาศัยความยืดหยุ่น และ วิสัยทัศน์ของผู้นำ เนื่องจากผลกระทบทางด้านวิกฤติเศรษฐกิจของแต่ละประเทศจะไม่เหมือนกัน

งานนี้จะเป็นการพิสูจน์กึ๋นของผู้นำอีกกระทอก

เช่นเดียวกับ คุณโอฬาร ไชยประวัติ อดีตรองนายกฯพูดเอาไว้น่าคิด ภาคเอกชนควรจะปรับกลยุทธ์ทางด้านธุรกิจกันใหม่ เพื่อรองรับกับอัตราดอกเบี้ยที่อาจจะลดลงมาเหลือร้อยละ 0 ด้วยซ้ำ เนื่องจากดูแนวโน้มธนาคารกลางประเทศต่างๆปรับลดดอกเบี้ยนโยบายกันเป็นทิวแถว

ดอกเบี้ยธนาคารกลางสหรัฐฯเหลือร้อยละ 0.25 ธนาคารกลางญี่ปุ่นเหลือร้อยละ 0.10 เพื่อหวังจะกระตุ้นการใช้จ่าย หนักกว่าวิกฤติฟองสบู่เมื่อปี 2540 ที่อัตราดอกเบี้ยต่ำสุดก็อยู่แค่ ร้อยละ 1-2

คิดดูสมมติอัตราดอกเบี้ยเหลือร้อยละ 0 จริงๆ ทั้งเงินกู้เงินฝากอะไรจะเกิดขึ้น อันที่จริงแล้วมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเช่นนี้ ค่อนข้างจะเสี่ยง ตราบใดที่คนยังไม่มั่นใจกับระบบเศรษฐกิจก็ไม่มีประโยชน์ ในทางตรงกันข้ามคนจะตระหนักถึงวิกฤติมากขึ้นและอาจจะไม่กล้าใช้เงินมากขึ้นก็ได้

แต่ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงก็คือ สถาบันการเงิน จะทำมาหารับประทานอะไร ผมพูดตรงๆที่เป็นห่วงมากที่สุดก็คือ แบงก์ล้ม ในประวัติศาสตร์เคยมีมาแล้วเมื่อครั้งที่ประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล

ปิดสถาบันการเงินกันอุตลุด.

หมัดเหล็ก

เกมบีบ 'ทักษิณ' บินกลับ!

ที่มา ไทยรัฐ


กับปริศนาของนายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย หอ กระจายข่าวเจ้าเก่าที่ออกมาตีปี๊บ ให้จับตาวันที่ 25 ธันวาคม อาจจะมีเซอร์ไพรส์ บุคคลสำคัญเดินทางกลับเข้าประเทศไทย

ที่แน่ๆไม่ใช่ ซานตาครอส

เอาเป็นว่า ไม่ต้องเดาก็เป็นที่เข้าใจตรงกัน นาทีนี้สำหรับคนของพรรคเพื่อไทยจะมีใครสำคัญไปกว่าคนชื่อ ทักษิณ ชินวัตร

ปัญหาคือ จะกลับมาจริงหรือไม่ ข่าวยืนยันได้แค่ไหน

แต่อย่างน้อยก็เป็นนายประชาคนเดียวกัน ที่ส่งซิกว่าจะมีหญิงคนสำคัญบินกลับเข้าเมืองไทย ในช่วงก่อนหน้านี้ ก่อนที่คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ อดีตภริยาของ พ.ต.ท.ทักษิณจะเดินทางกลับเมืองไทยจริงๆ

หอกระจายข่าวอย่างนายประชา ไม่ได้เพ้อเจ้อลมๆแล้งๆซะที่ไหน

และยิ่งน่าลุ้นกันไปใหญ่ กับข้อมูลเชิงลึกที่มีการพูดกันในหมู่นักการเมืองแถวหน้า แว่วๆ ข่าวเชิงวิเคราะห์เกมแลกหมัดของ ทักษิณจะบินกลับมาลงที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หรือสนามบินเชียงใหม่ โดยมีกองกำลังม็อบเสื้อแดงแห่ไปรับพร้อมอารักขา

โชว์พลัง โล่มนุษย์ล้อมไม่ให้จับกุมตัว

โดยการกะเกณฑ์กันว่า ถ้าเล่นมุกนี้ 10 สนามหลวงยังไม่พอรับกองเชียร์คนรัก ทักษิณที่จะถูกระดมพลมาจากทั่วประเทศไทย

และก็นำร่องพอดีกับคิวที่กลุ่ม นปช.นัดรวมพลใหญ่ม็อบเสื้อแดงในวันที่ 28 ธันวาคม เตรียมขวางไม่ให้รัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงนโยบายต่อรัฐสภา

แค่นึกภาพก็ได้เสียว เกมล้มเดิมพัน

ที่สำคัญหากประเมินเงื่อนไขความจำเป็น เพื่อนำมาสู่ความเป็นไปได้ที่อดีตนายกฯทักษิณ จะบินกลับเมืองไทย

เบื้องต้นเลยโดยภาวะ ถูกไล่จนตรอกโดน ตอนจนพลังทางการเมืองเริ่ม หดหาย

โดยเฉพาะสถานการณ์ในพรรคเพื่อไทย ค่ายสำรองของนอมินีแถวสามกำลังระส่ำระสายหลังยุทธการพลิกขั้วเพราะฤทธิ์พ่อมดเขมรทรยศ

ขาดขุนศึก มืออาชีพคุมกำลังพล

ลำพัง เจ๊แดงนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาวก็มีแต่เงิน แต่ไร้ฝีมือบริหารจัดการ ขณะที่คนในตระกูลชินวัตรก็ถนัดแต่ธุรกิจไม่สันทัดการเมือง

นั่นคือเหตุที่ทำให้พลาดท่าแพ้หลุดลุ่ยในเกมพลิกขั้ว

โดยเกมก็อย่างที่เห็นๆกัน ถึงจะมีเงินมีกระแส แต่ ทักษิณอยู่ไกลทำอะไรไม่ถนัด ปล่อยทีมงาน มือสมัครเล่นอยู่เมืองไทยสู้กับเซียนเลือกตั้งตัวจริงไม่ได้

ทีมจัดรัฐบาลมืออาชีพบล็อกอยู่หมัดเลย

กับสัญญาณความพ่ายแพ้ที่ฝ่ายตรงข้ามเจอจุดอ่อน จ้องเปิดเกม ตอนให้ล้าลงเรื่อยๆ

รอ ทักษิณแห้งตายไปเอง

และโดยเกมที่ประเมินกันได้ ถ้าจะฆ่า ทักษิณให้สิ้นซากแบบถอนรากถอนโคน ก็ต้องอาศัย เซียนเลือกตั้งดึงแต้มกลุ่มชาวบ้านรากหญ้า

ใช้งูเห่าไปกัดชาวนา

อย่างที่มีกระแสข่าวความเคลื่อนไหวของก๊วนพ่อมดเขมร ขยับจับมือกับอดีตนักการเมืองเครือข่ายอดีตกลุ่ม 16 ยี่ห้อ เนวิน ชิดชอบ-สุชาติ ตันเจริญ-สรอรรถ กลิ่นประทุมผนึกกำลังกับเซียนอย่าง สมศักดิ์ เทพสุทิน

ตั้งค่ายการเมืองลุยตัดแต้ม ทักษิณในภาคอีสาน

และงานนี้ก็ลุยกันแบบซึ่งๆหน้า ตั้งท่าให้เห็นๆกันเลย ตั้งแต่ยังไม่เริ่มประชุม ครม.นัดแรก รัฐมนตรี กลุ่มเพื่อนเนวินทั้งนายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม นายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ รมช.คมนาคม ประสานเสียงพร้อมเดินหน้าโครงการรถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน

ไม่สนเสียงทัก ตุนเสบียงเลือกตั้ง

โดยสัญญาณ เทพเทือกนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ แบะท่ารับมุก ก๊วนเพื่อนเนวินอาสาเป็นนอมินี เจาะฐานภาคอีสานให้รัฐบาล

จะรอชมผลงานเลือกตั้งซ่อม ส.ส.

ภายใต้รูปการณ์ที่กำลังโดนเกมขุดรากถอนโคน ตอนให้ยืนตายซาก

ข่าว ทักษิณบินกลับมาวัดดวง ไม่ใช่เรื่องเพ้อเจ้อ.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

กมธ.สอบพฤติกรรม ผบ.เหล่าทัพ

ที่มา ไทยรัฐ

ประเสริฐ ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย เป็นประธานคณะกรรมาธิการ ได้เชิญ พล.อ. สายันต์ อรรถเกษม เจ้ากรมพระธรรมนูญ กระทรวงกลาโหม มาชี้แจงกรณีมีนายทหารเข้าไปแทรกแซงทางการเมือง โดยกรรมาธิการได้นำเทปบันทึกการออกอากาศของ พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. และผู้นำเหล่าทัพ ที่เรียกร้องให้นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และการแถลงข่าว พล.อ.อนุพงษ์ ภายหลังเรียกประชุมคณะกรรมการติดตามสถานการณ์ร่วม (คตร.) ข้าราชการระดับสูงและตัวแทนภาคเอกชน รวมถึงคำให้ สัมภาษณ์ของ พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผบ.ทอ. มาเปิด และตั้งคำถามต่อ พล.อ.สายันต์ว่า การแสดงพฤติกรรมดังกล่าวถือว่าผิดระเบียบหรือไม่ เพราะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง พล.อ.สายันต์ตอบว่า เท่าที่ดูการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลของผู้นำเหล่าทัพถือว่าไม่ ถูกต้อง และทำผิดข้อบังคับทหารสมัยรัฐบาลจอมพล ป. แต่การวิจารณ์อาจเป็นเพราะเห็นแก่ประเทศชาติบ้านเมือง ส่วน พล.อ.อนุพงษ์จะคิดอย่างไร ไม่สามารถทราบได้ ในอนาคตอาจมีการปรับปรุงแก้ไขข้อบังคับของทหารว่ากรณีใดควรให้ข้าราชการ หรือทหาร มีส่วนเกี่ยวข้องได้มากน้อยแค่ไหน อะไรที่เกี่ยวข้องได้และไม่ได้ ส่วนการลงโทษขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ รมว.กลาโหม

เล่นแรงถึงขั้นประจานทั่วโลก

ภายหลังการประชุม พ.ต.ท.สมชายให้สัมภาษณ์ว่า จะทำหนังสือถึง รมว.กลาโหม ในวันที่ 24 ธ.ค. เพื่อขอให้ สอบสวนและดำเนินการไปตามอำนาจหน้าที่ เมื่อถามว่าหาก รมว.กลาโหมระบุว่า เป็นความผิดเพียงเล็กน้อยจะทำอย่างไรต่อไป พ.ต.ท.สมชายตอบว่า เจ้ากรมพระธรรมนูญตอบชัดเจนแล้วว่าเป็นคดีอาญาทางทหาร ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ เพราะวันนี้ทหารต้องกลับสู่ที่ตั้ง ทำหน้าที่ทหารอย่างมีศักดิ์ศรี คณะกรรมาธิการจะทำหนังสือถึงคณะกรรมาธิการทหารของทุกประเทศที่เป็นประชาธิปไตยว่า วันนี้กองทัพไทยยังมีผู้นำบางกลุ่มบางคนแทรกแซงการทำงานทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย

ผบ.ทอ.โต้แค่แสดงความเห็น

ด้าน พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผบ.ทอ. ให้สัมภาษณ์ กรณีที่นายทหารตบเท้าเข้าแสดงความยินดีต่อ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหมว่า ทหารมีธรรมเนียมว่าหากอดีตผู้บังคับบัญชารุ่นพี่ได้รับตำแหน่งหรือโปรดเกล้าฯ ตำแหน่งที่สำคัญ จะเข้าไปแสดงความยินดี ทั้งนี้คงไม่ใช่ ผลต่างตอบแทน เมื่อถามว่าได้รับหนังสือจากคณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร เชิญไปสอบถามการวางตัวของผู้นำเหล่าทัพหรือไม่ พล.อ.อ.อิทธพรตอบว่า กองทัพอากาศไม่มีหนังสือส่งมา แต่ทราบว่ามีหนังสือถึงกระทรวงกลาโหม และได้จัดส่งคนไปแล้ว ทั้งนี้ทหารเป็นประชาชนคนหนึ่ง การออกมาแสดงความคิดเห็น ไม่ได้เอาตำแหน่งมาเกี่ยวข้อง ผู้นำเหล่าทัพพูดเท่าที่จำเป็น

สุรยุทธ์ให้กำลังใจ ประวิตร

เมื่อเวลา 13.30 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม เดินทางเข้าพบ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี โดยนำกระเช้าผลไม้ไปอวยพรเนื่องในโอกาสใกล้วันขึ้นปีใหม่ โดย พล.อ.สุรยุทธ์กล่าวกับ พล.อ.ประวิตรว่า ขอเป็นกำลังใจในการเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่ง รมว.กลาโหม และขอให้ตั้งใจทำงานโดยยึดผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก รวมถึงการดูแลกำลังพลในกองทัพให้เกิดความศรัทธาและเป็นที่พึ่งของประชาชน พร้อมกับให้ยึดพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ต้องการให้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 24 ธ.ค. พล.อ. ประวิตรจะเดินทางเข้ากระทรวงกลาโหมเป็นครั้งแรก โดยถือฤกษ์เวลา 09.09 น. ขณะเดียวกันมีรายงานข่าวว่า พล.อ.ประวิตรได้สั่งการให้สำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม ทำหนังสือขอเข้าพบ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ในวันที่ 29 ธ.ค. ที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ เพื่อนำปลัดกระทรวงกลาโหม ผบ.ทหารสูงสุด ผบ.เหล่าทัพ และ ผบ.ตร. เข้าอวยพรเนื่องในโอกาสใกล้ วันขึ้นปีใหม่

'เฉลิม'เฟ้นขุนพลชำแหละรัฐบาล

ที่มา ไทยรัฐ


เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า ที่ประชุม ส.ส.ของพรรคมีมติตั้งทีมอภิปรายนโยบายรัฐบาล เบื้องต้นมี ส.ส.ประมาณ 50 คนเสนอตัวเข้ามาทำหน้าที่เป็นขุนพล ขณะนี้อยู่ในระหว่างการแบ่งเนื้อหาและจัดเตรียมข้อมูลเพื่อให้การอภิปรายครั้งนี้มีคุณภาพ ขอประกาศไปถึงรัฐบาลว่าให้นึกถึงเมื่อครั้งที่ตนเคยอภิปรายกรณี สปก.4-01 ที่ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ต้องออกจากอำนาจมาแล้ว ส่วนกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ระบุถึงการส่งตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ กลับประเทศในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนนั้น อย่าว่าสอนนายกฯเลย การส่งตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ใช่หน้าที่ของรัฐบาล แต่เป็นอำนาจของอัยการสูงสุดที่เป็นองค์กรอิสระ เมื่อครั้งที่ท่านเป็นฝ่ายค้านไม่ถือสาหรอกที่สะเปะสะปะเลอะเทอะ แต่เมื่อมาเป็นรัฐบาลแล้วควรศึกษาบ้าง

จองกฐินเชือด กษิต-ประวิตร

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ระบุว่าการบุกยึดสนามบินของกลุ่มพันธมิตรฯเป็นเรื่องที่งดงามและถูกต้องว่า ไม่เข้าใจสิ่งที่พูดมาแบบนี้ปัญญาอ่อนหรือไม่ ทำร้ายคนไทยทั้งประเทศยังไม่พอ ยังมีท่าทียโสโอหัง ท้าทายคนไทย ขอเรียกร้องให้นายกฯปลดนายกษิตทันที หากไม่ทำเท่ากับสมคบกันและเห็นด้วยกับการยึดสนามบิน ถ้านายกฯไม่จัดการกับคนที่มาจากกลุ่มพันธมิตรฯ ก็ไม่มีสิทธิที่จะเรียกร้องให้บ้านเมืองสงบ แบบนี้ขอทำนายว่าอายุของรัฐบาลชุดนี้ไม่น่ายืนยาว ส่วนกรณีที่รัฐบาลจะแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในวันที่ 29-30 ธ.ค.นั้น ขอจองกฐินอภิปราย รมว.ต่างประเทศ และนายกฯในประเด็นหนีทหาร นอกจากนี้พรรคจัดทีม ส.ส.สำหรับอภิปรายนโยบายไว้แล้ว เช่น จะอภิปรายถึงที่มาที่ไปของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม กรณีทหารแทรกแซงการเมือง

ยืนกราน นปช.จะไปชุมนุมหน้ารัฐสภา

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะกำหนดเวลาหรือไม่ว่านายกฯควรปลดนายกษิตเมื่อไหร่ นายจตุพรตอบว่า คนชั่วไม่สมควรจะบริหารประเทศแม้เพียงวันเดียว ไม่เข้าใจทำไมสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่จับผู้ก่อการร้ายที่บุกสนามบิน แต่กลับจับคนเสื้อแดงที่บุกล้อมรัฐสภาแทน ส่วนการเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงที่รวมตัวกันที่ท้องสนามหลวงนั้น ภายใน 2-3 วันจะได้ข้อสรุปว่าจะเคลื่อนขบวนไปที่รัฐสภาตั้งแต่คืนวันที่ 28 ธ.ค.เลยหรือไม่ จุดยืนของกลุ่ม นปช.จะไม่ขัดขวางการประชุมรัฐสภา เป็นเพียงการชุมนุมโดยสงบ เพื่อให้รัฐบาลชุดนี้ที่ไปปล้นอำนาจประชาธิปไตยมารีบยุบสภาโดยเร็ว

ยื่นอัยการส่งสำนวนยุบ ปชป.

บ่ายวันเดียวกัน ที่สำนักงานอัยการสูงสุด นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ และนางนฤมล ธาดาธำรงค์ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย เข้ายื่นคำร้องพร้อมหลักฐานต่อนายถาวร พานิชพันธ์ รองอัยการสูงสุด ขอให้ตรวจสอบกรณีที่มีผู้บริจาคเงินจำนวน 80 ล้านบาทให้พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อส่งต่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคประชาธิปัตย์ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 68 โดยนายสุรพงษ์กล่าวว่า ถ้าเรื่องเงินบริจาคนอกระบบ จำนวน 80 ล้านบาท ไม่มีมูลความจริงแล้ว หมาคงไม่ขี้ เพราะนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ที่ออกมาพูดเรื่องดังกล่าว เป็นบุคคลที่ตนเคารพนับถือ และเป็นผู้ที่ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย เมื่อเห็นอะไรไม่ถูกต้องจึงออกมาทักท้วง ส่วนที่ กกต.ระบุว่าไม่พบหลักฐานการโอนเงินนั้น เป็นที่แน่นอนอยู่แล้วว่าโจรทำผิดมักจะไม่ทิ้งหลักฐานไว้ จึงขอถามหาคุณธรรมจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ว่า จะตรวจสอบและรับผิดชอบอย่างไร

เสื้อแดงเตรียมเคลื่อนพลเข้ากรุง

ทางด้านการเคลื่อนไหวของมวลชนเสื้อแดงตามพื้นที่ต่างๆ ช่วงเย็นวันเดียวกัน ที่บริเวณหน้าสวนสาธารณะ ริมบึงแก่นนคร จ.ขอนแก่น ใกล้บ้านของนายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ รมช.คมนาคม มีกลุ่มคนเสื้อแดงประมาณ 10 คน นำโดยนายยงยุทธ คงปฎิมากร นายภูเบศ ภูมิอัครเศรษฐ และนางซาบีน่า ชาห์ แกนนำและผู้ประสานงานชมรมเสื้อแดงขอนแก่น รวมตัวกันอ่านแถลงการณ์ย้ำจุดยืนคนเสื้อแดงขอนแก่นที่จะประณามนายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ รมช.คมนาคม และนายปัญญา ศรีปัญญา ส.ส.ขอนแก่น กลุ่มเพื่อนเนวิน โดยนายยงยุทธกล่าวว่า วันที่ 21 ธ.ค.ที่ผ่านมา มีกลุ่มคนสวมเสื้อแดงมาแสดงความยินดีกับนายประจักษ์ ทำให้หลายฝ่ายข้องใจว่าเป็นกลุ่มเดียวกับชมรมเสื้อแดงขอนแก่นผู้รักประชาธิปไตยหรือไม่ พวกตนจึงเดินทางมาเพื่อยืนยันว่ากลุ่มคนเหล่านั้นไม่ใช่ กลุ่มเสื้อแดง ขณะที่นายภูเบศกล่าวเสริมว่า กลุ่มคนเสื้อแดงขอนแก่นจะรวมตัวเดินทางเข้า กทม.เพื่อชุมนุมกดดันรัฐบาลในวันที่ 28 ธ.ค. เพื่อให้นายกฯยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชน ขณะนี้ได้เตรียมรถทัวร์โดยสารประมาณ 10 คัน ไว้ขนส่งผู้ที่ประสงค์จะเดินทางไปกดดันรัฐบาล สำหรับพื้นที่ภาคอีสานจะมีรถทัวร์ประมาณ 300 คัน ภาคเหนือ 200 คัน ทางกลุ่มจะประชาสัมพันธ์อีกครั้งเมื่อใกล้วันเดินทาง

ส.ส.เพื่อไทยรวมตัวหักหน้า กก.บห.

สำหรับความเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทย หลังจากที่คณะกรรมการบริหารพรรคมีมติส่งผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส. 14 เขต ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ภาคอีสาน แต่ปรากฏว่า ส.ส.ของพรรคไม่เห็นด้วยกับมติดังกล่าวนั้น บ่ายวันเดียวกัน นายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ส.ส.ของพรรคว่า การประชุมครั้งนี้มี ส.ส.เข้าร่วมเกือบ 100 คน เพื่อหารือถึงการทำหน้าที่ฝ่ายค้านและการเลือกตั้งซ่อมที่จะมีขึ้นในวันที่ 11 ม.ค. 2552 ภายหลังการประชุมนายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม ให้สัมภาษณ์ว่า ที่ประชุมมี ส.ส.เข้าร่วมด้วยเกือบ 100 คน เห็นว่าคณะกรรมการบริหารพรรคส่งผู้สมัครเลือกตั้งโดยไม่ยอมฟังเสียงของ ส.ส.ในพรรค ทั้งใน จ.อุดรธานี ร้อยเอ็ด มหาสารคาม บุรีรัมย์ และนครพนม ที่ประชุมจึงมีมติให้เปลี่ยนตัวผู้ที่จะลงสมัคร ส.ส.ใหม่ นอกจากนี้ยังได้ตรวจสอบพื้นที่เลือกตั้งกับผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาราช พบว่าในเขตเหล่านี้พรรคเพื่อไทยมีสมาชิกพรรคเป็นสมาชิกครบ 90 วัน ดังนั้น จึงมีมติที่จะส่งผู้สมัคร ส.ส.ในเขตเหล่านี้ด้วย โดยเฉพาะในภาคอีสาน เพื่อเป็นการพิสูจน์กระแสทางการเมืองของพรรค

ชัยจี้ ตร.-ทหารคุมม็อบเสื้อแดง

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมรับมือกลุ่ม นปช. ที่ประกาศจะ ปิดล้อมรัฐสภาในวันที่รัฐบาลแถลงนโยบาย ว่าได้ทำเรื่อง ด่วนที่สุดถึงฝ่ายบริหาร อาทิ ผบ.ตร. ผบ.ทบ. และนายกรัฐมนตรีไปแล้วว่า จะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น หากฝ่ายบ้านเมืองป้องกันเหตุไม่ได้ และถ้าเสื้อแดงจะทำเหมือนเสื้อเหลืองก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ขึ้นอยู่กับพระสยามเทวาธิราช ที่จะคุ้มครองอำนาจอธิปไตย และบารมีของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว หากกลุ่ม นปช. จะมาฟัง หรือโวยวายที่รัฐสภานิดหน่อยก็ถือเป็นเรื่องธรรมดา ขอฝากวิงวอนผ่าน สื่อแจ้งให้ผู้ชุมนุมว่า อย่าบีบคั้น ส.ส. และ ส.ว.เลย

ผู้สื่อข่าวถามถึงมาตรการลงโทษสมาชิกรัฐสภาที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม นายชัยตอบว่า จะใช้มาตรการเด็ดขาดที่สุดคือ ขับออกจากห้องประชุม เพราะเท่ากับได้บันทึกไว้ในรายงานการประชุมชั่วชีวิต ครั้งก่อนการประชุมคล้ายกับสภาไต้หวัน จึงต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าสั่งปิดประชุมทันที

'จักรภพ'วีน'สาทิตย์'เปลี่ยนแปลงNBTอย่าทำตามใบสั่ง

ที่มา ประชาทรรศน์

อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เตือน 'สาทิตย์'สื่อของรัฐเป็นสาธารณะสมบัติ อย่าวู่วามหรือทำตามใบสั่ง

จากกรณีที่ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้กำกับดูแลสื่อ ให้สัมภาษณ์ว่า รัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีแนวคิดที่จะทำ สถานีโทรทัศน์ NBT ให้กลับไปเป็นช่อง 11 เหมือนเดิม โดยให้เหตุผลว่าเพื่อที่จะปรับปรุงให้สื่อของรัฐถูกนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

ทั้งนี้สถานีโทรทัศน์ NBTได้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบและผังรายการ ในรัฐบาลของนายสมัคร สุนทรเวช โดยมีนายจักรภพ เพ็ญแข เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้กำกับดูแลสื่อในขณะนั้น ทั้งนี้ นายจักรภพ ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวกับ'ประชาทรรศน์ออนไลน์' ว่า อยากให้นายสาทิตย์ ระลึกไว้ว่า การเปลี่ยนแปลงสิ่งใดก็ตาม ต้องทำให้หน่วยงานนั้นๆ พัฒนาไม่ใช่ทำตามใบสั่งหรือกระทำเพราะการวู่วามทางการเมือง หน่วยงานสื่อของรัฐเป็นสมบัติสาธารณะ ซึ่งรัฐบาลที่ผ่านมาได้ใช้ประโยชน์ในการส่งเสริมประชาธิปไตยดังนั้นรัฐบาลที่หมิ่นเหม่ต่อความเป็นเผด็จการอย่างรัฐบาลในชุดนี้ยิ่งต้องระวังเป็นทวีคูณในการกระทำการที่ประหนึ่งว่าจะเป็นการทำลายเครื่องมือประชาธิปไตย

'กษิต'ทำสลดขอโทษปชช.โบ้ยถูกตีความคำพูดผิด

ที่มา ประชาทรรศน์

สื่อมวลชนต่างประเทศรายงานข่าว 'กษิต ภิรมย์' มีบทบาทบนเวทีพันธมิตร นักวิชาการ เรียกร้อง รมว.ต่างประเทศออกมาแสดงจุดยืน และ ดำเนินการกรณีปราสาทเขาพระวิหาร ขณะที นายกฯมาร์ค โดดป้องสุดฤทธิ์ เจ้าตัวสลด ขอโทษประชาชน อ้างถูกตีความคำพูดผิด

สื่อมวลชนต่างประเทศได้รายงานข่าวการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ของรัฐบาลอภิสิทธิ์ 1 โดยสื่อต่าง ๆ ได้ระบุถึง นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ คนใหม่ ซึ่ง เป็นผู้มีบทบาทในเวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในช่วงการชุมนุมที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้สำนักข่าว "เดลี่เทเลกราฟ" ได้ระบุว่า นายกษิต ได้กล่าวต่อบรรดาทูตต่างประเทศประจำประเทศไทยว่า การเข้ายึดสนามบินสุวรรณภูมิของกลุ่มพันธมิตรฯเป็นเรื่องสนุกมาก เพราะอาหารก็อร่อย แถมดนตรีก็เยี่ยม พร้อมทั้งมีการกล่าวปกป้องกลุ่มพันธมิตรฯว่า การกระทำของกลุ่มพันธมิตรฯ เป็นการผลักดันกระบวนการความเป็นประชาธิปไตยของไทยไปข้างหน้า อย่างไรก็ตามเหตุการณ์การยึดสนามบินสุวรรณภูิมิของกล่มพันธมิตรฯ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 350,000 คนต้องติดอยู่ในประเทศไทยและเป็นการทำลายความเชื่อมั่นของนักลงทุน


นอกจากนี้ นายโจนาทาน เฮด ผู้สื่อข่าวของบีบีซีประจำประเทศไทย ได้แสดงความกังวลว่า การแต่งตั้งนายกษิต เป็นรมว.ต่างประเทศจะทำให้กลุ่มพันธมิตรฯอาจจะมีอิทธิพลต่อการทำงานในฐานะรมว.ต่างประเทศ ทั้งนี้ นายกษิตอาจจะประสบความยากลำบากในการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชา เพราะกลุ่มพันธมิตรฯ เคยกล่าวโจมตีกรณีปราสาทเขาพระวิหารและพื้นที่ทับซ้อนอย่างรุนแรง

นักวิชาการรุมสับ 'กษิต'แสดงจุดยืนและดำเนินการ'เขาพระวิหาร'

นายปณิธาน วัฒนายากร อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ท่าทีของนายกษิต เป็นที่จับตามองของสื่อทั้งในและนอกประเทศ ดังนั้น นายกษิต ต้องรีบชี้แจงและแสดงจุดยืนที่มีต่อกลุ่มพันธมิตรฯให้ชัดเจน

ขณะที่ นายสุธาชัย ยิ้มประเสริฐ อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า นายกษิต ถือเป็นจุดอ่อนที่สำคัญของรัฐบาลชุดนี้ ส่วนควรจะจี้ให้ออกหรือไม่ ตนเห็นว่าควรจะออกจากการเป็น รมว.ต่างประเทศ แต่หากมองอีกแง่หนึ่ง การที่นายกษิตพูดต่อทูตต่างประเทศ จะทำให้บรรดาทูตและชาวต่างชาติได้เห็นถึงธาตุแท้ของพรรคประชาธิปัตย์ ขณะนี้นายกษิตได้กระทำสิ่งที่ชัดเจนให้ทั่วโลกเห็นว่าการที่มีรัฐบาลชุดนี้ขึ้นมาได้ เพราะส่วนหนึ่งได้รักการสนับสุนจากกลุ่มพันธมิตรฯ นอกจากนี้นายสุธาชัย ยังกล่าวอีกว่า อยากให้นายกษิตดำเนินการเกี่ยวกับกรณีปราสาทเขาพระวิหารเหมือนกับที่ได้ขึ้นไปพูดบนเวทีปราศรัยของกลุ่มพันธมิตรฯ

ด้านผศ.ดร.วิบูลย์พงษ์ พูนประสิทธิ์ นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ยอมรับว่า ความสัมพันธ์ระหว่างนายกษิตกับกลุ่มพันธมิตรฯมีผลต่อความรู้สึกของประชาชนมาก เนื่องจาก การยึดสนามบินสุวรรณภูมิ ทำให้เกิดความเสียหายมหาศาลทั้งระบบเศรษฐกิจและความเชื่อมั่น

'มาร์ค'โดดป้อง 'กษิต'สุดชีวิต ชี้สิ่งที่พูดคนสื่อความหมายผิด

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้จะมีความชัดเจนในเรื่องการแบ่งงานในคณะรัฐมนตรี ซึ่งตามหลักการไม่ได้ยุงยากอะไร อย่างในส่วนของ พล.ต.สนั่น ขจรประสาสน์ รองนายกรัฐมนตรี ก็มีงานที่เคยกำกับดูแลอยู่แล้ว ซึ่งอาจจะมีงานอื่นเพิ่มเติมบ้าง ส่วนเรื่องปัญหาการเมืองต้องช่วยกันดูแลไม่ใช่หน้าที่ของคนใดคนหนึ่ง
เมื่อถามว่าเรื่องที่นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ พูดเกี่ยวกับเรื่องปิดสนามบินสุวรรณภูมิ เป็นการกระจายวงกว้างให้เกิดการวิจารย์จะส่งผลกระทบต่อรัฐบาลหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก็เคยได้เรียนไปแล้วว่าได้ออกแนวทางการทำงาน 9 ข้อ ซึ่งคำพูดของนายกษิต เกิดก่อนที่จะมีแนวทางการทำงานของรัฐบาลทั้ง 9 ข้อ และก่อนแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ จึงยังไม่รับทราบถึงแนวทางทั้ง 9 ข้อ ซึ่งตนก็ยังไม่ได้รับทราบเรื่องที่นาย กษิตให้สัมภาษณ์กับสื่อของประเทศญี่ปุ่นเพิ่งได้อ่านในหน้าหนังสือพิมพ์

อีกทั้งจากที่ได้สอบถามไปยังนายกษิต ก็ได้รับคำชี้แจงว่าเจตนารมณ์ที่พูดกับสิ่งที่ถ่ายทอดออกไปไม่ตรงกัน แต่ยังไงส่วนตัวคิดว่านายกษิตต้องยึดแนวทางการทำงาน 9 ข้อที่ให้ไว้ อย่างไรก็ตามยืนยันเรื่องการปิดสนามบินรัฐบาลจะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ละเมิดการกระทำความผิดโดยเท่าเทียมกัน

เมื่อถามว่าจะส่งผลต่อภาพความเป็นกลางของรัฐบาลหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราต้องเอาความจริงมาพูดไม่ต้องเอาภาพ ไม่ต้องพูดว่าจะเป็นเรื่องภาพหรือเรื่องอะไร ต้องเอาความจริงคือคดีความต่างๆที่เกิดขึ้นกับผู้ชุมนุม ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหนก็ตามจะให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ไม่เลือกปฏิบัติ
เมื่อถามว่าความสัมพันธ์ของรัฐมนตรีต่างประเทศกับกลุ่มพันธมิตรฯเป็นแบบไหน เพราะดูเหมือนจะเป็นการโยงเข้าหากัน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มีความสัมพันธ์อะไรเป็นพิเศษ นอกจากการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรฯที่มีสิทธิ์ และเป็นสิ่งที่ตนติดตามทุกฝ่ายทุกกลุ่ม ซึ่งบางครั้งข้อเรียกร้องก็ตรงเจตนารมณ์และไม่ตรงเจตนารมณ์ของตน จึงไม่ได้อะไร ซึ่งตนมีสิทธิ์ปกป้องตามระบอบรัฐธรรมนูญของทุกคน ทั้งที่ผ่านมาก็ยืนยันมาตลอดว่าอะไรไม่ตรงจุดยืนและไม่ถูกต้อง ตนก็คัดค้านมาตลอด

ส่วนเรื่องที่นายกษิตขึ้นเวทีกับกลุ่มพันธมิตรฯจะกระทบต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศหรือไม่นั้น ไม่มีความจำเป็นว่าจะพูดกันเรื่องลบภาพไม่ลบภาพ แต่คนที่เข้ามาอยู่ในตำแหน่งต้องทำหน้าที่ตามนโยบายรัฐ หากทำอย่างนี้ทุกอย่างก็จะเรียบร้อย ส่วนการวิพากษ์วิจารณ์นายกษิตสามารถทำได้ ตนมีหน้าที่ชี้แจงแต่ยืนยันว่าใครทำอะไรไม่ถูก รัฐบาลก็ไม่ปกป้องและไม่เลือกว่าเป็นการกระทำของใคร

เมื่อถามว่าเรื่องปิดสนามบินจะให้ความมั่นใจกับต่างชาติและคนไทยอย่างไรว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์ซ้ำอีก นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนก็ได้ยืนยันชัดเจนแล้วว่าให้มั่นใจเรื่องนี้ และตนก็เข้าใจนายกษิต และตนบอกว่าการดูแลเป็นส่วนหนึ่งในมาตราการที่รัฐบาลต้องเร่งพิจารณาหลังแถลงนโยบายต่อรัฐสภา
เมื่อถามว่าแล้วอย่างนี้จะถือนายกษิตเป็นสายล่อฟ้าหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนคิดว่ารัฐมนตรีทุกคนพร้อมถูกตรวจสอบ และมีหน้าที่ชี้แจงทุกท่าน หากชี้แจงไปแล้วไม่สร้างความเชื่อมั่นก็จะถูกวิพากษ์วิจารย์กันอีกครั้ง แต่ตอนนี้นายกษิตยังมีความมั่นใจว่าจะชี้แจงเรื่องนี้ได้ ส่วนกรณีที่ฝ่ายค้านจะนำเรื่องของนายกษิตมาเปิดเผยและตอบโต้ในวันแถลงนโยบายนั้นก็ไม่มีปัญหาเพราะรัฐมนตรีทุกคนก็ถูกวักถามเช่นกัน ซึ่งการให้สัมภาษณ์ของนายกษิตเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นก่อนเป็นรัฐมนตรี และต่อไปนี้นายกษิตต้องมีจุดยืนในการยึดหลักนโยบาย 9 ข้อ

เมื่อถามว่าไม่ว่าจะเกิดก่อนหรือหลังการเป็นรัฐมนตรีไม่สำคัญ เพราะเข้ามาอยู่ในตำแหน่งรัฐมนตรีไม่อยู่ในจิตสำนึกหรือ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องให้ความเป็นธรรมว่าสิ่งที่พูดนั้นพูดในบริบทใด พูดในมุมมองไหน ตามที่ตนอ่านก็พอเข้าใจว่าสิ่งที่นายกษิตพยายามจะตอบว่าการชุมนุมที่เกิดขึ้นคนส่วนใหญ่มองว่าไม่เป็นปัญหาเรื่องความรุนแรง จุดประสงค์ก็คืออย่างนั้น แต่สิ่งที่ถ่ายทอดออกมาสื่อความหมายผิดก็เป็นได้

'กษิต'ทำสลดขอโทษประชาชนโบ้ยถูกตีความคำพูดผิด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้เข้าสักการะพระอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าวรวงศ์เธอกรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ โดยหลังจากนั้น นายกษิตได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีรายงานว่า นายกษิตได้กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเป็นสิ่งสวยงาม ว่า คงต้องแบ่งเป็น 2 ช่วง โดยตั้งแต่วันที่ 22 ธ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งตนเข้ามาเป็นสมาชิกส่วนหนึ่งของคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี การดำเนินงานและการปฏิตนก็อยู่ในกรอบของการที่มีนายกฯ อภิสิทธิ์เป็นผู้นำ โดยเมื่อวานก็ได้มีการมีการวางมาตรการ 9 ข้อ ว่าจะประพฤติตนอย่างไรใน ครม. ซึ่งตนจะปฏิบัติตามหลักการที่วางไว้ และทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

นายกษิต กล่าวอีกว่า สำหรับชีวิตก่อนวันที่ 22 ธ.ค.เป็นชีวิตช่วงหนึ่ง ซึ่งการพูดหรือทำอะไรไว้ก็คงไม่ไปลบล้างมัน แต่ได้มีการตีความแตกต่างกันไป และอาจมีการหยิบยกบางประโยคมาพูดต่อๆ กัน ทำให้เกิดความเข้าใจผิด และเจตนาของการพูดผิดไป แต่ทั้งหมดนี้ขอยืนยันว่า จะพูดหรือทำอะไรโดยตลอดมานั้นก็เพื่อความเป็นประชาธิปไตยของสังคมไทย เพื่อการเมืองที่มีคุณธรรมและจริยธรรม และผมก็เป็นส่วนหนึ่งที่ได้จรรโลงความเป็นประชาธิปไตยของประเทศ และต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและสังคมที่โปร่งใส

“ต้องกราบขอประทานโทษประชาชนชาวไทยทั้งหมด หากผมพูดอะไรที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิด หรือมีการตีความไปต่างๆ แต่เจตนาที่จะมุ่งร้ายหรือทำความเสื่อมเสียให้แก่ประเทศไทยนั้นเป็นไปไม่ได้เป็นอันขาด เพราะประวัติการทำงานหรือสิ่งที่ผมได้พูดในที่แจ้งตลอดมา ทุกคนก็ได้ฟังกันทั่วประเทศ”

ผู้สื่อข่าวถามว่า ยืนยันได้หรือไม่ว่า ไม่ได้พูดเช่นนั้น นายกษิตพยักหน้า เมื่อถามย้ำอีกครั้ง นายกษิตได้กล่าวว่า ถูกต้อง เมื่อถามที่ว่า คิดอย่างไรที่ฝ่ายค้านมุ่งเป้าที่อภิปรายโจมตี นายกษิตกล่าวว่า ไม่เป็นไรพร้อมรับทำหน้าที่ ต่อข้อถามที่ว่า คิดว่าคำพูดของตนจะส่งผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาล นายกษิตกล่าวว่า มีคนพูดเยอะเยอะ

'กลุ่มสนามหลวง'จี้'รบ.ไฮแจ็ค'ยุบสภา-ลาออกหวั่นเกิดมิคสัญญี

ที่มา ประชาทรรศน์

กลุ่มรักประชาธิปไตยสนามหลวง ไล่บี้'นายกฯมาร์ค' ลาออก - ยุบสภา ก่อนแถลงนโยบาย เป็นของขวัญปีใหม่ ชี้ปชช.ไม่รับรบ.หุ่นเชิดเผด็จการ ไร้ยางอาย หวั่นเกิดมิคสัญญีกลางเมือง ย้ำถ้าทำเนียนข้อต้านถึงที่สุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (24 ธ.ค.) กลุ่มรักประชาธิปไตยสนามหลวง จำนวน 7 คน นำโดยนายสุขุม วงประสิทธิ แกนนำ ได้เดินทางมาเรียกร้อง ขับไล่รัฐบาล บริเวณด้าหน้าประตูทำเนียบ ตรงข้ามสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) โดยนายสุขุมได้อ่านแถลงการณ์ฉบับที่ 3 โดยเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ตัดสินใจลาออก หรือประกาศยุบสภาฯ ก่อนวันที่ 29 ธ.ค. ที่จะถึงนี้ เพื่อยุติสถานการณ์มิคสัญญี กลียุค ซึ่งหากรัฐบาลยังคงเมินเฉยต่อข้อเรียกร้องดังกล่าว ทางกลุ่มยืนยันว่ารัฐบาลจะไม่สามารถบริหารประเทศได้แน่นอน เนื่องจากประชาชนชาวไทยจะไม่ยินยอมให้รัฐบาลหุ่นเชิดเข้ามาบริหารบ้านเมือง และจะมีมาตรการแสดงออกถึงการปฏิเสธ ผู้ปกครองรัฐบาลหุ่นเชิดเผด็จการ ซึ่งอาจจะนำไปสู่สงครามประชาชน

พร้อมกันนี้แกนนำกลุ่มได้เสนอเงื่อนไขที่ ต่อรัฐบาล 3สาเกตุที่ไม่สมควรจะบริหารประเทศต่อไปดังนี้ 1. ปล่อยให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ปิดผับที่เกาะสมุย เพื่อฉลองการได้เป็นรัฐบาล หลังจากปล้นกลางอากาศโดยปราศจากความละอายใจ 2. ปล่อยให้นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และเป็นแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวกับคณะฑูตและให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศว่าการบุกยึดสนามบินสสุวรรณภูมิเป็นเรื่องที่สนุกสนานอย่างยิ่ง ซึ่งเป็นการซ้ำเติมประเทศไทย ต่อสายตาต่างชาติและสุดท้ายรัฐบาล ปล่อยให่ตำแหน่งรัฐมนตรีที่มีความสำคัญต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจ อยู่ในมือของรัฐมนตรีมือใหม่หัดขับ พร้อมกับส.ส.ที่มีการเปลี่ยนขั้วทางการเมือง ดังนั้น หากนายอภิสิทธิ์มีนโยบายจะสร้างความสมานฉันฑ์ให้เกิดขึ้น อย่างที่กล่าวอ้าง ก็ให้กำเนินการยุบสภาก่อนวันที่ 29 ธ.ค. นี้ เพื่อคืนอำนาจให้กับประชาชน เป็นของขวัญในเทศกาล ปีใหม่

งานสังสรรค พธม.

TFN HOT VDO CLIP



งานพบปะ สังสรร ของพี่น้องพันธมิตร ใน กทม. เมื่อ 21 ธ.ค.2551 ที่บ้านพัก- มูลนิธิพงษ์เพชร ริมคลองประปา ในกทม.

งานเลี้ยง ปชป. ที่สมุย

TFN HOT VDO CLIP