WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, December 25, 2008

'กษิต'กลับลำยึดคำสั่งศาลโลกแก้ปัญหาเขาพระวิหาร

ที่มา ประชาทรรศน์

จากกรณีที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยประกาศจุดยืนให้รัฐบาลทำการทวงคืนตัวปราสาทพระวิหารจากประเทศกัมพูชา กลับมาเป็นของไทย ทั้งนี้นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า จุดยืนของแต่ละคนแตกต่างกัน แต่ตนมีแนวทางในการแก้ไขข้อพิพาทโดยให้ปฏิบัติตามสนธิสัญญาไทย-ฝรั่งเศส ค.ศ. 1904 ค.ศ. 1907 รวมถึงการตัดสินของศาลโลก และบันทึกความเข้าใจ ปี 2543 เรื่องปักปันเขตแดน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการก่อตั้งคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (เจบีซี) ทั้งนี้กระทรวงการต่างประเทศ มีศูนย์ติดตามสถานการณ์พื้นที่เขาพระวิหารและชายแดนไทยกัมพูชา ในการทำความเข้าใจกับประชาชน

เมื่อถามว่านับแต่ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้มีการพูดคุยกับนายฮอร์ นัมฮง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศกัมพูชาหรือไม่ นายกษิต กล่าวว่า ยังไม่ได้โทรหานายฮอร์นัมฮง แต่ได้ส่งสารตอบกลับไปยังสมเด็จฮุน เซ็น นายกรัฐมนตรีกัมพูชาและนายฮอร์ นัมฮง ภายหลังจากกัมพูชาส่งสารแสดงความยินดีมายังนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีในโอกาสได้รับตำแหน่ง โดยส่งมาเป็นประเทศแรก

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าจะสามารถทำงานร่วมกับกัมพูชาได้โดยไม่มีแรงกดดัน เพราะตนและสมเด็จฮุนเซ็น เคยเห็นหน้าเห็นตาร่วมงานกันมาก่อน ตั้งแต่เมื่อครั้งเจรจาปารีสในปี พ.ศ.1989 ส่วนรัฐธรรมนูญมาตรา 190 นั้นตนได้พูดคุยกับนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการยุติธรรม ว่าจะมีการทำร่าง พระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)กำหนดหลักเกณฑ์การทำสนธิสัญญาและข้อตกลงระหว่างประเทศเพื่อมารองรับบทบัญญัติรัฐธรรมนูญมาตรา 190 ให้ทราบว่าการกระทำใดเข้าข่ายหรือไม่เข้าข่ายมาตรา 190 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เชื่อว่า พรบ.นี้ จะทำให้ฝ่ายข้าราชการมีความสบายใจและฝ่ายการเมืองจะได้ระมัดระวัง ทั้งนี้รัฐบาลจะเร่งผลักดันให้มีการออก พรบ.ดังกล่าวโดยเร็ว

'สมาคมรถตู้'หวั่นตอกย้ำประเทศ!ปัดร่วมชุมนุมใหญ่28ธ.ค.นี้

ที่มา ประชาทรรศน์

'สมาคมรถตู้'ออกแถลงจุดยืนประกาศชัดไม่เคลื่อนพลร่วม'เสื้อแดง'สนามหลวง28 ธ.ค.นี้แน่! หวั่นซ้ำรอยม็อบมารปิดประเทศป่วน ทำเศรษฐกิจดิ่งเหว จวกพวกแอบอ้างทำเสียชื่อ สร้างความขัดแย้ง ย้ำไม่มีเอี่ยวทางการเมือง

ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารหมอชิตใหม่วันนี้ (25 ธ.ค.) ทางสมาคมรถตู้โดยสารต่างจังหวัดแห่งประเทศ ชมรมศาลาแท็กซี่มิเตอร์ บขส.หมอชิต 2 และชมรมผู้ขับสามล้อกรุงเทพฯ สมาคมผู้ขับขี่แท็กซี่สามล้อกทม. และกลุ่มผู้ขับขี่มอเตอร์ไซด์รับจ้าง นำโดยนายไกรวัลย์ เกษมศิลป์ ชมรมศาลาแท็กซี่มิเตอร์ บขส.หมอชิต 2 และชมรมผู้ขับสามล้อกทม ร่วมกันออกแถงการณ์ยืนยันในกรณีที่มีคนแอบอ้างว่าเป็นตัวแทนจากสมาคม เชิญชวนให้พี่น้องประชาชนไปร่วมชุมนุมทางการเมืองกับกลุ่มคนเสื้อแดงที่ท้องสนามหลวงในวันที่ 28 ธ.ค.นี้ว่า เพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจที่ตรงกัน ทางกลุ่มจึงขอแสดงจุดยืนโดยยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับทางการเมือง และไม่มีแนวคิดจะเคลื่อนไหวใดๆและจะไม่รับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น เพราะในช่วงเวลานี้บ้านเมืองกำลังเจอกับวิกฤตต่างฯ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางด้านการเมืองและเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ นายไกรวัลย์ ยังกล่าวถึงสาเหตุที่ออกมาแถลงการณ์ในครั้งนี้ว่า เนื่องจากเมื่อช่วงเช้าทางกลุ่มได้เดินทางไปมอบช่อดอกไม้แสดงความยินดีกับ นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะที่เข้ารับตำแหน่งใหม่ในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี โดยได้มีกระแสข่าวออกมาตลอดทั้งวันว่าทางกลุ่มจะเคลื่อนไหวไปร่วมชุมนุมที่สนามหลวง

อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการยืนยันว่าทางกลุ่มไม่ต้องการข้องเกี่ยวกับทางการเมืองไม่ว่ากลุ่มใด และไม่ต้องการให้นำชื่อกลุ่มไปเป็นชนวนการสร้างความขัดแย้งในบ้านเมือง เพราะที่ผ่านมา ประเทศชาติได้รับความบอบช้ำและเสียหายจากการบุกปิดสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมืองของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ทางกลุ่มจึงไม่อยากจะทำสิ่งใดเพื่อเป็นการตอกย้ำประเทศชาติเพิ่มขึ้นอีก

'เสธ.แดง'ซัด'สีกากี'สับเพร่าปล่อยของกลางพันธมารบึ้ม!

ที่มา ประชาทรรศน์

บึ้ม!ของกลางม็อบโกเต๊กซ์คาคลังอาวุธตำรวจ 'พันธมาร'รอดตัว'นายพลองค์บาก'แจงเหตุตูมเนื่องจากระเบิดคุณภาพต่ำ 'เสธ.แดง'หยั่นสีกากีสับเพร่า งงเก็บอาวุธไทยประดิษฐ์ไร้มาตรฐานไว้กลางกรุง พร้อมยกพิมพ์เขียวกองทัพสอนมวยตร.

จากกรณีที่เกิดเหตุระเบิดขึ้นที่บริเวณชั้นล่างอาคารกองพลาธิการและสรรพาวุธ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถนนเศรษฐศิริ แขวงสามเสน เขตดุสิต กทม. เป็นเหตุให้ประตูเหล็กบานเลื่อนได้รับความเสียหาย ซึ่งจุดเกิดเหตุใช้เป็นที่เก็บของกลางชั่วคราวที่เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด บก. ตปพ.บช.น.ยึดวัตถุระเบิดมาได้จากทำเนียบรัฐบาล สนามบินดอนเมืองและสนามบินสุวรรณภูมิ ส่วนใหญ่เป็นระเบิดที่ประดิษฐ์ขึ้นเอง มีลักษณะเป็นระเบิดดินดำและดินเทา

อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รอง ผบ.ตร. ระบุถึงกรณีดังกล่าวว่า เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุเกิดความไม่มีประสิทธิภาพของวัตถุเหล่านั้น และไม่ได้มีการป้องกันอย่างดี ระเบิดที่นำมาเก็บไว้เป็นระเบิดที่มีคุณภาพต่ำ เนื่องจากประดิษฐ์ขึ้นเองเมื่อถูกความร้อนก็ทำให้เกิดการระเบิดขึ้น แต่เป็นของกลางที่เราได้ทำการพิสูจน์ไว้แล้ว

ส่วนจะมีผลต่อการดำเนินคดีหรือไม่ พล.ต.อ.จงรัก กล่าวว่า ไม่มีผลต่อการดำเนินคดี เนื่องจากหลักฐานเหล่านี้ตำรวจได้ทำการตรวจพิสูจน์และทำการบันทึกตรวจสอบไปหมดแล้ว ไม่มีผลต่อการดำเนินคดีแต่อย่างใด

ด้าน พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ให้สัมภาษณ์ในกรณีเดียวกันว่า เหตุระเบิดที่เกิดขึ้น ตนไม่แน่ใจว่าเป็นการทำลายหลักฐานหรือเปล่า แต่ระเบิดที่เก็บกู้ได้จากสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมืองนั้น เป็นระเบิดที่ประดิษฐ์ขึ้นเอง และไม่มีมาตรฐาน หรือที่เรียกว่า ระเบิดปิงปอง ซึ่งเป็นระเบิดที่สามารถจุดระเบิดได้ง่าย ดังจะเห็นได้จากเหตุการณ์ระเบิดในการชุมนุมของพันธมิตรฯ หลายครั้ง ส่วนใหญ่ก็จะเป็นระเบิดชนิดนี้ ซึ่งการเอาระเบิดที่ไม่ได้มาตรฐานไปเก็บไว้ในที่ที่มีอุณหภูมิสูงก็มีคววามเป็นไปได้ที่จะเกิดการจุดระเบิดขึ้นเอง

อย่างไรก็ตาม ตนไม่เข้าใจว่า ทำไมกองพลาธิการและสรรพวุธ สตช. ถึงเอาระเบิดที่ไม่ได้มาตรฐานไปเก็บไว้ในคลังอาวุธของ สตช. แม้แต่ในส่วนของกองทัพยังแยกคลังเก็บอาวุธกับคลังเก็บวัตถุระเบิดไว้ห่างจากกัน เพราะในส่วนของคลังเก็บวัตถุระเบิดจะไปตั้งที่ปลายทุ่งและห่างจากชุมชนที่มีผู้คนอยู่อาศัย แต่ สตช.ทำไมถึงเอาระเบิดที่ไม่ได้มาตรฐานมาเก็บไว้ในคลังสรรพวุธที่ตั้งอยู่กลางเมือง

ข่าวสดสัมภาษณ์พิเศษ (วันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2551)

ที่มา thaifreenews

ข่าวสดสัมภาษณ์พิเศษ วีระ มุกสิกพงศ์

ภาพข่าวจากเวปไซด์ไทยฟรีนิวส์

พลันที่การเมืองพลิกขั้ว การต่อสู้ของม็อบเสื้อแดง หรือกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ก็ดูแผ่วลงไป ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ว่านายใหญ่เริ่มหมดฤทธิ์ เงินอัดฉีดเริ่มร่อยหรอ

ทิศทางการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงจะเป็นอย่างคำร่ำลือหรือไม่ "วีระ มุสิกพงศ์" แกนนำรุ่นบุกเบิก เปิดใจถึงคอนเซ็ปต์การต่อสู้ในฉากต่อไปไว้ดังนี้

ตอนนี้แม้ไม่มีรัฐประหารแต่เสื้อแดงยังชุมนุมต่อไป

เราต่อต้านรัฐบาลคุณอภิสิทธิ์เต็มที่ เพราะขาดความชอบธรรมในการบริหารประเทศ

ตัวนายกฯ สนับสนุนการรัฐประหาร นอกจากไม่ห้ามลูกพรรคเคลื่อนไหวต่อต้านระบอบประชาธิปไตย ยังเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากการเคลื่อนไหวเพื่อทำลายรัฐบาลเก่า

อีกเรื่องที่รับไม่ได้คือการตั้ง คุณกษิต ภิรมย์ แกนนำอีกคนของม็อบพันธมิตรที่ก่อการกบฏและก่อการร้าย เป็นรมว.ต่างประเทศ เพราะเท่ากับยืนยันว่าไปปล้นรัฐบาลเก่าเพื่อมาเป็นรัฐบาลเสียเอง

นี่คือคำรับสารภาพ ประชาธิปัตย์ยอมรับอำนาจทหารมาจัดตั้งรัฐบาล เราจึงเรียกร้องให้เขายุบสภา ให้ประชาชนตัดสินใจใหม่

ถ้ายุบสภาจะเลิกเลยหรือไม่

เลิกแน่นอน ถือว่าคืนอำนาจให้ประชาชน การยุบสภามีความหมายอีกอย่างคือแก้รัฐธรรมนูญ แต่เมื่อไม่มีใครทำก็คาราคาซังมาจนถึงรัฐบาลนี้

ถ้ารัฐบาลนี้ยุบสภา เราจะเสนอปัญหานี้ให้ประชาชนตัดสิน ประชาชนก็ต้องเลือกพรรคที่หาเสียงว่าจะแก้รัฐธรรมนูญหรือไม่ ก็เปลี่ยนทั้งรัฐบาลและรัฐธรรมนูญพร้อมกัน

ถ้าแก้รัฐธรรมนูญพันธมิตรกลับมาอีกแน่

ถ้าใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมา แกนนำพันธมิตรไม่มีโอกาสเคลื่อนไหวได้อีกเพราะเขาเป็นผู้ต้องหา อาจสูญเสียอิสรภาพระหว่างต่อสู้คดี เมื่อแกนนำออกมาทำอะไรไม่ได้ คนเสื้อเหลืองก็ไม่มีความหมาย

คาดหวังว่ารัฐบาลนี้จะบังคับใช้กฎหมายกับพันธมิตร

ไม่คาดหวัง รัฐบาลนี้เป็นผลิตผลของพันธมิตร เขาไม่แตะต้องแกนนำ ผมจึงเสนอให้มีเลือกตั้งใหม่ ประชาชนจะลงโทษใครก็ลงโทษไป ถ้าเขาเห็นว่าพวกเสื้อแดงผิดก็ลงโทษพวกเสื้อแดง ถ้าเห็นว่าเสื้อเหลืองผิดก็ลงโทษพวกเสื้อเหลือง

ถ้านายกฯไม่ยุบสภาจะเป็นอย่างไร

บริหารประเทศไม่ได้ ถูกคนเสื้อแดงขัดขวางการบริหารประเทศ ไปเหนือไปอีสานก็โดนตีนตบ ไปไหนไม่ได้

จะกลายเป็นการแบ่งแยกประเทศหรือไม่

แน่นอน แบ่งแยกก็ต้องแบ่ง จะไปเอาคนผิดกฎหมายกับคนถูกกฎหมายมาสามัคคีกันไม่ได้

อย่างน้อยต้องเอาคนผิดกฎหมายไปใส่คุกไว้ก่อน คนที่เหลืออาจมาสามัคคีกันได้ คนเสื้อเหลืองส่วนใหญ่ไม่เป็นปัญหา แต่แกนนำคนเสื้อเหลืองมีปัญหา

แกนนำพันธมิตรก็พูดอย่างเดียวกันว่าจะเอาพ.ต.ท. ทักษิณเข้าคุก

จะเอาคุณทักษิณเข้าคุกก็เอาสิ ใครไปห้าม คนเสื้อแดงไม่ได้ห้ามเอาคุณทักษิณเข้าคุกนะ อย่าปุโลปุเล

พ.ต.ท.ทักษิณบอกอยากกลับมาแต่ไม่ยอมติดคุก

ไม่เกี่ยว คุณทักษิณเป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย คมช.โง่เองที่สร้างภาพคุณทักษิณเช่นนี้ จะมีคนต่อสู้มากมายเพราะแก

ส่วนจะกลับเข้ามาแล้วติดคุกติดตะรางก็เป็นเรื่องที่แกต้องเผชิญ เสื้อแดงขัดข้องตรงที่ไม่ใช้กระบวนการยุติธรรมที่เป็นสากล

คำพิพากษาในคดีของพ.ต.ท.ทักษิณที่ศาลฎีกาฯมีแล้ว

ต้องประเมินกันว่าเป็นคำพิพากษาที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ มันเริ่มตั้งแต่รัฐธรรมนูญ"50 ชอบด้วยกฎหมายจริงหรือไม่ ถ้ามาจากคนกลุ่มเดียว ศักดิ์ของมันจะเป็นรัฐธรรมนูญไม่ได้ ต้องสู้ไปถึงแก่นของปัญหา

มองการชุมนุมของพันธมิตรอย่างไร

เห็นด้วยกับการชุมนุมแต่ต้องไม่ละเมิดกฎหมาย ที่ผ่านมาผมไม่เคยว่าเขาเลย แต่เมื่อยึดทำเนียบ ยึดเอ็นบีที ปิดล้อมสภาไม่ให้ส.ส.ปฏิบัติหน้าที่ สุดท้ายไปปิดสนามบิน ทั้งหมดเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายอย่างฉกรรจ์ รับไม่ได้

แม้ผลจะทำให้คนเสื่อมศรัทธากับเขามาก แต่เขาก็ยังเปลี่ยนอำนาจรัฐได้

ผมประกาศหลายครั้งแล้วว่ากลุ่มเสื้อแดงที่มีความจริงวันนี้เป็นแกน ปฏิเสธการกระทำที่ผิดกฎหมาย จะไม่ทำอย่างเดียวกับที่พันธมิตรทำ

ดูเหมือนเสื้อแดงก็คุมกันเองไม่ได้

ช่วยไม่ได้ แต่ใครทำผิดต้องรับผิด ใครละเมิดกฎหมายต้องลงโทษ

แนวทางคนเสื้อแดงต่อไปจะเป็นอย่างไร

เน้นชุมนุม ตั้งเวทีปราศรัยเอาจำนวนคน ถ้าคนน้อยก็แสดงว่าพลังไม่เข้มแข็ง เผด็จการก็ปกครองประเทศไป เราจึงต้องตั้งสถาบันมารองรับเพื่อต่อสู้ระยะยาว

ถ้าต่อไปคนน้อยลงเรื่อยๆ จนไม่มีพลัง

ไม่มีปัญหา ก็เลิกไป แต่สถาบันคนเสื้อแดงยังอยู่แม้จะเล็กและไม่มีพลัง แต่ก็จะทำงานด้านปัญญา ผลิตเอกสาร รวมคนกลุ่มเล็กๆ แต่ไม่เคลื่อนไหวทางการเมือง

การเปลี่ยนไปของนายเนวิน ชิดชอบ มีผลต่อกลุ่มคนเสื้อแดงหรือไม่

ไม่เห็นว่าจะมีผลอะไรเลย การต่อสู้ 2 ปีที่ผ่านมา มีคนเยอะแยะที่เข้ามา มีคนเยอะแยะที่หายไป แต่ไม่เห็นว่าจำนวนคนเสื้อแดงจะลดน้อยลง กลับยิ่งมากขึ้น

เอาทุนจากที่ไหนมาเคลื่อนไหว

นี่ก็เพิ่งจัดงานระดมทุน มีเงินบริจาคจากประชาชนตั้งแต่ 20 ถึง 200,000 บาท เราขายสินค้า ขายเสื้อแดง แต่อนาคตยังไม่พอ จะมีธุรกิจใหม่คือเครื่องดื่มชูกำลัง แล้วใช้ชื่อความจริงวันนี้ ก็จัดแบ่งผลประโยชน์ทางธุรกิจเอาเงินมาเลี้ยงคนเสื้อแดงให้ทำงานต่อไป

พ.ต.ท.ทักษิณสนับสนุนทุนการเคลื่อนไหวหรือไม่

คุณทักษิณโดยตรงไม่มี แต่เพื่อนคุณทักษิณมี เริ่มตั้งแต่ปี"50 ที่เราเริ่มทำทีวีกัน เพื่อนผมและก็เป็นเพื่อนคุณทักษิณ แต่ตัวคุณทักษิณไม่มีเงินส่งมาให้

จะอัดเข้ามายังไงในเมื่อเงินเขาถูกอายัดหมดแล้ว แล้วแกอยู่เมืองนอกส่งเข้ามาไปตรวจดูทางการเงินก็รู้กันหมด มันทำไม่ได้

หลังๆ นี้พ.ต.ท.ทักษิณโฟนอินเข้ามาบ่อยจนเกร่อหรือเปล่า

เราไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้น ไม่ได้วางแผนว่าจะต้องโปรโมต ทำไปตามความรู้สึก ถ้าคนเสื้อแดงเรียกร้องกันมาก็ติดต่อไปว่าสะดวกหรือไม่ ถ้าสะดวกก็โทรศัพท์เข้ามาเท่านั้นเอง ไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่านั้น

จะเอาคนเสื้อแดงเป็นฐานทางการเมืองในอนาคตหรือไม่

ในการเลือกตั้งมันเป็นไม่ได้ แต่ความเป็นเสื้อแดงด้วยกัน มันมีมิตรภาพเกิดขึ้น อาจเป็นปัจจัยเสริม เราจะใช้เขาเป็นพลังรักษาประชาธิปไตย

ถ้าชวนกันมาต่อต้านเผด็จการก็มากัน จะสังกัดพรรคไหนไม่เกี่ยว เห็นตรงกันก็มา

วันแถลงนโยบาย 29 ธ.ค.จะไปชุมนุมหน้าสภา

หน้าสภาผมไม่ไป แต่คนอื่นจะไป เราก็เตือนว่าอย่าไปก่อความรุนแรง

ถ้าแกนนำไม่ไปใครจะคุมคน

มันหลายกลุ่ม ไม่มีกลุ่มผมก็มีกลุ่มอื่น เขามีแกนนำอยู่ทั้งนั้น

แต่อาจเกิดความรุนแรง

แรงก็แรง ต้องยอมรับความจริงกันแล้ว อะไรจะเป็นก็ให้มันเป็นไป

เหมือนว่าปลุกมวลชนขึ้นมาแล้วไม่รับผิดชอบหรือไม่

มันไม่ใช่ใครปลุกใคร ทำไมไม่มองว่าคนเสื้อแดงมาปลุกพวกผมบ้างล่ะ พวกนี้แรงกว่าพวกผมด้วยซ้ำ พวกผมมีหน้าที่ต้องดึงว่าอย่ารุนแรงไป ให้อยู่ในกรอบกฎหมาย

พันธมิตรประกาศต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญกลัวว่าจะมีการลุกฮืออีกหรือไม่

จะฮือก็ฮือมา เราก็ต้องฮือกลับไปอยู่แล้วเพราะมันเป็นจุดยืน

ไม่กลัวจะกลายเป็นสงครามกลางเมืองหรือ

อเมริกาทำสงครามกลางเมืองก็สงบมาได้ 200 ปี คนไทยถ้าไม่ทำ สงครามกลางเมืองกันซะบ้างมันจะสงบได้ยังไง อย่าง 3 จังหวัดภาคใต้ใครไประงับได้ ถ้ามันจะเกิดก็ต้องเกิด

แล้วความเสียหายของประเทศ

อะไรจะเป็นไปก็ต้องเป็นไป

แต่มันหยุดได้ถ้าเราตัดข้อแม้ออกไป

จับโจรมาสามัคคีกับเจ้าทรัพย์แล้วบอกว่าสงบแล้ว นี่คือสิ่งที่สังคมเห็นว่าถูกต้องแล้วควรจะมีเหรอ

สังคมอยู่กันได้ต้องรู้ผิดรู้ถูก จะอยู่กันได้ต้องมีกฎหมาย ผู้ร้ายต้องถูกดำเนินคดี ไม่ใช่ตำรวจไปเกลี้ยกล่อมให้เจ้าทรัพย์อโหสิให้โจร นั่นบ้าแล้ว

กลัวกองทัพจะออกมาจัดการเสื้อแดงหรือไม่

ประชาชนต้องลุกขึ้นมาสอนกองทัพว่าต้องเป็นของชาติของประชาชน ถ้าไม่จัดการกับกองทัพให้เรียบร้อย เลิกพูดเรื่องประชาธิปไตย

เมื่อไหร่ความขัดแย้งทางการเมืองจะจบ

โลกยังไม่แตกมันก็ยังไม่จบ การเมืองเป็นเรื่องที่ยังไม่จบ จะมีปัญหาเรื่อยไป

ช่วงไหนจะดีหรือเลวร้ายก็แล้วแต่กรรมเวรของผู้คนในช่วงนั้นๆ

http://www.matichon.co.th/khaosod/view_news.php?newsid=TUROd2Iyd3dNakkxTVRJMU1RPT0=§ionid=TURNd05BPT0=&day=TWpBd09DMHhNaTB5TlE9PQ==

จดหมายถึงอภิสิทธิ์

ที่มา ไทยรัฐ

ดิฉันมีความรู้สึกท้อแท้ต่อความอยุติธรรมในสังคม และการบิดเบือนข้อเท็จจริงจากผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ตลอดจนสื่อ หลายสำนัก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นตัวอย่างที่ไม่ค่อยดีแก่เด็กและเยาวชนของเรา ในการตอบคำถามอย่างกำกวม การบิดพลิ้วคำพูดเพื่อเอาตัวรอด การโกหกพกลมให้ ข้อมูลผิดๆ ตลอดจนการใส่ร้ายป้ายสี ความรุนแรงป่าเถื่อนที่ผิดกฎหมาย (แต่ไม่ผิดรัฐธรรมนูญ)

เมื่อเราได้นายกฯคนใหม่ (ซึ่งมาจากการรวม ส.ส.ไม่ใช่ มาจากเสียงส่วนใหญ่ของประชาชน) อยากจะขอเรียกร้องดังนี้

1. ตามที่ท่านเคยเรียกร้องมาตลอดว่าประเทศไทยต้องเป็นนิติรัฐ ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน ขอเรียกร้องให้นำผู้กระทำผิดทั้งหมด ทั้งที่ยึดทำเนียบ ยึดสนามบิน ทั้งที่ดูหมิ่นด่าผู้อื่นในที่สาธารณะมาลงโทษโดยไม่ละเว้นและกรุณาทำอย่างตรงไปตรงมาโดยเร่งด่วน

2. ตามที่สมาชิกพรรค ปชป.หลายคนเคยแถลงมาตลอดเรื่อง เขาพระวิหารว่า ไทยยังมีสิทธิ์อยู่ เมื่อได้มาเป็นรัฐบาลแล้ว ขอให้ ปฏิบัติการเพื่อเรียกร้องสิทธิเหนือปราสาทเขาพระวิหารโดยเร็ว

3. ตามที่เน้นอยู่เสมอในเรื่องของการลิดรอนสิทธิของสื่อ ขอให้จัดการดูแลสื่อทุกสื่ออย่างเสมอภาค อย่าได้มีการยกเลิกรายการใด โดยไม่เป็นธรรม

4. ตามที่ท่านเคยอ้างระบอบทักษิณเพื่อหาแนวร่วม บัดนี้ท่านได้ชัยชนะแล้ว ขอให้ท่านหยุดโครงการระบอบทักษิณให้ หมดทันที เช่น เรียนฟรี บัตรทองรักษาทุกโรค โครงการกองทุนหมู่บ้าน เพื่อหยุดระบอบทักษิณอย่างถาวร กรุณาเลิกจริงๆ ไม่ใช่ แค่เปลี่ยนชื่อโครงการ

5. กรุณาเพิ่มโทษพรรคการเมืองที่เจตนาไม่ส่งผู้สมัครลงแข่งขันในการเลือกตั้งอย่างไร้เหตุผล ทั้งๆที่พรรคการเมืองก็ได้รับเงินสนับสนุนจาก กกต. เพื่อพัฒนาระบบพรรคการเมืองให้ก้าวหน้า

6. กรุณาเพิ่มกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยสิทธิการชุมนุมโดยสงบ เพื่อกำหนดขอบเขตสิทธิที่จะทำได้โดยไม่ละเมิดสิทธิผู้อื่น เช่น การปิดถนน ขู่ตัดน้ำตัดไฟ หยุดเดินเรือ รถ เครื่องบิน เช่นในบางประเทศจะมีการบอกล่วงหน้า

ขอแสดงความนับถือ

ภัณทิรา คนไทย (ไม่มีอภิสิทธิ์)

ป.ล.ข้อเรียกร้องของคุณภัณทิราผมยังห่วงว่า จะเป็นการลูบหน้าปะจมูกอยู่หลายข้อ เช่น เรื่องเขาพระวิหารหรือการเอาผิดกับผู้ชุมนุมประท้วง รวมทั้งนโยบายประชานิยม เห็นว่าคุณกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ก็ชื่นชมการชุมนุมของพันธมิตรฯออกหน้าออกตา นโยบายน้ำฟรีไฟฟรีก็ให้ต่ออายุไปเรียบร้อย

เข้าทำนองว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง เกลียดปลาไหลกินน้ำแกง ฉิบ.

หมัดเหล็ก

เจ้าสัวยุลอกการบ้าน

ที่มา ไทยรัฐ

แค่ประเดิมฤกษ์เข้าทำงานวันแรกที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ก็เจอกับเหตุการณ์ที่ทำให้ใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม

สองครั้งสองช็อตในวันเดียวกัน

เช้าบวงสรวงท้าวมหาพรหมบนดาดฟ้าตึกไทยคู่ฟ้า มาถึงคิวของศาลพระภูมิเจ้าที่จู่ๆช้างบริวาร ก็ตกลงมาแตกต่อหน้าต่อตา

นายกฯอภิสิทธิ์สีหน้าไม่สู้ดี

ตกตอนบ่าย ช่วงแถลงข่าวหลังประชุม ครม. อยู่ๆก็เจอสาวใหญ่ทราบชื่อภายหลังว่า นางประภา เอี่ยมอร่ามศรี บุกจู่โจมเข้าประชิดตัวห่างไม่ถึง 2 เมตร เพื่อร้องเรียนปัญหา

อภิสิทธิ์ถึงกับผงะ

แน่นอน ภายใต้สถานการณ์ที่ยังวางใจไม่ได้ รัฐบาลแค่อยู่ในช่วงตั้งไข่ ในขณะที่พายุใหญ่ กำลังตั้งเค้า เกมเอาคืนจากฝ่ายสูญเสียอำนาจเกิดขึ้นทุกจังหวะ

เจอจู่โจมถึงเนื้อถึงตัวแบบนี้ เสียวสันหลังวาบเลยก็แล้วกัน

แต่ที่ทำเอาใจหายยิ่งกว่า และวูบวาบเห็นๆอยู่ตรงหน้า กับกระแสวาทะร้อนๆของนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศคนใหม่ ที่ถูกตีแผ่ไปทั่วโลก

ฝรั่งอึ้ง รัฐมนตรีต่างประเทศของไทยสนุกกับม็อบยึดสนามบิน

ตะลึงกันไปทั้งวงการทูต

ล่าสุดนายกษิตยืนยันเสียงแข็งเลยว่า ไม่ได้ให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศว่า การบุกยึดท่าอากาศ- ยานสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานดอนเมือง ของม็อบพันธมิตรฯที่ตนร่วมอยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าว เป็นเรื่องสนุก

เป็นไปไม่ได้ที่ผมจะพูดให้ประเทศชาติเสียหาย

พร้อมขอตั้งข้อสังเกตว่า สำนักข่าวเดลี่ เทเลกราฟ ของประเทศอังกฤษ มีความเชื่อถือได้มากน้อยเพียงใด เพราะตนเองให้สัมภาษณ์ไปตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว และให้สัมภาษณ์พร้อมกันหลายฉบับ เชื่อว่า สื่อต่างประเทศตีความหมายผิดและมีเจตนาที่ไม่หวังดี

ออกแนวโยนให้สื่อตามสไตล์นักการเมืองไทย

ก็ต้องวัดใจดู ระหว่าง มิสเตอร์กษิต ภิรมย์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย กับสำนักข่าว เดลี่ เทเลกราฟของประเทศอังกฤษ

ต่างชาติจะเชื่อถือใครมากกว่ากัน

ที่แน่ๆโดยข่าวที่ถูกเสนอไปทั่วโลก นายกษิตพูดในวงนักการทูตต่างชาติที่นั่งฟังอยู่หลายหู พยานก็ล้วนแต่ระดับเอกอัครราชทูตทั้งนั้น มันก็เป็นเครดิตของนายกษิตในฐานะ รมว.ต่างประเทศของไทย

การพูดการจาน่าเชื่อถือได้ในระดับใด

แต่ก่อนอื่นเลย โดยอาการที่แหลมออกมา ประกอบกับสถานะ ออปชั่นของม็อบพันธมิตรฯ ก็กาชื่อไว้ได้เลย กษิต ภิรมย์

บ่อน้ำมันของรัฐบาลที่โดนล็อกเป้าถล่มแน่

แต่ที่พยายามจะอุด บ่อน้ำมันที่คนในอย่างนายนิพิฏฐ์ อินทร-สมบัติ ส.ส.พัทลุง วางระเบิดไปเรียบร้อย กับปม 80 ล้านบาทที่กลุ่มทุนทุ่ม ซื้อเก้าอี้รัฐมนตรี

ไม่ใช่เสือที่จะโผล่ออกมาจากถ้ำง่ายๆ

กับคิวที่เจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ แห่งค่ายซีพีที่โดดออกมาร่วมแจม งานผู้บริหารคุยกับสื่อ ชนิดที่ไม่มีชื่ออยู่ในคิวแต่อย่างใด เล่นเอานักข่าวแปลกใจไปตามๆกัน

แน่นอนก่อนอื่นเลย ต้องถือโอกาสบอกปัดไม่มีเอี่ยวกับการส่งนายวีระชัย วีระเมธีกุล มารับเก้าอี้ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในโควตา เขยซีพี

แต่ที่มาแบบนอกสคริปต์เลย เจ้าสัวใหญ่ค่ายซีพี ยุ อภิสิทธิ์เกทับ ทักษิณ

แนะแนวการบริหารงาน ต้องทำให้กลุ่มรากหญ้า เกษตรกร และข้าราชการซึ่งเป็นคนกลุ่มใหญ่ของประเทศมีรายได้ดีขึ้น

เรื่องปัญหาความแตกแยกสุดท้ายอยู่ที่ปากท้อง อะไรที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทำดี ให้ทำดีกว่า เกทับ ไปเลย แต่หากทำไม่ดีก็ให้ยกเลิก อย่างนโยบายประชานิยมที่เป็นประโยชน์ต่อชาติก็ให้สานต่อ

โชว์กลบข้อครหากันไปเลยว่า ยี่ห้อซีพีไม่ได้หนุนแค่ทุน แต่ ยังเสริมกึ๋นให้

และก็อย่างที่เห็นรัฐบาลประชาธิปัตย์ประกาศสานต่อนโยบายประชานิยม รวมถึงต่ออายุมาตรการช่วยเหลือประชาชนจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า สมัยรัฐบาลของนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี

ลอกการบ้าน ทักษิณแทบทั้งดุ้นเลย.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

พท.ดัน 'เฉลิม' ขึ้นหัวหน้าพรรค

ที่มา ไทยรัฐ

เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. ว่าที่ ร.ต.พงศ์พันธุ์ สุนทรชัย ส.ส.หนองคาย พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงความคืบหน้าในการคัดเลือกผู้อภิปรายนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาว่า พรรคจะสรุปรายชื่อบุคคลที่จะอภิปรายในวันที่ 27 ธ.ค.นี้ว่า ใครจะอภิปรายนโยบายด้านใด โดยประเด็นหลักจะเน้นอภิปรายเรื่องคุณสมบัติของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ และความสง่างามของรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนี้ มั่นใจว่าข้อมูลที่พรรคมีอยู่ จะเป็นหมัดน็อกรัฐบาลได้กลางอากาศแน่นอน ส่วนกรณีที่จะผลักดัน ส.ส.ในพรรค ขึ้นเป็นผู้นำฝ่ายค้านนั้น เรื่องนี้ต้องรอให้ กกต.รับรองสถานะการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองของ ส.ส.อย่างเป็นทางการก่อน ถ้า กกต.รับรองเสร็จเรียบร้อย พรรคจะเรียกประชุมใหญ่สมัยวิสามัญ เพื่อเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ โดยจะให้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค

พท.ยอมรับ ส.ส.อีสานถูกดูดเพิ่ม

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มเพื่อนเนวินติดต่อ ส.ส.อีสาน พรรคเพื่อไทย ไปร่วมดำเนินกิจกรรมทางการเมืองด้วยว่า ขณะนี้ทราบว่ามีการติดต่อ ส.ส.อีสานหลายคน ส่วนใครจะไปหรือไม่มันอยู่ที่ใจว่าต้องการต่อสู้ทางการเมืองเพื่อพรรคเพื่อไทย หรือทรยศ เนรคุณพรรคไปอยู่ที่อื่น เมื่อถามว่านายสันติ พร้อมพัฒน์ อดีต รมว.คมนาคม นายทุนพรรคเพื่อไทย เตรียมย้ายไปอยู่กลุ่มเพื่อนเนวิน นายสุรพงษ์ตอบว่า ถ้านายสันติย้ายไปอยู่กลุ่มเพื่อนเนวิน ส.ส.เพชรบูรณ์ พรรคเพื่อไทยคงย้ายไปยกจังหวัด และที่ผ่านมาไม่เคยเห็นนายสันติมาร่วมประชุมพรรคเลย เห็นเพียงนางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ส.ส.เพชรบูรณ์ ภรรยานายสันติ มาเข้าประชุมเท่านั้น

ไล่บี้พรรคประชาธิปัตย์รายวัน

นายสุรพงษ์กล่าวว่า ในวันศุกร์ที่ 26 ธ.ค.นี้ จะไปยื่นคำร้องต่อศาลอาญา เพื่อให้ตรวจสอบหาข้อเท็จจริง กรณีพรรคประชาธิปัตย์และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มีพฤติกรรมไม่ชอบมาพากล กรณีที่ได้ส่งข้อความเข้าโทรศัพท์มือถือของประชาชน ผ่านเครือข่ายต่างๆ แต่กลับให้ประชาชนผู้สนใจรับฟังข้อมูลส่งข้อความกลับ มายังหมายเลข 9191 ซึ่งเป็นระบบทรูมูฟอย่างเดียว โดยประชาชนจะต้องเสียค่าใช้จ่ายครั้งละ 3 บาท จึงเชื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์กับเครือข่ายโทรศัพท์ระบบทรูมูฟ มีผลประโยชน์ต่างตอบแทน เนื่องจากที่ผ่านมามีกระแสข่าวว่าเครือข่ายทรูมูฟให้การสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์มาโดยตลอด

นัดทนาย ทักษิณให้ถ้อยคำ

นายสิทธิโชค ศรีเจริญ ประธานคณะกรรมการมรรยาท สภาทนายความ กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการมรรยาทมีมติให้นายพิชิฎ ชื่นบาน นายธนา ตันศิริ และ น.ส.ศุภศรี ศรีสวัสดิ์ อดีตทีมทนายความของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เข้าให้ถ้อยคำต่อสภาทนายความ ในวันที่ 29 ม.ค. 2552 กรณีถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาจำคุก 6 เดือน ฐานละเมิดอำนาจศาล จากการนำถุงขนมใส่เงิน 2 ล้านบาท มอบให้เจ้าหน้าที่ศาลฎีกา ซึ่งทีมทนายความทั้ง 3 คน ได้ยื่นคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษร และได้ยื่นความประสงค์ขอเข้าให้ถ้อยคำด้วยตนเอง หลังครบกำหนดจำคุก 6 เดือน และถูกปล่อยตัวออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.ที่ผ่านมา

“รัฐมนตรีบัวแก้ว”

ที่มา ประชาทรรศน์

คอลัมน์ : สามเหลี่ยมดินแดง

** สวัสดีท่านผู้อ่านหนังสือพิมพ์ประชาทรรศน์ รายวัน พบกันอีกครั้งใน วันคริสต์มาส พฤหัสบดีที่ 25 ธันวาคม 2551 ขอให้ท่านผู้อ่านหนังสือฉบับนี้มีความสุขในเทศกาลที่เล่าลือกันว่า “ซานตาครอส” ขี่รถกวางเรนเดียร์ ลงมาแจกของขวัญให้เด็กๆ ทางปล่องไฟ ใครอยากได้ของขวัญประจำปี ให้เอาถุงเท้าวางเอาไว้บนเตียง แต่ของขวัญที่ “แทง แทนไท” อยากได้ของขวัญในปีนี้เพื่อไว้ใช้ในปีหน้ามากที่สุดคือ ความผาสุข ความกินดีอยู่ดี ของพี่น้องชาว ประชาทรรศน์ กันทั่วถ้วนทุกผู้คน...จิงเกอเบล...จิงเกอเบล...

** รัฐนาวา “มาร์ค 1” ไม่มีเวลาฮันนีมูนจริง ๆ เพราะอยู่ๆ “รัฐมนตรีบัวแก้ว” สำแดงฤทธิ์เดชให้เห็นกันแล้ว บอกว่าการปิดสนามบินนานาชาติ 2 แห่ง นั้นเป็นเรื่อง สนุก-อาหารอร่อย-ดนตรีไพเราะ จารึกไว้ในบัญชีหนังหมา พวกที่ทำลายชาติบ้านเมือง จนยับเยิน มูลค่าการค้าขายกับต่างชาติลดฮวบฮาบ!!! เดือนเดียวติดลบไป 18% ส่งผลให้มีคนเดือดร้อนตกงาน ค้าขายไม่ได้ นักท่องเที่ยวหนีหายไปหมด เพราะเขาได้รับผลกระทบกันเต็มๆ บางคนพ่อป่วยจะตาย บางคนมีธุระรีบด่วนจะบินไปทำงานต่อธุรกิจพังพินาศฉิบหาย เพราะถูกกักกันไม่ให้เข้าสนามบิน สันนิฐานได้เลยว่างานนี้ “ไม่บ้าก็เมา”

** ไม่ต้องไปถามหาความรับผิดชอบ กับรัฐบาลของ“อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ปล่อยให้คนเหล่านี้มาย่ำยีประเทศชาติ ยังไม่พอ กลับ “เหยียบย่ำซ้ำเติมสถานการณ์” ต่อไปอีก...ราดน้ำมันบนกองเพลิง เติมเชื้อแห่งความคั่งแค้น ความไม่พอใจให้กับสาธารณะชน แบบนี้หรือที่เรียกว่า จะทำให้เกิด “ระบบนิติรัฐ” ความเสมอภาคเท่าเทียมกันทางกฎหมาย แทง แทนไท ไม่เชื่อ...ว่าจะทำได้เลย การออกมายอมรับแบบผู้ร้ายยอมจำนนต่อหลักฐาน คิดว่าการปิดสนามบินเป็นเรื่องสนุก ทำไมตำรวจไม่จัดการจับกุม นี่มันคือการละเมิดสิทธิเสรีภาพ ทำลายความมั่นคง ชัดๆ ปล่อยให้นั่งทำงานในส่วนราชการอยู่ได้อย่างไร

** นี่...แทง แทนไท เตือน! ด้วยความหวังดี ดูท่าทางแล้ว รัฐบาล “มาร์ค1” ไม่ปรับเปลี่ยนท่าที ไม่ปรับเปลี่ยนบุคลากร ยังไม่มีจิตสำนึกในเรื่องประชาธิปไตย ที่ถูกต้องตามครรลองคลองธรรม “เห็นกงจักรเป็นดอกบัว” อยู่แบบนี้ เห็นทีจะอยู่ไม่ยืด จะล้มได้ภายใน 3 เดือน 6 เดือน โดยเฉพาะ นายกษิต ภิรมย์ นี่คือจุดอ่อนที่ ต้องเร่งกำจัดออกไปให้พ้น “เก้าอี้เสนาบดี” โดยพลัน เพราะยังไม่นับเรื่องการ ทวงดินแดนปราสาทเขาพระวิหาร ที่ พูดนักพูดหนา เป็น พื้นที่ของประเทศไทย เมื่อมี ตำแหน่งแล้วไม่ไปทวงคืน เท่ากับเป็นการ “ตระบัดสัตย์” บอกว่า สวมหมวกคนละใบ...ไม่ได้ เด็ดขาด !!! เพราะประชาชนไม่ได้กินแกลบกินรำ

** ไม่เชื่อ อย่าลบหลู่ ไปดูในประวัติศาสตร์ทั่วโลก นักการเมืองคนใดปลุกระดมผู้คน ในเรื่องชาตินิยม แล้วมา “ตระบัตย์สัตย์” ไม่เห็นจะมีใครมีจุดจบสวยงามสักคนเดียว เดี๋ยว พ่อ แม่ ลูก หลาน ถูกสาปแช่ง ต้องมีอันเป็นไป!!! แปลกแต่จริง นักการเมืองบางท่านบ้างก็เป็นพิการ เป็นอัมพฤติ อัมพาต บ้างพบจุดจบอย่างนาเวทนา...ตาย...ก่อนเวลาอันควร โดยเฉพาะแผ่นดินที่มีความศักดิ์สิทธิ์ แทง แทนไท ได้แต่ภาวนา อย่าให้เกิดกับ กษิต ภิรมย์ และ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เลยเจ้าประคุณ...รุนหัว

** คนเสื้อแดง ต้องอดใจรอ อีกไม่กี่เดือน จะมีการประชุมเรื่องของมรดกโลก อีกครั้ง ดูสิว่าสิ่งที่นายทั้ง 2 คนนี้เคยพูดจาด่าว่าคนอื่น นั้นจะมีน้ำยามาแก้ไขสถานการณ์อะไรอย่างไร คนไทยจะได้ดินแดน 4.2 ตารางกิโลเมตร คืนมา แล้วยกเฉพาะตัวปราสาทเขาพระวิหาร ไปให้กับกัมพูชา ถ้าอยู่เป็นรัฐบาลแล้วทำตามที่เคยพูดไว้ไม่ได้ วันนั้นแหละ...คนไทยไม่ว่าจะเป็น เสื้อแดง-เสื้อเหลือง จะต้องหันมาพร้อมใจกันรุมยำ อย่าให้เหลือซาก...แห่งความชั่วช้าอัปรีย์

** หลายคนบอกว่า ทำไมไม่ประเคนหมักประเคนศอก ใส่ไปสักตั้งหนึ่งก่อน แทง แทนไท คิดว่าวันนี้ยังไม่ใช่เวลา ต้องให้เวลารัฐบาลทำงานไปสักระยะหนึ่งก่อน ใครที่คิดใจร้อน ต้องกลับมาปรับแผนเสียใหม่ให้สุขุมเยือกเย็นมากขึ้น วันนี้ปัญหาใหญ่ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของคนไทยคือเรื่องปาก เรื่องท้อง เศรษฐกิจ หรือเรื่องการเมือง กันแน่? เท่าที่ติดตามดู คนรากหญ้า เริ่มมีปัญหา นี่คือปัญหาเฉพาะหน้าที่หนักหน่วง ปีหน้าคนจะตกงานบานตะเกียง อันเนื่องจากเศรษฐกิจถดถอยไปทั่วโลก สินค้าส่งออกที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นภาคการเกษตร ภาคอุตสาหกรรม นักท่องเที่ยว และ อื่น ๆ จะได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์เศรษฐกิจ ทั่วถ้วน ทุกตัวคน ที่เคยขายได้จะขายไม่ได้ ที่เคยได้ราคาจะไม่ได้ราคา กลับไปจัดทำแผนรองรับการกระแทกทางเศรษฐกิจครั้งสำคัญนี้

** “แทง แทนไท” รู้มาว่าขณะนี้หลายบริษัทปรับตัวนำ ระบบคอมพิวเตอร์สมัยใหม่ มาใช้ และจะมีการเลิกจ้างแรงงานเพื่อลดต้นทุน และบางบริษัทมีแผน “เลิกจ้างแรงงานชั่วคราว” เพื่อนำร่องไปสู่การ “ปิดกิจการถาวร” ซึ่งจะส่งผลให้เกิดปัญหาทางสังคม ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หาก รัฐบาล ยังไม่ทำงานให้ฉับไว ตามที่คุยโม้โอ้อวด รับรอง มีแต่ พัง กับ พัง กับ พัง ... โดยที่คน “เสื้อแดง” ไม่ทันต้องออกโรง

** บรรทัดสุดท้าย “แทง แทนไท” สงสัยเรื่องการระเบิดที่ กองพลาธิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะมีเงื่อนงำ เพราะเป็นการระเบิดกลาง ของ ม็อบพันธมารโกเต๊กซ์ ไม่ว่าจะเป็นระเบิดปิงปอง ระเบิดน้อยหน่า ระเบิดลูกเกลี้ยงและลูกกระสุนปืนไปเก็บรักษานั้นเป็นการทำลายหลักฐาน ใช่หรือไม่? คดีความที่มีอยู่เป็นร้อยๆ คดี จะได้ถูก “ปิดแฟ้ม... ยกฟ้อง…” เพราะไม่มีหลักฐาน สำนวนคดีความจะถูกปิดไปแบบง่ายๆ นี่หรือ ความเท่าเทียมกันในกระบวนการยุติธรรมที่รัฐบาลนี้มอบให้เป็นของขวัญปีใหม่กับสังคมไทย

หมดสนุก !

ที่มา ประชาทรรศน์

คอลัมน์ : ละครชีวิต

โดย ลวดหนาม


ใกล้จะสนุกสนานกับเทศกาลเฉลิมฉลอง “ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่” กันอีกไม่กี่วันข้างหน้าแล้ว

แต่ทันทีที่อ่านข่าว นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศว่า การที่กลุ่มพันธมิตรฯ ปิดสนามบินนั้น “เป็นเรื่องสนุก อาหารอร่อย ดนตรีไพเราะ” แถมเป็นบรรยากาศดีที่น่าจดจำ ก็พาลทำให้ประชาชนชาวไทยทั้งประเทศเริ่มหมดความสนุก

ที่บอกว่า “หมดสนุก” นั้น เพราะคนจำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจนำเข้า - ส่งออก ได้รับผลกระทบ ทั้ง “เงินเดือน” ที่โดนตัดลดลงและ “เงินโบนัส” ที่บริษัทงดจ่ายในปีนี้
เรียกได้ว่า “ชอกช้ำ” กันไปตามๆ กัน แต่เรื่องมันก็ผ่านมาแล้ว หลายคนทำใจและพร้อมจะกัดฟันสู้ เผชิญวิกฤติต่อไป

แต่พอมาได้ยินคำพูดของ รมว.การต่างประเทศ คนใหม่บอกว่า การปิดสนามบินนั้น “อาหารอร่อย ดนตรีไพเราะ” แล้วก็อยากจะร้องไห้

แทบไม่น่าเชื่อเลยว่า คนที่เป็นรัฐมนตรีจะพูดเช่นนี้ พวกคุณมีความโหดร้ายอำมหิตเหลือที่จะบรรยาย ไม่รู้จะเอาอะไรมาเปรียบเทียบได้
ผมไม่รู้ว่า เบื้องหลังของพวกคุณ จะประกาศชัยชนะอย่างไร ไม่แน่ในวันนี้ 25 ธันวาคม วันคริสมาสต์

คนที่อยู่เบื้องหลังการปิดสนามบิน อาจจะกำลังเปิดแชมเปญฉลอง สั่งอาหารราคาแพงมาจากโรงแรมหรูหรา ไฮโซอยู่ก็ได้
แต่ผมอยากให้รู้ว่า ในขณะที่พวกคุณกำลังดื่มด่ำ สนุกสนานกันอยู่นั้น ประชาชนต้องทุกข์อย่างแสนสาหัส

นักท่องเที่ยวกว่า 3.5 แสนคนที่ตกค้างอยู่ในประเทศไทยจากการปิดสนามบินกว่า 7 วัน ทำความเสียหายให้ธุรกิจการบินและการท่องเที่ยวหลายแสนล้านบาท

นักท่องเที่ยวจากหลายประเทศยกเลิกการเดินทางมาประเทศไทยในเดือนธันวาคมจนถึงต้นปีหน้าส่งผลโดยตรงต่อเม็ดเงินของรายได้จากต่างประเทศเข้าสู่ประเทศไทยที่ต้องขาดหายไป
สิ่งต่างๆ เหล่านี้ ไม่ใช่เรื่องสนุก แต่เป็นเรื่องที่สมควรลงโทษให้สาสมกับความสูญเสียที่เกิดขึ้น

ผมเห็นด้วยกับ นางลีนา จังจรรจา หรือลีน่าจัง ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ที่เดินทางหาเสียงบริเวณท่าอากาศยานดอนเมือง พบปะกับคนขับรถแท็กซี่ ผู้ค้าในสนามบิน ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากการปิดสนามบิน

ลีน่า จังบอกว่า อาชีพต่างๆ เหล่านี้ได้รับผลกระทบมาก แม้ขณะนี้จะมีนักท่องเที่ยวมากขึ้น แต่โดยทั่วไปก็ยังเงียบเหงา ซึ่งหากได้เป็นผู้ว่าฯ กทม. จะเร่งแก้รัฐธรรมนูญใหม่ ปรับแก้กฎหมายเพิ่มโทษผู้บุกรุกสนามบินจากเดิมจำคุก 3 ปีให้มีโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต

นับเป็นการเสนอบทลงโทษที่เข้าท่าทีเดียว แม้ว่าก่อนหน้านี้ ผมจะไม่ค่อยปลื้ม คุณลีน่าจังเท่าใดนัก เพราะภาพพจน์ที่ดูเกินขอบเขตไปหน่อย

แต่การเสนอให้ลงโทษผู้ยึดสนามบินโดยการ “ประหารชีวิต” นั้น ก็ทำให้ได้ใจผมไปอีกหนึ่งเสียงครับ !

อย่าสนุกบนทุกข์ของรากหญ้า

ที่มา ประชาทรรศน์

คอลัมน์ : ตะแกรงข่าว

โดย *อัฐศิริ*


การเข้ามาฟื้นฟูกอบกู้ปัญหาของประเทศชาติ จากผลงานอัปยศของกลุ่มพันธมารที่สร้างความหายนะ โดยที่คนพวกนี้ยังลอยนวลอยู่ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เป็นเรื่องที่รัฐบาลที่มีพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำต้องรับศึกหนัก เพราะปัญหามีอยู่ทุกระดับ เกิดขึ้นทุกพื้นที่
พิสูจน์แล้วว่า การต่อสู้ที่ผ่านมาไม่ใช่การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย
แต่อ้างคำว่า “ประชาธิปไตย” เพื่อสร้างการครอบงำ เพื่อจะนำไปสู่ “การเมืองใหม่” ที่เตรียมการไว้แล้ว
เพราะฉะนั้น วันนี้ประชาธิปไตยจึงเหมือนเดินอยู่บนเส้นด้าย

ความหมายของคำว่าประชาธิปไตยนั้น หมายถึงการได้รับการปฏิบัติที่เท่าเทียมกัน การมีสิทธิเสรีภาพแบบเท่าเทียมกัน ไม่ละเมิดสิทธิของคนอื่น เคารพกฎหมายของบ้านเมือง

หากปล่อยให้คนกลุ่มหนึ่งมีอภิสิทธิ์เหนือคนอีกกลุ่มหนึ่ง สังคมก็จะอยู่ร่วมกันอย่างไม่มีความสุข ความขัดแย้งก็ยังคงมีอยู่ต่อไปไม่สิ้นสุด

นอกจากเรื่องการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติแล้ว เรื่องภัยจากเศรษฐกิจ จะเป็นเรื่องพิสูจน์น้ำยาของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์

แต่กระนั้นก็ต้องเผื่อใจไว้บ้างสำหรับความผิดหวัง เมื่อผู้รอบรู้ในทางธุรกิจ เศรษฐกิจ ออกมาพูดตรงๆ ว่า ทีมงานเศรษฐกิจของรัฐบาลนี้ ดูจะขี้เหร่ไปหน่อย แม้จะเอาความหล่อของนายกรัฐมนตรี ที่มาเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจด้วยตัวเอง คนยังส่ายหน้า
ก็ต้องอยู่ที่ผลงานเท่านั้น อย่างยื่นหมดสิทธิ์เป็นตัวช่วย

การเมืองของไทยที่ผ่านมา ดูเหมือนว่า ประชาชนถูกลดความสำคัญลงให้เป็นแค่กองเชียร์ ทำหน้าที่เชียร์คนหรือนักการเมืองที่มีภาพลักษณ์ที่ตัวเองชื่นชอบ แต่ลืมไปว่าตัวเองเป็น “เจ้าของอำนาจ” จึงไม่น่าจะมีประโยชน์อะไรที่เราจะไปทุ่มเทชีวิตจิตใจ เพื่อจะเชียร์ใครคนใครคนหนึ่งอย่างไม่ลืมหูลืมตา เมื่อเทียบกับสิ่งที่ประเทศชาติจะได้รับ
ปัญหาประเทศไทยวันนี้ ต้องแยกแยะความสำคัญให้ชัดเจน
เรื่องปากท้อง เรื่องประชาธิปไตย เรื่องการเข้าร่วมรัฐบาล ตัวเลขที่น่าจะเป็นคือ 60:30:10
นั่นคือเรื่องของปากท้อง การมีงานทำ การมีรายได้ ต้องมาก่อนอย่างอื่น
ถ้ามีประชาธิปไตยจ๋า แต่ปากท้องยังอดอยากหิวโหย ก็ไม่พ้นต้องหันไป ลัก-วิ่ง-ชิง-ปล้น
ที่จะตามมาก็คือ “ปัญหา” ของสังคม

วันนี้ นักการเมืองต้องเปลี่ยนความคิดว่า เมื่อเข้ามาเป็นรัฐบาล มามีอำนาจแล้ว คิดแต่ว่า มาใหม่ต้องทำของใหม่ ส่วนของเก่าเอาทิ้งไป

วันนี้ทำอย่างนั้นไม่ได้แล้วครับ อะไรที่เป็น “ของดี” ก็อย่าให้ “เสียของ” สิ่งที่รัฐบาลเก่าทำไว้ดี ก็ต้องเอาไว้ แล้วพยายามหาทางต่อยอดให้ดียิ่งขึ้น เพื่อความผาสุกของพี่น้องประชาชน แต่จะมีการเปลี่ยนชื่อเสียงเรียงนาม เพราะยังเขินๆ อยู่กับการที่จะเอาของเขามาทั้งดุ้น ก็ไม่ว่ากัน
สำคัญอยู่ที่การปฏิบัติและผลลัพธ์ที่จะออกมามากกว่า
วันนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่าเศรษฐกิจในชุมชนในท้องถิ่นอยู่ในสภาพย่อยยับ ไหนจะมีคนที่ตกงานกลับบ้านเพิ่มมากขึ้น จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลต้องกระตุ้น “เศรษฐกิจรากหญ้า” ให้ขับเคลื่อนไปให้ได้
ต้องมีการสร้างงาน สร้างรายได้ ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างหลักประกันในอนาคต

ซึ่งนโยบายเร่งด่วนก็หนีไม่พ้นการแก้ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ มาตรการแก้ปัญหาการส่งออก การปัญหาการท่องเที่ยว ที่ได้รับผลกระทบจากการปิดสนามบินของกลุ่มพันธมารม็อบโกเต๊กซ์ ราคาพืชผลเกษตรตกต่ำ เช่นข้าว ข้าวโพด ยาง ปาล์ม การปัญหาการว่างงานที่รุนแรงขึ้น รวมถึงการเรียนฟรี การรักษาฟรี
ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นปัญหาหนักอกของรัฐบาลนี้ มีอยู่ไม่กี่เรื่อง คือ
1 การสร้างความเชื่อถือเชื่อมั่นในระดับนานาชาติ เมื่อฝ่ายต่างประเทศของ “ม็อบโกเต๊กซ์” ที่มีดีกรีเป็นถึงอดีตทูต ถูกจับมาวางเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ คนนี้แหละที่ขึ้นเวที “ม็อบโกต๊กซ์” ในระดับแถวหน้า ให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศ มองว่าการยึดสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นข่าวไปทั่วโลก เพราะได้สร้างความเดือดร้อนให้ชาวต่างชาติ เป็นเรื่องสนุก เป็นความประทับใจ ความทรงจำที่ดีงาม
2. การสร้างความสมานฉันท์บนความแบ่งแยกกันชัดเจนของคนในประเทศ
3.การแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เกิดความรุนแรงขึ้นมาต้อนรับรัฐบาลใหม่

ในสถานการณ์แบบนี้ ผู้รู้ทางด้านเศรษฐกิจเห็นว่า รัฐบาลสามารถนำเงินมาใช้จ่ายได้ เพราะการบริหารแบบขาดดุลงบประมาณ สามารถนำเงินมาใช้ได้ไม่เกิน 4 แสนล้านบาท ขณะนี้ รายได้ตกลงไป 1 แสนล้านบาท ยังเหลืออยู่ 3 แสนล้านบาท

หากรัฐบาลนี้สานต่องานจากรัฐบาลเดิมต่อ และเติมโครงการใหม่ๆ เพิ่มขึ้น ก็เชื่อว่ายังมีงบประมาณที่พอเพียงที่จะนำมาจ่ายเงินค่าชดเชยให้แก่แรงงานที่ว่างงาน

นั่นคือ รัฐบาลจะต้องใส่เงินชดเชยเพิ่มเข้าไปในระบบทดแทนกำลังซื้อที่หายไป มีนโยบายทางการเงินที่ผ่อนคลาย ซึ่งการใช้เงินของภาครัฐมีผลต่อสภาพทางเศรษฐกิจ เชื่อว่ารัฐบาลนี้ทำงานได้ง่ายกว่าวิกฤติ ปี 2540

โดยสามารถใช้นโยบายประชานิยมได้ ไม่ใช่เรื่องที่ไม่ดี เพราะทำให้เงินเข้าถึงประชาชนรากหญ้ามากที่สุด ซึ่งคนกลุ่มนี้จะทำให้เกิดการหมุนเวียนของเงินในระบบ และเกิดการใช้จ่ายกระตุ้นเศรษฐกิจ

ปฏิเสธไม่ได้ว่าคนรากหญ้า โดยเฉพาะในภาคอีสานและภาคเหนือ มีความรักและความศรัทธาในตัวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นอย่างสูง
นั่นเป็นเพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ ให้ความสำคัญกับคนรากหญ้า

นโยบายประชานิยมหลายเรื่องของ พ.ต.ท.ทักษิณ ช่างโดนใจคนรากหญ้าเป็นอย่างมาก จึงเป็นเหตุให้ระบอบทักษิณสามารถหยั่งรากฝังลึกเข้าไปอยู่ในจิตใจของคนรากหญ้าได้อย่างมั่นคงและยาวนาน จนยากที่พรรคการเมืองอื่นๆ จะสามารถแทรกซึมเข้าไปแทนที่ในจิตใจของพวกเขาเหล่านั้นได้โดยง่ายดาย

แต่วันนี้ประชาชนคนยากคนจน ผู้ด้อยโอกาสต้องหน้าซีดเซียวไปตามๆ กัน เพราะข้าวของที่แพงขึ้น ค่าครองชีพที่สูงขึ้น การขยายระยะเวลา 6 มาตรการ 6 เดือน ออกไปอีก 6-12 เดือน จะช่วยลดภาระบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้ในระดับหนึ่ง

เห็นด้วยว่าจะต้องขยายระยะเวลาน้ำประปา ไฟฟ้า รถเมล์ รถไฟ ฟรีออกไปอีก เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน มาช่วยเหลือประชาชนที่กำลังประสบปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ และเดือดร้อนจากภาวะการตกงานที่เกิดขึ้น เพราะเรื่องขวัญและกำลังใจเป็นสิ่งสำคัญ
ก็ต้องมาดูว่า โครงการต่อไปนี้เกิดเป็นรูปธรรมจริงจังหรือไม่อย่างไร

นโยบายที่มาต่อยอดซึ่งเป็นประโยชน์กับประชาชนในยามนี้คือ กองทุนหมู่บ้าน ธนาคารประชาชน โครงการ SML เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ กองทุนช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพอิสระสวัสดิการอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน แก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ

ที่ต้องติดตามและจับตาคือ การบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม ซึ่งจะทำให้สังคมเกิดสันติสุขอย่างแท้จริง และ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ยังมีกระแสการคัดค้านต่อต้าน
เพราะนี่จะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า เป็นรัฐบาลเพื่อประชาชน หรือรัฐบาลเพื่อใครกันแน่