WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, December 26, 2008

เข้าตำรา 'ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่'

ที่มา เดลินิวส์

การกลับคืน “กระทรวงคลองหลอด” ของกลุ่มเพื่อนเนวิน ได้สร้างความฮือฮาอีกครั้ง ด้วยการแต่งตั้ง นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ “น้องชายเนวิน” เป็นประธานคณะทำงาน รมว. มหาดไทย

แม้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะครั้ง พล.ต.อ. โกวิท วัฒนะ เป็น รมว.มหาดไทย นายศักดิ์สยาม ก็มาทำหน้าที่ในลักษณะที่ไม่ต่างจาก ที่นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล มาดำรงตำแหน่งในปัจจุบันนี้

นายชวรัตน์ ให้เหตุผลในการใช้บริการนายศักดิ์สยามว่า เป็นคนมีความสามารถ มีประสบการณ์ เพียงแต่นามสกุล “ชิดชอบ” เท่านั้น

แต่ที่น่าจะฮือฮาและน่าจับตาไปกว่านั้นคือ ในการประชุมร่วมกับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของกระทรวงมหาดไทยผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ไปยังผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ

ช่วงหนึ่ง นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย เจ้าของรหัส “มท.2” กล่าวไว้น่าสนใจยิ่งว่า

“แม้รัฐบาลจะมีนโยบายที่ดีเพียงใด แต่ถ้าคนในชาติแตกแยกกันนโยบายก็ไม่สัมฤทธิผล ซึ่งตนเชื่อว่ากระทรวงมหาดไทยคือกลไกที่สำคัญที่จะทำให้เกิดความสามัคคีในประเทศชาติ ทั้งนี้ การชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) สามารถทำได้เพราะเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ แต่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายและไม่ละเมิดสิทธิคนอื่น ซึ่งการชุมนุมที่มีเจตบริสุทธิ์เราก็สนับสนุน แต่หากการชุมนุมเกิดจากความเข้าใจผิด ทางผู้ว่าฯ และหน่วย ในท้องถิ่น ต้องเข้าไปอธิบายทำความเข้าใจกับประชาชน ดังนั้นขอให้ผู้ว่าฯ รายงานข้อมูลว่าแต่ละจังหวัดมีการเคลื่อนไหวของผู้ชุมนุมที่จะเดินทางเข้ามาใน กทม. หรือไม่ และมีจำนวนเท่าไหร่ แกนนำการเคลื่อนเป็นใคร ซึ่งผู้ว่าฯ จะต้องรายงานมาที่ผมโดยตรงทุก ๆ 6 ชั่วโมงก่อนที่รัฐบาลจะแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ในวันที่ 29 ธ.ค. และขอยืนยันว่า ไม่ได้เป็นการสกัดกั้น แต่เพื่อความสะดวกและความสงบเรียบร้อยเท่านั้น”

ใคร ๆ ก็รู้ว่าในวันที่ 28 ธ.ค. กลุ่ม นปช. ที่นำโดย “วีระ-จตุพร-ณัฐวุฒิ” จะนัดชุมนุม “คนเสื้อแดง” ที่ท้องสนามหลวง และอาจจะเลยเถิดไปถึงการไปปิดล้อมรัฐสภาเพื่อไม่ให้รัฐบาล “อภิสิทธิ์” แถลงนโยบายต่อรัฐสภาในวันที่ 29-30 ธ.ค. ที่จะถึงนี้

หากจำได้จะพบว่าช่วงที่ความชัดเจนในตำแหน่งรัฐมนตรี “กลุ่มคนเสื้อแดง” ก็ยกขบวนมาให้กำลังใจนายบุญจงและนายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ รมช.คมนาคม

ประโยคตรงที่ว่า “หากการชุมนุมเกิดจากความเข้าใจผิด ทางผู้ว่าฯ และหน่วยงานในท้องถิ่นต้องอธิบายทำความเข้าใจกับประชาชน” นี้ “น่าคิด”

อย่าลืมเป็นอันขาดว่า ส่วนหนึ่งที่สำคัญที่ทำให้เกิดคนขบวนการ “คนเสื้อแดง” คือ กลุ่มเพื่อนเนวิน

แล้วอย่างนี้ มีหรือที่คนอย่างนายบุญจง จะอ่านไม่ทะลุปรุโปร่ง สงสัย “คนเสื้อแดง” สีจะเริ่มจางเข้าซะแล้ว.

โหมม็อบกลบปมร้อน?

ที่มา ไทยรัฐ

เนียนจริงๆ กับมุกตีตั๋วอยู่ยาวของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี บอกกับ ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็น เมื่อไหร่ที่ฟื้นฟูเศรษฐกิจและยุติปัญหาความไม่ สงบเรียบร้อยในบ้านเมืองได้แล้ว

จะพิจารณายุบสภา

ก็รู้กันอยู่ว่า การกู้วิกฤติเศรษฐกิจยิ่งกว่าแบกหินขึ้นภูเขา ยิ่งการยุติปัญหาความแตกแยกในสังคมไทยไม่ต้องพูดถึง อาการแบ่งสีเลือกข้างยากจะกลับมาจูนกันได้เร็ววัน

ครบเทอม 4 ปี ลากยาวจนหยดสุดท้าย ยังไม่พอเลยสำหรับนายกฯอภิสิทธิ์ ฉะนั้น ถ้าไม่มีเหตุจวนตัวจริงๆ ก็ไม่ต้องพูดถึงเรื่องยุบสภา

นี่แหละลีลา เขี้ยวลากดินของเซียนการเมืองยี่ห้อประชาธิปัตย์

และถึงตอนนี้ก็ไม่แน่ซะแล้วว่า ใครเป็นฝ่ายรุก ใครเป็นฝ่ายตั้งรับกันแน่

กับการเจาะจงเลือกเอาวันที่ 29-30 ธันวาคม เป็นวันแถลงนโยบายรัฐบาล และก็เป็นนายอภิสิทธิ์ที่นัดล่วงหน้า เรียกประชุม ครม.นัด มิดไนท์กลางดึกวันที่ 30 ธันวาคม ทันทีที่เสร็จสิ้นการแถลงนโยบาย

โชว์ภาพความฟิต รัฐบาลพร้อมลุยทำงานเต็มที่

วางหมากแก้เกมม็อบเสื้อแดงที่นัดชุมนุมใหญ่ล้อมสภา ขวางรัฐบาลแถลงนโยบาย

ในอารมณ์ที่คนไทยกำลังเตรียมตัวฉลองเทศกาลปีใหม่ เดินสายออกต่างจังหวัด ไม่มีใครสนใจการเมืองเรื่องม็อบอยู่แล้ว

ยากที่ เสื้อแดงจะระดมกันได้พรึบพรับ

ที่สำคัญ มันก็เป็นสัญญาณที่พอจะจับคลื่นความถี่ได้ กับคิวที่มีการต่อสายให้ อินทรีอีสานพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ว่าที่หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน โฟนอินเข้ารายการสดสถานีวิทยุชุมชนกลุ่มคนรักอุดรของนายขวัญชัย ไพรพนา แกนนำคนสำคัญของม็อบเสื้อแดง

ขอให้ชาวอุดรหยุดความเคลื่อนไหว อยากให้เวลารัฐบาลทำงานสักระยะก่อน

ก่อนอื่นเลยนี่คือการส่งซิกให้รู้กันเลย พล.ต.อ.ประชาคือแคนดิเดตที่มีข่าวทางลึกว่า ได้รับการ ทาบทามให้นั่งเก้าอี้หัวหน้าพรรคเพื่อไทย

รับธงจาก นายใหญ่คุมนอมินีแถวสาม

และก็เป็นอะไรที่พูดกันชัด หลัง อินทรีอีสานสั่งเบรก นายขวัญชัยแถลงยืนยัน สมาชิกส่วนมากของกลุ่มคนเสื้อแดง เห็นว่าขณะนี้ยังไม่สมควรลงไปร่วมการชุมนุมที่กรุงเทพฯ เพราะเป็น ช่วงที่ประชาชนกลับบ้านกราบพ่อแม่

ขอให้พ้นช่วงปีใหม่ไปก่อน จะตั้งเวทีต่อสู้ทางการเมืองอีกครั้ง

โดยอาการแตะเบรกของเครือข่าย เสื้อแดงแท้ยังดึงเกมซุ่มคุมเชิงอยู่ในฐานที่มั่น รอการเปลี่ยนถ่ายเลือดเสีย วางกำลังกันใหม่

ไม่กล้าบุ่มบ่ามให้หลงเข้าเกม เสื้อแดงเทียมของฝ่ายทรยศ ที่อาจจะซ้อนแผนป่วน ดิสเครดิตทำลายภาพพจน์กองเชียร์ ทักษิณ

ยั่วให้กระแสสังคมตีกลับ

โดยเงื่อนไขที่ประเมินกันง่ายๆ ม็อบเสื้อแดงขยับตัวลำบาก ยากจะกลับมามีพลังได้เร็ววัน

มันก็น่าเอะใจ กับอาการ ผวาเกินเหตุของฝ่ายคุมอำนาจรัฐ

เทพเทือกนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี รีบออกตัว เป็นทำนองรับสภาพ ถ้าม็อบเสื้อแดงล้อมสภา สมาชิกทำหน้าที่ไม่ได้

ก็ต้องเลื่อนการแถลงนโยบายออกไป

ในขณะที่บิ๊กตำรวจนครบาลก็ช่วยตีปี๊บปั่นสถานการณ์ให้ดูน่ากลัว ถึงขั้นต้องงดจัดงานเลี้ยงวันสถาปนา บช.น. เพื่อเตรียมกำลังอยู่ในที่ตั้ง

เตรียมตัวรับบางอย่างซึ่งคาดว่าจะต้องมีในวันที่ 28-29 ธันวาคม

นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย ก๊วน เพื่อนเนวินสั่งการ ผ่านวีดิโอคอนเฟอร์เรนซ์ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดรายงานความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงทุก 6 ชั่วโมง

ประกบติดทุกระยะ

ฝ่ายรัฐบาลตีปี๊บโหมกระแสม็อบจนน่าตื่นเต้นเร้าใจ พาดหัว ข่าวใหญ่โต

อีกนัยก็เหมือนจะใช้คิวม็อบเสื้อแดงกลบกระแส อย่างน้อยก็ปมฉาว เฉพาะหน้า วาทะตะลึงโลกของนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ การตั้ง นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ น้องชายของนายเนวิน ชิดชอบ เป็นกุนซือใหญ่ ของ มท.1 การแบ่งโควตากรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นที่มีงบประมาณกว่าหมื่นล้านบาทให้อยู่ในกำกับของนายบุญจง รัฐมนตรีโควตาเพื่อนเนวิน

ยัดไส้ ตีกินกันเงียบๆ.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

พท.บี้ 'ยงยุทธ-เจ๊แดง' ลดบทบาท

ที่มา ไทยรัฐ

เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่พรรคเพื่อไทยไม่สามารถรวบรวมเสียงข้างมากจัดตั้งรัฐบาลได้ ส.ส. จำนวนมากได้มีการหารือถึงเรื่องนี้กันเป็นระยะว่าเกิดจากสาเหตุอะไร โดย ส.ส.ส่วนใหญ่เห็นสอดคล้องกันว่า คนใกล้ชิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ มีความขัดแย้งกันระหว่างนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ภรรยานายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ ที่มีนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงษ์ไพศาล อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย นายสันติ พร้อมพัฒน์ อดีต รมว.คมนาคม ถือหางอยู่กับนายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ที่ ต่างฝ่ายต่างชิงเป็นแกนนำเดินเกมประสาน ส.ส.จากพรรคร่วมรัฐบาลเดิม โดยไม่ได้หารือกัน ทำให้ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ และยังเกิดกระแสที่จะมีการยุบพรรคเพื่อไทยอีก เพราะเห็นว่าเป็นพรรคนอมินีของ พ.ต.ท.ทักษิณ เห็นได้ชัดเจนจนถึงขณะนี้ กกต.ยังไม่รับรอง ส.ส.ที่สมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย โดยมีการปล่อยข่าวว่า กกต.จะไม่ รับรอง ส.ส.เหล่านี้เป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย เนื่องจากพรรคนี้ไม่มี ส.ส.ที่ได้รับเลือกตั้งในช่วงแรก จึงขาดคุณ สมบัติที่จะรับ ส.ส.เข้าเป็นสมาชิกพรรค ดังนั้น ส.ส.ส่วนใหญ่ของพรรคจึงเห็นว่า นางเยาวภา และนายยงยุทธ ที่ ใกล้ชิด พ.ต.ท.ทักษิณ ควรลดบทบาท ไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับพรรคเพื่อไทย

ไชยารับพรรคไร้เอกภาพ

ด้านนายไชยา พรหมา ส.ส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายยงยุทธ ติยะไพรัช ขัดแย้งกับนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ว่า ไม่ทราบว่ามีความขัดแย้ง กัน แต่ที่ผ่านมา ส.ส.บางส่วนในพรรคได้หารือนอกรอบถึงสาเหตุการชิงเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลล้มเหลว เกิดจากคนที่ใกล้ชิด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ต่างคนต่างทำงาน ไม่มีเอกภาพ สั่งการให้ทำงานกันไม่กี่คน ส.ส.คนอื่นไม่มีส่วนร่วมรับผิดชอบ การบริหารพรรคแบบนี้ได้ทำกันมาตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน และยังนำมาใช้กับพรรคเพื่อไทยอีก โดยเป็นการสั่งจากข้างบนลงมา ส.ส.ธรรมดาไม่มีสิทธิเสนออะไร เพราะถ้าเสนออะไรในที่ประชุมพรรคขัดใจแกนนำ จะถูกขึ้นบัญชีดำว่าเป็นพวกหัวหมอ จะไม่ให้ลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งต่อไป ดังนั้นจากนี้ไปขอให้คนที่อยู่ใกล้ชิด พ.ต.ท.ทักษิณจะต้องทำงานอยู่ข้างหลัง อย่ามาอยู่แนวหน้า เพราะถูกมองว่าเป็นพรรคนอมินี พ.ต.ท.ทักษิณ

ตั้ง พัลลภคุมเลือกตั้งลพบุรี

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงความคืบหน้าส่งผู้สมัครลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อมว่า พรรคมีมติส่งนายประสงค์ สอนมานะ ลงสมัครเขต 1 จ.ลพบุรี และนายเดชา ตุลาธาร ลงสมัคร เขต 1 ราชบุรี รวมจนถึงขณะนี้พรรคส่งผู้สมัครลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อมแล้วทั้งสิ้น 13 คน นอกจากนี้พรรคยังแต่งตั้ง พล.อ. พัลลภ ปิ่นมณี อดีตรองผู้อำนวยการการรักษาความมั่นคงภายใน (รอง ผอ.รมน.) เป็นผู้อำนวยการเลือกตั้งในเขต จ.ลพบุรีให้กับพรรค และนายพิเชษฐ สถิรชวาล จะเป็นที่ปรึกษาประธานการเลือกตั้งภาคกลาง ดูแลพิเศษเฉพาะ จ.ลพบุรี และ จ.สิงห์บุรีให้กับพรรคอีกด้วย

วางตารางแถลงนโยบาย

วันเดียวกัน ที่รัฐสภา นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) แถลงภายหลังประชุมวิปรัฐบาลอย่างไม่เป็นทาง การเพื่อกำหนดกรอบเวลาในการอภิปรายคำแถลงนโยบายรัฐบาลว่า คาดว่าทั้งสองสภาฯจะมีเวลาในการอภิปรายรวม 28 ชั่วโมง จึงแบ่งเวลาให้นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคอภิปรายโดยไม่กำหนดเวลาภายในกรอบ 2 ชั่วโมง จากนั้นจะแบ่งให้แต่ละฝ่ายอภิปรายฝ่ายละ 6 ชั่วโมง โดยให้พรรคการเมือง ไปบริหารเวลากันเอง เมื่อถามว่ามีความกังวลการตีรวนของฝ่ายค้านหรือไม่ นายชินวรณ์ตอบว่า เชื่อว่าไม่มีปัญหาเพราะฝ่ายค้านเคยเป็นรัฐบาลมาถึงสองรัฐบาลรู้หน้าที่ดี และทุกฝ่ายเป็นเพื่อนกันคงเข้าใจในการทำหน้าที่รัฐบาล ส่วนการเตรียมรับมือม็อบเสื้อแดงหรือการเตรียมที่ประชุม สำรองหรือไม่ นายชินวรณ์ตอบว่า วิปรัฐบาลไม่ได้พูดเพราะเชื่อว่าประธานรัฐสภาจะจัดการกับเรื่องนี้ได้

ฝ่ายค้านวางตัวสับนโยบาย รบ.

ที่รัฐสภา นายวิทยา บุรณศิริ ส.ส.พระนครศรีอยุธยา แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมของพรรคร่วมฝ่ายค้านในการอภิปรายแถลงนโยบายของรัฐบาลว่า ในวันที่ 26 ธ.ค.นี้ พรรคร่วมฝ่ายค้านจะได้ข้อสรุปเกี่ยวกับการอภิปราย ทั้งจำนวนผู้อภิปราย กรอบเวลาและแนวทางการอภิปรายของ ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน โดยจะวางตัว ส.ส.ที่มีประสบการณ์และอดีตรัฐมนตรีเป็นผู้อภิปราย อาทิ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อดีต รมว. มหาดไทย นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ อดีต รมว.พาณิชย์ นอกจากนี้ ยังมี ส.ส.ของพรรคที่แสดงความจำนงขออภิปรายมากว่า 70 คน แต่อยากให้มีผู้อภิปรายหลักๆประมาณ 15 คน พรรคจึงต้องเกลี่ยสัดส่วนผู้อภิปรายโดยเปิดโอกาส ให้พรรคร่วมฝ่ายค้านคือ พรรคประชาราช พรรคเพื่อแผ่นดินและพรรครวมใจไทยชาติพัฒนาบางส่วนได้อภิปรายด้วย

โยน เฉลิมสอย เทพเทือก

นายวิทยากล่าวอีกว่า ประเด็นที่ตั้งเป้าอภิปรายจะมุ่งไปที่จริยธรรมในทางการเมืองเป็นหลัก ทั้งเรื่องความเหมาะสมในการเป็นรัฐบาล การกำหนดตัวบุคคลที่สร้างความเชื่อมั่นในการดำเนินนโยบายในกระทรวงนั้นๆให้ประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงพาณิชย์ 2 กระทรวงนี้มีหลายคนจองกฐินไว้เยอะ ส่วนหัวหน้าพรรคร่วมฝ่ายค้าน อย่างนายเสนาะจะให้เวลาพูดเต็มที่ตามธรรมเนียมที่จะให้เกียรติหัวหน้าพรรค เมื่อถามว่า ร.ต.อ.เฉลิมถูกคาดหวังว่าจะทำหน้าที่เป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรชั่วคราว นายวิทยา ตอบว่า ร.ต.อ.เฉลิมไม่ได้ตอบรับการเป็นผู้นำฝ่ายค้านการอภิปรายครั้งนี้ ร.ต.อ.เฉลิมจะทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงเพราะเป็นผู้มีประสบการณ์ และรู้ทางพรรคประชาธิปัตย์ดี และเคยอภิปรายพรรคประชาธิปัตย์ในเรื่อง สปก.4-01 มาก่อน โดยได้วางตัวประกบกับคู่เก่าคือนายสุเทพ

แขวะเกลียดปลาไหลกินน้ำแกง

นายวิทยากล่าวอีกว่า เท่าที่ดูคำแถลงนโยบายรัฐบาลส่วนใหญ่เป็นนโยบายประชานิยมที่มีความคล้ายกับนโยบายของอดีตรัฐบาลมากกว่าร้อยละ 90 ตนจึงมองว่าเป็นนโยบายแบบเกลียดปลาไหลกินน้ำแกง เพราะเป็นนโยบายของรัฐบาลเก่า มีเพียงบางส่วนที่เขียนเพิ่มเติมในนโยบายด้านการศึกษาและการช่วยเหลือคนตกงาน เมื่อถามถึงการชุมนุมคัดด้านการแถลงนโยบายของรัฐบาลซึ่งหลายฝ่ายเป็นห่วง นายวิทยาตอบว่า ตนคิดว่า ส.ส.จะแยกประเด็นการทำหน้าที่กับการชุมนุมออกจากกัน โดยการชุมนุมของคนเสื้อแดงเป็นสิทธิที่สามารถทำได้ เพราะเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ แต่ขอให้ชุมนุมโดยสงบ หากมีความรุนแรงเกิดขึ้นเป็นหน้าที่ของประธานสภาผู้แทน ราษฎรจะพิจารณา เชื่อว่าโดยแนวคิดประชาธิปไตยและศักดิ์ศรีของพรรคประชาธิปัตย์จะไม่ยอมให้เปลี่ยนแปลงสถานที่ประชุมอย่างแน่นอน

มท.2 ฟิตจัดสั่งผู้ว่าฯ สกัดเสื้อแดง

ที่มา ไทยรัฐ

เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. ที่กระทรวงมหาดไทย นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช. มหาดไทย กล่าวถึงการสั่งผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศให้รายงานความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมทุก 6 ชั่วโมง ว่า การสั่งการดังกล่าวไม่ได้เป็นการสั่งสกัดกั้นไม่ให้มีการชุมนุม แต่เป็นการสั่งให้หน่วยงานในพื้นที่ ช่วยกันสอดส่องดูแลความสงบเรียบร้อย ไม่ได้จับตาจังหวัดไหนเป็นพิเศษ แต่การเคลื่อนไหวที่มากที่สุดน่า จะเป็นจังหวัดที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ เพราะเดินทางสะดวกจึงกำชับให้ดูแลพื้นที่รอบกรุงเทพฯให้ ละเอียดมากขึ้น ส่วนที่ จ.อุดรธานี หรือ จ.เชียงใหม่ ก็ไม่มีอะไรเป็นพิเศษเพราะไม่ว่าเสื้อสีอะไรเป็นคนไทยเหมือนกัน ส่วนที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่ากลุ่มเสื้อแดงสนับสนุนกลุ่มเพื่อนเนวินเป็นกลุ่มจัดตั้งนั้น ตนเป็น ส.ส.ที่มีคะแนนเสียงเป็นแสนจึงมีคนรักและให้กำลังใจโดยการใส่เสื้อแดง ส่วนเหตุการณ์ระเบิดที่บ้านนั้นไม่ใช่ ฝีมือของคนในพื้นที่ เพราะคนในพื้นที่สามารถพูดคุยและทำความเข้าใจได้ ส่วนที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่าอาจจะมีการเลื่อนการแถลงนโยบายรัฐบาลนั้น ขอสนับสนุน เพราะรัฐบาลมีหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อย

ไม่สนโดนด่าลอกประชานิยม

ผู้สื่อข่าวถามว่า ทางพรรคเพื่อไทยออกมาระบุว่าทางกลุ่มเพื่อนเนวินลอกนโยบายประชานิยมไปเป็นนโยบาย นายบุญจงตอบว่า ใครจะกล่าวหาอะไรนั้น ไม่ สนใจ เพียงแต่ถ้านโยบายเป็นประโยชน์กับประชาชนก็จะต้องทำ ส่วนความคืบหน้าการเข้าสังกัดพรรคของกลุ่มเพื่อนเนวินนั้นจะมีหารืออีกครั้งหลังปีใหม่ เพราะตามข้อกำหนดในรัฐธรรมนูญระบุว่าต้องหาสังกัดภายใน 60 วัน ซึ่งก็จะตรงกับวันที่ 2 ก.พ. 2552 แต่ยืนยันว่าจะไม่มีการย้ายเข้าไปสังกัดพรรคประชาราชแน่นอน และกลุ่มเพื่อนเนวินจะไม่ส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งซ่อม เพราะยังไม่สังกัดพรรค และคงไม่ไปช่วยพรรคอื่นหาเสียง เพราะไม่ได้มีการตกลงอะไร

ม็อบเสื้อแดงตามไล่บี้ อภิสิทธิ์

วันเดียวกัน เมื่อเวลา 11.00 น. ที่สำนักงานบริษัทเพื่อนพ้องน้องพี่ ชั้น 6 ศูนย์การค้าอิมพีเรียลเวิลด์ ลาดพร้าว นายวีระ มุสิกพงศ์ พร้อมด้วยนายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และนายก่อแก้ว พิกุลทอง 4 แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และผู้ดำเนินรายการความจริงวันนี้ ร่วมแถลงข่าวความพร้อมในการจัดชุมนุมใหญ่คนเสื้อแดงความจริงวันนี้ ในวันที่ 28 ธ.ค. ที่สนามหลวง ตั้งแต่เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป ทั้งนี้ นายวีระกล่าวว่า การชุมนุมตั้งแต่วันที่ 28 ธ.ค. เป็นต้นไป เน้นการตีแผ่ข้อเท็จจริงเรื่องการหนีทหารของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เรื่องนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ที่เป็นผู้สนับสนุนกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยก่อการร้ายยึดสนามบินนานาชาติ และงบสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ ที่ไม่มีการแจ้งต่อ กกต. ส่วนจะมีการเดินขบวนจากสนามหลวงมายังหน้ารัฐสภาในวันที่ 29 ธ.ค. หรือไม่ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ แต่คนเสื้อแดงจะยกระดับการต่อสู้เข้มข้นขึ้น จนกว่านายอภิสิทธิ์จะประกาศยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชน นอกจากนี้ จะมีการปรับโครงสร้างตั้งเครือข่ายคนเสื้อแดงทั่วประเทศและทั่วโลก ตั้งทีมทนายความ ทีมแพทย์ และนักวิชาการ ขึ้นมาสนับสนุนการเคลื่อนไหวอย่างเป็นรูปธรรม

เสื้อแดงเพิ่มเวทีสนามหลวง-รัฐสภา

ส่วนนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ กล่าวว่า สำหรับกิจกรรมชุมนุมของคนเสื้อแดงจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือในวันที่ 28 ธ.ค. ที่สนามหลวงจะเป็นเวที นปช.ของกลุ่มความจริงวันนี้ และวันที่ 29-30 ธ.ค. ที่หน้ารัฐสภา จะเป็นเวที นปช.ของกลุ่มองค์กรแนวร่วม ที่นำโดยนายชินวัฒน์ หาบุญพาด นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท และนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข ส่วนกรณีที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ออกมาเรียกร้องให้ยุติการแบ่งสีนั้นว่า ต้องถามว่าจุดยืนของ พล.อ.อนุพงษ์อยู่ไหน เพราะที่ผ่านมาทหารงอมืองอเท้าปล่อยให้พันธมิตรฯยึดทำเนียบฯ ยึดสนามบินและมาออกทีวีกดดันรัฐบาลที่มาจากประชาธิปไตย ซึ่งสีแรกที่ควรถอยคือสีเขียวไม่ควรมาแทรกแซงการเมือง

จัดกำลังตำรวจรับมือม็อบเสื้อแดง

วันเดียวกัน ที่สำนักงานตำแห่งชาติ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. กล่าวถึงการนัดชุมนุมใหญ่ของกลุ่ม นปช. ในช่วงที่จะมีการแถลงนโยบายของรัฐบาลว่า การชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงในวันที่ 28 ธ.ค. อาจต่อเนื่องในวันที่ 29 และ 30 ธ.ค. ด้วยหรือไม่ ยังไม่แน่ชัด อย่างไรก็ตาม สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เตรียมการไว้แล้ว โดยกำหนดใช้กำลังดูแลพื้นที่รัฐสภา 19 กองร้อย ดูแลพื้นที่รอบในคือรัฐสภา 8 กองร้อย รอบกลาง 6 กองร้อย และพื้นที่รอบนอก จะตั้งจุดตรวจสอบอาวุธ 5 กองร้อย คิดว่าจะกำหนดโซนสำหรับการชุมนุม และกำหนดพื้นที่ผู้ชุมนุมประมาณ 20,000 คน สามารถทำการปราศรัยได้ คิดว่ากลุ่มเสื้อแดงคือประชาชนคนไทยคนหนึ่ง มีความหวังดีต่อประเทศชาติเหมือนกัน ไม่มีปัญหาอะไร

Thursday, December 25, 2008

จะมองหน้าชาวโลกยังไง

ที่มา เดลินิวส์

ข้อเขียนอังคารนี้ แตะเรื่อง กษิต ภิรมย์ รมว.การต่างประเทศ ไปนิด ๆ หน่อย ๆ ตามข้อมูลเบื้องต้นที่นายกษิตเห็น ว่าการยึดสนามบินเป็นกระบวนการหนึ่งของประชาธิปไตย แค่นั้นก็น่าตกใจแล้ว แต่วันนี้มีข้อมูลเพิ่มขึ้น ไม่ใช่แค่น่าตกใจมากขึ้น

แต่ถึงขั้นช็อกโลกเลย

หนังสือพิมพ์ เดลี่ เทเลกราฟ ของอังกฤษเสนอข่าว นายโธมัส เบลล์ นักข่าวประจำกรุงเทพฯ รายงานว่า นายกษิตได้พูดต่อหน้า ทูตและผู้สื่อข่าวต่างชาติ ศุกร์ 19 ธันวาคมว่า การบุกยึดสนามบินสุวรรณภูมินั้นสนุกมาก อาหารวิเศษสุด และดนตรีก็วิเศษ โอ มายก็อด !!!

นายกษิตยังเสนอแนะว่า การประท้วงดังกล่าวควรถูกมองว่าเป็นกระบวนการขับเคลื่อน ประชาธิปไตยให้รุดไปข้างหน้า และต่อว่าทูตและสื่อต่างชาติ ที่ไม่เข้าข้างกลุ่มพันธมิตรฯ อ้างว่าหากไทยจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง ก็ต้องมีอะไรต้องสูญเสียบ้าง (เสียหายทางเศรษฐกิจ แล้ว 2,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) พร้อมปฏิเสธว่า กลุ่มพันธมิตรฯไม่มีอาวุธ ภรรยาของตนไปร่วมชุมนุมทุกเย็น ก็ไม่มีอาวุธ มีแค่อาหารและยาเท่านั้น

เดลี่เทเลกราฟชี้ว่า มีผู้โดยสารตกค้าง 3.5 แสนคน และผลพวงนี้จะทำให้คนภาคท่องเที่ยวตกงานเป็นล้านคน และว่า แม้นาย กษิตจะบอกว่า ภาระสำคัญคือการสร้างภาพลักษณ์ประเทศที่เสียหายไปก่อนหน้านี้ ก็ไม่ได้ช่วยอะไรนัก จากข้อเท็จจริงที่นายกษิตเป็นผู้สนับสนุนคนสำคัญของพธม.และยังเป็นอยู่ในเวลานี้

ขอบคุณ เดลี่เทเลกราฟ ที่ทำให้คนไทยหูตาสว่างว่า การยึดสนามบินนานาชาติที่ใหญ่สุดในเอเชีย เป็นเรื่องสนุกมาก อาหารวิเศษ ดนตรีเยี่ยม (อย่างนี้กระมัง ถึงยึดอยู่ตั้ง 8 วันเต็ม)

ทำให้นึกเปรียบเทียบข่าวที่เกิดในอังกฤษไม่นานมานี้ กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมซักกลุ่มบุกยึดรันเวย์สนามบิน “สแตนเตค” ที่ใหญ่อันดับ 3 ของกรุงลอนดอน ตำรวจที่นั่นจับกุมคนร้ายทันที (คงเป็นม็อบไม่มีเส้น) และเคลียร์พื้นที่ใน 2 ชั่วโมง ไม่ต้องพูดถึงฮีทโธรวท์สนามบินใหญ่สุดเลย ใครบุกเข้าไปยึด

ได้โดนส่องดับดิ้นทันที !!!

เหนืออื่นใด นักข่าวถามย้ำหลังเป็น ข่าวว่า เหตุการณ์ในอดีตจะมาทำร้ายหรือไม่ นายกษิต ตอบแบบไม่ลังเลว่า เรื่องที่เกิดขึ้นในอดีตไม่ใช่เรื่องเลวร้าย แต่เป็นเรื่องแห่งความ งดงาม ไม่ว่ากัน ก็เป็นสิทธิ

แต่ไม่รู้ท่านทูตอังกฤษที่พูดไทยชัดแจ๋ว ควินตัน เควลย์ ซึ่งหอบเสื้อทีมนิวคาสเซิลฯเบอร์ 27 เข้าแสดงความยินดีกับ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และพูดถึงภารกิจรัฐบาล 4 ข้อ โดย 1 ใน 4 นั้น คือ ไทยต้องรักษาความปลอดภัยของสนามบินที่เป็นประตูการท่องเที่ยว

จะรู้สึกงดงามด้วยหรือไม่

เมื่ออังกฤษเป็น 1 ใน 6 ชาติใหญ่ที่ส่งแถลงการณ์ถึงไทย เรียกร้องให้คืนสนามบินสุวรรณภูมิโดยด่วน และดำเนินคดีกับคนทำผิด ก็เพราะสำหรับชาติเหล่านี้ การยึดสนามบิน เป็นเรื่องร้ายแรงมาก เหมือนการก่อการร้ายสากล ออสเตรเลีย ฝรั่งเศสส่งเครื่องบินมารับคนของตัวกลับทันที

นายกรัฐมนตรีไทยจะว่ายังไง เมื่อแถลงไป ทั่วโลกว่า จะยึดนิติรัฐ จะ เรียกความเชื่อมั่นนักลงทุนคืนมา แต่รมว.การต่างประเทศของตัวเอง กลับบอกว่า การยึดสนามบินเป็นเรื่องสนุกมาก อาหารดี ดนตรีเพราะ

นี่ยังไม่นับเรื่องที่ รมว.คนนี้ เคยเอาเป็นเอาตายให้ยึดคืนปราสาทพระวิหาร แต่แค่เรื่องยึดสนามบินสนุกมาก เรื่องเดียว นายกฯอภิสิทธิ์ ก็ไปไม่เป็นแล้ว

จะมองหน้าและแก้ตัวกับชาวโลกว่าอย่างไรเล่า !?!

ดาวประกายพรึก

คนเสื้อแดงประกาศชุมนุมจนกว่ามีการยุบสภา

ที่มา MCOT News

กทม. 25 ธ.ค.- ผู้จัดรายการ “ความจริงวันนี้” จับมือกลุ่ม นปช. ยืนยันเดินหน้าชุมนุมใหญ่ 28 ธ.ค. ย้ำไม่มีความรุนแรง แต่เน้นข้อสงสัยหนีทหารของนายกฯ การแต่งตั้ง รมว.ต่างประเทศ ระบุ เป็นการเคลื่อนไหวรูปแบบใหม่ และจะเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ จนกว่านายกฯ จะยุบสภา

ผู้ดำเนินรายการ “ความจริงวันนี้” และแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ประกอบด้วย นายวีระ มุสิกพงศ์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายกอบแก้ว พิกุลทอง แถลงข่าว เวลา 11.00 น. วันนี้ ( 25 ธ.ค.) ที่อิมพีเรียล ลาดพร้าว โดย นายวีระยืนยันว่า จะเดินหน้าชุมนุมเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลครั้งใหญ่ และได้เตรียมงานไว้พร้อมแล้ว

“การชุมนุมใหญ่ วันที่ 28 ธ.ค.ที่สนามหลวง จะใช้ชื่อ ความจริงวันนี้ ความจริงประเทศไทย ไม่ไว้วางใจอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เริ่มตั้งแต่เวลา 15.00 น. ยืนยันว่าจะไม่มีความรุนแรง ตามที่หลายฝ่ายวิตก” นายวีระ กล่าว พร้อมย้ำว่า การชุมนุมของ นปช.เป็นไปตามสิทธิตามรัฐธรรมนูญ เพื่อแสดงความไม่ไว้วางใจ นายอภิสิทธิ์ ในการเข้ามาบริหารประเทศ เน้นเรื่องการหนีทหารของนายกรัฐมนตรี การแต่งตั้งนายกษิต ภิรมย์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และเงินจากกลุ่มทุนที่ให้พรรคประชาธิปัตย์

ด้าน นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า การชุมนุมเคลื่อนไหวครั้งนี้ จะเป็นการเคลื่อนไหวในรูปแบบใหม่ และจะเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ จนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย คือ รัฐบาลยุบสภา ซึ่งบอกไม่ได้ว่า การชุมนุมจะยืดเยื้อหรือไม่ ต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ และปฏิเสธที่จะบอกว่าจะมีการเคลื่อนขบวนไปปิดล้อมรัฐสภา ในวันแถลงนโยบายของรัฐบาลหรือไม่ แต่จะไม่ใช่วิธีเดียวกับพันธมิตรฯ แน่

นอกจากนี้ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า จะมีการจัดตั้งโครงสร้างของคนเสื้อแดง มีการตั้งทนายความเสื้อแดง เพื่อต่อสู้คดี แพทย์เสื้อแดง ดูแลสวัสดิการของประชาชน นักวิชาการเสื้อแดง เป็นที่ปรึกษาแนะนำหลักวิชาการ และต้นปี 2552 จะมีการสร้างช่องทางการสื่อสาร มีเวทีให้คนเสื้อแดงทุกจังหวัด กระจายข่าวคนเสื้อแดงทั่วโลก

“เราจะเคลื่อนไหวจนกว่าจะได้รับชัยชนะ โดยอันดับแรก ขอเรียกร้องให้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก นำสีเขียวถอยออกจากการเมืองไทย” นายณัฐวุฒิ กล่าว

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ส่วนตัวไม่ประทับใจหน้าตาคณะรัฐมนตรี ชุดใหม่ แต่ประทับใจการทำหน้าที่ของนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ใช้อำนาจ ก่อนที่รัฐบาลจะแถลงนโยบาย ด้วยการสั่งการให้ผู้ว่าฯ รายงานความเคลื่อนไหวของผู้ชุมนุมทุก 6 ชั่วโมง นอกจากนี้ ขณะนี้ยังมีความพยายามชักชวนแกนนำประชาชน นักจัดรายการวิทยุแนวร่วมคนเสื้อแดง ให้ไปพักผ่อนที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม

ขณะที่ นายจตุพร เชื่อว่า ความพยายามที่จะสกัดกั้นไม่ให้คนเสื้อแดงมาชุมนุม จะไม่ประสบความสำเร็จ และการที่ทหารประเมินว่า จะมีผู้มาชุมนุมเพียง 3,800 คน เป็นการประเมินที่ผิด แม้จะมีบางกลุ่มที่เคยเป็นแนวร่วม นปช. ประกาศไม่มาเข้าร่วมด้วยก็ตาม และว่า การที่ฟุตบอลไทยแพ้เวียดนาม เมื่อวานนี้ (24 ธ.ค.) เป็นเพราะนายกรัฐมนตรีใส่เสื้อสีเหลืองเบอร์ 27 ไปเชียร์.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-12-25 14:33:20

จัดตั้งคนเสื้อแดงทั่วปท.ต้านรบ.ปชป.กดดัน"มาร์ค"ยุบสภา""จตุพร"เย้ยข่าวกรองแจ้งรัฐบาลชุมนุมใหญ่มี3พัน

ที่มา มติชนออนไลน์

"เสื้อแดง" ประกาศชุมนุมใหญ่ 28 ธ.ค.จัดตั้งคนเสื้อแดงทั่วประเทศ ต่อต้านรัฐบาลประชาธิปัตย์ กดดันให้ "นายกฯ" ประกาศยุบสภา "จตุพร" เย้ยข่าวกรองรายงานรัฐบาลม็อบมีคนร่วมแค่ 3.8 พัน


นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.พรรคเพื่อไทย และแกนนำผู้จัดรายการความจริงวันนี้แถลงถึงการชุมนุมใหญ่วันที่ 28 ธันวาคมของกลุ่มเสื้อแดง ที่ร้านสภากาแฟ ชั้น 6 ห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียลเวิลด์ ลาดพร้าว เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม


นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ในวันที่ 28 ธันวาคม จะมีการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดง จะมีการจัดตั้งคนเสื้อแดงทั้งประเทศ เพื่อต่อต้านรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์และมีเป้าหมายร่วมกันเพื่อให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ประกาศยุบสภา เพื่อคืนอำนาจให้กับประชาชน นอกจากนี้จะมีการตั้งทีมทนายเสื้อแดง มาดูแลด้านกฎหมาย และกลุ่มนักวิชาการเสื้อแดงที่คอยให้ความรู้กับประชาชนผู้รักประชาธิปไตย และภายในต้นปี 2552 จะมีการเปิดช่องทางการสื่อสารสำหรับคนเสื้อแดงทั้งประเทศ จะเชิญคนเสื้อแดงจากทั่วประเทศมาสื่อสารกับประชาชน

การเคลื่อนไหววันที่ 28 ต่อวันที่ 29 หรือ 30 ธันวาคม และในวันต่อๆ ไป จะมีการเคลื่อนไหวอย่างเข้มข้นมากกว่าทุกครั้ง รูปแบบก็จะแปลกแตกต่างกับการชุมนุมครั้งใดที่เคยเกิดขึ้น แต่จะไม่ใช้วิธีการเหมือนที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธปไตยเคยทำ โดยเฉพาะการดาวกระจายแล้วไปยึดสถานที่สำคัญต่างๆ
ส่วนการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยังไม่ได้ประสานงาน แต่คาดว่าจะได้ความชัดเจนก่อนวันที่ 28 ธันวาคมแน่นอน


"ขอชื่นชมนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่วางอำนาจบาตรใหญ่ แสดงความเด็ดขาดตั้งแต่รัฐบาลยังไม่ได้มีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ด้วยการสั่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดรายงานความเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงทุก 6 ชั่วโมง แต่นายบุญจงซึ่งครั้งหนึ่งเคยยืนอยู่ข้างๆ เวทีคนเสื้อแดง ขณะที่พวกตนยืนอยู่บนเวที ไม่ทราบว่าบทบาทของนายบุญจงเป็นรัฐมนตรีหรือคนเชียร์แขกให้กลุ่มคนเสื้อแดง
ที่สำคัญคือไม่ทราบว่ามีใครไปรายงานให้นายบุญจงทราบหรือยังว่าขณะนี้มีบุคคลลึกลับ พยายามติดต่อทางโทรศัพท์ชวนแกนนำคนเสื้อแดง แกนนำวิทยุชุมชน และแกนนำชาวบ้านในต่างจังหวัดที่เคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับคนเสื้อแดงให้ไปพักผ่อนเก็บตัวกันที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ในช่วงวันที่ 26 ธันวาคมเป็นต้นไป โดยบุคคลลึกลับคนนั้นชื่อ "ดิ่ง" เราได้รับการแจ้งมาจากแกนนำคนเสื้อแดงหลายพื้นที่ และบุคคลเหล่านี้ได้ปฏิเสธไปเรียบร้อยแล้วว่าจะไม่ไปเก็บตัวตามคำชักชวน"


นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.เรียกร้องให้ยุติการแบ่งสีของคนไทยนั้น พล.อ.อนุพงษ์พูดแบบนี้คิดว่าตัวเองวางตัวเป็นกลางทางการเมืองจนประชาชนไว้ใจได้แล้วหรือ โดยเฉพาะการงอมืองอเท้าให้กลุ่มพันธมิตรเข้ายึดสนามบินโดยไม่ทำอะไร แล้วเอาแต่ออกโทรทัศน์เพื่อกดดันรัฐบาล แอบไปจัดตั้งรัฐบาลกันในค่ายทหารเหมาะสมแล้วหรือ สิ่งแรกที่ควรจะต้องถอยออกจากการเมืองในระบอบประชาธิปไตคือสีเขียวของ พล.อ.อนุพงษ์


นายจตุพร กล่าวว่า การชุมนุมวันที่ 28 ธันวาคมนั้นใช้ชื่อรายการว่า "ความจริงวันนี้ ความจริงประเทศไทย ไม่ไว้วางใจอภิสิทธิ์" ซึ่งไม่สามารถใช้วิธีการใดมาสกัดกั้นประชาชนได้ ล่าสุด รับทราบมาว่าหน่วยข่าวกรองได้รายงานกับรัฐบาลว่าจะมีประชาชนจากจังหวัดต่างๆ เข้ามาร่วมชุมนุมประมาณ 3,800 คน การที่พรรคประชาธิปัตย์จัดตั้งรัฐบาลได้ด้วยวิธีการที่ไม่เป็นประชาธิปไตยก็สมควรแล้วที่จะได้รับการรายงานจากข่าวกรองแบบนั้น

นอกจากนี้มีความพยายามที่จะบอกว่าแกนนำกลุ่มมวลชนต่างๆ จะไม่เข้ามาร่วมชุมนุม ซึ่งบอกได้เลยว่ากรณีของนายขวัญชัย ไพรพนา แกนนำกลุ่มคนรักอุดรที่ประกาศไม่มาร่วมชุมนุมนั้นได้ประสานงานกันผ่านโทรศัพท์แล้ว และการชุมนุมที่สนามราชมังคลากีฬาสถานและสนามศุภชลาศัย สนามกีฬาแห่งชาติ กลุ่มของนายขวัญชัยก็ไม่ได้มาร่วม แต่ประชาชนก็ยังมาร่วมเป็นจำนวนมาก


นายจตุพร กล่าวว่า การชุมนุมวันที่ 28 ธันวาคม นอกจากจะมีการพูดถึงกรณีที่นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ไปพูดจากวนเท้าคนไทยทั้งประเทศ กรณีที่กลุ่มพันธมิตรเข้ายึดสนามบินสุวรรณภูมิแล้ว จะมีการร้อยเรียงเอกสารการหนีทหารของนายอภิสิทธิ์ตั้งแต่ต้นจนละเอียด ผมจะใช้ในการอภิปรายระหว่างการแถลงนโยบายรัฐบาลด้วย อยากจะท้านายอภิสิทธิ์ว่าในช่วงที่ผมอภิปรายอย่าให้ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ทำการประท้วง

นางมยุรี เศวตาศัย แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงประตูน้ำพระอินทร์ กล่าวว่า กลุ่มเสื้อแดงในตลาดประตูน้ำพระอินทร์ที่เกาะกลุ่มกันเหนียวแน่น 200 คน และแต่ละคนมีเครือข่ายอีกจำนวนมาก ยืนยันว่าจะไปร่วมกับพี่น้องคนเสื้อแดงจาก กทม.และต่างจังหวัด เพื่อประท้วงคัดค้านพร้อมกดดันการแถลงนโยบายของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในวันที่ 29 ธันวาคม อย่างแน่นอน


"พวกเราไม่เคยกลัว กรณีกระทรวงมหาดไทยสั่งกำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกแห่ง รายงานความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงทุกๆ 6 ชั่วโมง เพราะเป็นการทำตามสิทธิกฎหมาย ทำแบบเปิดเผย และต้องการไปประท้วง ไม่ได้ไปยึดปิดล้อมสภา ทำเนียบ หรือสนามบินอย่างที่กลุ่มพันธมิตรทำ การสนองตอบคำสั่งของรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยของผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละจังหวัด ก็คือการทำงานสนองตอบนายคนใหม่เท่านั้น
ส่วนเหตุผลการประท้วงครั้งนี้เพราะกลุ่มคนเสื้อแดงทั่วประเทศรับไม่ได้กับการเปลี่ยนขั้วทางการเมือง เนื่องจากมีกลุ่มก๊วนหลายกลุ่มไร้สปิริต เป็นการเปลี่ยนขั้วที่ไม่ได้เกิดจากแนวนโยบายหรือแนวคิดในการทำงาน แต่เพื่อแลกกับประโยชน์ส่วนตัว ซึ่งประเทศชาติไม่ได้อะไร"


ทั้งนี้ จะชุมนุมประท้วงด้วยความสงบ ไร้อาวุธ ไร้ความรุนแรง และไม่กว้างปาสิ่งของเข้าใส่กลุ่ม ส.ส.หรือคณะรัฐมนตรี เพราะต้องการชุมนุมเพื่อไม่ให้รัฐบาลแถลงนโยบายเท่านั้น ส่วนจะมีมือที่ 3 หรือไม่นั้น คาดเดาไม่ได้ แต่สิ่งหนึ่งที่ตำรวจต้องดำเนินการ คือตรวจสอบกลุ่มบุคคลแปลกปลอมและกลุ่มคนต้องสงสัย ที่จะเข้ามาปะปนกับกลุ่มคนเสื้อแดง เพราะหากเกิดความรุนแรงขึ้น เชื่อได้เลยว่ากลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงต้องกลายเป็นแพะรับบาป

"เทพเทือก" ยอมยื่นศาลรธน.ตีความ "น้องเนวิน" นั่งที่ปรึกษามท.1 "ประชา" ปัดขึ้นหัวหน้า "เพื่อไทย"

ที่มา มติชนออนไลน์

"ประชา"ปฏิเสธขึ้นเป็นหัวหน้า"เพื่อไทย"ให้เหตุผลเป็น ส.ส.สัดส่วน พผ.อยู่ ปชป. สู้ศึกโหวตในสภา งัดมาตรการ 1 ต่อ 5 คุม ส.ส. "สุเทพ" ไฟเขียว ยื่นศาล รธน.ตีความตั้งน้องเนวิน ที่ปรึกษา มท.1 ได้หรือไม่

"ประชา" ปัดย้ายเป็นหน."เพื่อไทย"

ความเคลื่อนไหวด้านการเมืองนั้น พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ว่าที่หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน (พผ.) ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม ถึงกระแสข่าวได้รับการทาบทามให้ไปเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย(พท.) ว่า ขอยืนยันว่ายังอยู่กับ พผ. ไม่ได้ไปไหน ข่าวก็คือข่าว เป็นไปไม่ได้ เพราะตนเป็นส.ส.สัดส่วน ผู้สื่อข่าวถามว่า มีกระแสข่าวว่ามีการวางแผนให้กรรมการบริหาร พผ. ขับออกจากพรรค จะได้ย้ายสังกัด พล.ต.อ.ประชาหัวเราะก่อนตอบว่า “ ยังไม่ทราบ ไม่เคยได้ยิน”


พท.คุย"พัลลภ-จิ๋ว"เป็นกุนซือ

ที่พรรคเพื่อไทย นายวิทยา บูรณศิริ ส.ส.พระนครศรีอยุธยา แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยได้มีการหยิบยกชื่อบุคคลที่มีความเหมาะสมหลายคน รวมไปถึงพล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร อดีตหัวหน้าพรรครวมใจไทยชาติพัฒนาด้วย แต่กระบวนการทางกฎหมายไม่สามารถทำให้โดยเร็วได้ เมื่อถามถึงรายงานข่าวที่ระบุว่าพรรคเพื่อไทยได้ทาบทามพล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีตรองผู้อำนวยการการรักษาความมั่นคงภายใน(รอง ผอ.รมน.) ให้มาเป็นผู้อำนวยการเลือกตั้งผู้สมัครส.ส.ของพรรคเพื่อไทยในเขต จ.ลพบุรี นายวิทยา กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยไม่ได้ทาบทามไป แต่เวลานี้เป็นจุดที่หลายฝ่ายพร้อมที่จะให้คำปรึกษากับพรรคเพื่อไทยรวมถึงพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรีด้วย


"สุเทพ"ให้ยื่นศาลรธน."ศักดิ์สยาม"

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ถ้าใครสงสัยว่าการที่นายชวรัตน์ ชาญวีรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แต่งตั้งนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ น้องชายนายเนวิน ชิดชอบ เป็นที่ปรึกษา ว่าจะขัดต่อรัฐธรรมนูญก็ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ เรื่องบุคคลที่มีชื่อว่าเป็นผู้ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองนั้นแล้วแต่คนมอง ก็ดีเหมือนกันอาจจะมีคนส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เพราะบางฝ่ายคิดว่าการตัดสิทธิดังกล่าวเป็นเพียงการตัดสิทธิเลือกตั้ง แต่การที่แต่งตั้งเข้ามาเป็นคณะทำงานหรือคณะที่ปรึกษาไม่ทราบว่าเป็นอย่างไร จะมีเงินเดือนให้หรือไม่ ถ้ามีก็ไม่น่าจะได้ แต่ถ้าตั้งเข้ามาเป็นแค่คณะที่ปรึกษาเฉยๆ ไม่มีเงินเดือนตอบแทนก็น่าจะได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า ภาพที่ออกมากลายเป็นการตอกย้ำว่าทุกอย่างอยู่ภายใต้การครอบงำของนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำกลุ่มแกนกลุ่มเพื่อนเนวิน นายสุเทพกล่าวว่า ไม่จริง ไม่ถึงขนาดนั้น ความผูกพัน ความสัมพันธ์ระหว่างนายชวรัตน์กับนายศักดิ์สยามเป็นเรื่องส่วนตัวข อิทธิพลของนายเนวินไม่ได้มีถึงขนาดที่ทุกคนกังวลใจกัน แต่ต้องยอมรับความจริงว่ากลุ่มส.ส.ในกลุ่มเพื่อนเนวินเหล่านี้มีความเคารพนับถือนายเนวิน ถ้าไม่ใช่เพราะนายเนวินไม่ชักชวนออกมาก็ตั้งรัฐบาลไม่ได้ นั่นคือข้อเท็จจริงที่ต้องยอมรับไม่ได้รู้สึกว่าจะเป็นปัญหาอะไร ต้องพูดความจริง


อัดกลับ"สุวัจน์"เชื่อไม่ได้

เมื่อถามถึงกรณีที่นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ แกนนำพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ออกมาระบุว่ารัฐบาลอาจจะอยู่ไม่ถึง 3 เดือน นายสุเทพกล่าวว่า เป็นเรื่องของนายสุวัจน์ที่ผ่านมาก็วินิจฉัยการเมืองผิดมาหลายเรื่อง เรื่องนี้ก็อาจจะผิดอีกก็ได้ เชื่อว่านายสุวัจน์พูดผิด รัฐบาลจะอยู่นานกว่านั้น ผู้สื่อข่าวถามว่านายสุวัจน์ก็เป็นแกนนำพรรคที่ร่วมรัฐบาลอยู่ด้วย ออกมาพูดเช่นนี้มีอะไรหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า ธรรมดาเป็นประเทศเสรีระบบการเมืองเสรี ไม่ใช่เฉพาะนายสุวัจน์ขนาดคนในพรรคเดียวกันจะแสดงความคิดเห็นอะไรก็ต้องฟัง

เมื่อถามว่ากลุ่มชลบุรีก็ออกมาเคลื่อนไหวอีกแล้ว นายสุเทพกล่าวว่า ไม่ว่าอะไรเป็นเฉพาะแค่นายประมวล เอมเปีย ส.ส.ชลบุรี พรรคประชาธิปัตย์ คนเดียว แต่ถ้าวันหลังมาประชุมพรรคก็จะบอกกับเขา อธิบายกันว่าความเป็นจริงเป็นอย่างไร ไม่ใช่ว่าพอได้ยกจังหวัดแล้วจะมาตั้งข้อต่อรองกับพรรคได้


ใช้มาตรการ1ต่อ5ดูแลส.ส.

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลมีความตั้งใจที่จะทำงาน โดยไม่ได้คิดว่าจะอยู่ยาวหรือไม่ คำพูดของนายสุวัจน์ รัฐบาลนี้ควรรับฟัง โดยเฉพาะคนที่ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลมาด้วยกันในเชิงของการให้ข้อเสนอแนะที่ดีมาตลอด เมื่อวิจารณ์มามีหน้าที่รับฟังอย่างเดียว และถ้าคิดว่าสิ่งที่พูดมาต้องนำมาทบทวนปรับปรุงก็ต้องทำ

"ส่วนเรื่องเสียงปริ่มน้ำ เราได้พูดกันมาแต่ต้นว่า สภาคงต้องวิปกันค่อนข้างหนัก ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์คุยกันว่า จะใช้ระบบวิปแบบเดียวกับวันโหวตเลือกนายกฯคือ 1ต่อ 5 โดยประมาณ ขณะนี้มีการเตรียมการแล้ว แต่ถือเป็นข้อดีที่เสียงปริ่มน้ำจะทำให้ทุกคนตื่นตัวตลอดเวลา แต่ในเรื่องนี้ ในยุครัฐบาล นายชวน หลีกภัย มีเพียง 12 เสียง ยิ่งกว่าปริ่มน้ำ ก็ยังอยู่ได้ รัฐบาลที่มีเสียงเยอะ ไม่ได้แปลว่าเสถียรภาพทางการเมืองจะดีหรือคุมกันได้ "นายสาทิตย์ กล่าว


ตั้ง"พุทธิพงษ์ไรองโฆษกรบ.

เวลา 12.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าพบนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ที่ชั้น 3 ตึกควงอภัยวงศ์ โดยนายอภิสิทธิ์ เปิดเผยว่า พรรคประชาธิปัตย์จะเสนอให้นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ เป็นรองโฆษกโฆษกประจำสำนักนายกฯ ส่วนโควตาพรรคร่วมรัฐบาลยังไม่มีการส่งรายชื่อมาแต่อย่างใด

จากนั้นเวลา 12.30 น. นายอภิสิทธิ์ พร้อมด้วยนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา นายถวิล ไพรสณฑ์ ส.ส.กทม. นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช ได้ไปร่วมรับประทานอาหารกลางวันที่ศูนย์อาหารสวัสดิการกองทัพบก ฝั่งตรงข้ามพรรคประชาธิปัตย์ โดยก่อนสั่งอาหารนายอภิสิทธิ์ได้เข้าไปทักทายกลุ่มนักเรียนโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย ที่นั่งรับประทานอาหารอยู่ก่อนหน้าแล้ว โดยเด็กๆตื่นเต้นดีใจที่นายกรัฐมนตรีเข้ามาทักทาย เมื่อรับประทานอาหารเสร็จ ได้เดินทางกลับเข้าพรรคประชาธิปัตย์ และร่วมหารือกับนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานคณะกรรมการประสานงาน (วิป) พรรคร่วมรัฐบาลประมาณ 10 นาที

บอลแพ้คนไม่แพ้

ที่มา Thai E-News

โดย การ์ตูนมะนาว
25 ธันวาคม 2551




“ภัย”ในเมืองสุราษฎร์ธานี (3)

ที่มา ประชาทรรศน์

คอลัมน์ : ภัยแผ่นดิน

โดย ชัยอารีย์


“นักการเมือง” ที่อาสาประชาชนเข้าสู่เส้นทางการเมือง ส่วนมาก หรือ ส่วนใหญ่ มักจะบอกกับพ่อแม่พี่น้องว่า เข้าไปทำหน้าที่ “แทน” ชาวบ้าน...มีเรื่องราวประการใดพึ่งพาอาศัยกันได้เสมอ
แต่หลังจากได้รับเลือกเข้าไปชูคอกันในสภาอันทรงเกียรติแล้ว...มักจะมองข้ามหัวสิ่งที่เป็น “ภัย” ของสังคมส่วนรวม ที่มีผลกระทบกับประชาชนโดยตรง
พึ่งพาอาศัยกันได้น้อยมากครับ!
โดยเฉพาะ...นายทุนที่เข้าไปปล้นทรัพยากรธรรมชาติ ในหลายพื้นที่ของ จ.สุราษฎร์ธานี
เจ้าของสัมปทานเหมืองยิปซั่ม ที่ผมชี้นำให้เห็น เป็น “ภัย” ใน จ.สุราษฎร์ธานี ไปบ้างแล้วนั้น
ทั้งนักการเมืองระดับชาติ และนักการเมืองระดับท้องถิ่น เป็นที่พึ่งของชาวบ้านไม่ได้เลย

ส่วนใหญ่มองข้ามหัวชาวบ้าน วิ่งไปซุกหัวอยู่กับนายทุน ทั้งๆ ที่เป็นความเดือดร้อนของส่วนรวม ที่นักการเมืองจะต้องเป็นตัวแทนของพวกเขา เข้าไปต่อรองป้องกันเหตุ จากผลกระทบรุนแรง ในการประกอบธุรกิจดังกล่าว

นักการเมืองก็รู้อยู่ครับ...เหมืองแร่ยิปซั่มที่ทำกันอยู่ ในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ อ.กาญจนดิษฐ์ หรือ อ.บ้านนาสาร ฯลฯ

นายทุนในธุรกิจนี้ ไม่แยแสกับเสียงเรียกร้องของประชาชน ที่ได้รับความเดือดร้อน เพราะพวกเขาได้ร่วมทุนกันทำ และส่งเสียเบี้ยใบ้รายทาง ตั้งแต่ระดับนักการเมืองผู้มีอำนาจ ในพื้นที่และนักการเมืองระดับชาตินั่นแหละ...ล้วนเป็นสายโยงใยในการใช้อิทธิพล ไม่ให้ชาวบ้านชี้ผิดไปยังหน่วยงานรับผิดชอบได้

ในส่วนของข้าราชการประจำ....ไม่ว่าจะเป็นระดับเจ้าเมืองหรือนายอำเภอ หรือ กรมทรัพย์ฯ ป่าไม้เขต ป่าไม้อำเภอ ล้วนเป็นพวกนายทุน พวกนักการเมือง
เฉยเมยกับความเดือดร้อน ที่ส่งผลระยะยาวกับชาวบ้าน ก็ไม่มีใครใส่ใจ เป็นตัวแทนร้องทุกข์ให้พวกเขาเหล่านั้น

เหมืองแร่ยิปซั่ม...ที่ว่านี้ อยู่ไม่ห่างเมืองไม่มากนัก แค่ไม่ถึง 30 กม. ที่เขาใช้เครื่องมือระเบิดแร่ ขุดแร่ ออกมาใส่รถพ่วง เดินทางเข้าสู่เมือง

มันก็ผ่านหูผ่านตาผู้มีอำนาจรัฐตลอดทาง...แหละมองเห็นได้ชัดเจน ว่าความเสียหายเกิดขึ้นตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง

ถนนหนทางไม่ต้องพูดถึง...เลอะเทอะ เป็นหลุมเป็นบ่อ จนชาวบ้านเอามะพร้าวมาปลูกกลางถนนประท้วงไปแล้วไม่รู้กี่ครั้ง

บริเวณพื้นที่ทำเหมือนแร่ เป็นหมู่บ้านและชุมชน เรือกสวน ล้วนมีผลกระทบโดยตรง จากฝุ่นละอองมีพิษลอยไปเกาะกับต้นไม้และบ้านเรือนประชาชน ฝนตกลงมาละลายไหลไปทั่วลำคลอง

เสียงระเบิดเหมืองแต่ละครั้ง สั่นสะเทือนเลื่อนลั่น เหมือนถูกโจมตีด้วยแรงระเบิดหนักจากข้าศึก...รอยแตก รอยร้าว และร่องรอยจากแรงระเบิด ที่มีการขุดเจาะซ้ำลงไปอีก เป็นบริเวณพื้นที่รอบๆ ภูเขา เหมือนมีใครไปขุดหลุมลึกล้อมภูเขาเอาไว้

ฤดูฝน...ฝนตกหนักลงมา จนน้ำล้นจากร่องแร่รอบเขาลูกโตหลายลูกตรงนั้น นำเอากากดินโสโครกไหลตามลงมาข้างล่าง ล้วนเป็นสารพิษที่ถูกละลายลงมารวมไว้ทั่วพื้นที่

น้ำฝนตามธรรมชาติ ที่ชาวบ้านรองรับไว้ใช้ดื่ม ก็เหมือนกับดื่มน้ำที่เจือปนไปด้วยพิษร้าย สะสมไว้ในร่างกายวันแล้ววันเล่า...ในที่สุดก็ตายไปด้วยไม่ทราบสาเหตุแห่งโรค

ที่น่าตกใจกลัว สำหรับคนที่มีความรู้เรื่องนี้ก็คือ....บริเวณพื้นที่ 2 ตำบล ต.ป่าร่อน ต.ช้างซ้าย อ.กาญจนดิษฐ์ ใต้ดินที่ลึกลงไปไม่ถึง 100 เมตร ทางการห้ามไม่ให้มีการเจาะบ่อบาดาล เนื่องจากใต้พื้นดินรอบๆ บริเวณที่กว้างไกลใน 2 ตำบลดังกล่าว....

มี “แก๊สไข่เน่า” ชนิดร้ายแรงเป็นทะเลแก๊สอยู่ใต้ดิน พ่นขึ้นมาเมื่อใด จะมีผลทำให้คนที่ได้กลิ่นและรับพิษเข้าไป ถึงตายได้

แต่พวกนายทุน เจ้าของเหมือง ขุดเจาะลึกลงไป เพื่อเอาแร่ยิปซั่มออกมา มันใช้ระเบิด และขุดเจาะ มีความลึกถึงบ่อแก๊สไข่เน่าดังกล่าว ใครจะไปรู้ว่าสักวันหนึ่งชาวบ้านตายหมู่เพราะเจ้าหน้าที่รัฐและนักการเมือง เข้าไปรู้เห็นเป็นใจให้นายทุนทำแร่

ท่านรองนายกฯ สุเทพ เทือกสุบรรณ และ ส.ส. ในนามพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งนั้น นั่งมองตาปริบๆ อยู่ได้อย่างไร??