WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, December 27, 2008

'เขยซีพี'เสร็จแน่'นิพิฏฐ์'ฉุนไม่ป้องหากโดนจวกในสภาฯ

ที่มา ประชาทรรศน์

ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ โกรธไม่เลิก รับกกต.วินิจฉัยถูก ไม่พบเงิน 80 ล้านบาท ยืนยันพร้อมปกป้องรัฐบาล ยกเว้น 'วีระชัย'


จากกรณีที่ นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ออกมาเปิดเผยว่า การตรวจสอบเงินบริจาคของพรรคประชาธิปัตย์ ไม่พบเงิน 80 ล้านบาทของนายวีระชัย วีระเมธีกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตามที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวหานั้น นายนิพิฏฐ์ ได้กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า คำวินิจฉัยของกกต.ถูกต้องแล้ว แต่สิ่งที่ได้พูดออกไปนั้นยืนยันว่าไม่ได้โกหกประชาชน และการที่ออกมาเปิดเผยเรื่องนี้เพื่อต้องการให้ประชาชนเป็นคนตัดสินว่านายวีระชัยได้เป็นรัฐมนตรีเพราะความสามารถของตัวเองหรือเพราะเป็นกลุ่มทุนของพรรค

"ถ้าเราให้สินบนเจ้าหน้าที่ คงไม่มีใครออกใบเสร็จเพื่อให้เป็นหลักฐานมามัดตัวเองภายหลัง เรื่องแบบนี้ก็เช่นกัน ไม่มีหลักฐานหรือพยานรู้เห็น" นายนิพิฏฐ์ กล่าว

นอกจากนี้ นายนิพิฏฐ์ ยังกล่าวถึงการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา ซึ่งฝ่ายค้านเตรียมอภิปรายนโยบายรัฐบาล โดยเน้นจริยธรรมและที่มาของ นายกรัฐมนตรี รวมถึงรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลว่า หากมีการกล่าวเสียดสีนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีรุนแรง ก็พร้อมจะตอบโต้และปกป้องรัฐบาล โดยยึดข้อบังคับการประชุมรัฐสภา แต่ทั้งนี้จะยกเว้นนายวีระชัยเพียงคนเดียว

'มาร์ค'ถือหางลูกหาบ 'หัวโจกพธม.'ขึ้นเวทีเรื่องส่วนตัว

ที่มา ประชาทรรศน์

นายกฯ'มาร์ค'ใจดีสู้เสื้อ ใช้สมานฉันท์ สยบเสื้อแดง ไม่หวั่น ฝ่ายค้านเตรียมซักฟอกวันแถลงนโยบาย ไม่รู้ 'สมเกียรติ'ขึ้นเวทีพธม.อีกครั้ง ชี้ที่ผ่านมาเรื่องส่วนตัว ยันต่ออายุ 6 มาตรการประชานิยม

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีถูกคนเสื้อแดงไล่ที่จ.อุบลราชธานี ว่า เป็นเรื่องปกติ เพราะเข้าใจว่ายังมีอารมณ์ความรู้สึกของกลุ่มคนบางกลุ่มอยู่ ซึ่งคงต้องใช้เวลาทำความเข้าใจและเดินหน้าพิสูจน์การทำงาน รวมถึงให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น

"หากจะให้กลุ่มคนที่ต่อต้านเข้าใจเราก็คงต้องใช้เวลา เพราะตนไม่สามารถโน้มน้าวได้ด้วยคำพูด แต่รัฐบาลได้แสดงเจตนาชัดเจนในแนวทางการสมานฉันท์ หลังแถลงนโยบาย หลายเรื่องที่เป็นองค์ประกอบของความสมานฉันท์จะเริ่มเดินหน้า ซึ่งคิดว่าสิ่งเหล่านี้ก็จะค่อยๆลดลงไป " นายกรัฐมนตรี กล่าว

ส่วนกรณีจะต้องเลื่อนแถลงนโยบายหรือไม่นั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องประเมินสถานการณ์ก่อนแต่คิดว่าขณะนี้ยังน่าจะสามารถดำเนินการตามแผนได้ อย่างไรก็ตามยังไม่ได้คุยกับนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาฯ แต่รัฐบาลยืนยันว่าจะไม่ใช้ความรุนแรง ส่วนจะย้ายที่ประชุมหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับสถานการณ์

เมื่อถามว่าฝ่ายค้านเตรียมอภิปรายเพื่อซักฟอกนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีในวันแถลงนโยบาย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การอภิปรายถ้าอยู่ในกรอบก็สามารถทำได้ และได้พูดไว้แล้วว่า รัฐบาลนี้ต้องยอมรับการตรวจสอบ ถ้าฝ่ายค้านหยิบยกประเด็นอะไรขึ้นมา ก็เป็นหน้าที่ของตนและรมต.จะต้องชี้แจง ซึ่งไม่มีอะไรน่าหนักใจ เมื่อถามว่าฝ่ายค้านจองกฐินนายกฯกับ นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศเป็นพิเศษ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้าเขาติดใจอะไรเป็นพิเศษก็สอบถามได้ และตนก็พร้อมที่จะตอบ ทั้งนี้ได้กำชับกับรมต.ทุกคนว่าจะต้องพร้อมชี้แจงในส่วนที่เกี่ยว

เมื่อถามว่า มองยังไงกับการที่นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ส.ส.ของพรรคจะขึ้นเวทีพันธมิตรฯอีกครั้ง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ใครก็ตามที่เคลื่อนไหวขณะนี้ ขอให้อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย ถ้าละเมิดกฎหมายก็ต้องรับผิดชอบ ตนมีโอกาสพบคุณสมเกียรติในที่ประชุมส.ส. ก็ไม่ทราบว่าจะมีการเคลื่อนไหวอะไร แต่การเคลื่อนไหวที่ผ่านมาถือเป็นเรื่องส่วนตัว

เมื่อถามว่า สังคมยังคงเคลือบแคลงว่าพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลแล้วจะไม่กล้าดำเนินการกับผู้กระทำความผิด นายอภิสิทธ์ ยืนยันว่าจะเดินหน้าดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ส่วนกรณีที่ สปน.จะฟ้องดำเนินคดีพันธมิตรฯ กรณีทำลายทรัพย์สินในทำเนียบรัฐบาลนั้น คิดว่าทุกคนต้องทำหน้าที่ และรักษาสิทธิของตัวเอง เวลามีอะไรที่เสียหายต่อราชการ ผู้ดูแลหน่วยงานก็ต้องดำเนินการ ไม่เช่นนั้น ก็จะถือว่าละเว้น ขณะเดียวกันความเสียหายที่เกิดกับทรัพย์สินส่วนตัว ทุกคนก็มีสิทธิแจ้งความดำเนินคดีได้ด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรี ยืนยันจะต่ออายุ 6 มาตรการ ของรัฐบาลที่แล้ว ที่ดำเนินการช่วยเหลือมา เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโดยสารรถเมล์ รถไฟ แต่จะยาวนานแค่ไหนยังตอบไม่ได้

ข่าวบ้องตื้นที่ว่าแบงค์ต่างชาติอายัดเงินทักษิณที่แท้ในไทยนี่เอง!!!!

ที่มา thaifreenews

โดย : ป้าพลอย

ช่วงวันหยุดนี่มีเวลาเข้าไปอ่านในเว็บไทยบ่อยเข้า เพิ่งออกมาจากเว็บประชาไทยไปเห็นข่าวคนมาตั้งกระทู้แล้วมันคันมือ เอาข่าวว่าคุณทักษิณมีเงินในแบงค์แค่ 500 ล้านแถมยังเขียนอีกว่าทาง สวิส และ อังกฤษ อายัด
เงินคุณทักษิณจนคุณทักษิณเงินหมด ข่าวบ้องตื้นนี้มันเกิดขึ้นในไทยไม่เว้นแต่ละวันอะพิโธ่อะพิถังเชื่อกันเป็นตุเป็นตะเลยหนอ อ้ายพวกชอบแหกตาชาวบ้านปล่อยข่าวทำลายคุณทักษิณมันช่างน่าเบื่ออ่านแล้วต้องหัว

เราะ แบงค์ต่างประเทศที่จะยึดทรัพย์ผู้ใดต้องมีหลักฐานมัดอย่างแน่นหนาและชัดเจนไม่ใช่ใครไปบอกแบงค์ว่านายคนนี้โกงขอให้อายัดเงินของนายคนนี้แบงค์ต่างประเทศไม่มีทางทำ ยิ่งแบงค์สวิสที่มีคนรวยๆทั่วโลกฝากใว้ไม่มีทางทำกับลูกค้าอย่างนี้แน่นอนเขารักษาความลับและกฏระเบียบต่อลูกค้าของแบงค์ แบงค์สวิสเป็นที่เชื่อถือทั่วโลกส่วนใหญ่คนรวยๆทั้งสิ้นที่ฝากใว้กับแบงค์สวิสเนื่องจากปลอดภัย คนไทยที่ร่ำรวยมา

ฝากที่แบงค์สวิสหลายคนไม่อยากเอ่ยชื่อ ฉะนั้นอ้ายข่าวบ้องตื้นทุเรศๆทำไมมันจึงเกิดขึ้นบ่อยจัง หากข่าวความเคลื่อนไหวของคุณทักษิณในต่างประเทศไม่มีออกอ้ายข่าวบ้องตื้นนี้พวกไม่หวังดีกับคุณทักษิณมันเขียนขึ้นมาเองอย่างผิดๆที่ว่าแบงค์สวิสอายัดเงินคุณทักษิณฮ่วยแตกขอด่าทีเถอะไม่รู้กฏระเบียบแบงค์ต่าง
ชาติแล้วเสือกให้ข่าว เรื่องเกี่ยวกับแบงค์ที่ว่าเงินคุณทักษิณหมดนี่คงมีเบื้องหน้าเบื้องหลังทำลายความเชื่อถือ

คุณทักษิณอีกเป็นแน่ แหมมนุษย์จังไรพวกนี้ไม่รู้ว่ามันจะจองร้างจองผลาญคุณทักษิณไปถึงใหน แล้วคนไทยบางคนก็ชอบนำข่าวผิดๆมาเผยแพร่ต่ออีกซะด้วย รู้อะไรที่ไม่แน่ใจไม่ควรเอามาเล่าต่อคนฝรั่งเขาโกรธ
เพราะเรื่องที่ยังไม่ได้พิศูจน์ว่าเท็จหรือจริง ถ้าเรื่องว่าแบงค์ต่างประเทศอายัดเงินคุณทักษิณไม่ว่าที่ประเทศอังกฤษหรือประเทศสวิสไม่มีวันเชื่อเด็ดขาด ถามลุงว่าเป็นไปได้มั๊ยลุงบอกว่าโนเป็นไปไม่ได้เพราะมันไม่ใช่

ธุระของแบงค์ที่จะรับรู้ว่าเงินของลูกค้าแต่ละคนเป็นเงินที่ได้มาอย่างไร? และไม่มีสิทธิ์ที่จะไปอายัดเงินลูกค้า คิดว่าแบงค์ในประเทศไทยก็เช่นกันเพราะมันเป็นกฏหมายสากล แล้วที่อ้ายพวกที่โกงกินรวยเป็นร้อยๆล้านในไทยแบงค์ในไทยถามหรือเปล่าได้เงินมาจากใหน? ข้าราชการ นักการเมือง นายพลทั้งหลายที่กินเงิน
เดือนแต่ละเดือนทำไมมีเงินฝากเป็นร้อยล้าน แบงค์ในประเทศไทยก็ไม่เคยไต่ถามว่าเงินนี้เจ้าได้มาจากที่ใด

หนอ ฉะนั้นในต่างประเทศเขาก็ไม่สนใจว่าเงินที่คุณเอามาฝากได้มาจากที่ใดจะโกงเขามาหรือวิ่งราวเขามามันไม่ใช่เรื่องของคนทำงานแบงค์ที่จะต้องรู้และคนทำงานในแบงค์ก็ไม่มีสิทธิ์ไปก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของลูกค้าที่นี้ชัดเจนหรือยังข่าวเกี่ยวกับคุณทักษิณที่ว่าโดนแบงค์อายัดเงิน ขอยืนยันนั่งยันว่าไม่มีทาง หากยังข้องใจเดี๋ยวจะไปถามแบงค์สวิสด้วยตนเองเพราะก็เป็นลูกค้าว่าอ้ายข่าวบ้องตื้นนี้ทำลายชื่อเสียงแบงค์สวิสเขา

การที่แบงค์สวิสจะอายัดทรัพย์สินเงินทองของใครต้องเห็นพ้องจากกฏหมายโลกที่กรุงเดนฮากดังเช่นกรณี
ประธานาธิปดี ฟอร์ดินัน มาก๊อต แห่งฟิลิบปินส์ที่คอรับชั่นถูกฟ้องและอายัดเงินทุกอย่างมีหลักฐานมัดตัว
นายมาก๊อตดิ้นไม่หลุด แต่คุณทักษิณถูกฟ้องเรื่องที่ดินในประเทศไทยไง๋แบงค์ต่างชาติจะอายัดเงินคุณทักษิณ
มองไม่ออกมันไม่เกี่ยวกันเลย และไม่มีทางเลยด้วย เงินเจ็ดหมื่นล้านกว่าบาทตอนนี้กำลังถูกอายัดในไทยนี่ซิ

เป็นเรื่องจริงไม่ใช่ในต่างประเทศ แหมมันช่างสอดคล้องปล่อยข่าวได้ดีจริงๆและปล่อยข่าวในช่วงเดียวที่ศาลไทยอายัดเงินคุณทักษิณเสียด้วย แก้เขินหรือไงที่ไปยึดทรัพย์เขาทั้งที่เป็นของเขาแท้ๆเลยป้ายสีเป็นต่างประเทศอายัดเสียงั้นแหละ ตาสว่างกันหรือยังกับการมั่วนิ่มให้ข่าวที่แท้พี่ไทยเองนั่นล่ะที่อายัดเงินคุณทักษิณไม่ใช่ต่างประเทศ มุขนี้เด็ดจริงๆตอแหลจับได้คาหนังคาเขาเลย แล้วนี่จะโกหกพกลมอะไรต่อไปอีกเวรกรรมไทยแลนด์
ป้าพลอย

ข่าว พตท.ดร.ทักษินถังแตกเหลือเงิน 500ล้าน $USD

ที่มา cbnpress



ข่าว พตท.ดร.ทักษินถังแตกเหลือเงิน 500ล...

Friday, December 26, 2008

จตุพร-ณัฐวุฒิ ยันกลุ่มเสื้อแดงชุมนุม 28 ธ.ค.

ที่มา MCOT News

พรรคเพื่อไทย 26 ธ.ค. - นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และผู้จัดรายการความจริงวันนี้ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มเสื้อแดงในวันที่ 28 ธันวาคม ที่ท้องสนามหลวง และวันที่ 29-30 ธันวาคม ที่หน้ารัฐสภา ว่า ขณะนี้มีความพยายามใช้กลไกของรัฐสกัดกั้นการชุมนุม และยังมีการใช้วิธีใช้กลุ่มเสื้อแดงปลอมที่จะเข้ามาก่อกวน รวมถึงกักตัวและข่มขู่แกนนำกลุ่มเสื้อแดงไม่ให้มาร่วมการชุมนุม ทั้งนี้ ตนจะเปิดเผยการโอนเงินให้กับพรรคประชาธิปัตย์และกลุ่มพันธมิตรฯ ซึ่งจะมีการฉายภาพทั้งหมดในการปราศรัยที่ท้องสนามหลวง

ด้านนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดที่ไหน เรื่องนี้มีข้อมูลลึกมาก และข้อมูลค่อนข้างชัดเจนว่ากระทำผิดจริง และจะได้รู้กันว่าเงินที่โอนมาเป็นเงิน 200-300 ล้านบาทเข้าพรรคประชาธิปัตย์ได้อย่างไร มีการแจ้งกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หรือไม่ แล้วเงินอยู่ที่ไหน นอกจากนี้การโอนเงินยังมีการยักยอกกันภายในพรรคประชาธิปัตย์ด้วย. - สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-12-26 17:13:09

ม็อบ จยย.ร้องนายกฯ จัดการหัวคะแนนเป็นมาเฟียเรียกเก็บค่าคุ้มครอง

ที่มา MCOT News

พรรคประชาธิปัตย์ 26 ธ.ค. – ม็อบจักรยานยนต์รับจ้าง บุก ปชป. ยื่นหนังสือเรียกร้องให้นายกฯ จัดการหัวคะแนนตั้งตัวเป็นมาเฟียเรียกเก็บค่าคุ้มครอง ขีดเส้น 3 วัน นัดรวมพลรับฟังคำตอบ 29 ธ.ค.นี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 13.15 น. มีกลุ่มรถจักรยานยนต์รับจ้างกรุงเทพฯ และปริมณฑล กว่า 200 คน นำโดย นายสุรัช ไชยพันธุ์ มาชุมนุมที่ถนนกำแพงเพชร 5 ตัดกับถนนเศรษฐศิริ บริเวณที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ โดยนำรถกระบะติดเครื่องขยายเสียง ปักหลักปราศรัยเรียกร้องให้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จัดการกับกลุ่มผู้มีอิทธิพลที่มาเรียกเก็บค่าคุ้มครองกับวินรถจักรยานยนต์กว่า 50 เขต ทั้งนี้ ผู้ชุมนุมถือธงชาติและธงสีแดงที่มีข้อความว่า “คิดถึงทักษิณ” และ “นปช.ห้วยขวาง-ดินแดง” นอกจากนี้มีผู้ชุมนุมบางคนโพกผ้าปิดหน้าปิดตา สวมเสื้อแดง และถือตีนตบด้วย

นายสุรัช กล่าวว่า มี กลุ่ม ส.ก. และ ส.ข.ของพรรคประชาธิปัตย์ รวมทั้งประธานชุมชนที่เป็นหัวคะแนนให้พรรคประชาธิปัตย์ ตั้งตนเป็นมาเฟียเรียกเก็บค่าคุ้มครองวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง โดยบางพื้นที่มีการตั้งวินขึ้นมาแย่งผู้โดยสาร เป็นเหตุให้พวกตนได้รับความเดือดร้อนมาก ดังนั้นจึงต้องการมายื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรีให้รับทราบและช่วยแก้ปัญหาดังกล่าว โดยทางกลุ่มจะให้เวลา 3 วัน จากนั้นจะมาชุมนุมที่ทำการพรรคอีกครั้งในวันที่ 29 ธ.ค.นี้ เพื่อรับฟังคำตอบว่านายกรัฐมนตรีจะแก้ไขปัญหาอย่างไร

ด้านนายชุมพล กาญจนะ ประธาน ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ เป็นตัวแทนออกมารับหนังสือดังกล่าว พร้อมกับยืนยันว่า จะนำเรื่องดังกล่าวส่งให้ถึงมือนายกรัฐมนตรีโดยเร็วที่สุด เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ส่วนจะมีการแก้ไขอย่างไร นายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้มอบหมายให้ผู้ที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการ.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-12-26 16:34:15

ยุรนันท์ ขอโอกาสคนกรุงบริหาร กทม.

ที่มา MCOT News


กรุงเทพฯ 26 ธ.ค.- นายยุรนันท์ ภมรมนตรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เดินทางพบพี่น้องชาวมุสลิม ที่ศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทย เขตคลองตัน โดยกล่าวว่า พร้อมที่จะดูแลพี่น้องชาวกรุงเทพฯ ทุกคนไม่ว่าศาสนาใด และมีความรู้สึกที่ดีว่าพี่น้องชาวมุสลิมมีการรวมตัวที่ดีทั้งเรื่องการศึกษา ศาสนา ในอนาคตจะส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ชุมชนมุสลิม จากนี้ไปจะลงพื้นที่หาเสียงทุกพื้นที่ ให้เกิดความเข้าใจในการแก้ปัญหาคนกรุงเทพฯ มากขึ้น และยืนยันว่าหากได้เป็นผู้ว่าฯ กทม.จะไม่ทำงานโดดเดี่ยว ทำงานที่มีเครือข่าย โดยเฉพาะสมาชิกพรรคไทยรักไทยเดิมมีคนที่มีความสามารถ ขณะนี้คนไทยกำลังให้โอกาสรัฐบาลใหม่ทำงาน เช่นเดียวกับตนขอโอกาสบริหาร กทม.บ้าง และยอมรับว่าแม้พรรคเพื่อไทยขณะนี้จะมีความซวนเซ หลังจากพรรคประชาชนถูกยุบ แต่กลุ่มคนทำงาน ทั้ง ส.ก. , ส.ข.ยังคงมีบทบาท รวมทั้งอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย 111 คน ยังคงเกื้อหนุนให้คำปรึกษาอยู่ อย่าคิดว่าพรรคนี้เป็นพรรคเศรษฐี ขอให้ดูที่นโยบาย

ด้านนายเอธัส มนต์เสรีนุสรณ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ได้พาสื่อมวลชนดูศูนย์รับเลี้ยงเด็กเล็กชุมชนหัวรถจักรแดง เขตบางซื่อ ซึ่งศูนย์ดังกล่าวมีสภาพที่ขาดแคลนงบประมาณ ขณะที่มีเด็กอยู่ในความดูแลจำนวนมาก เกินความสามารถที่ศูนย์ฯ จะดูได้อย่างทั่วถึง ส่วนเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ฯ ก็ทำงานด้วยใจรัก ถ้าตนได้รับเลือกเป็นผู้ว่าฯ กทม. นโยบายเร่งด่วนคือ เรื่องเด็ก จะเพิ่มค่าอาหารกลางวัน ค่าจ้างครูพี่เลี้ยง ขยายเวลาให้พ่อแม่มารับลูกได้ถึงเวลา 17.00-18.00 น. และจัดหาคุรุภัณฑ์ให้เท่าที่จำเป็น.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-12-26 15:52:48

'ทักษิณ'เจ๊งหุ้นเงินหดเหลือแค่ 500 ล้านดอลล์แถม'เมืองผู้ดี-สวิส'ยึดทรัพย์

ที่มา ประชาทรรศน์

สื่อนอกรายงาน "ทักษิณ"คับขัน เหลือตังค์ติดกระเป๋าแค่ 500 ล้านดอลล่า หลังมือเติบเล่นไม่เลิกส่งผลให้เจ๊งหุ้น เก็งกำไรราคาน้ำมันพลาดเงินหด 5 พันล้านดอลล่า แถมเจอ"เมืองผู้ดี-สวิส"ยึดทรัพย์สิน พร้อมจี้สอบแหล่งที่มาของเงิน

วันนี้ (26 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หนังสือพิมพ์สเตรท ไทมส์ ของสิงคโปร์ รายงานว่า ขณะนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีทรัพย์สิน 500 ล้านดอลลาร์ หรือราว 1.75 หมื่นล้านบาท จากการสูญเสียการลงทุนจากหุ้นต่างประเทศมูลค่า 5,000 ล้านดอลลาร์ และการเก็งกำไรซึ่งกำลังเผชิญสภาพผันผวนเพราะจากภาวะหุ้นทั่วโลกตก และราคาน้ำมันร่วง โดยนักการเงินรายหนึ่งที่ไม่ระบุนามบอกว่า โดยก่อนหน้านี้ รัฐบาลอังกฤษเพิ่งระงับทรัพย์สินเขาเป็นมูลค่า 4.2 พันล้านดอลลาร์ ภายหลังเพิกถอนวีซ่าของ นางพจมาน ดามาพงศ์ เมื่อเดือนพ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้เขาต้องขายกิจการสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ให้แก่กลุ่มนักลงทุนอาหรับ

นอกจากนี้ รายงานข่าวยังระบุว่า เงินจำนวน 4.2 พันล้านดอลลาร์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ถูกยึด ประกอบด้วยเงินจำนวน 1.4 พันล้านดอลลาร์ซึ่งเป็นชื่อของเขาเอง เงินลงทุนในตลาดหุ้นล่วงหน้า 40 ล้านดอลลาร์ เงิน 300 ล้านดอลลาร์ในธนาคารสวิส แต่ปัญหาที่เขากำลังเผชิญก็คือ จะต้องพิสูจน์แหล่งที่มาของเงินเหล่านี้ เพื่อให้เงินหลุดจากการถูกระงับชั่วคราว แม้การที่เขามีหุ้นในบริษัทต่าง ๆ ในต่างแดนเป็นจำนวนมากก็ไม่อาจช่วยได้ จากภาวะที่เขาถูกตัดสินว่าคอรับชั่นและได้รับการประกันตัว

ขณะเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญ เปิดเผยว่า สถานการณ์ในขณะนี้ของเขาถือว่ายุ่งเหยิง เพราะเงินที่ถูกยึดทรัพย์เป็นเงินที่ถูกฝากในชื่อของบุคคลอื่น โดยเขาได้ใช้บริษัทต่างแดน 20-25 แห่ง ดำเนินธุรกรรมทางเงิน รวมทั้งการฝากเงินในธนาคารสวิสและธนาคารเอกชนอีก 3 แห่งในกรุงเจนีวา โดยบางส่วนยังเป็นเงินกู้ ที่เขามีปัญหาทางกฎหมายที่จะดึงเหล่านี้คืนมา

"ทรัพย์สินอื่นๆ ของพ.ต.ท.ทักษิณ ได้ถูกนำไปลงทุนในตลาดน้ำมัน การเก็งกำไรด้านสินค้าโภคภัณฑ์(ข้าว) และการค้าทองคำล่วงหน้า ซึ่งทรัพย์สินเหล่านี้เสี่ยงที่จะสูญเสียมูลค่าเพราะสภาพตลาดหุ้นที่ไม่แน่นอน เชื่อว่า ตอนนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ เหลือเงินเหล่านี้เพียง 500 ล้านดอลลาร์ และเงินเหล่านี้ถือว่าสำคัญอย่างยิ่งสำคัญเขา ขณะที่ นางพจมาน ดามาพงศ์ ได้เดินทางกลับเมืองไทย ก็เพื่อที่จะคุ้มครองทรัพย์สินสุดท้ายของพวกเขาที่เหลืออยู่ และสาเหตุที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องขาดทุนจากการลงทุนเพราะเขาลงทุนได้กำไรแล้วกลับไม่เลิก" ผู้เชี่ยวชาญคนเดิม ระบุ

โพล์ชี้ ม็อบหมาบ้ายึดสนามบิน ปชช.อนาถใจที่สุดแห่งปี

ที่มา ประชาทรรศน์

โพล์ที่สุดแห่งปี 51 เผยคนกรุงเทพฯสุดเศร้าสะเทือนใจ ม็อบมารปิดสนามบิน - ห่วงสถานการณ์ความรุนแรงการชุมนุม - ปัญหาปากท้องเศรษฐกิจดิ่งเหว หวั่นโดนโละทิ้งว่างงานยาว

วันนี้ (26 ธ.ค.) ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์) สำรวจความคิดเห็นเรื่อง"ที่สุดแห่งปี 2551 ในสายตาคนกรุงเทพ" โดยเก็บข้อมูลจากประชาชนทุกสาขาอาชีพในเขตกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 20-23 ธ.ค.ที่ผ่านมา จำนวน 1,206 คน พบว่าอันดับ 10 ข่าวหรือเหตุการณ์ในประเทศไทยที่สร้างความปิติยินดีมากที่สุดในรอบปี ได้แก่ 1.ข่าวเกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เช่น ข่าวทรงหายจากพระอาการประชวร และข่าวการจัดงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 2.การได้รัฐบาลใหม่ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี 3.การยุติการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

ลำดับที่ 4.นักกีฬาไทยได้เหรียญทองจากการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมที่กรุงปักกิ่ง 5.น้ำมันลดราคา 6.ประชาชนคนไทยน้อมส่งเสด็จสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ สู่สวรรคาลัย 7.การออกนโยบาย 6 มาตรการ 6 เดือน อาทิ ขึ้นรถเมลล์ฟรี และรัฐรับภาระเรื่องการจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ 8.ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรคการเมืองที่ทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เดินทางออกนอกประเทศ

'นพดล'เอาคืนจี้ปชป.ทวงเขาพระวิหาร

ที่มา ประชาทรรศน์

'นพดล' ล้างตาปชป.- พันธมารเล็งส่งจม.เปิดผนึกส่ง'นายกฯมาร์ค' แจงการทวงเขาพระวิหารคืน จับมือเพื่อไทยจัดส่งข้อมูลโต้วันแถลงนโยบายรบ. สั่งสอน'กษิต' เป็นรมต.อย่าโยนบาปให้ขรก. ชี้ต้องคิดก่อนพูดอย่าสถุน "สาทิตย์"ปากกล้าขาสั่น ลั่นพร้อมแจง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (26 ธ.ค.) นายนพดล ปัทมะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ เตรียมส่งจดหมายเปิดผนึกให้กับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะนายกรัฐมนตรี เพื่อชี้แจงความชัดเจนกรณีปราสาทพระวิหาร ว่าจะมีนโยบายทวงคืนหรือไม่ เนื่องจากในอดีตการอภิปรายพรรคประชาธิปัตย์ บอกว่าประเทศไทยยังคงเสนอสิทธิ์ทวงคืน ขณะเดียวกัน นายนพดลกล่าวว่าจะมอบเอกสารต่าง ๆ เพื่อให้กับส.ส.ต่อพรรคเพื่อไทย ใช้ในวันอภิปรายนโยบายรัฐบาลด้วย และมองว่า ต้องให้โอกาส นายกฯ ทำงาน แต่นายกฯ ต้องเป็นคนพูดจริงทำจริง นอกจากนี้ นายนพดล รู้สึกไม่สบายใจต่อท่าทีของ นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ โดยเฉพาะกับประเทศเพื่อนบ้าน และเห็นว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ที่ดี ควรคิดก่อนพูด ไม่ควรเป็นคนกลับกลอก ไม่พูดหยาบคาย และไม่ควรโยนความผิดให้ข้าราชการประจำ

จากกรณีดังกล่าวเมื่อวานนี้(25 ธ.ค.)ที่ผ่านมานายกษิตได้กล่าวว่า จุดยืนของการทวงคืนตัวปราสาทเขาพระวิหารของตนมีแนวทางในการแก้ไขข้อพิพาทโดยให้ปฏิบัติตามสนธิสัญญาไทย-ฝรั่งเศส ค.ศ. 1904 ค.ศ. 1907 รวมถึงการตัดสินของศาลโลก และบันทึกความเข้าใจ ปี 2543 เรื่องปักปันเขตแดน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการก่อตั้งคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (เจบีซี) ซึ่งขัดกับแนวทางที่เคยกล่าวไว้บนเวทีพันธมิตรประชานเพื่อประชาธิปไตย

ทั้งนี้กระทรวงการต่างประเทศ มีศูนย์ติดตามสถานการณ์พื้นที่เขาพระวิหารและชายแดนไทยกัมพูชา ในการทำความเข้าใจกับประชาชน ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้มีการเจรจากับนายฮอร์ นัมเฮง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา

เดทไลน์ 27 รมต.แจงเขาพระวิหารวันนี้


ขณะที่ความคืบหน้าเรื่องที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) พิจารณาสำนวนการไต่สวนถอดถอนคณะรัฐมนตรี(ครม.) สมัยรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี ข้อหากระทำผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 กรณีออกมติครม.สนับสนุนให้กัมพูชา ขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก โดยไม่ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา ในวันนี้ ถือเป็นวันสุดท้ายที่ ป.ป.ช. อนุญาตให้อดีตครม. นายสมัคร สามารถเลื่อนแก้ข้อกล่าวหาได้ ซึ่ง น.ส.สมลักษณ์ จัดกระบวนพล กรรมการป.ป.ช.ในฐานะผู้รับผิดชอบสำนวนนี้ ระบุว่า หากเลยกำหนดในวันนี้แล้ว ยังไม่มาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ถือว่าทั้งหมดไม่ติดใจที่จะแก้ข้อกล่าวหา อาจจะสรุปสำนวนเสนอให้ป.ป.ช.ชุดใหญ่พิจารณาลงมติต่อไป แต่ยังรัฐมนตรี 27 คนได้หนังสือขอเลื่อนการชี้แจงข้อกล่าวหาออกไปก่อน ทั้งนี้ทางคณะอนุกรรมการไต่สวนฯให้เลื่อนการแก้ข้อกล่าวหาออกไปได้ เพราะเป็นสิทธิของผู้ถูกกล่าวหา โดยอนุญาตให้เลื่อนการแก้ข้อกล่าวหาได้ถึงวันนี้เท่านั้น

อย่างไรก็ตามล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานว่านางอุไรวรรณ เทียนทอง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานได้ส่งเอกสารชี้แจงต่อคณะอนุกรรมการไต่สวนฯ ส่วนนายสันติ พร้อมพัฒน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เดินทางมาชี้แจงข้อกล่าวหาด้วยตนเอง

ปชป.ลั่นพร้อมแจงเขาพระวิหาร

ขณะที่ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึง การเตรียมความพร้อมในการแถลงนโยบายของรัฐบาลที่กลุ่มคนเสื้อแดงจะชุมนุมที่หน้ารัฐสภาในวันที่ 29 ธ.ค.นี้ว่า รัฐบาลได้เตรียมการไว้ทั้งสองส่วนทั้งภายนอกและภายในซึ่งนายอภิสิทธิ์ ได้กำชับให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องเป็นผู้เตรียมการ ซึ่งโดยปกติการชุมนุมเป็นสิทธิที่สามารถทำได้หากไม่ใช้ความรุนแรงส่วนหากเกิดกรณีเช่นเดียวกับวันโหลตเลือกนายกฯ นายสาธิต กล่าวว่า คาดว่าคงจะไม่เหมือนกัน ถ้าในวันแถลงหากสามารถดำเนินการไปได้ก็จะทำต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีกระแสข่าวออกมาว่ามีการอุ้มบุคคลก่อนวันแถลงนโยบายนั้น นายสาทิตย์ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนไม่ทราบข้อเท็จจริงแต่การที่ฝ่ายค้านพูดเช่นนั้น เพราะอาจจะมีข้อมูลอยู่ก็เป็นได้ ซึ่งเรื่องความมั่นคง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง เป็นผู้ดูแลและได้มีแผนดำเนินการอยู่ ทั้งนี้เชื่อว่าการแถลงนโยบายจะแตกต่างกับรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี แต่อย่างไรก็ตามได้ขอความร่วมมือกับทุกฝ่าย อีกทั้งขอขอบคุณกลุ่มเสื้อแดงที่ให้โอกาสรัฐบาลได้ทำงานก่อน เพราะเหตุการณ์ความไม่สงบมันจะเป็นผลเสีย ซึ่งตามที่ได้ข่าวมาก็จะจัดเจ้าหน้าที่เป็นผู้ดูแล รวมทั้งยังได้เจรจากันว่าจะให้กาสรัฐบาลทำงาน

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการถ่ายทอดสดการแถลงนโยบายหรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี ได้พูดว่าจะขอความร่วมมือกับทางรัฐสภา ซึ่งทางรัฐบาลก็ไม่มีปัญหาเนื่องจากรัฐธรรมนูญได้กำหนดไว้ว่าสามารถถ่ายทอดสดได้ ซึ่งก็มีการเตรียมการทั้ง ทีวีและวิทยุ

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีนายนพด ปัทมะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรีชี้แจงความชัดเจนกรณีปราสาทพระวิหารว่ามีนโยบายทวงคืนหรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า ที่คุยกันไม่ได้เกี่ยวกับเนื้อหา แต่รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องได้เตรียมชี้แจงแล้ว ส่วนที่เกี่ยวข้องก็ต้องทำหน้าที่ ทั้งนี้ที่นายนพดล ปัทมะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ได้เตรียมแผนที่ไว้เปิดโปงในวันแถลงนโยบาย จะรุนแรงหรือไม่ นายสาธิต กล่าวว่า รัฐบาลพร้อมชี้แจงทุกเรื่อง รวมทั้งกรณีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนาตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ก็พร้อมชี้แจง

เมื่อถามว่า กรณีที่ผ่านมาพรรค ปชป.เคยวอล์กเอ้าท์ในวันแถลงนโยบายของรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เพราะมีการชุมนุม ซึ่งหากครั้งนี้มีการชุมนุมอีกทางพรรคจะยืนยันที่จะแถลงนโยบายต่อหรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า หากเกิดความรุนแรงก็พร้อมจะถอยแต่เชื่อว่าจะไม่มีความรุนแรง เพราะการที่ ประชาธิปัตย์ ทำในครั้งนั้นเนื่องจากเห็นข่าวในช่วงเช้าก่อนแถลงนโยบายเกิดเหตุการณ์รุนแรง จึงไม่อยากข้ามกองเลือดไปประชุม จึงต้องทำเช่นนั้น แต่ครั้งนี้แม้ว่าจะมีการชุมนุมมากก็พร้อมที่จะเข้าไปแถลง เพราะได้ฟังจากข่าวว่า แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงจะชุมนุมอย่างสงบไม่มีเหตุรุนแรง ส่วนกรณที่แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ประกาศไว้ว่าจะมีสงครามกลางเมือง นายสาทิตย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาแกนนำ นปช.เคยประกาศไว้แรงกว่านี้ แต่ครั้งนี้ได้ขอความร่วมมือจากทุกฝ่าย เชื่อว่าจะไม่มีความรุนแรง

ผู้สื่อข่าวถามว่า มองเจตนารมณ์ของนายสมชาย อย่างไรที่ลงพื้นที่ในจังหวัดอุดร หลังจากที่ประกาศจะไม่เคลื่อนไหวในวันที่ 28 ธ.ค.นี้ นายสาทิตย์ กล่าวว่า หากเป็นไปตามนั้นว่า การลงพื้นที่เป็นเพียงการเยี่ยมชาวบ้านก็ไม่เป็นไร แต่การลงพื้นที่หลังการประกาศของนายขวัญชัย ไพรพนา การตีความของคนก็อาจจะผิดเพี้ยนไป แต่ถึงอย่างไรก็ไม่อยากคิดในแง่ร้าย เพราะถึงอย่างไรก็เคยเป็นนายกรัฐมนตรีมาก่อน