WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Sunday, December 28, 2008

"จตุพร"รอตัดสินใจ2ทุ่ม ก่อนเคลื่อนเสื้อแดงไปหน้าสภา ลั่นหากรบ.ทำร้ายผู้ชุมนุม จะขนคนปิดสถานที่ราชการ

ที่มา มติชนออนไลน์


ส.ส.พท.ระบุถ้าทำร้ายเสื้อแดง จะยึดสถานที่ราชการทันที นปช.กั้นแผงเหล็กฝั่งลานพระรูปฯ อ้างเพื่อความปลอดภัย "เสื้อแดง"จันทบุรีกว่า500 จัดรถบัส10คันขนคนเข้ากรุง สื่อตปท.ตีข่าวตร.หลายพันนายตรึงทำเนียบสู้ นปช.โคราช ขนเพื่อนพ้องบุกสภา ซัดรบ.ปล้นส.ส. "เสื้อแดง"เริ่มรวมตัวที่รัฐสภา ถนนโดยรอบยังสัญจรได้

"จตุพร"รอความชัดเจนก่อนเคลื่อนไปหน้ารัฐสภา 2 ทุ่ม

นายจตุพร พรหมพันธ์ แกนนำนปช. และผู้ดำเนินรายการความจริงวันนี้ กล่าวว่า การชุมนุมวันนี้จะเริ่มปราศรัยในเวลา 16.30 . โดยแกนนำจะทยอยขึ้นเวทีเพื่อปราศรัย เช่น นายนภดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ นายวีระ มุสิกพงศ์ นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ อดีตโฆษกประจำสำนักนายกฯ และจบลงที่ตน ประเด็นปราศรัยส่วนใหญ่จะมีการพูดถึงเส้นทางการเงินของบริษัท ทีพีไอโพลีน จำกัด ที่มีจ่ายงบประชาสัมพันธ์ให้กับบริษัทแห่งหนึ่งทำประชาสัมพันธ์ให้กับพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งประเด็นนี้จะมีผลทำให้ถึงกับยุบพรรค โดยจะมีสลิปการจ่ายเงิน ตัวละครอย่างละเอียด และยังมีการพูดถึงการหนีทหารของนายอภิสิทธิ โดยจะมีเอกสารประกอบการปราศรัยอย่างชัดเจน



นอกจากนี้ ในส่วนของนายนพดล จะปราศรัยถึงนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ที่ให้สัมภาษณ์ถึงการชุมนุมของพันธมิตรฯ ที่ปิดสนามบิน ส่วนนายวีระ จะพูดถึงความเสียหายของพรรคประชาธิปัตย์ในอดีตที่เข้ามาบริหารประเทศ



นายจุตพร กล่าวว่า การเคลื่อนขบวนไปชุมนุมต่อที่รัฐสภาฯ นั้น จะมีความชัดเจนในเวลา 20.00 น. และยืนยันว่าทางกลุ่มจะชุมนุมกันอย่างสงบ ไม่ให้มีความรุนแรงเกิดขึ้น แม้จะไปชุมนุมที่หน้ารัฐสภาฯ ก็จะไม่มีการตัดน้ำตัดไฟ หรือนำโซ่ไปคล้องประตูเข้าออกรัฐสภาฯ แกนนำจะควบคุมดูแลผู้ชุมนุมไม่ให้เกิดความรุนแรงเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เชื่อว่าคงไม่มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น หากไม่มีคนปลอมตัวมาใส่เสื้อแดงแล้วก่อเหตุ ซึ่งการชุมนุมของ นปช.จะสิ้นสุดภายใน 3 วันนี้ หลังเทศกาลปีใหม่ค่อยว่ากันอีกครั้ง ทั้งนี้ การชุมนุมมีเป้าหมายให้นายอภิสิทธิยุบสภาฯ คืนอำนาจให้ประชาชน



"เสื้อแดง"ทยอยเข้าสบทบสนามหลวงคึกคัก

ผู้สื่อข่าวรายงานการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ซึ่งประกาศว่าจะชุมนุมยืดเยื้อโดยจะมีการปักหลักชุมนุมที่สนามหลวงในวันนี้ (28ธ.ค.) ก่อนที่จะเดินทางไปชุมนุมที่หน้ารัฐสภาในวันที่ 29 ธ.ค. ซึ่งเป็นวันแถลงนโยบายของรัฐบาล โดยได้มีการตั้งเวทีใหญ่หันหน้าไปทางวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ภายใต้หัวข้อ"ความจริงวันนี้ ความจริงประเทศไทย ไม่ไว้วางใจอภิสิทธิ์ "



บริเวณด้านหลังได้มีการตั้งโต๊ะเปิดรับสมาชิกรับข้อความความสั้นเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวทางการเมือง ความเคลื่อนไหวของ นปช.และพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.)ผ่านโทรศัพท์มือถือหรือพีเพิล นิวส์ โดยได้รับความสนใจจากกลุ่มเสื้อแดงจำนวนมาก ซึ่งผู้สมัครจะเสียค่าใช้จ่ายตามอัตราค่าบริการของผู้ให้บริการโทรศัพท์



กลุ่มคนเสื้อแดงทยอยเข้ามายังบริเวณสนามหลวง และเริ่มคึกคักในช่วงประมาณ 13.00 น บริเวณรอบๆ สนามหลวง มีการตั้งเต็นท์ เพื่อจำหน่ายของที่ระลึก อาทิ เสื้อแดง หมวกแดง ผ้าโพกแดง นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มเสื้อแดงที่นำรถกระบะติดเครื่องขยายเสียง เปิดเวทีปราศรัยขนาดเล็ก โจมตีรัฐบาลนายอภิสิทธิ เวชชาชีวะ และทหาร ที่หนุนหลังการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ ซึ่งได้รับความสนใจจากกลุ่มคนเสื้อแดงเข้ามาฟังเป็นจำนวนมาก รวมทั้งยังมีกลุ่มแท็กซี่ที่รับส่งผู้โดยสารบริเวณสนามบินสุวรรณภูมิได้ถือป้ายผ้าขนาดใหญ่ซึ่งมีข้อความโจมตีการปิดสนามบินของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขณะที่การปราศรัยบนเวทีใหญ่จะเริ่มต้นขึ้นในเวลา 16.30 น.




ส.ส.พท.ระบุถ้าทำร้ายเสื้อแดง จะยึดสถานที่ราชการทันที

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.พะเยา พรรคเพื่อไทย กล่าวภายหลังการประชุมพรรคเพื่อไทยว่า วันที่ 29 ธันวาคมนี้ เป็นวันที่รัฐบาลจะแถลงนโยบายต่อสภาฯ ซึ่งส.ส.พรรคเพื่อไทยจะเข้าร่วมประชุม เพื่อรับฟังการแถลงนโยบายตามกติกามารยาท ขณะเดียวกันภายนอกสภา จะมีกลุ่มแนวร่วมประชาชนเพื่อประชาธิปไตยแห่งชาติ (นปช.) จากทั่วประเทศมาชุมนุมแสดงพลัง เหมือนกรณีที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยปิดล้อมสภา สมัยรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ซึ่งครั้งนั้น ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ไม่เข้าประชุมสภา ส่งผลให้สภาล่ม



"แต่ในครั้งนี้พวกตนได้หารือระหว่าง ส.ส.ภาคเหนือและภาคอีสานทั้งหมดแล้วว่า พวกตนจะทำหน้าที่ตามปกติในสภา แต่ภายนอกสภาเป็นเรื่องของกลุ่มม็อบเสื้อแดง หากว่ารัฐบาลกระทำการใดๆ ที่ทำร้ายประชาชนดังที่ได้กล่าวอ้างและเอาผิดเหมือนเมื่อครั้งรัฐบาลนายสมชาย พวกตนจะไม่ยอมเด็ดขาด" นายวิสุทธิ์ กล่าว



นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า หากตนเห็นรัฐบาลทำร้ายประชาชน ตนและส.ส.ภาคเหนือและอิสานจะกลับพื้นที่ เพื่อระดมพลกลุ่มเสื้อแดงอีสาน-ล้านนา จังหวัดละนับหมื่นคนมาชุมนุมประท้วงและยึดสถานที่ราชการ เหมือนที่พันธมิตรฯ เคยกระทำเหมือนในทันที และจะไม่เกรงใจอีกต่อไป เพราะนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ให้สิทธิแก่แกนนำพันธมิตรฯ เป็นรัฐมนตรี แสดงให้เห็นว่าไม่เพียงรัฐบาลไม่เอาผิดกับแกนนำพันธมิตรฯ หากแต่ยังทดแทนคุณความดีด้วย ซึ่งตนรับไม่ได้



นายวิสุทธิ์ กล่าวต่อว่า ตนขอฝากข้อความถึง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ให้กำชับทหารให้ตั้งมั่นอยู่ในความสงบ เพื่อแสดงความเป็นกลาง เมื่อพันธมิตรฯ ปิดสนามบิน ยึดสถานที่ราชการและปิดล้อมรัฐสภา ทหารไม่ออกมาเคลื่อนไหวใด ดังนั้น ครั้งนี้ตนขอย้ำให้ทหารอยู่ในที่ตั้ง อย่าแสดงพฤติกรรมเข้าข้างฝ่ายใด เพราะอาจเกิดวิกฤตศรัทธาทหาร



"วันนี้พวกผมได้หารือกันแล้วในกลุ่ม ส.ส.ภาคเหนือและอีสาน หากรัฐบาลทำร้ายประชาชน ไม่เพียงจะระดมพลเสื้อแดงในจังหวัดต่าง ๆ ออกมาปิดและยึดสถานที่ราชการเท่านั้น แต่จะขอประกาศตั้งตนเป็นรัฐอิสระทันที" นายวิสุทธิ์ กล่าว




นปช.กั้นแผงเหล็กฝั่งลานพระรูปฯ หลังคนเริ่มทยอยร่วม


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มรักษาความปลอดภัยของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ได้นำแผงเหล็กมาปิดกั้นการจราจร บน ถ.อู่ทองใน ฝั่งลานพระบรมรูปทรงม้าแล้ว โดยอ้างว่าเพื่อความปลอดภัยของผู้ชุมนุม หน้าอาคารรัฐสภา เนื่องจากผู้ชุมนุม เริ่มทยอยเดินทางมาอย่างต่อเนื่อง


ส่วนเวทีปราศรัยของกลุ่มนปช.ฝั่งตรงข้ามหน้ารัฐสภา แกนนำได้ขึ้นเวทีกล่าวโจมตีรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และจี้ให้ยุบสภาคืนอำนาจให้แก่ประชาชน




"เสื้อแดง"จันทบุรีกว่า500 จัดรถบัส10คันขนคนเข้ากรุง



เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 28 ธันวาคม นี้ที่สนามสามเหลี่ยมหน้าโรงพยาบาลพระปกเกล้า อ.เมือง จ.จันทบุรี กลุ่ม เสื้อแดง (น.ป.ช.)จันทบุรี จำนวน 200 คน นำโดยนายสำเริง ประจำเรือ ส.อบจ.เขต 1 อำเภอเมืองจันทบุรี รวมตัวขึ้นรถบัส(ชนิด2 ชั้น) จำนวน3 คัน และรถส่วนบุคคล อีกจำนวนหนึ่ง ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบออกมาติดตามหาข่าว บันทึกภาพจดหมายเลขทะเบียนรถยนต์


นายสำเริง ประจำเรือ ส.อบจ.(เขต1) อำเภอเมืองจันทบุรี เปิดเผยว่า วันนี้ไม่ได้ร่วมเดินทางไปด้วย ตนติดภาระกิจเรียนหนังสือที่ม.ราชภัฏรำไพพรรณี แต่ตนต้องมาส่งเพื่อนร่วมทีมงานเพราะตนเป็นผู้ประสานงาน แกนนำจัดหารถยนต์บัสล่วงหน้า 10 คัน แยกกระจายไปตามอำเภอท่าใหม่ อ.เขาคิชฌกูฏ อ.ขลุง อ.สอยดาว และอ.โป่งน้ำร้อน


ส่วนเขตอำเภอเมือง จัดไว้แรกจำนวน 2 คัน คนมากล้นจึงเสริมรถเพิ่มอีก 1 คน ซึ่งมีการเปลี่ยนเวลาออกเดินทางไปบางส่วนแล้ว เพื่อป้องกันการสกัดกั้น ที่ผ่านมาตนถูกกดดันจากทางราชการ มีการขอร้องให้ถอนตัวจากการเป็นแกนนำ แต่ทุกอย่างตนประสานไปล่วงหน้าแล้ว และบังเอิญตนมีภาระกินเรียนปริญญาตรีที่ ม.ราชภัฎรำไพพรรณี จึงไม่ได้ร่วมเดินทางไปในขบวน


นายสำเริง กล่าวว่า กลุ่มเสื้อแดงที่ร่วมแสดงออกครั้งนี้ เขามาด้วยใจรักพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีจำนวนมากว่าเป้าหมายที่เคยบอกว่ามีจำนวน 500 คน



เสื้อแดงโคราช ขนเพื่อนพ้องบุกสภา ซัดรบ.ปล้นส.ส.

ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า ที่บริเวณลานจอดรถภายในวัดสะแก ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา กลุ่มคนโคราชรักษ์ประชาธิปไตย ซึ่งเป็นแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา 20 คน ได้เดินทางมารวมตัวกันขึ้นรถตู้ เพื่อเดินทางไปสมทบกับกลุ่ม นปช.ที่รัฐสภา กรุงเทพฯ เพื่อไปแสดงพลังว่า ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลชุดใหม่ที่มีพรรค ปชป.เป็นแกนนำและเพื่อ กดดันให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ลาออกและยุบสภา เพราะเห็นว่า เป็นรัฐบาลที่ได้มาอย่างไม่ชอบธรรมมีทหารและพันธมิตรบงการอยู่เบื้องหลัง โดยทุกคนต่างยืนยันว่าไม่มีการจ้างวานให้ไปร่วมแต่อย่างใด ทุกคนมาด้วยความสมัครใจ และยืนยันจะต่อต้านรัฐบาลของ นายอภิสิทธิ์ ที่ปล้นเอา ส.ส.ของพรรคพลังประชาชน เพื่อให้ตนเองได้ก้าวขึ้นมาเป็นรัฐบาลอย่างถึงที่สุด



ทั้งนี้ น.ส.อรชพร อิงครัตน์อังกูร ชาวจังหวัดนครราชสีมา แกนนำกลุ่มคนโคราชรักษ์ประชาธิปไตย กล่าวว่า พวกตนขอยืนยันว่า การเดินทางไปครั้งนี้ไม่ได้มีการจ้างวานให้เข้าไปร่วมชุมนุมอย่างที่มีหลายฝ่ายกล่าวหาแต่อย่างใด ทุกคนไปด้วยใจ และจะอยู่ร่วมต่อสู้กับเพื่อนพ้องน้องพี่ผู้ร่วมอุดมการณ์ที่กรุงเทพฯ เป็นเวลา 3 วัน โดยที่จะไม่มีการใช้ความรุนแรงอย่างที่กลุ่มพันธมิตรฯได้เคยทำมาอย่างแน่นอน



สื่อตปท.ตีข่าวตร.หลายพันนายตรึงทำเนียบสู้"เสื้อแดง"

สื่อตปท.ตีข่าวตำรวจไทยหลายพันนายเตรียมพร้อมรับมือม็อบเสื้อแดงเตรียมปิดทำเนียบเพื่อขวางพรรคประชาธิปัตย์ไม่ให้แถลงนโยบาย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 28 ธ.ค.ว่า ตำรวจกว่า 3 พันนายได้ประจำการเพื่อป้องกันกลุ่มม็อบเสื้อแดงก่อเหตุการณ์ชุมนุมขัดขวางรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ แถลงนโยบายที่รัฐบาลในวันจันทร์นี้ โดยเพื่อป้องกันไม่ให้ซ้ำรอยเหตุการณ์ม็อบพันธมิตรยึดทำเนียบรัฐบาลก่อนหน้านี้ โดยเมื่อวันเสาร์ กลุ่มม็อบเสื้อแดงได้ประกาศจะจัดการชุมนุมทั่วประเทศ หากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ยอมยุบสภาและจัดการเลือกตั้งใหม่ โดยกลุ่มอ้างว่า พรรคประชาธิปัตย์ขึ้นสู่อำนาจเป็นรัฐาบจากการปฎิวัติเงียบของกองทัพ





ผบช.ภ.4 ปราม"เสื้อแดง"เคลื่อนไหวภายใต้กรอบ กม.

พล.ต.ต.อัศวิน ณรงค์พันธ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 กล่าวว่า ขอเรียกร้องกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือ กลุ่มเสื้อแดงในจังหวัดต่างๆ ของภาคอีสานตอนบน ที่จะออกมาเคลื่อนไหวรวมตัวต่อต้านการแถลงนโยบายของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี โดยใน จ.ขอนแก่น ชัยภูมิและอุดรธานี ขอให้ทำตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด



พล.ต.ต.อัศวิน กล่าวต่อว่า การออกมาเคลื่อนไหวรวมตัวของทุกกลุ่มในช่วงเทศกาลปีใหม่ จะส่งผลให้การทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่มขึ้น เนื่องจากต้องมีการจัดวางกำลังเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนตลอดทั้งเทศกาล อย่างไรก็ตาม ยังคงเรียกร้องให้ชุมนุมกันอย่างสันติวิธี เพื่อป้องกันเหตุการณ์ความรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้นได้




"เสื้อแดง"เริ่มรวมตัวที่รัฐสภา ถนนโดยรอบยังสัญจรได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณหน้ารัฐสภา ผู้ชุมนุมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ซึ่งส่วนใหญ่สวมใส่เสื้อสีแดงได้เริ่มมารวมตัวกัน ตามการนัดหมายของแกนนำแล้ว ด้านบริเวณฟุตบาทฝั่งสวนสัตว์ดุสิต ตรงข้ามรัฐสภา ก็มีการตั้งเวทีปราศรัยใหญ่และติดเครื่องขยายเสียงเตรียมไว้สำหรับดำเนินกิจกรรมและเปิดปราศรัย อย่างไรก็ตาม การจราจรบริเวณรอบรัฐสภายังเป็นปกติ และยังไม่มีการปิดถนน แต่รถขสมก. สาย 70 ที่วิ่งผ่านด้านหน้ารัฐสภา ได้เปลี่ยนเส้นทาง โดยเลี่ยงไปใช้ถนนศรีอยุธยาและวิ่งเข้าถนนพระราม 5 แทน




"สุเทพ"ไม่ห่วง"เสื้อแดง"ให้ตร.คุมพูดจาดีๆ ไม่ได้ก็เลื่อน

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการเก็บตกจากเนชั่น เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. ถึงการเตรียมพร้อมรับมือกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง ที่จะมาชุมนุมปิดล้อมอาคารรัฐสภา เพื่อกดดันรัฐบาลในการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ในวันที่ 29-30 ธ.ค. นี้ว่า ขณะนี้ตนยังไม่มีอำนาจที่จะสั่งการใดๆ ได้เพราะยังไม่มีการแถลงนโยบายเพื่อเข้ารับปฏิบัติหน้าที่ แต่ทั้งนี้ได้มีการนัดพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งช่าติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาคุยนอกรอบเพื่อรับมือความปลอดภัยและความวุ่นวาย ซึ่งตนได้มีการซักซ้อมทำความเข้าใจกับตำรวจว่า ไม่ต้องการเห็นตำรวจที่ไม่ทำงาน ทำงานปล่อยปละละเลย หรือตำรวจที่ใช้ความรุนแรงในการจัดการกับกลุ่มผู้ชุมนุม แต่ควรมีการพูดจากันดีๆ ไม่ให้ใช้ความรุนแรง แต่ให้ขอทางให้สมาชิกสมารถเข้าไปประชุมสภาได้ด้วยดี



เมื่อผู้ดำเนินรายการถามว่า ถ้าใช้ความนุ่มนวลแล้วแต่กลุ่มผู้ชุมนุมไม่ยอมจะทำอย่างไร นายสุเทพกล่าวว่า ก็ต้องเลื่อนประชุม ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ตนดูแลประสานงานเรื่องนี้ให้เรียบร้อย อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความคิดที่จะย้ายสถานที่แถลงนโยบาย



ส่วนกรณีการเลื่อนแถลงนโยบายจะทันตามกฎหมายที่กำหนดแถลงภายใน 15 วันหรือไม่นั้น นายสุเทพกล่าวว่า ยังมีเวลาอยู่ แต่ตนไม่อยากให้ใครๆ ตั้งคำถามถ้าอย่างนั้นอย่างนี้ เพราะเรื่องราวต่างๆ ยังไม่เกิดขึ้น ไม่ต้องกังวลแต่ให้มองในแง่ดี เพราะที่ผ่านมา ประเทศก็วุ่นวายกันมากพอแล้ว เวลานี้อยากให้คนไทยได้ฉลองความสุขในช่วงปีใหม่กันมากกว่า และตนก็มั่นใจในมาตรกาารักษาความเรียบร้อยของตำรวจด้วย



เมื่อถามถึงกรณีที่ฝ่ายค้านเตรียมเรื่องขึ้นมาอภิปรายซักฟอกรัฐบาล ในวันแถลงนโยบาย นั้น นายสุเทพกล่าวชี้แจงว่า การแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อสภา เป็นการรายงานนโยบายของรัฐบาลที่จะเป็นแนวทางในการบริหารบ้านเมืองว่า นโยบายเร่งด่วนมีอะไรบ้าง ส่วนสมาชิกรัฐสภา มีสิทธิ์ซักไซ้ไล่เลียงเรื่องนโยบาย แต่ไม่ควรยกเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องมาแถลง อย่างไรก็ตาม ถ้าฝ่ายค้านชี้แจงและเกิดความเข้าใจที่ดีรัฐบาลก็จะชี้แจงทำความเข้าใจ ทั้งนี้ มองว่า เป็นปกติของฝ่ายค้านที่เวลารัฐบาลแถลงก็มีสิทธิ์จะติติง



ส่วนการที่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง จะเป็นผู้อภิปรายนายสุเทพ ส่วนตัวนั้น นายสุเทพ หัวเราะพร้อมกล่าวว่า คิดว่าเป็นการโปรโมท โฆษณา มากกว่า ตัวนายนายเฉลิมเองไม่มีอะไรน่าวิตก



เมื่อถามถึงการที่นายกรัฐมนตรี จะนำคณะรัฐมนตรีและส.ส.ของพรรคเข้าพบ พล.อ.เปรม ติณสูลานนนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ นั้น จะมีนัยยะทางการเมือง หรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า พล.อ.เปรม เป็นผู้ใหญ่ของบ้านเมืองที่ได้รับการยอมรับถือ ดังนั้น จึงเป็นเรื่องปกติ และยิ่งใกล้ถึงเทศกาลปีใหม่ คนในรัฐบาลก็ต้องเข้าไปพบเพื่อไปไหว้ ขอพร ทำความเคารพธรรมดา

เสื้อแดงบานสะพรั่งทะลักหน้าสภาลั่นปักหลักยืดเยื้อขับไล่รัฐบาล

ที่มา ประชาทรรศน์

ทัพเสื้อแดงเคลื่อนพลปิดหน้ารัฐสภา "เชียงใหม่-อุดร"ตบเท้าขับไล่รัฐบาล ลั่นอยู่โยงยาวจนกว่า "มาร์ค"ประกาศยุบสภา ตำรวจยื่น 7 ข้อตกลงให้ นปช.ชุมนุมโดยสันติ เวทีสนามหลวงคึกครื้น แกนนำแฉทีพีไอหนุนปชป.ชี้ผิดหนักถึงขั้นยุบพรรค

วันนี้ (28 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่ได้รวมตัวกันตั้งเวทีปราศรัยที่บริเวณหน้าอาคารัฐสภาว่า กลุ่มเชียงใหม่ 51 ได้เดินทางมาถึงบริเวณดังกล่าว ซึ่งมีประชาชนเต็ม 2 คันรถบัส เข้าร่วมสมทบกับกลุ่มผู้ชุมนุมจากทางภาคอีสานก่อนหน้านี้ประมาณร่วม 300 คนทำให้ในขณะนี้มีผู้เข้าร่วมปักหลักชุมนุมบริเวณหน้ารัฐสภากล่าว 500 คนทั้งนี้ในส่วนของการรักษาความปลอดภัยนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้วางกำลังในฐานที่ตั้งทั้งบริเวณในและนอกรัฐสภาอย่างเข้มงวด

อย่างไรก็ตาม แกนนำคนสำคัญที่ควบคุมกลุ่มผู้ชุมนุมในครั้งนี้คือนายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ หรือสุรชัย แซ่ด่าน แกนนำกลุ่ม นปช. ส่วนการชุมนุมที่บริเวณท้องสนามหลวงนั้นจะเป็นการควบคุมในส่วนของกลุ่มครอบครัวความจริงวันนี้ที่จะมีประชาชนจากบริเวณกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ขณะเดียวกัน กลุ่มประชาชนจากพื้นที่ต่างจังหวัดทั่วภูมิภาค รวมทั้งกลุ่มคนรักอุดร จำนวนเกือบ1,000 คนเข้าสมทบการชุมนุม จนทำให้ขณะนี้มีภาพประชาชนใส่เสื้อแดงเต็มทั่วพื้นที่บริเวณหน้าอาคารรัฐสภา ทั้งนี้ได้มีการติดตั้งจอโปรเจคเตอร์บริเวณเวทีปราศรัยเพื่อรับสัญญาณถ่ายทอดสดการปราศรัยของแกนนำคนสำคัญจากเวทีใหญ่ท้องสนามหลวง

นอกจากนี้ ยังมีประชาชนเข้าสมทบในการชุมนุมอีกประมาณ 600 คน ซึ่งเป็นกลุ่มเสื้อแดงเขตดอนเมือง อีกทั้งยังมีการประกาศบนเวทีว่าจะมีประชาชนเดินทางมาสมทบเพิ่มเติมอีกกว่า 1000 พร้อมกันนี้มีการวางกำลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างหน่าแน่นในบริเวณโดยรอบบริเวณหน้ารัฐสภาและสวนสัตว์ดุสิต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลได้ทำการปิดประกาศแจ้งไปยังกลุ่มผู้ชุมนุม โดยมีการปิดแผ่นป้ายประกาศบริเวณสวนสัตว์ดุสิต ซึ่งได้ระบุใจความว่าให้ทุกคนชุมนุมโดยปราศจากอาวุธ และต้องอยู่ในกรอบของความเป็นประชาธิปไตยตามกรอบของกฎหมาย และป้องกันผู้ไม่หวังดีต่อชาติบ้านเมือง พร้อมกันนี้ยังได้ระบุ 7 เงื่อนไขต่อกลุ่มผู้ชุมนุมดังต่อไปนี้คือ 1 การชุมนุมต้องไม่ทำให้กระเทือนถึงสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ แม้จะเป็นการชุมนุมตามสิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ แต่ต้องอยู่ในกรอบกฎหมายห้ามละเมิด 2. ต้องดูแลกลุ่มผู้ชุมนุมไม่ให้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียหายจากการชุมนุม รวมทั้งจากบุคคลที่สาม 4. ต้องมีความรักความสามัคคี 5. ไม่สั่งการหรือปลุกยั่งยุการชุมนุมให้เกิดความรุนแรง 6 หากสังสัยว่าจะไมได้ความปลอดภัยโปรดแจ้ง 1197 หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ และสุดท้าย7. แกนนำต้แงปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ไห้เกิดความวุ่นวายแก่บ้านเมือง

ทั้งนี้ระหว่างการชุมนุมได้มี 'กลุ่มเพื่อนละโว้' จากจ.ลพบุรี จำนวน 7 คันรถตู้ ได้ทยอยสมทบที่บรืเวณหน้าอาคารัฐสภาแล้ว ทำให้ขณะนี้มีเข้าร่วมชุมนุมกว่า 1 พันคน ทำให้มีการปิดเส้นทางจราจรในช่วงบริเวณถนนอู่ทองใน และในช่วงเที่ยงคืนของวันที่ 29 ธ.ค.กลุ่มผู้ชุมนุมจะเคลื่อนกำลังพลมาหนุนที่บริเวณหน้ารัฐสภาเพื่อกดดันการแถลงนโยบายของรัฐบาล แต่ยืนยันว่าจะไม่มีการขัดขวางการเข้าประชุมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.) แต่อย่างใด

พร้อมกันนี้มีการคาดการณ์ว่าจะมีการปักชุมนุมยืดเยื้อ โดยมีการประกาศบนเวทีว่าจะชุมนุมกดดันรัฐบาลไปเรื่อยๆจนกว่าจะมีการประกาศยุบสภาเพื่อคืนอำนาจให้กับประชาชน

วันเดียวกัน ที่ท้องสนามหลวง กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จะเปิดเวทีปราศรัยที่ท้องสนามหลวง อย่างเป็นทางการในเวลา 16.30 น.โดยแกนนำ จะเปิดประเด็นการบริจาคเงินของบริษัท ทีพีไอ ให้กับพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมีความผิดถึงขั้นยุบพรรค ต่อมาในเวลา 20.00 น.จะประกาศท่าที และความเคลื่อนไหว ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าจะเคลื่อนมาหน้าอาคารรัฐสภาวันนี้ ทั้งนี้ เบื้องต้นกลุ่มนปช.กำหนดชุมนุม 3 วัน คือวันที่ 28-30 ธันวาคม แต่หากรัฐบาลยังไม่ยุบสภา จะนัดชุมนุมใหญ่อีกหลังเทศกาลปีใหม่

สื่อต่างชาติเกาะติดพลังเสื้อแดงต้านรัฐบาลโจรไฮแจ๊คคึกคัก

ที่มา Thai E-News

โดย bbb
ที่มา เว็บบอร์ดประชาไท
28 ธันวาคม 2551

สื่อต่างชาติเริ่มกระพือข่าวชุมนุมเสื้อสีแดงวันนี้

AP - Thai police brace for new, pro-Thaksin protests
ตำรวจไทยเตรียมรับมือกับการประท้วงรอบใหม่ของฝ่ายที่สนับสนุนทักษิณ

By DENIS D. GRAY – 1 hour ago

BANGKOK, Thailand (AP) — More than 3,000 Thai police moved into position Sunday to prevent a replay of mass demonstrations that virtually paralyzed the government for months and climaxed with the eight-day seizure of the capital\'s airports, local media said.

This time, it was supporters of exiled ex-Prime Minister Thaksin Shinawatra — instead of his opponents — who planned to take to the streets.


AFP - Thailand on edge for protests against new PM
เมืองไทยเริ่มหวั่นเพราะจะมีการประท้วงนายกใหม่

http://www.google.com/hostednews/afp/article/ALeqM5hZPiKL5UbX__q3TA6os9N6jKYVSg
3 hours ago

BANGKOK (AFP) — Thailand faced a fresh wave of political unrest on Sunday as supporters of fugitive former premier Thaksin Shinawatra prepared to rally against the new prime minister Abhisit Vejjajiva.

The protests are Abhisit\'s first major challenge since he came to power on December 15, two weeks after a court disbanded the pro-Thaksin former ruling party following months of political turmoil in the kingdom.

XINHUA - Thailand's anti-gov't protesters start massing near parliament
ผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลเริ่มชุมนุมกันใกล้ๆรัฐสภา

http://news.xinhuanet.com/english/2008-12/28/content_10570216.htm

2008-12-28 12:33:10

BANGKOK, Dec. 28 (Xinhua) -- Thailand's anti-government Democratic Alliance Against Dictatorship (DAAD) protesters on Sunday morning started to gather in front of the parliament, in an attempt to prevent the coalition government to delivery its policy statement on Monday.

Amplifiers and protesting stages were set up at the opposite side of the parliament. However, traffic conditions around the area were normal and no roads were blocked.

Asia Tribune - Thailand’s Anti-Government Group to Hold Protest to Force the Dissolution of Parliament
กลุ่มต่อต้านรัฐบาลกำลังจะชุมนุมประท้วงเพื่อบังคับให้มีการยุบสภา

http://www.asiantribune.com/?q=node/14873

Sun, 2008-12-28 06:34
Bangkok, 28 December, (Asiantribune.com): Thailand\'s anti-government Democratic Alliance Against Dictatorship (DAAD) Saturday threatened to hold protests against Prime Minister Abhisit Vejjajiva nationwide, to pressure him to dissolve the House.

The three leaders of the UDD said the group would hold a massive rally on Sunday to oppose what it termed as a "coup in disguise" launched jointly by Prime Minister Abhisit Vejjajiva, the military and capitalists.

รวบรวมลิงก์ติดตามการชุมนุมชาวเสื้อแดง ที่สนามหลวง 28 ธันวาคม 2551

ที่มา Thai E-News

โดย ศูนย์ข่าว thaienews
28 ธันวาคม 2551

ลิงก์สำหรับติดตาม ภาพและเสียง การรวมพลชาวเสื้อแดง ในรายการ 'ความจริงวันนี้ ความจริงประเทศไทย' ที่ท้องสนามหลวง วันที่ 28 ธันวาคม 2551 เริ่มตั้งแต่ 15.00 น.เป็นต้นไป

http://www.newskythailand.com/
http://www.serichon.com/
http://users1.nofeehost.com/norporkor/
http://www.kaleeyook.com/bung.asp
http://www.konrakya.com/rakyatv.html
http://www.thaipeoplevoice.org/demo2.html
http://www.sanamluang.in.th/tv/
http://www.redtvthailand.com/
http://www.aneksanfran.com/index3.html
http://www.thaipeoplevoice.org/s3-3.html

ภาพชุดคลื่นคนสีแดงทะลักสนามหลวง ขับไสรัฐบาลโจรไฮแจ๊ค28ธ.ค.51

ที่มา Thai E-News


พรึ้บ!-เวทีความจริงประเทศไทย ไม่ไว้วางใจอภิสิทธิ์ที่สนามหลวงเริ่มแล้วอย่างคับคั่ง ตั้งแต่เวลา13.00น. ก่อนกำหนดเวลารวมพลจริงในเวลา15.00น.เพื่อขับไสให้รัฐบาลโจรไฮแจ๊คยุบสภา กับเปิดโปงคัดค้านอำนาจนอกระบบที่หนุนหลังระบอบปกครองหุ่นที่นำความอัปยศสู่ประเทศไทย(ท่านสามารถติดตามอัพเดตภาพเหตุการณ์ได้นาทีต่อนาที คลิ้กที่นี่)

ที่มา บอร์ดพันทิป
28 ธันวาคม 2551

-สื่อต่างชาติเกาะติดพลังเสื้อแดงต้านรัฐบาลโจรไฮแจ๊คคึกคัก คลิ้กที่นี่
-ฟัง+ชมการถ่ายทอดสดผ่านทีวีสีแดงคลิ้กที่นี่

*ภาพชุดพลังเสื้อแดงในช่วง13.30-14.00น.



13.30น.-ภาพถ่ายชุดแรกของประชาชนฝ่ายประชาธิปไตยใส่เสื้อแดงไปร่วมงานความจริงประเทศไทย ที่ท้องสนามหลวง ในช่วงเวลาราว13.30น.วันที่28ธันวาคม 2551 ก่อนที่กำหนดการอย่างเป็นทางการจะเริ่มขึ้นจริงในช่วงเวลา15.00น.เป็นต้นไป








*ภาพชุดช่วงเวลา14.00-15.00น.





*ภาพชุดเวลา15.00-16.00 น.







*ภาพชุดเวลา16.00-17.00 น.


(อยู่ระหว่างการอัพเดตข้อมูล หรือท่านสามารถติดตามอัพเดตภาพสดๆนาทีต่อนาที คลิ้กที่นี่)

'เหลิม'เย้ย 'มาร์ค'เก่งทฤษฎีไม่รู้ปฎิบัติ

ที่มา ประชาทรรศน์

ส.ส.ปีนรั้วรุ่น1เตือนกองทัพอย่าเคลื่อนไหว 'สมชาย'ฉะ ผบ.ตร.วางตัวเป็นกลาง อย่ายุ่งการเมือง 'เหลิม'เย้ย 'มาร์ค'เก่งทฤษฎีไม่รู้ปฎิบัติ เตือน รับมือชี้แจงในสภาฯ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการเตรียมการอภิปรายร่างนโยบายของรัฐบาลในวันที่ 29-30 ธ.ค.นี้ว่า สำหรับประเด็นที่จะอภิปรายพรรคจะอภิปรายโดยเน้นหลักฐานที่ชัดเจน ไม่ใช้โวหา น้ำลายทำลายผู้อื่น เช่น จะอภิปรายกรณีที่นายสาทิตย์ วงค์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ปลดรายการความจริงวันนี้ หรือกรณีที่นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่ากระทรวงมหาดไทยโยกย้ายข้าราชการ เป็นต้น ส่วนเรื่องการหนีทหารของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีนั้นมีแน่นอน เพราะวันนี้นายอภิสิทธิ์ ควรเปลี่ยนคำขวัญวันเด็กมาเป็น “ด้านได้ อายอด งดเกณฑ์ทหาร”

นอกจากนี้ นายสุรพงษ์ ยังเรียกร้องไปยัง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.ว่าให้ทหารอยู่ในที่ตั้ง เนื่องจากขณะนี้มีข่าวว่าจะมีทหารเข้ามาสนับสนุน ซึ่งประชาชนฝากบอกว่าบ้านเมืองนี้ไม่ใช่ทหารเป็นใหญ่แต่ประชาชนเป็นใหญ่

“การที่นายอภิสิทธิ์พูดย้ำแล้วย้ำอีกว่าขอให้ประชาชนนำบทเรียนเมื่อวันที่ 7 ตค.มาเป็นอุทาหรณ์นั้นตนขอพูดในฐานะ ส.ส.กระโดดกำแพง รุ่นที่ 1 ซึ่งจะสอนวิธีการกระโดดกำแพงว่าทำอย่างไรหาก วันที่19ธ.ค.นี้มีการปิดล้อม.สำหรับการปิดล้อมสภาฯเมื่อวันที่ 7 ต.ค.พวกเราในฐานะส.ส.ปีนรั้วรุ่น1ได้แจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มพันธมิตรฯไว้ที่สน.ดุสิต แต่เรื่องกลับเงียบไม่รู้ว่าตำรวจไปมุดหัวอยู่ที่ไหน ระวังจะถูกข้อหาละเว้นการปฎิบัติหน้าที่”นายสุรพงษ์ กล่าว

'สมชาย'ฉะผบ.ตร.วางตัวเป็นกลาง

พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้จัดอภิปรายร่างนโยบายให้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพียง 2 วัน ซึ่งในวันที่ 29 ธ.ค.นี้พรรคฝ่ายค้านจะหารือร่วมกับวิปรัฐบาลเพื่อขอให้ขยายระยะเวลาเปิดอภิปรายเพิ่มอีก1 วันจากสองวันเป็นสามวัน เนื่องจากวันนี้มีฝ่ายค้านจำนวนมากได้แจ้งความประสงค์มาหลายคน

พ.ต.ท.สมชาย กล่าวว่า เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.เห็นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ฝึกซ้อมกันอย่างขยันขันแข็งเป็นพิเศษในการเตรียมรับมือกับกลุ่มคนเสื้อแดงและฝึกซ้อมเตรียมนำนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีออกจากสภาฯหากถูกประชาชนปิดล้อม ซึ่งผิดกับสมัยรัฐบาลที่แล้วไม่เห็นมาปกป้องรักษานายกรัฐมนตรี ดังนั้นแสดงให้เห็นแล้วว่าการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจสมัย พล.ต.อ.พัชรวาท วงค์สุวรรณ ผบ.ตร.สมัยรัฐบาลที่ผ่านมากับรัฐบาลปัจจุบันเป็นอย่างไร จึงขอเรียกร้องไปยังพล.ต.อ.พัชรวาทว่าอย่าเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ข้าราชการต้องวางตัวเป็นกลาง ซึ่งการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมืองเป็นการผิดวินัย ตำรวจที่ดีต้องมีวินัย การกระทำที่จะสนับสนุนรัฐบาลไม่ใช่เรื่องเสียหาย แต่ต้องไม่กระทบสิทธิเสรีภาพของประชาชน

“วันนี้มีการสั่งการตั้งจุดตรวจบุคคลที่สงสัยว่าจะเป็นคนเสื้อแดงที่จะเดินทางมา กทม.อย่างแน่นหนา และตั้งด่านจุดสะกัดทั่วประเทศ ซึ่งตรงนี้จะทำให้เกิดความไม่เป็นธรรม การกลั่นแกล้งประชาชนที่สัญจรไปมา และวันนี้เตือนไปยังตำรวจว่าอย่าคิดสกัดกั้นคนที่จะเดินมาชุมนุมเรียกร้องตามสิทธิรัฐธรรมนูญ อย่ากลั่นแกล้งตรวจบัตรประชาชน จับกุมพรบ.รถยนต์เพื่อไม่ให้ประชาชนมาฟังการอภิปราย” พ.ต.ท.สมชาย กล่าว

'เหลิม'เย้ย'มาร์ค'รู้ไม่จริงเก่งทฤษฎีไม่รู้ปฎิบัติ

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แกนนำพรรคเพือ่ไทย กล่าวว่า ตนได้อ่านนโยบายรัฐบาลแล้วพบว่ามีการลอกจากนโยบายของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร 99 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้รู้สึกเสียใจกับครม.ชุดนี้ การที่นายกฯออกกฎเหล็ก9ข้อเสมือนไม่ไว้ใจครม.ส่วนในข้อที่ 9ห้ามรมต.ทำตัวเหนือประชาชนตนอ่านแล้วดูเหมือนว่านายกฯไม่ได้อ่านรธน. ทั้งนี้ส่วนนโยบายเร่งด่วนไม่ได้กำหนดชัดเจน ที่ผ่านมานายอภิสิทธิ์ อาจเก่งเรื่องเรียนแต่การปฎิบัติจริงเป็นคนละเรื่องกัน ส่วนที่มีข่าวว่านายอภิสิทธิ์จะนำเงินงบประมาณท้องถิ่นมากระตุ้นเศรษฐกิจซึ่งเมื่อพูดไปแล้วนายอภิสิทธิ์ก็รู้ว่าผิดพลาดจึงออกมาแก้ต่างเพราะรัฐบาลต่างหากที่จะต้องนำเงินไปจัดสรรให้กับท้องถิ่น และในการอภิปรายพรรคฝ่ายค้านสมัยพรรคประชาธิปัตย์เคยอภิปรายถึงพริกถึงขิงมาแล้ว โวหารดีแต่เนื้อหาไม่ใช่ และขอให้นายอภิสิทธิ์ ควบคุมอารมณ์และเตรียมตัวตอบคำถามให้พร้อม อย่างไรก็ตามในนโยบายของรัฐบาลบางส่วนเป็นเรือ่งที่น่าอายเพราะ ไม่มีเรื่องการปราบยาเสพติด การจ้างงาน ส่วนการชุมนุมของเสื้อแดงคิดว่าไม่น่ามีอะไรรุนแรง คงไม่เป็นเหตุให้นายกฯเลื่อนการแถลงนโยบายออก

เสื้อแดงบุกสภาแล้ว!!ลั่นโค่นระบอบทาสให้สิ้นซาก

ที่มา ประชาทรรศน์

เสื้อแดงบุกสภาแล้ว นปช. ประกาศโค่นระบอบอำมาตยาธิปไตยให้เหี้ยน! ย้ำเส้นทางรบ'นายกฯมาร์ค'ไม่ใช่เป้า แต่ขอขจัดมือหนุนนอกระบบ ชี้'อภิสิทธิ์' ออกก็ไม่จบ เพราะรากมันยังอยู่เผยกลัวประชาชนเขว มองข้ามจุดยืนการต่อสู้สำคัญ วอนทุกแกนนำผสานด่วน 'บุญจง' เชื่อไม่แรงเดือดเท่าม็อบมาร ปัดไม่เคยสั่งผู้ว่าฯกันคนร่วมชุมนุม ผบช.น.ถกรับมือเตรียมกำลัง 24 กองร้อยคุมเข็ม

นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวถึงจุดยืนในการชุมนุมครั้งสำคัญในวันนี้ (28ธ.ค.) ที่บริเวณท้องสนามหลวง โดยระบุว่า ในทัศนคติของตนจุดยืนในการต่อสู้ทางการเมืองในครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อโค่นล้มตัวบุคคล แต่จะเป็นการเรียกร้องต่อต้าน และต่อสู้กับแนวทางที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ซึ่งในขณะนี้กำลังเป็นสิ่งที่แกนนำจะต้องหารือและสร้างความเข้าใจกับประชาชนผู้ร่วมชุมนุมให้เกิดทิศทางการต่อสู้เส้นเดียวกัน และเพื่อจะได้ไม่เกิดความไขว่เขวว่าแท้จริงแล้ว เราต่อสู้เพื่อต่อต้านระบบอำมาตยาธิปไตยไม่ใช่ที่ตัวบุคคล

"ปัญหาใหญ่ไม่ได้อยู่ที่ใครได้เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ใจความสำคัญคือการได้มา หรือหนทางแห่งการได้มาซึ่งตำแหน่งรัฐมนตรีและอำนาจมากกว่า ตอนนนี้ต้องเร่งทำความเข้าใจกับประชาชนเสียก่อนว่าเรากำลังเผชิญกับอำนาจนอกระบบที่เข้ามาบงการรัฐบาลทำให้ระบอบเสียไปเพื่อที่จะทำให้ระบอบอำมาตยาธิปไตยมีชัยชนะเหนือระบอบประชาธิปไตย สิ่งที่กลุ่มเราคัดค้านไม่ใช่การที่นายอภิสิทธิ์ (เวชชาชีวะ) มาเป็นนายยกรัฐมนตรี แต่การหนุนให้นายอภิสิทธิ์ได้เป็นนายกรัฐมนตรีที่เกิดจากอำนาจนอกระบบต่างหาก คือสิ่งที่เราต่อต้านหากนายอภิสิทธิ์ ลาออกจากตำแหน่งไปก็ใช่ว่าปัญหาจะจบเพราะอำนาจนอกระบบยังคงอยู่" นายวิภูแถลงกล่าว

อย่างไรก็ตามแกนนำนปช.กล่าวเพิ่มเติมว่า ตอนนี้ผู้ชุมนุมเริ่มมีความสับสนเนื่องจากการชุมนุมในครั้งนี้มีหลายกลุ่มรวมกันแกนนำมีหลายคน ดังนั้นจึงยากที่จะทำความเข้าใจอย่างทั่วถึง ซึ่งตนก็ได้พยายามหารือกับบรรดาแกนนำคนสำคัญอย่างต่อเนื่องเพื่อเร่งทำความเข้าใจร่วมกันต่อจุดยืนและแนวทางการต่อสู้เพื่อให้ประชาธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทยอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณหน้ารัฐสภา ได้เริ่มมีผู้ชุมนุมซึ่งส่วนใหญ่สวมใส่เสื้อสีแดงได้เริ่มมารวมตัวกัน ตามการนัดหมายของแกนนำแล้ว ด้านบริเวณฟุตบาทฝั่งสวนสัตว์ดุสิต ตรงข้ามรัฐสภา ก็มีการตั้งเวทีปราศรัยใหญ่และติดเครื่องขยายเสียง พร้อมกันนี้ในส่วนของการจราจรบริเวณรอบรัฐสภายังเป็นปกติ และยังไม่มีการปิดถนน ขณะที่ บริเวณด้านนอกรัฐสภา มีตำรวจนอกเครื่องแบบ จากกองบัญชาการตำรวจนครบาลมาติดตามสถานการณ์การชุมนุม ส่วนบริเวณด้านในรัฐสภามีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของรัฐสภาประมาณ 50 นาย ดูแลความสงบเรียบร้อย

มท.2 บ่ยั่นเสื้อแดง เชื่อไม่เดือดเท่า 7 ตุลา

ขณะที่นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ยอมรับตัวเลขการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในวันแถลงนโยบายรัฐบาล พรุ่งนี้ (29 ธ.ค.) น่าจะถึงหลักหมื่นคน อย่างไรก็ตาม เท่าที่ได้ประเมินสถานการณ์ร่วมผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เบื้องต้นคาดว่าไม่น่าจะเกิดเหตุรุนแรงเหมือนเช่นเหตุการณ์วันที่ 7 ตุลาคม แน่นอน เพราะจนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานว่ากลุ่มผู้ชุมนุมพกพาอาวุธเดินทางเข้ามายังกรุงเทพฯ แต่อย่างใด ซึ่งทั้งนี้ตนเองไม่ได้มีคำสั่งอะไรเป็นพิเศษหรือสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดขัดขวางการเดินทางมาชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงแต่อย่างใด เนื่องจากตนเองเคารพในสิทธิการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองของประชาชน รวมทั้งการแสดงออกดังกล่าวถือเป็นเรื่องปกติตามระบอบประชาธิปไตย

มทภ.1 ย้ำใช้แผนเดียวกับม็อบหมาบ้า

เช่นเดียวกันกับพล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวว่า จากการประเมิน เชื่อว่าการประชุมรัฐสภาเพื่อแถลงนโยบายรัฐบาลระหว่างวันที่ 29-30 ธันวาคม จะไม่เกิดความวุ่นวาย จนนำไปสู่ความรุนแรงเหมือนเหตุการณ์ 7 ตุลา อย่างแน่นอน เพราะเจ้าหน้าที่มีบทเรียนมาแล้ว อีกทั้งแกนนำกลุ่ม นปช.ก็ได้ออกมาประกาศว่าจะชุมนุมอย่างสงบ โดยมาตรการดูแลความสงบเรียบร้อยนั้น จะเป็นไปตามแผนเดียวกันกับการการดำเนินการกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งกองบัญชาการตำรวจนครบาล จะเป็นเจ้าภาพหลักในการดูแลความสงบเรียบร้อย ขณะที่ทหารก็ยังมีการเตรียมพร้อมกำลังไว้ในหน่วยที่ตั้ง และมีการตั้งวอร์รูมประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ส่วนผู้บัญชาการทหารบกก็ไม่ได้สั่งการอะไรเป็นพิเศษส่วนกรณีการขอกำลังสนับสนุนให้ไปช่วยดูแลหน้ารัฐสภา จากนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภานั้น เชื่อว่าน่าจะขอไปยังกองทัพบกและกองบัญชาการกองทัพไทย

ผบช.น.สั่งเตรียมกำลัง 24 กองร้อย

พร้อมกันนี้พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(ผบช.น.) ประชุมร่วมกับ ตัวแทนกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 , 2 , 7กองบัญชาการสอบสวนกลาง และตำรวจตระเวนชายแดน เพื่อประเมินสถานการณ์และเตรียมความพร้อมรับมือ กลุ่มแนวร่วมนปช. ที่นัดชุมนุมใหญ่ ท้องสนามหลวงเย็นวันนี้ และชุมนุมคัดค้านรัฐบาล หน้าอาคารรัฐสภาที่จะมีการแถลงนโยบายเบื้องต้น ผบช.น.ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.พงศ์สันต์ เจียมอ่อน รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 30 ธันวาคม โดยมีการจัดเตรียมกำลังดูแลรักษาความปลอดภัยทั้งสิ้น 24 กองร้อย เข้าประจำตามจุดเวลา 15.00 น. วันนี้

ทั้งภายในอาคารรัฐสภา รอบอาคารรัฐสภา ทำเนียบฯกองบัญชาการตำรวจนครบาล และกำลังสำรองที่อยู่ในที่ตั้ง ส่วนการปิดการจราจร จะมีการประเมินสถานการณ์ ตามจำนวนผู้ชุมนุม คาดว่า วันพรุ่งนี้จะมีการปิดการจราจรเพียงเส้นเดียวคือในช่วงบริเวณหน้ารัฐสภา ถ.อู่ทองใน ไปจนถึง แยกลานพระบรมรูปทรงม้า

'มาร์ค'เชื่อความขัดแย้งกลุ่มเสื้อแดงจะคลี่คลายหลังแถลงนโยบาย

ที่มา ประชาทรรศน์

นายกรัฐมนตรี ยืนยันการได้เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่เพราะได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มพันธมิตรฯ เชื่อ ความขัดแย้งกลุ่มเสื้อแดงภายหลังแถลงนโยบายความสมานฉันท์เดินหน้า สถานการณ์ก็จะคลี่คลาย


นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่จะปิดล้อมรัฐสภาในวันที่ 29-30 ธันวาคมว่า เบื้องต้นขณะนี้ยังถือว่าสถานการณ์ยังเป็นปกติ ส่วนจะมีการเปลี่ยนแปลงวัน เวลาและสถานที่แถลงนโยบายหรือไม่นั้น คงต้องรอดูสถานการณ์อีกครั้ง ส่วนการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่ประกาศจะชุมนุมจนกว่ารัฐบาลจะยุบสภานั้น หากอยู่ในกรอบของกฎหมายก็เป็นสิทธิที่สามารถทำได้ และหากแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงประสงค์จะเจรจา ก็พร้อมจะเข้าพบและพูดคุยกับทุกฝ่าย พร้อมยืนยันว่า การได้เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่เพราะได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ทั้งนี้รัฐบาลจะทำงานให้กับประชาชนทุกคน

"การชุมนุมเป็นเรื่องธรรมดา เพราะขณะนี้กลุ่มคนเสื้อแดงยังมีอารมณ์ของกลุ่มอยู่ ซึ่งคงต้องใช้เวลาในการพิสูจน์ ทั้งนี้ตนคงไม่สามารถโน้มน้าวให้เข้าใจด้วยคำพูด แต่จะใช้ผลงานโน้มน้าวมากกว่า เชื่อว่า หลังแถลงนโยบายแล้วความสมานฉันท์เริ่มเดินหน้า สถานการณ์ก็จะคลี่คลายลง" นายกรัฐมนตรี กล่าว

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ ว่า ขอให้บ้านเมืองสงบสุข โดยในปี 2552 อยากให้เป็นปีแห่งความหวังของประชาชน ซึ่งตนจะทำให้ความหวังนั้นเป็นจริง ขณะนี้ตนได้ให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี สั่งการกำชับให้เจ้าหน้าที่กวดขันเพื่อให้ประชาชนเที่ยวปีใหม่ได้อย่างมีความสุข ส่วนกรณีที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา เตรียมยื่นเรื่องตรวจสอบที่มาของรัฐบาลนั้น สามารถกระทำได้ตามกระบวนการรัฐธรรมนูญ

ต่อจิ๊กซอว์ครบโจรไฮแจ๊คเฝ้าแหนนายใหญ่

ที่มา Thai E-News


นำครม.เข้าเฝ้า-อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นำคณะรัฐมนตรีเข้าอวยพรปีใหม่นายพลอาวุโสเปรม ติณสูลานนท์ ซึ่งนายพลอาวุโสเปรมบอกประชาชนไทยว่า เป็นความโชคดีที่ได้อภิสิทธิ์มาเป็นนายกรัฐมนตรี แต่นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย แกนนำนปช.ระบุเป็นความโชคร้าย พร้อมระบุว่า ประชาชนเสื้อแดงจัดการชุมนุมใหญ่ในวันนี้ สิ่งที่เราคัดค้านไม่ใช่อภิสิทธิ์ แต่คือกลุ่มอำนาจนอกระบบที่หนุนหลังระบอบปกครองอภิสิทธิ์

28ธันวาคม:วันพระเจ้าตากสินมหาราช

ที่มา Thai E-News


คำสัตย์อธิษฐานเพื่อราษฎร-"บุคคลผู้ใด เป็นอาทิ คือ เทวดา บุคคลผู้มีฤทธิ์มาประสิทธิ์ มากระทำ ให้ข้าวปลาอาหารสมบูรณ์ขึ้น ให้สัตว์โลกเป็นสุขได้ แม้ผู้นั้นจะปรารถนาพระพาหาแห่งเราข้างหนึ่ง ก็อาจตัดบริจาคให้แก่ผู้นั้นได้ ความกรุณาเป็นสัตย์ฉะนี้"(ดูรายละเอียดที่พระเจ้าตากสินมหาราช กับการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในยุคกรุงธนบุรี )

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
28 ธันวาคม 2551


แม้ทหารที่จงรักภักดีกับพระเจ้าตากสิน จะพร้อมพลีชีพเพื่อพระองค์ แต่ก็มีพระราชดำรัสว่า “สิ้นบุญพ่อแล้ว อย่าให้ยากแก่ไพร่เลย” พระองค์ถูกประหารชีวิต เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2325 พร้อมกับเชื้อพระวงศ์และขุนนางกว่า 150 คน รวมถึง พระยาพิชัยดาบหักด้วย

อย่างไรก็ตามทางราชการได้ถือว่าวันพระเจ้าตากสินมหาราช ตรงกับวันที่ 28 ธันวาคม อันเป็นวันคล้ายวันปราบดาภิเษกของพระองค์ท่าน จากปกติมักถือธรรมเนียมเอาวันสวรรคตเป็นวันรำลึกถึงมหาวีรกษัตริย์ แต่เนื่องจากวันสวรรคตของพระองค์ท่านตรงกับวันที่6เมษายน ได้ถือเป็นวันจักรีเสียแล้ว ประวัติศาสตร์จึงต้องมากำหนดวันให้พระองค์ท่านในวันที่28ธันวาคมของทุกปีแทน

ทรงเป็นวีรกษัตริย์ไทยอีกพระองค์หนึ่งที่ได้รับการเทิดทูน และเคารพบูชาจากประชาชนชาวไทยมาโดยตลอด ไม่เพียงเพราะพระปรีชาสามารถในการรบที่กอบกู้ชาติไทยให้เป็นเอกราช และสร้างความเป็นปึกแผ่นแก่บ้านเมืองของเราเท่านั้น แต่พระองค์ยังเป็นผู้นำที่เปี่ยมไปด้วยความกล้าหาญ เด็ดเดี่ยว มีความกตัญญูและเสียสละต่อผืนแผ่นดินไทยอย่างยากที่จะหาผู้ใดเสมือนเหมือนอีก


วาระสุดท้ายของมหาราชชาตินักรบ?

ดังที่ทราบกันดีว่าหลังเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 แล้ว พระเจ้าตากสินที่เป็นคนไทยเชื้อสายจีน(ซึ่งเป็นที่ดูถูกของคนไทยสมัยนั้น แม้กระทั่งเวลาต่อมาอีกนับร้อยๆปี) ก็นำทัพกอบกู้เอกราชให้แก่ไทย แล้วสถาปนากรุงธนบุรี เป็นราชธานีใหม่

ทรงรวบรวมไทยให้เป็นปึกแผ่นแล้วปราบดาภิเษกขึ้นครองราชย์เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2311 พระองค์สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 6 เมษยา 2325 แม้จะมีคำบอกเล่าเชิงตำนานไว้บางสำนวนว่า พระองค์ได้หลีกทางให้พระยาจักรี สถาปนาราชวงศ์ใหม่ด้วยเหตุผลบางประการ และพระองค์ได้ดำรงพระชนม์ชีพอย่างสงบในสมณเพศสืบมา

แต่นั่นก็เป็นเพียงประวัติศาสตร์กระซิบ การนั่งทางใน หรือการนิมิต ทว่าหลักฐานทางประวัติศาสตร์ก็ชี้ว่าพระองค์ถูกพระยาจักรี สั่งให้สำเร็จโทษเพื่อปราบดาภิเษกราชวงศ์ใหม่ และมีการกำจัดเสี้ยนหนามตามมาอีกหลายระลอก

กรณีของพระเจ้าตากสินมหาราชนั้นนับว่าประหลาดไปจากกรณีอื่นที่กล่าวมาแล้ว คือการช่วงชิงอำนาจทางการเมืองนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นในขณะที่พระเจ้าแผ่นดินองค์ก่อนสวรรคตลง แล้วเกิดปัญหาการสืบราชสมบัติ และการถูกประหารชีวิตนั้นกรณีอื่นๆมีการจับสึกจากสมณเพศก่อน แต่ในกรณีพระเจ้าตากสินนั้นบางหลักฐานชี้ว่า อาจเป็นไปได้ว่าถูกสั่งสำเร็จโทษประหารชีวิตด้วยการตัดพระเศียร ขณะที่ดำรงสมณเพศอยู่ก็เป็นได้

ศ.ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์ กล่าวถึงวาระสุดท้ายของพระเจ้าตากสินมหาราชไว้ในหนังสือ”การเมืองไทยสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี” หน้า 575 ว่า* " ( พระพุทธยอดฟ้าฯ) จึงมีรับสั่งให้เอาไปประหารชีวิตสำเร็จโทษเสีย เพชฌฆาตกับผู้คุม ก็ลากเอาตัวขึ้นแคร่หามไปกับทั้งสังขลิกพันธนาการ เจ้าตากสินจึงว่าแก่ผู้คุมเพชฌฆาตว่า ตัวเราก็สิ้นบุญจะถึงที่ตายแล้ว ช่วยพาเราแวะเข้าไปหาท่านผู้สำเร็จราชการ จะขอเจรจาด้วยสักสองสามคำ ผู้คุมก็ให้หามเข้ามา ครั้น ( พระพุทธยอดฟ้าฯ)ได้ทอดพระเนตร จึ่งโบกพระหัตถ์มิให้นำมาเฝ้า ผู้คุมแลเพชฌฆาตก็ให้หามออกไปนอกพระราชวัง ถึงหน้าป้อมวิชัยประสิทธิ์ ก็ประหารชีวิตตัดศีรษะเสีย ถึงแก่พิราลัย จึ่งรับสั่งให้เอาศพไปฝัง ณ วัดบางยี่เรือใต้"


ขณะที่ปรีดา ศรีชลาลัย กล่าวถึงวาระสุดท้ายของพระเจ้าตากสินฯไว้ในบทความเรื่อง”ปีสุดท้ายของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช”ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ปีที่ 3 ฉบับที่ 2 ประจำเดือนธันวาคม 2524 ว่า”สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชถูกปลงพระชนม์ ณ พระวิหารที่ประทับในวัดแจ้ง (คือวัดอรุณราชวราราม ปัจจุบันนี้) รวมวันตั้งแต่เสด็จออกทรงผนวชจนถึงวันถูกปลงพระชนม์ เป็น 28 วัน โหรจดไว้ว่าดับขันธ์ ไม่ใช้คำว่าสิ้นพระชนม์ หรือสวรรคต ก็เพื่อยืนยันว่า พระองค์ท่านถูกปลงพระชนม์ทั้งที่ทรงเพศเป็นพระภิกษุ จึงใช้คำว่าดับขันธ์ เพื่อให้เข้าใจว่ามิได้สวรรคตเมื่อลาผนวชออกมา ความจริงพระองค์ดำรงสมณเพศจนตลอดพระชนม์ชีพ เมื่อการปลงพระชนม์เสร็จเรียบร้อยแล้ว เชิญพระศพไปฝังไว้ที่วัดอินทาราม บางยี่เรือ ใกล้ตลาดพลู คลองบางหลวง (เวลานั้นยังเรียกวัดบางยี่เรือ)”

ปรีดานำเสนอว่า ปฐมเหตุนั้นมาจากการที่เกิดความวุ่นวายทางการเมืองของเวียดนาม เมื่อพวกกบฏไตเซินได้ก่อการรัฐประหารต่อพระเจ้าเวียดนามยาลอง พ่ายแพ้ถอยร่นลงมาทางใต้ แล้วหวังจะได้กำลังฝ่ายเขมรเข้ามาช่วยสู้รบ จึงเข้าไปแทรกแซงการเมืองเขมร ซึ่งเป็นประเทศราชของไทย

พระเจ้าตากสินจึงโปรดเกล้าให้สมเด็จเจ้าฟ้ากรมขุนอินทรพิทักษ์ พระมหาอุปราช องค์รัชทายาทเป็นแม่ทัพใหญ่ เจ้าพระยาจักรี(ด้วง) เจ้าพระยานครสวรรค์ เจ้าพระยาสุรสีห์(บุญมา น้องชายเจ้าพระยาจักรี ด้วง)และพระเจ้าหลานเธอ กรมขุนรามภูเบศ เหล่านี้เป็นแม่ทัพรองๆลงมา ไปจัดการปราบ และเพื่อมิให้ญวนลุกลามเข้ามายึดเมืองเขมรเป็นที่มั่น โดยโปรดให้กองทัพไทยออกไปในเดือนยี่ ปีฉลู ตรงกับพ.ศ.2324

แทนที่จะจัดการปัญหาได้ตามแผน ปรีดาได้อ้างถึงพงศาวดารญวน ฉบับนายหยงทหารปืนใหญ่ แปล(เล่ม 2 หน้า 378)ว่า เรื่องผิดคาดหมด เพราะกองทัพไทยที่ยกออกไปครั้งนั้นทำงานต่างกัน แม่ทัพใหญ่พยายามจะรุดหน้าไป ฝ่ายแม่ทัพรองบางนายหาทางยับยั้งเสีย เพื่อหน่วงคอยฟังเหตุการณ์ทางกรุงธนบุรี เวลานั้นญวนได้ส่งกองทหารเข้าไปช่วยอยู่ในเมืองเขมรบ้าง แต่ไม่มากนัก ว่ากันตามส่วนกำลังที่ทั้งสองฝ่ายมีและจะต้องสู้กันอย่างแตกหัก อย่างไรเสียก็ควรจะหวังได้ว่ากองทัพไทยต้องทำงานได้ผลดีเป็นแน่ หากงานที่ทำนั้นไม่มีเรื่องอื่นเข้าแทรกแซง เพราะฝ่ายญวนอ่อนเต็มทีแล้ว ย่อมจะต้องการหย่าศึกกับไทยมากกว่า เพราะญวนมีภาระจะต้องสู้รบกับพวกราชวงศ์เล้(กบฏไตเซิน) ซึ่งกำลังตีรุกลงมาจากทางเหนืออย่างรุนแรง ถ้าขืนรบกับไทยเข้าอีก จะถูกตีกระหนาบสองหน้า อาจถึงเหลวแหลกหมดทางตั้งตัว

เพราะฉะนั้นเพื่อหาทางดีกับไทย แม่ทัพญวนชื่อเหงวียงหึวถว่าย จึงลอบแต่งทูตมาทาบทามทางแม่ทัพรองฝ่ายไทย พงศาวดารญวน เล่ม 2 หน้า 382 บันทึกไว้ว่านับเป็นโชคดีของญวน เป็นอันสมประสงค์ของแม่ทัพญวนโดยง่ายดาย เพราะว่าแม่ทัพรองฝ่ายไทยก็ต้องการจะให้กองทัพญวนและเขมรร่วมมือในทางลับอยู่เหมือนกัน และท่านแม่ทัพรองฝ่ายไทยก็ยินดีจะช่วยกำลังแก่ญวนตามสมควรในโอกาสต่อไป เมื่อทำงานลับเสร็จสมหมายแล้ว แม่ทัพญวนกับแม่ทัพรองฝ่ายไทยได้ลอบทำสัญญาลับทางทหารต่อกัน ฝ่ายแม่ทัพญวนหักกระบี่และคันธงออกเป็น ๒ ท่อน แล้วแบ่งให้ไว้ฝ่ายละครึ่งตามธรรมเนียม เพื่อเป็นเครื่องหมายในการทำสัญญา ต่อจากนั้น แม่ทัพรองฝ่ายไทยก็ให้ญวนล้อมกองทัพสมเด็จพระมหาอุปราช เจ้าฟ้ากรมขุนอินทรพิทักษ์ และทัพพระเจ้าหลานเธอ กรมขุนรามภูเบศ ไว้อย่างแน่นหนา ตรึงทัพทั้งสองมิให้เคลื่อนที่ได้ ส่วนตนรีบเดินทัพย้อนกลับมากรุงธนบุรีโดยด่วน

ส่วนทางด้านกรุงธนบุรี มีผู้ยุยงชาวกรุงเก่าให้เกิดเข้าใจผิดในสมเด็จพระเจ้าตากสินฯ และชักชวนทำการกบฏย่อยๆขึ้น ผู้ยุยงตัวสำคัญซึ่งแอบขึ้นไปตั้งทำการยุที่กรุงเก่า มี 3คน คือ นายบุนนาค, หลวงสุระ,หลวงชะนะ รวบรวมผู้คนตั้งเป็นกองรบเข้ารุมทำร้ายผู้รักษากรุงเก่า แล้วเดินทางมายังกรุงธนบุรี ในเดือน 4 แรม 11 ค่ำ ถึงกรุงธนบุรีในตอนดึก ก็เริ่มยิงพระนครทันที ยังมีพวกกบฏแอบแฝงซ่องสุมอยู่ในกรุงธนบุรีอีก มีหลวงสรวิชิต (หน) เป็นต้น ก็ก่อการจลาจลขึ้นรับกับพวกกบฏที่ยกมาจากกรุงเก่า

ในชั้นต้น พวกกบฏขอให้พระสงฆ์เข้าไปถวายพระพร ทูลขอให้พระองค์เสด็จออกทรงผนวชเพื่อสะเดาะพระเคราะห์เมืองสัก 3 เดือน สมเด็จพระเจ้าตากสินฯทรงรับคำทูล โปรดให้ข้าราชการผู้ใหญ่ปรึกษาดูตามความสมควร เวลานั้นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่มีพระยาสรรคบุรี (บรรพบุรุษแห่งสกุลแพ่งสภา) พระยารามัญวงศ์ (มะซอน บรรพบุรุษแห่งสกุลศรีเพ็ญ) เป็นต้น ล้วนแต่ซื่อสัตย์จงรักภักดีในพระองค์อย่างยิ่งยวด ข้าราชการเหล่านั้นคงจะได้คำนึงถึงกำลังส่วนใหญ่ที่ต้องส่งออกไปภาคตะวันออก จะทำผลีผลามลงไปในขณะนี้ ฉวยว่ามีการผันแปรต่างประเทศด้านอื่นเกิดขึ้นแทรกแซง จะเรียกกำลังจากภาคตะวันออกกลับมาไม่ทันท่วงที

อีกประการหนึ่งพวกราษฎรก็ถูกปลุกปั่นให้เข้าใจผิดโดยการโฆษณาชวนเชื่อว่าพระเจ้าตากสินทรงมีพระสัญญาณวิปลาส คือเป็นบ้า หลงผิดว่าบรรลุโสดาบัน ทำการสั่งสอนพระสงฆ์ หากพระสงค์องค์ใดไม่ยินยอมก็ถูกจับเฆี่ยนตี(ซึ่งเป็นกล่าวหาที่ร้ายแรงมากที่สุดในเวลานั้น เป็นโทษฐานอนันตริยกรรมทีเดียว) ความเข้าใจผิดอาจลุกลามไปมาก ในเมื่อไม่รีบหาทางแก้ไข เสียแต่ในชั้นต้น ฉะนั้นควรจะมีทางมองเห็นทางเดียวที่ควรกระทำก่อน คือขอให้ทรงยอมตามความประสงค์ ดังที่พวกกบฏขอให้พระสงฆ์ทูลแล้วนั้น

พระเจ้าตากสินฯซึ่งสิ้นไร้ทั้งกำลัง และถูกโฆษณาชวนเชื่อว่าร้ายอย่างหนักหน่วงให้ขาดการสนับสนุนจากมวลชน ก็ได้ตกลงเสด็จออกทรงผนวช วันอาทิตย์ เดือน 4 แรม 12 ค่ำที่วัดแจ้ง อันเป็นวัดในพระบรมมหาราชวัง (เช่นเดียวกับวัดพระแก้วมรกตในวังหลวงทุกวันนี้) ในการเสด็จออกทรงผนวชนี้ ความจริงหาขาดจากพระราชตำแหน่งไม่ เพราะมีกำหนดแน่นอน ว่าจะเสด็จนิวัติกลับสู่ราชบัลลังก์ ภายหลังเมื่อทรงผนวชแล้ว 3 เดือน ส่วนราชการบ้านเมืองก็มีข้าหลวงรักษาพระนครตามธรรมเนียม

พระเจ้าตากสินทรงผนวชแล้ว 12 วัน พระยาสุริยอภัย (ทองอิน) หลานเจ้าพระยาจักรี (ด้วง) ซึ่งโปรดให้ออกไปเป็นเจ้าเมืองนครราชสีมา ยกทัพมาจากนครราชสีมา โดยมิได้รับพระบรมราชานุญาต (ซึ่งถือเป็นพฤติการณ์กบฎในสมัยนั้น แม้กระทั่งสมัยนี้หากเคลื่อนย้ายกำลังโดยไม่มีคำสั่ง)

แต่ในพงศาวดารว่าเจ้าพระยาจักรี (ด้วง) ให้รีบยกเข้ามาฟังเหตุการณ์ในกรุงก่อน (ดูพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขา เล่ม 3) พวกกบฏมีนายบุนนาค หลวงสุระเป็นต้น เข้าสมทบกับพระยาสุริยอภัย (ทองอิน)

กาลครั้งนั้นพระเจ้าหลานเธอ กรมขุนอนุรักษ์สงครามจึงระดมกำลังเท่าที่จะหาได้ในเวลานั้น รีบยกไปตีกองทัพพระยาสุริยอภัย (ทองอิน) ที่ตำบลบ้านปูน ณ วันอังคาร ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2325 เป็นเวลาภายหลังที่พระยาสุริยอภัย (ทองอิน) เดินทัพเข้ามาในกรุง และตั้งมั่นอยู่ 11 วัน แต่กำลังของกรมขุนอนุรักษ์สงครามไม่สามารถตีทำลายกองทัพพระยาสุริยอภัย (ทองอิน) ลงได้ตามความประสงค์ เพราะกำลังน้อยกว่า ต้องล่าถอยไปทางวัดยาง ในที่สุดถูกพวกพระยาสุริยอภัย (ทองอิน) จับได้ พระยาสุริยอภัย (ทองอิน)จึงขยายวงค่ายแผ่กว้างออกมา จนใกล้พระราชวังหลวง

เมื่อกรมขุนอนุรักษ์สงครามถูกจับแล้ว 3 วัน พอเช้าวันที่ 6 เมษายน 2325 เจ้าพระยาจักรี (ด้วง) ก็รีบเดินกองทัพใหญ่มาถึงพระนคร ได้มีการสอบถามความเห็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เป็นจำนวนมาก(ซึ่งส่วนมากก็ล้วนอยู่ในสายของพระยาจักรีนั่นเอง) ว่าเมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้แล้วจะควรทำอย่างไรต่อไป

บรรดาข้าราชการที่ยังจงรักภักดีในพระองค์สมเด็จพระเจ้าตากสิน และเชื่อในพระราชปรีชาสามารถ ของพระองค์ ก็ยืนคำว่าควรไปกราบทูลอัญเชิญเสด็จ ขอให้ทรงลาผนวชออกมาครองราชสมบัติบริหารการแผ่นดินโดยด่วน หาไม่ก็ควรยกราชสมบัติให้รัชทายาทของพระองค์แทน เพราะมีรัชทายาทหลายพระองค์ ในเรื่องนี้ได้ความตามคำบอกเล่าจากเจ้านายบางองค์ในราชวงศ์จักรีว่า ข้าราชการพวกที่กล้าพูดเช่นนั้น ในที่สุดก็ถูกคุมตัวไปประหารชีวิตทั้งหมด

ส่วนสมเด็จพระเจ้าตากก็ถูกปลงพระชนม์ในวันนั้นเอง ณ พระวิหารที่ประทับในวัดแจ้ง (คือวัดอรุณราชวราราม ปัจจุบันนี้) รวมวันตั้งแต่เสด็จออกทรงผนวช จนถึงวันถูกปลงพระชนม์ เป็น 28 วัน โหรจดไว้ว่าดับขันธ์ ไม่ใช้คำว่าสิ้นพระชนม์หรือสวรรคต ก็เพื่อยืนยันว่า พระองค์ท่านถูกปลงพระชนม์ทั้งที่ทรงเพศเป็นพระภิกษุ จึงใช้คำว่าดับขันธ์ เพื่อให้เข้าใจว่ามิได้สวรรคตเมื่อลาผนวชออกมา ความจริงพระองค์ดำรงสมณเพศจนตลอดพระชนม์ชีพ

เมื่อการปลงพระชนม์เสร็จเรียบร้อยแล้ว เชิญพระศพไปฝังไว้ที่วัดอินทาราม บางยี่เรือ ใกล้ตลาดพลู คลองบางหลวง (เวลานั้นยังเรียกวัดบางยี่เรือ) บรรดาศพข้าราชการที่จงรักภักดีในพระองค์ มีเจ้าพระยานครราชสีมา (บุญคง ต้นสกุลกาญจนาคม) พระยาสรรค์ (บรรพบุรุษสกุลแพ่งสภา) พระยารามัญวงศ์ (ต้นสกุลศรีเพ็ญ) พระยาพิชัยดาบหัก (ทองดี ต้นสกุลวิชัยขัทคะ และพิชัยกุล) เป็นต้น จำนวนมากกว่า 150 นาย ก็ถูกฝังเรียงรายใกล้พระศพสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชนั้น

ฝ่ายพระราชวงศ์ของพระเจ้าตากสินที่ยังเหลือ ถ้าเป็นเจ้าชายชั้นทรงพระเจริญวัยก็ถูกจับปลงพระชนม์หมด เอาไว้แต่ที่ทรงพระเยาว์ และเจ้าหญิง ถอดพระยศออกแล้วเรียกว่าหม่อม เหมือนกันทุกพระองค์ แม้จนกระทั่งสมเด็จพระราชินี และสมเด็จพระน้านาง เป็นการถอดอย่างที่ไม่เคยมีมา ฝ่ายเจ้าพระยาอินทวงศา อัครมหาเสนาธิบดีฝ่ายกลาโหม ขณะนั้นตั้งวังปราบบัญชาการทัพอยู่ที่ปากพระ ใกล้เมืองถลาง ทราบว่าสมเด็จพระเจ้าตากสินฯถูกปลงพระชนม์แล้ว ก็ฆ่าตัวตายตามเสด็จ เพราะไม่ยอมเป็นข้าคนอื่น

ยังเหลือไว้แต่กรมขุนกษัตรานุชิต(เจ้าฟ้าเหม็น)ราชโอรสที่เกิดแต่ลูกสาวของพระยาจักรีที่ไว้ชีวิต(แต่เมื่อรัชกาลที่1สวรรคตลง ก็มีการหาเหตุขจัดเสี้ยนหนามในที่สุด โดยอ้างว่าเจ้าฟ้าเหม็นจะทำการกบฎ โดยมีหลักฐานคือกาได้คาบข่าวมาบอกว่าเจ้าฟ้าเหม็นจะก่อกบฎ..)

ส่วนความเกี่ยวข้องกับญวน ตามสัญญาลับ ไทยต้องช่วยญวนต่อรบกับพวกราชวงศ์เล้ (ที่เรียกพวกกบฎไตเซิน) 2 ครั้ง และช่วยอาวุธยุทธภัณฑ์อีกนับไม่ถ้วน ผลสุดท้ายเมื่อญวนกลับตั้งราชวงศ์องเชียงสือสำเร็จ มีอำนาจใหญ่โตขึ้น ไทยต้องเสียเมืองพุทไธมาศแก่ญวน

อมรรัตน์ เทพกำปนาท กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม เขียนถึงพระราชอุตสาหะและน้ำพระทัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชไว้ในลทความเรื่อง พระเจ้าตากสินมหาราช กับการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในยุคกรุงธนบุรี ว่า คงเป็นเพราะการศึกสงครามที่ยังมีอยู่แทบตลอดรัชกาลนั่นเอง ซึ่งปัญหาความอดอยากนี้ นับว่าเป็นปัญหาหนักทีเดียว จนพระองค์ถึงกับเคยเอ่ยพระโอษฐ์ด้วยความทุกข์พระทัยว่า

“...บุคคลผู้ใด เป็นอาทิ คือ เทวดา บุคคลผู้มีฤทธิ์มาประสิทธิ์ มากระทำ ให้ข้าวปลาอาหารสมบูรณ์ขึ้น ให้สัตว์โลกเป็นสุขได้ แม้ผู้นั้นจะปรารถนาพระพาหาแห่งเราข้างหนึ่ง ก็อาจตัดบริจาคให้แก่ผู้นั้นได้ ความกรุณาเป็นสัตย์ฉะนี้...”

จากพระราชปรารภข้างต้น คงจะทำให้เราได้เห็นน้ำพระทัยของพระเจ้ากรุงธนบุรีอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น ว่าทรงตั้งใจเสียสละเพื่อราษฎรเพียงใด ตลอดรัชกาล พระองค์ต้องคิดทั้งเรื่องการรบข้าศึกศัตรู คิดเรื่องการฟื้นฟูและทำนุบำรุงบ้านเมือง คิดถึงการแก้ปัญหาปากท้องราษฎร แต่ละเรื่องนับเป็นภาระที่หนักยิ่ง

หากมิใช่เพราะพระปรีชาสามารถ น้ำพระทัยที่ห้าวหาญ และความเสียสละของพระองค์ท่านแล้ว คงยากที่คนไทยเราจะมีวันนี้ได้