WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, December 29, 2008

เสื้อแดงคึกล้อมรัฐสภา ตร.เตรียมเจรจาอีกรอบ

ที่มา ไทยรัฐออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.)​ ที่เคลื่อนขบวนเข้าปิดล้อมอาคารรัฐสภา เมื่อกลางดึกวันที่ 28 ธ.ค.​ ที่ผ่านมา ว่า หลังจากกลุ่มผู้ชุมนุมทั้งหมดเข้าพื้นที่โดยรอบอาคารรัฐสภาแล้ว ส่วนใหญ่ได้เตรียมที่ทางหลับนอนกันบนถนนอู่ทองใน ยาวไปจนถึงพระที่นั่งอนันตสมาคม เพื่อพักผ่อนเอาแรงก่อนที่จะมีการชุมนุมใหญ่ในเช้าวันนี้ (29 ธ.ค.)​ ที่จะมีการประชุมสภาเพื่อแถลงนโยบายของรัฐบาล

ขณะเดียวกัน บรรดาแกนนำ นปช.ต่างผลัดกันปราศรัยโจมตีรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง โดยนายวีระ มุสิกพงศ์ แกนนำคนสำคัญ โจมตีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ว่า ไม่มีความชอบธรรมในการดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีของประเทศไทย เพราะหนีทหาร ซึ่งถือว่าผิดกฎหมายอาญาชัดเจน

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาล (บช.น.)​ อย่างน้อย 5 กองร้อย ยังคงตรึงกำลังภายในอาคารรัฐสภา และในสวนสัตว์ดุสิต ซึ่งอยู่ตรงข้าม รวมถึงสถานที่ที่อยู่โดยรอบตลอดเวลา และระบุว่าจะมีการเจรจากับแกนนำ นปช. ที่มาปิดล้อมรัฐสภา ซึ่งเป็นสถานที่ราชการ และจะใช้ความอดทนถึงที่สุดเพื่อไม่ให้มีความรุนแรงใดๆ เกิดขึ้น

แผ่นดินไทยแยกออกเป็น 2 ซีกหรือไม่?????????

ที่มา thaifreenews

โดย : ป้าพลอย

แผ่นดินไทยระหว่างนี้แยกออกเป็นสองซีกแล้ว ซีกหนึ่งเป็นของคนชั้นกลางและชนชั้นรากหญ้าที่หน้สู้ฝน
หลังสู้แดดเป็นกระดูกสันหลังของชาติ ส่วนอีกซีกหนึ่งเป็นของชนชั้นสูงเหล่าศักดินาและชนชั้นอมาตย์ที่เหล่าศักดินาต้องห้อยบารมีเพื่อเป็นเกาะกำบังต่างต้องพึ่งกันและกัน ความไม่พอดีทั้งสองฐานะจึงทำให้แผ่นไทยต้องร้อนระอุไปทุกหัวระแหงเพราะชนชั้นสูงที่หลงตัวเองไปว่าทำอะไรถูกต้องไปหมด แต่ชนชั้นกลาง

และชนชั้นรากหญ้าทำอะไรดูผิดไปหมด ดังนั้นข้อเปรียบเทียบที่แตกต่างกันมันจึงเป็นจุดแห่งการแยกแผ่นดินไทย การมองอย่างดูถูกดูแคลนจากชนชั้นสูงของศักดินาและชนชั้นอมาตย์ที่มีต่อชาวรากหญ้าและชนชั้นกลางทำให้เกิดกลุ่มรักชาติสีแดงหมายถึงเลือดคนไทยที่เป็นชนชั้นกลางและชาวรากหญ้าที่เป็นกระดูสันหลังอันแข็งแรงของชาติเกิดขึ้น ซึ่งเลือดคนจนรากหญ้ามีมากว่าเลือดสีเหลืองของศักดินา แล้ว

อะไรจะเกิดขึ้น? ทั่วทุกภาคของประเทศไทยล้วนเป็นเลือดสีแดงชาวรากหญ้าทั้งสิ้น เลือดสีเหลืองมีแค่กลุ่มเล็กๆที่อยู่ในเมืองหลวง หากทุกภาคเลือดชาวรากหญ้าสีแดงเดินพาแรดย่ำสู่เมืองหลวงแล้วอะไรจะเหลือลอง
หลับตาดูจะเห็นภาพ ฉะนั้นอนุภาพแห่งความแค้นของคนจนเลือดสีแดงที่ถูกคนชั้นศักดินาประนามว่าเป็นขี้ข้าเป็นแค่คนชั้นต่ำเลือดสีแดงจึงจำเป็นต้องสู้ให้คนชั้นศักดินาได้รู้ว่าแม้พวกเราจะจนแม้พวกเราจะมีกินแค่

ปลาร้าปลาจ่อมข้าวเหนียวแต่พวกเราก็เป็นคน มีจิต มีใจ มีมือ มีเท้า เยี่ยงเช่นพวกศักดินา ขาดเพียงฐานะที่ร่ำ
รวยเท่านั้นแล้วมันต่างความเป็นคนตรงใหน? ความเป็นคนสูงศักดิ์ของชนชั้นสูงที่วันๆหนึ่งคอยแต่ตั้งหน้าตั้งตาตอแหลใส่หน้ากากเข้าหากันแต่งตัวสวยหรูประดับประดาเครื่องเพชรเต็มตัวเพื่ออวดความรวยกัน แต่เบื้องหลังแต่ละคนล้วนแล้วแต่โสโครก ยิ่งหลังจากผู้ก่อการร้ายพันธมิตรเลิกการชุมนุม หน้ากากของแต่ละ

คนถูกกระชากออกมาหมดทุกคนคือมาเฟียไทยกลุ่มใหญ่ระดับประเทศซึ่งมาจากคนทุกระดับ ทุกคนร่วมด้วยช่วยกันอย่างต่อเนื่อง กลุ่มมาเฟียไทยกลุ่มนี้ทำทุกอย่างและจะเน้นไปในทางยึดอำนาจประเทศ ไม่เหมือนมาเฟียในต่างประเทศเช่นในประเทศอิตาลี่และประเทศรัชเซีย มาเฟียทั้งสองประเทศนี้จะสนใจแค่ทรัพย์สินอำนาจการเมืองไม่สนเท่าไหร่ ผิดกับมาเฟียไทยสนทั้งเงินสนทั้งอำนาจ เชื่อเถอะมาเฟียที่อยู่ในร่าง

ของชนชั้นศักดินาไม่มีวันหมดสิ้นไปจากสังคมไทยตราบใดที่ยังมีชนชั้นอมาตย์คอยปกป้องอยู่ แต่โลกใบนี้ไม่แน่นอนอะไรย่อมเกิดขึ้นได้ดูอย่างประเทศ เนปาน เป็นต้นฯ ยุคนี้เป็นยุคโลกร้อนมันอาจระเบิดตูมขึ้นมาเมื่อถูกกดดันมากเข้า ฉะนั้นทำอะไรต้องระวังยุคนี้ผู้คนหมดความอดทนเพราะถูกกดดันจากสภาพแวดล้อม หากกดดันเอาเปรียบกันเกินไปความอดทนอดกลั้นคงสิ้นสุดเมื่อถึงเวลานั้นทุกอย่างต้องจบลง การบีบบังคับและลำเอียง ต่อการปฏิบัติยิ่งเพิ่มเชื้อไฟให้ลุกเร็วขึ้นและมันอาจลามไปทั่วจนดับไม่ได้แล้วศักดินาจะได้จดจำ
คำว่ารากหญ้าไม่มีวันลืม........

บทความ: กะลาเผด็จการและแสงสว่างประชาธิปไตย

ที่มา Thai E-News

โดย ปูนนก
ที่มา เว็บบอร์ดประชาไท
29 ธันวาคม 2551

ผมได้ไปร่วมงานชุมนุมคนเสื้อแดงมาด้วยกันทั้งหมด 4 ครั้งคือ ที่สนามกีฬาราชมังคลากีฬาสถาน, วัดสวนแก้ว, สนามกีฬาศุภัชลาสัย และที่สนามหลวงในวันที่ 28 ธ.ค. ผมเชื่อว่าท่านใดที่ได้มีโอกาสเข้าร่วมการชุมนุมของคนเสื้อแดง ในแต่ละครั้งต่างก็จะได้รับความประทับใจ และตื่นเต้นกับภาพที่ได้เห็น..... ภาพของสีแดงที่แดงเถือกทาทาบไปทุกสนานที่ ที่มีการจัดให้มีการชุมนุม เป็นภาพที่อธิบายไปเป็นอย่างอื่นไม่ได้เลยนอกจากว่า ประชาชนไทยต้องการให้ประเทศชาตินี้ปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์เสียที

วันที่ 24 มิถุนายน 2475 เป็นวันที่คณะราษฎร์ ได้ทำการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครอง ให้ประเทศไทยมีการเปลี่ยนผ่านอำนาจปกครองจากสมบูรณาญาสิทธิ์ราช (อำนาจปกครองโดยกษัตริย์) ให้มาเป็นระบอบประชาธิปไตย (อำนาจปกครองเป็นของประชาชน ผ่านทางตัวแทนและรัฐสภา) ประชาชนไทยได้ลิ้มรสของประชาธิปไตยแท้ ๆ อยู่เพียง 15 ปีเท่านั้น หลังจากการเกิดขึ้นของพรรคประชาธิปัตย์ในปี พ.ศ. 2490 ซึ่งเป็นพรรคที่เผด็จการอมาตย์ก่อตั้งขึ้น และด้วยความช่ำชองในเกมส์การเมืองทำให้การปฏิวัติประชาธิปไตยล่มสลายไปพร้อมกับข้อกล่าวหาอันเป็นเท็จว่า “ปรีดีฆ่าในหลวง” ทำให้ท่านปรีดี พนมยงค์ ต้องลี้ภัยไปอยู่ต่างประเทศจนสิ้นชีวิตและนั่นคือจุดสิ้นสุดของรัฐบาลประชาชนประชาธิปไตยภายใต้จิตวิญญาณของคณะราษฎร์

นับจากวันนั้นเป็นต้นมาหลายสิบปีที่ประชาชนไทยถูกครอบงำทางความคิดว่า การปกครองด้วยเผด็จการอมาตย์คือ ประชาธิปไตยแบบไทย ๆ และคนไทยก็พึงพอใจกับการปกครองแบบนี้ เหมือนกบที่ถูกกะลาอันใหญ่ครอบเอาไว้ให้มองเห็นเพียงแค่โลกในกะลา และคิดว่านี่แหละคือโลกที่ดีที่สุดแล้ว จนกระทั่งท่านอดีตนายกทักษิณ ชินวัตร ได้เป็นผู้มาเปิดฝาครอบกะลาอันใหญ่นี้ออกมาให้คนไทยได้เห็นแสงสว่าง และโลกอันกว้างใหญ่ที่อยู่ภายนอกกะลา หลายสิบปีที่คนไทยถูกปกปิดอยู่ในความมืดของการปกครองเผด็จการอมาตย์

และทันทีเมื่อกะลาแห่งเผด็จการถูกเปิดออกในช่วงแรกด้วยสายตาที่ยังไม่ชินกับแสงสว่าง จึงทำให้คนไทยจำนวนมากจึงยังรับไม่ได้กับแสงสว่างแห่งประชาธิปไตยที่ได้รับ ดังนั้นในระยะแรก ๆ ทำให้ยังสับสนกับสิ่งใหม่ที่ได้รับอยู่ แต่เมื่อเวลาผ่านไปความเข้าใจในประชาธิปไตยก็เกิดขึ้นกับคนไทยมากขึ้นและมากขึ้น ทำให้เกิดการเปรียบเทียบการปกครองทั้งสองแบบระหว่างประชาธิปไตยแบบเผด็จการอมาตย์ และประชาธิปไตยที่แท้จริงที่พวกเขาได้รับจากการปกครองในรัฐบาลท่านอดีตนายกทักษิณ ชินวัตร ว่ามีความแตกต่างกันเช่นไร

ชั่วโมงนี้ประชาชนไทยต่างก็เข้าใจและได้เห็นแล้วว่า ประชาธิปไตยที่แท้จริงที่เป็นของประชาชนนั้นคืออะไร หลังจากที่ถูกครอบงำทางความคิดมานานนับเป็นสิบปี.... การชุมนุมของประชาชนชาวเสื้อแดงในหลายครั้งหลายสถานที่ ได้เป็นการแสดงพลังอย่างล้นหลามที่ผ่านมานั้น ได้เป็นการเผยให้เห็นถึงความรู้สึกที่แท้จริงที่ถูกปิดกั้นอยู่ภายในและกำลังเดือดปะทุออกมาเป็นกำลังแรงอย่างไม่อาจปิดกั้นได้ น้ำพุแห่งพลังประชาธิปไตยกำลังเกิดการหลั่งไหลออกมาอย่างเกินกว่าจะควบคุมได้ ด้วยพลังแรงแห่งความต้องการประชาธิปไตย

การชุมนุมของคนเสื้อแดงในวันที่ 28 ธ.ค. และจะต่อเนื่องไปอีกหลายวันที่จะถึงนี้ เป็นพลังบริสุทธิ์ของประชาชนไทยในยุคที่ความตื่นตัวเรื่องประชาธิปไตยกำลังท่วมท้นความคิดของคนไทยทั้งประเทศขณะนี้ คนนับแสนที่มาชุมนุมกันที่ท้องสนามหลวง อย่างบริสุทธิ์ใจด้วยความสงบและปราศจากอาวุธอย่างแท้จริง กำลังจะกลายเป็นคลื่นแห่งความต้องการอันรุนแรง ที่จะถาโถมเข้าใส่เผด็จการอมาตย์ที่ต้องการปิดประเทศและจะยึดครองอำนาจของตนเอาไว้โดยไม่สนใจความต้องการอันแท้จริงของประชาชน

เวลามันได้หวนย้อนกลับมาตั้งต้นที่ปี พ.ศ. 2475 อีกครั้งหนึ่งแล้ว ประชาชนในประเทศนี้จะต้องเลือกที่จะเดินไปทางใดทางหนึ่งระหว่างรักษาอำนาจเผด็จการอมาตย์เอาไว้ หรือเรียกคืนอำนาจประชาธิปไตยที่แท้จริงให้กับประชาชนอย่างสมบูรณ์ การเคลื่อนไหวไปชุมนุมที่หน้ารัฐสภาในวันพรุ่งนี้ จะเป็นปรากฏการณ์อีกครั้งหนึ่งที่ประชาชนผู้รักประชาธิปไตยชาวเสื้อแดง จะแสดงให้เป็นประจักษ์พยานแก่โลกทั้่งโลกได้รับรู้่ถึงการชุมนุมโดยสงบสันติ และปราศจากอาวุธ ว่าเป็นเช่นไร

มีคำกล่าวว่า “ประชาชนเหมือนน้ำสามารถทำให้เรือลอยก็ได้ หรือจมเรือก็ได้” ถ้าเผด็จการอมาตย์ยังคงดึงดันจะยึดครองอำนาจเอาไว้ให้กับคนส่วนน้อยของชาติ ประชาชนก็จะกลายเป็นกระแสน้ำอันเชี่ยวกรากที่จะจมเรือเผด็จการนี้ลงไปไำด้อย่างสิ้นเชิงแน่นอน

ปรากฏการณ์ชาวเสื้อแดงในชั่วโมงนี้ ทำให้เผด็จการอมาตย์ไม่มีทางเลือกอื่นอีกต่อไปแ้ล้ว ประชาชนตื่นขึ้นมาอย่างไม่อาจจะหยุดยั้งได้และจะกลายเป็นกระแสที่รุกลามไปทั่วทั้งประเทศในไม่ช้า ถึงเวลาแล้วที่ประชาชนชาวไทยทุกคนต้องตื่นขึ้นมาเพื่อเรียกร้องสิทธิอันชอบธรรมของความเป็นคนไทย ที่ถูกเผด็จการอมาตย์ยึดครองเอาไปนานนับหลายสิบปี เวลานี้เป็นเวลาที่ประชาชนไทยจะเป็นผู้กำหนดการปกครองของชาติไทยด้วยตนเอง เราจะไม่ยอมให้ใครมาเป็นผู้กำหนด, มาเป็นผู้ครอบงำ, หรือแม้กระทั่งเป็นผู้ชี้ทิศทางให้แก่คนทั้่งชาติอีกต่อไปแล้ว....

พี่น้องทุก ๆ ท่านครับ เวลานี้คือเวลาของท่านที่จะก้าวออกจากกะลาเผด็จการ มาสู่แสงสว่างแห่งประชาธิปไตย และเป็นช่วงเวลาประวัติศาสตร์ที่ท่านจะเป็๋นผู้เขียนด้วยตนเองว่า ท่านจะมีส่วนอะไรในการเปลี่ยนแปลงที่จะถูกบันทึกเอาไว้ในประวัติศาสตร์ในครั้งนี้ด้วย เพราะอีก 10 – 20 ปีข้า้งหน้า ท่านน่ะแหละที่จะต้องเป็นผู้เล่าเรื่องในเวลานี้ให้ลูกหลานของท่านในเวลานั้นได้ฟัง

Sunday, December 28, 2008

สนามหลวงเสื้อแดงอื้อ-29ธ.ค.เคลื่อนพล

ที่มา มติชนออนไลน์

ส่วนที่บริเวณท้องสนามหลวง ผู้สื่อข่าวรายงาน เวลา 15.00 น. บรรยากาศการชุมนุมของกลุ่ม นปช. มีผู้ชุมนุมเสื้อแดงจํานวนหลายพันคนเดินทางมาร่วมคึกคัก บนเวทีปราศรัยเริ่มมีแกนนํา นปช.หลายคนทยอยมาถึง อาทิ นายวีระ มุสิกพงศ์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตโฆษกประจำสำนักนายกฯ พร้อมกับประกาศบนเวทีว่าการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงวันนี้จะชุมนุมแบบยืดเยื้อ โดยจะปักหลักชุมนุมที่สนามหลวงตลอดทั้งคืน ก่อนจะเคลื่อนขบวนไปชุมนุมที่หน้ารัฐสภา วันที่ 29 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะแถลงนโยบายต่อสภา


ทั้งนี้ สําหรับเวทีปราศรัยของกลุ่ม นปช.ตั้งหันหน้าไปทางวัดพระแก้ว ระบุว่าความจริงวันนี้สัญจรครั้งที่ 4 ภายใต้หัวข้อ "ความจริงวันนี้ ความจริงประเทศไทย ไม่ไว้วางใจอภิสิทธิ์" และนอกจากนี้ยังเตรียมรถบรรทุกปราศรัยเคลื่อนที่ไว้อีกหลายคัน และบริเวณพื้นที่การชุมนุมยังมีการตั้งโต๊ะเปิดรับสมาชิกรับส่งเอสเอ็มเอส เกี่ยวกับเรื่องการเมือง และความเคลื่อนไหวของ นปช.และความเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตร โดยส่งผ่านระบบมือถือ หรือพีเพิล นิวส์ มีผู้ชุมนุมจํานวนมากให้ความสนใจ ซึ่งผู้สมัครจะเสียค่าใช้จ่ายเองตามค่าบริการของผู้ให้บริการโทรศัพท์ตามปกติ


ส่วนบรรยากาศรอบสนามหลวง ยังมีการตั้งเต๊นท์หลายหลังเพื่อจำหน่ายของที่ระลึก อาทิ ตีนตบ เสื้อแดง หมวกแดง และผ้าโพกแดง ซึ่งได้รับความสนใจจํานวนมาก และยังมีกลุ่มคนขับแท็กซี่ที่รับส่งผู้โดยสารบริเวณสนามบินสุวรรณภูมิถือป้ายผ้าขนาดใหญ่ ซึ่งมีข้อความโจมตีการปิดสนามบินของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่ม นปช. มีผู้ชุมนุมเสื้อแดงจํานวนหลายพันคนเดินทางมาร่วมคึกคัก บนเวทีปราศรัยเริ่มมีแกนนํา นปช.หลายคนทยอยมาถึง อาทิ นายวีระ มุสิกพงศ์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตโฆษกประจำสำนักนายกฯ พร้อมกับประกาศบนเวทีว่าการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงวันนี้จะชุมนุมแบบยืดเยื้อ โดยจะปักหลักชุมนุมที่สนามหลวงตลอดทั้งคืน ก่อนจะเคลื่อนขบวนไปชุมนุมที่หน้ารัฐสภา วันที่ 29 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะแถลงนโยบายต่อสภา


ทั้งนี้ สําหรับเวทีปราศรัยของกลุ่ม นปช.ตั้งหันหน้าไปทางวัดพระแก้ว ระบุว่าความจริงวันนี้สัญจรครั้งที่ 4 ภายใต้หัวข้อ "ความจริงวันนี้ ความจริงประเทศไทย ไม่ไว้วางใจอภิสิทธิ์" และนอกจากนี้ยังเตรียมรถบรรทุกปราศรัยเคลื่อนที่ไว้อีกหลายคัน และบริเวณพื้นที่การชุมนุมยังมีการตั้งโต๊ะเปิดรับสมาชิกรับส่งเอสเอ็มเอส เกี่ยวกับเรื่องการเมือง และความเคลื่อนไหวของ นปช.และความเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตร โดยส่งผ่านระบบมือถือ หรือพีเพิล นิวส์ มีผู้ชุมนุมจํานวนมากให้ความสนใจ ซึ่งผู้สมัครจะเสียค่าใช้จ่ายเองตามค่าบริการของผู้ให้บริการโทรศัพท์ตามปกติ


ส่วนบรรยากาศรอบสนามหลวง ยังมีการตั้งเต๊นท์หลายหลังเพื่อจำหน่ายของที่ระลึก อาทิ ตีนตบ เสื้อแดง หมวกแดง และผ้าโพกแดง ซึ่งได้รับความสนใจจํานวนมาก และยังมีกลุ่มคนขับแท็กซี่ที่รับส่งผู้โดยสารบริเวณสนามบินสุวรรณภูมิถือป้ายผ้าขนาดใหญ่ ซึ่งมีข้อความโจมตีการปิดสนามบินของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

เสื้อแดงรวมพลังขับไล่รัฐบาล

ที่มา MCOT News


กรุงเทพฯ 28 ธ.ค.- รายการความจริงวันนี้สัญจร ที่ท้องสนามหลวง มีประชาชนสวมเสื้อแดงไปร่วมชุมนุมจำนวนมาก รุมทำร้ายชายอายุ 40 ปี เพราะเข้าใจผิดว่าเป็นพันธมิตรฯ เข้ามาสร้างความปั่นป่วน “อดิศร” เรียกร้องรัฐบาลยุบสภา คืนอำนาจให้ประชาชน ขณะที่ด้านหน้ารัฐสภา “การุณ โหสกุล” ไปปรากฏตัวบนเวทีปราศรัย

รายการความจริงวันนี้สัญจร ที่บริเวณท้องสนามหลวง เริ่มขึ้นเมื่อประมาณ 17.00 น. โดยแกนนำหลัก เช่น นายวีระ มุสิกพงศ์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายจักรภพ เพ็ญแข ได้ขึ้นเวทีทักทายกลุ่มผู้ชุมนุมที่มาร่วมชุมนุมจำนวนมาก

นายอดิศร เพียงเกษ อดีตกรรมการบริหารไทยรักไทย ขึ้นเวทีปราศรัยเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา และคืนอำนาจให้กับประชาชน จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ รวมทั้งขอให้พรรคร่วมรัฐบาลที่ตัดสินใจเข้าร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ถอนตัว และกลับเข้ามาอยู่กับพรรคเพื่อไทย นอกจากนี้ยังกล่าวถึงการแถลงนโยบายรัฐบาลวันพรุ่งนี้ (29 ธ.ค.) เชื่อว่านโยบายที่จะออกมาเป็นนโยบายที่ถอดแบบออกมาจากรัฐบาลชุดก่อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการชุมนุมปราศรัยได้มีชายอายุประมาณ 40 ปี ถูกกลุ่มผู้ชุมนุมเข้าใจผิดคิดว่าเป็นพวกพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เข้ามาสร้างความปั่นป่วน จึงถูกกลุ่มผู้ชุมนุมทำร้ายได้รับบาดเจ็บ ศีรษะแตก การ์ดของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้นำตัวมาหลังเวที เพื่อปฐมพยาบาลเบื้องต้น และรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที เนื่องจากเกรงว่าจะถูกกลุ่มผู้ชุมนุมรุมประชาทัณฑ์

สำหรับด้านหน้ารัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 18.00 น. การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่บริเวณด้านหน้ารัฐสภา มีการตั้งเวทีปราศรัย โดยผู้ชุมนุมได้ผลัดกันขึ้นเวทีปราศรัย โดยมีการโจมตีรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยเฉพาะการตั้งนายกษิต ภิรมย์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ การชุมนุมเป็นไปอย่างสงบโดยมีคนสวมเสื้อสีแดงทยอยเดินทางมาสมทบอย่างต่อเนื่อง และเป็นที่น่าสังเกตว่า นายการุณ โหสกุล ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคเพื่อไทย ได้มาปรากฏตัวที่เวที แต่ไม่ได้ปราศรัย และเดินทางกลับออกไปทันที

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มผู้ชุมนุมได้ปิดถนนอู่ทองบริเวณด้านหน้ารัฐสภา โดยไม่อนุญาตให้รถผ่านเข้า-ออก โดยนำแผงรั้วเหล็กมาปิดกั้น และตรวจค้นกระเป๋าของผู้มาร่วมชุมนุมอย่างละเอียด เพื่อป้องกันการพกพาอาวุธเข้ามาในที่ชุมนุม.- สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-12-28 19:51:38

รายงานการชุมนุมสนามหลวง 28 ธ.ค. 51

ที่มา Thai E-News

ทีมข่าวไทยอีนิวส์
28 ธันวาคม 2551

การชุมนุมของกลุ่มคนเืสื้อแดงเพื่อต่อสู้กับอำนาจศักดินาอำมาตยาธิปไตย-เรียกร้องประชาธิปไตย-เรียกร้องความยุติธรรม และต่อต้านรัฐบาลหุ่นเชิดของศักดินาที่ท้องสนามหลวงวันนี้ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

นักข่าวต่างชาติแำห่ทำข่าว

รายงานจากคุณ kfc ซึ่งกลับจากการร่วมชุมนุมแจ้งว่า ได้สังเกตเห็นนักข่าวจากสำนักข่าวต่างประเทศมาทำข่าวการชุมนุมเป็นจำนวนมาก "ยอมรับว่าวันนี้เห็นนักข่าวต่างประเทศเยอะมากๆ" คุณ kfc รายงาน

ก่อนหน้านี้คุณ bbb จากกระดานข่าวประชาไท ยังได้ทำการรายงานข่าวที่ตีพิมพ์โดยสำนักข่าวต่างประเทศหลายสำนักเกี่ยวกับการชุมนุมของคนเสื้อแดงในวันนี้อีกด้วย ลิงก์

คนเสื้อแดงเต็มสนามหลวง

มีการประเมินจากผู้ไปร่วมการชุมนุมและคนทางบ้านถึงจำนวนคนที่ร่วมชุมนุมวันนี้ โดยกล่าวว่าน่าจะมีอย่างน้อยสี่หมื่นคน ในขณะที่บางคนบอกว่าถึงหลักแสน "ดูถ่ายทอดสด เสื้อแดงล้นทลักสนามหลวงจนออกไปถึงฟุตบาทด้านหลังแล้ว ดูจากกล้องหมุนวนไปทั่วแล้ว ไม่ต่ำกว่า 70,000" คุณHEEDUCK ประเมิน

"ประมาณเฉพาะสนามหลวง เกือบสองแสน ไม่รวมหน้าทำเนียบ งานนี้ อำมาตย์ปอดกระเส่าแน่ ศักดินาเตรียมลี้ภัย พวกจัญไร ผวาหนัก ยุทธการล้มทาสศักดินาและขี้ข้าอำมาตย์ มาถึงแล้วครับ" คุณ jentana แสดงความเห็น

คนร่วมงานคิดไกลกว่า "เพื่อทักษิณ" นานแล้ว

จากการให้ความเห็นผ่านเว็บบอร์ดของชาวเสื้อแดง เปิดเผยว่า การชุมนุมครั้งนี้ ได้เลยจุดที่ทำเพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้กับคุณทักษิณนานแล้ว "อำมาตยาธิปไตย จงรู้เทิดว่า ณ.เวลานี้ประชาชนไม่ได้ต่อสู้เพื่อทักษินอีกแล้ว แต่จะมากำจัดอมาตยาธิปไตย พึงระลึกเถิดว่า ตอนนี้ประชาชนลุกขึ้นมาไม่ใช่เพื่อทักษินและไทยรักไทยแล้ว แต่เค้าลุกขึ้นด้วยตรรกแห่งความถูกต้อง" คุณ siam2475 ประกาศแทนคนเสื้อแดงหลายคน

คืนนี้จะมีการเคลื่อนไปหน้ารัฐสภา

รายงานจากเว็บบอร์ดประชาไทแจ้งตรงกันว่า ภายในคืนนี้จะมีการเคลื่อนขบวนผู้ชุมนุมไปยังบริเวณหน้ารัฐสภา "บนเวทีประกาศแล้วเจ้าค่ะ พี่ antikormorchor ว่าเดินไปหลังพี่วีระพูดจบ" หนูดีรายงาน

แซมเบอร์ 10 โผล่กลางกลุ่มเสื้อแดงสนามหลวง

รายงานจากคุณประธานเหมาเจ๋อตุง แจ้งว่า คุณแซม ผู้สมัครผู้ว่าการกรุงเทพมหานคร ได้เดินทางไปปรากฏตัวในการชุมนุมครั้งนี้ด้วย ซึ่งถือเป็นการประกาศว่าตนเองนั้นก็มีอุดมการณ์เช่นเดียวกับคนเสื้อแดงอื่นๆทั่วประเทศ

เสื้อแดงพรึบสนามหลวง จตุพรกั๊กทักษิณโฟนอิน

ที่มา ไทยรัฐออนไลน์

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ หนึ่งในแกนนำแนวร่วมประชาชนเพื่อประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และผู้ดำเนินรายการความจริงวันนี้ ได้ขึ้นเปิดเวทีปราศรัย วันนี้ (28 ธ.ค.) ที่ท้องสนามหลวง โดยกล่าวว่า มวลชนกลุ่มคนเสื้อแดงที่จะเดินทางมาร่วมชุมนุมที่ท้องสนามหลวงและหน้ารัฐสภา ต่างถูกสกัดจากกระทรวงมหาดไทย กองทัพ และตำรวจ ที่ต้องการอุ้มพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งนี้รถยนต์ที่จะนำคนจากจันทบุรีมาร่วมชุมนุมก็ถูกสกัดด้วยตะปูเรือใบในเขตจังหวัดชลบุรี จึงขอให้ผู้ร่วมชุมนุมปักหลักชุมนุมต่อไป

" การชุมนุม ครั้งนี้มีความสำคัญ และเนื้อหาที่จะทำให้นายอภิสิทธิ์ดิ้นไม่หลุดจากคดีหนีทหาร รวมถึงการรับผิดชอบต่อการแต่งตั้งนายกษิต ภิรมย์ เป็น รัฐมนนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นอกจากนี้จะมีการแฉเบื้องหลังการทำธุรกรรมอำพราง ซึ่งผมพบหลักฐานการโอนเงิน 200 ล้านบาท จากบัญชีบริษัททีพีไอโพลีนเข้าไปยังบัญชีคนในพรรคประชาธิปัตย์ " นายณัฐวุฒิ กล่าว

ด้าน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ผู้ดำเนินรายการความจริงวันนี้ กล่าวว่า การชุมนุมวันนี้จะเริ่มปราศรัยในเวลา 16.30 . โดยแกนนำจะทยอยขึ้นเวทีเพื่อปราศรัย เช่น นายนพดล ปัทมะ อดีต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายวีระ มุสิกพงศ์ นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ อดีตโฆษกประจำสำนักนายกฯ และจบลงที่ตน โดยประเด็นปราศรัยส่วนใหญ่จะมีการพูดถึงเส้นทางการเงินของบริษัท ทีพีไอโพลีน จำกัด ที่มีจ่ายงบประชาสัมพันธ์ให้กับบริษัทแห่งหนึ่งทำประชาสัมพันธ์ให้กับพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งประเด็นนี้จะมีผลทำให้ถึงกับยุบพรรค โดยจะมีสลิปการจ่ายเงิน ตัวละครอย่างละเอียด และยังมีการพูดถึงการหนีทหารของนายอภิสิทธิ โดยจะมีเอกสารประกอบการปราศรัยอย่างชัดเจน

นายจตุพร กล่าวอีกว่า ในส่วนของนายนพดล จะปราศรัยถึงนายกษิต ภิรมย์ รัฐมตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่ให้สัมภาษณ์ถึงการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ปิดสนามบิน ส่วนนายวีระ จะพูดถึงความเสียหายของพรรคประชาธิปัตย์ในอดีตที่เข้ามาบริหารประเทศ สำหรับการเคลื่อนขบวนไปชุมนุมต่อที่รัฐสภานั้น จะมีความชัดเจนในเวลา20.00น.

" ทางกลุ่มจะชุมนุมกันอย่างสงบ ไม่ให้มีความรุนแรงเกิดขึ้น แม้จะไปชุมนุมที่หน้ารัฐสภา ก็จะไม่มีการตัดน้ำตัดไฟ หรือนำโซ่ไปคล้องประตูเข้าออกรัฐสภาฯ แกนนำจะควบคุมดูแลผู้ชุมนุมไม่ให้เกิดความรุนแรงเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เชื่อว่าคงไม่มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น หากไม่มีคนปลอมตัวมาใส่เสื้อแดงแล้วก่อเหตุ ซึ่งการชุมนุมของ นปช.จะสิ้นสุดภายใน 3 วันนี้ หลังเทศกาลปีใหม่ค่อยว่ากันอีกครั้ง ทั้งนี้ การชุมนุมมีเป้าหมายให้นายอภิสิทธิยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชน "นายจตุพร กล่าว

เมื่อถามว่า จะมีการโฟนอินของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายจตุพร ยิ้ม และกล่าวว่า โดยปกติแล้วแกนนำนปช. และอดีตนายกฯ ก็มีการติดต่อพูดคุยกันอยู่ตลอดเวลา ซึ่งจะมีการโฟนอินสดบนเวทีปราศรัยเหมือนเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา แต่จะถือเป็นประเพณีปฏิบัติหรือไม่ก็คงต้องรอฟัง ส่วนการจัดงานฉลองของกลุ่มพันธมิตรฯเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมานั้น ตนมองว่าการจัดงานของกลุ่มพันธมิตรฯ ทำไปบนความเสียหายของประเทศ และการที่นายอภิสิทธิขึ้นมาเป็นรัฐบาล ก็เป็นเพราะพันธมิตรฯ

สำหรับบรรยากาศโดยรอบ ยังคงมีประชาชนทยอยเดินทางมาร่วมชุมนุมอย่างคึกคัก ทำให้สภาพการจราจร โดยรอบ ตั้งแต่ ถ.ราชดำเนินกลาง ต่อเนื่อง ถ.หน้าพระลาน และถ.หน้าพระธาตุติดขัด เนื่องจากผู้ชุมนุมบางส่วนได้นำรถยนต์ส่วนตัวมาจอดบนผิวการจราจรรอบสนามหลวง

ส่วนบรรยายกาศภายในท้องสนามหลวง พ.ต.ท.เอกรัตน์ เปาอินทร์ รอง ผกก.สน.ชนะสงคราม พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนหนึ่งได้นำสุนัขตำรวจมาตรวจความเรียบร้อย และแจกจ่ายใบปลิววิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการชุมนุมโดยสงบไม่ขัดต่อฎหมาย มาติดแจ้งเตือนประชาชนที่มาร่วมชุมนุมได้รับทราบทั่วบริเวณการชุมนุม

ขณะที่ทางแกนนำผู้ชุมนุมได้นำรูปปั้นจตุคามรามเทพและสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช มาตั้งให้ผู้ร่วมชุมนุมได้สักการะเพื่อเป็นสิริมงคล นอกจากนี้ยังมีการตั้งโต๊ะล่ารายชื่อถอดถอนนายจรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และขอแก้กฎหมายไม่ให้นำเงินภาษีสุรายาสูบไปอุดหนุนสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ปีละ 2,000ล้านบาท

รัฐบาลจ่ายเงินชดเชยเหยื่อเหตุการณ์ 7 ตุลา

ที่มา MCOT News

ปชป. 28 ธ.ค. – “วิฑูรย์ นามบุตร” ประกาศให้เหยื่อสลายม็อบ 7 ตุลา รับเงินช่วยเหลือได้ตั้งแต่วันที่ 30 ธ.ค.นี้ รัฐชดเชยให้ตั้งแต่ 20,000 – 400,000 บาท

นายวิฑูรย์ นามบุตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) แถลงว่า การเยียวยาช่วยเหลือผู้ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ไม่สงบ เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 บริเวณหน้ารัฐสภาและเหตุการณ์ที่เกี่ยวเนื่อง คือ เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2551 ที่มีการสลายการชุมนุมบริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ และทำเนียบรัฐบาล และเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2551 ซึ่งมีการปะทะระหว่างผู้ชุมนุมบริเวณสะพานมัฆวานฯ มีผู้ได้รับความเสียหายบาดเจ็บจาก 3 เหตุการณ์ รวมทั้งสิ้น 612 คน มีผู้เสียชีวิต 3 ราย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ กล่าวว่า เพื่อเป็นการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้เสียหาย และสร้างความเข้าใจอันดี นำไปสู่ความสมานฉันท์ในกลุ่มผู้เสียหายทุกฝ่ายและประชาชน จึงได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ ช่วยเหลือผู้เสียหาย แบ่งเป็นการช่วยเหลือเร่งด่วนกรณีบาดเจ็บเล็กน้อย ผู้รับการตรวจรักษาในโรงพยาบาลแต่ไม่ได้เป็นผู้ป่วยใน ได้รับการช่วยเหลือรายละ 20,000 บาท

นายวิฑูรย์ กล่าวว่า ผู้ได้รับบาดเจ็บรับการตรวจรักษาในโรงพยาบาล และนอนพักในโรงพยาบาลไม่เกิน 20 วัน ได้รับ 60,000 บาท ผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสและนอนพักในโรงพยาบาลเกิน 20 วัน ได้รับ 100,000 บาท กรณีทุพพลภาพ ได้รับ 200,000 บาท และกรณีเสียชีวิตของประชาชน เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่รัฐ ได้รับ 400,000 บาท ทั้งนี้ กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ได้รับมอบหมายให้ตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ได้รับความเสียหาย โดยสามารถติดต่อขอรับเงินช่วยเหลือได้ในวันอังคารที่ 30 ธันวาคม เวลา 09.00 น. ซึ่งเบื้องต้นมีผู้ติดต่อเข้ามาแล้ว 139 ราย ส่วนที่ยังไม่ได้ติดต่อสามารถแจ้งขอรับความช่วยเหลือได้ในวันที่ 15 มกราคม 2552 โดยกระทรวงมีงบประมาณพร้อมจ่ายช่วยเหลือได้ทันที ขอให้แจ้งความจำนงเข้ามา อย่างไรก็ตามการแถลงนโยบายของรัฐบาลในวันที่ 29-30 ธันวาคม ต้องการให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยราบรื่น ไม่เกิดปัญหาเพื่อรัฐบาลจะได้บริหารประเทศต่อไป.- สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-12-28 16:31:55

ปชป.ประชุมซักซ้อมแถลงนโยบาย

ที่มา MCOT News

พรรค ปชป. 28 ธ.ค.- ปชป.ประชุม ส.ส.ซักซ้อมแถลงนโยบาย ส.ส.อกหักยังโดดประชุม นัดรวมพลขึ้นรถตู้ที่พรรคเข้าประชุมสภา ตั้ง “สุเทพ” คุมความพร้อมประเมินสถานการณ์ ด้าน 2 รมต.สายล่อฟ้าไม่หวั่นเจอเพื่อไทยโจมตี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมพรรคประชาธิปัตย์ใช้เวลาประชุมกว่า 2 ชั่วโมง โดยมี ส.ส.และรัฐมนตรีเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง เช่น นายวีระชัย วีระเมธีกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ส.ส.สัดส่วน เป็นต้น แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า กลุ่ม ส.ส.ที่ไม่ได้ตำแหน่งรัฐมนตรีไม่ได้เข้าประชุมด้วย เช่น นายจุติ ไกรฤกษ์ ส.ส.พิษณุโลก นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.กทม. นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ส.ส.ประจวบคีรีขันธ์ ทั้งนี้ บรรยากาศในการประชุม ได้มีการแนะนำรัฐมนตรีคนนอกให้สมาชิกพรรคได้รู้จัก โดยที่ประชุมได้ปรบมือต้อนรับ ซึ่ง นายวีระชัย กล่าวกับที่ประชุมสั้น ๆ ว่า ยินดีที่จะร่วมงานกับสมาชิกทุกคน และพร้อมที่จะทำหน้าที่

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้มีการประเมินสถานการณ์การปิดล้อมสภาของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) โดยที่ประชุมได้มอบหมายให้ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่รับผิดชอบงานด้านความมั่นคงเป็นผู้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร เพื่อประเมินสถานการณ์การชุมนุมเป็นระยะ และกำชับให้สมาชิกพรรคมารวมตัวที่ลานพระแม่ธรณีบีบมวยผม ก่อนเวลา 07.00 น. เพื่อที่จะโดยสารรถตู้ไปยังอาคารรัฐสภาพร้อมกัน แต่หากไม่สามารถเข้าอาคารรัฐสภาได้ ให้ ส.ส.ทุกคนกลับมารวมตัวกันที่พรรค โดยให้ นายสุเทพ เป็นผู้ประสานงานกับพรรคร่วมรัฐบาลว่าจะมีการเลื่อนแถลงนโยบายหรือไม่ เบื้องต้นหากประชุมช่วงเช้าไม่ได้ ก็จะเลื่อนไปช่วงบ่าย หรือเย็น โดย ส.ส.ทุกคนต้องเตรียมพร้อมที่พรรค ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลให้ไปรวมตัวที่พรรคของตัวเอง

ทั้งนี้ ภายหลังการประชุมพรรค นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรค ร่วมรับประทานอาหารกับ ส.ส.พรรค โดยนั่งโต๊ะร่วมกับ นายวีระชัย นายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ ว่าที่เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ บรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่น ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ เปรยว่า “ตอนนี้รู้สึกว่าน้ำหนักลด แต่ไม่รู้ว่าลดไปกี่กิโลกรัม เพราะไม่มีเวลาชั่ง รู้แต่เพียงว่าสวมกางเกงแล้วหลวม”

นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงการที่ฝ่ายค้านตั้งเป้าโจมตีในการอภิปรายนโยบายรัฐบาลว่า ไม่รู้สึกกังวลแต่อย่างได โดยจะชี้แจงตามข้อเท็จจริงเพราะเป็นหน้าที่ ที่ต้องชี้แจงอยู่แล้ว โดยพรรคได้จัดทีมงาน 4-5 คน นำโดย น.ส.รัชดา ธนาดิเรก ส.ส.กทม. และส.ส.ที่มีความชำนาญด้านการต่างประเทศ มาช่วยประสานข้อมูล ส่วนที่ถูกตั้งให้เป็นรัฐมนตรีสายล่อฟ้านั้น ไม่รู้สึกอะไร เพราะได้อาสาเข้ามาทำงานก็จะทำงานให้ดีที่สุด

ด้าน นายวีระชัย วีระเมธีกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่กังวลที่จะถูกฝ่ายค้านตั้งเป้าโจมในเรื่องจริยธรรมของนักการเมือง เพราะมั่นใจว่าไม่ได้ขาดตกบกพร่องอะไร และพร้อมที่จะชี้แจงทุกประเด็น หากยังเป็นประเด็นเดิมที่ได้ชี้แจงไปแล้ว ก็จะชี้แจงเป็นเวลาสั้น แต่หากมีการพูดเรื่องใหม่ ก็พร้อมที่จะชี้แจงตามความจริง อย่างไรก็ตามพรรคไม่ได้เตรียม ส.ส. ไว้เป็นทีมงานคอยช่วยเหลือ เพราะอย่าลืมว่าตนเป็น ส.ส.มาตั้งแต่ปี 2544 แล้ว.- สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-12-28 15:32:51

คนเสื้อแดงชุมนุมต่อต้านรัฐบาลประชาธิปัตย์ต่อเนื่อง

ที่มา MCOT News

สนามหลวง 28 ธ.ค.- “จตุพร” เผยกลุ่มคนเสื้อแดงจะชุมนุมต่อเนื่องถึงวันที่ 30 ธ.ค. มีความเป็นไปได้ที่จะเคลื่อนขบวนไปปิดล้อมรัฐสภา

นายวีระ มุสิกพงศ์ พร้อมด้วยนายจตุพร พรหมพันธุ์ ผู้ดำเนินรายการความจริงวันนี้ เดินทางถึงเวทีปราศรัยความจริงวันนี้สัญจร ที่ท้องสนามหลวง โดยนายจตุพร กล่าวว่า เวทีปราศรัยจะเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการเวลา 16.30 น.และจะชุมนุมต่อเนื่องไปถึงวันที่ 29-30 ธันวาคม และขอให้จับตาประเด็นการปราศรัย เป็นพิเศษ จากนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ หนึ่งในแกนนำ ที่จะพูดถึงความเชื่อมโยงทางการเงินระหว่างบริษัท ทีพีไอ ที่ให้การสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมแสดงหลักฐานสลิปการเบิกจ่าย ซึ่งมีความผิดถึงขั้นยุบพรรคได้ และยังมีผู้ขึ้นปราศรัยอีกหลายคน อาทิ นายวีระ นายนพดล ปัทมะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายอดิศร เพียงเกษ และตนจะปราศรัยเป็นคนสุดท้าย

นายจตุพร กล่าวว่า จะมีการประกาศท่าทีการเคลื่อนไหว อีกครั้งในเวลา 20.00 น. ว่าจะมีการเคลื่อนขบวน ไปยังหน้าอาคารรัฐสภา เพื่อกดดันรัฐบาลในการแถลงนโยบายวันพรุ่งนี้ (29 ธ.ค.) หรือไม่ แต่มีโอกาสเป็นไปได้สูงว่าจะเคลื่อนขบวนไปหน้ารัฐสภาค่ำวันนี้ หากไม่มีมือที่สาม แปลกปลอมเข้ามาในกลุ่มคนเสื้อแดง แกนนำสามารถควบคุมการชุมนุมให้อยู่ในความสงบได้ ส่วนจะชุมนุมยืดเยื้อหรือไม่นั้น ทางกลุ่มจะพิจารณากันอีกครั้งหลังปีใหม่

ส่วนการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจออกประกาศเตือนกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หากชุมนุมโดยละเมิดกฎหมายจะถูกตั้งข้อหากบฏนั้น นายจตุพร กล่าวว่า ตนขอให้ตำรวจเร่งจับกุมและดำเนินคดีกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยก่อน ยืนยันไม่มีการตัดน้ำตัดไฟ หรือปิดรัฐสภาโดยจะชุมนุมอยู่โดยรอบรัฐสภาเท่านั้น

สำหรับบรรยากาศการชุมนุม ผู้ชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดง ทยอยเดินทางรวมตัวกันอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเช้า โดยบางส่วนเดินทางมาแล้วและแยกกันทำกิจกรรมตามจุดต่าง ๆ เพื่อความเป็นสิริมงคล และเอาฤกษ์เอาชัย ขณะที่กลุ่มคนเสื้อแดงนับพันคน ปักหลังรอฟังการปราศรัยด้านหน้าเวที

ส่วนการเตรียมความพร้อมเวทีปราศรัยนั้น นายจตุพร กล่าวว่า มีการนำผ้าขนาดใหญ่ ระบุข้อความความจริงวันนี้ ความจริงประเทศไทย ไม่ไว้วางใจ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งจะเป็นประเด็นที่ใช้ในการปราศรัยด้วย ล่าสุด บนเวทีปราศรัยได้เปิดเพลงปลุกใจ ให้กับกลุ่มผู้ชุมนุม ขณะที่ผู้ชุมนุม ต่างร้องเพลงและเต้นกันอย่างครื้นเครง.- สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-12-28 15:02:26