WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, December 29, 2008

ขู่ส.ส.เดินฝ่าวงล้อม‘เสื้อแดง’สกัดนายกฯแถลงนโยบาย

ที่มา ประชาทรรศน์

‘เสื้อแดง’ ปิดล้อมรัฐสภา ตรึงกำลังแน่นสกัดนายกฯแถลงนโยบาย ขู่ฟอด!ส.ส.ฝ่าวงล้อมเข้าสภาฯ ‘พัชรวาท’ ดอดเจรจาแกนนำ นปช.แต่ยังไร้ผล ขณะที่ตำรวจหวั่นม็อบฮือ! สั่งถอยร่นคุมเข้มในรัฐสภา ‘ณัฐวุฒิ’ กร้าว! ปิดล้อม 3 วัน 3 คืน หัวชนฝา!จี้ให้ ส.ส.เดินเท้าเข้าประชุมเพียงอย่างเดียว ลั่นหากย้ายสถานที่ ‘คนเสื้อแดง’ พร้อมเคลื่อนไปสกัด

ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ซึ่งพร้อมใจกันสวมเสื้อสีแดง เพื่อเดินทางมาชุมนุมบริเวณหน้ารัฐสภาตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยขณะนี้ผ่านมากว่า 9 ชั่วโมงแล้ว กลุ่มผู้ชุมนุมยังคงปักหลักชุมนุมโดยสงบไม่มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น

ขณะที่ผู้ที่จะเดินทางเข้ามายังอาคารรัฐสภาจะต้องเดินเท้าเข้ามาเท่านั้น เนื่องจากมีการปิดถนนโดยรอบรัฐสภาทั้ง 4 ด้าน และเปิดให้เข้าทางถนนลานพระบรมรูปทรงม้าทางเดียว

อย่างไรก็ตาม ขณะที่แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมได้เดินทางมาครบแล้ว และผลัดเปลี่ยนกันขึ้นเวทีปราศรัยอย่างต่อเนื่อง โดยเรียกร้องให้ยุบสภา รวมทั้งต่อต้านการแถลงนโยบายของรัฐบาลที่จะมีขึ้นวันนี้ (29 ธ.ค.) และเมื่อสักครู่ที่ผ่านมา พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ได้เดินทางเข้าเจรจากับนายวีระ มุสิกพงษ์ แกนนำกลุ่ม นปช. เพื่อขอให้เปิดทางให้ ส.ส.เข้ามาประชุม

แต่ทั้งนี้ การเจรจาไม่สำเร็จ เนื่องจาก นปช.ยืนยันจะให้ ส.ส.เดินเท้าเข้ามาเท่านั้น โดยพร้อมอำนวยความสะดวกให้เต็มที่และไม่มีการปิดประชุมทางเข้าออก ซึ่งหลังการเจรจาผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจึงเดินทางไปหารือกับนายอภิสิทธิ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีต่อทันทีว่าจะเลื่อนการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาหรือไม่

ทางด้าน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. ยืนยันจะปักหลักชุมนุม 3 วัน 3 คืน ซึ่งหากมีการย้ายสถานที่แถลงนโยบายกลุ่ม นปช.ก็จะเคลื่อนย้ายตามไปด้วย แต่บางส่วนจะปักหลักอยู่ที่รัฐสภา

ขู่ฟอด!ส.ส.ฝ่าวงล้อม‘เสื้อแดง’เข้าสภาฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุมของ นปช.ที่หน้ารัฐสภา ซึ่งประชาชนมาชุมนุมน้อยกว่าเมื่อคืนอย่างมาก โดยมีประมาณ 3,000-4,000 คน โดยได้กระจายตัวอยู่บริเวณถนนอู่ทองในและถนนราชวิถี โดยนั่งปิดประตูสภาทั้ง 2 ด้าน

อย่างไรก็ตาม ผู้ชุมนุมได้เปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่สภารวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เข้าไปทำงานผ่านทางประตู ถนนราชวิถี แต่ต้องเดินฝ่าวงล้อมของผู้ชุมนุมเข้าไป และในขณะนี้ได้มีประชาชนเริ่มทะยอยมาร่วมชุมนุมอยู่เรื่อยๆ

สำหรับในช่วงเช้าวันนี้ ได้มีพระภิกษุนำโดยเจ้าคุณธรรมสดุดี เจ้าคณะ กทม. นำพระจำนวนมากมารับบิณฑบาตร ทั้งนี้ผู้ชุมนุมยืนยันที่จะปักหลักชุมนุมหน้าสภาต่อไป พร้อมระบุว่าหาก ส.ส. และรัฐบาลจะมาร่วมแถลงนโยบาย ผู้ชุมนุมก็จะเปิดทางให้เข้าแต่ต้องเดินฝ่าวงล้อมของผู้ชุมนุมเข้าไปเอง

ประชุมสภาฯส่อเค้าล่ม! 'เสื้อแดง'ประกาศลั่น!เอา'ทักษิณ'กลับไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภา ว่า ขณะนี้นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ได้กดออดเรียกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พรรคร่วมรัฐบาลและฝ่ายค้าน เข้าร่วมประชุม แต่ยังไม่มี ส.ส.ทยอยเข้ามาเพิ่ม เพราะกลุ่ม นปช.ได้มีการปิดล้อมรัฐสภาอย่างหนาแน่น ซึ่งขณะนี้มีนปช. ได้ทยอยเดินทางมาสมทบประมาณ 5,000-6,000 คน และยืนยันว่าจะทำทุกวิถีทางไม่ให้รัฐบาลชุดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แถลงนโยบายได้

อย่างไรก็ตาม ได้ประกาศว่าจะมีการนำพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับเมืองไทยเร็วๆนี้ด้วย เพื่อล้มล้างรัฐบาลชุดใหม่ เพราะไม่มีประสิทธิภาพในการบริหารประเทศในขณะนี้ได้

‘เพื่อไทย’ลั่นแตกหัก!ล็อบบี้ส.ส.โดดประชุมสภาฯยันตั้งเวทีสับรัฐบาล

ที่มา ประชาทรรศน์

‘เพื่อไทย’ ประกาศกร้าว! ล็อบบี้ส.ส.นับร้อยโดดประชุมสภาฯยกก๊วน ยันคว่ำบาตรไม่ฟังรัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ป้ายสี ‘พรรคสะตอ’ ปล้นประชาธิปไตย ยันตั้งเวทีลานพระบรมรูปฯอภิปรายนอกสภา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (29 ธ.ค.) ส.ส.พรรคเพื่อไทยได้รวมตัวกันที่ทำการพรรคเพื่อไทย ถนนพระราม 4 เพื่อรอดูท่าทีและสถานการณ์การชชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงที่ปิดล้อมรัฐสภา โดยมีแกนนำพรรคเข้าร่วมประเมิน เช่น นายวิทยา บูรณศิริ ส.ส.พระนครศรีอยุธยา , นายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พร้อมด้วย ส.ส.สมาชิกพรรรคส่วนใหญ่

นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ในส่วนของพรรคเพื่อไทยในวันนี้ เชื่อว่าจะมี ส.ส.ประมาณ 100 คนไม่เข้าร่วมฟังการแถลงนโยบายของรัฐบาล เดิมที่จะมีกลุ่ม ส.ส.ของพรรคที่แจ้งความประสงค์จะไม่เข้าร่วมประชุมสภาจำนวน 30-40 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็น ส.ส ในเขตพื้นที่เหนือและอีสาน เนื่องจาก ส.ส ในพรรครับไม่ได้กับพฤติกรรมการปล้นประชาธิปไตยของรัฐบาลชุดนี้ ประชาชนที่เลือก ส.ส เข้ามาก็ไม่เห็นด้วยและมีการกำชับ ส.ส ในพื้นที่ว่าอย่าเข้าร่วมการประชุม ซึ่งเรื่องนี้เป็นสิทธิของ ส.ส อยู่แล้วที่จะเข้าร่วมหรือไม่เข้าร่วมฟังการแถลงนโยบายก็ได้ ทั้งนี้จะมีการตั้งเวทีอภิปรายนอกรัฐสภาที่ลานพระบรมรูปทรงม้าในวันนี้ด้วยหากว่ากลุ่ม ส.ส ไม่สามารถอภิปรายในรัฐสภาได้

“รัฐบาลชุดนี้อยากทำหน้าที่กันมาก หลายๆคนทำหน้าที่ไปก่อนหน้าที่จะมีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ทั้งที่รัฐบาลชุดนี้มีขึ้นได้ก็เพราะหน้าด้านไปขโมยเสียง ส.ส.” นายสุรพงษ์ กล่าวโจมตี

สื่อมวลชนสภาให้ 'ม็อบมีเส้น'เป็นวาทะแห่งปี

ที่มา ประชาทรรศน์

ตามธรรมเนียมปฏิบัติของทุกปี ที่สื่อมวลชนประจำรัฐสภา ได้ร่วมกันระดมความเห็นในการตั้งฉายาผู้ที่ทำหน้าที่ในฝ่ายนิติบัญญัติ เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงบุคลิก และการทำงานของ ฝ่ายนิติบัญญัติ ในรอบปี 2551 ที่ผ่านมา สื่อมวลชนประจำรัฐสภา เล็งเห็นว่าผู้ที่ทำหน้าที่นี้มีความสำคัญ ต่อการเปลี่ยนผ่านการเมืองของประเทศ จึงอาศัยเทศกาลปีใหม่นี้ ตั้งฉายาให้ฝ่ายนิติบัญญัติ ตามผลงานที่ปรากฏออกมา ในมุมมองของสื่อมวลชน

สื่อมวลชนประจำรัฐสภา ขอยืนยันว่า ในการตั้งฉายาทุกครั้งได้ใช้เหตุผล ความบริสุทธิ์ใจ และอารมณ์ขันโดยพยายามหลีกเลี่ยงการใช้อคติ ปราศจากการแทรกแซง หรือตกเป็นเครื่องมือของใครคนใดคนหนึ่ง เพราะตระหนักดีว่า ผู้ที่ได้รับฉายา อาจมีทั้งที่ถูกใจ หรือไม่ถูกใจ ทั้งนี้ฉายาที่ตั้งขึ้นได้รับความเห็นชอบจากเสียงส่วนใหญ่ของสื่อมวลชนประจำรัฐสภา โดยผลการพิจารณามีดังต่อไปนี้

1.เหตุการณ์เด่นแห่งปี ได้แก่ เหตุการณ์นองเลือด 7 ตุลาคม 2551

เมื่อกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ปิดล้อมรัฐสภาในวันแถลงนโยบายของรัฐบาล นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี จนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องใช้แก๊สน้ำตาเข้าสลายการรชุมนุม ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิต ขณะที่ นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี และสมาชิกรัฐสภา ต้องปืนกำแพงหนีตาย กันอย่างโกลาหล

นอกจากนี้ในรอบปี 2551 ยังมีเหตุการณ์ที่ต้องถูกบันทึกไว้ในประวัติการเมืองไทย เมื่อเกิดกับความผันผวนอย่างหนักหน่วงทำให้นายกรัฐมนตรีต้องหลุดจากเก้าอี้ ด้วยคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญ ติดต่อกันถึง 2 คน ส่งผลให้ส.ส.ต้องลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี ในปี เดียวกันถึง 3 คน เริ่มตั้งแต่ นายสมัคร สุนทรเวช นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และ นายอภิสิทธิ์เวชชาชีวะ

2.วาทะแห่งปี คือ “ม๊อบมีเส้น”

เป็นวิวาทะอันดุเดือดว่าด้วยกรณีกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยบุกยึดทำเนียบรัฐบาล โดย พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รมว.มหาดไทย ตอบกระทู้ของฝ่ายค้านแทน นายกรัฐมนตรี ด้วยอารมณ์ว่า “ทุกคนก็ทราบดีว่าม็อบนี้เป็นม็อบมีเส้น หากเป็นม็อบธรรมดาเรื่องจบไปนานแล้ว” ทำให้หลังจากนั้นเป็นต้นมาคำว่า “ม็อบมีเส้น” กลายเป็นข้ออ้างที่ฝ่ายรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคพลังประชาชนนำมาใช้ในการโจมตีกลุ่มพันธมิตรฯ

3.ฉายา “สภาผู้แทนราษฎร” คือ “ค่ายกลนอมินิ”

เป็นการสะท้อนภาพของสภาผู้แทนราษฎร ในยุคที่กลุ่มก๊วนการเมืองที่เคยมีอิทธิพลและครองอำนาจมาหลายปีถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง จนต้องส่งคนใกล้ชิดและคนในครอบครัวมาเป็นทายาททางการเมือง และใช้ตัวแทนเหล่านี้เข้ามาต่อสู้เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตนเอง ครอบครัวและพวกพ้อง รวมทั้งพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อปลดล็อคพันธนาการทางการเมืองของผู้ชักใยอยู่เบื้องหลัง เปรียบเสมือนค่ายกลของอดีตนักการเมืองที่เคยทรงอำนาจ ใช้สภาผู้แทนราษฎรเป็นสมรภูมิ แทนกลุ่มของตัวเองที่หมดสิทธิทางการเมือง

4.ฉายาวุฒิสภา คือ “2ก๊กพกมีดสั้น”

เป็นการฉายภาพให้เห็นถึงความไม่ลงตัวและความไม่เป็นเอกภาพของสภาสูง ที่มีที่มาแตกต่างกัน คือส่วนหนึ่งมาจากสรรหา และส่วนหนึ่งมาจากการเลือกตั้ง จนกลายเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่ในการตรวจสอบ ถ่วงดุล ฝ่ายบริหารตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ขณะเดียวกันมีการแบ่งขั้วและขัดขากันเองอย่างชัดเจนในหลายกรณีโดยเฉพาะความขัดแย้งในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ โดยทั้งฝ่ายส.ว.สรรหาและส.ว.เลือกตั้ง พยายามรื้อระบบที่มาการเข้าสู่อำนาจของอีกฝ่ายหนึ่ง และทำลายล้างซึ่งกันและกันอย่างต่อเนื่อง

5.ฉายาประธานวุฒิสภา คือ “ทั่นเปา...เป่าปี่”

เป็นฉายาฉันทามติที่มอบให้ นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา เนื่องจากภายใต้ความคาดหวังว่าอดีตผู้พิพากษาอาวุโสท่านนี้เข้าสู่สภาสูงแล้ว จะสามารถนำพาองค์กรลูกผสมแห่งนี้ให้ปฏิบัติภารกิจบรรลุเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ทั้งยังถูกคาดหมายจากสังคมว่าจะเป็นคนกลางในการคลี่คลายความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสังคม แต่สุดท้ายทั่นเปาประสพสุข กลับสร้างความผิดหวัง เพราะนอกจากจะไม่สามารถเป็นเสาหลักได้แล้ว ยังมีท่าทีวางเฉยต่อวิกฤตการณ์ ประดุจดังอาการของคนนั่งเป่าปี่อย่างสบายอารมณ์

6.ฉายาประธานสภาฯ คือ “ประธานลูกอุ้ม”

เป็นฉายาของนาย ชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา วัย 80 ปีที่เกือบจะหลุดจากวงโคจรของการเมืองไทย แต่กลับได้ดิบได้ดี เมื่อมีอภิชาตบุตร อย่างนายเนวิน ชิดชอบ แม้จะถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี และได้ส่งผู้เป็นพ่อ เข้ามาเป็นทายาททางการเมือง เพื่อคุมกระบวนการทุกอย่างของฝ่ายนิติบัญญัติ

7.ฉายาผู้นำฝ่ายค้าน คือ เทพประทาน

เป็นฉายาของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรในช่วงปีที่ผ่านมา โดยเบื้องหลังของนายอภิสิทธิ์ นับตั้งแต่ก้าวย่างขึ้นสู่ตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรค พยายามผลักดันทุกวิถีทางทั้งเกมในสภาและการกดดันนอกสภาเพื่อให้นายอภิสิทธิ์ ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี ที่เด่นชัดที่สุดคือเมื่อนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกฯถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่งนายกฯ ในระหว่างที่พรรคพลังประชาชนยังไม่เคลียร์ว่าจะส่งใครเป็นนายกฯแทนนายสมัคร และพรรคร่วมรัฐบาลบอยคอตไม่เข้าร่วมประชุมสภาวันเลือกนายกฯ ปรากฎว่านายสุเทพ ได้อาศัยความเก๋าเกมในสภา กลับลำพาส.ส.ฝ่ายค้านเดินเข้าห้องประชุมสภา เสนอนายอภิสิทธิ์ เป็นนายกฯ ซึ่งแม้คราวนั้น เทพยังไม่ประทานโอกาสให้นายอภิสิทธิ์ แต่ในที่สุด เทพ ก็อาศัยความจัดเจนทางการเมืองและคอนเนคชั่นขั้นสุดยอด ดึงนายทุนนักธุรกิจและทหาร หนุนหลัง กดดันพรรคร่วมรัฐบาลเดิมให้เปลี่ยนขั้วมาสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ ระหว่างที่พรรคเพื่อไทยยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะเสนอใครแทนนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ในที่สุดฝันของนายอภิสิทธิ์ เป็นจริง ด้วยฝีมือชั้นเทพ ดังนั้นเส้นทางของอภิสิทธ์ จากผู้นำฝ่ายค้าน สู่ เก้าอี้นายก จึงเป็นเทพประทานแท้ ๆ

8.ดาวเด่น คือ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา

นับได้ว่าการปฏิบัติหน้าที่ของนายเรืองไกร ที่อาศัยช่องทางของกฎหมาย ตามรัฐธรรมนูญ ในการตรวจสอบถ่วงดุลฝ่ายบริหาร จนในที่สุดสามารถสร้างประวัติอีกหน้าหนึ่งของการเมืองไทย ด้วยการโค่นเก้าอี้นายกรัฐมนตรี ของนายสมัคร สุนทรเวช ได้เป็นผลสำเร็จ จนได้รับการขนานนามว่า “แจ็คผู้ฆ่ายักษ์” จากกรณีรับจ็อบจัดรายการ “ชิมไปบ่นไป” จนเป็นที่ขยาดของนักการเมืองทั้งสภา

9.ดาวดับ คือ นายยงยุทธ ติยะไพรัช

ต้องยอมรับว่าหลังจากที่พรรคไทยรักไทยถูกยุบ ชื่อชั้นของนายยงยุทธ ขึ้นมาผงาดเป็นแกนนำพรรคพลังประชาชน จนได้รับการยอมรับว่าเป็นสายตรง ของนายใหญ่ ประกอบสามารถนำพรรคพลังประชาชนครองเสียงข้างมากในสภาหลังการยึดอำนาจของ คมช.จนได้รับการปูนบำเหน็จเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อควบคุมกลไกฝ่ายนิติบัญญัติ แต่สุดท้ายต้องตกเก้าอี้กลางครัน จากคดีทุจริตซื้อเสียงเลือกตั้ง เป็นเหตุให้พรรคพลังประชาชนถูกยุบ และถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี

10.คนดีศรีสภา คือ นายมณเฑียร บุญตัน ส.ว.สรรหา

ถือว่าเป็นส.ว.สรรหา ตัวแทนของผู้พิการทางทั้งประเทศ แม้จะมีความพิการทางสายตา แต่ก็ได้พยายามทำงานด้วยความมุ่งมั่น ผลักดันและเสนอกฎหมายเพื่อปกป้องสิทธิประโยชน์ของผู้ด้อยโอกาสในสังคม เข้าร่วมประชุมสภาด้วยความสม่ำเสมอ ถือเป็นแบบอย่างที่นักการเมืองไทยยพึงปฏิบัติ ให้สมกับสถานะ การเป็นผู้แทนของปวงชนชาวไทย

พลันประดาบ ก็เลือดเดือด ยามแดงเดือด เดือนก็ดับ

ที่มา Thaifreenews

โดย : rungsira ดูภาพให้ชัดคลิ้กที่นี่


"เสื้อแดง"เต็มหน้าสภาล้อมทุกจุด จอดรถขวางทางส.ส.เข้า

ที่มา มติชนออนไลน์

สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุมปิดล้อมอาคารรัฐสภา ของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง เมื่อเวลาประมาณ 06.30 น. วันที่ 29 ธ.ค. ภายหลังจากที่เมื่อเวลาประมาณ 23.30 น. วันที่ 28 ธ.ค. กลุ่มผู้ชุมนุมได้เเคลื่อนขบวนมาจากสนามหลวงโดยมีการถือธงชาติ ตามกันมา และตรวจสอบแล้วพบว่า ปราศจากอาวุธ ไม่เข้มข้นเหมือนกลุ่มพันธมิตรฯ และเป็นไปแบบสบายๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ดูแล พร้อมมีการโบกมือทักทาย ว่า ขณะนี้โดยรอยรัฐสภาเต็มไปด้วยมวลชนเสื้อแดง ที่ปักหลักชุมนุมจนหางแถวก็ยาวไปถึงลานพระบรมรูปทรงม้า พร้อมกันนี้ได้มีการปิดถนนโดยรอบรัฐสภาทั้ง 4 ด้าน เปิดให้เข้าทางถนนลานพระบรมรูปฯ ทางเดียว ซึ่งเวลาเช้าก็ยังมีกลุ่มผู้ชุมชนยังนอนพักผ่อน บางส่วนก็นั่งฟังการปราศรัยบนเวทีจากแกนนำ ซึ่งปลุกผู้ชุมนุมให้มีการฮึกเหิม และโจมตีรัฐบาล และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชี นายกรัฐมนตรี ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ขณะที่บริเวณภายในรัฐสภา ก็เต็มไปด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจจากหน่วยต่างๆ และยังไม่พบว่า มีการเดินทางของกลุ่มส.ส.พรรคประชาธิปัตยย์เข้ามายังรัฐสภาแต่อย่างใด ทั้งนี้ ประตูทางเข้ารัฐสภาของกลุ่มส.ส. จะเข้าได้ทางถนนพิชัยด้านเดียว ซึ่งกลุ่มเสื้อแดงก็ได้มีการนำรถบรรทุกและเครื่องขยายเสียงมาปิดกั้นไว้ เพื่อไม่ให้มีการนำรถยนต์เข้ามาได้ ต้องมีการเดินทางเข้ามาอย่างเดียว พร้อมกับมีการตั้งจุดตรวจต่างๆ เพื่อรักษาความปลอดภัยด้วย

ตร.ตรึงกำลังเข้มรับมือกลุ่มเสื้อแดงปิดล้อมรัฐสภา

ที่มา MCOT News (คลิ้กชมรายละเอียดได้)รัฐสภา 29 ธ.ค. - ตำรวจตรึงกำลังดูแลความปลอดภัยเข้มงวดรอบอาคารรัฐสภา หลังกลุ่มคนเสื้อแดงเคลื่อนขบวนจากสนามหลวงมาปักหลักชุมนุมบริเวณหน้ารัฐสภา เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา เพื่อคัดค้านการแถลงนโยบายของรัฐบาล เช้าวันนี้ (29 ธ.ค.). - สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-12-29 07:13:00


สนามหลวงเสื้อแดงอื้อ-คืน28ธ.ค.เคลื่อนพล

ที่มา มติชนออนไลน์

เสื้อแดงบุกสภาแล้ว - กลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดง จํานวนมากหลายหมื่นคน ที่ชุมนุมท้องสนามหลวง ได้เคลื่อนขบวนการชุมนุมไปที่หน้ารัฐสภาแล้ว เมื่อเวลา 23.30 น. คืน 28 ธ.ค.นี้ หลังจากปิดเวทีปราศรัยความจริงวันนี้ โดยสามารถผ่านด่านตำรวจที่สะพานมัฆวานฯได้ โดยไม่มีเหตุการ์ณรุนแรงใดๆ และสามารถปิดล้อมรัฐสภาไว้ทุกด้านแล้ว

เสื้อแดงปิดเวทีสนามหลวง เคลื่อนไปหน้าสภา

เวลา 23.30 น. คืนวันที่ 28 ธันวาคม กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้ปิดเวทีปราศรัย ความจริงวันนี้ ที่สนามหลวง และเคลื่อนขบวนมาทางถนนราชดำเนินกลาง ผ่านอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย สะพานผ่านฟ้า โดยมีตำรวจตั้งจุดสกัดที่บริเวณ สะพานมัฆวานฯ หลังเจรจาอยู่ครู่หนึ่ง ระหว่างแกนนำนปช. กับตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ตำรวจปราบจราจล ก็เปิดทางให้ผู้ชุมนุมเสื้อแดงเคลื่อนขบวนไปที่หน้ารัฐสภาได้ โดยไม่มีเหตุการณ์รุนแรง

การจัดรูปขบวน มีธงชาตินำหน้า ตามมาด้วยขบวนรถจักรยานยนต์ และกลุ่มผู้ชุมนุม เคลื่อนไปตาม ถนนราชดำเนินนอก แกนนำทั้ง นายวีระ มุสิกพงศ์ นายจักรภพ เพ็ญแข และนายจตุพร พรหมพันธุ์​ ต่างผลัดเปลี่ยนกันขึ้นรถปราศรัยเคลื่อนที่โจมตีรัฐบาล และเป็นที่น่าสังเกตว่า ถนนราชดำเนินนอก ซึ่งเป็นเส้นทางที่กลุ่มคนเสื้อแดงเคลื่อนขบวนผ่าน ไม่มีตำรวจคอยตั้งจุดสกัดแต่อย่างใด

ส่วนบริเวณหน้ารัฐสภา มีกำลังตำรวจนครบาลเตรียมพร้อมรักษาความสงบเรียบร้อย นอกจากนี้ ยังมีการนำรถห้องขังและรถดับเพลิงมาเตรียมพร้อมไว้ภายในรัฐสภาด้วย

ปิดล้อมสภาได้ทุกด้าน บอกเปิดทางให้ส.ส.เข้าสภาได้

เวลา 00.30 น. กลางดึกวันที่ 29 ธันวาคม กลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงได้เดินมาถึงหน้ารัฐสภา ได้ปิดถนนอู่ทองใน รวมถึงถนนราชวิถี บริเวณด้านข้างรัฐสภา (บริเวณแยกพิชัย) ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำแผงเหล็กมากั้น และมีรถขังผู้ต้องหาจำนวน 3 คัน จอดกีดขวาง โดยมีตำรวจวางแนวป้องกันอยู่ประมาณ 300-400 นาย พร้อมด้วยโล่ และมีชุดตำรวจปราบจราจลเสริมเป็นแนวกั้นอีกชั้นหนึ่ง โดยรักษาประตูทางเข้ารัฐสภา รวมถึงแยกการเรือน เพื่อไม่ให้ผู้ชุมนุมเข้ามาปิดกั้นได้ ทั้งนี้ นายจตุพร พรหมพันธ์ แกนนำ ยืนยันว่า จะให้ส.ส.เข้าประชุมสภาได้ แต่หากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ กล้าจริงก็เข้ามาได้ทุกเมื่อ

เวลา 01.00 น. แกนนำกลุ่ม นปช. ได้นำรถ 6 ล้อ พร้อมเจรจากับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ตั้งด่านกั้นอยู่หน้าประตูด้านข้างสภา โดยนายจตุพร พรหมพันธ์ บอกว่า ขอให้ตำรวจเปิดทางให้ผู้ชุมนุม เพราะมาโดยสงบและยืนยันว่า จะต้องเข้ามาให้เต็ม ถ.ราชวิถี และจะยอมให้ส.ส.เข้าประชุมเพื่อร่วมแถลงนโยบายรัฐบาล โดยให้เวลาตำรวจ 10 นาทีในการถอนกำลัง และนำรถขนผู้ต้องหาที่จอดขวางออกจากพื้นที่ ในที่สุดเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยอมเปิดทางให้ผู้ชุมนุมเคลื่อนตัวมาปิดบริเวณประตูด้านข้างของสภา พร้อมนำรถ 6 ล้อ ปราศรัยมาจอดขวางประตูด้านข้างสภา ถือได้ว่า ขณะนี้ กลุ่มคนเสื้อแดงได้ปิดล้อมรัฐสภาไว้ทุกด้านแล้ว

"เสื้อแดง"บุกกลางดึก เคลื่อนพลล้อมรัฐสภาทุกด้าน ไร้ตร.สกัด พร้อมเปิดทางให้ส.ส.เข้าประชุมได้ถ้ากล้า

ที่มา มติชนออนไลน์

เสื้อแดงปิดเวทีสนามหลวง เคลื่อนไปหน้าสภา ปิดล้อมสภาได้ทุกด้านแล้ว บอกเปิดทางให้ส.ส.เข้าสภาได้ถ้ากล้าเข้ามา "จตุพร" ยันชุมนุม3วันเป้ายุบสภา นับหมื่นร่วม-ล่ารายชื่อถอด "จรัญ" ตร. สุ่มค้นอาวุธไม่ตั้งกำแพงสกัด "อดิศร" ย้ำม็อบไม่ปิดรัฐสภา "เฉลิม"เย้ยปชป.ไม่หนีไปตั้งหลัก เชื่อ"รบ.อภิสิทธิ์" โดดกำแพงรุ่น2

เสื้อแดงปิดเวทีสนามหลวง เคลื่อนไปหน้าสภา

เวลา 23.30 น. คืนวันที่ 28 ธันวาคม กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้ปิดเวทีปราศรัย ความจริงวันนี้ ที่สนามหลวง และเคลื่อนขบวนมาทางถนนราชดำเนินกลาง ผ่านอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย สะพานผ่านฟ้า โดยมีตำรวจตั้งจุดสกัดที่บริเวณ สะพานมัฆวานฯ หลังเจรจาอยู่ครู่หนึ่ง ระหว่างแกนนำนปช. กับตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ตำรวจปราบจราจล ก็เปิดทางให้ผู้ชุมนุมเสื้อแดงเคลื่อนขบวนไปที่หน้ารัฐสภาได้ โดยไม่มีเหตุการณ์รุนแรง

การจัดรูปขบวน มีธงชาตินำหน้า ตามมาด้วยขบวนรถจักรยานยนต์ และกลุ่มผู้ชุมนุม เคลื่อนไปตาม ถนนราชดำเนินนอก แกนนำทั้ง นายวีระ มุสิกพงศ์ นายจักรภพ เพ็ญแข และนายจตุพร พรหมพันธุ์​ ต่างผลัดเปลี่ยนกันขึ้นรถปราศรัยเคลื่อนที่โจมตีรัฐบาล และเป็นที่น่าสังเกตว่า ถนนราชดำเนินนอก ซึ่งเป็นเส้นทางที่กลุ่มคนเสื้อแดงเคลื่อนขบวนผ่าน ไม่มีตำรวจคอยตั้งจุดสกัดแต่อย่างใด

ส่วนบริเวณหน้ารัฐสภา มีกำลังตำรวจนครบาลเตรียมพร้อมรักษาความสงบเรียบร้อย นอกจากนี้ ยังมีการนำรถห้องขังและรถดับเพลิงมาเตรียมพร้อมไว้ภายในรัฐสภาด้วย

ปิดล้อมสภาได้ทุกด้าน บอกเปิดทางให้ส.ส.เข้าสภาได้

เวลา 00.30 น. กลางดึกวันที่ 29 ธันวาคม กลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงได้เดินมาถึงหน้ารัฐสภา ได้ปิดถนนอู่ทองใน รวมถึงถนนราชวิถี บริเวณด้านข้างรัฐสภา (บริเวณแยกพิชัย) ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำแผงเหล็กมากั้น และมีรถขังผู้ต้องหาจำนวน 3 คัน จอดกีดขวาง โดยมีตำรวจวางแนวป้องกันอยู่ประมาณ 300-400 นาย พร้อมด้วยโล่ และมีชุดตำรวจปราบจราจลเสริมเป็นแนวกั้นอีกชั้นหนึ่ง โดยรักษาประตูทางเข้ารัฐสภา รวมถึงแยกการเรือน เพื่อไม่ให้ผู้ชุมนุมเข้ามาปิดกั้นได้ ทั้งนี้ นายจตุพร พรหมพันธ์ แกนนำ ยืนยันว่า จะให้ส.ส.เข้าประชุมสภาได้ แต่หากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ กล้าจริงก็เข้ามาได้ทุกเมื่อ

เวลา 01.00 น. แกนนำกลุ่ม นปช. ได้นำรถ 6 ล้อ พร้อมเจรจากับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ตั้งด่านกั้นอยู่หน้าประตูด้านข้างสภา โดยนายจตุพร พรหมพันธ์ บอกว่า ขอให้ตำรวจเปิดทางให้ผู้ชุมนุม เพราะมาโดยสงบและยืนยันว่า จะต้องเข้ามาให้เต็ม ถ.ราชวิถี และจะยอมให้ส.ส.เข้าประชุมเพื่อร่วมแถลงนโยบายรัฐบาล โดยให้เวลาตำรวจ 10 นาทีในการถอนกำลัง และนำรถขนผู้ต้องหาที่จอดขวางออกจากพื้นที่ ในที่สุดเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยอมเปิดทางให้ผู้ชุมนุมเคลื่อนตัวมาปิดบริเวณประตูด้านข้างของสภา พร้อมนำรถ 6 ล้อ ปราศรัยมาจอดขวางประตูด้านข้างสภา ถือได้ว่า ขณะนี้ กลุ่มคนเสื้อแดงได้ปิดล้อมรัฐสภาไว้ทุกด้านแล้ว

ดีเดย์บุกหน้าสภาคืน28ธ.ค.

เวลา 20.00 น. วันที่ 28 ธันวาคม นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย แกนนำ กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวหลังเวทีว่า จะปิดรายการความจริงวันนี้สัญจรในเวลา 23.00 น.เพื่อเคลื่อนขบวนไปชุมนุมที่หน้ารัฐสภา โดยเน้นย้ำกับผู้ชุมนุมอย่างเคร่งครัด 3 ข้อ คือ 1. ชุมนุมโดยสันติ 2. ไม่ทำลายทรัพย์สินของทางราชการ และ 3. ให้ระมัดระวังมือที่สามยั่วยุให้เกิดความรุนแรง โดยจะชุมนุมจนถึงเวลาเปิดประชุมสภา นอกจากนี้ยังมีพระสงฆ์ 1,000 รูปจากทั่วประเทศเข้าร่วมด้วย สำหรับการเคลื่อนขบวนได้ประสานงานกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล และสน.ท้องที่ให้ช่วยอำนวยความสะดวกดูแลความปลอดภัยร่วมกับการ์ดอาสาและนักรบพระเจ้าตาก โดยยืนยันว่าจะไม่ขัดขวางการเข้าประชุมสภา โดยจะให้กลุ่มผู้ชุมนุมยกมือไหว้พรรคประชาธิปัตย์ให้ช่วยคืนอำนาจแก่ประชาชนโดยยุบสภาและจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่โดยเร็ว

เวลา 21.45 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังตำรวจทราบว่า กลุ่มผู้ชุมนุมสื้อแดงจะเคลื่อนมาชุมหน้ารัฐสภา ได้มีการจัดวางกำลัง 4 จุด บริเวณ แยกการเรือน แยกถนนอู่ทองใน แยกพิชัย และแยกราชวิถี ขณะที่ทางบนเวทีผู้ชุมนุมเสื้ออแดงฝั่งสวนสัตว์เขาดินประกาศให้ผู้ชุมนุมที่นำรถมาให้นำรถย้ายออกจากบริเวณใกล้เคียงเพื่อความปลอดภัย

เวลา 22.30 น. กลุ่มคนเสื้อแดงบางส่วนประมาณ 400 คน เริ่มทยอยจากสนามหลวงมาถึงบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า โดยรถยนต์ส่วนตัวและรถจักรยานยนต์ เพื่อมาสมทบกับผู้ชุมนุมที่หน้ารัฐสภา โดยมีกำลังตำรวจ 1 กองร้อย คอยดูแลความเรียบร้อย พร้อมตั้งจุดเจรจากับผู้ชุมนุม 3 จุด ที่แยกสะพานผ่านฟ้า สะพานมัฆวานฯ และแยกสวนมิสกวัน

เสื้อแดงครึ่งพันชุมนุมหน้าสภา

ก่อนหน้านี้ กลุ่มชุมนุมคนเสื้อแดงและกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นับหมื่นทยอยปักหลักบริเวณสนามหลวงและบางส่วนไปชุมนุมหน้ารัฐสภาเพื่อชุมนุมขับไล่รัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และเรียกร้องให้ยุบสภารวมทั้งต่อต้านการแถลงนโยบายของรัฐบาลที่จะมีขึ้นในวันที่ 29 ธันวาคม ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงาน เวลา 08.00 น. วันที่ 28 ธันวาคม มีกลุ่มประชาชนใส่เสื้อสีแดงมาร่วมชุมนุมกับกลุ่ม นปช. ประมาณ 500 คน มีการใช้แผงเหล็กทำการปิดถนนอู่ทองใน ตั้งแต่หน้ารัฐสภาจนถึงทางโค้งบริเวณพระที่นั่งอนันตสมาคม ซึ่งมีการ์ด นปช.ตรวจค้นสัมภาระผู้ร่วมชุมนุมป้องกันการพกอาวุธเข้าไปในพื้นที่หน้ารัฐสภา ขณะที่บนเวทีมีการกล่าวปราศรัยโจมตีกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) และรัฐบาลนายอภิสิทธิ์อย่างรุนแรง

เวลา 10.30 น. เกิดเหตุการ์ดของกลุ่ม นปช.ทะเลาะกันเอง เมื่อผู้สื่อข่าวจะเข้าไปทำข่าว กลับถูกการ์ด นปช.สกัดไว้ไม่ให้การทำข่าวและถ่ายภาพ ผู้สื่อข่าวจึงเดินออกมายืนตามจุดต่างๆ แต่การ์ด นปช.ซึ่งถือไม้อยู่ได้เดินตาม ผู้สื่อข่าวจึงเดินหลบเข้าไปในรัฐสภาและถอดป้ายชื่อออกเพื่อความปลอดภัย แต่ก็มีบุคคลแอบใช้หนังสติ๊กกระสุนหัวน็อตยิงเข้าไปในรัฐสภา ตำรวจจึงเก็บหัวน็อตไว้เป็นหลักฐาน

ขณะที่ภายในรัฐสภา มีตำรวจประมาณ 2 กองร้อย เข้าไปรักษาความปลอดภัยและนำป้ายคัทเอ๊าต์ขนาดใหญ่ มีข้อความ อาทิ "ชุมนุมโดยสงบ เคารพกฎหมาย ไม่เกิดความวุ่นวาย แยกย้ายโดยสันติ" "ชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ ตามวิถีประชาธิปไตย ในกรอบของกฎหมาย ช่วยกันป้องกันผู้ไม่หวังดีต่อชาติŽ เป็นต้น ไปติดตั้งหน้ารัฐสภา และเวลา 17.30 น. ได้มีการเพิ่มกำลังตำรวจทั้งจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล หน่วยปฏิบัติการพิเศษ 191 ตำรวจตระเวนชายแดน รวม 24 กองร้อย คอยดูแลตรวจตราเต็มพื้นที่รัฐสภา

สนามหลวงอื้อ-29ธ.ค.เคลื่อนพล

ส่วนที่บริเวณท้องสนามหลวง เวลา 15.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่ม นปช. มีผู้ชุมนุมเสื้อแดงจํานวนหลายพันคนเดินทางมาร่วมคึกคัก บนเวทีปราศรัยเริ่มมีแกนนํา นปช.หลายคนทยอยมาถึง อาทิ นายวีระ มุสิกพงศ์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตโฆษกประจำสำนักนายกฯ พร้อมกับประกาศบนเวทีว่าการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงวันนี้จะชุมนุมแบบยืดเยื้อ โดยจะปักหลักชุมนุมที่สนามหลวงตลอดทั้งคืน ก่อนจะเคลื่อนขบวนไปชุมนุมที่หน้ารัฐสภา วันที่ 29 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะแถลงนโยบายต่อสภา

ทั้งนี้ สําหรับเวทีปราศรัยของกลุ่ม นปช.ตั้งหันหน้าไปทางวัดพระแก้ว ระบุว่าความจริงวันนี้สัญจรครั้งที่ 4 ภายใต้หัวข้อ "ความจริงวันนี้ ความจริงประเทศไทย ไม่ไว้วางใจอภิสิทธิ์" และนอกจากนี้ยังเตรียมรถบรรทุกปราศรัยเคลื่อนที่ไว้อีกหลายคัน และบริเวณพื้นที่การชุมนุมยังมีการตั้งโต๊ะเปิดรับสมาชิกรับส่งเอสเอ็มเอส เกี่ยวกับเรื่องการเมือง และความเคลื่อนไหวของ นปช.และความเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตร โดยส่งผ่านระบบมือถือ หรือพีเพิล นิวส์ มีผู้ชุมนุมจํานวนมากให้ความสนใจ ซึ่งผู้สมัครจะเสียค่าใช้จ่ายเองตามค่าบริการของผู้ให้บริการโทรศัพท์ตามปกติ

ส่วนบรรยากาศรอบสนามหลวง ยังมีการตั้งเต๊นท์หลายหลังเพื่อจำหน่ายของที่ระลึก อาทิ ตีนตบ เสื้อแดง หมวกแดง และผ้าโพกแดง ซึ่งได้รับความสนใจจํานวนมาก และยังมีกลุ่มคนขับแท็กซี่ที่รับส่งผู้โดยสารบริเวณสนามบินสุวรรณภูมิถือป้ายผ้าขนาดใหญ่ ซึ่งมีข้อความโจมตีการปิดสนามบินของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

"จตุพร" ยันชุมนุม3วันเป้ายุบสภา

ต่อมา นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า การชุมนุมจะเริ่มปราศรัยเวลา 16.30 น. มี นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ นายวีระ มุสิกพงศ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และจบที่ตน ประเด็นส่วนใหญ่จะพูดถึงเส้นทางการเงินของบริษัท ทีพีไอโพลีน จำกัด ที่มีจ่ายงบประชาสัมพันธ์ให้กับบริษัทแห่งหนึ่งทำประชาสัมพันธ์ให้กับพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งประเด็นนี้จะมีผลทำให้ถึงกับยุบพรรค โดยจะมีสลิปการจ่ายเงิน ตัวละครอย่างละเอียด และยังมีการพูดถึงการหนีทหารของนายอภิสิทธิ์ มีเอกสารประกอบอย่างชัดเจน

นายจตุพรกล่าวว่า ในส่วนของนายนพดล จะปราศรัยถึงนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ที่ให้สัมภาษณ์ถึงการชุมนุมของพันธมิตรที่ปิดสนามบิน ส่วนนายวีระ จะพูดถึงความเสียหายของพรรคประชาธิปัตย์ในอดีตที่เข้ามาบริหารประเทศ สำหรับการเคลื่อนขบวนไปชุมนุมต่อที่รัฐสภานั้น จะมีความชัดเจนในเวลา 20.00 น. และยืนยันจะชุมนุมกันอย่างสงบ แม้จะไปชุมนุมที่หน้ารัฐสภา ก็จะไม่มีการตัดน้ำตัดไฟ หรือนำโซ่ไปคล้องประตูเข้าออกรัฐสภา แกนนำจะควบคุมไม่ให้เกิดความรุนแรงแน่นอน ถ้าหากไม่มีคนปลอมตัวมาใส่เสื้อแดงแล้วก่อเหตุ ซึ่งการชุมนุมของ นปช.จะสิ้นสุดภายใน 3 วันนี้ หลังเทศกาลปีใหม่ค่อยว่ากันอีกครั้ง ทั้งนี้มีเป้าหมายให้นายอภิสิทธิ์ยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชน

อุบไต๋ทักษิณโฟนอินให้รอดู

ผู้สื่อข่าวถามว่าคืนนี้จะมีการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายจตุพรยิ้มก่อนตอบว่า โดยปกติแล้วแกนนำ นปช.และอดีตนายกฯติดต่อพูดคุยตลอดเวลา ซึ่งจะมีการโฟนอินสดบนเวทีปราศรัยเหมือนเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา แต่จะถือเป็นประเพณีปฏิบัติหรือไม่ก็คงต้องรอฟัง เมื่อถามว่าเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา กลุ่มพันธมิตร ได้ฉลองที่เมืองทองธานี นายจตุพรกล่าวว่า การจัดงานของกลุ่มพันธมิตรทำไปบนความเสียหายของประเทศ มีการลำเลิกบุญคุณ และการที่นายอภิสิทธิ์ขึ้นมาเป็นรัฐบาล ก็เป็นเพราะพันธมิตร

เวลา 15.10 น. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ขึ้นเปิดเวทีปราศรัย ระบุว่า มวลชนกลุ่มคนเสื้อแดงที่จะมาร่วมท้องสนามหลวงและหน้ารัฐสภา ต่างถูกสกัดจากกระทรวงมหาดไทย กองทัพ และตำรวจ ที่ต้องการอุ้มพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งนี้รถยนต์ที่จะนำคนจากจันทบุรีมาร่วมชุมนุมก็ถูกสกัดด้วยตะปูเรือใบที่จังหวัดชลบุรี

ม็อบ 2

นับหมื่นร่วม-ล่ารายชื่อถอด "จรัญ"

เวลา 17.00 น. ยังคงมีประชาชนมาร่วมชุมนุมอย่างคึกคักนับหมื่นคน ทำให้สภาพการจราจรโดยรอบตั้งแต่ ถนนราชดำเนินกลาง ต่อเนื่องถนนหน้าพระลาน และถนนหน้าพระธาตุติดขัด เนื่องจากผู้ชุมนุมบางส่วนนำรถยนต์ส่วนตัวมาจอดรอบสนามหลวง ส่วนภายในท้องสนามหลวง พ.ต.ท.เอกรัตน์ เปาอินทร์ รอง ผกก.สน.ชนะสงคราม พร้อมกำลังจำนวนหนึ่งนำสุนัขตำรวจมาตรวจความเรียบร้อย และแจกจ่ายใบปลิววิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการชุมนุมโดยสงบไม่ขัดต่อฎหมายมาติดแจ้งเตือนทั่วบริเวณชุมนุม

ขณะที่ทางแกนนำผู้ชุมนุมนำรูปปั้นจตุคามรามเทพและสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชมาตั้งให้ผู้ร่วมชุมนุมได้สักการะเพื่อเป็นสิริมงคล และตั้งโต๊ะล่ารายชื่อถอดถอนนายจรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และขอแก้กฎหมายไม่ให้นำเงินภาษีสุรายาสูบไปอุดหนุนสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสปีละ 2,000 ล้านบาท และล่ารายชื่อยื่นฟ้องกลุ่มแกนนำพันธมิตรฐานเป็นผู้ก่อการร้ายต่อสหประชาชาติ หรือยูเอ็น

"อดิศร" ย้ำม็อบไม่ปิดล้อมรัฐสภา

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า รูปแบบการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงครั้งนี้ ไม่แตกต่างจากรูปแบบการจัดตั้งมวลชนของกลุ่มพันธมิตร นอกจากมีเวทีการปราศรัยแล้ว ยังมีการตั้งเต๊นท์พยาบาล มีการนำกล่องบรรจุน้ำเกลือหลายรังมาเตรียมพร้อม หากมีการใช้แก๊สน้ำตาสลายชุมนุม มีเต๊นท์การ์ดรักษาความปลอดภัย และเต๊นท์เสบียงแจกจ่ายอาหารและน้ำดื่มให้กับผู้ชุมนุม

เวลา 17.30 น. นายอดิศร เพียงเกษ อดีต ส.ส.พรรคไทยรักไทย ขึ้นกล่าวปราศรัยบนเวทีท่ามกลางผู้เข้าร่วมชุมนุมเพิ่มขึ้นเป็น 12,000 คน จนเต็มท้องสนามหลวงฝั่งสะพานพระปิ่นเกล้า โดยโจมตีการกระทำการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงการประชุม ส.ส.เพื่อแถลงนโยบายในวันที่ 29-30 ธันวาคม ว่าจะไปสังเกตการณ์ด้วยความสงบไม่คุกคาม ไม่ปิดล้อมรัฐสภา แต่ถ้าหากมีจำนวนกลุ่มผู้ชุมนุมไปจำนวนมากก็ช่วยไม่ได้ ถ้าหากจะนั่งบังประตูเข้าออกบ้าง แต่ยืนยันว่าจะไม่ปิดล้อม

ตร.รับมือเข้ม-ใช้กล้องมัดทำผิด

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้ากลุ่มคนเสื้อแดงจะรวมตัวชุมนุมหน้ารัฐสภาและสนามหลวง ที่ห้องประชุมปารุสกวัน 1 กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เวลา 10.50 น. วันเดียวกัน พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น.ในฐานะรองโฆษก บช.น.แถลงผลการประชุมประเมินสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่ม นปช. ซึ่งมี พล.ต.ต.พงษ์สันต์ เจียมอ่อน รอง ผบช.น. เป็นประธานร่วมกับรอง ผบช.น, ผบก.น.1-9, ผบก.ตปพ. และ ผบก.จร. ว่า ตำรวจเตรียมพร้อมไว้อย่างดี นำกำลังพลซุ่มซ้อมรูปขบวนตามยุทธวิธีต่างๆ ที่จะใช้ควบคุมผู้ชุมนุมให้เกิดความสงบ หลีกเลี่ยงการปะทะไม่ให้เกิดความรุนแรง

"อย่างครั้งนี้ที่น่าเป็นห่วงฝากเตือนกลุ่มผู้ชุมนุมว่าการเอาถุงดำไปครอบปิดกล้องวงจรปิดรัฐสภา เมื่อวานเจ้าหน้าที่รัฐสภาให้เอาออก เมื่อเช้าไปตรวจใหม่มีการเอาถุงดำไปครอบใหม่อีกแล้ว เป็นพฤติกรรมที่ทำให้เห็นว่ามีเจตนาอะไรไม่ดี กลัวจะมีหลักฐาน ครั้งนี้จะมีการบันทึกภาพเสียงหลายกล้อง ไม่ว่าจะเป็นกล้องของ กทม.และตำรวจจัดมืออาชีพในการบันทึกภาพ ใครทำอะไร ที่ไหน อย่างไร ทุกขั้นตอนจะมีหลักฐานทั้งหมด และจะนำไปสู่การขออนุมัติจับกุมออกหมายจับมาดำเนินคดี แต่ถ้าจับได้ก็จะดำเนินการทันทีเพราะเป็นความผิดซึ่งหน้า"

แจกใบปลิว4หมื่นแผ่นเตือน

พล.ต.ต.อำนวยกล่าวว่า บช.น.จะจัดเอกสารแผ่นปลิวประมาณ 40,000 แผ่น แจกผู้ชุมนุมพร้อมทั้งให้สื่อประชาสัมพันธ์ ขอให้ชุมนุมในกรอบ หากเกิดอะไรนอกกรอบผู้จัดการชุมนุมต้องสลายการชุมนุมกันเอง ตำรวจจะเตือนเป็นระยะๆ บอกว่าขณะนี้ไม่สงบแล้ว ผู้ที่นำคนมาต้องสลายการชุมนุมเองคือยุติการชุมนุม ไม่เช่นนั้นจะมีความผิด และหากเลยเถิดถึงขนาดใช้กำลังประทุษร้าย ล้มล้างการชุมนุม ก็แปลว่าปิดล้อมไม่ให้เข้าประชุม คือล้มการประชุม ซึ่งเป็นการประชุมตามรัฐธรรมนูญมาตรา 176 บัญญัติให้รัฐบาลที่จะเข้าบริหารราชการแผ่นดินได้นั้น ต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภาก่อน ก็หนีไม่พ้นข้อหากบฏ ต้องขออนุมัติหมายจับและตำรวจใช้มาตรฐานเดียวกัน

พล.ต.ต.อำนวยกล่าวอีกว่า การรักษาความสงบเรียบร้อยมีกำลังทั้งสิ้น 24 กองร้อย รวมทั้งจะมีเครื่องวอล์คทรู (เครื่องตรวจอาวุธและวัตถุระเบิด) ไปตรวจอาวุธด้วย ผู้ชุมนุมจะต้องเดินผ่านเครื่องวอล์คทรูเข้าไปทางลานพระบรมรูปทรงม้า (ลานพระราชวังดุสิต) ทั้งหมด ส่วนด้านถนนราชวิถีไม่เปิดให้เข้า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับแผ่นปลิว 40,000 แผ่น ตำรวจนำไปปิดที่บริเวณสนามหลวง หน้ารัฐสภา ตลอดจนแยกอู่ทองใน รวมทั้งแจกให้กับกลุ่มผู้ชุมนุม เรื่องชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ ตามวิถีประชาธิปไตย ในกรอบของกฎหมาย ช่วยกันป้องกันผู้ไม่หวังดีต่อชาติ เนื้อหาระบุว่า การชุมนุมโดยสงบ และปราศจากอาวุธ เป็นสิทธิเสรีภาพตามกฎหมายรัฐธรรมนูญที่ประชาชนชาวไทยพึงกระทำได้โดยชอบ แต่ต้องอยู่ในกรอบของกฎหมายที่ไม่ละเมิดกฎหมายและสิทธิของผู้อื่น

สุ่มค้นอาวุธไม่ตั้งกำแพงสกัด

เวลา 16.00 น. พล.ต.ต.พงษ์สันต์ ในฐานะผู้ช่วย ผบ.เหตุการณ์รับผิดชอบฝ่ายปฏิบัติการ ประชุมร่วมกับ รอง ผบช.น. ผู้แทน บก.น.1-9 บก.ตปพ. บก.จร. คอมมานโด กองปราบปราม บช.ภ.1,2,7 และ บช.ตชด. เพื่อประเมินสถานการณ์การชุมนุม นปช.อีกครั้งใช้เวลา 2 ชั่วโมง จากนั้นแถลงว่า ผู้ร่วมชุมนุมทยอยมายังท้องสนามหลวงประมาณ 20,000 คน มีตำรวจคอยดูแล 1 กองร้อย ซึ่งคิดว่าเพียงพอ แต่ก็มีผู้ชุมนุมบางส่วนอยู่หน้ารัฐสภาประมาณ 300-400 คน จากการข่าวกลุ่มผู้ชุมนุมอาจเคลื่อนขบวนจากสนามหลวงมาหน้ารัฐสภาในคืนนี้ ตามเส้นทางถนนราชดำเนิน ตำรวจจะมีจุดสังเกตการณ์รวม 6 จุด รวมทั้งผู้ต้องสงสัยที่อาจจะพกพาอาวุธเข้ามา

"ทั้งนี้ ตำรวจจะไม่ใช้วอร์คทรู แต่จะใช้เป็นแฮนสแกน คือ ตรวจจากการแต่งกายหรือวัตถุที่ถือแทน จะไม่ให้นำท่อนเหล็กแป๊บ หนังสติ๊กเข้าไป อะไรที่เป็นอาวุธตำรวจสามารถจับได้ รวมทั้งระหว่างทางในการเคลื่อนมาที่รัฐสภา คงไม่มีแนวกำแพงกั้น เพราะไม่มีประโยชน์ และขณะนี้มีโล่ประจำกายอย่างเดียว"

ส่วนการวางกำลังป้องกันเหตุบริเวณสถานที่สำคัญรอบกรุงเทพฯอย่างไร พล.ต.ต.พงษ์สันต์กล่าวว่า มีการวางกำลังตามจุดสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นทำเนียบรัฐบาล พื้นที่ บช.น. และเน้นสถานที่ราชการ เพิ่มความเข้มตรวจเป็นพิเศษอยู่แล้ว

อดีตผู้สมัครส.ส.ชุมพรไม่เกี่ยวเสื้อแดง

วันเดียวกัน นายสมชาย คุณวุฒิ อายุ 52 ปี ผอ.โรงเรียนบ้านใหม่สมบูรณ์ ต.สลุย อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร อดีตผู้สมัคร ส.ส.ชุมพร ปี 2548-49 พรรคไทยรักไทย (ทรท.) เปิดเผยว่า ตามที่ นสพ.มติชน เสนอข่าวม็อบเสื้อแดงเตรียมเข้ากรุงเทพฯ เพื่อปิดล้อมรัฐสภาในวันที่ 29 ธันวาคมโดยอ้างแหล่งข่าวว่า ศูนย์ปฏิบัติการกระทรวงมหาดไทย (ศปก.มท.) รายงานว่า ตนเป็นแกนนำม็อบเสื้อแดงใน จ.ชุมพร ขึ้นไปสมทบกับม็อบเสื้อแดงที่กรุงเทพฯ นั้น ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ข่าวดังกล่าวทำให้ตนได้รับความเสียหายมาก เพราะหลังลงสมัคร ส.ส.ชุมพรเมื่อปี 2548-49 แล้ว ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับการเมืองอีกเลย และได้กลับเข้ารับราชการเป็น ผอ.ร.ร.บ้านใหม่สมบูรณ์ และขณะนี้เป็นข้าราชการอาจถูกเพ่งเล็งจากผู้บังคับบัญชา เนื่องจากมีวินัยข้าราชการควบคุมอยู่ จึงขอความเป็นธรรมและอยากถามไปยัง ศปก.มท.ว่า ไปนำข้อมูลมาจากไหน การให้ข่าวแบบนี้เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

วิปรบ.ยังไม่หารือ"ย้าย-เลื่อน"

ขณะที่ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล หรือวิปรัฐบาล กล่าวว่า เชื่อว่าการประชุมสภาในวันที่ 29-30 ธันวาคมจะสามารถแถลงนโยบายได้ โดยขณะนี้ยังไม่ได้พูดถึงเรื่องเลื่อนการประชุมหรือย้ายสถานที่แต่อย่างใด ส่วนที่ส.ส.พรรคเพื่อไทยกว่า 40 คนระบุว่าจะไม่เข้าประชุมนั้น ไม่น่าจะมีผล แต่อยากขอร้องให้มาเข้าประชุมมากกว่า เพราะประชาชนอยากเห็น ส.ส.ใช้สภาเป็นที่แก้ปัญหาบ้านเมือง และพรรคเพื่อไทยเองก็เป็นคนเรียกร้องมาตลอดว่า มีอะไรให้ไปพูดกันในสภา

พท.ขู่รบ.ทำร้ายเสื้อแดงช่วยตอบโต้

ทางด้าน นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.พะเยา พรรคเพื่อไทย (พท.) เปิดเผยภายหลังการประชุมพรรค พท. ว่าหารือร่วมกันระหว่าง ส.ส.ภาคเหนือและภาคอีสานทั้งหมดแล้วว่า ในวันแถลงนโยบายของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่รัฐสภา ในวันที่ 29-30 ธันวาคม พวกตนจะทำหน้าที่ตามปกติ แต่ภายนอกรัฐสภา เป็นเรื่องของกลุ่มม็อบเสื้อแดง และหากว่ารัฐบาลกระทำการใด ๆ ที่เป็นการทำร้ายประชาชนกลุ่มนี้ พวกตนจะไม่ยอมเด็ดขาด

"ส.ส.ในพรรคทั้งภาคเหนือและอีสานจะกลับเข้าพื้นที่ระดมพลกลุ่มคนเสื้อแดงอีสาน-ล้านนา ชุมนุมประท้วงและยึดสถานที่ราชการ ดังเช่นที่ม็อบพันธมิตรกระทำเหมือนที่ผ่านมาทันที ไม่มีการเกรงใจใดๆ อีกต่อไป ในส่วนของทหารที่แสดงความเป็นกลางมาตลอด ก็หวังว่า จะยึดมั่นในความเป็นกลางต่อไป อย่าได้แสดงพฤติกรรมเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นอันขาด" นายวิสุทธิ์กล่าว

เชื่อ"รบ.อภิสิทธิ์" โดดกำแพงรุ่น2

ขณะที่ พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ ส.ส.นครราชสีมา นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย แถลงภายหลังการประชุม ส.ส.พรรค เพื่อเตรียมการอภิปรายนโยบายรัฐบาล โดยนายสุรพงษ์กล่าวต่อว่า รัฐบาลนี้อยากเก็บเกี่ยวประสบการณ์ แบบเดียวกับวันที่ 7 ตุลาคม วันแถลงนโยบายรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ที่พวกตนกระโดดหนีข้ามกำแพง เชื่อว่ากลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงก็จะสนองให้ นายอภิสิทธิ์ จะเป็นรัฐบาลกระโดดกำแพงรุ่นสอง ในส่วนตำรวจ สน.ดุสิต ระวังพฤติกรรมจะโดนข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 เพราะก่อนหน้าที่ได้ไปยื่นหลักฐานแจ้งความกับนายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

พ.ต.ท.สมชายกล่าวว่า ที่แปลกไปคือตำรวจก่อนหน้านี้ไม่ได้คิดทำอะไร แต่พอคนเสื้อแดงจะมาฟังการแถลงนโยบาย ตำรวจกลับขยันขันแข็ง ซ้อมเตรียมรับมือโดยเฉพาะซ้อมเตรียมการนำนายอภิสิทธิ์ ออกจากรัฐสภา หากปิดล้อม ขอเรียกร้อง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ดูแลผู้ชุมนุมเสื้อแดงเหมือนกับดูแลกลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตร และอย่านำตำรวจเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง วางตัวให้เป็นตำรวจที่คอยปกปักรักษาประชาชน ส่วนทหารต้องมีวินัย อย่ากระสันนายสนับสนุนรัฐบาล

"เฉลิม"เย้ยปชป.ไม่หนีไปตั้งหลัก

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า มีรายงานว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ทำใบปลิว 4 หมื่นแผ่น แจกทั่วกรุงเทพฯ และในอีกหลายจังหวัด โดยระบุว่าการชุมนุมขัดขวางการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาของรัฐบาล จะโดนข้อหากบฏ จึงขอเตือนว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการข่มขู่ประชาชน และต้องยอมรับว่าตอนนี้มีตำรวจบางคนที่เปลี่ยนสีเร็ว การชุมนุมครั้งนี้จะถือเป็นยกที่ 1 ที่รัฐบาลจะต้องเจอ

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวกรณีนายกรัฐมนตรีระบุอาจจะเลื่อนวันแถลงนโยบายออกไปหากสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงรุนแรง ว่า ไม่คิดว่าจะมีอะไรรุนแรง ที่มีคนมาประท้วงเป็นเพราะเรื่องการได้ตำแหน่งและตั้งรัฐบาลมาแบบไม่สง่างาม เพราะตอนเลือกตั้งได้คะแนนนิดเดียว จึงเชื่อว่าจะไม่มีปัญหาอะไร โดยจะเข้ารัฐสภาแต่เช้าวันที่ 29 ธันวาคม จะไม่ทำเหมือนนายอภิสิทธิ์ที่หนีไปตั้งหลักที่พรรค

ม็อบ 5

"น้องเนวิน"ชี้ม็อบแผ่วเหลือ1ใน 5

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ประธานคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย น้องชายนายเนวิน ชิดชอบ กล่าวว่า เท่าที่ประเมินคาดว่าบริเวณหน้ารัฐสภาในวันที่ 29 ธันวาคม น่าจะมีประมาณหมื่นคน หากถามว่ามากหรือไม่ต้องไปดูกลุ่มเสื้อแดงที่ชุมนุมที่รัชมังคลากีฬาสถาน และสนามศุภชลาศัย ที่มีประมาณ 4-5 หมื่นคน ลดไป 1 ใน 5 แสดงว่าคนลดน้อยลงเรื่อยๆ แต่ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เชื่อว่าไม่เกิดความรุนแรง เพราะถ้ารุนแรงรัฐบาลเลื่อนแถลงนโยบายได้

ศูนย์ปฏิบัติการกระทรวงมหาดไทย (ศปก.มท.) รายงานความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุม ที่จะเดินทางมาร่วมชุมนุมที่หน้ารัฐสภา ในวันที่ 29 ธันวาคมว่า ในหลายจังหวัดในภาคเหนือและภาคอีสานประชาชนได้เริ่มออกจากพื้นที่แล้ว และที่ จ.อุดรธานี พ.ต.ท.สุรทิน พิมานเมฆินทร์ ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ชวนประชาชนผ่านทางวิทยุชุมุชนคนรักดร เอฟเอ็ม 97.50 ให้ไปร่วมที่กรุงเทพฯ แต่การตรวจสอบพบว่ามีไม่มาก เนื่องจากมติของชมรมคนรักอุดรจัดเวทีต่อต้านที่สนามทุ่งศรีเมือง

ส่วนที่ จ.พิษณุโลก พบว่าแกนนำกลุ่มรักประชาธิปไตยเมืองสองแคว ได้รับการติดต่อจาก นปช.ส่วนกลาง ให้นำมวลชน 500 คน ไปร่วมที่ กทม. แต่แกนนำกลุ่มประชุมร่วมกันไปได้แค่ 200 คน ที่ จ.กาญจนบุรี นายนิวัฒน์ พรหมโชติ อดีตนายก อบต.หนองบัว และกลุ่มหัวคะแนนของ พล.ท.มะ โพธิ์งาม ส.ส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย นำมวลชน 280 คน มาร่วมผู้ชุมนุมแล้ว และนางชบา สิงหกลางพล พี่สาวนายณรงค์ศักดิ์ กอบไทย กลุ่มนปช. ที่เสียชีวิตจากการประทะกับกลุ่มพันธมิตรเมื่อวันที่ 3 กันยายน ที่ผ่านมา จะนำประชาชนจาก อ.ไทรโยค 30 คน ร่วมด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดการรายงานของ ศปก.มท. ตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคมที่ผ่านมา ไม่มีการรายงานความเคลื่อนไหวของ จ.สมุทรปราการ และในพื้นที่ภาคใต้แต่อย่างใด

เสื้อแดงเมืองจันท์โวยถูกสกัด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ที่ จ.นครราชสีมา กลุ่มโคราชรักษ์ประชาธิปไตย ประมาณ 20 คน มาร่วมชุมนุมที่กรุงเทพฯ เป็นเวลา 3 วัน ที่ จ.จันทบุรี กลุ่มเสื้อแดงจันทบุรี 200 คน นำโดยนายสำเริง ประจำเรือ ส.อบจ.เขต 1 อ.เมืองจันทบุรี รวมตัวขึ้นรถบัสใหญ่ 2 ชั้น จำนวน 3 คัน ซึ่งมีตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบได้ทำการบันทึกภาพและจดทะเบียนรถยนต์ไว้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังรถบัสจำนวน 3 คัน ออกจาก อ.เมือง และระหว่างที่วิ่งบนเส้นทางถนน 344 (ถนนสายบ้านบึง-แกลง) นายวินัย นิ่มนวล คนสนิทของนายสำเริงได้แจ้งให้ทราบว่าตำรวจ อ.แถลง ได้ตั้งด่านและให้ทั้ง 3 คันหยุดจอดพร้อมกับขอตรวจค้นอาวุธและสิ่งกฎหมายภายในรถอย่างละเอียด และไม่พบสิ่งของต้องสงสัยใดๆ ก่อนจะปล่อยให้เดินทางต่อไป

กระทั่งเวลา 13.45 น. ที่บนถนนเส้นเดียวกัน ตรงจุดบ้านเนินโมก อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี พบรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า ยาริส สีขาวไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ได้ขับแซงหน้าขบวนรถกลุ่มเสื้อแดง ก่อนโยนตะปูเรือใบเต็มพื้นถนน ทำให้รถบัสทั้ง 3 คันยางแตก ต้องเสียเวลาเปลี่ยนอะไหล่ยางกันร่วมชั่วโมง

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุบลราชธานี กลุ่มชักธงรบประมาณ 200 คน ตั้งเวทีปราศรัยโจมตีรัฐบาล บริเวณลานจอดรถตลาดสดเทศบาล 5 บ้านดู่ ต.ในเมือง อ.เมือง พร้อมมวลชนได้นำป้ายผ้าเขียนข้อความโจมตีไม่ต้อนรับนายอภิสิทธิ์ รวมทั้งโจมตีนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำกลุ่มเพื่อนเนวิน เป็นคนทรยศต่อชาวอีสาน

เสื้อแดงเคลื่อนยึดหน้าสภาวันนี้ ยัน3วันสลายตัว

ที่มา ไทยรัฐ

จากกรณีที่กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. จะระดมพลมาชุมนุม ที่หน้ารัฐสภา และคาดการณ์กันว่าจะมีการปิดล้อมรัฐสภาด้วยนั้น เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ประธานคณะทำงาน รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การชุมนุม ของกลุ่มเสื้อแดงว่า สำหรับกระทรวงมหาดไทย ทางปลัดกระทรวงได้สั่งการไปถึงผู้ว่าฯทั่วประเทศแล้ว ให้ติดตาม สถานการณ์พร้อมชี้แจงกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่ยังไม่เข้าใจให้ รับทราบ แต่ไม่มีการสกัดกั้นกลุ่มผู้ชุมนุมแต่อย่างใด และเท่าที่ประเมินคาดว่าบริเวณหน้ารัฐสภาในวันที่ 29 ธ.ค.นี้น่าจะมีประมาณ 1 หมื่นคน หากถามว่ามากหรือไม่ ก็ต้องไปดูจำนวนกลุ่มเสื้อแดงที่ชุมนุมที่ราชมังคลาฯ และสนามศุภชลาศัย ที่มีประมาณ 4-5 หมื่นคน ก็ถือว่าลด ไป 1 ใน 5 แสดงว่าคนก็ลดน้อยลงเรื่อยๆเหมือนกัน อย่างไรก็ตาม ก็ยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แต่เชื่อว่าจะไม่เกิดความรุนแรงขึ้นแน่นอน เพราะหากจะรุนแรงเพราะการที่รัฐบาลจะแถลงนโยบาย ก็เลื่อนออก ไปได้ เพราะยังมีเวลาตามกฎหมายที่ต้องแถลงนโยบายภายใน 15 วัน ส่วนกรณีที่กลุ่มคนรักอุดรของนายขวัญชัย ไพรพนา ประกาศจะไม่มาร่วมชุมนุมนั้น ก็เป็นการตัดสินใจของเขาเอง ไม่ใช่ว่านายเนวิน ชิดชอบ หรือใครไปล็อบบี้ เพราะตอนนี้นายเนวินไม่ได้เจอกับใครทั้งนั้น

ผบ.ทร.ไม่กังวลม็อบเสื้อแดง

พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ ให้ สัมภาษณ์ถึงการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช.ที่จะรวมตัวกันที่สนามหลวง และจะเคลื่อนขบวนมาปิดล้อมรัฐสภาเพื่อขัดขวางการแถลงนโยบายของรัฐบาล ว่าไม่รู้สึกกังวลใจ และเชื่อว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะไม่สร้างความวุ่นวาย เนื่องจากได้ประกาศเจตนารมณ์แล้วว่าจะชุมนุมโดยสงบ มองว่าไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็มีความพร้อมในการเข้าดูแลสถานการณ์อยู่แล้ว เมื่อถามว่าทหารจะเข้ามาดูแลความเรียบร้อยอย่างไรบ้าง พล.ร.อ. กำธรตอบว่า ในส่วนฝ่ายทหารก็พร้อมให้การสนับสนุนกำลังพล ในฐานะผู้ช่วยเจ้าพนักงานหากมีการร้องขอมาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้สั่งการให้หน่วยสารวัตรทหารเรือ และกองร้อยรักษาความสงบ เตรียมพร้อมและติดตามสถานการณ์การชุมนุมอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง

ทหารเตรียมแผนอาร์มทองรับม็อบ

ทางด้าน พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า การเตรียมพร้อมของกองทัพบก คงใช้แผนเดิมคือ อาร์มทองเบื้องต้นกำลังทั้งหมดให้อยู่ในที่ตั้ง เตรียมความพร้อมและเฝ้าติดตามสถานการณ์ ซึ่งลำดับการปฏิบัติก็จะเป็นไปตามความเร่งด่วน ทั้งนี้ คงต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้ดูแลเพราะมีหน้าที่โดยตรง และหากประสงค์จะได้กำลังเสริมทางทหารจึงจะออกไป อย่างไรก็ตาม จากการประเมินสถานการณ์คิดว่าทางตำรวจน่าจะดูแลการชุมนุมได้ เพราะพื้นที่รัฐสภาเป็นพื้นที่ที่มีจำกัด กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจก็มีเพียงพอ ประกอบกับกลุ่มผู้ชุมนุมได้ประกาศออกมาแล้วว่าจะไม่ปิดล้อมจนถึงขั้นรัฐบาลเข้าสภาไม่ได้ เป็นเพียงการแสดงพลังให้เห็นของกลุ่มคนที่มีความคิดที่แตกต่าง ผบ.ทบ.มีความเป็นห่วงสถานการณ์ในช่วงนี้ กลัวจะลุกลามรอยต่อวันหยุดยาวในช่วงเทศกาลปีใหม่ ได้กำชับให้หน่วยงานในพื้นที่ให้ดูแลความเรียบร้อยรวมถึงสถานที่ตั้งที่สำคัญๆอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันการก่อเหตุและการสร้างสถานการณ์จากผู้ที่ไม่ประสงค์ดี

โวย ผบ.ตร.ดูแลเสื้อแดงเท่าเสื้อเหลือง

พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ ส.ส.นครราชสีมากล่าวว่า เชื่อว่าจะชุมนุมอย่างสงบไม่กระทำพฤติกรรมเหมือนเสื้อเหลือง แต่ที่แปลกไปคือเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อนหน้านี้ไม่ได้คิดทำอะไร แต่พอคนเสื้อแดงจะมาฟังการแถลงนโยบาย ตำรวจกลับขยันขันแข็ง ซ้อมเตรียมการรับมือกับกลุ่มผู้ชุมนุม โดยเฉพาะซ้อมเตรียมการนำนายอภิสิทธิ์ ออกจากรัฐสภา จึงขอเรียกร้อง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. ดูแลผู้ชุมนุมเสื้อแดงเหมือนกับดูแลกลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรฯ และอย่านำตำรวจเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมืองวางตัวให้เป็นตำรวจที่คอยปกปักรักษาประชาชน ส่วนทหารต้องมีวินัย อย่ากระสันเลียนายสนับสนุนรัฐบาล และขอให้ตำรวจที่กำลังกระทำพฤติกรรมที่เป็นการกีดกัน หรือสกัดประชาชนที่จะเดินทางเข้ามาร่วมฟังกันแถลงนโยบาย อำนวยความสะดวกให้ประชาชนเดินทางได้อย่างปลอดภัย ไม่มีการตั้งด่านตรวจบัตรประชาชน

โวย ตร.แจกใบปลิวขู่เสื้อแดง

ด้านนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ทำใบปลิว 40,000 แผ่นแจกทั่วกรุงเทพฯและในอีกหลายจังหวัด โดยระบุว่าการชุมนุมขัดขวางการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาของรัฐบาลจะโดนข้อหากบฏนั้น ขอเตือนว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการข่มขู่ประชาชน และต้องยอมรับว่าตอนนี้มีตำรวจบางคนที่เปลี่ยนสีเร็วมาก บางคนเอี้ยวตัวเร็วจนตอนนี้ยังไม่หายหลังยอกเลยด้วยซ้ำ ทั้งนี้ ขอชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจว่าการชุมนุมของ นปช.เป็นการชุมนุมโดยปราศจากอาวุธ สามารถทำได้ ต้องการที่แสดงออกให้เห็นว่ารัฐบาลนั้นมาโดยมิชอบ เป็นการปล้นมาและรัฐบาลก็รับของโจร ดังนั้น ประชาชนที่เป็นเจ้าของทรัพย์ต้องการที่จะมาทวงทรัพย์สินคืน ขอให้ประชาชนไม่ต้องหวั่นกลัวต่อคำข่มขู่เพราะประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้เลือกรัฐบาลนี้เข้ามา และขอเรียกร้องให้นายกฯและพรรคประชาธิปัตย์รีบคืนอำนาจให้กับประชาชนโดยการยุบสภาโดยเร็ว อย่างไรก็ตาม มีผู้ประเมินว่าจะมีผู้มาร่วมชุมนุมประมาณ 1 แสนคน และการชุมนุมครั้งนี้จะถือเป็นยกที่ 1 ที่รัฐบาลจะต้องเจอ

จตุพรยันชุมนุมแค่ 3 วัน

ด้านการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่สนามหลวง ภายใต้ หัวข้อว่า ความจริงวันนี้ ความจริงประเทศไทย ไม่ไว้ วางใจอภิสิทธิ์เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. มีกลุ่มคนเสื้อแดงทยอยเข้ามายังบริเวณสนามหลวง และมาคึกคักตั้งแต่ช่วงบ่ายโมงเป็นต้นมา ซึ่งมีกลุ่มเสื้อแดงใช้รถกระบะติดเครื่องขยายเสียง ปรับเป็นเวทีปราศรัยกล่าวโจมตีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และทหารที่หนุนหลังในการจัดตั้งรัฐบาล เรียกความสนใจผู้มาชุมนุมกันก่อนจะมีการปราศรัยใหญ่ในช่วงเย็น ซึ่งต่อมานายจตุพร พรหมพันธ์ แกนนำ นปช. และผู้ดำเนินรายการความจริงวันนี้ กล่าวยืนยันว่าทางกลุ่มจะชุมนุมกันอย่างสงบไม่ให้ มีความรุนแรงเกิดขึ้น หากไม่มีคนปลอมตัวมาใส่เสื้อแดงแล้วก่อเหตุ ซึ่งการชุมนุมของ นปช.จะสิ้นสุดภายใน 3 วัน หลังเทศกาลปีใหม่ค่อยว่ากันอีกครั้ง โดยการชุมนุมมีเป้าหมายให้นายอภิสิทธิ์ยุบสภาฯ คืนอำนาจให้ประชาชน

ปูดถูกสกัดหนักไม่ให้เข้ากรุง

จากนั้น เวลา 15.00 น. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ หนึ่งในแกนนำ นปช.และผู้ดำเนินรายการความจริงวันนี้ ได้ขึ้นเปิดเวทีปราศรัย ระบุว่ามวลชนคนเสื้อแดงที่จะเดินทางมาร่วมชุมนุมที่ท้องสนามหลวงและหน้ารัฐสภา ต่างถูกสกัดจากกระทรวงมหาดไทย กองทัพ และตำรวจ ที่ต้องการอุ้มพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งนี้ รถยนต์ที่จะนำคนจากจันทบุรีมาร่วมชุมนุมก็ถูกสกัดด้วยตะปูเรือใบในเขตจังหวัดชลบุรี ดังนั้นผู้ร่วมชุมนุมปักหลักชุมนุมต่อไป

คนเสื้อแดงโคราชร่วมชุมนุม

ขณะที่ จ.นครราชสีมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มคนเสื้อแดงราว 20 คน มารวมตัวที่ลานจอดรถภายในวัดสะแก ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา เพื่อขึ้นรถตู้ไปสมทบกับกลุ่มคนเสื้อแดงใน กทม. โดย น.ส.อรชพร อิงครัตน์อังกูร แกนนำกลุ่มคนโคราชรักษ์ประชาธิปไตย กล่าวว่า การตัดสินใจเดินทางไปร่วมสมทบกับกลุ่ม นปช.ที่รัฐสภาในครั้งนี้ เพื่อต้องการแสดงพลังของประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับการที่พรรคประชาธิปัตย์ ปล้นเอา ส.ส.ของพรรคพลังประชาชน ไปเป็นพวกของตัวเอง แล้วเอาตำแหน่งรัฐมนตรีและผลประโยชน์เป็นเหยื่อล่อ ทำทุกอย่างเพื่อให้มีอำนาจ วิธีการเหล่านี้ถือเป็นสิ่งที่ไม่เป็นไปตามครรลองระบอบประชาธิปไตยที่เดินทางไปครั้งนี้ ทางกลุ่มไม่ได้ อยากให้เกิดความรุนแรง หรือสร้างความบอบช้ำให้กับประเทศชาติขึ้นไปอีก แต่อยากจะไปกดดันให้รัฐบาลชุดนี้รู้ถึงความผิดของตนเอง และให้สำนึกด้วยการยุบสภาแล้วเลือกตั้งใหม่ คืนอำนาจให้กับประชาชน และมาสู้ กันบนสนามเลือกตั้ง ดูว่าประชาชนส่วนใหญ่จะเลือกใครเข้ามาบริหารประเทศ สู้กันแบบประชาธิปไตยดีกว่า ไม่ใช่มาปล้นเอา ส.ส.ที่ประชาชนส่วนใหญ่เลือกไปเป็นพวกเพื่อเป็นบันไดให้ตนเองได้ตำแหน่งมาครอง โดยมีทหารและพันธมิตรฯ รวมทั้งมือที่มองไม่เห็นเป็นผู้คอยบงการอยู่เบื้องหลัง ขอยืนยันว่าการเดินทางไปครั้งนี้ไม่ได้มีการจ้างวาน ทุกคนไปด้วยใจ และจะอยู่ร่วมต่อสู้กับเพื่อนพ้องน้องพี่ที่กรุงเทพฯ เป็นเวลา 3 วัน

เล็งข้อหากบฏปรามม็อบแดง

ด้านการรับมือม็อบของตำรวจ วันเดียวกัน ที่บช.น. พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. แถลงข่าวถึงมาตรการดูแลผู้ชุมนุมแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ (นปช.) ว่า ทาง บช.น.ได้ทำหนังสือประกาศเตือนให้ชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ ตามหลักวิถีทางประชาธิปไตย ในกรอบของกฎหมาย และต้องช่วยกันป้องกันไม่ให้เกิดความวุ่นวาย ไม่ส่งเสริมสนับสนุน วิธีการยั่วยุจะนำไปสู่ความรุนแรง หากมีเหตุไม่น่าไว้ วางใจโปรดแจ้งตำรวจทันที ขณะเดียวกัน ตำรวจก็จะใช้ มาตรฐานเดียวกับที่ดูแลพันธมิตรฯ หากปิดล้อมรัฐสภาขัดขวางการแถลงของนโยบายจะเข้าข่ายกระทำผิดข้อหากบฏ จะออกหมายจับทันที

ยกขบวนไปปักหลักหน้ารัฐสภา

จากนั้นในช่วงค่ำ การชุมนุมของกลุ่ม นปช.และมวลชนคนเสื้อแดงยิ่งคึกคักขึ้น เมื่อแกนนำ นปช.และพิธีกรรายการความจริงวันนี้ ทั้งนายจตุพร พรหมพันธุ์ นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท รวมถึงอดีตสมาชิกพรรคไทยรักไทย และพลังประชาชน อาทิ นายจักรภพ เพ็ญแข นายนพดล ปัทมะ ฯลฯ ทยอยขึ้นเวทีปราศรัยกล่าวโจมตีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อย่างดุเดือด ว่าไม่เหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และ ปชป.คงไม่ได้เป็นรัฐบาลหากไม่มีกลุ่มทุนไปซื้อนักการเมือง ไม่มีกองทัพแทรกแซง ส่วนนายกษิต ภิรมย์ ได้เป็นรัฐมนตรีเพราะกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พร้อมกันนี้ ผู้ปราศรัยยังระบุด้วยว่า ได้ส่งคนเสื้อแดงนับพันล่วงหน้าไปปักหลักที่หน้ารัฐสภาแล้ว เพื่อกรุยทางให้คนเสื้อแดงจากสนามหลวงเดินทางไปสมทบในเวลา 23.00 น. ไปแล้ว หลังปิดเวทีความจริงวันนี้ โดยคนเสื้อแดงจะไปปักหลักชุมนุมจนกว่าจะมีการเปิดประชุมสภา แล้วจะมีพระสงฆ์จากทั่วประเทศประมาณ 1,000 รูป เข้าร่วมการชุมนุมด้วย ทั้งนี้ ยืนยันว่าจะไม่ปิดล้อมสภาฯ แต่จะยกมือไหว้ขอร้องให้พรรคประชาธิปัตย์คืนอำนาจให้ประชาชน ด้วยการประกาศยุบสภาฯ จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่

ขนาดยังตั้งหลักไม่ได้

ที่มา ไทยรัฐ

ยายเนียมยังช่วยไม่ได้

และก็เป็น เทพเทือกนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่โดนม็อบเสื้อแดงดักล้อมกรอบระหว่างแวบไปปฏิบัติภารกิจส่วนตัวที่จังหวัดอุบลราชธานี

ต้องเผ่นหนีกันน้ำบาน

ถือเป็นคนแรกของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ที่เจอดี ประเดิมรายการเหยียบถิ่นอีสาน

ที่แน่ๆมันคือการ เผาหัวสัญญาณนำร่องรายการนัดชุมนุมใหญ่ของม็อบ นปช.ในวันที่ 29-30 ธันวาคม ล้อมสภาไม่ให้รัฐบาลแถลงนโยบาย

กดดันให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ยุบสภา

แดงแท้ยังพรึบพรับ

และเป็นความร้อนแรงหลังจากที่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะน้องเขยอดีตนายกฯทักษิณ บินตรงไปจังหวัดอุดรธานี เดินสายพบปะกับกองกำลังเสื้อแดงในเครือข่ายของนายขวัญชัย ไพรพนา

รีบสกัด แดงแท้ออกจาก แดงเทียม

ผนึกกำลัง ตั้งหลักกันใหม่

และก็ถือว่า เล่นเกมเร็วได้ดี กับยุทธศาสตร์ของหัวขบวนรายการความจริงวันนี้อย่างนายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ช่วยกันหันกระบอกปืนเข้าถล่มคนทรยศ

เคลียร์ แดงปลอมออกจาก แดงแท้

โวยดักคอ กระจงหลงทางนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย ก๊วนเพื่อนเนวิน ใช้เครือข่ายมหาดไทยสั่งสกัดม็อบเสื้อแดงทุกวิถีทาง

จี้ให้ไขปริศนาคนชื่อ ดิ่งล็อบบี้แกนนำกลุ่มเสื้อแดงไปเก็บตัวที่จังหวัดอยุธยา เพื่อไม่ให้เข้าร่วมชุมนุมกับรายการความจริงวันนี้

และที่สุดก็เป็นนายสำเริง อดิษะ หรือ ดิ่ง อยุธยานายกสมาคมรถตู้โดยสารต่างจังหวัดแห่งประเทศไทย รีบออกมาปฏิเสธว่า ไม่ได้เป็นคนใกล้ชิดของนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำกลุ่มเพื่อนเนวิน อย่างที่ถูกนายจตุพรแฉแต่อย่างใด

ส่วนที่ถูกพาดพิงอาจเป็นเพราะในฐานะนายกสมาคมฯได้จับมือกับชมรมศาลาแท็กซี่มิเตอร์ บขส.หมอชิต 2 ชมรมผู้ขับรถสามล้อกรุงเทพมหานคร สมาคมผู้ขับขี่แท็กซี่สามล้อกรุงเทพฯ และกลุ่มผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้าง ประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันว่า ไม่มีแนวคิดที่จะเคลื่อนไหวทางการเมืองในช่วงนี้ เพราะบ้านเมือง กำลังมีปัญหาเศรษฐกิจ จุดนี้อาจทำให้ นปช.ไม่พอใจ

แยกกันชัดเลย ใครเป็นใคร

แต่ที่ประทับตรา แดงแท้แน่นอน นายชินวัตร หาบุญพาด นายกสมาคมพิทักษ์สิทธิประโยชน์ผู้ขับรถแท็กซี่ ออกตัวล่วงหน้า จะนำกลุ่มคนขับแท็กซี่ไปร่วมชุมนุมกับรายการความจริงวันนี้

และจะนำผู้ชุมนุมมาเป็นหมื่นคน

เพราะต้องการให้นายกฯยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชนเลือกตั้งกันใหม่ เนื่องจากที่มาของนายกฯอภิสิทธิ์เป็นการฉวยโอกาสและไม่ชอบธรรม

ขณะที่แนวร่วมสายเหนือ นางกัญญาภัค มณีจักร แกนนำกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ได้จัดสถานที่ลงทะเบียนแสดงความจำนงที่จะเดินทางมาร่วมชุมนุมที่กรุงเทพฯ พร้อมเตรียมรถบัสปรับอากาศไว้ 10 คัน

ที่แน่ๆโดยการหาข่าวของตำรวจสันติบาลที่ปกติชอบประเมิน ตัวเลขน้อยๆรายงานนาย แต่คิวนี้ พล.ต.ท.ธีระเดช รอดโพธิ์ทอง ผบช.ส. คาดว่า จะมีผู้ชุมนุม 21,000 คนเศษ

แบ่งเป็น กลุ่มคนจาก กทม. 12,000 คน กลุ่มปริมณฑลจากจังหวัดนนทบุรี สมุทรปราการ และฉะเชิงเทรา 4,000 คน กลุ่มต่างจังหวัดจากภาคเหนือ ภาคอีสานตอนบน และภาคใต้ จำนวน 7,000 คน

สองหมื่นคน ใช่ย่อยซะที่ไหน

ทั้งๆที่ยังอยู่ในช่วงที่กำลังแกว่งจากสถานการณ์แดงแท้แดงปลอม พะว้าพะวังกับเกมพ่อมดทรยศ แถมยังเข้าสู่เทศกาลปีใหม่คนสนใจฉลองมากกว่า

เอาเป็นว่า ถ้าคิดว่า นายใหญ่หมดน้ำยา

นายกฯอภิสิทธิ์ก็คงไม่แบะท่า อ่อยเหยื่อผ่านสื่อฝรั่ง

ในอนาคตมีความเป็นไปได้ที่จะมีการอภัยโทษอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร แต่ต้องเดินทางกลับเข้ามาสู่กระบวนการยุติธรรม ยอมรับโทษก่อน

ไม่กล้าประเมินต่ำก็แล้วกัน.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน