WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, January 8, 2009

การเมือง กับ ชาวบ้าน

ที่มา ประชาทรรศน์

คอลัมน์ : ภัยแผ่นดิน

โดย ชัยอารีย์


นอกเหนือจากความรู้สึกที่ผมได้รับจากเพื่อนบ้าน และพี่น้องในท้องถิ่นชนบท ต่อการจากไปของแม่ผมแล้ว...ผมพอมีเวลามองหาความเปลี่ยนแปลงของสังคมปัจจุบัน ในพื้นที่แห่งนั้น ตามที่มองเห็นและได้รับทราบจากคนในเมืองสุราษฎร์ธานี....

มีหลายอย่างครับ...ที่อยากจะบอกให้บรรดา “นักการเมือง” สายรัฐบาล ได้รับรู้ไว้ด้วยว่า พวกท่านต้อง รับผิดชอบ และเร่งแก้ปัญหาเร่งด่วน

ใช่แค่ปลุกชาวบ้านให้หลับหูหลับตากับความคิดแคบๆ เพื่อต้องการรักษาฐานมวลชน ที่ขาดความรู้ทางการเมืองแท้จริง

ต้องคำนึงถึงสิ่งที่ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงระบบประชาธิปไตย ในการปกครองบ้านเมือง เพื่อให้เกิดความสงบสุขขึ้น

ไม่ใช่แค่มองเห็น...ทางเลือกของประชาชนมีอยู่ทางเดียวคือ นักการเมืองสายประชาธิปัตย์เท่านั้น ที่เข้าใจปัญหาบ้านเมือง
แล้วปล่อยให้ปัญหาต่างๆ เกาะกินอยู่กับสังคมชาวบ้าน หาทางเอาตัวรอดกันเองก็แล้วกัน
ปรากฏการณ์ในปัจจุบันนี้...คนในสังคมบางส่วนที่นั่น หลงทางไปถึงจุดอันตรายกันแล้ว

พืชผลทางเกษตร ที่คนระดับชาวบ้านพึ่งพาอาศัยทำมาหากินกันได้...ราคาค่อนข้างสูงตกกับคนซื้อจากพ่อค้าคนกลางในตลอด

แต่พี่น้องเราผู้ลงทุนลงแรงต้นทาง จำใจขายราคาถูก...ไม่คุ้มกับค่าปุ๋ย ที่ขึ้นราคาแล้วไม่ยอมลด...หยาดเหงื่อแรงงานที่ทุ่มเทไปเท่ากับสูญเปล่า
ยางพารา...ยุคทักษิณกิโลละ 100 บาท ยุครัฐบาลท่านมาร์ค ตกต่ำลงทุกวัน
ลดต่ำสุดต่ำกว่า 30 บาท...ไม่มีท่าทีว่าจะขยับขึ้นอีก

ในขณะเดียวกัน...เยาวชนและคนวัยทำงาน ไม่มีงานทำ แต่ทุกคนอยู่อย่างรวย เป็น “เถ้าแก่” ของลูกจ้างชาวพม่ากันหมด
วิ่งหาซื้อยาบ้ามาเสพ เม็ดละ 500 บาท เข้าไปแล้ว

เช้าขึ้นมาจิบกาแฟผสม “ใบกระท่อม” พร้อมยัดหมากใส่ปาก อมไว้ด้วยยาสูบใบจาก...ตกเย็นตั้งวงสนนาภาษาการเมือง อาศัยเหล้ารินใส่ปาก นั่งยกย่องนักการเมืองอยู่นั่นแหละ แต่ทุกคนไม่เคยเห็นหัวคนที่ตนยกย่องกันมาก่อนเลยก็มี
นักการเมืองใส่ใจปัญหาชาวบ้าน ก็แค่ใช้ปากในมีดโกนผสมน้ำผึ้ง ออกข่าวปาวๆ อยู่ในกรุงเทพฯ โน่น

นั่นคือ...ความเป็นจริงส่วนหนึ่งในสังคมชาวบ้าน ที่ทำตัวเป็นผู้เจริญปัญญาทางการเมือง และย่ำเท้าอยู่กับที่ ด้วยปัญหาที่สร้างสมกันมา จนกลายเป็นวัฒนธรรมเอาอย่าง ถ่ายสายเลือดไปสู่ลูกหลาน

นักการเมืองก็ได้แต่นั่งยิ้มแย้มด้วยความภาคภูมิใจในวิถีชีวิตของพ่อแม่พี่น้อง ที่ตกเป็นทาสความคิดของเขาอย่างยั่งยืนได้จนบัดนี้
ความคิดแบบนี้ ไม่รู้ว่านักการเมืองหน้าโง่ หรือพี่น้องเราชอบพฤติกรรมโง่ๆ ของนักการเมืองแบบนั้น
แต่สิ่งที่สะท้อนให้เห็นก็คือ...คนที่นั่นสนใจการเมือง มากกว่าความเดือดร้อนที่เกิดกับชีวิตประจำวัน
คนในท้องถิ่นที่นั่น นับวันแต่จะต้องอาศัยแรงงานพม่า...อาศัยรายได้ที่พม่าได้มาจากการว่าจ้าง มาอุดหนุนคนไทย

ราคายางพารา...ปาล์มน้ำมัน ตกต่ำลงไปเรื่อยๆ พม่าขาดรายได้จาก “เถ้าแก่” เมื่อไหร่ คนไทยอาจจะอดตาย เพราะไม่มีทางทำมาหากินอย่างอื่นก็ได้

ชาวสวนยางพารา ชาวสวนปาล์มน้ำมัน อยู่ได้ก็เพราะแรงงานพม่า...พม่าหนีกลับบ้านมันเมื่อไหร่ “เถ้าแก่” ระดับชาวบ้าน ระดับนายทุน มีหวัง...อดตายกันเกลี้ยง!!

แตกต่างกับพี่น้องชาวอีสาน ที่ไปใช้แรงงานทางภาคใต้ ส่วนใหญ่เขามีความอดทนสูง...ใช้แรงงานแลกกับเงิน เพื่อนำมาเกสริมสร้างคุณภาพชีวิต มุ่งมั่นในด้านการศึกษา เรียนรู้หารายได้เพื่อนำไปสู่สิ่งที่ดีกว่า
จากชีวิตลูกจ้าง มาเป็นเจ้าของกิจการ...เป็นผู้บริหารไปในที่สุด
ก็เพราะความขยันและอดทน เป็นแบบอย่างที่ทุกคนทำตามเขาได้ ก็ได้ดิบได้ดี มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
หรือ...นักการเมืองบ้านเรา อยากเห็นประชาชนโง่ตลอดกาล...จูงจมูกไปทางไหนก็ได้

เสื้อแดงบุก'บัวแก้ว'จี้นายกฯยุบสภา-เลื่อนประชุมอาเซียน

ที่มา ประชาทรรศน์

ที่กระทรวงการต่างประเทศ วันนี้(7 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุขุม วงประสิทธิ์ แกนนำกลุ่มรักประชาธิปไตยสนามหลวง พร้อมคณะผู้ชุมนุมกว่า 20 คนเดินทางมาชุมนุมหน้าบริเวณกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมรถขยายเสียงปราศรัยโจมตีรัฐบาลและนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตผู้ร่วมสนับสนุนกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยมีการปราศรัยบนเวที และถือป้ายโจมตีที่เขียนว่า 'รัฐมนตรีกบฎ' และ 'รบ.โจร'

ด้านนายสุขุม กล่าวถึงการเดินทางมาในครั้งนี้ว่า ตนและคณะต้องการเข้ายื่นหนังสือ "มติมหาชนให้เลื่อนการจัดการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน และยุบสภา" ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในช่วงเวลาประมาณ 13.00 น.โดยหนังสือดังกล่าวเป็นการลงมติความเห็นของประชาชนที่เข้าร่วมชุมนุมบริเวณท้องสนามหลวง โดยยึดเหตุผล 2 ประการที่รัฐบาลและนายกษิต จะต้องดำเนินตามข้อเรียกร้องคือ ประการแรก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีได้ทำการแต่งตั้งนายกษิต เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ โดยไม่แยแสต่อสังคม เนื่องจากนายกษิตเป็นหนึ่งในกลุ่มพันธมิตรฯ มีพฤติกรรมคล้ายกบฎเนื่องจากสนับาสนุนการขัดขวางการบริหารประเทศของรัฐบาล และบุกยึดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และประการสุดท้าย รัฐบาลไม่มีความเหมาะสม ในการเป็นเจ้าภาพในการจัดงานประชุมสุดยอดอาเซียน เนื่องจากมีประชาชนหลายกลุ่มต่อต้านการบริหารงานของรัฐบาลเผด็จการ และต้องการให้ยุบสภาเพื่อคืนอำนาจให้กับประชาชน

'สาทิตย์'ป้องลูกหม้อขาสั่นปูดล็อบบี้ยิสต์มีมูลจริง

ที่มา ประชาทรรศน์

'สาทิตย์' ปั้นหน้าลิเกออกโรงป้อง'หมอท็อป' ปูดล็อบบี้ยิสต์ เย้ยขาสั่นแม้ไม่เคยเห็นหลักฐานแต่มีมูลชัดเมื่ออดีต ย้ำพรรคปชป.พร้อมแจงทุกข้อ ปัดไม่เคยชักใยแฉข่าวเน่าฆ่าประเทศเกิด แขวะรบ.มีงานให้ทำบานตะไทไม่ว่างสืบขี้ปากลูกพรรค

ที่ทำเนียบรัฐบาล วันนี้ (8ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีทีมกฎหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้เวลาพรรคประชาธิปัตย์ 7 วัน ในการนำหลักฐานเรื่องที่อ้างว่า พ.ต.ท.ทักษิณจ้างบริษัทล็อบบี้ยิสต์ เพื่อทำลายความเชื่อมั่นของประเทศไทย ไม่เช่นนั้นจะฟ้องข้อหาหมิ่นประมาทกับพรรคประชาธิปัตย์ และนพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์

จากกรณีดังกล่าวนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การโฆษกพรรคออกมาเปิดเผยเรื่องนี้ก็คงจะมีข้อมูลอยู่แล้ว ถ้ามีการฟ้องร้อง โฆษกพรรคก็พร้อมที่จะชี้แจงในกระบวนการที่เกี่ยวข้อง แต่เจตนาที่ออกมาพูดเพื่อที่จะให้เห็นว่ามีกระบวนการอย่างไรเกิดขึ้น แต่ทั้งนี้ตนยังไม่ได้เห็นหลักฐาน แต่ทราบเรื่องก่อนหน้านี้ที่เคยมีการเปิดเผยกัน แต่ว่าหลังจากนั้นก็ไม่ได้ตามเรื่องนี้ เมื่อโฆษกพรรคออกมาพูด ตนเข้าใจว่าคงเจตนาออกมาพูดให้เห็นถึงกระบวนการบางอย่าง ที่อาจจะทำให้ข่าวสารที่ออกมามีผลกระทบเท่านั้นเอง ซึ่งคิดว่าเมื่อเปิดเผย คงมีข้อมูลที่พร้อมชี้แจง ส่วนรัฐบาลก็ทำงานไป ไม่ได้จะไปสืบเรื่องเหล่านั้น เพราะว่าภารกิจเรื่องอื่นก็มีเยอะ เฉพาะแผนกระตุ้นเศรษฐกิจก็เยอะแล้ว และยังมีเรื่องการสร้างความเชื่อมั่นอีก

เมื่อถามว่าฝ่ายค้านมองว่ามีแกนนำในพรรคประชาธิปัตย์อยู่เบื้องหลังการออกมาให้ข่าวของโฆษกพรรค และหากพิสูจน์ได้ว่าจริง ก็เรียกร้องให้ลาออก นายสาทิตย์ กล่าวว่า โฆษกพรรคเป็นผู้ใหญ่และเป็น ส.ส. ฉะนั้นพูดอะไรก็คงมีวิจารณญาณของเขาเอง และเขาต้องรับผิดชอบสิ่งที่เขาออกมาแถลง

เสื้อแดงลงจอตู้ต่อสู้ระบบทาส!ผุดช่องDTVนำร่องปลายม.ค.นี้

ที่มา ประชาทรรศน์

เสื้อแดงประกาศสู้อำมาตยาฯผ่านสื่อ เตรียมเปิดตัว 'DTV' เพื่อประชาธิปไตยจุใจตลอด 24 ชม. นปช.-สามเกลอ นำทัพดำเนินรายการสุดเผ็ดร้อน ต่อสู้ประชาธิปไตย ไม่ยุยงให้คนไทยฆ่ากันเอง เผยต้องเลี้ยงตัวเองไร้คนหนุนหลัง นำร่องออกอากาศม.ค.นี้

เมื่อเวลา 11.00น. ที่ชั้น 5 ของอาคารอิมพีเรียล เวิด์ล นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้แถลงข่าวเปิดตัวสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมช่องใหม่ โดยระบุว่าทางกลุ่มคนเสื้อแดงจะทำการเปิดสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม 24 ชั่วโมง “DTV” Democrecy Television โดยมีเนื้อหาสาระเพื่อสื่อสารให้ความรู้ในระบอบประชาธิปไตย ที่สอดคล้องกับคนเสื้อแดงที่เรียกร้องประชาธิปไตยและต่อต้านเผด็จการ แต่จะไม่เป็นการยุยงส่งเสริมให้ประชาชน โกรธเกลียด หรือก่อความวุ่นวายจะเน้นเนื้อหาประชาธิปไตย เสธิเสรีภาพของประชาชน ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างปรับผังรายการและดำเนินการด้านเทคนิคการออกอากาศต่างๆ ทั้งนี้จะมีการทดลองออกอากาศในช่วงแรกประมาณ ปลายเดือน ม.ค. และออกอากาศจริงช่วงเดือนก.พ.นี้

ทั้งนี้จะใช้บริเวณชั้น 5 ของอาคารอิมพีเรียล เวิด์ล ลาดพร้าวเป็นสถานที่ออกอากาศ ส่วนผู้ดำเนินรายการหลักจะเป็นกลุ่มคนจาก บ้าน 111 อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง อาทิ นายอดิศร เพียงเกษ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้ดำเนินรายการพีทีวีเดิม อาทิ นายวีระ มุสิกพงษ์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รวมทั้งกลุ่มนปช.บางคนด้วย ซึ่งจนถึงขณะนี้ได้มีการตอบรับมาบ้างแล้ว

พร้อมกันนี้แกนนำนปช.กล่าวอีกว่า รูปแบบในการบริหารงานจะเป็นการได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มทุนที่นิยมชมชอบในการเผยแพร่ประชาธิปไตย แต่ทั้งนี้สถานีก็ต้องเลี้ยงตัวเองได้ด้วยการทำการตลาด ซึ่งอาจจะเป็นการขายจานดาวเทียมและอื่นๆ ทั้งนี้รูปแบบจะเป็นที่รายการทอล์คโชว์และรายการข่าวสลับกันไป ซึ่งรูปแบบจะเหมือนกับสถานีโทรทัศน์ช่อง MV5 อย่างไรก็ตามในเรื่องของสัมปทานและสัญญาการออกอากาศ นายวิภูแถลง ได้ยืนยันว่าดำเนินการแล้วอย่างถูกต้อง

'เพื่อไทย'เย้ย'ถาวร'คิดล้างบางระบอบทักษิณทำยาก!

ที่มา ประชาทรรศน์

'ประชา'หยัน'ถาวร'คิดจะล้างบางขรก.ระบอบทักษิณไม่ง่าย เตือนอย่าก้าวก่ายการทำงานของจนท. ชี้แก้ปัญหาคนเสื้อแดงต้องแก้ที่ต้นเหตุ จวก'มาร์ค'นั่งเก้าอี้นายกฯมีแต่เรื่องอัปมงคล

จากกรณีที่นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ออกมาตักเตือนการทำงานของผู้ว่าราชการจ.ลำพูน และจ.ลำปางและข้าราชการท้องถิ่น ว่าให้ระวังตัว หลังจากปล่อยให้กลุ่มคนเสื้อแดงลำปาง 51 ปาไข่ไก่สดใส่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมาระหว่างลงพื้นที่ช่วยลูกพรรคหาเสียงเลือกตั้งซ่อมนั้น

นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นายถาวร เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งเป็นรมช.มหาดไทย อย่าคิดว่าข้าราชการจะก้มหัวให้กับนักการเมือง เพราะข้าราชการรู้อยู่แล้วว่ายังมีศาลปกครองคอยปกป้องผู้ที่บริสุทธิ์ ฉะนั้นเมื่อมีสีเหลือง สีแดงอย่างมองว่าข้าราชการผิดอย่างเดียว ควรหันมองดูตัวเองด้วยว่า การที่กลุ่มคนทั้งสองออกมาเคลื่อนไหวนั้น เพราะอะไร และการที่จะย้ายข้าราชการก็ดูจะเป็นการแทรกแซง หากอยากย้ายก็ย้ายไปแต่อยากให้รู้ว่าจะยิ่งเป็นการเพิ่มศรัตรู ซึ่งหากจะแก้ต้องแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ว่าทำไมถึงถูกไล่

เมื่อถามว่าการที่นายถาวร ออกมาเตือนข้าราชการดังกล่าวเป็นการข่มขู่เพื่อต้องการล้างบางระบอบทักษิณหรือไม่ นายประชา กล่าวว่า “มันไม่ใช่การล้างบางระบอบทักษิณ แต่ระบอบอภิสิทธิ์สามานเกิดขึ้นแล้ว ฉะนั้นตอนนี้ก็จะมีระบอบอภิสิทธิ์สู้กับระบอบทักษิณ ส่วนระบอบทักษิณนั้นล้างยังไงก็ไม่หมด”

นอกจากนี้ นายประชา ยังฝากเตือนไปถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ว่าควรจะรีบทำงานเพราะตนคิดว่านายอภิสิทธิ์จะมีเวลาทำงานแค่เพียง 2 เดือน ซึ่งแทนที่นายกฯจะรีบแก้ปัญหาไปดับไฟใต้ แต่กลับไปเที่ยวอย่างสบายใจกับครอบครัวในช่วงปีใหม่ เพราะตั้งแต่นายอภิสิทธิ์เป็นนายกฯบ้านเมืองก็เริ่มเกิดเหตุมีแต่เรื่องอัปมงคลไฟไหม้สถานที่สำคัญหลายแห่ง รวมถึงยายเนียมด้วยที่ต้องอาถรรพ์เดี๋ยวป่วยเดี๋ยวป่วย

'เสธ.แดง'อัดยับทบ.ปล่อยทหารแก่แหกกฎยึดบ้านพัก!

ที่มา ประชาทรรศน์

'เสธ.แดง'จวกกองทัพเมินจัดการทหารปลดระวางยึดบ้านพัก ชี้ตามหลักเกณฑ์เมื่อเกษียณก็ต้องย้ายออก เพื่อผลัดเปลี่ยนให้ขรก.ยุคถัดไปใช้ประโยชน์

พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายสมชาย เพศประเสริฐ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ออกมาระบุ ว่าพรรคฯเตรียมทำหนังสือถึงพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ว่าจะดำเนินการอย่างไรกับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่พ้นตำแหน่งไปแล้ว แต่ยังคงพักอาศัยอยู่ที่บ้านพักข้าราชการทหารว่า ตนยืนยันว่ากรณีนี้เกิดขึ้นจริงโดยหลักเกณฑ์และข้อปฏิบัติที่แท้จริงแล้ว ข้าราชการทหารที่เกษียณอายุราชการแล้วจะต้องย้ายออกจากที่พักอาศัยของราชการ เพื่อผลัดเปลี่ยนให้ข้าราชการยุคถัดไปได้ใช้ประโยชน์ แต่ในปัจจุบันนี้ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่หลายท่านเมื่อเกษียณอายุราชการแล้วก็ไม่ยอมย้ายออกไป และยังกลับสร้างบ้านส่วนตัวของตนเพิ่มเข้าไปบนพื้นเขตราชการกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ ๑๑ รักษาพระองค์ โดยใช้น้ำ ใช้ไฟของหลวงอย่างสบายใจ ต่อมาภายหลังจึงเกิดหนี้สินกับการไฟฟ้า และการประปาตามมามากมายทางด้านกรมทหารราบที่ ๑๑ ไม่สามารถรับภาระนี้ต่อไปได้สั่งจึงยกเลิกไปในที่สุด

นอกจกานี้พล.ต.ขัตติยะ ยังกล่าวกล่าวชื่นชมนายสมชาย ในสมัยที่ที่ดำรงตำแหน่งประธานกรรมาธิการการทหารอยู่นั้น ได้สร้างคุณประโยชน์ไว้มากมาย ซึ่งการที่นายสมชาย ออกมาแสดงท่าทีเช่นนี้ก็คงไม่เห็นด้วยกับลักษณะการวางตัวที่ไม่เป็นกลางของผู้บัญชาการทหารบกคนปัจจุบัน

การ์ตูนมะนาว:เลือกเบอร์ไหนดี?

ที่มา Thai E-News



กรณี7ตุลาคม:ใครว่าพันธมิตรฯไม่ใช้ความรุนแรง ข้อเท็จจริงที่ กก.สิทธิมนุษยชนฯมองไม่เห็น

ที่มา Thai E-News


พระราชทานเพลิงศพ-สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถเสด็จพระราชทานเพลิงศพนางสาวอังคณา ระดับปัญญาชาติวุฒิ ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองในวันที่ 7 ตุลาคม 2551

โดย ประชาชาติธุรกิจ
8 มกราคม 2551


ความจริง-หนังสือ "บันทึกคนข่าว 7 ตุลาฯ ข้อเท็จจริงที่แตกต่าง" ซึ่งจัดพิมพ์โดยสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ปรากฏข้อเท็จจริงที่ผ่านสายตานักข่าวกว่า 20 ชีวิตที่หลายคนเห็นในสิ่งที่ แตกต่างจากรายงานสรุปของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งมองเห็นความรุนแรงมาจากฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ (เท่านั้น)

ตำรวจที่หนีไม่ทันได้แต่นั่งยกมือไหว้อ้อนวอนร้องขอชีวิตอย่างน่าสงสาร พฤติกรรมที่ไร้มนุษยธรรมของกลุ่ม ผู้ชุมนุมที่มีป้ายการ์ดอาสาฯ คล้องคอหลายคนปิดกั้นไม่ยอมให้รถพยาบาลฉุกเฉินของ ร.พ. ตำรวจ นำ จ.ส.ต.ทวีป กลั่นเทียม ผบ. หมู่งานบังคับและปราบปราม สภ.อ.กำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ที่ถูกกลุ่มพันธมิตรฯ แทงด้วยด้ามธงได้รับบาดเจ็บสาหัสระหว่างการปะทะที่แยกอู่ทองในออกจากพื้นที่-บันทึกของช่างภาพไทยรัฐ


จากหนังสือ "บันทึกคนข่าว 7 ตุลาฯ ข้อเท็จจริงที่แตกต่าง" ซึ่งจัดพิมพ์โดยสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ปรากฏข้อเท็จจริงที่ผ่านสายตานักข่าวกว่า 20 ชีวิตที่หลายคนเห็นในสิ่งที่ แตกต่างจากรายงานสรุปของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งมองเห็นความรุนแรงมาจากฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ (เท่านั้น)

เพราะเอาเข้าจริงแล้วกลุ่มผู้ชุมนุมในนามพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ก็ใช้ความรุนแรง ผ่านเลยจุด ที่เรียกว่า อารยะขัดขืน ไปไกลมาก ต่อไปนี้คือ บันทึกนักข่าวที่สังคมควรได้รับรู้ความจริงอีกด้าน

ระหว่างเขาควาย-ในการปฏิบัติหน้าที่สนามของช่างภาพสื่อมวลชนไม่พ้นโดนกระทบกระทั่ง ในภาพนายสมเมธ สมคะเน ช่างภาพไทยรัฐแจ้งความโดนคนเสื้อแดงทำร้ายขณะทำข่าว ต่อมาเหตุเกิดหน้าสภาเมื่อ7ตุลา2551ก็โดนเสื้อเหลืองใช้ไม้หน้าสามตีเข้าท้ายทอย

ตุลาฯ ลืมไม่ลง

(หัสยา ชาติมนตรี สำนักข่าวเนชั่น)

ผู้ชุมนุมที่อยู่ด้านถนนราชวิถีฝั่งทางเข้าสวนดุสิตคนหนึ่งได้ปาระเบิดขวดเข้าใส่บริเวณที่ตำรวจยืนอยู่ ทำให้เกิดไฟไหม้เพียงเล็กน้อย จากนั้นก็มีเสียงปืนยิงรัวมาจากฝั่ง ผู้ชุมนุมทั้ง 2 ด้าน ยังมีการยิงลูกเหล็ก นอต ลูกแก้ว เข้าใส่ตำรวจ ทำให้ตำรวจที่ขณะนั้นมีเพียงโล่และกระบองต้องวิ่งหนี

บริเวณหน้าอาคารวุฒิสภาก็มีตำรวจถูกยิงที่ไหปลาร้าด้านขวา 1 คน และบริเวณราวนมด้านขวาอีก 1 คน เพื่อนตำรวจตัดสินใจใช้มีดผ่ากระสุนให้กับผู้ที่โดนยิงที่ไหปลาร้า ส่วนอีกคนที่โดนยิงที่ราวนมด้านขวานั้นไม่สามารถผ่ากระสุนออกได้ เพราะกระสุนอยู่ลึก


...ถนนพิชัยที่มุ่งหน้าไปทางพรรคชาติไทยได้ยินเสียงตะโกนไล่หลัง เมื่อหันไปก็เห็นตำรวจวิ่งถอยร่นลง ตำรวจคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บถูกด้ามธงของกลุ่มพันธมิตรฯแทงบริเวณท้อง เดินกุมท้องเลือดไหลเต็มขากางเกงและหยดลงไหลนองเต็มพื้นถนน พร้อมกับมีตำรวจคนอื่นได้รับบาดเจ็บ ทั้งหัวแตก ขาหัก โดยมีกลุ่มพันธมิตรฯถือไม้กอล์ฟ ธง และขว้างปาสิ่งของวิ่งโห่ไล่ประกบมาอย่างกระชั้นชิด

บริเวณถนนราชวิถี ฝั่งประตูทางเข้าพระที่นั่งวิมานเมฆ มีชาย 2 คนแขวนป้ายสีส้มมีข้อความ "สรส." (สหพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์) เป็นแนวร่วมของกลุ่มพันธมิตรฯใช้อุปกรณ์ตัดไฟที่บริเวณดังกล่าว และให้ผู้ชุมนุมนั่งเฝ้าไว้ เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าฯ มาต่อไฟ

บริเวณหน้าพรรคชาติไทยมีรถเกิดไฟลุกไหม้อยู่บริเวณฝั่งตรงข้ามพรรคชาติไทย พบว่ามีผู้เสียชีวิตนอนอยู่ด้านข้างรถโดยสภาพศพตอนนั้นไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นชายหรือหญิง เพราะร่างกายไหม้เกรียม อวัยวะ แขนขา ฉีกขาด กระจัดกระจายทั่วบริเวณเหมือนเป็นแค่ก้อนเนื้อ หัวกะโหลกเปิดออกทำให้สมองกระเด็นไปติดอยู่ที่ต้นไม้ที่อยู่ด้านข้าง บริเวณตัวรถมีไฟลุกไหม้และมีเสียงระเบิดดังตามมาอีกหลายครั้ง จนกระทั่งเปลวไฟได้ไหม้ไปถึงถังก๊าซติดรถยนต์ที่อยู่บริเวณหลังรถ ทำให้เกิด

ระเบิดอย่างรุนแรงและไฟได้ลุกไหม้ตัวรถอย่างรวดเร็ว

ผู้ชุมนุมที่อยู่ด้านถนนราชวิถีฝั่งทางเข้าสวนดุสิตคนหนึ่งได้ปาระเบิดขวดเข้าใส่บริเวณที่ตำรวจยืนอยู่ ทำให้เกิดไฟไหม้เพียงเล็กน้อย จากนั้นก็มีเสียงปืนยิงรัวมาจากฝั่ง ผู้ชุมนุมทั้ง 2 ด้าน ยังมีการยิงลูกเหล็ก นอต ลูกแก้ว เข้าใส่ตำรวจ ทำให้ตำรวจที่ขณะนั้นมีเพียงโล่และกระบองต้องวิ่งหนี

บริเวณหน้าอาคารวุฒิสภาก็มีตำรวจถูกยิงที่ไหปลาร้าด้านขวา 1 คน และบริเวณราวนมด้านขวาอีก 1 คน เพื่อนตำรวจตัดสินใจใช้มีดผ่ากระสุนให้กับผู้ที่โดนยิงที่ไหปลาร้า ส่วนอีกคนที่โดนยิงที่ราวนมด้านขวานั้นไม่สามารถผ่ากระสุนออกได้ เพราะกระสุนอยู่ลึกมาก

กำแพงความรู้สึก
บทบันทึกจากซอยสวนอ้อยถึงเพลงชาติ


(ธนก บังผล หนังสือพิมพ์ประชาชาติฯ)

ชายฉกรรจ์เสื้อเหลืองหลายสิบคนกำลังล้อมรถตำรวจคันหนึ่งอยู่ ซึ่งยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคนหนึ่งนั่งอยู่ในรถ โดยที่ล้อรถทั้งสี่ถูกเจาะลมออกจนแบนราบแล้ว


ชายฉกรรจ์เสื้อเหลืองหลายสิบคนกำลังล้อมรถตำรวจคันหนึ่งอยู่ ซึ่งยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคนหนึ่งนั่งอยู่ในรถ โดยที่ล้อรถทั้งสี่ถูกเจาะลมออกจนแบนราบแล้ว

จากที่เดินวนรัฐสภาหลายรอบ เดินย้อนกลับมายังทางเดิมอีกครั้ง ผ่านกลุ่มคนที่ล้อมรถตำรวจ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจคนนั้นกำลังอยู่ในรถ และถูกล้อมโดยกลุ่มคนเสื้อเหลืองจำนวนหนึ่ง บางคนมีอาวุธอยู่ในมือ

มอเตอร์ไซค์หลายคนขับขี่ด้วยความเร็วลัดเลาะไปตามซอกซอยต่างๆ วัยรุ่นบางคนซ้อนมอเตอร์ไซค์ทั้งๆ ที่กำไม้ยาวอยู่ในมือแน่น มีวัยรุ่นหลายคนถือไม้และเหล็กเตรียมพร้อม เด็กวัยรุ่นเอาไม้และรถมอเตอร์ไซค์มาจอดปิดกั้นทางเข้า ได้ยินเด็กบางคนในกลุ่มวัยรุ่นตะโกนขับไล่คนเสื้อเหลืองที่กำลังวิ่งแตกฮือผ่านหลังซอย

และยังพบอีกว่า ในอารมณ์นั้น เวลานั้น วัยรุ่นบางคนในซอยสวนอ้อยยืนถือไม้หรือเหล็กเฝ้าทางเข้าเพื่อไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรฯล้ำมาในพื้นที่ชุมชน

ต่างเหตุต่างผลที่หน้า บช.น.

(ธานี ทวีเกิด หนังสือพิมพ์ข่าวสด)

มีเสียงตำรวจร้องขอว่า "พี่น้องครับอย่าเข้ามานะครับ" แต่กลับมีเสียงโห่ฮาอย่างสนุกสนานตอบกลับมา กระทั่งฟ้ามืดเรื่องก็พลิก เมื่อพันธมิตรฯ เสื้อเหลืองพยายามจะผ่านแดนด้วยการเข้ามายกรั้งลวดหนามออก


บนถนนศรีอยุธยาด้านหน้า บช.น. เห็นตำรวจแต่ละคนเริ่มเตรียมพร้อมทั้งโล่และกระบอง ตามด้วยปืนยิงแก๊สน้ำตา กระสุนอีกเป็นลัง มีรายงานว่าฝ่ายพันธมิตรฯ เริ่มแตกและจะกลับไปที่ทำเนียบฯ แต่ต้องผ่าน บช.น. ทำให้ช่วงเย็นเริ่มมีกลุ่มพันธมิตรฯ จับกลุ่มโห่ร้อง แถมด่าตำรวจด้วยความเจ็บแค้น ส่วนตำรวจมาตั้งแถวเตรียมพร้อมรับมือ โดยเอารั้วลวดหนามมากั้นไว้ 2 ชั้น

เหตุการณ์เหมือนจะไม่มีอะไรมากไปกว่านี้ มีเสียงตำรวจร้องขอว่า "พี่น้องครับอย่าเข้ามานะครับ" แต่กลับมีเสียงโห่ฮาอย่างสนุกสนานตอบกลับมา กระทั่งฟ้ามืดเรื่องก็พลิก เมื่อพันธมิตรฯ เสื้อเหลืองพยายามจะผ่านแดนด้วยการเข้ามายกรั้งลวดหนามออก สักครู่เสียงตูม ตูม ตูม จึงดังสนั่นขึ้น ตามด้วยเสียงหวีดร้องของกลุ่มพันธมิตรฯ แต่ก็เป็นช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น เพราะทุกคนในกลุ่มผู้ชุมนุมเตรียมตัวมาแล้วว่าต้องทำอย่างไร บางคนมีอุปกรณ์ป้องกันตัว

บางคนยืนหยัดสู้กับฝ่ายตำรวจ เจ้าหน้าที่มีโล่และกระบองเป็นอาวุธ เสียงยิงแก๊สน้ำตายังดังไม่ขาดระยะ ตามด้วยเสียงสะท้อนกลับจากคมกระสุนของหนังสติ๊กบรรจุลูกแก้วและลูกเหล็กดังขึ้นไม่ขาดกัน

ท่ามกลางความชุลมุนฝูงชนเสียงตีเกราะ เสียงโห่ไล่ ดังนานนับชั่วโมง พันธมิตรฯ ร้องท้าทายตำรวจท่ามกลางหมอกควันของแก๊สน้ำตา "ไอ้สารเลว ถ้ามึงแน่จริงก็มาต่อยกับกูตัวๆ มั้ยล่ะ อาวุธไม่เกี่ยว"

สุดท้ายตำรวจต้องใช้แผนระดมยิงอย่างไม่ยั้ง ภายใต้เหตุผลว่าต้องรักษาที่มั่นของตัวเอง เพราะถ้ารักษาที่ตั้งตัวเองไม่ได้ ก็ไม่ต้องไปดูแลบ้านของคนอื่นแล้ว

บันทึกจากผู้สื่อข่าวต่างประเทศ : เกิดอะไรขึ้นเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551

(Nick Nostitz เผยแพร่ในเว็บไซต์ New Mandala)

ฝ่ายพันธมิตรฯใช้ปืนสั้นยิงเข้าใส่ตำรวจหัวมุมตึกรัฐสภา และตำรวจที่ถูกปิกอัพพุ่งชนโดยตั้งใจ



ประมาณ 10.00 น. ฝ่ายพันธมิตรฯ ก็เริ่มโจมตี พวกเขาโยนระเบิดปิงปองเข้าไปในพื้นที่ของ บช.น. และเข้าใส่ตำรวจ พวกเขาใช้หนังสติ๊กระดมยิงลูกเหล็กและลูกแก้วเข้าใส่ตำรวจ ช่วงบ่ายเกิดการปะทะกันอีกครั้ง ผู้ชุมนุมที่กำลังถูกตำรวจระดมยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่ โดยตำรวจพยายามตอบโต้การโจมตีของฝ่ายพันธมิตรฯ

สถานการณ์ก็ตึงเครียดอย่างไม่น่าเชื่อ ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาตลอดเวลา ทั้งตรงหัวมุมถนนที่ใกล้กับประตูใหญ่รัฐสภา ขณะหนึ่ง ฝ่ายพันธมิตรฯพยายามขับรถบรรทุกตรงเข้ามายังตำรวจที่อยู่ตรงถนนร่วมจิต พวกตำรวจจึงรีบตั้งเครื่องกีดขวางและยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่รถบรรทุกทันก่อนที่รถจะชนตำรวจ คนขับถูกตำรวจนำตัวไป

ฝ่ายพันธมิตรฯใช้ปืนสั้นยิงเข้าใส่ตำรวจหัวมุมตึกรัฐสภา และตำรวจที่ถูกปิกอัพพุ่งชนโดยตั้งใจ

เมื่อฟ้ามืด บช.น. ซึ่งกำลังเจอกับการโจมตีอย่างต่อเนื่องจากพันธมิตรฯ ตำรวจใช้แก๊สน้ำตา พันธมิตรฯใช้หนังสติ๊ก เสียงกระสุนปะทะกับโล่กำบังและพื้นถนนตลอดเวลา ฝ่ายพันธมิตรฯยิงปืนออกไปเป็นครั้งคราวเช่นกัน มีความพยายามขับรถยนต์และรถบรรทุกเข้าชนแนวกีดขวาง แต่ตำรวจสกัดไว้ได้

สถานการณ์สงบลงเล็กน้อย ตำรวจยึดตรงหัวมุมลานพระบรมรูปทรงม้ากลับมาได้ รถปิกอัพที่พยายามจะชนตำรวจจอดแน่นิ่ง ตำรวจลากชาย 2 คนออกมาจากข้างหลังและเล่นงานพวกเขาเล็กน้อย

หลัง 22.00 น. สถานการณ์เริ่มอยู่ในการควบคุมมากขึ้น สักครู่มีชายใส่ชุดพรางลายทหาร อาจเป็นทหารประจำการหรือนอกราชการที่อยู่ฝ่ายพันธมิตรฯ มาเจรจากับตำรวจอยู่ชั่วครู่

ตำรวจตอบไปว่าพวกเขาจะหยุดยิงแก๊สน้ำตาหากฝ่ายพันธมิตรฯหยุดยิงหนังสติ๊กและโจมตีตำรวจ ตำรวจเพียงแค่ตอบโต้การโจมตีเท่านั้น

7 ตุลาทมิฬ
กับความชินชาของกลิ่นคาวเลือด


(หทัยรัตน์ พหลทัพ หนังสือพิมพ์มติชน)

เวลา 16.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้กำลังขืนใจประชาชนด้วยการใช้แก๊สน้ำตาสลายการชุมนุมเพื่อเปิดทางให้สมาชิกรัฐสภาออกจากอาคารรัฐสภา ที่ฝ่ายหนึ่งถืออาวุธที่เรียกว่าปืนและกระสุนแก๊สน้ำตาที่มีอานุภาพร้ายแรง ส่วนอีกฝ่ายหนึ่งมีไม้ หนังสติ๊ก ด้ามธง และบางส่วนก็มีปืนเป็นอาวุธ

7 ชั่วโมง
ม็อบล้อมสภา นายกฯ กลัว สื่อก็กลัว


(สกู๊ปหน้า 1 ไทยรัฐ ฉบับวันจันทร์ที่ 13 ตุลาคม 2551)

ช่างภาพเล่าให้ฟังว่าเห็นตำรวจถูกยิงที่คอ แต่ก็เก็บภาพไม่ได้ว่าใครยิง ทิศทางกระสุนที่ตำรวจยิงมาจากฝั่งม็อบ ภาพข่าวที่เห็นทางทีวีช่องหนึ่งจับภาพผู้ประท้วง คนหนึ่ง วิ่งไปด้วย ยิงปืนไปด้วย...หันปากกระบอกมาทางเจ้าหน้าที่


ช่างภาพเล่าให้ฟังว่าเห็นตำรวจถูกยิงที่คอ แต่ก็เก็บภาพไม่ได้ว่าใครยิง ทิศทางกระสุนที่ตำรวจยิงมาจากฝั่งม็อบ ภาพข่าวที่เห็นทางทีวีช่องหนึ่งจับภาพผู้ประท้วง คนหนึ่ง วิ่งไปด้วย ยิงปืนไปด้วย...หันปากกระบอกมาทางเจ้าหน้าที่

รถที่เสียหายส่วนใหญ่เป็นรถตำรวจโดน ทุบกระจกพังยับ โดนปล่อยลมยาง 4 ล้อ

ผมเห็นเขาวิ่งหนี

(วุฒิ นกสกุล หนังสือพิมพ์เดลินิวส์)
การ์ดของพันธมิตรฯบ้างก็ห้ามพวกของตัวเองว่าอย่าทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ ดูเหมือนไม่ได้ผล ไล่ชกต่อและตีเจ้าหน้าที่อย่างเมามันจนล้มลุกคลุกคลาน บางรายเดินเจาะยางรถยนต์ของเจ้าหน้าตำรวจทุกคันตลอดทางการผลักดันกว่า 15 คัน


ประมาณ 11.00 น. แกนนำประกาศให้การ์ดของพันธมิตรฯ เดินหน้าผลักดัน เจ้าหน้าที่ตำรวจหวังที่เดินเข้าไปปิดทางออก

การ์ดฯ บางคนใช้ไม้ ใช้เหล็ก หวดเข้าไปที่โล่กำบังของเจ้าหน้าที่ถึงกับแตก

การ์ดของพันธมิตรฯบ้างก็ห้ามพวกของตัวเองว่าอย่าทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ ดูเหมือนไม่ได้ผล ไล่ชกต่อและตีเจ้าหน้าที่อย่างเมามันจนล้มลุกคลุกคลาน บางรายเดินเจาะยางรถยนต์ของเจ้าหน้าตำรวจทุกคันตลอดทางการผลักดันกว่า 15 คัน

กลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรฯได้เข็นรถบรรทุกหกล้อ ปิดทางเข้าออกรัฐสภา พร้อมกับเจาะยางทุกล้อ

บันทึกความทรงจำ

(สมเมธ สมคะเน หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ)

ตำรวจที่หนีไม่ทันได้แต่นั่งยกมือไหว้อ้อนวอนร้องขอชีวิตอย่างน่าสงสาร พฤติกรรมที่ไร้มนุษยธรรมของกลุ่ม ผู้ชุมนุมที่มีป้ายการ์ดอาสาฯ คล้องคอหลายคนปิดกั้นไม่ยอมให้รถพยาบาลฉุกเฉินของ ร.พ. ตำรวจ นำ จ.ส.ต.ทวีป กลั่นเทียม ผบ. หมู่งานบังคับและปราบปราม สภ.อ. กำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ที่ถูกกลุ่มพันธมิตรฯ แทงด้วยด้ามธงได้รับบาดเจ็บสาหัสระหว่างการปะทะที่แยกอู่ทองในออกจากพื้นที่


เวลา 11.00 น. การ์ดอาสาพันธมิตรฯ ได้เริ่มโจมตีแนวสกัดกั้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยการขว้างก้อนหิน ขวดน้ำ และใช้ท่อนเหล็ก กับด้ามธงดัดแปลงเป็นปลายหอก ไล่ตีผลักดันออกจากถนนราชวิถี ทำให้ตำรวจที่มีอยู่ประมาณ 2 กองร้อยต้องถอยร่น ตำรวจที่หนีไม่ทันได้แต่นั่งยกมือไหว้อ้อนวอนร้องขอชีวิตอย่างน่าสงสาร

พฤติกรรมที่ไร้มนุษยธรรมของกลุ่ม ผู้ชุมนุมที่มีป้ายการ์ดอาสาฯ คล้องคอหลายคนปิดกั้นไม่ยอมให้รถพยาบาลฉุกเฉินของ ร.พ. ตำรวจ นำ จ.ส.ต.ทวีป กลั่นเทียม ผบ. หมู่งานบังคับและปราบปราม สภ.อ. กำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ที่ถูกกลุ่มพันธมิตรฯ แทงด้วยด้ามธงได้รับบาดเจ็บสาหัสระหว่างการปะทะที่แยกอู่ทองในออกจากพื้นที่

การ์ดอาสาพันธมิตรฯ อีกบางส่วนได้ปล่อยลมยางตำรวจ และรถพยาบาลทั้งหมดที่จอดอยู่บริเวณถนนพิชัยและถนนสุโขทัย รวมทั้งได้รื้อค้นทรัพย์สินในรถทั้งหมด และทำลายระบบสตาร์ตรถไม่ให้ใช้การได้

เวลา 16.15 น. ตำรวจปราบจลาจล ซึ่งมีอาวุธพร้อมทั้งกระสุนยาง ปืนยิงแก๊สน้ำตา ระเบิดแก๊สน้ำตา และหน้ากากป้องกันแก๊สน้ำตา ได้เริ่มต้นยิงแก๊สน้ำตาอย่างต่อเนื่องเข้าใส่ผู้ชุมนุมหลายสิบนัดบริเวณแยกการเรือน ทำให้ผู้ชุมนุมหลบหนีอย่างอลหม่านไปตามซอกซอยชุมชน สวนอ้อย ผู้ชุมนุมอีกบางส่วนได้ใช้เก้าอี้ ทุบกระจกอาคารพัฒนาทุนมนุษย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ขึ้นไปหลบ บนอาคารและด้านหลังอาคาร ในอาการสั่นงันงก เนื่องจากกลัวเจ้าหน้าที่ตำรวจทำลาย ขณะผู้ชุมนุมที่ห้อยป้ายการ์ดอาสาฯ บางคนได้ใช้ระเบิดขวดปาตอบโต้

การ์ดอาสาพันธมิตรฯ ที่เคยไล่ตีตำรวจอย่างกระหน่ำรุนแรงเมื่อเวลา 11.00 น. ต่างหลบหน้าหายตัวไปหมด

เหลือเพียงประชาชนผู้ร่วมชุมนุมทั่วไปต้องต่อสู่ป้องกันตัวตามลำพัง เนื่องจากเกรงจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทำร้าย เห็นได้จากผู้ชุมนุมพยายามใช้ขวดน้ำ ก้อนอิฐ ก้อนหินเท่าที่หาได้เขวี้ยงใส่ตำรวจระหว่างวิ่งหนีแก๊สน้ำตา มีความพยายามใช้รถสิบล้อวิ่งจากแยกอู่ทองนอก เพื่อต้องการจะเข้าไปชนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ก่อนจะถึงตัว เจ้าหน้าที่ประมาณ 100 เมตร ก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาระดมเข้าใส่รถคันดังกล่าว ทำให้คนขับต้องกระโดดลงจาก รถเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงยึดรถคันดังกล่าวขับออกไป

เริ่มมีการตอบโต้จากฝั่งของผู้ชุมนุมบ้าง ได้ใช้ก้อนอิฐตัวหนอนเขวี้ยงใส่และระดมยิงใส่หนังสติ๊ก โดยใช้นอตหัวตัดเป็นกระสุนเป็นระยะ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ระเบิดแก๊สน้ำตาเขวี้ยงสกัดการโจมตีของผู้ชุมนุม

การบุกตีโต้ของกลุ่มผู้ชุมนุมในถนนพิชัย ใช้อาวุธเป็นไม้หน้าสาม ด้ามธงติดปลายเหล็กแหลม ไล่ตีรันฟันแทงเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างหนัก

ผมซึ่งติดอยู่ในวงล้อมตอนนั้นด้วยต้องโดนผู้ชุมนุมใช้ไม้หน้าสามฟาดเข้าที่ท้ายทอย โชคดีที่ยังไม่หนักมาก พร้อมตะโกนร้องบอกผู้ชุมนุม "ผมเป็นนักข่าว... อย่าตีผม" ถึงได้รอดออกมา

หลังภาพระทึก ชายเสื้อดำผู้ลั่นกระสุน

(ภานุมาศ สงวนวงษ์ ช่างภาพหนังสือพิมพ์มติชน)



แกนนำผู้ชุมนุมประกาศของให้ตำรวจหยุดยิง พร้อมร้องขอให้เจ้าหน้าที่พยาบาลเข้าไปดูแลนำคนเจ็บออกมาจากจุดปะทะ สถานการณ์นิ่งชั่วครู่ก็กลับมาวุ่นวายอีกครั้ง เพราะมีผู้ชุมนุมบางคนใช้หนังสติ๊กยิงเข้าแนวกั้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ



ความเคลื่อนไหวของผู้ชุมนุมก็เริ่มขึ้น แถวหน้าเริ่มเข้าลุย โดยใช้สองมือดันโล่และแถวตำรวจให้แตก ก่อนที่ท่อนไม้ เสาธง ขวดแก้วและอาวุธเฉพาะกิจสารพัดจะระดมเข้าใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีโล่และกระบอง ตำรวจถอยร่นออกไปทางถนนสุโขทัย ผู้ชุมนุมบางส่วนใช้ไม้วิ่งเข้าตีตำรวจที่กึ่งวิ่ง กึ่งเดิน รถของเจ้าหน้าที่ตำรวจเกือบทุกคันที่จอดอยู่ริมถนนถูกปล่อยลมยางออกทั้งหมด

แกนนำผู้ชุมนุมประกาศของให้ตำรวจหยุดยิง พร้อมร้องขอให้เจ้าหน้าที่พยาบาลเข้าไปดูแลนำคนเจ็บออกมาจากจุดปะทะ สถานการณ์นิ่งชั่วครู่ก็กลับมาวุ่นวายอีกครั้ง เพราะมีผู้ชุมนุมบางคนใช้หนังสติ๊กยิงเข้าแนวกั้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

อัยการสั่งไม่ฟ้อง คดีถุงขนม 2 ล้าน - เหล่าคนชั่วจัดฉากของพวกอำมาตย์เล่นทักษิณ

ที่มา thaifreenews

โดย : ลูกชาวนาไทย

นาย กายสิทธิ์ กล่าวต่ออีกว่า อัยการพิจารณาสำนวนและพยานหลักฐานแล้วเห็นว่า
ตามมาตรา 144 ต้องมี "ผู้ใด" ขอให้ หรือรับว่าจะให้ ... โดยข้อเท็จจริงคดีนี้ไม่พบว่า
ทนายความที่ถือถุงใส่เงินมาให้ มีวัตถุประสงค์จะให้เงิน 2 ล้านบาท แต่ได้ความเพียงว่า
มีเจตนาจะให้ "ขนม" ไม่ใช่แสดงตัวมาแต่แรกว่าจะให้เงิน จึงขาดความเป็น "ผู้ใด" คือ
ผู้ให้สินบน ข้อต่อมาคือ "การให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด" จากข้อเท็จจริงเห็นว่า
เงินของกลาง 2 ล้านบาทเป็นเรื่องสำคัญ แต่กลับไม่มีเงินของกลางในสำนวน และยังไม่ได้
ข้อเท็จจริงว่า จะให้เงิน 2 ล้านบาทไปเพื่ออะไร อัยการจึงมีความเห็นว่า การที่คืนเงินของ
กลางไปทำให้คดีขาดหลักฐานสำคัญ

อธิบดี อัยการฝ่ายคดีอาญา กล่าวด้วยว่า ความผิดมาตรานี้ต้องมีเจ้าพนักงานผู้รับสินบน
แต่คดีนี้คนที่มารับเงิน คือ เจ้าหน้าที่นิติกร 3 ซึ่งไม่ใช่ "เจ้าพนักงานที่มีอำนาจหน้าที่โดยตรง
เกี่ยวกับอรรถคดี มาเป็นผู้รับเงิน"

" อัยการ จึงเห็นพ้องกันว่าการกระทำดังกล่าวของนายพิชิฏ กับพวก ไม่ครบองค์ประกอบ
ความผิด เพียงพอที่จะทำให้มีน้ำหนักพอฟ้องคดีได้ จึงมีคำสั่งไม่ฟ้องตาม ป.วิอาญา
มาตรา143 และเป็นคำสั่งที่เห็นพ้องเช่นเดียวกับพนักงานสอบสวน คดีจึงเป็นอันยุติ
และจะแจ้งคำสั่งนี้ไปยังพนักงานสอบสวนและผู้ต้องหาทราบ และเนื่องจากคดีนี้เป็นคดี
อาญาแผ่นดิน คือ เป็นฐานความผิดต่อเจ้าพนักงานแผ่นดินเท่านั้น ผู้เสียหายจะฟ้องคดีเอง
อีกไม่ได้" อธิบดีอัยการฝ่ายคดีอาญา กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า อย่างนี้เท่ากับทนายความทั้งสามคนไม่ได้กระทำความผิด และติดคุกฟรี นายกายสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นการเข้าใจผิด เพราะคดีละเมิดอำนาจศาลเป็นความผิดเกี่ยวกับการประพฤติตนไม่เรียบร้อยใน บริเวณศาล และเป็นความผิดคนละประเภทกัน ที่ศาลลงโทษฐานละเมิดอำนาจศาลจำคุกคนละ 6 เดือนจนออกจากคุกมานั้น ศาลลงโทษเหมาะสมแล้ว อัยการก็เห็นด้วยไม่ขัดข้อง

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับมูลเหตุคดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 51 พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จำเลยในคดีทุจริตที่ดินรัชดาฯ ได้เดินทางมารายงานตัวต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ระหว่างนั้นก็มีทีมทนายความนำถุงขนมใส่เงินจำนวน 2 ล้านบาทไปให้แก่เจ้าหน้าที่ แต่เจ้าหน้าที่ไม่ยอมรับ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นและมีการแจ้งความดำเนินคดี ส่วนเงินของกลางได้คืนแก่ทีมทนายความไป หลังจากนั้นศาลได้แจ้งข้อหาละเมิดอำนาจศาลกับทั้งสาม และไต่สวนข้อเท็จจริง กระทั่ง วันที่ 25 มิ.ย. 51 ศาลฎีกา มีคำสั่งให้จำคุกนายพิชิฏกับพวกคนละ 6 เดือน ฐานละเมิดอำนาจศาล จนพ้นโทษเมื่อวันที่ 22 ธ.ค.ที่ผ่านมา

One Day With Sam, สัมภาษณ์ คุณมุกหลังบ้านของแซม ยุรนันทน์

ที่มา thaifreenews



คุณมุกหลังบ้านของแซม ยุรนันทน์ เปิดเผยว่าดูแลครอบครัวกันอย่างไร แซมชอบกินอะไร เป็นคนยังไง
จะมาทำงานผู้ว่า กทม. ได้หร่อ