WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, January 8, 2009

“กฎแห่งกรรม”มีมือตบ มีเท้าตบ ...มีเสื้อเหลือง มีเสื้อแดง

ที่มา ประชาทรรศน์

คอลัมน์ : สามเหลี่ยมดินแดง

** สวัสดีท่านผู้อ่านหนังสือพิมพ์ประชาทรรศน์ รายวัน ประจำวันพฤหัสบดีที่ 8 มกราคม 2552 แทง แทนไท เข้าประจำฐานบังคับการ “สามเหลี่ยมดินแดง” แห่งนี้อีกคำรบหนึ่ง ท่ามกลางความสับสนวุ่นวาย และปั่นป่วนทางการเมือง ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น และมากขึ้น ทั้งการเติมไฟลงในกองเพลิง และการเติมเพลิงลงในกองไฟของผู้มีอำนาจรัฐ ทุกวี่วัน ไม่รู้เมื่อไรบ้านเมืองจะปกติสุขเสียที นี่หรือเปล่าที่เขาเรียกว่า “กฎแห่งกรรม” ... มีมือตบ มีเท้าตบ ...มีเสื้อเหลือง มีเสื้อแดง...

** ไล่เรียงมาตั้งแต่ เทพเทือก-สุเทพ เทือกสุบรรณ ไปโดนล้อมที่ จ.อุดรธานี ส่วน นายกฯ มาร์ค ม.7 ไปโดนล้อมที่ จ.ราชบุรี และล่าสุด นายหัวชวน หลีกภัย ไปโดนล้อมในจังหวัดภาคเหนือของประเทศไทย ทั้ง ลำปาง โดนปาไข่เน่า !!! เชียงใหม่ โดนล้อมด่า !!! และ ลำพูนเจอปาเลือดหมู !!! ที่เขียนมานี้ เพื่อที่จะบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ ไม่ได้ต้องการหยามเหยียด แต่...ถ้าถามว่า แทง แทนไท เห็นด้วยหรือไม่กับวิธีการใช้การประท้วงแบบรุนแรง บอกตามตรงว่า “ไม่...” !!! เพราะเราไม่อยากเห็น การเคลื่อนไหวใดๆ ที่จะนำไปสู่ความรุนแรง ในเมื่อ เราเห็น เสื้อเหลือง เขาทำเยี่ยงอย่างที่ไม่ดีแล้ว เราเห็นว่ามันไม่ถูกไม่ควร เราไม่เห็นด้วย ทำไมเราจะต้องไปเอาเยี่ยงอย่างที่ไม่ดีเหล่านี้ด้วย

** ด้วยความเคารพ การเคลื่อนไหวใด สำหรับ คนเสื้อแดง ต้องระมัดระวัง เพราะหากการเคลื่อนไหวที่จะนำไปสู่ความรุนแรง !!! ท่านต้อง งด – ละ – เลิก เสียก่อน หันไปประท้วงตามแบบฉบับที่ถูกต้องตามหลัก “ประชาธิปไตย” นั่นคือ “สันติ อหิงสา อโหสิ” ไม่ไปล่วงละเมิด สิทธิ เสรีภาพ ของทุกคน ทุกฝ่าย ความเห็นทางการเมือง ไม่ตรงกันได้ แตกต่างกันได้ แต่แตกแยกไม่ได้ นั่นต่างหาก จะทำให้บ้านเมืองของเราเดินหน้าไปได้

** สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ แทง แทนไท คิดและเขียนเพียงคนเดียว แต่ หมอสันต์ หัตถีรัตน์ หมอเหวง โตจิราการ ท่านพร่ำสอน เตือนนักเตือนหนา ว่า การเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดง หากไปทำอะไรที่เป็น “ความรุนแรง” เราอาจจะปราชัย เราต้องเก็บพลังคนเสื้อแดง มาใช้ให้เกิดประโยชน์โพดผลมากที่สุด ในเวลาข้างหน้า เพราะการต่อสู้นี้ยังยาวนาน ผลผลิต อาจจะไม่ได้เกิดจากคนในรุ่นเราด้วยซ้ำไป ผลผลิตอาจจะไปตกอยู่กับลูกหลานเราในวันข้างหน้า การใช้ความรุนแรง จะไม่ก่อให้เกิดผลดี แต่จะเกิดผลย้อนกลับ และทำให้ “คนเสื้อแดง” พ่ายแพ้แบบอัปยศ!!!

** ฝากไปถึง นายหัวชวน หลีกภัย ด้วยความเคารพท่านอีกคน ท่านออกมาพูดผ่านรายการของช่อง 3 ที่มีพิธีกร 4 ตาเหมือนกัน ช่วยกัน...เติมเชื้อไฟ ให้มันลุกโหมกระพือ ... ไม่ทราบว่าท่านเข้าใจจิตใจของราษฎร ที่เขาไม่เข้าใจพวกท่าน เพราะพวกท่านไม่สามารถอธิบายให้เขาเข้าใจได้เลย ไล่ตั้งแต่ กรณี เสนอนายกรัฐมนตรีพระราชทานตามมาตรา 7 กรณีการเข้าด้วยช่วยเหลือ พันธมารธิปไตย และกรณีการเข้าไปสมยอมร่วมเคียงข้างทหาร ทำลายประชาธิปไตย ท่านจะติดบ่วงอยู่อย่างนี้ หากยังไม่พัฒนาความคิดให้ออกจากกงล้อเดิมๆ

** แทง แทนไท ไม่เห็นด้วยที่ท่านบอกในลักษณะว่า “หากคนภาคใต้จะทำแบบนี้จะทำได้รุนแรงกว่า” คือการสะท้อน “ภาคนิยม” อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นจุดบอด จุดอ่อนสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าจะเป็นคนภาคไหน? หากจะสร้างความรุนแรง ไม่ว่าใครภาคไหน มันทำได้ยิ่งกว่าทั้งนั้น “ล้อมรถด่า – ปาไข่เน่า – ยิงหนังสติ๊ก – ยิงปืน – ขว้างระเบิดขวด – ขว้างระเบิดมือ” การพูดจาของท่านฟังดูแล้ว มันอาจจะไป ยั่วยุ ส่งเสริม เติมเชื้อเพลิง สุมใส่กองไฟ และจะเป็นการเพิ่ม “ความรุนแรง” เพิ่มมากขึ้น เพราะคำพูดในลักษณะท้าทายแบบนี้ มันมองกันออก โยงเรื่อง ถูกปาไข่เน่า ไปร่วมกับข่าวโคมลอย ขู่ฆ่า มีคนปองร้าย ที่เอามาบอกกล่าวทั้งที่ยังสืบหาแหล่งที่มาไม่ชัดเจน และถูกกล่าวหาว่าเป็นการสร้างภาพให้น่าสงสาร ...โถ...คนไทยไม่ได้กินแกลบกินหญ้า ที่จะมาบิดเบือนข่าวกันแบบนี้ ... เอากรณี “ไข่เน่า” มาสร้างความชอบธรรม เรื่อง “ถูกขู่ฆ่า” อ้าปากเห็นลิ้นไก่

** ทำเนียบ - งานเข้า!!! ... แต่งตั้งใครไม่แต่งตั้ง ดันไปแต่งตั้งคนมีตำหนิ แบบ อภิรักษ์ โกษะโยธิน เป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทำแบบนี้ รัฐบาล ... บรรลัย ในไม่ช้า เพราะไปยอมรับคนซึ่งขัดกับนโยบายรัฐบาลหลายด้าน ทั้งด้าน จริยธรรม คุณธรรม ธรรมาภิบาล และที่สำคัญคือการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น เพราะเรื่องรถและเรือดับเพลิง 6.3 พันล้านบาท นี้มันติดตราตรึงใจ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ชี้มูลออกมาแล้ว ซื้อรถที่ผลิตในไทย วนออกไป ออสเตรีย แล้วส่งกลับเข้ามาเมืองไทย ผิด ผิด และ ผิด !!! เอารถไปเลี่ยมทองยังไม่แพงแบบนี้เลย

** เชื่อมโยงกรณี กระทรวงยุติธรรม จะแต่งตั้งบุคลากร ที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินคดีรถและเรือดับเพลิง ..เกือบจะหลุดคดี ไม่ผิด และดึงเรื่อง ให้เนิ่นช้าออกมากว่า 1 ปี นั้น มันทำให้ แทง แทนไท อดสงสัยไม่ได้ ที่เขาว่ากันว่า งานนี้ มีคนเอี่ยวกันเยอะ ค่าคอมมิชชั่น 1,000 ล้านบาท เข้าไปสู่กระเป๋าใครต่อใครกันบ้าง อิ่มหมีพีมัน กันถ้วนหน้า เลยต้อง ต่างตอบแทน กันด้วย ตำแหน่งแห่งหน เป็น เงาคุ้มกะลาหัว แบบนี้หรืออย่างไร? ทั้งที่เขาลือ สนั่น...ลั่น...พรรค...งานนี้ “วัดครึ่งหนึ่ง กรรมการครึ่งหนึ่ง” เชื่อไม่เชื่อ ... ไปเข้าทรงถาม “แม่พระธรณีบีบมวยผม” ดีไหมล่ะ..???

** กลิ่น ตุ...ตุ... !!! ที่กรมประชาสัมพันธ์ สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เข้าควบคุม กรมประชาสัมพันธ์ เบ็ดเสร็จ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เคยพูดนักหนาว่า เรียกร้องรัฐบาลก่อนหน้านี้ ให้เป็นสื่อทั้งสองทาง ปฏิรูปสื่อ ไม่ใช่สื่อของรัฐบาลฝ่ายเดียว วันนี้ทำได้ตามปากที่พูดเอาไว้หรือไม่ พอมาเป็นรัฐบาลก็เข้าอีหรอบเดิม แถมยังจัดรายการให้ “มาร์ค ม.7 จ้อผ่านจอ” ย่ำรอยเดิม... ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ด่านายกรัฐมนตรี ทุกคนที่มาจ้อผ่านสถานีโทรทัศน์ ที่เป็นสื่อของรัฐแบบนี้

แรงกว่าเดิม !

ที่มา ประชาทรรศน์

คอลัมน์ : ละครชีวิต

โดย ลวดหนาม


เคยเตือนไว้แล้วว่าอย่าท้าทาย “คนเสื้อแดง” เพราะเรื่องทัศนคติ ความชอบ ความเกลียด มันไม่ได้เปลี่ยนไปตามกาลเวลา วันนี้ทุกสิ่งทุกอย่างยังเหมือนเดิม
คนที่เกลียดพรรคประชาธิปัตย์ก็ยังคงเกลียดเหมือนเดิม และจะมากยิ่งขึ้นหากมีเหตุการณ์มากระตุ้น

เช่น การเดินทางไปช่วยลูกพรรคหาเสียงของนายชวน หลีกภัย ที่จังหวัดลำปาง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีคนรัก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก

ประชาชนในพื้นที่เขารับไม่ได้กับความอยุติธรรมที่พรรคประชาธิปัตย์ เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการนอกระบบ ที่ปล้นอำนาจไปจากพรรคพลังประชาชน จึงต้องแสดงออกมาในลักษณะนั้น

ข่าวปาไข่ใส่ "อดีตนายกฯ ชวน" หนังสือพิมพ์รายวันนำเสนอเป็นข่าวใหญ่ ประชาชนที่ได้อ่านแล้วมีทัศนคติที่เหมือนกัน ยิ่งทำให้สร้างความฮึกเหริมไปกันใหญ่

แม้การกระทำดังกล่าวจะเป็นสิ่งที่ไม่ดี และน่าประณาม แต่ผมเข้าใจความรู้สึกของคนเสื้อแดงดี เพราะร่วมต่อสู้ด้วยกันมาตลอด หลายคนเหน็ดเหนื่อย และเครียด

แต่เมื่อมาเจอความอยุติธรรม และ “อำนาจนอกระบบ” ที่ทำให้การเมืองไทยวุ่นวายปั่นป่วนไม่เป็นไปตามครรลอง การแสดงออกของคนเสื้อแดงครั้งนี้ถือว่า “ยังน้อยไป”
ประเมินสถานการณ์การเมือง ณ วันนี้แล้ว บอกได้คำเดียวว่าน่าเป็นห่วง เพราะจะเกิดกรณีเดียวกันนี้อีกเรื่อยๆ

ฝ่ายรัฐบาลก็ “บ้าจี้” ออกมาเต้นแรงเต้นกาโดยเฉพาะนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่แกร่งปากหาเสี้ยนสั่งจับตาดู “วิทยุชุมชน” ที่ด่าพรรคประชาธิปัตย์ และปลุกระดมคนเสื้อแดงให้ออกมาต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย

นายสาทิตย์บอกว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามการนำเสนอเนื้อหาวิทยุชุมชน ซึ่งอาจเข้าข่ายมีความผิดด้านความมั่นคง ได้แก่ คลื่นคนรักอุดร และสถานีวิทยุของเครือข่ายกลุ่มคนรักเชียงใหม่

การออกมาพูดลักษณะนี้ของนายสาธิตยิ่งจะทำให้ “คนเสื้อแดง” โกรธแค้นหนักเข้าไปอีก เพราะถือเป็นพฤติกรรม 2 มาตรฐานของพรรคประชาธิปัตย์

พวกท่านลองหันไปดู ASTV และ คลื่นวิทยุชุมชน 92.25 บ้างนะครับ เพราะออกข่าวบิดเบือน ใส่ร้ายป้ายสี อดีตนายกฯ ทักษิณ แถมยังปลุกระดมผู้คนให้ข้อมูลผิดๆ มาหลายปี ไม่เห็นมีใครในพรรคประชาธิปัตย์ออกมาว่ากล่าวตักเตือนบ้างเลย

คนที่จะด่า “คนเสื้อแดง” ว่า “ถ่อย” ชอบความรุนแรง ผมขอร้องให้พวกท่านกลับไปดูข่าวย้อนหลัง ไตร่ตรองพฤติกรรมของพันธมิตรฯ บ้างว่าเป็นอย่างไร

บ้านเมืองเราในยามนี้ถือว่า วิกฤติ และผิดปกติ เพราะในเมื่อไม่เคารพกติกา ระบบไม่เป็นระบบ ชอบเล่นกันนอกระบบ ก็สมควรที่จะต้องรับเวรรับกรรมกันต่อไป

เตรียมรับมือกันไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ จะได้ผ่อนหนักให้เป็นเบา !

จีนเมินมาร์ค!

ที่มา ประชาทรรศน์

คอลัมน์ : โต๊ะข่าวประชาทรรศน์

โดย กะพรุนไฟ


“รัฐบาลมีเส้น” หรือ “ฟ้าประทาน” ที่มี “มร.มาร์ค” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี หลังจาก “ไฮแจ็ค” เข้าบริหารประเทศ ก็จ่อหัวดิ่งนรก...นับเวลาถอยหลัง พากันพังทั้งเล้า ทั้งคอกกันแล้ว!!

โดยเฉพาะ, ในสายตาของต่างชาติ มอง “รัฐบาลมาร์ค” เป็น “หุ่นเชิด” เป็น “นอมินี” ที่ขยับแข็งขยับขา “เดินตามใบสั่ง” ที่เขากำหนด กฎเกณฑ์ ให้เป็นไปทุกประการ

ที่สำคัญ “พี่เบิ้มเอเชีย” อย่าง “ประเทศจีน” ดูจะไม่ยอมรับ กับการทวงบัลลังก์ เข้ามานั่งเป็นรัฐบาล ของ “พรรคประชาธิปัตย์” เสียด้วย
จนบัดนี้, ตั่วเฮียแห่งกำแพงเมืองจีน ยังไม่ตกปาก “รับรอง” รัฐบาลท่านอภิสิทธิ์เลย??

คงมีแต่เพียง “ประเทศเวียดนาม” ของเหล่าตระกูลเหงียน... ที่ชูรักกระแร้ รับรอง ต่อการเข้ามาปกครอง ของ “นายกฯมาร์ค”
เมื่อ “พญามังกร” ยังเล่นบทซ่อนเล็บ...ไม่ออกมาโปรประกันดา รับประกันหน้าตา ของ “รัฐบาลอภิสิทธิ์” เช่นนี้....
จึงทำให้ความสง่างาม หล่นวูบตกไปอยู่ คาหัวแม่โป้งเท้า มาจนถึงขณะนี้!!

เหตุที่, พี่น้องเหล่าตระกูลแซ่ ของคนจีนเมินที่จะมีสัมพันธไมตรีอันดีงาม กับ “รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์” ...ว่ากันไปแล้ว เขาเข็ดขี้อ่อนขี้แก่ กับพรรคเก่าแก่นี้เต็มกลืน..

เพราะสมัยที่ “พรรคประชาธิปัตย์” ได้ชูคอนั่งบริหารงานบ้านการเมือง ก็สร้างความปวดร้าวสะดือแด ให้กับ “นักธุรกิจจีน” และ “รัฐบาลจีน” จนยากลืมเลือนเป็นอันมากส์ส์

กล่าวครือ สมัยที่ “เทพเทือก” สุเทพ เทือกสุบรรณ นั่งค้ำถ่อ เป็น “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม” อย่างอู้ฟู่และหรูหราอยู่นั้น

ได้มีโครงการเลิศสะแมนแตน ก่อสร้าง “รถไฟรางคู่” โครงการหลายหมื่นล้าน หลายแสนล้านบาท เพื่อรองรับ การขยายตัว ของการรถไฟไทย ให้เจริญทันชาติต่างๆ ในโลก

หลังจากที่ได้ ปฎิมากรรมโครงการนี้ ออกมาเป็นที่เรียบร้อย กระทรวงใต้ต้นหูกวางกันแล้ว...ทาง “รัฐบาลจีน” และ “นักธุรกิจจีน” ได้ส่งเจ้าหน้าที่นำร่อง มาเจรจาตะอวยกัน จนเข้าได้เข้าเข็ม กันเป็นอันดี
แต่แล้วก็เกิดรายการ “มวยล้มต้มคนดู” ขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

เมื่อมีการ ล้มโครงการ “สร้างรางรถไฟคู่” กันอย่างกระทันหัน...ทำเอา “นักธุรกิจจีน” และ “รัฐบาลจีน” เสียความรู้สึกไปหลายกิโลขีด เชียวแหละงานนี้

และไม่ทราบว่า “พณะทั่นสุเทพ เทือกสุบรรณ” นักการเมือง ผู้สะอาดหมดจดเป็นยองใย ไร้ไฝฝ่าราคีคาว ของพรรคประชาธิปัตย์ จะรู้มั่งหรือไม่???

โครงการดังกล่าว มีการ “จิ้มกล่อง” จ่ายล่วงหน้ากันอย่างหนัก ชนิดมีบางคน รวยเจ๊กอั๊ก สำอักเงินหยวนกันเลยเชียว??
ไม่ทราบว่า “เบี้ยบ้ายรายทาง” ไปตกแอ่งแม้ง อยู่ในกระเป๋าของใคร
ซึ่งแน่นอนว่า “ท่านเทพเทือก” ผู้บริสุทธิ์ดุจน้ำค้างกลางหาว ย่อมไม่ทราบอย่างแน่นอน
เนื่องจากท่าน มีที่ปรึกษาเป็นกุรุส...ใครจะไปเล่นแร่แปรธาตุกันอย่างไร จะให้ท่านทราบได้ไงกันล่ะจ๊ะคุณโยม....

แต่อย่างไรก็ดี, ก็ขอให้รู้เอาไว้ “นักธุรกิจจีน” และ “รัฐบาลจีน” เขายังจำ ในการกระทำเมื่อครั้งกระนั้น ยังไม่ลืม กระทั่งถึงวันนี้
และพลอยเป็นเชื้อ ชังขี้หน้าพ่วงติดระบาด มาถึง “รัฐบาลท่านมาร์ค” เสียด้วยนะสิ??

อีกอย่าง, จะให้ “พญามังกร” ตีอกชกหัว..ดี้ด้าคบค้าสมาคมกับ “รัฐบาลมาร์ค” ถือว่าเป็นเรื่องยาก...ยิ่งกว่าการงมหาเข็ม ในแม่น้ำฮวงโห ซะอีก

เพราะตลอดเวลา ที่พรรคประชาธิปัตย์ เป็น “ฝ่ายค้าน” เล่นบทเป็น “ฝ่ายแค้น” กระเฟียตกระฟัดอยู่นั้น...ได้ถล่มธุรกิจของคนจีน และ รัฐบาลจีน เสียงามพระราม

หยั่งกะเรื่อง “รถถังจีน” ที่เขาขายให้กับ “รัฐบาลไทย” ยุคที่มี “บิ๊กจิ๋ว หวานเจี๊ยบ” พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็น นายกรัฐมนตรี เป็นนายกรัฐมนตรี ครองเมืองเมื่อหลายปีก่อน...

ปรากฏว่า ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ “ท่านไตรรงค์ สุวรรณคีรี ณ. ธงสามสี” คีย์แมนใหญ่พรรคประชาธิปัตย์ ได้ส่งเสียงทองแดง...ว่าตำหนิ “รถถังจีน” ที่รัฐบาลไทยซื้อมา
เป็นเศษรถถังปุโรทัง!!
หากทำการจรยุทธ์ ออกไปสู้ศึกับใคร ต้องใช้รถเครนลากออกไปสู่สนามรบ
เพราะไม่มีปัญหาจะขับเลื่อน เคลื่อนพลออกไปประจัญบาน กับใครได้

กล่าวหา “นักธุรกิจจีน” และ “รัฐบาลจีน” อย่างหนักแน่น และ ใหญ่หลวงถึงปานนี้...แล้วจะไม่ให้ “จีน” เขาจำเป็น “รักฝังแค้น” ที่จะถอนคืน ได้อย่างไรกัน

อีกทั้ง เมื่อกล่าวถึง ด้านของ “นายหัวชวน หลีกภัย” เอง..ก็สร้างความกินหน่ายแหนงใจต่อจีน เอาไว้ระดับหนึ่งเหมือนกัลล์ล์

เมื่อเข้ามาเป็น “นายกรัฐมนตรี” ถึง 2 สมัย ถึง 2 คราวนั้น...แทนที่จะเห็นหัวพี่เบิ้มเอเซีย “จีน”มาก่อนใคร...ท่านกลับสะบัดตูดไปคาวระ “ประธานาธิบดีสหรัฐ” เป็นอันดับต้น ๆ
เมินที่จะไปเยือนจีน คบกับผู้นำจีนเสียงั้นแหละ
จนประเทศจีน มองไทย เป็นหอกข้างแคร่!!
ฉะนั้น,ก่อน “นายกฯมาร์ค” จะขี่เรือเหาะ ไปเยือนสหรัฐ....
ควรหัดไปเยือนจีนก่อน....เพราะเท่านี้ สายสัมพันธ์ของเรา มันก็สุดที่จะย่ำแย่???????

อย่า!..ท้าทายประชาชน

ที่มา ประชาทรรศน์

คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ

การแต่งตั้งบุคลากรของฝ่ายรัฐบาล ในตำแหน่งสำคัญๆ ทั้ง เลขานุการรัฐมนตรี หรือ ที่ปรึกษารัฐมนตรี กำลังเป็นที่ฮือฮากันในยามนี้ เนื่องเพราะมีหลายกระทรวงที่แก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกันในพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และ มีหลายกระทรวงที่ผลักดันให้บุคคลที่สังคมประชาธิปไตย ไม่ต้องการให้มีบทบาท กลับมามีบทบาทอีกครั้งหนึ่ง

ไม่น่าเชื่อว่า นอกจากกระทรวงต่างๆ ที่จับจ้องกันตาเป็นมันแล้ว ในทำเนียบรัฐบาล มีการกระทำในพฤติกรรมดังว่าเหมือนกัน

แต่งตั้งใครไม่แต่งตั้ง ดันไปแต่งตั้ง อดีตผู้ว่าฯ กทม. ที่ถูก คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ปปช. ตัดสินคดีความ จนต้องออกจากตำแหน่ง และ ทำให้ประเทศชาติต้องเสียงบประมาณในการเลือกตั้งใหม่
ทั้งที่นโยบายรัฐบาล เขียนไว้ชัดเจนในเรื่อง คุณธรรม จริยธรรม และ การไม่สนับสนุนการทุจริตคอรัปชั่น

แม้กระทั่งในวันเดียวกันกับที่มีการลงนามแต่งตั้ง ได้มีการเรียกประชุมหัวหน้าส่วนราชการ พูดจาเป็นหมั่นเหมาะ หากนักการเมืองคนใดไปบอกให้ทุจริต ให้มาบอกกับผู้นำรัฐบาลทันที ...!!!

แต่เมื่อมีการแต่งตั้ง คนที่มีส่วนพัวพันถึงขนาด ปปช.ได้ชี้มูลความผิด ให้เป็นตำแหน่งใหญ่โต คือ ตำแหน่ง ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เทียบชั้น ซี 11 มีเงินเดือน และ ค่าตอบแทน พร้อมรถและคนขับรถประจำตำแหน่ง ซึ่งทั้งหมดทั้งสิ้นล้วนเป็นเงินจากภาษีอากรของประชาชนตาดำ ๆ
ไม่รู้ว่านายกรัฐมนตรี แต่งตั้งอดีต ผู้ว่าฯ กทม.ท่านนี้มาปรึกษาเรื่องอะไร?
ปรึกษาเรื่องในลักษณะเดียวกับ รถและเรือดับเพลิง หรือไม่?
ปรึกษา วิธีการล็อบบี้องค์กรนอกรีตให้ฝ่ายตัวเองไม่โดนลงโทษ หรือไม่?
ปรึกษา วิธีการอนุญาตให้ม็อบบางม็อบปิดล้อมทำเนียบ สนามบิน หรือไม่?

เป็นเรื่องที่ค้างคาใจ เพราะการเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ถือเป็นตำแหน่งใหญ่ ที่ข้าราชการทั่วประเทศจะให้ความเกรงอกเกรงใจ

ไหนว่าคนในพรรคประชาธิปัตย์ วิเศษวิโส เป็นเทวดา เก่งกันทั้งพรรค เพราะคัดเลือกบุคคลากรที่มีความรู้ความสามารถเยอะแยะ ทำไมจึงเลือกคนมีตำหนิ สันหลังหวะ เข้ามาร่วมก๊กร่วมก๊วน กันแบบนี้
ไม่เกรงใจประชาชน 63 ล้านคน กันบ้างเลยหรือไง
ไม่เกรงใจประชาชน คนกทม. ที่เขาต้องเสียสละเวลาไปเลือกตั้งใหม่ กันบ้างเลยหรือไง

รัฐบาลชุดนี้ ไม่ได้มีที่มาตามความนิยมศรัทธาของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง เป็นรัฐบาลที่พรรคแกนนำ ไม่ได้ถือเสียงข้างมากที่สุดในสภาผู้แทนราษฎร จึงสมควรจะอยู่ในอำนาจอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว การกระทำใดที่ก่อให้เกิดความคลางแคลงใจ หรือ การกระทำที่ขัดกับนโยบายและคำพูดที่พร่ำบ่นมาตลอดในเรื่อง จริยธรรม คุณธรรม และ ธรรมาภิบาล จะยิ่งทำให้รัฐบาลอยู่ยาก

หากไม่เลิกพฤติกรรม ท้าทาย อำนาจประชาชน 63 ล้านคน กระทำการอันเป็นการ ตระบัดสัตย์ ต่อคำพูดแห่งตนแล้ว รัฐบาลคงจะนับถอยหลังไวกว่าที่ควรจะเป็น

ถอดยศ'ทักษิณ'ชี้โทษติดคุก-ผิดวินัยตร.'มาร์ค'ปัดไม่ใช่สัญญาณรบ.

ที่มา ประชาทรรศน์

สตช.จ่อถอดยศ "ทักษิณ" หลังศาลสั่งจำคุกคดีที่ดินรัชดาฯ กองวินัยชี้ผิดเข้าข่ายระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุไม่มียื้อเวลา ขีดเส้น 1-2 วัน ส่งเรื่อง ผบ.ตร.พิจารณา พร้อมย้ำไม่ใช่เกมการเมือง ขณะที่ 'อภิสิทธิ์' ปัดเผือกร้อน! ยันรัฐบาลไม่ได้ส่งสัญญาณให้ตำรวจถอดยศอดีตนายกฯผลัดถิ่น!!

วันนี้ (8 ม.ค.) พล.ต.ต.ปัญญา เอ่งฉ้วน ผู้บังคับการกองวินัย (ผบก.วน.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการดำเนินการถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ภายหลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาจำคุก 2 ปี ในคดีที่ดินรัชดาว่า ทางกองวินัยในฐานะหน่วยงานต้นเรื่อง ได้ทำการตรวจสอบตามข้อมูลที่ปรากฏ และพบว่ากรณีของ พ.ต.ท.ทักษิณ เข้าเงื่อนไของค์ประกอบตามระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าด้วยการถอดยศตำรวจ พ.ศ.2547 เนื่องจากถูกศาลพิพากษาจำคุก และคดีถึงที่สุดแล้ว จึงได้ส่งเรื่องไปยังกองกำลังพล เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2552 ซึ่งกระบวนการขั้นต่อไป ทางกองกำลังพลจะต้องประมวลเรื่องเพื่อเสนอไปยังพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.เพื่อพิจารณาดำเนินการถอดยศต่อไป

ด้าน พล.ต.ต.ชนาภัทร เชยสมบัติ ผู้บังคับการกองกำลังพล กล่าวว่า ได้รับเรื่องจากกองวินัย เมื่อวันที 7 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งจะต้องนำมาพิจารณาตามระเบียบ ซึ่งทางกองวินัยได้ชี้มาแล้ว ทางกองกำลังพลก็ต้องนำมาพิจารณาว่ากรณีดังกล่าวเข้าระเบียบเกี่ยวกับกำลังพลหรือไม่ ซึ่งจะต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏด้วย อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องปกติซึ่งกองกำลังพลก็จะทำไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ยืนยันว่าจะไม่มีการยื้อหรือประวิงเวลา ขอเวลาประมวลเรื่อง1-2 วัน จากนั้นจะเสนอให้ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.พิจารณา ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

'เพื่อไทย'กร้าว!ไม่เหมาะสมหากถอดยศอดีตนายกฯ

ด้าน นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดังกล่าวว่า อยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องและมีอำนาจสั่งการดังกล่าวคิดถึงด้วยว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณ เคยทำประโยชน์อะไรให้ประเทศบ้าง และควรจะดูสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้ด้วย ว่ามันเหมาะสมหรือไม่ที่จะมาถอดยศของอดีตนายกรัฐมนตรีตอนนี้ เพราะรัฐบาลเองก็บอกว่าต้องการให้เกิดความรักความสามัคคีกันในประเทศ

'มาร์ค'ปัด!รัฐบาลไม่ได้ส่งสัญญาณตร.ถอดยศ'ทักษิณ'

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่กองวินัย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุเห็นควรถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า เป็นเรื่องที่ฝ่ายปฏิบัติทำไปเป็นขั้นตอน และขณะที่พบผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติวันนี้ ก็ไม่มีการพูดถึง หรือยืนยันว่าขั้นตอนดำเนินการถอดยศใช้เวลานานเท่าใด ทั้งนี้ขอย้ำว่าไม่มีการส่งสัญญาณใดๆทั้งสิ้นจากรัฐบาล ไม่มีการละเว้นหรือกลั่นแกล้ง

โละทิ้ง‘ดอนเมือง’ย้ายฐานการบิน!ปัดภาระ‘โลคอสต์แอร์’

ที่มา ประชาทรรศน์

‘ศรีสุข’ ประกาศกร้าว!รื้อแผนสนามบินนานาชาติ 2 แห่ง จ่อยกเลิกดอนเมือง เล็งย้ายฐานการบินรวมศูนย์ที่สุวรรณภูมิแห่งเดียว ‘นกแอร์’ ค้านนโยบายบอร์ดฟื้นฟูฯปัดภาระ ‘เที่ยวบินโลว์คอสต์’ ย้ำปัญหาบานสะพรั่ง-เม็ดเงินลงทุนเฟส 2 ไร้ความชัดเจน

นายศรีสุข จันทรางศุ ประธานคณะกรรมการฟื้นฟูและพัฒนาโครงข่ายการขนส่งทางอากาศฯ เปิดเผยภายหลังการประชุมวันนี้ (8 ม.ค.) ว่า กระทรวงคมนาคมมีนโยบายหลักในการบริหารท่าอากาศยานเดียวโดยใช้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นท่าอากาศยานหลัก ขณะที่ท่าอากาศยานดอนเมืองจะใช้สำหรับกิจกรรมที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมการบิน หรือใช้สำหรับเครื่องบินเช่าเหมาลำแต่ไม่ใช่เที่ยวบินประจำปกติ

ส่วนสายการบินประจำที่ทำการบินที่ท่าอากาศยานดอนเมืองในขณะนี้ ก็จะต้องย้ายมาให้บริการที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แต่ยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาชัดเจนว่าจะต้องย้ายเมื่อใด เพราะต้องตรวจดูความพร้อมของสายการบิน ขณะเดียวกันยังต้องรอการติดต่อประสานงานกับบริษัทผู้ผลิตและซ่อมเครื่องบินก่อนว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการได้เมื่อใด หากแผนงานด้านอุตสาหกรรมการบินมีความชัดเจน ก็จะได้ประสานกับสายการบินเพื่อย้ายท่าอากาศยานต่อไป

เช่นเดียวกับ นายเสรีรัตน์ ประสุตานนท์ รักษาการผู้อำนวยการใหญ่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. กล่าวว่า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิพร้อมให้บริการที่จะให้ 3 สายการบินที่บินอยู่ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง กลับมาบินที่สุวรรณภูมิได้ทันที ซึ่งขึ้นอยู่กับสายการบินว่าจะมาเมื่อไหร่ โดยมั่นใจว่าจะสามารถจัดการบริหารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้ ซึ่งคงมีเพียง 1 - 2 ชั่วโมงเท่านั้น ที่เป็นช่วงผู้โดยสารหนาแน่น ส่วนการดำเนินการก่อสร้างท่าอากาศยานสุวรรณภูมิระยะที่ 2 จะมีการเสนอเข้า ครม.อีกครั้งในเร็วๆ นี้

ขณะที่ นายพาที สารสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินนกแอร์ ไม่เห็นด้วยกับนโยบายดังกล่าว และยืนยันจะไม่มีการย้ายฐานปฏิบัติการบินกลับไปท่าอากาศยานสุวรรณภูมิแน่นอน และพร้อมจะเข้าชี้แจงทำความเข้าใจกับนายศรีสุข โดยให้เหตุผลว่าการที่จะให้สายการบินย้ายกลับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในขณะนี้จะมีผลเสียถึง 3 ข้อ

“หลักๆ ก็คือ ต้นทุนในการย้ายฐานปฏิบัติการบินที่สายการบินแต่ละแห่งต้องแบกรับในแต่ละครั้งเป็นวงเงินสูง 10-20 ล้านบาท ขณะที่ในส่วนของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเองขณะนี้ก็ยังไม่มีความพร้อมหากจะมีเที่ยวบินไปทำการบินขึ้น-ลงเพิ่มขึ้น และ ในช่วงที่อุตสาหกรรมการบินประสบวิกฤติในการให้บริการนั้น ภาครัฐควรหาแนวทางให้ภาคเอกชน และสายการบินต่างๆ สามารถลดต้นทุนในการบริหารงานมากกว่าที่จะเปลี่ยนนโยบายไป-มา และทำให้เอกชนต้องมีต้นทุนสูงขึ้นโดยไม่จำเป็น” ซีอีโอนกแอร์ ระบุ

เอ็กซเรย์ทั่วทำเนียบสกัดระเบิดม็อบมารบึ้มวันเด็ก

ที่มา ประชาทรรศน์

ทำเนียบรัฐบาลระทึก! เกิดเหตุบึ้มท่อน้ำ สร้างความแตกตื่นให้ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ตำรวจรุดดูที่เกิดเหตุ กันคนออกจากพื้นที่เสี่ยง ตร.ย้ำม็อบมารทิ้งซากระเบิดปิงปอง เร่งรวบหลักฐานมัดตัวเอาผิด วางกำลังพลเข้มเอ็กซเรย์รอบทำเนียบพรุ่งนี้

วันนี้ (8 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา เกิดเสียงระเบิดดังกล่าวในท่อระบายน้ำบริเวณระหว่างตึกสันติไมตรีกับสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี โดยเหตุดังกล่าวไม่ได้ทำให้เกิดความเสียหายหรือมีผู้บาดเจ็บ แต่ทำให้เกิดเสียงดังมาก สร้างความแตกตื่นให้กับเจ้าหน้าที่ในทำเนียบรัฐบาลเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายอาคารสถานที่กล่าวว่า เหตุดังกล่าวเจ้าหน้าที่กำลังจัดเตรียมสถานที่เพื่อจัดงานวันเด็ก แต่เห็นว่ามีฝาท่อระบายน้ำเปิดอยู่จึงไปขยับให้เข้าที่ก็เกิดเหตุระเบิดขึ้น ซึ่งภายหลังเกิดเหตุดังกล่าวได้สร้างความแตกตื่นให้กับข้าราชการที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจรักษาความปลอดภัยได้นำกรวยมาวางกั้นพื้นที่ประมาณ 3X5 เมตรในบริเวณที่เกิดเหตุไว้ไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไป เพื่อรอให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจสอบ

อย่างไรก็ตาม มีการจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ว่า เหตุระเบิดดังกล่าวน่าจะมาจากระเบิดปิงปองที่เหลือตกค้างจากการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งบุกยึดทำเนียบรัฐบาลไว้ก่อนหน้านี้

ขณะที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเกิดเหตุระเบิดที่ทำเนียบรัฐบาลและเกิดเหตุระเบิดหลังห้องทำงานของนายกฯอาจเป็นระเบิดที่ตกค้างไว้เมื่อไรก็เป็นไปได้ แต่วันนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้มาทำความสะอาดเพื่อรับงานวันเด็กก็ให้เขาดำเนินการตรวจสอบให้เต็มที่

ผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นไปได้หรือเพราะว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบหมดแล้ว นายสุเทพ กล่าวว่า ตนจะไปตอบแทนได้อย่างไรต้องฟังทางเจ้าหน้าที่ อย่างไรก็ตามไม่คิดว่าจะมีปัญหาอะไรไปมากกว่านี้ แต่สำหรับการงานวันเด็กก็ยังจะจัดเหมือนเดิม

ตร.ย้ำม็อบมารทิ้งซากระเบิดปิงปองเร่งรวบหลักฐานมัดตัว

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร) พล.ต.ท.ธีระเดช รอดโพธิ์ทอง ผบช.ส. กล่าวถึงกรณีที่มีระเบิดที่ทำเนียบรัฐบาลว่า จากการไปตรวจสอบพบว่าเป็นลักษณะของระเบิดปิงปองขนาดเล็ก ซึ่งอยู่ในท่อระบายน้ำและมีเจ้าหน้าที่ของทำเนียบรัฐบาลไปงัดขึ้นมาทำให้เกิดระเบิดขึ้นแต่ไม่มีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ คาดว่าเป็นระเบิดเก่าช่วงที่มีการชุมนุมก่อนหน้านี้ ไม่เกี่ยวกับการดิสเครดิตรัฐบาลแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามก็ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลประจำทำเนียบรัฐบาลทำการสำรวจรอบทำเนียบและลงไปดูในร่องน้ำ ท่อระบายน้ำ และคลองรอบทำเนียบรัฐบาลตั้งแต่เย็นนี้ถึงวันพรุ่งนี้เพื่อให้เกิดความแน่ใจถึงความปลอดภัยในวันเด็กแห่งชาติที่จะถึงนี้เพราะจะมีเด็กมาทำเนียบรัฐบาลกันเป็นจำนวนมาก

เช่นเดียวกันกับพล.ต.ต.อนันต์ ศรีหิรัญ ผู้บังคับการนครบาล1 กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีเหตุระเบิดท่อน้ำภายในทำเนียบรัฐบาล โดยเปิดเผยถึงความคืบหน้าว่า จากการตรวจสอบพื้นที่แล้ว คาดการณ์ว่าน่าจะเป็นระเบิดปิงปอง ที่น่าจะตกค้างจากการตรวจสอบหลังกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้ส่งมอบทำเนียบคืน เมื่อปลายปี 2551 ที่ผ่านมาหลังจากที่บุกยึดมานานหลายเดือน

แม้ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เค้าเคลียร์พื้นโดยรอบทำเนียบ โดยการนำเอาสุนัขตำรวจเข้าไปดมหาวัตถุระเบิดแล้วก็ตาม แต่อาจจะมีการเล้ดลอดได้ เนื่องจากกลิ่นน้ำเสียภายในท่อระบายน้ำกลบกลิ่นวัตถุระเบิด จึงทำให้ไม่สามารถตรวจพบเจอวุตถุระเบิด

อย่างไรก็ตามในวันพรุ่งนี้ (9 ม.ค.) เวลาประมาณ 09.00 น.ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะวางกำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่โดยรอบทำเนียบรัฐบาลอีกครั้ง เพื่อป้องกันความปลอดภัยก่อนการจัดงานวันเด็กแห่งชาติที่จะเปิดโอกาสให้เด็กเข้าเยี่ยมชมทำเนียบ ส่วนการดำเนินการทางคดี ตนได้มอบหมายให้พนักงานสอบสวนส.น.ดุสิต สอบปากคำเจ้าหน้าที่ทำเนียบแล้ว เพื่อรวบรวมหลักฐานเอาผิดกับกลุ่มพันธมิตรฯในลำดับต่อไป

เหตุการณ์ กลุ่มคนเสื้อแดงปลอม ป่วนเวที นปช ที่ไปช่วยหาเสียง เวอรืชั่นเต็ม

ที่มา cbnpreess



เหตุการณ์ กลุ่มคนเสื้อแดงปลอม ป่วน๮.

คลิป เกิดระเบิดขึ้นที่ทำเนียบรัฐบาล ขณะที่นายกกำลังประชุมกับฝ่ายความมั่นคง

ที่มา thaifreenews

เงินหนาสู้ข้อหาทรยศ!

ที่มา ไทยรัฐ

ท่าทางไม่ได้สะทกสะท้านอะไร นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ยังมีอารมณ์พาครอบครัวไปนั่งดูหนังเรื่อง ความสุขของกะทิบทประพันธ์ซีไรต์ของ น.ส.งามพรรณ เวชชาชีวะ พี่สาว อย่างสบายอกสบายใจ

ปล่อยให้เซียนเฒ่าอย่างนายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ลุยฝ่าดงไข่ไก่สดๆผสมเลือดหมู ที่กองกำลังม็อบตีนตบตามประกบราวีรถหาเสียง

ระทึกใน พื้นที่สีแดงภาคเหนือ

แต่ด้วยฟอร์มเก๋าเกม นอกจากจะนิ่งสะกดอาการตื่นกลัวแล้ว นายชวนยังถือโอกาสสอนเชิงให้ศิษย์เอกยุดังๆออกอากาศ ต่อไปนายอภิสิทธิ์ต้องเดินทางไปพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสาน เพราะเป็นนายกฯของคนทั้งประเทศไม่ใช่ภาคใดภาคหนึ่ง

ยิ่งเจอมากยิ่งต้องลงพื้นที่ให้มากขึ้น

กระตุ้นต่อม ใจถึงผลักหลังให้ลุยดงบาทา

และล่าสุด นายวิฑูรย์ นามบุตร รมว.การพัฒนาสังคมฯ แพลมโปรแกรมออกมาแล้ว ในวันที่ 8 มกราคมนี้ นายกฯอภิสิทธิ์มีคิวเดินทางไปเยี่ยมยายเนียมเจ้าของแหวนหมั้นที่นอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาลอุบลราชธานี

ถึงฉากที่พระเอกในท้องเรื่องออกโรงเอง

จากคิวของ เทพเทือกนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ โดนล้อมโรงแรมที่จังหวัดอุบลราชธานี ต่อด้วยรายการโห่ไล่นายไพฑูรย์ แก้วทอง รมว.แรงงาน ที่โรงแรมหรูของพ่อตานายเนวิน ชิดชอบ ที่จังหวัดเชียงใหม่ ไล่เลี่ยกับการล้อมกรอบนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ส.ส.สัดส่วนพรรคประชาธิปัตย์ หนึ่งใน 5 แกนนำม็อบพันธมิตรฯที่เดินสายไปจังหวัดลำปาง ล่าสุด มาถึงคิวนายชวน โดนม็อบตีนตบตามประกบราวีตลอดเส้นทางหาเสียงที่จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง

ม็อบเสื้อแดงล็อกเป้าคนของรัฐบาลประชาธิปัตย์ ตั้งป้อมราวีเต็มที่

ลุ้นกันว่า อภิสิทธิ์จะเจออะไร

ภายใต้ฉากโรมรันพันตูในยุทธการ ดาบนั้นคืนสนองม็อบเสื้อแดงที่แยกกันไม่ออกกับพรรคเพื่อไทยเครือข่าย นายใหญ่ลุยย้อนเกล็ดย้อนศร เอาคืนม็อบเสื้อเหลืองที่ผูกติดอยู่

กับพรรคประชาธิปัตย์

กรรมใดใครก่อก็สนองกันไป

แต่ที่กำลังทำพิธี ตัดกรรมกันใหม่ ความเคลื่อนไหวที่ซ่อนอยู่หลังฉากวุ่นๆ อาศัยช่วงชุลมุนที่ม็อบเสื้อแดงอาละวาดใส่พลพรรคประชาธิปัตย์ ย้อนเกล็ดม็อบเสื้อเหลือง

เป็นข่าวที่ชัดเจนขึ้นทุกขณะ ก๊วนพ่อมดเขมรซบค่ายภูมิใจไทย

โดยสัญญาณเริ่มการอพยพใหญ่ ย้ายที่ทำการพรรคจากที่เก่าหลังโรงพยาบาลวชิระ ไปอยู่ที่บริเวณห้างเสรีเซ็นเตอร์ ย่านถนนศรีนครินทร์ ซึ่งเป็นที่ดินของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตเลขาธิการพรรคไทยรักไทย ผู้เป็นทั้งเพื่อนซี้และนายทุนใหญ่ของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน นายใหญ่ค่ายภูมิใจไทย

เจาะจงเลือกชัยภูมิใกล้ๆร้านอาหารบัว สาขาศรีนครินทร์ ที่ก๊วนเพื่อนเนวินใช้เป็นที่นัดรวมพลแจกซองประจำเดือน

พร้อมๆกับการโผล่ให้เห็นหน้าแวบๆ ของนายทุนหน้าตักหนาอย่างนายประสงค์ โฆสิตานนท์ อดีต รมช.มหาดไทย เจ้าของอาณาจักรสุโขทัยหินอ่อน ร่วมวงสนทนาอยู่กับ ส.ส.ก๊วนเพื่อนเนวิน นัยว่าจะร่วมสังฆกรรมกันแน่นอน

แค่ยี่ห้อ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจประสงค์ โฆสิตานนท์ยังไม่ได้นับเสี่ย คิงเพาเวอร์สปอนเซอร์หลักอย่างเป็นทางการของกลุ่มเพื่อนเนวิน

เค้ายาวจากเชียงรายยันนราธิวาสก็ว่าได้

แล้วไหนจะเค้กก้อนใหญ่ที่รอเป่าเทียน โดยนายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม กลุ่มเพื่อนเนวิน เดินหน้าตีธงลุยบิ๊กโปรเจกต์เช่ารถเมล์ เอ็นจีวี 4,000 คัน

ออปชันที่แกนนำอย่างพรรคประชาธิปัตย์ก็ขวางไม่ได้

ล่าสุดก็ส่งซิกปิดสนามบินดอนเมืองให้เป็นแค่คาร์โกกับศูนย์ซ่อมอากาศยาน ย้ายฐานกลับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นสนามบินเดี่ยว

อำนวยประโยชน์ให้ธุรกิจร้านค้า

ไม่นับขุมทรัพย์ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นที่มีเม็ดเงินงบ ประมาณอีกนับหมื่นล้านบาทที่กระจายลงไปให้ อบจ. อบต. เจียดหัวคิว ให้นักเลือกตั้ง

เงินน่ะไหลมาเป็นโกดังแน่

จะติดอยู่แค่ตราประทับ ทรยศนายใหญ่”.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน