WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, January 10, 2009

เขวี้ยงไข่

ที่มา เดลินิวส์

พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รองผบ.ตร. ชี้ว่าการเขวี้ยงไข่ เป็นความผิดฐานทำร้ายร่างกาย มีโทษจำคุก 2 ปี เพราะไข่ (ถึงไม่ใช่ไข่เน่า) ก็ถือเป็นอาวุธตามกฎหมาย ???

ก็เอาเถอะ เป็นตำรวจก็เปลี่ยนสีไปตามอำนาจรัฐ เหมือน พล.ต.อ.จงรัก ที่เคยขึงขังจะเล่นงาน 60 บริษัท สปอนเซอร์พันธมิตรฯบุกยึดทำเนียบฯและสนามบินสุวรรณภูมิข้อหา สนับสนุนการก่อการร้าย

พออำนาจรัฐเปลี่ยน ก็หุบปากเฉย พอกับหัวขบวน พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ที่ไม่รู้เป็น ผบ.ตร.แต่กลับปล่อยพันธมิตรฯบุกยึดสนามบิน 2 แห่งได้ง่ายดายมาก จนขายขี้หน้าไปทั่วโลกได้ไง

จะจับมือเขวี้ยงไข่ก็จับ แต่ทีพวกก่อการร้าย ทำไมปล่อยลอยนวลอยู่ได้

แต่นั่นล่ะ ตำรวจ ก็สู้ ส.ว.ลากตั้ง ประสาร มฤคพิทักษ์ ไม่ได้ เห็นบูชาท็อปบู๊ตสุดจิตสุดใจ กร้าวมาก ประณามยับว่า เป็นพฤติกรรมไร้สติ เป็นอันธพาลป่วนเมือง

ถ้าผู้ว่าฯ ตำรวจ ควบคุมไม่ได้ ก็ต้องปลดออก ต้องทำให้เห็นว่า บ้านเมืองมีขื่อมีแป !!!

ที่ด่าทอมือเขวี้ยง ก็ไม่ติดใจ ก็ไม่ควรทำจริง ๆ คนรักกันชอบกัน ย่อมทนไม่ได้ เหมือนคนเสื้อแดงทนไม่ได้ ที่เสื้อเหลืองถอดรองเท้าเขวี้ยงใส่ หน้า สมชาย วงศ์สวัสดิ์

ดาวกระจายไปทุกที่ เขาพระวิหาร ยังไปเลย เฉลิม อยู่บำรุง ไปตรวจ ราชการที่ใต้ ถูกไล่ตั้งแต่โรงแรมยันสนามบิน ต้องหนีหัวซุกหัวซุนกลับกรุงเทพฯ

เหมือน สมัคร สุนทรเวช หอบสังขารไปรักษาโรคร้ายที่ฮุสตัน สหรัฐ ก็ถูกคนเสื้อเหลืองถือป้ายโห่ไล่ ล้อมรถ มาตอนนี้คนเสื้อแดงก็บุก รพ.อุบล ที่ “คุณยายเนียม” รักษาตัวอยู่ ควรประณามทั้ง 2 ข้างเลย

คนไทยอย่างน้อยต้องมีใจเมตตากัน โดยเฉพาะคนป่วยคนเจ็บ ต้องเมตตาให้มาก ๆ

แต่ที่นายกฯและ วิฑูรย์ นามบุตร รมว.วัฒนธรรม ถึงขนาดบอกว่า คนเสื้อแดง บุกไปถึงห้อง “ไอซียู” ทำให้คุณยายเนียมที่ไม่รู้สึกตัวเลย ถึงกับต้องร้องไห้ออกมาน่ะ ไม่เว่อร์ไปหน่อยหรือ

หมอ-พยาบาล ยอมได้ไง อย่าเอาความเจ็บความตายมาเล่นการเมืองเลย บาปกรรม !!!

ที่นายประสารทนไม่ได้จึงเข้าใจ แต่ที่ติดใจมาก ยังมีหน้ามาบอก ต้องให้บ้านเมืองมีขื่อมีแป ถามจริง ๆ เถอะ 6-7 เดือนที่ผ่านมา บ้านเมืองเคยมีขื่อมีแปด้วยหรือ

ถ้ามีจริงคงไม่ปล่อยให้ยึดทำเนียบฯตั้ง 3 เดือน ปลูกข้าวทำนา ตากกางเกงลิง ไล่ยิงเหี้ยเล่น จนเหิมเกริม ยึดสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง สร้างความฉิบหายให้ประเทศไม่รู้เท่าไหร่น่ะ !!!

ขอยืมคำพูดยอดฮิตที่เสื้อเหลืองชอบพูดมาใช้หน่อยเหอะ ตอนนั้นนายประสารไปมุดหัวอยู่ที่ไหนเสียเล่า ทำไมไม่โผล่หัวออกประณามช่วยเตือนสติกันบ้าง

เห็นแต่ยกยอปอปั้น ให้ท้าย “พวกอนาธิปไตย” แถมขยันหมั่นแวะเวียนไปเยี่ยมบ่อย ๆ ด้วย ก็บ้านเมืองเป็นอย่างนี้ ก็เพราะมันไม่มีขื่อมีแปน่ะสิ แล้วจะมากระแดะทนไม่ได้ ทำไม เมื่อกรรมสนองเวร

จะบอกกี่ครั้งก็ขอบอกว่า ตราบใดที่กฎหมายบ้านเมือง มีไว้จัดการแค่ คนกลุ่มหนึ่ง แต่กลับละเว้นคนอีกกลุ่มหนึ่ง (เห็นตำตากันทุกวัน) แล้วความสงบจะเกิดได้อย่างไร

อิมพอสสิเบิล เป็นไปไม่ได้หรอก อย่าหลอกตัวเองอยู่เลย ???.

ดาวประกายพรึก

แซมลั่นทำฝั่งธนฯเท่ากทม.

ที่มา ไทยรัฐ

เมื่อบ่าย วันที่ 9 ม.ค. 52 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายยุรนันท์ ภมรมนตรี ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. หมายเลข 10 เดินทางไปสักการะพระบรมอนุสาวรีย์ พระเจ้าตากสิน จากนั้นเดินหาเสียงตลาดวงเวียนใหญ่ ถนนเจริญรัถ มีประชาชนออกมาดักรอถ่ายภาพและขอลายเซ็นจำนวนมาก จึงต้องมีการเปลี่ยนกำหนดการหาเสียงจากเดิมตลอดช่วงบ่ายจะขึ้นรถแห่รอบพื้นที่ฝั่งธนฯ เป็นเดินเท้าก่อน ใช้เวลาหลายชั่วโมง จากนั้นจึงขึ้นรถแห่ไปตามถนนสายต่างๆ เขตคลองสาน ธนบุรี ภาษีเจริญ วัฒนา บางกอกใหญ่

นายยุรนันท์กล่าวว่า วันนี้มาขอพรและชัยชนะการลงศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. จากพระเจ้าตากสิน นอกจากนี้ ยังให้คำสัญญากับพระเจ้าตากสินด้วยว่า ถ้าได้รับเลือกตั้งจะดูแลและพัฒนาฝั่งธนฯ ถ้า กทม. มีอะไรฝั่งธนฯจะต้องมีเหมือนกัน ที่ผ่านมาจะเอา กทม.เป็นหลัก และไม่เคยมีการสำรวจอย่างจริงจังว่า ฝั่งธนฯมีจุดอ่อนอะไรบ้าง คนฝั่งธนฯจึงถูกมองว่าเป็นลูกเมียน้อยต่อไปนี้จะพัฒนาให้เท่าเทียม และขอปิดตำนานคนฝั่งธนฯลูกเมียน้อย วันนี้ถึงเวลาแล้วที่คนฝั่งธนฯจะภูมิใจว่าฝั่งธนฯก็คือกรุงเทพฯเหมือนกัน

นายยุรนันท์กล่าวว่า การหาเสียงโค้งสุดท้ายคงไม่มีอะไรเพิ่มเติม เพราะ 10 นโยบายหลักได้ แจกแจงไปหมดแล้ว มีทั้งเรื่องเด็ก ผู้หญิง คนพิการ การศึกษา สาธารณูปโภค การขนส่ง คงจะมีบางประเด็นโดนใจบ้าง เพราะแต่ละนโยบายหยิบยกมาจากปัญหาของจริง ซึ่งนโยบายใครก็พูดได้เพียงแต่จะทำได้แค่ไหน และอยากให้ติดตามนโยบายที่เคยพูดกันไว้ทำได้จริงหรือเปล่า วันนี้ยืนยันว่านโยบายที่พูดไปทำได้จริง และทุกคนในพรรคพร้อมลงแขกช่วยแก้ปัญหา สำหรับการทำงานร่วมกับรัฐบาลซึ่งต่างพรรคต่างขั้วกันนั้น ไม่น่าจะมีปัญหา เพราะการทำงานอยากให้แยกกัน ภาครัฐดูแลประเทศ ส่วน กทม.ต้องดูแลกรุงเทพฯ อยากให้ทุกคนมีจิตอาสา ถ้าทำได้ก็สามารถทำงานร่วมกันได้ สำหรับวันที่ 10 ม.ค. ซึ่งเป็นวันสุดท้ายการหาเสียง จะขึ้นรถแห่ตั้งแต่เช้าถึงเย็น ส่วนวันอาทิตย์ที่ 11 ม.ค. ยังไม่ได้วางโปรแกรมก็จะใช้เวลาพักผ่อนกับครอบครัวและรอดูผลการเลือกตั้ง

พท.ย้อนศรพัชรวาท งัดคดีเก่าให้ถอดยศ

ที่มา ไทยรัฐ

กรณีที่กองวินัย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เสนอเรื่องให้กองกำลังพลประมวลเรื่องถอดยศตำรวจของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อเสนอ ผบ.ตร.พิจารณาดำเนินการ โดยให้เหตุผลว่าเข้าเงื่อนไของค์ประกอบของระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าด้วยการถอดยศตำรวจ เนื่องจาก พ.ต.ท.ทักษิณถูกศาลพิพากษาจำคุก และคดีถึงที่สุดแล้วนั้น

พท.ตั้งกระทู้ถามเรื่องถอดยศ ทักษิณ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 9 ม.ค. ที่รัฐสภา ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย แถลงว่า ทันทีที่เปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยสามัญทั่วไปในวันที่ 21 ม.ค.นี้ จะยื่นกระทู้สดถามนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กรณีที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเสนอถอดยศของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เนื่องจากต้องคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในคดีที่ดินรัชดาฯ เพราะอยากทราบว่า 1. นายกฯเคยอ่านคำพิพากษาขององค์คณะผู้พิพากษาในคดีดังกล่าวหรือไม่ 2. รัฐบาลมีส่วนรู้เห็นกับการออกข่าวของหน่วยงานของรัฐที่มักออกข่าวในทำนองว่า พ.ต.ท.ทักษิณมีความผิดในคดีทุจริตซื้อที่ดิน ซึ่งเป็นการกล่าวที่ไม่ถูกต้องตรงกับความเป็นจริง เนื่องจากคำพิพากษาคดีดังกล่าวปรากฏชัดเจนในหน้า 37 ว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 142 และ 157 ทั้งนี้ หากรัฐบาลมีส่วนรู้เห็นย่อมเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยหลักความยุติธรรม ที่หยิบยกมาเป็นข้ออ้างในคำแถลงนโยบายรัฐบาล 3. รัฐบาลจะแก้ไขปัญหาอย่างไร หากกรณีดังกล่าวส่งผลให้ประชาชนที่ยังรักและศรัทธาต่อผลงาน พ.ต.ท.ทักษิณออกมาประท้วงหรือแสดงความไม่เห็นด้วยกับการดำเนินการของ สตช.

งัดเรื่องเก่าเล่นงาน พัชรวาท

ภายหลังการแถลงข่าว ร.ต.ท.เชาวรินนำเอกสารประทับตราลับมาก โดย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ผบ.ตร. ช่วยราชการสำนักนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ทำถึงนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 23 ก.ย. 2551 เพื่อขอทราบความคืบหน้ากรณีที่มีการตรวจสอบพบว่า พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. กับพวกรวม 3 คน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และกระทำความผิดวินัยอย่างร้ายแรงมาแจกกับสื่อมวลชน เอกสารดังกล่าวระบุว่าตามที่บริษัทผู้ผลิตรายการรายหนึ่งถูกกีดกันไม่ให้เสนอราคาการจัดจ้างโฆษณาและเผยแพร่รายการของ สตช.จำนวน 3 รายการ ได้ร้องเรียนกล่าวหา พล.ต.อ.พัชรวาทขณะดำรงตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ตร. กับพวกรวม 3 คน กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ ไม่ปฏิบัติตามประกาศของกระทรวงการคลัง ได้จัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์โดยมีเจตนากระทำการเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทเอ็น เอส มีเดีย แอสโซซิเอทส์ จำกัด จึงได้แต่งตั้ง พล.ต.ท.ทวีพร นามเสถียร ผบช.ประจำ ตร. ให้ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริง

บีบ อภิสิทธิ์ฟันฐานผิดวินัยร้ายแรง

ร.ต.ท.เชาวรินกล่าวว่า ภายหลังการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว คณะกรรมการตรวจสอบเห็นว่า พล.ต.อ.พัชรวาท กับพวกรวม 3 คน กระทำความผิดตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ ข้อ 18 (6) และข้อ 21 ประกาศกระทรวงการคลังเรื่องหลักเกณฑ์การซื้อและการจ้างโดยการประมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ข้อ 6, 12, 13 และ 16 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ มาตรา 10 และ 12 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147, 152, 157 ประกอบมาตรา 83, 84, 86, 90 และ 91 รวมถึง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ มาตรา 86 และ 79 (1) พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ยังระบุว่าความผิดดังกล่าวถือเป็นการผิดวินัยอย่างร้ายแรง จึงเสนอนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี ให้ทำการตรวจสอบ แต่ยังไม่ ทราบความคืบหน้า จึงทำหนังสือถึงนายสมชายเพื่อขอความคืบหน้าในเรื่องนี้ ดังนั้น ถ้าตอนนี้ สตช.ว่างมากก็ขอฝากติดตามเรื่องนี้ และขอฝากถึงนายอภิสิทธิ์ให้ติดตามความคืบหน้าเรื่องนี้ด้วย เพราะเป็นเรื่องผิดวินัยร้ายแรง หากนายอภิสิทธิ์ไม่สามารถให้ความชัดเจนได้ ตนในฐานะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร จะนำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาเพื่อตรวจสอบ เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการใช้งบประมาณถึง 114 ล้านบาท

พงศ์เทพคาใจถอดยศไม่เสมอภาค

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา โฆษกส่วนตัว พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณี สตช. เตรียมทำเรื่องถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณว่า หากเรื่องที่เกิดขึ้น เป็นการปฏิบัติตามระเบียบของ สตช. และมีการบังคับใช้ระเบียบดังกล่าวอย่างเสมอภาคเท่าเทียมกันว่า หากใคร ทำผิดลักษณะเช่นนี้ต้องถูกถอดยศทุกคน ก็ถือเป็นการ บังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาค พ.ต.ท.ทักษิณก็ยอมรับได้ แต่ปัญหาคือระเบียบของ สตช.ในเรื่องนี้มีการบังคับ ใช้อย่างเสมอภาคหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาไม่เห็นเคยมีข่าวการถอดยศตำรวจ ทั้งที่บางคนกระทำผิดร้ายแรงกว่า พ.ต.ท.ทักษิณอีก จึงเป็นคำถามคาใจ หลายคนอาจเข้าใจว่าเป็นประเด็นการเมือง เพราะขณะนี้มีปัญหาเร่งด่วนที่ต้องทำมากมาย โดยเฉพาะการเอาผิดกับเหตุการณ์ยึดสนามบินสุวรรณภูมิที่สร้างผลกระทบกับประชาชนมากมาย แต่คดีเหล่านี้กลับไม่มีความคืบหน้าเลย ทั้งนี้ ไม่ทราบว่า พ.ต.ท.ทักษิณทราบเรื่องที่เกิดขึ้นหรือไม่ เพราะไม่ได้ติดต่อกันในช่วงนี้

นพดลโวยคนล้มอย่าข้าม

นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ และอดีตที่ปรึกษากฎหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ให้สัมภาษณ์ว่า อยากถาม พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. และ สตช.ว่า การเสนอถอดยศเป็นเรื่องเร่งด่วนหรือไม่ เพราะขณะที่บ้านเมืองและประชาชนมีเรื่องเดือดร้อนมากมาย แต่ตำรวจกลับมีข้อเสนอเช่นนี้ออกมา เห็นชัดเจนว่าต้องการไล่บดขยี้ พ.ต.ท.ทักษิณให้หมดหนทางต่อสู้ ไม่ทราบว่าในเชิงกฎหมายที่เป็นกฎระเบียบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นอย่างไร แต่เรื่องนี้ถือว่าไม่เหมาะสม เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณเป็นถึงอดีตนายกรัฐมนตรี เคยทำคุณประโยชน์มากมายให้บ้านเมือง การกระทำของตำรวจและผู้มีอิทธิพลทางการเมืองในขณะนี้ ผมขอฝากคำโบราณไว้ว่าคนล้มอย่าข้าม การถอดยศตำรวจของ พ.ต.ท.ทักษิณ มีความยุติธรรมหรือไม่ ก็ต้องพิจารณาว่าตำรวจที่กระทำความผิดต้องติดคุกในขณะนี้ จะมีการดำเนินการถอดยศเช่นเดียวกับ พ.ต.ท.ทักษิณหรือไม่

ผบ.ตร.บอกยังไม่เห็นเรื่องถอดยศ

ด้าน พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. ตอบข้อถามผู้สื่อข่าวถึงการพิจารณาถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า ขออนุญาตตอบอย่างนี้ว่าขณะนี้ยังไม่เห็นเรื่องเลย ส่วนตัวคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ต้องให้เจ้าหน้าที่ไปพิจารณาทุกแง่ทุกมุมให้เกิดความชัดเจน เป็นเรื่องเจ้าหน้าที่ต้องพิจารณาทุกเรื่องในรายละเอียดของระเบียบ เจตนาของระเบียบ อยากให้เจ้าหน้าที่ไปพิจารณาให้ละเอียดรอบคอบ ผู้สื่อข่าวถามว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นการเลือกปฏิบัติหรือไม่ ปรากฏว่า พล.ต.อ.พัชรวาทปฏิเสธตอบคำถาม พร้อมเดินเลี่ยงจากไปทันที

ปชป.ปัดส่งซิกให้ตำรวจเล่นงาน

นายอาคม เอ่งฉ้วน ส.ส.กระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ พล.ต.ต.ปัญญา เอ่งฉ้วน ผบก.วน. เสนอเรื่องไปยังกองกำลังพล สตช. เพื่อประมวลเรื่องให้ ผบ.ตร.พิจารณาถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จนทำให้คนมองว่าเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมืองว่า ยอมรับว่าเป็นญาติกับ พล.ต.ต.ปัญญา แต่ยืนยันว่าไม่เคยสั่งหรือขอร้องให้กระทำการดังกล่าว อีกทั้ง พล.ต.ต.ปัญญาไม่เคยมาปรึกษาในเรื่องนี้ จึงไม่ใช่เรื่องกลั่นแกล้งทางการเมือง เพราะประวัติการทำงานของ พล.ต.ต.ปัญญาถือว่าเป็นคนตรงไปตรงมา ขณะที่ พ.ต.ท.ทักษิณมีฐานความผิดด้านคดีอาญาและการหนีคดี จึงต้องถูกถอดยศอยู่แล้ว แต่การที่ต้องใช้เวลาพิจารณานานจนล่วงเลยมาถึงรัฐบาลชุดนี้เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณเป็นถึงอดีตนายกฯ การดำเนินการต้องเป็นไปอย่างรอบคอบ ต้องรอให้ถอนพาสปอร์ตแดงก่อน จึงจะดำเนินการได้ และหากรีบพิจารณาตัดสิน ก็จะหาว่ากลั่นแกล้งอีก

โบ้ย สตช.ทำเรื่องตั้งแต่มีคำพิพากษา

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และประธานคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีกฎระเบียบอยู่แล้ว ในกรณีที่ข้าราชการตำรวจหากถูกศาลพิพากษาจำคุกโดยไม่รอลงอาญา ส่วนตัวเข้าใจว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ดำเนินการพิจารณากรณีนี้มานานแล้ว ตั้งแต่ที่มีคำพิพากษาของศาลออกมา แต่บังเอิญขั้นตอนเพิ่งจะแล้วเสร็จ และมีการเสนอเรื่องขึ้นมาในช่วงนี้ หลายฝ่ายจึงมองว่าเป็นการกลั่นแกล้ง ขอยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้เข้าไปสั่งการหรือเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แต่อย่างใด

เทือกทำใจเจรจายากขึ้น

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า แปลกใจมากที่ สตช.พิจารณาเรื่องถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ เพิ่งทราบคืนวันที่ 8 ม.ค. ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ยอมรับเมื่อมีเรื่องนี้เกิดขึ้นคงจะทำให้การเจรจากับ พ.ต.ท.ทักษิณมีปัญหาบ้าง แต่ขอยืนยันว่างานนี้ไม่ใช่งานนโยบาย ถ้าจะมีการดำเนินการอะไรก็เป็นไปตามกฎระเบียบของ สตช. รัฐบาลไม่มีเจตนาบีบคั้นพ.ต.ท.ทักษิณในเรื่องใดทั้งสิ้น ผู้สื่อข่าวถามว่าเกรงหรือไม่ว่าจะยิ่งไปเพิ่มความเห็นใจจากกลุ่มผู้สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณยิ่งขึ้นอีก จนทำให้การแก้ปัญหาความแตกแยกยากขึ้น นายสุเทพตอบว่า รัฐบาลยังจะเดินหน้าในแนวทางสมานฉันท์ต่อไป แต่อะไรที่ต้องเกิดขึ้นตามตัวบทกฎหมายก็ต้องว่าไป เป็นต้นว่ากรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณต้องคำพิพากษา ก็ต้องว่าไปตามคำพิพากษาและกระบวน การยุติธรรม

ดอกนี้เข้าทางมวยรอง

ที่มา ไทยรัฐ

เพียงแค่นามสกุล เอ่งฉ้วนที่คุ้นๆกับบิ๊กการเมืองสายสะตอพรรคประชาธิปัตย์ ก็ยังปักใจเชื่อไปเลยทีเดียวไม่ได้ว่า มีใบสั่ง

กับคิวร้อนๆที่ พล.ต.ต.ปัญญา เอ่งฉ้วน ผู้บังคับการกองวินัย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เดินหน้าชงเรื่องถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ด้วยเหตุเข้าเงื่อนไของค์ประกอบตามระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าด้วยการถอดยศ พ.ศ.2547

เนื่องจากถูกศาลพิพากษาจำคุกในคดีที่ดินรัชดาฯ เป็นเวลา 2 ปี และคดีถึงที่สุดแล้ว

ที่แน่ๆโดยสีหน้าแววตาของ เทพเทือกนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่ออกอาการแปลกใจ ไม่ทราบเรื่องมาก่อน

ยอมรับตรงๆ มีผลต่อการเจรจาสงบศึกกับอดีตนายกฯทักษิณ

ถ้าแกล้งไขสือ ก็ต้องยอมรับว่า เนียนมาก

แต่ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของรายการ สอพลอเอาใจนายใหม่ เกมลึก ปากว่า ตาขยิบฝ่ายคุมอำนาจรัฐเล่นบทลูบหลัง สมานฉันท์ขอเจรจา แต่เผลอก็ตบหัว ทักษิณหรือเป็นคิวยัดไส้ตอกลิ่มให้คนด่ารัฐบาล

โดยวิสัยคนไทยขี้สงสาร ชอบเชียร์มวยรอง

แรงสะท้อนมุมกลับต้องมีแน่

เอาเป็นว่า แค่นาทีแรกที่มีข่าวแพลมออกมา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ก็ต้องเจอกับคำถามสื่อมวลชน กังวลจะถูกโจมตีเป็นใบสั่งเล่นงานอดีตนายกฯทักษิณหรือไม่

ต้องรีบบอกปัดกันพัลวัน

โดยทางข่าว งานนี้ถือว่าลูกไหลเข้าทางผู้สมัครของพรรคเพื่อไทย ทั้งในสนามเลือกตั้งซ่อม ส.ส. 26 เขต 22 จังหวัด ที่รอโกยแต้มเห็นอกเห็นใจ

เก็บคะแนนสงสาร ทักษิณที่โดนไล่ต้อนจากฝ่ายคุมอำนาจ

ที่แน่ๆจากคิวปล่อยโพลปริศนาออกมาชี้นำล่วงหน้า พรรคร่วมรัฐบาลโกยไป 20 กว่าที่นั่ง เหลือให้ฝ่ายค้านแค่ 8 เก้าอี้

แต่เจอมุกนี้ เกมบล็อก เพื่อไทยจะยิ่งเปลืองกระสุนเข้าไปอีก

รวมไปถึงคิวของ หนุ่มแซมยุรนันท์ ภมรมนตรี ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ของพรรคเพื่อไทย ที่กำลังเร่งเครื่องไล่กวดคนของประชาธิปัตย์โค้งสุดท้าย ลุ้นเซอร์ไพรส์โพลภายในคะแนนแซงขึ้นมาจ่อที่สอง

งัดไม้ตายขึ้นโปสเตอร์ทั่วกรุงเทพฯ

รอแต้มจากกองเชียร์ที่อยู่ในอารมณ์สงสาร เจ็บแค้น เห็นใจ อึดอัดที่เห็นฝ่ายของอดีตนายกฯทักษิณโดนกระทำ แต่ไม่รู้จะช่วยยังไง

ได้คิวถอดยศ ทักษิณช่วยกระตุ้นแต้มเห็นใจ เข้าทางลูกอ้อนขอคะแนนสงสาร

หนุ่มแซมได้แรงฮึดอีกเยอะก็แล้วกัน

ที่แน่ๆโดยอาการที่ไม่ชัวร์กับสารพัดโพลที่ให้คนของประชาธิปัตย์คะแนนนำหน้า อย่างที่มีเสียงโวยจากผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. แฉคำสั่ง คนตัวเตี้ยบิ๊กในรัฐบาลเบรกรายการดีเบตทางหน้าจอทีวี โดยเฉพาะสื่อของรัฐอย่างช่อง 9 อสมท.

เพราะกลัวมวยของตัวเองเสียท่า

นั่นก็น่าจะบ่งเป็นนัย แต้มยังสูสีทิ้งกันไม่ขาด โอกาสพลิกพลาดท่ายังมีอยู่

โดยเฉพาะแต้มที่เสียไปจากอาการย่ามใจ จากการรีบตั้งนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าฯ กทม.เป็นกุนซือนายกรัฐมนตรี

ทั้งๆที่อยู่ในช่วงเคลียร์คดีทุจริตรถและเรือดับเพลิง กทม. หลังโดนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จับใส่บัญชีเชือด

เหมือนไม่ยี่หระกับมาตรฐานตรวจสอบขององค์กรอิสระ

ตอกย้ำภาพของ อภิสิทธิ์ชนยี่ห้อประชาธิปัตย์ เส้นใหญ่ทำอะไรไม่ผิด

ที่สำคัญมันอาจจะไปกระตุ้นอาการหวาดระแวงของคนเมืองกรุงที่มักจะนิยมเลือกผู้ว่าฯ กทม.คนละพรรคกับรัฐบาล

เพื่อเป็นมาตรการคานอำนาจกันในเชิงบริหาร

ป้องกันไม่ให้เกิดรายการสุมหัว ฮั้วกันระหว่างนายกฯน้อยกับนายกฯใหญ่

นี่แหละช่องที่คู่ต่อสู้จะพลิกเสียบ.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

ล้างไพ่ก.ล.ต.!'กรณ์'เตรียมรื้อบอร์ดยุค'หมอเลี๊ยบ'

ที่มา ประชาทรรศน์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ชี้ กระบวนการสรรหา คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ รุ่น 'แม่ทัพเลี๊ยบ' ไม่โปร่ง เผยเตรียมสรรหาใหม่ทั้งหมด บอร์ดธนาคารแห่งประเทศไทยไม่รอดโดนด้วย

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเปิดเผยถึงการแต่งตั้งกรรมการคัดเลือกคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ตาม พ.ร.บ.กำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ฉบับใหม่ พ.ศ.2551 ว่า กระทรวงการคลังจะพิจารณาปรับเปลี่ยนคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ใหม่ทั้งหมด เนื่องจากการสรรหาและแต่งตั้งบอร์ด กลต.ที่มีนายวิจิตร สุพินิจ เป็นประธาน ที่ได้รับการแต่งตั้งในสมัย นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เป็น รมว.คลัง ยังขาดกรรมการอีก 1 คน เนื่องจากนายสุชาติ ธาดาธำรงเวช ที่เป็นหนึ่งในกรรมการคัดเลือกฯ ชุดดังกล่าวได้ลาออกจากตำแหน่ง เพื่อรับตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รวมถึงถือโอกาสในการทบทวนบอร์ดใหม่ทั้งชุด เพราะเห็นว่ากระบวนการสรรหาไม่มีความโปร่งใสเพียงพอ

สำหรับบอร์ดกลต.ชุดปัจจุบันมี นายวิจิตร สุพินิจ ประธานกรรมการ และคณะกรรมการประกอบด้วย นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทสไทย(ธปท.) นายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล ปลัดกระทรวงการคลัง นายศิริพล ยอดเมืองเจริญ นายสมพล เกียรติไพบูลย์ นายนนทพล นิ่มสมบุญ นายกำชัย จงจักรพันธ์ นางพรรณี สถาวโรดม พล.ต.ต. พรภัทร์ สุยะนันทน์

นอกจากนี้ นายกรณ์ ยังเตรียมทบทวนรายชื่อคณะกรรมการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ด้วยเช่นเดียวกัน โดยระบุว่ามีกระบวนการสรรหาแต่งตั้งไม่ชอบธรรมด้วยเช่นกัน

'บัวแก้ว'ยัน'ฮุนเซน'ไม่เบี้ยวงานซัมมิทโวสัมพันธ์ยังแน่น

ที่มา ประชาทรรศน์

รบ.กัมพูชาประกาศชัด 'ฮุนเซ็น' เข้าร่วมประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนอย่างเป็นทางการ กต.ปัดตอบ 'ฮุนเซ็น' กริ้ว 'มาร์ค' ไม่ปลื้มการจัดงานประชุม อ้างข้อมูลยังมาไม่ถึงมือ ฑูตไทยปั้นหน้าแทนรบ. กัมพูชาแค่เสนอทางเลือก โวซ้ำไทยไม่ติดลบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (10 ม.ค.) นายธานี ทองภักดี รองอธิบดีกรมสาระนิเทศกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวยืนยันว่า ขณะนี้ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลกัมพูชาว่า สมเด็จฮุนเซ็นนายกรัฐมนตรีของประเทศกัมพูชา จะเดินทางมาร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน หรืออาเซียนซัมมิท ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ - 1 มีนาคม ที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ อย่างแน่นอน

ทั้งนี้นายธานี ได้หลีกเลี่ยงที่จะให้ความเห็น กรณีที่สำนักเกียวโดของประเทศญี่ปุ่น รายงานว่า นายกรัฐมนตรีฮุนเซ็น ไม่พอใจการจัดเตรียมงานของประเทศไทย ในฐานะประเทศเจ้าภาพ จนอาจจะไม่เข้าร่วมการประชุมดังกล่าว โดยระบุเพียงว่ากระทรวงต่างประเทศ ยังไม่ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว

ปั้นหน้าแทนรบ.ยันฮุนเซ็นแค่เสนอทางเลือก

ขณะที่ด้าน นายวีรพันธุ์ วัชราทิตย์ เอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศกัมพูชา ได้กล่าวเปิดเผยเพื่อชี้แจงกระแสในทางลบดังกล่าว โดยระบุว่า ขณะนี้ทางรัฐบาลกัมพูชา กำลังมีพัฒนาการในทางบวกเกี่ยวกับประเด็นปัญหาในเรื่องดังกล่าวกับไทยมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งยืนยันกรณีปัญหาที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ว่า เป็นแต่เพียงการที่รัฐบาลกัมพูชา ต้องการเสนอทางเลือกให้กับทางรัฐบาลไทยเท่านั้น แต่ไม่ได้หมายความว่า นายกรัฐมนตรีกัมพูชาจะไม่เดินทางมาร่วมประชุมอาเซียนซัมมิทที่ประเทศไทยอย่างที่เกิดกระแสข่าวขึ้นแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม กระแสข่าวการไม่เข้าร่วมการประชุมงานอาเซียนซัมมิท โดยมีสำนักข่าวต่างประเทศหลายสำนักได้ระดมตีข่าวดังกล่าวอย่าวตอ่เนื่อง ล่าสุดสำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า นายเขียว กันหะฤทธิ์ โฆษกรัฐบาลกัมพูชา กล่าวว่า สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา อาจไม่เข้าประชุมในครั้งสำคัญนี้ เพราะการประชุมกับประเทศคู่เจรจาสำคัญอย่างจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ เลื่อนออกไปจัดต่างหากในเดือนเม.ย. ทั้งที่เป็นส่วนสำคัญของการประชุม หากมีเพียงการประชุม 10 ชาติอาเซียน สมเด็จฮุนเซนอาจไม่มา นอกจากนี้ ไทยควรทบทวน รอไปจัดในช่วงสิ้นปีแทน พร้อมกันนี้กัมพูชาสนับสนุนสิงคโปร์ที่เสนอให้ย้ายที่ประชุมไปจัดที่กรุงจาการ์ตา อินโดนีเซีย

ขณะที่ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงข่าวกัมพูชาจะไม่มาประชุมอาเซียนว่า มอบหมายนาย กษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ประสานไปแล้ว สมเด็จฮุนเซ็นบอกว่าที่ให้ข่าวเป็นเพียงข้อมูลว่าจะหารือครั้งเดียว หรือ 2 ครั้ง แต่ถ้ายืนยันจะประชุมตามที่กำหนดไว้เดิมก็ไม่มีปัญหาอะไร คือวันที่ 27-28 ก.พ. และ 1 มี.ค. กัมพูชายอมรับแผนของไทย

สะท้อนความคิดเด็กไทย!!อยากเห็นผู้ใหญ่เลิกทะเลาะกัน

ที่มา ประชาทรรศน์

หน่วยงานเตรียมพื้นที่ฉลองความสุข เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ด้าน ผลการสำรวจเอแบคโพลล์ สะท้อนความคิดเยาวชน อยากเห็นผู้ใหญ่เลิกทะเลาะ ย้ำขอเห็นคำว่า 'สามัคคี-ความสงบ' เกิดในสังคม จี้รัฐบาลเร่งกลับหลังหันสอดส่องเด็กไทยก่อนไม่รู้ซึ้งถึงความหมาย

เสาร์ที่ 2 ของเดือนมกราคมของทุกปี เป็นวันสำคัญอีกหนึ่งวันสำคัญของเด็กๆทุกครอบครัว ผู้ปกครองต่างคิดโปรแกรมหาสถานที่พาบุตร-หลานไปเที่ยวสนุกสนานในวันเด็กแห่งชาติ ซึ่งสถานที่ยอดฮิตในกรุงเทพมหานครคงมีไม่กี่แห่ง อย่างที่เห็นเป็นประจำทุกๆปี เหล่าบรรดาอาวุธยุโธปกรณ์จำนวนมากถูกนำมาจัดแสดงไว้ที่สนามหญ้า บริเวณหน้ากองบัญชาการกองทัพบก เพื่อร่วมกิจกรรมในงานวันเด็กแห่งชาติ โดยจะเปิดโอกาสให้เยาวชนและประชาชนทั่วไปได้สัมผัส เฮลิคอปเตอร์โจมตี ปืนใหญ่ และรถถังสกอร์เปียน ที่ลำเลียงมาจากกองพันทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ อย่างใกล้ชิด

อีกทั้งในปีนี้ยังจะมีการเปิดพิพิธภัณฑ์กองทัพบกเฉลิมพระเกียรติให้เข้าชม เพื่อให้เยาวชนได้ศึกษาประวัติศาสตร์ชาติไทย และความเป็นมาของกองทัพ ส่วนการจัดแสดงนิทรรศการ จะให้เยาวชนได้ทราบถึงภารกิจของทหาร เช่น การดำรงชีพในป่า การป้องกันอาวุธชีวภาพ การแสดงชุดสุนัขทหาร และการบังคับม้า พร้อมทั้งเน้นการส่งเสริมความรักสามัคคี คุณธรรม การอนุรักษ์ธรรมชาติ และการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์

โดยกองบัญชาการกองทัพไทย จะจัดกิจกรรมวันเด็กที่อนุสรณ์สถานแห่งชาติ ถ.วิภาวดี ที่เน้นกิจกรรมในภาพรวมของกองทัพ ส่วนกองทัพอากาศ จะจัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ที่ลานจอดอากาศยาน คลังสินค้าท่าอากาศยานดอนเมือง และพิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ ดอนเมือง โดยเน้นการแสดงการบินของอากาศยานแบบต่างๆ เช่น เครื่องบินขับไล่ เอฟ-16 และ เอฟ-5

ทางด้านเจ้าหน้าที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้จัดซุ้มกิจกรรมงานวันเด็กแห่งชาติ บริเวณห้องโถงอาคารรัฐสภา 1 เพื่อเตรียมความพร้อมให้เยาวชนและประชาชนเข้าชมห้องประชุมรัฐสภา และเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ในขณะที่สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ได้จัดงานวันเด็กทั้งที่อาคารรัฐสภา 2 และอาคารสุขประพฤติ โดยจัดในรูปแบบซุ้มเกม และกิจกรรมส่งเสริมประชาธิปไตย ความรู้เกี่ยวกับวุฒิสภา และการปกครองของไทย

ส่วนที่ทำเนียบรัฐบาลนั้น ปีนี้ผู้ปกครองไม่แน่ใจในเรื่องความปลอดภัย หลังจากเกิดเหตุระเบิดภายในท่อน้ำใกล้ตึกสันติไมตรี จากระเบิดปิงปองที่ตกค้างครั้งที่กลุ่มพันธมิตรฯได้ยึดครองทำเนียบยาวนานหลายเดือน แต่กระนั้นได้มีการจัดระบบรักษาความปลอดภัย และกิจกรรมเพื่อเตรียมต้อนรับงานวันเด็กแห่งชาติ ใครที่มีความใฝ่ฝันอยากนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี ก็เชิญได้ แต่คงต้องให้ความร่วมมือกับจนท.เพื่อทำการตรวจค้นสัมภาระก่อนเข้าไปภายในทำเนียบฯ

ทั้งนี้แม้จะมีการตระเตรียมเครื่องบันเทิง เริงใจมอบให้เด็กมากแค่ไหน แต่ลึกๆในจิตใจของเด็กว่าแท้จริงแล้วอย่างได้อะไรบ้างในช่วงสภาวะการณ์เยี่ยงนี้ โดยเอแบคโพลล์ ได้ทำการเปิดเผยผลสำรวจความของเด็กไทยต่อผู้ใหญ่ในสังคม ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองในขณะนี้ พบว่า ร้อยละ 39.0 เด็กๆ อยากได้ คอมพิวเตอร์ บ้าน รถ ที่ดิน มือถือ ขอเงินใช้ของเล่น เป็นของขวัญในวันเด็กแห่งชาติจาก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ขณะที่ร้อยละ 31.2 อยากได้ คอมพิวเตอร์ บ้าน รถ ที่ดิน มือถือ ขอเงินใช้ ของเล่น เป็นของขวัญวันเด็กจากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนใหม่ ร้อยละ 60.0 อยากเห็นความสงบ และอยากให้ทุกฝ่ายเลิกชุมนุมประท้วงตามสถานที่ต่างๆ ในขณะนี้ ร้อยละ 91.0 อยากให้ผู้ใหญ่ในสังคมไทยแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบัน เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีในปี 2552 และร้อยละ 42.4 อยากได้ความรักความอบอุ่น การดูแลเอาใจใส่ กำลังใจจากครอบครัว

จะเห็นได้ว่าเด็กในผลสำรวจมีความต้องการทางด้านวัตถุ อุปกรณ์ เทคโนโลยีที่อำนวยความสะดวก ทันสมัยไปตามกระแสนิยม มากกว่าความต้องการทางด้านจิตใจ หรือความรักจากครอบครัว สิ่งเหล่านี้สามารถตีไปได้2 ด้านคือ ประการแรก เด็กมีความรักความอบอุ่นจากพ่อแม่มากพอแล้ว ประการที่ 2 เด็กๆกำลังขาดความอบอุ่นจนต้องไขว่ขว้าความสุขชั่วครู่จากวัตถุที่ไร้ชีวิตจิตใจ

ด้านดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ยังเผยว่าผลสำรวจว่า เด็กมีสิ่งที่อยากวอนขอจากผู้ใหญ่บางกลุ่มที่กำลังมีความขัดแย้งทางการเมืองรุนแรงขณะนี้ คือ "อยากให้อยู่ในความสงบ อยากให้รักและสามัคคีกัน เลิกทะเลาะกัน" หันมาดูแลเอาใจใส่เด็กๆ มากขึ้น อย่าทำลายบรรยากาศการช่วยเหลือเกื้อกูลกันของสังคมไทย และยิ่งไปกว่านั้น เด็กๆ อยากเห็นผู้ใหญ่กระทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีในเรื่อง ความจงรักภักดีต่อสถาบัน รักและสามัคคีต่อกัน เคารพต่อกฎหมายบ้านเมือง ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน และแสดงความกตัญญู รู้คุณต่อประเทศชาติโดยส่วนรวม

ในสภาพเหตุการณ์ปัจจุบันจะเป็นเครื่องเบ้าหลอมความรู้สึก และความคิดของเด็กๆ จึงนับว่าเป็นเรื่องที่น่าห่วงใย และจำเป็นต้องใส่ใจอย่างยิ่ง เนื่องจากเหตุการณ์ทางการเมือง สังคม ของประเทศที่ผ่านมามีความแยกแยกทางความคิด มีการโจมตีผ่านเวทีปราศรัย และที่น่ากลัวที่สุดคือ การนำเด็กเล็กขึ้นเวทีปราศรัย จะลูกเต้าหลานแกนนำของใครไม่สำคัญ แต่นี่เป็นสิ่งอันตรายที่ใช้เด็กร่วมเป็นหนึ่งกับเกมการเมืองของผู้ใหญ่บางคน และมีการแสดงออกถึงความรุนแรงที่ทวีคูณเพิ่มมากเรื่อยจนเจ้าหน้าที่และกระบวนการยุติธรรมไม่สามารถดำเนินการได้อย่างทันควัน

ประเด็นดังกล่าวจึงเป็นหน้าที่ของผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งผู้ปกครองรวมไปถึงรัฐมนตรีในรัฐบาล ร่วมทั้งผู้ก่อ ผู้ที่เป็นต้นเหตุของปัญหา จำเป็นต้องหันกลับมาเอาใจใส่เด็กให้มากยิ่งขึ้น ไม่เช่นนั้นในอนาคตเด็กๆอาจไม่เข้าใจความหมายของคำว่า "สามัคคี" แล้วบ้านเมืองมันจะยุ่งเหยิงกว่านี้เป็นล้านเท่า....

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้มอบคำขวัญว่า "ฉลาดคิด จิตบริสุทธ์ จุดประกายฝัน ผูกพัน รักสามัคคี" เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2552

"เนื่องจากทุกวันนี้โลกเปลี่ยนแปลงเร็วมากจึงต้องสร้างคนที่รู้จักคิด มีความใฝ่รู้และรับข้อมูลข่าวสารก็จะสามารถนำข้อมูลมาปรับใช้ได้ตลอดแต่เราต้องรู้จักกลั่นกรอง เลือกข้อมูลที่เป็นประโยชน์และฝึกฝนระบบความคิดที่ดี และคิดว่าในสังคมเราไม่ได้ขาดคนเก่งแต่หลายคนใช้ความเก่งไปในทางที่ผิด ในที่สุดก็เป็นการทำลายตัวเองและประเทศชาติบ้านเมือง จึงหวังว่าจะเห็นเด็กและเยาวชนเป็นคนดี ดังนั้นเราทุกคนต้องช่วยกันปลูกฝังและเพิ่มพื้นที่แห่งการสร้างสรรค์

อีกทั้งยังอยากเห็นเด็กและเยาวชนมีเวลาให้กับตัวเองคือการสำรวจว่าตัวเองมีความเก่ง สามารถค้นพบตัว การหาเป้าหมายในชีวิต เพื่อชีวิตจะได้ไม่สูญเสียโอกาส อย่างไรก็ตามเราไม่ได้อยู่ในสังคมหรือโลกโดยลำพังหากในชุมชนหรือประเทศเราไม่ดีก็เป็นเรื่องยากที่เราจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความสุข ซึ่งไม่มีใครจะมาหยิบยื่นให้ได้ จึงถือว่าเป็นหน้าที่ของทุกคนจะต้องช่วยกันและอยากให้ทุกคนตระหนักและให้ความสำคัญสิ่งเหล่าเพื่อเป็นแนวทางในการสร้างคนที่มีคุณภาพและเป็นการวางรากฐานที่ดีสำหรับอนาคตของประเทศต่อไป

นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา กล่าวมอบคำขวัญเนื่องในวันเด็กแห่งชาติ “รู้รักสามัคคี มีวินัย ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม นำประชาธิปไตย”

"วันเด็กแห่งชาติถือเป็นวันสำคัญวันหนึ่งที่ทุกฝ่ายต้องประจักษ์อยู่เสมอว่า สังคมไทยได้ให้ความสำคัญแก่เด็กและเยาวชนซึ่งเป็นอนาคตของชาติ นอกเหนือจากเวลาปกติ ทั้งนี้จะช่วยกันส่งเสริมพัฒนาเด็กและเยาวชน เพื่อให้เด็กๆทุกคนได้รู้ถึงความสำคัญของตน เกี่ยวกับสิทธิ หน้าที่ ความรับผิดชอบตามระเบียบวินัย ที่มีต่อตนเองและสังคม มีความยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข พร้อมกันกับทำให้เด็กได้เข้าใจและได้ตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ของตนเองว่า การศึกษาเล่าเรียน การสร้างวินัยและการสร้างสรรค์แต่สิ่งที่ดีงามตลอดจนการเชื่อฟังผู้ใหญ่ อันมีบิดา มารดา ครูอาจารย์ เป็นที่ตั้งถือเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง ขณะเดียวกันผู้ใหญ่ก็ต้องรู้จักการรับฟังความคิดเห็นและความต้องการของเด็ก อันจะเป็นพลังที่สร้างสรรค์ความสามัคคีให้บังเกิดขึ้นต่อครอบครัวและเป็นประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวมต่อไปในอนาคต สมกับคำขวัญเนื่องในวันเด็กแห่งชาติที่ตนได้ให้ไว้ เพื่อให้เด็กและเยาวชนไทยนำคำขวัญนี้ไปปฏิบัติให้บังเกิดผลทั้งต่อตนเองและประเทศชาติบ้านเมืองให้เจริญก้าวหน้าต่อไปในอนาคต"

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย

"เด็กไทยสมัยนี้ได้รับข่าวสารข้อมูลมาก เป็นยุคแห่งการสื่อสาร นั่นคือเยาวชนได้รับข้อมูลข่าวสารมากกว่าเด็กไทยสมัยอดีต เด็กในวันนี้เป็นกำลังที่ดี และเป็นกำลังที่สำคัญในระบอบประชาธิปไตยในวันข้างหน้า และก็เป็นกำลังที่ดีของชาติในอนาคตต่อไปด้วย"

'ความสุข' ของ ดช.มาร์ค บน 'กองทุกข์' ของประชาชนครึ่งค่อนประเทศ

ที่มา Thai E-News

โดย คุณ จำปีเขียว
ที่มา เวบบอร์ด พันทิปราชดำเนิน
10 มกราคม 2552

จขกท. มีโอกาสได้เห็นภาพๆ หนึ่งทางสื่อสิ่งพิมพ์ เป็นภาพของ “เด็กชายมาร์ค” ซึ่งในตอนนั้น น่าจะมีอายุราวๆ ๘-๙ ขวบ โดย ด.ช.มาร์คได้มอบภาพนี้ให้แด่ผู้ใหญ่ผู้สูงศักดิ์ท่านหนึ่ง ข้างหลังภาพ “หนูมาร์ค” ได้เขียนข้อความตามประสาเด็กว่า “ผมจะเป็นนายกรัฐมนตรี” !

ภาพนี้ทำให้ จขกท. ได้ทราบว่า “คุณอภิสิทธิ์” ก็มี “ความใฝ่ฝันในวัยเด็ก” เหมือนเด็กทั่วไป เช่น เด็กบางคนมีความฝันว่าโตขึ้นจะเป็นทหาร บางคนอยากเป็นหมอ เป็นคุณครู ฯลฯ

ในชีวิตจริงมีเด็กไม่กี่คน ที่จะได้เป็นอะไรตามความใฝ่ฝัน อาจเป็นเพราะความสามารถเฉพาะตัว หรือสถานะทางสังคมของตน ไม่เอื้ออำนวยให้เป็นอย่างนั้นได้

แต่เด็กบางคน ก็มีมานะตั้งใจร่ำเรียน เสาะหาโอกาสที่จะได้เป็นตามความฝันนั้น เชื่อว่า “ลูกหลานคนยากคนจน” เข้าใจความรู้สึกแห่งการดิ้นรนเช่นนี้เป็นอย่างดี !

เด็กที่มีความใฝ่ฝัน ที่จะโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่มีอาชีพการงานที่ดี จึงเป็นเรื่องที่ควรให้การส่งเสริม โดยเฉพาะเด็กที่ด้อยโอกาส

ความใฝ่ฝันอยากเป็นนั่นเป็นนี่เป็น “กิเลส” อย่างหนึ่ง ภาษาพระท่านเรียกว่า “ภวตัณหา” แปลสั้นๆ ว่า “ความอยากได้อยากเป็น”

แต่เมื่อเป็นมนุษย์ปุถุชน ยังไม่สามารถหลุดพ้นจากกิเลสตัณหา พระท่านจึงสอนว่า ถ้าอยากจะเป็นอะไร ก็ขอให้ตั้งใจเป็นไปในทางที่ดีขึ้น เป็นไปในทางที่ “ถูกทำนองคลองธรรม”

ยกตัวอย่างเช่น ในระบอบประชาธิปไตย หากใครอยากเป็น “นายกรัฐมนตรี” ก็ต้องมาจากพรรคการเมืองเสียงข้างมาก ไม่ใช่มาจากพรรคเสียงข้างน้อย ที่ต้องอาศัย “การลักวิ่งชิงปล้น ส.ส.” ใช้ “อำนาจนอกระบบ” เข้ามาครอบงำ บงการให้ได้ให้เป็นไปตาม “อำนาจแห่งกิเลส”

วันนี้ “นายอภิสิทธิ” อาจมี “ความสุข” ที่ “ความใฝ่ฝันของ ด.ช. มาร์ค” เป็นจริง

แต่น่าเสียดาย ที่ “ความสุข” ของ “นายอภิสิทธิ์ หรือ ด.ช. มาร์ค” ตั้งอยู่บน “กองทุกข์” ของ “ประชาชนครึ่งค่อนประเทศ” ซึ่งมิได้มอบความไว้วางใจ ให้พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล รวมทั้งประชาชนที่รับไม่ได้ กับวิธีการในการได้มาซึ่งอำนาจ ที่ขัดต่อหลักประชาธิปไตย

ภาพข่าวที่ปรากฏว่า “นายอภิสิทธิ์” และ “ส.ส. ปชป.” ไปไหนมาไหน ก็ถูกประชาชนออกมาต่อต้าน จนกองทัพ ต้องส่งกองกำลังทหารมาคุ้มกัน ร่วมกับกำลังตำรวจสันติบาลอีก 2 กองร้อยนั้น สะท้อนได้เป็นอย่างดีว่า ประชาชน “ดีใจ หรือ เสียใจ” กับ “ความสมอยาก” ของ “ด.ช. มาร์ค”

“ประเทศไทย” ไม่ได้มีไว้สนอง “ความใฝ่ฝัน”ของ “ด.ช. มาร์ค”

รู้ไว้ด้วยนะหนู !

โจ๋งครึ่มพันธมิตรรวมหัวเปรม-ปชป.ก่อกรรมย่ำยีชาติ หัวโจกอำมาตย์ให้กำลังใจโจร

ที่มา Thai E-News


เข้าเฝ้าเปรม-สำราญ รอดเพชร ซึ่งถูกวางตัวจากพันธมิตรให้เป็นผู้อำนวยการอสมท.คนใหม่เล่าให้พธม.ฟังในโอกาสเข้าเฝ้าอวยพรปีใหม่นายพลอาวุโสเปรม ติณสูลานนท์ พร้อมแกนนำพันธมิตรอีก3คน ซึ่งนี่เป็นภาพที่แนบแน่นของอำมาตยาธิปไตยกับโจรก่อการร้ายพันธมิตร

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา ผู้จัดการ
10 มกราคม 2552
*อ่านข่าวเกี่ยวเนื่อง 52บุคคลอัปรีย์แห่งชาติ

ชัดเจนโจ๋งครึ่มเปรม+ปชป.+โจรพันธมิตรรวมหัวย่ำยีประเทศชาติ สนธิลิ้มส่งสำราญ รอดเพชร โฆษกพธม.เข้าเฝ้าสมเด็จป๋า-นายหัวชวนอ้างอวยพรปีใหม่ ซ่อนฉากหลังเดินสายเพื่อให้การรับรองขึ้นนั่งเก้าอี้ผอ.อสมท.เข้าฮุบสื่อรัฐ แกนนำโจรเลียเปรม-ผู้นำปชป.ยอดมนุษย์มาโปรดก็ไม่ปาน เออออกดดันให้กองทัพแทรกแซงการเมืองให้หนักมือขึ้น จะวางตัวเป็นกลางไม่ได้ สุดท้ายหัวโจกอำมาตย์ฯให้กำลังใจพันธมิตร ดังนั้นใครยังฝันหวานจะมีการดำเนินคดียึดสนามบินให้ตื่นได้แล้ว เผยเส้นทางโฆษกพันธมิตรก่อนเอื้อมมือฮุบอสมท.


นายสำราญ รอดเพชร โฆษกเวทีพันธมิตร ซึ่งมีข่าวหนาหูว่าสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้นำสูงสุดของพันธมิตรได้วางตัวให้เขาเป็นผู้อำนวยการองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย(อสมท.)คนใหม่ได้กล่าวบนเวทีปราศรัยย่อยของพันธมิตรว่า เขากับแกนนำพันธมิตรเพิ่งไปพบพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี กับนายชวน หลีกภัย ผู้นำพรรคประชาธิปัตย์มา โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

วันนี้(9ม.ค.)ก็ไปสวัสดีปีใหม่อีกท่านหนึ่ง ต้องกราบขออภัยท่านด้วยที่เอามาเล่านิดหน่อย ตามความเหมาะสม พูดในสิ่งที่ควรพูด ก็คือไปกับคุณคำนูณ สิทธิสมาน คุณประพันธ์ คูณมี และก็ผมนะครับ 3 คน วันนี้ก็เลยมาจัดรายการตอนเช้าเนี้ยสาย มาได้แค่ครึ่งชั่วโมง ก็ไปสวัสดีปีใหม่ ฯพณฯ ท่านองคมนตรี ป๋าเปรม ติณสูลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 16 ก็นานๆได้เจอท่านก็เลยได้คุยกันยาว ก็เลยมาจัดรายการสาย

นัยยะทางการเมือง-นายพลอาวุโสเปรมกล่าวกับแกนนำพันธมิตรที่ไปเข้าเฝ้าว่า กองทัพต้องเป็นหลักให้กับชาติบ้านเมือง มากกว่าเพียงรักษาความเป็นกลาง กล่าวโดยง่ายคือกดดันให้กองทัพเข้ามาแทรกแซงการเมืองมากขึ้น

พี่น้องครับสิ่งที่ได้คุยกับป๋ามันก็เหมือนกับสิ่งที่พี่น้องกังวัลนั่นแหละ เราก็ให้กำลังใจท่าน ท่านก็ให้กำลังใจเรา บอกว่าท่านอยู่ตรงนั้น บางทีอยากทำบางสิ่งบางอย่างก็ทำไม่ได้ เพราะว่าเป็นประธานองคมนตรี ท่านก็มีข้อจำกัดนะครับ มีสถานภาพที่แน่นอนของท่าน แต่เราก็เรียนไปว่า คือฟังป๋าพูดทีไรเราก็มีกำลังใจนะครับ พี่น้องคงเห็นด้วยกับผมที่ไปกันทั้ง 3 คนว่าในช่วงเวลาที่สำคัญ ป๋าเปรมออกมาพูดนะครับ พี่น้องต้องคิดเสมอว่ามันได้สะท้อนส่วนลึกของหัวใจ มันได้มีนัยยะทางการเมืองของบ้านเมืองนะครับ ตอนหนึ่งคุณคำนูณ สิทธิสมาน ซึ่งได้มาเขียนเป็นคอลัมภ์ในหน้ากระดานเรียงห้าใน ASTVผู้จัดการแล้ว คุณคำนูณ ก็กราบเรียนป๋าบอกว่าได้นำโอวาทของท่านเมื่อวันที่ 29 ธ.ค. ปี 51 คือปีที่แล้วนะครับ ในการให้ศีลให้พรแก่แม่ทัพนายกอง รัฐมนตรีกลาโหมก็ดี แม่ทัพป๊อกก็ดี รู้จักแม่ทัพป๊อกไหม ป๊อกไหนคะ ไม่ใช่ป๊อกแป๊ก หรือป๊อกเด้งนะครับ คุณคำนูณนี่คือเป็นนักข่าวเก่า และก็เป็นคนช่างสังเกตก็บอกว่า ผมชอบป๋ามากนะครับ คือป๋าบอกว่าคือกองทัพทหารนอกจากว่าเป็นกลางนั้นดีแล้ว รักษาความเป็นกลางไว้ แต่มากกว่านั้นคือต้องเป็นหลักให้กับชาติ บ้านเมืองด้วย ตรงนี้ขีดเส้นใต้นะครับ ถ้าเห็นด้วยปรบมือ (เสียงมือตบ)

อันนี้แหละครับ นอกจากเป็นกลางแล้ว มันต้องมีอะไรมากกว่านั้น คือต้องเป็นหลักให้กับบ้านกับเมืองด้วย พล.อ.เปรม ก็บอกว่าใช่ผม คือท่านก็ประมาณว่าให้ทุกคนได้คิด แล้วป๋าเปรมก็บอกว่า พออ่านข่าวไม่เห็นนะ เห็นแต่ว่าอยากให้เป็นกลาง คำว่าเป็นหลักของชาติเนี้ย นสพ.ไม่ค่อยลงกัน นี่ป๋านี่ละเอียด รัดกุม รอบคอบ แต่ว่าผมอ่านในผู้จัดการ ในที่ไหน ต่อไหนนะ หลายฉบับก็ลง โดยเฉพาะผู้จัดการนี่มี แต่บางฉบับนี่พอเป็นข่าวรวบรัดแล้วเนี้ย ไม่มี นี่ก็คือเป็นประสิทธิภาพของการทำข่าวเหมือนกัน ป๋าวอนทุกฝ่ายเป็นกลาง แต่จริงๆนัยยะที่ต้องขีดเส้นใต้ 5 เส้น ก็คือ ต้องเป็นหลักให้กับชาติ บ้านเมืองด้วย นี่ก็ไปคุยกับป๋าเปรม นอกจากนั้นท่านก็ยังเป็นห่วง เหมือนกับที่เราห่วง เสื้อเหลืองเสื้อแดงจะจบลงอย่างไร ก็แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกับท่าน ท่านเป็นนักรับฟังที่ดีนะครับ พูดน้อยแต่ว่าแต่ละช่วงจังหวะพูดน้อย พูดแล้วมันมีคุณค่าทำให้เราได้คิด สิ่งทีไปมาวันนี้ ป๋าเปรมก็ยังพูดถึงหลายเรื่องนะครับ คือเราก็พยายามคุยพาท่านกลับสู่อดีตบ้างนิดหน่อย

ย้ำภาพพันธมิตร+อำมาตยาฯ+ปชป.รวมหัวย่ำยีชาติ


ว่าที่ผอ.อสมท.ที่มีที่มาจากโฆษกพันธมิตรกล่าวต่อไปว่า เมื่อวาน(8ม.ค.)ก็ได้ไปพบอดีตนายกฯ คนที่ 20 ของประเทศไทย ท่านชวน หลีกภัย หรือพี่ชวน ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน หลังจากท่านโดนปาไข่(ไม่เน่า) ที่ภาคเหนือมาได้ 1 วันเมื่อวาน ก็ไปสวัสดีปีใหม่ ไปกับคุณประพันธ์ คูณมี บางปีก็ไม่ได้ไป เพราะว่าท่านไม่ว่าง เราก็ติดนู้นติดนี่ ก็ไปให้กำลังใจท่าน พูดกันตรงๆ ก็คือ ไปชื่นชมท่าน

สิ่งที่ต้องชื่นชมคุณชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ก็คือ สามารถจะฝ่าด่านไปทั้ง 3 จังหวัดได้ มีคนแนะนำมากมาย อย่าไปเลยเดี๋ยวโดนปาไข่ เดี๋ยวโดนทำร้าย เป็นไข่ก็ดีไป แต่ถ้าเป็นระเบิด เป็นน้ำกรด พี่น้องครับมันจะเกิดอะไรขึ้น

รู้จักสำราญว่าที่ผอ.อสมท.ลิ้มส่งมาโปรด

เบิร์ธเดย์ในทำเนียบ-สนธิ ลิ้มฯนายใหญ่พันธมิตรจัดเค้กวันเกิดให้สำราญ รอดเพชร โฆษกเวทีพันธมิตรในทำเนียบรัฐบาลที่พวกเขายึดไว้ มาวันนี้พวกเขาไม่ถูกดำเนินคดีใดๆ แต่กำลังจะได้ตบรางวัลเข้าไปยึดอสมท.ซึ่งเป็นสื่อมวลชนของรัฐบาล

นายสำราญ รอดเพชร ก่อนจะมาเป็นโฆษกพันธมิตรเจ้าของประโยค"พี่น้องเอ๊ยยยย"อันคุ้นหูนั้น เขาเคยเป็นสื่อมวลชนด้านหนังสือพิมพ์มาก่อน โดยเริ่มงานที่หนังสือพิมพ์มาตุภูมิ ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์คุณภาพคู่แข่งของมติชนเมื่อเกือบ30ปีก่อน จากนั้นเป็นบรรณาธิการหนังสือการเมืองรายสัปดาห์อาทิตย์ของชัชรินทร์ ไชยวัฒน์ ก่อนจะไปร่วมงานหนังสือพิมพ์หลายค่าย รวมทั้งค่ายเนชั่นของสุทธิชัย หยุ่น และจังหวะหนึ่งเขาถูกทาบทามเข้าไปเป็นผู้บริหารฝ่ายข่าวของโทรทัศน์ITVในยุคที่ทักษิณ ชินวัตรเข้าไปเทกโอเวอร์จากกลุ่มสุทธิชัย ในฐานะมือปราบกบฎITV เขามีบทบาทอยู่ระยะหนึ่งในฐานะพิธีกรผู้ดำเนินรายการทอล์กด้านการเมือง แต่ในเวลาต่อมานิวัฒน์บุญทรง ธำรงไพศาล มือขวาของทักษิณในITVได้ปลดเขาออกจากตำแหน่งแบบสายฟ้าผ่า โทษฐานสำราญ(ซึ่งมีพื้นเพเป็นคนปักษ์ใต้)ไม่สนองแนวทางการเมืองของทักษิณแบบเต็มที่เต็มใจ

สำราญระหกระเหินออกจากITVมาในสภาพหมาล่าเนื้อ แต่สนธิลิ้ม กับคำนูณ สิทธิสมาน หยิบยื่นโอกาสให้กับเขาเข้าไปเตรียมงานช่อง11NEWS1ที่สนธิลงทุนไปมากหวังว่าจะได้สัมปทานฟรีๆจากรัฐบาลทักษิณ แต่โชคร้ายทักษิณไม่ยกให้ ทำให้สนธิเริ่มเปิดศึกกับทักษิณมานับแต่นั้น สำราญได้เริ่มเป็นโฆษกเวทีพันธมิตรนับแต่วันแรกที่หอประชุมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยันวันสุดท้ายของการยึดสนามบินสุวรรณภูมิ มีคนกล่าวว่าเขาทุ่มเททั้งชีวิตจิตใจให้กับสนธิเพื่อสนองคุณที่ให้โอกาสครั้งสำคัญกับเขา และทางหนึ่งก็ได้ล้างแค้นกับทักษิณด้วย เพราะเขาเชื่อว่าได้เข้าไปช่วยปราบกบฎITVให้ทักษิณ แต่ทักษิณกลับโหดร้ายปลดเขาออกมาในสภาพหมาล่าเนื้อ

สนธิเคยส่งวสันต์ ภัยหลีกลี้ สามีของรุ่งมณี เมฆโสภณ ลูกน้องเก่าแก่ใกล้ชิดของเขาคนหนึ่งเข้าไปเป็นผอ.อสมท. แต่วสันต์ไม่มีผลงานที่โดดเด่น และถูกบอร์ดในยุครัฐบาลสมชายบีบให้ลาออกจากตำแหน่ง

มีข่าวหนาหูว่าสำราญได้รับการวางตัวจากสนธิให้เข้าไปกุมบังเหียนของอสมท. โดยความเห็นชอบของผู้นำพรรคประชาธิปัตย์ที่เขาเรียกอย่างสนิทปากว่า"พี่ชวน" และผู้อาวุโสมากบารมีของอำมาตยาธิปไตยที่เขาเรียกสนิใจว่า"ป๋าเปรม"

คุณทำได้กระจายข่าว ดึงเสียงเงียบชี้ขาดชัยชนะฝ่ายประชาธิปไตยในกรุงเทพฯ

ที่มา Thai E-News

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
10 มกราคม 2552

หนึ่งในหลายวิธีการที่ทุกท่านจะช่วยได้ คือสละเวลาเพียงเล็กน้อยของท่าน เป็นอาสาสมัครส่งข่าวสารด้านล่างนี้ ไปยังผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งผู้ว่ากทม. โดยเฉพาะกลุ่มประชาชนคนที่ท่านรู้จัก ที่ยังไม่ได้ตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะเลือกใคร ซึ่งคาดกันว่ามีมากถึง30%ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด หากดึงมาเทคะแนนให้ฝ่ายเราได้ ชัยชนะก็จะเป็นของฝ่ายประชาธิปไตยอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดแน่ๆ โดยการส่งฟอร์เวิร์ดเมล์ หรือการกระจายข่าวปากต่อปากอย่างทั่วถึงฉับไว



หมายเหตุไทยอีนิวส์::สื่อค่ายเนชั่น ได้เสนอรายงานข่าวว่า นายยุรนันท์ ภมรมนตรี ผู้สมัครผู้ว่ากรุงเทพมหานคร เบอร์10 มีคะแนนนิยมขึ้นนำผู้สมัครรายอื่นในช่วงโค้งสุดท้าย ทั้งนี้จากการเปิดเผยของนายวิชาญ มีนชัยนันท์ แกนนำพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบการเลือกตั้งผู้ว่ากทม.ของพรรค ได้อ้างการประเมินจากโพลล์ช่วงก่อนโค้งสุดท้ายมีคะแนนนำทั้ง ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร จากพรรคประชาธิปัตย์ และม.ล.ณัฐกรณ์ เทวกุล ผู้สมัครอิสระ

แม้จะพลิกมานำในช่วงสุดท้าย แต่ก็ยังวางใจไม่ได้เลย เราเห็นว่าฝ่ายประชาธิปไตยยังมีภารกิจที่จะต้องยืนหยัดอย่างถึงที่สุด กล้าต่อสู้กล้าเอาชนะ เชื่อมั่นในชัยชนะของฝ่ายประชาธิปไตย เพื่อนำธงประชาธิปไตยปักลงบนพื้นที่นครหลวงของประเทศให้สำเร็จ จึงมีแต่ต้องสามัคคีอย่างเด็ดเดี่ยว ไม่เสียงแตก เทคะแนนเลือกเบอร์10อย่างมีเอกภาพปราศจากความลังเล และช่วยกระจายข่าวไปยังกลุ่มเป้าหมายผู้มีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้งอย่างกว้างขวางและรวดเร็วที่สุด เพื่อช่วงชิงชัยชนะจากฝ่ายเผด็จการอำมาตยาธิปไตย โจรก่อการร้ายพันธมิตร

หนึ่งในหลายวิธีการที่ทุกท่านจะช่วยได้คือร่วมเป็นอาสาสมัครส่งข่าวสารด้านล่างนี้ ไปยังผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง โดยเฉพาะกลุ่มประชาชนคนที่ท่านรู้จัก ทั้งคนในครอบครัวของท่าน,ญาติมิตร เพื่อน,คนในที่ทำงาน และคนที่ยังไม่ได้ตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะเลือกใคร(ซึ่งคาดกันว่ามีมากถึง30%ของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง หากดึงมาเทคะแนนให้ฝ่ายเราได้ ชัยชนะก็จะเป็นของฝ่ายประชาธิปไตยอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดแน่ๆ)ไม่ว่าจะเป็นการส่งฟอร์เวิร์ดเมล์ หรือกระจายข่าวกันแบบปากต่อปากให้แพร่หลายที่สุด

ขอขอบคุณอาสาสมัครทุกท่านมา ณ โอกาสนี้
.................

สาส์นถึง ชาวกรุงเทพมหานคร ผู้รักชาติรักประชาธิปไตยรักความเป็นธรรม

การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในวันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2552 นี้ ไม่ได้มีความหมายเป็นเพียงการเลือกตั้งผู้บริหารของชาวกรุงเทพฯเท่านั้น แต่ยังเป็นการพิสูจน์ถึงความรักชาติ รักประชาธิปไตย รักความยุติธรรมของคนกรุงเทพฯ และเกียรติภูมิแห่งชาติซึ่งประชาชนไทยทั้งประเทศ และชาวโลกเฝ้าจับตามองอย่างใกล้ชิดว่า คนกรุงเทพฯจะได้ตัดสินใจในสิ่งที่ถูกต้อง สมกับเป็นศูนย์กลางของประเทศหรือไม่อีกด้วย

ผลการสำรวจความคิดเห็นของชาวกรุงเทพมหานครเมื่อตอนสิ้นปี2551นั้นได้ชี้ว่า ประชาชนชาวกรุงเทพหมานครได้แสดงถึงจิตใจรักชาติ รักประชาธิปไตย รักความเป็นธรรมอย่างยิ่ง เมื่อสะท้อนว่ามีความผิดหวังอย่างที่สุดต่อกลุ่มพันธมิตรที่ได้ใช้อำนาจเถื่อนที่ได้รับการหนุนหลังจากกลุ่มอำนาจนิยมชื่นชมแนวทางเผด็จการต่อต้านประชาธิปไตยเข้ายึดทำเนียบรัฐบาล และยึดสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ สร้างผลเสียหายต่อเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ของประเทศอย่างย่อยยับ

มาบัดนี้ในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กลุ่มพันธมิตรได้ประกาศตนอย่างเปิดเผยโจ่งแจ้งในการให้การสนับสนุนคะแนนเสียงต่อผู้สมัครผู้ว่าราชการกทม.สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นแนวร่วมที่แนบแน่นกับพันธมิตรมาตั้งแต่การบอยคอตไม่ลงเลือกตั้งในปี2549ทำให้บานปลายไปสู่ความแตกร้าวของสังคมไทย สนับสนุนให้กำลังใจแม้ในยามที่พันธมิตรยึดทำเนียบ และแม้แต่ในยามที่พันธมิตรแปรเปลี่ยนพฤติการณ์เป็นกลุ่มก่อการร้ายสากลยึดสนามบินสุวรรณภูมิ

การณ์เหล่านี้ย่อมชั่วร้าย นำมาซึ่งความผิดหวังของชาวกรุงเทพฯอย่างยิ่ง!

ดังนั้นถึงเวลาแล้วที่ชาวกรุงเทพฯทั้งมวล ผู้รักชาติ รักประชาธิปไตย รักความยุติธรรม และต้องการกอบกู้เกียรติภูมิของชาติกลับมาโดยไว จักต้องประกาศตัวอย่างเปิดเผยว่า เราจะแปรเปลี่ยนความสงสารที่อำมาตยาธิปไตยและพันธมิตรกระทำย่ำยีต่อประเทศชาติ แปรเปลี่ยนความเห็นใจที่กลไกอำนาจรัฐเถื่อนกระทำย่ำยีต่อสิทธิและเสียงอันแท้จริงของประชาชน และเปลี่ยนความเจ็บใจที่ประชาชนไทยทั้งมวลยังไม่สามารถจะทำอะไรต่อโจรก่อการร้ายสากลยึดสนามบินได้ เพราะรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ยังปล่อยให้ลอยนวล

จงแปรเปลี่ยนจิตใจรักชาติ รักประชาธิปไตย รักความเป็นธรรม มาเป็นการเทคะแนนเสียงให้กับผู้สมัครผู้ว่าราชการกทม.เบอร์10"แซม"ยุรนันท์ ภมรมนตรี เพื่อสะท้อนถึงเสียงอันแท้จริงของชาวกรุงเทพฯและชาวไทยทั้งประเทศ

พรรคเพื่อไทยได้พิสูจน์ครั้งแล้วครั้งเล่าว่าได้ยืนหยัดอยู่ข้างประชาธิปไตย ยึดถือประชาชนเจ้าของอำนาจที่แท้จริงเป็นศูนย์กลาง และเคารพยึดมั่นต่อหลักประชาธิปไตย ส่วนคุณยุรนันท์และทีมงานก็มีประสบการณ์ทางการเมืองที่พร้อมจะบริหารกรุงเทพมหานคร และมีแนวนโยบายสานต่อจากทีมงานที่ประสบความสำเร็จปลดไทยจากIMF นำเกียรติภูมิกลับสู่ประเทศชาติมาแล้วจึงเป็นที่พึงหวังของชาวกรุงเทพฯได้อย่างแน่นอน

ประการสำคัญ ประชาชนชาวกรุงเทพฯอย่าเสียงแตก เพราะผลการสำรวจนิยมล่าสุดได้ชี้ว่า นายยุรนันท์ยังมีคะแนนไล่หลังผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์อยู่เล็กน้อย เหตุที่เป็นดังนี้เพราะกลุ่มพันธมิตรผนึกกำลังอย่างแน่นเหนียวในการที่จะสนับสนุนผู้สมัครประชาธิปัตย์ และได้ตัดผู้สมัครอิสระอีกรายคือนายแก้วสรร อติโพธิ ซึ่งเดินนโยบายเดียวกับพันธมิตรอีกรายออกไป เพื่อหวังชัยชนะเหนือฝ่ายประชาธิปไตยอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด

ขณะที่ชาวกรุงเทพฯฝ่ายประชาธิปไตย ยังเสียงแตกเป็น2ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งยืนหยัดจะเทคะแนนให้เบอร์10 แต่อีกฝ่ายในสัดส่วนใกล้เคียงกันมากยังลังเลใจที่จะมอบคะแนนให้ม.ล.ณัฏฐกรณ์ เทวกุล ผู้สมัครอิสระ

โดยธาตุแท้และแนวทางนั้นม.ล.ณัฏฐกรณ์ยืนหยัดในแนวทางประชาธิปไตยอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ทว่าเมื่อต้องตัดสินใจอย่างเด็ดขาดเพื่อให้คนของฝ่ายประชาธิปไตยได้มีโอกาสชนะการเลือกตั้งเหนือพวกพันธมิตรที่ชาวกรุงเทพฯผิดหวังนั้น ก็จำเป็นอยู่ดีที่ต้องรอให้โอกาสกับม.ล.ณัฏฐกรณ์ในคราวหน้า ด้วยความหนุ่มแน่น ประสบการณ์ที่ยังต้องสะสมอีกพอสมควร คุณปลื้มจะเป็นตัวเลือกที่สมควรพิจารณาในโอกาสต่อไป ไม่ใช่ครั้งนี้

วันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2552 นี้ชาวกรุงเทพฯที่เป็นศูนย์กลางของประเทศ ก่อนหย่อนบัตรลงคะแนน อย่าลืมว่าประชาชนไทยทั้งประเทศ และที่สำคัญมากประชาชนทั่วโลกที่มองไทยเสียหายย่อยยับจากการยึดสนามบินกำลังเฝ้ามองพวกเราอยู่ ว่าเราได้ตัดสินใจในสิ่งที่ถูกต้องกอบกู้เกียรติภูมิของชาติคืนมา หรือว่าจะย้ำรอยความผิดพลาดที่พันธมิตรได้กระทำย่ำยีไปล่วงหน้าก่อนนี้แล้ว

'สงสารประเทศชาติถูกอำมาตยาฯย่ำยี..เห็นใจรัฐบาลจากการเลือกตั้งของประชาชนถูกปล้นชิง..เจ็บใจทำอะไรโจรยึดสนามบินไม่ได้..อย่าได้แต่เงียบ..อย่าเสียงแตก 11มกราคม รวมพลังเป็นหนึ่งเดียว เลือกแซมเบอร์10เป็นผู้ว่ากทม."

.......
หากเห็นด้วยโปรดกระจายต่อให้กว้างที่สุดต่อกลุ่มเป้าหมายผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงผู้ว่ากทม. โดยเฉพาะคนที่ยังไม่ตัดสินใจจะเลือกใคร