ที่มา Thai E-News
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Saturday, January 10, 2009
'จงรัก'ลั่นสืบเอาผิดม็อบสถุนไกลเกินครึ่ง ย้ำโทษความผิดสูงทะลุเพดาน
ที่มา ประชาทรรศน์
'จงรัก'ระบุกรณีการปาไข่ถือเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน วอนทุกฝ่ายชุมนุมอย่างสงบ ย้ำไม่ละคดีม็อบมารผลาญชาติ เผยคืบหน้ากว่าครึ่ง ล่าสุดสอบพยานร่วม 200 ปาก ย้ไมีความผิดโทษสูง ลั่นไม่ขอเลือกปฏิบัติทั้งเหลือ-แดง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (10 ม.ค.) พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า กรณีการปาไข่ไปยังบุคคลอื่นถือเป็นความผิดฐานทำร้ายร่างกาย ซึ่งจะมีทั้งโทษปรับและจำคุก ซึ่งตนอยากกล่าวเตือนด้วยความหวังดีไปยังกลุ่มผู้ชุมนุมที่กระทำเหตุดังกล่าว เนื่องจากเคยมีกรณีทำนองนี้เกิดขึ้นมาก่อน ถึงแม้ผู้ถูกกระทำจะไม่เอาผิดแต่ก็ถือว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดอาญาแผ่นดินจึงไม่สามารถยอมความได้ ดังนั้นจึงอยากให้ผู้ชุมนุมดำเนินการชุมนุมกันอย่างสงบ ปราศจากอาวุธ และไม่ละเมิดต่อกฎหมายบ้านเมืองเพราะถือเป็นสิทธิที่สามารถกระทำได้
ทั้งนี้พล.ต.อ.จงรักฯ กล่าวว่า ในการดำเนินคดีกับกลุ่มคนเสื้อเหลืองที่ยึดทำเนียบรัฐบาล รวมกระทั่งท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ - ดอนเมือง ตำรวจไม่ได้ละเลยและได้สอบสวนมาตั้งแต่หลังเกิดเหตุใหม่ๆ ซึ่งขณะนี้ได้ตรวจสอบพยานบุคคลไปแล้วกว่า 200 ปาก และมีความคืบหน้าไปแล้วร้อยละ 70 โดยมีการประชุมมาโดยตลอด ซึ่งในวันอังคารนี้จะมีการประชุมกันอีก แต่เหตุที่ต้องใช้ระยะเวลาเพราะเป็นการกล่าวหาว่าได้กระทำความผิดเกี่ยวกับการมั่วสุม ให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง บุกรุก ทำให้เสียทรัพย์และความผิดฐานอื่นๆ ซึ่งถือเป็นความผิดสำคัญ มีอัตราโทษสูง ต้องใช้เวลาในการตรวจสอบรวบรวมพยานหลักฐาน เพราะฉะนั้น ตนขอยืนยันว่าทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มิได้ละเว้นการดำเนินการใดๆ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายเสื้อเหลืองและเสื้อแดง
'เชาวรินทร์'ค้านตั้ง 'นาม'ที่ปรึกษาฯ 'พีระพันธ์'
ที่มา ประชาทรรศน์
"เพื่อไทย" มั่นใจ ประชาชนให้การตอบรับเลือกตั้งซ่อมส.ส. และผู้ว่าฯ กทม. วอนประชาชนช่วยจับตาการเลือกตั้ง หวั่นมีการทุจริต 'เชาวรินทร์' เตรียมค้านตั้ง 'นาน ยิ้มแย้ม' เป็นที่ปรึกษารมว.ยธ. ชี้มีส่วนเกี่ยวข้องทำให้ต้องเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ใหม่ ด้าน 'มาร์ค' บอกพท.ร้องกกต.หากไม่ได้รับความเป็นธรรม ฟันธง 'คุณชาย' เข้าวิน
ร.ต.ท.เชาวรินทร์ ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงว่า การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ว่า ที่ต้องมีการเลือกตั้งใหม่ในครั้งนี้ นายนาม ยิ้มแย้ม มีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะ เกิดขึ้นจากการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบของนายนาม สมัยที่เป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) โดยพยายามดึงเรื่องการตรวจสอบทุจริตการจัดซื้อรถเรือดับเพลิงของ กทม.ไว้จนหมดวาระ แล้วจึงส่งต่อไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าฯ กทม. จนทำให้เกิดการเลือกตั้งใหม่ ดังนั้น การจะตั้งนายนามเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม จึงเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม เพราะถ้าเป็นข้าราชการ ก็เข้าข่ายการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ นอกจากนี้นายเชาวริน กล่าวว่า จะขอเป็นผู้อภิปรายไม่ไว้วางใจ นายพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค รมว.ยุติธรรม เพื่อคัดค้านการแต่งตั้งนายนาม เอง
'เพื่อไทย'วอนประชาชนช่วยจับตาการเลือกตั้ง
ขณะที่ นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยจะได้รับการตอบรับ จากทั้งการเลือกตั้งซ่อม และเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) ในวันพรุ่งนี้
พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนร่วมกันจับตา หลังได้รับรายงานการทุจริตเลือกตั้ง ว่าจะมีการทุจริตในเรื่องการเปลี่ยนหีบบัตรเลือกตั้งระหว่างขนย้าย การเผาหีบบัตรเลือกตั้ง และการสับเปลี่ยนหีบบัตรเลือกตั้ง ในการเลือกตั้งล่วงหน้าก่อนหน้านี้ เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างยุติธรรม
นอกจากนี้ นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย เรียกร้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เข้มงวดกับการเก็บหีบบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าในพื้นที่เลือกตั้งซ่อม ส.ส.อีสาน อาทิ จังหวัด บุรีรัมย์ อุบลราชธานี อุดรธานี ร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการแข่งขันสูง เกรงว่าอาจจะมีการทุจริตเกิดขึ้นได้ เพราะถ้าพรรคได้ ส.ส.กลับคืนมาทั้งหมด จะส่งผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาลอย่างแน่นอน
นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การเลือกตั้ง ส.ส. เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 2550 การทำโพลของสำนักต่างๆ ระบุว่า พรรคพลังประชาชนจะได้เสียงใน กทม.มากกว่า 20 เสียง แต่ผลการเลือกตั้งออกมากลับได้เพียง 9 คน และมีเหตุการณ์หีบบัตรเลือกตั้งถูกเผา ดังนั้น การเลือกตั้ง วันพรุ่งนี้ (11 ม.ค.) อาจมีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก จึงมีความกังวลใจ ต้องการให้ทุกฝ่ายให้ความสำคัญเรื่องนี้ด้วย อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าผลการเลือกตั้งออกมาอย่างไร พรรคก็พร้อมยอมรับ แต่ต้องการให้การเลือกตั้งมีความบริสุทธิ์
น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ มีทั้งการนับคะแนนในหน่วยของการเลือกตั้งซ่อม ส.ส. และนับคะแนนรวมกันในสถานที่นับคะแนน ของการเลือกผู้ว่าฯ กทม. ทำให้ขั้นตอนการลำเลียงบัตรเลือกตั้ง อาจมีการเปลี่ยนถุงบัตรได้ โดยเฉพาะรถส่วนตัวที่จะใช้ขนบัตร ที่มีหลังคาปิดมิดชิด จึงต้องการให้ประชาชนติดตามการขนหีบบัตรอย่างใกล้ชิด รวมถึงสถานที่นับคะแนนที่สำนักงานเขตจัดไว้ ขอให้เป็นสถานที่เปิดเผย หรือให้ผู้สังเกตการณ์มองเห็นในระยะที่ชัดเจนได้
'มาร์ค'ให้"เพื่อไทย"ฟ้องกกต.หากไม่ได้รับความเป็นธรรม ฟันธง 'สุขุมพันธ์' เข้าวิน
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทย อ้างว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม จากการปฏิบัติตัวของเจ้าหน้าที่รัฐ ในเรื่องการเลือกตั้งซ่อม ส.ส. ว่าขอให้ร้องเรียนกับ กกต. ซึ่งในส่วนรัฐบาลพร้อมดำเนินการในสิ่งที่ถูกต้อง เชื่อผลการเลือกตั้งจะไม่กระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาล หรือต้องทำให้ปรับคณะรัฐมนตรี
นอกจากนี้นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวด้วยความมั่นใจว่า การเลือกตั้งผู้ว่าฯกรุงเทพมหานคร ในวันพรุ่งนี้ ประชาชนจะให้การสนับสนุนหม่อมราชวงศ์สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์ เป็นผู้ว่าฯกรุงเทพมหานครแน่นอนเพราะนโยบายที่เสนอเป็นประโยชน์ต่อชาวกรุงเทพมหานครเป็นอย่างมาก และการทำงานร่วมกับรัฐบาลจะง่ายขึ้นส่วนการเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อแทนตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ว่างที่ฝ่ายค้านออกมาระบุว่า จากผลโพลล์ที่สำรวจพบว่าฝ่ายค้านจะได้ที่นั่งทั้งหมดนั้น ส่วนตัวไม่ได้รู้สึกกังวล เพราะเชื่อว่าจะไม่เป็นความจริง แต่หากเป็นจริงก็จะไม่กระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาล
อย่างไรก็ตาม นายอภิสิทธิ์ ยังพูดถึงกรณีการถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่ารัฐบาลไม่ได้สั่งการในเรื่องดังกล่าว และไม่ได้ดำเนินการ 2 มาตรฐานกับการดำเนินคดีกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่ปิดสนามบินทั้ง 2 แห่ง เนื่องจากมี ส.ส.ของพรรคเป็นแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
นายกรัฐมนตรี ยังย้ำว่า การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนไม่มีปัญหา ได้เจรจากับสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีของประเทศกัมพูชาแล้ว และได้รับการยืนยันว่า จะเดินทางมาร่วมการประชุมในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ถึง 1 มีนาคมนี้อย่างแน่นอน
กกต.ยันยังไม่ได้รายงานเรื่องการทุจริต
นายประพันธ์ นัยโกวิท กรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ตรวจความพร้อมการเตรียมการเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.) เขต 10 กรุงเทพมหานคร(กทม.) และการเลือกตั้งผู้ว่าราชการ กทม. ที่เขตบางบอน ระบุว่า ภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องการทุจริต แต่ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่วางตัวเป็นกลาง โดยจะจัดชุดป้องปรามลงพื้นที่หาข่าว เฝ้าระวังการทุจริต โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสาน อย่างไรก็ตาม ไม่กังวลการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุม เพราะหากขัดขวางการเลือกตั้งจะถือว่าทำผิดกฎหมาย พร้อมมั่นใจว่าจะมีประชาชนมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งตามเป้าที่ตั้งไว้
กทม.กำชับผู้สมัครระวังเข้าร่วมกิจกรรมวันเด็ก
นายพงศ์ศักติฐ์ เสมสันต์ ปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวภายหลังตรวจวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการเลือกตั้ง ว่าการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.จะรู้ผลอย่างไม่เป็นทางการเวลา 24.00 น. ส่วนการเลือกตั้งซ่อมเขต 10 จะรู้ผลอย่างไม่เป็นทางการประมาณเวลา 18.00 น. พร้อมแสดงความมั่นใจว่าจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อยพร้อมย้ำผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.ให้ระมัดระวังการเข้าร่วมกิจกรรมวันเด็ก เพื่อไม่ให้เกิดสุ่มเสี่ยงต่อการทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง
'รฟท.'ชงงบ 650 ล้านหนุนเดินรถไฟฟรี เล็งขยายล่องสายอีสานฟรีเพิ่ม!!
ที่มา ประชาทรรศน์
การรถไฟฯ ประกาศขอหนุน "รถไฟฟรีเพื่อประชาชน" เตรียมชงของบรบ.มาร์ค 650 ล้านรองรับโครงการ เผยตัวเลขช่วงเทศกาลประชานแห่ใช้บริหารอื้อ ผอ.รฟท.แย้ม เล็งเปิดสายเดินรถไฟเพิ่มสายอีสานเส้นจ.อุบลฯ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (10 ม.ค.) หลังจากรัฐบาลมีนโยบายที่จะขยายเวลามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะมาตรการ “รถไฟฟรี เพื่อประชาชน” นั้น โดยขณะนี้ได้ดำเนินการมาเป็นระยะเวลานานเกือบ 6 เดือนแล้ว และรัฐบาลต้องการยืดอายุโครงการต่อไปอีก 6 เดือน เพื่อช่วยลดค่าครองชีพแก่ประชาชนผู้มีรายได้น้อยนั้น
ทั้งนี้นายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กล่าวเปิดเผยว่า รฟท. พร้อมสนองนโยบายรัฐบาล โดยการยืดอายุโครงการ นอกจากรถชั้น 3 ที่เคยให้บริการฟรี วันละ 172 ขบวน ในเส้นทางต่างๆ ในรถไฟสายเหนือและสายใต้แล้ว ขณะนี้ รฟท.ได้เตรียมขยายพื้นที่ของโครงการฯ ไปยังรถไฟสายอีสานเพิ่มเติมด้วย โดยจะเริ่มต้นจากเส้นทางที่มีการเดินทางคับคั่ง เช่น เส้นทางกรุงเทพฯ-อุบลราชธานี กรุงเทพฯ-อุดรธานี ซึ่งในช่วงแรก และจะเริ่มจากการพ่วงตู้รถไฟ ขบวนละ 2-4 ตู้ และหากโครงการได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น มีประชาชนมาใช้บริการมาก รฟท.ก็อาจพิจารณาเพิ่มรถไฟฟรี ทั้งขบวนในเส้นทางเหล่านี้
พร้อมกันนี้จาการประเมินการดำเนินโครงการ “รถไฟฟรีเพื่อประชาชนนั้น” ในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา พบว่ามีผู้ใช้รถไฟเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 30 และเชื่อว่า เมื่อต่ออายุไปอีก 6 เดือน ก็จะทำให้ปริมาณผู้ใช้เพิ่มขึ้นอีก ซึ่งจะทำให้ใน 1 ปี จะมีผู้ใช้รถไฟเพิ่มขึ้น จากเดิมที่มีผู้ใช้บริการประมาณปีละ 42 ล้านคน ซึ่ง รฟท.อยู่ระหว่างติดตามตัวเลขว่าจะเพิ่มขึ้นมากน้อยเท่าใด
ส่วนยอดการขอชดเชยเงินในการเดินรถให้บริการฟรีจากภาครัฐที่ผ่านมา รฟท.ได้ขอเงินชดเชยจากภาครัฐ เฉลี่ยเดือนละ 60-90 ล้านบาท โดยรวมตลอด 6 เดือน รฟท.จะของบประมาณชดเชยประมาณ 550 ล้านบาท และในอีก 6 เดือนข้างหน้า ก็จะขอชดเชยอีก 650 ล้านบาท ตามปริมาณเส้นทางและผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้น ขณะที่รายได้รวมจากการเดินรถของ รฟท.ทั้งหมด ทั้งรถให้บริการเชิงสังคม และเชิงพาณิชย์ จะมีประมาณปีละ 4,200 ล้านบาท แต่ รฟท.มีรายได้จากรถไฟชั้น 3 ซึ่งเก็บค่าโดยสารถูก เพียงปีละ 400-500 ล้านบาทเท่านั้น
ขณะที่ด้านนายพิเณศวร์ พัวพัฒนกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. เปิดเผยว่า ในขณะนี้ ขสมก.ได้รายงานผลการดำเนินโครงการรถเมล์ฟรี เพื่อประชาชน ในตลอดเกือบ 6 เดือนที่ผ่านมา ให้สำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง ทราบ เพื่อพิจารณาขยายอายุโครงการออกไปอีก 6 เดือน ตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งที่ผ่านมา การดำเนินโครงการรถเมล์ฟรีนั้น ขสมก. มีรถเมล์ประเภทรถร้อนเข้าร่วมเดินรถวันละ 800 คัน และสามารถเพิ่มรถได้สูงสุดวันละ 1,600 คัน/วัน ส่วนการขอชดเชยรายได้จากรัฐบาลนั้น ขสมก.ได้ขอชดเชยเฉลี่ยวันละ 8,500 บาทต่อคัน และโครงการทำให้มีผู้ใช้บริการรถเมล์ ขสมก.เพิ่มขึ้น เข้ามาในระบบอีกร้อยละ 10 ด้วย
'นายกฯมาร์ค'ฟันธง!!! 'สุขุมพันธ์'นั่งพ่อเมืองกทม.
ที่มา ประชาทรรศน์
นายกรัฐมนตรี มั่นใจ 'สุขุมพันธ์' เข้าวิน คว้าตำแหน่งผู้ว่าฯกทม. โว นโยบายเข้าตาคนกรุง ทำงานร่วมรัฐบาลง่ายขึ้น ไม่หวั่น เลือกตั้งซ่อมส.ส.อาจทำเสียงปริ่มน้ำ ปัด สั่งการถอดยศ 'ทักษิณ'
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยความมั่นใจว่า การเลือกตั้งผู้ว่าฯกรุงเทพมหานคร ในวันพรุ่งนี้ ประชาชนจะให้การสนับสนุนหม่อมราชวงศ์สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์ เป็นผู้ว่าฯกรุงเทพมหานครแน่นอนเพราะนโยบายที่เสนอเป็นประโยชน์ต่อชาวกรุงเทพมหานครเป็นอย่างมาก และการทำงานร่วมกับรัฐบาลจะง่ายขึ้นส่วนการเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อแทนตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ว่างที่ฝ่ายค้านออกมาระบุว่า จากผลโพลล์ที่สำรวจพบว่าฝ่ายค้านจะได้ที่นั่งทั้งหมดนั้น ส่วนตัวไม่ได้รู้สึกกังวล เพราะเชื่อว่าจะไม่เป็นความจริง แต่หากเป็นจริงก็จะไม่กระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาล
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังพูดถึงกรณีการถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่ารัฐบาลไม่ได้สั่งการในเรื่องดังกล่าว และไม่ได้ดำเนินการ 2 มาตรฐานกับการดำเนินคดีกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่ปิดสนามบินทั้ง 2 แห่ง เนื่องจากมี ส.ส.ของพรรคเป็นแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังย้ำว่า การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนไม่มีปัญหา ได้เจรจากับสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีของประเทศกัมพูชาแล้ว และได้รับการยืนยันว่า จะเดินทางมาร่วมการประชุมในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ถึง 1 มีนาคมนี้อย่างแน่นอน
เขวี้ยงไข่
ที่มา เดลินิวส์
พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รองผบ.ตร. ชี้ว่าการเขวี้ยงไข่ เป็นความผิดฐานทำร้ายร่างกาย มีโทษจำคุก 2 ปี เพราะไข่ (ถึงไม่ใช่ไข่เน่า) ก็ถือเป็นอาวุธตามกฎหมาย ???
ก็เอาเถอะ เป็นตำรวจก็เปลี่ยนสีไปตามอำนาจรัฐ เหมือน พล.ต.อ.จงรัก ที่เคยขึงขังจะเล่นงาน 60 บริษัท สปอนเซอร์พันธมิตรฯบุกยึดทำเนียบฯและสนามบินสุวรรณภูมิข้อหา สนับสนุนการก่อการร้าย
พออำนาจรัฐเปลี่ยน ก็หุบปากเฉย พอกับหัวขบวน พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ที่ไม่รู้เป็น ผบ.ตร.แต่กลับปล่อยพันธมิตรฯบุกยึดสนามบิน 2 แห่งได้ง่ายดายมาก จนขายขี้หน้าไปทั่วโลกได้ไง
จะจับมือเขวี้ยงไข่ก็จับ แต่ทีพวกก่อการร้าย ทำไมปล่อยลอยนวลอยู่ได้
แต่นั่นล่ะ ตำรวจ ก็สู้ ส.ว.ลากตั้ง ประสาร มฤคพิทักษ์ ไม่ได้ เห็นบูชาท็อปบู๊ตสุดจิตสุดใจ กร้าวมาก ประณามยับว่า เป็นพฤติกรรมไร้สติ เป็นอันธพาลป่วนเมือง
ถ้าผู้ว่าฯ ตำรวจ ควบคุมไม่ได้ ก็ต้องปลดออก ต้องทำให้เห็นว่า บ้านเมืองมีขื่อมีแป !!!
ที่ด่าทอมือเขวี้ยง ก็ไม่ติดใจ ก็ไม่ควรทำจริง ๆ คนรักกันชอบกัน ย่อมทนไม่ได้ เหมือนคนเสื้อแดงทนไม่ได้ ที่เสื้อเหลืองถอดรองเท้าเขวี้ยงใส่ หน้า สมชาย วงศ์สวัสดิ์
ดาวกระจายไปทุกที่ เขาพระวิหาร ยังไปเลย เฉลิม อยู่บำรุง ไปตรวจ ราชการที่ใต้ ถูกไล่ตั้งแต่โรงแรมยันสนามบิน ต้องหนีหัวซุกหัวซุนกลับกรุงเทพฯ
เหมือน สมัคร สุนทรเวช หอบสังขารไปรักษาโรคร้ายที่ฮุสตัน สหรัฐ ก็ถูกคนเสื้อเหลืองถือป้ายโห่ไล่ ล้อมรถ มาตอนนี้คนเสื้อแดงก็บุก รพ.อุบล ที่ “คุณยายเนียม” รักษาตัวอยู่ ควรประณามทั้ง 2 ข้างเลย
คนไทยอย่างน้อยต้องมีใจเมตตากัน โดยเฉพาะคนป่วยคนเจ็บ ต้องเมตตาให้มาก ๆ
แต่ที่นายกฯและ วิฑูรย์ นามบุตร รมว.วัฒนธรรม ถึงขนาดบอกว่า คนเสื้อแดง บุกไปถึงห้อง “ไอซียู” ทำให้คุณยายเนียมที่ไม่รู้สึกตัวเลย ถึงกับต้องร้องไห้ออกมาน่ะ ไม่เว่อร์ไปหน่อยหรือ
หมอ-พยาบาล ยอมได้ไง อย่าเอาความเจ็บความตายมาเล่นการเมืองเลย บาปกรรม !!!
ที่นายประสารทนไม่ได้จึงเข้าใจ แต่ที่ติดใจมาก ยังมีหน้ามาบอก ต้องให้บ้านเมืองมีขื่อมีแป ถามจริง ๆ เถอะ 6-7 เดือนที่ผ่านมา บ้านเมืองเคยมีขื่อมีแปด้วยหรือ
ถ้ามีจริงคงไม่ปล่อยให้ยึดทำเนียบฯตั้ง 3 เดือน ปลูกข้าวทำนา ตากกางเกงลิง ไล่ยิงเหี้ยเล่น จนเหิมเกริม ยึดสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง สร้างความฉิบหายให้ประเทศไม่รู้เท่าไหร่น่ะ !!!
ขอยืมคำพูดยอดฮิตที่เสื้อเหลืองชอบพูดมาใช้หน่อยเหอะ ตอนนั้นนายประสารไปมุดหัวอยู่ที่ไหนเสียเล่า ทำไมไม่โผล่หัวออกประณามช่วยเตือนสติกันบ้าง
เห็นแต่ยกยอปอปั้น ให้ท้าย “พวกอนาธิปไตย” แถมขยันหมั่นแวะเวียนไปเยี่ยมบ่อย ๆ ด้วย ก็บ้านเมืองเป็นอย่างนี้ ก็เพราะมันไม่มีขื่อมีแปน่ะสิ แล้วจะมากระแดะทนไม่ได้ ทำไม เมื่อกรรมสนองเวร
จะบอกกี่ครั้งก็ขอบอกว่า ตราบใดที่กฎหมายบ้านเมือง มีไว้จัดการแค่ คนกลุ่มหนึ่ง แต่กลับละเว้นคนอีกกลุ่มหนึ่ง (เห็นตำตากันทุกวัน) แล้วความสงบจะเกิดได้อย่างไร
อิมพอสสิเบิล เป็นไปไม่ได้หรอก อย่าหลอกตัวเองอยู่เลย ???.
ดาวประกายพรึก
แซมลั่นทำฝั่งธนฯเท่ากทม.
ที่มา ไทยรัฐ
เมื่อบ่าย วันที่ 9 ม.ค. 52 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายยุรนันท์ ภมรมนตรี ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. หมายเลข 10 เดินทางไปสักการะพระบรมอนุสาวรีย์ พระเจ้าตากสิน จากนั้นเดินหาเสียงตลาดวงเวียนใหญ่ ถนนเจริญรัถ มีประชาชนออกมาดักรอถ่ายภาพและขอลายเซ็นจำนวนมาก จึงต้องมีการเปลี่ยนกำหนดการหาเสียงจากเดิมตลอดช่วงบ่ายจะขึ้นรถแห่รอบพื้นที่ฝั่งธนฯ เป็นเดินเท้าก่อน ใช้เวลาหลายชั่วโมง จากนั้นจึงขึ้นรถแห่ไปตามถนนสายต่างๆ เขตคลองสาน ธนบุรี ภาษีเจริญ วัฒนา บางกอกใหญ่
พท.ย้อนศรพัชรวาท งัดคดีเก่าให้ถอดยศ
ที่มา ไทยรัฐ พท.ตั้งกระทู้ถามเรื่องถอดยศ “ทักษิณ” เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 9 ม.ค. ที่รัฐสภา ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย แถลงว่า ทันทีที่เปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยสามัญทั่วไปในวันที่ 21 ม.ค.นี้ จะยื่นกระทู้สดถามนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กรณีที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเสนอถอดยศของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เนื่องจากต้องคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในคดีที่ดินรัชดาฯ เพราะอยากทราบว่า 1. นายกฯเคยอ่านคำพิพากษาขององค์คณะผู้พิพากษาในคดีดังกล่าวหรือไม่ 2. รัฐบาลมีส่วนรู้เห็นกับการออกข่าวของหน่วยงานของรัฐที่มักออกข่าวในทำนองว่า พ.ต.ท.ทักษิณมีความผิดในคดีทุจริตซื้อที่ดิน ซึ่งเป็นการกล่าวที่ไม่ถูกต้องตรงกับความเป็นจริง เนื่องจากคำพิพากษาคดีดังกล่าวปรากฏชัดเจนในหน้า 37 ว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 142 และ 157 ทั้งนี้ หากรัฐบาลมีส่วนรู้เห็นย่อมเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยหลักความยุติธรรม ที่หยิบยกมาเป็นข้ออ้างในคำแถลงนโยบายรัฐบาล 3. รัฐบาลจะแก้ไขปัญหาอย่างไร หากกรณีดังกล่าวส่งผลให้ประชาชนที่ยังรักและศรัทธาต่อผลงาน พ.ต.ท.ทักษิณออกมาประท้วงหรือแสดงความไม่เห็นด้วยกับการดำเนินการของ สตช. งัดเรื่องเก่าเล่นงาน “พัชรวาท” ภายหลังการแถลงข่าว ร.ต.ท.เชาวรินนำเอกสารประทับตราลับมาก โดย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ผบ.ตร. ช่วยราชการสำนักนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ทำถึงนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 23 ก.ย. 2551 เพื่อขอทราบความคืบหน้ากรณีที่มีการตรวจสอบพบว่า พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. กับพวกรวม 3 คน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และกระทำความผิดวินัยอย่างร้ายแรงมาแจกกับสื่อมวลชน เอกสารดังกล่าวระบุว่าตามที่บริษัทผู้ผลิตรายการรายหนึ่งถูกกีดกันไม่ให้เสนอราคาการจัดจ้างโฆษณาและเผยแพร่รายการของ สตช.จำนวน 3 รายการ ได้ร้องเรียนกล่าวหา พล.ต.อ.พัชรวาทขณะดำรงตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ตร. กับพวกรวม 3 คน กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ ไม่ปฏิบัติตามประกาศของกระทรวงการคลัง ได้จัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์โดยมีเจตนากระทำการเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทเอ็น เอส มีเดีย แอสโซซิเอทส์ จำกัด จึงได้แต่งตั้ง พล.ต.ท.ทวีพร นามเสถียร ผบช.ประจำ ตร. ให้ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริง บีบ “อภิสิทธิ์” ฟันฐานผิดวินัยร้ายแรง ร.ต.ท.เชาวรินกล่าวว่า ภายหลังการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว คณะกรรมการตรวจสอบเห็นว่า พล.ต.อ.พัชรวาท กับพวกรวม 3 คน กระทำความผิดตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ ข้อ 18 (6) และข้อ 21 ประกาศกระทรวงการคลังเรื่องหลักเกณฑ์การซื้อและการจ้างโดยการประมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ข้อ 6, 12, 13 และ 16 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ มาตรา 10 และ 12 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147, 152, 157 ประกอบมาตรา 83, 84, 86, 90 และ 91 รวมถึง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ มาตรา 86 และ 79 (1) พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ยังระบุว่าความผิดดังกล่าวถือเป็นการผิดวินัยอย่างร้ายแรง จึงเสนอนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี ให้ทำการตรวจสอบ แต่ยังไม่ ทราบความคืบหน้า จึงทำหนังสือถึงนายสมชายเพื่อขอความคืบหน้าในเรื่องนี้ ดังนั้น ถ้าตอนนี้ สตช.ว่างมากก็ขอฝากติดตามเรื่องนี้ และขอฝากถึงนายอภิสิทธิ์ให้ติดตามความคืบหน้าเรื่องนี้ด้วย เพราะเป็นเรื่องผิดวินัยร้ายแรง หากนายอภิสิทธิ์ไม่สามารถให้ความชัดเจนได้ ตนในฐานะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร จะนำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาเพื่อตรวจสอบ เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการใช้งบประมาณถึง 114 ล้านบาท “พงศ์เทพ” คาใจถอดยศไม่เสมอภาค นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา โฆษกส่วนตัว พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณี สตช. เตรียมทำเรื่องถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณว่า หากเรื่องที่เกิดขึ้น เป็นการปฏิบัติตามระเบียบของ สตช. และมีการบังคับใช้ระเบียบดังกล่าวอย่างเสมอภาคเท่าเทียมกันว่า หากใคร ทำผิดลักษณะเช่นนี้ต้องถูกถอดยศทุกคน ก็ถือเป็นการ บังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาค พ.ต.ท.ทักษิณก็ยอมรับได้ แต่ปัญหาคือระเบียบของ สตช.ในเรื่องนี้มีการบังคับ ใช้อย่างเสมอภาคหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาไม่เห็นเคยมีข่าวการถอดยศตำรวจ ทั้งที่บางคนกระทำผิดร้ายแรงกว่า พ.ต.ท.ทักษิณอีก จึงเป็นคำถามคาใจ หลายคนอาจเข้าใจว่าเป็นประเด็นการเมือง เพราะขณะนี้มีปัญหาเร่งด่วนที่ต้องทำมากมาย โดยเฉพาะการเอาผิดกับเหตุการณ์ยึดสนามบินสุวรรณภูมิที่สร้างผลกระทบกับประชาชนมากมาย แต่คดีเหล่านี้กลับไม่มีความคืบหน้าเลย ทั้งนี้ ไม่ทราบว่า พ.ต.ท.ทักษิณทราบเรื่องที่เกิดขึ้นหรือไม่ เพราะไม่ได้ติดต่อกันในช่วงนี้ “นพดล” โวยคนล้มอย่าข้าม นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ และอดีตที่ปรึกษากฎหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ให้สัมภาษณ์ว่า อยากถาม พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. และ สตช.ว่า การเสนอถอดยศเป็นเรื่องเร่งด่วนหรือไม่ เพราะขณะที่บ้านเมืองและประชาชนมีเรื่องเดือดร้อนมากมาย แต่ตำรวจกลับมีข้อเสนอเช่นนี้ออกมา เห็นชัดเจนว่าต้องการไล่บดขยี้ พ.ต.ท.ทักษิณให้หมดหนทางต่อสู้ ไม่ทราบว่าในเชิงกฎหมายที่เป็นกฎระเบียบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นอย่างไร แต่เรื่องนี้ถือว่าไม่เหมาะสม เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณเป็นถึงอดีตนายกรัฐมนตรี เคยทำคุณประโยชน์มากมายให้บ้านเมือง “การกระทำของตำรวจและผู้มีอิทธิพลทางการเมืองในขณะนี้ ผมขอฝากคำโบราณไว้ว่าคนล้มอย่าข้าม การถอดยศตำรวจของ พ.ต.ท.ทักษิณ มีความยุติธรรมหรือไม่ ก็ต้องพิจารณาว่าตำรวจที่กระทำความผิดต้องติดคุกในขณะนี้ จะมีการดำเนินการถอดยศเช่นเดียวกับ พ.ต.ท.ทักษิณหรือไม่” ผบ.ตร.บอกยังไม่เห็นเรื่องถอดยศ ด้าน พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. ตอบข้อถามผู้สื่อข่าวถึงการพิจารณาถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า ขออนุญาตตอบอย่างนี้ว่าขณะนี้ยังไม่เห็นเรื่องเลย ส่วนตัวคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ต้องให้เจ้าหน้าที่ไปพิจารณาทุกแง่ทุกมุมให้เกิดความชัดเจน เป็นเรื่องเจ้าหน้าที่ต้องพิจารณาทุกเรื่องในรายละเอียดของระเบียบ เจตนาของระเบียบ อยากให้เจ้าหน้าที่ไปพิจารณาให้ละเอียดรอบคอบ ผู้สื่อข่าวถามว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นการเลือกปฏิบัติหรือไม่ ปรากฏว่า พล.ต.อ.พัชรวาทปฏิเสธตอบคำถาม พร้อมเดินเลี่ยงจากไปทันที ปชป.ปัดส่งซิกให้ตำรวจเล่นงาน นายอาคม เอ่งฉ้วน ส.ส.กระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ พล.ต.ต.ปัญญา เอ่งฉ้วน ผบก.วน. เสนอเรื่องไปยังกองกำลังพล สตช. เพื่อประมวลเรื่องให้ ผบ.ตร.พิจารณาถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จนทำให้คนมองว่าเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมืองว่า ยอมรับว่าเป็นญาติกับ พล.ต.ต.ปัญญา แต่ยืนยันว่าไม่เคยสั่งหรือขอร้องให้กระทำการดังกล่าว อีกทั้ง พล.ต.ต.ปัญญาไม่เคยมาปรึกษาในเรื่องนี้ จึงไม่ใช่เรื่องกลั่นแกล้งทางการเมือง เพราะประวัติการทำงานของ พล.ต.ต.ปัญญาถือว่าเป็นคนตรงไปตรงมา ขณะที่ พ.ต.ท.ทักษิณมีฐานความผิดด้านคดีอาญาและการหนีคดี จึงต้องถูกถอดยศอยู่แล้ว แต่การที่ต้องใช้เวลาพิจารณานานจนล่วงเลยมาถึงรัฐบาลชุดนี้เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณเป็นถึงอดีตนายกฯ การดำเนินการต้องเป็นไปอย่างรอบคอบ ต้องรอให้ถอนพาสปอร์ตแดงก่อน จึงจะดำเนินการได้ และหากรีบพิจารณาตัดสิน ก็จะหาว่ากลั่นแกล้งอีก โบ้ย สตช.ทำเรื่องตั้งแต่มีคำพิพากษา นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และประธานคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีกฎระเบียบอยู่แล้ว ในกรณีที่ข้าราชการตำรวจหากถูกศาลพิพากษาจำคุกโดยไม่รอลงอาญา ส่วนตัวเข้าใจว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ดำเนินการพิจารณากรณีนี้มานานแล้ว ตั้งแต่ที่มีคำพิพากษาของศาลออกมา แต่บังเอิญขั้นตอนเพิ่งจะแล้วเสร็จ และมีการเสนอเรื่องขึ้นมาในช่วงนี้ หลายฝ่ายจึงมองว่าเป็นการกลั่นแกล้ง ขอยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้เข้าไปสั่งการหรือเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แต่อย่างใด “เทือก” ทำใจเจรจายากขึ้น นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า แปลกใจมากที่ สตช.พิจารณาเรื่องถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ เพิ่งทราบคืนวันที่ 8 ม.ค. ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ยอมรับเมื่อมีเรื่องนี้เกิดขึ้นคงจะทำให้การเจรจากับ พ.ต.ท.ทักษิณมีปัญหาบ้าง แต่ขอยืนยันว่างานนี้ไม่ใช่งานนโยบาย ถ้าจะมีการดำเนินการอะไรก็เป็นไปตามกฎระเบียบของ สตช. รัฐบาลไม่มีเจตนาบีบคั้นพ.ต.ท.ทักษิณในเรื่องใดทั้งสิ้น ผู้สื่อข่าวถามว่าเกรงหรือไม่ว่าจะยิ่งไปเพิ่มความเห็นใจจากกลุ่มผู้สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณยิ่งขึ้นอีก จนทำให้การแก้ปัญหาความแตกแยกยากขึ้น นายสุเทพตอบว่า รัฐบาลยังจะเดินหน้าในแนวทางสมานฉันท์ต่อไป แต่อะไรที่ต้องเกิดขึ้นตามตัวบทกฎหมายก็ต้องว่าไป เป็นต้นว่ากรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณต้องคำพิพากษา ก็ต้องว่าไปตามคำพิพากษาและกระบวน การยุติธรรมกรณีที่กองวินัย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เสนอเรื่องให้กองกำลังพลประมวลเรื่องถอดยศตำรวจของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อเสนอ ผบ.ตร.พิจารณาดำเนินการ โดยให้เหตุผลว่าเข้าเงื่อนไของค์ประกอบของระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าด้วยการถอดยศตำรวจ เนื่องจาก พ.ต.ท.ทักษิณถูกศาลพิพากษาจำคุก และคดีถึงที่สุดแล้วนั้น
ดอกนี้เข้าทางมวยรอง
ที่มา ไทยรัฐ
เพียงแค่นามสกุล “เอ่งฉ้วน” ที่คุ้นๆกับบิ๊กการเมืองสายสะตอพรรคประชาธิปัตย์ ก็ยังปักใจเชื่อไปเลยทีเดียวไม่ได้ว่า “มีใบสั่ง”
กับคิวร้อนๆที่ พล.ต.ต.ปัญญา เอ่งฉ้วน ผู้บังคับการกองวินัย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เดินหน้าชงเรื่องถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ด้วยเหตุเข้าเงื่อนไของค์ประกอบตามระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าด้วยการถอดยศ พ.ศ.2547
เนื่องจากถูกศาลพิพากษาจำคุกในคดีที่ดินรัชดาฯ เป็นเวลา 2 ปี และคดีถึงที่สุดแล้ว
ที่แน่ๆโดยสีหน้าแววตาของ “เทพเทือก” นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่ออกอาการแปลกใจ ไม่ทราบเรื่องมาก่อน
ยอมรับตรงๆ มีผลต่อการเจรจาสงบศึกกับอดีตนายกฯทักษิณ
ถ้าแกล้งไขสือ ก็ต้องยอมรับว่า “เนียนมาก”
แต่ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของรายการ “สอพลอ” เอาใจนายใหม่ เกมลึก “ปากว่า ตาขยิบ” ฝ่ายคุมอำนาจรัฐเล่นบทลูบหลัง สมานฉันท์ขอเจรจา แต่เผลอก็ตบหัว “ทักษิณ” หรือเป็นคิวยัดไส้ตอกลิ่มให้คนด่ารัฐบาล
โดยวิสัยคนไทยขี้สงสาร ชอบเชียร์มวยรอง
แรงสะท้อนมุมกลับต้องมีแน่
เอาเป็นว่า แค่นาทีแรกที่มีข่าวแพลมออกมา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ก็ต้องเจอกับคำถามสื่อมวลชน กังวลจะถูกโจมตีเป็นใบสั่งเล่นงานอดีตนายกฯทักษิณหรือไม่
ต้องรีบบอกปัดกันพัลวัน
โดยทางข่าว งานนี้ถือว่าลูกไหลเข้าทางผู้สมัครของพรรคเพื่อไทย ทั้งในสนามเลือกตั้งซ่อม ส.ส. 26 เขต 22 จังหวัด ที่รอโกยแต้มเห็นอกเห็นใจ
เก็บคะแนนสงสาร “ทักษิณ” ที่โดนไล่ต้อนจากฝ่ายคุมอำนาจ
ที่แน่ๆจากคิวปล่อยโพลปริศนาออกมาชี้นำล่วงหน้า พรรคร่วมรัฐบาลโกยไป 20 กว่าที่นั่ง เหลือให้ฝ่ายค้านแค่ 8 เก้าอี้
แต่เจอมุกนี้ เกมบล็อก “เพื่อไทย” จะยิ่งเปลืองกระสุนเข้าไปอีก
รวมไปถึงคิวของ “หนุ่มแซม” ยุรนันท์ ภมรมนตรี ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ของพรรคเพื่อไทย ที่กำลังเร่งเครื่องไล่กวดคนของประชาธิปัตย์โค้งสุดท้าย ลุ้นเซอร์ไพรส์โพลภายในคะแนนแซงขึ้นมาจ่อที่สอง
งัดไม้ตายขึ้นโปสเตอร์ทั่วกรุงเทพฯ
รอแต้มจากกองเชียร์ที่อยู่ในอารมณ์สงสาร เจ็บแค้น เห็นใจ อึดอัดที่เห็นฝ่ายของอดีตนายกฯทักษิณโดนกระทำ แต่ไม่รู้จะช่วยยังไง
ได้คิวถอดยศ “ทักษิณ” ช่วยกระตุ้นแต้มเห็นใจ เข้าทางลูกอ้อนขอคะแนนสงสาร
“หนุ่มแซม” ได้แรงฮึดอีกเยอะก็แล้วกัน
ที่แน่ๆโดยอาการที่ไม่ชัวร์กับสารพัดโพลที่ให้คนของประชาธิปัตย์คะแนนนำหน้า อย่างที่มีเสียงโวยจากผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. แฉคำสั่ง “คนตัวเตี้ย” บิ๊กในรัฐบาลเบรกรายการดีเบตทางหน้าจอทีวี โดยเฉพาะสื่อของรัฐอย่างช่อง 9 อสมท.
เพราะกลัวมวยของตัวเองเสียท่า
นั่นก็น่าจะบ่งเป็นนัย แต้มยังสูสีทิ้งกันไม่ขาด โอกาสพลิกพลาดท่ายังมีอยู่
โดยเฉพาะแต้มที่เสียไปจากอาการย่ามใจ จากการรีบตั้งนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าฯ กทม.เป็นกุนซือนายกรัฐมนตรี
ทั้งๆที่อยู่ในช่วงเคลียร์คดีทุจริตรถและเรือดับเพลิง กทม. หลังโดนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จับใส่บัญชีเชือด
เหมือนไม่ยี่หระกับมาตรฐานตรวจสอบขององค์กรอิสระ
ตอกย้ำภาพของ “อภิสิทธิ์ชน” ยี่ห้อประชาธิปัตย์ “เส้นใหญ่” ทำอะไรไม่ผิด
ที่สำคัญมันอาจจะไปกระตุ้นอาการหวาดระแวงของคนเมืองกรุงที่มักจะนิยมเลือกผู้ว่าฯ กทม.คนละพรรคกับรัฐบาล
เพื่อเป็นมาตรการคานอำนาจกันในเชิงบริหาร
ป้องกันไม่ให้เกิดรายการสุมหัว “ฮั้ว” กันระหว่างนายกฯน้อยกับนายกฯใหญ่
นี่แหละช่องที่คู่ต่อสู้จะพลิกเสียบ.
ทีมข่าวการเมือง รายงาน
ล้างไพ่ก.ล.ต.!'กรณ์'เตรียมรื้อบอร์ดยุค'หมอเลี๊ยบ'
ที่มา ประชาทรรศน์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ชี้ กระบวนการสรรหา คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ รุ่น 'แม่ทัพเลี๊ยบ' ไม่โปร่ง เผยเตรียมสรรหาใหม่ทั้งหมด บอร์ดธนาคารแห่งประเทศไทยไม่รอดโดนด้วย
นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเปิดเผยถึงการแต่งตั้งกรรมการคัดเลือกคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ตาม พ.ร.บ.กำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ฉบับใหม่ พ.ศ.2551 ว่า กระทรวงการคลังจะพิจารณาปรับเปลี่ยนคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ใหม่ทั้งหมด เนื่องจากการสรรหาและแต่งตั้งบอร์ด กลต.ที่มีนายวิจิตร สุพินิจ เป็นประธาน ที่ได้รับการแต่งตั้งในสมัย นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เป็น รมว.คลัง ยังขาดกรรมการอีก 1 คน เนื่องจากนายสุชาติ ธาดาธำรงเวช ที่เป็นหนึ่งในกรรมการคัดเลือกฯ ชุดดังกล่าวได้ลาออกจากตำแหน่ง เพื่อรับตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รวมถึงถือโอกาสในการทบทวนบอร์ดใหม่ทั้งชุด เพราะเห็นว่ากระบวนการสรรหาไม่มีความโปร่งใสเพียงพอ
สำหรับบอร์ดกลต.ชุดปัจจุบันมี นายวิจิตร สุพินิจ ประธานกรรมการ และคณะกรรมการประกอบด้วย นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทสไทย(ธปท.) นายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล ปลัดกระทรวงการคลัง นายศิริพล ยอดเมืองเจริญ นายสมพล เกียรติไพบูลย์ นายนนทพล นิ่มสมบุญ นายกำชัย จงจักรพันธ์ นางพรรณี สถาวโรดม พล.ต.ต. พรภัทร์ สุยะนันทน์
นอกจากนี้ นายกรณ์ ยังเตรียมทบทวนรายชื่อคณะกรรมการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ด้วยเช่นเดียวกัน โดยระบุว่ามีกระบวนการสรรหาแต่งตั้งไม่ชอบธรรมด้วยเช่นกัน


