WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Sunday, January 11, 2009

'อธิบดีกรมคุก'เพิ่งตื่น!จัดระเบียบเรือนจำ!สกัดลักลอบยาเสพติด

ที่มา ประชาทรรศน์

'นัทธี'เดินเครื่องระดมกำลังจนท.ราชทัณฑ์-ทหาร-ตำรวจ จัดระเบียบ 5 เรือนจำใหญ่ 14 ม.ค.นี้ เพื่อกวาดล้างโทรศัพท์มือถือป้องกันการลักลอบสั่งยาเสพติด

นายนัทธี จิตสว่าง อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า ภายในเดือนม.ค.นี้ กรมราชทัณฑ์จะสนธิกำลังจากฝ่ายต่างๆ ทั้งในส่วนของราชทัณฑ์ พร้อมประสานขอกำลังจากทหารและตำรวจ เข้าตรวจค้นและจัดระเบียบเรือนจำครั้งใหญ่ (Big Cleaning Day) ในเรือนจำเป้าหมาย 5 แห่ง คือ เรือนจำกลางคลองเปรม เรือนจำกลางบางขวาง เรือนจำกลางคลองไผ่ เรือนจำกลางเขาบิน และทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง ซึ่งเป็นเรือนจำความมั่นคงสูงที่มีผู้ต้องขังรายสำคัญถูกควบคุมตัวอยู่เป็นจำนวนมาก โดยวัตถุประสงค์ในการเข้าจัดระเบียบภายในเรือนจำสำคัญ 5 แห่งนี้ เพื่อขจัดสิ่งของต้องห้ามต่างๆ ที่ถูกดัดแปลงหรือลักลอบนำเข้าไปในเรือนจำ รวมถึงการกวาดล้างโทรศัพท์มือถือ เพื่อป้องกันการลักลอบสั่งยาเสพติดในเรือนจำ

"การตรวจค้นและจัดระเบียบในเรือนจำครั้งนี้ เป็นการตรวจค้นครั้งใหญ่ที่สุด เพราะจะตรวจสอบทุกตารางนิ้วของเรือนจำ จึงต้องใช้กำลังกว่า 300 คน รวมทั้งสุนัขตำรวจ และหน่วยแพทย์เพื่อตรวจปัสสาวะและหาสารเสพติดจากผู้ต้องขังในเรือนจำ โดยการตรวจค้นใหญ่จะใช้เวลา 5 วันต่อ 1 เรือนจำ เนื่องจากในเรือนจำทั้ง 5 แห่ง มีผู้ต้องขังตั้งแต่ 3,000-6,000 คน และมีแดนคุมขังต่างๆ ในเรือนจำกว่า 10 แดน โดยการเริ่มจู่โจมตรวจค้นจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 14 ม.ค.นี้" นายนัทธี กล่าว

นอกจากนี้ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวอีกด้วยว่า ภายหลังจากการเข้าจัดระเบียบในครั้งนี้ ผู้บัญชาการเรือนจำทั้ง 5 แห่งจะต้องดำเนินการกวาดล้างและจัดระเบียบเรือนจำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากมีความผิดพลาดเกิดขึ้นผู้บัญชาการเรือนจำต้องร่วมรับผิดชอบ ทั้งนี้กรมราชทัณฑ์ยังได้สั่งการให้เรือนจำอื่นๆ ทั่วประเทศดำเนินการสนธิกำลังกับหน่วยงานภายนอกในการตรวจค้นจัดระเบียบเรือนจำและดำเนินการในลักษณะเดียวกันอีกด้วย

'บิ๊กป็อก'เตือนสตช.ถอดยศ'ทักษิณ'ต้องคิดรอบคอบ!

ที่มา ประชาทรรศน์

'อนุพงษ์'แนะสตช.พิจารณาทุกมิติอย่างรอบรอบก่อนถอดยศ'ทักษิณ' พร้อมย้ำทุกฝ่ายร่วมมือแก้ปัญหา-ยุติความขัดแย้ง เพื่อนำพาประเทศชาติผ่านวิกฤต!

จากกรณีที่พล.ต.ต.ปัญญา เอ่งฉ้วน ผู้บังคับการกองวินัย (ผบก.วน.) เสนอให้พล.ต.อ.พัชวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)ดำเนินการถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรอดีตนายกรัฐมนตรี ภายหลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาจำคุก 2 ปี ในคดีทุจริตที่ดินรัชดาฯ เนื่องจากคดีถึงที่สุดแล้วนั้น

วันนี้ (11 ม.ค.) พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวว่าถึงเรื่องดังกล่าว ว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ต้องทำทุกอย่างต้องเป็นไปตามระเบียบ และควรจะมีการพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบในทุกมิติอีกครั้ง

นอกจากนี้ ผู้บัญชาการทหารบก ยังกล่าวถึง ปัญหาความขัดแย้งของคนในชาติขณะนี้ว่า ทุกฝ่ายต้องมีความร่วมมือในการแก้ไขปัญหา โดยจะต้องลืมความขัดแย้งเพื่อให้ประเทศผ่านพ้นวิกฤต และเกิดความสงบสุข ในขณะที่สื่อมวลชนก็ต้องช่วยกันชี้แนะ และสื่อสารข้อมูลกับประชาชน รวมถึงแกนนำกลุ่มที่อออกมาเคลื่อนไหวต่างๆ เพื่อให้มีความเข้าใจไปในทิศทางเดียวกัน และมีความคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติ มากกว่าประโยชน์ส่วนตัว

คนงานโรงพิมพ์ย่านบางปะกงยังปักหลักเจรจาเรียกร้องโบนัส

ที่มา ประชาทรรศน์

สถานการณ์การชุมนุมปิดถนนของคนงาน บริษัท ศิริวัฒนา อินเตอร์ พรินท์ จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่เลขที่ 14/8 ม.12 ต.บางปะกง อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นโรงพิมพ์รับจ้างพิมพ์สื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ ทั้งนิตยสารซื่อดัง เช่น ลิซ่า โบว์ชัวร์ ใบแนะนำสินค้าของห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ทั้งบิ๊กซี คาร์ฟู ตลอดทั้งวันที่ผ่านมานั้น

ขณะนี้กลุ่มผู้ชุมนุมได้ยินยอมเปิดช่องทางการจราจรแล้ว ในด้านขาเข้า ทั้งช่องทางคู่ขนาน และช่องทางด่วน บางนา-ตราด ขณะที่ในช่องทางขาออกได้ยินยอมเปิดช่องทางในช่องทางด่วนให้แล้ว 2 ช่องการจราจร และยังคงปิดถนนในส่วนของช่องทางคู่ขนานอีกสองช่องทางด้านหน้าโรงงาน

ในการยินยอมเปิดช่องทางการจราจรในครั้งนี้ หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทางสำนักสวัสดิการและคุ้มตรองแรงงานจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้พยายามเข้าทำการไกล่เกลี่ย และให้มีการเปิดการเจรจาตกลงหาข้อยุติตามข้อเรียกร้อง ระหว่างนายจ้าง และลูกจ้างอีกครั้ง ซึ่งในการเจรจาล่าสุด ทางฝ่ายนายจ้างได้ยินยอมที่จะจ่ายเงินพิเศษให้แก่คนงานเพิ่มขึ้น จากเดิมคนละหนึ่งพัน เป็นคนละ 5 พันบาท แต่ยังคงไม่เป็นที่พึงพอใจของกลุ่มคนงานที่มีฐานเงินเดือนสูง

โดยส่วนใหญ่ยังคงยืนยันที่จะขอให้บริษัทยินยอมจ่ายเงินโบนัสให้เหมือนเดิม กับในปีก่อนๆ ที่ผ่านมาในอัตรา 1 เท่าของเงินเดือน และจะยอมลดข้อต่อลองอื่นๆ ทั้ง 6 ข้อ ที่จะไม่นำมาเป็นข้อเรียกร้อง หรือเป็นเงื่อนไขในการเจรจาอีก แต่ทางบริษัทยังไม่ยินยอมตามข้อเสนอ

ขณะที่สถานการณ์การชุมนุม ยังมีพนักงานของบริษัทดังกล่าว ยังคงปักหลังชุมนุมกันอยู่อย่างเหนียวแน่นต่อไป บนถนนคู่ขนานบางนา-ตราด ขาออก โดยได้นำเต้นขนาดใหญ่จำนวน 3 หลังมากางปิดขวางถนนไว้ และยังคงมีผู้ชุมนุมปักหลักชุมนุมนั่งขวางถนนอยู่ในเต้นท์ต่อไป

ส่วนทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดกองร้อยควบคุมฝูงชนทั้ง 2 กองร้อยกว่า 300 นายยังคงปักหลักเตรียมความพร้อมอยู่ในบริเวณใกล้ที่เกิดเหตุ โดยมีรถบรรทุกน้ำดับเพลิงจำนวน 1 คัน คอยเฝ้าดูแล ควบคุมดูแลสถานการณ์การชุมนุมอยู่ตลอดเวลา

โจรผีตองเหลืองแด๊นซ์กระจาย ได้เปรมเป่ากระหม่อมพันธมิตรสู้ๆ

ที่มา Thai E-News


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
11 มกราคม 2551

โจรผีตองเหลืองสัญจรฉลองยึดสนามบินลอยนวล จำลองเปิดโรงเรียนผู้นำกลางป่าเมืองกาญจน์เป็นเทคแด๊นซ์กระจาย หัวโจกย้ำเส้นใหญ่หนุนได้เปรมเป่ากระหม่อมพันธมิตรสู้ๆ วังเวงคดียึดสุวรรณภูมิ-ทำเนียบอืดเป็นเรือเกลือ มาร์คสวมบทชวนภาค2ต้องเป็นไปตามขั้นตอน บังเอิญว่ามันมีหลายขั้นตอนซะด้วย



ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการจัดงาน "สังสรรค์พันธมิตรฯ และครอบครัวโรงเรียนผู้นำ" เริ่มตั้งแต่ตอนเช้าวันที่ 10 มกราคม 2552ซึ่งเป็นการจัดงานแบบสัญจรไม่ต่างจากผีตองหลือง หลังจากที่สลายม็อบจากการยึดสนามบินแล้วพวกผีตองเหลืองยังอารมณ์ค้าง จึงเปลี่ยนรูปแบบมาเป็นการแด๊นซ์กระจายไปพลางๆ ทั้งที่บ้านเจ้าพระยาของนายสนธิ ลิ้มผู้นำสูงสุด จากนั้นสัญจรไปเมืองทองธานี มาคราวนี้ออกไปต่างจังหวัดสัมผัสบรรยากาศขุนเขาสายน้ำที่โรงเรียนผู้นำ บ้านพุประดู่ จ.กาญจบุรี ของพลตรีจำลอง ศรีเมือง และยังเป็นถิ่นของนายพิภพ ธงชัย ซึ่งเป็นเจ้าของโรงเรียนหมู่บ้านเด็ก กาญจนบุรีด้วย บรรยากาศแด๊นซ์กระจายสนุกสนานราวกับเฉลิมฉลองให้กับการยึดสนามบิน ทำลายเศรษฐกิจภาพลักษณ์ของประเทศ

21.00 น. แกนนำพันธมิตรฯ ทั้งรุ่น 1 และ รุ่น 2 ได้ทยอยขึ้นเวทีเปิดใจ ได้แก่ นายพิภพ ธงไชย นายสมศักดิ์ โกศัยสุข นายสาวิทย์ แก้วหวาน นายศิริชัย ไม้งาม นางมาลีรัตน์ แก้วก่า นายสำราญ รอดเพชร และนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ รวมทั้งนายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรฯ

สำหรับนายสำราญได้ขึ้นเล่าเหตุการณ์ที่เขากับนายคำนูณ สิทธิสมาน กับนายประพันธ์ คูณมีเข้าพบพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีที่ให้กำลังใจพันธมิตรเมื่อวันที่9ม.ค.ที่ผ่านมาด้วย

คดีปิดสนามบินอืดเป็นเรือเกลือตำรวจเผยคืบหน้า70%

พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงการดำเนินคดีกับกลุ่มพันธมิตรคนเสื้อเหลืองที่ยึดทำเนียบรัฐบาล รวมกระทั่งท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ - ดอนเมืองว่า ตำรวจไม่ได้ละเลย และได้สอบสวนมาตั้งแต่หลังเกิดเหตุใหม่ๆ ซึ่งขณะนี้ได้ตรวจสอบพยานบุคคลไปแล้วกว่า 200 ปาก และมีความคืบหน้าไปแล้วร้อยละ 70 โดยมีการประชุมมาโดยตลอด ซึ่งในวันอังคารนี้(13ต.ค.)จะมีการประชุมกันอีก

เหตุที่ต้องใช้ระยะเวลาเพราะเป็นการกล่าวหาว่าได้กระทำความผิดเกี่ยวกับการมั่วสุม ให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง บุกรุก ทำให้เสียทรัพย์และความผิดฐานอื่นๆ ซึ่งถือเป็นความผิดสำคัญ มีอัตราโทษสูง ต้องใช้เวลาในการตรวจสอบรวบรวมพยานหลักฐาน เพราะฉะนั้น ตนขอยืนยันว่าทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มิได้ละเว้นการดำเนินการใดๆ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายเสื้อเหลืองและเสื้อแดง

*มาร์คไม่ขีดเส้นตาย โต้ปากสั่นดองคดี อ้างพธม.หัวหมอเลยทำตามขั้นตอน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวตอบคำถามผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา โฆษกส่วนตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ออกมาตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลเร่งดำเนินการเฉพาะการถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่กลับไม่ยอมดำเนินการกรณีพันธมิตรปิดสนามบิน นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า "แล้วทราบได้อย่างไรว่าไม่ได้รีบดำเนินการ เพราะความจริงแล้วผมก็คุยกับฝ่ายความมั่นคง ก็ได้ย้ำไปแล้วว่าต้องเร่งสะสางในทุกกรณี รวมถึงกรณีการปิดสนามบินและเรื่องต่างๆ ซึ่งก็เห็นว่ามีเจ้าหน้าที่ไปแจ้งความเรื่องของทรัพย์สินแล้ว ทุกอย่างก็เดินหน้าไป เพราะเรื่องที่ดำเนินการกันอยู่ก็ไม่ได้มีความซับซ้อนอะไร"

ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าเหตุที่การดำเนินการล่าช้า เพราะแกนนำพันธมิตรสังกัดพรรคประชาธิปัตย์นั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่คิดว่าจะล่าช้า เพราะได้บอกกับ ผบ.ตร.ไปแล้วว่าต้องเดินหน้าโดยไม่คำนึงว่าเป็นใคร เมื่อถามย้ำว่า ได้กำหนดกรอบเวลาหรือไม่ว่าคดีปิดสนามบินควรเห็นผลเมื่อไร นายกฯกล่าวว่า อยู่ที่การทำงานของเจ้าหน้าที่ ซึ่งหลายเรื่องได้สอบถามไปเพราะเห็นว่าไม่น่าจะซับซ้อน แต่ก็ได้รับคำชี้แจงว่ามีคณะกรรมการพิจารณา รวมถึงฝ่ายที่ถูกกล่าวหาก็มีวิธีการทางกฎหมาย ทำให้ขั้นตอนต่างๆ เพิ่มขึ้น

วังเวง!เปรมเป่ากระหม่อมพันธมิตรสู้ๆ ใส่พานอสมท.ตบรางวัลให้เด็กลิ้มฮุบสื่อรัฐ

นายสำราญ รอดเพชร โฆษกเวทีพันธมิตร ซึ่งมีข่าวหนาหูว่าสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้นำสูงสุดของพันธมิตรได้วางตัวให้เขาเป็นผู้อำนวยการองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย(อสมท.)คนใหม่ได้กล่าวบนเวทีปราศรัยย่อยของพันธมิตรว่า เขากับแกนนำพันธมิตรเพิ่งไปพบพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี กับนายชวน หลีกภัย ผู้นำพรรคประชาธิปัตย์มา โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

วันนี้(9ม.ค.)ก็ไปสวัสดีปีใหม่อีกท่านหนึ่ง ต้องกราบขออภัยท่านด้วยที่เอามาเล่านิดหน่อย ตามความเหมาะสม พูดในสิ่งที่ควรพูด ก็คือไปกับคุณคำนูณ สิทธิสมาน คุณประพันธ์ คูณมี และก็ผมนะครับ 3 คน วันนี้ก็เลยมาจัดรายการตอนเช้าเนี้ยสาย มาได้แค่ครึ่งชั่วโมง ก็ไปสวัสดีปีใหม่ ฯพณฯ ท่านองคมนตรี ป๋าเปรม ติณสูลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 16 ก็นานๆได้เจอท่านก็เลยได้คุยกันยาว ก็เลยมาจัดรายการสาย

พี่น้องครับสิ่งที่ได้คุยกับป๋ามันก็เหมือนกับสิ่งที่พี่น้องกังวัลนั่นแหละ เราก็ให้กำลังใจท่าน ท่านก็ให้กำลังใจเรา บอกว่าท่านอยู่ตรงนั้น บางทีอยากทำบางสิ่งบางอย่างก็ทำไม่ได้ เพราะว่าเป็นประธานองคมนตรี ท่านก็มีข้อจำกัดนะครับ มีสถานภาพที่แน่นอนของท่าน แต่เราก็เรียนไปว่า คือฟังป๋าพูดทีไรเราก็มีกำลังใจนะครับ พี่น้องคงเห็นด้วยกับผมที่ไปกันทั้ง 3 คนว่าในช่วงเวลาที่สำคัญ ป๋าเปรมออกมาพูดนะครับ พี่น้องต้องคิดเสมอว่ามันได้สะท้อนส่วนลึกของหัวใจ มันได้มีนัยยะทางการเมืองของบ้านเมืองนะครับ ตอนหนึ่งคุณคำนูณ สิทธิสมาน ซึ่งได้มาเขียนเป็นคอลัมภ์ในหน้ากระดานเรียงห้าใน ASTVผู้จัดการแล้ว คุณคำนูณ ก็กราบเรียนป๋าบอกว่าได้นำโอวาทของท่านเมื่อวันที่ 29 ธ.ค. ปี 51 คือปีที่แล้วนะครับ ในการให้ศีลให้พรแก่แม่ทัพนายกอง รัฐมนตรีกลาโหมก็ดี แม่ทัพป๊อกก็ดี รู้จักแม่ทัพป๊อกไหม ป๊อกไหนคะ ไม่ใช่ป๊อกแป๊ก หรือป๊อกเด้งนะครับ คุณคำนูณนี่คือเป็นนักข่าวเก่า และก็เป็นคนช่างสังเกตก็บอกว่า ผมชอบป๋ามากนะครับ คือป๋าบอกว่าคือกองทัพทหารนอกจากว่าเป็นกลางนั้นดีแล้ว รักษาความเป็นกลางไว้ แต่มากกว่านั้นคือต้องเป็นหลักให้กับชาติ บ้านเมืองด้วย ตรงนี้ขีดเส้นใต้นะครับ ถ้าเห็นด้วยปรบมือ (เสียงมือตบ)
.........
อ่านข่าวเกี่ยวเนื่อง อย่าปล่อยให้โจรพันธมิตรลอยนวล ความคับแค้นครั้งนี้จงแปรเปลี่ยนเป็นพลัง

ความคับแค้นครั้งนี้จงแปรเปลี่ยนเป็นพลัง

ที่มา Thai E-News

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
11 มกราคม 2552

ยึดสนามบินผ่านไปเกือบเดือน โจรก่อการร้ายพันธมิตรเส้นใหญ่ยังลอยนวล ตำรวจย่องแย่งสืบสวนเป็นเรือเกลือ อ้อมแอ้มตอนนี้สอบคืบไปแล้ว70% อ้างคดีสำคัญโทษสูงเลยต้องช้าๆ ผิดกับเสื้อแดงแค่ปาไข่ก็โดนรวบทันควัน ขับแท็กซี่บีบแตรด่าพรรคแมลงสาบโดนสับกุญแจมือ ความคับแค้นครั้งนี้เสื้อแดงจงแปรเปลี่ยนเป็นพลังตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ยืนหยัดต่อสู้สู่ชัยชนะของฝ่ายประชาธิปไตย



คดีปิดสนามบินอืดเป็นเรือเกลือตำรวจเผยคืบหน้า70%

พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงการดำเนินคดีกับกลุ่มพันธมิตรคนเสื้อเหลืองที่ยึดทำเนียบรัฐบาล รวมกระทั่งท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ - ดอนเมืองว่า ตำรวจไม่ได้ละเลย และได้สอบสวนมาตั้งแต่หลังเกิดเหตุใหม่ๆ ซึ่งขณะนี้ได้ตรวจสอบพยานบุคคลไปแล้วกว่า 200 ปาก และมีความคืบหน้าไปแล้วร้อยละ 70 โดยมีการประชุมมาโดยตลอด ซึ่งในวันอังคารนี้(13ต.ค.)จะมีการประชุมกันอีก

เหตุที่ต้องใช้ระยะเวลาเพราะเป็นการกล่าวหาว่าได้กระทำความผิดเกี่ยวกับการมั่วสุม ให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง บุกรุก ทำให้เสียทรัพย์และความผิดฐานอื่นๆ ซึ่งถือเป็นความผิดสำคัญ มีอัตราโทษสูง ต้องใช้เวลาในการตรวจสอบรวบรวมพยานหลักฐาน เพราะฉะนั้น ตนขอยืนยันว่าทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มิได้ละเว้นการดำเนินการใดๆ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายเสื้อเหลืองและเสื้อแดง

*มาร์คไม่ขีดเส้นตาย โต้ปากสั่นดองคดี อ้างพธม.หัวหมอเลยทำตามขั้นตอน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวตอบคำถามผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา โฆษกส่วนตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ออกมาตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลเร่งดำเนินการเฉพาะการถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่กลับไม่ยอมดำเนินการกรณีพันธมิตรปิดสนามบิน นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า "แล้วทราบได้อย่างไรว่าไม่ได้รีบดำเนินการ เพราะความจริงแล้วผมก็คุยกับฝ่ายความมั่นคง ก็ได้ย้ำไปแล้วว่าต้องเร่งสะสางในทุกกรณี รวมถึงกรณีการปิดสนามบินและเรื่องต่างๆ ซึ่งก็เห็นว่ามีเจ้าหน้าที่ไปแจ้งความเรื่องของทรัพย์สินแล้ว ทุกอย่างก็เดินหน้าไป เพราะเรื่องที่ดำเนินการกันอยู่ก็ไม่ได้มีความซับซ้อนอะไร"

ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าเหตุที่การดำเนินการล่าช้า เพราะแกนนำพันธมิตรสังกัดพรรคประชาธิปัตย์นั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่คิดว่าจะล่าช้า เพราะได้บอกกับ ผบ.ตร.ไปแล้วว่าต้องเดินหน้าโดยไม่คำนึงว่าเป็นใคร เมื่อถามย้ำว่า ได้กำหนดกรอบเวลาหรือไม่ว่าคดีปิดสนามบินควรเห็นผลเมื่อไร นายกฯกล่าวว่า อยู่ที่การทำงานของเจ้าหน้าที่ ซึ่งหลายเรื่องได้สอบถามไปเพราะเห็นว่าไม่น่าจะซับซ้อน แต่ก็ได้รับคำชี้แจงว่ามีคณะกรรมการพิจารณา รวมถึงฝ่ายที่ถูกกล่าวหาก็มีวิธีการทางกฎหมาย ทำให้ขั้นตอนต่างๆ เพิ่มขึ้น

"ไทยอีนิวส์"จะเกาะติดการดำเนินคดีต่อพันธมิตรแบบวันต่อวันนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยขอเริ่มต้นด้วยการประมวลภาพเหตุการณ์ที่เป็นไฮไลต์ซึ่งโจรพันธมิตรกระหายเลือดก่อขึ้นตั้งแต่ต้นจนถึงขณะนี้ และยังลอยนวล เพื่อเร่งรัดให้มีการดำเนินคดีเอาผิดกับโจรก่อการร้ายทั้งหัวโจก และสมุนบริวารให้จงได้ แม้ว่าพวกเขาจะได้ชื่อว่า"ม็อบมีเส้น"ก็ตาม


*รุกรานทำร้ายชาวบ้านใกล้เขาพระวิหาร

พันธมิตรเปิดฉากนองเลือดด้วยการยกกองกำลังจะไปยึดเขาพระวิหารตามคำชี้นำของนายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้นำสูงสุดที่ประกาศให้รบกับกัมพูชาเพื่อยึดเขาพระวิหารคืน แต่ถูกชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เขาพระวิหารทัดทานไว้ว่าอยากอยู่ร่วมกับเพื่อนบ้านแบบสันติภาพมากกว่า ทำให้กองกำลังบ้าคลั่งของพันธมิตรรุกรานโจมตีเกิดเหตุจลาจลขึ้น ฝ่ายชาวบ้านที่รักสันติต้องอาบเลือดไปตามๆกัน

เหตุการณ์ผ่านไป และกลายเป็นคลื่นกระทบฝั่ง ไม่มีพันธมิตรรายใดถูกดำเนินคดี




*สังหารณรงค์ศักดิ์ กรอบไธสง เสื้อแดงรายแรกที่สังเวยพวกกระหายเลือด

ดึกคืนวันที่1ต่อเนื่องวันที่2กันยายน2551 นชป.ที่จัดชุมนุมย่อยสนามหลวงได้เคลื่อนขบวนมุ่งหน้าไปทำเนียบรัฐบาลเพื่อเรียกร้องให้พันธมิตรยุติการยึดทำเนียบ แต่พันธมิตรกระหายเลือดใช้อาวุธปืนยิงกระหน่ำใส่ และอาวุธหลายอย่างมีผู้ชุมนุมเสื้อแดงบาดเจ็บและถูกกระทืบซ้ำหลายราย และณรงค์ศักดิ์ กรอบไธสง เป็นศพแรกที่สังเวยความกระหายเลือดของพันธมิตร

งานศพของณรงค์ศักดิ์ผ่านไปแบบเงียบๆ ไร้เกียรติยศใดๆ แต่น่าประหลาดคือรูปหน้าศพเกิดติดไฟไหม้ขึ้นอย่างพิศวง ราวกับว่าทวงความเป็นธรรม จนบัดนี้ยังไม่มีการจับฆาตกรที่สังหารเขาได้แต่อย่างใด ขณะที่พี่สาวของณรงค์ศักดิ์ปฏิเสธจะรับความช่วยเหลือค่าทำศพจากพันธมิตร หรือกลุ่มสว.40คน





*ผู้ก่อการร้ายพันธมิตรพยายามสังหารตำรวจอย่างโหดเหี้ยม

ผู้ชุมนุมพันธมิตรแปรเปลี่ยนเป็นผู้ก่อการร้ายอย่างสมบูรณ์แบบในวันที่7ตุลาคม2551 เมื่อเข้าปิดล้อมรัฐสภา และจะบุกยึดบชน. โดยภาพที่พันธมิตรเสนอมีแต่เรื่องที่ตำรวจปราบปรามรุนแรง และความเสียหายของฝ่ายตน กระทั่งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็มีข้อสรุปเสนอให้ลงโทษตำรวจ ในขณะที่นักข่าวสนามของไทยรัฐรายงานจากสถานที่เกิดเหตุไว้ในบันทึกนักข่าว7ตุลาฯความดังต่อไปนี้

เวลา 11.00 น. การ์ดอาสาพันธมิตรฯ ได้เริ่มโจมตีแนวสกัดกั้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยการขว้างก้อนหิน ขวดน้ำ และใช้ท่อนเหล็ก กับด้ามธงดัดแปลงเป็นปลายหอก ไล่ตีผลักดันออกจากถนนราชวิถี ทำให้ตำรวจที่มีอยู่ประมาณ 2 กองร้อยต้องถอยร่น ตำรวจที่หนีไม่ทันได้แต่นั่งยกมือไหว้อ้อนวอนร้องขอชีวิตอย่างน่าสงสาร

พฤติกรรมที่ไร้มนุษยธรรมของกลุ่ม ผู้ชุมนุมที่มีป้ายการ์ดอาสาฯ คล้องคอหลายคนปิดกั้นไม่ยอมให้รถพยาบาลฉุกเฉินของ ร.พ. ตำรวจ นำ จ.ส.ต.ทวีป กลั่นเทียม ผบ. หมู่งานบังคับและปราบปราม สภ.อ. กำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ที่ถูกกลุ่มพันธมิตรฯ แทงด้วยด้ามธงได้รับบาดเจ็บสาหัสระหว่างการปะทะที่แยกอู่ทองในออกจากพื้นที่

พันธมิตรยังได้ใช้รถกระบะพุ่งชนตำรวจ และถอยกลับมาทับหวังฆ่าให้ตายด้วย มีการออกหมายจับ แต่คดียังเงียบจนบัดนี้







*กองกำลังติดอาวุธใช้อาวุธสังหารอย่างโจ่งแจ้งราวบ้านเมืองไร้ขื่อแป

พันธมิตรเริ่มใช้อาวุธปืนมาตั้งแค่คืนวันที่1กันยายน2551 ต่อมาผู้สื่อข่าวทั้งไทยและต่างประเทศบันทึกภาพได้ว่ามีการใช้อาวุธปืนยิงตำรวจที่รัฐสภาเมื่อวันที่7ตุลาคม2551 แต่ที่เปิดเผนโจ่งแจ้งก็คือการที่TPBSบันทึกภาพพันธมิตรลั่นกระสุนปืนใส่คนขับTAXIที่มาป้องกันการบุกรุกสถานีวิทยุแท็กซี่ที่วิภาวดีซอย3มีผลให้มีผู้บาดเจ็บ12คนในวันที่25พฤศจิกายน2551

ไม่มีความคืบหน้าใดๆในคดีนี้ ผู้ถูกยิงคนหนึ่งบอกว่าเขาไม่คิดว่า"ม็อบเส้นใหญ่"นี้จะโดนดำเนินคดี ขณะที่กลุ่มมือปืนหลังจากลั่นไกสังหารและเผาจักรยายนต์ไปหลายคันก็มุ่งหน้าไปยึดสนามบินสุวรรณภูมิต่อไป และไม่มีใครทำอะไร เพราะทั้งตำรวจและทหารแทนที่จะจับโจรตามกฎหมายและประกาศฉุกเฉิน กลับไปกดดันให้นายกรัฐมนตรีขณะนั้นลาออก และในภายหลังก็พานักการเมืองขั้วตรงข้ามกับกลุ่มเพื่อนเนวินไปจัดตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร โดยอ้างว่าทำไปตามที่"บุคคลที่ไม่อาจปฏิเสธได้"ต้องการ






*ก่อการร้ายสากลยึดสนามบินนานาชาติเกือบเดือนยังลอยนวล

พันธมิตรปฏิบัติการม้วนเดียวจบ ยึดสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิและดอนเมืองนานกว่า1สัปดาห์ โดยทหาร-ตำรวจเพิกเฉยที่จะดำเนินคดีตามกฎหมาย ต้องจบลงที่ให้ศาลยุบ3พรรคการเมือง และผู้มีอำนาจแทรกแซงการเมืองเปลี่ยนขั้วหนุนนายอภิสิทธิ์ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี โดยมีผู้โดยสารตกค้าง350,000คน มูลค่าเสียหายมากกว่า1แสนล้านบาท และส่งผลกระทบต่อการส่งออก เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และภาพลักษณ์ของประเทศ

ล่าสุดเมื่อวันที่10มกราคม2552พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า การดำเนินคดีกับกลุ่มคนเสื้อเหลืองที่ยึดทำเนียบรัฐบาล รวมกระทั่งท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ - ดอนเมือง ตำรวจไม่ได้ละเลยและได้สอบสวนมาตั้งแต่หลังเกิดเหตุใหม่ๆ ซึ่งขณะนี้ได้ตรวจสอบพยานบุคคลไปแล้วกว่า 200 ปาก และมีความคืบหน้าไปแล้วร้อยละ 70 โดยมีการประชุมมาโดยตลอด ซึ่งในวันอังคารนี้จะมีการประชุมกันอีก แต่เหตุที่ต้องใช้ระยะเวลาเพราะเป็นการกล่าวหาว่าได้กระทำความผิดเกี่ยวกับการมั่วสุม ให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง บุกรุก ทำให้เสียทรัพย์และความผิดฐานอื่นๆ ซึ่งถือเป็นความผิดสำคัญ มีอัตราโทษสูง ต้องใช้เวลาในการตรวจสอบรวบรวมพยานหลักฐาน เพราะฉะนั้น ตนขอยืนยันว่าทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มิได้ละเว้นการดำเนินการใดๆ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายเสื้อเหลืองและเสื้อแดง




*NO JUSTICE,NO PEACE

ผิดกับกลุ่มเสื้อแดงที่แม้เพียงการปาไข่ใส่นักการเมืองรัฐบาลที่ปล้นชิงอำนาจประชาชนมาอย่างขาดความชอบธรรมก็โดนข้อหาหนักทันใจ หรือเพียงแต่นั่งแท็กซี่ผ่านพรรคประชาธิปัตย์แล้วบีบแตรด่าก็โดนจับสับใส่กุญแจมือ และทหารออกมาพรึบพรับทั้งที่เสื้อแดงมือเปล่าไม่เคยใช้อาวุธหรือความรุนแรง นี่จึงเป็นที่มาของถ้อยประท้วง"ไม่มีความยุติธรรม,ก็ไม่มีสันติภาพ"





*ยืนหยัดกล้าต่อสู้กล้าเอาชนะ เชื่อมั่นในชัยชนะของฝ่ายประชาชน ชูธงประชาธิปไตยอย่างเด็ดเดี่ยว

หนทางของการต่อสู้ในวันนี้และวันหน้าของมวลประชาชนผู้รักชาติ รักประชาธิปไตย รักความเป็นธรรม จึงต้องกล้าต่อสู้กล้าเอาชนะ เชื่อมั่นในชัยชนะของฝ่ายประชาชน ชูธงประชาธิปไตยอย่างเด็ดเดี่ยว สามัคคีจัดตั้งอย่างแน่นเหนียวมีเอกภาพ เพราะว่าประชาธิปไตยไม่ได้มาจากการร้องขอ หากแต่ต้องต่อสู้ช่วงชิงเอามาเท่านั้น

สุเทพ อภิสิทธิ ระนองรัตน์ ประวิทย์ อย่าอ้างเรื่องหมิ่น ฯ มาปิดปากประชาชน

ที่มา thaifreenews

บทความ โดย Bugbunny

ความพิกลพิการอ่อนระทวยของรัฐบาลข่มขืนประชาชน ซึ่งนายอภิสิทธิ นายสุเทพ ร่วมมือกับพรรค ปชป แก๊งค์ทหารเสือราชินี พวกทรยศหักหลังประชาชน และอำนาจนอกระบบ ช่วยกันรวบหัวรวบหางจัดตั้งขึ้นจนได้ด้วยสารพัดวิชามารในวันนี้ ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนไปทั่วประเทศและสังคมโลก กระแสไม่เอารัฐบาลหน้าด้านชุดนี้กำลังโต้กลับอย่างหนักหน่วง จนรัฐบาลไร้คุณธรรมและทุกคนที่เข้าไปร่วมกับรัฐบาลนี้จะด้วยเหตุผลใดก็ตามนั้นรู้อยู่แก่ใจตนเองว่า แม้จะมีความพยายามสร้างภาพเรื่องสมานฉันท์ รวมทั้งช่วยกันแสดงว่ารัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลในฝันของพวกอมาตยาธิปไตยทุกระดับ ทั้งคำพูดและการแสดงออกของแกนนำ ระดมกันออกมาเชียร์รัฐบาลนี้กันเป็นระลอกว่าเป็นรัฐบาลสุดยอดที่ใคร ๆ ก็ปรารถนา แต่ก็ไร้ผล ไม่มีใครเห็นคล้อยตาม หมดราคาที่จะสร้างความเชื่อถือ แถมยังต้องถูกสาปแช่งกลับคืนแทนจากผู้ที่รับไม่ได้กับการข่มขืนใจคนทั้งประเทศโดยไม่สนใจกับเสียงส่วนใหญ่ของประชาชน ข้าราชการหลายคนที่ใกล้ชิดเหตุการณ์ต่างส่ายหน้าอย่างอิดหนาระอาใจไปกับความดื้อด้านไร้ยางอายของคนในรัฐบาลนี้ บางคนเอ่ยปากอย่างเปิดเผยว่า มันจะอยู่ได้ยังไงว้า โดนไล่วันละไม่รู้กี่เที่ยวแบบนี้ โดยเฉพาะเมื่อเห็นเหตุการณ์ที่คนใหญ่คนโตบางคนซึ่งไม่เคยโชว์หน้าจนเชื่อว่าจะไม่มีใครรู้จักยังถูกขว้างด้วยไข่ การเป็นรัฐบาลที่ขาดประชาชนส่วนใหญ่สนับสนุนนั้นไร้อนาคต ไม่ว่าทำอะไรก็จะถูกต่อต้าน เมื่อขโมยเอานโยบายของพรรคการเมืองที่ประชาชนชื่นชอบมาห่อของขวัญผูกริบบิ้นใหม่อ้างเป็นของตัวเองก็ถูกเปิดโปงจนล่อนจ้อนว่าเป็นแค่นาฬิกาปลอมยี่ห้อดีแต่ไม่มีคุณภาพที่ขายกันเกลื่อนเรือนละไม่กี่ร้อยบาท ไม่ใช่ของแท้เพราะเครื่องจักรที่ประกอบกันเป็นตัวเรือนนั้นล้วนไม่มีคุณภาพ ไม่ได้สร้างขึ้นด้วยฝีมือช่างชั้นดีและชิ้นส่วนที่ทรงคุณภาพ แต่มุ่งหวังเอามาหลอกขายเพื่อหาเงินเข้ากระเป๋าตัวเองเป็นหลักเท่านั้น

นานาชาติก็พากันดูหมิ่นดูแคลนเพราะรับไม่ได้กับที่มาของรัฐบาลนี้ ข่าวสารจากสื่อมวลชนโลกหยามหยันกันอย่างหนักหน่วง มีผลให้นักธุรกิจและผู้บริหารชาวต่างชาติทั่วโลกต่างพากันชะลอการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจที่จะกระทำในประเทศนี้ออกไปเพื่อรอดูสถานการณ์กันก่อนว่า รัฐบาลข่มขืนประชาชนชุดนี้จะมีอายุอยู่ได้เท่าใด เมื่อไม่มีฐานที่แท้จริงมาจากประชาชน ถ้าเป็นในอดีต การได้รับการสนับสนุนจากกองทัพ พรรคการเมืองขายตัว และอำนาจนอกระบบก็เกินพอแล้วสำหรับความเข้มแข็งของรัฐบาลไทย แต่หลังการใช้รัฐธรรมนูญ 2540 และรัฐบาลทักษิณ รวมกับความเติบโตของการสื่อสารสาธารณะ การแสดงความคิดเห็นของประชาชนที่กว้างขวางทันสถานการณ์ โลกไซเบอร์ โทรศัพท์มือถือ เสรีภาพที่ได้รับมานานจากประชาธิปไตย การออกมาสู่ท้องถนนของประชาชน ฯลฯ โลกก็รับรู้ว่าเมืองไทยวันนี้ไม่ใช่เมื่อสามสิบปีก่อนที่จะสังหารผลาญชีวิตผู้มีความเห็นต่างจากผู้มีอำนาจได้แบบปิดฟ้าด้วยฝ่ามือโดยถล่มด้วยสื่อสารพัดในมือจนสร้างความชอบธรรมให้เกิดขึ้นกับการประกอบอาชญากรรมร้ายแรงกันได้ง่าย ๆ

รัฐบาลข่มขืนประชาชนและผู้สนับสนุนวันนี้กังวลและหัวหมุนไปกับการแก้เกมจากฝ่ายต่อต้านที่ขยายวงกว้างไปทุกระดับทุกวงการทุกแหล่งแห่งหนทั่วประเทศ แม้แต่ในหมู่พวกตัวเองก็ยังหวาดระแวงว่าจะถูกแทงข้างหลัง ไม่กล้าจะทำอะไรกันมากนัก เพราะไม่รู้ว่าจะโดนโต้กลับในรูปใด และคนในเองจะหักหลังเอาเมื่อไหร่ เนื่องจากตั้งรัฐบาลด้วย Conspiracy Theory หรือการสมคบคิดกันหักหลังหลอกลวงและข่มขู่ ไม่ใช่ตั้งขึ้นด้วยฉันทานุมัติทั้งจากประชาชนส่วนใหญ่และมิตรร่วมอุดมการณ์ที่เห็นพ้องต้องกันแต่ประการใด ทุกคนต่างกังวลกับคนเสื้อแดงที่รัฐบาลนี้พยายามผลักดันว่าเป็นคนของทักษิณ ซึ่งเพียงสมมติฐานก็ผิดฉกรรจ์แล้ว แต่รัฐบาลนี้ก็พยายามประโคมการขอเจรจากับทักษิณ กล่าวโทษว่าจ้างลอบบี้ยิสต์ให้ทำลายชื่อเสียง อ้างไปว่าเป็นการทำลายชาติทั้งที่รัฐบาลอภิสิทธินั้นไม่ใช่ประเทศไทย เป็นเพียงทีมบริหารประเทศทีมหนึ่งที่มาแล้วก็ต้องไปถ้าไม่มีใครเอา โยนบาปให้ทักษิณ ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่แก่ใจดีว่าคนรักทักษิณในวันนี้ต่างได้เปลี่ยนตัวเองไปเป็นคนรักประชาธิปไตยกันสิ้นแล้ว และที่ชูทักษิณก็เพราะทักษิณคือสัญลักษณ์ของการขึ้นบริหารประเทศด้วยประชาธิปไตย คนที่เคยเกลียดทักษิณเพราะเป็นเหยื่อการหลอกลวงของกลุ่มผู้ก่อการร้ายพันธมิตรวันนี้ต่างก็ตาสว่าง เพราะได้เห็นว่าคนพวกนั้นประกอบอาชญากรรมเลวทรามกันแบบไหนก็ได้โดยไม่มีความผิดเพราะเส้นใหญ่ที่เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงออกมา ขบวนการใช้นักกฎหมายกดขี่ประชาชนก็ทำให้พวกนักกฎหมายถ่อยกลายเป็นที่ชิงชังของคนทั้งประเทศ ความอาสัตย์อาธรรม์และสารพัดการกระทำไร้ยางอายเหล่านี้ส่งผลให้คนไทยที่เคยหลงเชื่อคำหลอกลวงมาก่อนกลับกลายเป็นคนเสื้อแดงเข้าร่วมกับการต่อสู้ของภาคประชาธิปไตยกันอย่างมากมาย เพราะความเท็จอยู่ไม่นาน สัจจะเท่านั้นที่เป็นนิรันดร์

จึงถึงเวลาที่จะต้องหาทางปิดปากประชาชนไม่ให้พูด จะใช้อิทธิพลกองทัพมาคำรามข่มขู่ประชาชนก็ไม่กลัว จะเก็บเงียบก็กลัวว่าจะถูกเปิดโปงเพราะวันนี้ไม่มีอะไรเงียบสนิทได้อีกแล้ว เกรงนานาชาติจะต่อต้านเพราะผลประโยชน์ของพวกตนในต่างชาตินั้นก็มีมากมาย จึงต้องใช้กฎหมายหมิ่น ฯ มาอ้างเพื่อทำการปิดเวปไซท์ต่าง ๆ ที่ส่วนใหญ่แล้วก็คือเวปไซท์ที่ไม่เห็นด้วยกับการตั้งรัฐบาลชุดนี้ด้วยการข่มขืนใจประชาชน ต้องใช้วิธีตีขลุมรวมไปหมดว่าเวปไซท์ต้านรัฐบาลทุกเวปคือเวปหมิ่นฯ เป็นวิธีการหน้าด้านรุ่นใหม่ล่าสุดเพื่อปิดปากประชาชน แต่ก็อยากรู้เหมือนกันว่าจะกระทำได้จริงหรือไม่ เพราะในสมัย คมช.นั้นใช้ทั้งกำลังทหารและสารพัดมือเทคนิค แต่ก็ไม่ปรากฏว่าปิดปากใครได้ง่าย ๆ เลย ทั้งที่เป็นเผด็จการเต็มขั้น เพราะฝ่ายประชาชนพลิกแพลงสถานการณ์ได้ตลอด โลกไซเบอร์ประชาชนขอยืนยันว่า จะไม่มีการยอมแพ้ต่ออำนาจใด ๆ ที่ไม่สนใจความปรารถนาที่แท้จริงของประชาชนอย่างแน่นอน จะสู้ทุกวิถีทางเพื่อสร้างประชาธิปไตยที่แท้จริงให้เมืองไทยให้ได้ในเวลาอันใกล้นี้

Saturday, January 10, 2009

พท.ประเมินโค้งสุดท้ายชิงผู้ว่าฯกทม.เชื่อ"แซม"ชนะ

ที่มา มติชนออนไลน์

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย ในฐานะแกนนำภาคกทม. เปิดเผยเมื่อวันที่ 10 มกราคม ล่าสุดแกนนำได้ประเมินการหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ช่วงโค้งสุดท้าย โดยจากการลงพื้นที่พบว่านายยุรนันท์ ภมรมนตรี ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.ของพรรค ได้รับกระแสตอบรับทั้งในส่วนตัวบุคคลและพรรคเพื่อไทยดีมาก เชื่อว่ามีโอกาสชนะ ปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อกระแสตอบรับให้ประชาชนหันมาเลือกนายยุรนันท์ในช่วงโค้งสุดท้าย เพราะมีความรู้สึกสงสาร และเห็นใจพรรคเพื่อไทย ที่ถูกรังแกตั้งแต่การยุบพรรค การเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งส.ส. โดยเฉพาะกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ถูกรังแกจากฝ่ายอำนาจรัฐใ และล่าสุดกรณีการจะถอนยศ พ.ต.ท.ทักษิณก็เป็นจุดทำให้คะแนนพลิกกลับมาหนุนนายยุรนันท์ เนื่องจากไม่พอใจกับความไม่ยุติธรรมและสองมาตรฐานของรัฐบาล รวมทั้งต้องการให้พรรคเพื่อไทยมีพื้นที่ยืนและเป็นตัวแทนสู้กับพรรคประชาธิปัตย์

แซม ยุรนันทร์ เบอร์ 10 ตั้งอาสาสมัคร เฝ้าหน่วยเลือกตั้ง ป้องกันการโกง

ที่มา cbnpress

ปลัด กทม.มั่นใจรู้ผลเลือกตั้งผู้ว่าฯ อย่างไม่เป็นทางการเที่ยงคืน

ที่มา MCOT News
กรุงเทพฯ 10 ม.ค.- ปลัด กทม.ตรวจความเรียบร้อยการตรวจสอบเอกสาร และหีบบัตรเลือกตั้ง เผยมั่นใจมีผู้มาใช้สิทธิมากกว่าครั้งที่ผ่านมาแน่ ส่วนผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. อย่างไม่เป็นทางการคาดว่าเที่ยงคืนรู้ผล

นายพงศ์ศักติฐ์ เสมสันต์ ปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) ตรวจความเรียบร้อยการตรวจสอบเอกสาร และหีบบัตรเลือกตั้ง ณ สำนักงานเขตดุสิต เพื่อให้การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ในวันอาทิตย์ที่ 11 ม.ค. 2552 เป็นไปตามเป้าหมาย สุจริต ยุติธรรม โปร่งใส และตรวจสอบได้ พร้อมกล่าวว่า เขตดุสิตนั้นมีหน่วยเลือกตั้ง 145 หน่วย มีคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งประมาณ 2,000 คน ซึ่งจากการตรวจสอบเอกสาร หีบบัตร เรียบร้อยดี เนื่องจากคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งส่วนใหญ่จะเป็นชุดเดิมที่เคยจัดการเลือกตั้งมาแล้วหลายครั้ง ส่วนภาพรวมขณะนี้ทุกเขตได้มีการเตรียมความพร้อมจัดการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เรียบร้อยทั้ง 50 เขตแล้ว คาดว่าการเลือกตั้งในครั้งนี้จะเรียบร้อยเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ และเชื่อมั่นว่าจะมีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งมากกว่าครั้งที่ผ่านมาแน่นอน

สำหรับการนับคะแนนนั้นจะเริ่มทำการนับได้ในเวลา 20.00 น. และรู้ผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.อย่างไม่เป็นทางการไม่เกินเที่ยงคืน ส่วนเขตเลือกตั้งที่ 10 ประกอบด้วย เขตทุ่งครุ บางบอน บางขุนเทียน และเขตราษฎร์บูรณะ ที่มีการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วยนั้น คาดว่าจะสามารถเริ่มนับคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ในเวลา 18.00 น. และรู้ผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการประมาณ 20.00 น. – สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2009-01-10 13:54:18

ทหารแฉผ่านวิทยุชุมชน คำสั่งลับป้องพันธมิตร/จัดการแกนนำสีแดง

ที่มา Thai E-News

ทีมข่าวไทยอีนิวส์
10 มกราคม 2552

รายงานจากผู้ฟังวิทยุชุมชนท่านหนึ่งเมื่อวานซืนที่ผ่านมา (8 ม.ค.) แจ้งว่าได้มีนายทหารท่านหนึ่งได้โทรศัพท์เข้าไปในวิทยุชุมชนแท็กซี่ พร้อมเปิดเผยข้อมูลและเกมส์การเมืองที่ฝ่ายศักดินาอำมาตยาธิปไตยได้ดำเนินการอยู่ โดยสรุปพอจะจับใจความได้ดังนี้

1. มีคำสั่งออกมาว่า ห้ามจับแกนนำพันธมิตร 13 คน เด็ดขาด นอกจากนี้พรรคประชาธิปัตย์นำโดยนายสุเทพ และลิ่วล้อ ยังพยายามใช้สื่อออกข่าวทำให้ประเด็นการเมืองไขว้เขว เบี่ยงเบนไปยังคนสีแดง ทั้งๆที่ความผิดของฝั่งพันธมิตรล้วนเด่นชัด
2. เขามีแผนจะให้รัฐบาลนี้อยู่ยาว 10 ปี เขาคิดว่ารากหญ้า(เสื้อแดง)จิตใจดี ไมกล้าทำอะไรรุนแรงแบบพันธมิตร
3. เขาจะเก็บพวกเสื้อแดงทีละคน โดยการตั้งข้อหาที่รุนแรงใส่

นอกจากนี้นายทหารยังให้ข้อมูลว่า นายทหารและตำรวจจำนวนมาก ล้วนอยู่ฟากประชาธิปไตย และไม่เห็นด้วยกับบรรดานายทหารและตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่ต้องทำงานรับใช้พวกอำมาตย์ศักดินา จึงได้ร้องให้เวลากล่าวถึงอย่าเหมารวม

อีกทั้งยังชี้แจงว่าการ์ดพันธมิตรฯ ส่วนใหญ่เป็นทหารมาจากภาคใต้ ชลบุรี และป่าหวาย โดยมีหัวหน้าการ์ดเป็นพวกจ่า ดังนั้นเหตุการณ์เมื่อเกิดการปะทะขึ้นที่จังอุดร จึงไม่ได้ทำการแจ้งความ เพราะคนที่ถูกตีก็เป็นทหาร และมียศถึงนายพันก็มี

นายทหารนิรนามท่านดังกล่าวยังเรียกร้องให้ประชาชนฟากประชาธิปไตยเอาผิดทางกฏหมายกับกลุ่มพันธมิตร อาทิเช่น ใช้หลักฐานภาพถ่ายที่กลุ่มพันธมิตรใช้ปืนยิงสถานีวิทยุแท็กซี่ นำไปเอาเรื่องกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ

สายข่าวรายงานเพิ่มเติมด้วยว่าพลังเงียบที่เป็นทหารยังมีอยู่อีกมากที่อยู่ฟากประชาธิปไตย "มีผู้หญิงคนหนึ่ง โทรเข้าไปให้กำลังใจคนเสื้อแดงที่วิทยุแท็กซี่ บอกว่าเป็นภรรยานายพล ทั้งครอบครัวไปชุมนุมทุกครั้งแต่ไปเงียบๆ ไม่อยากให้คนรู้ เพราะ(สามี)เป็นที่รู้จัก" สายข่าวกล่าว