WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Sunday, January 11, 2009

อภิสิทธิ์เลี่ยงเสื้อแดง เล็งบิน2ต่อไปงานศพยายเนียม

ที่มา ไทยรัฐ

ผู้สื่อข่าวรายงาน วันนี้ (11 ม.ค.) ว่า เวลา 14.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มีกำหนดจะเดินทางไปร่วมพิธีฌาปนกิจศพยายเนียม พันธุ์มณี ชาว จ.อุบลราชธานี ณ วัดโนนค้อ ต.ม่วง อ.ม่วงสามสิบ จ.อุบลราชธานี โดยเครื่องบินของกองทัพอากาศลงจอดที่กองบิน 21 จ.อุบลราชธานี ซึ่งอยู่บริเวณเดียวกันกับท่าอากาศยาน จ.อุบลราชธานี หลังจากนั้น จะโดยสารเฮลิคอปเตอร์ของสำนักงานตำรวจ แห่งชาติไปยังวัดโนนค้อทันที

สำหรับบรรยากาศการเตรียมความพร้อมต้อนรับนายกฯ ที่ จ.อุบลราชานี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ในตัวเมืองอุบลราชธานี และที่ อ.ม่วงสามสิบ โดยเฉพาะบ้านโนนค้อมีการเตรียมกำลังตำรวจ ทั้งตำรวจภูธรและตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ประมาณ 600 นาย สำหรับรักษาความปลอดภัยนายกฯ เนื่องจาก เกรงจะมีกลุ่มคนเสื้อแดงในพื้นที่จะออกมาต่อต้าน

ด้านนายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส.อุบลราชธานีเขต 2 พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ยืนยันกลุ่มคนเสื้อแดงจะไม่เข้าไปก่อกวนและขัดขวางงานศพของยายเนีย โดยคนเสื้อแดงจะเปิดโอกาสให้นายกฯ เข้าร่วมงานเต็มที่

ขณะที่นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงการเดินทางไปร่วมงานศพยายเนียมว่า อยากเห็นค่านิยมที่ดีงานของสัมคมไทย ซึ่งการไปร่วมงานศพยายเนียมครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องการเมือง ดังนั้น จึงไม่น่าจะมีเหตุผลอะไรที่คนเสื้อแดงจะออกมาต่อต้าน ซึ่งมีโอกาสอีกมาก โดยหวังว่า เจ้าหน้าที่จะดูแลให้เรียบร้อย

'โอ๊ค'บอก 'ทักษิณ' สบายดี ปัดไม่เคยคิดลงการเมือง

ที่มา ไทยรัฐ

ผู้สื่อข่าวรายงาน วันนี้ (11 ม.ค.) ว่า นายพานทองแท้ ชินวัตร นางสาวแพทองธาร ชินวัตรและนางสาวพิณทองทา ชินวัตร บุตรชาย และบุตรสาวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พร้อมกัน ณ หน่วยเลือกตั้งที่ 15 เขตบางพลัด

นายพานทองแท้ กล่าวภายหลังใช้สิทธิว่า ไม่เคยคิดลงเล่นการเมือง แต่ที่ลงพื้นที่เนื่องจากอยากพบปะกับประชาชนมากกว่า อย่างไรก็ตาม คุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณทุกวัน ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ สบายดี

ไม่ครบยก

ที่มา ไทยรัฐ

อย่านอนหลับทับสิทธิ์อย่ารับสินบนซื้อเสียง เรียงหน้าไปลงคะแนนทั้งผู้ว่าฯ กทม.-ส.ส. 29 คน รัฐบาลแก้เศรษฐกิจแต่ที่ออกมาว่ากันว่ายังไม่จ๊าบ กลับเป็นว่าไปมั่วการเมืองมากกว่า

ข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้ตรงล็อกพอดิบพอดีที่ประชาชนคนไทยจะต้องไปใช้สิทธิเลือกตั้งแยก แยกออกเป็น 2 ระดับ

ระดับท้องถิ่นแต่เป็นถิ่นใหญ่เมืองหลวงของประเทศ การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่ หลังจากที่ “อภิรักษ์ โกษะโยธิน” ได้ลาออกไปเพราะพิษรถดับเพลิง

ระดับชาติแต่ไม่ครบทุกเขต ทุกจังหวัด เพราะเป็นการเลือกตั้งซ่อมจำนวน 29 คน ที่ถูกยุบพรรค แต่ผลการเลือกตั้งก็มีผลต่อการเมืองทั้งระบบเช่นกัน

ตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.นั้นในปัจจุบันถือว่า เป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญมาก เพราะกรุงเทพฯ เป็นเมืองใหญ่ คนมาก ปัญหามาก ต้องสร้างต้องเสริมอีกแยะ

ใครอาสาเข้ามาทำงานนี้จึงต้องเป็นระดับ นายกฯน้อย...ที่มีความรู้ความสามารถ เก่ง การ กล้าตัดสินใจ ซื่อสัตย์สุจริต ทำงานเป็นบริหารเป็น

เท่าที่ดูรายชื่อผู้สมัคร ดูนโยบาย เที่ยวนี้ ค่อนข้างจะดีและเป็นโอกาสให้คนกรุงเทพฯมีตัวเลือกมากขึ้น โดยเฉพาะนโยบายของผู้สมัคร ที่เต็งๆค่อนข้างจะเจาะลึกในรายละเอียดและเป็นรูปธรรมมากขึ้น

เมื่อมีโอกาสดีก็ควรจะเลือก “ของดี” ให้เข้ามาทำงาน

อีกด้านการเลือกตั้งซ่อม ส.ส. 29 คน 22 จังหวัด ในวันเดียวกันนี้ ก็มีความสำคัญเช่นกัน เพราะจะต้องได้ ส.ส.ให้ครบเพื่อเข้ามาทำหน้าที่

เช่นกันการจะเลือกผู้สมัครคนไหน พรรค ไหนก็มีผลต่อการเมืองทั้งระบบ

ยิ่งรัฐบาลเสียงปริ่มนํ้าอย่างนี้จะออกหัว ออกก้อยอย่างไรยังไม่มีใครรู้ได้

แต่สำหรับคนไทยที่มีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้งก็ต้องคิด ไตร่ตรอง และตัดสินใจอย่าง รอบคอบเพื่อเลือกผู้สมัครคนใด พรรคใด

ข้อสำคัญอย่าไปนอนหลับทับสิทธิ์ อย่าไปรับอามิสสินจ้าง

การเมืองประเทศนี้นั้นปัญหาการ “ซื้อเสียง” ยังเป็นเรื่องใหญ่และสำคัญที่ทำให้ระบบการเมืองไม่สามารถเดินหน้าได้อย่างสร้างสรรค์

เมื่อเอา “เงิน” ซื้อเสียง เข้าไปก็ต้อง ถอนทุนคืน

วัฏจักรที่เป็นวงจรแห่งความเลวร้ายมัน จึงเกาะกินการเมืองไทยมาตลอด

แม้บางพรรค บางคนที่เชื่อมั่นใน “นโยบาย” ว่าสามารถเข้าถึงชาวบ้านได้ ได้รับความ นิยมได้ แต่เบื้องหลังเสียงสนับสนุนยังต้องใช้ “เงิน”

แทนที่จะหลุดพ้นจากการใช้ “เงิน” เพื่อ ซื้อเสียงโดยใช้ “นโยบาย” เข้ามาแทนที่ แต่ ก็ยังไม่ดิ้นหลุดไปจากวงจรอุบาทว์ไปได้

เพราะเชื่อว่า “เงิน” ซื้อได้ทุกอย่าง

ซื้ออำนาจ ซื้อประเทศ ซื้อคนไทยได้

แต่เอาเข้าจริงแม้เงินจะซื้อทุกอย่างได้ แต่ก็ได้เพียงแค่ขณะหนึ่ง ระยะเวลาหนึ่ง สถานการณ์หนึ่งเท่านั้น ไม่จีรังยั่งยืน แต่มันจะเป็นอนิจจังมากกว่า

ว่ากันถึงรัฐบาลหลังจากออกแขก ไหว้ครู กันแล้ว ก็ต้องเดินหน้าทำงาน โดยเฉพาะการ แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่มีนโยบายออกมาบ้างแล้ว

แต่ดูเหมือนว่ายังไม่มีอะไรฮือฮาเท่าที่ควร ไม่เต็มหมัด มีเสียงบอกว่ายังไม่ถึงใจเกรงว่าจะแก้ปัญหาไม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้นแรกๆคงยังไม่ได้ดูตัวเลข ครอบคลุม แต่พอเข้าไปเปิดดูกลับบ่จี๊ เพราะรายได้ไม่เข้าเป้า ก็ต้องหาวิธีและช่องทางใหม่ แก้ปัญหา

พูดง่ายๆมันลึกกว่าคิด มันยากกว่า ที่คาดหมาย

หัวเลี้ยวหัวต่อการเมืองอย่างนี้รัฐบาลต้องเจองานหนักแน่ นอกจากเศรษฐกิจแล้วปัญหาการเมืองที่คิดว่าจะสงบง่ายๆ

เอาเข้าจริงไม่ง่ายและยังท้าทายกันอย่าง แหลมคม อยู่ที่ว่าใครจะพลาดท่าก่อนเท่านั้น

ยิ่งรัฐบาลชุดนี้แม้จะรู้ดีตรงจุดนี้อันตราย แต่มิวายจะช่างพูด ช่างตอบโต้เหลือเกิน นายกฯก็พูดเช้า สาย บ่าย ค่ำ รัฐมนตรี ปชป. ก็ชอบล่อเป้า

นี่แค่ยกที่ 1 แล้วจะยืนถึงยกที่ 5 หรือ?

ลิขิต จงสกุล

เสื้อแดงเอาคืน ประเทศดิ่งเหว

ที่มา ไทยรัฐ

การเมืองภาคพลิกขั้ววิกฤติ "รอบใหม่" ไม่จบสิ้น

หลังจากผ่านพ้นการฉลองเทศกาลปีใหม่กันไปแล้ว

บรรยากาศร้อนแรงทางการเมือง ปัญหาความแตกแยกทางความคิดในสังคมไทย ก็ผุดขึ้นมาให้เห็นทันที

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อพรรคประชาธิปัตย์พลิกขั้วมาเป็นรัฐบาล พรรคเพื่อไทยต้องกลายเป็นฝ่ายค้าน

การเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ก็ร้อนแรงขึ้นเป็นลำดับ

แต่งานนี้ เปลี่ยนจากม็อบเสื้อเหลือง มาเป็นม็อบเสื้อแดง

ที่ออกมาแผลงฤทธิ์ ขยายผลต่อเนื่องจากปลายปีที่แล้วที่มีการระดมพลคนเสื้อแดงปิดล้อมอาคารรัฐสภา

ขัดขวางไม่ให้รัฐบาลแถลงนโยบาย

ทำให้นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ต้องสั่งเลื่อนการประชุม และสุดท้ายต้องเปลี่ยนสถานที่ให้รัฐบาลไปแถลงนโยบาย ที่ห้องประชุมกระทรวงการต่างประเทศ

มาคราวนี้ กลุ่มม็อบเสื้อแดงก็ใช้ยุทธศาสตร์เดียวกับม็อบเสื้อเหลือง เคลื่อนไหวกดดัน หวังล้มรัฐบาล

แต่ยุทธวิธีต่างกัน เพราะม็อบเสื้อแดงเน้นใช้วิธีจรยุทธ์ กลุ่มย่อย

ล่าสุด เปิดปฏิบัติการฮือฮาให้เห็นที่จังหวัดลำปาง กลุ่มคนเสื้อแดงรวมกลุ่มขับไล่ ขว้างปาไข่ไก่ใส่หน้านายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ที่ไปช่วย ลูกพรรคปราศรัยหาเสียงเลือกตั้งซ่อม ส.ส.

ไข่แตกโดนหน้าเต็มเปา

และเมื่อไปที่จังหวัดลำพูน กลุ่มม็อบเสื้อแดงก็ปฏิบัติการขว้างถุงพลาสติกบรรจุเลือดหมูใส่รถตู้ของนายชวน จนรถเลอะเทอะไปทั้งคัน

ที่จังหวัดอุบลราชธานี กลุ่มคนเสื้อแดงมีการเคลื่อนไหวต่อต้านนายกฯอภิสิทธิ์ ที่จะไปร่วมงานศพยายเนียม พันธุ์มณี เจ้าของแหวนหมั้นเขยอีสาน

ขณะเดียวกัน กลุ่มม็อบเสื้อแดงในกรุงเทพฯก็ใช้วิธีจรยุทธ์ บุกไปที่ทำเนียบรัฐบาล ชูป้าย ชูตีนตบ โห่ไล่ ขว้างไข่เข้าไปในบริเวณทำเนียบฯ

หวิดโดนหัวนายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการนายก-รัฐมนตรี ที่กำลังทำพิธีสักการะศาลพระภูมิเจ้าที่ ไปแบบเส้นยาแดงผ่าแปด

ที่จังหวัดสมุทรปราการ ม็อบเสื้อแดงเตรียมถุงใส่น้ำปลาร้า เล่นงานอดีตนายกฯชวน ที่ไปช่วยลูกพรรคหาเสียงเลือกตั้งซ่อม ส.ส.แต่คลาดกัน

เลยเปิดศึกกับชาวบ้านที่แสดงความไม่พอใจ ขว้างถุงปลาร้าและขวดน้ำเข้าใส่กัน เหม็นคละคลุ้งไปหมด

ส่วนที่จังหวัดปทุมธานี แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ที่ไปช่วยลูกพรรคหาเสียงเลือกตั้งซ่อม ก็โดนกลุ่มคนเสื้อแดงปาไข่ ใส่รถเละเทะ

ม็อบเสื้อแดงเอาคืน ป่วนรัฐบาลประชาธิปัตย์

อย่างไรก็ตาม การชุมนุมเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง จะมีความรุนแรงขยายวงกว้างออกไปหรือไม่

ยังต้องรอดูสถานการณ์หลังการเลือกตั้งซ่อม ส.ส. วันที่ 11 มกราคม

เพราะต้องยอมรับว่า ในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้งซ่อม ส.ส. 22 จังหวัด 26 เขต 29 คน แทนตำแหน่งที่ว่างลงจากกรณีการยุบพรรคพลังประชาชน และพรรคชาติไทย

เป็นตัวแปรสำคัญ ที่ทำให้มีการเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาล เข้มข้นร้อนแรง

เพราะจำนวนเสียง ส.ส.จากการเลือกตั้งซ่อมคราวนี้ มีผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคประชาธิปัตย์ และการช่วงชิงทางการเมืองของฝ่ายค้าน พรรคเพื่อไทย

เนื่องจากจำนวน ส.ส.ซีกรัฐบาลขณะนี้ มีอยู่ 235 เสียง ฝ่ายค้าน 198 เสียง ไม่ได้ทิ้งห่างกันมากนัก ตรงนี้เป็นเงื่อนไขหนึ่งที่ทำให้พื้นที่ที่มีการเลือกตั้งซ่อม มีการเคลื่อนไหวที่ร้อนแรงของม็อบเสื้อแดง

รวมไปถึงการตั้งป้อมขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ ของรัฐมนตรีในการไปปฏิบัติภารกิจในภาคเหนือและภาคอีสาน

ขณะเดียวกัน เมื่อหันมาทางรัฐบาลภายใต้การนำของนายกฯอภิสิทธิ์ สิ่งที่เห็นชัดเจนหลังจากแถลงนโยบายแล้ว ก็คือ

มีความมุ่งมั่น ตั้งหลักทำงานเต็มที่ พยายามเรียกร้อง ขอความร่วมมือจากประชาชนทุกภาคส่วน ในการแก้ปัญหาของประเทศที่รุมเร้าสารพัดวิกฤติ

ไม่ว่าจะเป็นปัญหาความแตกแยกของคนในชาติ ปัญหาเศรษฐกิจรอวันเผาจริง ปัญหาเลิกจ้าง คนว่างงาน รวมไป ถึงปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

เน้นนโยบายชัดเจน ไม่ใช้มาตรการรุนแรงกับกลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาล

พยายามหาทางเจรจากับแกนนำม็อบเสื้อแดงทุกกลุ่มทุกภาค รวมไปถึงประกาศพร้อมที่จะเจรจากับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ

ออดอ้อนขอความเห็นใจ

ขอเวลาให้รัฐบาลได้ทำงานแก้ปัญหาประเทศให้เดินหน้าไปได้ในภาวะวิกฤติ

ส่วนการเดินหน้าแก้ปัญหาก็พยายามทำงานแข่งกับเวลา แข่งกับปัญหาอย่างเต็มที่ เห็นได้จากการออกมาตรการแก้ปัญหาต่างๆอย่างต่อเนื่อง

ไล่ตั้งแต่การเปิดแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ ปี 2552 ใช้วงเงิน 3 แสนล้านบาท

กำหนดกรอบแนวทางการใช้จ่ายเงินงบประมาณกลางปี 2552 ที่จะขอเพิ่มอีก 1 แสนล้านบาท โดยมีกลุ่มเป้าหมายที่จะได้ประโยชน์ 9 กลุ่ม คือ

1. เกษตรกร 2. แรงงานนอกภาคเกษตรกร 3. ผู้ปกครองนักเรียน นักศึกษา 4. ผู้สูงอายุ 5. ผู้มีรายได้น้อย 6. เอกชน 7. ภาครัฐ 8. ท่องเที่ยว 9. ผู้มีรายได้ประจำ

รวมทั้งการต่ออายุ 6 มาตรการ 6 เดือน ช่วยเหลือค่าครองชีพของประชาชน ประเภทน้ำประปา ไฟฟ้า รถเมล์ รถไฟ ฟรี ยืดออกไปอีก 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์

ขณะเดียวกัน ก็เดินหน้าปรับโครงสร้างการบริหารงานแก้ไข ปัญหาความไม่สงบพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และแต่งตั้งรัฐมนตรีดูแลรับผิดชอบเป็นการเฉพาะ

วางแพลน เดินหน้าแก้ปัญหาของประเทศอย่างเต็มที่

แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องลงสนามทำงานภาคปฏิบัติ ก็ต้องเผชิญกับปัญหาทั้งในสภาและนอกสภา

เพราะในขณะที่รัฐบาลตั้งลำเดินหน้าทำงาน ทางด้านฝ่ายค้าน พรรคเพื่อไทย ที่เพิ่งโดนพลิกขั้วมาหมาดๆ ไม่ยอมให้เวลารัฐบาลตั้งตัว

เปิดฉากตรวจสอบแบบเข้มข้นทันที

ด้วยการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนอกสภา โจมตีนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี เป็นรายกระทรวง

นายกฯอภิสิทธิ์โดนอัดเรื่องที่มาจากการพลิกขั้ว หนีทหาร ลอกนโยบายประชานิยม

นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย นายวีระชัย วีระเมธีกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม นายกษิต ภิรมย์ รมว.การต่างประเทศ นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม

โดนชำแหละพฤติกรรมความไม่เหมาะสมเรียงตัว

โดยเฉพาะคนที่ร่วมทำงานด้วยกันมาก่อน แล้วมาพลิกเปลี่ยนขั้วเปลี่ยนข้าง ย่อมรู้ไส้รู้พุงกันดี

นอกจากนี้ ฝ่ายค้านก็ยังเดินเกมยื่นเรื่องให้องค์กรอิสระตรวจสอบ การทำหน้าที่ของรัฐบาลหลายเรื่องหลายกรณี ในขณะที่การเมืองนอกสภา กลุ่มม็อบเสื้อแดงก็ออกมาเคลื่อนไหวจรยุทธ์ต่อต้านรัฐบาลในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคอีสาน

เหตุการณ์อยู่ในวังวนเดิมๆ เพียงแต่เปลี่ยนจากม็อบเสื้อเหลือง มาเป็นม็อบเสื้อแดง

กลุ่มเสื้อเหลืองเคยทำยังไง กลุ่มเสื้อแดงก็เอาบ้าง

อ้างที่มาของรัฐบาลชุดนี้ไม่ถูกต้องชอบธรรม

และสิ่งที่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของรัฐบาลที่ชัดเจนแล้ว ก็คือ

ต้องย้ายสถานที่ประชุมอาเซียนซัมมิตที่จะมีขึ้นในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ จากกรุงเทพฯไปจัดที่หัวหิน

เพราะม็อบเสื้อแดงขู่จะยกพลมาปิดล้อม

ขณะเดียวกัน รัฐมนตรีหลายคนไปปฏิบัติภารกิจในจังหวัดทางภาคเหนือและภาคอีสาน ก็เจอปัญหาม็อบเสื้อแดงต่อต้าน ชูตีนตบขับไล่

ก่อให้เกิดปัญหาการทำงานติดขัด ขาดความคล่องตัว

ที่ผ่านมา นายกฯอภิสิทธิ์เคยออกมาระบุในช่วงจัดตั้งครม.ว่า การเมืองต้องเดินไปได้ก่อน ถึงจะแก้ปัญหาวิกฤติของประเทศได้

ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ต้องยอมเสียสละตำแหน่ง สละกระทรวงหลักสำคัญๆ

เพื่อให้การเมืองเดินไปได้ เพื่อให้รัฐบาลทำงานแก้ปัญหาของประเทศได้

มาถึงวันนี้ รัฐบาลมีเสียงข้างมากในสภาฯสามารถทำงานได้ มีนโยบาย มีแผนงาน

มีเครื่องไม้เครื่องมือ กลไกอำนาจรัฐพร้อม

แต่นอกสภาฯยังมีปัญหาม็อบเสื้อแดงต่อต้าน ทำให้การทำงานแก้ปัญหาของประเทศติดขัด ไม่ลื่นไหล

ที่สำคัญ การเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงที่สะท้อนปฏิกิริยาต่อต้านรัฐบาลในหลายรูปแบบ โดยเฉพาะการขว้างไข่ ระบายอารมณ์

แน่นอน ปรากฏการณ์เช่นนี้ ถ้าเกิดจากอารมณ์โกรธตามธรรมชาติ เวลาอาจจะช่วยเยียวยาให้ความรู้สึกไม่พอใจบรรเทาเบาบางลงได้

เพราะทุกคนก็รู้ว่าประเทศชาติบอบช้ำมามาก หากปล่อยให้เป็นอย่างนี้ต่อไป ทุกคนในประเทศก็ต้องรับเคราะห์กรรมด้วยกันทุกคน

แต่หากเป็นอารมณ์เกลียดที่ถูกปลุกปั่น เพิ่มแนวร่วม เพิ่มตัวเร่ง ให้กลายเป็นความเคียดแค้นชิงชัง

มันก็ยิ่งอันตราย ฉุดประเทศดิ่งเหว.

“ทีมการเมือง”

เกาะติดสนามเลือกตั้ง!!

ที่มา ประชาทรรศน์

แจ้งเหตุ ‘โกงเลือกตั้ง’ กกต.ระบุมี 14 คดี ‘แจกเงิน-เก็บบัตร-สาดโคลนผู้สมัคร’ ขณะที่เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ‘เขตทุ่งครุ-บางซื่อ’ ส่อทุจริต!! หว่านกระสุนดินดำ-ขนคนเข้าคูหา กกต.ลั่นส่งเจ้าหน้าที่สอบด่วน!! ด้าน ‘ประพันธ์’ ระบุไร้ปัญหา กำชับเจ้าหน้าที่วางตัวเป็นกลาง มั่นใจยอดผู้ใช้สิทธิ์เกินครึ่ง ขณะที่บุคคลสำคัญทยอยมาลงคะแนน

นายเรืองโรจน์ จอมสืบ ผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์ คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) แถลงถึงการเลือกตั้งซ่อม ส.ส. 26 เขตเลือกตั้ง จำนวน 29 ที่นั่ง โดยทาง กกต.ได้เปิดโทรศัพท์สายด่วน 1171 ตอบข้อซักถาม ข้อหารือต่างจากประชาชน รวมทั้งรับแจ้งเบาะแสอย่างไม่เป็นทางการ

นอกจากนี้ ยังมีการตั้งศูนย์รับแจ้งเหตุทุจริตเลือกตั้งที่สำนักงาน กกต. จนถึงขณะนี้ได้รับแจ้งเบาะแสทุจริตการเลือกตั้ง ส.ส.ทั้งหมด 11 เรื่อง แยกเป็น การแจกเงิน-สิ่งของ 7 เรื่อง , การโจมตีกล่าวร้ายป้ายสี 1 เรื่อง , การข่มขู่ 1 เรื่อง และเจ้าหน้าที่วางตัวไม่เป็นกลาง 1 เรื่อง รวมถึงการจัดเลี้ยงและการแจกเสื้อ 1 เรื่อง

ส่วนการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้รับแจ้งทั้งหมด 3 เรื่อง แยกเป็นเขตบึงกุ่ม 1 เรื่อง เกี่ยวกับการเก็บบัตรประจำตัวประชาชน เขตทุ่งครุ 1 เรื่อง เป็นเรื่องการแจกเงินเช่นเดียวกับเขตบางซื่อ เมื่อมีการแจ้งเบาะแส หน่วยปฏิบัติการข่าวรับแจ้งเหตุ จึงรีบแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนของสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัด พร้อมแจ้งหน่วยป้องปราม หาข่าวลงปฏิบัติการในพื้นที่ทันที หลายจุดเป็นการแจ้งลวง หลายจุด เมื่อพบขณะนี้อยู่ระหว่างสอบปากคำของเจ้าหน้าที่

เลือกตั้งพ่อเมืองกทม.ยังไม่คึกคัก!!

บรรยากาศการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.หลังเปิดหีบ ที่โรงเรียนสวัสดีวิทยา บริเวณหน่วยเลือกตั้งที่ 4 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา โดยเป็นสถานที่ซึ่งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เดินทางมาลงคะแนน ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีมีชื่ออยู่ในในลำดับที่ 53 ขณะนี้ มีประชาชนทยอยเดินทางมาลงคะแนนตั้งแต่เริ่มเปิดหีบ โดยเจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมความพร้อมไว้อย่างครบถ้วน และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทองหล่อ มาดูแลความเรียบร้อยหน่วยละ 2 นาย โดยบริเวณหน่วยเลือกตั้งที่ 5 ในโรงเรียนสวัสดีวิทยา นายสาวิตต์ โพธิวิหค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี มีชื่ออยู่ในลำดับที่ 63 คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช อยู่ในลำดับที่ 377 และ นายประภาศน์ อวยชัย ลำดับที่ 490 เช่นเดียวกัน

โดยในเวลาประมาณ 8.40 น.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอุทิศ เหมวัฒนกิจ หรือเสี่ยตาชั่ง ได้ตะโกนเรียกร้องป่วนเจ้าหน้าที่อยู่บริเวณด้านหน้าหน่วยเลือกตั้งโรงเรียนสวัสดีวิทยา โดยระบุว่าตนต้องการพบนายอภิสิทธิ์เพื่อร้องเรียนคัดค้านกรณีมีการสร้างอาคารจอดรถในซ.สุขุมวิท 65 และให้แก้ปัญหาการคอรัปชั่นในกระทรวงศึกษาธิการ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าควบคุมตัวนำไปดำเนินคดีข้อหาก่อกวนการเลือกตั้ง

ด้านนางจินตวลี ศรีสมบูรณ์ อายุ 38 ปี ออกมาใช้สิทธิ์ที่บริเวณโรงเรียนสวัสดีวิทยา กล่าวว่า ตนต้องการผู้ว่าฯ กทม.ที่ทำงานโปร่งใส ซื่อสัตย์สุจริต โดยในบ้านของตนมีผู้ใช้สิทธิ์ได้ 8 คน และออกมาใช้สิทธิกันทุกคน

'สุขุมพันธ์'หย่อนบัตรเลือกตั้ง!!

เมื่อเวลา08.09 น. ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินทางมาลงคะแนนเลือกตั้งที่โรงเรียน ร.ร.ศรีอยุธยาแล้ว พร้อมกล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ได้รับทราบจากเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งว่าประชาชนได้ทยอยออกมาใช้สิทธิ์

ขณะที่หน่วยเลือกตั้งที่ 13 เขตดุสิต ร.ร.เศรษฐเสถียร สื่อมวลชนต่างมาให้ความสนใจและมารอทำข่าวเป็นจำนวนมาก เนื่องจากหน่วยเลือกตั้งดังกล่าวมีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งประกอบด้วย คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ อดีตภรรยาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และพล.ต.จำลอง ศรีเมือง 1 ใน 5 แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(พธม.)

'บิ๊กป็อก'ควงครอบครัวใช้สิทธิ์เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 09.00 น. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) พร้อมครอบครัวออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ที่หมู่บ้านพระปิ่น 2 หน่วยเลือกตั้งที่ 37 แขวงศาลาธรรมศก เขตทวีวัฒนา โดยระบุว่าการเลือกตั้งถือเป็นสิทธิ์และหน้าที่ของประชาชนชาวไทยทุกคน เพื่อให้ได้บุคคลที่มีความรู้ความสามารถ มาบริหารพัฒนาชุมชมและประเทศ ทั้งนี้ผบ.ทบ. ยังได้ฝากถึงผู้ว่าฯกทม.ใหม่ ที่จะเข้ามาดำเนินงานว่า อยากให้เร่งแก้ไขปัญหาในท้องถิ่น อาทิ ปัญหาการจราจร ปัญหาน้ำท่วม และปัญหาความเป็นระเบียบเรียบร้อยของชุมชน

ปลัดกทม.ตรวจหน่วยเลือกตั้งโรงเรียนสวัสดีวิทยา

เมื่อเวลาประมาณ 9.10 น.นายพงศ์ศักติฐ์ เสมสันต์ ปลัดกรุงเทพมหานคร ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมหน่วยเลือกตั้งบริเวณ โรงเรียนสวัสดีวิทยา กล่าวว่า ในวันนี้น่าจะมีผู้ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งประมาณ 50% และน่าจะมีผู้ออกมาใช้สิทธิ์มากกว่าครั้งที่แล้ว โดยคาดว่าการนับคะแนนจะรู้ผลส่วนของการเลือกตั้งซ่อมเขต 10 บางบอนในเวลา 18.00 น. และ เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ในเวลา 24.00 น. ทั้งนี้ในเวลา 20.00 น. คาดว่าจะรู้ผลอย่างไม่เป็นทางการ

'หล่อเล็ก'ฝากผู้ว่าฯกทม.คนใหม่ตั้งใจทำงานดูแลชาวกรุง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.30 น. นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และครอบครัว เดินทางมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 3 เขตคลองเตย ภายในอุทยานเบญจศิริ และเชิญชวนให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์ พร้อมกล่าวฝากให้ผู้ว่าฯกทม.คนใหม่ มุ่งมั่นตั้งใจทำงานและดูแลประชาชนชาวกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเมืองใหญ่มีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติอาศัยอยู่ จึงต้องคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยเป็นพิเศษ

ทั้งนี้ นายอภิรักษ์ กล่าวด้วยว่า ภายหลังปิดการลงคะแนนเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในเวลา 15.00 น. สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์จะมีการรวมตัวกันที่พรรคฯ

นายกฯควงภริยาออกมาเลือกตั้ง

ต่อมาเวลา ประมาณ 09.50 น.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาเลือกตั้งที่หน่วยเลือกตั้งที่ 4 โรงเรียนสวัสดีวิทยา พร้อมภริยาและลูกสาว เพื่อใช้สิทธิ์เลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า ขอเชิญชวนประชาชนให้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.และเลือกตั้งซ่อมส.ส. ทั่วประเทศ ซึ่งหาพบผู้กระทำความผิดกม.การเลือกตั้งให้แจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อให้การเลือกตั้งในครั้งนี้เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม และมั่นใจว่ากกต.และเจ้าหน้าที่จะดูแลสถานการณ์การเลือกตั้งได้อย่างเรียบร้อย

นายกรัฐมนตรียังการถึง การเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ นั้น เป็นสิทธิ์ที่สามารถทำได้ แต่จะต้องเป็นไปตามกฎหมาย และไม่อยากให้เกิดความวุ่นวายในการชุมชุม ทั้งนี้รัฐบาลจะเดินหน้าสร้างความสมานฉันท์ส่วนรูปแบบรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทย กับ นายกฯ อภิสิทธิ์" ที่จะออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ NBT นั้น จะไม่เหมือนกันทุกสัปดาห์ และจะเริ่มออกอากาศเทปแรกในวันที่ 18 มค.นี้ โดยตนจะเป็นผู้ดำเนินรายการ และใช้ทำเนียบรัฐบาลเป็นสถานที่จัดรายการ

นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวว่า ตนมีความตั้งใจที่จะไปร่วมงานศพของยายเนียม พันธุ์มณี โดยยืนยันไม่ใช่เรื่องของการเมือง แต่เป็นการแสดงออกถึงความผูกพันระหว่างบุคคล จึงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องมีการชุมนุมต่อต้าน เพราะการต่อต้านคัดค้านตนเองยังมีโอกาสอีกมาก ไม่จำเป็นต้องเป็นวันนี้ เพราะว่าอยากเห็นการจัดงานศพของยายเนียม ที่เป็นค่านิยมที่ดีของคนไทยในการแสดงออกที่มีต่อผู้อาวุโส

'เฉลิม'ขับสปอร์ตสีแดงมาลงคะแนนเลือกตั้ง

เมื่อเวลา 10.20 น. ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ได้สวมเสื้อลายดอก พร้อมขับรถสปอร์ต ยี่ห้อ ปอร์เช่ สีแดง เดินทางมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งที่โรงเรียนบางบอน ซึ่งเป็นหน่วยเลือกตั้งที่มีการเลือกตั้งทั้ง เลือกตั้งซ่อมส.ส.และเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. โดยนายเฉลิมใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที ในการลงคะแนนทั้งสองคูหา โดยให้สัมภาษณ์ภายหลังลงคะแนนว่า ในฐานะที่ตนเป็นผอ.เลือกตั้ง ไม่ได้คาดหวังจำนวนที่นั่งส.ส. และไม่กล้าทำอะไรมากเพราะพูดอะไรไปก็ผิดตลอด ไม่เหมือนอีกฝ่ายที่ทำอะไรก็ถูกหมด ทั้งนี้อยากเชิญชวนให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์ เพราะเป็นตัวชี้วัดระบอบประชาธิปไตย อย่างไรก็ตามที่ผ่านมีคนในพื้นที่โทรมาแจ้งว่ามีการทุจริตการเลือกตั้งบ้าง

นอกจากนี้ นายเฉลิม ยอมรับว่าหนักใจในการทำหน้าที่ฝ่ายค้าน เพราะทุกวันนี้ไม่ได้สู้แต่เฉพาะนักการเมืองแต่มีคนอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ตนไม่อยากพูดมากเพราะไม่อยากเป็นคดีความ ทั้งนี้ตนยังไม่ได้เริ่มจับตามองการทำงานของรัฐบาล เพียงแต่ทำหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย คืออภิปรายรัฐบาล อย่างไรก็ตามตนสามารถทำได้ทุกหน้าที่ แต่ยืนยันจะไม่รับตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านและหัวหน้าพรรค ทั้งนี้พรรคจะมีการประชุมเลือกผู้นำฝ่ายค้านในวันที่ 12 มค.นี้

อย่างไรก็ตาม ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า หากผลการเลือกตั้งไม่ได้เป็นอย่างที่หวังก็คงจะไม่ทบทวนตัวเองเพราะสถานการณ์ที่ผ่านมาเพื่อไทยถูกถล่มอยู่ตลอดเวลา พร้อมยอมรับว่าที่ผ่านมาไม่ได้ดูแลผู้สมัครของพรรคเนื่องจากพรรคมีเงินจำกัดและใช้เงินหาเสียงตามที่กกต.กำหนดเท่านั้น แต่ถ้าผลเป็นไปอย่างที่คาดหวังก็คงหน้าบานเพราะดีใจ

ส่วนกรณีการจัดรายการของรัฐบาลผ่านสถานีโทรทัศน์ NBT ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่ามีสิทธิ์ที่สามารถทำได้ แต่ถ้าจะให้ฝ่ายค้านร่วมจัดด้วยก็ยินดี หรือจะจัดรายการในรูปแบบการดีเบตโดยอยู่คนละมุมกับนายกรัฐมนตรีก็ยินดีเช่นกัน

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ออกมาโจมตีพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จ้างล๊อบบี้ยิสต์เพื่อทำลายความเชื่อมั่นของประเทศไทย ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า เมืองไทยไม่ต้องถึงกับต้องจ้างล๊อบบี้ยิสต์ เพราะขาดความเชื่อมั่นมาตั้งแต่ปล่อยให้มีการยึดสนามบินทั้ง 2 แห่ง และปล่อยให้มีการโจมตีรัฐบาลแล้ว ส่วนการเชิญ สมเด็จ ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา มาประชุมอาเซียนซัมมิท ตนมองว่า นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีต่างประเทศ คงไม่สามารถทำได้ ต้องให้ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ กับ พล.อ.วิชิต ยาทิพ ไปเชิญ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนเดินทางกลับ ร.ต.อ.เฉลิม ได้เร่งเครื่องรถเก่งคันหรู โชว์ผู้สื่อข่าว ส่วนบรรยากาศการเลือกตั้ง ในส่วนของเขตบางบอน ซึ่งมีการเลือกตั้งซ่อมทั้งในส่วนของส.ส. และผู้ว่าฯกทม.นั้นมีประชาชนทยอยมาใช้สิทธิ์อย่างคับคั่ง โดยผู้มาเลือกตั้งส่วนใหญ่ระบุว่า ไม่รู้สึกสับสนที่มาใช้สิทธิ์การเลือกตั้งทั้งสองส่วนเนื่องจากมีเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำตลอด

กกต.จ่อเชือด!!'โกงเลือกตั้ง'เมืองอุบลฯ

กกต.จ่อเชือด ‘โกงเลือกตั้ง’ แจงเหตุกระทำผิด กม.เลือกตั้งที่อุบลฯ ย้ำส่อทุจริต! เหตุลอบยิงสปอทวิทยุระหว่าง ‘คืนหมาหอน’

นายประพันธ์ นัยโกวิท กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ใน 26 เขตเลือกตั้งทั่วประเทศ รวม 29 ที่นั่ง และยังมีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในวันเดียวกันนี้ ซึ่งภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด พร้อมกันนี้ กกต.ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่วางตัวเป็นกลาง โดยจะจัดชุดป้องปรามลงพื้นที่หาข่าวเฝ้าระวังการทุจริต โดยเฉพาะภาคอีสาน และไม่กังวลการเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดง เพราะการขัดขวางการเลือกตั้งถือว่าเป็นการกระทำผิดกฎหมาย ทั้งมั่นใจว่าประชาชนจะมาใช้สิทธิ์ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

ด้านนายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต. กล่าวถึงการเลือกตั้งในวันนี้ (11 ม.ค.) ว่าการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ครั้งที่ผ่านมา มีผู้ออกมาใช้สิทธิ 54% ซึ่งในครั้งนี้น่าจะมีผู้ออกมาใช้สิทธิมากกว่าครั้งที่ผ่านมา และคาดว่าคืนนี้จะทราบผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการประมาณ 21.00-22.00 น.

ส่วนที่อาจจะมีกลุ่มการเมืองออกมาชุมนุมหน้าหน่วยเลือกตั้งนั้น ถ้าเป็นการชุมนุมเพื่อเป็นการแสดงความเห็นทางการเมืองก็สามารถทำได้ แต่เชื่อว่าคงไม่ถึงกับขัดขวางการเลือกตั้งเพราะผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตามขอร้องว่าอย่าให้มีเลยและขอให้ประชาชนมาเลือกตั้งโดยสะดวกและไม่มีการชี้นำ

ทั้งนี้ กกต. ก็ได้เตรียมรับมือ หากมีเหตุทางกรรมการประจำหน่วยก็จะแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และอาจจะมีการขอกำลังเพิ่มในกรณีที่จำเป็น เช่นเดียวกับที่ จ. นราธิวาส ที่ กกต.ก็เป็นห่วงสถานการณ์ความไม่สงบ โดยมีการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อรักษาความปลอดภัยอีกหลายเท่าตัว

ขณะเดียวกัน เมื่อคืนที่ผ่านมา (10 ม.ค.) ก็มีการแจ้งเบาะแสการทุจริตการเลือกตั้ง แต่เมื่อส่งเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบไม่พบการกระทำความผิด โดยมีการแจ้งเหตุที่ จ.อุบลราชธานี ว่ามีวิทยุชุมชนนำสปอตของผู้สมัครรับเลือกตั้งรายหนึ่งไปออกอากาศ อย่างไรก็ตามผู้สมัครที่ถูกกล่าวหาก็ได้ไปแจ้งความเป็นหลักฐาน พร้อมทั้งปฏิเสธการกระทำ โดยระบุว่าไม่ได้เป็นผู้นำสปอตโฆษณาไปมอบให้สถานีวิทยุดังกล่าวแต่อย่างไร ซึ่งเรื่องนี้หากตรวจสอบแล้วเป็นความจริงก็ต้องดำเนินการต่อไป

'อธิบดีกรมคุก'เพิ่งตื่น!จัดระเบียบเรือนจำ!สกัดลักลอบยาเสพติด

ที่มา ประชาทรรศน์

'นัทธี'เดินเครื่องระดมกำลังจนท.ราชทัณฑ์-ทหาร-ตำรวจ จัดระเบียบ 5 เรือนจำใหญ่ 14 ม.ค.นี้ เพื่อกวาดล้างโทรศัพท์มือถือป้องกันการลักลอบสั่งยาเสพติด

นายนัทธี จิตสว่าง อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า ภายในเดือนม.ค.นี้ กรมราชทัณฑ์จะสนธิกำลังจากฝ่ายต่างๆ ทั้งในส่วนของราชทัณฑ์ พร้อมประสานขอกำลังจากทหารและตำรวจ เข้าตรวจค้นและจัดระเบียบเรือนจำครั้งใหญ่ (Big Cleaning Day) ในเรือนจำเป้าหมาย 5 แห่ง คือ เรือนจำกลางคลองเปรม เรือนจำกลางบางขวาง เรือนจำกลางคลองไผ่ เรือนจำกลางเขาบิน และทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง ซึ่งเป็นเรือนจำความมั่นคงสูงที่มีผู้ต้องขังรายสำคัญถูกควบคุมตัวอยู่เป็นจำนวนมาก โดยวัตถุประสงค์ในการเข้าจัดระเบียบภายในเรือนจำสำคัญ 5 แห่งนี้ เพื่อขจัดสิ่งของต้องห้ามต่างๆ ที่ถูกดัดแปลงหรือลักลอบนำเข้าไปในเรือนจำ รวมถึงการกวาดล้างโทรศัพท์มือถือ เพื่อป้องกันการลักลอบสั่งยาเสพติดในเรือนจำ

"การตรวจค้นและจัดระเบียบในเรือนจำครั้งนี้ เป็นการตรวจค้นครั้งใหญ่ที่สุด เพราะจะตรวจสอบทุกตารางนิ้วของเรือนจำ จึงต้องใช้กำลังกว่า 300 คน รวมทั้งสุนัขตำรวจ และหน่วยแพทย์เพื่อตรวจปัสสาวะและหาสารเสพติดจากผู้ต้องขังในเรือนจำ โดยการตรวจค้นใหญ่จะใช้เวลา 5 วันต่อ 1 เรือนจำ เนื่องจากในเรือนจำทั้ง 5 แห่ง มีผู้ต้องขังตั้งแต่ 3,000-6,000 คน และมีแดนคุมขังต่างๆ ในเรือนจำกว่า 10 แดน โดยการเริ่มจู่โจมตรวจค้นจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 14 ม.ค.นี้" นายนัทธี กล่าว

นอกจากนี้ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวอีกด้วยว่า ภายหลังจากการเข้าจัดระเบียบในครั้งนี้ ผู้บัญชาการเรือนจำทั้ง 5 แห่งจะต้องดำเนินการกวาดล้างและจัดระเบียบเรือนจำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากมีความผิดพลาดเกิดขึ้นผู้บัญชาการเรือนจำต้องร่วมรับผิดชอบ ทั้งนี้กรมราชทัณฑ์ยังได้สั่งการให้เรือนจำอื่นๆ ทั่วประเทศดำเนินการสนธิกำลังกับหน่วยงานภายนอกในการตรวจค้นจัดระเบียบเรือนจำและดำเนินการในลักษณะเดียวกันอีกด้วย

'บิ๊กป็อก'เตือนสตช.ถอดยศ'ทักษิณ'ต้องคิดรอบคอบ!

ที่มา ประชาทรรศน์

'อนุพงษ์'แนะสตช.พิจารณาทุกมิติอย่างรอบรอบก่อนถอดยศ'ทักษิณ' พร้อมย้ำทุกฝ่ายร่วมมือแก้ปัญหา-ยุติความขัดแย้ง เพื่อนำพาประเทศชาติผ่านวิกฤต!

จากกรณีที่พล.ต.ต.ปัญญา เอ่งฉ้วน ผู้บังคับการกองวินัย (ผบก.วน.) เสนอให้พล.ต.อ.พัชวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)ดำเนินการถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรอดีตนายกรัฐมนตรี ภายหลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาจำคุก 2 ปี ในคดีทุจริตที่ดินรัชดาฯ เนื่องจากคดีถึงที่สุดแล้วนั้น

วันนี้ (11 ม.ค.) พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวว่าถึงเรื่องดังกล่าว ว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ต้องทำทุกอย่างต้องเป็นไปตามระเบียบ และควรจะมีการพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบในทุกมิติอีกครั้ง

นอกจากนี้ ผู้บัญชาการทหารบก ยังกล่าวถึง ปัญหาความขัดแย้งของคนในชาติขณะนี้ว่า ทุกฝ่ายต้องมีความร่วมมือในการแก้ไขปัญหา โดยจะต้องลืมความขัดแย้งเพื่อให้ประเทศผ่านพ้นวิกฤต และเกิดความสงบสุข ในขณะที่สื่อมวลชนก็ต้องช่วยกันชี้แนะ และสื่อสารข้อมูลกับประชาชน รวมถึงแกนนำกลุ่มที่อออกมาเคลื่อนไหวต่างๆ เพื่อให้มีความเข้าใจไปในทิศทางเดียวกัน และมีความคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติ มากกว่าประโยชน์ส่วนตัว

คนงานโรงพิมพ์ย่านบางปะกงยังปักหลักเจรจาเรียกร้องโบนัส

ที่มา ประชาทรรศน์

สถานการณ์การชุมนุมปิดถนนของคนงาน บริษัท ศิริวัฒนา อินเตอร์ พรินท์ จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่เลขที่ 14/8 ม.12 ต.บางปะกง อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นโรงพิมพ์รับจ้างพิมพ์สื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ ทั้งนิตยสารซื่อดัง เช่น ลิซ่า โบว์ชัวร์ ใบแนะนำสินค้าของห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ทั้งบิ๊กซี คาร์ฟู ตลอดทั้งวันที่ผ่านมานั้น

ขณะนี้กลุ่มผู้ชุมนุมได้ยินยอมเปิดช่องทางการจราจรแล้ว ในด้านขาเข้า ทั้งช่องทางคู่ขนาน และช่องทางด่วน บางนา-ตราด ขณะที่ในช่องทางขาออกได้ยินยอมเปิดช่องทางในช่องทางด่วนให้แล้ว 2 ช่องการจราจร และยังคงปิดถนนในส่วนของช่องทางคู่ขนานอีกสองช่องทางด้านหน้าโรงงาน

ในการยินยอมเปิดช่องทางการจราจรในครั้งนี้ หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทางสำนักสวัสดิการและคุ้มตรองแรงงานจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้พยายามเข้าทำการไกล่เกลี่ย และให้มีการเปิดการเจรจาตกลงหาข้อยุติตามข้อเรียกร้อง ระหว่างนายจ้าง และลูกจ้างอีกครั้ง ซึ่งในการเจรจาล่าสุด ทางฝ่ายนายจ้างได้ยินยอมที่จะจ่ายเงินพิเศษให้แก่คนงานเพิ่มขึ้น จากเดิมคนละหนึ่งพัน เป็นคนละ 5 พันบาท แต่ยังคงไม่เป็นที่พึงพอใจของกลุ่มคนงานที่มีฐานเงินเดือนสูง

โดยส่วนใหญ่ยังคงยืนยันที่จะขอให้บริษัทยินยอมจ่ายเงินโบนัสให้เหมือนเดิม กับในปีก่อนๆ ที่ผ่านมาในอัตรา 1 เท่าของเงินเดือน และจะยอมลดข้อต่อลองอื่นๆ ทั้ง 6 ข้อ ที่จะไม่นำมาเป็นข้อเรียกร้อง หรือเป็นเงื่อนไขในการเจรจาอีก แต่ทางบริษัทยังไม่ยินยอมตามข้อเสนอ

ขณะที่สถานการณ์การชุมนุม ยังมีพนักงานของบริษัทดังกล่าว ยังคงปักหลังชุมนุมกันอยู่อย่างเหนียวแน่นต่อไป บนถนนคู่ขนานบางนา-ตราด ขาออก โดยได้นำเต้นขนาดใหญ่จำนวน 3 หลังมากางปิดขวางถนนไว้ และยังคงมีผู้ชุมนุมปักหลักชุมนุมนั่งขวางถนนอยู่ในเต้นท์ต่อไป

ส่วนทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดกองร้อยควบคุมฝูงชนทั้ง 2 กองร้อยกว่า 300 นายยังคงปักหลักเตรียมความพร้อมอยู่ในบริเวณใกล้ที่เกิดเหตุ โดยมีรถบรรทุกน้ำดับเพลิงจำนวน 1 คัน คอยเฝ้าดูแล ควบคุมดูแลสถานการณ์การชุมนุมอยู่ตลอดเวลา

โจรผีตองเหลืองแด๊นซ์กระจาย ได้เปรมเป่ากระหม่อมพันธมิตรสู้ๆ

ที่มา Thai E-News


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
11 มกราคม 2551

โจรผีตองเหลืองสัญจรฉลองยึดสนามบินลอยนวล จำลองเปิดโรงเรียนผู้นำกลางป่าเมืองกาญจน์เป็นเทคแด๊นซ์กระจาย หัวโจกย้ำเส้นใหญ่หนุนได้เปรมเป่ากระหม่อมพันธมิตรสู้ๆ วังเวงคดียึดสุวรรณภูมิ-ทำเนียบอืดเป็นเรือเกลือ มาร์คสวมบทชวนภาค2ต้องเป็นไปตามขั้นตอน บังเอิญว่ามันมีหลายขั้นตอนซะด้วย



ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการจัดงาน "สังสรรค์พันธมิตรฯ และครอบครัวโรงเรียนผู้นำ" เริ่มตั้งแต่ตอนเช้าวันที่ 10 มกราคม 2552ซึ่งเป็นการจัดงานแบบสัญจรไม่ต่างจากผีตองหลือง หลังจากที่สลายม็อบจากการยึดสนามบินแล้วพวกผีตองเหลืองยังอารมณ์ค้าง จึงเปลี่ยนรูปแบบมาเป็นการแด๊นซ์กระจายไปพลางๆ ทั้งที่บ้านเจ้าพระยาของนายสนธิ ลิ้มผู้นำสูงสุด จากนั้นสัญจรไปเมืองทองธานี มาคราวนี้ออกไปต่างจังหวัดสัมผัสบรรยากาศขุนเขาสายน้ำที่โรงเรียนผู้นำ บ้านพุประดู่ จ.กาญจบุรี ของพลตรีจำลอง ศรีเมือง และยังเป็นถิ่นของนายพิภพ ธงชัย ซึ่งเป็นเจ้าของโรงเรียนหมู่บ้านเด็ก กาญจนบุรีด้วย บรรยากาศแด๊นซ์กระจายสนุกสนานราวกับเฉลิมฉลองให้กับการยึดสนามบิน ทำลายเศรษฐกิจภาพลักษณ์ของประเทศ

21.00 น. แกนนำพันธมิตรฯ ทั้งรุ่น 1 และ รุ่น 2 ได้ทยอยขึ้นเวทีเปิดใจ ได้แก่ นายพิภพ ธงไชย นายสมศักดิ์ โกศัยสุข นายสาวิทย์ แก้วหวาน นายศิริชัย ไม้งาม นางมาลีรัตน์ แก้วก่า นายสำราญ รอดเพชร และนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ รวมทั้งนายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรฯ

สำหรับนายสำราญได้ขึ้นเล่าเหตุการณ์ที่เขากับนายคำนูณ สิทธิสมาน กับนายประพันธ์ คูณมีเข้าพบพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีที่ให้กำลังใจพันธมิตรเมื่อวันที่9ม.ค.ที่ผ่านมาด้วย

คดีปิดสนามบินอืดเป็นเรือเกลือตำรวจเผยคืบหน้า70%

พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงการดำเนินคดีกับกลุ่มพันธมิตรคนเสื้อเหลืองที่ยึดทำเนียบรัฐบาล รวมกระทั่งท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ - ดอนเมืองว่า ตำรวจไม่ได้ละเลย และได้สอบสวนมาตั้งแต่หลังเกิดเหตุใหม่ๆ ซึ่งขณะนี้ได้ตรวจสอบพยานบุคคลไปแล้วกว่า 200 ปาก และมีความคืบหน้าไปแล้วร้อยละ 70 โดยมีการประชุมมาโดยตลอด ซึ่งในวันอังคารนี้(13ต.ค.)จะมีการประชุมกันอีก

เหตุที่ต้องใช้ระยะเวลาเพราะเป็นการกล่าวหาว่าได้กระทำความผิดเกี่ยวกับการมั่วสุม ให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง บุกรุก ทำให้เสียทรัพย์และความผิดฐานอื่นๆ ซึ่งถือเป็นความผิดสำคัญ มีอัตราโทษสูง ต้องใช้เวลาในการตรวจสอบรวบรวมพยานหลักฐาน เพราะฉะนั้น ตนขอยืนยันว่าทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มิได้ละเว้นการดำเนินการใดๆ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายเสื้อเหลืองและเสื้อแดง

*มาร์คไม่ขีดเส้นตาย โต้ปากสั่นดองคดี อ้างพธม.หัวหมอเลยทำตามขั้นตอน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวตอบคำถามผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา โฆษกส่วนตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ออกมาตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลเร่งดำเนินการเฉพาะการถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่กลับไม่ยอมดำเนินการกรณีพันธมิตรปิดสนามบิน นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า "แล้วทราบได้อย่างไรว่าไม่ได้รีบดำเนินการ เพราะความจริงแล้วผมก็คุยกับฝ่ายความมั่นคง ก็ได้ย้ำไปแล้วว่าต้องเร่งสะสางในทุกกรณี รวมถึงกรณีการปิดสนามบินและเรื่องต่างๆ ซึ่งก็เห็นว่ามีเจ้าหน้าที่ไปแจ้งความเรื่องของทรัพย์สินแล้ว ทุกอย่างก็เดินหน้าไป เพราะเรื่องที่ดำเนินการกันอยู่ก็ไม่ได้มีความซับซ้อนอะไร"

ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าเหตุที่การดำเนินการล่าช้า เพราะแกนนำพันธมิตรสังกัดพรรคประชาธิปัตย์นั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่คิดว่าจะล่าช้า เพราะได้บอกกับ ผบ.ตร.ไปแล้วว่าต้องเดินหน้าโดยไม่คำนึงว่าเป็นใคร เมื่อถามย้ำว่า ได้กำหนดกรอบเวลาหรือไม่ว่าคดีปิดสนามบินควรเห็นผลเมื่อไร นายกฯกล่าวว่า อยู่ที่การทำงานของเจ้าหน้าที่ ซึ่งหลายเรื่องได้สอบถามไปเพราะเห็นว่าไม่น่าจะซับซ้อน แต่ก็ได้รับคำชี้แจงว่ามีคณะกรรมการพิจารณา รวมถึงฝ่ายที่ถูกกล่าวหาก็มีวิธีการทางกฎหมาย ทำให้ขั้นตอนต่างๆ เพิ่มขึ้น

วังเวง!เปรมเป่ากระหม่อมพันธมิตรสู้ๆ ใส่พานอสมท.ตบรางวัลให้เด็กลิ้มฮุบสื่อรัฐ

นายสำราญ รอดเพชร โฆษกเวทีพันธมิตร ซึ่งมีข่าวหนาหูว่าสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้นำสูงสุดของพันธมิตรได้วางตัวให้เขาเป็นผู้อำนวยการองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย(อสมท.)คนใหม่ได้กล่าวบนเวทีปราศรัยย่อยของพันธมิตรว่า เขากับแกนนำพันธมิตรเพิ่งไปพบพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี กับนายชวน หลีกภัย ผู้นำพรรคประชาธิปัตย์มา โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

วันนี้(9ม.ค.)ก็ไปสวัสดีปีใหม่อีกท่านหนึ่ง ต้องกราบขออภัยท่านด้วยที่เอามาเล่านิดหน่อย ตามความเหมาะสม พูดในสิ่งที่ควรพูด ก็คือไปกับคุณคำนูณ สิทธิสมาน คุณประพันธ์ คูณมี และก็ผมนะครับ 3 คน วันนี้ก็เลยมาจัดรายการตอนเช้าเนี้ยสาย มาได้แค่ครึ่งชั่วโมง ก็ไปสวัสดีปีใหม่ ฯพณฯ ท่านองคมนตรี ป๋าเปรม ติณสูลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 16 ก็นานๆได้เจอท่านก็เลยได้คุยกันยาว ก็เลยมาจัดรายการสาย

พี่น้องครับสิ่งที่ได้คุยกับป๋ามันก็เหมือนกับสิ่งที่พี่น้องกังวัลนั่นแหละ เราก็ให้กำลังใจท่าน ท่านก็ให้กำลังใจเรา บอกว่าท่านอยู่ตรงนั้น บางทีอยากทำบางสิ่งบางอย่างก็ทำไม่ได้ เพราะว่าเป็นประธานองคมนตรี ท่านก็มีข้อจำกัดนะครับ มีสถานภาพที่แน่นอนของท่าน แต่เราก็เรียนไปว่า คือฟังป๋าพูดทีไรเราก็มีกำลังใจนะครับ พี่น้องคงเห็นด้วยกับผมที่ไปกันทั้ง 3 คนว่าในช่วงเวลาที่สำคัญ ป๋าเปรมออกมาพูดนะครับ พี่น้องต้องคิดเสมอว่ามันได้สะท้อนส่วนลึกของหัวใจ มันได้มีนัยยะทางการเมืองของบ้านเมืองนะครับ ตอนหนึ่งคุณคำนูณ สิทธิสมาน ซึ่งได้มาเขียนเป็นคอลัมภ์ในหน้ากระดานเรียงห้าใน ASTVผู้จัดการแล้ว คุณคำนูณ ก็กราบเรียนป๋าบอกว่าได้นำโอวาทของท่านเมื่อวันที่ 29 ธ.ค. ปี 51 คือปีที่แล้วนะครับ ในการให้ศีลให้พรแก่แม่ทัพนายกอง รัฐมนตรีกลาโหมก็ดี แม่ทัพป๊อกก็ดี รู้จักแม่ทัพป๊อกไหม ป๊อกไหนคะ ไม่ใช่ป๊อกแป๊ก หรือป๊อกเด้งนะครับ คุณคำนูณนี่คือเป็นนักข่าวเก่า และก็เป็นคนช่างสังเกตก็บอกว่า ผมชอบป๋ามากนะครับ คือป๋าบอกว่าคือกองทัพทหารนอกจากว่าเป็นกลางนั้นดีแล้ว รักษาความเป็นกลางไว้ แต่มากกว่านั้นคือต้องเป็นหลักให้กับชาติ บ้านเมืองด้วย ตรงนี้ขีดเส้นใต้นะครับ ถ้าเห็นด้วยปรบมือ (เสียงมือตบ)
.........
อ่านข่าวเกี่ยวเนื่อง อย่าปล่อยให้โจรพันธมิตรลอยนวล ความคับแค้นครั้งนี้จงแปรเปลี่ยนเป็นพลัง

ความคับแค้นครั้งนี้จงแปรเปลี่ยนเป็นพลัง

ที่มา Thai E-News

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
11 มกราคม 2552

ยึดสนามบินผ่านไปเกือบเดือน โจรก่อการร้ายพันธมิตรเส้นใหญ่ยังลอยนวล ตำรวจย่องแย่งสืบสวนเป็นเรือเกลือ อ้อมแอ้มตอนนี้สอบคืบไปแล้ว70% อ้างคดีสำคัญโทษสูงเลยต้องช้าๆ ผิดกับเสื้อแดงแค่ปาไข่ก็โดนรวบทันควัน ขับแท็กซี่บีบแตรด่าพรรคแมลงสาบโดนสับกุญแจมือ ความคับแค้นครั้งนี้เสื้อแดงจงแปรเปลี่ยนเป็นพลังตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ยืนหยัดต่อสู้สู่ชัยชนะของฝ่ายประชาธิปไตย



คดีปิดสนามบินอืดเป็นเรือเกลือตำรวจเผยคืบหน้า70%

พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงการดำเนินคดีกับกลุ่มพันธมิตรคนเสื้อเหลืองที่ยึดทำเนียบรัฐบาล รวมกระทั่งท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ - ดอนเมืองว่า ตำรวจไม่ได้ละเลย และได้สอบสวนมาตั้งแต่หลังเกิดเหตุใหม่ๆ ซึ่งขณะนี้ได้ตรวจสอบพยานบุคคลไปแล้วกว่า 200 ปาก และมีความคืบหน้าไปแล้วร้อยละ 70 โดยมีการประชุมมาโดยตลอด ซึ่งในวันอังคารนี้(13ต.ค.)จะมีการประชุมกันอีก

เหตุที่ต้องใช้ระยะเวลาเพราะเป็นการกล่าวหาว่าได้กระทำความผิดเกี่ยวกับการมั่วสุม ให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง บุกรุก ทำให้เสียทรัพย์และความผิดฐานอื่นๆ ซึ่งถือเป็นความผิดสำคัญ มีอัตราโทษสูง ต้องใช้เวลาในการตรวจสอบรวบรวมพยานหลักฐาน เพราะฉะนั้น ตนขอยืนยันว่าทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มิได้ละเว้นการดำเนินการใดๆ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายเสื้อเหลืองและเสื้อแดง

*มาร์คไม่ขีดเส้นตาย โต้ปากสั่นดองคดี อ้างพธม.หัวหมอเลยทำตามขั้นตอน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวตอบคำถามผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา โฆษกส่วนตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ออกมาตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลเร่งดำเนินการเฉพาะการถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่กลับไม่ยอมดำเนินการกรณีพันธมิตรปิดสนามบิน นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า "แล้วทราบได้อย่างไรว่าไม่ได้รีบดำเนินการ เพราะความจริงแล้วผมก็คุยกับฝ่ายความมั่นคง ก็ได้ย้ำไปแล้วว่าต้องเร่งสะสางในทุกกรณี รวมถึงกรณีการปิดสนามบินและเรื่องต่างๆ ซึ่งก็เห็นว่ามีเจ้าหน้าที่ไปแจ้งความเรื่องของทรัพย์สินแล้ว ทุกอย่างก็เดินหน้าไป เพราะเรื่องที่ดำเนินการกันอยู่ก็ไม่ได้มีความซับซ้อนอะไร"

ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าเหตุที่การดำเนินการล่าช้า เพราะแกนนำพันธมิตรสังกัดพรรคประชาธิปัตย์นั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่คิดว่าจะล่าช้า เพราะได้บอกกับ ผบ.ตร.ไปแล้วว่าต้องเดินหน้าโดยไม่คำนึงว่าเป็นใคร เมื่อถามย้ำว่า ได้กำหนดกรอบเวลาหรือไม่ว่าคดีปิดสนามบินควรเห็นผลเมื่อไร นายกฯกล่าวว่า อยู่ที่การทำงานของเจ้าหน้าที่ ซึ่งหลายเรื่องได้สอบถามไปเพราะเห็นว่าไม่น่าจะซับซ้อน แต่ก็ได้รับคำชี้แจงว่ามีคณะกรรมการพิจารณา รวมถึงฝ่ายที่ถูกกล่าวหาก็มีวิธีการทางกฎหมาย ทำให้ขั้นตอนต่างๆ เพิ่มขึ้น

"ไทยอีนิวส์"จะเกาะติดการดำเนินคดีต่อพันธมิตรแบบวันต่อวันนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยขอเริ่มต้นด้วยการประมวลภาพเหตุการณ์ที่เป็นไฮไลต์ซึ่งโจรพันธมิตรกระหายเลือดก่อขึ้นตั้งแต่ต้นจนถึงขณะนี้ และยังลอยนวล เพื่อเร่งรัดให้มีการดำเนินคดีเอาผิดกับโจรก่อการร้ายทั้งหัวโจก และสมุนบริวารให้จงได้ แม้ว่าพวกเขาจะได้ชื่อว่า"ม็อบมีเส้น"ก็ตาม


*รุกรานทำร้ายชาวบ้านใกล้เขาพระวิหาร

พันธมิตรเปิดฉากนองเลือดด้วยการยกกองกำลังจะไปยึดเขาพระวิหารตามคำชี้นำของนายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้นำสูงสุดที่ประกาศให้รบกับกัมพูชาเพื่อยึดเขาพระวิหารคืน แต่ถูกชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เขาพระวิหารทัดทานไว้ว่าอยากอยู่ร่วมกับเพื่อนบ้านแบบสันติภาพมากกว่า ทำให้กองกำลังบ้าคลั่งของพันธมิตรรุกรานโจมตีเกิดเหตุจลาจลขึ้น ฝ่ายชาวบ้านที่รักสันติต้องอาบเลือดไปตามๆกัน

เหตุการณ์ผ่านไป และกลายเป็นคลื่นกระทบฝั่ง ไม่มีพันธมิตรรายใดถูกดำเนินคดี




*สังหารณรงค์ศักดิ์ กรอบไธสง เสื้อแดงรายแรกที่สังเวยพวกกระหายเลือด

ดึกคืนวันที่1ต่อเนื่องวันที่2กันยายน2551 นชป.ที่จัดชุมนุมย่อยสนามหลวงได้เคลื่อนขบวนมุ่งหน้าไปทำเนียบรัฐบาลเพื่อเรียกร้องให้พันธมิตรยุติการยึดทำเนียบ แต่พันธมิตรกระหายเลือดใช้อาวุธปืนยิงกระหน่ำใส่ และอาวุธหลายอย่างมีผู้ชุมนุมเสื้อแดงบาดเจ็บและถูกกระทืบซ้ำหลายราย และณรงค์ศักดิ์ กรอบไธสง เป็นศพแรกที่สังเวยความกระหายเลือดของพันธมิตร

งานศพของณรงค์ศักดิ์ผ่านไปแบบเงียบๆ ไร้เกียรติยศใดๆ แต่น่าประหลาดคือรูปหน้าศพเกิดติดไฟไหม้ขึ้นอย่างพิศวง ราวกับว่าทวงความเป็นธรรม จนบัดนี้ยังไม่มีการจับฆาตกรที่สังหารเขาได้แต่อย่างใด ขณะที่พี่สาวของณรงค์ศักดิ์ปฏิเสธจะรับความช่วยเหลือค่าทำศพจากพันธมิตร หรือกลุ่มสว.40คน





*ผู้ก่อการร้ายพันธมิตรพยายามสังหารตำรวจอย่างโหดเหี้ยม

ผู้ชุมนุมพันธมิตรแปรเปลี่ยนเป็นผู้ก่อการร้ายอย่างสมบูรณ์แบบในวันที่7ตุลาคม2551 เมื่อเข้าปิดล้อมรัฐสภา และจะบุกยึดบชน. โดยภาพที่พันธมิตรเสนอมีแต่เรื่องที่ตำรวจปราบปรามรุนแรง และความเสียหายของฝ่ายตน กระทั่งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็มีข้อสรุปเสนอให้ลงโทษตำรวจ ในขณะที่นักข่าวสนามของไทยรัฐรายงานจากสถานที่เกิดเหตุไว้ในบันทึกนักข่าว7ตุลาฯความดังต่อไปนี้

เวลา 11.00 น. การ์ดอาสาพันธมิตรฯ ได้เริ่มโจมตีแนวสกัดกั้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยการขว้างก้อนหิน ขวดน้ำ และใช้ท่อนเหล็ก กับด้ามธงดัดแปลงเป็นปลายหอก ไล่ตีผลักดันออกจากถนนราชวิถี ทำให้ตำรวจที่มีอยู่ประมาณ 2 กองร้อยต้องถอยร่น ตำรวจที่หนีไม่ทันได้แต่นั่งยกมือไหว้อ้อนวอนร้องขอชีวิตอย่างน่าสงสาร

พฤติกรรมที่ไร้มนุษยธรรมของกลุ่ม ผู้ชุมนุมที่มีป้ายการ์ดอาสาฯ คล้องคอหลายคนปิดกั้นไม่ยอมให้รถพยาบาลฉุกเฉินของ ร.พ. ตำรวจ นำ จ.ส.ต.ทวีป กลั่นเทียม ผบ. หมู่งานบังคับและปราบปราม สภ.อ. กำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ที่ถูกกลุ่มพันธมิตรฯ แทงด้วยด้ามธงได้รับบาดเจ็บสาหัสระหว่างการปะทะที่แยกอู่ทองในออกจากพื้นที่

พันธมิตรยังได้ใช้รถกระบะพุ่งชนตำรวจ และถอยกลับมาทับหวังฆ่าให้ตายด้วย มีการออกหมายจับ แต่คดียังเงียบจนบัดนี้







*กองกำลังติดอาวุธใช้อาวุธสังหารอย่างโจ่งแจ้งราวบ้านเมืองไร้ขื่อแป

พันธมิตรเริ่มใช้อาวุธปืนมาตั้งแค่คืนวันที่1กันยายน2551 ต่อมาผู้สื่อข่าวทั้งไทยและต่างประเทศบันทึกภาพได้ว่ามีการใช้อาวุธปืนยิงตำรวจที่รัฐสภาเมื่อวันที่7ตุลาคม2551 แต่ที่เปิดเผนโจ่งแจ้งก็คือการที่TPBSบันทึกภาพพันธมิตรลั่นกระสุนปืนใส่คนขับTAXIที่มาป้องกันการบุกรุกสถานีวิทยุแท็กซี่ที่วิภาวดีซอย3มีผลให้มีผู้บาดเจ็บ12คนในวันที่25พฤศจิกายน2551

ไม่มีความคืบหน้าใดๆในคดีนี้ ผู้ถูกยิงคนหนึ่งบอกว่าเขาไม่คิดว่า"ม็อบเส้นใหญ่"นี้จะโดนดำเนินคดี ขณะที่กลุ่มมือปืนหลังจากลั่นไกสังหารและเผาจักรยายนต์ไปหลายคันก็มุ่งหน้าไปยึดสนามบินสุวรรณภูมิต่อไป และไม่มีใครทำอะไร เพราะทั้งตำรวจและทหารแทนที่จะจับโจรตามกฎหมายและประกาศฉุกเฉิน กลับไปกดดันให้นายกรัฐมนตรีขณะนั้นลาออก และในภายหลังก็พานักการเมืองขั้วตรงข้ามกับกลุ่มเพื่อนเนวินไปจัดตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร โดยอ้างว่าทำไปตามที่"บุคคลที่ไม่อาจปฏิเสธได้"ต้องการ






*ก่อการร้ายสากลยึดสนามบินนานาชาติเกือบเดือนยังลอยนวล

พันธมิตรปฏิบัติการม้วนเดียวจบ ยึดสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิและดอนเมืองนานกว่า1สัปดาห์ โดยทหาร-ตำรวจเพิกเฉยที่จะดำเนินคดีตามกฎหมาย ต้องจบลงที่ให้ศาลยุบ3พรรคการเมือง และผู้มีอำนาจแทรกแซงการเมืองเปลี่ยนขั้วหนุนนายอภิสิทธิ์ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี โดยมีผู้โดยสารตกค้าง350,000คน มูลค่าเสียหายมากกว่า1แสนล้านบาท และส่งผลกระทบต่อการส่งออก เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และภาพลักษณ์ของประเทศ

ล่าสุดเมื่อวันที่10มกราคม2552พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า การดำเนินคดีกับกลุ่มคนเสื้อเหลืองที่ยึดทำเนียบรัฐบาล รวมกระทั่งท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ - ดอนเมือง ตำรวจไม่ได้ละเลยและได้สอบสวนมาตั้งแต่หลังเกิดเหตุใหม่ๆ ซึ่งขณะนี้ได้ตรวจสอบพยานบุคคลไปแล้วกว่า 200 ปาก และมีความคืบหน้าไปแล้วร้อยละ 70 โดยมีการประชุมมาโดยตลอด ซึ่งในวันอังคารนี้จะมีการประชุมกันอีก แต่เหตุที่ต้องใช้ระยะเวลาเพราะเป็นการกล่าวหาว่าได้กระทำความผิดเกี่ยวกับการมั่วสุม ให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง บุกรุก ทำให้เสียทรัพย์และความผิดฐานอื่นๆ ซึ่งถือเป็นความผิดสำคัญ มีอัตราโทษสูง ต้องใช้เวลาในการตรวจสอบรวบรวมพยานหลักฐาน เพราะฉะนั้น ตนขอยืนยันว่าทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มิได้ละเว้นการดำเนินการใดๆ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายเสื้อเหลืองและเสื้อแดง




*NO JUSTICE,NO PEACE

ผิดกับกลุ่มเสื้อแดงที่แม้เพียงการปาไข่ใส่นักการเมืองรัฐบาลที่ปล้นชิงอำนาจประชาชนมาอย่างขาดความชอบธรรมก็โดนข้อหาหนักทันใจ หรือเพียงแต่นั่งแท็กซี่ผ่านพรรคประชาธิปัตย์แล้วบีบแตรด่าก็โดนจับสับใส่กุญแจมือ และทหารออกมาพรึบพรับทั้งที่เสื้อแดงมือเปล่าไม่เคยใช้อาวุธหรือความรุนแรง นี่จึงเป็นที่มาของถ้อยประท้วง"ไม่มีความยุติธรรม,ก็ไม่มีสันติภาพ"





*ยืนหยัดกล้าต่อสู้กล้าเอาชนะ เชื่อมั่นในชัยชนะของฝ่ายประชาชน ชูธงประชาธิปไตยอย่างเด็ดเดี่ยว

หนทางของการต่อสู้ในวันนี้และวันหน้าของมวลประชาชนผู้รักชาติ รักประชาธิปไตย รักความเป็นธรรม จึงต้องกล้าต่อสู้กล้าเอาชนะ เชื่อมั่นในชัยชนะของฝ่ายประชาชน ชูธงประชาธิปไตยอย่างเด็ดเดี่ยว สามัคคีจัดตั้งอย่างแน่นเหนียวมีเอกภาพ เพราะว่าประชาธิปไตยไม่ได้มาจากการร้องขอ หากแต่ต้องต่อสู้ช่วงชิงเอามาเท่านั้น