WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Sunday, January 11, 2009

อย่าดีแต่ปาก ( คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ )

ที่มา ประชาทรรศน์

เปิดศักราชปีใหม่ได้ไม่แฮปปี้เท่าไร สำหรับคนไทยทั้งชาติ กับข่าวไฟไหม้ ซานติก้า-อาคารเสือป่า-และรถน้ำมันคว่ำกลางเมืองกรุง
นี้ไม่นับปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้องที่คนไทยจะต้องเจอในปีนี้ และก็เป็นอาการประชาชนส่งเสียงสะท้อนผ่านโพลของสวนดุสิตโพล ที่เผยผลสำรวจความต้องการของประชาชนต่อ รัฐบาลอภิสิทธิ์ 1 ให้เร่งทำมากที่สุด
โดยสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 2,016 คน ระหว่างวันที่ 2 - 5 มกราคม 2552 สรุปผลการสำรวจได้ดังนี้

อันดับ 1 เศรษฐกิจของชาติในภาพรวม ร้อยละ 25.83

อันดับ 2 ความขัดแย้งของคนในชาติ ร้อยละ 21.30
อันดับ 3 แก้ปัญหาการว่างงาน ร้อยละ 12.50
อันดับ 4 การจัดการศึกษาอย่างทั่วถึง ร้อยละ 8.48
อันดับ 5 สินค้าราคาแพง ร้อยละ 7.24
อันดับ 6 ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน/โจร/ผู้ร้าย/อาชญากรรม ร้อยละ 5.95
อันดับ 7 ยาเสพติด ร้อยละ 5.45
อันดับ 8 ปัญหาหนี้สินของประชาชน ร้อยละ 4.88
อันดับ 9 การปฏิบัติตนของนักการเมือง ร้อยละ 4.59
อันดับ10 คุณธรรมจริยธรรมของคนในสังคม ร้อยละ 3.78

หากดูจากผลโพลแสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า ขณะนี้ประชาชนคนไทยรู้สึกกังวลต่อวิกฤติเศรษฐกิจที่กำลังจะเกิดขึ้นมากที่สุด
โดยจะเห็นได้จาก 3 ใน 5 ข้อ ที่ติดอันดับความต้องการที่คนไทยหวังจากรัฐบาลมากที่สุด คือ ความหวาดระแวงในเรื่องของปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาการตกงาน และปัญหาสินค้าราคาแพง
ฉะนั้น ภารกิจหลักของรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ และบรรดารัฐมนตรีที่ดูแลเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ จะต้องเร่งโชว์ฝีมือ ช่วยเหลือประชาชนอย่างรวดเร็วที่สุด
เพราะไม่มีอะไรที่ซื้อใจคนไทย ได้เท่ากับการมีน้ำใจช่วยเหลือเขาในยามที่ทุกข์ยากอย่างที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เคยทำเอาไว้สมัยเป็นนายกรัฐมนตรี
หากมั่วแต่ปากดี! เล่นการเมืองแต่ปาก “เอาดีใส่ตัว...เอาชั่วใส่คนอื่น” อย่างที่กำลังพยายามทำอยู่ในขณะนี้ มิฉะนั้นบทเรียน 8 ปีในฐานะฝ่ายค้านคงน้อยไปสำหรับพรรคประชาธิปัตย์...!!!

โอ๊คช่วยพรรคเพื่อไทยหาเสียง ที่สมุทรปราการ

ที่มา cbnpress

พงศ์เทพนัดหารือแนวทางเสื้อแดงเคลื่อนไหว12 มค.นี้

ที่มา cbnpress

นายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร เปิดเผยว่า ในวันจันทร์ที่ 12 มกราคม ช่วงเวลา 9 โมงเช้า กลุ่มแกนนำเสื้อแดงจากทั่วประเทศจะมาร่วมชุมนุมกันเพื่อกำหนดยุทธศาสตร์การต่อสู้ทางการเมือง ที่โรงแรมลิโด้ สะพานควาย หลังจากนั้นจะมีการแถลงข่าวในช่วงเวลา 13.00 น. เนื่องจากขณะนี้ภาพของกลุ่มเสื้อแดงถูกกระทำให้เป็นเหมือนผู้ร้ายเพิ่มมากขึ้นทุกวัน

นายขวัญชัย กล่าวว่า ได้รับการประสานมาจากทีมของนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา โฆษกพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อที่จะได้มีการนัดหารือถึงการเคลื่อนไหวทั้งหมด ซึ่งตนก็ได้ตอบตกลงไปแล้วว่าจะไปร่วมประชุมในครั้งนี้อย่างแน่นอน

“ ที่ผ่านมาการเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดง ต่างคนต่างทำ เราจึงต้องไปคุยกัน เพื่อหาเจ้าภาพ หาแกนนำว่าจะเคลื่อนไหไปในทิศทางใด และวางระบบทีมงาน ที่อาจจะแบ่งเป็นทีมส่วนกลาง และภาคต่าง ๆ เพื่อความคล่องตัว และทำงานไปในทิศทางเดียวกัน และเป็นเซ็นเตอร์ ให้กับทุกภาคทั้งเหนือ อีสาน เป็นแบบทองเนื้อเดียวกัน ซึ่งขณะนี้โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์เราก็ต้องแอคชั่นอย่างแน่นอน ผมไม่แอคชั่นมันไม่ได้ ผมก็ต้องออก แต่ดูเหมือนตอนนี้มันกลายเป็นเรื่องว่าเสื้อแดงใช้ความรุนแรง เป็นเสื้อแดงเทียมที่แฝงเข้ามา ทำให้เสื้อแดงแตกแยกกัน เป็นกลุ่มคนที่ไม่หวังดีกับพวกเรา และคราวนี้หากมีเสื้อเหลืองออกมาอีก ผมขอบอกเลยว่าเจอของจริงอย่างแน่นอน ที่สำคัญพรรคประชาธิปัตย์ จะได้เห็นอย่างแน่นอนว่าประเมินคนอีสานผิด ” นายขัวญชัยกล่าว

ผู้สื่อข่าวถาม ว่าพ.ต.ท. ทักษิณ ได้โทรศัพท์มาพูดคุยในช่วงนี้บ้างหรือไม่ นายขวัญชัย กล่าวว่า ในตอนนี้นายกทักษิณค่อนข้างเงียบ ไม่ได้โทรศัพท์มาหาตนแต่อย่างใด มีเฉพาะก็แต่เมื่อวันที่ 5 มกราคม ที่ผ่านมา ที่โอ๊ค (พานทองแท้ ชินวัตร) ได้เดินทางมาหาเสียงที่อุดรธานี พ.ต.ท.ทักษิณ ได้โทรศัพท์มาฝากโอ้คกับผมว่า “ ฝากดูแลหลานด้วย ” ตนคิดว่าตอนนี้ พวกเราควรจะรักษาพ.ต.ท.ทักษิณไว้เพื่อไม่เป็นเป้าหมายทางการเมืองมากเกินไป ควรหันไปชูธงปกป้องประชาธิปไตยมากกว่า

เมื่อถามว่า ที่ผ่านมาชูธงทักษิณ มาตลอด นายขวัญชัย กล่าวว่า ตอนนี้สถานการณ์มันเปลี่ยนแปลงแล้ว ถ้าเราฝืนยังชูธงทักษิณ ก็เท่ากับทำลายทักษิณ เพราะเรารู้ว่าเป้าของพวกเขาคืออะไร เราก็อย่าเอาทักษิณเข้ามายุ่ง หากเราชูธงปกป้องประชาธิปไตย เราก็จะได้แนวร่วมของคนหลากหลายมากขึ้น ว่าจุดยืนของเราคือปกป้องประชาธิปไตย ส่วนอานิสงค์อันนั้นก็จะได้รับถึงท่านทักษิณก็อีกเรื่องหนึ่ง

“เพื่อไทย”รับข้อเสนอ “มาร์ค”จัดรายการ “ผู้นำฝ่ายค้านพบประชาชน”

ที่มา ประชาทรรศน์

พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดทางให้เวลาฝ่ายค้านจัดวิทยุรายการ “ผู้นำฝ่ายค้านพบประชาชน” ว่า ในส่วนของฝ่ายค้านหากรัฐบาลมีการเสนอเวลาให้จริงๆพรรคฝ่ายค้านยินดีที่จะรับข้อเสนอดังกล่าว แต่ขอถามว่าวิทยุคลื่นใดจะให้ช่วงเวลา และถ้าจะให้ไม่ใช่ฝ่ายค้านจัดช่วงตี 2 รวมถึงถ้ารัฐบาลใจกว้างจริงๆควรที่จะให้เวลาไม่น้อยกว่าที่รัฐบาลจัด เพราะประชาชนจะได้รับรู้ข้อมูลอย่างเต็มที่

พ.ต.ท.สมชาย กล่าวว่า อย่างไรก็ตามหากฝ่ายค้านได้มีโอกาสจัดรายการ ฝ่ายค้านพบประชาชนจริง เรื่องนี้จะเป็นประโยชน์มาก เพียงแต่รัฐบาลอย่ามาหลอกลวงเนื่องจากเห็นว่าฝ่ายค้านรุกคืบหนัก จึงมาขุดบ่อล่อปลา ขอรัฐบาลอย่ามาลับลวงพรางเท่านั้น ส่วนที่นายกรัฐมนตรีระบุว่าแม้ว่ารัฐบาลจะให้เวลาฝ่ายค้านแต่ฝ่ายค้านยังไม่มีผู้นำฝ่ายค้านที่จะมาจัดรายการนั้น เรื่องนี้ในส่วนของฝ่ายค้านนั้นมีผู้นำฝ่ายค้านแน่นอน และที่ไม่สามารถเลือกผู้นำฝ่ายค้านได้เนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหา เพราะมีการกำหนดว่าผู้นำฝ่ายค้านต้องเป็นหัวหน้าพรรคการเมือง อย่างไรก็ตามเรื่องนี้หากรัฐบาลไม่ทราบว่าจะติดต่อใครให้มาติดต่อตนหรือร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยได้

พ.ต.ท.สมชาย กล่าวว่า สำหรับรูปแบบรายการวิทยุที่จะให้ฝ่ายค้านจัดควรเปิดเสรีที่สามารถวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลได้ อย่ามาตั้งกรอบให้ อย่ามาลับลวงพราง เพราะเห็นว่ากระแสสังคมกดดันจึงทำเป็นใจดี ใจกว้างให้เวลาวิทยากับฝ่ายค้านในการจัดรายการ

“ขอฝากไปยังรัฐบาลหากมีความจริงใจกับฝ่ายค้านในการที่ให้เวลาจัดรายการวิทยุ ไม่ควรที่จะจำกัดเฉพาะผู้นำฝ่ายค้านเท่านั้น แต่ควรให้ฝ่ายค้านจัดสรรบุคคลในการจัดรายการหากเห็นว่าในช่วงระยะเวลาดังกล่าวมีประเด็นที่เหมาะสมกับใคร ตรงนี้ควรเปิดใจกว้างอย่าเพียงอ้าปากแล้วเห็นลิ้นไก่ ควรจริงใจอย่าเสแสร้างแกล้งทำเป็นใจกว้าง”พ.ต.ท.สมชาย กล่าว

บุตรชาย-บุตรสาว พ.ต.ท.ทักษิณ ใช้สิทธิเลือกตั้ง

ที่มา MCOT News

กรุงเทพฯ 11 ม.ค.- บรรยากาศในการใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 15 แขวงบางพลัด เขตบางพลัด โรงเรียนพิมลวิทย์ นายพานทองแท้ น.ส.พิณทองทา และ น.ส.แพรทองธาร ชินวัตร บุตรชายและบุตรสาว ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่มีสิทธิเลือกตั้งเป็นลำดับที่ 555 , 556 และ 557 เดินทางมาด้วยรถยนต์ส่วนตัว หลังจากลงคะแนนแต่ละคนต่างเร่งเดินขึ้นรถทันที โดยนายพานทองแท้ กล่าวยืนยันไม่มีความคิดที่จะเล่นการเมือง การลงพื้นที่ช่วยหาเสียงให้กับพรรคเพื่อไทยที่จังหวัดสมุทรปราการนั้น เนื่องจากคิดถึงประชาชน ส่วน พ.ต.ท.ทักษิณ ขณะนี้สบายดีมีการพูดคุยทางโทรศัพท์กันเสมอ ส่วนคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ มารดา ก็จะเดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้งเช่นกัน แต่ไม่ได้มาด้วยกันเนื่องจากคนละเขต.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2009-01-11 13:04:18

อภิสิทธิ์เลี่ยงเสื้อแดง เล็งบิน2ต่อไปงานศพยายเนียม

ที่มา ไทยรัฐ

ผู้สื่อข่าวรายงาน วันนี้ (11 ม.ค.) ว่า เวลา 14.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มีกำหนดจะเดินทางไปร่วมพิธีฌาปนกิจศพยายเนียม พันธุ์มณี ชาว จ.อุบลราชธานี ณ วัดโนนค้อ ต.ม่วง อ.ม่วงสามสิบ จ.อุบลราชธานี โดยเครื่องบินของกองทัพอากาศลงจอดที่กองบิน 21 จ.อุบลราชธานี ซึ่งอยู่บริเวณเดียวกันกับท่าอากาศยาน จ.อุบลราชธานี หลังจากนั้น จะโดยสารเฮลิคอปเตอร์ของสำนักงานตำรวจ แห่งชาติไปยังวัดโนนค้อทันที

สำหรับบรรยากาศการเตรียมความพร้อมต้อนรับนายกฯ ที่ จ.อุบลราชานี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ในตัวเมืองอุบลราชธานี และที่ อ.ม่วงสามสิบ โดยเฉพาะบ้านโนนค้อมีการเตรียมกำลังตำรวจ ทั้งตำรวจภูธรและตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ประมาณ 600 นาย สำหรับรักษาความปลอดภัยนายกฯ เนื่องจาก เกรงจะมีกลุ่มคนเสื้อแดงในพื้นที่จะออกมาต่อต้าน

ด้านนายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส.อุบลราชธานีเขต 2 พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ยืนยันกลุ่มคนเสื้อแดงจะไม่เข้าไปก่อกวนและขัดขวางงานศพของยายเนีย โดยคนเสื้อแดงจะเปิดโอกาสให้นายกฯ เข้าร่วมงานเต็มที่

ขณะที่นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงการเดินทางไปร่วมงานศพยายเนียมว่า อยากเห็นค่านิยมที่ดีงานของสัมคมไทย ซึ่งการไปร่วมงานศพยายเนียมครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องการเมือง ดังนั้น จึงไม่น่าจะมีเหตุผลอะไรที่คนเสื้อแดงจะออกมาต่อต้าน ซึ่งมีโอกาสอีกมาก โดยหวังว่า เจ้าหน้าที่จะดูแลให้เรียบร้อย

'โอ๊ค'บอก 'ทักษิณ' สบายดี ปัดไม่เคยคิดลงการเมือง

ที่มา ไทยรัฐ

ผู้สื่อข่าวรายงาน วันนี้ (11 ม.ค.) ว่า นายพานทองแท้ ชินวัตร นางสาวแพทองธาร ชินวัตรและนางสาวพิณทองทา ชินวัตร บุตรชาย และบุตรสาวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พร้อมกัน ณ หน่วยเลือกตั้งที่ 15 เขตบางพลัด

นายพานทองแท้ กล่าวภายหลังใช้สิทธิว่า ไม่เคยคิดลงเล่นการเมือง แต่ที่ลงพื้นที่เนื่องจากอยากพบปะกับประชาชนมากกว่า อย่างไรก็ตาม คุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณทุกวัน ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ สบายดี

ไม่ครบยก

ที่มา ไทยรัฐ

อย่านอนหลับทับสิทธิ์อย่ารับสินบนซื้อเสียง เรียงหน้าไปลงคะแนนทั้งผู้ว่าฯ กทม.-ส.ส. 29 คน รัฐบาลแก้เศรษฐกิจแต่ที่ออกมาว่ากันว่ายังไม่จ๊าบ กลับเป็นว่าไปมั่วการเมืองมากกว่า

ข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้ตรงล็อกพอดิบพอดีที่ประชาชนคนไทยจะต้องไปใช้สิทธิเลือกตั้งแยก แยกออกเป็น 2 ระดับ

ระดับท้องถิ่นแต่เป็นถิ่นใหญ่เมืองหลวงของประเทศ การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่ หลังจากที่ “อภิรักษ์ โกษะโยธิน” ได้ลาออกไปเพราะพิษรถดับเพลิง

ระดับชาติแต่ไม่ครบทุกเขต ทุกจังหวัด เพราะเป็นการเลือกตั้งซ่อมจำนวน 29 คน ที่ถูกยุบพรรค แต่ผลการเลือกตั้งก็มีผลต่อการเมืองทั้งระบบเช่นกัน

ตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.นั้นในปัจจุบันถือว่า เป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญมาก เพราะกรุงเทพฯ เป็นเมืองใหญ่ คนมาก ปัญหามาก ต้องสร้างต้องเสริมอีกแยะ

ใครอาสาเข้ามาทำงานนี้จึงต้องเป็นระดับ นายกฯน้อย...ที่มีความรู้ความสามารถ เก่ง การ กล้าตัดสินใจ ซื่อสัตย์สุจริต ทำงานเป็นบริหารเป็น

เท่าที่ดูรายชื่อผู้สมัคร ดูนโยบาย เที่ยวนี้ ค่อนข้างจะดีและเป็นโอกาสให้คนกรุงเทพฯมีตัวเลือกมากขึ้น โดยเฉพาะนโยบายของผู้สมัคร ที่เต็งๆค่อนข้างจะเจาะลึกในรายละเอียดและเป็นรูปธรรมมากขึ้น

เมื่อมีโอกาสดีก็ควรจะเลือก “ของดี” ให้เข้ามาทำงาน

อีกด้านการเลือกตั้งซ่อม ส.ส. 29 คน 22 จังหวัด ในวันเดียวกันนี้ ก็มีความสำคัญเช่นกัน เพราะจะต้องได้ ส.ส.ให้ครบเพื่อเข้ามาทำหน้าที่

เช่นกันการจะเลือกผู้สมัครคนไหน พรรค ไหนก็มีผลต่อการเมืองทั้งระบบ

ยิ่งรัฐบาลเสียงปริ่มนํ้าอย่างนี้จะออกหัว ออกก้อยอย่างไรยังไม่มีใครรู้ได้

แต่สำหรับคนไทยที่มีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้งก็ต้องคิด ไตร่ตรอง และตัดสินใจอย่าง รอบคอบเพื่อเลือกผู้สมัครคนใด พรรคใด

ข้อสำคัญอย่าไปนอนหลับทับสิทธิ์ อย่าไปรับอามิสสินจ้าง

การเมืองประเทศนี้นั้นปัญหาการ “ซื้อเสียง” ยังเป็นเรื่องใหญ่และสำคัญที่ทำให้ระบบการเมืองไม่สามารถเดินหน้าได้อย่างสร้างสรรค์

เมื่อเอา “เงิน” ซื้อเสียง เข้าไปก็ต้อง ถอนทุนคืน

วัฏจักรที่เป็นวงจรแห่งความเลวร้ายมัน จึงเกาะกินการเมืองไทยมาตลอด

แม้บางพรรค บางคนที่เชื่อมั่นใน “นโยบาย” ว่าสามารถเข้าถึงชาวบ้านได้ ได้รับความ นิยมได้ แต่เบื้องหลังเสียงสนับสนุนยังต้องใช้ “เงิน”

แทนที่จะหลุดพ้นจากการใช้ “เงิน” เพื่อ ซื้อเสียงโดยใช้ “นโยบาย” เข้ามาแทนที่ แต่ ก็ยังไม่ดิ้นหลุดไปจากวงจรอุบาทว์ไปได้

เพราะเชื่อว่า “เงิน” ซื้อได้ทุกอย่าง

ซื้ออำนาจ ซื้อประเทศ ซื้อคนไทยได้

แต่เอาเข้าจริงแม้เงินจะซื้อทุกอย่างได้ แต่ก็ได้เพียงแค่ขณะหนึ่ง ระยะเวลาหนึ่ง สถานการณ์หนึ่งเท่านั้น ไม่จีรังยั่งยืน แต่มันจะเป็นอนิจจังมากกว่า

ว่ากันถึงรัฐบาลหลังจากออกแขก ไหว้ครู กันแล้ว ก็ต้องเดินหน้าทำงาน โดยเฉพาะการ แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่มีนโยบายออกมาบ้างแล้ว

แต่ดูเหมือนว่ายังไม่มีอะไรฮือฮาเท่าที่ควร ไม่เต็มหมัด มีเสียงบอกว่ายังไม่ถึงใจเกรงว่าจะแก้ปัญหาไม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้นแรกๆคงยังไม่ได้ดูตัวเลข ครอบคลุม แต่พอเข้าไปเปิดดูกลับบ่จี๊ เพราะรายได้ไม่เข้าเป้า ก็ต้องหาวิธีและช่องทางใหม่ แก้ปัญหา

พูดง่ายๆมันลึกกว่าคิด มันยากกว่า ที่คาดหมาย

หัวเลี้ยวหัวต่อการเมืองอย่างนี้รัฐบาลต้องเจองานหนักแน่ นอกจากเศรษฐกิจแล้วปัญหาการเมืองที่คิดว่าจะสงบง่ายๆ

เอาเข้าจริงไม่ง่ายและยังท้าทายกันอย่าง แหลมคม อยู่ที่ว่าใครจะพลาดท่าก่อนเท่านั้น

ยิ่งรัฐบาลชุดนี้แม้จะรู้ดีตรงจุดนี้อันตราย แต่มิวายจะช่างพูด ช่างตอบโต้เหลือเกิน นายกฯก็พูดเช้า สาย บ่าย ค่ำ รัฐมนตรี ปชป. ก็ชอบล่อเป้า

นี่แค่ยกที่ 1 แล้วจะยืนถึงยกที่ 5 หรือ?

ลิขิต จงสกุล

เสื้อแดงเอาคืน ประเทศดิ่งเหว

ที่มา ไทยรัฐ

การเมืองภาคพลิกขั้ววิกฤติ "รอบใหม่" ไม่จบสิ้น

หลังจากผ่านพ้นการฉลองเทศกาลปีใหม่กันไปแล้ว

บรรยากาศร้อนแรงทางการเมือง ปัญหาความแตกแยกทางความคิดในสังคมไทย ก็ผุดขึ้นมาให้เห็นทันที

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อพรรคประชาธิปัตย์พลิกขั้วมาเป็นรัฐบาล พรรคเพื่อไทยต้องกลายเป็นฝ่ายค้าน

การเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ก็ร้อนแรงขึ้นเป็นลำดับ

แต่งานนี้ เปลี่ยนจากม็อบเสื้อเหลือง มาเป็นม็อบเสื้อแดง

ที่ออกมาแผลงฤทธิ์ ขยายผลต่อเนื่องจากปลายปีที่แล้วที่มีการระดมพลคนเสื้อแดงปิดล้อมอาคารรัฐสภา

ขัดขวางไม่ให้รัฐบาลแถลงนโยบาย

ทำให้นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ต้องสั่งเลื่อนการประชุม และสุดท้ายต้องเปลี่ยนสถานที่ให้รัฐบาลไปแถลงนโยบาย ที่ห้องประชุมกระทรวงการต่างประเทศ

มาคราวนี้ กลุ่มม็อบเสื้อแดงก็ใช้ยุทธศาสตร์เดียวกับม็อบเสื้อเหลือง เคลื่อนไหวกดดัน หวังล้มรัฐบาล

แต่ยุทธวิธีต่างกัน เพราะม็อบเสื้อแดงเน้นใช้วิธีจรยุทธ์ กลุ่มย่อย

ล่าสุด เปิดปฏิบัติการฮือฮาให้เห็นที่จังหวัดลำปาง กลุ่มคนเสื้อแดงรวมกลุ่มขับไล่ ขว้างปาไข่ไก่ใส่หน้านายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ที่ไปช่วย ลูกพรรคปราศรัยหาเสียงเลือกตั้งซ่อม ส.ส.

ไข่แตกโดนหน้าเต็มเปา

และเมื่อไปที่จังหวัดลำพูน กลุ่มม็อบเสื้อแดงก็ปฏิบัติการขว้างถุงพลาสติกบรรจุเลือดหมูใส่รถตู้ของนายชวน จนรถเลอะเทอะไปทั้งคัน

ที่จังหวัดอุบลราชธานี กลุ่มคนเสื้อแดงมีการเคลื่อนไหวต่อต้านนายกฯอภิสิทธิ์ ที่จะไปร่วมงานศพยายเนียม พันธุ์มณี เจ้าของแหวนหมั้นเขยอีสาน

ขณะเดียวกัน กลุ่มม็อบเสื้อแดงในกรุงเทพฯก็ใช้วิธีจรยุทธ์ บุกไปที่ทำเนียบรัฐบาล ชูป้าย ชูตีนตบ โห่ไล่ ขว้างไข่เข้าไปในบริเวณทำเนียบฯ

หวิดโดนหัวนายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการนายก-รัฐมนตรี ที่กำลังทำพิธีสักการะศาลพระภูมิเจ้าที่ ไปแบบเส้นยาแดงผ่าแปด

ที่จังหวัดสมุทรปราการ ม็อบเสื้อแดงเตรียมถุงใส่น้ำปลาร้า เล่นงานอดีตนายกฯชวน ที่ไปช่วยลูกพรรคหาเสียงเลือกตั้งซ่อม ส.ส.แต่คลาดกัน

เลยเปิดศึกกับชาวบ้านที่แสดงความไม่พอใจ ขว้างถุงปลาร้าและขวดน้ำเข้าใส่กัน เหม็นคละคลุ้งไปหมด

ส่วนที่จังหวัดปทุมธานี แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ที่ไปช่วยลูกพรรคหาเสียงเลือกตั้งซ่อม ก็โดนกลุ่มคนเสื้อแดงปาไข่ ใส่รถเละเทะ

ม็อบเสื้อแดงเอาคืน ป่วนรัฐบาลประชาธิปัตย์

อย่างไรก็ตาม การชุมนุมเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง จะมีความรุนแรงขยายวงกว้างออกไปหรือไม่

ยังต้องรอดูสถานการณ์หลังการเลือกตั้งซ่อม ส.ส. วันที่ 11 มกราคม

เพราะต้องยอมรับว่า ในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้งซ่อม ส.ส. 22 จังหวัด 26 เขต 29 คน แทนตำแหน่งที่ว่างลงจากกรณีการยุบพรรคพลังประชาชน และพรรคชาติไทย

เป็นตัวแปรสำคัญ ที่ทำให้มีการเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาล เข้มข้นร้อนแรง

เพราะจำนวนเสียง ส.ส.จากการเลือกตั้งซ่อมคราวนี้ มีผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคประชาธิปัตย์ และการช่วงชิงทางการเมืองของฝ่ายค้าน พรรคเพื่อไทย

เนื่องจากจำนวน ส.ส.ซีกรัฐบาลขณะนี้ มีอยู่ 235 เสียง ฝ่ายค้าน 198 เสียง ไม่ได้ทิ้งห่างกันมากนัก ตรงนี้เป็นเงื่อนไขหนึ่งที่ทำให้พื้นที่ที่มีการเลือกตั้งซ่อม มีการเคลื่อนไหวที่ร้อนแรงของม็อบเสื้อแดง

รวมไปถึงการตั้งป้อมขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ ของรัฐมนตรีในการไปปฏิบัติภารกิจในภาคเหนือและภาคอีสาน

ขณะเดียวกัน เมื่อหันมาทางรัฐบาลภายใต้การนำของนายกฯอภิสิทธิ์ สิ่งที่เห็นชัดเจนหลังจากแถลงนโยบายแล้ว ก็คือ

มีความมุ่งมั่น ตั้งหลักทำงานเต็มที่ พยายามเรียกร้อง ขอความร่วมมือจากประชาชนทุกภาคส่วน ในการแก้ปัญหาของประเทศที่รุมเร้าสารพัดวิกฤติ

ไม่ว่าจะเป็นปัญหาความแตกแยกของคนในชาติ ปัญหาเศรษฐกิจรอวันเผาจริง ปัญหาเลิกจ้าง คนว่างงาน รวมไป ถึงปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

เน้นนโยบายชัดเจน ไม่ใช้มาตรการรุนแรงกับกลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาล

พยายามหาทางเจรจากับแกนนำม็อบเสื้อแดงทุกกลุ่มทุกภาค รวมไปถึงประกาศพร้อมที่จะเจรจากับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ

ออดอ้อนขอความเห็นใจ

ขอเวลาให้รัฐบาลได้ทำงานแก้ปัญหาประเทศให้เดินหน้าไปได้ในภาวะวิกฤติ

ส่วนการเดินหน้าแก้ปัญหาก็พยายามทำงานแข่งกับเวลา แข่งกับปัญหาอย่างเต็มที่ เห็นได้จากการออกมาตรการแก้ปัญหาต่างๆอย่างต่อเนื่อง

ไล่ตั้งแต่การเปิดแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ ปี 2552 ใช้วงเงิน 3 แสนล้านบาท

กำหนดกรอบแนวทางการใช้จ่ายเงินงบประมาณกลางปี 2552 ที่จะขอเพิ่มอีก 1 แสนล้านบาท โดยมีกลุ่มเป้าหมายที่จะได้ประโยชน์ 9 กลุ่ม คือ

1. เกษตรกร 2. แรงงานนอกภาคเกษตรกร 3. ผู้ปกครองนักเรียน นักศึกษา 4. ผู้สูงอายุ 5. ผู้มีรายได้น้อย 6. เอกชน 7. ภาครัฐ 8. ท่องเที่ยว 9. ผู้มีรายได้ประจำ

รวมทั้งการต่ออายุ 6 มาตรการ 6 เดือน ช่วยเหลือค่าครองชีพของประชาชน ประเภทน้ำประปา ไฟฟ้า รถเมล์ รถไฟ ฟรี ยืดออกไปอีก 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์

ขณะเดียวกัน ก็เดินหน้าปรับโครงสร้างการบริหารงานแก้ไข ปัญหาความไม่สงบพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และแต่งตั้งรัฐมนตรีดูแลรับผิดชอบเป็นการเฉพาะ

วางแพลน เดินหน้าแก้ปัญหาของประเทศอย่างเต็มที่

แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องลงสนามทำงานภาคปฏิบัติ ก็ต้องเผชิญกับปัญหาทั้งในสภาและนอกสภา

เพราะในขณะที่รัฐบาลตั้งลำเดินหน้าทำงาน ทางด้านฝ่ายค้าน พรรคเพื่อไทย ที่เพิ่งโดนพลิกขั้วมาหมาดๆ ไม่ยอมให้เวลารัฐบาลตั้งตัว

เปิดฉากตรวจสอบแบบเข้มข้นทันที

ด้วยการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนอกสภา โจมตีนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี เป็นรายกระทรวง

นายกฯอภิสิทธิ์โดนอัดเรื่องที่มาจากการพลิกขั้ว หนีทหาร ลอกนโยบายประชานิยม

นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย นายวีระชัย วีระเมธีกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม นายกษิต ภิรมย์ รมว.การต่างประเทศ นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม

โดนชำแหละพฤติกรรมความไม่เหมาะสมเรียงตัว

โดยเฉพาะคนที่ร่วมทำงานด้วยกันมาก่อน แล้วมาพลิกเปลี่ยนขั้วเปลี่ยนข้าง ย่อมรู้ไส้รู้พุงกันดี

นอกจากนี้ ฝ่ายค้านก็ยังเดินเกมยื่นเรื่องให้องค์กรอิสระตรวจสอบ การทำหน้าที่ของรัฐบาลหลายเรื่องหลายกรณี ในขณะที่การเมืองนอกสภา กลุ่มม็อบเสื้อแดงก็ออกมาเคลื่อนไหวจรยุทธ์ต่อต้านรัฐบาลในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคอีสาน

เหตุการณ์อยู่ในวังวนเดิมๆ เพียงแต่เปลี่ยนจากม็อบเสื้อเหลือง มาเป็นม็อบเสื้อแดง

กลุ่มเสื้อเหลืองเคยทำยังไง กลุ่มเสื้อแดงก็เอาบ้าง

อ้างที่มาของรัฐบาลชุดนี้ไม่ถูกต้องชอบธรรม

และสิ่งที่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของรัฐบาลที่ชัดเจนแล้ว ก็คือ

ต้องย้ายสถานที่ประชุมอาเซียนซัมมิตที่จะมีขึ้นในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ จากกรุงเทพฯไปจัดที่หัวหิน

เพราะม็อบเสื้อแดงขู่จะยกพลมาปิดล้อม

ขณะเดียวกัน รัฐมนตรีหลายคนไปปฏิบัติภารกิจในจังหวัดทางภาคเหนือและภาคอีสาน ก็เจอปัญหาม็อบเสื้อแดงต่อต้าน ชูตีนตบขับไล่

ก่อให้เกิดปัญหาการทำงานติดขัด ขาดความคล่องตัว

ที่ผ่านมา นายกฯอภิสิทธิ์เคยออกมาระบุในช่วงจัดตั้งครม.ว่า การเมืองต้องเดินไปได้ก่อน ถึงจะแก้ปัญหาวิกฤติของประเทศได้

ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ต้องยอมเสียสละตำแหน่ง สละกระทรวงหลักสำคัญๆ

เพื่อให้การเมืองเดินไปได้ เพื่อให้รัฐบาลทำงานแก้ปัญหาของประเทศได้

มาถึงวันนี้ รัฐบาลมีเสียงข้างมากในสภาฯสามารถทำงานได้ มีนโยบาย มีแผนงาน

มีเครื่องไม้เครื่องมือ กลไกอำนาจรัฐพร้อม

แต่นอกสภาฯยังมีปัญหาม็อบเสื้อแดงต่อต้าน ทำให้การทำงานแก้ปัญหาของประเทศติดขัด ไม่ลื่นไหล

ที่สำคัญ การเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงที่สะท้อนปฏิกิริยาต่อต้านรัฐบาลในหลายรูปแบบ โดยเฉพาะการขว้างไข่ ระบายอารมณ์

แน่นอน ปรากฏการณ์เช่นนี้ ถ้าเกิดจากอารมณ์โกรธตามธรรมชาติ เวลาอาจจะช่วยเยียวยาให้ความรู้สึกไม่พอใจบรรเทาเบาบางลงได้

เพราะทุกคนก็รู้ว่าประเทศชาติบอบช้ำมามาก หากปล่อยให้เป็นอย่างนี้ต่อไป ทุกคนในประเทศก็ต้องรับเคราะห์กรรมด้วยกันทุกคน

แต่หากเป็นอารมณ์เกลียดที่ถูกปลุกปั่น เพิ่มแนวร่วม เพิ่มตัวเร่ง ให้กลายเป็นความเคียดแค้นชิงชัง

มันก็ยิ่งอันตราย ฉุดประเทศดิ่งเหว.

“ทีมการเมือง”

เกาะติดสนามเลือกตั้ง!!

ที่มา ประชาทรรศน์

แจ้งเหตุ ‘โกงเลือกตั้ง’ กกต.ระบุมี 14 คดี ‘แจกเงิน-เก็บบัตร-สาดโคลนผู้สมัคร’ ขณะที่เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ‘เขตทุ่งครุ-บางซื่อ’ ส่อทุจริต!! หว่านกระสุนดินดำ-ขนคนเข้าคูหา กกต.ลั่นส่งเจ้าหน้าที่สอบด่วน!! ด้าน ‘ประพันธ์’ ระบุไร้ปัญหา กำชับเจ้าหน้าที่วางตัวเป็นกลาง มั่นใจยอดผู้ใช้สิทธิ์เกินครึ่ง ขณะที่บุคคลสำคัญทยอยมาลงคะแนน

นายเรืองโรจน์ จอมสืบ ผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์ คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) แถลงถึงการเลือกตั้งซ่อม ส.ส. 26 เขตเลือกตั้ง จำนวน 29 ที่นั่ง โดยทาง กกต.ได้เปิดโทรศัพท์สายด่วน 1171 ตอบข้อซักถาม ข้อหารือต่างจากประชาชน รวมทั้งรับแจ้งเบาะแสอย่างไม่เป็นทางการ

นอกจากนี้ ยังมีการตั้งศูนย์รับแจ้งเหตุทุจริตเลือกตั้งที่สำนักงาน กกต. จนถึงขณะนี้ได้รับแจ้งเบาะแสทุจริตการเลือกตั้ง ส.ส.ทั้งหมด 11 เรื่อง แยกเป็น การแจกเงิน-สิ่งของ 7 เรื่อง , การโจมตีกล่าวร้ายป้ายสี 1 เรื่อง , การข่มขู่ 1 เรื่อง และเจ้าหน้าที่วางตัวไม่เป็นกลาง 1 เรื่อง รวมถึงการจัดเลี้ยงและการแจกเสื้อ 1 เรื่อง

ส่วนการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้รับแจ้งทั้งหมด 3 เรื่อง แยกเป็นเขตบึงกุ่ม 1 เรื่อง เกี่ยวกับการเก็บบัตรประจำตัวประชาชน เขตทุ่งครุ 1 เรื่อง เป็นเรื่องการแจกเงินเช่นเดียวกับเขตบางซื่อ เมื่อมีการแจ้งเบาะแส หน่วยปฏิบัติการข่าวรับแจ้งเหตุ จึงรีบแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนของสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัด พร้อมแจ้งหน่วยป้องปราม หาข่าวลงปฏิบัติการในพื้นที่ทันที หลายจุดเป็นการแจ้งลวง หลายจุด เมื่อพบขณะนี้อยู่ระหว่างสอบปากคำของเจ้าหน้าที่

เลือกตั้งพ่อเมืองกทม.ยังไม่คึกคัก!!

บรรยากาศการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.หลังเปิดหีบ ที่โรงเรียนสวัสดีวิทยา บริเวณหน่วยเลือกตั้งที่ 4 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา โดยเป็นสถานที่ซึ่งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เดินทางมาลงคะแนน ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีมีชื่ออยู่ในในลำดับที่ 53 ขณะนี้ มีประชาชนทยอยเดินทางมาลงคะแนนตั้งแต่เริ่มเปิดหีบ โดยเจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมความพร้อมไว้อย่างครบถ้วน และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทองหล่อ มาดูแลความเรียบร้อยหน่วยละ 2 นาย โดยบริเวณหน่วยเลือกตั้งที่ 5 ในโรงเรียนสวัสดีวิทยา นายสาวิตต์ โพธิวิหค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี มีชื่ออยู่ในลำดับที่ 63 คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช อยู่ในลำดับที่ 377 และ นายประภาศน์ อวยชัย ลำดับที่ 490 เช่นเดียวกัน

โดยในเวลาประมาณ 8.40 น.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอุทิศ เหมวัฒนกิจ หรือเสี่ยตาชั่ง ได้ตะโกนเรียกร้องป่วนเจ้าหน้าที่อยู่บริเวณด้านหน้าหน่วยเลือกตั้งโรงเรียนสวัสดีวิทยา โดยระบุว่าตนต้องการพบนายอภิสิทธิ์เพื่อร้องเรียนคัดค้านกรณีมีการสร้างอาคารจอดรถในซ.สุขุมวิท 65 และให้แก้ปัญหาการคอรัปชั่นในกระทรวงศึกษาธิการ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าควบคุมตัวนำไปดำเนินคดีข้อหาก่อกวนการเลือกตั้ง

ด้านนางจินตวลี ศรีสมบูรณ์ อายุ 38 ปี ออกมาใช้สิทธิ์ที่บริเวณโรงเรียนสวัสดีวิทยา กล่าวว่า ตนต้องการผู้ว่าฯ กทม.ที่ทำงานโปร่งใส ซื่อสัตย์สุจริต โดยในบ้านของตนมีผู้ใช้สิทธิ์ได้ 8 คน และออกมาใช้สิทธิกันทุกคน

'สุขุมพันธ์'หย่อนบัตรเลือกตั้ง!!

เมื่อเวลา08.09 น. ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินทางมาลงคะแนนเลือกตั้งที่โรงเรียน ร.ร.ศรีอยุธยาแล้ว พร้อมกล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ได้รับทราบจากเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งว่าประชาชนได้ทยอยออกมาใช้สิทธิ์

ขณะที่หน่วยเลือกตั้งที่ 13 เขตดุสิต ร.ร.เศรษฐเสถียร สื่อมวลชนต่างมาให้ความสนใจและมารอทำข่าวเป็นจำนวนมาก เนื่องจากหน่วยเลือกตั้งดังกล่าวมีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งประกอบด้วย คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ อดีตภรรยาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และพล.ต.จำลอง ศรีเมือง 1 ใน 5 แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(พธม.)

'บิ๊กป็อก'ควงครอบครัวใช้สิทธิ์เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 09.00 น. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) พร้อมครอบครัวออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ที่หมู่บ้านพระปิ่น 2 หน่วยเลือกตั้งที่ 37 แขวงศาลาธรรมศก เขตทวีวัฒนา โดยระบุว่าการเลือกตั้งถือเป็นสิทธิ์และหน้าที่ของประชาชนชาวไทยทุกคน เพื่อให้ได้บุคคลที่มีความรู้ความสามารถ มาบริหารพัฒนาชุมชมและประเทศ ทั้งนี้ผบ.ทบ. ยังได้ฝากถึงผู้ว่าฯกทม.ใหม่ ที่จะเข้ามาดำเนินงานว่า อยากให้เร่งแก้ไขปัญหาในท้องถิ่น อาทิ ปัญหาการจราจร ปัญหาน้ำท่วม และปัญหาความเป็นระเบียบเรียบร้อยของชุมชน

ปลัดกทม.ตรวจหน่วยเลือกตั้งโรงเรียนสวัสดีวิทยา

เมื่อเวลาประมาณ 9.10 น.นายพงศ์ศักติฐ์ เสมสันต์ ปลัดกรุงเทพมหานคร ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมหน่วยเลือกตั้งบริเวณ โรงเรียนสวัสดีวิทยา กล่าวว่า ในวันนี้น่าจะมีผู้ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งประมาณ 50% และน่าจะมีผู้ออกมาใช้สิทธิ์มากกว่าครั้งที่แล้ว โดยคาดว่าการนับคะแนนจะรู้ผลส่วนของการเลือกตั้งซ่อมเขต 10 บางบอนในเวลา 18.00 น. และ เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ในเวลา 24.00 น. ทั้งนี้ในเวลา 20.00 น. คาดว่าจะรู้ผลอย่างไม่เป็นทางการ

'หล่อเล็ก'ฝากผู้ว่าฯกทม.คนใหม่ตั้งใจทำงานดูแลชาวกรุง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.30 น. นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และครอบครัว เดินทางมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 3 เขตคลองเตย ภายในอุทยานเบญจศิริ และเชิญชวนให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์ พร้อมกล่าวฝากให้ผู้ว่าฯกทม.คนใหม่ มุ่งมั่นตั้งใจทำงานและดูแลประชาชนชาวกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเมืองใหญ่มีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติอาศัยอยู่ จึงต้องคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยเป็นพิเศษ

ทั้งนี้ นายอภิรักษ์ กล่าวด้วยว่า ภายหลังปิดการลงคะแนนเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในเวลา 15.00 น. สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์จะมีการรวมตัวกันที่พรรคฯ

นายกฯควงภริยาออกมาเลือกตั้ง

ต่อมาเวลา ประมาณ 09.50 น.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาเลือกตั้งที่หน่วยเลือกตั้งที่ 4 โรงเรียนสวัสดีวิทยา พร้อมภริยาและลูกสาว เพื่อใช้สิทธิ์เลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า ขอเชิญชวนประชาชนให้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.และเลือกตั้งซ่อมส.ส. ทั่วประเทศ ซึ่งหาพบผู้กระทำความผิดกม.การเลือกตั้งให้แจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อให้การเลือกตั้งในครั้งนี้เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม และมั่นใจว่ากกต.และเจ้าหน้าที่จะดูแลสถานการณ์การเลือกตั้งได้อย่างเรียบร้อย

นายกรัฐมนตรียังการถึง การเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ นั้น เป็นสิทธิ์ที่สามารถทำได้ แต่จะต้องเป็นไปตามกฎหมาย และไม่อยากให้เกิดความวุ่นวายในการชุมชุม ทั้งนี้รัฐบาลจะเดินหน้าสร้างความสมานฉันท์ส่วนรูปแบบรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทย กับ นายกฯ อภิสิทธิ์" ที่จะออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ NBT นั้น จะไม่เหมือนกันทุกสัปดาห์ และจะเริ่มออกอากาศเทปแรกในวันที่ 18 มค.นี้ โดยตนจะเป็นผู้ดำเนินรายการ และใช้ทำเนียบรัฐบาลเป็นสถานที่จัดรายการ

นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวว่า ตนมีความตั้งใจที่จะไปร่วมงานศพของยายเนียม พันธุ์มณี โดยยืนยันไม่ใช่เรื่องของการเมือง แต่เป็นการแสดงออกถึงความผูกพันระหว่างบุคคล จึงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องมีการชุมนุมต่อต้าน เพราะการต่อต้านคัดค้านตนเองยังมีโอกาสอีกมาก ไม่จำเป็นต้องเป็นวันนี้ เพราะว่าอยากเห็นการจัดงานศพของยายเนียม ที่เป็นค่านิยมที่ดีของคนไทยในการแสดงออกที่มีต่อผู้อาวุโส

'เฉลิม'ขับสปอร์ตสีแดงมาลงคะแนนเลือกตั้ง

เมื่อเวลา 10.20 น. ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ได้สวมเสื้อลายดอก พร้อมขับรถสปอร์ต ยี่ห้อ ปอร์เช่ สีแดง เดินทางมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งที่โรงเรียนบางบอน ซึ่งเป็นหน่วยเลือกตั้งที่มีการเลือกตั้งทั้ง เลือกตั้งซ่อมส.ส.และเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. โดยนายเฉลิมใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที ในการลงคะแนนทั้งสองคูหา โดยให้สัมภาษณ์ภายหลังลงคะแนนว่า ในฐานะที่ตนเป็นผอ.เลือกตั้ง ไม่ได้คาดหวังจำนวนที่นั่งส.ส. และไม่กล้าทำอะไรมากเพราะพูดอะไรไปก็ผิดตลอด ไม่เหมือนอีกฝ่ายที่ทำอะไรก็ถูกหมด ทั้งนี้อยากเชิญชวนให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์ เพราะเป็นตัวชี้วัดระบอบประชาธิปไตย อย่างไรก็ตามที่ผ่านมีคนในพื้นที่โทรมาแจ้งว่ามีการทุจริตการเลือกตั้งบ้าง

นอกจากนี้ นายเฉลิม ยอมรับว่าหนักใจในการทำหน้าที่ฝ่ายค้าน เพราะทุกวันนี้ไม่ได้สู้แต่เฉพาะนักการเมืองแต่มีคนอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ตนไม่อยากพูดมากเพราะไม่อยากเป็นคดีความ ทั้งนี้ตนยังไม่ได้เริ่มจับตามองการทำงานของรัฐบาล เพียงแต่ทำหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย คืออภิปรายรัฐบาล อย่างไรก็ตามตนสามารถทำได้ทุกหน้าที่ แต่ยืนยันจะไม่รับตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านและหัวหน้าพรรค ทั้งนี้พรรคจะมีการประชุมเลือกผู้นำฝ่ายค้านในวันที่ 12 มค.นี้

อย่างไรก็ตาม ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า หากผลการเลือกตั้งไม่ได้เป็นอย่างที่หวังก็คงจะไม่ทบทวนตัวเองเพราะสถานการณ์ที่ผ่านมาเพื่อไทยถูกถล่มอยู่ตลอดเวลา พร้อมยอมรับว่าที่ผ่านมาไม่ได้ดูแลผู้สมัครของพรรคเนื่องจากพรรคมีเงินจำกัดและใช้เงินหาเสียงตามที่กกต.กำหนดเท่านั้น แต่ถ้าผลเป็นไปอย่างที่คาดหวังก็คงหน้าบานเพราะดีใจ

ส่วนกรณีการจัดรายการของรัฐบาลผ่านสถานีโทรทัศน์ NBT ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่ามีสิทธิ์ที่สามารถทำได้ แต่ถ้าจะให้ฝ่ายค้านร่วมจัดด้วยก็ยินดี หรือจะจัดรายการในรูปแบบการดีเบตโดยอยู่คนละมุมกับนายกรัฐมนตรีก็ยินดีเช่นกัน

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ออกมาโจมตีพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จ้างล๊อบบี้ยิสต์เพื่อทำลายความเชื่อมั่นของประเทศไทย ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า เมืองไทยไม่ต้องถึงกับต้องจ้างล๊อบบี้ยิสต์ เพราะขาดความเชื่อมั่นมาตั้งแต่ปล่อยให้มีการยึดสนามบินทั้ง 2 แห่ง และปล่อยให้มีการโจมตีรัฐบาลแล้ว ส่วนการเชิญ สมเด็จ ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา มาประชุมอาเซียนซัมมิท ตนมองว่า นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีต่างประเทศ คงไม่สามารถทำได้ ต้องให้ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ กับ พล.อ.วิชิต ยาทิพ ไปเชิญ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนเดินทางกลับ ร.ต.อ.เฉลิม ได้เร่งเครื่องรถเก่งคันหรู โชว์ผู้สื่อข่าว ส่วนบรรยากาศการเลือกตั้ง ในส่วนของเขตบางบอน ซึ่งมีการเลือกตั้งซ่อมทั้งในส่วนของส.ส. และผู้ว่าฯกทม.นั้นมีประชาชนทยอยมาใช้สิทธิ์อย่างคับคั่ง โดยผู้มาเลือกตั้งส่วนใหญ่ระบุว่า ไม่รู้สึกสับสนที่มาใช้สิทธิ์การเลือกตั้งทั้งสองส่วนเนื่องจากมีเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำตลอด

กกต.จ่อเชือด!!'โกงเลือกตั้ง'เมืองอุบลฯ

กกต.จ่อเชือด ‘โกงเลือกตั้ง’ แจงเหตุกระทำผิด กม.เลือกตั้งที่อุบลฯ ย้ำส่อทุจริต! เหตุลอบยิงสปอทวิทยุระหว่าง ‘คืนหมาหอน’

นายประพันธ์ นัยโกวิท กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ใน 26 เขตเลือกตั้งทั่วประเทศ รวม 29 ที่นั่ง และยังมีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในวันเดียวกันนี้ ซึ่งภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด พร้อมกันนี้ กกต.ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่วางตัวเป็นกลาง โดยจะจัดชุดป้องปรามลงพื้นที่หาข่าวเฝ้าระวังการทุจริต โดยเฉพาะภาคอีสาน และไม่กังวลการเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดง เพราะการขัดขวางการเลือกตั้งถือว่าเป็นการกระทำผิดกฎหมาย ทั้งมั่นใจว่าประชาชนจะมาใช้สิทธิ์ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

ด้านนายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต. กล่าวถึงการเลือกตั้งในวันนี้ (11 ม.ค.) ว่าการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ครั้งที่ผ่านมา มีผู้ออกมาใช้สิทธิ 54% ซึ่งในครั้งนี้น่าจะมีผู้ออกมาใช้สิทธิมากกว่าครั้งที่ผ่านมา และคาดว่าคืนนี้จะทราบผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการประมาณ 21.00-22.00 น.

ส่วนที่อาจจะมีกลุ่มการเมืองออกมาชุมนุมหน้าหน่วยเลือกตั้งนั้น ถ้าเป็นการชุมนุมเพื่อเป็นการแสดงความเห็นทางการเมืองก็สามารถทำได้ แต่เชื่อว่าคงไม่ถึงกับขัดขวางการเลือกตั้งเพราะผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตามขอร้องว่าอย่าให้มีเลยและขอให้ประชาชนมาเลือกตั้งโดยสะดวกและไม่มีการชี้นำ

ทั้งนี้ กกต. ก็ได้เตรียมรับมือ หากมีเหตุทางกรรมการประจำหน่วยก็จะแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และอาจจะมีการขอกำลังเพิ่มในกรณีที่จำเป็น เช่นเดียวกับที่ จ. นราธิวาส ที่ กกต.ก็เป็นห่วงสถานการณ์ความไม่สงบ โดยมีการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อรักษาความปลอดภัยอีกหลายเท่าตัว

ขณะเดียวกัน เมื่อคืนที่ผ่านมา (10 ม.ค.) ก็มีการแจ้งเบาะแสการทุจริตการเลือกตั้ง แต่เมื่อส่งเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบไม่พบการกระทำความผิด โดยมีการแจ้งเหตุที่ จ.อุบลราชธานี ว่ามีวิทยุชุมชนนำสปอตของผู้สมัครรับเลือกตั้งรายหนึ่งไปออกอากาศ อย่างไรก็ตามผู้สมัครที่ถูกกล่าวหาก็ได้ไปแจ้งความเป็นหลักฐาน พร้อมทั้งปฏิเสธการกระทำ โดยระบุว่าไม่ได้เป็นผู้นำสปอตโฆษณาไปมอบให้สถานีวิทยุดังกล่าวแต่อย่างไร ซึ่งเรื่องนี้หากตรวจสอบแล้วเป็นความจริงก็ต้องดำเนินการต่อไป