WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, January 14, 2009

บำเหน็จรางวัลแกนนำพันธมิตรฯ

ที่มา ประชาทรรศน์

คอลัมน์ : สามเหลี่ยมดินแดง

โดย เอกฉัตร


๐๐ หนังสือพิมพ์ประชาทรรศน์ สื่อทางเลือกของประชาชน เพื่อประชาธิปไตย สนับสนุนให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 กากเดนของเผด็จการ ผลงานอัปยศของปีศาจคาบไปป์ ฉบับวันพุธที่ 14 มกราคม พ.ศ.2552 เอกฉัตร กลับมาเข้าเวรรายงานข่าวตามปกติ ท่ามกลางอากาศรอบกายหนาวกว่าหลายๆ ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะที่ภาคเหนือและภาคอีสาน ประชาชนในหลายจังหวัดประสบภัยหนาว ในขณะที่สถานการณ์การเมืองยังร้อนรุ่ม ในห้วงเวลาการเมืองกลับข้าง เหลืองไปแดงมา ยังไม่มีใครหยั่งรู้ได้ว่า จะจบลงอย่างไร เมื่อคนเสื้อแดงรวมตัวกันเป็นยุทธการเอาคืน เสื้อเหลืองเคยทำอย่างไร เสื้อแดง ก็จะทำอย่างนั้น ทำให้หลายคนอดเป็นห่วงไม่ได้ เมื่อคนเสื้อแดงยังไร้แกนนำที่เข้มแข็งที่จะทำให้แดงมีพลังเพียงพอที่จะเปิดเกมเจราจาต่อรองได้

๐๐ ประสาคนสวมเสื้อสีเดียวกัน ก็ได้แต่ภาวนาอย่าให้เกิดวันแดงเดือด เพราะหวั่นว่าจะเกิดวันแดงดับ สถานการณ์วันนี้ กิจกรรมที่พึงกระทำคือสิ่งที่ทำมาตลอด นั่นคือ ประคับประคองระบอบการปกครองในระบอบประชาธิปไตย และกระทุ้งให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 ดีกว่าเห็นดีเห็นงามกับยุทธการปาไข่ ซึ่งสิ่งที่ทำไป ผลที่ออกมาแล้ว เป็นลบมากกว่าบวก

๐๐ ผลการเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา การพ่ายแพ้อย่างหมดรูปของพรรคเพื่อไทย ในพื้นที่ที่มั่นใจว่าต้องได้แน่ เหตุหนึ่งมาจากยุทธการปาไข่ใส่ นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี และยุทธการตามราวีของ “ตีนตบ” ต่อ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีที่เดินทางไปราชการ ทำให้คนที่วางตัวเป็นกลาง ไม่เหลืองไม่แดง ไม่อยากเห็นการเมืองไทยเลวร้ายไปกว่าที่เป็นอยู่ จึงแสดงออกโดยการกากบาทเลือกพรรคซีกรัฐบาล เพื่อให้รัฐบาลเข้มแข็งขึ้น อย่างที่ จ.สมุทรปราการ พื้นที่ของคนเสื้อแดงแน่นหนา แต่ น.ส.สรชา วีรชาติวัฒนา จากพรรคประชาธิปัตย์ สามารถชนะ นางอรุณลักษณ์ กิจเลิศไพโรจน์ ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย ผลการเลือกตั้งในครั้งนี้คงทำให้ นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย เลิกคุยโม้เสียทีว่าจะสามารถระดมคนได้เป็นแสนๆ คน เพื่อทำโน่นทำนี่ แต่สุดท้าย ยังไม่เคยทำอะไรสักที ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ พิสูจน์ชัดแล้วว่า บ่มิไก๊ มีแต่ราคาคุย

๐๐ พื้นที่ปักษ์ใต้ พรรคประชาธิปัตย์ ส่งเสาไฟฟ้าลงสมัคร ยังได้รับเลือกตั้ง ไม่ต่างจากจังหวัดสุพรรณบุรี นอมินีของ นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย ส่งลูกหลานแกนนำพรรคลงสมัครในนามพรรคชาติไทยพัฒนา ชนะรวดทั้ง 5 คน ในเขต 1 เขต 2 ผู้สมัครของพรรคเพื่อไทย ที่ ร.ต.อ.ดร.เฉลิม อยู่บำรุง ผู้อำนวยการเลือกตั้งของพรรค เคยคุยไว้ ทำได้แค่เป็นผู้สมัคร ไม่ได้ลุ้นแม้แต่คนเดียว

๐๐ เอกฉัตร ยกมือสนับสนุนสุดตัวกับมติของ แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ซึ่งสุมเศียรประชุมกันพร้อมหน้า อ.จรัล ดิษฐาอภิชัย นพ.เหวง โตจิราการ นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ นายสมยศ พฤษภาเกษมสุข นายชินวัฒน์ หาบุญพาด และ นายขวัญชัย ไพรพนา ลงมติ 3 ประเด็น หนึ่ง จี้ให้รัฐบาลดำเนินการ หนึ่ง ให้รัฐบาลเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับปีศาจคาบไปป์ แล้วกลับไปใช้รัฐธรรมนูญ 2540 สอง รัฐบาลต้องดำเนินการจับกุมแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ก่อคดียึดทำเนียบรัฐบาล และ สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งมีอาวุธนานาชนิด และ สาม รัฐบาลต้องปลด นายกษิต ภิรมย์ ศิษย์ประสงค์ พ้นจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ หนึ่งในขบวนการบุกยึดสนามบินสุวรรณภูมิ เพราะที่นั่น อาหารอร่อย นักร้องดี ดนตรีเพราะ

๐๐ มติทั้ง 3 ประเด็นของ นปช. ตรงกับแนวทางของ หนังสือพิมพ์ประชาทรรศน์ ที่เรายึดมั่นมาตลอด ตั้งแต่การเมืองจะกลับขั้ว เหลืองไปแดงมา อย่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับปีศาจคาบไปป์ จริงๆ แล้ว วันนี้หากรัฐบาลของ นายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่แสดงอาการกล้าๆ กลัวๆ ป่านนี้การแก้ไขรัฐธรรมนูญ น่าจะอยู่ในขั้นตอนของแปรญัตติเป็นอย่างน้อย

๐๐ ประเด็นที่สอง เป็นคดีอาญาที่เกิดขึ้นสำเร็จแล้ว ประชาชนทั่วโลกรับรู้กันทั่ว ส่วนคนไทยนอกจากได้รับรู้แล้ว ยังได้รับความเจ็บปวดตามมา เมื่อประเทศต้องประสบกับปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจสองเด้ง โดยเฉพาะการท่องเที่ยวไทย ยังอยู่ในอาการโคม่า สองปีข้างหน้า ยังไม่รู้ว่าจะเรียกความเชื่อมั่นจากนักท่องเที่ยวได้แค่ไหน คนต่างชาติไม่ได้ลืมง่ายเหมือนคนไทย การเร่งรัดดำเนินคดีอย่างรวดเร็ว เป็นการล้างข้อครหาให้ รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้บ้าง ไม่ได้สนับสนุนกลุ่มพันธมิตรฯ อย่างเปิดเผย แต่หนุนกันลับๆ

๐๐ เท่าที่ฟัง นักจ้อหน้าจอ พล.ต.อ.จงรัก จุทานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ บอกว่าคดีนี้ สอบปากคำพยานไปแล้ว 70 เปอร์เซ็นต์ เหลืออีก 30 เปอร์เซ็นต์ ขอให้สอบให้เสร็จในชาตินี้เถอะขอรับ พยานบุคคลสามารถพลิกลิ้นกันได้ แต่หลักฐานที่เห็นอยู่ทนโท่ จนถึงวันนี้ระเบิดที่ซุกซ่อนอยู่ในทำเนียบรัฐบาล ไม่รู้ว่าเคลียร์หมดหรือยัง และที่หลายคนลืมไปแล้วคือ ฮาร์ดดิสก์ของสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. ที่รวมข้อมูลของประเทศที่หายไป มูลค่ากว่า 400 ล้านบาท วันนี้ไปเจรจาขอคืนได้หรือยัง

๐๐ ประเด็นที่สามเป็นเรื่องที่ทำได้ยากกว่าสองเรื่อง การให้ นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยอมเนรคุณปลด นายกษิต ภิริมย์ ศิษย์ประสงค์ ผู้มีพระคุณที่เป็นหนึ่งในขบวนการยึดสนามบินสุวรรณภูมิที่ทำให้ประเทศหายนะถึงที่สุด เมื่อมีการยึดสนามบินสุวรรณภูมิ จึงทำให้เกิดรัฐบาลชุดนี้ จะปลดผู้มีพระคุณไม่ใช่เรื่องที่ทำกันได้ง่ายๆ สำหรับคนไทย

๐๐ นอกจากจะทำใจไม่ได้ที่จะเนรคุณผู้ร่วมกันยึดทำเนียบรัฐบาลและสนามบินสุวรรณภูมิ ยังมีแกนนำพันธมิตรฯ อีกหลายคนที่รอคิวรับบำเหน็จรางวัล ไม่ได้ตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรี ก็เป็นที่ปรึกษารับเงินเดือน ทั้ง นายพิเชฐ พัฒนโชติ นายประพันธ์ คูณมี แต่ที่โดดเด่น คงจะไม่มีใครเกิน นายสำราญ รอดเพชร แกนนำพันธมิตรฯ รุ่น 2 เอกฉัตร อ่านจากข่าว ดีใจกับพี่สำราญจนขนลุกขนชัน หากได้เป็นผู้อำนวยการองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ อสมท. ตรงกับสเป็กกับงาน ต่อไปนี้ ช่อง 9 จะได้รับสัญญาณถ่ายทอดจาก เอเอสทีวี ไม่ต้องเสียเวลายกพลไปยึดสถานีโทรทัศน์ เอ็นบีที หากจะปลุกระดมให้ปรเะชาชนทำอะไรตามใจต้องการ สบายกว่ากันเยอะเลย สบายกว่า ชะเอย

พิษวิกฤตศก.โลก!"หอการค้า"คาด!ส่งออกปี52ติดลบ

ที่มา ประชาทรรศน์

ผู้อำนวยศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินอุปสรรคภาคการค้าระหว่างประเทศของไทยปี 52 คาดส่งออกปีนี้มีโอกาสติดลบ 1.6% คิดเป็นมูลค่าส่งออก 173,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

นายอัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ระบุว่า จากการประเมินอุปสรรคภาคการค้าระหว่างประเทศของไทยปี 52 คาดว่าการส่งออกปีนี้มีโอกาสติดลบ 1.6% คิดเป็นมูลค่าส่งออก 173,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยในครึ่งปีแรกจะติดลบถึง 10.2% จากผลกระทบวิกฤตเศรษฐกิจโลกที่ทำให้ประเทศคู่ค้าทั่วโลกชะลอการสั่งซื้อ แต่จะเริ่มปรับตัวดีขึ้นกลับมาเป็นบวก 6.9% ในครึ่งปีหลัง

การส่งออกไปตลาดหลักจะได้รับผลกระทบติดลบหนักถึง 0.7% แบ่งเป็นสหรัฐฯ -6.3% สหภาพยุโรป -3.5% แต่ญี่ปุ่นโต 0.6% อาเซียนโต 4.3% ส่วนตลาดใหม่โต 9.7% แบ่งเป็นตะวันออกกลาง 8.3% แอฟริกา 17.8% ยุโรปตะวันออก 20.2% เอเชียใต้ 2.6% จีน 2.7%

ส่วนการนำเข้าปีนี้ คาดว่าจะติดลบ 6.7% มีมูลค่า 167,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงตามทิศทางการส่งออกและการบริโภคในประเทศที่ชะลอตัว ขณะที่ดุลการค้าจะเป็นบวก 5,900 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ดุลบัญชีเดินสะพัดติดลบ 3,690 ล้านเหรียญสหรัฐ เพราะดุลบริการลดลงจากการท่องเที่ยว

"ผลการศึกษาได้สรุปแนวทางเป็น 3 กรณี และคาดว่าโอกาสที่ส่งออกจะติดลบ 1.6% มีสูงถึง 50% ซึ่งอยู่ภายใต้สมมติฐาน GDPโลกขยายตัวเพียง 0.9% อัตราแลกเปลี่ยน 35 บาท/เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมัน 51.2 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล แต่ก็ยังมีโอกาสที่จะติดลบเพิ่มเป็น 6.4% ได้หากสถานการณ์เลวร้ายขึ้นอีก ส่วนโอกาสที่ส่งออกจะกลับมาเป็นบวกตามเป้าหมาย 3.1% มีเพียงน้อยนิดแค่ 15% เท่านั้น" นายอัทธ์กล่าว

นายอัทธ์ กล่าวว่า การค้าระหว่างประเทศปี 52 จะเผชิญปัจจัยลบจากวิกฤตเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลงมาก ส่งผลให้ประเทศคู่ค้าลดการนำเข้าและการแข่งขันทางการค้าจะรุนแรงขึ้น เพราะประเทศผู้ส่งออกต่างต้องการหาตลาดใหม่ นอกจากนี้จะมีการกีดกันทางการค้าจากประเทศคู่ค้ามากขึ้น ผ่านมาตรการสิ่งแวดล้อม, แรงงานที่เข้มงวด รวมทั้งผู้ประกอบการอาจเกิดปัญหาขาดสภาพคล่อง หลังธนาคารพาณิชย์เข้มงวดการปล่อยสินเชื่อ โดยเสนอให้รัฐบาลใช้นโยบายค่าเงินอ่อนเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันของผู้ประกอบการ

บึ้ม!2ลูกด่านศุลกากรสุไหงโก-ลก

ที่มา ประชาทรรศน์

คนร้ายลอบวางระเบิด ด่านศุลกากรสุไหงโก-ลก 2 ลูก ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ คาดส่งผลความเชื่อมั่นนักลงทุนชาวมาเลเซียและกระทบธุรกิจท่องเที่ยวเต็ม ๆ

เมื่อ เวลาประมาณ 06.20 น เกิดเหตุระเบิดในบริเวณด่านศุลกากรสุไหงโก-ลก โดยคนร้ายลอบประกอบระเบิดแสวงเครื่อง ลงในท่อแป็บ เหล็กขนาด 2 x 10 นิ้ว ต่อพ่วงวงจรจุดชนวนด้วยนาฬิกาข้อมือ ดิจิตอล นำไปวางไว้ในตู้ ออฟฟิตใหม่เป็นอลูมิเนียมติดกระจก ที่กำลังมีการก่อสร้าง และเตรียมนำตู้ดังกล่าวไปติดตั้ง เพื่อใช้เป็นจุดตรวจยานพาหนะในการเข้าออกระหว่างประเทศ ไทย- มาเลเซีย หลังจากสิ้นเสียงระเบิด เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากร-เจ้าหน้าที่ตำรวจ-ทหาร ได้สั่งปิดการจราจร ห้ามบุคคลและรถยนนั่งและรถขนส่งสินค้าทุกชนิดแล่นผ่านเข้าออกระหว่างประเทศโดยเด็ดขาด เวลาต่อมา 06.30 น.ขณะเจ้าหน้าที่เตรียมเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ ได้เกิดระเบิดลูกที่ 2 ตามมา โดยอยู่ห่างจากลูกแรก 2 เมตร บริเวณริมรั้วกำแพงด่านศุลกากร เสียงดังสนั่น เจ้าหน้าที่จึงประสานชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นำเครื่องตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือและเครื่องตัดสัญญาณ รีโหมด เข้าติดตั้งพร้อมเข้าตรวจที่เกิดเหตุ พบว่า ตู้ ออฟฟิตใหม่เป็นอลูมิเนียมติดกระจก มูลค่าใบละ 80,000 บาท ที่เตรียมนำไปติดตั้ง ถูกแรงระเบิดพังเสียหายอย่างหนัก จำนวน 2 ใบ และอีก 2 ใบกระจกแตก ตัวตู้ถูกสะเก็ดระเบิดเป็นรูได้รับความเสียหาย

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังพบเศษ แผงวงจรนาฬิกาข้อมือดิจิตอล ยี่ห้อ คาวีโอ้ รุ่น F-120 แตกกระจายปะปนกับเศษสะเก็ดระเบิดอยู่ทั่วจุดเกิดเหตุ โชคดีที่การระเบิดในครั้งนี้ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ แต่การระเบิดได้สร้างความเสียหายต่อความเชื่อมั่นของนักธุรกิจ –พ่อค้า-แม่ค้า และนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเป็นอย่างมากเนื่องจากถูกสื่อมาเลเซียโจมตีอย่างหนัก ซึ่งมีผลกระทบต่อธุรกิจการ ค้าส่งออกพืชผัก ผลไม้ และที่สำคัญ ธุรกิจการท่องเที่ยวในช่วงตรุษจีนที่จะมาถึงในช่วงปลายเดือน มกราคม 52 นี้ทันที

การ์ตูนมะนาว:โทษกบฎ

ที่มา Thai E-News



เราเดินมาถึงปากประตูของการเปลี่ยนแปลง 'อยุติธรรมประเทศ' แล้ว

ที่มา Thai E-News

โดย คุณ ชะเอมเทศ
ที่มา เวบไซต์ thaifreenews
14 มกราคม 2552

เรากำลังอยู่ในประเทศแบบไหนกันแน่?

นี่คือคำถามที่เกิดขึ้น หลังจากที่เราได้รัฐบาลใหม่(อีกแล้ว) โดยมีโฆษกประเทศมาพายเรือให้โจรนั่ง เพื่อที่จะได้นั่งเรือที่โจรพายในคราหลัง

ได้เห็นคนที่เป็นว่าที่นายกฯ ในยามนั้น ออกอาการกระสันต์เหมันต์สวาท อยากเป็นเหลือเกิน จนต้องเดินสายเล่นลิเก กอดเอวกอดไหล่กับคนที่เคยด่าไว้แบบไม่มีชิ้นดี แล้วก็ได้เป็นสมใจนึก

เป็นซะให้เข็ดครับ ดีกว่าให้ตะกวดพังทำเนียบ มันไปยึดอะไรต่อมิอะไรอีก

ได้เห็นการบริหารงานของรัฐบาล ที่มีผู้นำโคตรเก่งมาก จากอังกฤษ ประเดิมด้วยการลอกนโยบายที่เคยเอาไปทำบันไดเหยียบเล่น เว้ากันซื่อๆ ลอกกันหน้าด้านๆ

แต่ก่อนนี้ ด่าไว้เละ เปิดตำรามาด่ากันว่า ไร้วินัยทางการเงินบ้าง ก่อหนี้เน่าบ้าง พอได้มาเป็นแล้ว ดันโง่ คิดแก้ปัญหาไม่เป็น ก็ลอกเขา แล้วให้ลิ่วล้อยกหางกันเองว่า เก่งและทำเพื่อประชาชน

ยังไม่พอ ยังได้เห็นผู้นำรัฐบาลเล่นลิเก บทดาวพระศุกร์หนูถูกรังแก ออเซาะแม่ยกทั้งหลายว่า หนูจะถูกลอบทำร้ายๆๆๆๆๆ แต่ไม่ขอคุ้มกันพิเศษนะจ๊ะ เพราะหนูเป็นชายชาติ(หนี)ทหาร

ไม่พอ ยังมีลิ่วล้อที่ว่าเป็นดาวรุ่งนักเรียนอังกฤษ ออกมาบอกว่าจะมีคนสาดน้ำกรดนายกฯ

ถ้าไปเรียนถึงอังกฤษแล้ว คิดได้แค่หัวแม่เท้าแบบนี้ อย่าไปดีกว่า สงสัยว่า คนพรรคนี้ จะติดละครมากผัวหลายเมีย ถึงจินตนาการไปว่า เค้าจะสาดน้ำกรดนายก

โถ! ไม่รู้จะโทษอังกฤษ ที่สอนได้แค่นี้ หรือว่า โทษนักเรียนที่มันโง่ดี

ว่าไปถึงละครมากผัวหลายเมียแล้ว มันก็เข้าเค้ากับพฤติกรรมของหลายคนอยู่เหมือนกัน

อยุติธรรมประเทศนี้ ยังอวยยศอวยตำแหน่งให้ตะกวด ได้ไปชูคอกันสลอนทำเนียบ ก็ทำเนียบที่มันเปิดประตูให้พวกกันเองเข้าไปขี้รดนั่นแหละ แถมไอ้พวกปีศาจคาบคัมภีร์ ที่เคยรับใช้ไล่บี้คนอื่นให้ ก็ยังมารับตำแหน่งใหญ่โตอีกต่างหาก

เฮ้อ!!! เบื่อที่จะไล่เรียง เพราะมันเยอะครับ

เราอยู่ในอยุติธรรมประเทศ ที่อำนวยการบริหารโดยอำมาตย์ใช่หรือไม่?

คำตอบของคำถามนี้ มันชัดเจนยิ่งกว่าชัด ว่าไอ้พวกหวงอำนาจนั้น ดีใจจนเก็บอาการไม่อยู่ เมื่อได้ลูกหลานอำมาตย์มานั่งเมือง หลังจากทำระยำกับประเทศ จนแทบหาชิ้นดีไม่ได้แล้วนั่นแหละ

ชั่วชีวิตที่ไม่น่าจะยาวนักของผม คงได้เห็นเรื่องแบบนี้อีกมากมาย แต่สุดท้ายแล้ว ผมยังคงเชื่อมั่นว่า ...ศรัทธาที่มั่นอยู่ในระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง จะนำพาเอาความเจริญทางด้านการเมืองการปกครองมาสู่ประเทศนี้ ไม่น่าจะนานเกินที่รุ่นผมจะรอไหว

คนเรานั้น หากสิ้นศรัทธาในสิ่งที่ถูกที่ควรแล้ว ก็ไม่น่าจะเป็นคนเต็มคนอยู่ได้

ธรรมชาติของโลกนี้ จะคัดเอาสิ่งที่อ่อนแอ และไม่สามารถปรับตัวตามเวลา ให้สูญไปเรื่อยๆ

และผมเชื่อว่า สิ่งที่ล้าหลังและล้าลงไปเรื่อยๆ ในบ้านเรานั้น ใกล้จะสูญสิ้นไปตามกาลเต็มทีแล้ว

ประชาธิปไตยที่แท้นั้น คือความชัดเจนในความเชื่อมั่นของกลุ่มก้อนของตน ไม่ใช่ประชาธิปไตยแฟชั่น ประชาธิปไตยแต่ปาก หรือประชาธิปไตยบังหน้า

ความเท่าเทียมในความเป็นมนุษย์ที่เกิดมาต่างหาก ที่เป็นแก่นแท้ของประชาธิปไตย

ประชาธิปไตย ไม่ใช่การเสกเป่าโองการลงมาจากเทวดาองค์ไหน แต่เกิดขึ้นจาก "คน" ที่เท่าเทียมกันทุกประการ

เกิดขึ้นจากความเคารพในตน และเคารพในคน จึงจะแท้จริง และยั่งยืน

เราเดินมาถึงปากประตูของการเปลี่ยนแปลงแล้วครับ อยู่ดีและมีแรงทุกท่านครับ

ระเบิดเวลา

ที่มา Thai E-News

โดย คุณเหล็กใน
ที่มา เวบไซต์ ข่าวสด
14 มกราคม 2552

แม้ไม่ถือเป็นช่วงฮันนีมูน แต่ก็คงไม่ต่างกันนัก สำหรับความรู้สึกของพลพรรคประชาธิปัตย์ ที่สามารถกวาดที่นั่งส.ส.เพิ่มมาได้อีก 7 ที่นั่ง จากการเลือกตั้งซ่อม บวกกับได้เก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. กลับมาสู่อ้อมอกอีกครั้ง

แต่ช่วงฮันนีมูน และความสุดยอดของพรรคประชาธิปัตย์ อาจจะอยู่ไม่นานนัก เนื่องจากมีระเบิดเวลาหลายลูก ที่รอเวลาปะทุ

กรณีหนึ่ง คือรถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน ที่กลุ่มเพื่อนเนวินดัน ชนิดสุดลิ่มทิ่มประตู ตั้งแต่รัฐบาลที่แล้ว

ห้วงนั้นประชาธิปัตย์ ในฐานะฝ่ายค้าน ออกมาถล่มเละเทะ ถึงความไม่โปร่งใส และราคาที่แพงเกินจริง

แต่นาทีที่ประชาธิปัตย์ เป็นแกนนำรัฐบาล และจูบปากกับกลุ่มเพื่อนเนวิน เสียงคัดค้าน ดูเหมือนจะแผ่วเบาอย่างยิ่ง

หากโครงการนี้ได้รับการอนุมัติ ประชาธิปัตย์จะตอบสังคมอย่างไร!?

กรณีหนึ่ง คือการดำเนินคดีกับกลุ่มพันธมิตรฯ จากการยึดทำเนียบฯ และปิดสนามบิน รวมไปถึงคดีความต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นคดีฆ่าม็อบเสื้อแดง เมื่อครั้งปะทะกัน คดียกพวกถล่มวิทยุชุมชนคนรักแท็กซี่ มีภาพการ์ดพันธมิตรถือปืน วิ่งไล่ยิงคู่อริกลางถนนวิภาวดีรังสิต รวมถึงคดีอื่นๆ อีกเพียบ

แม้รัฐบาลจะบอกว่า อยู่ระหว่างดำเนินการ แต่ดูเหมือนคดีเกี่ยวกับม็อบเสื้อแดง ที่ปาหินใส่รถ หรือปาไข่ จะเร่งร้อนมากกว่า!?

ยิ่งคดียึดทำเนียบฯและสนามบิน หากแกนนำพันธมิตรฯ หรือผู้ร่วมก่อการ ซึ่งในระดับโลกถือว่า การยึดสนามบินไม่ต่างจาก"การก่อการร้าย" ไม่ต้องรับผิดชอบกับเรื่องที่เกิดขึ้นในอนาคต

หากม็อบอื่นๆ บุกยึดทำเนียบฯหรือสนามบิน แล้วอ้างถึงพฤติกรรมของพันธมิตรฯ รัฐบาลและกระบวนการยุติธรรมของไทย จะตอบอย่างไร

หรือหากระดมคนได้มากพอ ก็สามารถยึดทำเนียบฯ ยึดสนามบิน ทำอะไรที่ละเมิดกฎหมายได้ทุกอย่าง แม้แต่"ฆ่าคนตาย"โดยไม่ต้องรับผิดชอบอะไร!?

ยังไม่นับกรณีนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ซึ่งเคยขึ้นเวที พาดพิงด้วยถ้อยคำรุนแรงถึงประเทศต่างๆ ที่มองว่า ช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แต่ละคำที่พูดออกมาอย่าว่าแต่เป็นเรื่องระดับประเทศเลย ต่อให้เป็นคนธรรมดา ก็อาจจะเคืองจนไม่มองหน้ากันแล้ว!?

วิดีโอคลิปเหล่านั้น ยังหาดูได้ตามเว็บไซต์ต่างๆ โดยเฉพาะ"ยูทูบ"

หากประเทศที่ถูกพาดพิงเหล่านั้น ถามถึง

รัฐบาลจะแสดงท่าทีเช่นใด แม้ที่ผ่านมา รัฐบาลประชาธิปัตย์ จะทำเป็น"หูทวนลม" เมื่อถูกถามถึง ทั้งกรณีรถเมล์เอ็นจีวี คดีพันธมิตรฯ และนายกษิต

แต่จะเลี่ยงได้นานแค่ไหน ยังน่าสงสัยอยู่!??

17 มาตรการเลอะเทะ....คิดสุมๆกันเข้ามา ล้วนแต่ถมไปที่ปลายเหตุทั้งนั้น...

ที่มา Thai E-News

โดย คุณ minimalist
ที่มา เวบบอร์ด พันทิปราชดำเนิน
14 มกราคม 2552

งานนี้ได้หนาวกันแน่ ถ้า ครม. ห้อยโหน มันอนุมัติตามที่ปล่อยข่าวมาเป็นระลอก ...จากปากคนนั้นที คนโน้นที ...แล้วรอให้นักธุรกิจ นักวิชาการที่เชียร์รัฐบาล ออกมา ยอนิด ยอนี่หน่อย เป็นพิธีว่า กระแสตอบรับ ...แล้วก็จะอนุมัติเข้า ครม.....

แหงหล่ะครับ ...มันเชียร์แน่ ...เพราะอยู่ในกลุ่มเข้าแถวอัดฉีดเงินกู้ดอกเบี้ยถูกๆ ...แถมวงเงินเปิดทางสูงสุดถึง 100 ล้าน ต่อรายด้วย ...

แล้วยังมีงบซื้อเวลา ปลดคนงาน...โครงการอะไรวะ สินเชื่อชะลอคนว่างงาน ...ชะลอไปยังไง ถ้าเศรษฐกิจไปไม่รอด สุดท้ายมันก็บ่เลี้ยงคนไว้หรอก. .....เรื่องอะไรจะแบกภาระ เงินกู้หมดก็เลิกกัน ...แล้วจะทำยังไง ....เม็ดเงินหมด เศรษฐกิจยังทรงทรุด ...ปลายเหตุทั้งนั้น...

ยังไม่นับที่จะแจกคนละ 2 พัน ให้เด็กตกงาน ...นี่ก็บ้าสุดๆ ...มันจะไปชี้เอาใครว่าตกงาน แล้วจะได้ซักกี่คน ...ถ้าไม่ใช่ลูกนายหัวมาขึ้นทะเบียน กิจการนายหัว มาลงชื่อไว้รับเงิน ....

หรือพวกนักวิชาการ ก็เตรียมรับทรัพย์งบค่าอบรม ...เปิดคอร์สสอน อบรมคนตกงาน ...สอนแล้วก็ตกงานต่อไป ...ไปไหนก็ไป ...ความรู้ให้ไปแล้ว เรื่องของเอ็ง ..ข้าให้ตามทฤษฎี คือให้เครื่องมือจับปลา ...แต่น้ำแห้งหว่ะ ...ปลาไม่มี ..นักวิชาการมันจะมารู้ดีอะไรวะว่า อาชีพไหนดี ..อาชีพไหนทำมาหากินได้ ...แนะนำเขาแล้ว รับประกันความเจ๊งรึปล่าว ...พูดได้ สอนได้ แต่ลองมาทำมาหากินเองดูซิวะ ...ไม่ใช่นั่งกินเงินเดือนรัฐ แล้วแนะนำใครต่อใคร เชี่ยวไปหมด...

เหมือน ธกส. สมัยก่อน เกษตรกรเป็นหนี้หัวโต ก็เพราะทำตามที่มันสอนให้เครื่องมือ ให้อาชีพนี่หล่ะ ...ปลูกนั่น ปลูกนี่ เจ้ากี้เจ้าการไปหมด ...แล้วก็เปิดตูดหายหมด ผลิตออกมา ขายไม่ได้....

งบอัดฉีดเศรษฐกิจที่เห็นฟุ้งๆ เลอะเทะ 17 โครงการอยู่เวลานี้ เห็นแล้วหนาว ...หนาวว่า นี่คืออาหารมื้อสุดท้าย ...สำรับสุดท้าย ของคนไทยไม่ใช่ แถมยังไม่ได้ทั้งประเทศ เพราะอัดฉีดไม่ได้ไม่กี่หมื่นคน ไม่กี่ร้อยรายบริษัท ...ก็หมดตูดแล้ว ....มันไม่ได้ลงไปที่ระบบโครงสร้าง หรือลงไปแก้ที่ต้นเหตุ หยอดน้ำมัน ผลักเครื่องยนต์ ขับเคลื่อนของระบบเศรษฐกิจแม้แต่น้อย....

บางระจันเมล็ดพันธุ์แห่งความหาญกล้า

ที่มา thaifreenews

บทความ โดย ปูนนก

ปี พ.ศ. 2308 กองทัพพม่ายกทัพใหญ่มาโจมตีไทยโดยแบ่งทัพออกเป็น 2 สายคือ ทางเหนือโดยแม่ทัพเนเมียวสีหบดี และทางตะวันตกและใต้โดยมังมหานรธา กองทัพอันยิ่งใหญ่ของพม่าในเวลานั้นเข้ามาโจมตีไทยท่ามกลางความแตกแยกของคนในชาติ และความอ่อนแอของการบริหารประเทศโดยผู้ปกครองในเวลานั้น กองทัพของเนเมียวสีหบดีบุกยึดเมืองต่าง ๆ รายทางจากภาคเหนือมาตลอดจนกระทั่งถึง เขตแดนบ้านบางระจัน จ. สิงหบุรี ก็ได้พบกับการต่อต้านของชาวบ้านกลุ่่มหนึ่งที่รวมตัวกันต่อสู้กับพม่าข้าศึกอย่างไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ ซึ่งต่อมาได้เรียกชื่อตามหมู่บ้านว่า ชาวบ้านบางระจัน

แม้จะเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดา ๆ........

แม้จะมีเพียงจำนวนน้อยกว่าอย่างเทียบไม่ได้..........

แม้จะมีอาวุธที่ด้อยประสิทธิภาพกว่า.........

แม้ไม่มีผุ้ใดให้การสนับสนุน..........

แต่ชาวบ้านบางระจันผู้เป็นชาวบ้านธรรมดาก็มิได้ย่นระย่อ ต่อกองทัพอันยิ่งใหญ่น่าสะพึงกลัวของพม่าข้าศึก พวกเขากลับจับอาวุธเท่าที่พึงมี และพึงหาได้เข้าโรมรันต่อสู้กับกองทัพอันยิ่งใหญ่ของศัตรู..... ด้วยจิตใจที่มุ่งมั่นและศรัทธาในความรักการเป็นอิสระของตนเอง ไม่ยอมตกเป็นข้าให้พม่าข้าศึกเข้ามากดขี่...... ยอมตายเสียดีกว่าที่จะอยู่อย่างเป็นข้าเขา

ชาวบางระจันรบกับกองทัพพม่า และได้ัขัยชนะมาถึง 7 ครั้ง จนเป็นที่ครัึ่นคร้าม และในที่สุดเนเมียวสีหบดีต้องให้แม่ทัพใหญ่ชาวมอญคือ สุกี้พระนายกอง ยกทัพใหญ่ตั้งค่ายประชิดพร้อมด้วยปืนใหญ่เข้ามาเพื่อโจมตีทำลายค่ายบางระจันให้สิ้นทราก.......

ในขณะที่บางระจันไม่มีปืนใหญ่ต่อสู้กับพม่าที่ยิงกระหน่ำเข้ามา....

ในขณะที่บางระจันได้สูญเสียผู้นำและไพร่พลไปทุก ๆ วันจากการต่อสู้....

ในขณะที่บางระจันถูกกองทัพอันยิ่งใหญ่นับแสนของพม่าข้าศึกรายล้อมเข้ามาทุกทิศทาง...

ในขณะที่บางระจันไม่มีกองทัพจากกรุงศรีอยุธยาหรือจากที่ใด ๆ เข้ามาช่วยเหลือ.......

แต่พวกเขาก็มิได้ทิ้งอาวุธยอมแพ้.....พวกเขามิได้ถอยหนีเพื่อรักษาชีวิตรอด.....พวกเขากลับปลุกปลอบใจซึ่งกันและกัน....พวกเขาสร้างขวัญกำลังใจให้แก่กันและกัน....พวกเขากอดเกี่ยวกันเป็นใจเดียวกันยืนหยัดสู้ต่อข้าศึกศัตรู

ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าสู้ไม่ได้......

ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าสู้แล้วต้องตาย.......

ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าสู้แล้วก็จะต้องสูญเสียทุกอย่าง.......

และเมื่อการรบครั้งสุดท้ายมาถึงชาวบ้านบางระจันกำลังยืนมองพม่าข้าศึกนับแสนที่ดาหน้ากันเข้ามาพร้อมช้าง, ม้า, และปืนใหญ่ โดยที่พวกเขายืนประจันอยู่หน้าค่ายและมีเพียงดาบ, หอก, ธนู และไพร่พลจำนวนน้อยนิด...... แต่ชาวบางระจันทุกคนก็มิได้มีความหวาดหวั่นต่ออำนาจมหึมานั้น.... จะมีก็แต่เพียงไฟแค้นที่สุมทรวง และอัดแน่นอยู่ในอกที่ระเบิดออกมาเป็นแรงหาญกล้าที่จะเข้าต่อกรกับศัตรูจนตัวตายเท่านั้น........

ชาวบ้านบางระจันผู้มิได้มียศฐาบรรดาศักดิ์ เป็นแต่เพียงชาวบ้านธรรมดากลับหาญกล้า... ที่จะต่อกรกับอำนาจอันยิ่งใหญ่อย่างเทียบกันไม่ได้ของพม่าข้าศึกอย่างทระนง และสมศักดิ์ศรีของความเป็นคนไทย....... แม้จะต้องตายหมดทั้งค่ายก็ตาม.......

ชาวบางระจันเป็นคนโง่ใช่หรือเปล่า ? ที่ยอมตายอย่างไร้ประโยชน์เช่นนั้น........

ชาวบางระจันเป็นคนบ้าใช่หรือเปล่า ? เพราะในที่สุดก็ป้องกันกรุงศรีฯ ไม่ได้อยู่ดี......

ชาวบางระจันถูกผู้นำหลอกลวงใช่หรือเปล่า ? เพราะเอาชีวิตไปทิ้งอย่างไร้ค่าเช่นนั้น......

ชาวบางระจันถูกล้างสมองใช่หรือเปล่า ? เพราะพวกเขารักษาแผ่นดินเอาไว้ใ้ห้กับคนอื่น....

ไม่ว่าจะมีคำถามอย่างไร...คำตอบก็คือชาวบางระจัน รักและหวงแหน ความมีอิสระ และเสรีภาพที่จะไม่ยอมให้ใครมากดขี่ข่มเหงเอาไปได้ พวกเขา รักและหวงแหน อิสระนี้ยิ่งชีวิต แม้ตัวของพวกเขาจะตายไปแล้วกว่า 200 ปี แต่ชื่อและวีรกรรมของพวกเขา ก็ไม่เคยจางหายไปจากความทรงจำของคนไทย และตราบเท่าที่จะมีประเทศไทยอยู่ วีรกรรมนี้ก็จะยังคงอยู่ตลอดไป.......

และด้่วยวีรกรรมนี้ได้จุดประกายให้กับคนไทยผู้รักชาติและรักความเป็นอิสระ ได้ลุกขึ้นต่อสู้ขับไล่พม่าข้าศึกออกไปจนพ้นประเทศไทย ภายในระยะเวลาเพียงไม่ถึง 6 เดือนหลัีงจากเสียกรุงฯ.....................

วันที่ 11 มกราคม ที่ผ่านมาการเลือกตั้งผู้ว่า กทม. พรรคประชาธิปัตย์ได้รับชัยชนะ.....ผลการเลือกตั้งซ่อม สส. จำนวน 29 คนเพื่อทดแทนคนที่ขาดหายไปซึ่งสรุปออกมาว่าพรรคประชาฺธิปัตย์และพรรคร่วมได้รับคะแนนเสียงเพิ่มไปในการจัดตั้งรัฐบาลอย่างเพียงพอในการเป็นเสียข้างมาก........ ชนิดที่เรียกว่า ช๊อคความรู้สึกของผู้รักประชาธิปไตย ทั้งมวล ผลก็คือ........

พี่น้องผู้รักประชาธิปไตยหลายคนถอดใจยอมแพ้......

พี่น้องผู้รักประชาธิปไตยหลายคนหลบมุมบอกไม่เอาแล้วสู้ไปก็ไม่ชนะ........

พี่น้องผู้รักประชาธิปไตยหลายคนยุติบทบาทบอกว่าไม่ใช่วัีนของเรา.....

พี่น้องผู้รักประชาธิปไตยหลายคนเปลี่ยนข้างดีกว่าอย่าไปหวังอะไรกับประเทศนี้......

ฯลฯ

พี่น้องชาวประชาธิปไตยทุกท่านครับ....ชาวบางระจันทั้งชายทั้งหญิงไม่เคยวางดาบยอมแพ้

ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าสู้ไม่ไ่ด้.....

ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าสู้ไปก็ตาย.....

ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าสู้ไปก็มีแต่สูญเสีย.....

แต่พวกเขาก็ยังคงสู้เท่าที่พวกเขาสู้ได้.....

พวกเขาสู้ด้วยกำลังใจ และจิตวิญญาณแห่งนักรบแห่งกรุงศรีฯ ........

พวกเขาสู้ด้วยจิตใจที่ฮึกเหิมมากยิ่งขึ้น......

พวกเขาสู้ที่นี่........พวกเขาสู้ตรงนี้......พวกเขาสู้จนคนสุดท้าย........

แต่พวกเขา.....ไม่....ยอม....แพ้........

พี่น้องชาวประชาธิปไตยทุกท่านที่เข้ามาอ่านพบบทความนี้ พวกท่านคือนักรบไซเบอร์ที่หาญกล้า.......พวกท่านคือชาวบางระจันในโลกไซเบอร์.......พวกท่านคือเมล็ดพันธุ์แห่งประชาธิปไตยที่จะหว่านลงไปด้วยเลือด, หยาดเหงื่อ, และคราบน้ำตา........

ขอให้ทุกท่านคิดถึง บางระจัน

ขอให้ทุกท่านคิดถึง ความหาญกล้าของพวกเขา

ขอให้ทุกท่านคิดถึง ประชาธิปไำตยที่ท่านรักและหวงแหน

ขอให้ทุกท่านคิดถึง ลูกหลานของท่านที่จะต้องคงอยู่ต่อไปในแผ่นดินนี้

แล้วขอให้ทุกท่าน จับมือกัน เกี่ยวร้อยดวงใจเข้าไว้ด้วยกัน เพราะเรา ไม่มีใครอีกแล้วนอกจากกันและกัน เท่านั้น จากนั้นให้เราเดินไปด้วยกันอย่าท้อถอยสู้ในส่วนที่ท่านสู้ได้.....ทำในสิ่งที่ท่านทำได้.....

แม้เราอาจจะต้องทุกข์ยาก.....

แม้เราอาจจะต้องถูกข่มเหง.......

แม้เราอาจจะไม่ได้รัีบความเป็นธรรม.....

แม้เราอาจจะต้องสูญเสียทุกอย่าง........

แต่เราผู้รักประชาธิปไตยทุกคนจะจับมือร่วมกันยืนขี้น มองดูกองทัพอันมหึมาของศัตรู และร้องตะโกนอย่างเต็มกำลังว่า เข้ามาเลยกูไม่กลัวมึง

ปูนนก

เรามาพร้อมใจร้องตะโกนว่ารักทักษิณใครจะทำไม ?????

ที่มา thaifreenews

บทความโดย...ป้าพลอย


ตลกจังน๊ะปากบอกเกลียดทักษิณคำโบราณว่าไว้เกลียดทักษิณแต่ไหง๋ดันขโมยไข่ทักษิณไปกินเสียล่ะพวกประเภทเกลียดตัวกินไข่เกลียดปลาไหลซดน้ำแกง เกลียดทักษิณแล้วไปเอานโยบายเขามาทำไม 5555? เอาแนวความคิดของตัวเองซี ถึงแม้จะลอกการบ้านของทักษิณมาใช้ คนที่เขารักทักษิณก็ไม่วันยอมตกเป็นทาส อย่างแน่นอนเพราะพวกเรารักทักษิณจนหมดหัวใจไม่สามารถปันใจไปรักคนอื่นได้ รักเดียวใจเดียวพอใจมั๊ยจ๊ะ ชาวเสื้อเหลือง

ความรักของเราทั้งเทิดทูลทั้งบูชาควักหัวใจเอาออกมาให้ดูยังได้ อยากดูมั๊ยล่ะชาวเหลืองที่รัก โหๆๆดิ้นพล่านกันใหญ่เลยหมั่นใส้ใช่มั๊ยละ? ว่าไงชาวเสื้อแดงเราพร้อมใจกันตะโกนให้ก้องโลกดังออกไปให้สุดขอบฟ้าว่าพวก เรารัก นายก ทักษิณ ชินวัตร เพียงผู้เดียวในโลก และนายกทักษิณ ชินวัตรเป็นนายกไทยคนแรกที่ได้สร้างเกียรติประวัติให้ประเทศอย่างมหาศาล เมื่อครั้งที่ประเทศไทยถูกคลื่นยักษ์สึนามิถล่มไทย

ผลงานในด้านช่วยเหลือประชาชนคนยากจน เข้าถึงประชาชนคนรากหญ้า ยังไม่เคยมีนายกไทยคนไหนได้กระทำเช่น นายกทักษิณ ชินวัตร จนนานาประเทศได้ชื่นชมผลงานและสดุดดีว่าโครงการณ์ของนายกไทยเป็นหนึ่งในจักรวาล เพราะได้นำเอาผลิตภัณฑ์ของชาวบ้านมาแปรรูปเป็น OTOP เข้าเป็นสินค้าระดับประเทศ และส่งออกยังต่างประเทศ ซึ่งได้ทำรายได้ให้แก่ชาวรากหญ้าเป็นกอบเป็นกำของตัวเองโดยไม่ต้อง ให้พ่อค้าคนกลางมากดราคา อีกทั้งโครงการณ์หวยบนดินที่ได้จากการขายหวย เงินจำนวนนี้ได้เป็นทุนให้แก่นักศึกษาที่หัวดีได้ไปเรียนยังต่างประเทศ

แต่แล้วเพราะความอิจฉาริษยาของใครบางคนจึงได้กำจัดนายกฯไทยคนเก่งให้ออกพ้นเส้นทางเพราะ นายกทักษิณ ชินวัตร เป็นเสมือนราหูที่ไปอมพระจันทร์ที่มีแสงนวลทำให้หม่นหมอง จึงต้องกำจัดราหูตนนี้ให้ออกไป

หลังนายก ทักษิณ ผู้ที่เป็นเสมือนเรือให้คนจนได้ขี่ได้อาศัยนั่ง ล่มลงกลางทะเลเพราะ ถูกเผด็จการเจาะเรือให้น้ำเข้า คนจนทั้งหลายก็พลอยจมน้ำไปด้วยโครงการณ์ OTOP ก็ต้องเป็นหมันโครงการณ์ช่วยเหลือนักศึกษาที่เรียนต่อยังต่างประเทศก็ต้องงด แล้วคนที่ชื่อ ทักษิณ ชินวิตร เลวร้ายในสายตาพวกคุณตรงไหน?

เคยมีคำพูดของคนที่ชื่อ ทักษิณ ด่าทอพวกที่เกลียดชังเขามั๊ย? เคยได้ยินคำหยาบคายจากปากของคนที่ชื่อทักษิณด่าตอบคนที่ขึ้นเวทีพันธมิตรด่า เขาอย่างสาดเสียเทเสียสารพัดที่ถล่มเขาทั้งครอบครัว คนที่ชื่อทักษิณไม่เคยได้ออกปากตอบโต้แม้แต่สักคำเดียว ทั้งที่เขาควรที่จะโต้ตอบกลับ

ดังนั้นจึงเห็นว่าคนทั้งสองคนนี้มันแตกต่างกันอย่างไร? คนที่มีมันสมองดีๆจะมองออกว่า คนไหนดีคนไหนไม่ดี นอกจากคนที่มีหัวใจมืดบอดที่มองอะไรไม่เห็นเท่านั้น

แล้วคนที่เกลียดทักษิณรู้เรื่องทักษิณทำโน่นทำนี่มาจากใคร? ก็มาจากปากสนธิ ลิ้ม แล้วสนธิ ลิ้ม เป็นใคร ทักษิณเป็นใคร คนไหนที่เราควรจะเชื่อถือมากกว่ากัน

นายสนธิ ลิ้มทองกุล เป็นคนล้มละลายมีหนี้สินท่วมหัวอีกทั้งมีคดีติดตัวหลายคดี

แล้วคนที่ชื่อทักษิณมีตำแหน่งเป็นถึงนายกไทย เป็นนักธุระกิจชื่อดังของไทยไปทั่วโลก แล้วคนใหนน่าเชื่อถือกว่ากันระหว่างคนสองคนนี้? จะเชื่อคนที่ล้มละลายทำกิจการทุกอย่างก็ล่มจมเป็นหนี้ทั่วไป หรือจะเชื่อถืออีกคนหนึ่งที่มีตำแหน่งถึงนายกฯ และมีฐานะที่มั่นคง

ฉะนั้นคนที่ฉลาดต้องเลือกคนที่ทำมาหากินมากกว่า ไม่ใช่เลือกคนที่ใช้แต่ปากปาวๆ ใส่ร้ายป้าสีผู้อื่น แต่ตัวเองเลวครบสูตร แล้วจะเชื่อได้อย่างไรกับคนที่ไม่ได้ใช้มือทำงาน แต่กับใช้ปากทำงาน แล้วเป็นไงคนที่เกลียดคนที่ชื่อทักษิณเห็นผลงานการกระทำ ของสนธิ ลิ้มหรือยังว่าออกมาสวยงามขนาดใหน? ที่พาพลพรรคไปปิดสนามบิน ไปยึดทำเนียบ จนต่างประเทศต่างชื่นชมผลงานกันอย่างสุดๆ เลย

ประเทศชาติมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกนี่คือผลงานคนที่ชื่อสนธิ ลิ้มทองกุล ศาสดาจารย์แห่งชาวเสื้อเหลืองที่ยกย่องให้เป็นผู้บงการชีวิตและความเป็นอยู่ ของคนไทยทั้งประเทศไงสมใจมั๊ยละ

อนิจจาคนไทยทำไมจึงเพี้ยนกันได้ขนาดนี้ แค่ลมปากของเจ๊กลิ้มคนเดียวทำให้บ้านเมืองสั่นคลอนไปทั่ว แล้วนี่คนไทยจะไปปกป้องประเทศได้อย่างไร เมื่อมีข้าศึกใช้ปากเป็นอาวุธแบบ นายสนธิ มากล่อมให้เป็นพรรคพวกเป็นอันต้องยกประเทศให้ข้าศึกแน่นอน เพราะหัวอ่อนไร้ซึ่งมันสมอง นั่นเอง

Tuesday, January 13, 2009

โรคซึมเศร้า

ที่มา เดลินิวส์

เจอหน้าลูกสาวเพื่อนที่ใกล้จบการศึกษาปีนี้ กำลังวิตกว่า จบแล้วจะเดินเตะฝุ่นมั้ย เห็นทางการบอกจะมีคนว่างงานตั้ง 1 ถึง 2 ล้านคน ก็น่าวิตกอยู่หรอก แต่ คุยไปเรื่อย ๆ เลยรู้ว่าเธอประทับใจ บารัค โอบามา มาก ถึงขนาดฟังสุนทรพจน์แล้วน้ำตาซึมไปเลย

เธอเคยเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่สหรัฐ เลยฟังภาษาอังกฤษเข้าใจได้

โอบามา นอกจากพูดถึงตำนานการต่อสู้ของคนผิวสีใน สหรัฐ จนกระทั่งตัวเองได้ก้าวมาเป็นประธานาธิบดีผิวดำคนแรกในประวัติศาสตร์ 200 ปีของสหรัฐอเมริกาแล้ว ยังสร้างฝันและสร้าง (ความ) หวังให้อเมริกันชนอีก 200 ล้านได้ด้วย

แสดงว่าภาวะผู้นำสูงมาก ดังที่ก็รู้ ๆ กัน คำประกาศแรก ๆ คือ จะเป็นประธานาธิบดีของทุกคน ไม่ว่าผิวสี หรือไม่สี ไม่ว่าเลือกมา หรือไม่เลือกมา นั่นล่ะ

แต่ที่ประทับใจสุด-สุด เธอว่า เป็นคำพูดของ ดาราหญิงจอมบทบาท เมอริล สตรีพ (ที่คว้ารางวัล “ออสการ์” มาแล้ว หากจำไม่ผิด “เอาต์ออฟแอฟริกา” หนังรักโรแมนติก โศกนาฏกรรม ที่เล่นคู่กับพระเอกตลอดกาล โรเบิร์ต เรดฟอร์ด)

เมอริล สตรีพ พูดว่า เธอรู้แน่ว่า สักวัน บารัค โอบามา จะต้องทำอะไรที่ผิดพลาดแน่ เพราะไม่มีมนุษย์คนไหนไม่เคยพลาด (นอกจากคนไม่ทำอะไร ลอยตัวทุกสถานการณ์ แต่ คนแบบนี้ล่ะ ที่คนไทยเชิดชูนัก) แต่หากถึง เวลานั้นเธอและคนอเมริกัน จะยังยืนเคียงข้าง โอบามาและพร้อมจะเรียนรู้ความผิดพลาดนั้นไปด้วยกัน

เมอริล พูดได้น่าซึ้งใจจริง-จริง น่าดีใจที่อเมริกา ที่มีคนอย่าง เมอริล สตรีพ อยู่ด้วย

แล้วเธอก็ขมวดปมแทงใจดำว่า ทำไมคนไทยไม่ค่อยให้อภัยกันเลย คนที่ทำงาน มาก ๆ เวลาทำอะไรพลาดไป ทำไมเอากันถึงตายลูกเดียว เสียดาย พอดีเธอถึงบ้านเลยไม่ได้ถามต่อ ใครงั้นหรือ ???

แต่ถึงจะไม่ได้ถาม ก็ดีใจที่เด็กรุ่นใหม่ ที่ใครชอบมองว่าไร้สาระ สมองกลวง เอาแต่เฮฮา ไม่บ้าบอล ก็เดินช้อป หรือแชตทางเน็ต ไปวัน ๆ ที่จริงแล้วไม่ใช่เลย พวกเขามีสาระ และอาจมากกว่าผู้ใหญ่อีกมากมาย

ที่มีแต่จ้องจะทำร้าย ทำลายล้างกัน ไม่จบไม่สิ้น ความเมตตาไม่รู้เหือดแห้งไปไหนหมด

บังเอิญเปิดวิทยุฟังรายการหมาแก่ ดนัย เอกมหาสวัสดิ์ สัมภาษณ์ ดร.ทนง พิทยะ อดีตขุนคลังคนดัง เสนอแนะวิธีแก้เศรษฐกิจ ก็ดีอยู่แล้ว แต่ที่สะดุดคือตรงที่ ดร.ทนง บอก สิ่งที่รัฐบาลมาร์คคงแก้ไม่ได้ คือ โรคซึมเศร้า โดนใจมาก ๆ

เพราะมันจริง ทุกวันนี้คนไทยไม่น้อยป่วยเป็นโรค “ซึมเศร้า” เทศ กาลปีใหม่อาจช่วยให้ลืม ๆ ไปบ้าง แต่พอหมดเทศกาลก็จะกลับมาป่วยกันใหม่ ป่วยเป็นโรค “ซึมเศร้า” ต่อไป

ซึมเศร้าจากอะไร คงไม่ต้องเขียนสาธยายให้มากความแล้ว ทุกคนรู้อยู่เต็มอกว่า เกิดจากอะไร โดยเฉพาะความเป็นธรรมที่ถูกกัดกร่อนไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีใครสามารถทำอะไรได้ มันเป็นเรื่องที่แสนอัดอั้นตันใจ ไม่รู้จะไประบายกับใคร นอกจากซุบซิบกันเองในแวดวงที่ยังพอพูดคุยกันได้

คอลัมน์วันนี้อาจเพ้อ ๆ ไป แต่ไม่รู้สิ มันเจอโรค “ซึมเศร้า” กระแทกกระทั้นเข้าให้ เหมือน ดร.ทนง พิทยะ ไม่ผิด จนเกิดอาการเขียนไม่ออก บอกไม่ถูกเหมือนกัน

สวรรค์มีดวงตาเห็นธรรมเมื่อไหร่ อะไร ๆ คงดีขึ้น แต่จบแบบนี้ก็อย่าซึมเศร้าไปด้วยนะ ถ้าหากทุกปัญหามีทางออก สักวันก็มีทางออกจนได้ จะเร็วจะช้าเท่านั้นเอง ???.

ดาวประกายพรึก