WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, January 15, 2009

ปลิงการเมือง

ที่มา ไทยรัฐ

แม้รัฐบาลจะได้เสียงสนับสนุนเพิ่มขึ้นจาก 3 พรรคที่ชนะการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.อีก 20 คน ประชาธิปัตย์ได้ฟรีๆ 7 เก้าอี้ ชาติไทยพัฒนาได้มาอีก 10 เก้าอี้ และเพื่อแผ่นดินได้ 3 เก้าอี้ ย่อมทำให้เสถียรภาพดีขึ้น บริหารประเทศสะดวกขึ้น

แต่ปัญหาการเมืองที่ยังเป็นเรื่องใหญ่โดยเฉพาะเรื่องแบ่งสีแบ่งค่ายที่ยังไม่สามารถเข้าถึงปัญหานี้ได้ แม้รัฐบาลจะมีแนวคิดต้องการเจรจาต้องการสมานฉันท์แต่ดูแล้วไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะดูเหมือนว่า จุดยืนยังอยู่คนละขั้ว

ซึ่งนายกฯได้แย้มๆว่า จะใช้กลไกพิเศษเพื่อแก้ไขปัญหานี้ด้วยการตั้งคณะทำงานชุดนี้ เพื่อดำเนินการที่มุ่งเน้นไปในการใช้ความยุติธรรมเข้าไปจับและเป็นตัวขับเคลื่อน แต่ยังไม่มีรายละเอียดว่าโครงสร้างจะเป็นอย่างไร มีเป้าหมายอย่างไร มีอำนาจและบทบาทมากน้อยแค่ไหน

แน่นอนว่ากลุ่มเสื้อแดงนั้นมีความสัมพันธ์กับพรรคเพื่อไทย อย่างแยกไม่ออก การขับเคลื่อนการเมืองจึงสอดรับกันตลอด

แต่ในสถานการณ์ที่เป็นจริงนั้น ทั้ง 2 ส่วนดูเหมือนศักยภาพจะลดลงไปตามสภาพการเมือง พรรคเพื่อไทยไม่ได้เป็นรัฐบาล ไม่มีอำนาจ เกิดปัญหาภายใน ไร้ผู้นำ ล่าสุดพยายามจะหาหัวหน้าพรรคคนใหม่ก็ไม่มีใครกล้ารับ

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ขอแค่เป็นประธาน ส.ส. ไม่เอาหัวหน้าพรรค ไม่เอาผู้นำฝ่ายค้าน ทั้งๆที่เป็นตำแหน่งสำคัญ คำตอบก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะขืนรับไว้ก็ต้องแบกภาระสูง หากมีปัญหายุบพรรคก็จะถูกเว้นวรรคหมดอนาคต

ข้อสำคัญก็คือเพื่อไทยเป็นพรรคใหญ่ คนเยอะ หลายกลุ่มหลายมุ้ง และมีเจตนาตรงกันคือสนับสนุนอดีตนายกฯ ทักษิณ ไม่ใช่ นอมินีอย่างคนชื่อ เหลิมดังนั้น การบริหารจัดการจึงยาก

เงินทุนคือตัวหลักซึ่งไม่แน่ใจว่าจะมีใครควักบ้าง เพราะสถานการณ์เปลี่ยนทุนอาจเปลี่ยนได้...ใครเป็นหัวหน้าพรรคก็ลำบากใจ ดูนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ หัวหน้าพรรคคนปัจจุบัน หน้าตาไม่ค่อยจะเสบย อยากจะลาออกก็ไม่มีใครยอมรับไม้ต่อ

จริงๆ แล้ว พรรคเพื่อไทยนั้นยังเป็นพรรคใหญ่ มีบุคลากรมาก หากสามารถจัดการปัญหาต่างๆ ให้เข้ารูปเข้ารอยก็ยังมีอนาคตอยู่

เพียงแต่ว่าจะมีกะจิตกะใจทำกันหรือไม่ และการทำพรรคต่อไปก็ต้องไม่ไปผูกกับ ทักษิณกลุ่มเสื้อแดงอย่างที่ผ่านมา

เช่นกัน กลุ่มเสื้อแดงได้แสดงเจตนารมณ์ล่าสุดทำนองว่าต่อไปจะไม่ยึดติดกับพรรคเพื่อไทยและ ทักษิณแต่จะเดินหน้าต่อต้านรัฐบาลต่อไปด้วยแนวทางของกลุ่มไม่ให้นักการเมืองมาชี้นำ

ถึงบอกไงครับ...สถานการณ์หนึ่งย่อมแตกต่างจากสถานการณ์หนึ่ง ที่สุดแล้วการเมืองก็คือการเมืองที่อดีตนายกฯ ทักษิณย่อมรู้ซึ้งที่สุด เจ็บที่สุด เปลืองตัวเปลืองทรัพย์ที่สุด

เพราะถูก ปลิงการเมืองมันสูบจนตัวลีบไปแล้ว

ประเด็นมันอยู่ที่ว่าจากนี้ไป พ.ต.ท.ทักษิณจะตัดสินใจอย่างไร จะเดินหน้าหรือหยุดดูเพื่อทบทวนการต่อสู้ที่ผ่านมา เพราะขืนดันไปอย่างนี้ก็เหมือนวิ่งเอาหัวชนกำแพง

การที่รัฐบาลจะคลี่คลายความขัดแย้งจึงต้องใช้เวลา ใช้สถานการณ์ และเงื่อนไขให้เป็นประโยชน์ วันนี้มีเสียงสนับสนุนเต็มพิกัดทำให้มีเสถียรภาพมากขึ้น จากนี้ไปจึงต้องทำงานลูกเดียว ผลงานออกมาเร็วและได้ผลจะทำให้ความเชื่อมั่นมากขึ้น ประชาชนให้การสนับสนุนมากขึ้น

นั่นจะยิ่งทำให้ได้รับความชอบธรรมที่จะแก้ไขปัญหาของประเทศในทุกด้านๆ โดยเฉพาะปัญหาความแตกแยกแบ่งสีแบ่งค่ายที่มีพลังประชาชนร่วมผลักดัน ซึ่งแน่นอนว่าจะทำให้ไม่ว่าสีอะไรก็ต้องยอมรับในการตัดสินใจ

สำคัญว่าจะอดทน อดกลั้น จริงใจ ไม่สร้างเงื่อนไขใหม่ ได้หรือไม่.

สายล่อฟ้า

การเมืองสีเทา

ที่มา ไทยรัฐ

เป็นคำถามที่รัฐบาลยังตอบได้ไม่เต็มปากเต็มคำก็คือ การเลือกปฏิบัติ ระหว่าง คนเสื้อเหลืองกับคนเสื้อแดง มีมาตรฐานอะไรบ้าง และจะจัดการดำเนินคดีกับคนเสื้อเหลืองอย่างไร ทั้ง ยึดทำเนียบ ปิดสนามบิน ซึ่งเป็นข้อหาฉกาจฉกรรจ์ทั้งนั้น

มาจนถึงวันนี้ผมว่า สังคมควรจะหูตาสว่างซะที เลิกเป็นสังคมดัดจริต และยอมรับความจริงว่า คนเสื้อเหลืองกับพรรคประชาธิปัตย์เป็นพวกเดียวกัน เช่นเดียวกับคนเสื้อแดงก็เป็นพวกเดียวกับพรรคเพื่อไทย

ดังนั้น แกนนำพันธมิตรฯนอกจากจะลอยนวลแล้ว ยังได้รับการปูนบำเหน็จรางวัล เข้ามาเป็นเลขาฯที่ปรึกษารัฐมนตรีและรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนี้กันอื้อไปหมด

นี่คือคำตอบของการปล้นประชาธิปไตย

ผมคงไม่ต้องอธิบายอะไรมากกว่านี้ ต้องใช้คำว่า หลักฐานทนโท่ คนที่ออกมาปฏิเสธ ก็ถือว่าเป็นการโกหกตัวเองและโกหกประชาชนอย่างหน้าด้านๆ

ก็เลยอยากจะตอบคำถามว่า รัฐบาลจะมีอายุยืนยาวแค่ไหน เหตุผลไม่ใช่อยู่ที่จำนวนเสียงสนับสนุน เสียแล้ว แต่อยู่ที่ใครสนับสนุนมากกว่า

อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่

พูดออกมาปุ๊บก็รู้ปัšบว่าสนับสนุนข้างไหน ผมว่าปัจจุบันชาวบ้านไม่ได้กินแกลบกินรำ ความลับก็ไม่มีในโลก พฤติกรรมตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ ปั้นน้ำเป็นตัว น่าจะตกยุคไปแล้ว ไม่ว่ารัฐบาลจะปลอบใจตัวเองอย่างไร ผมก็ไม่เชื่อว่ารัฐบาลชุดนี้จะกล้ายุบสภา ตรงข้าม ต้องยื้อเอาไว้ให้นานที่สุด

เพื่อรอความได้เปรียบทางการเมือง

ไม่อย่างนั้นนโยบายเศรษฐกิจไม่ลดแลกแจกแถมขนาดนี้ ที่พูดเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นผลประโยชน์ทับซ้อน คอรัปชันเชิงนโยบาย กลายเป็นน้ำลายตัวเองที่ต้องกลืนแล้วกลืนอีก

ให้จับตาการปล้นงบประมาณ

ทั้งที่ทำเอาไว้จากรัฐบาลชุดที่แล้ว และที่งอกเงยออกมาอีกจำนวนมหาศาล เอาไว้เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยผมจะชี้ให้ดูว่า นโยบายเศรษฐกิจจะนำไปสู่หายนะทางเศรษฐกิจ อย่างไรบ้างและต้องย้อนไปถึงความเจ็บปวดที่ต้องตั้ง ปรส.มาขายทรัพย์สินในอดีตด้วย

การเมืองสีเทาๆได้ปล้นความเจริญเติบโตของประเทศและความเชื่อมั่นของประเทศไปเรียบร้อยแล้ว ตราบใดที่การเมืองไทยยังอยู่ในสภาพเช่นนี้ ก็ย่อมจะจมปลักอยู่กับลัทธิอุบาทว์ ที่ตั้งใจจะครอบงำประเทศ

สิ่งหนึ่งที่กำลังจะถูกกลืนหายไปในความหมายของคำว่า ระบอบประชาธิปไตยก็คือ เสียงข้างมาก คำว่าเสียงข้างมาก

ในระบอบประชาธิปไตยจะไม่มีความหมายอีกต่อไป

เสียงข้างมากหรือจะสู้เส้นใหญ่จริงมะ.

หมัดเหล็ก

ตัวเลขน่าสนใจ

ที่มา ไทยรัฐ

ประชาธิปไตยกับการเลือกตั้งต้องอยู่คู่กันเหมืองฝาแฝดอิน-จัน แยกจากกันไม่ได้ในทุกกรณี

แต่ประชาธิปไตยจะเข้มแข็งหรือไม่อยู่ที่การมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นสำคัญ

น่าผิดหวังที่การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และการเลือกตั้งซ่อม ส.ส. 22 จังหวัด มียอดผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งตํ่ากว่าเป้าไปบานตะเกียง

เบื่อการเมืองหรืออย่างไร จึงไปเลือก ตั้งแค่ 55 เปอร์เซ็นต์??

แสดงว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งอีก 45 เปอร์เซ็นต์ ปฏิเสธการทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ!!

ทำให้ผู้ชนะเลือกตั้งไม่ได้มาจากเสียงข้างมากของประชาชนอย่างแท้จริง

นี่...มันเป็นซะอย่างนี้แหละโยม

แม้แต่ผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่ ม.ร.ว.สุขุม-พันธุ์ บริพัตรซึ่งได้รับคะแนนสูงสุดเก้า แสนสามหมื่นสี่พันคะแนน

สุขุมพันธุ์ ก็ได้รับเสียงสนับสนุนไม่ถึง 1 ใน 4 ของยอดผู้มีสิทธิเลือกตั้งสี่ล้านสองแสนคนใน กทม.

คำถามที่คาใจ แม่ลูกจันทร์คือเหตุใดสถิติผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งจึงลดลงๆๆๆ??

พูดเฉยๆไม่ได้ต้องเอาสถิติการเลือกตั้ง ครั้งก่อนๆ มาเปรียบเทียบให้ชัดเจน

การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. พ.ศ.2547 มีผู้ ใช้สิทธิ์ 62 เปอร์เซ็นต์

เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ครั้งต่อมา พ.ศ.2551 เหลือยอดผู้ใช้สิทธิ์ 54 เปอร์เซ็นต์

แต่การเลือกตั้งครั้งล่าสุด มีผู้ไปใช้สิทธิ์แค่ 51 เปอร์เซ็นต์

โอ้อุแม่เจ้า...เฉียดเส้นตายไปนิ้ดเดียว!!

เช่นเดียวกับการเลือกตั้งซ่อม ส.ส. 22 จังหวัด 26 เขต 29 คน ก็มีผู้ไปใช้สิทธิ์หน่อมแน้ม แค่ 55 เปอร์เซ็นต์

ถือเป็นสถิติที่ตํ่ากว่าเป้าอย่างแรง!!

แสดงว่าการพัฒนาประชาธิปไตยของไทยถอยหลังลงคลอง??

แม่ลูกจันทร์ ขอย้อนกลับไปวิเคราะห์ คะแนนเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ครั้งล่าสุด ซึ่งมีข้อมูลน่าสนใจอยู่หลายประเด็น

เริ่มจากคะแนนเสียง เก้าแสนสามหมื่น สี่พันคะแนนที่คนเมืองหลวงเลือก สุขุมพันธุ์ กับ เก้าแสนเก้าหมื่นหนึ่งพันคะแนน ของอดีตผู้ว่าฯ อภิรักษ์ โกษะโยธิน ยังไม่ทำ ลายสถิติสูงสุด หนึ่งล้านคะแนน ของ สมัคร สุนทรเวช เมื่อ 9 ปีที่ผ่านมา

แต่ถ้าเทียบคะแนนเสียงของ สุขุมพันธุ์ กับคะแนนเสียงของ อภิรักษ์ซึ่งมาจาก พรรคเดียวกัน

สุขุมพันธุ์ยังน้อยกว่าอภิรักษ์เกือบ 6 หมื่นคะแนน

สถิติชี้ว่ากระแสนิยมพรรคประชาธิปัตย์ ไม่เพิ่มขึ้น แถมยังลดลง

ถ้าเทียบคะแนนของ แซมยุรนันท์ ภมรมนตรี หกแสนหนึ่งหมื่นหนึ่งพันคะแนน กับ ประภัสร์ จงสงวน ห้าแสนสี่หมื่นสามพันคะแนน

ยุรนันท์ ยังมากกว่า ประภัสร์ หกหมื่นแปดพันคะแนน

สถิติชี้ว่าคะแนนพรรคเพื่อไทยในกรุงเทพฯ ไม่ลดลง แถมเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำไป

ทีนี้มาโฟกัสช่วงห่างระหว่างคะแนนนิยม ของพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคเพื่อไทย (พลัง- ประชาชน) เฉพาะในกรุงเทพมหานคร

เมื่อ 3 เดือนก่อน พรรคประชาธิปัตย์ชนะ พรรคพลังประชาชนชนิดขาดกระจุยถึงสี่แสน สี่หมื่นแปดพันคะแนน

แต่การเลือกตั้งครั้งล่าสุด ช่วงห่างระหว่าง 2 ขั้วเหลือสามแสนสองหมื่นสามพันคะแนน

ถึงยังห่างกันเยอะ แต่ก็เขยิบใกล้เข้ามา

และถ้าเจาะลึกไปแต่ละเขต ก็จะพบสถิติ ที่น่าสนใจ

ในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว อภิรักษ์ ชนะ น็อก ประภัสร์ทุกเขตทั้ง 50 เขตของ กทม.!!

แต่การเลือกตั้งครั้งล่าสุด สุขุมพันธุ์ชนะได้ 46 เขต อีก 4 เขต โค่น ยุรนันท์ไม่ลง!!

ที่ แม่ลูกจันทร์ แปลกใจคือ เขตดุสิตซึ่งเป็นเขตยุทธศาสตร์สำคัญของพรรค ประชาธิปัตย์มายาวนาน

แต่คราวนี้ สุขุมพันธุ์โดน ยุรนันท์เจาะไข่แดง!!

ปัดโธ่เขตทหารแท้ๆ แพ้ได้ยังไง??

แม่ลูกจันทร์

นี่แหละคู่ต่อสู้ตัวจริง!

ที่มา ไทยรัฐ

หว่านกันเนื้อๆยิ่งกว่าเจ้าตำรับ “ประชานิยม” ยี่ห้อ “ทักษิณ ชินวัตร” ลดแลกแจกแถมกันสนุกกว่ายุครัฐบาลไทยรักไทย

กับงบกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.15 แสนล้านบาทลอตแรก อัดฉีดผ่านกระทรวงที่คนของพรรคประชาธิปัตย์นั่งบัญชาการ ทั้งเรียนฟรีของกระทรวงศึกษาธิการ แจกเงินคนชราของกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ เงินสดๆ 2,000 บาท ช่วยคนเงินเดือนน้อยของกระทรวงแรงงาน ฯลฯ

โดยไม่สนเสียงทัก เงินจะตกหายระหว่างทาง

มัดจำหาเสียงล่วงหน้าแบบเน้นๆเลย

โดยสัญญาณส่อเค้ายุบสภาเร็ว รัฐบาลประชาธิปัตย์เตรียมพร้อมเลือกตั้งใหม่ในเร็ววัน

ที่แน่ๆกลิ่นตุๆแบบนี้หนีไม่พ้นนักเลือกตั้งจมูกไว กับความเคลื่อนไหวล่าสุดของป้อมค่ายการเมืองใหม่ในนามพรรคภูมิใจไทย

โหมโรงพิธีรับลูกกรอกก๊วน “เพื่อนเนวิน” เข้าสังกัด

ท่ามกลางนักเลือกตั้งระดับบิ๊กเนมในบ้านเลขที่ 111 ที่โผล่มาเป็นสักขีพยานกันอย่างคึกคัก ไล่ตั้งแต่นายเนวิน ชิดชอบ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายสรอรรถ กลิ่นประทุม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายสุชาติ ตันเจริญ ฯลฯ

อวดโฉมทีมงานสร้างสรรค์ที่อยู่เบื้องหลัง

ยังไม่นับพวกที่ต่อสายแตะมือกันไว้แล้ว อย่าง “เสี่ยอ๊อด” นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ เลขาธิการพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา และตัวแทนทุนใหญ่ค่ายซี.พี. อย่างนายวีระชัย วีระเมธีกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ ก็อยู่ในแผนงาน

แต่ทีเด็ดจริงๆอยู่ที่คนชื่อ “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” วางไว้ที่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

พรึบพรับตระการตา

โดยมีนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย นั่งแป้นหัวหน้าพรรคเบอร์แรก ด้วยต้นทุนหน้าตักที่ประกาศออกมามี 35 ส.ส.อยู่ในมือ กลายเป็นพรรคอันดับสองในรัฐบาล รองจากพรรคประชาธิปัตย์

ยังไม่นับพวกที่พ่อมดเขมร “ฝากเลี้ยง” ไว้กับพรรคประชาราช พรรคเพื่อแผ่นดิน โดยเฉพาะ “เสือโหย” ที่ตั้งท่าแหกกรงหนีภาวะอดอยากปากแห้งออกมาจากพรรคเพื่อไทย

จ่อแถวรอให้ช้อน

แน่นอนโดยนักเลือกตั้งอาชีพระดับแม่เหล็กอย่าง “เนวิน-สมศักดิ์” ทุนหน้าตักหนาระดับเสี่ย ชวรัตน์-อนุทิน ชาญวีรกูล สองพ่อลูกแห่งชิโนไทย ยี่ห้อ “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” ไหนจะการส่งตัวแทนเข้าหุ้นของค่ายยักษ์ซี.พี.

ยังไม่นับ “คิงเพาเวอร์” สปอนเซอร์หลักอย่างเป็นทางการของก๊วนพ่อมดเขมร

อลังการงานสร้างของแท้

และโดยการเคลื่อนตัวอย่างแรงและเร็ว ตั้งแต่ค่ำคืนก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ก็มีเสียงแว่วๆออกมาจากนายสมศักดิ์ ภายหลังตั้งวงถกกับนายสมคิด

ชูธง “นิรโทษกรรม” นักเลือกตั้งที่ติดโทษแบนทางการเมือง

ปลดล็อก “ตัวจริงเสียงจริง” กลับมาลงสนาม ปูทางให้นายสมคิดขึ้นแป้นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ก่อนดันขึ้นแท่นนายกรัฐมนตรี

วางหมากข้ามช็อตกันแล้ว

ประเมินจากกระบวนท่าการขับเคลื่อนแรงและเร็ว ประกอบกับทีมงานอลังการที่อยู่เบื้องหลังพรรคภูมิใจไทย แน่นทั้งนักเลือกตั้งอาชีพ และกลุ่มทุนที่อู้ฟู่

นี่แหละคู่แข่งตัวฉกาจของ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ”

ไม่ใช่แค่ “นอมินี” ของพรรคประชาธิปัตย์ รับบทตัวตัดแต้มของ “ทักษิณ” ในภาคอีสานกับภาคเหนือ อย่างที่วางหมากกันไว้

ที่แน่ๆกับมอตโต “ประชานิยม สังคมเป็นสุข” ที่ติดหราอยู่หลังฉากการเปิดตัวอย่างคึกคักของพรรคภูมิใจไทย

ตั้งธงลอกแบบอดีตเจ้าตำรับพรรคไทยรักไทยมาเป๊ะๆ

และก็เป็นอะไรที่ขี่กันเห็นๆในสถานการณ์วิกฤติเศรษฐกิจที่กำลังจ่อปากเหว โดยยี่ห้อ “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” เทียบกับ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ”

ฟอร์มคนละชั้นกันเลย

เอาเป็นว่า โดยรูปการณ์ที่เปิดตัวได้อย่างน่ากลัวของค่ายภูมิใจไทย น่าจะเป็นเหตุผลเกี่ยวโยงกับที่พรรคประชาธิปัตย์ต้องรีบอัดประชานิยมเบิ้ลเจ้าตำรับอย่าง “ไทยรักไทย” ผ่านกระทรวงที่คนของพรรคนั่งบัญชาการ มัดจำเสียงล่วงหน้า ส่งสัญญาณยุบสภาเร็ว เตรียมพร้อมเลือกตั้งใหม่

ปิดเกมก่อนที่คู่แข่งฟอร์มยักษ์จะตั้งหลักทัน.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

สุริยะโผล่ซบพรรคภูมิใจไทย

ที่มา ไทยรัฐ

เมื่อวันที่ 14 ม.ค. เวลา 10.00 น. ที่โรงแรมสยามซิตี้ ทางแกนนำพรรคภูมิใจไทยได้แถลงข่าวเปิดตัว สมาชิกพรรค ซึ่งเป็นการรวมตัวระหว่าง ส.ส.กลุ่มเพื่อนเนวินกับ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย โดยมีอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย 111 คน ที่ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมาร่วมแสดงความยินดี อาทิ นายเนวิน ชิดชอบ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายสรอรรถ กลิ่นประทุม นายสุชาติ ตันเจริญ นายปองพล อดิเรกสาร นายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ นอกจากนี้ ยังมีอดีตกรรมการบริหารพรรคพลังประชาชนที่ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมาร่วมงาน อาทิ นายธีระชัย แสนแก้ว นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายทรงศักดิ์ ทองศรี นายไชยยา สะสมทรัพย์ อีกทั้งยังมีแกนนำจากพรรคร่วมรัฐบาลมาแสดงความยินดีคือนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ รมช.คลังและเลขาธิการพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา มาร่วมงานด้วย

โดยแกนนำสำคัญของพรรคภูมิใจไทย นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช. มหาดไทย นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ ได้ร่วมแถลงข่าว ทั้งนี้ นางพรทิวาแถลงว่าการตัดสินใจมาร่วมงานทางการเมืองของทั้งสองกลุ่ม สืบเนื่องมาจากการยุบพรรคทำให้ ส.ส.ที่ไม่ถูกเพิกถอนสิทธิต้องหาพรรคใหม่ ให้ได้ภายใน 60 วันตามที่กฎหมายกำหนด ดังนั้นการมารวมตัวทำงานทางการเมืองที่พรรคภูมิใจไทยจึงเป็นความต้องการและความเสียสละของทุกคนถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ประสานความร่วมมือเพื่อให้ประเทศชาติผ่านพ้นวิกฤติไปได้

“ชวรัตน์” ชูนโยบายหลักประชานิยม

ด้านนายชวรัตน์กล่าวว่า พรรคพร้อมทุ่มเททำงานหนักเพื่อประชาชน สร้างสรรค์สังคมให้เป็นสุขและทำให้นโยบายของพรรคออกมาเป็นรูปธรรม นโยบายประชานิยมนั้นถือเป็นนโยบายหลักของพรรคที่ต้องปฏิบัติได้จริง เราจะสร้างสังคมไทยให้เข้มแข็งและเป็นสุข จะนำยิ้มสยามกลับคืนสู่สังคมไทย มีความรักความสามัคคีและต้องยิ้มออกมาจากหัวใจ ยิ้มอย่างมีความสุข มีรายได้เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน รายจ่ายต้องลดลง อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

ปัดภูมิใจไทยปูทาง “เนวิน” ขึ้นนายกฯ

นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย กล่าวตอบข้อถามว่า การตั้งพรรคภูมิใจไทยเป็นการปูทางให้ นายเนวินขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีในอนาคตหรือไม่ว่า นายเนวินเป็นคนไทยคนหนึ่งที่มีประสบการณ์ทางการเมือง เป็นผู้ใหญ่ที่ได้รับความเคารพและสามารถให้คำแนะนำได้ทุกด้านทุกเรื่อง อย่างไรก็ตาม นายเนวินยังอยู่ใน ระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ดังนั้น ยืนยันว่าไม่มีประเด็นเรื่องการปูทางให้นายเนวินมาเป็นนายกฯอย่างแน่นอน

อนาคตอาจขอนิรโทษให้ 111 คน

เมื่อถามว่า ส่วนข่าวที่จะทาบทามนายสมคิดจาตุศรีพิทักษ์ อดีตกรรมการบริหารไทยรักไทยมาร่วมงานกับพรรค นายบุญจงตอบว่า สถานะของนายสมคิดยังอยู่ในระหว่างการถูกเพิกถอนสิทธิเช่นเดียวกัน อย่างไร ก็ตาม พรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคที่เปิดกว้าง พร้อมรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย และจากทุกพรรคโดยไม่มีการปิดกั้น เมื่อถามว่า จะออกกฎหมายนิรโทษกรรมในรัฐบาลชุดนี้หรือไม่ นายบุญจงตอบว่า เป็นประเด็นที่เคยหยิบยกมาพูดคุยกัน เพราะคนที่ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งล้วนแต่เป็นบุคลากรทางการเมืองที่มีประสบการณ์ มีความรู้ความสามารถที่ต้องรักษาเอาไว้ แต่ ณ ห้วงเวลานี้ยังไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะดำเนินการ เพราะปัญหาปากท้องของประชาชนเป็นเรื่องที่เร่งด่วนกว่า ทั้งนี้ การจะนิรโทษกรรมจะต้องรับฟังความเห็นจากพรรค การเมืองอื่นและจากประชาชนด้วย

โวยอด ส.ส.ร่วมภูมิใจไทย 30 คน

เมื่อถามว่า ยอดจำนวน ส.ส.ของพรรคหลังจากรวมกับกลุ่มเพื่อนเนวินแล้วมีสมาชิกกี่คน นายบุญจงตอบว่ากลุ่มเพื่อนเนวินมีจำนวน 23 คน ขณะที่คนจากพรรคภูมิใจไทยมีอยู่ 7 คน ดังนั้น เวลานี้มีอยู่ 30 คน อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าในอนาคตจำนวน ส.ส.จะต้องเพิ่มขึ้นอีก เพราะยังมีเพื่อน ส.ส.ที่ไม่สังกัดพรรคการเมืองอยู่อีกจำนวนหนึ่ง เมื่อถามย้ำว่า ส.ส.พรรคเพื่อไทยโดยเฉพาะภาคอีสานจะไหลเข้าพรรคหรือไม่ นายบุญจง ตอบว่าพรรคภูมิใจไทย เปิดกว้างสำหรับ ส.ส.ที่มองเห็นว่า พรรคภูมิใจไทยเป็นช่องทางในการทำงานให้กับประเทศได้ เมื่อถามว่า จะมีการต่อรองขอตำแหน่งรัฐมนตรีเพิ่มหรือไม่ นายบุญจงตอบว่า การรวมกลุ่ม ส.ส.ทั้ง 2 กลุ่มเป็นการร่วมมือกันเพื่อทำให้การเมืองมั่นคงทำให้รัฐบาลเสถียรภาพมากขึ้น และเพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชนยืนยันว่า ไม่มีการต่อรองหวังตำแหน่งใดๆทั้งสิ้น แต่จะต่อรองขอให้นำนโยบายที่ดีๆ ของพรรคไปใส่ไว้ในนโยบายของรัฐบาล

ฟุ้งถ้าสินค้าดีลูกค้าจะแห่เข้ามาเอง

เมื่อถามว่า ในอนาคตจะมี ส.ส.ของเพื่อไทยมาร่วมงานกับภูมิใจไทยหรือไม่ นายชวรัตน์ตอบว่า พล.อ. ชาติชายเคยกล่าวไว้ว่า การเมืองไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร เรามีหน้าที่ทำให้พรรคภูมิใจไทยขายได้ เมื่อพรรคขายได้ลูกค้าจะตามมาซื้อเอง

เมื่อถามว่า พรรคจะมีความชัดเจนเรื่องตำแหน่งโครงสร้างกรรมการบริหารเมื่อใด นางพรทิวาตอบว่า การเลือกหัวหน้าพรรคและตำแหน่งอื่นๆ จะต้องเป็นไปตามข้อบังคับพรรคเบื้องต้น คาดว่าภายในเดือนกุมภาพันธ์ จะมีการเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ เมื่อถามว่าผลการเลือกตั้งซ่อมที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่ากระแสความนิยมของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ลดลง หรือไม่ นายบุญจงตอบว่าดูจากผลการเลือกตั้ง น่าจะทราบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ไม่อยากให้เกิดความวุ่นวาย อยากให้ความขัดแย้งทางการเมืองนั้นยุติลง

พูดเป็นนัยตัวกลางเจรจา “ทักษิณ”

เมื่อถามว่า พรรคจะมีโอกาสช่วยเหลือ พ.ต.ท. ทักษิณหรือไม่ นายบุญจงตอบว่า พ.ต.ท.ทักษิณเป็นบุคลากรทางการเมืองที่มีความรู้ความสามารถ อย่างไร ก็ตาม สิ่งใดที่จะทำให้ประเทศชาติเดินต่อไปได้ก็จะทำ เมื่อถามย้ำว่า จะเป็นตัวกลางเจรจาระหว่างอดีตนายกฯ กับผู้มีอำนาจในปัจจุบันหรือไม่ นายชวรัตน์ตอบว่า ไม่ว่าสิ่งใดมีประโยชน์ต่อประเทศชาติ สถาบัน และประชาชนถ้าคิดว่าสิ่งนั้นดีแล้ว ก็จะทำให้เป็นรูปธรรมส่วนกรณีที่รัฐบาลแต่งตั้งแกนนำพันธมิตรฯ เข้ามาเป็นมีตำแหน่งในรัฐบาลชุดนี้นั้นเหมาะสมหรือไม่ นายบุญจงตอบว่า เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะตัวส่วนบุคคลที่มีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องกับกลุ่มพันธมิตรฯ สังคมต้องสอบถามเรื่องที่มา และคนที่ถูกแต่งตั้งจะต้องพิสูจน์ และต้องแยกอดีตกับปัจจุบันให้ชัดเจน

“เนวิน” ปัดเตรียมตัวเป็นนายกฯ

ทางด้านนายเนวิน ชิดชอบ หัวหน้ากลุ่มเพื่อนเนวิน พรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงอนาคตการเมืองหลังพ้นโทษถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งว่า ไม่เอาแล้ว อยากเป็นแบบนี้ เมื่อถามถึงข่าวหลังพ้นโทษการเมืองพร้อมจะเป็นนายกฯ หรือไม่ นายเนวินตอบว่าไม่คิด อยู่เบื้องหลังดีกว่า เหลืออีก 3 ปี กลับมาโดนยุบอีก 5 ปี เป็น 8 ปี วันนี้ก็เป็นสามีนายกฯ อยู่แล้ว แต่เป็นนายก อบจ.บุรีรัมย์ (นางกรุณา ชิดชอบ ภริยานายเนวิน ดำรงตำแหน่งนายก อบจ.บุรีรัมย์)

ส.ส.นำทัพเสื้อแดงหยุดป่วนชาติ

ขณะที่นายศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.นครพนม กลุ่มเพื่อนเนวิน พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการทำงานการเมืองในนามพรรคภูมิใจไทยว่า ที่ผ่านมาพรรคพลังประชาชนไม่มีกระบวนการขับเคลื่อนเป็นองค์กรพรรค บอกให้แต่รอฟังผู้ใหญ่คนเดียวโดยที่เราไม่รู้ว่าใครใหญ่ที่สุดในพรรค ที่ผ่านมา ส.ส.จึงเป็นเหมือนหุ่นไขลานเท่านั้น ส่วนพรรคเพื่อไทยนั้น ไม่กล้าวิจารณ์ แต่หากยังจัดโครงสร้างพรรคทำเหมือนอดีตก็ไม่น่ารอด ส่วนท่าทีกลุ่มเสื้อแดงบางส่วนที่ยังต่อต้านรัฐบาลและกลุ่มเพื่อนเนวินนั้น เจตนารมณ์ในการก่อตั้งคนเสื้อแดงตอนนั้นเพื่อต่อต้านปฏิวัติ แต่เพื่อนส.ส.ที่ยังเคลื่อนไหว รู้สึกเห็นใจแต่เข้าใจไม่ว่ากัน แต่เราจะสู้กันไปทั้งชาติเลยหรืออย่างไร คนรวยไม่รู้สึกอะไร แต่คนจนเดือดร้อน

เผย 2 ปชร.กลับใจเข้าภูมิใจไทย

นายมานิต นพอมรบดี รมช.สาธารณสุข ในฐานะ ส.ส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ขณะนี้พรรคมัชฌิมาธิปไตยเดิมจำนวน 8 คน จาก 10 คนมาเข้าร่วมกับพรรคภูมิใจไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เหลือเพียง 2 คน คือนางกรรณิการ์ เจริญพันธ์ ส.ส.สุรินทร์ และนายอารยะ ชุมดวง ส.ส.สุโขทัย ที่ขณะนี้สมัครเข้าพรรคประชาราช แต่ได้เปลี่ยนใจจะทำเอกสารย้ายกลับมาที่พรรคภูมิใจไทย โดยสัปดาห์หน้าคงจะได้รับทราบความชัดเจนจาก กกต. หาก กกต.ไม่อนุญาตให้ย้ายกลับมาก็ไม่มีปัญหา เพราะทั้ง 2 คนสามารถใช้เอกสิทธิ์ ส.ส.โหวตสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยได้

“ชูวิทย์กุ่ย” นำทีม พท.แสดงความยินดี

นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวหลังมอบกระเช้าดอกไม้แสดงความยินดีกับการเปิดตัวพรรคภูมิใจไทยว่า วันนี้เดินทางมาแสดงความยินดีก่อน เมื่อถามว่าอนาคตข้างหน้ายังไม่แน่ใช่หรือไม่ นายชูวิทย์ไม่ตอบแต่ยิ้มๆ เมื่อถามอีกว่าจะมีสมาชิกเพื่อไทยมาอีกใช่หรือไม่ นายชูวิทย์ตอบติดตลกว่ายังมีอีก 20 กว่าคน อย่างไรก็ตาม การมาแสดงความยินดีด้วยในครั้งนี้ เนื่องจากเราเป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นน้อง เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกัน แต่คงมาสังกัดพรรคภูมิใจไทยไม่ได้ แม้ถึงอยากมาก็ติดเงื่อนไขรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้ต้องสังกัดพรรคเดียว และขณะนี้ กกต.ยังไม่รับรอง ส.ส.เป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย ผู้สื่อข่าวถามว่าในการเลือกตั้งครั้งหน้ามีโอกาสความเป็นไปได้ที่ ส.ส.เพื่อไทยจะย้ายมายังพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายชูวิทย์ตอบว่า พรรคเพื่อไทยอยู่ในสภาพบ้านเพิ่งแตก กำลังรอจัดโครงสร้างพรรคเพื่อให้พรรคเดินไปได้ แต่คงไม่มีใครไปอยู่พรรคภูมิใจไทย อย่างไรก็ตาม ส.ส.จะมาหรือไม่ยังไม่รู้ จบเกมหนึ่งค่อยว่ากันใหม่ในช่วงการเลือกตั้ง

แจ้ง กกต.เลือก “ประชา” โมฆะ

ขณะเดียวกัน เมื่อเวลา 16.40 น. ที่รัฐสภา นพ. อลงกต มณีกาศ ส.ส.นครพนม พร้อมนายนรพล ตันติ มนตรี ส.ส.เชียงใหม่ กลุ่มวังพญานาค แถลงถึงความคืบหน้ากรณีการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดินเมื่อวันที่ 9 ธ.ค. ที่ผ่านมา ว่า รักษาการหัวหน้าพรรคได้ทำหนังสือไปถึง กกต. เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. 51 ที่ผ่านมา ว่า การเลือกตั้งหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดินในวันดังกล่าว ซึ่งมีมติเลือก พล.ต.อ. ประชา พรหมนอก เป็นหัวหน้าพรรค เป็นโมฆะ เนื่องจากไม่ได้ปฏิบัติตามข้อบังคับพรรคที่ระบุว่าให้ลงคะแนนลับด้วยการหย่อนบัตร อีกทั้งคนที่ลงคะแนนเลือกตั้งในวันดังกล่าว ก็ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคจริง แต่จนถึงขณะนี้ กกต.ก็ยังไม่มีหนังสือตอบกลับมา นอกจากนั้น เมื่อคืนวันที่ 16 ธ.ค. 51 ที่ผ่านมา ก็มีผู้บุกรุกเข้าไปที่สำนักงานใหญ่ของพรรค ถ.วิทยุ และขโมยอุปกรณ์เอกสารทั้งหมด รวมถึงทะเบียนสมาชิกและหลักฐานสำคัญรวมถึงการปลดป้ายพรรคและใส่โซ่ล็อกประตู ทางเข้าพรรค จึงได้แจ้งความ ไว้แล้วเมื่อเอกสารทุกอย่างหายไปหมด จึงไม่สามารถที่จะดำเนินการใดๆต่อไปได้ ส.ส.กลุ่มประชาเหลือไม่ถึง 5 คน

เมื่อถามว่า ตัวเลขของ ส.ส.ที่สนับสนุนรัฐบาลในพรรคเพื่อแผ่นดินมีเท่าใดกันแน่ นพ.อลงกตตอบว่า ล่าสุดตัวเลขของ ส.ส.ที่อยู่กับ พล.ต.อ.ประชาต่ำกว่า 10 คน เนื่องจากหลายคนไม่เห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว และพยายามที่จะกลับมาอยู่กับซีกรัฐบาล เชื่อว่าในอนาคตอันใกล้กลุ่มของ พล.ต.อ.ประชาก็คงจะเหลือ ส.ส. ไม่ถึง 5 คน

ค้านคนเสื้อแดงบี้รัฐบาลยุบสภา

ทางด้านความเคลื่อนไหวของพรรคฝ่ายค้าน วันเดียวกัน ที่พรรคเพื่อไทย นายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม กลุ่มอีสานพัฒนา พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการ ที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทยบางส่วนเดินทางไปให้กำลังใจการตั้งพรรคภูมิใจไทยว่า เป็นสิทธิทางการเมืองของ ส.ส.ที่ทำได้ และพรรคดังกล่าวถือเป็นการจัดทางเลือกใหม่ให้ ส.ส. หากเห็นว่าอยู่พรรคเพื่อไทยไม่มั่นคงก็ไปอยู่พรรคภูมิใจไทยได้ เชื่อว่า ส.ส.กลุ่มเพื่อนเนวิน ส่วนใหญ่ในพรรคเพื่อไทยคงจะย้ายในช่วงการเลือกตั้งใหญ่ เมื่อรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์และกลุ่มเพื่อนเนวินเห็นว่ากระแสดีอาจยุบสภา ส่วนกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภานั้น เราไม่เห็นด้วย เพราะเมื่อนักการเมืองรวบรวมเสียงข้างมากตั้งรัฐบาลได้ต้องให้โอกาสทำงาน และหากบริหารประเทศไม่โปร่งใสควรยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ

แกนนำต้องทบทวนการบริหารใหม่

ขณะที่นายไชยา พรหมา ส.ส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยต้องปรับตัวก่อนที่ ส.ส.จะย้ายออกจากพรรคไปหมดว่า ถ้ารัฐบาลทำงานไม่สำเร็จเชื่อว่าไม่มี ส.ส.ย้ายออกจากพรรคแน่ และสิ่งสำคัญพรรคเพื่อไทยต้องปรับกระบวนยุทธ์ในการทำหน้าที่ตรวจสอบให้เป็นระบบ เชื่อว่ารัฐบาลมีโอกาสเพลี่ยงพล้ำได้ “วันนี้ผู้ใหญ่ในพรรครู้สถานการณ์ดี คงปรับยุทธศาสตร์ด้วยการทบทวนตัวเอง ต้องบริหารพรรคโดยให้ สมาชิกมีส่วนร่วมมากที่สุด เพราะที่ผ่านมาตัดสินใจการเมืองผิดพลาดมาตลอด ถ้ายังให้ฝ่ายสนับสนุนอดีตนายกฯ หรือกลุ่ม 111 เป็นที่ปรึกษา ไม่มีการสั่งการว่าต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้ก็จะไม่มีปัญหา เราต้องให้คน 111 และอดีตแกนนำ 39 คน เป็นมันสมองให้คำแนะนำได้ แต่ ไม่ใช่ให้มาสั่งการเหมือนอดีต”

ตะเพิดไล่หัวหน้า-เลขาฯพรรค

ด้านนายศักดา นพสิทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่มี ส.ส.อีสาน พรรคเพื่อไทย 30-40 คน อาจย้ายไปอยู่พรรคภูมิใจไทยว่า ส.ส.ในพรรคหลายคนได้หารือกันว่าถึงเวลาที่องค์กรต้องปรับตัวใหม่ โดยเปลี่ยนคณะผู้บริหารพรรค ทั้งหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค และโฆษกพรรค ไม่เช่นนั้นอาจมีการตั้งองค์กรใหม่ขึ้นมา โดยจะเป็นองค์กรประชาธิปไตยแนวก้าวหน้า วิธีดังกล่าวทำด้วยเจตนาดี ไม่ได้ทำเพื่อคนใดคนหนึ่ง แต่ต้องทำให้ ประเทศไทยเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้นตามกระแสสังคมโลก ทั้งนี้ถ้าพรรคเพื่อไทยยังไม่เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น แสดงว่าไม่ให้ความสำคัญกับความรู้สึกของประชาชนที่สะท้อนมายังผู้แทนของเขา ที่ ส.ส.รู้ว่าพรรคจะอยู่ไม่ได้จึงรอจังหวะย้ายพรรค ดังนั้น ขอคณะผู้บริหารพรรครีบปรับตัว เพื่อให้พรรคมีเอกภาพ ประชาชนยอมรับ และจะได้เป็นทางเลือกของประชาชนอย่างแท้จริง

“อภิสิทธิ์” ผวาไข่หลบเสื้อแดง

ที่มา ไทยรัฐ

ม็อบเสื้อแดงรอปาไข่ “มาร์ค”

เมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 14 ม.ค. 52 ที่บริเวณหน้าโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ ถ.เพลินจิต ได้มีกลุ่มคนสวมเสื้อแดงชายหญิงซึ่งเป็นสมาชิกกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย องค์กรแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นับสิบคน นำโดยนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข ได้มาถือป้ายประท้วงและนำไข่ไก่สดกับไข่นกกระทามาเตรียมปาใส่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่เดินทางมากล่าวสุนทรพจน์และร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำของสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ (FCCT) ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ เพื่อประท้วงและเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินคดีกับแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และเรียกร้องให้ปลดนายกษิต ภิรมย์ ออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เนื่องจากเป็นผู้อยู่ เบื้องหลังและสนับสนุนกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยก่อการร้ายยึดสนามบินนานาชาติ ท่ามกลางความสนใจจากนักท่องเที่ยวและสื่อต่างชาติเป็นจำนวนมาก

นายกฯหลบเสื้อแดงรอดโดนปาไข่

ต่อมาเวลา 19.00 น. นายอภิสิทธิ์ได้เดินทางมาถึงโรงแรมสยามอินตอร์คอนติเนนตัล เพื่อร่วมงานดินเนอร์ทอล์ก และปาฐกถาพิเศษ ให้กับสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ (FCCT) โดยนายกฯและคณะได้หลบไปเข้าประตูอีกด้านของโรงแรม ขณะที่ด้านหน้าโรงแรมก่อนได้มีกลุ่มเสื้อแดง 10 กว่าคน นำโดยนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย มาดักรอ อยู่ที่หน้าโรงแรม โดยกลุ่มเสื้อแดงถือป้ายผ้ามีข้อความโจมตี ทำให้ไม่เกิดเหตุการณ์อะไรรุนแรง

ย้ำสร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน ตปท.

จากนั้นเมื่อเวลา 19.30 น. นายอภิสิทธิ์ได้ขึ้นกล่าวปาฐกถากับสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศว่า รัฐบาลจะฟื้นฟูความเชื่อมั่นทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและต่างประเทศ โดยเฉพาะเรื่องการเมือง ที่มีความขัดแย้งรุนแรง จะสร้างความสมานฉันท์ แต่ขอเวลาในการแก้ไข โดยจะใช้หลักสันติวิธีและความเป็นธรรม เมื่อมีความสมานฉันท์ความเชื่อมั่นจะกลับมา นอกจากนั้น รัฐบาลจะใช้เวทีอาเซียน และเวทีต่างๆเพื่อสร้างความมั่นใจ เพื่อให้นักลงทุนเชื่อมั่นว่าถึงเวลาที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทยได้แล้ว

เสื้อแดงฉุนปาไข่ใส่รูปนายกฯ

ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 20.30 น. กลุ่มคนสวมเสื้อแดงที่มาถือป้ายประท้วงและนำไข่ไก่สดกับไข่นกกระทามาเตรียมปาใส่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี บริเวณด้านหน้าโรงแรมนั้น เมื่อเห็นว่าคณะของนายกรัฐมนตรีได้หลบเข้าไปในโรงแรมทางประตูอีกด้านหนึ่งก็เกิดความไม่พอใจ พร้อมกับนำรูปถ่ายของนายอภิสิทธิ์ที่ถ่ายคู่กับนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ และรูปเดี่ยวของนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ มาติดที่เสาประตูทางเข้าโรงแรม และให้ผู้ชุมนุมเดินเรียงหน้าปาไข่ใส่รูปทั้งสองภาพกันอย่างสนุกสนาน พร้อมกับดักรอเฝ้าคณะนายกรัฐมนตรีอยู่ตรงจุดเดิม

รัฐบาลพร้อมจัดประชุมผู้นำอาเซียน

วันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานการประชุมเตรียมการประชุมอาเซียน ซัมมิท จากนั้นนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รายงานและแสดงความพร้อมในการจัดการประชุมให้นายกฯทราบ โดยเฉพาะสถานที่การประชุมรวมถึงมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยได้ข้อสรุปชัดเจนเรื่องสถานที่แล้ว ส่วนมาตรการรักษาความปลอดภัยเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการจัดระบบจราจรเพื่อป้องกันการชุมนุมของมวลชนเสื้อแดง ทั้งนี้ กระทรวงต่างประเทศได้รายงานให้นายกฯทราบแล้วว่าผู้นำอาเซียนทั้ง 10 ประเทศได้ตอบรับที่จะเข้าร่วมประชุมเรียบร้อยแล้ว ส่วนกรณีที่บางประเทศนั่งเครื่องบินมาลงที่สนามบินสุวรรณภูมินั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เตรียมความพร้อม และจัดระบบจราจรเดินทางไปยังหัวหิน รวมถึงได้มอบหมาย ให้กระทรวงการต่างประเทศติดต่อไปยังประเทศสมาชิกว่ามีประเทศใดบ้างที่จะเช่าเหมาลำเครื่องบินมาเอง เพื่อจะได้จัดเตรียมสถานที่ไว้รองรับและให้เกิดความเหมาะสม

เตรียมเครื่องบินเล็กส่งผู้นำลงหัวหิน

ด้านนายวิทวัส ศรีวิหค อธิบดีกรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมว่า ยืนยันว่าผู้นำทุกประเทศจะเดินทางมาร่วมประชุมอาเซียน ซัมมิท ไม่มีประเทศใดกังวลสถานการณ์ที่ การเมืองในประเทศไทย เพราะเข้าใจดีแล้ว โดยใช้สถานที่โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน และจะใช้สถานที่ภายในพระราชนิเวศน์มฤคทายวันเป็นสถานที่เลี้ยงอาหารค่ำแก่ผู้นำที่เข้าร่วมประชุม วันที่ 15 ม.ค.นี้ จะจัดประชุมระดับอธิบดีอาเซียนที่โรงแรมคอนราด เพื่อหารือรายละเอียดการประชุมอาเซียน ซัมมิท อีกครั้งเพื่อให้ทุกอย่างราบรื่นที่สุด ส่วนการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงนั้นในที่ประชุมไม่ได้หารือกันและไม่ได้รู้สึกกังวล การประชุมอาเซียน ซัมมิทถือว่าเป็นวาระแห่งชาติ ทางเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการเตรียมความพร้อมไว้หมดแล้ว โดยได้ประสานงานเรื่องการจอดเครื่องบินของผู้นำประเทศโดยจะให้จอดที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิทั้งหมดและจะมีเปลี่ยนเป็นเครื่องบินเล็กเพื่อใช้ในการเดินทางไป อ.หัวหิน

ม็อบเสื้อแดงยื่น จม.ค้านตั้งคน พธม.

วันเดียวกัน เมื่อเวลา 13.30 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ มีกลุ่มคนเสื้อแดงประมาณ 20 คน นำโดยนายคารม พลทะกลาง ตัวแทนชมรมนักกฎหมายเพื่อประชาชน ได้ เดินทางมาโดยปราศรัยโจมตีการทำงานของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พร้อมยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงนายกฯ ใจความสรุปว่าการเข้ามาบริหารประเทศของรัฐบาลนี้ไม่ถูกต้อง และกรณีที่นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต. ประจำสำนักนายกฯ ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อว่าจะปิดสถานีวิทยุชุมชนและเว็บไซต์ที่หมิ่นสถาบัน ถือเป็นการคุกคาม สื่อ และกรณีที่แต่งตั้งนายกษิต ภิรมย์ เป็น รมว.ต่างประเทศ รวมถึงการแต่งตั้งคนของกลุ่มพันธมิตรฯเข้ามาดำรงตำแหน่งเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีในหลายกระทรวง ทั้งที่เคยมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับการปิดสนามบินและยึดทำเนียบฯถือเป็นการท้าทายกฎหมายบ้านเมือง ขอให้ทางรัฐบาลชี้แจงและอธิบายพร้อมทั้งยับยั้งการแต่งตั้งบุคคลเหล่านี้ ไม่ให้ดำรงตำแหน่งต่างๆในรัฐบาลนี้ โดยมีนายณัฐพล ทีปสุวรรณ ผอ.พรรคประชาธิปัตย์ ออกมารับเรื่องไว้ จากนั้นกลุ่มเสื้อแดงจึงสลายตัวโดยไม่มีเหตุรุนแรงหรือการปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ตรึงแนวรักษาการณ์บริเวณด้านหน้าพรรคแต่อย่างใด

'จงรัก' เรีกยถกเครียดยัน 28 วันสั่งล้างบางม็อบโกเต็กซ์

ที่มา ประชาทรรศน์

รอง ผบ.ตร. เรียกประชุมเครียด เตรียมสั่งซัดคดีม็อบมารยึดสุวรรณภูมิ เผยสั่งอัยการฟ้องกบฎบุกยึดทำเนียบแล้ว ยันไม่เกิน 4 สัปดาห์ออกหมายจับได้แน่ ย้ำไม่มีการเมืองเข้าแทรก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (14 ม.ค.) พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เรียกประชุมคณะพนักงานสอบสวน เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีต่างๆ ที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยบุกรุกทำเนียบรัฐบาล ท่าอากาศยานดอนเมืองและท่าอาการศสุวรรณภูมิ

ทั้งนี้ในส่วนของการบุกรุกทำเนียบรัฐบาล พนักงานสอบสวนได้มีการแจ้งข้อหาแกนนำทั้ง 9 คน ฐานมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คน ขึ้นไป กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง และกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้ปรากฏโดยมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็น หรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดินหรือรัฐบาล ซึ่งได้สรุปสำนวนและส่งฟ้องต่ออัยการแล้วตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ส่วนคดีการบุกยึดท่าอากาศยานทั้ง 2 แห่ง มีการสอบพยานบุคคลไปแล้วกว่า 300 ปาก คดีมีความคืบหน้าไปมากกว่าร้อยละ 70 แล้ว คาดว่าอีกประมาณ 3-4 สัปดาห์จะสามารถออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องได้

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยว่า กรณีดังกล่าวมีผู้เสียหายเพิ่มขึ้นอีก 2 หน่วยงาน คือ การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย ที่กำลังจะยื่นฟ้องกลุ่มพันธมิตรฯ โดยเรียกค่าเสียหาย 30 ล้านบาท และการบินไทย ที่กำลังจะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย 18,000 ล้านบาท ซึ่งพนักงานสอบสวนจำเป็นจะต้องรอนำคำฟ้องเหล่านั้นมาประกอบสำนวนการสอบสวน เพื่อจะทราบถึงพฤติกรรมและค่าเสียหายทั้งหมดด้วย โดย พล.ต.อ.จงรัก ยืนยันว่า จะดำเนินคดีไปตามพยานหลักฐานกับผู้ชุมนุมทุกกลุ่ม โดยใช้มาตรฐานเดียวกัน และไม่มีการเมืองเข้ามาแทรกแซงการทำงานของตำรวจอย่างแน่นอน

คลังลุยกระตุ้นเศรษฐกิจ จี้รัฐวิสาหกิจเร่งใช้งบ8แสนล้านกนง.รับลูกสั่งลดดอก0.75%

ที่มา ประชาทรรศน์

กนง.รับลูกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ มีมติลดดอกเบี้ย "ขุนคลังกรณ์"ส่งซิกรัฐวิสาหกิจ-หน่วยงานรัฐ เร่งเบิกจ่ายงบ 8 แสนล้าน หวังฟื้นศรัทธาภาคการลงทุน-บริโภค ชี้ภาวะเศรษฐกิจไทยยังไม่เหมาะลดดอกเบี้ย แต่ยืนยันในระยะยาวมีความจำเป็นต้องลด

วันนี้ (14 ม.ค.) ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) มีมติลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.75% จาก 2.75% เหลือ 2.00% เพื่อช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ทั้งนี้ น.ส.ดวงมณี วงศ์ประทีป ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ขณะนี้เศรษฐกิจโลกเริ่มชะลอตัวมากและแรงกว่าที่คาด การใช้นโยบายต่างๆ ต้องช่วยกันทุกด้าน โดยนโยบายการคลังน่าจะเป็นตัวหลักในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะเงินเข้าถึงมือประชาชนได้โดยตรง ซึ่งรัฐบาลได้ดำเนินการไปแล้ว ขณะที่มาตรการการเงินเป็นตัวเสริม เพื่อให้ต้นทุนทางการเงินลดลง โดยจะทำให้การส่งผ่านนโยบายการคลังมีประสิทธิภาพขึ้น

"ขณะนี้มีสัญญาณว่าอัตราการขยายตัวจะลดลงต่ำกว่าการประมาณการครั้งล่าสุดที่ 0.5-2.5% จากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวรุนแรง และกระทบต่อการส่งออก แต่การมีนโยบายการคลังที่ชัดเจน จากการตั้งงบประมาณกลางปีที่ 1.15 แสนล้านบาท ซึ่งได้รวมส่วนของงบประมาณที่ชดเชยการขาดดุลการคลังทั้งหมดไว้ 1.9 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะทำให้กระตุ้นเศรษฐกิจได้จริง 1.1 แสนล้านบาท และน่าจะเบิกจ่ายได้ 100% ขณะที่การเบิกจ่ายงบประมาณปี 2552 ยังอยู่ที่ 94% น่าจะกระตุ้นให้เศรษฐกิจได้ในไตรมาส 2 ปีนี้ และแม้ว่า ไตรมาส 4 ปี 2551 จะติดลบ แต่โอกาสที่จะพลิกฟื้นในไตรมาสแรกปีนี้มีสูง ดังนั้น จึงไม่มีโอกาสที่จะเห็นเศรษฐกิจปี 2552 ติดลบ" น.ส.ดวงมณี กล่าว

น.ส.ดวงมณี กล่าวว่า สำหรับแนวนโยบายเกี่ยวกับปัญหาเงินเฟ้อ ยังอยู่ในกรอบการประมาณการของ กนง.คือ 0-3.5% ต่อปี ขณะที่เงินเฟ้อทั่วไปจะต่ำกว่าเงินเฟ้อพื้นฐาน แต่จะไม่เกิดภาวะเงินฝืดทางเทคนิคที่มาจากเงินเฟ้อติดลบต่อเนื่องกัน ดังนั้น นโยบายการเงินจึงสามารถผ่อนคลายต่อเนื่องได้ เพื่อช่วยเศรษฐกิจในหลายๆทาง เพราะหากต้นทุนเงินถูกลง จะกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยได้ ขณะที่ธนาคารพาณิชย์เองจะสามารถปรับลดอกเบี้ยลงได้ แต่ต้องใช้เวลาในการปรับตัว

"ขณะนี้เรามีดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 2% ยังสามารถดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายได้ต่อเนื่อง หากเห็นว่ามีความจำเป็น เพราะดอกเบี้ยนโยบายของไทยเคยลงไปต่ำสุดที่ 1.25% เมื่อปี 2546 แต่การกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยนโยบายการคลังจะมีผลโดยตรงมากกว่า ขณะที่นโยบายการเงินต้องผ่านกลไกในการส่งผ่าน คือ ธนาคารพาณิชย์ ซึ่งต้องใช้เวลาในการพิจารณาว่าจะลดดอกเบี้ยหรือไม่ ซึ่งปกติจะใช้เวลา 2-6 ไตรมาส แต่ขณะนี้น่าจะเร็วขึ้น เพราะปัจจัยต่างๆ เกิดขึ้นเร็วมาก"น.ส.ดวงมณีกล่าว

ด้าน นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง กล่าวว่า ในการประชุม ครม.เศรษฐกิจ กระทรวงการคลังได้เสนอให้เร่งรัดการใช้งบลงทุนของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ และบริษัทลูกรัฐวิสาหกิจ ที่มีวงเงินค้างอยู่ประมาณ 5 แสนล้านบาท รวมถึงเร่งรัดการใช้งบลงทุนของหน่วยงานรัฐในปี 2552 ที่มีอยู่ 3 แสนล้านบาท ให้เกิดการลงทุนได้ตามแผนงานที่เสนอไว้จริง เพื่อให้หน่วยงานรัฐและรัฐวิสาหกิจเป็นตัวนำในการกระตุ้นและฟื้นฟูความเชื่อมั่นในภาคการบริโภคและการลงทุนของประชาชนและนักลงทุน

"เมื่อรวมกับมาตรการของรัฐบาลที่ออกมาแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า โดยใช้งบกลางปีประมาณแสนล้านบาท น่าจะช่วยชดเชยการจับจ่ายใช้สอยในภาคเอกชนที่ลดลงได้ และน่าจะทำให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนกลับมา รวมทั้งเป็นประโยชน์ต่อการแข่งขันและระบบเศรษฐกิจมากกว่า ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2552 จะขยายตัวมากกว่า 2% หรือน้อยกว่า 2% ก็ได้ เพราะทั้งหมดขึ้นอยู่กับสูตรในการคำนวณ และรอบการหมุนของเม็ดเงิน" นายกรณ์ กล่าว

นอกจากนี้ นายกรณ์ กล่าวถึงการใช้มาตรการด้านภาษีว่า จะสรุปเรื่องและนำเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุม ครม.ในสัปดาห์หน้า ซึ่งได้หารือร่วมกับนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลัง และนายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล ปลัดกระทรวงการคลังแล้ว เห็นว่ามาตรการภาษีเป็นเรื่องที่มีรายละเอียดมาก ดังนั้น ควรจะเสนอให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี รับทราบก่อนนำเข้า ครม.

"ผมเห็นว่าภาษีในบ้านเรายังสูงเกินไป ในระยะยาวควรจะต้องปรับปรุงและแก้ไข เพื่อจะได้สามารถดึงการลงทุนจากต่างประเทศให้เข้ามาได้มากขึ้น เพียงแต่ขณะนี้ยังไม่เห็นจังหวะที่เหมาะสมในการปรับลดอัตราภาษี” รมว.คลัง กล่าว

ชงปลดล็อกบ้านเลขที่111/109หวังดึงตัวจริงแก้ปัญหาชาติ

ที่มา ประชาทรรศน์

"เสธ.หนั่น" ยันไม่ขอเพิ่มโควต้ารัฐมนตรี หลังคว้าที่นั่งส.ส.เพิ่ม ทำรัฐบาลพ้นวิกฤตเสียงปริ่มน้ำ ชี้ เร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ยังไม่คิด นิรโทษกรรมกรรมการบริหารพรรคถูกยุบ 'บุญจง' ชง นิรโทษกรรมนักการเมืองที่ถูกเพิกถอนสิทธิ์ เพื่อไทยรับลูก ระบุ คนมีความสามารถเหลือน้อย

พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี ยืนยันไม่ขอโควต้ารัฐมนตรีเพิ่ม ในส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา และไม่ได้มีการเสนอรายชื่อเพื่อปรับคณะรัฐมนตรี แม้หลังเลือกตั้งซ่อม ทางพรรคสามารถกวาดที่นั่งมาได้ถึง 10 ที่นั่ง จาก 13 ที่นั่ง ส่งผลให้การทำงานของรัฐบาลมีเสถียรภาพมากขึ้น ทั้งนี้ทางพรรคพอใจกับโควตาเดิมที่ พรรคประชาธิปัตย์ จัดสรรให้คือ 4 ที่นั่ง และตนได้พูดคุยกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เรื่องดังกล่าวแล้ว ทั้งนี้การปรับ คณะรัฐมนตรีนั้น ขึ้นอยู่กับเวลาที่เหมาะสม และการทำงานของรัฐบาล

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่า นายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ระบุว่าควรจะมีการขอนิรโทษกรรมผู้ที่ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย จำนวน111 คนที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรคเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2550 และ อีก 109 คนจากการตัดสินยุบพรรคพลังประชาชน ชาติไทย และมัชฌิมาธิปไตย เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2551 รวมเป็น 220 คน นั้น พล.ต.สนั่น กล่าวว่า เรื่องนี้รัฐบาลยังไม่ได้มีการหารือกัน ตอนนี้ขอแก้ปัญหาเศรษฐกิจก่อน ส่วนใครจะเสนออะไรมาก็เป็นความคิดของแต่ละคน

'บุญจง'ชงนิรโทษกรรมนักการเมืองที่ถูกเพิกถอนสิทธิ์

ด้าน นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการนิรโทษกรรมนักการเมืองที่ถูกเพิกถอนสิทธิ ว่า สิ่งสำคัญคือ บุคคลที่ถูกเพิกถอนสิทธิ มีประสบการณ์ ความรู้ ความสามารถ เป็นบุคลากรที่มีคุณค่าทางการเมืองที่ต้องรักษาไว้ แต่เวลานี้ เห็นว่าการออกกฎหมายยังไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน แต่สิ่งที่เร่งด่วนกว่า คือ การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้องประชาชน และการสร้างความเชื่อมั่นจากนานาชาติ อย่างไรก็ตาม หากจะมีการแก้กฎหมายเกิดขึ้นจริง ก็จะต้องหารือกับทุกพรรคหารเมือง และต้องฟังเสียงสะท้อนของประชาชนจากทุกองค์กรด้วย

พท.รับลูกนิรโทษกรรมชี้คนมีความสามารถเหลือน้อย

นอกจากนี้นายกมล บันไดเพชร กรรมการบริหารพรรค ยังกล่าวว่าเห็นด้วยกับกรณีที่นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ออกมาระบุว่าต้องการให้มีการนิรโทษกรรมบรรดากรรมการบริหารพรรคที่ถูกตัดสิทธิ์ไปเพื่อบ้านเมืองจะได้สงบ อย่าเอาบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถไปดองไว้ เพราะทุกวันนี้คนที่มีความรู้ความสามารถและเก่งจริงๆ ก็เหลือน้อย การที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้เขียนไว้นั้นเป็นการทำลายระบอบการเมือง ทำลายประเทศชาติ เพราะสถาบันการเมืองต้องมีส่วนเข้ามาบริหารประเทศ และหากจะนำคนนอกเข้ามาเขาคงไม่มีความรับผิดชอบเท่ากับนักการเมือง และที่สำคัญพรรคก็จะคุมคนนอกไม่ได้

'มาร์ค'ปิดปากออกกม.นิรโทษกรรม!

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ปฎิเสธที่ตอบคำถามกรณีนายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ระบุว่าควรจะมีการขอนิรโทษกรรมนักการเมืองที่ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกจำนวน 220 คน โดยระบุว่า ตนได้ตอบคำถามมาเยอะแล้ว

'เพื่อไทย'ปัดลูกหาบเอาใจออกห่าง!หนีซบ'ภูมิใจไทย'

ที่มา ประชาทรรศน์

จากกรณีที่มีกระแสข่าวว่า 20 ส.ส.ภาคกลางและภาคอีสานบางส่วนของพรรคเพื่อไทย ทำหนังสือสอบถามไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อสอบถามถึงการเปลี่ยนพรรคต้นสังกัดใหม่ว่าสามารถทำได้หรือไม่ เนื่องจากส.ส.กลุ่มดังกล่าวต้องการย้ายไปสังกัดเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย วันนี้ (14 ม.ค.) นายวิทยา บุรณศิริ ส.ส.อยุธยา พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า เชื่อว่าเป็นเพียงการทำหนังสือไปหารือกับกกต.เท่านั้น ไม่น่าจะเป็นการที่ส.ส.ของพรรคต้องการเอาใจออกห่างจากพรรคเพื่อไทยแต่อย่างใด

ปธ.วิปรัฐบาล กล่าวต่อว่า สำหรับจะมีการเรียก 20 ส.ส.กลุ่มดังกล่าวมาพูดคุยทำความเข้าใจหรือไม่นั้น เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน ในฐานะประธานส.ส.พรรคฯเป็นผู้พิจารณา

ขณะที่นายสุชาติ ลายน้ำเงิน ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย ปฎิเสธไม่มีส่วนรู้เห็นกับการทำหนังสือสอบถามประเด็นดังกล่าวไปยังกกต. แต่ยอมรับว่าส.ส.หลายคนในพรรคเพื่อไทยได้รับการทาบทามจากพรรคภูมิใจไทยจริง พร้อมกับมีการเสนอเงื่อนไขที่ดีให้ ซึ่งตนได้บอกไปด้วยว่าสงสารพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยืนยันจะขอสู้ในพรรคเพื่อไทยต่อไป