WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, January 15, 2009

จับตา NBT!

ที่มา ประชาทรรศน์

คอลัมน์ : ละครชีวิต

โดย ลวดหนาม


จากแนวคิดของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่จะปฏิรูปรูปแบบของสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที ให้กลับมาเป็น “สถานีสาธารณะ” แต่จะมีการเพิ่มพื้นที่ให้รัฐบาลชี้แจงการทำงาน

ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ ยืนยันจะไม่ใช้เพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง รวมถึงจะมีการจัดสรรเวลาให้ฝ่ายค้านชี้แจงการทำงานตรวจสอบรัฐบาลด้วย แต่ต้องไม่ใช่การตอบโต้ทางการเมือง

แม้แนวคิดของนายอภิสิทธิ์ จะออกมาในแนวทางนี้ก็ตาม แต่หลายฝ่ายให้คอยจับตาดูว่า เอ็นบีทีจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร

เพราะสถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีกำลังเป็นที่ต้องการของใครหลายคน โดยเฉพาะ “สื่อผู้ยิ่งใหญ่” ที่โค่นรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เตรียมจะเข้ามารับ “โบนัส” บริหารงานในสื่อช่องนี้ด้วยเช่นกัน

บางคนอาจคิดว่า ประชาธิปัตย์ ไม่น่าจะกล้า แต่หากย้อนไปดู ครม. ที่มีมติแต่งตั้งคนที่เคยขึ้นเวทีปราศรัยของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีแล้วก็ต้องเปลี่ยนใจ

ประชาธิปัตย์กล้าแต่งตั้ง นายกษิต ภิรมย์ เป็น รมว.ต่างประเทศ แม้ว่าประชาชนจะรู้กันว่าคนคนนี้ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการยึดทำเนียบรัฐบาล สนามบินดอนเมือง และสนามบินสุวรรณภูมิ

ในเมื่อกล้าขนาดนั้นแล้ว ทำไมประชาธิปัตย์จึงจะไม่กล้าแต่งตั้ง นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ มาดูแลสื่อสาธารณะ

วันนี้ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นได้เสมอ โดยเฉพาะ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ออกมาระบุว่า นโยบายการปฏิรูปสื่อภายใต้การบริหารของรัฐบาลชุดนี้ มีแนวคิดจะปรับเปลี่ยน "กรมประชาสัมพันธ์" ซึ่งมักจะถูกการเมืองแทรกแซงการทำงานทุกครั้งที่มีการปรับเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ให้เป็น "องค์การมหาชน" ตาม พ.ร.บ.องค์การมหาชน

ทั้งนี้ ก็เพื่อให้การทำงานเป็นอิสระ ปลอดจากการแทรกแซงของการเมือง โดยให้ทำหน้าที่สื่อสารข้อมูลระหว่างรัฐกับประชาชน และสื่อสารระหว่างประชาชนกับประชาชน ที่สมบูรณ์แบบ

คำพูดที่สวยหรูของนักการเมือง อย่างนายสาทิตย์นั้น หลายคนคงเดาได้ไม่ยากว่าต้องการอะไร เพราะที่ผ่านมาก็พยายามจะปิดสถานีวิทยุชุมชนมาแล้ว
แต่ที่ยังไม่ดำเนินการ เพราะหวั่นพลังเสื้อแดงที่อาจสร้างความรุนแรงขึ้นได้

ก่อนจะปิดวิทยุชุมชนนั้น ขอให้พรรคประชาธิปัตย์สำนึกไว้ด้วยว่า “วิทยุชุมชน” เป็นสื่อท้องถิ่นที่ประชาชนสามารถแสดงความคิดเห็น หรือเข้ามาบริหารจัดการเองได้ ชาวบ้านล้วนมีความผูกพันกับวิทยุชุมชนเป็นอย่างมาก
ดังนั้นควรใช้สติไตร่ตรองให้ดีก่อนที่จะดำเนินการทำอะไรลงไป
“สื่อรัฐ” เป็นสมบัติของชาติ มาจากภาษีของประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ควรจะทำเพื่อประโยชน์สาธารณะ และต้องใช้เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนอย่างแท้จริง!

"ภูมิใจไทย"ปัดข้อหาเสือรัฐบาลชี้"กลุ่ม 16"รีเทิร์นแค่ช่วยรุ่นน้อง

ที่มา ประชาทรรศน์

"บุญจง'ย้ำชัดไร้แนวคิดนิรโทษกรรมคนบ้านเลขที่ 111 ปัดตั้ง'ภูมิใจไทย'หวังต่อรองอำนาจทางการเมือง ยันไม่เกี่ยว'ระบอบทักษิณ'เสื่อม! วอนทุกฝ่ายอย่ามองการฟื้น"กลุ่ม 16" เป็นเสือในรัฐบาล ระบุแค่รีเทิร์นเป็นพี่เลี้ยงช่วยรุ่นน้อง ทำงานเพื่อชาติ

วันนี้ (15 ม.ค.) นายบุญจง วงศ์ไตรรัน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการมองว่าการเข้าร่วมพรรคภูมิใจไทยเพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองทางการเมือง ว่า ขอยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคการเมืองหนึ่งที่ก่อตั้งขึ้นมาถูกต้องตามกฎหมาย และมีกลุ่มเพื่อนเนวินได้มารวมตัวกัน เพื่อเป็นการดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายเพื่อหาสังกัดพรรคใหม่ภายใน 60 วันหลังการยุบพรรคเพื่อไทย ซึ่งทำให้มีการรวมกัน ส.ส.30 คนไม่ใช่มาต่อรองทางการเมืองใดๆทั้งสิ้น จะไม่มีผลนำไปสู่การพลิกขั้วทางการเมืองอีกอย่างแน่นอน รวมทั้งไม่มีการไปต่อรองขอเพิ่มโควต้ารัฐมนตรี แต่สิ่งที่จะต่อรองคือการที่จะนำนโยบายที่เป็นประโยชน์ของประชาชนมาคุยกับพรรครัฐบาล ส่วนกระแสข่าวที่ว่า ส .ส.พรรคเพื่อไทยจะมาเข้าร่วมด้วยนั้นเราไม่ได้ปิดกั้น อยู่ที่เพื่อน ส.ส.จะมาร่วม ถ้าทำได้โดยไม่ขัดต่อกฎหมาย โดยมาจริงก็ต้องหารือกันและฟังเสียง ส.ส.ว่าเห็นตรงกันหรือไม่ หรือจะรับบุคคลใดเข้ามาร่วมงาน

ผู้สื่อข่าวถามว่าพรรคภูมิใจไทยเกิดขึ้นได้เพราะกระแสความนิยมระบอบทักษิณน้อยลง นายบุญจงปฎิเสธว่า ไม่เกี่ยวกับพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นเพียงการดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย รวมทั้งไม่ใช่เป็นการตั้งพรรคเฉพาะกิจเพื่อดำเนินการของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ยืนยันว่าจะเป็นพรรคที่จะดำเนินการทางการเมืองอย่างแน่นอน โดยจะมีการประชุมเลือกกรรมการบริหารพรรคในวันที่ 20 ก.พ.นี้

เมื่อถามว่ามีการมองว่าพรรคภูมิใจไทยจะเป็นคู่แข่งพรรคประชาธิปัตย์ นายบุญจง กล่าวว่า ถ้าแข่งก็แข่งกันทำความดีเพื่อประโยชน์ของประชาชน วันนี้เป็นพรรคร่วมรัฐบาลก็ต้องทำงานด้วยกัน การขัดแย้งต้องไม่เกิดขึ้น ต้องคิดร่วมกันไม่มีการแข่งขัน ไม่ขัดแข้งขัดขาใดๆทั้งสิ้น และการตั้งพรรคภูมิใจไทยไม่ได้เป็นการทำเพื่อรองรับอดีตกรรมการบริหารที่ถูกตัดสิทธิ เพราะเป็นเรื่องอนาคตเมื่อพ้นโทษเว้นวรรค 5 ปีก็มีสิทธิเข้ามาดำเนินกิจการทางการเมืองได้ ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าพรรคภูมิใจไทยอาจไปเกี่ยวข้องกับแผนบันได 4 ขั้นกับอดีต คมช.นั้น คงจะไปเกี่ยวข้องอย่างนั้นไม่ได้เลย แต่เป็นไปตามกลไกของกฎหมายเท่านั้นเอง

นายบุญจง กล่าวว่า สำหรับอดีตกรรมการบริหารพรรคที่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองต่างๆ ที่มาร่วมงานนั้น เป็นเพียงมาให้กำลังใจในฐานะเป็นนักการเมืองแม้ถูกเพิกถอนสิทธิก็ตาม ซึ่งพวกเราก็ยังได้รับคำปรึกษาหารือตลอดเวลา ซึ่งผู้ถูกตัดสิทธิเขาก็เป็นคนไทยคนหนึ่งและเป็นคนที่มองเห็นปัญหาของประเทศจึงไม่ได้ปล่อยวางที่จะชี้นำชี้แนะ ตนถือว่าเมื่อบ้านเมืองมีวิกฤตการณ์ ประสบการของอดีตกรรมการบริหารพรรคจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ

ต่อข้อถามว่า ได้มีการหารือเรื่องนิรโทษกรรมกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยเดิมหรือไม่ นายบุญจง กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่จะมาดำเนินการในช่วงนี้ เนื่องจากสิ่งที่สำคัญที่สุดคือแก้ปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ ปากท้องของประชาชน อย่างไรก็ตามเรื่องการนิรโทษกรรมก็มีการพูดคุยกันบ้างแต่ไม่ใช่แนวนโยบายพรรคภูมิใจไทย ที่ผ่านมาพรรคภูมิใจไทยไม่เคยพูดกันเรื่องนี้ มีแต่เสียงสะท้อนว่าจะมีการนิรโทษกรรมให้อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย แต่ถ้าจะเกิดขึ้นจริงในอนาคตต้องหารือด้วยความรอยครอบ ยืนยันว่าอดีตกก.บห.พรรคที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง ไม่ได้มาโยนหินถามทางเรื่องการขอนิรโทษกรรมผ่านทางพรรคภูมิใจไทย เท่าที่ทราบคนในกลุ่มที่ถูกเพิกถอนสิทธิเขาอยู่อย่างนี้มีความสุขดีแล้ว หากมีอะไรจะเสนอแนะต่อนักการเมืองรุ่นน้องก็เสนอมาไม่จำเป็นต้องลงเล่นการเมืองเอง และพรรคภูมิใจไทยก็ไม่มีนโยบายที่จะดำเนินการนิรโทษกรรมใดๆทั้งสิ้น

เมื่อถามว่ามีการมองว่าการรวมตัวของพรรคภูมิใจไทยเป็นการฟื้นกลุ่ม16ในอดีตที่เคยล้มพรรคประชาธิปัตย์ นายบุญจง กล่าวว่า คงไม่ใช่ เพราะแต่ละคนกลับมาเพื่อให้คำปรึกษาน้องๆเท่านั้น

ต่อข้อถามว่า การที่ร่วมเป็นรัฐบาลกับกลุ่มเพื่อนเนวินเท่ากับเลี้ยงเสือไว้ไกล้ตัว นายบุญจง กล่าวว่า ไม่ใช่เสือ แต่ละคนมาช่วยกันทำงานอย่ามองโลกในแง่ร้าย ส่วนกรณีที่นายเนวิน ระบุจะขอเว้นวรรคทางการเมืองต่ออีก 5 ปีนั้นต้องถามนายเนวินเอง เพราะเป็นเอกสิทธิเฉพาะตัว ตนไปตอบแทนไม่ได้

แฉบิ๊กตร.นอกแถวสุมหัว"เสี่ยถ."หลอกใช้ป.ทลายโต๊ะบอลหวังเก็บส่วยพนันออนไลน์

ที่มา ประชาทรรศน์

แฉเบื้องลึกการตาย "เสี่ย วี" โต๊ะพนันบอลออนไลน์รายใหญ่ เผยนายตำรวจใหญ่สุมหัว "เสี่ยถ."วางกับดักใช้กองปราบฯเป็นเคริ่องมือ ทลายธุรกิจมืดหวังเก็บส่วยธุรกิจพนันหมื่นล้าน และยังเป็นการดิสเครดิตรัฐบาลที่ต้องการกระตุ้นศก. ยัน “อาบูบาก้า" ที่แท้แค่คนรับรถมาเฟียมาเลย์เท่านั้น

หลังจากตำรวจกองปราบปราม ปฏิบัติการจู่โจมกวาดล้างแก๊งอาชญากรข้ามชาติที่มีหัวหน้าแก๊งชื่อ “อาบูบาก้า บิน สุไลมาน” ลูกครึ่งมาเลเซีย-สิงคโปร์ ซึ่งพบว่ามีส่วนพัวพันกับคดีฆ่า นายวีระพงษ์ การกิจโอฬาร หรือ "เสี่ยวี" หรือ "เสี่ยฮุย" ขอนแก่น เศรษฐีพันล้าน นายทุนวงการม้าแข่งและรับพนันบอลออนไลน์รายใหญ่ เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2551 ที่ผ่านมาเนื่องจากขัดแย้งเรื่องผลประโยชน์พนันบอลและส่งกำลังปูพรมตรวจค้นทั่วประเทศ 16 จังหวัด รวม 58 จุด เมื่อวันที่ 10 ม.ค.2552 ที่ผ่านมาได้ของกลางจำนวนมากเป็นเงินสดสกุลต่างๆ กว่า 30 ล้านบาท และอายัดบัญชีกว่าร้อยบัญชีวงเงินหลายร้อยล้านบาทพร้อมเร่งขยายผลเนื่องจากเชื่อว่าโยงใยกับคดีอาชญากรรมสำคัญ ๆ ด้วย

ความคืบหน้าของคดีดังกล่าว แหล่งข่าวจากพนักงานสอบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 4 (บก.น.4) บชน.ที่เข้าร่วมคลี่คลายคดีนี้ เปิดเผยว่า จากการสืบสวนทางลึกพบว่าการตายของ "เสี่ยวี" มีเบื้องหน้าเบื้องหลังที่ไม่ธรรมดาทีเดียว ขณะนี้ได้พุ่งเป้าไปที่ผู้ต้องสงสัยรายหนึ่งชื่อย่อ "เสี่ยถ." ซึ่งอดีตเคยเป็นผู้กว้างขวางอยู่ในวงการพนัน ซึ่งเสียวีจะเป็นผู้รับแทงบอลจากอดีตสองรัฐมนตรีครั้งละหลายร้อยล้านบาท โดยเสี่ยวีจะนำค่าคอมมิสชั่นที่สองอดีตรัฐมนตรีไปแทงบอลกับเสียถ. จนมีฐานะร่ำรวยระดับพันล้านบาท และก้าวกระโดดขึ้นมาทำธุรกิจพนันออนไลน์อย่างเต็มตัว ในขณะที่เสี่ยถ.ชีวิตหักเหจับอะไรเป็นเจ๊ง ชีวิตตกต่ำอย่างหนัก

แหล่งข่าวคนเดิมระบุว่า ช่วงที่เสี่ยถ.ประสบมรสุมรุมเร้าได้ติดต่อขอยืมเงินเสี่ยวี ซึ่งในอดีตเสี่ยถ.ถือเป็นบุคคลผู้มีพระคุณให้โอกาสเสี่ยวีจนเติบใหญ่ในวงการ อีกทั้งยังมีหนี้สินเก่าที่เคยติดค้างกันอยู่ แต่กลับได้รับการปฏิเสธจากเสี่ยวีอย่างไม่มีเยื้อใยซ้ำยังพูดจาดูหมิ่นดูแคลน เสี่ย ถ.ให้คนในวงการพนันได้ยินไปทั่ว ครั้ง ด้วยความแค้นที่ถูกหักหน้า เสี่ย ท. จึงร่วมวางแผนกับ นายตำรวจใหญ่นายหนึ่งที่มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับเสี่ยถ. ซึ่งมีทีมสังหารระดับพระการวางแผนฆ่า "เสี่ย วี

“การสังหารครั้งนี้ถือเป็นการยิงกระสุนนัดเดียวได้นกถึงสองตัว อย่างแรกคือการกำจัดเสี่ยนหนามธุรกิจพนันออนไลน์ และเป็นการเขย่าธุรกิจมืดเพื่อเรียกเก็บค่าคุ้มครองภายใต้บารมีของเสี่ยถ.และนายตำรวจใหญ่ ซึ่งมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนตำรวจกองปราบปราม”

แหล่งข่าวระบุด้วยว่า การอายัดบัญชีธนาคารกว่า 100 บัญชีเป็นการหวานแห่เพื่อให้เกิดความระส่ำระสาย ซึ่งบัญชีที่อายัดส่วนใหญ่ไม่มีความสัมพันธ์กับเครื่อข่ายอุ้มฆ่าหรือฟอกเงินแต่อย่างใด หากแต่เป็นบัญชีของนักเล่นรายย่อยที่มีเงินหมุนเวียนไม่กี่ร้อยกี่พันบาท ซึงได้สร้างความเดือดร้อนให้กับพ่อค้าแม่ค้าย่านสำเพ็งเป็นอย่างมาก เนื่องจากคนกลุ่มนี้ที่มีอาชีพทำมาค้าขาย ไม่สามารถเดินบัญชีเพื่อประกอบธุรกิจและดูแลครอบครัวของตนเองได้

แหล่งข่าวกล่าวต่อไปว่า สำหรับการจับกุม นายอาบูบาก้า ผู้ต้องหาชาวมาเลเซียนั้น จากการตรวจสอบพบว่าไม่น่าจะเกี่ยวข้องอะไรด้วยกับเครือข่ายพนันบอลออนไลน์ เพราะสืบทราบมาว่า นายอาบูบาก้า เป็นเพียงคนรับรถของผู้มีอิทธิพลในมาเลเซียเท่านั้น แต่กลับถูกอุปโลกให้เป็นผู้ต้องหาระดับห้าดาวเพื่อสร้างคดีให้หรูหราอินเตอร์เท่านั้น ที่สำคัญการแถลงข่าวจับกุมครั้งนี้เป็นเรื่องที่แปลกประหลาดที่ไม่มีการนำพยานหลักฐาน หรือแม้แต่ผู้ต้องหามาร่วมแถลง ซึ่งประเด็นนี้ผบก.ป.ได้ระบุว่า เพื่อป้องกันไม่ให้รูปคดีเสียหาย ทั้งนี้ โดยส่วนตนเห็นว่า ผบก.ป.เป็นนายตำรวจน้ำดีทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต แต่การจับกุมครั้งนี้มีการตัดตอนข้อมูลของนายตำรวจนอกแถวนายหนึ่ง ซึ่งมีความสนิทแน่นแฟ้นกับขั้วอำนาจเก่า ซึ่งอาจมีเบื้องหน้าเบื้องหลังดิสเครดิตความน่าเชื่อถือในการกอบกู้วิกฤติเศรษฐกิจของรัฐบาล เพราะธุรกิจพนันออนไลน์มีอิทธิพล และเป็นตัวปั่นเศรษฐกิจระดับล่างมีวอรูมมากกว่าหวยใต้ดินที่มีอิทธิพลต่อรากหญ้าเสียอีก อย่างไรก็ตามตนรู้สึกเป็นห่วงเกรงว่ากองปราบฯจะตกเป็นเครื่องมือของคนเพียงไม่กี่คนที่มีวาระซ่อนเร้นหวังผลประโยชน์จากการจับกุมครั้งของเจ้าหน้าที่กองปราบฯ

"เจ๊สด"คอนเฟิร์มบ้านเลขที่111/109ร่วมเปิดตัว"ภูมิใจไทย"ไม่ขัดข้อกฎหมาย

ที่มา ประชาทรรศน์

"สดศรี" การันตีสมาชิกบ้านเลขที่ 111/109 ร่วมงานเปิดพรรคภูมิใจไทยไม่ผิดกฎหมาย เหตุร่วมงานในฐานะแขกรับเชิญ แต่ไม่ได้ประกาศตัวเป็นผู้ร่วมจัดตั้ง ระบุ ส.ส.เพื่อไทยย้ายซบภท.ได้หลังยุบสภา ชี้หากไร้ผู้นำฝ่ายค้านหมดสิทธิ์ซักฟอกรัฐบาล

วันนี้ (15 ม.ค.) นางสดศรี สัตยธรรม คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีอดีตกรรมการบริหารพรรคการเมืองที่ถูกยุบ และถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมาร่วมในงานเปิดตัวพรรคภูมิใจไทย ว่า เท่าที่ทราบ ผู้ที่ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ไปร่วมงานในฐานะแขกรับเชิญ ไม่ได้ประกาศเป็นผู้ร่วมจัดตั้งหรือเป็นสมาชิกพรรค จึงไม่น่าจะผิดกฎหมาย ท่านน่าจะรู้สิทธิหน้าที่ของท่านดี

เมื่อถามถึงกรณีที่มีข่าว ส.ส.ที่เข้าสังกัดพรรคเพื่อไทย บางส่วนอาจจะย้ายมาสังกัดพรรคภูมิใจไทยนั้น นางสดศรี กล่าวว่า ส.ส.ที่ย้ายมาสังกัดพรรคเพื่อไทยแล้ว ไม่สามารถที่จะย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทยได้ หากจะย้ายก็ต้องมีการยุบสภาเท่านั้น

ส่วนกรณีที่พรรคฝ่ายค้านยังไม่สามารถเลือกผู้นำฝ่ายค้านได้นั้น นางสดศรี กล่าวว่า ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 110 ระบุ เมื่อ ครม.เข้าบริหารราชการแผ่นดิน จะต้องมีการแต่งตั้งผู้นำฝ่ายค้าน แม้จะไม่ได้กำหนดเวลาไว้ ดังนั้น การจะไม่เลือกคงทำไม่ได้ เพราะตำแหน่งดังกล่าวกำหนดไว้ชัดเจนในรัฐธรรมนูญ และเป็นตำแหน่งที่ต้องโปรดเกล้าฯ นอกจากนี้ หากไม่มีผู้นำฝ่ายค้าน อาจจะมีปัญหาตามมาสำหรับการทำงานในสภาฯ โดยเฉพาะไม่สามารถที่จะเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจได้

ศาลปค.พิพากษายืนคุ้มครอง'ไทยพาณิชย์'ระงับส่งเงิน'โอ๊ค-เอม'คืนสรรพากร

ที่มา ประชาทรรศน์

ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งยืนคุ้มครองแบงก์ไทยพาณิชย์คดีอายัดทรัพย์'พานทองแท้-พิณทองทา' มูลค่า 1.2 หมื่นล้านบาทต่อ

จากกรณีที่กรมสรรพากรได้มีหนังสือคำสั่งวันที่ 22 สิงหาคม 2551 ให้ธนาคารไทยพาณิชย์ นำส่งเงินอายัดของ น.ส.พินทองทา และ นายพานทองแท้ฒุลค่า 12,000 ล้านบาท เพื่อการชำระหนี้ภาษีอากรแก่กรมสรรพากร ซึ่งธนาคารไทยพาณิชย์ มองว่าซ้ำซ้อนกับคำสั่งอายัดของ คตส. เนื่องจากเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ และมีคำสั่งจากทางการที่มีความขัดแย้งในทางปฏิบัติแก่ธนาคารซึ่งเป็นความผิดมีโทษทางอาญาได้ ดังนั้น ธนาคารไทยพาณิชย์ จึงได้ทำคำร้องไปยังศาลปกครอง ตลอดจนทำหนังสือถึงสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) และ สำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อขอความกระจ่างในแนวทางปฏิบัติ

ซึ่งก่อนหน้านี้ศาลปกครองกลาง ได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ให้ธนาคารไทยพาณิชย์ระงับการส่งเงินในบัญชีเงินฝากของ นายพานทองแท้ และ น.ส.พิณทองทา ซึ่ง คตส. มีคำสั่งวันที่11 มิ.ย. 2550 ให้อายัดเงินในบัญชีเงินฝากธนาคารที่ครอบครัวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ขายหุ้นบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ให้กองทุนเทมาเส็กกับกรมสรรพากร จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

วันนี้ (15 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเวลา 14.00 น. ศาลปกครองกลาง ได้นัดฟังคำสั่งศาลปกครองสูงสุด ในคดีหมายเลขดำที่ 1328/2551 ณ ห้องพิจารณาคดี 14 ชั้น 3 ระหว่างธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (ผู้ฟ้องคดี) กับ กรมสรรพากร (ผู้ถูกฟ้องคดี) ในคดีที่ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ยื่นฟ้องกรมสรรพากร กรณีมีคำสั่งอายัดทรัพย์ และให้ธนาคารไทยพาณิชย์นำส่งเงินในบัญชีเงินฝากรายการของ นายพานทองแท้ ชินวัตร และ น.ส.พิณทองทา ชินวัตร บุตรชาย และบุตรสาวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อชำระค่าภาษีอากรที่ค้างชำระ มูลค่า 1.2 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้เนื่องจากธนาคารไทยพาณิชย์เห็นว่า คำสั่งอายัดทรัพย์ดังกล่าวเป็นการซ้ำซ้อนกับคำสั่งของคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ (คตส.)ที่มีขึ้นก่อนหน้า ซึ่งหากธนาคารไทยพาณิชย์ปฏิบัติตามคำสั่งกรมสรรพากร อาจจะทำให้เกิดความเสียหาย และมีความผิดตามกฎหมายได้ ซึ่งธนาคารไทยพาณิชย์เห็นว่าคำสั่งดังกล่าวทำให้เสียหาย เนื่องจากหากปฏิบัติตามคำสั่งของกรมสรรพากร อาจทำให้มีความผิดตามกฎหมาย

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่าศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งยืนตามศาลปกครองชั้นต้น ให้คุ้มครองธนาคารไทยพาณิชย์ต่อ กรณีระงับการส่งเงินในบัญชีเงินฝากของ นายพานทองแท้ และ น.ส.พิณทองทา โดยให้เหตุผลว่า เนื่องจากคดีของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยังอยู่ในการพิจารณาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอีกหลายคดี

การแถลงข่าว สถานีดาวเทียมเพื่อประชาธิปไตย เริ่มออนแอร์ 6.00 น. 19 มค.52

ที่มา Thai E-News

โดย ศูนย์ข่าว thaienews
ข่าวจาก เวบไซต์ ชมรมฟ้าใหม่ วิทยุเสรีชน ข่าวสดออนไลน์
ภาพ คุณ JPSOFT เวบบอร์ด ประชาไท
15 มกราคม 2552

การแถลงข่าว เปิดตัวสถานีทีวีชาวเสื้อแดง สถานีดาวเทียมเพื่อประชาธิปไตย (D-station) จาก โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ เวลา 10.00 น. วันที่ 15 มกราคม 2552

โดยมีนายอดิศร เพียงเกษ ตัวแทนคณะกรรมการบริหาร บริษัทดีสเตชั่นจำกัด พร้อมด้วย อดีตผู้จัดรายการความจริงวันนี้ และแกนนำ นปช. อาทิ นายวีระ มุสิกพงศ์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ นายจักรภพ เพ็ญแข นายนพดล ปัทมะ นายสุนัย จุลพงศธร นายมานิตย์ จิตจันทร์กลับ นายวิชิต ปลั่งศรีสกุล นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง นายสุภรณ อัตถาวงศ์ ฯลฯ เข้าร่วม

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ประชาชนทั่วไปที่มีจานดาวเทียมไทยคม 5 อยู่แล้ว ก็จะสามารถจูนคลื่นสัญญาน ช่องดีสเตชั่นได้เลย หรือจานของเอเอสทีวี ก็รับชมได้ หากซื้อเพิ่ม ก็มีจำหน่าย จะเริ่มทดลองออกอากาศครั้งแรก 19 ม.ค. 06.00น.เป็นต้นไป

สถานีทีวีดาวเทียมใหม่นี้ จะไม่มีการปิดกั้นความเห็น ไม่ว่าจะเป็นประชาชนสีใด สามารถติชมรายการได้



ภาพรวมรายการที่จะมีในสถานีคนเสื้อแดง

- คุณจักรภพ จัดรายการ 'สายตาโลก' เพื่อให้ข้อมูล และบทวิเคราะห์ ถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น โดยจะจัดทุกวัน

- คุณชินวัตร จากวิทยุชุมชนคนแท๊กซี่ เสนอรายการ 'เสียงประชาชน' เน้นเรื่องความเป็นธรรม เพราะ ถ้าไม่มีความเป็นธรรม ความปรองดองก็ไม่เกิด ไม่มีสมานฉันท์ รับฟังความคิดเห็นของประชาชน

- หมวดเจี๊ยบ จัดรายการ 'ห้องเรียนประชาธิปไตย' เน้นว่าจะสร้างให้เกิดสิทธิทางการเมือง ระบอบประชาธิปไตย แม้นว่าจะไม่มีคุณวุฒิทางการเมือง โดยมีคุณสมยศ คุณสุนัย มาร่วมรายการด้วย

- คุณนพดล จัดรายการ ภาษาอังกฤษ 'การเมืองต่างประเทศ'

- คุณณัฐวุฒิ จะมาจัดรายการหลังรายการนายอภิสิทธิ์ทุกครั้ง เพื่อวิเคราะห์สิ่งที่นายอภิสิทธิ์พูด ให้ทราบว่า โกหก คือ อย่างไร

คุณจักรภพ กล่าวว่า การเปิดสถานีประชาธิปไตย เพื่อต้องการมาล้างพิษASTV ที่มี 24 ชม. ใครที่มีจาน ASTV ก็สามารถดู DTV ได้


ข้อมูลหลากหลายสำหรับท่านที่สนใจติดตั้งจากดาวเทียม

- ถ้ามีจานดำไทยคม 5 ให้เปลี่ยนเป็น 3545 Mhz Simerrate 30000 หรือถ้าไม่ได้ติดต่อที่ 0-2934-9191 เวลา 9.00 น. ถึง 16.00 น. หรือถ้าซื้อจานจากร้านใด ก็ให้ติดต่อร้านที่ซื้อให้มาจูนสถานีให้

- การติดตั้งจานใหม่ ราคา ไม่เกิน 3,500 บาท พร้อมติดตั้ง (กรุงเทพฯและปริมณฑล) ส่วนต่างจังหวัด สอบถามได้จากร้านตัวแทนจำหน่ายติดจาน จ่ายครั้งเดียว ไม่ต้องจ่ายรายเดือนอีก

- ขณะนี้ ช่องเสื้อแดง D Station เริ่มออกอากาศแล้ว (ทดลองออกอากาศ) ที่ความถี่ 03545 V 30000 ดาวเทียมไทยคม 2/5 C Band

- วิทยุชุมชน เคเบิลท้องถิ่น เวปไซต์ต่าง ๆ สามารถดึงสัญญาณไปได้เลย ไม่มีลิขสิทธิ์ใดๆ ทั้งสิ้น

- 10 กพ 52 จะมีการยิงสัญญาณไปดาวเทียม NSS6 สามารถดูได้ด้วยจานทึบเล็กๆ ASTV (KU Band)

- จานดาวเทียม ดีทีวี สีเหลือง ใช้ไม่ได้สำหรับสถานี D-station ระวังสับสน

การ์ตูนมะนาว:เส้นใหญ่

ที่มา Thai E-News



นายกฯ ชี้อายุรัฐบาลอยู่ที่ผลงานแก้ปัญหาเศรษฐกิจ

ที่มา MCOT News


กรุงเทพฯ 14 ม.ค.- นายกรัฐมนตรี ยอมรับกับสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศว่า อายุของรัฐบาลขึ้นอยู่กับผลงานการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ พร้อมจะสร้างความเชื่อมั่น โดยนำพาประเทศชาติไปข้างหน้าและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำและกล่าวสุนทรพจน์ กับสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ ที่โรงแรมสยามอินเตอร์คอนติเนนตัล นายกรัฐมนตรี ยอมรับว่า อายุของรัฐบาลชุดนี้จะสั้นหรือยาวขึ้นอยู่กับการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ถ้าแก้ได้สำเร็จก็ไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องเปลี่ยนรัฐบาล

ส่วนในเรื่องการแต่งตั้งคนที่ขึ้นเวทีพันธมิตรฯ เป็นรัฐมนตรีที่ปรึกษาและเลขานุการนั้น นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าต้องตัดสินบุคคลเหล่านี้ด้วยผลงาน และรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช ก็เคยมีการแต่งตั้งแกนนำ นปช. เป็นรัฐมนตรีเช่นกัน ซึ่งตนเองก็ไม่เคยวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องนี้.- สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2009-01-14 22:44:08

"มาร์ค"หลบเสื้อแดงปาไข่ เข้าหลังโรงแรมหลีกปะทะกัน ย้ำสื่อนอกสถาบันอยู่เหนือความขัดแย้ง

ที่มา มติชนออนไลน์


เสื้อแดงตามราวีดักปาไข่ใส่อภิสิทธิ์ขณะพบสื่อนอก ต้องหลบเข้าด้านหลัง โรงแรม ย้ำใช้กม.เท่าเทียมกัน ดำเนินคดีไม่ดูชื่อดูสิ่งที่ทำ ไม่ปิดเว็บไซต์หมิ่น แต่จะทำสถาบันอยู่เหนือความขัดแย้ง


"อภิสิทธิ์"หลบกลุ่มเสื้อแดงรอปาไข่ ดอดเข้าด้านหลังโรงแรม

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางถึงห้องแกรนด์บอลรูม รร.อินเตอร์คอนติเนนตัล ย่านราชประสงค์ เมื่อเวลา 19.20 น. ค่ำวันที่ 14 มกราคม เพื่อกล่าวสุนทรพจน์ และร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำ ของสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศประจำประเทศไทย (เอฟซีซีที) โดยนายอภิสิทธิ์ได้เดินทางเข้าด้านหลังของโรงแรม เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับกลุ่มเสื้อแดงที่รวมกลุ่มกันประมาณ 30 คนที่ชุมนุมรอนายกฯอยู่ ทั้งนี้สมาชิกกลุ่มเสื้อแดงได้ถือตืนตบ และกระเช้าใส่ไข่ไก่รอปาเข้าใส่นายอภิสิทธิ์ด้วย


พร้อมกันนี้ ผู้ชุมนุมได้ชูป้ายผ้าประท้วงที่มีข้อความทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นข้อความเรียกร้องให้บอยคอตการประชุมอาเซียนซัมมิท และการโจมตีนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ว่าเป็นผู้สนับสนุนกลุ่มพันธมิตร ซึ่งการชุมนุมครั้งนี้ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบประมาณ 100 นาย มาคอยอารักขา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากกลุ่มเสื้อแดงคว้าน้ำเหลวไม่สามารถปาไข่ใส่นายกฯ ได้สำเร็จ จึงประกาศว่าจะติดตามไปปาไข่ใส่นายอภิสิทธิ์ทุกที่ที่เดินทางไปปฏิบัติภารกิจ และเมื่อถึงเดือนกุมภาพันธ์ก็จะเปลี่ยนเป็นไข่เน่า พร้อมกับเรียกร้องให้นายกฯ เร่งดำเนินคดีกับกลุ่มพันธมิตรที่ไปปิดสนามบินดีกว่าจะมาไล่ดำเนินคดีกับคนที่ปาไข่


ย้ำใช้กม.เท่าเทียมกัน ดำเนินคดีไม่ดูชื่อดูสิ่งที่ทำ


เวลา 20.50 น. นายอภิสิทธิ์ ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ ภายใต้หัวข้อ "การฟื้นฟูความเชื่อมั่นและการขับเคลื่อนประเทศไทยไปข้างหน้า" ตอนหนึ่งว่า มีประเด็นสำคัญในฐานะผู้นำประเทศคือ การฟื้นฟูการบังคับใช้กฎหมายในประเทศให้ปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน ซึ่งมีหลายกรณีที่เกิดขึ้น ทำให้หลายคนเรียกหาความยุติธรรม และพูดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ที่จะดำเนินคดีกับคนเหล่านั้น แต่จะพิสูจน์ให้เห็นว่า พวกเขาคิดผิด โดยจะส่งสัญญาณให้ชัดเจนว่า กำลังฟื้นฟูการบังคับใช้กฎหมายในประเทศนี้ การดำเนินคดีต้องไม่ดูชื่อ ให้ดูสิ่งที่ทำ และเจ้าหน้าที่ต้องทำในสิ่งที่เหมาะสม ตามกรอบของกฎหมาย

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า รัฐบาลเห็นด้วยที่จะต้องปฏิรูปการเมือง จะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแล โดยกำลังจะเชิญทุกภาคส่วนสังคมให้มามีส่วนร่วม เพราะการกระทำเช่นนี้เท่านั้น ที่จะทำให้ทุกฝ่ายเชื่อว่า เขามีสิทธิและมีส่วนในกระบวนการเหล่านี้อย่างแท้จริง รัฐบาลจะพิสูจน์ให้เห็นว่า เราจะไม่แบ่งแยก จะทำงานเพื่อคนไทยทุกคน และจะพิสูจน์ให้เห็นว่า ความขัดแย้งไม่ได้เกิดขึ้นเพราะคนในชนบทและคนในเมืองไม่สามารถประนีประนอมกันได้ แต่เป็นมุมที่ต่างกัน เป็นคุณค่าของประชาธิปไตย ส่วนหนึ่งบอกว่าประชาธิปไตยเป็นเรื่องขอเสียงข้างมาก อีกข้างหนึ่งบอกว่า ประชาธิปไตยคือ การมีรัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล ไม่ทุจริต และเชื่อถือได้ ซึ่งตนจะทำให้เห็นว่า เราสามารถมีรัฐบาลที่มีทั้ง 2 อย่างพร้อมกันได้ ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ก้าวสำคัญคือ การเป็นเจ้าภาพประชุมสุดยอดอาเซียน ซึ่งทุกประเทศยืนยันว่าจะมาร่วมประชุมแล้ว

ยอมรับทำงานยาก ไม่ยอมให้สถาบันเสื่อมเสีย


"ผมทราบดีว่า การทำงานในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในช่วงนี้ เป็นงานที่ยาก แต่เชื่อว่า จะใช้ความสามารถที่มี นำประเทศผ่านวิกฤตให้ได้ และทำให้โลกเห็นว่า เรากลับสู่สู่ภาวะปกติแล้ว"นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการตั้งคำถามว่า จำนวนส.ส.ที่มีอยู่ รัฐบาลจะมีเสถียรภาพหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า รัฐบาลจะอยู่ได้หรือเปล่า อยู่ที่ผลงาน แต่ทำงานล้มเหลวก็ไม่มีเหตุผลที่รัฐบาลจะอยู่ต่อไป ซึ่งตนไม่สนใจว่ารัฐบาลจะนานแค่ไหน รู้แค่ว่ารัฐบาลกำลังทำงาน และจะทำให้ดีที่สุด

เมื่อถามถึงการดำเนินกับเว็บไซต์หมิ่นสถาบัน เป็นขบวนการหรือการเปลี่ยนแปลงทางสังคม นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เชื่อว่า สถาบันพระมหากษัตริย์ยังมีความสำคัญกับสังคมไทย และในฐานะที่เป็นรัฐบาลจะไม่ทำให้เสื่อมเสีย ซึ่งได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วว่าจะไม่ปิดเว็บไซต์ ยกเว้น รายที่ผิดชัดเจนก็ต้องดำเนินคดี แต่เส้นแบ่งเรื่องสถาบันกับสิทธิส่วนบุคคลเป็นเรื่องยาก จึงต้องดำเนินการตามกฎหมาย และยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ทำปฏิบัติอย่างตรงไปตรงมา จะทำให้สถาบันอยู่เหนือความขัดแย้ง เมื่อถามว่า มีขบวนการล้มล้างสถาบันใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ใช่ คิดว่ามีขบวนการนั้น แต่ไม่รู้ว่าเป็นใคร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนั้น นายอภิสิทธิ์ ได้สนทนากับ ผู้สื่อข่าวต่างประเทศ จนกระทั่งเกือบ 4 ทุ่มครึ่ง จึงเดินทางกลับ โดยไม่ทราบว่า เดินทางกลับประตูด้านไหน เนื่องจากโรงแรมดังกล่าวมีทางออกหลายทาง และทีมงานนายกฯได้เตรียมรถไว้หลายเส้นทาง เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะกับกลุ่มเสื้อแดง

ความจริงใจของนายกฯ

ที่มา เดลินิวส์

ช้าไปนิด แต่ก็ขอแสดงความยินดีกับ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ที่ยึดเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.ได้เบ็ดเสร็จกวาดกว่า 9 แสนคะแนน ขณะที่พรรคร่วมรัฐบาลก็ ปชป. อีก ชนะเลือกตั้งซ่อมได้ ส.ส.มาอีก 7 คน เมื่อรวมกับพรรคร่วมอื่นแล้วเท่ากับเสียงรัฐบาลเพิ่มอีก 20 คน (ไม่รวมลูกกาเหว่าจาก ปชร. และ พผ. อีก 4 คน )

ทำให้เสถียรภาพรัฐบาลแน่นปึ้ก จากเดิม 235 เสียงเป็น 255 (257 ด้วยซ้ำ) พ้นสภาพปริ่มน้ำทันที อภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อไหร่ ก็ไม่ต้องอั้นฉี่ ลุกไปเข้าห้องน้ำได้สบายกันเสียที !!!

ผลแพ้ชนะ สื่อนอกสื่อในวิเคราะห์แยะแล้ว แต่เห็น นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ชี้ว่า ผลเลือกตั้งทั้ง 2 สนาม เป็นการสะท้อนว่า ประชาชนต้องการให้ประเทศเดินไปข้างหน้า และต้องการเห็นความแตกแยกลดลง ต้องการให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้ราบรื่น

ก็ใช่ ไม่เถียง วิกฤติเศรษฐกิจที่ขวางหน้าเราอยู่คือ “สึนามิภาค 2” ดี ๆ นี่เอง เป็นภัยคุกคามที่คนไทยทุกคนอยากให้เราฝ่าข้ามไปให้ได้ พูดง่าย ๆ อยากให้ การเมืองนิ่ง เบื่อหน่ายความขัดแย้งที่มีอยู่

หากนายกฯ อยากให้ก้าวพ้นจริง ๆ ก็รู้เต็มอกว่า ต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจจากทุกคนในชาติ แต่ดูจากที่พูดแล้ว หมดหวัง กรุณาอย่าพล่อย ๆ แค่ว่า เสื้อแดงป่วนเมือง ทำทุกอย่างเพื่อปกป้องทักษิณคนเดียว ถ้า ปกป้องได้ทักษิณคงไม่เจอชะตากรรม ทั้งเร่ร่อนเป็นสัมภเวสี ถูกตัดสินติดคุก ถูกถอนพาสปอร์ต มาแล้ว

แถมตอนนี้ยังจะเจอมาตรการถูกถอดยศอีกด้วย

วิบากกรรมทักษิณนั้น คนที่ยังรัก เค้าทำใจแล้ว แม้หลายอย่างจะไม่เป็นธรรมกับ อดีตนายกฯ และไทยรักไทยเลยก็ตาม แต่เสื้อแดงไม่ได้มีแค่คนกลุ่มนี้ ยังมีคนที่รักประชาธิปไตยจริง ๆ ไม่น้อย สิ่งที่เค้าอยากเห็นรัฐบาลมาร์ค 1 ทำคู่ขนานไปกับการกู้เศรษฐกิจมากสุด ก็คือเรื่องที่นายกฯพูดจนเป็นแผ่นเสียงตกร่องนั่นละ

จะนำสังคมกลับสู่นิติรัฐ นิติธรรม !!!

แต่จนป่านนี้ นอกจากไม่เห็นสัญญาณ แห่งความจริงใจแล้ว กลับมีแต่การปูนบำเหน็จ และตกรางวัลให้กลุ่มที่ทำผิดกบิลเมือง ทั้งปิดเส้นทางเสด็จพระราชดำเนิน ยึดเอ็นบีที ยึดทำเนียบรัฐบาล รวมทั้งร้ายแรงสุด บุกยึดสนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมือง

ไม่อินังขังขอบอารมณ์ความรู้สึกของกันแล้ว ยังตบหน้ากันด้วย ???

กรณี กษิต ภิรมย์ รมว.บัวแก้ว ที่ทำไทยขายขี้หน้าไปทั่วโลกด้วยวาทกรรม ยึดสนามบินเป็นเรื่องสนุกมาก อาหารดี ดนตรีเพราะ นี่ก็ทำร้ายกันพอแล้ว แบงก์ชาติเร็ว ๆ นี้ สรุปว่า การยึดสุวรรณภูมิทำให้ไทยสูญ 2.9 แสนล้าน เป็นความเสียหายภาคบริการ 1.2 แสนล้าน ภาคขนส่ง 9 หมื่นล้าน ภาคอุตสหกรรม 6 หมื่นล้าน ที่เหลือเป็นความเสียหายภาคอื่น ๆ หรือเท่ากับ 3% ของ จีดีพี (จีดีพีลด 1% ทำให้คนว่างงาน 4 แสนคนแล้ว)

ล่าสุด ครม. วันอังคาร แต่งตั้งแกนนำพันธมิตรฯ ประพันธุ์ คูณมี เป็นที่ปรึกษา รมว. วิทยาศาสตร์ (ตอนแรกจะมีชื่อ พิเชฐ พัฒนโชติ และสำราญ รอดเพชร ด้วย) อ้างเหตุ เคยเป็นผู้สมัครของพรรคมาก่อน

ก็ได้ หากทั้งหมดเคลื่อนไหวการเมืองตามกรอบกฎหมาย !!!

แต่เห็น ๆ อยู่ว่า ไม่ใช่เลย มันเข้าข่าย “อนาธิปไตย” ใช้กฎหมู่เหนือกฎหมายเรื่อยมา จนแม้แต่ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ อดีต มท. 1 ยังต้องยกให้เป็น ม็อบมีเส้น ทำอะไรได้ตามใจชอบทุกอย่าง

แต่เมื่อนายกฯ ประกาศว่า ต้องการลดความแตกแยกของคนไทย และนำ “นิติรัฐ นิติธรรม” กลับคืนมา ..แล้วทั้งหมดนี้ ใช่หรือ มันตรงข้ามกับที่ปากพูดมากกว่าแล้ว.

ดาวประกายพรึก