WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, January 16, 2009

การ์ตูนมะนาว:แฟรนไชส์

ที่มา Thai E-News



สื่อภาคสนามโวยนักเล่าข่าว"ทำนาบนหลังคน" ส.ว.เสนอบันได4ขั้นปฏิรูปสื่อ

ที่มา มติชนออนไลน์
ผู้สื่อข่าวรัฐสภารวมกลุ่มเขียนบล็อก"สนามข่าวสภา" โวยนักเล่าข่าว"ทำนาบนหลังคน" มัวรอพึ่งนสพ. ทำตัวเยี่ยงศาสดาเล่าเหมือนเขียนเองกับมือ ส.ว.สรรหาเสนอบันได4ขั้นปฏิรูปสื่อ


ผู้สื่อข่าวรายงานกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แสดงความเห็นเกี่ยวกับรายการคุยข่าวหรือเล่าข่าวทางสถานีโทรทัศน์ว่าอันตราย เนื่องจากมีการชี้นำผู้ชมและองค์กรวิชาชีพควรดูแลเรื่องดังกล่าว


เมื่อวันที่ 15 มกราคม บล็อกโอเคเนชั่น http://oknation.net/blog/index.php นำบทความเรื่อง นักเล่าข่าวกับการ "ทำนาบนหลังคน" ที่เขียนโดยผู้สื่อข่าวรัฐสภากลุ่มหนึ่งจากหลายสำนักพิมพ์ ในบล็อกชื่อ "สนามข่าวสภา" http://www.oknation.net/blog/news-war มาเผยแพร่ โดยวิพากษ์วิจารณ์ว่า การที่รายการเล่าข่าว (บางช่อง) พึ่งพาข่าวของหนังสือพิมพ์เป็นวัตถุดิบส่วนใหญ่ นับว่าน่าเสียดายที่จะได้เสพข่าวที่มีคุณภาพ ครบทุกมิติ เพราะสถานีโทรทัศน์แต่ละแห่งมีเครื่องไม้ เครื่องมือที่ทันสมัย มีบุคลากรที่มีฝีมืออยู่จำนวนมาก ขณะที่เจ้าของสถานีรวยอันดับต้นๆ ของประเทศ แต่นักเล่าข่าวกลับมานั่งรอข่าวหนังสือพิมพ์ จากนั้นก็มาเล่าเป็นฉากๆ ราวกับว่าไปทำข่าวและเขียนขึ้นมาเองกับมือ โดยไม่ได้อ้างอิงว่าจากสำนักข่าวไหน หลายครั้งยังทำตนเยี่ยงศาสดาสั่งสอนนักข่าวว่าทำไมไม่ทำอย่างนั้น ไม่ถามแบบนี้


ด้านนายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา กล่าวว่า การปฏิรูปสื่อคือสิ่งที่ประชาชนรอคอยและฝากความหวังไว้กับรัฐบาลชุดนี้มากที่สุด โดยตนมีข้อเสนอดังนี้ 1.ให้ออกกฎหมายองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และประกอบกิจการวิทยุโทรทัศน์ เพื่อสรรหากรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ทำให้การปฏิรูปสื่อเกิดขึ้นจริง 2.ควรยุบกรมประชาสัมพันธ์และตั้งสำนักแถลงข่าวรัฐบาลที่เข้มแข็งขึ้นแทน 3.ปรับปรุง อสมท โดยพิจารณาว่าจะเอาคลื่นความถี่มาเป็นของรัฐหรือไม่ และคิดเรื่องการเป็นผู้ลงทุนเสียงข้างน้อยให้เหลือ รัฐ 30% เอกชน 70% เพื่อเปิดให้เอกชนเข้ามาบริหารและตรวจสอบถ่วงดุลกันเอง 4.ต้องออกกฎหมายคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของคนในวิชาชีพสื่อมวลชน โดยให้คนในวิชาชีพร่างกฎหมายฉบับนี้ โดยที่รัฐไม่ต้องเข้ามามีส่วนร่วม ทั้งนี้ 4 ข้อ หากรัฐบาลตั้งใจจริงเชื่อว่าจะทำให้การปฏิรูปสื่อเกิดขึ้นได้

นปช.เปิดช่อง'ดีทีวี' ชน'เอเอสทีวี'จตุพรชี้จุดยืนบีบปลดกษิต

ที่มา เดลินิวส์
นปช.เสื้อแดงเปิดตัวทีวีประชาธิปไตย ดีทีวี ถือฤกษ์ออกอากาศผ่านดาวเทียมจานดำ 6 โมงเช้า 19 ม.ค.นี้เน้น รายการเป็นสาระทางการเมือง จัดคนดำเนินรายการใกล้ชิดอดีตนายกฯ ทักษิณ วีระ-จตุพร-ณัฐวุฒิ-อดิศร-จักรภพ-ศุภรัตน์-สุนัย-สมยศ-ธนา-หมวดเจี๊ยบ ด้าน อดิศร โว มีสมาชิกแล้ว 2 ล้านคนทั่วประเทศ แจง 10 ก.พ.เชื่อสัญญาณได้ช่องเดียวกับเอเอสทีวี วีระ ชี้ บรรยากาศงานเหมือนตั้งพรรคคนเสื้อแดง ณัฐวุฒิ เตรียมทำเครื่องดื่มชูกำลังขาย ยี่ห้อความจริงวันนี้ ขวดละ 10 บาท ปิ๊งต่อยอดทำน้ำผลไม้-ไข่ไก่ หวังเป็นท่อน้ำเลี้ยงดีทีวี ด้านมท.1 ตั้งกรรมการดูความเคลื่อนไหวดีทีวี จตุพร ย้ำ นปช.ชุมนุมไม่คัดค้านการประชุมอาเซียนแต่กดดันรัฐบาลปลด กษิต ภิรมย์ ด้านโฆษกตร. ยัน ทำเรื่องถอดยศแม้วตามระเบียบ

ความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เมื่อวันที่ 15 ม.ค. ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ มีการแถลงเปิดตัวสถานีประชาธิปไตยเฟส 1 หรือ สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ช่องใหม่ โดยมีนายอดิศร เพียงเกษ ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัทดี สเตชั่น จำกัด นายวีระ มุสิกพงศ์ นายจตุพร พรหม พันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ดำเนินรายการความจริงวันนี้ นายจักรภพ เพ็ญแข อดีต รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว. การต่างประเทศ และ นายวิชิต ปลั่งศรีสกุล อดีตหัวหน้าทีมกฎหมายพรรคไทยรักไทย และ ร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต หรือหมวดเจี๊ยบ ผู้เขียนหนังสือ ทักษิณ Where Are You ? พร้อมสมาชิกคนเสื้อแดงจำนวนมากเข้าร่วมอย่างคับคั่ง

นายอดิศร กล่าวว่า นับจากที่ประเทศไทยเปลี่ยนแปลงการปกครองมา 77 ปี ยังไม่มีสถานีโทรทัศน์ที่เป็นสถานีประชาธิปไตย และเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองขึ้น ทำให้ประชาชนไม่สามารถเลือกรับชมข้อมูลข่าวสารตามที่ตนต้องการได้ ทำให้สถานีประชาธิปไตย สถานีประชาชนก่อกำเนิดขึ้นภายใต้การรวมตัวของกลุ่มผู้รักประชาธิปไตย ซึ่งพร้อมจะออกอากาศครั้งแรกในวันที่ 19 ม.ค. นี้

นายอดิศร กล่าวต่อว่า เนื้อหารายการจะเป็นรายการให้ความรู้กับประชาชนด้านประชาธิปไตย รวมถึงการส่งเสริมและสนับสนุนให้ประ ชาชนมีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตยได้อย่างถูกต้อง รายการที่น่าสนใจ อาทิ รายการสถานีประชาธิปไตย ดำเนินรายการโดย น.ส.ศุภรัตน์ นาคบุญนำ รายการห้องเรียนประชาธิปไตย ดำเนิน รายการโดยนายสุนัย จุลพงศธร และนายสมยศ พฤษาเกษมสุข รายการทนายชาวบ้าน โดยนายธนา เบญจาธิกุล รายการไทยในสายตาโลก โดยนายจักรภพ รายการความจริงวันนี้ โดยนายวีระ นายจตุพร และนายณัฐวุฒิ เป็นผู้ดำเนินรายการ และรายการคุยกับอดิศร เพียงเกษ เป็นต้น

“เราจะพูดคุยถึงปัญหาในเรื่องที่ว่าประชาธิปไตยควรจะเป็นอย่างไร โดยไม่มีการปิด กั้น เพื่อให้ประชาธิปไตยเดินไปในแนวทางที่ถูกต้อง สำหรับช่องทางในการรับชม สามารถรับชมผ่านดาวเทียมระบบ C-BAND ความถี่ 3545 เมกะเฮิรตซ์ หรือ ที่ทั่วไปเรียกว่าจานดำ ซึ่งปัจจุบันมีผู้รับชมผ่านช่องทางดังกล่าวประมาณ 2 ล้านครอบครัว” นายอดิศร กล่าว

นายวีระ กล่าวว่า บรรยากาศเหมือนการตั้งพรรคการเมืองใหม่ชื่อพรรคคนเสื้อแดง มากกว่าจะเป็นการเปิดตัวสถานีโทรทัศน์ เราจะสร้างรัฐไทยขึ้นใหม่โดยเป็นรัฐที่ไม่มีนายอภิสิทธิ์ ถ้าทำได้ประเทศไทยก็จะเป็นประชาธิปไตยและมีสิทธิเสรีภาพอย่างแท้จริง ขณะที่ นายจตุพร กล่าวว่า ได้หารือกับประธานคณะกรรมการบริหารฯ และผู้ที่เกี่ยวข้อง ถึงการรวมตัวกันของคนเสื้อแดงครั้งใหญ่ ๆ ว่าจะมีการถ่ายทอดผ่านสถานีโทรทัศน์ดีทีวีตลอดการชุมนุม

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ขอประชาสัมพันธ์ ไปยังเคเบิลทีวีท้องถิ่นทั่วประเทศว่า สามารถเชื่อมต่อสัญญาณการออกอากาศของสถานีได้ในทุกกรณี โดยไม่มีเงื่อนไขหรือค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น โดยจะมีการทดลองออกอากาศในวันที่ 19 ม.ค. นี้ ในเวลา 06.00 น. ทั้งนี้จะมีการผลิตเครื่องดื่มชูกำลัง ความจริงวันนี้ขาย ในราคาขวดละ 10 บาท ซึ่งจะเป็นน้ำเลี้ยงและผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการของดีทีวี จากนั้นจะมีการผลิต น้ำผลไม้ และน้ำดื่มภายใต้แบรนด์ความจริงวันนี้ อย่างไรก็ตาม ตนวิเคราะห์ว่ามีสิ่งหนึ่งถ้าผลิตได้จะขายดีมาก คือไข่ไก่ความจริงวัน นี้ ซึ่งเกรงจะผลิตได้ไม่ทัน จึงขอให้ประชาชนหาซื้อไข่ไก่ร้านใกล้บ้านไปก่อน

นายนพดล กล่าวว่า เป็นโอกาสดีที่จะได้เข้าร่วมในสถานีประชาธิปไตย เนื่องจากขณะนี้ตนว่างงานอยู่พอดี อย่างไรก็ตาม ตนมีแนวคิดที่จะสร้างความรู้ให้กับคนอีสาน เพราะตนเป็นคนอีสานอยู่ จ.นครราชสีมา ตนอยากทำรายการภาษาอังกฤษเพื่อต่อไปคนอีสานจะสามารถพูดคุยและทักทายกันเป็นภาษาอังกฤษได้ ด้านนายจักรภพ กล่าวว่า สำหรับประชาชนที่มีจานรับ สัญญาณเอเอสทีวี จะสามารถรับสัญญาณช่องสถานีประชาธิปไตยได้ตั้งแต่วันที่ 10 ก.พ. นี้ ทั่วประเทศ

ส่วนการเคลื่อนไหวในการชุมนุมช่วงประชุมอาเซียนซัมมิท นายจตุพร กล่าวว่า การเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงไม่ได้เคลื่อนไหวเพื่อคัดค้านการประชุม แต่คัดค้านการที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งนายกษิต ภิรมย์ เป็น รมว.การ ต่างประเทศ ทั้ง ๆ ที่พรรคประชาธิปัตย์มีคนที่เหมาะสมกว่า ดังนั้นการเคลื่อนไหวใน 1-2 วันนี้ จะออกเดินสายยื่นหนังสือต่อทูตประเทศสมาชิกอาเซียนให้รับทราบข้อเท็จจริง ส่วน เรื่องการเร่งใช้งบประมาณเป็นเพราะรัฐบาลไม่มั่นใจว่าจะอยู่ได้นานแค่ไหน ดังนั้นจึงเชื่อว่าไม่เกิน 3 เดือน รัฐบาลจะไปไม่รอด ทั้งนี้ยืนยันว่าการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงจะอยู่ในกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมเพราะคนเสื้อแดงไม่มีเส้นสาย

ร.ท.หญิงสุณิสา หรือ หมวดเจี๊ยบ กล่าวว่า ปัจจุบันยังคงดำรงตำแหน่งเป็นนายทหารสังกัดสำนักงานเลขานุการกองทัพบก โดยการเข้ามาทำงานกับสถานีโทรทัศน์แห่งนี้ก็ได้มีการเรียนให้ผู้บังคับบัญชาได้รับทราบแล้ว และขั้นตอนต่อไปก็จะมีการนำรูปแบบรายการไปให้ผู้บังคับบัญชาได้รับทราบถึงการทำหน้าที่ เป็นผู้จัดรายการที่ตัวเองทำด้วย ซึ่งคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาเหมือนกับครั้งที่ทำหนังสืออย่างแน่นอน

ที่กระทรวงมหาดไทย นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย กล่าวว่า การเปิดสถานีโทรทัศน์เป็นสิทธิเสรีภาพที่จะกระทำได้ ส่วนเนื้อหาของรายการจะเป็นอย่างไร อาจต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบอย่างใกล้ชิดเพื่อตรวจสอบเนื้อหาที่นำเสนอว่าออกมาในแนวทางไหน หากพบว่ามีเนื้อหาเกินขอบเขตกฎหมาย ก็จะเข้าตรวจสอบทันที เพื่อให้ดำเนินการอยู่ในขอบเขต อย่างไรก็ตาม ถือว่าทั้งดีทีวีและเอเอสทีวี ก็ต้องมีเสรีภาพเช่นเดียวกัน

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท. วัชรพล ประสารราชกิจ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะโฆษก ตร. กล่าวถึงขั้นตอนการพิจารณาถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังพิจารณาเรื่องนี้ตามขั้นตอน ซึ่งเรื่องอยู่ในการพิจารณาของกองกำลังพล ยังไม่ได้ส่งเรื่องมาให้ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. พิจารณา เนื่องจากเรื่องนี้ต้องทำอย่าง รอบคอบ โดยตำรวจดำเนินการอยู่อย่างเต็มที่

เมื่อถามว่าเป็นการเลือกปฏิบัติหรือไม่อย่างกรณีของ พล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศ อดีต ผู้ช่วย ผบ.ตร. ที่คดีถึงที่สุดแล้วแต่ยังไม่มีการดำเนินการถอดยศ พล.ต.ท.วัชรพล กล่าวว่า เรื่องนี้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องไปตรวจสอบรายละเอียดว่าเป็นอย่างไร จะดำเนินการอย่างไร เพราะต่างกรณีกัน แต่ละเรื่องแต่ละคดีดำเนินการไม่เหมือนกัน บางรายอาจมีการดำเนินการ ถอดถอนยศไปแล้วหรืออยู่ระหว่างการพิจารณาแต่ไม่เป็นข่าว

พล.ต.ท.วัชรพล กล่าวถึงกรณีที่ พล.ต.อ.วิสุทธิ์ กิตติวัฒน์ นายกสมาคมตำรวจได้จัดสัมมานาวิชาการ เรื่ององค์กรตามรัฐธรรมนูญกับการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ ในวันที่ 19 ม.ค. นี้ว่า เรื่องนี้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ รับหนังสือเวียนให้เข้าร่วมสัมมนา ซึ่งหากใครว่างก็เข้าไปร่วมสัมมนาได้ การจัดสัมมนาเป็นเรื่องที่ดี ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีความแตกต่างกัน อย่างกรณีสลายการชุมนุมที่ตำรวจตกเป็นจำเลยของสังคมก็ต้องเข้าใจว่าตำรวจทำภายใต้กรอบเวลาและความกดดัน การทำงานปรับเปลี่ยนตามสภาพการณ์ ที่ผ่านมาเราก็สามารถชี้แจงได้ หากผิดจริงก็จะเข้าไปสู่กระบวนการสุดท้ายจบที่ศาลยุติธรรม ตำรวจไม่ได้หวั่นเกรงเชื่อมั่นว่าทำตามหน้าที่.

อยู่อย่างไทย

ที่มา ไทยรัฐ

ผมไปญี่ปุ่นเป็นรอบที่ 2 แล้วครับ 5 วันแรกในรอบแรก ผมก็ได้แต่อิจฉา ญี่ปุ่นพัฒนาไปไกล ทั้งจิตใจผู้คน ที่มีผลไป ถึงความสงบสุขของบ้านเมือง

ถึงวันที่ 6 ผมก็เริ่มเห็นร่องรอยลางๆ ในม่านเงาของความเรียบร้อยนั้น มีม่านเงาของความเครียดของผู้คน ปะปนทับซ้อนอยู่ด้วย

ผู้บริหารหนุ่มจากไทย ลงทุนขอไปนอนบ้านเพื่อน แล้วก็พบว่า พ่อแม่ลูก แบ่งพื้นที่อยู่กันอย่างเคารพในสิทธิของกันและกัน ทั้งบ้านมีบรรยากาศศักดิ์สิทธิ์ของความเหงาและความเงียบ

เช่นเดียวกับความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้าน ก่อนไปทำงาน โค้งหัว คำนับสวัสดีกันคำเดียว...

แล้วก็เท่านั้นจริงๆ

ผมแตกหน่อต่อยอดความคิดเอาเอง เพราะบรรยากาศในบ้าน เป็นเช่นนั้น คนญี่ปุ่นจำนวนไม่น้อย จึงเตร็ดเตร่อยู่ริมถนน จะกลับบ้าน ก็โน่น! เวลารถไฟใต้ดินเที่ยวสุดท้าย

บ้านเมืองที่ล้ำหน้าด้านวัฒนธรรมการดำรงชีวิต แต่อีกด้านก็สะสมความเก็บกดทางอารมณ์ตามธรรมชาติมนุษย์เอาไว้

นักบริหารหนุ่มให้ข้อมูลต่อ ริมถนนในเมืองใหญ่ๆ จะมีซอก เล็กๆให้ชายหนุ่มสวมสูทหิ้วกระเป๋าเจมส์บอนด์ ลงไปใช้บริการ ดูหนังโป๊ ช่วยตัวเองเรียบร้อยแล้ว ก็หิ้วกระเป๋าขึ้นไปทำงานต่อ

ส่วนบริการขว้างจานใส่ผนัง ระบายความเครียดนั้น ผมเคยเห็นแต่โฆษณาในเมืองไทย เพิ่งดูข่าวทีวี ว่ามีของจริง อยู่ในญี่ปุ่นมานานเต็มที

คนญี่ปุ่นเครียดอย่างนี้แหละครับ จึงมีข่าวฆ่าตัวตายบ่อยๆ ที่หน้าผาโทชินโป ผมฟังจากคุณกาละแมร์ ทางทีวีช่อง 3 ไม่รู้ว่าหน้าผานี้อยู่เมืองไหน

ได้ยินแต่ตอนมีคนฆ่าตัวตายมากมาย จนกลายเป็นจุดขายการท่องเที่ยว

นักท่องเที่ยวสมัยนี้ก็บ้าจี้ เขาชวนให้ไปก็ไป ไปแล้วก็เจอของที่ระลึก เสื้อยืด เขียนคำย้ำประเด็นให้อยากฆ่าตัวตาย วางขายอยู่เกลื่อน

คนหนุ่มชื่อนายซีเงะ ทนไม่ได้ ตั้งกลุ่มสกัดคนฆ่าตัวตาย ช่วยมาได้หลายสิบคน แต่ที่ตายเพราะช่วยไม่ได้ ก็ยังมีหลายคน

นายซีเงะคุยว่า การฆ่าตัวตายนั้นเกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ ถ้ามีคนแนะนำให้รู้จักทำใจ ปล่อยวาง เขาก็เปลี่ยนใจไปสู้ชีวิตต่อ

วันนี้ นายซีเงะจึงไปตั้งร้านกาแฟอยู่ริมหน้าผา สกัดกั้นตรงจุดที่คนจะกระโดดหน้าผา เข้าใจกันว่า ทำเลร้านกาแฟนี้ คงช่วยให้คนเลิกฆ่าตัวตายได้มากขึ้น

ประมวลข่าวญี่ปุ่นแล้ว ที่เคยเสียใจว่า อยู่ในเมืองไทยที่ไม่ค่อยพัฒนา ก็รู้ว่าดีขึ้นมาก อย่างน้อยการอยู่อย่างไทย ก็ให้รสชาติเปรี้ยวหวานมันเค็มไปอีกแบบ

ถ้าเราจริงจังอย่างคนญี่ปุ่น เราก็คงไม่ยอมให้ผู้ร้ายที่ยึดสนามบิน มาเป็นรัฐมนตรี เป็นเลขาฯรัฐมนตรี เพราะเรารู้ว่าต่างชาติเขามีนิสัยกลัวผู้ก่อการร้าย จะไม่เอาด้วย

แต่การอยู่อย่างไทย คิดอย่างไทย เราก็อาจคิดใหม่ ได้ผู้ก่อการร้ายมาเป็นใหญ่ ประสบการณ์ผู้ก่อการร้าย อาจจะช่วยป้องกันไม่ให้ยึดทำเนียบฯ ยึดสนามบิน ได้ง่ายๆเหมือนที่ยึดกันไปครั้งก่อน

การชุมนุมใหญ่ตอนนั้น ตำรวจทหารก็ดูจะไม่ประสีประสา แต่ถ้าชุมนุมตอนนี้ ตำรวจทหารแม้จะชุดเดียวกัน แต่ก็ฉลาดรู้ทัน คงไม่ยอมให้ใครมายึดอะไรไปอีก

คิดได้อย่างนี้ก็สบายใจ ความเครียดก็ผ่อนคลาย โอกาสฆ่าตัวตายเหมือนคนญี่ปุ่นก็น้อยลง.

กิเลน ประลองเชิง

ขั้วใหม่

ที่มา ไทยรัฐ

หลังจากที่มีการเปลี่ยนขั้วการเมืองดูเหมือนว่าการเมืองไทยจะขยับปรับตัวไปอีกระนาบหนึ่งอย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อพรรคภูมิใจไทยพรรคเกิดใหม่เพื่อรองรับพรรคมัชฌิมาธิปไตยที่ถูกยุบไม่ต่างกับพรรคเพื่อไทยหรือชาติไทยพัฒนา

แต่สถานการณ์การเมืองที่เปลี่ยนไปโดยเฉพาะการยุบพรรคและการเปลี่ยนขั้วการเมืองทำให้นักการเมืองสามารถขยับตัวได้ สะดวกขึ้นคือจะย้ายพรรค ย้ายขั้วก็ทำได้ง่ายขึ้น ต่างๆเหล่านี้จึงเป็นใจให้พรรคภูมิใจเกิดปุ๊บโตปัšบ

นอกจากส.ส.จากมัชฌิมาธิปไตยเดิมแล้ว ปรากฏว่า ส.ส.กลุ่มเพื่อนเนวินที่แยกตัวออกมาจากพรรคพลังประชาชนเดินเข้าไปสู่พรรคภูมิใจไทยมีการเปิดตัวเรียบร้อยไปแล้ว โดยมีตัวจริงเสียงจริงที่อยู่เบื้องหลังพรรคนี้

ไม่ว่าจะเป็นนายสมศักดิ์ เทพสุทิน นายเนวิน ชิดชอบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายสรอรรถ กลิ่นประทุม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายปองพล อดิเรกสาร ฯลฯ

แม้จะมาในฐานะแขกรับเชิญเพื่อเป็นเกียรติ แต่ดูในงานเปิดตัวแล้วก็น่าจะรู้ว่าใครใหญ่จริงใครตัวประกอบ

เหนืออื่นใดพรรคภูมิใจไทยที่รวบรวม ส.ส.ได้เป็นอันดับ 2 รองจากพรรคแกนนำคือประชาธิปัตย์ นั่นย่อมทำให้พรรคนี้มีอำนาจต่อรองสูงขึ้นไปอีก

คือมี ส.ส.จำนวนมากที่จะทำประชาธิปัตย์ต้องเอาใจมากยิ่งขึ้น ภารกิจที่ได้รับมอบหมายคือได้คุมงานในกระทรวงสำคัญถึง 3 กระทรวงคือมหาดไทย, คมนาคมและพาณิชย์ ถือว่าระดับเกรดเอมีทั้งอำนาจที่มีขอบข่ายทั่วประเทศ

มีงานใหญ่ๆในกระทรวงคมนาคมที่จ่อรออยู่อีกหลายโครงการมูลค่านับหมื่นๆล้าน หรืองานในกระทรวงพาณิชย์ที่แม้จะต้องเหนื่อยแต่ก็น่าจะคุ้ม

แน่นอนว่าการที่จะก่อเกิดรัฐบาล อภิสิทธิ์ได้นั้นต้องยอมรับว่าหากกลุ่มเพื่อนเนวินไม่แยกตัวออกมาคงไม่สามารถตั้งรัฐบาล นั่นทำให้ข้อตกลงต่างๆรวมถึงภารกิจที่จะได้รับจึงสมน้ำสมเนื้อที่ประชาธิปัตย์ยากปฏิเสธ

ยิ่งเมื่อมารวมกันในพรรคภูมิใจไทยก็ยิ่งจะมีอำนาจและบทบาทสูงยิ่ง

หากมองรูปการณ์และการตัดสินใจของกลุ่มเพื่อนเนวินที่ผละจากอ้อมอก พ.ต.ท.ทักษิณคงมิใช่แค่ตัดสินอย่างโดดๆ แต่น่าจะทำการบ้านและเชื่อมต่อไปยังพรรคภูมิใจไทยที่จะเป็นอนาคตทางการเมืองใหม่ของพวกเขา

เรื่องเงินทุนคงไม่ต้องพูดถึงเพราะลำพังกระเป๋าส่วนตัวก็ไม่น้อย แต่ยังมีบรรดานายทุนที่อยู่เบื้องหลังและที่เป็นนักการเมืองด้วย อยู่ที่ว่าจะรวบรวมนักการเมืองได้มากน้อยแค่ไหน

แน่นอนว่าบ่อใหญ่ที่สุดก็คือพรรคเพื่อไทยนี่แหละ เพราะในความระส่ำระสาย ความไม่แน่นอนว่าทักษิณจะสู้ต่อหรือไม่คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ ส.ส.ต้องตัดสินว่าจะไปทางไหน ดังนั้น โอกาสที่จะดูด ส.ส.จากพรรคนี้จึงมีความเป็นได้สูง

ดังนั้น การตัดสินใจครั้งนี้จึงเป็นการเดิมพันสูงหากพลาดก็เจ๊งแต่หากสำเร็จก็เป็นบันไดทางการเมืองที่ยกระดับอีกขึ้นหนึ่งโดยไม่ต้องมีคนชื่อ ทักษิณ

การเลือกตั้งครั้งต่อไปจึงมีความหมายยิ่ง และไม่แปลกที่เสียงจากนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ว่าด้วยเรื่องของการขอนิรโทษกรรม 220 นักการเมืองที่ถูกเว้นวรรค แม้ห้วงนี้ยังไม่มีเงื่อนไขพอแต่หากรัฐบาลเดินหน้าไปได้คงจะงัดเรื่องนี้ขึ้นมากดดันให้นายกฯดำเนินการ

นายกฯจะเป็นใครก็เป็นได้อย่างที่พรรคพลังประชาชนทำมาแล้ว จึงไม่แปลกที่นักการเมืองวันนี้ฝันที่จะเดินไปสู่จุดนั้น

ไม่มีเขิน-ไม่มีกระดากกันแล้ว.

“สายล่อฟ้า”

ไม่ง่ายเหมือนด่าเขา

ที่มา ไทยรัฐ

ไม่แน่ใจว่าจะเป็นคนละเรื่องเดียวกันหรือไม่ กับคิวที่รัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กำลังเผชิญกับเสียงโห่ฮา กระแสวิพากษ์วิจารณ์การตั้งคนพะยี่ห้อม็อบพันธมิตรฯเป็นทีมงานรัฐมนตรี ถือเป็นการท้าทาย

ราดน้ำมันเข้ากองเพลิง

ล่าสุดพรรคประชาธิปัตย์ได้จ้างบริษัทเอกชนติดตั้งอุปกรณ์ลูกบอลดับเพลิง จำนวน 50 ลูก กระจายทั่วบริเวณที่ทำการพรรคทั้ง 2 อาคาร รวมถึงห้องทำงานของบุคคลสำคัญ

อาทิ ห้องทำงานของนายอภิสิทธิ์ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ และ “เทพเทือก” นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์

นัยว่า เพื่อป้องกันความปลอดภัย

โดยเฉพาะในห้วงที่ม็อบเสื้อแดงเดินสายเพิ่มดีกรีอาละวาด ประกาศดับเครื่องชนรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ให้พังกันไปข้าง

อารมณ์ไวไฟ จุดติดได้ง่ายๆ

รู้กันอยู่ว่า ไม่ใช่เรื่องที่จะผ่านตากันไปได้ แม้จะเป็นแค่เก้าอี้ที่ปรึกษารัฐมนตรี ตำแหน่งเท่ๆเอาไว้ใส่นามบัตร

แต่โดยเงื่อนไขการเผชิญหน้าระหว่างม็อบสีเหลืองกับม็อบสีแดง และโดยสถานะของพรรคประชาธิปัตย์ที่ถูกผูกโยงกับฝ่ายม็อบพันธมิตรฯ โดนจ้องอยู่แล้วเรื่องของรายการต่างตอบแทน ปูนบำเหน็จสปอนเซอร์ที่อยู่เบื้องหลังเกมพลิกขั้วรัฐบาล

งานนี้จึงเป็นอะไรที่จับ “ใบเสร็จ” ได้คาหนังคาเขา

ทั้งๆที่ถ้าเอาความจริงมาพูดกัน การตั้งคนของม็อบพันธมิตรฯเป็นทีมงานรัฐมนตรีไม่ใช่เรื่องผิดแต่อย่างใด เพราะอย่างน้อยก็อธิบายได้ คนที่ได้รับตำแหน่งก็คืออดีตผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์

ถือเป็นเรื่องของความชอบธรรมภายใน

แต่ที่ผิดก็คือพรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยยืดอกยอมรับอย่างลูกผู้ชายที่ผ่านมาแตะมือกันเล่นกับม็อบพันธมิตรฯในการทุบทำลายเครือข่าย “ทักษิณ”

ทั้งๆ ที่มีหลักฐานจะจะ ไม่ใช่แค่ชื่อของพวกหางๆ แถวอย่างนายประพันธ์ คูณมี นายพิเชฐ พัฒนโชติ นายสำราญ รอดเพชร

แม้แต่พันธมิตรฯ “ตัวพ่อ” อย่างนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำใหญ่ 1 ใน 5 หัวขบวนม็อบ ก็เป็น ส.ส.สัดส่วน พะยี่ห้อพรรคประชาธิปัตย์

ภาพมันฟ้อง เกินเลยกว่าที่จะอมพะนำทำไขสือ

ขุนศึกร่วมรบชนะมาก็ต้องปูนบำเหน็จกันเป็นธรรมดา

ในทางตรงกันข้าม ถ้ารัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ยึกยักไม่ตั้งแกนนำม็อบในบัญชีผู้รับบำเหน็จ ก็จะผิดใจกับม็อบพันธมิตรฯ เสียแนวร่วมสีเหลือง

โดนคนกันเองหันมาถล่มแน่

อย่างไรก็ตาม ที่สุดแล้ว เมื่อประชาธิปัตย์สวมบทคนใจถึง กล้าตั้งคนของม็อบพันธมิตรฯเป็นทีมงานรัฐมนตรี มันก็เท่ากับการประกาศเลือกข้าง ลุยรับศึกทางเดียว

เปิดหน้าเล่นกันชัดๆไปเลย

และงานนี้ก็ถือเป็นการช่วยแบ่งกระสุนจาก “เป้าใหญ่”

นายกษิต ภิรมย์ รมว.การต่างประเทศ โควตาม็อบพันธมิตรฯที่แว่วๆข่าวจากคนในกระทรวงบัวแก้วว่า ออกอาการแกว่ง สูญเสียความมั่นใจ หลังจากโดนรับน้องคิวที่คะนองปากกับฝรั่งต่างชาติ ปล่อยวาทะ ยึดสนามบินเป็นเรื่องสุนทรี ดนตรีไพเราะ อาหารเลิศรส

สะอึกกันไปทั่วโลก

วันนี้กลายเป็นเตมีย์ใบ้ ถูกคำสั่งจากผู้ใหญ่ในพรรคให้สงบปากสงบคำ มีอะไรก็โบ้ยให้โฆษกรัฐบาล แล้วเดินหนีนักข่าวขึ้นรถดื้อๆ

นั่นก็เพราะหลายคำถามยากแก่การอธิบาย

เบื้องหน้าเลยแค่เรื่องเขาพระวิหาร ที่โดนย้อนเกล็ดเรื่องที่เคยวาดฝีปากด่าผู้นำประเทศเพื่อนบ้านว่าเป็นแค่กุ๊ย ถึงตอนนี้ไฟต์บังคับ ต้องไปเจรจาง้องอนให้เขามาประชุมอาเซียนซัมมิตที่เมืองไทย

งานนี้ถือว่าได้ลิ้มรสคำว่า “การเมือง” ของจริง

มันไม่ใช่ง่ายเหมือนขึ้นเวทีด่าคนอื่นมันปาก

ถึงคิวที่ต้องมาเล่นเองบ้าง โดนด่าแล้ว รู้สึกยังไง.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

นปช.เปิดตัวสถานีโทรทัศน์ดีทีวี

ที่มา ไทยรัฐ

เมื่อวานนี้ (15 ม.ค.) ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ นายอดิศร เพียงเกษ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ฐานะประธานกรรมการ บริษัท ดีสเตชั่น จำกัด พร้อมด้วยอดีตผู้จัดรายการความจริงวันนี้ และแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้ร่วมกันแถลงข่าวเปิดตัวสถานีประชาธิปไตย (ดีทีวี) สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม โดยประชาชนทั่วไปที่มีจานดาวเทียมระบบ ซีแบนด์หรือจานดำ ที่สามารถรับสัญญาณจากดาวเทียมไทยคม 5 หรือจานดาวเทียมพีทีวีเดิม สามารถจูนคลื่นสัญญาช่องดีทีวีได้เลย ส่วนคนที่มีจานรับสัญญาณของเอเอสทีวี ก็สามารถรับชมได้ตั้งแต่วันที่ 10 มี.ค. ทั้งนี้ จะทดลองออกอากาศครั้งแรกในวันที่ 19 ม.ค.นี้ จะเริ่มตั้งแต่ 06.00 น. เป็นต้นไป และจะแพร่สัญญาณได้อย่างสมบูรณ์ในวันที่ 1 มี.ค. 2552 โดยถ่ายทอดสัญญาณจากสถานีที่ชั้น 5 ศูนย์การค้าอิมพีเรียลเวิลด์ ลาดพร้าว

นายอดิศรกล่าวว่า เนื้อหาของดีทีวีกว่า 80% จะเป็นรายการให้ความรู้ด้านประชาธิปไตย อาทิ รายการสถานีประชาธิปไตย ดำเนินรายการโดย น.ส.ศุภรัตน์ นาคบุญนำ รายการในสายตาโลก โดยนายจักรภพ เพ็ญแข รายการความจริงวันนี้ โดยนายวีระ มุสิกพงศ์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นอกจากนี้นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย จะมาร่วมดำเนินรายการด้วย

“วีระ” ฝันคนเสื้อแดงเพิ่มมากขึ้น

นายวีระ มุสิกพงศ์ แกนนำ นปช. กล่าวว่า การเปิดสถานีโทรทัศน์ดีทีวีวันนี้ เพื่อขอพลังคนเสื้อแดงในการสร้างรัฐไทยขึ้นมาใหม่ ทำให้เกิดหลักนิติรัฐ นิติธรรม เกิดเสรีภาพประชาชนและสื่ออย่างเท่าเทียมกัน หาก ต่อไปคนเสื้อแดงมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นได้ เราก็จะสร้างรัฐไทยได้ แต่หากทำไม่ได้ก็เท่ากับว่าแพ้และต้องยกเลิกไป เท่ากับแพ้ทุกอย่างก็เท่ากับจบ

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวว่า เงินทุนที่มาดำเนินการดีทีวี ไม่มีความเกี่ยวข้องกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ แต่เป็นเงินลงขันของคณะกรรมการบริษัท ที่มีนายอดิศรเป็นประธาน แล้วเงินทุนส่วนหนึ่งยังมาจากรายได้ของการจำหน่ายเครื่องดื่มชูกำลัง ภายใต้ แบรนด์ “ความจริงวันนี้” มอบหมายให้บริษัท กรุงสยามเครื่องดื่ม จำกัด เป็นผู้ผลิต และบริษัทฟิวเจอร์ อินเตอร์ กรุ๊ป จำกัด จัดจำหน่ายในราคาขายปลีกขวดละ 10 บาท หากประชาชนมาช่วยอุดหนุนเป็นจำนวนมาก ก็จะมีการออกผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มประเภทน้ำผลไม้และน้ำดื่มบริสุทธิ์ เพื่อมาเป็นรายได้สนับสนุนให้ดีทีวีแข็งแกร่งยืนหยัดได้ในระยะยาว

ตามบี้ “กษิต” แกนนำปิดสนามบิน

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำกลุ่ม นปช. กล่าวว่า รูปแบบการนำเสนอรายการผ่านดีทีวี ยังจะเน้นรูปแบบการวิเคราะห์อย่างเป็นเหตุเป็นผล ตรงไปตรงมา ดังนั้น หลังจากดีทีวีออกอากาศอย่างเป็นทางการ ขอให้ พวกเสื้อแดงทรยศ นักการเมืองที่จะย้ายพรรคให้เลิกคิดได้เลย เพราะจากนี้ไปประชาชนที่ได้รับทราบความจริงจากดีทีวี จะไม่ไปเลือกคนทรยศกลับเข้ามาอย่างแน่นอน ส่วนทิศทางความเคลื่อนไหวของกลุ่ม นปช. ต่อการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนนั้น ขณะนี้กำลังดำเนินการยื่นหนังสือให้กับสถานทูตประเทศต่างๆ 9 ประเทศ เพื่ออธิบายถึงการร่วมเคลื่อนไหวชุมนุมปิดสนามบิน ของนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ และเชื่อว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ จะไม่ดำเนินการให้นายกษิตพ้นจากตำแหน่ง เพราะเกรงกลุ่มพันธมิตรฯ จะออกมาต่อต้าน นอกจากนี้ ยังเชื่ออีกว่าการดำเนินการในด้านงบประมาณอย่างรีบเร่งของรัฐบาล จะเป็นภาระให้กับประชาชนในอนาคต

“กษิต” เดินหน้าพบ 4 ทูตยุโรป

วันเดียวกัน นายกษิต ภิรมย์ รมว.การต่างประเทศ กล่าวภายหลังได้ให้การต้อนรับเอกอัครราชทูตฝรั่งเศส เยอรมันนี โรมาเนียและเช็ก ที่เดินทางเข้าพบหารือว่า จุดประสงค์หลักของการหารือ คือการทบทวนสถานะความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับทั้ง 4 ประเทศ ซึ่งทูตทั้ง 4 แสดงความชื่นชมนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ หลังจากที่ได้ พบกันไปเมื่อวันที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมา ที่ได้รับฟังแนวนโยบายต่างประเทศ ก็จะดำเนินการให้ต่อเนื่องไป สำหรับประเทศเช็กมีความเป็นพิเศษที่ยังเป็นประธานสหภาพยุโรปอีก 6 เดือน ก็จะได้ประสานงานร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับไทยซึ่งเป็นประธานอาเซียน เมื่อถามถึงขณะนี้ยังมีความเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ เรียกร้องให้เปลี่ยนแปลงตัว รมว.การต่างประเทศ นายกษิตตอบว่า อันนั้นมันเรื่องการเมือง แต่เราทำงานต่างประเทศ ไม่มีปัญหา เมื่อถามว่าหากมีการปิดล้อมรัฐสภาในช่วงที่จะเสนอเอกสาร 33 ฉบับ ที่จะใช้ในการประชุมอาเซียน นายกษิตตอบว่า เป็นเรื่องของฝ่ายความมั่นคงจะดูแล อย่าไปห่วงเลย คนไทยต้องเดินหน้า

รัฐบาลเมิน “ทักษิณ” โฟนอินดีทีวี

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวถึงการเปิดสถานีโทรทัศน์ดีทีวีของกลุ่มคนเสื้อแดงว่า คงเป็นสถานีที่มีอยู่แล้ว หากเป็นการดำเนินการที่ถูกต้องสามารถทำได้ แต่เนื้อหาต้องดูว่าเป็นอย่างไร ยืนยันว่ารัฐบาลจะไม่เข้าไปตรวจสอบเรื่องเนื้อหา เพราะถือเป็นการแทรกแซงสื่อ ส่วนกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ จะโฟนอินเข้ามาในรายการทางสถานีโทรทัศน์ดีทีวีนั้น เห็นว่าอดีตนายกฯมีสิทธิ์ ไม่มีปัญหาอะไร อย่างไรก็ตาม ขอเรียกร้องให้สื่อมวลชนทุกแขนง นำเสนอเนื้อหาในทางที่ไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งหรือสร้างวิกฤติ ส่วนการวิจารณ์ว่ารัฐบาลจะใช้กฎหมายความมั่นคงสั่งปิดวิทยุชุมชนและเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาหมิ่นเหม่ สถาบันนั้น รัฐบาลยังไม่ได้ปิดใดๆทั้งสิ้น อำนาจการเปิด-ปิดสถานีมีกฎหมายเฉพาะ หากเนื้อหาอยู่ในกรอบที่กฎหมายกำหนด ก็ไม่ต้องกังวลอะไร เพราะรัฐบาลสนับสนุนเสรีภาพของสื่ออยู่แล้ว แต่ต้องเป็นเสรีภาพที่มีความรับผิดชอบ หากเนื้อหาไปพาดพิงใคร ผู้ถูกพาดพิงสามารถใช้สิทธิ์ตามกฎหมายได้

มหาดไทยตั้งศูนย์ตรวจเข้มดีทีวี

นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการตั้งสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมดีทีวีของกลุ่มคนเสื้อแดงว่า มีสิทธิที่จะขอถ้าถูกต้องตามกฎหมายไปห้ามไม่ได้ ผู้สื่อข่าวถามว่าการตั้งดีทีวีของกลุ่มเสื้อแดงจะทำให้การชุมนุมวุ่นวายมากขึ้น เหมือนกรณีกลุ่มคนเสื้อเหลืองหรือไม่ นายชวรัตน์ตอบว่า เนื้อหาที่จะพูดก็ต้องมาตรวจดูอีกทีว่าเป็นอย่างไร คงไม่มีการเซ็นเซอร์ เมื่อถามว่า จะมีการตั้งคณะทำงานเฝ้าระวังหรือไม่ นายชวรัตน์ ตอบว่า จะจัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังที่กระทรวงมหาดไทย จะทำหน้าที่ตรวจสอบไม่ให้เลยเถิดเกินกฎหมายกำหนด หากพบข้อความที่เข้าข่ายหมิ่นประมาทก็ต้องเตือนกัน เมื่อถามว่าการตั้งดีทีวีจะกระทบต่อความมั่นคงเหมือนกรณีเอเอสทีวีหรือไม่ นายชวรัตน์ตอบว่า ต้องมีคณะกรรมการขึ้นมาดูแล พยายามดูแลอย่าให้เลยเถิด เพราะประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยเราไปห้ามไม่ได้ แต่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด

“เชาวริน” ว่างจัดไล่จับผิด “อภิสิทธิ์”

ที่รัฐสภา ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย แถลงว่า ได้ติดตามดูการแต่งกายเต็มยศของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ มาตั้งแต่วันที่ได้รับโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเป็นนายกฯเกือบหนึ่งเดือนแล้ว ก็ไม่เห็นมีการแก้ไขสิ่งที่ทำผิดกฎหมาย อาทิ มีการประดับแพรแถบเหรียญอิสริยาภรณ์ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานเป็นที่ระลึก ในงานฉลอง 25 พุทธศตวรรษ พ.ศ. 2499 และการติดเหรียญแพรแถบที่ระลึก เนื่องใน โอกาสเสด็จพระราชดำเนินเยือนทวีปยุโรป ในปี พ.ศ. 2504 ซึ่งผู้ที่เกิดหลังจากปี พ.ศ.ดังกล่าว ไม่สามารถประดับเหรียญแพรแถบเหล่านั้นได้ เพราะมีกฎหมายเขียนไว้ชัดเจน จึงได้ทำหนังสือถึงนายกฯให้แก้ไขโดยด่วน

ร.ต.ท.เชาวรินกล่าวถึงการแห่เข้าพรรคภูมิใจไทย ของอดีตสมาชิกพรรคพลังประชาชนว่า อยากเตือน ส.ส.พรรคเพื่อไทยด้วยว่าการตัดสินใจทางการเมือง ไม่ใช่การชักเข้าชักออก เพราะหากลาออกจากสมาชิกพรรคเพื่อไทยเมื่อใด ต้องหมดสมาชิกภาพทันที เมื่อถามว่ามองการเมืองขณะนี้อย่างไร ร.ต.ท.เชาวรินตอบว่า ไม่ใช่การเมืองปกติ แต่มีวาระพิเศษซ่อนเร้น เริ่มตั้งแต่มีทหารเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยมีการพูดกันว่าหากไม่เปลี่ยนขั้วจะอยู่ลำบาก แต่สำหรับตนแล้วไม่กลัว

สดุดี"พระคุณครู"

ที่มา ประชาทรรศน์

คอลัมน์ : สามเหลี่ยมดินแดง

โดย เอกฉัตร


00 หนังสือพิมพ์ประชาทรรศน์ สื่อทางเลือกของประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ต่อต้านเผด็จการทุกรูปแบบ ฉบับวันศุกร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ.2552 เอกฉัตร เข้าเวรรายงานข่าว วันนี้ “วันครู” เป็นวันดี จึงต้องเริ่มต้นด้วยข่าวดีๆ วันครูของทุกปี กระทรวงศึกษาธิการจะคัดสรรครูดีเด่นจากทุกภาค รับรางวัล ปีนี้
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน คัดสรรครูเกียรติยศจาก 4 ภาค ประกอบด้วย ภาคกลาง ครูกิจจา ชูประดิษฐ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนปทุมวิไล อ.เมือง จ.ปทุมธานี ภาคเหนือ ครูสำเร็จ ไกรพันธ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านแม่จ๊าง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ครูดาบตำรวจนิยม มานะสาร ครูใหญ่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร และ ภาคใต้ ครูศุภวรรณ แซ่ลู่ ครูชำนาญการโรงเรียนบ้านเบตง “สุภาพอนุสรณ์” อ.เบตง จ.ยะลา

00 เอกฉัตร มีพ่อเป็นครู ขอแสดงความยินดีด้วยครับกับรางวัลที่ทรงคุณค่าสัญลักษณ์ของครูผู้มีจิตวิญญาณและเสียสละ วันครูปีนี้ คุณครูได้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการคนใหม่ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ และนโยบายของ รัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศชัดเจนสนับสนุนการศึกษาเต็มอัตรา เริ่มจากเรียนฟรี 15 ปี เริ่มปีการศึกษาใหม่ ส่วนการศึกษาของประเทศไทยจะพัฒนาไปอย่างไร ในทิศทางไหน ต้องรอพิสูจน์ฝีมือครูจุรินทร์ และรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ที่ว่างเว้นการควบคุมดูแลกระทรวงศึกษาธิการมานานแล้ว หลังจากที่หมอผี นายสัมพันธ์ ทองสมัคร อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช คุมอยู่นาน จนการศึกษาของไทยย่ำอยู่กับที่ ยังไม่มีทิศทางที่ชัดเจน ทั้งๆ ที่ทุกรัฐบาล ต่างประกาศนโยบายให้ความสำคัญกับการศึกษาในอันดับต้นๆ แต่การปฏิบัติ ดูแล้วอยู่ในอันดับปลายๆ

00 ไม่แน่ว่าเป็นเพราะ รัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เกิดขึ้นมาอย่างฉุกละหุก ในช่วงเทศกาลคริสต์มาส และ แถลงนโยบายในวันส่งท้ายปีเก่า พอรัฐบาลตั้งลำได้ นายกรัฐมนตรีเทพประทาน รับบทซานตาคลอสเปิดยุทธการลดแลกแจกแถม จนชาวบ้านจำไม่ได้ว่า รัฐบาลได้ลดแลกแจกแถมอะไรให้บ้าง งบประมาณที่พอจะนำมาใช้ได้ ใส่เข้าไปเต็มที่ โดยเฉพาะกระทรวงที่พรรคประชาธิปัตย์กุมบังเหียนซึ่ง นายกฯ อภิสิทธิ์ ยืนยันไม่ใช่นโยบายประชานิยมที่ลอกเลียนมาจากพรรคไทยรักไทย แต่เป็นแนวทางการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ทั่วโลกนำมาใช้ในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ ของฟรีใครๆ ก็อยากได้ เสียงวิพากษ์วิจารณ์กระแนะกระแหนของฝ่ายค้าน กล่าวหาว่าเป็นนโยบายอภิประชานิยมหรือโคตรประชานิยม ประทานโทษ ไม่ต่างกับ “หมาเห่าใบตองแห้ง”

00 โบราณว่าไว้ แข่งเรือแข่งกันได้ แต่แข่งบุญแข่งวาสนา หมดสิทธิ์ โดยเฉพาะใครที่คิดจะแข่งกับนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แค่ชื่อบอกอยู่ทนโท่ “อภิสิทธิ์” ตั้งแต่ “เทพประทาน” ให้เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 27 ย้อนกลับไปห้วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ไฟไหม้ซานติก้าผับ คนตายครึ่งร้อย นายกฯ อภิสิทธิ์ ยังเอ้อระเหยลอยชายอยู่ริมทะเลกระบี่ ไม่มีใครตำหนิติติงให้หมดมู้ดขณะพักผ่อนกับครอบครัว จากนั้นเกิดเหตุ ไฟไหม้ใหญ่ไม่เว้นแต่ละวัน รวมทั้ง อุบัติเหตุใหญ่มีคนตายจำนวนมาก เหมือนจะผิดปกติ ขนาดการแข่งขันฟุตบอลระหว่าง ทีมชาติไทยกับทีมชาติเวียดนาม ที่สนามราชมังคลากีฬาสถานที่ นายกฯ อภิสิทธิ์ ไปนั่งเชียร์เป็นกำลังใจ ถึงขอบสนาม และยังวิจารณ์ในฐานะแฟนคลับของทีมนิวคาสเซิล ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ทีมชาติไทยแพ้เวียดนามคาถิ่น

00 นี่ถ้าเป็นรัฐบาลก่อนๆ เชื่อเหอะ จะต้องถูกบรรดา หมอดูหมอเดา ฟันธงคอนเฟิร์ม รัฐบาลเป็นตัวซวยเป็นกาลกิณี แต่ในรัฐบาลชุดนี้ เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ หรือแม้กระทั่ง ยุทธการปาใข่ใส่นายกฯและรัฐมนตรีของคนเสื้อแดง นายกฯ อภิสิทธิ์ คือ เป้าหลัก แต่ปรากฏว่าคนที่โดนปาใข่ใส่เต็มๆ คือ นายหัวชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี และ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ส่วน นายกฯ อภิสิทธิ์ แคล้วคลาด แม้กระทั่งอากาศ ขณะที่ทุกหน่วยงานรณรงค์สู้กับภาวะโลกร้อน อากาศในประเทศไทยปีนี้ หนาวกว่าหลายๆ ปีที่ผ่านมา ภาคเหนือ ภาคอีสาน บางจังหวัดต้องประกาศให้เป็นจังหวัดประสบภัยภิบัติ อากาศหนาวจัดมีคนตาย ก็เป็นเรื่องธรรมชาติ ดีนะที่หิมะไม่ตก ตามที่คนสบประมาทนายกฯ อภิสิทธิ์ ไว้ หิมะตกในเมืองไทย ถึงจะได้เป็นนายกรัฐมนตรี

00 ไม่ทราบว่า ใครหนอเป็นคนกำหนดวันเปิดตัวพรรคภูมิใจไทย เมื่อวานซืนที่โรงแรมสยามซิตี้ เหมือนจะรู้ล่วงหน้าผลการเลือกตั้งซ่อม ส.ส. เมื่อวันที่ 11 มกราคม ที่ผ่านมา กระแสนิยมของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เริ่มแผ่วปลาย อยู่ในช่วงขาลง ทำให้ผู้สมัคร ส.ส. จากพรรคเพื่อไทยหลายคนแพ้ในพื้นที่ที่ไม่น่าจะแพ้ ทำให้การเปิดตัวพรรคภูมิใจไทย คึกคักเต็มพิกัด ส.ส. กลุ่ม 16 ไปรวมตัวกันพร้อมหน้า รวมทั้ง อดีตแกนนำคนสำคัญของพรรคไทยรักไทยและพรรคพลังประชาชน ที่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง เมื่อพรรคถูกยุบแล้วยุบอีก อาทิ นายเนวิน ชิดชอบ นายสรอรรถ กลิ่นประทุม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน นายอนุทิน ชาญวีรกูล ฯลฯ เนื้อที่มีไม่พอที่จะขานชื่อได้ทุกคน แต่ละคนที่ดูจากภาพข่าว ล้วนแต่เป็นเจ้ายุทธจักรทั้งนั้น ขาดเพียง นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ พี่ใหญ่ของกลุ่ม 16 เท่านั้น เอกฉัตร ฟังมาว่าหลังจากถูกตัดสิทธิทางการเมือง พี่พงษ์จะล้างมือในอ่างทองคำเสียที

00 ความคึกคักในการเปิดตัวพรรคภูมิใจไทย อันเกิดจากความพร้อมที่จะทำงานการเมือง ย่อมทำให้นักการเมืองตัดสินใจได้ง่ายที่จะเข้ามาร่วมสังฆกรรม นโยบายพร้อม ปัจจัยพร้อม คนพร้อม ระฆังเลือกตั้งดังขึ้นเมื่อไร ย่อมทำให้ผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคอุ่นใจที่จะสู้ศึก เอกฉัตร ได้ทับถมหรือเหยียดหยามพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นพรรคที่เกิดขึ้นมาเพื่อรองรับการยุบพรรคพลังประชาชน เกิดก่อนพรรคภูมิใจไทย ซึ่งสมาชิกพรรคก็คือคนพวกเดียวกันกับสมาชิกพรรคภูมิใจไทย อนาถหนอวันนี้ พรรคเพื่อไทย ยังไม่รู้จะให้ใครเป็นหัวหน้าพรรค คนที่อาวุโสถึง ประสบการณ์ไม่เป็นรองใครในสภาวันนี้ ร.ต.อ.ดร.เฉลิม อยู่บำรุง เคยเป็นหัวหน้าพรรคมวลชนมาแล้ว ยังปฏิเสธพัลวัน อ้างว่าฝีมือไม่ถึง แต่เท่าที่รู้ว่า สารวัตรเหลิม ยังยึดหลัก “สองไม่” คือ ไม่อยากจ่าย กับ ไม่อยากเว้นวรรคทางการเมือง ขอเป็น ส.ส.ธรรมดายังได้เป็นรัฐมนตรีมหาดไทย กรรมการบริหารพรรค สารวัตรเหลิมไม่เอา

“ไพฑูรย์”แจงเงินช่วยคนรายได้ต่ำครั้งเดียวนักวิชาการสับแหลกไร้ประโยชน์แค่หาเสียง

ที่มา ประชาทรรศน์

"ไพฑูรย์" แจง 2 พันจ่ายครั้งเดียว ช่วยผู้ประกันตนรายได้น้อย ด้าน”อาจารย์แล” ติงแก้ปัญหาแรงงานไม่ตรงจุดแค่รัฐบาลมุ่งหาเสียง หวั่นแรงงานนำเงิน 2 พันใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ขณะที่กระทรวงอุตฯเผยว่า ปี 51 มีโรงงานเจ๊ง 2,294 แห่งสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 14.13% ทำให้คนงานตกงานทันที 61,577 ราย โดยกทม.เลิกจ้างงานมากสุดหมื่นกว่าคน

นายไพฑูรย์ แก้วทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวถึง กรณีที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติในหลักการมาตรการเพิ่มรายได้เพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชน และบุคลากรภาครัฐ รวมทั้งผู้ประกันตนที่รายได้ไม่เกิน 14,000 บาท ในวงเงิน 19,000 ล้านบาท ว่า จำนวนเงินดังกล่าวเป็นเงินที่นำมาช่วยเหลือประชาชนที่มีรายได้ต่ำ พร้อมทั้งกระตุ้นระบบเศรษฐกิจ ซึ่งยังมีหลายบุคคลที่เข้าใจผิดกับหลักการของเงินดังกล่าวว่าจะให้อย่างไร จำนวนเท่าไหร่

สำหรับกระทรวงแรงงานได้รับอนุมัติเงิน จำนวน 16,000 ล้านบาท ให้กับผู้ประกันตนกว่า 8 ล้านคน โดยให้สำหรับผู้ที่มีฐานเงินเดือนไม่ถึง 14,000 บาท คนละ 2,000 บาท เพียงครั้งเดียว คาดว่าภายหลังการประชุมสภาผู้แทนราษฎรจะสามารถโอนเงินเข้าบัญชีของผู้ประกันตนได้ภายในเดือนเมษายน โดยสำนักงานประกันสังคมจะเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องฐานข้อมูลผู้ประกันตน พร้อมกับวางระบบเพื่อขอเลขบัญชีธนาคารของผู้ประกันตน แยกสมาชิกของแต่ละธนาคาร จากนั้นจะนำเสนอให้กับกรมบัญชีกลางเพื่อจ่ายเงินเข้าสู่บัญชีของลูกจ้างที่เป็นผู้ประกันตนโดยตรง

ส่วนบุคลากรภาครัฐ และข้าราชการที่มีฐานเงินเดือนไม่ถึง 14,000 บาท กระทรวงมหาดไทยจะเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการวางมาตรการให้การช่วยเหลือ ว่าจะนำเงินจำนวน 2,000 บาท จ่ายให้กับบุคลากรภาครัฐอย่างไร

ดร.แล ดิลกวิทยรัตน์ ศาสตราพิชาน คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าว ถึงมาตรการการอัดฉีดเงิน 115,000 ล้านบาท กระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ว่า เป็นมาตรการที่ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ กระจัดกระจายเกินไป ไม่ได้มีการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนว่า ต้องการช่วยเหลือกลุ่มผู้ใช้แรงงาน โดยเฉพาะแรงงานที่ถูกเลิกจ้าง ซึ่งเป็นกลุ่มสำคัญที่สุด

ส่วนมาตรการช่วยเหลือแรงงานโดยเฉพาะการให้เงินผู้ที่มีเงินเดือนไม่ถึง 14,000 บาท จำนวน 2,000 บาท เป็นมาตรการที่ไร้ประโยชน์ และไม่เข้าใจว่ารัฐบาลทำเพื่ออะไร พร้อมตั้งข้อสังเกตุว่า รัฐบาลมุ่งเน้นการหาเสียงมากกว่า

สำหรับมาตรการที่รัฐบาลที่ควรจะทำ คือ ใส่เงินเพื่อช่วยเหลือแรงงานที่ถูกเลิกจ้างโดยตรง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและควรจะมีมาตรการชะลอการเลิกจ้าง หากรัฐบาลจ่ายเงินให้ผู้ถูกเลิกจ้าง ก็ทำให้เกิดแรงกระตุ้นในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว เพราะผู้ที่ถูกเลิกจ้างจะนำเงินไปจับจ่ายใช้สอยทันที ไม่นำไปเก็บออมหรือซื้อสินค้าฟุ่มเฟือย

นอกจากนี้ รัฐบาลควรจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือแรงงานที่ถูกเลิกจ้าง โดยมีตัวแทนนายจ้างและลูกจ้างร่วมมือกัน ส่วนวงเงินกองทุนเท่าใด รัฐบาลจะต้องมีการประเมินว่าคนถูกเลิกจ้างจะมีเท่าใด จึงจะสามารถจัดสรรงบประมาณสำหรับกองทุนได้อย่างชัดเจน

“ไม่อยากเห็นนายจ้างมองแรงงานเป็นเพียงทรัพยากร ควรมองว่าเป็นมนุษย์ และไม่ต้องการให้นายจ้างฉวยโอกาสอ้างว่าภาวะเศรษฐกิจไม่ดีแล้วปลดคนงาน ทั้ง ๆ ที่ธุรกิจยังเดินหน้าได้ รวมทั้งเห็นว่าหากเกิดภาวะเศรษฐกิจควรที่จะลดต้นทุนส่วนอื่น เช่น ค่าน้ำมัน วัตถุดิบ หรือภาษี ก่อนที่จะปลดคนงาน ซึ่งควร เป็นสิ่งที่ทำขั้นสุดท้าย”

รายงานข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ปี 2551 มีโรงงานแจ้งขอเลิกกิจการกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม 2,294 แห่งสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 14.13% ทำให้คนงานตกงานทันที 61,577 ราย เพิ่ม 41.2% เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลงส่งผลต่อการดำเนินงานภาคธุรกิจ โดยเฉพาะคำสั่งซื้อทั้งในและต่างประเทศลดลงอย่างมาก

โดยอุตสาหกรรมที่ประสบปัญหามาก เช่น เครื่องแต่งกายเลิกจ้างแรงงาน 10,792 ราย เพิ่ม 92.58% ปิดโรงงาน 81 แห่ง เพิ่ม 28.57%, ผลิตหนังสัตว์และผลิตภัณฑ์จากหนังสัตว์เลิกจ้าง 7,863 ราย เพิ่ม 133.46% ปิด 44 แห่ง เพิ่ม 18.92%

นอกจากนี้ยังมีอุตสาหกรรมผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์เลิกจ้าง 5,144 ราย เพิ่ม 61.61% ปิด 49 แห่ง เพิ่ม 13.95%, สิ่งทอเลิกจ้าง 4,930 ราย เพิ่ม 81.72% ปิด 56 แห่งเพิ่ม 33.33%, อาหารเลิกจ้าง 4,052 ราย เพิ่ม 36.43% ปิด 166 แห่ง เพิ่ม 22.06%, ผลิต ภัณฑ์อโลหะเลิกจ้าง 3,983 ราย เพิ่ม 44.10% ปิด 208 แห่ง เพิ่ม 10.64%, แปรรูปไม้ เลิกจ้าง 3,848 รายเพิ่ม 21.54% ปิด 193 แห่ง เพิ่ม 18.4% และผลิตยานพาหนะและอุปกรณ์เลิกจ้าง 2,326 ราย เพิ่ม 11.61% ปิด 254 แห่งเพิ่ม 22.12% เป็นต้น

สำหรับจังหวัดที่ปิดมากเช่นกรุงเทพฯ 500 แห่ง เลิกจ้างงาน 10,413 คน, นครปฐม 110 แห่ง เลิกจ้าง 4,858 คน, ตรัง 93 แห่งเลิกจ้าง 1,659 คน, ปทุมธานี 77 แห่ง เลิกจ้าง 5,928 คน, ชลบุรี 76 แห่ง เลิกจ้าง 2,253 คน

แง่คิดต่อผลการเลือกตั้งซ่อม ส.ส. และผู้ว่าฯ กทม.

ที่มา ประชาทรรศน์

คอลัมน์ : สิทธิประชาชน

โดย จรัล ดิษฐาอภิชัย


เมื่อผลการเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 26 เขต จำนวน 29 คน และการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครออกมาทุกเขต ผู้สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ทุกกลุ่มตั้งแต่สื่อมวลชน พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นักธุรกิจนายทุน ฯลฯ ต่างไชโยโห่ร้อง พากันตีความชัยชนะของพรรคประชาธิปัตย์และพรรคร่วมรัฐบาลว่า เป็นชัยชนะต่อ ดร.ทักษิณ ชินวัตร และคนเสื้อแดง ว่าประชาชนอยากให้พรรค ปชป. เป็นรัฐบาลบริหารประเทศยาวนาน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ฉวยโอกาสสรุปผลการเลือกตั้งครั้งนี้ว่ายังสะท้อนความคิดของประชาชนที่ไม่ชอบความขัดแย้ง แตกแยก และต้องการให้รัฐบาลแก้ปัญหา เศรษฐกิจ ผมขอเสนอแง่คิดต่อผลการเลือกตั้งสัก 2 ประการ หวังว่าคงไม่สาย

ประการแรก ผลการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ใครๆ ก็คาดว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ คงจะได้รับเลือกตั้งอย่างแน่นอน แล้วก็จะได้คะแนนเสียง 8-9 แสนคน แต่ไม่เท่ากับที่ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน คะแนนดังกล่าวมิได้สะท้อนความคิดเห็นของประชาชนคนกรุงเทพว่า อยากให้พรรค ปชป. เป็นรัฐบาลต่อไปหรือไม่ ทั้งๆ ที่การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เมื่อวันอาทิตย์ที่แล้ว เกิดขึ้นภายใต้สถานการณ์ทางการเมืองที่พรรค ปชป. มาเป็นรัฐบาล เป็นฝ่ายได้เปรียบ พรรคพลังประชาชนถูกยุบ กลายมาเป็นพรรคเพื่อไทย เป็นพรรคฝ่ายค้าน อยู่ในช่วงปรับตัว และพลังเสื้อแดง แม้จะเติบใหญ่อย่างก้าวกระโดดในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา แต่เมื่อมีผู้สมัคร 2 คน คือ นายยุรนันท์ ภมรมนตรี และ ม.ล.ณัฏฐกรณ์ เทวกุล ซึ่งโดดเด่นไปคนละอย่าง นายยุรนันท์เป็นผู้สมัครของพรรคเพื่อไทยซึ่งมีความคิดและพูดได้ดีมาก ม.ล.ณัฏฐกรณ์ ต่อต้านพันธมิตรฯ และวิพากษ์วิจารณ์ ปชป. มาตลอด คนเสื้อแดงจึงแบ่งคะแนนให้ทั้ง 2 คน ว่ากันตามตรรกะของสถานการณ์ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ควรได้คะแนนมากกว่าล้าน จึงจะสะท้อนความคิดของชาว กทม. ดังกล่าว

ประการที่สอง การเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 29 คน จาก 26 เขต แม้มีผล พรรค ปชป. ได้ ส.ส. เพิ่ม 7 คน พรรคร่วมรัฐบาล พรรคชาติไทยพัฒนาได้ 10 คน พรรคเพื่อแผ่นดินได้ 3 คน ส่วนฝ่ายค้าน พรรคเพื่อไทยได้เพียง 5 คน พรรคประชาราชได้ 4 คน ดูจากตัวเลข ถือว่าพรรครัฐบาลได้ชัยชนะอย่างท่วมท้นถึง 20 คน แต่หากวิเคราะห์ในแต่ละเขต แต่ละจังหวัด ผลการเลือกตั้งส่วนใหญ่มิได้สะท้อนสภาพทางการเมืองระหว่างฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน โดยเฉพาะพลังคนเสื้อแดงมากนัก เริ่มจากภาคกลาง ซึ่งกระแสคนเสื้อแดงน้อย และเป็นฐานเสียงของพรรคชาติไทยเดิมและพรรคประชาธิปัตย์ เช่นที่ จ.สุพรรณบุรี 4 เขตเลือกตั้ง ผู้สมัครของพรรคชาติไทยพัฒนา ร่างใหม่ของพรรคชาติไทยย่อมได้รับเลือกตั้งเหมือนกับที่ จ.อ่างทอง สิงห์บุรี อุทัยธานี พรรคนี้จะชนะในการเลือกตั้งค่อนข้างแน่นอน ที่พอพูดได้ว่าเป็นชัยชนะต่อเสื้อแดง มีที่เดียวคือสมุทรปราการ ส่วนที่ราชบุรี นครปฐม และสระบุรี เป็นฐานเสียงของ ปชป. ประชาชนที่นั่นย่อมกลับมาสนับสนุนพรรคนี้

การเลือกตั้งในภาคเหนือ 2 จังหวัด 2 เขตเลือกตั้งใน จ.ลำปาง และลำพูน แม้โดยทั่วไป จะเป็นการต่อสู้ทางความคิดการเมืองของฝ่ายเสื้อแดง-ปชป. ซึ่งผลการเลือกตั้งออกมา ชนะกันคนละจังหวัด แต่มีปัจจัยอื่นๆ มาเกี่ยวข้องค่อนข้างมาก เช่น ตัวผู้สมัครและการทุ่มเงินของฝ่ายหลัง ส่วนในภาคอีสานเป็นที่ที่มีคนนิยมอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ และกระแสเสื้อแดงสูง พรรคเพื่อไทย และฝ่ายคนเสื้อแดงได้รับเลือกตั้งมาเพียง 4 คน จากมหาสารคาม อุดรธานี และร้อยเอ็ด อันเป็นจำนวนค่อนข้างน้อย แต่พูดไม่ได้ว่าพรรคอื่นๆ ที่ได้รับเลือกตั้งมาจำนวน 6 คน คือ พรรคประชาราช 3 คน พรรคเพื่อแผ่นดิน 2 คน ชาติไทยพัฒนา 1 คน มาจากคนไม่นิยมคนเสื้อแดงหรือมนต์ทักษิณเสื่อม เพราะประชาชนที่ลงคะแนนเสียงเลือกผู้สมัครพรรคประชาราช 3 คน ส่วนหนึ่งเป็นคนเสื้อแดง ด้วยคิดว่าพรรคนี้เป็นฝ่ายค้านร่วมกับพรรคเพื่อไทย

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าผลการเลือกตั้งจะออกมาอย่างไม่เป็นที่น่าพอใจของคนเสื้อแดง แต่ส่วนใหญ่มิได้รู้สึกอะไรมากนัก เพราะความคิดทางการเมืองของพวกเขาสูงกว่าการต่อสู้ทางรัฐสภา แล้วก็เสถียรภาพของรัฐบาลไม่ได้ขึ้นกับจำนวน ส.ส. ในสภา ความจริงข้อนี้ประจักษ์ให้เห็นอยู่บ่อยโดยเฉพาะในช่วงเกิดวิกฤตการณ์ทางการเมือง

รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร มี ส.ส. 387 คน รัฐบาลสมัคร สุนทรเวช และ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ มีส.ส. กว่า 320 คน ยังพังพาบด้วยพันธมิตรฯ ทหาร และศาลรัฐธรรมนูญ

ในนั้นมีพรรค ปชป. ด้วย ระวังกรรมที่ตนเองก่อไว้ให้ดี