WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, January 17, 2009

จักรภพ เปิดใจเกี่ยวกับคดีหมิ่นเบื่องสูง ที่ สนง อัยการสูงสุด หาฟังไม่ได้จากสื่อทั่วไป ช่วงที่ 2

ที่มา cbnpress

ทักษิณ คนรากหญ้าตัวจริงเสียงจริง อภิสิทธิ์ พระเอกลิเกอำมาตย์ตัวจริงเสียงจริง

ที่มา thaifreenews

โดย : เสียงประชาไทย

เวลาฝนตก ฟ้าร้อง ต้องคอยหาที่กำบังหลบฝน แม้แต่ในบ้านตัวเองยังต้องช่วยกันหาถังน้ำ กะละมังมาช่วยกันรองน้ำฝนที่รั่วมาจากหลังคาบ้าน (เพราะมีบ้านแค่พอหลับนอนไม่ได้เอาไปอวดใครที่ไหน)
หากวันไหนพายุลมแรง ไฟฟ้าดับก็ต้องช่วยกันหาเทียนมาจุดรอไฟฟ้าเมื่อไหร่จะมา บางทีอาจจะต้องรอถึงหลายชั่วโมง หรือข้ามไปอีกวันหนึ่งเลยกว่าเจ้าหน้าที่ไฟฟ้าจะมาซ่อมแซม(ต่างจากในเมืองที่บางแห่งมีระบบไฟฟ้าสำรองไว้อยู่แล้ว)

เวลาอากาศร้อนก็ร้อนจนแสบเนื้อตัวไปหมด เหยื่อไหลจนเสื้อเปียกหมดก็ต้องนอนทั้งอย่างนั้น พัดลม1ตัวส่ายไปมาเพื่อจะได้ทั่วถึงกันทั้งครอบครัว
กลางวันก็ต้องพากันหลบแดดไปอยู่ตามต้นไม้ บ้างก็ต้องเอาน้ำรดใต้ถุนบ้านให้เปียกเพื่ออุณหภูมิบนบ้านจะได้เย็นลงบ้าง

เวลาลมหนาวพัดผ่านข้ามาทีไรก็หนาวซะจนจับขั้วหัวใจ เสื้อกันหนาวตัวนึงใส่ได้เป็นอาทิตย์โดยไม่ต้องซัก(บางคนทั้งชีวิตของเขามีเสื้อกันหนาวตัวเดียวหรือบางคนอาจจะไม่มีเลย)
ไม่ต้องแปลกใจทำให้คนที่หนาวตายมากที่สุดคือคนรากหญ้าอย่างพวกผมนี่ละ

นี่ละครับ คนรากหญ้า ชีวิตผมเองก็ผ่านช่วงเวลาแบบนี้มาหมดแล้ว

แต่ที่บอกไปนี่ก็ไม่ได้อยากให้ใครมาสงสารอะไรหรอกนะครับแค่อยากให้คนบางคน บางพวกได้รับรู้ไว้ว่า
ที่พวกคุณบอกว่ารักประเทศ รักประชาชน เข้าใจปัญหาของประชาชนแต่ทำไมเรื่องพวกนี้พวกคุณอาจจะไม่รู้เลยหรือรู้แต่ไม่เคยจะมาช่วยแก้ไขอะไรเลย นอกจากไปเอาอกเอาใจพวกเดียว กลุ่มทุนของตัวเอง หาผลประโยชน์ใส่ตัวเองเท่านั้น

คนรากหญ้าเขาไม่ได้โง่นะครับ
คนรากหญ้าไม่ค่อยรู้เรื่องเศรษฐกิจคุณก็หาว่าเขาโง่ คุณยังคิดว่าตัวเองไม่ผิดที่ไปดูถูกเขา คุณยังภูมิใจที่ฉลาดกว่า
แล้วที่คุณไม่รู้เรื่องการปลูกข้าว ดำนาละ ชาวรากหญ้าก็ด่าว่าคุณโง่ได้เหมือนกันล่ะสิ คนรากหญ้าก็ยังฉลาดกว่าคุณในเรื่องปลูกข้าวละ

คนรากหญ้าเขาก็มีความฉลาดในแบบของเขา วิถีชีวิตแบบบ้านๆที่ไม่เคยมีใครมาสนใจเลย(แต่กลับยกมาเป็นนโยบายในการหาเสียงตลอด "ผมจะทำเพื่อพี่น้องประชาชนของผม" พูดทำHere!!! อะไรในเมื่อพอได้เป็นแล้วก็ไม่เคยมาสนใจ)

วิถีชีวิตแบบบ้านๆนี่ละที่เปี่ยมไปด้วยความรัก ความเกื้อกูล พวกเราชาวรากหญ้าไม่เคยแบ่งข้างกัน พวกเรารักกันตลอดเวลา ใครมีความทุกข์ ต้องการความช่วยเหลือ พวกเราก็ต่างพร้อมใจกันมาช่วย พวกเราชาวรากหญ้าทุกคนมีความละอายแก่ใจฝังอยู่ในตัวเองทุกคน (ฉะนั้น คนรากหญ้าจริงๆไม่มีใครเป็นพวกพัธมิตรแน่นอน เพราะพวกพันธมิตรมันไม่เคยมีความละอายแก่ใจ)

ทำไม คุณทักษิณถึงได้หัวใจคนรากหญ้าไปครอง
ก็เพราะงี้ไงละครับ
คุณทักษิณ เขาเคยใช้วิถีชีวิตแบบบ้านๆมาก่อน
คุณทักษิณ เคยวิ่งเล่นด้วยตีนเปล่า นอนกลิ้งโคลนมาก่อน
คุณทักษิณ เคยอยู่ในสังคมชาวรากหญ้ามาก่อน
ต่างกับมาร์คแมลงสาบ
ชีวิตนี้ของมันวนเวียนอยู่แต่ในป่าคอนกรีต
อยู่ในสังคมแห่งการแข่งขัน แก่งแย่งชิงดีกัน
โดยไม่สนใจใครแม้กระทั่งญาติของตัวเอง

สิ่งเหล่าจะผ่านมาทางแนวคิดลึกๆของจิตใจของคนเรา(หรือเรียกว่าสันดานดิบของคน มันมักจะแสดงออกมาทางการกระทำมากกว่าคำพูด )

ฉะนั้น เมื่อคุณทักษิณได้เป็นนายก เขาจึงให้ความสำคัญกับคนรากหญ้ามากที่สุด แล้วคนรากหญ้าเขาก็รักคุณทักษิณมากที่สุดเพราะช่วยกระดับวิถีชีวิตของเขาให้ลืมตาอ้าปากได้โดยไม่ต้องใช้ชีวิตไปวันๆ

ดังนั้น เมื่อคนชื่อ อภิสิทธิ์ได้เป็นนายก แม้ว่าเขาต้องการจะทำประชานิยม เพียงแค่ลมปากที่พูดออกมามันไม่ได้ทำให้คนรากหญ้าเขารักได้หรอก แย่ยิ่งกว่าอภิสิทธิ์กลับให้ความสำคัญกับพวกของตนเองมากกว่า

นี่ละครับคือสันดานดิบของคนเรา

สันดานดิบของทักษิณคือรากหญ้า เขาจึงให้ความสำคัญกับคนรากหญ้าอย่างแท้จริง

สันดานดิบของอภิสิทธิ์คือความเห็นแก่ตัว เห็นแก่พวกตัวเอง การกระทำของเขาจึงสวนทางกับคำพูด
ที่ว่า ผมจะนำความยุติธรรมมาสู่ประชาชน ผมจะนำความเสมอภาคมาสู่ประชาชน
แต่!!! ทุกวันนี้กลับมี ดับเบิ้ลสแดนดาร์ด ให้เห็นกันมากที่สุดและหน้าด้านที่สุดในยุคของ นายกแมลงสาบที่ชื่อ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ!!!

Friday, January 16, 2009

ดีทีวีผุดทีมพิเศษล่า"แดงทรยศ"เปิดตัวนายทุนหนุนเครื่องดื่มชูกำลัง เสื้อแดงแห่ไล่"ไพฑูรย์"ตร.ยืนดูเฉย

ที่มา มติชนออนไลน์
"ณัฐวุฒิ"เผยดีทีวีตั้งทีมเฉพาะกิจตาม"เสื้อแดงทรยศ"เคลื่อนไหว จวก"สันหลังหวะ"เดือดกว่า ปชป. เปิดตัวนายทุนเจ้าของ"มิตซูชิต้า"หนุนเครื่องดื่มชูกำลัง ยันไม่ได้ทุนจาก"แม้ว" กลุ่มรักเชียงใหม่แห่ไล่"ไพฑูรย์" ตร.ยืนดูเฉย


นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี รมว.มหาดไทยจะตั้งหน่วยงานติดตามความเคลื่อนไหวของดีทีวี เมื่อวันที่ 16 มกราคม ว่า ไม่มีปัญหาหากเห็นว่าเป็นภารกิจสำคัญเร่งด่วนกว่าการแก้ไขปัญหาของประชาชน ซึ่งทางดี สเตชั่น ก็กำลังจะตั้งทีมงานเฉพาะกิจขึ้นมาติดตามการปฏิบัติงานของนักการเมืองที่หักหลังประชาชน คือ นอกจากจะติดตามถ่ายทอดสดความเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงแท้ในการชุมนุมต่างๆ แล้ว จะมีการติดตามการเคลื่อนไหวของเหล่าเสื้อแดงทรยศเหมือนกัน


"ช่วงหลังจะเห็นได้ชัดว่าเมื่อมีความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงไม่ว่าทางใด จะมีปฏิกิริยาของคนที่เคยอยู่ร่วมกันออกมามากกว่าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นอาการของคนสันหลังหวะ ที่กลัวว่าประชาชนจะตรวจสอบ กดดันและต่อต้านอย่างรุนแรงในพฤติกรรมที่ได้ทำเอาไว้" นายณัฐวุฒิกล่าว


ขณะที่ นายสมหวัง อัสราษี ประธานบริษัท สแกนเนอร์ อิเลคทริค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เจ้าของเครื่องใช้ไฟฟ้า "มิตซูชิต้า" และเป็นผู้สนับสนุนหลักเครื่องดื่มชูกำลังความจริงวันนี้ กล่าวว่า อยู่ในกลุ่มของแกนนำคนเสื้อแดงคนหนึ่ง ซึ่งที่ผ่านมาการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงนั้นไม่มีแบ๊ค ไม่มีทุน โดยเฉพาะทุนจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นั้นไม่เคยมีเลย แกนนำจึงมานั่งคุยถึงการต้องต่อสู้ในระยะยาว จึงเสนอให้ลงทุนผลิตเครื่องดื่มชูกำลัง ซึ่งตนเคยตั้งบริษัท กรุงสยาม เครื่องดื่ม จำกัด ส่งออกมานับสิบปี และได้กำไรเป็นกอบเป็นกำ ปัจจุบันยกให้เป็นของลูกชาย


นายสมหวังกล่าวว่า คำนวณเอาไว้ว่าหากคนเสื้อแดงช่วยกันสนับสนุนเครื่องดื่มชูกำลังความจริงวันนี้ ในระยะเวลาภายใน 3-6 เดือน จะมีกำไรมากพอสำหรับสนับสนุนการเคลื่อนไหวได้ส่วนหนึ่ง แต่เท่านั้นยังไม่พอเคลื่อนไหวระยะยาว ทางแกนนำจึงกำลังจะลงทุนเพิ่มเติมเพื่อผลิตน้ำผลไม้ความจริงวันนี้ น้ำดื่มความจริงวันนี้ และน้ำเกลือแร่ความจริงวันนี้ นำผลกำไรมาสนับสนุนเคลื่อนไหวได้เต็มที่


เวลา 10.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง กล่าวถึงการเปิดสถานีโทรทัศน์ ดี สเตชั่น หรือดีทีวี ของกลุ่มคนเสื้อแดง ว่า อย่าเพิ่งคิดว่าเป็นการสร้างปัญหา ต้องมองในแง่ดีว่าเป็นช่องทางที่จะมีการสะท้อนข้อมูลข่าวสารมาถือเป็นเรื่องดี ตราบใดที่ยังไม่ได้ทำให้เกิดความเสียหายให้กับประเทศ รัฐบาลก็จะไม่มีอคติก่อน ซึ่งจะไม่จับตาดูเป็นพิเศษ เพราะดูธรรมดาก็เห็นอยู่ทุกวัน เนื่องจากกลุ่มนี้ตั้งใจให้เห็นอยู่แล้ว ส่วนกรณีการตั้งวอร์รูมขึ้นมาติดตามโดยกระทรวงมหาดไทยนั้น ก็เป็นภาระหน้าที่ของนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ต้องจัดการดูแลว่าการจัดรายการทีวีไปทำให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชนอย่างไร


ผู้สื่อข่าวถามว่า ในส่วนของเอเอสทีวีที่มีการปลุกระดมอยู่จะมีการควบคุมอย่างไร นายสุเทพกล่าวว่า ไม่ต้องควบคุม ใครทำความผิดก็ดำเนินคดีกันไป เมื่อถามว่ายังไม่เห็นมีการดำเนินคดีอะไร นายสุเทพกล่าวว่า "ก็รัฐบาลที่แล้วไม่ดำเนินคดีเอง ส่วนรัฐบาลนี้ประกาศชัดเจนว่า ใครทำผิดก็จะมีการดำเนินคดีตามกฎหมาย"


เมื่อถามว่า ดีสเตชั่น มีกลุ่มอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย และคนใกล้ชิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้ามาดำเนินการจำนวนมาก เป็นการส่งสัญญาณอะไร นายสุเทพกล่าวว่า ไม่ได้ส่งสัญญาณอะไรก็เป็นการต่อสู้ทางการเมืองตามปกติ


นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง กรณี ร.ท.หญิงสุนิสา เลิศภควัตร นายทหารสังกัดสำนักงานเลขานุการกองทัพบก ร่วมเป็นหนึ่งในผู้ดำเนินรายการว่า ต้องรอดูก่อน เพราะข้าราชการมีสิทธิที่จะดำเนินรายการได้ แต่ถ้าทำในลักษณะวิจารณ์รัฐบาล ในสิ่งที่ไม่เป็นความจริงนั้นทำไม่ได้และเป็นเรื่องไม่เหมาะสม


ขณะที่กลุ่มคนเสื้อแดงยังคงใช้ยุทธวิธีกระจายกำลังตามขับไล่คณะรัฐมนตรีที่ไปปฏิบัติภารกิจตามที่ต่างๆ ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด โดยมีเป้าหมายเรียกร้องให้ยุบสภา ล่าสุดเมื่อเช้าวันที่ 16 มกราคม ที่ จ.เชียงใหม่ นายไพฑูรย์ แก้วทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม พร้อมคณะเดินทางถึงท่าอากาศยานเชียงใหม่ ด้วยเที่ยวบินทีจี 1106 ของบริษัท การบินไทย เพื่อไปปฏิบัติภารกิจที่สำนักงานอุตสาหกรรม จ.ลำพูน ได้มี น.ส.กัญญาภัค มณีจักร สมาชิกกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 พร้อมพวก 3 คน ซึ่งโพกผ้าแดงเดินทางมารอขับไล่นายไพฑูรย์ แต่คณะนายไพฑูรย์เดินทางไปยังลานจอดรถโดยไม่ผ่านเส้นทางขาออกตามปกติ น.ส.กัญญาภัคและพวกจึงออกมาที่ลานจอดรถ จากนั้น น.ส.กัญญาภัควิ่งเข้าไปตะโกนด่านายสมชาย ชุ่มรัตน์ ปลัดกระทรวงแรงงาน และเจ้าหน้าที่ของกระทรวงแรงงานฯ และโจมตีพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมระบุว่าชาวเชียงใหม่ไม่ต้อนรับรัฐบาล โดยมีตำรวจจาก สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 10 นาย ดูแลความปลอดภัย แต่ไม่ได้เข้าห้ามปรามแต่อย่างใด


วันเดียวกัน นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) ได้มอบนโยบายให้กับข้าราชการกรมพัฒนาชุมนุม ที่โรงแรมปรินซ์ตัน ปาร์ค สวิท ดินแดง ว่า ต้องการให้ข้าราชการในกรมพัฒนาชุมนุมทั่วประเทศรณรงค์ สร้างความสมานฉันท์ในพื้นที่ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การทำความเข้าใจกับแกนนำผู้ชุมนุม ขอยืนยันว่า ไม่ได้เป็นการสกัดกั้น สถานการณ์ขณะนี้ยังไม่ปกติ แม้รัฐบาลชุดนี้จะเป็นไปตามประชาธิปไตย แต่ยังมีปัญหาแตกแยกทางความคิดจึงต้องการขอความร่วมมือทั้งข้าราชการกรมพัฒนาชุมชน กรมการปกครอง และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ร่วมมือกัน เพราะทั้ง 3 กรมมีความใกล้ชิดกับประชาชน และจะต้องทราบดีว่าประชาชนต้องการอะไร


"ร่วมไปถึงผู้ว่าราชการจังหวัด จะต้องรู้ว่าในพื้นที่ของตนใครเป็นแกนนำในการชุมนุม และผู้ว่าฯจะต้องเชิญแกนนำมาพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น แต่ไม่ได้หมายความว่าให้ไปปิดกั้นการชุมนุม แต่การชุมนุมต้องทำบนพื้นฐานกฎหมาย ขอให้ข้าราชการเข้าใจว่า การปฏิบัติหน้าที่อาจจะเสียเวลานอกราชการไปบ้าง แต่ก็เพื่อความสมานฉันท์ของคนในประเทศ สำหรับการลงพื้นที่ของตนนั้น ขอรอดูสถานการณ์ไปก่อน เพราะตอนนี้ยังมีการปาไข่อยู่" นายบุญจงกล่าว

นิพิฏฐ์โผล่ต้านดีทีวี ไม่เห็นด้วยสถานีข่าว 24 ชม.

ที่มา ไทยรัฐ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าววันนี้ (16 ม.ค.) กรณีกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เปิดตัวสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ดีทีวี ว่า ส่วนตัวไม่เห็นด้วยมาตั้งแต่แรก หากใครจะเปิดสถานีข่าวทางการเมือง 24 ชั่วโมง 100 เปอร์เซนต์ เพราะจะทำให้เกิดการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย หรือเกิดความขัดแย้งในสังคม มากกว่าความสมานฉันท์ กรณี ประกาศตัวเป็นศัตรูกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ตนเห็นว่าจะเป็นการสร้างความขัดแย้งมากขึ้น หากต้องการจะตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลก็มีสิทธิ์ที่จะทำได้ตามกฎหมาย ไม่ใช่การประกาศตัวเป็นศัตรูเช่นนี้

ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อว่า ตอนที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้านก็เรียกร้องมาตลอดว่ารัฐบาลควรเปิด โอกาสให้ใช้พื้นที่สื่อ แก่ฝ่านค้านด้วยดังนั้นเมื่อพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลเราจึงเปิดโอกาสให้ ผู้นำฝ่ายค้าน ใช้สื่อของรัฐได้เพื่อพูดคุยกับประชาชน แต่การที่พรรคเพื่อไทยยังไม่มีผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ก็เป็นเรื่องภายในที่ต้องไปจัดการให้ได้ก่อน แต่รัฐบาลใจกว้างอยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ นายนิพิฏฐ์ เปิดเผยว่า รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ มีการจ่ายเงิน 80 ล้านบาท แลกเก้าอี้รัฐมนตรี ทำให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ต้องออกมาห้ามปราม ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของสื่อ ทำให้ช่วงที่ผ่านมา นายนิพิฏฐ์ ต้องหยุดการให้ความเห็นด้านการเมือง

ด้าน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ดำเนินรายการ "ความจริงวันนี้" ทางสถานีโทรทัศน์ ดีทีวี กล่าวกรณี นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เตรียมตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการนำเสนอเนื้อหารายการของสถานีโทรทัศน์ดีทีวี ว่า หากกระทรวงมหาดไทยเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ และให้ความสำคัญกับ สถานีโทรทัศน์ดีทีวีถึงขั้นต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบก็ทำไป พร้อมให้ตรวจสอบ แม้ส่วนตัวจะเห็นว่ากระทรวงมหาดไทยมีเรื่องปากท้อง บำบัดทุกข์บำรุงสุขของประชาชนเป็นเรื่องสำคัญ กลับไม่ยอมเร่งกระทำก็ตาม

"ทำไม รัฐบาลไม่ตรวจสอบนักการเมืองที่หักหลังประชาชน และตรวจสอบการกระทำของพันธมิตรฯ แต่กลับมาสนใจ ดีทีวี ที่ดำเนินการทุกเรื่องโปร่งใส ไม่มีลับลมคมในเหมือนรัฐบาล เนื้อหาสาระของรายการ ก็เป็นเรื่องตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลที่คอยหาประโยชน์กับประชาชน ไม่ทราบว่าทำไมคนในรัฐบาลกลัวเรื่องนี้กันนัก" ผู้ดำเนินรายการ "ความจริงวันนี้" กล่าว

ผู้ดำเนินรายการ "ความจริงวันนี้" กล่าว ต่อกรณี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ระบุว่า หากการดำเนินรายการของ สถานีโทรทัศน์ดีทีวี เข้าข่ายผิดกฎหมาย ก็ต้องเข้าไปตรวจสอบ ว่า คำว่าความผิดของนายสุเทพ อยู่ตรงไหน เพราะสถานีโทรทัศน์ดีทีวี จะไม่มีการถ่ายทอดสดการปิดสนามบิน หรือปิดทำเนียบรัฐบาล เหมือนกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่รัฐบาลยังไม่ดำเนินการอะไรเลย ยืนยันว่า จะไม่ทำเหมือนกับ สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเอเอสทีวี แน่นอน ยอมรับว่า รายการของ สถานีโทรทัศน์ดีทีวี ส่วนหนึ่งจะเป็นการสื่อสารระหว่างคนเสื้อแดงที่ต้องการออกมาต่อต้านรัฐบาล ที่มาโดยไม่ชอบธรรม

วันเดียวกัน นายอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการออกอากาศของสถานีโทรทัศน์ ดีทีวี ในวันที่ 19 ม.ค. ว่าไม่ได้รู้สึกกังวล ว่าจะเป็นการล้มล้างรัฐบาล เพราะการทำงานของรัฐบาลจะเป็นตัววัดอายุมากกกว่าการโจมตีทางการเมือง

เพื่อนเนวินปัดทุ่ม3ล้านตกเขียวเด็กพท.

ที่มา ประชาทรรศน์

"บุญจง"ปัดข่าวจ่าย 3 ล้านตกเขียวเด็กเพื่อไทย แจง ส.ส.อีสานแห่ร่วมงาน"ภูมิใจไทย"แค่ร่วมแสดงความยินดี "คนสนิทเนวิน"ชี้พวกไม่หวังดีปูดข่าวดิสเครดิต "เพื่อแผ่นดิน"ระบุ"สุชาติ"โผล่แจมเปิดตัว ภท.เหตุมีความสัมพันธ์แนบแน่นกับ"เนวิน ด้านว่าที่หัวหน้าพรรคยัน เรตติ้งดีไม่มีตก ย้ำทุกกระแสเป็นเพียงข่าวลือ

วันนี้ (16 ม.ค.) นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ส.ส.กลุ่มเพื่อนเนวิน พรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวที่ระบุว่าพรรคภูมิใจไทยจ่ายเงิน 3 ล้านบาท เพื่อดูด ส.ส.เพื่อไทยว่า ไม่เป็นความจริงและไม่รู้ว่าเจตนาคนปล่อยข่าว อย่างไรก็ตาม ข่าวลือก็คือข่าวลือ และขณะนี้ การย้ายพรรคก็ไม่สามารถทำได้ นอกจากนี้ พรรคคงไม่มีเงินมากพอที่จะดูด ส.ส. ส่วนการที่ ส.ส.กลุ่มอีสาน พรรคเพื่อไทย เดินทางมาวันแถลงข่าวเปิดตัวกลุ่มเพื่อนเนวินของพรรคภูมิใจไทยนั้น เพียงแค่ต้องการมาแสดงความยินดี

ด้าน นายทรงศักดิ์ ทองศรี คนสนิทนายเนวิน ชิดชอบ กล่าวว่า คนที่ปล่อยข่าวดังกล่าวต้องการดิสเครคิตพรรคภูมิใจไทย ที่เป็นพรรคใหญ่ แต่ยอมรับว่า ก่อนหน้านี้ได้มีโอกาสคุยกับ ส.ส.พรรคเพื่อไทยจริง ก่อนพรรคประชาธิปัตย์จัดตั้งรัฐบาล แต่เมื่อได้ตั้งรัฐบาลแล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นที่ต้องจ่ายเงินเพื่อดูด ส.ส. พรรคเพื่อไทยอีก

วันเดียวกัน นายพิเชษฐ์ ตันเจริญ ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อแผ่นดิน ให้สัมภาษณ์ถึงการณีที่นายสุชาติ ตันเจริญ แกนนำกลุ่มบ้านริมน้ำ ไปร่วมแสดงความยินดีในงานแถลงข่าวเปิดตัวกลุ่มเพื่อนเนวินของพรรคภูมิใจไทยว่า ยังไม่ได้คุยกันถึงเรื่องอนาคตทางการเมือง เพราะคิดว่ารัฐบาลชุดนี้น่าจะอยู่ได้ยาว

ด้านนายอิสสระ สมชัย ส.ส.อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า อนาคตพรรคภูมิใจไทยจะเป็นพรรคขนาดใหญ่อันดับสาม แต่ไม่เชื่อว่าภูมิใจไทยจะกล้าตีจากรัฐบาลประชาธิปัตย์ เนื่องจากต้องใช้เวลาในการสร้างบารมีในพื้นที่ว่าส.ส.พรรคเหล่านั้นไม่ได้ทรยศพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และไม่เชื่อว่าจะเติบโตเป็นพรรคที่มีส.ส.เกินร้อยคน ทั้งนี้ ในอนาคตหากมีการเลือกตั้งภูมิใจไทยก็คงต้องแข่งขันกับประชาธิปัตย์ แต่ไม่เชื่อว่าภายใน 3 ปีนี้ ภูมิใจไทยจะโตขึ้นมาจนสามารถจัดตั้งรัฐบาลแข่งกับพรรคประชาธิปัตย์ได้ พร้อมยอมรับว่า การหาเสียงในภาคอีสานของพรรคมีปัญหา อนาคตก็ยังเป็นการต่อสู้กับระหว่างพรรคเพื่อไทยกับภูมิไทย แต่เชื่อว่าเมื่อนโยบายลงพื้นที่แล้ว คะแนนเสียงของพรรคในภาคจะดีขึ้น

ด้านนายชวรัตน์ ชาญวีระกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และว่าที่หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวปฏิเสธ กระแสข่าวการซื้อตัวส.ส.พรรคเพื่อไทย ให้เข้ามาสังกัดพรรคของตน โดยระบุว่า กระแสข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง ทุกอย่างเป็นเพียงข่าวลือทั้งสิ้น เพราะพรรคภูมิใจไทย มีเรตติ้งที่ดีอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องทำการซื้อตัวส.ส.เพื่อให้เข้ามาสังกัดพรรคตามที่มีการนำเสนอข่าวออกไป

เวิร์ลแบงก์ยาหอมรัฐกระตุ้นศก.ระยะสั้นชี้ 2 พันแจกมนุษย์เงินเดือนไม่สูญเปล่า

ที่มา ประชาทรรศน์

ธนาคารโลกฟันธงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นรัฐบาลฉลุย มั่นใจช่วยลดปัจจัยด้านลบ คอนเฟิร์มแจก 2 พันให้มนุษย์เงินเดือนไม่ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ มั่นใจจีดีพีขยายตัวอย่างน้อย 2% แนะทุกภาคส่วนปรับตัวรับการแข่งขัน หลังเศรษฐกิจโลกฟื้นใน 2-3 ปีข้างหน้า

วันนี้ (16 ม.ค.) ที่ ร.ร.สยามซิตี้ ดร.กิริฎา เภาพิจิตร นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ให้สัมภาษณ์การเข้าร่วมงานสัมมนารายงานการพัฒนาโลกปี 2552 ที่จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติร่วมกับธนาคารโลกถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลไทยว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นของรัฐบาลภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ได้ประกาศออกมาแล้วนั้น เชื่อว่าช่วยบรรเทาผลกระทบทางลบทางเศรษฐกิจที่ไทยเผชิญอยู่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลกระทบมาจากภายนอก ซึ่งมาตรการที่ออกมามีทั้งระยะสั้นและระยะปานกลางด้วย

"ถ้าจะให้สรุปก็สรุปได้ว่ามาตรการระยะสั้นที่รัฐบาลประกาศออกมา เหมาะสมและออกมาได้ทันเวลา แต่ตอนนี้ที่สำคัญที่สุดต้องมองผลในระยะสั้นก่อนว่าจะบรรเทาได้อย่างไร มาตรการที่ออกมาหลายอย่างพยายามบรรเทาในระยะสั้น แต่อย่าลืมว่าระยะปานกลางอีก 2-3 ปี เมื่อเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว ไทยต้องพร้อมที่จะเข้าไปแข่งขันบนเวทีโลกอีกที จึงต้องมีมาตรการระยะกลางเข้ามาช่วย อย่างเช่น การลงทุนของภาครัฐในโครงการสาธารณูปโภค ที่จะส่งผลในระยะปานกลาง ขณะเดียวกัน ก็จะส่งผลในระยะสั้นด้วย เป็นการสร้างความมั่นใจ ช่วยกระจายเม็ดเงินให้ภาคเอกชนมีการลงทุน เข้ามาทำกิจกรรมทางเศรษฐกิจมากขึ้น" ดร.กิริฎา กล่าว

เมื่อถามถึงกรณีที่รัฐบาลเชื่อมั่นว่ามาตรการที่ออกมา จะช่วยผลักดันเศรษฐกิจไทยให้ขยายตัวได้ถึง 2% ดร.กิริฎา กล่าวว่า เป็นเรื่องยากมากว่าอัตราการโตจะเป็นเท่าใดแน่ เพราะขึ้นอยู่กับผลกระทบที่เข้ามา ต้องดูผลกระทบจากภายนอกที่เข้ามาก่อน ยังไม่แน่ว่าจะรุนแรงแค่ไหน ถ้าแรงกว่าที่คิดก็คงต้องทบทวนประมาณการณ์กันใหม่ แต่ถ้าดูจากผลกระทบตรงๆ ที่เป็นอยู่ขณะนี้มาตรการรัฐคงช่วยผลักดันเศรษฐกิจขยายตัวได้ไม่น้อยกว่า 2% และไม่ติดลบอย่างที่หลายฝ่ายเกรงกัน

ผู้สื่อข่าวถามถึงมาตรการช่วยค่าครองชีพของรัฐบาล ดร.กิริฎา กล่าวว่า มองว่าเงิน 2 พันบาทที่ให้คนมีรายได้น้อยกว่า 1.5 หมื่นบาทต่อเดือนที่อยู่ในระบบประกันสังคม สำหรับคนมีรายได้น้อยจริงๆ เงิน 2 พัน ในระยะสั้นถือว่ามีค่าและจำเป็นแก่การนำไปใช้ แต่ถ้าคนเงินเดือนใกล้ 1.5 หมื่นบาทอาจไม่ได้ใช้ทันที จึงอยากให้แยกว่าสำหรับผู้มีรายได้น้อยในระดับบุคคลเงิน 2 พันบาทช่วยได้จริง แต่ในระดับประเทศ คงเป็นการสร้างกำลังใจ หรือสร้างบรรยากาศในการจับจ่ายใช่สอยให้ดีขึ้น มีผลกระทบทางจิตวิทยาที่ดีขึ้น ขณะเดียวกัน เงินที่ลงไปคงจะไปหมุนเวียนในระบบ สร้างการผลิตที่ต่อเนื่องขึ้นมา คิดว่าที่ลงไปคงไม่ละลายหรือสูญเปล่า เพราะคนได้ประโยชน์ก็มีจริง คนมีเงินเดือนไม่กี่พันบาทเงิน 2 พันบาทถือว่ามีค่า

"ตอนนี้ยอมรับว่ายังไม่ได้ประเมินเป็นรายไตรมาสอย่างละเอียด แต่มองไตรมาสที่ 1 การใช้จ่ายภาครัฐอาจยังไม่ลงเร็วไม่ทันการส่งออกคงไม่ดี เนื่องจากไตรมาส 1 ปีก่อน ส่งออกไทยขยายตัวดี ดังนั้น ทั้งหมดคงทำให้เศรษฐกิจไตรมาส 1 ปีนี้ขยายได้ไม่มาก ถ้าเศรษฐกิจโลกยังทรงๆ อยู่ แต่ไม่แน่ใจไตรมาส 2 กับ 3 เศรษฐกิจโลกโดยเฉพาะสหรัฐถ้าแย่ลงไปมากๆ อาจไม่แน่ว่าไตรมาสที่ 1 จะเป็นไตรมาสที่แย่ที่สุดหรือเปล่า"

นอกจากนี้ ดร.กิริฎา ยังให้ความเห็นเกี่ยวกับการลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจว่า ในช่วงเศรษฐกิจขาลงการลดดอกเบี้ยไม่ใช่มาตรการที่ดีที่สุดในการกระตุ้นสินเชื่อ เพราะมีหลายปัจจัย อาทิ คนกลัวไม่กล้าลงทุน ทางธนาคารพาณิชย์อาจกลัวไม่กล้าปล่อยสินเชื่อ เพราะไม่รู้ว่าเป็นเอ็นพีแอลหรือเปล่า การลดดอกเบี้ยจึงอาจไม่ช่วยกระตุ้นให้เกิดการลงทุนใหม่ แต่มาตรการการคลังอาจเป็นช่วยเสริมสภาพคล่องต่อสายปาน

"เศรษฐกิจโลกซบเซานาน 2-3 ปี พอเศรษฐกิจโลกฟื้นขึ้นมา แม้จะไม่มีใครรู้ว่าจะตกต่ำสุดเมื่อไหร่ แต่คนพูดกันว่าประมาณ 2-3 ปีข้างหน้าที่แหละ แต่เราต้องซ้อมที่จะแข่งขันให้พร้อมบนเวทีโลก ถ้าเป็นบริษัทฐานะการเงินเราดีถ้าเราเก็บไว้ไม่นำมาพัฒนาปรับตัว ขณะที่ประเทศอื่นเขาทำกัน อีก 2-3 ปีหน้า พอเศรษฐกิจโลกฟื้น เราจะไปสู้เขาสู้ได้ไหมคุณภาพสินค้าเราจะดีไหม เอกชนควรใช้เวลาช่วงนี้ปรับตัวปรับคุณภาพสินค้า ซึ่งขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัทมีการเงินดีแค่ไหนที่จะทำ" ดร.กิริฎา กล่าวทิ้งท้าย

'นิพิฏฐ์'อัด'DTV'ตั้งป้อมถล่มรัฐบาล สร้างความแตกแยก

ที่มา ประชาทรรศน์

ลูกหาบ 'ชวน' ประกาศลั่นขอค้าน'ดีทีวี' เต็มขั้น เชื่อจัดรายการเป็นศัตรู'นายกมาร์ค' ชี้จะเกิดแต่ความแตกแยกบานตะไท เผยไม่คิดมาก ย้ำรบ.ใจกว้างพอให้คนฝ่ายค้านระบายอารมณ์คุยกับประชาชน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (16 ม.ค.) นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เปิดตัวสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ดีทีวี พร้อมประกาศก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นศัตรูกับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี โดยระบุว่า ส่วนตัวแล้วตนไม่เห็นด้วยมาตั้งแต่แรก หากใครจะเปิดสถานีข่าวทางการเมือง 24 ชั่วโมง 100 เปอร์เซนต์ เพราะจะทำให้เกิดการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย หรือเกิดความขัดแย้งในสังคม มากกว่าความสมานฉันท์ ส่วนการประกาศตัวเป็นศัตรูกับนายกรัฐมนตรีนั้น ตนคิดว่าจะเป็นการสร้างความขัดแย้งมากขึ้น แต่หากต้องการจะตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลก็มีสิทธิ์ที่จะทำได้ตามกฎหมาย แต่ไม่ใช่ประกาศตัวเป็นศัตรูแบบนี้

นอกจากนี้นายนิพิฏฐ์กล่าวเสริมว่า ในส่วนที่ผู้ดำเนินรายการให้เหตุผลของการจัดรายการโทรทัศน์ครั้งนี้ว่า ต้องการนำเสนอข้อมูลเพื่อที่ประชาชนจะได้รับรู้ทั้งสองด้าน ตนมองว่าตอนที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้านเราก็เรียกร้องมาตลอดว่ารัฐบาลควรเปิดโอกาสให้ใช้พื้นที่สื่อ แก่ฝ่ายค้านด้วยดังนั้นเมื่อพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลเราจึงเปิดโอกาสให้ผู้นำฝ่ายค้าน ใช้สื่อของรัฐได้เพื่อพูดคุยกับประชาชน แต่การที่พรรคเพื่อไทยยังไม่มีผู้นำฝ่ายค้านนั้น ก็เป็นเรื่องภายในที่ต้องไปจัดการให้ได้ก่อน แต่รัฐบาลใจกว้างอยู่แล้ว

ผบช.น.แทงกั๊กล่าชื่อตร.ถอด9อรหันต์ปปช.!!

ที่มา ประชาทรรศน์

'สุชาติ' ปัดจัดงานสัมมนาล่าชื่อตร.ยื่นถอดถอน 9 ป.ป.ช. หลังศาลได้มีคำสั่งไม่รับฟ้อง เหตุปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ตั้งอนุกรรมการไต่สวนกรณีปราบม็อบบุกสภา 7 ต.ค.ไม่ชอบ ยอมรับมีการเตรียมการถอดจริง ยืนยันไม่มีเอี่ยว!!

จากกรณีที่พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. มอบอำนาจให้นายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ ทนายความ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช ), นายกล้านรงค์ จันทิก, นายใจเด็ด พรไชยา, นายประสาท พงษ์ศิวาภัย, นายภักดี โพธิศิริ, นายเมธี ครองแก้ว, นายวิชา มหาคุณ, นายวิชัย วิวิตเสวีและน.ส.สมลักษณ์ จัดกระบวนพล กรรมการ ซึ่งเป็น ป.ป.ช. เป็นจำเลย ที่ 1-9 ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 กรณีที่ ป.ป.ช.แต่งตั้งอนุกรรมการไต่สวนการกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ กรณีสั่งให้ตำรวจสลายการชุมนุมหน้าบริเวณรัฐสภา เมื่อวันที่ 7 ต.ค.51 ไม่ชอบ ไม่ยุติการไต่สวน ทั้งที่ศาลอาญาได้รับฟ้อง คดีที่นายสิทธิพร โพธิโสดา ยื่นฟ้องนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี (ขณะนั้น), พล.ต.อ.พัชรวาท ผบ.ตร., พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.สุชาติ ผบช.น. และพล.ต.ต.อำนวย เป็นจำเลยที่ 1-5 ต่อศาลอาญาคดีหมายเลขดำที่ อ.4142 /2551 ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสลายการชุมนุมเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บแล้วซึ่งประเด็นเดียวกับข้อกล่าวหาที่ ป.ป.ช.ไต่สวน ซึ่งตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา86 บัญญัติ ห้ามไม่ให้ ป.ป.ช.รับคำกล่าวหาที่เกี่ยวกับเรื่องที่ศาลรับฟ้องในประเด็นเดียวกัน และเมื่อวันที่ 12 ม.ค.ที่ผ่านมา ศาลได้มีคำสั่งไม่รับฟ้อง เนื่องจากคดีไม่ครบองค์ประกอบความผิด

วันนี้ (16 ม.ค.) พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ปฏิเสธไม่ได้จัดสัมมนาล่ารายชื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อถอดถอน ป.ป.ช.ทั้ง 9 คน เนื่องจากมีความเห็นว่าทั้ง 9 เป็นผู้ที่มีความเป็นธรรมและเป็นที่เคารพของบุคคลทั่วไปอยู่แล้ว

"ไม่ทำแน่นอน ตนคงไม่ทำอย่างนั้น เพราะจริงๆ แล้วทุกคนต่างทำหน้าที่ของตนเอง แต่ถามว่าจะจัดกระบวนการถอดถอนด้วยเรื่องอะไร ใครเป็นคนทำนั้น ตนไม่ได้ปฏิเสธแต่ไม่รู้เรื่องเพราะถ้าถามว่าจะถอดถอนอย่างเดียวจะเป็นไปอย่างไร คณะกรรมการ ป.ป.ช. ก็คงสู้ไปตามกติกาเพราะล้วนแต่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองทั้งนั้น ท่านก็มีกติกาของท่านไม่น่าจะมีความไม่เป็นธรรม ส่วนเราถูกกล่าวหาก็ว่ากันไป เมื่อกล่าวหาก็ต้องดำเนินการสอบพยานหลักฐานต่างๆ แจ้งข้อกล่าวหาอย่างไร และจะแก้ข้อกล่าวหาอย่างไร เราก็ว่าไปตามนั้น" ผบช.น.กล่าว

การ์ตูนมะนาว:16มกราฯวันครู...

ที่มา Thai E-News



นานาชาติประนามมาร์ค ตระบัดสัตย์จับคนท่องอินเตอร์เน็ต "สุวิชา"ผวาหนักถูกขู่แรง

ที่มา Thai E-News

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา กลุ่มเสรีภาพต่อต้านการเซ็นเซอร์แห่งประเทศไทย
16 มกราคม 2552

องค์กรสื่อไร้พรมแดน ซึ่งเป็นองค์กรเอกชนนานาชาติประนามมาร์คตระบัดสัตย์ รับปากดิบดีกับเอ็นจีโอที่เข้าพบว่าจะส่งเสริมเสรีภาพในการสื่อสารกับสื่อและประชาชน พอข้ามวันสั่งจับนักเล่นอินเตอร์เน็ต"สุวิชา ท่าค้อ" เรียกร้องให้แสดงความจริงใจด้วยการปล่อยตัวให้ไวที่สุด ส่วนกลุ่มเสรีภาพต่อต้านการเซ็นเซอร์แห่งประเทศไทยเข้าสืบสวนกรณีนี้แล้ว เผยผู้ต้องหาถูกขู่ให้หวาดผวาอย่างหนัก เจ้าหน้าที่กดดันข่มขู่จะนำตัวไปพบผู้ทรงอิทธิพลในประเทศ รมต.ยุติธรรมสวมบทเกสตาโปอยากให้จัดการเงียบๆ อายข่าวจะแพร่ไปยังต่างประเทศ


กลุ่มเสรีภาพต่อต้านการเซ็นเซอร์แห่งประเทศไทย (FACT)ซึ่งเป็นเครือข่ายของผู้ไม่เห็นด้วยกับการปิดกั้นข้อมูลข่าวสารโดยรัฐ และเป็นองค์กรสมาชิกในการรณรงค์เพื่ออินเทอร์เน็ตเสรีของโลก (GILC) และมีองค์กรพันธมิตรมากกว่า 50 องค์กรทั่วโลก ได้เข้ามาสอบสวนกรณีนายสุวิชา ท่าค้อ หรือนุ้ยนครพนม ถูกทางการไทยจับกุมตัว โดยกล่าวหาว่าเขียนข้อความหมิ่นเบื้องสูงในอินเตอร์เน็ตแล้ว ขณะที่รัฐมนตรียุติธรรมของไทยแสดงความโกรธเคืองตำรวจที่เผยแพร่ข่าวดังกล่าว โดยรัฐมนตรียุติธรรมต้องการทำให้เรื่องเงียบที่สุด

ขณะเดียวกันองค์กรผู้สื่อข่าวไร้พรมแดนได้ออกแถลงฉบับหนึ่ง (ลิงก์) กล่าวตำหนินายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะว่า เหมือนกับตระบัดสัตย์ที่รับปากกับเครือข่ายพลเมืองไทยว่าจะให้เสรีภาพแก่สื่อและประชาชน พอข้ามวันก็เกิดการจับกุมนายสุวิชา และเรียกร้องให้ปล่อยตัวโดยไวที่สุด

แหล่งข่าวใดล้ชิดของนายสุวิชาเปิดเผยว่า ผู้ต้องหาตกอยู่ในอาการหวาดกลัวมากในการถูกดำเนินคดีดังกล่าว เพราะถูกเจ้าหน้าที่พูดเป็นทำนองว่าอาจนำตัวเขาไปยังสถานที่บางแห่ง ไปพบบุคคลผู้ทรงอิทธิพลในประเทศบางคน

"สุวิชาเป็นเพียงนักกีฬาร่มบิน เขาเล่นกีฬาร่มบิน(พารามอเตอร์)จนมีชื่อเสียงด้านนี้ นิสัยโดยส่วนตัว เหล้าไม่ดื่ม บุหรี่ไม่สูบด้วยซ้ำ
เขาไม่เคยเป็นโจร ห้าร้อย โหดเหี้ยม แค่โดนจับ คนในครอบครัวก็เสียขวัญกันไปหมดแล้ว"แหล่งข่าวกล่าว และว่าตำรวจได้อนุญาตให้เข้าเยี่ยมผู้ต้องหาได้ในวันนี้ หลังจากเขาถูกจับกุมตัวเข้ากรุงเทพฯเมื่อค่ำวันก่อน

FACT ระบุว่าสุวิชาเป็นผู้ต้องหารายที่สามต่อจากนักเล่นอินเตอร์เน็ตที่ใช้นามแฝงว่า"พระยาพิชัย"และ"ท่อนจัน"ที่โดนจับกุมตัวดำเนินคดีฐานความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และมีพฤติการณ์ทำนองเดียวกันคือเมื่อเข้าจับกุมตัวแล้วเจ้าหน้าที่พยายามปิดเงียบไม่ให้เป็นข่าว โดยกรณีของสุวิชาถูกดำเนินคดีจากการแกะรอยIPที่เขาไปเขียนตามเวบบอร์ดสาธารณะ ซึ่งFACTจะติดตามกรณีของสุวิชาต่อไป รวมทั้งสืบสวนว่าเขาเขียนอะไรลงไปในเวบบอร์ด จนนำไปสู่การถูกจับกุมดำเนินคดี และจะนำเสนอเรื่องนี้ในเวบไซต์ของFACT

ขณะเดียวกันกลุ่มนักข่าวไร้พรมแดน ซึ่งเป็นองค์กรรณรงค์เรื่องสื่อในระดับนานาชาติได้ออกมากล่าวตำหนิทางการไทยในกรณีจับกุมนายสุวิชาด้วยฐานความผิดหมิ่นสถาบันกษัตรยิ์ทางอินเตอร์เน็ต ทั้งที่กลุ่มเครือข่ายพลเมืองไทยเพิ่งเข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีไทย และได้หารือในเรื่องเสรีภาพของสื่อและประชาชนผ่านทางอินเตอร์เน็ต เพื่อหาทางผ่อนเบาการเข้มงวดเสรีภาพในการแสดงความเห็นทางอินเตอรืเน็ต รวมทั้งกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ แต่หลังจากนั้นแค่วันเดียวก็เกิดกรณีนี้ขึ้น

"เราหวังว่ารัฐบาลไทยจะปล่อยตัวนายสุวิชาโดยไวที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ หากเขาไม่ได้กระทำการรุนแรงใดกว่าบรรทัดฐานของประชาธิปไตย"องค์กรสื่อไร้พรมแดนกล่าว"นี่เป็นโอกาสที่รัฐบาลไทยจะได้แสดงความจริงใจต่อการหารือกับองค์กรต่างๆที่ว่าจะส่งเสริมเสรีภาพของประชาชน และสื่อสารมวลชน"

ก่อนหน้านั้นนายพีรพันธุ์ สาลีรัฐภวิภาค ออกมาแสดงความเกรี้ยวกราดใส่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI)ที่ปล่อยให้มีข่าวจับกุมออกมา โดดยเขาอยากให้เรื่องเงียบที่สุดเท่าที่จะเงียบได้ ทั้งนี้นักสังเกตการณ์ทางการเมืองกล่าวว่า เพราะทางการไทยอ่อนไหวต่อประเด็นที่จะถูกขยายวงไปสู่การรณงค์เรื่องนี้ไปยังนานาชาติ และนำความเสื่อมเสียมายังสถาบันฯ

รมว.ยุติธรรมกำชับ "ดีเอสไอ "กำชับไม่ให้ข่าวหมิ่นสถาบันแพร่ออกไปอีก

ชี้บางคดีต้องเป็นความลับเพื่อสอบสวนขยายผลเปิดเผยจะทำให้สอบสวนลำบากมากขึ้น

เมื่อวันที่ 15 มกราคม นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้าจับกุมเว็บไซต์ ที่มีเนื้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ว่า เรื่องดังกล่าวไม่ใช่เรื่องที่ควรจะเป็นข่าว ตนกำชับ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อธิบดีดีเอสไอ ให้กำกับดูแลไม่ให้เป็นข่าว แต่กลับมีการเผยแพร่ข่าวออกไป ตนกำชับอธิบดีดีเอสไออีกครั้งแล้วว่า ขอให้กรณีนี้เป็นบทเรียน และให้ดูแลอย่าให้การจับกุมลักษณะนี้ถูกเผยแพร่ไปอีก เพราะคดีบางอย่างต้องเก็บไว้เป็นความลับเพื่อสอบสวนขยายผลต่อไป เมื่อข้อมูลถูกเปิดเผยทำให้แนวทางการสอบสวนลำบากมากขึ้น ดังนั้นความคืบหน้าในคดีนี้ดำเนินไปตามกระบวนการยุติธรรม ส่วนรายละเอียดตนไม่ขอเปิดเผย

นายพีระพันธุ์กล่าวว่า ก่อนหน้าที่จะเข้าจับกุมเมื่อวานนี้ (14 ม.ค.) ตนกำชับไม่อยากให้ข้อมูลถูกเผยแพร่ไป เพราะการกระทำที่หมิ่นพระบรมเดชานุภาพในลักษณะนี้ แบ่งได้ 3 ระดับ คือ 1.ทำโดยหลงผิด หรือเข้าใจผิด 2.ทำด้วยจิตใจมุ่งร้าย และ 3.มีการรับอามิสสินจ้าง หากหวังอามิสสินจ้างจะต้องดำเนินคดีเพื่อให้ศาลลงโทษสถานหนัก เพราะเป็นการให้ข้อมูลเท็จ ที่ส่งผลต่อความมั่นคงของชาติ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่การเข้าจับกุมมือทำเว็บไซต์หมิ่นเบื้องสูงของดีเอสไอถูกเผยแพร่เป็นข่าวออกไป สร้างความไม่พอใจให้กับนายพีระพันธุ์ มาก เพราะก่อนหน้านี้ได้กำชับให้เก็บเป็นความลับ และตั้งคณะกรรมการสอบสวนกรณีดังกล่าว จากการสอบถามนายพีระพันธุ์ ยืนยันว่า ยังไม่มีการตั้งกรรมการสอบสวนใดๆ เพียงแต่กำชับให้ระมัดระวังมากขึ้น