ที่มา thaifreenews
โดย : ป้าพลอย
ชื่อทักษิณนี่มันเสียดแทงหัวใจคนที่ไม่หวังดีเสียจริงๆ คนที่เกลียดทักษิณอีกประเภทหนึ่งที่ยังหาสาเหตุไม่ได้ว่าเกลียดทักษิณเพราะอะไร? ทักษิณไปทำอะไรให้เกลียด? เกลียดเพราะเชื่อเจ๊กลิ้มเป่ากระหม่อมอ่อนๆหรือว่าเกลียดเพราะชะตาไม่สัมผัสกัน? อยากได้ข้อมูลคนที่เกลียดทักษิณจะได้เข้าใจคนที่เกลียด ส่วนคนที่เกลียดนายมารค์เพราะว่านายมารค์ชอบกระแหนะกระแหนยื่น
ปากยื่นคอพูดเอาความดีใส่ตัวเอาความชั่วใส่คนอื่นและชอบจับผิดคนอื่นแต่เรื่องไม่ดีของพรรคตัวเองเงียบเฉยและชอบเสนอหน้าไปทุกแห่งจึงทำให้คนหมั่นใส้นี่คือสาเหตุที่ชะตาไม่สัมผัสนายมารค์ คาดว่าคนที่เกลียดทักษิณเชื่ออ้ายเจ๊กสามหาวกล่าวหาทักษิณว่าโกงชาติ โกงอย่างไรทักษิณเอาประเทศไปขายที่ใหนหรือ? คำว่าโกงนี่มันมีหลายรูปแบบที่กล่าวหาว่าทักษิณโกงจน
ป่านนี้ยังไม่เห็นหลักฐานเอามาตีแผ่ให้ดูทุกข้อกล่าวหา คนที่เกลียดทักษิณมีหลายประเภทจะยกเป็นสังเขปดังนี้
1 ทักษิณได้ทลายกะบวนการค้ายาเสพติดอย่างเอาจริงเอาจัง ฉะนั้นพวกนักการเมืองพรรคหนึ่งที่ร่วมด้วยกับข้าราชการมาเฟียมีทั้งทหารตำรวจ ดังที่หนังสือพิมพ์ในต่างประเทศได้แฉหน้ากากผู้ที่อยู่เบื้องหลังสมัยขุนซาเจ้าพ่อยาเสพติดระดับโลกที่ทำงานร่วมกับฝ่ายไทยและสืบทอดกันมาถึงปัจจุบัน แต่ในระหว่างที่ทักษิณเป็นนายกได้ร่วมกับอเมริกาและยุโรปปราบยาเสพติด จึงทำ
ให้มาเฟียไทยโกรธแค้นนี่คือสาเหตุสำคัญการโค่นรัฐบาลของทักษิณและตามไล่ล่าเอาชีวิตทักษิณเพราะทักษิณกำความลับต่างๆเอาใว้แม้แต่เรื่องที่เสียรู้คนชั้นสูงหลอกต้มเอาเงินไปกิน ฉะนั้นคนที่ชื่อทักษิณเป็นตัวอันตรายสำหรับแกงค์หากินหากทำลายทักษิณลงได้พวกมาเฟียก็จะได้ทำงานได้สะดวก ฉะนั้นจะเห็นได้จากพันธมิตรที่ร่วมด้วยช่วยกันยกระดับกันขึ้นมาหลายฝ่ายดังที่เห็นๆกันในปัจจุบันนี้
2 ทักษิณเข้าถึงคนจนรากหญ้าและตั้งโครงการณ์ต่างๆช่วยเหลือประชาชนที่ยากจน จนทำให้คน
จนได้ลืมตาอ้าปากได้มีกินมีใช้ชาวรากหญ้าต่างรักใครทักษิณ การกระทำของทักษิณได้ทำเกินหน้าเกินตาหลายๆคนความอิจฉาริษยาจึงเกิดขึ้นดังที่รู้ๆกัน ดังนั้นจึงต้องเขี่ยทักษิณออกไปให้พ้นทางจะด้วยวิธีใดก็ตาม ถึงแม้ทักษิณถูกโค่นอำนาจไปแล้ว ก็ไม่สามารถโค่นประชาชนที่รัก
ทักษิณได้ ยิ่งทำร้ายทักษิณเท่าไหร่ประชาชนยิ่งเห็นใจสงสารทักษิณเพิ่มขึ้นและมีจำนวนมาก
กว่าเดิมนี่คือเรื่องจริง การทำลายคนที่มีคุณภาพอย่างทักษิณคงไม่ง่ายนัก คนที่รักระบบทักษิณ
ไม่ได้รักเงินทักษิณหากทักษิณไม่เหลือเงินแม้แต่สลึงเดียวพวกเราก็รัก พวกเราต้องการตัวและ
สมองทักษิณต่างหากที่จะมาบริหารประเทศให้รอดพ้นจากการเป็นหนี้และสร้างประเทศในเจริญ
ก้าวหน้า ทุกๆคนที่ต่อสู้ไม่มีใครต้องการเงินจากทักษิณเราต่อสู้กันด้วยใจเงินซื้อน้ำใจของคนอย่างพวกเราไม่ได้ ทุกๆคนต่อสู้เพื่อต้องการเอาความยุติธรรมกลับคืนมาเท่านั้น แม้แต่ป้าพลอย
ซึ่งที่แท้จริงแล้วไม่น่าเข้ามายุ่งเกี่ยวด้วยเพราะไม่ได้อยู่ในประเทศไทย แต่เพราะเห็นความ
อยุติธรรมในประเทศไทยจึงต้องมานั่งจิ้มคีย์บรอดเป็นนักเขียนจำเป็นโดยไม่ได้ค่าจ้าง 1 ปี
เต็มที่เขียนบทความแม้จะไม่ถูกใจคนอ่านนักแต่สู้ด้วยหัวใจอันเด็ดเดี่ยวที่อยากเห็นบ้านเมือง
สุขสงบเช่นต่างประเทศนี่คือความจริง ทุกๆคนในไทยฟรีนิวส์สู้กันต่างคนต่างสู้ไม่มีงบจาก
ใครต่างคนต่างออกค่า server เว็บไซด์รวมทั้งป้าพลอยที่ช่วยออกให้ไม่มีนักการเมืองคนใด
มาสั่งหรือมาบอกให้เราเขียนทุกๆคนทำงานนี้ด้วยความสมัครใจไม่มีใครเป็นเจ้าชีวิตพวกเราเป็น
อิสระเสรี ฉะนั้นการรวมพลคนเสื้อแดงของไทยฟรีนิวส์เราจึงทำเพื่อประเทศชาติทักษิณเป็นตัวประกอบในบทบาทที่เป็นแม่เหล็กสำคัญให้เรายึดถือและเคารพรัก การอยุติธรรมที่เกิดขึ้นในประเทศไทยทำให้ผู้คนต่างท้อแท้และหมดศรัทธาคนใหญ่คนโตที่นั่งมองอย่างหน้าตาเฉยโดยไม่คิดแก้ไขให้มันเป็นปกติแล้วเราจะทนดูอีกนานเท่าไหร่กับการเอนเอียง??????????
ป้าพลอย
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Tuesday, January 20, 2009
ไล่ล่าทักษิณเพราะทักษิณกุมความลับ?????
Monday, January 19, 2009
"ดีทีวี"ทดลองออกอากาศนัดแรก
ที่มา มติชนออนไลน์
นายวีระ มุสิกพงษ์แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ(นปช.) เป็นพิธีกรรายการมหาประชาชน ร่วมกับ น.ส.นารีรัตน์ นันเนิ้ง ทดลองออกอากาศครั้งแรกของสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ช่องโทรทัศน์เพื่อประชาธิปไตย(ดีทีวี) เมื่อเวลา13.00 น. ที่สถานีในห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ถนนลาดพร้าว เมื่อ 19 ม.ค.
หมวดเจี๊ยบเชื่อกำลังพลจะงง หากทบ.ห้ามจัดรายการปชต.
ที่มา ไทยรัฐ
พล.ต.วีรัณ ฉันทศาสตร์โกศล เลขานุการกองทัพบก กล่าววันนี้ (19 ม.ค.) กรณี เรียก ร.ท.(หญิง) สุณิสา เลิศภควัต หรือ หมวดเจี๊ยบ นายทหารสังกัดสำนักงานเลขานุการกองทัพบก มาชี้แจง การร่วมแถลงเปิดตัวสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ดีทีวี และเตรียมจัดรายการด้วย ในวันพรุ่งนี้ ว่า จะชี้แจงให้สื่อมวลชนทราบภายหลังการสอบสวน โดยจะเชิญฝ่ายเสนาธิการของกรมกำลังพลทหารบกมาร่วมในการชี้แจงด้วย เพื่อดูกฎระเบียบข้อบังคับของกองทัพว่า สามารถดำเนินการจัดรายการร่วมในสถานีโทรทัศน์ดาวเทียม ดี สเตชั่น (ดีทีวี) ได้ หรือเข้าข่ายผิดระเบียบของกองทัพบก
ด้าน ร.ท.(หญิง) สุณิสา กล่าวว่า จะชี้แจงต่อผู้บังคับบัญชาถึงสิ่งที่จะทำว่าเป็นรายการส่งเสริมประชาธิปไตย ไม่ได้มุ่งหวังโจมตีรัฐบาลหรือทำลายกองทัพ ที่ผ่านมากองทัพพยายามส่งเสริมให้กำลังพลมีประชาธิปไตย รู้จักการใช้สิทธิหน้าที่ต่อการเมือง รวมทั้งให้ทหารให้ความรู้ต่อประชาชน ทหารก็เป็นส่วนหนึ่งของการเมือง ทหารกับการเมืองแยกกันไม่ออก แต่เราจะต้องรู้จักหน้าที่ขอบเขตสิทธิให้ถ่องแท้
"ถ้าเจี๊ยบไม่สามารถ ดำเนินรายการให้ความรู้ในเรื่องประชาธิปไตยกับสังคมได้ กำลังพลอีก 500,000 คน ก็ต้องงงและกังขาในเรื่องนี้ว่า ขอบเขตของกองทัพในการให้กำลังพลแสดงออกต่อการเมืองมีมากน้อยเพียงใด เชื่อว่ากำลังพลหลายแสนคนกำลังจับจ้องกรณีนี้อยู่ เพราะบางคนมีความรู้มากมาย แต่ไม่กล้าที่จะนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ ประชาธิปไตยในกองทัพอาจจะไม่เกิดขึ้นได้ และการดำเนินรายการหรือจัดรายการก็ไม่ได้มีเจี๊ยบเป็นคนแรก อยากวอนผู้บังคับบัญชาเห็นใจ เพราะในฐานะที่เป็นทหารก็มีความรักกองทัพไม่แพ้ทหารคนอื่น รวมทั้งยังภาคภูมิใจที่ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพ ครอบครัวเองก็ภูมิใจด้วย" ร.ท.หญิง สุณิสา กล่าว
ปปช.ยอมรับวิชารับค่าตอบแทน เป็นอาจารย์ม.ศรีปทุม
ที่มา ไทยรัฐ
นายวิชัย วิวิชเสวี กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ผู้รับผิดชอบคดีเหตุสลายการชุมนุม เมื่อวันที่ 7 ต.ค.2551ที่หน้ารัฐสภา กล่าวกรณีตำรวจเข้าชื่อยื่นถอดถอนกรรมการ ป.ป.ช.ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 248 ว่า เป็นสิทธิของตำรวจที่สามารถยื่นได้ และขึ้นอยู่กับวุฒิสภาจะลงความเห็นอย่างไร ขอยืนยันว่า การทำหน้าที่ของ ป.ป.ช. ในคดีนี้ไม่มีการเร่งรัดตามที่ถูกกล่าวหา เพียงแต่เรื่องดังกล่าวเป็นคดีสำคัญที่อยู่ในความสนใจของประชาชน จึงนำขึ้นมาพิจารณาก่อน โดยไม่มีวาระซ่อนเร้นอะไร การตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนก็ยังไม่มีการชี้มูลความผิด ตำรวจไม่ ควรวิตกล่วงหน้า คณะกรรมการ ป.ป.ช.จะไม่ตัดสินคดีจากข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ หรือยึดกระแสสังคม แต่จะตัดสินตามหลักนิติธรรม และกฎหมาย
กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวต่อถึงคุณสมบัติของนายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. กรณีเป็นอาจารย์สอนที่มหาวิทยาลัยศรีปทุม ว่า ไม่น่าจะขัดคุณสมบัติในการเป็นกรรมการ ป.ป.ช. เพราะไม่ใช่การไปแสวงหากำไร และการได้ค่าตอบแทนก็เป็นเพียงเล็กน้อย ประเด็นดังกล่าวไม่น่าหยิบยกขึ้นมาเป็นมูลเหตุในการถอดถอน
ด้าน นางสาวสมลักษณ์ จัดกระบวนพล กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า ตำรวจไม่มีเหตุผลเพียงพอในการถอดถอน เพราะการทำงานของ ป.ป.ช.ทำตามหน้าที่ ไม่ได้เลือกปฏิบัติซึ่งกรณีการตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนเหตุการณ์สลายม็อบ หน้ารัฐสภา วันที่ 7 ต.ค.2551 ไม่มีการเร่งพิจารณาไต่สวนแต่อย่างใด แต่คดีดังกล่าวเป็นเรื่องที่กระทบต่อความรู้สึกของประชาชน ป.ป.ช.สามารถหยิบยกขึ้นมาพิจารณาก่อน และการตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาไต่สวนไม่ใช่ว่าจะต้องมีความผิด และถูกลงโทษเสมอไป เพราะจะต้องดูจากข้อเท็จจริงเป็นหลัก ยืนยัน ว่าไม่รู้สึกหนักใจ เพราะดำเนินการอย่างมีเหตุผล ไม่ได้เร่งรีบ อย่างไรก็ตาม จะนำเรื่องที่ตำรวจเข้าชื่อเสนอถอดถอนคณะกรรมการ ป.ป.ช.เข้าหารือในที่ประชุม ป.ป.ช.วันพรุ่งนี้
สะพัดใบสั่งอุ้มโจรยึดสนามบิน ให้มันยุ่งเข้าไว้เตะถ่วงอีกเดือน
ที่มา Thai E-News

ที่มา ประชาทรรศน์
19 มกราคม 2552
ส่อมวยล้มต้มคนดู ทีมสอบ"พันธมาร"ยึดสนามบิน! ฟันธง "จงรัก"ขีดเส้น 1 เดือนปิดบัญชีโกหกทั้งเพ หลังทำพิลึกตั้งกก.ชุดพิเศษรื้อสอบใหม่หมด แถมรวบสำนวน 2 สนามบินเข้าด้วยกัน ทั้งที่ผลสอบ"ดอนเมือง"ใกล้ยุติ พร้อมตั้งข้อสังเกตหวั่นเตะถ่วงตามใบสั่งการเมือง ขณะเดียวกัน "อัยการ"จ่อส่งฟ้อง 9 แกนนำพธม.ย่ำยีทำเนียบฯ ข้อหาซ่องโจรภายใน 2-3 วันนี้ ส่วนทีมสอบเหตุมิคสัญญี 7 ตุลาฯ เตรียมขอหมายจับแกนนำม็อบเหลือง ข้อหากบฏอีกครั้ง
วันนี้ (19 ม.ค.) พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังสอบพยานอยู่เรื่อยๆ จนกว่าจะได้ความชัดเจน ซึ่งคาดว่าภายใน 1 เดือน คงจะมีความคืบหน้าในทุกๆ คดี ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินคดีกับทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นเสื้อเหลืองหรือเสื้อแดง ส่วนคดีที่กลุ่มพันธมิตรฯบุกยึดทำเนียบรัฐบาล ได้ส่งสำนวนให้อัยการรับไปดำเนินการฟ้องร้องแล้ว โดยครอบคลุมในทุกข้อหายกเว้นข้อหากบฏ เนื่องจากศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ถอนหมายจับไปก่อนหน้านี้แล้ว ส่วนกรณีการยึดสนามบิน ขณะนี้อยู่ในระหว่างการสอบสวนพยาน ซึ่งคงต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง จึงอยากให้รอฟังผล เพราะต้องใช้ความรอบคอบในการสอบสวน และยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการอย่างเต็มที่ โดยไม่ได้หยุดพัก
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวระดับสูงใน สตช. เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการดำเนินคดีของกลุ่มพันธมิตรฯว่า คดีความเกี่ยวกับกลุ่มพันธมิตรฯ ที่มีความคืบหน้ามากที่สุด คือ กรณีผู้ชุมนุมบุกยึดทำเนียบรัฐบาล โดยอัยการกำลังพิจารณาส่งฟ้อง 9 แกนนำพันธมิตรฯ ในข้อหาชุมนุมขัดรัฐธรรมนูญและข้อหาซ่องโจร ภายใน 2-3 วันนี้ ส่วนกรณีเหตุการณ์มิคสัญญี 7 ตุลาฯ ทางเจ้าพนักงานเตรียมขอหมายจับแกนนำพันธมิตรฯ ในข้อหากบฏต่อศาลในเร็วๆ นี้
"แต่ที่น่าสังเกตุคือในคดีที่กลุ่มพันธมิตรฯ บุกยึดท่าอากาศยานดอนเมืองและสนามบินสุวรรณภูมิ เนื่องจากในส่วนคดีที่เกี่ยวเนื่องกับท่าอากาศยานดอนเมือง มีความคืบหน้าไปถึง 80 เปอร์เซ็นต์แล้ว ซึ่งน่าจะสรุปสำนวนส่งฟ้องได้ในเร็ววันนี้ แต่ไม่เข้าใจว่า ทำไมคณะกรรมการสอบสวนคดีความอันเกี่ยวเนื่องกับการยึดสนามบินทั้ง 2 แห่ง ที่มี พล.ต.อ.จงรัก เป็นหัวหน้าชุด กลับสั่งให้รวมสำนวนของทั้ง 2 สนามบินเข้าด้วยกัน และส่งหลักฐานให้คณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาใหม่ตรวจสอบหมด แทนที่จะส่งสำนวนของท่าอากาศยานดอนเมืองให้อัยการสั่งฟ้องก่อน"แหล่งข่าว ระบุ
แหล่งข่าวคนเดิม เปิดเผยอีกว่า โดยในรายละเอียดของสำนวนที่เกี่ยวข้องกับการยึดสนามบินสุวรรณภูมิ ค่อนข้างซับซ้อนและแยกย่อยออกเป็นหลายคดี และมีทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา ถ้าหากรอให้สรุปสำนวนทั้ง 2 สนามบินพร้อมกันแล้วค่อยส่งให้อัยการสั่งฟ้อง ตนเชื่อว่าต้องใช้เวลานานมาก ซึ่งกรณีที่ พล.ต.อ.จงรัก ระบุว่า จะสรุปสำนวนให้เสร็จภายใน 1 เดือน คิดว่าคงไม่ทันเวลาแน่นอน ซึ่งตรงนี้ อยากตั้งข้อสังเกตุว่า เป็นใบสั่งการเมืองหรือเปล่า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีความที่เกี่ยวเนื่องกับการปิดสนามบินสุวรรณภูมิและท่าอากาศยานดอนเมืองนั้น มีข้อหาใหญ่แบ่งออกเป็น 3 กรณีโดยในข้อหาที่เกี่ยวกับคดีอาญาเป็นข้อหาก่อการร้ายและข้อหากบฏ ส่วนข้อหาที่เป็นคดีแพ่ง คือ กรณีที่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายจากกลุ่มพันธมิตรฯเป็นจำนวน 200,000 ล้านบาท เพื่อนำไปชำระค่าเสียหายจากการละเมิดสัญญาองค์กรการบินระหว่างประเทศ จากการปิดสนามบินนานาชาติ
วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลอาญารัชดา มีคำสั่งเลื่อนนัดสอบคำให้การและตรวจพยานหลักฐาน ในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายธเนศร์ คำชุม กับพวก ซึ่งเป็นนักรบศรีวิชัยรวม 82 คน ในความผิดฐานมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้ายก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง และข้อหาอื่นรวม 9 ข้อหา จากกรณีที่จำเลยทั้ง 82 คน ร่วมกันบุกรุกเข้าไปในสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย(NBT) เมื่อวันที่ 26 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยไม่มีเหตุอันสมควรและไม่ได้รับอนุญาตและร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ของทางราชการ รวมทั้งความผิดเกี่ยวกับคดียาเสพติด
ทั้งนี้ ทนายความของจำเลยทั้ง 82 คน ได้ยื่นคำร้องต่อศาลขอเลื่อนนัดตรวจพยานหลักฐานออกไปก่อน เนื่องจากติดว่าความที่ศาลจังหวัดอุดรธาณีไม่สามารถเดินทางมายังศาลได้ ประกอบกับจำเลยที่ 12 ไม่ได้เดินทางมาที่ศาล เนื่องจากถูกคุมขังอยู่ในคดีอื่นและไม่ได้เบิกตัวมา จากนั้น ศาลสอบถามจำเลยแล้วไม่คัดค้าน กรณีมีเหตุอันควรให้เลื่อนคดีออกไปเป็นวันที่ 16 มี.ค.นี้
วันเดียวกัน นายจตุพร พรหมพันธ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่แกนนำพันธมิตรฯ ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 29/2551 เรื่อง"คำเตือนก่อนเข้าสู่อำนาจ" โดยระบุว่า การชุมนุมตลอด 193 วันของกลุ่มพันธมิตรฯ เป็นการเสียสละอันยิ่งใหญ่ และทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง พร้อมยื่นข้อเรียกร้อง 13 ข้อ ต่อรัฐบาลว่า สถานการณ์ตอนนี้ กลุ่มพันธมิตรฯ กำลังขี่คอพรรคประชาธิปัตย์ และยังพูดอย่างชัดเจนอยู่เสมอว่า ถ้าไม่มีกลุ่มพันธมิตรฯ ก็ไม่มีประชาธิปัตย์ ซึ่งการแต่งตั้งคนในกลุ่มพันธมิตรฯ เข้ามานั่งในรัฐบาลถือเป็นการต่อรองระหว่างกลุ่มคนที่ต้องการโค่นล้มพรรคประชาธิปัตย์ จึงทำให้พรรคประชาธิปัตย์ไม่กล้าที่จะขัดใจ เพราะหากจะทำอะไรก็เกรงว่ากลุ่มพันธมิตรฯ จะออกมาแฉ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าพรุ่งนี้จะต้องมีการแต่งตั้งคนในกลุ่มพันธมิตรฯ เข้ามารับตำแหน่งในรัฐบาลอย่างแน่นอน
ทั้งนี้ การเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงขณะนี้ดูเหมือนกำลังรอการเคลื่อนไหว นายจตุพร กล่าวว่า เนื่องจากกลุ่มเสื้อแดงมีความคิดที่แตกต่างจากกลุ่มพันธมิตรฯ โดยจะใช้การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯเป็นบทเรียน สำหรับการเคลื่อนไหวโดยต่อไปจะให้เสื้อแดงแตกหน่อกันเองไม่จำ เป็นต้องมีแกนนำ โดยสิ้นเดือนจะมีการชุมนุมใหญที่ท้องสนามหลวง
ความไม่เท่าเทียมกันระหว่างหมวดเจี๊ยบกับ พลเอกปฐมพงษ์
ที่มา thaifreenews
โดย : tik-tok
หมวดเจี๊ยบจะจัดรายการในวันหยุด โดนสอบสวนทางวินัย ย้อนไปถึงการแต่งหนังสือ ทักษินแวร์อาร์ยู ด้วย แม้จะยื่นจดหมายลาออกแล้ว แต่กองทัพก็ไม่ยอมพิจารณาให้ออก เขาลาออกแล้วมันก็น่าจะจบ เพราะไม่ได้ทุจริตอะไร สงสัยต้องการลงโทษกักขัง
เหตุก็ยังไม่เกิดด้วยซ้ำ จะจัดรายการที่เป็นการวิพากษ์วิจารณ์เมืองหรือไม่ก็ไม่รู้ แต่ขบวนการลงโทษปะดังเข้ามาแล้ว ทำไมรีบร้อนจัง รีบร้อนจนไปเร็วกว่าเหตุอีก เพราะรายการที่ว่ายังไม่ได้จัดเลย แค่ยศเด็กๆแค่นี้ จะจัดรายการทีวี ดิ้นกันยังกะถูกน้ำร้อนลวก หัดไปดูทหารว่างงานที่เปิดบริษัทรักษาความปลอดภัยกันบ้าง ว่า วันๆอยู่ที่ออฟฟิศหรือไม่
ต่างกันลี้ลับกับ พลเอกปฐมพงษ์ ที่ใส่ชุดนายทหารเต็มยศ ขึ้นปราศัยโจมตีรัฐบาลกับกลุ่มที่ประกาศตนเป็นศัตรูรัฐบาลชัดเจน แต่โทษมีเพียงแค่ตักเตือน
กฎระเบียบของกองทัพห้ามข้าราชการทหารวิจารร์การทำงานของรัฐบาล หรือแสดงความเห็นทางการเมืองที่มีลักษณะเป็นปรปักษ์กับรัฐบาล แต่ระดับแม่ทัพทหารไทยจัดตั้งรัฐบาลเลย ทำไมเงียบฉี่ และขอประนามนักข่าวที่ตั้งคำถาม รมต ถามแบบมีอคติ ถามแบบตัดสินเขาไว้ในใจแล้ว วันก่อนก็เจอถามแบบนี้กับ พลเอกสุจินดามาทีแล้ว ฟังแล้วหงุดหงิดมากกับคำถามแบบนี้ ไม่มีความเป็นกลาง ขอให้สื่อหันมองตัวเองบ้างว่าทำหน้าที่สื่อได้ดีพอหรือยัง ใครที่ชอบไม่เหมือนตนก็ว่าเขาเป็นสื่อเทียม ผมว่านักข่าวที่ถาม รมต สาทิต นั่นแหละสื่อเทียม
สื่อจริงต้องแบบผู้ประกาศข่าวของ ช่อง TNN ทึ่ถาม โฆษกกองทัพบกได้ครบท้วนไม่เอนเอียงฝ่ายใหน ชมในคลิป 2
หมวดเจี๊ยบ ช่วงที่1
หมวดเจี๊ยบโดนสอบสวนวินัย แม้จะยื่นจดหมายลาออกแล้ว กองทัพก็ยังไม่ให้ออก
หมวดเจี๊ยบ ช่วงที่2
ความไม่เท่าเทียมของกฎหมายระหว่างหมวดเจี๊ยบกับพลเอกปฐมพงษ์ซึ่งพลเอกรับโทษแค่ตักเตือน
ต่างประเทศงงที่นายกไทยแจกเงิน!!!!!!
ที่มา thaifreenews
โดย : ป้าพลอย
ได้นายกใหม่ปีนี้ประเทศร่ำรวยอะไรมาทำไมนายกใหม่ทั้งแจกทั้งแถมต่างประเทศเขาถามมารค์ช่วยตอบให้ต่างประเทศชื่นใจหน่อยว่าไทยแลนด์ร่ำรวยมาจากใหนถึงได้แจกประชาชนคนละ 2000บาทต่างประเทศงงกับนโยบายหลอกเด็กแจกเงินของมารค์ ไทยแลนด์มีประชากรทั้งหมด 65 ล้านคนมารค์แจกคนละ 2000 โอ้โฮเป็นจำนวนเงินเท่าไหร่กันเนี่ยตาลายคิดไม่ถูกใครช่วย
หน่อย ปีนี้คนไทยได้นอนตีพุงกินเงินเดือนฟรีๆจากนายกใหม่เดือนละ 2000 ไม่เลวรากหญ้าราก
ไซคงมีเงินซื้อขนมให้ลูกกินอย่างสุขโข แต่เอ้มารค์มีเงินก้นคลั่งอยู่อีกเท่าไหร่?เห็นว่ามันจะหมด
อยู่แล้วนี่น่ากำลังจะกู้ต่างประเทศมาใส่เพิ่ม แต่ตอนนี้ต่างประเทศก็ย่ำแย่ไปตามๆกันเขาจะมีให้มารค์กู้หรือเปล่า ทั้งญี่ปุ่ อเมริกา สหภาพยุโรป สแกนดิเนเวีย ต่างมีปัญหาเรื่องขายสินค้าไม่ออก
ในอเมริกาบริษัทอีเลคโทนิคว่ำบาตรกันเป็นแถวอีกทั้งบริษัทรถยนต์ แต่ไหงไทยแลนด์มีเงินแจก
ประชาชนงงโว๊ยนายกมารค์ ถึงว่าฝรั่งนักข่าวจึงถามว่าไทยแลนด์รวยมาจากใหนทั้งที่ค่าเสียหายที่ต่างประเทศเรียกร้องตอนปิดสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมืองยังไม่ได้จ่ายทางอเมริกาที่เรียกค่าชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 2.6 แสนล้านบาทยังไม่จ่ายเขา แล้วยังในสหภาพยุโรปอีกละมารค์
ช่วยเปิดโปรงความจริงให้ประชาชนรู้บ้างซี ยิ่งรัฐบาลทั้งแจกทั้งแถมในประเทศทางต่างประเทศยิ่งจะทวงถามว่าเงินที่จะชดใช้ค่าเสียหาย มีเงินแจกประชาชนได้ต้องมีเงินจ่ายค่าเสียหายได้เช่นกัน ยังไม่ทราบตัวเลขจำนวนเงินที่ทางสหภาพยุโรปได้เรียกร้องค่าเสียหายว่าเป็นจำนวนเงินกี่แสนล้านเดี๋ยวหนังสือพิมพ์ก็ออกข่าว อเมริกาชาติเดียวเล่นสองแสนกว่าล้านแล้วสหภาพ
ยุโรปและกลุ่มสแกนดิเนเวียอีกละขายประเทศก็ใช้เขาไม่หมดแน่งานนี้ นายกใหม่ก้นเป็นไฟแน่นอนแล้วตอนนี้หน้าสลอนวิ่งไปกู้เงินต่างชาติไทยแลนด์มีอะไรไปค้ำประกันเขานอกจากเอาประเทศไปจำนำ สมัยก่อนท่านนายกทักษิณยังใช้วิธีฉลาดในการกู้โดยมีสิ่งแลกเปลี่ยนอย่างแยบยลเพราะคนหัวนักธุระกิจมีพาวเว่อร์สูงที่ทั่วโลกยอมรับ แต่นายกมารค์ไม่มีอะไรเทียบนายก
ทักษิณได้เลยแม้สักนิดเดียววันๆดีแต่พูดเหมือนเป็นโฆษกรัฐบาลไม่ใช่นายกรัฐมนตรี ความแตกต่างน่าเชื่อต่อผู้คนต้องเลือกอยู่ข้างนายกมือทำงานไม่ใช่ปากทำงาน ความน่าเชื่อถือของ
รัฐบาลใหม่นี้คงมีเปอร์เซ็นไม่สูงนักยิ่งรับพันธมิตรเข้าร่วมในรัฐบาลภาพพจน์ยิ่งต่ำลง ประชาชนหมดที่พึ่ง เพราะเข้ามาเป็นรัฐบาลไม่กี่วันก็วางแผนไล่ล่านายกทักษิณไล่ล่าคนที่อยู่
ข้างนายกทักษิณวางกฏหมายหมิ่นไม่ให้ประชาชนได้พูดได้เอ่ยสิ่งใดไล่จับคนที่กระทำเยี่ยง
พันธมิตรแต่กับพันธมิตรยังไม่เห็นดำเนินการใดๆให้ประชาชนเห็นนี่คือความอยุติธรรมของ
ประเทศไทยที่มีต่อประชาชนที่ไม่ยอมเข้าเป็นลูกสมุนเผด็จทหารและเผด็จการพลเรือน ความ
อยุติธรรมกำลังเพิ่มทวีขึ้นทุกโอกาสเพื่อกำจัดเสี้ยนหนามเผด็จการ ฉะนั้นประชาชนไทยทีรัก
ประชาธิปไตยต้องระวังตัว เพราะตอนนี้กลุ่มมหาอำนาจที่ยิ่งใหญ่ได้ครอบครองประเทศไทย
ใครอย่าได้โงหัวข้าจะเยียบพวกที่ไม่เห็นด้วยให้จมดิน พฤติการณ์ที่ส่อให้เห็นกำลังเริ่มออกมา
พวกเราชาวเสื้อแดงต้องอย่าแตกแยกต้องผนึกกำลังต่อสู้กับความอยุติธรรม คราวนี้หากเกิดอะไร
ขึ้นเชื่อแน่ว่าต่างชาติยืนอยู่ข้างประชาธิปไตยของเรา เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นที่ปิดสนามบินเป็นข้ออ้าง
ได้ดีสำหรับชาวเสื้อแดงว่ารัฐบาลนี้มาจากพันธมิตร ฉะนั้นทุกอย่างต้องใจเย็นๆและทำอะไรต้องมีเหตุมีผล ฟังกันทุกๆฝ่ายจึงจะอยู่ร่วมกันได้ ใครมีไอเดียใดที่แยบยลเอามาเผยแพร่สู่กันจะได้หาทางป้องกันสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับพวกเรา....
ป้าพลอย
"ดีทีวี"ท้าพิสูจน์เนื้อหารายการ ยันแค่มุ่งตรวจสอบรัฐบาล
ที่มา มติชนออนไลน์
นายอดิศร เพียงเกษ ประธานคณะกรรมการบริหารบริษัท ดี สเตชั่น จำกัด หรือ ดีทีวี กล่าวว่า ขอให้ทุกฝ่าย โดยเฉพาะรัฐบาลติดตามดูการนำเสนอข่าวและรายการต่างๆ ของดีทีวี ก่อนวิจารณ์ว่าอาจเป็นชนวนเหตุของความขัดแย้งในสังคม เพราะเป้าหมายของดีทีวีคือการตรวจสอบรัฐบาลตามระบอบประชาธิปไตย
"จตุพร"ซัด ทบ. รังแกผู้หญิง ชี้ครม. "ชวน1"ควรติดคุกด้วยกันทั้งคณะ แนะ"มาร์ค"เอ็กซ์เรย์ที่ติดชายฝั่ง
ที่มา มติชนออนไลน์
"จตุพร"ซัด ครม."ชวน1"ควรติดคุกด้วยกันทั้งคณะ พท.แนะ"มาร์ค"เอ็กซ์เรย์สถานะที่ดินชายฝั่งอันดามัน สับทบ. รังแกผู้หญิง ย้อน ปลด "บิ๊กป็อก"เหตุวิจารณ์รัฐบาลก่อน ปูด ครม.เล็งตั้งพธม.ทำงานในรัฐบาล 20 ม.ค.นี้เพื่อไทยย้ำ181ส.ส.ยังเหนียวแน่น หวังตั้งรบ.อีก ยัน "2 บิ๊ก" ไม่แตกคอ พรรคยังมีเอกภาพ "ก๊กเหนือ"อยากได้ "ยิ่งลักษณ์"เป็นหัวหน้า อ้าง"แม้ว"ต่อสาย "ยงยุทธ"ขอให้อดทน
"จตุพร"ซัด ครม."ชวน1"ควรติดคุกด้วยกันทั้งคณะ ที่พรรคเพื่อไทย นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และผู้ดำเนินรายการทางสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมดีทีวี กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลผลักดันการแจกเอกสารสิทธิส.ป.ก.4-01 ว่า ส.ป.ก.เป็นหน่วยงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ซึ่งมีหน้าที่แจกส.ป.ก.4-01 ให้กับเกษตรกรผู้ยากไร้เป็นปกติอยู่แล้ว ซึ่งเมื่อใครมาเป็นรัฐบาลก็ดำเนินการในเรื่องนี้ แต่ในกรณีรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ภายใต้การนำของนายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี มีสิ่งที่พิเศษกว่าใคร เนื่องจากนำที่ดินไปแจกให้กับคนที่ไม่ใช่เกษตรกรที่ยากไร้ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยออกมาขอโทษประชาชนเลย และคนที่ได้รับที่ดินเมื่อคราวก่อนเป็นสามีของนางอัญชลี วานิชเทพบุตร เลขาธิการรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งหากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)ใช้มาตราฐานเดียวกับรัฐบาลพรรคพลังประชาชน รัฐบาลของนายชวน ที่ในขณะนั้นมี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีที่ชื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะด้วยนั้น ก็ควรที่จะติดคุกกันทั้งคณะด้วย พท.แนะ"มาร์ค"เอ็กซ์เรย์สถานะที่ดินชายฝั่งอันดามัน
นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ที่ดินในภาคใต้โดยเฉพาะฝั่งทะเลอันดามันที่มีราคาแพง มีปัญหาการครองสิทธิ์เป็นจำนวนมาก ซึ่งจากการที่มีการศึกษาในสมัยรัฐบาลของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีนั้น พบว่าบริเวณพื้นที่ดังกล่าวมีปัญหาเรื่องการบุกรุกที่ดินเป็นจำนวนมากซึ่งผู้ที่บุกรุกล้วนแล้วแต่เป็นคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพรรคประชาธิปัตย์ทั้งสิ้น ดังนั้นหนทางที่ดีที่สุดของรัฐบาลในเวลานี้นายอภิสิทธิ์ที่บอกว่าตัวเองเป็นคนมีมาตราฐานสูงนั้น ควรที่จะดำเนินการตรวจสอบสถานะที่ดินทั้งหมด ว่าเป็นอย่างไร พื้นที่ไหนถูกบุกรุกบ้าง เพื่อให้เกิดความชัดเจนก่อนที่จะดำเนินการ
“การที่นายรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ยืนยันว่าการแจกที่ดินส.ป.ก.4-01 ในรัฐบาลชุดนี้นั้นจะไม่ซ้ำรอยรัฐบาลของนายชวน ถือว่านายอภิสิทธิ์ ยอมรับว่ารัฐบาลของนายชวน มีความผิดในเรื่องส.ป.ก.4-01 จริง และวันนี้ประชาชนเริ่มตั้งข้อสงสัยท่วงท่านายกรัฐมนตรีว่าการแจกที่ดินจะทำไปอย่างเอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้องของตนหรือไม่”นายจตุพร กล่าว เมื่อถามว่าจะมีการหยิบยกประเด็นดังกล่าวขึ้นมาอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีหรือไม่ นายจตุพร กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยจะรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งมีที่ดินหลายแปลงที่ผู้คนแวดล้อมพรรคประชาธิปัตย์ถือครองอยู่ โดยหลักฐานทั้งหมดจะเก็บไว้ตอนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ อย่างไรก็ตามการเดินหน้านโยบายนี้ของพรรคประชาธิปัตย์ มีนัยยะอื่นซ่อนอยู่เพื่อให้ประชาชนเกิดความไม่พอใจในตัวรัฐบาล ซึ่งสามารถทำให้เบี่ยงเบนประเด็นเรื่องที่มาของรัฐบาลได้
สับทบ. รังแกผู้หญิง ย้อน ปลด "บิ๊กป็อก"เหตุวิจารณ์รัฐบาลก่อน
นายจตุพร กล่าวถึงกรณีที่โฆษกกองทัพบก ระบุว่ากรณีที่ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต หรือ หมวดเจี๊ยบ นายทหารสังกัดสำนักงานเลขานุการกองทัพบก มีความผิดกรณีที่ร่วมร่วมจัดรายการทางสถานีโทรทัศน์ดีทีวีที่เป็นรายการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล ว่า หากการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลมีความผิดจริง กองทัพบกจะต้องปลดพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบกเป็นคนแรก เพราะพล.อ.อนุพงษ์ ได้วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลต่างกรรมต่างวาระ ดังนั้นกองทัพบกอย่าทำตัวเป็นแม่ปูกับลูกปู ที่แม่ปูแม่ปูไม่เคยเดินตรงเลยแต่กลับสอนให้ลูกปูเดินตรง เรื่องนี้จึงถือว่าว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง ตัวเองต้องทำให้ดีก่อนถึงจะมีน้ำหน้าไปเตือนคนอื่น รังแกได้แต่ทหารผู้หญิงชั้นผู้น้อย ทีผบ.ทบ.ทำผิดตนไม่ทราบว่าโฆษกกองทัพบกไปมุดหัวอยู่ที่ไหน นายจตุพร กล่าวถึงกรณีที่ที่มีกระแสข่าวระบุว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการล่ารายชื่อเพื่อถอดถอนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่า เป็นเรื่องที่น่าเห็นใจ เพราะตนทราบข่าวว่าจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนายที่จะถูกประหาร จากเหตุการณ์วันที่ 7 ตุลาคม2549 ส่วนมวลชนคนเสื้อแดงจะให้ความร่วมมือหรือไม่นั้น คนเสื้อแดงไม่เคยคาดหวังว่าจะมีการถอดถอนป.ป.ช.ได้ เพราะทุกกลไกที่จะนำไปสู่การถอดถอนนั้น ล้วนแล้วแต่อยู่ข้างเดียวกับป.ป.ช.ทั้งสิ้น
ปูด ครม.เล็งตั้งพธม.ทำงานในรัฐบาล 20 ม.ค.นี้
นายจตุพร กล่าวถึงการขับเคลื่อนของกลุ่มคนเสื้อแดง ว่า เท่าที่ทราบในวันที่ 20 มกราคมนี้ คณะรัฐมนตรีจะมีมติแต่งตั้งคนในกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ให้ทำหน้าที่ในรัฐบาลชุดนี้ เพราะเป็นเงื่อนไขต่างต่อรองร่วมกัน ซึ่งรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ไม่กล้าที่จะขัดใจเพราะพวกพันธมิตรฯพร้อมที่จะพูดทุกอย่างถ้าไม่ได้ส่งที่ตนต้องการ ซึ่งตนเห็นว่าเรื่องนี้จะเป็นการเติมเชื้อห้คนมาชุมนุมกันมากขึ้น โดยคาดว่าจะมีการชุมนุมใหญ่ที่ท้องสนามหลวงภายในสิ้นเดือนนี้ เพื่อไทยย้ำ181ส.ส.ยังเหนียวแน่น หวังตั้งรบ.อีก
น.ส.สุนีย์ เหลืองวิจิตร เลขาธิการพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ส.ส.ของพรรคทั้งหมด 181 คน ยังคงอยู่ทำกิจกรรมทางการเมืองด้วยกันอย่างเหนียวแน่น นอกจากนี้ได้ส่งบัญชีรายชื่อ ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย ไปยังนายทะเบียนพรรคการเมืองของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) แล้ว จึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ที่ส.ส.เพื่อไทยจะย้ายพรรค เพราะหากย้ายพรรคก็เท่ากับต้องขาดคุณสมบัติของการเป็น ส.ส. คงไม่มี ส.ส.คนไหนคิดสั้นไปแต่ตัว ไม่เอาตำแหน่งไปด้วย
เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคยังคงเป็นพรรคการเมืองที่มีจำนวน ส.ส.อันดับ 1 ของสภาฯ จึงมีความเป็นไปได้ตลอดเวลาที่จะจัดตั้งรัฐบาล ส.ส.ยันพท.เอกภาพ-พรรคไม่แตก
นายวิทยา บุรณศิริ ส.ส.พระนครศรีอยุธยา พรรคเพื่อไทย (พท.) ปฏิเสธระหว่างการแถลง "เพื่อไทย วันอาทิตย์” เมื่อวันที่ 18 มกราคม ที่อาคารบีบีดี บิวดิ้ง ถนนพระราม 4 สำนักงานพรรค ไม่มีปัญหาความแตกแยกระหว่างแกนนำที่อยู่เบื้องหลังพรรค หลังจากปรากฏกระแสข่าวการงัดข้อกันระหว่างกลุ่มนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ต้องการให้คงแนวทางการปัจจุบัน กับกลุ่มนายยงยุทธ ติยะไพรัช ที่เรียกร้องให้ปรับโครงสร้างพรรคใหม่ โดยเปลี่ยนตัวนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรค และนางสุณีย์ เหลืองวิจิตร เลขาธิการพรรค พร้อมกับเลิกยึด พ.ต.ท.ทักษิณ
นายวิทยากล่าวว่า ไม่มีปัญหาความขัดแย้ง ขอยืนยันว่าในพรรคยังมีเอกภาพและองคาพยพที่พร้อมขับเคลื่อนทำงานในฐานะพรรคฝ่ายค้าน นอกจากนี้พรรคจะยังไม่มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างรวมถึงหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ในเร็ววันนี้อย่างแน่นอน เนื่องจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังไม่รับรองกรรมการบริหารพรรค โดยจะใช้โครงสร้างเดิมคืองานในสภาจะมี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน รับผิดชอบงานในฐานะเทียบเท่าผู้นำฝ่ายค้านและตนทำหน้าที่ประธานวิปฝ่ายค้าน ส่วนนายยงยุทธรับผิดชอบงานในพรรค ที่วิจารณ์ว่าพรรคหาหัวหน้าพรรคไม่ได้นั้น ไม่ต้องเป็นห่วงถ้าไม่มีใครจริงๆ ก็พร้อมจะทำให้เอง ยืนยันว่าพรรคจะไม่แตกใน 2 เดือน จะแตกได้อย่างไรพรรคมีความมั่นคง และยังไม่ได้ทำอะไรเสียหายเลย
"บี้" เอาผิดปิดสนามบิน-ถอดยศ"มาร์ค"
นายวิทยากล่าวว่า พรรคจะติดตามเพื่อเร่งรัดให้เจ้าหน้าที่และรัฐบาล เร่งเอาผิดกับคนที่ปิดสนามบิน ขณะนี้พรรคเพื่อไทยกำลังดำเนินการว่ามีเอกชนรายใดทำการฟ้องร้องบ้าง ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องแรกที่ฝ่ายค้านจะตรวจสอบรัฐบาลเป็นเรื่องแรก หากรัฐบาลที่นำโดยนายอภสิทธิ์ เวชชาชีวะ เพิกเฉยก็จะเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
นายกมล บันไดเพชร นายทะเบียนพรรคและฝ่ายกฎหมาย กล่าวว่า ในวันที่ 20 มกราคมเวลา จะเข้ายื่นหนังสือเรื่องต่อ พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหมผ่านไปยัง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อเรียกร้องให้ถอดยศทหารของนายอภิสิทธิ์ โดยแนบบันทึกที่ลับ กห.0423/277 ลงวันที่ 19 พฤศจิกายน 2542 เรื่องรายงานผลการสอบสวนกรณีนายอภิสิทธิ์ เข้ารับราชการที่โรงเรียนนายร้อย จปร. การดำเนินการเช่นนี้เนื่องจากเห็นว่านายอภิสิทธิ์ขาดคุณสมบัติเพราะไม่เข้ารับการตรวจเลือกเป็นทหารประจำการ แต่ต่อมาได้ทุจริตร่วมกับเจ้าหน้าที่สัสดี ออก ส.ด.9 ที่เป็นเท็จมาใช้เป็นหลักฐานต่อเจ้าหน้าที่จนได้รับการบรรจุรับราชการ ต่อมาได้มีการตั้งกรรมการสอบสวนของกระทรวงกลาโหม ปรากฏสอบว่ามีความผิดและให้ดำเนินการถอดยศนายอภิสิทธิ์และเรียกคืนเบี้ยหวัด ซึ่งขณะนั้นติดยศ ร.ต.อภิสิทธิ์ แต่ปรากฏว่าจนถึงปัจจุบันไม่ได้ถอดยศและเรียกคืนเงินเดือนและเบี้ยหวัดคืนแต่อย่างใด
อ้างคืนเงิน-เบี้ยหวัดไม่มีอายุความ
"การที่บุคคลในกองทัพออกมาชี้แจงว่าเรื่องนี้จบไปแล้วเพราะเวลานานผ่านมานานกว่า 20 ปีนั้น ในกฎหมายถ้าเป็นคดีอาญาจะมีอายุความ 20 ปี แต่กรณีการคืนเงินและเบี้ยหวัดจากผู้ที่ไม่มีสิทธิ ไม่มีระยะเวลาของอายุความ เงินหลวงตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ ที่สำคัญกระทรวงกลาโหมต้องถอดยศนายอภิสิทธิ์ ส่วนการคืนเงินเชื่อว่าจะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน เพราะจะเท่ากับยอมรับว่าทำความผิดจริง เรื่องดังกล่าวถ้ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและปลัดกระทรวงกลาโหมเพิกเฉยจะฟ้องร้องในความผิดมาตรา 157 ฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่แน่นอน นอกจากนี้ผมยังมีหลักฐานสำคัญในกรณีดังกล่าวที่ไม่เคยมีใครเปิดเผยว่ามาก่อนด้วย โดยผมจะดำเนินการขอให้ถอดยศนายอภิสิทธิ์อย่างแน่อนอน" นายกมลกล่าว
พท.เหนืออยากได้ "ยิ่งลักษณ์" หน.
นายสุรสิทธิ์ เจียมวิจักษณ์ ส.ส.เชียงราย พท.กล่าวว่า ข่าวนายยงยุทธกับนางเยาวภานั้นไม่น่ามีอะไร เป็นการออกมาเขย่า ส.ส.ในพรรคเพื่อต้องการแย่งชิงพื้นที่ข่าวกับรัฐบาลเท่านั้น เพราะไม่ว่าจะเป็นคนของนายยงยุทธหรือนางเยาวภา แต่ทุกคนถือว่าอยู่ใต้เถ้าแก่คนเดียวกันอยู่แล้ว
นายสุรสิทธิ์กล่าวว่า การเรียกร้องที่ให้มีการปรับโครงสร้างกรรมการบริหารพรรคเพื่อเปิดทางให้มีการเลือกหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคที่เป็นงานการเมืองนั้น ต้องเข้าใจว่านายยงยุทธและน.ส.สุณีย์ เข้ามาขัดตาทัพระหว่างที่พรรคกำลังค้นหาเพชรแท้ที่จะมาเป็นหัวหน้าพรรคอยู่เท่านั้น โดยบุคคลที่มีการหยิบยกมาพูดถึงมากที่สุดในการดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคตัวจริงคือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ อย่างไรก็ตาม การก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ อาจจะยังไม่ใช่ขณะนี้เพราะเท่าที่ทราบมีความพยายามที่จะยุบ พท.และตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรคเป็นครั้งที่ 3 ดังนั้น พรรคจำเป็นที่จะต้องรักษาบุคคลสำคัญเอาไว้ไม่ให้ถูกเด็ดไปอีก
นายสงวน พงษ์มณี ส.ส.ลำพูน พท.กล่าวว่า หลังหัวก๊วนถูกยุติกิจกรรมทางการเมืองทำให้เอกภาพพรรคมีมากขึ้นกว่าเดิม เพราะ ส.ส.ได้มีเวทีการแสดงความคิดเห็นมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า จากเมื่อก่อนมีแต่พวกเจ้าจอมมารดา ที่มารวมตัวกันอยู่ข้างบนของพรรคแต่วันนี้บางคนไม่ได้มามีบทบาทที่พรรคแล้ว ทำให้ ส.ส.มีสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นมากขึ้น
อ้างต่อสายให้ยึด "แม้ว" ศูนย์กลาง
นายศักดา นพสิทธิ์ คณะทำงานด้านยุทธศาสตร์ พท. ที่ใกล้ชิดกับนายยงยุทธ กล่าวว่า สิ่งที่ส.ส.สะท้อนความเห็นออกไปนั้นไม่ใช่ความขัดแย้ง แต่ต้องการให้ปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์การทำงานของพรรคให้ดีขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่นายยงยุทธ และนางเยาวภา พูดคุยกันมาโดยตลอด ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องที่นายยงยุทธต้องการชิงการนำทางการเมืองแต่อย่างใด เพราะอย่างไรเสียนายยงยุทธ ไม่สามารถดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้
อย่างไรก็ตาม นายยงยุทธมีความเชื่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณ สามารถเป็นศูนย์กลางทางความคิดของ ส.ส.ในพรรคได้ เนื่องจากสมาชิกทุกคนให้การยอมรับ พ.ต.ท.ทักษิณ ดังนั้น การที่ไม่ดึง พ.ต.ท.ทักษิณกลับเข้ามาให้คำปรึกษากับพรรคนั้นไม่เหมาะสม เพราะเวลานี้พรรคต้องการคำปรึกษาเพื่อให้พรรคเดินหน้าต่อไปได้ โดยรูปแบบการเป็นที่ปรึกษาของ พ.ต.ท.ทักษิณ นั้นจะเป็นอย่างไม่เป็นทางการจะไม่ไม่เกิดปัญหาข้อกฎหมาย
อ้างแม้วต่อสายขอ "ยงยุทธ"อดทน
"เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมานายยงยุทธ ได้พูดคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณ ได้บอกกับนายยงยุทธ ว่า ตราบใดที่บ้านเมือง ยังแบ่งฝักแบ่งฝ่ายอยู่ท่านก็ไม่สามารถทิ้งบ้านเมืองไปได้ รวมไปถึงปัญหาเศรษฐกิจ ที่ขณะนี้การแก้ไขปัญหาของรัฐบาลยังไม่ชัดเจน เป็นการลอกนโยบายของท่านไป แต่เอาไปใช้อย่างผิดวัตถุประสงค์ทำให้ตัวท่านรับไม่ได้ ซึ่งเมื่อใช้ไม่ถูกหลักและเกิดปัญหาขึ้นก็จะมาโทษตัวท่าน นอกจากนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังบอกด้วยว่าให้เราอดทน เพราะเป็นเรื่องปกติที่เวลานี้สมาชิกพรรคเพื่อไทยจะมีความหวั่นไหวบ้างว่าท่านทักษิณจะอยู่ต่อไปหรือไม่ ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ยืนยันกับนายยงยุทธว่ามีความตั้งใจที่จะกลับบ้าน เพราะต้องการให้บ้านเมืองดีขึ้น และมีบางสิ่งที่ต้องการชี้แจงกับประชาชน แต่จะเป็นเมื่อใดนั้นต้องอาศัยจังหวะโอกาสอีกครั้งหนึ่ง" นายศักดากล่าว
ปรับฮวงจุ้ยช้างหินวางหน้าพรรค
นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พท.กล่าวว่า ลำพังเรื่องภายนอกพรรคยังจะเอาตัวเองแทบไม่รอด ถ้าแตกแยกในภายในเพื่อไทยจะเหลืออะไร ดังนั้นจึงอยากให้คนในพรรคคิดถึงภารกิจที่จะต้องฟันฝ่าต่อไป ซึ่งการที่จะฟันฝ่าได้นั้นจะมีความ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีปรับฮวงจุ้ยบริเวณหน้าที่ทำการพรรค พท. อาคารบีบีดี บิวดิ้ง ถนนพระรามสี่ โดยนำช้างหินแกะสลักคู่ ขนาดความสูง 1 เมตร มาวางบริเวณประตูทางทางเข้า-ออกของพรรค เจ้าหน้าที่พรรคบอกว่าช้างเกาะสลักคู่นี้เคยวางที่ประตูทางเข้ามาก่อนสมัยอาคารนี้ยังเป็นศูนย์จำหน่ายสินค้าของ "ชินวัตรไหมไทย" หลังจากใช้เป็นที่ทำการพรรคเพื่อไทยได้ยกออกไปแล้วนำกลับมาวางอีกครั้งเมื่อวันที่ 16 มกราคมที่ผ่านมา
มท.2ชี้รบ.แค่งัดข้อทางความคิด
นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยจากกลุ่มเพื่อนเนวิน กล่าว กรณี ส.ส. พท.ประเมินว่าไม่เกิน 4 เดือน รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ จะยุบสภาเลือกตั้งใหม่โดยเนื่องจากขัดแย้งระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลและกลุ่มเพื่อนเนวินเป็นตัวแปรสำคัญว่า กลุ่มเพื่อนเนวินเข้าร่วมรัฐบาลเพื่อแก้วิกฤต ดังนั้นการทำกิจกรรมทางการเมืองในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลต้องเป็นเพื่อประโยชน์ประเทศชาติและประชาชน แม้อาจขัดแย้งบ้าง ก็เป็นเรื่องทางความคิด แต่สุดท้ายมีเป้าหมายเดียวกันคือเพื่อประชาชนและจะเดินไปด้วยกัน คงไม่ถึงขั้นทำให้รัฐบาลเปลี่ยนแปลง
"อภิสิทธิ์" ย้ำทำงานหนัก-ซื่อสัตย์
ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวผ่านรายการ เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ ว่า รัฐบาลเพิ่งทำงานได้ 11 วันหลังมีการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา แต่เป็น 11 วันที่ทุ่มเททำงานอย่างหนัก เพราะทราบดีว่าการทำงานในภาวะวิกฤตเป็นการทำงานที่ท้าทายมาก ต้องยอมรับว่าตลอดเวลา 1 ปีที่ผ่านมา บ้านเมืองแทบจะเดินไม่ได้เลย มีปัญหา มีความสับสนในทางการเมือง โดยเฉพาะช่วงปลายปี 2551 ที่ปัญหาต่างๆ ถั่งโถมเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเศรษฐกิจ การเมือง ทำให้เกิดความตึงเครียด ความกังวล จนประชาชนจำนวนมากรู้สึกว่าจะมีที่พึ่งที่หวังหรือไม่ ประเทศไทยจะเดินต่อได้หรือไม่ เมื่อสภาผู้แทนราษฎรมีมติเลือกดำรงตำแหน่งนายกฯ และได้ดำเนินการตามขั้นตอนของรัฐธรรมนูญ ทั้งเรื่องการจัดตั้งคณะรัฐบาล และการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา หลังจากนี้รัฐบาลต้องทำงานหนัก ทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต
"ความตั้งใจของผมคือการทำให้บ้านเมืองกลับเข้าสู่ภาวะปกติ วันนี้ก็ดีใจที่สามารถมาพูดคุยกับประชาชนจากทำเนียบ ซึ่งเป็นที่ทำงานของนายกฯ ได้ตามปกติ แต่การปรับปรุงสภาพทำเนียบ จะมีการดำเนินการต่อไป ขณะเดียวกันจะเห็นได้ว่า 11 วันทำงาน รัฐบาลมีโอกาสทำเพื่อประชาชน และสามารถเดินหน้าประเทศไทยไปได้พอสมควร" นายกฯกล่าว
กุนซือกม.นายกฯร่วมถกนัดแรก
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเฟ้นหาคณะที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายของนายกรัฐมนตรี ว่า นายกรัฐมนตรี ได้ทาบทามนักกฎหมายเข้ามาเป็นที่ปรึกษาเพิ่มอีก 3 คน รวมมีทีมที่ปรึกษา 15 คน โดยคณะที่ปรึกษากฎหมายดังกล่าวจะเริ่มประชุมนัดแรกในเวลา 16.00 น. ของวันที่ 19 มกราคม ซึ่งจะมีการพิจารณากฎหมายหลายฉบับ ไม่ว่าจะเป็น การปรับปรุงพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ข้อมูลข่าวสารของทางราชการ พ.ร.บ.ข้อมูลส่วนบุคคล พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุ โทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ร.บ. องค์กรปฏิรูปกฎหมาย ฯลฯ
"กลไกพิเศษ" ใกล้ได้ความชัดเจน
นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการตั้งกลไกพิเศษขึ้นมาสะสางคดีการเมือง ตามแนวคิดนายนายกรัฐมนตรี ว่า เรื่องนี้เป็นแนวคิดของนายกฯว่าอยากให้มีคณะกรรมการ 3 ชุดขึ้นมาทำทำหน้าที่ศึกษาและนำเสนอความคิดเห็นต่อรัฐบาล ประกอบด้วย 1.คณะกรรมการปฏิรูปการเมือง 2.คณะกรรมการที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายของนายกฯ และ 3.คณะกรรมการพิเศษเพื่อดูแลคดีความต่างๆ ซึ่งในส่วนของคณะกรรมการปฏิรูปการเมือง และคณะกรรมการที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายของนายกฯ ได้ตัวบุคคลค่อนข้างชัดเจนแล้ว แต่ในส่วนของคณะกรรมการพิเศษเพื่อดูแลคดีความต่างๆ ยังอยู่ระหว่างการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหลายคน และในเวลา 08.30 น. ของวันที่ 19 มกราคม ที่ตัวแทนองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนจะเข้าพบนายกฯ ที่ทำเนียบรัฐบาล คาดว่าจะหารือเรื่องนี้ และน่าจะมีความชัดเจนมากขึ้น และน่าจะได้ข้อสรุปเกี่ยวกับรูปแบบในขั้นสุดท้ายในเร็วๆ นี้
มะกันคุมเข้มสาบานตนปธน.'โอบามา' เป็นประวัติการณ์
ที่มา ไทยรัฐออนไลน์
สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน วันนี้ (19 ม.ค.) นายเอเดรียน เฟนตี้ นายกเทศมนตรีกรุงวอชิงตัน กล่าวถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยสำหรับพิธีสาบานตนของ นายบารัค โอบามา ว่า ทางการได้เตรียมความพร้อมเพื่อจะรองรับประชาชนมากถึง 5 ล้านคน ที่คาดว่าจะมาร่วมในพิธีสาบานตนของ นายโอบามา ซึ่งจะก้าวขึ้นเป็นประธานาธิบดีผิวสีคนแรกของสหรัฐ ในวันพรุ่งนี้ ทำให้ต้องมีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดเป็นพิเศษ โดยหน่วยข่าวกรองสหรัฐจะเป็นผู้รับผิดชอบการรักษาความปลอดภัยโดยรวม
ในครั้งนี้จะมีเจ้าหน้าที่รักษาความมั่นคงจากหน่วยงานต่าง ๆ เข้าร่วมจำนวนหลายหมื่นคน นอกจากนี้ ยังจะมีการสุ่มตรวจประชาชนที่จะเข้ามาร่วมงานอย่างละเอียดด้วย อย่างไรก็ดี ขณะนี้ยังไม่พบเบาะแสของการก่อเหตุรุนแรง แต่หน่วยข่าวกรองก็เตรียมพร้อมที่จะรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินได้ในทุกรูปแบบ
รายงานข่าวระบุด้วยว่า หลังนายโอบามา เสร็จสิ้นพิธีสาบานตนรับตำแหน่งเป็นประธานาธิบดีคนใหม่ ทั่วทั้งประเทศสหรัฐก็จะมีการจัดงานเลี้ยงและการแสดงอย่างยิ่งใหญ่ โดยมีการถ่ายทอดสดผ่านทางสถานีโทรทัศน์กันอย่างคึกคัก แต่มีบางสถานที่ที่ได้เริ่มจัดการแสดงต้อนรับนายโอบามาบ้างแล้ว เช่น ที่บริเวณอนุสรณ์สถานลินคอล์น ซึ่งมีการจัดฟรีคอนเสิร์ตตั้งแต่เมื่อเย็นวันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่น โดยมีศิลปินชื่อดังร่วมงานอย่างคับคั่ง เช่น บียอนเซ , โบโน , บรูซ สปริงสทีน และสตีวี วันเดอร์
ทางคณะผู้จัดงานระบุว่า ที่ต้องระดมศิลปินมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง เพราะหวังให้การแสดงจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ในช่วงที่ชาติบ้านเมืองกำลังต้องการความสามัคคีเพื่อรับมือกับความท้าทายอันใหญ่หลวงในขณะนี้
ด้านคณะกรรมการดูแลการจัดพิธีสาบานตนในครั้งนี้ มีแผนจัดทำ ซีดี และดีวีดี รวบรวมการแสดงและงานเลี้ยงทั้งหมดที่จัดขึ้นเนื่องในพิธีสาบานตนรับตำแหน่งของนายโอบามา โดยจะจำหน่ายซีดี และดีวีดีชุดนี้ให้แก่ผู้ที่สนใจ ภายในจะมีเนื้อหาเกี่ยวกับการแสดงและบทเพลงเฉลิมฉลอง ทั้งยังรวบรวมสุนทรพจน์ครั้งสำคัญของนายโอบามาที่เคยกล่าวในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา