WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, January 20, 2009

หา 'แพะ'มารับแทน ปลาป๋องเน่า โบ้ยบริษัทรับสัมปทาน

ที่มา ไทยรัฐ

ยังคงเป็นประเด็นปริศนากรณีความไม่ชอบมาพากล ของปลากระป๋องเน่ายี่ห้อ “ชาวดอย” ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) นำไปบริจาคชาวบ้านตำบลชัยบุรี จังหวัดพัทลุง ทั้งที่ฉลากบนกระป๋องระบุผ่านการตรวจสอบจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และมีระยะเวลาหมดอายุอีก 3 ปี โดย อย. ยังพบพิรุธไร้ตัวตนบริษัทผู้จัดจำหน่ายและบริษัทผู้ผลิต ตามที่อยู่ซึ่งระบุบนกระป๋อง ขณะที่นายวิฑูรย์ นามบุตร รมว.กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ออกโรงแก้เกี้ยวว่า เป็นเพราะบริษัทเอกชนที่รับสัมปทานจัดซื้อจัดจ้างส่งของเน่าแจกชาวบ้านผิดสเปกที่เสนอกระทรวง และขอเวลาจะชี้แจงข้อเท็จจริงในวันที่ 19 ม.ค.นี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 19 ม.ค. ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายวิฑูรย์ นามบุตร รมว.กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ เปิดแถลงความคืบหน้าการสอบสวนเรื่องปลากระป๋องเน่า ว่า นายวัลลภ พลอยทับทิม ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ได้รายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาความเดือดร้อนที่จังหวัดพัทลุง กรณีปลากระป๋องไม่ได้คุณภาพให้รับทราบแล้ว หลังจากที่ได้สั่งการให้ตรวจสอบเมื่อวันที่ 14 ม.ค. โดยอ้างว่า ถุงยังชีพดังกล่าวเป็นของที่สำนักงานปลัดกระทรวง ได้รับบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธาที่ชื่อนายวิเชน สมมาต อดีตรองเลขาธิการสมาคมชาวจังหวัดพัทลุง และประกอบธุรกิจหลายอย่าง ที่แจ้งจะบริจาคถุงยังชีพให้แก่ผู้ประสบความเดือดร้อนจังหวัดพัทลุง จำนวน 5,000 ชุด โดยนายวิเชนเป็นผู้ดำเนินการจัดส่งให้กับประชาชนผู้เดือดร้อนเอง ซึ่งสำนักงานปลัดกระทรวง เป็นเพียงผู้ประสานไปยังพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพัทลุงทราบ เพื่อดำเนินการตามเจตนารมณ์ของผู้บริจาค เบื้องต้นได้มอบถุงยังชีพให้กับประชาชนจังหวัดพัทลุงไปแล้ว 1,500 ชุด และเกิดปัญหา ทั้งนี้ในช่วงปีงบประมาณ 2552 สำนักงานปลัดกระทรวง ยังไม่มีการจัดซื้อถุงยังชีพแต่อย่างใด

นายวิฑูรย์ยังกล่าวอีกว่า ขณะนี้สั่งการให้ตั้งคณะ กรรมการตรวจสอบคุณภาพสิ่งของบริจาคที่จะมอบให้กับประชาชน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นอีก รวมทั้งการจัดซื้อจัดจ้างสิ่งของ เพื่อนำไปบริจาคจะต้องมีการปฏิบัติตามระเบียบและดำเนินการจัดซื้อเท่าที่จำเป็น และต้องคำนึงถึงคุณภาพ เนื่องจากชาวบ้านเดือดร้อนอยู่แล้ว ไม่ควรไปซ้ำเติม

นอกจากนี้ นายวิฑูรย์ยังกล่าวไปถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรี สั่งให้ตรวจสอบสิ่งของบริจาคต่างๆ รวมถึงผ้าห่ม ที่พบว่าไม่ได้คุณภาพเช่นกันว่า ในส่วนของผ้าห่มนั้น มีหลายหน่วยงานบริจาค ทั้งสภากาชาดไทย หรือท้องถิ่นจัดซื้อเพื่อบริจาคเอง และส่วนใหญ่เป็นของที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยบริจาค ที่ผ่านมากระทรวงการพัฒนาสังคมฯ จัดซื้อผ้าห่มแจกให้กับประชาชนที่เดือดร้อนไปบ้าง แต่จำนวนไม่มาก เท่าที่ทราบขณะนี้ยังไม่ปรากฏว่ามีการจัดซื้อไม่ตรงสเปก แต่หากมีข้อมูลการจัดซื้อสิ่งของไม่ถูกต้อง สามารถแจ้งมาที่ตนได้โดยตรง

ผู้สื่อข่าวถามถึงเหตุผลที่นายวิเชนไม่ไปบริจาคช่วยเหลือประชาชนโดยตรง ทั้งที่เป็นคนจังหวัดพัทลุงเช่นเดียวกับชาวบ้านที่เดือดร้อนจากอุทกภัย นายวิฑูรย์ ตอบแทนนายวิเชนว่า ปัจจุบันนายวิเชนมีที่อยู่อาศัยใน กทม. และเข้าใจว่าสาเหตุที่นายวิเชนบริจาคผ่านกระทรวงเพราะอยากได้เครดิต

ผู้สื่อข่าวจึงถามต่ออีกว่า นายวิเชนจะต้องเป็นผู้ รับผิดชอบกรณีทำให้ชาวบ้านเสียหายหรือไม่ ก็ได้รับ คำตอบจาก รมว.พม.ว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ประสานงานไปยังนายวิเชนแล้ว แต่อยากให้เข้าใจด้วยว่า บางครั้งผู้บริจาคมีความปรารถนาดี โดยที่ไม่รู้ว่าสิ่งของที่นำมาบริจาคไม่มีคุณภาพ ก็ต้องให้ความเป็นธรรมด้วย เมื่อถามอีกว่า แล้วกระทรวงจะฟ้องร้องแทนประชาชนหรือไม่ นายวิฑูรย์ตอบว่า เรื่องนี้จะต้องพยายามหาต้นตอร่วมกัน ซึ่งกระทรวงเองจะตั้งคณะกรรมการติดตามเรื่องนี้

อย่างไรก็ดี เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงการแถลงข่าวชี้แจงครั้งนี้ มีการตั้งข้อสังเกตว่า เหมือนจัดฉาก เพราะราวกับ หนังคนละม้วนหรือไม่ เนื่องจากก่อนหน้านี้ ตัวนายวิฑูรย์เองเคยแถลงว่าเป็นความผิดของบริษัทเอกชนรายหนึ่ง ที่ได้รับสัมปทานจัดซื้อจัดจ้าง ส่งของไม่ตรงสเปกที่เสนอกระทรวง ปรากฏว่านายวิฑูรย์ถึงกับมีอาการเลิ่กลั่ก และอ้ำอึ้งก่อนตอบว่า ขอยืนยันว่าไม่มีการจัดฉาก การแถลงเป็นไปตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

จากนั้นนายวิฑูรย์ก็ได้ให้เบอร์โทรศัพท์ของนายวิเชน เบอร์ 08-7135-2201 กับสื่อมวลชน โดยกล่าวว่า หากไม่เชื่อก็โทร.ไปถามได้ ซึ่งผู้สื่อข่าวจึงกดโทรศัพท์ตามเบอร์ ที่ได้รับทันที เพื่อสอบถามว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรแน่ และมีผู้รับปลายสายบอกว่าคือ นายวิเชน สมมาต คนที่นายวิฑูรย์อ้างถึงว่าเป็นผู้บริจาคปลากระป๋องเน่า และได้ตอบยืนยันมาว่า ไม่ทราบมาก่อนว่าปลากระป๋องที่นำไปช่วยเหลือประชาชนจะเน่าเสีย เพราะได้สั่งการให้ลูกน้องเป็นผู้ดำเนินการจัดซื้อ ส่วนสาเหตุที่ตนบริจาคของผ่านทางกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ เนื่องจากไม่มีกำลังพอจะจัดส่งสิ่งของไปเอง ส่วนที่มีข่าวว่าจะมีการฟ้องร้องผู้บริจาคนั้น หากฟ้องร้องจริง ต่อไปก็คงไม่มีใครกล้าบริจาคสิ่งของอีกแล้ว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามไปว่า ได้ติดต่อขอบริจาคมาตั้งแต่ เมื่อไหร่ นายวิเชนตอบว่าเป็นผู้ประสานกับกระทรวงการพัฒนาสังคมฯเอง เมื่อต้น ม.ค. แต่เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามซักถามอีก นายวิเชนก็ตัดบทอ้างว่ากำลังติดประชุมอยู่ และวางสายไป ต่อมามีสื่อมวลชนจากสำนักอื่นๆ โทรศัพท์ กลับไปสัมภาษณ์อีกหลายครั้ง จนนายวิเชนได้ปิดมือถือในที่สุด

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนางถนอมศรี กุลวชิรา ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานกลาง พม. ว่าในการบริจาคสิ่งของทางระเบียบราชการจะมีการจัดซื้อทั้งจากส่วนกลางและส่วนท้องถิ่น สำหรับกรณีนี้ นายวิเชนเป็นผู้ติดต่อมาเพื่อขอบริจาคและแจ้งความจำนงจะเป็นผู้จัดส่งของเอง ดังนั้น การบริจาคครั้งนี้ ทางกระทรวงฯไม่ได้ใช้ งบประมาณใดๆ ทั้งสิ้น โดยทางส่วนกลางรับเรื่องประมาณเดือนมกราคมว่านายวิเชนจะบริจาค

กระนั้นเมื่อผู้สื่อข่าวไปตรวจสอบที่ศูนย์รับบริจาคเพื่อการสงเคราะห์ผู้เดือดร้อน ของกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ซึ่งเป็นหน่วยลงทะเบียนผู้บริจาคสิ่งของช่วยเหลือประชาชน ปรากฏว่าตั้งแต่เดือน ธ.ค.2551 จนถึงวันที่ 19 ม.ค. 2552 ไม่ปรากฏผู้บริจาคที่ชื่อนายวิเชน สมมาต แต่อย่างใด ทั้งนี้ ทางศูนย์ฯยังชี้แจงว่าผู้บริจาคทุกคนหากมาบริจาคสิ่งของให้กระทรวงฯ จะต้องมีหลักฐานเป็นใบเสร็จออกให้ทุกราย นอกจากนี้ จากการตรวจสอบชื่อสมาคมชาวจังหวัดพัทลุง หรือสมาคมชาวพัทลุง ผ่านระบบสืบค้นหาผ่านอินเตอร์เน็ต ก็ไม่ปรากฏชื่อนายวิเชนสมมาต แต่อย่างใด

แกนนำเสื้อแดงบุกขอทุน “เจ๊แดง”

ที่มา ไทยรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง เมื่อวันที่ 19 ม.ค. ที่พรรคเพื่อไทย นายขวัญชัย ไพรพนา ประธาน ชมรมคนรักอุดรฯ ให้สัมภาษณ์เปิดเผยก่อนเข้าพบแกนนำพรรคเพื่อไทย ว่า ต้องการมาหารือกับนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ภรรยานายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ ว่า ให้ทราบถึงแนวการเคลื่อนไหวว่า วันนี้พรรคต้องเคลื่อนมวลชน อย่าไปหวังเกมในสภา เพราะเราสู้ไม่ได้ และจะขอสนับสนุน งบประมาณในการเดินทางมาร่วมชุมนุมอย่างไร เนื่องจากแกนนำคนเสื้อแดง ทั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง เห็นตรงกันว่า ในวันที่ 22-24 ม.ค. จะนำมวลชน 1-3 หมื่นคน มาปักหลักชุมนุมที่หน้ากระทรวงการต่างประเทศ เพื่อกดดันนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ให้ออกจากตำแหน่ง และโจมตีนโยบายประชานิยมของรัฐบาลที่พยายามแจกเพื่อเอาใจ ทั้งนี้ หากนางเยาวภาไม่เห็นด้วยตนจะโทรศัพท์ไปประสานกับแกนนำแต่ละจังหวัด บอกว่า ไม่ต้องมา เพราะเหนื่อยเปล่า นอกจากนี้ อยากบอกนาง เยาวภาว่า ที่ผ่านมาการทำงานมวลชน หากให้ ส.ส.จัดการเรื่องงบประมาณจะถูกแบ่งเปอร์เซ็นต์ไปเยอะมาก โดย ส.ส.รอเงินทอน เช่น ให้ 100 เข้ากระเป๋า 80 เหลือ 20 เอามา ทำงาน แต่หากเป็นมวลชนให้ 100 เราทำ 200 เกินด้วยซ้ำ

แห้วกลับไป มาคุยใหม่หลังตรุษจีน

จนกระทั่งเวลา 19.00 น. นายขวัญชัยให้สัมภาษณ์ ภายหลังการเข้าพบแกนนำพรรคเพื่อไทยว่า ไม่ได้เข้าพบ กับนางเยาวภา แต่ได้พบกับนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ ส.ส. เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย แทน โดยแกนนำพรรคได้ซักถาม ว่า จะใช้งบประมาณในการเคลื่อนไหวเท่าไร ได้บอกไปว่า คำนวณไม่ถูก เพราะที่ผ่านมาเคลื่อนไหว 3 ปี ไม่เคยใช้ เงินพรรค แต่ใช้เงินของชมรมคนรักอุดร ทั้งนี้ ได้ข้อสรุป ตรงกันว่า หลังเทศกาลตรุษจีนวันที่ 26 ม.ค. ให้มาคุยกัน อีกครั้ง เนื่องจากถ้าเคลื่อนไหวช่วง 22-24 ม.ค. ก่อนเทศกาล ตรุษจีน จะไม่ได้รับแรงสนับสนุน เสียของเปล่า เพราะคน กทม.จะหายไปเที่ยวต่างจังหวัด

“จตุพร” ลั่นเสื้อแดงไม่ใช้แกนนำ

ขณะที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวถึงความเคลื่อนไหวของกลุ่มคน เสื้อแดงว่า ภายในสิ้นเดือนนี้ หรือต้นเดือนหน้า จะมีการ นัดประชุมกลุ่มคนเสื้อแดงหนึ่งครั้ง ส่วนแนวทางของคนเสื้อแดง นั้น จะนำบทเรียนของกลุ่มพันธมิตรฯมาศึกษา แต่ต้องการให้คนเสื้อแดงเติบโตโดยไม่ต้องมีสายบังคับ บัญชา ไม่ต้องมีแกนนำ เพราะเชื่อมั่นว่าจะแข็งแรงกว่า มีพลังมากกว่า จะให้เกิดเป็นแม่น้ำร้อยสาย ซึ่งเราได้พิสูจน์ แล้วจากการชุมนุมที่สนามหลวง และราชมังคลากีฬาสถาน วันนี้ประชาชนไปไกลกว่านักการเมืองแล้ว ถ้านักการเมืองไม่เดินตามประชาชนเขาก็ไม่เอาด้วย ทั้งนี้ คาดว่าในการ ประชุม ครม. วันที่ 20 ม.ค. จะมีการแต่งตั้งคนในพันธมิตรฯ เข้าไปมีตำแหน่งในรัฐบาลเป็นการตอบแทน ระหว่างคน ที่ร่วมกันโค่นล้มประชาธิปไตย เรื่องนี้จะเป็นการเติมเชื้อไฟให้กับประชาชนมากขึ้นไปอีก

รัฐบาลมึนไม่มีช่อง ก.ม.ฟันดีทีวี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 16.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกฯ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมาย นายกรัฐมนตรี โดยมีคณบดีคณะนิติศาสตร์ จากมหาวิทยาลัย ชื่อดังเข้าร่วมประชุมนัดแรกอย่างไม่เป็นทางการ ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง จากนั้นนายสมคิด เลิศไพฑูรย์ คณบดีคณะ นิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวว่า นายสาทิตย์ได้มอบ หมายงานให้กลับไปพิจารณา พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ ที่จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯในอีก 2 สัปดาห์ ข้างหน้า เมื่อถามว่า การที่รัฐบาลมอบหมายให้ดูกฎหมาย พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ เพื่อจัดการกับสถานีโทรทัศน์ ดีทีวีใช่หรือไม่ นายสมคิดตอบว่า นายสาทิตย์เคยหารือนอกรอบกรณีการเปิดสถานีดีทีวี ในฐานะนักกฎหมายได้ ให้ความเห็นไปว่า แม้ประเทศไทยจะมีกฎหมายควบคุมไม่ให้มีการเปิดสถานีโทรทัศน์ขึ้นมาใหม่ แต่การดำเนินการของดีทีวีเหมือนกับการเปิดสถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี ซึ่งเป็นสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมที่ไปเปิดในต่างประเทศ ยิงสัญญาณเข้ามาที่ประเทศไทย ทั้งที่ยังไม่มีกฎหมายควบคุมการยิงสัญญาณจากต่างประเทศ จึงยังไม่มีช่องทาง ดำเนินการเอาผิดได้

พท.เล็งแก้ปัญหากลุ่มก๊วนป่วน

วันเดียวกัน ที่พรรคเพื่อไทย นายสุชาติ ลายน้ำเงิน ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความแตกแยกภายในพรรคเพื่อไทยว่า ที่ประชุม ส.ส.วันที่ 20 ม.ค.นี้ จะหารือถึงการปรับโครงสร้างพรรค เพื่อขจัดปัญหากลุ่ม ก๊วน มุ้งภายในพรรค เนื่องจากที่ผ่านมีปัญหามากในการควบคุม ส.ส. เพราะส่วนใหญ่เชื่อฟังหัวหน้ากลุ่มมากกว่าผู้บริหารพรรค เห็นได้ชัดเจนกรณี ส.ส.ออกจากพรรคไปเป็นกลุ่ม ส่วนกรณีที่ความเคลื่อนไหวภายในต้องการให้เปลี่ยนหัวหน้าพรรคนั้น นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรค เคยบอกว่าพร้อมสละตำแหน่ง เพื่อเปิดทางให้คนที่เป็น ส.ส.เข้ามาเป็นหน้าพรรค และผู้นำฝ่ายค้าน โดยที่ประชุม ส.ส.ก่อนหน้านี้สนับสนุน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค แต่ ร.ต.อ.เฉลิมยืนยันว่าไม่รับ โดยจะให้เกียรตินายยงยุทธทำงานไปก่อน อย่างไรก็ตาม พรรคเพื่อไทยมีบุคคลที่สามารถเป็นหัวหน้าพรรคได้ เช่น นายวิทยา บุรณศิริ ส.ส.พระนครศรีอยุธยา แต่ติดที่นายวิทยาอาจไม่เหมาะที่จะเป็นผู้นำฝ่ายค้าน เพราะเกมสภาต้องใช้คนที่มีบุคลิกดุเด็ด เผ็ดร้อน ตรงนี้ ร.ต.อ. เฉลิมเหมาะสมที่สุด ยังเชื่อว่าในอนาคตถ้าไม่มีใครรับตำแหน่งหัวหน้าพรรค ร.ต.อ.เฉลิมจะตอบรับในที่สุด

ตั้ง ส.ส.ฝีปากจัดรับมือเกมสภา

นายสุชาติกล่าวว่า ส่วนกรณีที่ฝ่ายค้านเตรียมรับมือการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยสามัญทั่วไปในวันที่ 21 ม.ค.นั้น พรรคได้ตั้งทีมตอบโต้ในที่ประชุมสภาฯแล้ว นำโดย ร.ต.อ.เฉลิม ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ นายสุนัย จุลพงศธร นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน ส่วนกรณีที่จะยื่นญัตติเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนั้น คงยังไม่ยื่นญัตติอภิปรายในเร็วๆนี้ จะปล่อยให้รัฐบาลได้บริหารประเทศไปก่อน แต่พรรคได้แบ่ง ส.ส.เป็นคณะทำงานติดตามการบริหารงานตามกระทรวงต่างๆแล้ว เช่น กระทรวงมหาดไทยจะมีทีมของ ร.ต.อ.เฉลิม และนาย สุนัยรับผิดชอบในการตรวจสอบ และรวบรวมข้อมูลส่งให้ทีมอภิปรายได้นำไปใช้ในสภา

ทำเนียบฯ ได้คืนรถตู้จอดทิ้งทุ่งนา

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น. ที่หน้าอาคารสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี นายสมนึก นาสวัสดิ์ หัวหน้าหมวดรถยนต์ ทำเนียบรัฐบาล ได้พาเจ้าหน้าที่ พิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 10 นาย เดินทางมาตรวจพิสูจน์หลักฐาน รถตู้โตโยต้า สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน 41-5160 ของสำนักเลขาธิการ ครม. ซึ่งถูกขโมยไปตั้งแต่ช่วงที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเข้ามาปักหลังชุมนุมในทำเนียบรัฐบาล

โดยนายสมนึกเปิดเผยว่า ได้รับแจ้งว่ารถตู้คันดังกล่าวได้หายไปตั้งแต่วันที่ 26 พ.ย. 51 พร้อมกับรถคันอื่นๆ จึงได้เข้าแจ้งความ สน.ดุสิตไว้ในวันที่ 2 ธ.ค. 51 กระทั่งวันที่ 24 ธ.ค. ได้รับแจ้งจาก สภ.ทะเลน้อย อ.ควนขนุน จ.พัทลุง ว่าได้พบรถตู้คันดังกล่าวจอดทิ้งไว้ในทุ่งนา บ้านท่าช้าง หมู่ 5 ต.พนาตุง อ.ควนขนุน จ.พัทลุง เจ้าหน้าที่ ตำรวจจึงได้นำรถคันดังกล่าวมาจอดไว้ที่ สภ.ทะเลน้อย และติดตามผู้ต้องหามาดำเนินคดี และได้แจ้งให้ตนไปรับรถคันนี้เมื่อวันที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมา จึงได้ขับมาจอดไว้ที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 17 ม.ค. และแจ้งให้ สน.ดุสิตรับทราบ

กฎเหล็กเซียนเต่า หมอดูต้องมีจริยธรรม

ที่มา ไทยรัฐ

เศรษฐกิจปี พ.ศ. 2552 ฟุบอีกครั้ง คนตกงานนับวันยิ่งเพิ่ม การเมืองยังง่อนแง่นไม่รู้ชะตากรรม แล้วประชาชนตาดำๆจะอยู่กันอย่างไร

ปรัชญายึดเหนียวจิตใจ และใช้เป็นหลักปฏิบัติได้จริงคือ แนวดำเนินชีวิตตามปรัชญาพอเพียง เพราะไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นมา เราก็ต้องพึ่งพาตนเอง เหมือนพุทธสุภาษิต ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน

เรื่องเศรษฐกิจเมื่อถามหมอดู เซียนเต่า หรืออาจารย์ฉัตรประเสริฐ รวยโภคทรัพย์ บอกว่า ปีนี้ยังจะไม่ดีขึ้น แถมยังเป็นปีวัวไฟพ่นไอร้อนเผาผลาญสรรพสิ่ง เป็นเหตุให้ต้องระวังอุบัติเหตุด้านไฟให้มากๆ

มีแนวโน้มว่าจะเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนกันและเกิดไฟลุกบ่อยๆเซียนเต่าทำนาย

คนที่เชื่อเรื่อง ปีชงเซียนเต่าบอกว่า ปีชงใน พ.ศ. 2552 นี้มีปีมะเส็ง ปีมะแม ปีระกา และปีฉลู คนที่เกิดปีฉลูไม่ต้องตกใจ เพราะไม่ได้หมายความว่าคนปีฉลูจะต้องชงไปทุก พ.ศ. เพราะชงเฉพาะคนที่เกิดปีฉลู ใน พ.ศ. 2480 พ.ศ. 2492 พ.ศ. 2528 และ 2540 เท่านั้น ส่วนคนที่เกิดปีฉลู พ.ศ. 2504 และ พ.ศ. 2516 เป็นปีที่ดี

คนที่เกิดปีชง เพื่อความเป็นสิริมงคลต่อชีวิต เซียนเต่าแนะนำให้ไหว้เทพเจ้า และทำบุญใส่บาตรเข้าไว้มากๆ เหมือนที่ สุรพล สมบัติเจริญ เคยเขย่าลูกคอบอกไว้ว่า วันโกนวันพระอย่าให้ขาด ทำบุญใส่บาตรให้ทุกๆวันนั้นเอง

สำหรับปีที่ดีหรือเจริญรุ่งเรืองใน พ.ศ. 2552 นี้ เซียนเต่าบอกว่า ได้แก่คนที่เกิดปีชวด ปีวอก และปีมะโรง เมื่อพลิกแฟ้มปีเกิดคนเด่นและดังแห่งปีก็พบว่า ปีมะโรงเป็นปีเกิดของนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน

เรื่องการทำนายชะตาคนและบ้านเมืองเซียนเต่าออกตัวว่า เรื่องการเมืองไม่ค่อยถนัด และให้เหตุผลว่า ศาสตร์ที่เรียนมา แม่ใหญ่มาจากอี้จิงของปรมาจารย์ที่เป็นชาวจีน คนจีนเก่งเรื่องการค้าขาย ดังนั้น เรื่องทำมาหาค้าขายจึงถนัดกว่า

แต่เมื่อให้ดูการเมืองไทย เซียนเต่าบอกว่า นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ยังจะอยู่ได้อีกประมาณ 1 ปี 3 เดือน และอาจอยู่ได้ถึงครบเทอม

ส่วนอดีตนายกรัฐมนตรีคนที่มีข่าวว่าถูกถอดยศ คำตอบคือ ท่านยังไม่ได้ให้ผมดูดวงของท่านนี่ครับ

คนที่ต้องการให้เซียนเต่าทำนาย ท่านบอกว่าไม่อาจบอกที่ติดต่อได้ เนื่องจากติดขัดเรื่องข้อวัตรปฏิบัติตน คนเข้าไปดูส่วนใหญ่เชิญไปดูที่บ้าน และคนเหล่านั้นติดต่อผ่านลูกศิษย์ที่มีอยู่ทั้งในและต่างประเทศ

เรื่องค่าดูสำหรับในประเทศเท่าที่ผ่านมาเริ่มจากเลข 5 หลักเรื่อยไปถึง 7 หลัก ถ้าเป็นต่างประเทศ ราคาจะเริ่มที่เลข 6 หลัก และจำนวนนี้ไม่รวมค่าเครื่องบินโดยสาร ค่าอาหาร ค่าที่พัก และค่าล่ามแปลเมื่อต้องใช้ภาษาต่างประเทศ

เซียนเต่าบอกว่า ปัจจุบันเดินสายไปทำนายดวงทั้งที่ประเทศสิงคโปร์ ไต้หวัน ฮ่องกง และมาเลเซีย การติดของลูกค้าต่างประเทศนั้น ส่วนใหญ่ ลูกศิษย์ลูกหาที่กรุงเทพฯแนะนำกันเอง ปากต่อปาก ผมไม่เคยใช้สื่อ เพิ่งจะมาออกทีวีและเพิ่งเปิดตัวกับหนังสือพิมพ์ไทยรัฐนี่แหละครับ

เรื่องค่าดูอันโหดร้าย ไม่ว่าจะเป็นในและนอกประเทศ

เซียนเต่าบอกว่าเมื่อก่อนกับเดี๋ยวนี้ต่างกันแล้ว เพราะเมื่อก่อนถ้าไม่เป็นไปตามจำนวนที่บอกก็อย่าหวังว่าจะได้ดู บางทีผมนัดกับคนดูไว้ 2 คน เพราะวันหนึ่งผมจะรับได้แค่ 2 คนเท่านั้น เมื่อคนที่สองแจ้งความประสงค์ว่า ต้องการดูก่อนเพราะคนที่ดูก่อนจะได้เปรียบในเรื่องความแม่นยำ เนื่องจากพลังจิตผมยังเข้มแข็งอยู่ ทำให้ดูแม่น คนที่สองอยากดูก่อนแล้วก็เสนอเงื่อนไขว่า ขอเพิ่มเงินให้มากกว่าเก่า ผมก็เปลี่ยนคนที่สองขึ้นมาเป็นคนที่หนึ่งเลย

ส่วนคนที่สอง ผมก็บอกเขาตรงๆ ว่าผมมีแขกสำคัญ ถ้าจะกลายเป็นคิวสองได้ไหม เขาก็บอกว่าได้เซียนเต่ายอมรับถึงความหน้าเลือดของตนเอง

อาจเพราะสาเหตุนี้เอง ทำให้วันหนึ่งเซียนเต่าต้องพบกับวิกฤติของชีวิต เหตุการณ์ครั้งนี้เอง ที่ทำให้ค่าดูเปลี่ยนไป

อยู่มาวันหนึ่ง อาจารย์หลี่มาเข้าฝันผม อาจารย์บอกว่า วิชาที่สอนให้ผมนั้น มันเป็นวิชาฟ้าและดิน เป็นวิชาสูงส่ง ต้องการให้ผมไว้เพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ไม่ใช่ให้เอามาขูดรีดเอากับชาวบ้านกินเซียนเต่าบอก

หลังจากอาจารย์มาเข้าฝัน ผมดูดวงให้ใครไม่ได้เลย มันมืดไปหมดเลยครับ ไม่ว่าจะแก้ไขอย่างไรก็ไม่เป็นผล

เมื่อทำบุญสุนทานแก้กรรม สามารถดูดวงได้เหมือนเดิม เซียนเต่าบอกว่าค่าดูดวงไม่ได้เรียกร้องเหมือนก่อนแล้ว ลูกศิษย์จะให้เท่าไรก็ใส่ซองมา ซองเหล่านั้น อาจารย์เอาไปทำบุญตามวัดต่างๆ

ส่วนคนจนนั้น ถ้าจนจริงๆ ผมก็ดูให้ฟรีครับ

การปฏิบัติตนของเซียนเต่า อาจารย์บอกว่า ตอนนี้ถือศีล 8 ประพฤติพรหมจรรย์ ตื่นมาตี 4 สวดมนต์ ไหว้พระ เดินจงกรม เจริญจิต เข้าวิปัสสนา แล้วสวดมนต์แผ่เมตตา สวดแผ่เมตตา 2 ครั้ง คือ ก่อนนอนและตอนเช้า เพื่อแผ่เมตตาให้แก่ลูกศิษย์ทั้งหลาย เพราะเมื่อเขาเชื่อเราแล้ว เราแนะนำให้เขาปฏิบัติแล้ว เราแผ่เมตตาให้เขา เขาก็จะเจริญรุ่งเรือง

การเข้าวิปัสสนากรรมฐาน จะทำก็ต่อเมื่อ เราทายอะไรออกไปแม่นเกินไป เราต้องรีบไปแก้ เราต้องแก้ในตัวเรา เพราะถ้าไม่ทำมันจะเข้าตัวเรา นี่เป็นความเชื่อนะครับ เพราะว่าครูบาอาจารย์สายวิปัสสนาสอนผมมาอย่างนี้

ส่วน เต๋าเองก็มีวิปัสสนาเหมือนกัน แต่ผมเข้าไม่ถึง ผมกลับไปได้สายวัดป่าแถวจังหวัดอุดรธานี สกลนคร เป็นพระสายธรรมยุติ พระสายป่าสอนการวิปัสสนาผม จนได้รู้แก่นของหมอดูขั้น 9 เมื่อก่อนผมได้แค่ขั้น 7 เท่านั้นเอง

เมื่อถามถึงการสอนศิษย์ เซียนเต่าบอกว่า ไม่มีครับ แต่ก่อนผมมีลูกศิษย์เหมือนกัน แต่เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้ว เพราะเรียนยากมาก ไม่มีใครเรียนได้ วิชาเหล่านี้ยากมาก ปัจจุบันนี้ ผมเองก็ยังศึกษาไม่จบ ต้องศึกษาไปเรื่อยๆ

สำหรับการเข้าสมาคมโหราศาสตร์ เซียนเต่าบอกว่า ไม่ได้เข้าไปร่วมกิจกรรมใดๆ ผมไม่เข้าสมาคมอะไรเลย ไม่สังกัดสมาคมไหน ผมอยู่สำนักของผมเอง คืออยู่บ้าน สวดมนต์ไหว้พระปกติ อยู่ในกฎเกณฑ์ของอาจารย์ตามลัทธิเต๋า

สถานภาพยามนี้คือ ผมเป็นนักพรตลัทธิเต๋าครับ

อาชีพโหรในเมืองไทย เซียนเต่าบอกว่า โหรในเมืองไทยเป็นอาชีพที่ดี ถ้าหมอดูมีคุณธรรม คือไม่ไปโฆษณาให้คนดูเสียๆ หายๆ คนไทยเราอยู่กับหมอดูมายาวนานแล้ว มีหลักฐานมาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา คือไม่ต่ำกว่า 400 ปี มาแล้ว

คนทำอาชีพหมอดูในปัจจุบัน ถ้าคนไหนเป็นคนดี มีคุณธรรม และจริยธรรมก็ควรสนับสนุน แต่ถ้าคนไหนไปหลอกลวงคนดู ไปต้มไปตุ๋นชาวบ้าน ไม่มีคุณธรรมในวิชาชีพของตนเอง คนพวกนี้เป็นคนไม่ดี ก็ไม่ควรสนับสนุน

จริยธรรมของหมอดู สำหรับเซียนเต่าแล้ว เราต้องไม่ไปละลาบละล้วงเรื่องส่วนตัวของเขา อันที่สองอย่าไปหลอกไปต้มเขา ไม่ใช้หลักหมอดูไปข่มเหงรังแกเขา ไปทำวิชาอาคมไปหลอกเขาด้วยกายก็ดี ด้วยใจก็ดี สิ่งเหล่านี้ไม่พึงกระทำ

กฎของหมอดู แต่ละสำนักไม่เหมือนกัน สำหรับของผมคือ 1.ห้ามนำเรื่องส่วนตัวของคนดูไปพูดต่อ ดูแล้วต้องจบเลย 2.เรื่องผัวเมียจะไม่ค่อยดูกัน ผัวเมียทะเลาะกัน ไปมีชู้เหล่านี้ไม่เอา 3. คนจนไม่เอาตังค์ คนจนจริงๆ ผมไม่เอาตังค์เลย

เซียนเต่ากล่าวทิ้งท้ายด้วยเสียงหนักแน่น.

ฟ้าเปลี่ยนสีที่อเมริกา

ที่มา ไทยรัฐ

วันนี้ (อังคารที่ 20 มกราคม 2552) เป็นวันสำคัญอย่างยิ่งวันหนึ่งที่สมควรแก่การบันทึกไว้

เพราะจะเป็นวันที่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นที่ประเทศใหญ่ประเทศหนึ่ง ซึ่งคาดกันว่าจะมีผลกระทบอย่างมากต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกนับจากนี้เป็นต้นไป

ใช่แล้วครับ...วันนี้เวลาประมาณเที่ยงคืนบ้านเรา จะมีพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีของคุณ บารัก ฮุสเซน โอบามา ณ บริเวณปะรำพิธี หน้าตึกรัฐสภาสหรัฐอเมริกัน กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.

นับเป็นคนอเมริกันผิวสีคนแรกที่จะขึ้นดำรงตำแหน่งอันยิ่งใหญ่ของประเทศมหาอำนาจสูงสุดของโลกประเทศนี้

คนผิวดำที่เคยเป็นพลเมืองอันต่ำต้อยของประเทศนี้ จะขึ้นบริหารประเทศ โดยความยินยอมพร้อมใจของประชาชน 69,456,892 คน ที่เลือกเขาขึ้นมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี คนที่ 44 ของสหรัฐฯ

คาดว่าในพิธีสาบานตนที่กรุงวอชิงตัน จะมีประชาชนไปร่วมเป็นสักขีพยานไม่ต่ำกว่า 1 ล้าน 5 แสนคน และอาจจะสูงถึง 2 ล้านคน หากดินฟ้าอากาศเป็นใจ

ขณะนี้มีรายงานว่าอากาศที่วอชิงตันค่อนข้างหนาวเย็น อุณหภูมิขณะมีพิธีน่าจะอยู่ราวๆ 30-32 องศาฟาเรนไฮต์ หรือใกล้ๆ 0 องศาเซลเซียส

หากมีผู้คนมาร่วมตามจำนวนที่ประมาณการไว้ จะทำให้พิธีสาบานตนครั้งนี้เป็นพิธีสาบานตนที่มีคนอเมริกันมาร่วมเป็นสักขีพยานมากที่สุด

เพราะสถิติเก่าที่อดีตประธานาธิบดี ลินดอน จอห์นสัน ทำไว้เมื่อปี 1965 ก็คือ 1 ล้าน 2 แสนคน ซึ่งยังไม่มีใครทำลายได้มาถึงบัดนี้

เทียบกับ 2 ครั้งที่ประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู. บุช เข้าสู่พิธีรับตำแหน่ง มีประชาชนมาร่วมด้วยช่วยเชียร์ประมาณครั้งละ 300,000 คน เท่านั้นเอง

ว่าไปแล้วพิธีสาบานตนของคุณบารัก โอบามา เริ่มตั้งแต่วันที่ 17 มกราคมแล้วด้วยซ้ำ เมื่อรถไฟขบวนหนึ่งออกเดินทางจากฟิลาเดลเฟียมาสู่วอชิงตัน ดี.ซี.

ว่าที่ประธานาธิบดี บารัก โอบามาและครอบครัวเป็น 1 ในผู้โดยสารของรถไฟขบวนพิเศษขบวนนี้ เจริญรอยตามประธานาธิบดีลินคอล์น ที่นั่งรถไฟเข้ารับตำแหน่งในอดีตกาล

ขบวนรถไฟหยุดพักในเมืองประวัติศาสตร์สำคัญๆ อาทิ วิลมิงตัน, เดลาแวร์, บัลติมอร์ และแมรีแลนด์ เป็นต้น

จากนั้นก็จะมีงานเฉลิมฉลองต่างๆในกรุงวอชิงตัน ตั้งแต่วันที่ 18 มกราคม และจะไปสิ้นสุดในวันที่ 21 มกราคม โดยทั้ง 4 คืนที่กล่าวนี้ ทางการจะอนุญาตให้บาร์และไนต์คลับเปิดได้จนถึงตี 5 เป็นกรณีพิเศษ

ตามกำหนดการที่แจ้งไว้ พิธีสาบานตนของประธานาธิบดี จะเริ่มในเวลาเที่ยงตรงตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งก็คือเที่ยงคืน คืนนี้บ้านเรา

ก่อนหน้านั้นจะเป็นขบวนพาเหรดต่างๆซึ่งจะเริ่มตั้งแต่ 10.00 น. หรือ 4 ทุ่ม

ในพิธีสาบานตน บารัก โอบามาจะใช้พระคัมภีร์ไบเบิล เล่มเดียวกับที่ประธานาธิบดี อับราฮัม ลินคอล์น เคยใช้ในพิธีเดียวกันนี้ เมื่อปี 1861

หลังจากพิธีสาบานตนแล้ว จะมีการกล่าวสุนทรพจน์ต่อประชาชนอย่างเป็นทางการ เนื่องในโอกาสที่ได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯอย่างเต็มตัว

คาดกันไว้เช่นกันว่า ในสุนทรพจน์ของท่านจะมีประโยคเด็ดๆ นโยบายเด็ดๆ หรือความคิดที่โดดเด่น ที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงสหรัฐอเมริกา และโลก อีกหลายๆประโยคที่จะนำไปพาดหัวข่าวกันได้

ครับ ในฐานะมิตรที่ดีต่อกัน และประเทศเขาก็เป็นขาใหญ่หรือพี่เบิ้มของโลกจริงๆ การเคลื่อนไหวของเขาล้วนมีผลกระทบต่อโลกในทุกเรื่องไม่ว่าการเมือง เศรษฐกิจ หรือสังคม

คุณบารักเข้ามาในช่วงภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐฯกำลังย่ำแย่ จึงเป็นที่หวังว่า เขาจะสามารถช่วยกอบกู้เอาไว้ได้ รวมทั้งนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงต่างๆทั้งในประเทศเขาเองและต่อโลกเป็นส่วนรวม

คนไทยเราก็คงต้องเอาใจช่วย เพราะถ้าเขาทำสำเร็จ ผลดีก็ย่อมจะตกแก่โลก และได้ผลานิสงส์มาถึงไทยแลนด์เรา

ขณะเดียวกันก็คงจะถือโอกาสนี้ร่ำลาอดีตประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู. บุช ด้วย ซึ่งก็คงจะกลับไปเป็นราษฎรเต็มขั้นในวันนี้

แม้ผลงานของท่านจะทำให้เศรษฐกิจทรุด ทำให้สงครามขยายตัว ซึ่งท่านก็ได้รับผลตอบแทนเป็น รองเท้า จากนักข่าวอิรักไปแล้ว

สำหรับเราไม่มีอะไรขุ่นข้องหมองใจกับท่าน และตลอดเวลาที่ท่านมาเยือนเมืองไทยหลายครั้ง ก็น่ารักและประทับใจ

ขอมอบดอกไม้ 1 ช่อใหญ่ มาเป็นกำลังใจในวันอำลาก็แล้วกันนะครับ...ท่านอดีตประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู. บุช และภริยา.

“ซูม”

ฟอร์มเก่ากลับมาแล้ว

ที่มา ไทยรัฐ

ไม่รู้ช้างจะฉุดอยู่หรือเปล่า

แต่อย่างน้อยก็เป็นความอุ่นใจกับรายการปรับฮวงจุ้ยล่าสุดของพรรคเพื่อไทย ยกช้างหินแกะสลักคู่มาตั้งที่ประตูทางเข้าออกของพรรค

นัยว่า “แก้เคล็ด” สถานการณ์ที่กำลังระส่ำระสาย ไร้แม่ทัพถือธงนำ ในขณะที่ขุนศึกบางส่วนจ้องแหกค่ายหนีภาวะแห้งตายไปอยู่กับค่ายใหม่อย่างพรรคภูมิใจไทย

ท่ามกลางข่าวกระเส็นกระสายอาการขบเหลี่ยมกันเองระหว่างสายตรงเลือดแท้ “นายใหญ่” อย่าง “เจ๊แดง” นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาวอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร กับนายยงยุทธ ติยะไพรัช ลูกน้องที่ร่วมเป็นร่วมตาย

ส่งเด็กในสายออกมาฟัดกันเสียงโหวกเหวกโวยวาย

เรื่องของเรื่อง “หมดตัวเล่น” จะเอามวยตัวหลักมานั่งเป็นหัวหน้าพรรค เอาเข้าจริงก็ไม่มีใครกล้าเสี่ยงเดี้ยงยาว 5 ปี

ชิ่งหนีโทษแบนจากคดียุบพรรค

เพราะตามโปรแกรม “ล้าง 3 น้ำ” ขุดรากถอนโคน “ทักษิณ” เพิ่งผ่านไปแค่ 2 น้ำ คือคิวของพรรคไทยรักไทยมาถึงพรรคพลังประชาชน

พรรคเพื่อไทยจ่ออยู่ในคิวน้ำที่ 3

ใครมานั่งแท่นเก้าอี้หัวหน้าพรรคนำทัพ ก็ทำใจรับชะตากรรมล่วงหน้า

นี่คือเหตุที่มวยเก๋า และคุณสมบัติถูกฝาถูกตัวอย่าง “สารวัตรเหลิม” ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ผู้อาวุโสสูงสุดของพรรค ณ คาบนี้ ต้องบอกปัดตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน

ไม่สนเกียรติประวัติครั้งหนึ่งของชีวิต

และยิ่งไม่คุ้มกันไปใหญ่กับคิวของ “ตัวจริง” ที่ล็อกสเปกกันไว้ที่ชื่อของ น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาวคนเก่งของอดีตนายกฯทักษิณ

เสี่ยงเกินไปที่จะก้าวพรวดพราดเข้ามา

เพราะถ้าเผลอโดนรวบก็จบกัน ยี่ห้อ “ชินวัตร” แทบไม่เหลือ “มวย” ดึงราคา

โดยเงื่อนไขความจำเป็นอย่างที่เห็นๆกัน มันก็เป็นอะไรที่ต้องทำใจยอมรับสภาพกับอาการเครื่องรวนของพรรคเพื่อไทยช่วงถ่ายเลือดแท้

แค่ทรงตัวยืนอยู่ได้ก็เก่งแล้ว

แน่นอนโดยสภาพตั้งลำยังไม่ได้ของพรรคเพื่อไทย รูปเกมถือว่าเข้าทางรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ที่กำลังอยู่ในช่วงขึ้นหม้อ

ไม่ต้องพะวงคู่ต่อสู้

โดยอาการก็อย่างที่เห็นกัน ประชาธิปัตย์เหยียบคันเร่งมิดตั้งแต่ออกสตาร์ต กล้าแม้กระทั่งขุดผีเน่า สปก.4-01 ขึ้นมาท้าทายกระแส

ไม่กลัวประวัติศาสตร์ซ้ำรอย

และถือเป็นปมจิ๊บจ๊อยไปแล้วกับรายการสมนาคุณม็อบพันธมิตรฯ

ล่าสุด นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้อนุมัติโผแต่งตั้งโยกย้ายเอกอัครราชทูตของกระทรวงการต่างประเทศตามที่นายกษิต ภิรมย์ รมว.การต่างประเทศ นำเสนอแล้ว

โดยชื่อที่สะดุดตาก็คือ นายพฤทธิพงศ์ กุลทนันทน์ เอกอัครราชทูตประจำกระทรวง ลูกเขยของ “บุรุษคาบไปป์” น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ ขาประจำเวทีม็อบพันธมิตรฯ โยกเป็นอธิบดีกรมสนธิสัญญา

รับงานคุมเรื่องเขาพระวิหาร

จาก “กษิต” มาถึงคิวของลูกเขย “บุรุษคาบไปป์” เครือข่ายม็อบพันธมิตรฯกุมบังเหียนกระทรวงการต่างประเทศ คุมเกมทวงคืนเขาพระวิหาร

นายกฯฮุน เซน ของเขมรไม่หูผึ่งให้รู้ไป

แต่ที่สะดุ้งยิ่งกว่าถูกตบหน้า ม็อบเสื้อแดงที่กำลังเย้วๆ ตะโกนด่ารัฐบาลของนายกฯอภิสิทธิ์ต้องจ่ายบิลให้ม็อบพันธมิตรฯ

หลักฐานฟ้องจะจะว่า แตะมือเหยียบตีนเล่นกันมา

แต่อย่างว่า โดยเงื่อนไขการเมืองภายในประเทศที่ประชาธิปัตย์กำลังขึ้นหม้อ คุมเกมส่วนใหญ่ไว้ได้ นาทีนี้ไม่สนอะไรอยู่แล้ว

ล่าสุด “เทพเทือก” นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ออกลีลาหูทวนลม พูดสีหน้าเรียบเฉย

ไม่เคยได้ยินเสียงเรียกร้องของม็อบเสื้อแดง

ไม่สนกระแสต้าน ไม่ให้ราคา หยามคู่ต่อสู้ซึ่งๆหน้า

ฟอร์มเก่ายี่ห้อ “ประชาธิปัตย์” กลับมาอีกแล้ว.


ทีมข่าวการเมือง รายงาน

ไล่ล่าทักษิณเพราะทักษิณกุมความลับ?????

ที่มา thaifreenews

โดย : ป้าพลอย


ชื่อทักษิณนี่มันเสียดแทงหัวใจคนที่ไม่หวังดีเสียจริงๆ คนที่เกลียดทักษิณอีกประเภทหนึ่งที่ยังหาสาเหตุไม่ได้ว่าเกลียดทักษิณเพราะอะไร? ทักษิณไปทำอะไรให้เกลียด? เกลียดเพราะเชื่อเจ๊กลิ้มเป่ากระหม่อมอ่อนๆหรือว่าเกลียดเพราะชะตาไม่สัมผัสกัน? อยากได้ข้อมูลคนที่เกลียดทักษิณจะได้เข้าใจคนที่เกลียด ส่วนคนที่เกลียดนายมารค์เพราะว่านายมารค์ชอบกระแหนะกระแหนยื่น

ปากยื่นคอพูดเอาความดีใส่ตัวเอาความชั่วใส่คนอื่นและชอบจับผิดคนอื่นแต่เรื่องไม่ดีของพรรคตัวเองเงียบเฉยและชอบเสนอหน้าไปทุกแห่งจึงทำให้คนหมั่นใส้นี่คือสาเหตุที่ชะตาไม่สัมผัสนายมารค์ คาดว่าคนที่เกลียดทักษิณเชื่ออ้ายเจ๊กสามหาวกล่าวหาทักษิณว่าโกงชาติ โกงอย่างไรทักษิณเอาประเทศไปขายที่ใหนหรือ? คำว่าโกงนี่มันมีหลายรูปแบบที่กล่าวหาว่าทักษิณโกงจน

ป่านนี้ยังไม่เห็นหลักฐานเอามาตีแผ่ให้ดูทุกข้อกล่าวหา คนที่เกลียดทักษิณมีหลายประเภทจะยกเป็นสังเขปดังนี้
1 ทักษิณได้ทลายกะบวนการค้ายาเสพติดอย่างเอาจริงเอาจัง ฉะนั้นพวกนักการเมืองพรรคหนึ่งที่ร่วมด้วยกับข้าราชการมาเฟียมีทั้งทหารตำรวจ ดังที่หนังสือพิมพ์ในต่างประเทศได้แฉหน้ากากผู้ที่อยู่เบื้องหลังสมัยขุนซาเจ้าพ่อยาเสพติดระดับโลกที่ทำงานร่วมกับฝ่ายไทยและสืบทอดกันมาถึงปัจจุบัน แต่ในระหว่างที่ทักษิณเป็นนายกได้ร่วมกับอเมริกาและยุโรปปราบยาเสพติด จึงทำ

ให้มาเฟียไทยโกรธแค้นนี่คือสาเหตุสำคัญการโค่นรัฐบาลของทักษิณและตามไล่ล่าเอาชีวิตทักษิณเพราะทักษิณกำความลับต่างๆเอาใว้แม้แต่เรื่องที่เสียรู้คนชั้นสูงหลอกต้มเอาเงินไปกิน ฉะนั้นคนที่ชื่อทักษิณเป็นตัวอันตรายสำหรับแกงค์หากินหากทำลายทักษิณลงได้พวกมาเฟียก็จะได้ทำงานได้สะดวก ฉะนั้นจะเห็นได้จากพันธมิตรที่ร่วมด้วยช่วยกันยกระดับกันขึ้นมาหลายฝ่ายดังที่เห็นๆกันในปัจจุบันนี้

2 ทักษิณเข้าถึงคนจนรากหญ้าและตั้งโครงการณ์ต่างๆช่วยเหลือประชาชนที่ยากจน จนทำให้คน
จนได้ลืมตาอ้าปากได้มีกินมีใช้ชาวรากหญ้าต่างรักใครทักษิณ การกระทำของทักษิณได้ทำเกินหน้าเกินตาหลายๆคนความอิจฉาริษยาจึงเกิดขึ้นดังที่รู้ๆกัน ดังนั้นจึงต้องเขี่ยทักษิณออกไปให้พ้นทางจะด้วยวิธีใดก็ตาม ถึงแม้ทักษิณถูกโค่นอำนาจไปแล้ว ก็ไม่สามารถโค่นประชาชนที่รัก

ทักษิณได้ ยิ่งทำร้ายทักษิณเท่าไหร่ประชาชนยิ่งเห็นใจสงสารทักษิณเพิ่มขึ้นและมีจำนวนมาก
กว่าเดิมนี่คือเรื่องจริง การทำลายคนที่มีคุณภาพอย่างทักษิณคงไม่ง่ายนัก คนที่รักระบบทักษิณ
ไม่ได้รักเงินทักษิณหากทักษิณไม่เหลือเงินแม้แต่สลึงเดียวพวกเราก็รัก พวกเราต้องการตัวและ
สมองทักษิณต่างหากที่จะมาบริหารประเทศให้รอดพ้นจากการเป็นหนี้และสร้างประเทศในเจริญ

ก้าวหน้า ทุกๆคนที่ต่อสู้ไม่มีใครต้องการเงินจากทักษิณเราต่อสู้กันด้วยใจเงินซื้อน้ำใจของคนอย่างพวกเราไม่ได้ ทุกๆคนต่อสู้เพื่อต้องการเอาความยุติธรรมกลับคืนมาเท่านั้น แม้แต่ป้าพลอย
ซึ่งที่แท้จริงแล้วไม่น่าเข้ามายุ่งเกี่ยวด้วยเพราะไม่ได้อยู่ในประเทศไทย แต่เพราะเห็นความ
อยุติธรรมในประเทศไทยจึงต้องมานั่งจิ้มคีย์บรอดเป็นนักเขียนจำเป็นโดยไม่ได้ค่าจ้าง 1 ปี

เต็มที่เขียนบทความแม้จะไม่ถูกใจคนอ่านนักแต่สู้ด้วยหัวใจอันเด็ดเดี่ยวที่อยากเห็นบ้านเมือง
สุขสงบเช่นต่างประเทศนี่คือความจริง ทุกๆคนในไทยฟรีนิวส์สู้กันต่างคนต่างสู้ไม่มีงบจาก
ใครต่างคนต่างออกค่า server เว็บไซด์รวมทั้งป้าพลอยที่ช่วยออกให้ไม่มีนักการเมืองคนใด
มาสั่งหรือมาบอกให้เราเขียนทุกๆคนทำงานนี้ด้วยความสมัครใจไม่มีใครเป็นเจ้าชีวิตพวกเราเป็น

อิสระเสรี ฉะนั้นการรวมพลคนเสื้อแดงของไทยฟรีนิวส์เราจึงทำเพื่อประเทศชาติทักษิณเป็นตัวประกอบในบทบาทที่เป็นแม่เหล็กสำคัญให้เรายึดถือและเคารพรัก การอยุติธรรมที่เกิดขึ้นในประเทศไทยทำให้ผู้คนต่างท้อแท้และหมดศรัทธาคนใหญ่คนโตที่นั่งมองอย่างหน้าตาเฉยโดยไม่คิดแก้ไขให้มันเป็นปกติแล้วเราจะทนดูอีกนานเท่าไหร่กับการเอนเอียง??????????
ป้าพลอย

Monday, January 19, 2009

"ดีทีวี"ทดลองออกอากาศนัดแรก

ที่มา มติชนออนไลน์
นายวีระ มุสิกพงษ์แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ(นปช.) เป็นพิธีกรรายการมหาประชาชน ร่วมกับ น.ส.นารีรัตน์ นันเนิ้ง ทดลองออกอากาศครั้งแรกของสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ช่องโทรทัศน์เพื่อประชาธิปไตย(ดีทีวี) เมื่อเวลา13.00 น. ที่สถานีในห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ถนนลาดพร้าว เมื่อ 19 ม.ค.

หมวดเจี๊ยบเชื่อกำลังพลจะงง หากทบ.ห้ามจัดรายการปชต.

ที่มา ไทยรัฐ

พล.ต.วีรัณ ฉันทศาสตร์โกศล เลขานุการกองทัพบก กล่าววันนี้ (19 ม.ค.) กรณี เรียก ร.ท.(หญิง) สุณิสา เลิศภควัต หรือ หมวดเจี๊ยบ นายทหารสังกัดสำนักงานเลขานุการกองทัพบก มาชี้แจง การร่วมแถลงเปิดตัวสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ดีทีวี และเตรียมจัดรายการด้วย ในวันพรุ่งนี้ ว่า จะชี้แจงให้สื่อมวลชนทราบภายหลังการสอบสวน โดยจะเชิญฝ่ายเสนาธิการของกรมกำลังพลทหารบกมาร่วมในการชี้แจงด้วย เพื่อดูกฎระเบียบข้อบังคับของกองทัพว่า สามารถดำเนินการจัดรายการร่วมในสถานีโทรทัศน์ดาวเทียม ดี สเตชั่น (ดีทีวี) ได้ หรือเข้าข่ายผิดระเบียบของกองทัพบก

ด้าน ร.ท.(หญิง) สุณิสา กล่าวว่า จะชี้แจงต่อผู้บังคับบัญชาถึงสิ่งที่จะทำว่าเป็นรายการส่งเสริมประชาธิปไตย ไม่ได้มุ่งหวังโจมตีรัฐบาลหรือทำลายกองทัพ ที่ผ่านมากองทัพพยายามส่งเสริมให้กำลังพลมีประชาธิปไตย รู้จักการใช้สิทธิหน้าที่ต่อการเมือง รวมทั้งให้ทหารให้ความรู้ต่อประชาชน ทหารก็เป็นส่วนหนึ่งของการเมือง ทหารกับการเมืองแยกกันไม่ออก แต่เราจะต้องรู้จักหน้าที่ขอบเขตสิทธิให้ถ่องแท้

"ถ้าเจี๊ยบไม่สามารถ ดำเนินรายการให้ความรู้ในเรื่องประชาธิปไตยกับสังคมได้ กำลังพลอีก 500,000 คน ก็ต้องงงและกังขาในเรื่องนี้ว่า ขอบเขตของกองทัพในการให้กำลังพลแสดงออกต่อการเมืองมีมากน้อยเพียงใด เชื่อว่ากำลังพลหลายแสนคนกำลังจับจ้องกรณีนี้อยู่ เพราะบางคนมีความรู้มากมาย แต่ไม่กล้าที่จะนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ ประชาธิปไตยในกองทัพอาจจะไม่เกิดขึ้นได้ และการดำเนินรายการหรือจัดรายการก็ไม่ได้มีเจี๊ยบเป็นคนแรก อยากวอนผู้บังคับบัญชาเห็นใจ เพราะในฐานะที่เป็นทหารก็มีความรักกองทัพไม่แพ้ทหารคนอื่น รวมทั้งยังภาคภูมิใจที่ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพ ครอบครัวเองก็ภูมิใจด้วย" ร.ท.หญิง สุณิสา กล่าว

ปปช.ยอมรับวิชารับค่าตอบแทน เป็นอาจารย์ม.ศรีปทุม

ที่มา ไทยรัฐ

นายวิชัย วิวิชเสวี กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ผู้รับผิดชอบคดีเหตุสลายการชุมนุม เมื่อวันที่ 7 ต.ค.2551ที่หน้ารัฐสภา กล่าวกรณีตำรวจเข้าชื่อยื่นถอดถอนกรรมการ ป.ป.ช.ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 248 ว่า เป็นสิทธิของตำรวจที่สามารถยื่นได้ และขึ้นอยู่กับวุฒิสภาจะลงความเห็นอย่างไร ขอยืนยันว่า การทำหน้าที่ของ ป.ป.ช. ในคดีนี้ไม่มีการเร่งรัดตามที่ถูกกล่าวหา เพียงแต่เรื่องดังกล่าวเป็นคดีสำคัญที่อยู่ในความสนใจของประชาชน จึงนำขึ้นมาพิจารณาก่อน โดยไม่มีวาระซ่อนเร้นอะไร การตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนก็ยังไม่มีการชี้มูลความผิด ตำรวจไม่ ควรวิตกล่วงหน้า คณะกรรมการ ป.ป.ช.จะไม่ตัดสินคดีจากข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ หรือยึดกระแสสังคม แต่จะตัดสินตามหลักนิติธรรม และกฎหมาย

กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวต่อถึงคุณสมบัติของนายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. กรณีเป็นอาจารย์สอนที่มหาวิทยาลัยศรีปทุม ว่า ไม่น่าจะขัดคุณสมบัติในการเป็นกรรมการ ป.ป.ช. เพราะไม่ใช่การไปแสวงหากำไร และการได้ค่าตอบแทนก็เป็นเพียงเล็กน้อย ประเด็นดังกล่าวไม่น่าหยิบยกขึ้นมาเป็นมูลเหตุในการถอดถอน

ด้าน นางสาวสมลักษณ์ จัดกระบวนพล กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า ตำรวจไม่มีเหตุผลเพียงพอในการถอดถอน เพราะการทำงานของ ป.ป.ช.ทำตามหน้าที่ ไม่ได้เลือกปฏิบัติซึ่งกรณีการตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนเหตุการณ์สลายม็อบ หน้ารัฐสภา วันที่ 7 ต.ค.2551 ไม่มีการเร่งพิจารณาไต่สวนแต่อย่างใด แต่คดีดังกล่าวเป็นเรื่องที่กระทบต่อความรู้สึกของประชาชน ป.ป.ช.สามารถหยิบยกขึ้นมาพิจารณาก่อน และการตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาไต่สวนไม่ใช่ว่าจะต้องมีความผิด และถูกลงโทษเสมอไป เพราะจะต้องดูจากข้อเท็จจริงเป็นหลัก ยืนยัน ว่าไม่รู้สึกหนักใจ เพราะดำเนินการอย่างมีเหตุผล ไม่ได้เร่งรีบ อย่างไรก็ตาม จะนำเรื่องที่ตำรวจเข้าชื่อเสนอถอดถอนคณะกรรมการ ป.ป.ช.เข้าหารือในที่ประชุม ป.ป.ช.วันพรุ่งนี้

สะพัดใบสั่งอุ้มโจรยึดสนามบิน ให้มันยุ่งเข้าไว้เตะถ่วงอีกเดือน

ที่มา Thai E-News


ที่มา ประชาทรรศน์
19 มกราคม 2552

ส่อมวยล้มต้มคนดู ทีมสอบ"พันธมาร"ยึดสนามบิน! ฟันธง "จงรัก"ขีดเส้น 1 เดือนปิดบัญชีโกหกทั้งเพ หลังทำพิลึกตั้งกก.ชุดพิเศษรื้อสอบใหม่หมด แถมรวบสำนวน 2 สนามบินเข้าด้วยกัน ทั้งที่ผลสอบ"ดอนเมือง"ใกล้ยุติ พร้อมตั้งข้อสังเกตหวั่นเตะถ่วงตามใบสั่งการเมือง ขณะเดียวกัน "อัยการ"จ่อส่งฟ้อง 9 แกนนำพธม.ย่ำยีทำเนียบฯ ข้อหาซ่องโจรภายใน 2-3 วันนี้ ส่วนทีมสอบเหตุมิคสัญญี 7 ตุลาฯ เตรียมขอหมายจับแกนนำม็อบเหลือง ข้อหากบฏอีกครั้ง


วันนี้ (19 ม.ค.) พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังสอบพยานอยู่เรื่อยๆ จนกว่าจะได้ความชัดเจน ซึ่งคาดว่าภายใน 1 เดือน คงจะมีความคืบหน้าในทุกๆ คดี ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินคดีกับทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นเสื้อเหลืองหรือเสื้อแดง ส่วนคดีที่กลุ่มพันธมิตรฯบุกยึดทำเนียบรัฐบาล ได้ส่งสำนวนให้อัยการรับไปดำเนินการฟ้องร้องแล้ว โดยครอบคลุมในทุกข้อหายกเว้นข้อหากบฏ เนื่องจากศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ถอนหมายจับไปก่อนหน้านี้แล้ว ส่วนกรณีการยึดสนามบิน ขณะนี้อยู่ในระหว่างการสอบสวนพยาน ซึ่งคงต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง จึงอยากให้รอฟังผล เพราะต้องใช้ความรอบคอบในการสอบสวน และยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการอย่างเต็มที่ โดยไม่ได้หยุดพัก

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวระดับสูงใน สตช. เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการดำเนินคดีของกลุ่มพันธมิตรฯว่า คดีความเกี่ยวกับกลุ่มพันธมิตรฯ ที่มีความคืบหน้ามากที่สุด คือ กรณีผู้ชุมนุมบุกยึดทำเนียบรัฐบาล โดยอัยการกำลังพิจารณาส่งฟ้อง 9 แกนนำพันธมิตรฯ ในข้อหาชุมนุมขัดรัฐธรรมนูญและข้อหาซ่องโจร ภายใน 2-3 วันนี้ ส่วนกรณีเหตุการณ์มิคสัญญี 7 ตุลาฯ ทางเจ้าพนักงานเตรียมขอหมายจับแกนนำพันธมิตรฯ ในข้อหากบฏต่อศาลในเร็วๆ นี้

"แต่ที่น่าสังเกตุคือในคดีที่กลุ่มพันธมิตรฯ บุกยึดท่าอากาศยานดอนเมืองและสนามบินสุวรรณภูมิ เนื่องจากในส่วนคดีที่เกี่ยวเนื่องกับท่าอากาศยานดอนเมือง มีความคืบหน้าไปถึง 80 เปอร์เซ็นต์แล้ว ซึ่งน่าจะสรุปสำนวนส่งฟ้องได้ในเร็ววันนี้ แต่ไม่เข้าใจว่า ทำไมคณะกรรมการสอบสวนคดีความอันเกี่ยวเนื่องกับการยึดสนามบินทั้ง 2 แห่ง ที่มี พล.ต.อ.จงรัก เป็นหัวหน้าชุด กลับสั่งให้รวมสำนวนของทั้ง 2 สนามบินเข้าด้วยกัน และส่งหลักฐานให้คณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาใหม่ตรวจสอบหมด แทนที่จะส่งสำนวนของท่าอากาศยานดอนเมืองให้อัยการสั่งฟ้องก่อน"แหล่งข่าว ระบุ

แหล่งข่าวคนเดิม เปิดเผยอีกว่า โดยในรายละเอียดของสำนวนที่เกี่ยวข้องกับการยึดสนามบินสุวรรณภูมิ ค่อนข้างซับซ้อนและแยกย่อยออกเป็นหลายคดี และมีทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา ถ้าหากรอให้สรุปสำนวนทั้ง 2 สนามบินพร้อมกันแล้วค่อยส่งให้อัยการสั่งฟ้อง ตนเชื่อว่าต้องใช้เวลานานมาก ซึ่งกรณีที่ พล.ต.อ.จงรัก ระบุว่า จะสรุปสำนวนให้เสร็จภายใน 1 เดือน คิดว่าคงไม่ทันเวลาแน่นอน ซึ่งตรงนี้ อยากตั้งข้อสังเกตุว่า เป็นใบสั่งการเมืองหรือเปล่า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีความที่เกี่ยวเนื่องกับการปิดสนามบินสุวรรณภูมิและท่าอากาศยานดอนเมืองนั้น มีข้อหาใหญ่แบ่งออกเป็น 3 กรณีโดยในข้อหาที่เกี่ยวกับคดีอาญาเป็นข้อหาก่อการร้ายและข้อหากบฏ ส่วนข้อหาที่เป็นคดีแพ่ง คือ กรณีที่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายจากกลุ่มพันธมิตรฯเป็นจำนวน 200,000 ล้านบาท เพื่อนำไปชำระค่าเสียหายจากการละเมิดสัญญาองค์กรการบินระหว่างประเทศ จากการปิดสนามบินนานาชาติ

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลอาญารัชดา มีคำสั่งเลื่อนนัดสอบคำให้การและตรวจพยานหลักฐาน ในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายธเนศร์ คำชุม กับพวก ซึ่งเป็นนักรบศรีวิชัยรวม 82 คน ในความผิดฐานมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้ายก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง และข้อหาอื่นรวม 9 ข้อหา จากกรณีที่จำเลยทั้ง 82 คน ร่วมกันบุกรุกเข้าไปในสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย(NBT) เมื่อวันที่ 26 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยไม่มีเหตุอันสมควรและไม่ได้รับอนุญาตและร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ของทางราชการ รวมทั้งความผิดเกี่ยวกับคดียาเสพติด

ทั้งนี้ ทนายความของจำเลยทั้ง 82 คน ได้ยื่นคำร้องต่อศาลขอเลื่อนนัดตรวจพยานหลักฐานออกไปก่อน เนื่องจากติดว่าความที่ศาลจังหวัดอุดรธาณีไม่สามารถเดินทางมายังศาลได้ ประกอบกับจำเลยที่ 12 ไม่ได้เดินทางมาที่ศาล เนื่องจากถูกคุมขังอยู่ในคดีอื่นและไม่ได้เบิกตัวมา จากนั้น ศาลสอบถามจำเลยแล้วไม่คัดค้าน กรณีมีเหตุอันควรให้เลื่อนคดีออกไปเป็นวันที่ 16 มี.ค.นี้

วันเดียวกัน นายจตุพร พรหมพันธ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่แกนนำพันธมิตรฯ ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 29/2551 เรื่อง"คำเตือนก่อนเข้าสู่อำนาจ" โดยระบุว่า การชุมนุมตลอด 193 วันของกลุ่มพันธมิตรฯ เป็นการเสียสละอันยิ่งใหญ่ และทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง พร้อมยื่นข้อเรียกร้อง 13 ข้อ ต่อรัฐบาลว่า สถานการณ์ตอนนี้ กลุ่มพันธมิตรฯ กำลังขี่คอพรรคประชาธิปัตย์ และยังพูดอย่างชัดเจนอยู่เสมอว่า ถ้าไม่มีกลุ่มพันธมิตรฯ ก็ไม่มีประชาธิปัตย์ ซึ่งการแต่งตั้งคนในกลุ่มพันธมิตรฯ เข้ามานั่งในรัฐบาลถือเป็นการต่อรองระหว่างกลุ่มคนที่ต้องการโค่นล้มพรรคประชาธิปัตย์ จึงทำให้พรรคประชาธิปัตย์ไม่กล้าที่จะขัดใจ เพราะหากจะทำอะไรก็เกรงว่ากลุ่มพันธมิตรฯ จะออกมาแฉ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าพรุ่งนี้จะต้องมีการแต่งตั้งคนในกลุ่มพันธมิตรฯ เข้ามารับตำแหน่งในรัฐบาลอย่างแน่นอน

ทั้งนี้ การเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงขณะนี้ดูเหมือนกำลังรอการเคลื่อนไหว นายจตุพร กล่าวว่า เนื่องจากกลุ่มเสื้อแดงมีความคิดที่แตกต่างจากกลุ่มพันธมิตรฯ โดยจะใช้การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯเป็นบทเรียน สำหรับการเคลื่อนไหวโดยต่อไปจะให้เสื้อแดงแตกหน่อกันเองไม่จำ เป็นต้องมีแกนนำ โดยสิ้นเดือนจะมีการชุมนุมใหญที่ท้องสนามหลวง