WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, January 27, 2009

ฝ่ายค้านตั้งป้อมขวาง ไม่ผ่านกรอบอาเซียน

ที่มา ไทยรัฐ

เช้าวันนี้ (27 ม.ค.) นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์สถานีข่าวทีเอ็นเอ็น ถึงการประชุมร่วมกันของรัฐสภาโดยมีวาระสำคัญคือ การพิจารณาให้ความเห็นชอบเกี่ยวกับความร่วมมือในกรอบอาเซียน ตามที่ ครม.เสนอ ว่า วานนี้ได้อภิปรายไปแล้ว 34 ฉบับ เหลือที่จะอภิปรายในวันนี้อีก 10 ฉบับ อาทิ ของกระทรวงคมนาคม 3 ฉบับ กระทรวงสาธารณสุข 2 ฉบับ กระทรวงแรงงาน 1 ฉบับ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 1 ฉบับ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นบันทึกความเข้าใจ

ประธานวิปรัฐบาล กล่าวถึงการเตรียมเสนอตั้งคณะกรรมาธิการพิจารณาข้อดีข้อเสีย ว่า แม้จะเป็นประโยชน์ แต่อาจทำให้เสียเวลา ดังนั้นแม้ฝ่ายค้านเสนอ แต่ทางพรรคร่วมรัฐบาลก็ต้องลงมติให้กรอบประชุมความร่วมมือระหว่างประเทศผ่านสภา เพราะไม่สามารถเลื่อนการประชุม อาเซียน ซัมมิท ได้อีก

นายชินวรณ์ กล่าวด้วยว่า ได้ขอความร่วมมือจาก ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลทุกคน ให้เตรียมพร้อมอยู่ร่วมในห้องประชุมรัฐสภาตลอดเวลา ส่วนวันนี้ จะมีเรื่องใดที่จำเป็นจะต้องลงมติหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับเสียงข้างมากในสภา และระบุว่า มีแค่ในประเทศไทยเท่านั้น ที่พูดถึงบทลงโทษ ส.ส.กัน ในต่างประเทศจะมีเร็คคอร์ดของ ส.ส.แต่ละคน ว่าเคยลงมติหรือไม่ลงมติในเรื่องใดบ้าง และจะเป็นจิตสำนึกของแต่ละคน

ด้านนายวิทยา บุรณศิริ ประธานวิปฝ่ายค้าน เปิดเผยกับสำนักข่าวไอเอ็นเอ็น ว่า วันนี้ จะยังไม่มีการร่วมลงมติพิจารณากรอบความร่วมมือระหว่างประเทศ จำนวน 20 ฉบับ รวมถึงกรอบความร่วมมืออาเซียน แต่จะมีการเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการของทั้ง 2 สภา ขึ้นมาพิจารณาข้อดีข้อเสียก่อน ไม่หวั่นจะถูกมองว่าเป็นเกมการเมือง แม้ว่านายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ยืนยันจะให้มีการลงมติในวันนี้เพื่อให้ทันกับการประชุมอาเซียนซัมมิท ที่กำลังจะมีขึ้นในเดือนหน้าก็ตาม เนื่องจากเห็นว่า หากจะต้องมีการเลื่อนการประชุม อาเซียน ซัมมิท ออกไปก็น่าจะดีกว่า เพราะจำเป็นที่จะต้องมีการฟังความเห็นอย่างรอบด้าน

นายวิทยา บอกด้วยว่า ความคิดของฝ่ายที่เสนอตั้งคณะกรรมมาธิการนั้น ขณะนี้ได้รับการตอบรับจาก ส.ว.บางกลุ่มแล้ว และเชื่อว่า หากให้มีการลงมติ ทาง ส.ว. ก็จะไม่สนับสนุน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศทั่วไป ก่อนการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ในเวลา 09.30 น. เพื่อพิจารณาลงนามในกฎบัตรอาเซียนและกฎหมายประกอบ ล่าสุดพบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ เตรียมระวังความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ที่หน้ารัฐสภากว่า100 นาย แต่ยังไม่พบกลุ่มผู้ชุมนุมกลุ่มใด รวมถึง กลุ่มคนเสื้อแดง เดินทางมาที่บริเวณหน้ารัฐสภา อย่างไรก็ตาม ก่อนการประชุมจะเริ่มขึ้น นายชินวรณ์ ได้นัดประชุมวิปรัฐบาล เพื่อเช็กเสียงของ ส.ส. รวมถึง หารือกับวิปฝ่ายค้าน เพื่อตกลงกันกรณีข้อเสนอของฝ่ายค้านให้ตั้งกรรมาธิการขึ้นมาพิจารณาก่อน ซึ่งหากไม่กระทบกับกรอบข้อตกลงก็สามารถตั้งกรรมาธิการได้

ทางด้านนาย นิพนธ์ พัวพงศกร ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือทีดีอาร์ไอ (TDRI) กล่าวถึงการอภิปรายร่วม 2 สภา เพื่อพิจารณากรอบการประชุมอาเซียนว่าเป็นเรื่องที่สมาชิกรัฐสภาต้องให้ความ สำคัญพิจารณาอย่างรอบคอบ ถึงแม้จะต้องใช้เวลาก็ต้องยอม เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นระบบ โดยรัฐบาลจะต้องให้ข้อมูลที่สมบูรณ์สมาชิกรัฐสภาพิจารณาอย่างจริงจัง ทำให้ความตกลงอาเซียนมีความคืบหน้าหลังจากประเทศไทยเป็นเพียงประเทศเดียวที่ ยังไม่ได้ให้สัตยาบรรณในกรอบความตกลงอาเซียน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการแข่งขันของประเทศ

ประธานทีดีอาร์ไอยังเห็นว่า อนาคตอาเซียนจะเป็นตลาดการค้าขนาดใหญ่ที่ประเทศคู่ค้าให้ความสำคัญ หลังสหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรปประสบวิกฤติเศรษฐกิจ หากประเทศไทยยังไม่สามารถลงสัตยาบรรณในกรอบความตกลงอาเซียนได้จะทำให้ประเทศเสียโอกาสเป็นอย่างมาก

'เพื่อนกิน' กอดคอแน่น

ที่มา ไทยรัฐ

อย่างน้อยก็ได้เคลียร์ภาพผู้ดีนักเรียนนอก ไม่เอาเพื่อนฝูง

กับลีลาของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี บนเวทีงานเลี้ยงสังสรรค์ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลที่โรงแรมพลาซ่า แอทธินี ยอมรับว่า เป็นคนที่มีงานมากจนอาจไม่ได้พูดคุยกับหลายๆคน

บางครั้งเดินผ่านบางคนก็ถึงกับน้อยใจว่าไม่ทัก ต้องขออภัย ไม่ได้มีเจตนา เพราะเป็นคนเดินเร็ว บางทีก็เดินไปคิดไป แต่มั่นใจได้ว่าไม่มีอะไร

และที่ไม่ค่อยได้เห็น กับลีลาหยิกแกมหยอกของนายกฯอภิสิทธิ์ แกล้งแหย่คนกันเองอย่าง เทพเทือกนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์

เลขาธิการพรรคชอบพูดขัดใจคนบ่อย แต่ได้เตือนไปแล้ว พูดขัดใจพรรคเดียวกันไม่เป็นไร แต่อย่าขัดใจพรรคร่วมรัฐบาลบ่อยเกินไป

พะเน้าพะนอพรรคร่วมรัฐบาลเต็มที่

อภิสิทธิ์เล่นบททอดไมตรี หวังคุมเสียง ส.ส.ให้นิ่งหลังเหตุสภาฯล่ม

แต่ไม่ว่าจะซื้อใจเพื่อนพรรคร่วมรัฐบาลได้แค่ไหน แกนนำอย่างพรรคประชาธิปัตย์จะได้ เพื่อนตายที่พร้อมกอดคอลากอายุรัฐบาลไปได้อีกนานเท่าไหร่

นาทีนี้นายกฯ อภิสิทธิ์ก็มี เพื่อนเนวินที่พร้อมเป็น เพื่อนกินอุ้มกระเตงกันไปสู่เป้าหมายที่ต่างฝ่ายต่างล็อกโปรแกรมไว้

ในภาพถ้อยทีถ้อยอาศัย ต่างตอบแทนซึ่งกันและกัน จากคิวของ สปก.4-01 แลกออปชั่นกับโปรเจกต์เช่ารถเมล์เอ็นจีวี

จนมาถึงคิวปลากระป๋องเน่า

โดยอาการร้อนรนเห็นได้ชัด ทันทีที่เจอะหน้านายกฯอภิสิทธิ์ในงานเลี้ยง ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย โควตากลุ่มเพื่อนเนวิน ได้รีบเคลียร์กรณีควงเมียที่เป็นอดีต ส.จ.นครราชสีมา แจกเงินสดพร้อมผ้าห่มสงเคราะห์ผู้ยากไร้ พร้อมแนบนามบัตรโจ๋งครึ่ม ทั้งๆที่เป็นเงินหลวง งบของกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ

กลายเป็นประเด็นใหญ่ ปมอันตรายส่อขัดรัฐธรรมนูญ

บุญจงเสี่ยง ตายน้ำตื้น

ที่แน่ๆโดยกระแสที่ช่วยเบี่ยงลมพายุ ผ่องแรงเสียดทานที่พุ่งกระหน่ำเข้าใส่คนของพรรคประชาธิปัตย์อย่างนายวิฑูรย์ นามบุตร รมว.การพัฒนาสังคมฯ ที่กำลังเป็นลมเพราะดมกลิ่นปลากระป๋องเน่า

พิษของแจกคนยากคนจนเหมือนกัน

บุญจงช่วยแบ่งเบาภาระ ปลากระป๋องเน่าให้ วิฑูรย์และก็เป็น เทพเทือกที่ออกมาช่วยเคลียร์รายการ แจกเงินหลวงแนบนามบัตรให้ บุญจงไม่ใช่เรื่องผิดปกติ

ประชาธิปัตย์-เพื่อนเนวินถ้อยที ถ้อยอาศัย

ประคองปีก กอดคอ อุ้มกระเตงกันไป

และยังมีอีกคิวใหญ่ๆ โดยข่าวในหน้าเศรษฐกิจ รายงานเบื้องหลังนายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม หนีบเอานายเนวิน ชิดชอบ ที่ปรึกษาเจ้ากระทรวง ในฐานะ เจ้าสังกัดของรัฐมนตรีเปิดโต๊ะหารือกับ เทพเทือกในฐานะรองนายกฯ และนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เพื่อพูดคุยถึงปัญหา ตูดขาดของการบินไทย

ตั้งท่าลุยล้างบางใหญ่แดนสนธยา

โดยเหตุผลเบื้องหน้า กระทรวงคมนาคมในฐานะหน่วยงานกำกับการบริหารการบินไทยต้องการสะสางปัญหา เคลียร์ปมหมักหมม ก่อนเป็นนายหน้าค้ำประกันเงินกู้นับหมื่นล้านบาทเสริมสภาพคล่อง

โปะการขาดทุนสะสม ที่มาจากการเสวยสุขของแก๊งขาใหญ่ในอาณาจักรเจ้าจำปี

แต่มันก็มีเหตุเบื้องลึกไปกว่านั้นที่ไม่ได้แจ้งไว้ในข่าว โดยเดิมพันอภิมหาขุมทรัพย์ที่กลุ่มเพื่อนเนวินเองก็ต้องการเข้าไปจัดสรรปันส่วนผลประโยชน์แบบเบ็ดเสร็จ ทั้งในส่วนของการบินไทยและการท่าอากาศยานฯ ที่อยู่ในกำกับ

เอื้อ ยักษ์ดิวตี้ฟรีสปอนเซอร์ใหญ่

ปั่นเสบียงค่าย ภูมิใจไทย

แน่นอนโดยลำพังเครดิตของก๊วนเพื่อนเนวิน กำลังไม่พอฟัดกับ ฝูงนกเหล็กยักษ์

การปักหลักเปิดศึกลุยกับแก๊งขาใหญ่ในอาณาจักรเจ้าจำปี โดยเฉพาะสหภาพรัฐวิสาหกิจการบินไทยที่ผูกเสี่ยวอยู่กับม็อบพันธมิตรฯ ไหนจะแก๊งมีสีที่ผูกปิ่นโตหากินผลประโยชน์กันมาทุกยุคทุกสมัย

จำเป็นต้องอาศัย เส้นหนาๆของพรรคประชาธิปัตย์.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

“ชัย” ห่วงล่มบ่อยบีบรัฐบาลยุบสภา

ที่มา ไทยรัฐ

เสธ.หนั่นมั่นใจคุมเสียง ชทพ.ได้

จากกรณีที่เกิดเหตุการณ์สภาล่ม เมื่อวันที่ 22 ม.ค.ที่ผ่านมานั้น พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกฯ และประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวเมื่อวันที่ 26 ม.ค. ถึงการควบคุมเสียง ส.ส.ของพรรคชาติไทยพัฒนา หลังเกิดเหตุการณ์สภาล่มว่า พรรคชาติไทยพัฒนามั่นใจว่าสามารถควบคุมเสียงของ ส.ส.ของพรรคในสภาฯ ได้อย่างแน่นอน เพราะเราได้หารือกันหมดแล้ว โดยไม่ต้องมีกฎเหล็กอะไร มีเพียงกฎธรรมดาแต่ก็ขลังแล้ว ในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค ก็ควบคุม ส.ส.ของแต่ละพรรคเอง ก็ไม่น่าห่วงอะไรและคงไม่มีปัญหา

ชัยห่วงล่มบ่อยบีบรัฐบาลยุบสภา

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา กล่าวว่า รู้สึกเป็นห่วงเรื่ององค์ประชุมต้องครบ ส.ส. 302 คนต้องอยู่ในห้องประชุม หากไม่ครบต้องเลื่อนและปิดการประชุม ซึ่งตนก็ไม่สามารถที่จะไปบังคับสมาชิกให้เข้าร่วมประชุมได้ แต่ขึ้นอยู่กับคนที่มาทำหน้าที่เป็นผู้แทนราษฎร หากสภาล่มภาพไม่ดีรัฐบาลต้องดูแลเองไม่เก็บปัญหาไว้แน่ หากล่มบ่อยรัฐบาลก็ต้องยุบสภาไปตามธรรมชาติ ไม่ต้องมีใครมาร้องขอให้ยุบสภา แต่อยากขอร้องให้ ส.ส.ช่วยมาร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียง และให้อยู่ในห้องประชุมให้ครบองค์ประชุม เพื่อให้พิจารณากรอบการประชุมอาเซียนผ่านไปได้ ส่วนฝ่ายค้านไปขอร้องอะไรไม่ได้ เพราะฝ่ายค้านไม่เดือดร้อน เพราะฝ่ายค้านต้องค้านให้รัฐบาลอยู่ไม่ได้ ดังนั้นรัฐบาลต้องระมัดระวังทุกฝีก้าว

นายกฯเมินไขก๊อกหลังประชุมอาเซียน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึง กรณีที่นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาฯ ระบุว่าหากสภาล่มบ่อยๆควรยุบสภา นายอภิสิทธิ์ตอบว่า อาจเป็นวิธีที่ประธานสภาฯใช้กระตุ้นให้ ส.ส.มาอยู่ในสภา ผู้สื่อข่าวถามว่ามั่นใจหรือไม่ว่าเหตุการณ์สภาล่มเมื่อสัปดาห์ที่แล้วจะเป็นครั้งสุดท้าย นายอภิสิทธิ์ตอบว่า วิปรัฐบาลดูแลเต็มที่ ปัญหานี้ทุกฝ่ายดูแลเต็มที่ แต่ต้องดูสถานการณ์ ต่างๆด้วย ส่วนที่การประชุมสภาฯวันนี้เริ่มได้ช้ากว่ากำหนดนั้น เป็นเรื่องปกติ ก่อนหน้านี้ก็เคยเลยมา 10-20 นาที บางทีนานกว่านี้ด้วยซ้ำ แต่จะพยายามบอกให้มา ประชุมให้เร็วขึ้น ส่วนบรรยากาศการประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณากรอบการประชุมอาเซียนว่า เรียบร้อยดี เป็นธรรมดาที่ ส.ส.จะแสดงความคิดเห็น ฝ่ายค้านอาจจะเน้นมุ่งตัวรัฐมนตรีมากกว่าเนื้อหาสาระ แต่เมื่อประธานสภาฯวินิจฉัยให้อภิปรายได้ ก็มีหน้าที่ต้องชี้แจงกันไป ผู้สื่อข่าวถามว่าในการประชุมร่วมรัฐสภามีข้อเสนอให้นายกฯลาออก หลังการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนแล้วให้มีการตั้ง ครม.ชุดใหม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ขอย้ำว่าขณะนี้รัฐบาลเดินหน้าทำงาน และประเมินผลงานอยู่เป็นระยะๆ ถ้าไปกำหนดเช่นนั้นคงไม่เป็นประโยชน์

สุเทพลั่นไม่เลื่อนประชุมอาเซียน

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยจะเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณากรอบการประชุมอาเซียน เพื่อชะลอไม่ให้พิจารณาเร็วเกินไป เพราะจะไม่รอบคอบ และอาจเกิดอันตรายต่อประเทศว่า ก็น่าตลกดี เพราะว่ากรอบการเจรจาอาเซียนนี้ไม่ใช่ว่าทำเมื่อ 1-2 วันนี้ ทำมาตั้งแต่สมัยที่ฝ่ายเขาเป็นรัฐบาล ตอนที่ฝ่ายเขาเป็นรัฐบาลทำเรื่องเหล่านี้มาก็ไม่สงสัยไม่ติดใจ วันนี้พอมาเป็นฝ่ายค้านเกิดระลึกชาติได้ขึ้นมาติดใจสงสัย เราก็ไม่ว่าอะไร ก็แล้วแต่ในสภาฯจะมีมติอย่างไร เมื่อถามว่า จะเกิดปัญหาการเตะถ่วงจนทำให้ล่าช้าและกระทบกับการประชุมอาเซียนหรือไม่ นายสุเทพตอบว่า ไม่เป็นไร อยู่ที่สภาฯจะพิจารณา ยังคิดว่าสภาฯมีเหตุผล เสียงส่วนใหญ่ในสภามีเหตุผลเสมอ ไม่คิดว่าจะทำให้การประชุมอาเซียนต้องเลื่อนออกไป

เปิดสภาถกกรอบร่วมมืออาเซียน

ที่รัฐสภา เมื่อเวลา 09.30 น. วันเดียวกัน ได้มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภา โดยมีนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุม โดยมีวาระสำคัญคือการพิจารณาให้ความเห็นชอบ เกี่ยวกับความร่วมมือในกรอบอาเซียนตามที่ ครม.เสนอ แต่การประชุมต้องล่าช้าไปเกือบ 30 นาที เพราะมีสมาชิกมาลงชื่อเข้าประชุมเพียง 253 คน ไม่ถึงกึ่งหนึ่งคือ 302 คน จากสมาชิกรัฐสภา 604 คน กระทั่งเวลา 10.00 น. จึงเข้าสู่วาระการประชุม เมื่อมีสมาชิกครบองค์ประชุม โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯได้ อภิปรายชี้แจงสมาชิกรัฐสภาถึงความสำคัญของกรอบอาเซียน รวมทั้งความรับผิดชอบที่ประเทศไทยต้องดำเนินการให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย พร้อมกันนี้นายอภิสิทธิ์ยังชี้แจงด้วยว่า นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ไม่สามารถมาร่วมประชุม เนื่องจากอยู่ระหว่างการเยือนประเทศกัมพูชา แต่ได้มอบหมายให้นายวีระชัย วีระเมธีกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ มาชี้แจงแทน

พท.เปิดฉากมวยวัดสาวไส้ รมต.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นนายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ได้เริ่มอภิปรายเป็นคนแรก โดยกล่าวว่า นายกฯถูกบังคับให้ตั้งรัฐมนตรีตามผู้มีอิทธิพล ต้องใช้หนี้กลุ่มพันธมิตรฯจนเกิดนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ จึงขอเรียกร้องให้ปลดนายกษิต แล้วให้นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ เป็น รมว.ต่างประเทศแทน ส่วนรัฐมนตรีที่มีปัญหาเรื่องคุณสมบัติอีกคนหนึ่ง คือนางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ ดูจากภูมิหลังไม่น่าจะทำให้ไทยได้เปรียบในเวทีการค้าโลก การเป็นรัฐมนตรีป้ายแดง คงไม่ทันเกมรัฐมนตรีพาณิชย์ อาเซียนคนอื่น ส่วนนายวิฑูรย์ นามบุตร รมว.การพัฒนาสังคมฯ ก็ควรปรับออกจากตำแหน่ง แล้วให้นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.กทม.มาเป็นแทน เพราะไม่มีประวัติ ด่างพร้อย ผิดกับนายวิฑูรย์ที่มีเรื่องปลากระป๋องเน่า ที่ได้เป็นรัฐมนตรีเพราะเคยเป็นเลขานุการนายสุเทพ เทือกสุบรรณ มาก่อน

พรทิวากรี๊ดไร้สาระมุ่งเรื่องส่วนตัว

นางพรทิวาชี้แจงว่า ขอบคุณในไมตรีที่ต้อนรับอย่างอบอุ่น แต่ตนมาตามระบอบ เมื่อพรรคถูกยุบก็มาเป็นรัฐมนตรีตามที่ควรจะเป็น ต้องขอโทษที่อาจจะทำให้ใครผิดหวังบ้าง วันนี้เป็นรัฐมนตรีใหม่ป้ายแดง วันข้างหน้าท่านก็อาจได้เป็นรัฐมนตรีป้ายแดงบ้าง ส่วนตัวรู้สึกผิดหวังกับการอภิปรายในวันนี้ แทนที่จะเป็นประโยชน์ต่อสภา มากกว่าจะมาพูดเรื่องคุณสมบัติของตน จะตอบเรื่องนี้เพียงครั้งเดียวเพราะเป็นเรื่องส่วนตัว ทั้งนี้เคยผ่านงานด้านบริหาร การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นงานค้าขายมาก่อน การทำงานในกระทรวงพาณิชย์จึงไม่ใช่เรื่องหนักหนาสาหัส เพราะไม่ได้ทำงานคนเดียว มีทีมงานคอยช่วยเหลือ

นายกฯกางปีกป้อง รมว.ต่างประเทศ

นายอภิสิทธิ์ได้ลุกขึ้นชี้แจงว่า อยากยืนยันว่าการแต่งตั้ง รมว.ต่างประเทศ ไม่ได้เป็นการตอบแทนกลุ่มพันธมิตรฯ ตนเองเป็นคนชวน รมว.ต่างประเทศเข้ามาสู่การเมือง แต่ไม่มีโอกาสลงสมัคร ส.ส. และได้ติดตามประวัติการทำงานมาตลอด การทำงานนั้นอาจถูกใจและไม่ถูกใจคนบ้าง แต่ที่ปฏิบัติหน้าที่มา 1 เดือนก็เรียบร้อย สามารถเดินหน้าในเรื่องการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน โดยเลื่อนกำหนดให้เร็วขึ้น และผู้นำของทุกประเทศได้ตอบรับมาเข้าร่วมประชุม ส่วนการทำงานของรัฐมนตรีอื่น เป็นหน้าที่ของตนที่รับผิดชอบในการติดตาม ประเมินและดูแลรัฐมนตรีทุกท่านว่าทำงานสัมฤทธิผลหรือไม่ การประชุมผู้นำสุดยอดเราได้มีการดำเนินการทุกสัปดาห์ รัฐมนตรีทุกท่านต้องเข้าร่วม ส่วนเรื่องการเปิดการค้าเสรี เชื่อว่ามองไม่ต่างกัน เราเชื่อว่าการเปิดการค้าเสรีจะเป็นในกรอบของทวิภาคีหรือพหุภาคี จะต้องมีการเตรียมการและรองรับผลกระทบที่เกิดขึ้น คงไม่มีข้อตกลงไหนจะไม่มีผลในทางลบเลย ขอยืนยันรัฐบาลได้ติดตามไม่ได้ปล่อยปละละเลย

ส.ว.ติงรัฐบาลรวบรัดกรอบอาเซียน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การอภิปรายของ ส.ว.ส่วนใหญ่ ให้การสนับสนุนการดำเนินการของรัฐบาล ตามกรอบอาเซียน อย่างไรก็ตาม นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ส.ว. สรรหา กลุ่ม 40 ส.ว. อภิปรายว่า นายกฯและรัฐบาลไม่ได้ ให้ข้อมูลสาระอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อชาติบ้านเมือง พูดแค่ตามวาระ ไม่เคยบอกว่าการไปลงนามต่างๆจะได้ รับผลกระทบอะไรบ้าง ทั้งที่รัฐธรรมนูญบอกว่า ต้องมีมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบด้วย แต่วันนี้เป็นเพียงให้รัฐสภาเร่งรีบให้ความเห็นชอบให้เร็วที่สุด พอเป็นฝ่ายค้านก็มองมาตรา 190 อย่างหนึ่ง พอมาเป็นรัฐบาลแล้วกลับคิดอีกอย่าง มองมาตรา 190 เป็นอุปสรรค

นายสงวน พงษ์มณี ส.ส.ลำพูน พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า ขอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณากรอบการประชุมอาเซียน เพื่อเยียวยาผลกระทบจากการลงนามในสัญญานี้ หากไม่มีการตั้งคณะกรรมาธิการจะให้ ส.ส. 1 ใน 10 เข้าชื่อตามรัฐธรรมนูญมาตรา 154 วรรค 1 ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะทำให้การลงนามในสัญญาอาเซียนต้องล่าช้าไปอีก

กษิตพลิกจุดยืนเยือนกัมพูชา

วันเดียวกัน สำนักข่าวรอยเตอร์ได้รายงานการเดินทางเยือนกัมพูชา ของนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศของไทย ซึ่งเป็นสมาชิกของกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วง ที่จุดชนวนความขัดแย้งเรื่องปราสาทพระวิหารเมื่อปีที่แล้ว แต่ในปีนี้นายกษิตกล่าวว่า การใช้แนวทางสันติวิธีแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมานานคือสิ่งจำเป็น

นายฮอร์ นัมฮง รมว.ต่างประเทศกัมพูชา แถลงหลังเจรจาว่า ไทยและกัมพูชาเห็นชอบร่วมกันว่า ทั้ง 2 ฝ่ายต้องให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหา ความขัดแย้งดินแดนเขาพระวิหารอย่างเร่งด่วน หลังเลื่อนกำหนดเจรจามาหลายครั้ง เพราะติดขัดสถานการณ์ความไม่สงบทางการเมืองไทย พร้อมยืนยันว่าการเจรจารอบใหม่ระหว่าง 2 ประเทศ จะดำเนินไปโดยยึดหลักสันติวิธีและมีไมตรีจิต โดยได้นัดหมายให้คณะกรรมาธิการความร่วมมือด้านการปักปันเขตแดน ทั้งของไทยและกัมพูชา ร่วมเจรจาหาข้อตกลงกันอีกครั้ง ระหว่างวันที่ 2-4 ก.พ. จากนั้นจึงจะเชิญให้ รมว.กลาโหมของไทย เดินทางมายังกัมพูชาเพื่อหารือเรื่องการถอนกำลังทหารภายในวันที่ 6 ก.พ. นอกจากนี้ ยังมีการกำหนดวันเจรจาต่อรอง เรื่องการปักปันน่านน้ำในเขตอ่าวไทย บริเวณรอยต่อระหว่างไทยและกัมพูชา ในเดือน มี.ค.นี้ด้วย

นปช.ยื่นหนังสือต้านรัฐบาล อภิสิทธิ์

วันเดียวกัน แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติหรือ นปช.ประมาณ 100 คน นำโดยนายวีระ มุสิกพงศ์ นายจักรภพ เพ็ญแข และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ได้เดินทางมาชุมนุมที่หน้าสถานเอกอัครราชทูตสหภาพฟิลิปินส์ประจำประเทศไทย เพื่อยื่นหนังสือแสดงจุดยืน ไม่ยอมรับรัฐบาลที่มีความไม่ชอบธรรมในการบริหารประเทศ โดยเฉพาะการแต่งตั้งนายกษิต ภิรมย์ เป็น รมว.ต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าไม่ขัดขวางการจัดการประชุมสุดยอดอาเซียน ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ และจะไม่เรียกร้องให้แต่ละประเทศตัดสินใจว่า จะเข้าร่วมการประชุมหรือไม่ เพราะถือว่าเป็นเอกสิทธิ์ของแต่ละประเทศในการตัดสินใจ จากนั้นม็อบ นปช.ได้เดินทางต่อไปยังสถานเอกอัครราชทูตราชอาณาจักรบรูไนประจำประเทศไทย ยื่นหนังสือแสดงจุดยืนเดียวกัน

นายจักรภพกล่าวว่า การเดินทางมายื่นหนังสือแสดงจุดยืน ไม่ยอมรับรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ของคนเสื้อแดง ต่อเอกอัครราชทูตประเทศต่างๆในอาเซียนครั้งนี้ ถือเป็นภารกิจแรกที่เป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างความสัมพันธ์ เครือข่ายระหว่างประเทศ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาประชาธิปไตยแบบยั่งยืน จากนั้นจึงจะเริ่มในภารกิจที่ 2 คือ ต้องไล่พวกผู้ก่อการร้ายให้ออกจากประเทศไทยให้หมด

พายัพนำทัพเพื่อไทยลุยภาคอีสาน

ค่ำวันเดียวกัน ที่พรรคเพื่อไทย ได้มี ส.ส.อีสานพรรคเพื่อไทยประมาณ 30 คน นำโดยนายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม ได้มาเข้าพบนายพายัพ ชินวัตร อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย น้องชาย พ.ต.ท. ทักษิณ เพื่อขอให้รับตำแหน่งประธานที่ปรึกษา ส.ส.ภาคอีสาน ภายหลังการหารือกว่า 2 ชั่วโมง นายศักดา คงเพชร ส.ส.ร้อยเอ็ด กล่าวว่า นายพายัพตอบตกลงเป็นประธานที่ปรึกษา ส.ส.ภาคอีสาน การดึงนายพายัพเข้ามาช่วยถือเป็นยุทธศาสตร์หลักต่อสู้ทางการเมืองในการเลือกตั้งครั้งต่อไป เพราะจะได้ไปเป็นคนบอกชาวบ้านว่าจะนำ พ.ต.ท.ทักษิณกลับประเทศไทยอย่างไร ทั้งนี้ กลุ่ม ส.ส.อีสานจะเดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณในเร็วๆนี้ คาดว่าจะเป็นช่วงต้นเดือน ก.พ.

ว่าที่ ร.ต.พงศ์พันธ์ สุนทรชัย ส.ส.หนองคาย กล่าวว่า เชื่อมั่นว่านายพายัพจะสามารถกอบกู้พรรคเพื่อไทยได้ เพราะเป็นสัญลักษณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ เปรียบกับนายพายัพเป็นแม่ทัพภาคอีสานและพรรคเพื่อไทย เพราะภาคอีสานถือเป็นเมืองหลวง เป็นฐานเสียงหลักของพรรคมาโดยตลอด เบื้องต้น ส.ส.อีสานกำหนดยุทธศาสตร์แล้วว่าในเดือน ก.พ.นี้ จะเดินสายเปิดตัวนายพายัพในภาคอีสาน

อภิสิทธิ์ประกาศปฏิรูปการเมือง

เมื่อเวลา 14.00 น. วันเดียวกัน ที่สถาบันพัฒนาข้าราชการพลเรือน จ.นนทบุรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้รับเชิญไปบรรยายพิเศษเรื่อง รัฐธรรมนูญหลักนิติธรรมและการบริหารประเทศในภาวะวิกฤติโดยได้กล่าวตอนหนึ่งว่า หลักนิติธรรมเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่จะต้องยึดถือ แม้ที่ผ่านมาจะล้มเหลวมาตลอด ถ้าสังคมไม่จริงจังกับเรื่องนี้ ความคาดหวังที่จะเห็นการทำหน้าที่ของแต่ละฝ่ายเดินไปตามกฎเกณฑ์กติกาก็เป็นเรื่องยาก สุดท้ายจึงไปลงที่รัฐธรรมนูญ เมื่อเราเขียนรัฐธรรมนูญสุดโต่งปัญหาก็ไม่จบ เช่น การยุบพรรค ก็หวาดเสียวอยู่ ตลอดเวลา ถ้าเลือกเขียนมาตรา 237 ได้ จะไม่เขียนอย่างนี้

ก่อนหน้านี้ได้แถลงนโยบายรัฐบาลว่าเราจะเดินหน้าปฏิรูปการเมือง ส่วนการปฏิรูปการเมืองจะต้องแก้รัฐธรรมนูญ หรือต้องทำอะไรนั้น มันก็จะครอบคลุมในตัวของมันเอง ถ้าเขียนนโยบายเรื่องที่จะแก้รัฐธรรมนูญก็จะเกิดความขัดแย้ง จะโดนกล่าวว่าแก้เพื่อใครหรือไม่

ย้ำอีกรัฐบาลทำอย่างตรงไปตรงมา

นายกฯกล่าวว่า สำหรับการบังคับใช้กฎหมายนั้น ถ้าทำแบบตรงไปตรงมา ก็ถูกเรียกร้องจากทั้งสองฝ่าย ให้ เร่งดำเนินคดีกับอีกฝ่ายทุกวัน ยืนยันว่ารัฐบาลจะให้ทุกอย่างทำอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีการละเว้นหรือกลั่นแกล้งกัน เรื่องนี้ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. ก็รับทราบชัดเจนว่านี่คือภารกิจที่ท่านต้องทำ และฝ่ายค้านก็ตั้งกระทู้ ถามเรามาเช่นกัน ถ้าพิจารณาเป็นคดี ต้องยอมรับว่าหลาย เหตุการณ์มองมุมในความผิดทางอาญาไม่ได้ ต้องมองในมุมของการเมืองด้วย เหมือนต่างประเทศที่มีระดับความ ผิดหลากหลายกว่าเรามาก ตรงนี้ต้องเรียนรู้พอสมควร

ความตั้งใจของผมคืออยากมีคณะบุคคลเข้ามาปรึกษาและสะสางตรงนี้ ซึ่งก็หายากเช่นกัน เวลานี้ได้คุยกับบุคคลท่านหนึ่ง พบกันแล้วครั้งหนึ่ง และโทรศัพท์นับครั้งไม่ถ้วน แต่ท่านไปทาบทามใครก็กลัวว่าเป็นภาระหรือกังวลว่าจะได้รับการยอมรับหรือไม่ เพราะยืนท่าม กลางความขัดแย้ง เนื่องจากการแตกแยกตอนนี้ถึงขั้นลึกพอสมควร จึงหวังว่าจะตั้งคณะบุคคลขึ้นมาเพื่อเป็นหลัก ประกันในความยุติธรรม อันนี้คือสิ่งที่รัฐบาลกำลังดำเนินการนายกฯกล่าว

เอาตัวให้รอด

ที่มา มติชน

บทนำมติชน

เพียงแค่การเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรกเมื่อวันที่ 21 มกราคม ส.ส.ฝ่ายเพื่อไทยซึ่งเป็นฝ่ายค้านเสนอให้นับองค์ประชุมถึง 2 ครั้ง ผลปรากฏว่า เสียง ส.ส.เกินครึ่งมาอย่างเฉียดฉิวไม่ถึง 10 เสียง แต่ก็ยังดีที่ยังครบองค์ประชุม แต่ในการประชุมวันรุ่งขึ้น (22 มกราคม) การนับองค์ประชุมด้วยวิธีขานชื่อกลับไม่ถึงครึ่ง มีเพียง 219 คน ทั้งๆ ที่ครึ่งหนึ่งจะต้องมีถึง 228 เสียง การขาดไป 9 เสียง ส่งผลให้การประชุมต้องยุติลง ปรากฏการณ์ดังกล่าว แสดงให้เห็นว่า รัฐบาลผสมของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ประกอบไปด้วยพรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคภูมิใจไทย (กลุ่มเพื่อนเนวิน) พรรคเพื่อแผ่นดิน พรรคกิจสังคม พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา เสียง ส.ส.รัฐบาลที่ปริ่มน้ำ เนื่องจากจำนวน ส.ส.เกินครึ่งไปเล็กน้อยกำลังขาดเสถียรภาพ โอกาสที่การประชุมสภาจะต้องสะดุดหยุดลง ไม่สามารถผ่านระเบียบวาระไปได้มีอยู่ตลอดเวลา

นอกจากการเมืองในสภาผู้แทนราษฎรระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายค้านจะขลุกขลัก ไม่ราบรื่นถึงขนาด ส.ส.รัฐบาลถ้าจะลุกจากที่นั่งไปเข้าห้องน้ำจะต้องกระวีกระวาดทำธุระส่วนตัวให้เสร็จโดยเร็วเพื่อจะได้รีบมาเข้าประชุมแล้ว การเมืองนอกสภายังกดดันรัฐบาลจนเกือบจะแบนเป็นกล้วยทับนั่นคือ คนเสื้อแดงนำโดยแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ประกาศจะชุมนุมใหญ่ที่ท้องสนามหลวง วันที่ 31 มกราคมนี้ พร้อมกันนี้แกนนำ นปช.ยังมีกำหนดการไปยื่นหนังสือต่อทูตอาเซียนประจำประเทศไทยเพื่อแจ้งถึงการไม่ยอมรับรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ที่นำแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยมาเป็นรัฐมนตรีและที่ปรึกษารัฐมนตรี รวมถึงการเคลื่อนไหวในวันประชุมผู้นำอาเซียนช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ในขณะที่คนเสื้อเหลือง นำโดยพันธมิตรทางแกนนำได้ปราศรัยแสดงความไม่พอใจที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯไม่ให้เกียรติพันธมิตรที่อุตส่าห์ชุมนุมขับไล่รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช และรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ จนมีผู้เสียชีวิต บาดเจ็บจำนวนมาก แต่กลับไปชื่นชมนายเนวิน ชิดชอบ ที่นำ ส.ส.มาสนับสนุนให้ได้เป็นรัฐบาล พันธมิตรจะให้เวลารัฐบาลอีก 3 เดือนถ้าไม่ลงโทษตำรวจที่เกี่ยวข้องกับการสลายผู้ชุมนุม 7 ตุลาคม พันธมิตรจะเป่านกหวีด นัดชุมนุมประชาชนอย่างแน่นอน

การจะให้รัฐบาลนายอภิสิทธิ์เอาใจทั้ง นปช.ด้วยการปลดนายกษิต ภิรมย์ พ้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและปลดที่ปรึกษารัฐมนตรีที่เป็นพันธมิตร และเอาใจพันธมิตรด้วยการโยกย้ายนายตำรวจที่ต้องรับผิดชอบในการสลายผู้ชุมนุม 7 ตุลาคมและเรื่องอื่นๆ อีกหลายเรื่องตามที่พันธมิตรเคยออกแถลงการณ์เป็นเรื่องยากลำบากอย่างยิ่ง ลำพังแค่การถอยตัวเองออกจากพันธมิตรมายืนตรงกลางเพื่อความเป็นอิสระและเป็นตัวของตัวเองยังทำไม่ได้ เนื่องจากที่มาและการดำรงอยู่ของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ปฏิเสธไม่ได้ว่าผูกพันอยู่กับพันธมิตรมาตั้งแต่พันธมิตรเริ่มขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จวบจนถึงปัจจุบัน

ภารกิจของรัฐบาลที่เร่งผลักดันนโยบายประชานิยมลงไปสู่ประชาชนภาคส่วนต่างๆ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ อาจทำให้คณะรัฐมนตรีไม่มีสมาธิเท่าที่ควร เพราะไหนจะต้องคอยกังวลกับองค์ประชุมที่จะต้องไม่ให้ล่ม ไม่เช่นนั้นสภาจะไม่สามารถผ่านมติสำคัญๆ ไปได้ เช่น กรอบข้อตกลงไทยกับอาเซียน ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณกลางปี เป็นต้น และไหนจะปวดหัวกับการขู่ของพันธมิตร การขับเคลื่อนของคนเสื้อแดง ประกอบกับ พ.ต.ท.ทักษิณยังโฟนอินเข้ามาในประเทศไทยผ่านกลุ่มคนเสื้อแดง ยิ่งทำให้สถานการณ์การเมืองร้อนแรงยิ่งขึ้น

สถานการณ์ทางการเมืองขณะนี้ยังไม่ถึงขั้นที่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์บริหารประเทศไม่ได้ เพียงแต่ทำให้บริหารงานยากขึ้นเท่านั้น การปรับตัวเพื่อรับมือของพรรคประชาธิปัตย์และพรรคร่วมรัฐบาลเป็นความจำเป็น ด้านหนึ่งเพื่อประคับประคองไม่ให้สภาล่มแม้จะถูกฝ่ายค้านใช้เวทีนี้สั่นคลอนรัฐบาลไปเรื่อยๆ อีกด้านเพื่อรอให้การแก้ไขปัญหาต่างๆ และนโยบายประชานิยมเกิดดอกเกิดผล ซึ่งแน่นอนว่า ถ้ารัฐบาลทำตามนโยบายได้สำเร็จย่อมได้คะแนนนิยมจากประชาชนอย่างกว้างขวาง ถ้าล้มเหลว หรือทำไม่ได้เพราะรัฐบาลอาจจะล้มครืนไปเสียก่อนก็จะเป็นผลดีต่อฝ่ายค้านในการต่อสู้ในสนามเลือกตั้ง รัฐบาลผสมของนายอภิสิทธิ์ควรจะรู้ดีกว่าคนอื่นๆ ว่า ในสถานการณ์เช่นนี้ รัฐบาลควรทำแ ละไม่ควรทำอะไร สามารถรักษาสถานะให้อยู่ตรงกลางระหว่างสีแดงกับสีเหลืองได้หรือไม่

เงินหลวงล่องหน

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ เศรษฐกิจพาที

วิกฤตการเงินโลกยังไม่ถึงจุดต่ำสุดตามคำทำนายของสถาบันการเงินระหว่างประเทศหลายเจ้า ทั่วโลกจึงต้องระดมสรรพกำลังอัดฉีดเม็ดเงินก้อนโตกันอีกหลายระลอก ขณะที่ไทยเพิ่งจะเทก้อนแรกไปแสนล้านบาท

แค่ก้อนเดียวก็ทำเอากระเป๋าเงินหลวงยอบแยบไปทีเดียว โดยหลายฝ่ายเริ่มออกมาส่งเสียงเตือนให้ระวังการใช้จ่าย กลัวว่าสิ้นปีขาดดุลงบประมาณบวกกับรายได้หด อาจส่งผลให้หนี้สาธารณะทะลุเกือบชนเพดาน 50% ของจีดีพี

แต่หากผลของเม็ดเงินที่ทุ่มลงไปสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศได้จริงก็ต้องซูฮก จะเพิ่มอีกเท่าไหร่ประชาชนผู้เสียภาษีก็คงไม่ว่า

ที่อยากจะว่าคงเป็นเรื่องของเม็ดเงินจากการใช้ที่ไร้ประสิทธิภาพ ติดตามผลและประเมินไม่ได้ จากกลุ่มลิ่วล้อนักการเมือง หรือกลุ่มคนที่มากับรัฐมนตรียามนายเป็นใหญ่เป็นโต

ล่าสุดที่กระทรวงการคลัง ข้าราชการกระทรวงยังปิดบัญชีเบิกจ่ายของป "51 ไม่ได้ เพราะไม่สามารถตามเก็บเงินกับผู้ติดตามนักการเมืองที่เกาะแข้งอดีตขุนคลัง น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ช่วงเดินทางไปอเมริกาเพื่อร่วมประชุมกับธนาคารโลกเมื่อปีก่อน

ตอนนั้นอ้างว่าขอจ่ายไปก่อนจะตามชำระคืนภายหลัง แต่เมื่อเปลี่ยนรัฐมนตรีคนเหล่านี้หายเข้ากลีบเมฆ ตามตัวไม่ได้

นั่นคืออดีตที่ย้อนไปแก้ไขไม่ได้

แต่ปัจจุบันกลุ่มคนที่มีพฤติกรรมเหล่านี้ มีมากจะทะลักกระทรวง

ถ้าผมตาย...

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ เหล็กใน

สายๆวันอาทิตย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มาตามนัดกับดีทีวี

โฟนอินเสียงใสแจ๋ว

คล้อยหลัง นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ออกรายการสดทางช่อง 11

และก็ไม่ทำให้กองเชียร์แฟนๆ ผิดหวัง เนื้อหา ใจความ ยังตอกย้ำยืนยัน

"ทักษิณก็คือทักษิณ"?

ลูกออดอ้อน เหน็บแนม กระแทกแดกดัน

รวมทั้งลีลาการด่า เอ๊ยกินเปล่า ยังครบเครื่องเหมือนเดิมไม่มีตก

ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารกับกลุ่มผู้สนับสนุน

การชี้แจงแถลงไขกับประชาชนกลุ่มอื่น

หรือการเล่นงานพาดพิงถึงฝ่ายตรงข้าม

ทุกคำพูด ทุกประโยค สมราคาพ่อค้าระดับมหาเศรษฐีโลก

(แม้จะเพิ่งสารภาพว่าถังแตกก็ตามที)

เพราะตั้งเป้าโกยกำไรเป็นหลัก!

อย่างไรก็ตาม ระยะหลังๆ หากดูและฟังดีๆ จะพบความผิดปกติ

สัปดาห์ก่อนสื่อญี่ปุ่นประโคมคำสัมภาษณ์อดีตนายกฯประเทศไทย

เนื้อหาตอนหนึ่ง

"ผมยังตายไม่ได้ก่อนที่จะพิสูจน์ว่าผมได้รับความยุติธรรม

"ผมเชื่อว่ากลุ่มผู้สนับสนุนจะสู้กับพวกเขาต่อไป แม้ว่าผมจะตายไปแล้ว"

ล่าสุดวันอาทิตย์ โฟนอินสดๆ ร้อนๆ มีใจความตอนหนึ่ง

"ถ้าผมตายอย่าคิดว่าปัญหาจะหยุด

"อย่าคิดว่าถ้าส่งคนมาฆ่าผมแล้วจะจบ

"ถ้าผมตายปัญหาจะยิ่งยาก"

ฟังแล้วอึ้ง ทึ่ง เสียว และงวยงง

ตามด้วยเครื่องหมายคำถาม??

กว่า 2 ปีที่ถูกปฏิวัติยึดอำนาจ ทักษิณไม่เคยเน้นย้ำเรื่องเป็นเรื่องตายติดๆ กันลักษณะนี้

แต่นี่ไม่กี่วันคำว่า "ตาย" หล่นออกมาถี่ยิบ!!

แค่ "ตาย" เรื่องเดียวก็ชวนขนลุกขนพอง

ยังมีเรื่อง "ฆ่า" เพิ่มเติมความสยดสยอง

สถานการณ์เวลานี้ของทักษิณ แม้จะเร่ร่อนพเนจรไปทั่วโลก

ทว่าแต่ละเมือง แต่ละประเทศที่ไป ล้วนคุณภาพมาตรฐานสูง

โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัย

การส่งคนไปฆ่า หรือทำให้ตายอย่างผิดธรรมชาติ ความเป็นไปได้มีน้อยมากๆ

ทักษิณล่วงรู้อะไรมา หรือกำลังคิดอะไรอยู่

ถึงได้พูดถึงความตาย !?

ภาษีมรดก-ตลกเล่น

ที่มา โลกวันนี้

โดย อัคนี คคนัมพร

รัฐบาลที่ตั้งขึ้นโดยขาดความชอบธรรมทางการเมืองกำลังจะแสดงอภินิหารด้วยประการต่างๆ เพื่อเรียกร้องความเชื่อถือ ศรัทธาจากประชาชน

นโยบายลด แลก แจก แถม สารพัดที่ลอกเลียนมาจากรัฐบาลก่อนนั้น ช่างเถอะ ถือเสียว่าเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และเนื่องจากตัวเองคิดอะไรไม่ออกก็ลอกของคนอื่นไปก่อน เมื่อประชาชนคนรากหญ้าได้ประโยชน์บ้างก็พอจะขืนรับไหว แต่ที่กำลังจะทำต่อไปนี้สิเป็นปัญหาต้องคิดหนัก

ครับ…รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายกรณ์ จาติกวณิช กำลังเสนอเก็บภาษีมรดก!

การเก็บภาษีทรัพย์สินและมรดกนั้นเป็นเรื่องดีแน่นอน และมีคนคิดทำกันมาก่อนแล้ว คนที่มีความคิดเช่นนี้ถูกจัดเป็นประเภทหัวก้าวหน้า ในอดีตคนหัวก้าวหน้าเช่นนี้ก็ถือกันว่าเป็นภัยของประเทศชาติ เป็นข้อหาหนัก

ในชีวิตของผู้เขียนเติบโตรู้ความเรื่องการบ้านการเมืองมาก็ได้เห็นท่านเสวตร เปี่ยมพงศ์สานต์ อดีต ส.ส.ระยอง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของรัฐบาลประชาธิปัตย์เมื่อ พ.ศ. 2519 เป็นคนแรกที่คิดเสนอกฎหมายนี้ น่าเสียดายที่พรรคประชาธิปัตย์อยู่บริหารประเทศได้ไม่นานก็ถูกทหารยึดอำนาจเสียก่อนในวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519 จึงไม่มีโอกาสทำได้สำเร็จ

นักการเมืองสำคัญๆที่อยู่ในพรรคประชาธิปัตย์ในขณะนั้น เช่น ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช นายชวน หลีกภัย นายพิชัย รัตตกุล นายบัญญัติ บรรทัดฐาน นายเล็ก นานา คงจะไม่เห็นด้วยกับนโยบายการเก็บมรดก หรือแม้จะเห็นด้วยก็คงจะไม่มีความรู้สึกเข้มข้นพอที่ผลักดันให้มันเป็นความจริงขึ้นมาได้

ดังนั้น แม้ภายหลังพรรคประชาธิปัตย์จะได้มีโอกาสเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลอีกถึง 2 ครั้ง 2 หน คือในปี 2535 และในปี 2540 แต่พรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่เคยหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดอีกเลย

ก็คงจะถูกต้องแล้วที่สื่อมักจะจัดให้พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคการเมืองประเภทไม่มีนโยบาย หรือมีนโยบายก็เป็นนโยบาย “อนุรักษ์นิยม” แนวอำมาตยาธิปไตย รักษาประโยชน์ของคนร่ำคนรวย เจ้าของที่ดินเป็นหลัก

แต่มาถึง พ.ศ. นี้พรรคประชาธิปัตย์ได้มีโอกาสเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบายอีกครั้ง มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกฯ นายกรณ์ จาติกวณิช เป็น รมต.คลัง จู่ๆก็มีการประกาศสนใจจะเก็บภาษีมรดกขึ้นมาทีเดียว

นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการเศรษฐกิจการคลังรับสำนองรัฐมนตรีฉับไว กล่าวว่า การจัดเก็บภาษีมรดกในส่วนที่เกี่ยวกับที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจะส่งผลให้มีรายได้เข้ารัฐปีละ 6-7 หมื่นล้านบาท ซึ่งนับว่าจะช่วยแก้ภาวะถังแตกได้

ตามรายงานข่าวกล่าวว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้อยู่ในขั้นตอนการแก้ไขรายละเอียดเกี่ยวกับการเก็บภาษีที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมอีกเล็กน้อยเท่านั้น นอกนั้นตกลงปลงใจกันได้เรียบร้อยแล้ว

ฟังเรื่องการเตรียมเก็บภาษีมรดกของรัฐบาลนี้แล้ว ผู้เขียนยอมรับว่าทึ่ง และยิ่งทึ่งมากขึ้นเมื่อแนวคิดออกมาจากนายกรณ์ จาติกวณิช ซึ่งเป็นคนวัยเดียวและจบการศึกษาสำนักเดียวกับนายอภิสิทธิ์ ผู้เป็นนายกฯ

ต้องขอบอกเสียตั้งแต่ตอนนี้ว่า ผู้เขียนไม่เชื่อว่างานนี้จะประสบความสำเร็จ เพราะตามความเห็นผู้เขียนแล้วพรรคประชาธิปัตย์จะไม่กล้าทำเรื่องก้าวหน้าดีๆอย่างนี้

ฉะนั้นการออกข่าวนี้มาก็เป็นเพียงแต่การประชาสัมพันธ์ส่วนบุคคล คือตัวรัฐมนตรีคลังนั้นเอง คือเพียงประกาศให้โลกรู้ว่าตนก็พอมีความคิดความอ่านอยู่บ้างเหมือนกัน อย่างน้อยก็มีดีไม่ด้อยไปกว่าตัวนายกรัฐมนตรี

แต่สำหรับความสำเร็จแล้วต้องขอบอกว่าไม่เชื่อน้ำหน้าพรรคประชาธิปัตย์ว่าจะทำได้

‘แม้ว’ไม่ตายไม่หยุด

ที่มา โลกวันนี้

‘แม้ว’ไม่ตายไม่หยุด ทวงความเป็นธรรมทั้งนรก-สวรรค์

“ทักษิณ” รับไม่ได้ครอบครัวถูกรังแก ลั่นไม่กลัวตาย จะสู้เพื่อความยุติธรรมไม่ว่าจะเป็นนรกหรือสวรรค์จนกว่าจะตาย ระบุมีความพยายามยัดเยียดข้อหาคอร์รัปชันเงินตัวเองและกล่าวหาไม่จงรักภักดีเพื่อให้พ้นจากอำนาจโดยไม่อายสายตาชาวโลก แนะรัฐบาลอย่ามัวแต่ดูอยู่บนหอคอย ต้องลงพื้นที่เหมือนโมเดลอาจสามารถ หากทำต่อปี 52 ก็จะประสบความสำเร็จ ชาวบ้านอยู่ดีมีสุข สอนก๊อบประชานิยมไปเมื่อเงินหมดประชาชนจะไม่ได้อะไร ยังจนเหมือนเดิม ไม่ควรดูถูกประชาชน เตือน “อภิสิทธิ์” อย่ามัวแต่ปูนบำเหน็จให้กับพันธมิตรฯจนทำให้ต่างชาติหมดความเชื่อถือ และที่สำคัญรับธรรมนูญคืออุปสรรคในการพัฒนาประเทศทำให้ไม่สามารถออกกฎหมายสำคัญได้

ที่สถานีประชาธิปไตย ดีสเตชั่น ภายหลังรายการ “เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์” ทางสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที นายวีระ มุสิกพงศ์ นายจตุรพร พรหมพันธุ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ พิธีกรรายการความจริงวันนี้ ได้จัดถ่ายทอดสดรายการความจริงวันนี้นัดพิเศษ โดยเชิญ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โทรศัพท์โฟนอินเข้ามาเป็นแขกรับเชิญในรายการ

เสื้อแดงจะเพิ่มขึ้น

ช่วงเริ่มต้นรายการ พ.ต.ท.ทักษิณได้กล่าวสวัสดีปีใหม่ชาวไทยและชาวไทยเชื้อสายจีน ขอให้มีความสุข อดทนเพื่อผ่านช่วงวิกฤต ซึ่งเป็นวิกฤตเศรษฐกิจของโลก อย่างไรก็ตาม หากในช่วงตรุษจีนทีมงานรายการความจริงวันนี้เห็นคนสวมเสื้อสีแดงเป็นจำนวนมากอย่านึกว่ามีกองเชียร์เพิ่มมากขึ้น เพราะสีแดงเป็นสีมงคล โดยปีนี้คนอาจสวมเสื้อแดงมากขึ้น เพราะเศรษฐกิจไม่ดี จึงต้องสวมเสื้อผ้าที่เป็นสีแห่งโชคลาภ

หาความเป็นธรรมทั้งนรก-สวรรค์

จากนั้นนายวีระได้ซักถามถึงการใช้ชีวิตในต่างแดน พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า ร่อนเร่พเนจร ไปอยู่ตรงนั้นบ้างตรงนี้บ้าง เป็นนกขมิ้นตะลอนทัวร์ เดิมสมัยเป็นนายกฯเคยตะลอนเดินทางไปช่วยเหลือประชาชน แต่ตอนนี้ต้องเดินทางไปพบปะเพื่อนฝูง บางทีก็เหงาเพราะไม่ได้อยู่กับครอบครัว ต้องพลัดพราก นานๆลูกจะมาหาบ้าง เพราะพวกเขาไม่รู้ว่าพ่ออยู่ที่ไหน

สำหรับเรื่องสุขสภาพแข็งแรงดี จิตใจเข้มแข็ง พร้อมต่อสู้เพื่ออุดมการณ์และความยุติธรรม ซึ่งตนและครอบครัวถูกรังแก จุดนี้จึงยอมรับไม่ได้ และจะขอต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งความยุติธรรม โดยตั้งใจว่าจะหาความเป็นธรรมให้เจอไม่ว่าจะเป็นในนรกหรือสวรรค์ ต่อให้มีการส่งมาฆ่าในต่างประเทศก็จะมีคนอีกมากลุกขึ้นมาต่อสู้จนกว่าจะมีความเป็นธรรม

หยุดเมื่อได้รับความเป็นธรรม

“มีคนถามว่าทำไม่ผมไม่ยอมหยุด เหตุที่หยุดไม่ได้เพราะต้องการความเป็นธรรมให้กับตัวเองและครอบครัว ที่ผ่านมาผมไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่ใช่ตัวปัญหา จะผิดก็ตรงที่ผมชนะการเลือกตั้ง จึงมีความพยายามยัดข้อหาว่าผมคอร์รัปชันเงินตัวเอง และกล่าวหาว่าไม่จงรักภักดี จนทุกคนระแวงและหันมาโจมตี เดินหน้าซัดผมจนไม่นึกถึงกติกา ทำทุกอย่างเพื่อให้ผมพ้นจากอำนาจโดยไม่อายสายตาชาวโลก ถ้าอยากจะให้ปัญหายุติต้องคืนความเป็นธรรมให้ผมก่อน มิเช่นนั้นถึงผมตายไปก็จะไม่มีใครยุติ จะเคลื่อนไหวต่อสู้จนกว่าจะได้รับความเป็นธรรม รังแกกันอย่างนี้มันยอมกันไม่ได้”

การเมืองพลิกสวรรค์เป็นนรก

นายวีระถามว่าหากเป็นนายกฯจะเตรียมแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างไร พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า การแก้ปัญหาเศรษฐกิจต้องมองอย่างครบวงจร โดยยอมรับว่าการเมืองมีบทบาทสำคัญกับการแก้ปัญหา บางประเทศการเมืองมีส่วนช่วยพลิกนรกให้เป็นสวรรค์ แต่บางประเทศสถานการณ์ดีอยู่แล้ว การเมืองกลับพลิกสวรรค์ให้เป็นนรก หากคนมีอำนาจรักประชาชนจะทำสิ่งดีให้ประชาชน แต่ถ้านักการเมืองรักที่จะแสวงหาอำนาจก็จะสร้างสิ่งดีๆให้กับตัวเอง

อย่ามัวแต่ดูอยู่บนหอคอย

อย่างไรก็ตาม นโยบายแก้ปัญหาเศรษฐกิจของไทยที่มองว่าไฟกำลังไหม้ ต้องระดมน้ำทั้งหมดที่มีอยู่ไปดับไฟ มองว่านอกจากทรัพย์สินจะไหม้ไฟทั้งหมดแล้ว เราจะอดตายเพราะไม่มีน้ำกิน ดังนั้น จึงขอให้ทำอะไรแบบพอหอมปากหอมคอ การแก้ปัญหาจะต้องลงไปในพื้นที่ ดึงชาวบ้านและภาคเอกชนมาสอบถามว่าพวกเขาต้องการให้รัฐบาลช่วยอย่างไร ไม่ใช่นั่งสั่งการอยู่บนหอคอย เหมือนที่เคยทำสำเร็จกับโมเดลอาจสามารถ ซึ่งหากได้สานต่อโครงการเชื่อว่าจะทำให้คนไทยหายจนได้ภายในปี 2552 แต่ถึงตอนนี้เราคงย้อนเวลากลับมาอีกไม่ได้

ส่งพันธมิตรฯเป็นรัฐมนตรี

พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวอีกว่า สำหรับกลุ่มนักธุรกิจชาวไทยอยากให้ระวังการใช้เงิน เพราะสถาบันการเงินอาจเรียกเงินกู้คืน และขอให้หันไปลงทุนเปิดตลาดในประเทศแถบแอฟริกาใต้ซึ่งกำลังจะเป็นเศรษฐีใหม่ อย่างไรก็ตาม คนไทยจะต้องร่วมกันกอบกู้ความเชื่อมั่นของประเทศกลับคืนมาหลังเหตุการณ์ปิดสนามบิน โดยทหารไปเข้าร่วมกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จากนั้นก็ส่งคนในพันธมิตรฯมาเป็นรัฐมนตรีและที่ปรึกษามากมาย คดีความต่างๆก็ไม่ดำเนินการ จึงทำให้ต่างชาติไม่มั่นใจ เพราะรู้ดีว่าใครอยู่เบื้องหลังสถานการณ์วุ่นวายในประเทศไทย โดยคนต่างชาติรู้ข้อมูลดีกว่าคนไทยในประเทศเสียอีก ดังนั้น การที่รัฐบาลจะจัดสรรงบประมาณ 500 ล้านบาท ให้กระทรวงการต่างประเทศใช้กอบกู้ชื่อเสียงของประเทศคงไม่ช่วยอะไรให้ดีขึ้น นอกจากทำให้งบประมาณหมดไปโดยเปล่าประโยชน์

ก๊อบปี้ประชานิยม

ผมไม่หนักใจว่าใครจะมาลอกเลียนแบบนโยบายประชานิยม เพราะคนทำต่างกันผลก็จะต่างกัน ผมเข้าไปสร้างเศรษฐกิจภาคชนบทเพื่อไม่ให้คนจนในชนบทเป็นภาระของระบบเศรษฐกิจ เราเข้าใจปัญหาและทำนโยบายประชานิยมเพื่อแก้ปัญหาความยากจน หากคิดเพียงว่าประชานิยมของใครเหนือกว่าก็คงเจ๊ง สุดท้ายเงินที่หว่านลงไปจะลายไปหมด โดยคนชนบทยังคงจนอยู่เหมือนเดิม การแก้ปัญหาจึงไม่ควรทำแบบวูบวาบและไม่ควรดูถูกชาวบ้านว่าคิดไม่เป็น

รัฐธรรมนูญเป็นตัวปัญหา

นอกจากนี้ พ.ต.ท.ทักษิณยังกล่าวเตือนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ว่าอย่ามัวแต่ตอบแทนบุญคุณกลุ่มพันธมิตรฯและทหารด้วยการแต่งตั้งเข้ามาดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพราะนานาชาติขาดความเชื่อมั่นประเทศไทยที่เสียงข้างมากในสภาต้องกลายเป็นเสียงข้างน้อย ประเทศในกลุ่มอาเซียนหลายประเทศมองว่าไทยเป็นต้นเหตุทำให้อาเซียนต้องตกต่ำในเวทีโลก การประชุมอาเซียนก็เลื่อนแล้วเลื่อนอีก เซ็นสัญญาลงนามอะไรไม่ได้เพราะยังไม่ผ่านสภา เพราะรัฐธรรมนูญสมเสร็จเป็นอุปสรรค หากต้องการให้ประเทศก้าวหน้าต้องแก้ไขกติกาที่เป็นอุปสรรคต่อการบริหารประเทศ หากปล่อยรัฐธรรมนูญฉบับ 2550 ไว้ก็ไม่อาจเกิดความสมานฉันท์ได้ สำหรับการแก้ปัญหาหวยใต้ดินโดยนำขึ้นมาเป็นหวยบนดินนั้น เชื่อว่ารัฐบาลนี้ไม่กล้าทำ เพราะแกนนำพันธมิตรฯในต่างจังหวัดต่างเป็นเจ้ามือหวยใต้ดินทั้งนั้น

ศาลมายุ่งการเมือง

พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาเดินทางไปประเทศในแถบแอฟริกาใต้ พักโรงแรมเดียวกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่เดินทางไปประชุมศาลโลก แม้ไม่มีโอกาสพบกันแต่อดนึกในใจไม่ได้ว่าเขาจะมาประชุมทำไม จะเอาอะไรมาพูดในเวทีระดับโลก เพราะไม่มีชาติใดที่ใช้ศาลเข้ามาแก้ปัญหาการเมือง โดยเฉพาะในประเทศแอฟริกาใต้ที่มีประวัติการต่อสู้เรียกร้องความยุติธรรม จึงไม่คิดว่าคนที่รู้อยู่แก่ใจว่าทำอะไรมาบ้างจะกล้าเดินทางมาในประเทศนี้

ช่วงท้ายของการดำเนินรายการพิธีกรซักถามถึงสถานะทางการเงินที่ พ.ต.ท.ทักษิณเคยให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ญี่ปุ่นว่าหมดเงิน จนคนไทยที่ยังรักในตัว พ.ต.ท.ทักษิณต้องการรวบรวมเงินส่งไปให้ใช้ในต่างประเทศ ปรากฏว่าสัญญาณโทรศัพท์ได้ขาดหายไปประมาณ 2 นาที เนื่องจากเป็นการโฟนอินมาจากเครื่องบินขณะบินอยู่ในน่านฟ้าสากล

มั่นใจได้รับความเป็นธรรม

จากนั้นได้มีการติดต่อ พ.ต.ท.ทักษิณอีกครั้งและกล่าวว่า รู้สึกตื้นตัน อยากจะร้องไห้ที่เห็นคนไทยซึ่งไม่มีเงินอยากจะรวบรวมเงินส่งมาให้ และขอบอกให้สบายใจว่ายังพอช่วยเหลือตัวเองได้ มีเพื่อนฝูงให้ความช่วยเหลือหยิบยืมอยู่บ้าง แต่การต้องเดินทางอยู่ตลอดทำให้มีค่าใช้จ่ายสูง อย่างไรก็ตาม ยังมั่นใจว่าจะได้รับความเป็นธรรมจากข้อหาคอร์รัปชันเงินที่ตนและครอบครัวทำมาหากินมาทั้งชีวิตก่อนเล่นการเมือง และยอมรับว่าชีวิตในช่วงนี้เหงามาก เชื่อว่าหากใช้กรรมที่ทำมาในชาติที่แล้วหมดคงได้กลับบ้าน

ชวนเสื้อแดงแสดงพลัง

ภายหลังการสัมภาษณ์สด พ.ต.ท.ทักษิณเป็นเวลา 1 ชั่วโมง นายวีระได้ปิดรายการพร้อมกับเชิญชวนให้ประชาชนกลุ่มเสื้อแดงมาร่วมยื่นหนังสือแสดงจุดยืนไม่ยอมรับรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ต่อสถานทูตในกลุ่มอาเซียน โดยในวันที่ 26 มกราคมจะเดินทางไปสถานทูตฟิลิปปินส์และบรูไน นอกจากนี้ในวันที่ 31 มกราคม ขอให้ผู้รักประชาธิปไตยมารวมตัวชุมนุมที่ท้องสนามหลวง ใครที่เป็นแดงทรยศจะไม่มาก็ไม่เป็นไร ถึงจะเหลือพวกตนแค่ 3 คนก็จะเดินหน้าชุมนุมต่อไป โดยในวันดังกล่าวจะไม่มีการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ

ขอบคุณรัฐให้ “แม้ว” โฟนอิน

ด้านนายอดิศร เพียงเกษ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ดีสเตชั่น จำกัด แถลงว่า จากการเปิดตัวทดลองออกอากาศสถานีประชาธิปไตยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ขณะนี้ออกอากาศครบหนึ่งสัปดาห์แล้ว ปรากฏว่ามีเสียงตอบรับจากประชาชนเข้ามาเป็นจำนวนมาก ซึ่งทำให้ทีมงานมีกำลังใจที่จะเดินหน้าต่อไป ทั้งนี้ สถานีประชาธิปไตยมีรูปแบบรายการที่หลากหลาย และพร้อมที่จะเปิดโอกาสให้ทุกคนในสังคมเข้ามาร่วมดำเนินรายการ ซึ่งรายการความจริงวันนี้ของนายวีระไม่มีโอกาสได้ออกอากาศทางเอ็นบีทีก็มาออกอากาศที่สถานีนี้ ซึ่งวันนี้ พ.ต.ท.ทักษิณได้โฟนอินเข้ามาในรายการ ซึ่งต้องขอบคุณรัฐบาลที่เปิดโอกาสให้ พ.ต.ท.ทักษิณได้โฟนอินเข้ามาโดยไม่ตัดสัญญาณ และขอรัฐบาลอย่าได้มองสถานีประชาธิปไตยเป็นสื่อตรงข้ามรัฐ แต่เราจะทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับรัฐบาล

ชวน “มาร์ค-สุเทพ” โฟนอิน

นายอดิศรกล่าวต่อว่า สัปดาห์หน้าจะประกาศรับสมัครผู้ที่สนใจเป็นนักข่าวแนวร่วมภาคประชาชนอย่างเป็นทางการไม่จำกัดจำนวนจากทั่วทุกภาคของประเทศไทย สมัครเป็นอาสาสมัครข่าว ส่งข่าวสารมายังสถานีในช่องทางต่างๆผ่านรายการตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่มีค่าสมัครใดๆทั้งสิ้น ทั้งนี้ ยืนยันว่าสถานีประชาธิปไตยไม่ใช่สถานีของคนใดคนหนึ่ง หากนายกรัฐมนตรีมีเวลาว่างก็สามารถโฟนอินเข้ามาได้ หรือนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี จะโฟนอิน เข้ามาเล่าเรื่องที่ถูกประชาชนไล่ที่เชียงใหม่ก็ได้ นอกจากนี้ยังเปิดตัวเว็บไซต์ http://www.dstation.tv/ ซึ่งผู้ชมรายการสามารถรับชมรายการสดผ่านทางเว็บไซต์ได้ เริ่มชมได้ตั้งแต่วันที่ 26 มกราคมนี้เป็นต้นไป

พท.บอก"แม้ว"ต้องหลบๆซ่อนๆหนีศัตรูเก่าตามปลิดชีพ สันติบาลอุบที่อยู่ "เสื้อแดง"ลั่น 31ม.ค.เคลื่อนใหญ่

ที่มา มติชนออนไลน์

พท.ตีปี๊บศัตรูเก่าตามฆ่า "แม้ว" ต้องหลบๆ ซ่อนๆ ไปที่ไหนต้องปิดเป็นความลับข้าม ปท. สันติบาลอุบความลับตามติดที่อยู่ "สุเทพ"เชื่อแม้วเสื่อมปลุกคนไม่ขึ้น "มาร์ค-สนั่น" ให้กลับมาสู้ ผบ.ทบ.ท้าพิสูจน์ เสื้อแดงลั่น31ม.ค.เคลื่อนใหญ่แน่ อธิการ"มช."แจ้งเอาผิดทำเสียหายม็อบอยุธยาปลุกสู้-ศรีสะเกษไม่ร่วม

พท.ตีปี๊บศัตรูเก่าตามฆ่าแม้วข้ามปท.


นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทย กลุ่มวังบัวบาน ใกล้ชิดนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ กล่าวถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ระบุมีการปองร้ายในต่างประเทศเมื่อวันที่ 26 มกราคมว่า ได้ยินข่าวมาตลอดมีความพยายามจากศัตรูกลุ่มเก่า ที่จะทำร้าย พ.ต.ท.ทักษิณทำให้ต้องระวังตัวตลอดเวลา ซึ่งเป็นความพยายามจากผู้มีอำนาจที่อยู่ในประเทศไทยกลุ่มเดิมและกลุ่มเดียวกับที่เคยวางแผนคาร์บอม พ.ต.ท.ทักษิณในสมัยเป็นนายกฯ ขณะนี้ ยังพบว่ามีการส่งคนไปติดตามความเคลื่อนไหวในต่างประเทศ ซึ่งทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณต้องหลบๆ ซ่อนๆ ไปที่ไหนต้องปิดเป็นความลับ โดยเฉพาะ ส.ส.พรรคเพื่อไทย บางคนที่รู้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะไปที่ไหนหรือพักอยู่ที่ใดต้องปฏิเสธว่าไม่ทราบ เมื่อมีใครถามถึง พ.ต.ท.ทักษิณ


นายวรวัจน์กล่าวว่า กระแสข่าวลอบทำร้ายทราบกันดีในหมู่ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ล่าสุด พ.ต.ท.ทักษิณต้องระวังตัวมากขึ้น ไม่เอาตัวเองเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการขับเคลื่อนต่อสู้ของพรรค ปล่อยให้นางเยาวภา และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ ดูแลกิจการของพรรค แม้จะมีการโฟนอินร่วมกับกลุ่มผู้ดำเนินรายการความจริงวันนี้บ้างก็เป็นเพียงทักทายประชาชนและสีสันทางการเมืองเท่านั้น


ด้าน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ดำเนินรายการความจริงวันนี้ กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณเคยเล่าให้ฟังขณะเป็นนายกฯว่า มีคนคนหนึ่งที่เคยอยู่ร่วมขบวนการลอบสังหาร และร่วมวางแผนทั้งหมดได้มาเล่าให้ฟังในภายหลัง มีการพูดชื่อบุคคลที่เป็นผู้บงการและผู้ร่วมปฏิบัติการทั้งหมดว่า ร่วมกันลอบสังหารหลายครั้งในประเทศ แต่การลอบสังหารขณะอยู่ในต่างประเทศนั้น พ.ต.ท.ทักษิณยังไม่เคยเล่าให้ฟัง แต่เคยได้ยินมาบ้างว่ามีการส่งคนไปติดตามดูความเคลื่อนไหว ขณะที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า คนระดับอย่างอดีตนายกฯคงจะไม่ออกมาพูดเรื่องแบบนี้หากไม่มีข้อมูลจริงๆ

สันติบาลอุบความลับตามติดที่อยู่


พล.ต.ท.ธีระเดช รอดโพธิ์ทอง ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล (ผบช.ส.) กล่าวว่า ตำรวจสันติบาลได้บันทึกเทปและตรวจสอบคำพูด พ.ต.ท.ทักษิณที่ออกอากาศแล้ว พบว่าเป็นการพูดเรื่องทั่วไป ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะกรณีพูดพาดพิงถึงสถาบัน เข้าข่ายคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพนั้น ตรวจสอบแล้วไม่พบว่ามี ส่วนกรณีที่พูดพาดพิงหรือคิดว่าหมิ่นประมาท ใครที่คิดว่าเข้าข่ายแจ้งความดำเนินคดีได้


ส่วนการตรวจสอบที่อยู่ที่แน่ชัด พ.ต.ท.ทักษิณเพื่อดำเนินคดีตามหมายจับจากการโฟนอินนั้น พล.ต.ท.ธีระเดชกล่าวว่า ขอให้วางใจมีการตรวจสอบอย่างเต็มที่ แต่ขั้นตอนหรือเบาะแสนั้นไม่สามารถเปิดเผยได้เป็นความลับเนื่องจากเป็นเรื่องสำคัญ


"สุเทพ"เชื่อแม้วเสื่อมปลุกคนไม่ขึ้น


นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ และ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกฯ พร้อมด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ต่างประสานเสียงไปในแนวทางเดียวกันให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีรตนายกรัฐมนตรี ที่โฟนอินเรียกร้องขอความเป็นธรรมข้ามชาติผ่านมางรายการ ความจริงวันนี้Ž ทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมดี สเตชั่น หรือดีทีวี เมื่อวันที่ 25 มกราคมที่ผ่านมา ให้กลับมาต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรมในประเทศไทยดีกว่าเคลื่อนไหวอยู่นอกประเทศ และปฏิเสธกรณี พ.ต.ท.ทักษิณอ้างว่ามีการส่งคนตามฆ่า
ทั้งนี้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการโฟนอินของพ.ต.ท.ทักษิณว่า ประชาชนส่วนใหญ่ฟังข้อมูลข่าวสารจากหลายทาง คงวินิจฉัยได้ว่าอะไรถูกหรือผิด ไม่เหมือนยุคที่ พ.ต.ท.ทักษิณเป็นนายกฯ ซึ่งได้ฟังรัฐบาลข้างเดียว การโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณคาดว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคงบันทึกเทปไว้ และจะไม่ปล่อยปละละเลย ส่วนการเคลื่อนไหวโจมตีรัฐบาลทั้งในและนอกสภานั้น ใครจะเคลื่อนไหวอย่างไรก็เคลื่อนไหวไป แต่ประชาชนจะเป็นคนกดดันว่าอยากให้บ้านเมืองสงบเสียที ให้รัฐบาลเข้ามาแก้ไขปัญหาของประเทศ อย่ามาก่อกวนวุ่นวายกัน ต้องเจอคำพูดที่กดดันอย่างนี้


"ไม่กล้าพูดว่า พ.ต.ท.ทักษิณเสื่อมหรือไม่ แต่ถ้า พ.ต.ท.ทักษิณพูดจาไม่ดี ให้ความหมายที่แรงอย่างนี้ก็จะเสียหายไปเรื่อย และไม่คิดว่าจะปลุกประชาชนลุกขึ้นมาต่อต้านรัฐบาลได้ โดยสังเกตจากการพูดที่ผ่านมาว่าไม่เห็นจะทำให้คนตื่นเต้นกันสักเท่าไร" นายสุเทพกล่าว


ถามใช้เครื่องบินส่วนตัวใครจะฆ่า


ผู้สื่อข่าวถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณอ้างว่าถูกลอบสังหาร นายสุเทพกล่าวว่า ใครจะไปล่าสังหาร พ.ต.ท.ทักษิณได้ เพราะอ้อนว่าการไปอยู่ต่างประเทศนั้นลำบาก แต่มีเครื่องบินส่วนตัว บินไปไหนมาไหนได้ ส่วนที่ พ.ต.ท.ทักษิณเปรียบตัวเองเป็นเนลสัน แมนเดลลา นักต่อสู้ชาวแอฟริกาใต้ ที่ต้องโทษจำคุกนาน 40 ปี แต่ยังได้รับเลือกให้เป็นประธานาธิบดีหลังจากนั้น นายสุเทพกล่าวว่า คำพูดล่อแหลมเกินไป ไม่อยากจะวิจารณ์ เมื่อถามว่า คำพูดของ พ.ต.ท.ทักษิณแสดงให้เห็นว่ามีความคิดจะล้มรัฐบาลหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า "คำพูดของคุณทักษิณ ทำให้รู้สึกว่าจะทำมากกว่านั้น"


ส่วนการนำกฎหมายมาจัดการกับ พ.ต.ท.ทักษิณเพื่อป้องกันปลุกระดมประชาชนนั้น นายสุเทพกล่าวว่า คิดว่ายาก เนื่องจาก พ.ต.ท.ทักษิณหนีคำพิพากษาศาลในคดีที่ดินรัชดาฯไปอยู่ต่างประเทศ แม้จะถูกตั้งข้อกล่าวหาสักเท่าไหร่ ก็ไม่ได้ตัวมาลงโทษ แต่ยืนยันว่าจะไม่ปล่อยไว้ เช่น คนจัดรายการให้พ.ต.ท.ทักษิณ หากปรากฏว่าผิดกฎหมายก็ต้องดำเนินการไป ส่วนคนที่อยู่ต่างประเทศ ต้องดูไปก่อนว่าจะดำเนินการอย่างไร


"มาร์ค-สนั่น" ให้กลับมาสู้คดีดีกว่า


นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯให้สัมภาษณ์ที่อาคารรัฐสภา ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุว่าจะเรียกร้องความเป็นธรรมไม่ว่าจะต้องไปอยู่ในนรกหรือสวรรค์ว่า "ความเป็นธรรมอยู่ที่ประเทศไทยนี่แหละครับ กลับมาเถอะครับ"


ด้าน พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรีและประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า คงไม่มีใครไปตามฆ่า พ.ต.ท.ทักษิณ ในต่างประเทศ เพราะคนไทยไม่ทำอะไรถึงขนานนั้น พ.ต.ท.ทักษิณอาจจะพะวงไปเอง เมื่อถามว่า การไม่หยุดเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณสร้างความลำบากให้รัฐบาลหรือไม่ พล.ต.สนั่นกล่าวว่า คงรบกวนบ้าง แต่ไปห้ามไม่ให้พูดคงไม่ได้เพราะเป็นสิทธิเสรีภาพบุคคล เดี๋ยวพูดๆ ไป พ.ต.ท.ทักษิณคงเบื่อไปเอง เพราะสาระต่างๆ มันก็ซ้ำอยู่อย่างนี้ แต่ถ้า พ.ต.ท.ทักษิณกลับเข้ามามอบตัว ต่อสู้คดีในประเทศไทยก็จะได้รับความเป็นธรรมตามกระบวนการยุติธรรมและทุกอย่างก็จบ


"ยอมมาติดคุกเหมือนเนลสัน เเมนเดลลา มาเถิด ยังมีโอกาสที่จะหลุดได้ ถ้ามาอยู่ในเมืองไทยยังมีโอกาสรอดเยอะ ไม่ต้องไปโดดเดี่ยวอย่างนั้น คนไทยให้อภัยกันได้ ซึ่งผมอยากให้ พ.ต.ท.ทักษิณกลับเข้ามา" รองนายกรัฐมนตรีกล่าว


รอออกกม.จัดการสถานีดีทีวี


นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การที่พ.ต.ท.ทักษิณประกาศจะสู้ทั้งในนรกและสวรรค์ถือเป็นการท้าทายที่พูดจาสอดคล้องกับความเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทยที่พยายามจะขัดขวางการทำงานของรัฐบาล แต่ พ.ต.ท.ทักษิณมีความพิเศษที่เป็นอดีตนายกฯเมื่อพูดจึงมีน้ำหนักมากกว่าและมีท่าทีที่ท้าทายเช่นนี้มาตลอด


ส่วนการออกอากาศของสถานทีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมดีทีวีนั้น นายสาทิตย์ กล่าวว่า หากร่าง พ.ร.บ.จัดสรรคลื่นความถี่ออกมาบังคับใช้ก็จะสามารถเข้าไปดูแลช่องว่างตรงนี้ได้ โดยหลังจากพิจารณางบประมาณกลางปีแล้วเสร็จ รัฐบาลก็จะนำร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณา แต่ระหว่างนี้คงไม่เจรจากับทางผู้ดำเนินรายการดีทีวีเพราะรัฐบาลมีหน้าที่ในการรักษากฎหมาย



"ผบ.ทบ."ท้า"ทักษิณ"กลับมาพิสูจน์


พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. กล่าวว่า คนไทยทุกคนต้องอยู่กับปัจจุบันและทำให้สังคมเราอยู่ร่วมกันได้ เรามีปัญหามากมายที่ต้องฝ่าฟัน ยืนยันว่าหากประเทศจะฝ่าฟันไปได้นั้น ต้องสมัครสมานสามัคคีกัน เอาความอยู่รอดของชาติเป็นหลัก เรื่องอื่นเป็นเรื่องรอง ทั้งนี้ กองทัพไม่ได้ประเมินสถานการณ์ชุมนุมใหญ่ 31 มกราคมนี้


ผู้สื่อข่าวถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณระบุว่า กองทัพอยู่เบื้องหลังการเปลี่ยนขั้วรัฐบาลและจะเคลื่อนไหวเรียกร้องความเป็นธรรม พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า ใครจะกล่าวอ้างอะไรแล้วแต่ ตนถือว่าประเทศต้องเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมว่าจะทำให้ทุกคนสามารถมีโอกาสที่จะมีความชอบธรรมในการต่อสู้
เมื่อถามว่า อดีตนายกฯควรยุติการเคลื่อนไหวหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า แล้วแต่ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่มีข้อคิดเห็น ส่วน พ.ต.ท.ทักษิณระบุว่า มีการเตรียมลอบสังหารกองทัพมีการตรวจสอบหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ย้อนถามกลับทันทีว่า

"จะถามให้เป็นประเด็นทำไม ผมไม่เห็นจะเกี่ยวข้องกองทัพ ซึ่งกองทัพจะไปตรวจสอบที่ไหนได้ ต้องถามท่านเอง ถามต่อว่า หากอดีตนายกฯกลับประเทศจะมีชีวิตปกติได้หรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า "แน่นอน เพราะท่านยังมีโอกาสที่จะกลับเข้ามาต่อสู้ทางกระบวนการยุติธรรม และผมมั่นใจว่าจะต้องปลอดภัย หากมีความกล้าหาญกลับมาพิสูจน์กันทางกระบวนยุติธรรม"



เสื้อแดงลั่น31ม.ค.เคลื่อนใหญ่แน่


ส่วนความเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดง นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง กล่าวที่รัฐสภา ถึงการโฟนอินเข้ารายการทางสถานีดีทีวีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่า ไม่จำเป็นจะต้องโฟนอินทุกสัปดาห์ ครั้งต่อไปจะดูเวลาที่เหมาะสม ส่วนการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดงในวันที่ 31 มกราคมนี้ อยากให้จับตาเพราะจะมีการเคลื่อนขบวนไปยังที่แห่งหนึ่ง แต่ยังไม่ขอเปิดเผย ขอให้ทุกคนอดใจรอคืนดังกล่าว
นายจตุพรกล่าวถึงการส่งคนลอบสังหารอดีตนายกฯว่า สิ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณได้พูดไปเพื่อเป็นการเตือนคนที่มีหน้าที่รับผิดชอบในบ้านเมืองให้รับทราบในประเด็นเหล่านี้


ขณะที่ นายสงวน พงษ์มณี ส.ส.ลำพูน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การเคลื่อนไหวของมวลชนเสื้อแดงในปัจจุบันเป็นการเคลื่อนไหวแบบชาวพุทธคือเคลื่อนไหวด้วยเงินบริจาค แตกต่างจากการนำของนายเนวิน ชิดชอบ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย หัวหน้ากลุ่มเพื่อนเนวิน และนายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตกรรมการบริหารพรรคพลังประชาชน ที่เคลื่อนไหวโดยขอเงินทุน แต่ขณะนี้เสื้อแดงที่เป็นกลุ่มของคนทั้ง 2 ได้ออกจากระบบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในวันที่ 31 มกราคมนี้ คนเสื้อแดงจะจัดการชุมนุมขึ้นเพื่อแสดงให้เห็นถึงเอกภาพในการเคลื่อนไหว ทั้งนี้ ในพื้นที่ทราบว่าชาวบ้านเริ่มถูกข่มขู่ไม่ให้มาร่วมชุมนุมในวันดังกล่าว

มท.1ถกรับมือเสื้อแดงชุมนุม31ม.ค.


เช้าวันเดียวกัน ที่กระทรวงมหาดไทย นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์หลังประชุมเสวนายามเช้า (มอร์นิ่งบีฟ) มี นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมหารือสถานการณ์กลุ่มเสื้อแดงจะชุมนุมใหญ่ในวันที่ 31 มกราคม ว่า แจ้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอำเภอ เน้นทำความเข้าใจกับผู้ชุมนุมเสื้อแดงว่า อะไรควร ไม่ควร และอย่าให้เกิดปัญหาต่อสังคม ให้ใช้วิธีการละมุนละม่อม ไม่มีการสกัดกั้นการชุมนุม


ส่วนกลุ่มชุมนุมเสื้อแดงขับไล่นายสุเทพ รองนายกฯที่เชียงใหม่ นายชวรัตน์กล่าวว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่จะต้องรายงานมาว่า ทำไมจึงมีสถานการณ์อย่างนี้เกิดขึ้น ต้องให้โอกาสชี้แจงก่อน ส่วนการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณจะทำให้กลุ่มเสื้อแดงมารวมตัวกันมากขึ้นหรือไม่นั้น นายชวรัตน์กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นหัวหน้ารัฐบาล 5-6 ปี ความนิยมยังคงมีอยู่ ถือเป็นเรื่องปกติ


แฉถูกท้าทายเหตุคลั่งไล่"สุเทพ"


นายสงวนยังกล่าวถึงกรณีที่นายสุเทพถูกกลุ่มคนเสื้อแดงขับไล่ที่ จ.เชียงใหม่ ว่าขอถามนายสุเทพเดินทางไป จ.เชียงใหม่ กับใคร และใครเป็นคนประกาศท้าทายเยาะเย้ยถากถางคนเสื้อแดงผ่านทางวิทยุชุมชนก่อน จึงไม่ใช่เรื่องที่คนของพรรคประชาธิปัตย์ไป จ.เชียงใหม่ แล้วเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น แต่เป็นเรื่องที่กลุ่มคนฮักเชียงใหม่ถูกท้าทาย เพราะขนาดนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ไปบรรยายที่ จ.เชียงใหม่ บ่อยครั้งก็ไม่เคยเจอเหตุการณ์เหมือนนายสุเทพ


เสื้อแดงชม.จี้ย้ายตร.ยิงยางรถ


วันเดียวกัน เวลา 11.00 น. นายเพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล แกนนำกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 พร้อมสมาชิกจำนวน 40 คน ยื่นหนังสือและดีวีดีเหตุการณ์ต่อนายสุรชัย จงรักษ์ ปลัด จ.เชียงใหม่ ผ่านไปถึงผู้ว่าราชการ จ.เชียงใหม่ ขอให้ตรวจสอบการถือครองที่ดินสำนักปฏิบัติธรรมสันติอโศก สาขาภูผาฟ้าน้ำ หมู่ 5 บ้านแม่เลา ต.ป่าแป๋ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ภายใน 15 วัน และขอให้ย้ายตำรวจที่ใช้อาวุธปืนยิงใส่ยางรถยนต์ของประชาชนที่ขับฝ่าด่านตำรวจบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ระหว่างนายสุเทพ รองนายกฯ มาร่วมงานสมาคมศิษย์เก่า มช. ออกจากพื้นที่ภายใน 5 วัน ซึ่งทางกลุ่มทราบชื่อและสังกัดแล้ว เพื่อลดความขัดแย้งระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับประชาชน


"สำหรับกลุ่มคนเสื้อแดงบางคนทำร้ายอาจารย์ มช. (นางเพ็ญสุวรรณ นาคะปรีชา ผู้อำนวยการสำนักห้องสมุด มช.) นั้น ขอให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีตามกฎหมาย และจะติดตามตัวให้ด้วย ส่วนกรณีรถยนต์ของคน มช.ถูกของมีคมกรีดนั้น ไม่ทราบและไม่น่าเป็นไปได้ และขอปฏิเสธว่าไม่รู้จักหรือเกี่ยวข้องกับคนขับรถพุ่งชนด่านตำรวจ" นายเพชรวรรตกล่าว


อธิการ"มช."แจ้งเอาผิดทำเสียหาย


นายสุรชัย จงรักษ์ กล่าวว่า จะเร่งส่งสำเนาให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามความคืบหน้าทั้งที่ดิน นายอำเภอ และผู้บังคับการตำรวจภูธร (ผบก.ภ.) จว.เชียงใหม่ แนวทางของ จ.เชียงใหม่ คือพยายามสร้างความสมานฉันท์ และแจ้งแกนนำเสื้อแดงว่าเหตุที่เกิดสร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยว


พล.ต.ต.สุเทพ เดชรักษา ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ กล่าวว่า ตำรวจเจรจากับคนขับรถคันที่เจ้าหน้าที่ยิงยางได้ด้วยดี และเรื่องจบแล้ว ส่วนจะมีคนมายื่นเรื่องกล่าวหาตำรวจก็ไม่เป็นไรจะพยายามหาทางเจรจาเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาลุกลามขึ้นไปกว่านี้


เวลา 17.40 น. นายพงษ์ศักดิ์ อังกสิทธิ์ อธิการบดี มช. กล่าวว่า มอบอำนาจให้หัวหน้าสำนักงานกองกลางไปแจ้งความกับตำรวจ สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ ดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่ทำลายทรัพย์สินของทางราชการแม้ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้กระทำก็ตาม


สมาคมศิษย์เก่าแถลงตำหนิม็อบ


"วันนี้ได้นำผู้บริหาร มช.นำกระเช้าดอกไม้ไปมอบให้อาจารย์เพ็ญสุวรรณ เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่บุคลากร ผู้บริหารหารือกับทุกส่วนที่เกี่ยวข้องรวมทั้งนักศึกษาถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพื่อระมัดระวังและป้องกันการโยงเรื่องการเมืองมาสู่สถาบันการศึกษา" นายพงษ์ศักดิ์กล่าว


ทางด้านสมาคมนักศึกษาเก่ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ออกแถลงตำหนิการกระทำของกลุ่มบุคคลในงานราตรีอ่างแก้ว มช.ฉลองวาระครบรอบ 45 ปี


"สมาคมขอตำหนิการกระทำดังกล่าว และขอเรียนไปยังผู้รับผิดชอบในบ้านเมืองโดยเฉพาะตำรวจว่าเหตุการณ์เช่นนี้มีการกระทำผิดกฎหมายและละเมิดสิทธิผู้อื่น ไม่ควรปล่อยให้เกิดขึ้น ขอวิงวอนให้ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบปฏิบัติหน้าที่ดูแลรักษาความสงบและความปลอดภัยแก่สาธารณชนโดยเคร่งครัด" ในแถลงการณ์ระบุ


เสื้อแดงอยุธยาปลุกสู้-ศรีสะเกษไม่ร่วม


ขณะที่กลุ่มคนเสื้อแดงรักประชาธิปไตยประตูน้ำพระอินทร์ จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมสมาชิกเดินแจกเอกสารเชิญชวนประชาชนเขตตลาดประตูน้ำพระอินทร์ และตลาดนิคมอุตสาหกรรมนวนคร จ.ปทุมธานี ให้ไปร่วมงานรวมพลังสู้ คู่ทักษิณ ในช่วงเย็นวันที่ 31 มกราคม ที่หน้าเทศบาลตำบลประตูน้ำพระอินทร์ นางมยุรี เศวตาศัย แกนนำกลุ่มเสื้อแดง กล่าวว่า งานดังกล่าวเปิดเข้าร่วมฟรี และนายจักรภพ เพ็ญแข แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นายอดิศร เพียงเกษ นายสุรชัย แซ่ด่าน และนายขวัญชัย ไพรพนา แกนนำกลุ่มคนรักอุดร จะมาร่วมในกิจกรรม โดยสลับช่วงเวลากันมา เพราะจัดงานแบบเดียวกันที่กรุงเทพมหานคร ส่วนงานที่ จ.พระนครศรีอยุธยา จัดสำหรับให้คนต่างๆ จังหวัดรวมพลังเหมือนเช่นใน กทม.


นายจักรภพ สถาวร อายุ 51 ปี แกนนำกลุ่มเสื้อแดง จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า ได้รับการประสานจากแกนนำกลุ่มเสื้อแดงในหลายจังหวัดขอให้ไปร่วมชุมนุมใหญ่ที่กรุงเทพฯ วันที่ 31 มกราคม แต่การหารือร่วมกับแกนนำเสื้อแดงในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ มีมติว่าจะไม่เข้าร่วมชุมนุม เนื่องจากไม่มีเหตุผลสมควร ควรเปิดโอกาสให้รัฐบาลทำงานไปก่อน


พธม.เอาผิด3ส.ส.-ผู้ว่าฯ-ตร.ร้อยเอ็ด


เวลา 17.00 น. ที่ จ.ร้อยเอ็ด น.ส.นภาพร พวงช้อย นพ.ธีระวุฒิ เถาว์ทิพย์ แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) จ.ร้อยเอ็ด เข้าแจ้งความ สภ.เมืองร้อยเอ็ด ให้ดำเนินคดีกับกลุ่มเสื้อแดงจำนวน 10 คน ฐานร่วมกันบุกรื้อเวทีและเก้าอี้ของกลุ่มพันธมิตร เมื่อวันที่ 24 มกราคม
น.ส.นภาพรกล่าวว่า ที่ประชุมกลุ่มพันธมิตรมีมติให้ดำเนินคดีกับกลุ่มคนเสื้อแดงทั้ง 10 คน ได้แก่ นายนิสิต สินธุไพร อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด นายศักดา คงเพชร นายนิรมิตร สุจารี นายวรางวงษ์ พันธุ์ศิลา ทั้ง 3 คน เป็นส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย นายธนพล โอนะพนม สมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด นายณรงค์ นาอ่อน นายกเทศมนตรี เทศบาลนิเวศน์ นายวิเชียร์ชนินทร์ สินธุไพร และอีก 2 คนไม่ทราบชื่อ ในข้อหาคุกคามข่มขู่ทำลายทรัพย์สิน


"รวมทั้งแจ้งความดำเนินคดีกับนายพงษ์ศิริ กุสุมภ์ ผู้ว่าฯร้อยเอ็ด พล.ต.ต.สุพรรณ์ ประเสริฐสม ผู้บังคับการตำรวจภูธร จว.ร้อยเอ็ด นายอำเภอ เจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ละเลยการปฎิบัติหน้าที่" แกนนำ พธม.ระบุ


นายพงษ์ศิริ กุสุมภ์ กล่าวว่า รู้สึกเสียใจที่ถูกแจ้งความทั้งที่ทุกคนตั้งใจทำงานเพื่อระงับเหตุร้าย และพยายามอดทนกับทุกฝ่ายไม่ให้เกิดเหตุปะทะกัน กระทั่งควบคุมสถานการณ์ได้โดยไม่เสียเลือดเนื้อ แต่เมื่อมีการแจ้งความพร้อมจะปฏิบัติตามกฎหมาย

"ดิอีโคโนมิสต์"งดขายในไทยหวั่นข้อเขียนกระทบสถาบัน

ที่มา มติชนออนไลน์

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันที่ 26 มกราคมกองบรรณาธิการนิตยสาร ดิ "อีโคโนมิสต์" ของอังกฤษ ได้ส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์หรืออี-เมล แจ้งต่อสมาชิกของนิตยสารที่พำนักอยู่ในประเทศไทยได้รับทราบว่า ผู้แทนจำหน่ายนิตยสารดังกล่าวในเมืองไทยตัดสินใจงดจำหน่าย ดิ อีโคโนมิสต์ประจำสัปดาห์ล่าสุด เนื่องจากหวั่นเกรงว่า ข้อเขียนว่าด้วยกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพในฉบับล่าสุดอาจก่อให้เกิดปัญหาได้ ถือเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 2 เดือนที่ผ่านมาที่งดจำหน่ายเฉพาะในเมืองไทยด้วยเหตุผลคล้ายคลึงกัน


ทางด้านเอเอฟพีรายงานอ้างความเห็นของเจ้าหน้าที่ระดับสูงในกระทรวงยุติธรรมผู้หนึ่ง เปิดเผยว่า กระทรวงมีแนวคิดเสนอขออนุมัติคณะรัฐมนตรี เพื่อให้การศึกษาชาวต่างประเทศเกี่ยวกับกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เพราะมีความเข้าใจผิดอย่างมาก และมักเข้าใจว่าเป็นความผิดลหุโทษ ทั้งๆ ที่ กฎหมายนี้มีโทษจำคุกสูงสุดถึง 15 ปี