WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, February 4, 2009

ที่ประชุมเจบีซียังไม่ได้ข้อยุติชื่อ-ปรับกำลัง

ที่มา MCOT News


กรุงเทพฯ 4 ก.พ.- นายวศิน ธีรเวชญาณ ประธานคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (เจบีซี) ฝ่ายไทย กล่าวถึงผลการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย – กัมพูชาในช่วงเช้า ว่า ที่ประชุมยังไม่สามารถหาข้อสรุปการประชุมครั้งนี้ ได้ เนื่องจากติดขัดเรื่องการปรับกำลังทหารบริเวณโดยรอบปราสาทพระวิหาร และการใช้ชื่อเรียกปราสาทพระวิหาร ซึ่งไทยเสนอให้ใช้ปราสาทพระวิหาร และปราสาทเปรียะพระวิเฮียร์ ขณะที่กัมพูชา ยืนยันใช้ชื่อปราสาทเปรียะพระวิเฮียร์ เพียงชื่อเดียว

นายวศิน กล่าวถึงการหารือนอกรอบกับนายวาร์ คิม ฮอง ประธานเจบีซี ฝ่ายกัมพูชา ก่อนการประชุมในช่วงเช้า ซึ่งใช้เวลาประมาณ 20 นาที ว่า หารือในรายละเอียดบันทึกการประชุมวานนี้ (3 ก.พ.) ว่า ยังเห็นพ้องให้มีการลงนามร่างบันทึกข้อตกลงการประชุมคณะกรรมการเจบีซีไทย-กัมพูชา ที่เมืองเสียมราฐ เมื่อวันที่ 10-12 พฤศจิกายน 2551 และข้อตกลงชั่วคราวการแก้ไขข้อพิพาทพื้นที่ทับซ้อนบริเวณปราสาทพระวิหาร หรือไม่ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ข้อยุติทำให้การแถลงข่าวที่กำหนดไว้ใน 16.00 น. ล่าช้าออกไปอย่างไม่มีกำหนด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเช้ามีการประชุมกลุ่มย่อยของเจ้าหน้าที่ด้านเทคนิคการจัดทำแผนที่สำรวจพื้นที่ทับซ้อนเพื่อปักปันเขตแดนในอนาคต เบื้องต้นคาดว่าจะสำรวจพื้นที่ช่วงที่ 5 คืออำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษถึงจังหวัดสุรินทร์ และในช่วงที่ 6 คืออำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ ถึงอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งในส่วนนี้จะครอบคลุมบริเวณปราสาทพระวิหารด้วย.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2009-02-04 19:49:10

เพื่อไทยฮึกเหิมนัดพบ"นายใหญ่"ที่ชายแดน "แม้ว" ซัด"สุเทพ"คิดต่ำ สั่งฟ้องหมิ่นฯใส่ร้ายอยากเป็น"ปธน."

ที่มา มติชนออนไลน์

"ทักษิณ"โทรสั่ง"นพดล"ยื่นฟ้อง"สุเทพ"หมิ่นประมาท ฐานใส่ร้ายจะกลับมาเป็น "ปธน." ซัดคิดแบบต่ำๆ สงสัยอยากเป็นเอง "เฉลิม"เปิดคลิปเสียงมัด จี้ตอบกระทู้สดในสภา เด็กเพื่อไทยสุดดี๊ด๊าได้ยินเสียงนายใหญ่ ฮึกเหิมนำ 30 ส.ส.อีสาน นัดพบริมชายแดนไทย

พท.ยื่นกระทู้สด"สุเทพ"หาเป็นปธน.


นายวิทยา บูรณศิริ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) เปิดเผยเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมมีมติว่าในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ จะยื่นกระทู้ถามสด 2 เรื่องคือ 1.กรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ออกมาระบุว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะกลับมาเป็นประธานาธิบดี ถือว่าเป็นการพูดที่สร้างความแตกแยกในสังคม เพราะประเทศไทยปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ซึ่งการมาพูดเล่นแบบนี้ถือว่าไม่เหมาะสม ดังนั้น นายสุเทพต้องตอบให้ชัดเจนว่าเจตนาพูดเพื่ออะไร และ 2.เรื่องการขึ้นราคาน้ำมันหากรัฐบาลขึ้นราคาน้ำมันโดยไม่มีเหตุผลก็เหมือกับรัฐบาลตอกย้ำและสร้างความเกลียดชังให้กับประชาชน ซึ่งในสัปดาห์หน้าจะมีการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ 2552 ซึ่งคณะกรรมาธิการและส.ส.ฝ่ายค้านที่สงวนคำแปรญัตติก็จะสอบถามรัฐบาล


"เฉลิม"เปิดคลิปเสียง"ทักษิณ"มัด


ต่อมา เวลา 13.30 น. ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทยและประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย แถลงข่าวที่ห้องคณะกรรมการประสานงานพรรคฝ่ายค้าน โดยนำเทปบันทึกเสียงการโฟนอินของพ.ต.ท.ทักษิณมาเปิดให้ผู้สื่อข่าวฟัง ด้วยว่า นำเสียงคำพูดของพ.ต.ท.ทักษิณมาให้ฟังชัดๆ แล้วลองเปรียบเทียบกับคำกล่าวหาของนายสุเทพ ที่กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่จงรักภักดีและจะกลับมาเป็นประธานาธิบดีนั้น เรื่องนี้ถือเรื่องใหญ่มาก ไม่มีใครคิดไม่มีใครพูด เป็นเรื่องที่นายสุเทพพูดไปเองคนเดียว


"พ.ต.ท.ทักษิณเพียงแสดงความห่วงใยพรรคพวก และบอกว่าพร้อมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งหากได้รับการสนับสนุนจากประชาชน ไม่มีคำพูดที่เป็นอย่างอื่น แต่นายสุเทพกลับไปพูดว่า อดีตนายกฯจะกลับมาเป็นประธานนาธิบดี สร้างความสับสนให้ประชาชน ส่งผลกระทบต่อสถาบันหลักอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงจำเป็นต้องออกมาแถลงตอบโต้ แบบช็อตต่อช็อต เพราะถ้าปล่อยให้พูดฝ่ายเดียวจะทำให้คนหลงเชื่อเหมือนในอดีตที่พูดจนชาวบ้านมัวเมามามาแล้ว อยากถามนายสุเทพว่าไปเอาอะไรมาพูด" ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว


จี้ตอบ 3 คำถามใส่ร้ายป้ายสีหรือไม่


ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวอีกว่า วันที่ 5 กุมภาพันธ์นี้ จะถามนายสุเทพ 3 คำถามคือ1.นายสุเทพให้สัมภาษณ์ดังกล่าวจริงหรือไม่ 2. ถ้าให้สัมภาษณ์ดังกล่าวจริงว่าพ.ต.ท.ทักษิณจะกลับมาเป็นประธานาธิบดีแล้วสถาบันหลักของชาติจะว่าอย่างไร และ 3. ถ้าไม่พูดก็แล้วไป แต่พรรคเพื่อไทยจะมีเทปบันทึกคำพูดของพ.ต.ท.ทักษิณ และการให้สัมภาษณ์ของนายสุเทพ ในการประชุมสภา ซึ่งเรื่องนี้เป็นการใส่ร้ายป้ายสีหรือไม่ ขอให้ตอบมา


ผู้สื่อข่าวถามว่าพ.ต.ท.ทักษิณ เคยให้สัมภาษณ์ผ่านทางดีสเตชั่นว่าอยากเป็นเหมือนแนลสัน แมนเดลา อดีตประธานาธิบดีสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไม่ใช่อย่างนั้น พ.ต.ท.ทักษิณหมายความว่าแนลสันเคยติดคุกเป็น 10 ปีแต่กลับเข้ามาสู่การเมืองใหม่อีกครั้งได้ คนที่จบโรงเรียนนายร้อยได้ต้องมีความจงรักภักดี ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณได้เข้าพิธีสมรสพระราชทาน ถามว่าไอ้หัวโตนายสุเทพเคยได้อย่างนี้บ้างไหม


อ้างชงนิรโทษกรรมคิดส่วนตัว


ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า แคมเปญหาเสียงเลือกตั้งเสนอกฎหมายนิรโทษกรรม เรื่องนี้เป็นเพียงแนวคิดส่วนตัวเท่านั้น กำลังจะนำเสนอต่อที่ประชุมพรรคให้พิจารณา เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ หากมีการประกาศใช้กฎหมายดังกล่าว พ.ต.ท.ทักษิณจะกลับประเทศไทยได้ และจะครอบคลุมไปถึงทุกคนด้วย สำหรับคดีที่ดินรัชดาก็จะได้รับการอภัยโทษ หากเป็นคดีอื่นจะได้รับการนิรโทษกรรม ส่วนที่มีข่าวว่าจะตั้งคนในตระกูลชินวัตรดูแลส.ส.ภาคต่างๆนั้น คงไม่ใช่ ยกเว้นกรณีของนายพายัพ ชินวัตร น้องชายพ.ต.ท.ทักษิณ ที่ส.ส.อีสานตั้งให้เป็นประธานที่ปรึกษาภาค


"ส่วนการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณที่ระบุถึงเด็ก 2 คนที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้นั้น ความจริง พ.ต.ท.ทักษิณ พูดไม่หมด เพราะนอกจากเด็ก 2 คนที่เป็น "ไอ้จุกและไอ้เปีย" แล้วยังมี "ไอ้ตี๋น้อย" อีกคนด้วย" ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว


"ทักษิณ"โทร.ทางไกลให้ฟ้องหมิ่น


ด้านนายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ ให้สัมภาษณ์ว่าได้รับการประสานจากทีมงานพ.ต.ท.ทักษิณว่ากำลังรวบรวมข้อมูลเพื่อฟ้องร้องนายสุเทพ ในข้อหาหมิ่นประมาทจากกรณีที่กล่าวหาว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ต้องการกลับมาเป็นประธานาธิบดี จะยื่นฟ้องภายใน1-2วันนี้ เนื่องจากเรื่องนี้เป็นการให้ร้ายใส่ร้าย โดยพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่เคยแม้แต่จะคิดเป็นประธานาธิบดี และที่ผ่านมาพ.ต.ท.ทักษิณต่อสู้ตามกระบวนการระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ถือเป็นการใส่ร้ายการเมืองที่แย่ที่สุดและเห็นชัดเจนว่าพรรคประชาธิปัตย์เคยชินกับการใช้ปากทำงาน ทั้งที่เมื่อเป็นรัฐบาลควรจะใช้มือทำงาน การฟ้องครั้งนี้ไม่ได้หวังที่จะเรียกค่าเสียหายแต่อดีตนายกฯต้องการพิสูจน์ความบริสุทธิ์และความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์


ซัดกลับ ปชป.จัดการยึดสนามบิน


"พ.ต.ท.ทักษิณ พูดจริง คิดจริง หากประชาชนยอมรับก็จะกลับมาทำงานการเมืองอีก แต่ไม่ได้คิดว่าเป็นประธานาธิบดี พรรคประชาธิปัตย์และนายสุเทพ มีความพยายามจะกล่าวร้ายสร้างภาพว่าพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นตัวปัญหา รวมทั้งไม่มีความจริงใจที่จะขอเจรจากับอดีตนายกฯ" นายนพดลกล่าว


ผู้สื่อข่าวถามว่า ระหว่างการโฟนอินพ.ต.ท.ทักษิณ ระบุว่าถ้าเล่นหนักขึ้น พ.ต.ท.ทักษิณก็จะเล่นหนักขึ้น นายนพดล กล่าวว่า ไม่ทราบว่าหมายความว่าอย่างไร แต่รัฐบาลมีหน้าที่ต้องทำตามกฎหมาย นำคนผิดจากการยึดสนามบินมาลงโทษ ให้ความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย ไม่ใช่ให้ฝ่ายหนึ่งทำอะไรก็ได้ ขณะนี้ไม่ทราบว่าพ.ต.ท.ทักษิณไปประเทศใด ยังคงอยู่ในประเทศแถบเอเซียหรือไม่


อ้าง"แม้ว"สับ"สุเทพ"คิดแบบต่ำๆ


ขณะที่ นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทราปราการ พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่าเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 3 กุมภาพันธ์มีโอกาสได้โทรศัพท์พูดคุยกับพ.ต.ท.ทักษิณ ถึงกรณีนายสุเทพระบุว่าพ.ต.ท.ทักษิณจะกลับมาเป็นประธานาธิบดี พ.ต.ท.ทักษิณ บอกกับตนว่า เป็นความคิดแบบต่ำๆ และไม่อยากเชื่อว่าคนที่เป็นถึงรองนายกรัฐมนตรีจะมีความคิดขนาดนั้น ทั้งที่เพิ่งผ่านการถวายสัตย์มาไม่นาน นอกจากนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้กำชับตนว่าหามีโอกาสเจอนายสุเทพ ให้ช่วยบอกกับนายสุเทพ ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ มีความจงรักภักดี100 เปอร์เซ็นต์ การที่นายสุเทพพูดเช่นนี้เป็นเพราะนายสุเทพอยากเป็นเองใช่หรือไม่


"พ.ต.ท.ทักษิณบอกกับผมว่านายสุเทพ น่าจะยอมรับกติกาได้แล้ว เพราะที่ผ่านมานายสุเทพแพ้พ.ต.ท.ทักษิณ ทั้งทางการเมืองและทางธุรกิจ แต่ต้องการเอาชนะคะคานจึงเอาเรื่องแบบนี้มาใส่ร้ายกัน ส่วนตัวผมเห็นว่าการที่นายสุเทพออกมาพูดเรื่องนี้ ตัวนายสุเทพควรที่จะขอพระราชทานอภัยโทษและควรที่จะสำเร็จโทษตัวเองด้วยการเลิกเล่นการเมืองตลอดไป" นายประชากล่าว


เผยนัดพบส.ส.อีสานที่ชายแดนไทย


ส่วนนายศักดา คงเพชร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากการที่พ.ต.ท.ทักษิณได้กล่าวให้กำลังใจส.ส.ในพรรค ทำให้สมาชิกพรรคเกิดความฮึกเหิมอย่างมากและมีความสามัคคีกันมากขึ้น ทุกคนกลับมีกำลังใจกันอีกครั้งที่จะทำทุกวิถีทางเพื่อกลับไปเป็นรัฐบาล และทำให้พ.ต.ท.ทักษิณกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยภายใน1-2 ปีนี้ ซึ่งพรรคเคยมีบทเรียนจากพรรคไทยรักไทยและพรรคพลังประชาชนโดยเฉพาะการยุบพรรค ดังนั้นต่อไปจะไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นอีกแล้ว


"ต่อไปพวกเราจะทำสงคราม 9 ทัพ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งที่พ.ต.ท.ทักษิณ มอบหมายให้เลือดแท้ตระกูลชินวัตรเข้ามาดูแลพรรคเช่น นายพายัพ ขณะนี้ส.ส.ภาคอีสานกว่า30 คน เตรียมพร้อมที่จะเดินทางไปพบพ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อพูดคุยและวิเคราะห์ถึงสถานการณ์บ้านเมือง โดยมีแนวคิดว่าต้องการให้พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางมาประเทศใกล้ๆคาดว่าอยู่บริเวณประเทศเพื่อนบ้านติดกับชายแดนไทย ซึ่งอาจเป็นประเทศลาวหรือแถวเกาะกง ประเทศกัมพูชาภายใน1-2 สัปดาห์ โดยนายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ส.ส.ชัยภูมิพรรคเพื่อไทย เป็นผู้ประสานกับนายพายัพจะเป็นผู้ติดต่อพ.ต.ท.ทักษิณ" นายศักดากล่าว


อดีตคตส.ค้านออกกม.นิรโทษ


ด้านนายบรรเจิด สิงคะเนติ อาจารย์ประจำภาควิชากฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะอดีตคณะกรรมการตรวจการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) กล่าวว่าการจะออกกฎหมายนิรโทษกรรม ต้องหาเหตุผลมาว่าจะนิรโทษกรรมอย่างไร คดีอะไร เช่น ถ้าเป็นคดีที่มีมูลว่าทุจริตจริง จะนิรโทษกรรมได้อย่างไรเพราะเป็นคดีอาญา สร้างเสียหายให้แก่ประเทศชาติ จะปล่อยให้ลอยนวลได้อย่างไร ไม่เช่นนั้นต่อไปรัฐบาลไหนทำผิดก็จะออกกฎหมายนิรโทษกรรมกันอีก หากดูจากเจตนาแล้วจะเห็นว่าเป็นการมุ่งตอบสนองเฉพาะตัวบุคคล ไม่เหมือนกับเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ที่มุ่งนิรโทษกรรมให้กับนักศึกษาหรือประชาชนที่อยู่ในเหตุการณ์การต่อสู้


อดีตคมช.โต้วางแผนบันได4ขั้น


พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม อดีตหัวหน้าสำนักงานเลขาธิการคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) กล่าวถึงกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม ระบุว่าพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลตามแผนบันได 4 ขั้นของ คมช.ว่า คมช.ไม่ได้วางแผน สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นไปตามการกระทำของอดีตรัฐบาลเอง คิดว่าการเปลี่ยนขั้วรัฐบาลเกิดจากการทำงานของอดีตรัฐบาลที่ผ่านมา จนเป็นปัญหาตามมา ไม่เกี่ยวกับ คมช.ซึ่งจบไปพร้อมกับรัฐบาลของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ แล้ว


"ผมเคยพูดเสมอว่าใครเป็นรัฐบาลต้องเป็นรัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ดูแลประชาชน อย่าเป็นรัฐบาลของใครเพียงคนหนึ่ง เขาเข้ามาสิ่งแรกก็คือเร่งแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อแก้ปัญหาคดีของ พ.ต.ท.ทักษิณ และแก้ปัญหาจะถูกยุบพรรคพลังประชาชน ไม่ได้เป็นการแก้รัฐธรรมนูญเพื่อบ้านเมือง ทำให้เป็นเงื่อนไขให้พันธมิตรออกมาชุมนุม" พล.อ.สมเจตน์ กล่าวและว่า หากรัฐบาลเข้ามาแก้ปัญหาเพื่อประเทศชาติ ประชาชนก็รับได้หมด หากมาเพื่อแก้ปัญหาให้ใครคนหนึ่ง ประชาชนก็รับไม่ได้ ขณะนี้สถานการณ์การเมืองกำลังเดินไปข้างหน้า รัฐบาลก็แก้ปัญหาเศรษฐกิจ ฝ่ายค้านก็ทำหน้าที่


กกต.สอบ"ทักษิณ"ได้หากร้องมา


ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต. กล่าวถึงกรณีพ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งโฟนอินในการสัมมนา ส.ส.พรรคเพื่อไทยให้เคลื่อนไหวทางการเมืองว่าทุกคนมีสิทธิเสรีภาพ ที่จะแสดงความคิดเห็นได้ตามรัฐธรรมนูญ แต่ต้องไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น ทั้งนี้ในส่วนของ กกต.หากมีการร้องเรียนเข้ามา กกต.ก็มีหน้าที่ต้องไปตรวจสอบดูว่า กรณีดังกล่าวเข้าข่ายขัดต่อ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองหรือไม่ แต่ไม่อยากให้การเมืองใช้ กกต.เป็นเครื่องมือ หรือทำให้ กกต.ถูกมองว่าไปฟาดฟันการเมืองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพื่อผลประโยชน์ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง


"สดศรี"ชี้เล่นงานยากไม่มีกม.ห้าม


ขณะที่นางสดศรี สัตยธรรม กกต.ด้านกิจการพรรคการเมือง กล่าวถึงกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณโฟนอินปลุกระดมในสัมมนาพรรคเพื่อไทยว่า เรื่องนี้ไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายใด โดยเฉพาะ พ.ร.บ.พรรคการเมือง ที่ระบุว่า ผู้ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งจะพูดอะไรไม่ได้ แต่กฎหมายห้ามผู้ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งไว้เพียงแค่ห้ามตั้งพรรคใหม่และห้ามเป็นกรรมการบริหารพรรคเท่านั้น ไม่ได้ระบุว่าโฟนอินเป็นความผิดตามกฎหมาย ก็ลำบากที่จะบอกว่าอดีตนายกฯโฟนอินเข้ามาขัดต่อมาตราใดของพ.ร.บพรรคการเมือง ถ้าหากพ.ต.ท.ทักษิณโฟนอินมาเพื่อสั่งกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย

นางสดศรี กล่าวว่า คงเป็นเรื่องความมั่นคง กกต.คงไม่มีหน้าที่จะพิจารณาในเรื่องนี้


เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยจะหาเสียงรเลือกตั้งครั้งหน้าโดยชูเรื่องการนิรโทษกรรมทำได้หรือไม่ นางสดศรี กล่าวว่าในเมื่อยังไม่มีพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) กำหนดวันเลือกตั้ง การที่พรรคฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาลจะชูประเด็นในนโยบายดังกล่าว ก็ไม่อาจเป็นความผิด

ปิดตำนาน ปชป.อีสาน!

ที่มา ไทยรัฐ

“ถ้าประชาชนพร้อม ผมพร้อมจะกลับไปเป็นนายกฯให้ประชาชนอีกครั้งหนึ่ง”

เด้งดึ๋งทันตาเห็นเลย กับมุกทีเด็ดที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โทรศัพท์ ข้ามทวีปเข้ามือถือ น.ส.ชินณิชา วงศ์สวัสดิ์ หลานสาว “โฟนอิน” บนเวทีสัมมนาลูกข่ายพรรคเพื่อไทยที่รีสอร์ตเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา

ชาร์จไฟกองเชียร์ที่กำลังริบหรี่

โดยเฉพาะประโยคที่ ส.ส.ลูกข่ายนายใหญ่ฟังแล้วใจชื้น หน้าที่เหี่ยวแห้งสดชื่นทันควัน

“เรื่องที่พูดกันว่าผมโดนยึดเงินที่อังกฤษมันโกหกทั้งนั้น เพราะผมไม่เคยมีบัญชีที่อังกฤษแม้แต่บาทเดียว ถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง ผมก็เพิ่งขายทีมฟุตบอลไป เงินก็ไม่ได้ใช้อะไร แค่เดินทางปีละร้อยกว่าล้านก็พอได้อยู่”

“ทักษิณ” ส่งซิกเป็นนัย เสบียงกรังยังเหลือเฟือ

ที่แน่ๆโดยช็อตตั้งใจฟื้นกำลังกันใหม่ “นายใหญ่” ใช้เวทีสัมมนาพรรคเพื่อไทยที่เขาใหญ่ ชาร์จไฟลูกข่ายอดีตพรรคไทยรักไทย กระตุ้นกองเชียร์ “ทักษิณ” ให้กลับมาคึกคัก

สังเกตได้เลยว่า มากันพร้อมหน้าพร้อมตา “คนตระกูลชินฯ”

“เจ๊แดง” นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาว นายพายัพ ชินวัตร น้องชาย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาวคนโปรด และน้องเขย นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี

พรึบพรับไปด้วยอดีตแกนนำตัวหลักๆของพรรคไทยรักไทย ไล่ตั้งแต่นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรค นายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานสภาฯ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ นายชานนท์ สุวสิน นพ.สุชัย เจริญรัตนกุล อดีตรองนายกฯ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ อดีต รมว.พาณิชย์

แม้แต่ยาสามัญประจำบ้านยี่ห้อ “ทนง พิทยะ” อดีตขุนคลัง ยังโผล่มาร่วมแจม

ไม่นับขุนศึกพรรคเพื่อไทยชุดปัจจุบัน “บิ๊กเหวียง” พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร ประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย “สารวัตรเหลิม” ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.ระบบสัดส่วน ที่กำลังโชว์ฟอร์มเด่นกับบทผู้นำฝ่ายค้านชั่วคราว

ศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน คืนสู่เหย้ากันพร้อมหน้าพร้อมตา

บ่งบอกวาระพิเศษจริงๆ

โดยสัญญาณที่สะท้อนนัยว่า พรรคเพื่อไทยกำลังตั้งหลักได้

และก็เป็นอะไรที่เหมือนจะอ่านจังหวะ จับทิศทางกระแสการเมืองถูก อดีตนายกฯทักษิณกระตุ้นลูกข่ายพรรคเพื่อไทยให้เดินหน้ากัดติดรัฐบาล

“การเป็นฝ่ายค้านวันนี้กำลังสั่งสมคะแนนครั้งใหญ่ เพราะรัฐบาลชุดนี้มันเป็นรัฐบาลเสือหิว รวบรวมเสือหิว เสือหาย เสือโหยอยู่ด้วยกัน”

“ทักษิณ” ตามการเมืองทุกช็อต จ้องอยู่ตลอดเวลา

ก็ไม่แปลกที่จะเลือกจังหวะกระตุ้นลูกข่ายพรรคเพื่อไทย ชาร์จไฟกองเชียร์ให้กลับมาคึกคัก ในห้วงที่รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์กำลังเซถลา

กระแสหดหาย เปลืองต้นทุนหน้าตักแบบรายวัน

ล่าสุดก็ต้องสังเวยนายวิฑูรย์ นามบุตร ขุนศึกอุบลราชธานีที่กล้าแข็งสุดของประชาธิปัตย์ในภาคอีสาน มีอันเป็นไปจากปลากระป๋องเน่า ต้องประกาศลาออกจากตำแหน่ง รมว.การพัฒนาสังคมฯไปแบบบอบช้ำ

ปิดตำนาน “รมต.ลูกข้าวเหนียว”

กับประโยคก่อนอำลา ที่นายวิฑูรย์ถอดใจพูด

“เรียนไปยังชาวจังหวัดอุบลราชธานี ที่เป็นผู้แทนมา 24 ปี และเป็นผู้แทนที่ไม่สอบตก และอยู่พรรคเดียวมาตลอด ผมต้องการให้พี่น้องภูมิใจว่านักการเมืองลูกอีสานไม่ยึดติดตำแหน่ง มีมาตรฐานทางจริยธรรมทางการเมือง การลาออกครั้งนี้ยอมรับว่าเจ็บปวด”

“ลูกอีสาน” ไม่มีตำแหน่งให้ยึด

“วิฑูรย์” บอบช้ำแสนสาหัส ประชาธิปัตย์แทบไม่เหลือขุนศึกตัวเก่งในภาคอีสาน

จากที่แห้งแล้งอยู่แล้ว อาจถึงคราวสูญพันธุ์

ที่สำคัญเลยกับลูกอ้อนเที่ยวล่าสุดของอดีตนายกฯทักษิณในคิวโฟนอินที่โคราช ส่งสัญญาณจะขอกลับมาสู้เพื่อทวงความเป็นธรรมที่ประเทศไทย

“อย่างมากที่สุด ผมสู้ไม่ได้ ผมก็จะแอบลักลอบเข้าไปตายในอีสาน”

พ่อใหญ่ แม่ใหญ่ ได้ยินแล้วขนลุกก็แล้วกัน.

ทีมข่าวการเมืองรายงาน

คำต่อคำ นายกฯ ทักษิณโฟนอิน กลางที่สัมมนาพรรคเพื่อไทย

ที่มา thaifreenews

พท.เชื่อ"แม้ว"รีเทิร์นนายกฯ จะนำประเทศเป็นเสือตัวใหม่ "เฉลิม"ย้อนทำไมจะกลับไม่ได้ ซัด"กษิต"เลอะเทอะ "สมชาย"อ้างเพื่อปท.สงบ แนะรบ.ยอมเปิดโต๊ะเจรจา "สุเทพ"อ้างอดีตนายกฯไม่ยอมแพ้ หวังจะมาเป็นประธานาธิบดี เหน็บชอบพลิกลิ้นไปมา

พรรคเพื่อไทย (พท.) จัดสัมมนา ส.ส.พรรคขึ้นที่โรงแรมกรีนเนอร์รี่ รีสอร์ท เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ในหัวข้อ "เพื่อไทย เพื่ออนาคตประเทศไทย" "เพื่อไทย ผูกพัน ร้อยประสบการณ์" โดยนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคและ พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร ประธานที่ปรึกษาพรรค ทำหน้าที่เป็นประธาน มีบุคคลใน "ครอบครัวชินวัตร" เข้าร่วมสังเกตการณ์ อาทิ นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร คณะกรรมการเลือกผู้สมัคร ส.ส.พท. นายพายัพ ชินวัตร น้องสาว-น้องชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี และ น.ส.ชินณิชา ชินวัตร ส.ส.เชียงใหม่


นอกจากนั้น ยังมีแกนนำพรรค อาทิ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน นายวิทยา บุรณศิริ ส.ส.พระนครศรีอยุธยา และประธานวิปฝ่ายค้าน นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.สัดส่วน เข้าร่วมประชุม พร้อมอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยและอดีตกรรมการบริหารพรรคพลังประชาชน เช่น นายชานนท์ สุวสิน อดีตผู้อำนวยการพรรคไทยรักไทย นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย นายทนง พิทยะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในรัฐบาลพรรคไทยรักไทย นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย นพ.สุชัย เจริญรัตนกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี นายอดิศร เพียงเกษ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ อดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน และนายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ทำให้บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก


นายทนง พิทยะ กล่าวบรรยายในหัวข้อ "อุดมการณ์และแนวทางสู่ความสำเร็จของพรรค" ว่า ต้องขอแสดงความยินดีกับ พท.ที่ถือว่าพรรคนี้เป็นพรรคที่ 3 ซึ่งที่ผ่านมาพวกเราคิดยาว ดังนั้น ให้ลองนึกภาพว่าอีก 3-5 ปีนั้นเราจะเดินทิศทางไหน เพราะอีกเพียง 3 ปีนายยงยุทธ ติยะไพรัช และอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยทั้ง 111 คนก็จะกลับมารวมกันในทีมอีกครั้ง "ตอนนั้นจะไม่มีใครใหญ่เท่าเราแล้ว เราคุมทั้งประเทศ แต่ตอนนี้ให้คิดว่ากำลังฝึกงานอยู่ ซึ่งตอนที่อยู่กับ พ.ต.ท.ทักษิณ พวกเราได้คิดถึงอนาคตตลอดมีการวางวิสัยทัศน์ตลอด แม้ขณะนี้จะเป็นฝ่ายค้าน แต่ก็เป็นพรรคที่ใหญ่ที่สุด ดังนั้นขอให้พวกเราอดทนนิดเดียว ใจเย็นๆ" นายทนงกล่าว

ระหว่างการสัมมนาพรรคเพื่อไทย เรื่อง "การทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างมีประสิทธิภาพ" เมื่อ เวลา 16.50 น. เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่มี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน นายจำลอง ครุฑขุนทดและนายพินิจ จันทรสุรินทร์ อดีตรมว.เกษตรฯ ร่วมบรรยาย เจ้าหน้าที่พรรคเพื่อไทยได้มาประสานสื่อมวลชนขอให้เป็นการสัมนาภายในเฉพาะ สมาชิกพรรคพร้อมทั้งขอความร่วมมือสื่อมวลชน ให้ออกไปทำการแถลงข่าวของนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำคนเสื้อแดงด้านนอก ที่จะแถลงข่าวกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ร.ต.อ.เฉลิม ขึ้นพูดเกริ่นมาว่า เดี๋ยวจะพูดคุยกับอดีตนายรัฐมนตรี จากนั้นโดยมีเจ้าหน้าที่คนหนึ่งยื่นโทรศัพท์จ่อที่ไมโครโฟน ซึ่งทราบภายหลังว่าเป็นโทรศัพท์ส่วนตัวของ น.ส.ชินณิชา วงศ์สวัสดิ์ บุตรสาวนายสมชาย และ นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์

จากนั้นพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอขอบคุณทุกคนที่ยังอยู่กับพรรคเพื่อไทยในวันนี้ต้องขอบคุณอย่างสูง ท่านทั้งหลายที่อยู่กับพรรคเพื่อไทยในวันนี้ ต้องถือว่ามีอุดมการณ์ทางการเมือง ไม่ขายตัว และสองยังรักผม ไม่อยากทิ้งผมไปในยามที่ผมยังลำบาก และขอย้ำว่าผมจะไม่ลืมบุญคุณกับผู้ที่ มีบุญคุณกับผม และเชื่อว่าวันหนึ่งผมจะได้กลับไปทำหน้าที่ในประเทศไทยอยู่กับท่านต่อไป

"ผมมั่นใจว่าจะได้กลับประเทศไทย จากที่ผมเคยประกาศว่า จะวางมือทางการเมือง แต่การกลั่นแกล้งทางการเมืองกลับเข้มข้นขึ้นก็ขอบอกใหม่ว่า "ผมพร้อมที่จะกลับไปสู้ทางการเมืองต่อไป" เพราะถ้าผมยอมแพ้เท่ากับว่า ประชาชนทั้งประเทศที่เคยได้รับอานิสงส์จากการทุ่มเททำงานของผมกับเพื่อนๆ ทั้งหลาย ต้องได้รับผลกระทบไปด้วย เราจึงไม่ยอมให้ประชาชนพ่ายแพ้

ผมแพ้ไม่เป็นไร ผมเจ็บปวดไม่เป็นไร ผมทุ่มเททำงานให้กับบ้านเมืองขนาดนี้แต่ผมถูกรังแกขนาดนี้เป็นการแสดงให้ เห็นว่ามีบุคคลที่ไม่ต้องการให้มีผู้ทำที่จะมาทำงานให้บ้านเมือง ต้องการแค่ผู้นำที่อยู่ไปวันๆ หนึ่ง แต่ประชาชนไม่ต้องได้อะไร "

"ผม คิดว่ามันเป็นความเจ็บปวดของคนทั้งประเทศ ผมคิดว่าจำเป็นจะต้องต่อสู้และความรับผิดชอบบนแผ่นดินไทยของผมยังมีอยู่ การที่เขาชนะและคิดว่าจะต้องล้มผมให้ได้ก็ต้องกล่าวหาว่าไม่จงรักภักดี และมีกระบวนการให้เห็นว่าการไม่จงรักภักดีจะต้องลงโทษอย่างไร ซึ่งไร้สาระที่สุด และผมจะไม่ยอมให้ความเข้าใจผิดอย่างนี้มีอย่างต่อเนื่อง"

ผมก็จะต่อสู้และพูดพร้อมกันไปถ้าจะให้ผมยอมแพ้ ผมทำไม่ได้ และพวกท่านที่อยู่ข้างเคียงผมวันนี้ ก็ขอให้สบายใจได้เลยว่าผมจะไม่ทิ้งพวกท่านเช่นกัน ผมอยากเห็นความยุติธรรมเกิดขึ้นในสังคมไทย ผมจึงจะหาความยุติธรรมให้เจอ ไม่ว่าจะเจอมันบนสวรรค์หรือในนรกก็ตาม แม้วันนี้คนจะเห็นว่าพรรคเราไม่มีผู้นำ แต่ความจริงแล้วพวกท่านทั้งหลายทุกคนคือผู้นำ

ท่านก็ต้องช่วยกันแบบนักการเมืองผู้ใหญ่ที่อยู่กันแบบพี่น้อง เพื่อนฝูง ที่จะต้องช่วยกันประคับประคอง โดยผมเองจะคอยดูแลให้กำลังใจและสนับสนุนผู้ที่ทำงานให้มีกำลังใจในการทำงาน ให้สำเร็จอยู่ใกล้ๆ ผมให้เบอร์โทรศัพท์ ส.ส.ทุกท่านอยู่แล้ว โทรหาได้ตลอดเวลา มีใครมาอ้างชื่อผมก็โทรมาสอบถามได้ตลอดเวลา ถ้าผมไม่รับแสดงว่าเป็นเวลากลางคืน แล้วผมจะโทรกลับหาท่านตอนเช้า

ทุกวันนี้มีคนมาอ้าง ซึ่งผมจะยกตัวอย่างเรื่องหนึ่ง คือมีคนเอาเงินมาแจก ส.ส. และพวกเราบางคนก็ไปรับด้วย แล้วก็บอกว่าเฮ้ย กูจะมีเงินอะไร กูทำให้นาย มึงไปถามนายนายก็ไม่รับหลอก เพราะกูทำให้นาย บอกได้เลยว่าเป็นการโกหกที่ใช้ไม่ได้เลย ผมไม่ได้เป็นคนหน้าไหว้หลังหลอก ผมเป็นคนตรงไปตรงมา

"ผมไม่มีวันให้เงินใครมาทำร้าย มาแข่งขันกับคนที่เป็นเนื้อแท้ของเราเด็ดขาด คนที่แอบอ้างคือคนที่ขี้ขลาด คนจริงต้องสู้กันแบบลูกผู้ชาย ไม่ใช่ใช่วิชาโกหกตอแหล ก็ขอให้ทุกคนสบายใจได้ว่าเราเป็นหนึ่งเดียว ไม่มีสอง

ส่วนคนที่อาจจะเดือดร้อนมีอะไรก็ให้คุยกับแกนนำของเราหรือไม่ก็โทรหาผม พวกเราจะต้องเป็นเสือ ที่เวลาหิวจะนอน เวลาหมาหิวมันจะร้อง ดังนั้นทุกคนมีอะไรก็พูดกันมา ใครมีปัญหามีอะไรผมช่วยได้ผมก็จะทำ

วันนี้ผมฟังสัมภาษณ์คนเสื้อแดงหลายคนก็ยืนยันว่ามาต่อสู้เพื่อผม เพราะเขาไม่เคยเห็นใครทุ่มเททำงานให้บ้านเมืองแล้วโดนรังแกขนาดนี้ก็เลยอยาก บอกทุกคนว่ามีประชาชนจำนวนมากที่มองเห็นความไม่เป็นธรรมครั้งนี้ สิ่งที่เขาจะทำต่อไปนี้คือ ระบบสองมาตรฐาน คือ ประชาธิปัตย์ทำอะไรไม่ผิด แต่ไทยรักไทยทำอะไรผิดหมด เขาทำไปเรื่อยๆ โดยเราก็ต้องยิ้มให้เขาทำ

วันนี้การดำเนินการสองมาตรฐาน การกลั่นแกล้งพวกเราสีแดงผิดหมด สีเหลืองผิดหมดมันสั่งสม สักวันมันระเบิดขึ้นมาแล้วมันจะไม่คุ้มเลยสำหรับประเทศไทย

สำหรับคนที่ทำคนที่ทำอาจจะอายุมากแล้ว แต่กำลังทิ้งบาปไว้ให้กับสังคมไทย วันนี้ผมอาจจะเจ็บปวดที่สุด แต่ก็เป็นคนเดียว ครอบครัวเดียว แต่ความเจ็บปวดมันกำลังตอกลิ่มลงไปในใจคนจำนวนมากหลายล้านคนในประเทศไทย หากเขาคิดเป็นและฉลาดพอ จะรู้ว่าเขากำลังสั่งสมความไม่ดีในหัวใจคน จนเสื่อมความศรัทธา

อยากจะบอกว่าให้ทุกคนรักประชาชนให้มาก เป็นนักการเมืองที่มีอุดมการณ์ก็ไม่ต้องไปหวั่นไหว การเป็นฝ่ายค้านวันนี้มันต้องอดทนเมื่อมีฝนตกก็ต้องมีแดดออก

การเป็นฝ่ายค้านวันนี้กำลังสั่งสมคะแนนครั้งใหญ่ เพราะ รัฐบาลชุดนี้มันเป็นรัฐบาลเสือหิว รวบรวมเสือหิว เสือหาย เสือโหย ทั้งนั้นไปอยู่ด้วยกัน หลายคนที่ออกไปเพราะมีโครงการรออยู่ ทำโครงการเอาไว้ก็คิดจะไปถอนทุนกันต่อ

ส่วนพรรคประชาธิปัตย์นั้นถูกสร้างมาเพื่อทำลาย ไม่ได้สร้างมาเพื่อแก้ปัญหา ดังนั้นแก้ปัญหาให้ประชาชนได้ยากมาก ดังนั้นพวกเราอย่าหวั่นไหวไปกับงบประมาณที่มันผิดกฎหมาย ที่เขากล้าทำ วันนี้อย่าไปหวั่นไหวกับสิ่งเหล่านี้ แล้วก็ให้ประจาน เปิดเผยว่ามีสิ่งผิดปกติอะไรบ้าง

"บอกประชาชนว่าผมพร้อม ถ้าประชาชนพร้อม ผมพร้อมจะกลับไปเป็นนายกฯให้ประชาชนอีกครั้งหนึ่ง ถ้าประชาขนพร้อมเมื่อไรผมก็พร้อมเมื่อนั้น ถ้าประชาชนยอมพ่ายแพ้ ก็ถือว่าผมหมดหน้าที่ ถึง แม้ผมจะต้องอยู่ต่างประเทศอีกนาน แต่ผมจะไม่ยอมตายในต่างประเทศแน่นอน อย่างมากที่สุด ผมสู้ไม่ได้ ผมก็จะแอบลักลอบเข้าไปตายในอีสาน ถ้าสักวันหนึ่งพี่น้องประชาชนบอกว่าบ้านเมืองต้องการผม ผมก็จะกลับไปทำหน้าที่"

ในที่นี้มีอยู่ 2 ส่วนคือ ส.ส.ปัจจุบัน กับ ส.ส.ในอนาคต แต่ก็หวังว่าผู้เป็น ส.ส.อยู่จะไม่หนีทัพกลางคัน หลายคนถูกเรียกให้ไปเอางบประมาณแล้วพออภิปรายไม่ไว้วางใจ "เอ็งต้องอย่ามา ไปหลบอยู่ที่บ้านข้า" ผมรู้หมด ซึ่งท่านต้องคิดว่าทำอะไรมองยาวอย่ามองสั้น การเมืองยังอีกยาวนานและการเมืองตอนนี้ผมคิดว่าเศรษฐกิจและสังคมในประเทศมี ปัญหา ทั่วโลกมีปัญหา ความสามารถในการแก้ปัญหาโดย เด็กสองคนก็ลำบาก เด็กสองคนช่วยกันแก้ก็คงยาก มันไม่ง่ายอย่างที่คิด

ผมขอขอบคุณที่ไม่ทิ้งผมยามนี้ แต่เมื่อเราเดินทางมาถึงทางแยก ผมจะตรงไป บางคนจะขอเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวาก็ไม่ว่ากัน แต่ไม่เป็นไร เพราะผมมั่นใจว่าจะกลับไปทำงานให้บ้านเมืองแน่นอน แม้เมื่อไรยังไม่รู้ แต่ เมื่อไรก็ไม่เป็นไร ผมจะรักษาเนื้อรักษาตัวให้แข็งแรง เมื่อวานเพิ่งไปตรวจเลือดมาก็พบว่าร่างกายก็ยังแข็งแรงอยู่ ไม่มีโรค ไม่มีไข้ ไม่เจ็บไม่ป่วย สภาพจิตใจได้รับการชะโลม จากกองเชียร์ พี่น้องประชาชนคนเสื้อแดง ที่รักผมทั่วประเทศ โดยเฉพาะผู่ที่อยู่ในพรรคเพื่อไทย และพวกที่กำลังจะกลับมาอยู่ในพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นกำลังใจชะโลมใจผม

ตรงนี้ต้องขอบคุณอีกครั้งในน้ำใจที่มีต่อผม ท่านเฉลิม ท่านวิทยา ท่านพินิจ (จันทรสุรินทร์) ท่านจำลอง (ครุฑขุนทด) ท่านปลอดประสพ (สุรัสวดี) ท่านยงยุทธ โดยเฉพาะน้องสาวผมสองคน เยาวภากับยิ่งลักษณ์ ที่เหนื่อย เครียด บางทีก็ถูกด่าบ้างก็ทนกันมา วันนี้ทุกคนได้ช่วยกันเต็มที่ จตุพร ณัฐวุฒิ วีระ อดิศร จาตุรนต์ ทุกคนช่วยกันหมด ก็ขอให้ทุกคนอย่าต้องมาประสบเคราะห์ภัยอย่างผม ผมรับมาทั้งหมดพอแล้ว

ขอยืนยันอีกครั้งไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นผมสู้ ไม่ถอยครับ ผมเป็นคนที่ยิ่งโดนยิ่งสู้ ถ้าพูดกันดีๆให้ถอย ผมก็จะถอยนะ เต็มใจถอย แต่ยิ่งโดนยิ่งสู้ แล้วถ้าโดนอีกก็จะสุ้หนักขึ้นไปอีก ถ้าเล่นผมหนักขึ้นอีกผมก็จะเล่นหนักขึ้นอีก ผมก็ไม่กลัว แต่ถ้าเลิกเล่นกับผม คุยกับผมดีๆ ผมก็คุยทุกเรื่อง นี่คือนิสัยผม

อีกเรื่องก็เรื่องที่พูดว่าผมโดนยึดเงินที่ประเทศ อังกฤษ มันโกหกทั้งนั้นเพราะผมไม่เคยมีบัญชีที่อังกฤษแม้แต่บาทเดียว ถามว่าเป็นอย่างไรบ้างผมก็เพิ่งขายทีมฟุตบอลไป เงินก็ไม่ได้ใช้อะไร แค่เดินทางปีละร้อยกว่าล้านก็พออยู่ได้อยู่ คงไม่ได้ไปเก็บตังค์ชาวบ้านมาส่งผม ฟังแล้วอยากร้องไห้ ขอขอบคุณทุกคนและไม่ว่าจะมีอะไรสามารถโทรหาผมได้ทุกคน

----------------------------------------------

ที่มา :

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1233580965&grpid=10&catid=01

มติชนยอมรับว่าประเมินกำลังคนเสื้อแดงผิด -à พวกคุณก็ประเมินผิดอยู่ตลอดนั้นแหละ

ที่มา thaifreenews

บทความโดย...ลูกชาวนาไทย


ผมอ่านคอลัมภ์ในมติชนออนไลน์ เห็นยอมรับมาสองสามวันแล้วว่า สื่อกระแสหลักประเมินกำลังคนเสื้อแดงที่มาชุมนุม ณ ท้องสนามหลวง เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2552 ผิดพลาดไปค่อนข้างมาก เพราะคิดว่าจะมีคนมาร่วมชุมนุมอย่างมากก็ไม่ถึงหมื่นคนเท่านั้น แต่เอาเข้าจริงๆ คนมาชุมนุมเกินครึ่งหนึ่งของสนามหลวง คือ ไม่ต่ำกว่า 20,000 -30,000 คน ที่จริงสื่อก็ประเมินจำนวนคนผิดพลาดอีกนั่นแหละ เพราะครึ่งหนึ่งของสนามหลวงต้องเกิน 50,000 คนอยู่แล้ว หลอกตัวเองอีกเช่นเดิม สื่อมวลชยไทย

สาเหตุที่สื่อกระแสหลักและนักวิเคราะห์ทางการเมืองประเมินผิดพลาดอยู่เสมอ ก็เพราะคิดว่า ทักษิณหมดแรงแล้ว ประกาศไม่มีเงินสนับสนุนแล้ว กลุ่มเนวินก็แตกมาอยู่ฝ่ายประชาธิปัตย์ แกนนำคนรักอุดร ก็ประกาศไม่นำคนมาเข้าร่วมชุมนุม ดังนั้น การชุมนุมวันที่ 31 มกราคม งานกร่อยแน่นอน เอาเขาจริงงานกลับคึกคักเกินคาดหมายไปมาก



ที่จริงผมไม่ค่อยสนใจการประเมินสถานการณ์ทางการเมืองของสื่อมวลชนไทยอยู่แล้วเพราะมันไม่เคยถูกต้องสักครั้ง ผิดพลาดมาตลอด รวมทั้งวิธีการประเมินแบบ "ลดทอนหรือตัดตัวแปรสำคัญออกไป" ไม่กล้าพูดความจริง ไม่กล้าคิดหรือพูดถึง นั่นแหละจึงป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้การประเมินสถานการณ์ทางการเมืองของฝ่ายเสื้อแดงผิดพลาดเสมอ

เมื่อเป็นกันอย่างนี้มันจะประเมินสถานการณ์ทางการเมืองถูกได้อย่างไร

เพราะหากเป็นอย่างนี้ อย่างที่สื่อกระแสหลักทั้งหลายทำอยู่ขณะนี้ มันไม่ใช่เป็นการประเมินสถานการณ์การเมืองอีกต่อไป แต่เป็นการ ”โฆษณาชวนเชื่อ" ผ่านหนังสือพิมพ์เพื่อสร้างกระแสมากกว่า คือ ตั้งธงเอาไว้ล่วงหน้า แล้วโหมโฆษณาผ่านคอลัมภ์ต่างๆ ว่าสถานการณ์จะต้องเป็นอย่างโน้นอย่างนี้ แล้วสุดท้ายมันไม่เป็นอย่างนั้น ก็งงว่ามันเกิดอะไรขึ้น ตัวเองประเมินผิดพลาดได้อย่างไร

สุดท้ายก็ไม่มีใครเชื่อสื่อกระแสหลักพวกนี้ สำหรับผมผมเองนั้นไม่เชื่อนานแล้ว

วิธีที่พวกนักข่าวเหล่านี้ใช้วิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมืองคือ การสอบถามนักการเมือง ผู้เล่นต่าง ๆ เช่น นักการเมืองสาย ปชป. สายเนวิน แค่นั้น แล้วก็เอาสิ่งที่คนเหล่านี้พูดมาถ่ายทอดต่ออีกที จะเรียกว่า "ข้อมูลวงใน" ก็ได้ และที่สำคัญนักข่าวพวกนี้ก็เข้าไม่ถึงข้อมูลวงในของฝ่ายทักษิณ เพราะทำตัวเป็นศัตรูกับทักษิณมาตลอด ดังนั้น ข่าววงในที่ได้มาก็เป็นข่าวแต่เพียงข้างเดียว

สำหรับผมเอง ผมไม่สนใจข้อมูลวงในมากนัก แม้มันสำคัญบ้างในบางสถานการณ์ เช่นใครจะได้เป็นรัฐมนตรี อะไรประมาณนี้ แต่สำหรับการวิเคราะห์ปรากฏการณ์ทางการเมืองของสังคมแล้ว ข้อมูลวงในไม่ได้มีประโยชน์มากนัก เพราะข้อมูลวงในเป็นเพียงแต่ข่าวสารว่า ใครอยากทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ ส่วนเหตุการณ์มันจะเป็นไปตามนั้นหรือไม่ มันไม่ได้เกี่ยวกับคนเหล่านี้ทั้งหมด แต่มันขึ้นกับตัวแปรอื่นๆ ทางการเมืองด้วย

ตัวอย่างที่ผ่านมาคือ ข้อมูลว่าทหารจะทำรัฐประหารวันโน้น วันนี้ สุดท้ายก็ไม่จริงสักครั้ง เพราะอาจมีคนสั่งให้ทหารทำ หรือทหารบางคนอยากทำ แต่จะทำได้หรือไม่มันขึ้นกับตัวแปรอื่น เช่น การต่อต้านของประชาชน แม้จะเอารถถังออกมาแล้ว ก็ต้องวิ่งวนกลับเข้ากรมไปอีก แล้วออกมาแก้เก้อว่า เอามาให้นักเรียนเสนาธิการดูเป็นตัวอย่างไปโน้น

นอกจากนี้ สื่อกระแสหลักพวกนี้ พยายายามสร้างกระแสเหลือเกินว่า
พรรค "ปชป. กำลังได้เปรียบทางการเมืองอย่างเต็มที่ หากยุบสภา หรือแจกประชานิยมมากๆ นายมาร์กจะได้เปรียบ คนอีสาน คนเสื้อแดงที่เคยเกลียดนายมาร์กเข้าไส้ จะหลงรักและทุ่มคะแนนให้

นี่ก็ไม่ใช่การประเมินสถานการณ์การเมืองของสื่ออีกเช่นกัน แต่เป็นความหวังของสื่อที่เชียร์พรรคประชาธิปัตย์ สื่อเลือกข้าง และเป็นการโฆษณาชวนเชื่อเพื่อสร้างกระแสมากกว่า โดยไม่สนใจตัวแปรหลักอื่นๆ เข้าไปร่วมในการวิเคราะห์ เช่น ประชาชนคิดอย่างไร และไม่เคยสังเกตหรือวิเคราะห์พฤติกรรมประชาชนว่าเปลี่ยนไปหรือไม่ ไม่ดูพัฒนาการทางการเมือง ไม่ดูแนวโน้มของการออกเสียงของประชาชน ว่าเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรในรอบทศวรรษที่ผ่านมา



ผมจึงไม่เชื่อสื่อกระแสหลักอีกต่อไป เพราะมีบุคลากรที่ด้อยคุณภาพ และไม่มีความเป็นมืออาชีพแต่อย่างใด

ที่จริงหากจะพูดความจริงกันอย่างตรงๆ ซึ่งที่จริงวงสนทนา สภากาแฟหรือเว็บบอร์ดในอินเตอร์เน็ตก็พูดกันอยู่แล้วว่า ปัญหาทางกาเมืองไทยที่สำคัญและเป็นจุดสำคัญของปัญหาคือ "พวกผู้มีบารมี" ต่างหาก แต่พวกสื่อกระแสหลักดันเอาออกไปจากสมการเสียแต่ต้น แล้วพยายามหลอกชาวบ้าน และหลอกตัวเองว่า ผู้มีบารมีเหล่านั้นไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองแต่อย่างใด

แล้วดันแค่นจะวิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมือง ผลการคาดการณ์จึงเป็นเรื่องตลก

เรื่องสำคัญไม่เห็นมีใครวิเคราะห์เลยว่า ทำไมจึงมีคนเซ็นชื่อร่วมรณรงค์ยกเลิกกฎหมายหมิ่นฯ กับ ดร.ใจ อึ้งภากร กันเยอะพอสมควร ทั้งๆ ที่เมื่อสามปีก่อน หากใครทำเรื่อง "ต้องห้าม" แบบนี้ สังคมไทยเอาตายแน่นอน แต่ตอนนี้ทำไมสังคมวางเฉย วางเฉยจนน่ากลัว นอกจากวางเฉยแล้ว ยังมีคนจำนวนมากเข้าไปร่วมด้วย นั่นแหละคือปรากฎการณ์สำคัญทางการเมือง ที่เป็นแก่นแท้ของสถานการณ์เลยทีเดียว แต่ก็ไม่กล้าวิเคราะห์ หรือไม่กล้าคิดด้วยซ้ำไป

การวิเคราะห์แบบตัดตัวแปรสำคัญถึงอย่างไรมันก็คาดการณ์อะไรไม่ได้

ข้อสำคัญคือ ที่ประชาชนเขาเคลื่อนไหวเขาไมได้ "ไม่พอใจรัฐบาลอภิสิทธิ์" อย่างเดียว รัฐบาลอภิสิทธิ์ นั่นมันเรื่องเล็ก

ทหาร คนก็ไม่ได้ให้ความสำคัญมากแล้ว เพราะพวกนี้ไม่กล้าทำรัฐประหาร สิ่งที่พวกทหารทำได้ในขณะนี้คือการแบล็กเมล์ทางการเมือง หรือใช้การขู่แบบเจ้าพ่อหรือโจร แต่ไม่ใช่พลังกดดันทางการเมืองที่มีพลังที่แท้จริง
ในฐานะกองทัพ


ศาลนั้นแม้จะเป็นปัญหาหลักในขณะนี้ก็ตาม เพราะเอียงกระเท่เร่ แต่ปัญหาใหญ่ก็ไม่ได้อยู่ตรงนี้

ที่คนเขาเคลื่อนไหว เพราะ "เขาไม่พอใจความไม่เป็นธรรม" ของคนบางคนบางกลุ่มต่างหาก เขาเคลื่อนไหวเพราะต้องการบอกว่า "เราไม่ใช่ไพร่" ที่ให้ใครสมาจูงจมูกได้ง่ายๆ

เขาเคลื่อนไหวบอกให้รู้ว่า บารมีพวกคุณไม่เหลือมากแล้ว

บางคนอาจสงสัยว่า หากพวกเขาไม่ตามข่าวจากสื่อกระแสหลักแล้วเขาจะเชื่อใครได้อย่างไร เขาจะตามข่าวจากไหน เขาจะทราบความจริงได้อย่างไร ที่จริง “ข่าว” ไม่ได้มีแหล่งเดียว และผมคิดว่าแหล่งข่าวจากหนังสือพิมพ์ มีความเชื่อถือได้น้อยเกี่ยวกับปรากฎการณ์ทางการเมือง ยกเว้นข่าวอาชญากรรม หรือข่าวใครพูดอะไร ทำอะไร แถลงว่าอย่างไร ข่าวแบบนี้อาจเชื่อถือเป็นข้อมูลได้

แต่การวิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมือง ไม่อาจใช้ข่าวพวกนี้ประเมินได้ทั้งหมด

สำหรับผมแล้ว การวิเคราะหฺ์สถานการณ์ทางการเมืองจะต้องมีสมมุติฐานก่อน เหมือนการวิจัย แล้วค่อยดูปรากฎการณ์ว่าสอดคล้องกับสมมุติฐาน (หรือทฤษฎีของคุณนั่นแหละ) หากมันสอดคล้อง แนวคิดคุณก็ถูก แต่ต้องอาศัยประสบการณ์ การตกผลึกทางความคิดมากทีเดียว

เกี่ยวกับเรือ่ง “คนเสื้อแดง” พวกสื่อกระแสหลัก ไม่ได้รู้ความจริงมากนัก แล้วไปให้น้ำหนักกับสมมุติฐานผิด ที่ว่าม็อบเสื้อแดงสู้เพื่อทักษิณ สู้เพื่อนายใหญ่ สู้เพื่อเงินถูกจ้างมา

เมื่อตั้งสมมุติฐานอย่างนี้ ก็ไปไล่บี้ทักษิณ ดูการเคลื่อนไหวของทักษิณ เมื่อคิดว่าทักษิณอ่อนแรงลงไป ม็อบเสื้อแดงก็ควรจะหมดน้ำยา ไม่มีราคาอีกต่อไป

แต่ผลของปรากฎการณ์ของการชุมนุมวันที่ 31 มกราคม คือ คนมาเยอะ เกินความคาดหมาย

แสดงว่า "ปรากฎการณ์มันไม่สอดคล้องกับสมมุติฐาน" เรื่องทักษิณ ดังนั้น เมื่อสมมุติฐานผิด การประเมินสถานการณ์มันก็ผิดพลาดหมด

ที่จริงการประเมินการชุมนุมของคนเสื้อแดงก็ผิดพลาดมาตลอดตั้งแต่การชุมนุมครั้งแรกที่ เมืองทองธานี สนามรัชมังคลา และสนามศุภชลาสัย แต่เมื่อผิดพลาดแล้วไม่ค้นหาความจริงว่า จริงๆ แล้ว “อะไรเป็นสาเหตุให้ม็อบเสื้อแดงขยายจำนวนขึ้น” คนเหล่านี้มาชุมนุมกันทำไมตั้งมากมาย

ความจริงที่พูดกันผ่านเว็บบอร์ดมากมาย แต่พวกนั้นไม่ยอมเปิดหูเปิดตาออกมายอมรับคือ ม็อบเสื้อแดงเขาไม่พอใจความอยุติธรรมในสังคมนี้ เขาต้องการสู้เพื่อประชาธิปไตย เขาไม่ต้องการเป็นไพร่ ไม่ต้องการเป็นข้าใครอีกต่อไป เขาต้องการเป็นไท

ที่จริงเว็บต่างๆ ก็บอกอยู่ แต่ดันไปกล่าวหาเขาว่าโดนซื้อด้วยเงิน

เมื่อปักใจจะเชื่ออย่างนี้ทำตัวเป็นนกกระจอกเทศหนีศัตรู โดยการเอาหัวมุดพื้นทราย เพื่อตัวเองจะได้ ไม่เห็นศัตรู การคาดการณ์อะไรมันก็ผิดหมด

ตัวอย่างง่ายๆ คือ เว็บไทยฟรีนิวส์ หรือแม้แต่ตัวผมเอง ก็มีคนเกล่าวหามาตลอดว่าา "โดนทักษิณซื้อ" โดนทักษิณหลอก ถูกเงินซื้อ ซึ่งมันผิดโดยตลอด เมื่อตั้งสมมุติฐานผิด อะไร ๆ มันก็ผิด

เชื่อเถอะว่า กว่าจะรู้ตัวก็โดนกิโยตินตัดหัวกันเสียแล้ว

ปล. ไม่มีใครปฎิเสธว่าทักษิณไม่มีอิทธิพลต่อคนเสื้อแดง มีมากทีเดียว แต่สถานการณ์มันก้าวพ้นทักษิณไปแล้ว พวกเขาต้องการเรียกร้องประชาธิปไตย ไม่ต้องการการแทรกแซงจากกลุ่มอำมาตยาธิปไตย หรือใครก็ตามที่คิดว่าตัวเองมีบารมี

Tuesday, February 3, 2009

จตุพร ยืนยัน สุเทพ ไม่เคยติดต่อเจรจา พ.ต.ท.ทักษิณ

ที่มา MCOT News
นครราชสีมา 3 ก.พ. - “จตุพร” ยืนยันการโฟนอินของ “พ.ต.ท.ทักษิณ” ไม่ได้เป็นการสร้างราคา และกรณี “สุเทพ” ระบุเคยพยายามเจรจากับ “พ.ต.ท.ทักษิณ” ไม่เป็นความจริง เพราะไม่เคยได้รับการติดต่อ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง และส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลออกมาระบุกรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โฟนอินกับ ส.ส.พรรคเพื่อไทย เมื่อวานนี้ (2 ก.พ.) เป็นการสร้างราคาให้กับตัวเองว่า พ.ต.ท.ทักษิณ มีราคาอยู่แล้ว แต่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ต่างหากที่พยายามสร้างราคาให้เท่ากับ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยมีการลอกนโยบายมาใช้ และสั่งให้จับตาการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ มาตลอด ซึ่งก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะเป็นสิทธิเสรีภาพในการพูดคุย พรรคประชาธิปัตย์เคารพนายชวน หลีกภัย อย่างไร คนของอดีตพรรคไทยรักไทยก็เคารพ พ.ต.ท.ทักษิณ อย่างนั้นและมากกว่า

ส่วนคดีของ พ.ต.ท.ทักษิณ นั้น นายจตุพร ยืนยันว่า ไม่ได้ถูกกระบวนการยุติธรรมตัดสิน แต่เป็นกระบวนการยุติธงที่มีการตั้งธงชี้ความผิดไว้แล้ว การที่นายสุเทพ เคยบอกว่าพร้อมเจรจา และประสานกับ พ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อร่วมแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองนั้น ตนได้โทรศัพท์สอบถามไปยัง พ.ต.ท.ทักษิณ แล้ว ยืนยันว่าไม่ได้มีการติดต่อในเรื่องดังกล่าว นายสุเทพ ไม่เคยมีการดำเนินการในลักษณะอย่างนี้ แต่พยายามดึงเอา พ.ต.ท.ทักษิณ มาเป็นแพะ. -สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2009-02-03 14:00:01

พ.ต.ท.ทักษิณ ตรวจแถลงการณ์ก่อนเพื่อไทยประกาศจุดยืน

ที่มา MCOT News

นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถลงปิดการสัมมนาพรรคเพื่อไทย วันนี้ (3 ก.พ.) ว่า จากการสัมมนาพรรคเพื่อไทย ระหว่างวันที่ 2-3 ก.พ.นี้ พรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์เขาใหญ่ ประกาศจุดยืน 9 ข้อ ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทยจะเทิดทูนและธำรงไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย จะปกป้องระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จะทำหน้าที่สถาบันทางการเมืองที่เข้มแข็งเพื่อต่อสู้ให้ได้มาและรักษาไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง จะยึดมั่นในนิติรัฐ หลักนิติธรรม ความเท่าเทียมกันภายใต้กฎหมาย และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด

พรรคเพื่อไทย จะต่อสู้เพื่อให้คนไทยทุกคนให้เข้าถึง และได้รับความยุติธรรมอย่างเสมอหน้ากัน จะดำเนินนโยบายเศรษฐกิจเสรีที่เป็นธรรม และน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นหลักชัย โดยตระหนักว่า ประชาชนชาวชนบท หรือคนรากหญ้าสมควรได้รับการดูแลเป็นพิเศษ จะยึดมั่นเอาความสุขของประชาชนเป็นเป้าหมายสูงสุด จะทำให้คนไทยทุกคนมีศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ และทำให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก และจะใช้ระบบเศรษฐกิจ 2 แนวทาง ขับเคลื่อนไปพร้อม ๆ กัน

“แถลงการณ์นี้ ได้ผ่านการพิจารณาจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับประชาชนในชนบท” นายปลอดประสพ กล่าว .- สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2009-02-03 14:27:16

ครม.เห็นชอบให้คลังกู้เงินต่างประเทศ7หมื่นล้านบาท

ที่มา มติชนออนไลน์

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.มีมติเห็นชอบให้กระทรวงการคลังเจรจาทาบทามการกู้เงินจากต่างประเทศ ในวงเงินกู้ประมาณ 2 พันล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 7 หมื่นล้านบาท เพื่อสนับสนุนนโยบายการฟื้นฟูเศรษฐกิจและการลงทุนในโครงการพื้นฐานภาครัฐ เพื่อเป็นการเพิ่มทุนให้กับสถาบันการเงิน รองรับการขยายสินเชื่อ ทั้งนี้นายกรณ์ กล่าวว่า การกู้เงินจากสถาบันต่างประเทศ เป็นการนำเงินมาไว้ในกรณีจำเป็นที่จะใช้เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงินให้สถาบันการเงินของรัฐปล่อยกู้ให้กับผู้ประกอบการที่ขาดสภาพคล่อง แต่ทั้งนี้โครงการดังกล่าวต้องผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาเสียก่อน นอกจากนั้นมียังมีการตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการเพื่อความเหมาะสมต่อไปด้วย

รมว.คลัง กล่าวถึงกรณีที่มีผู้วิพากษ์วิจารณ์ ว่าการกู้เงินดังกล่าวจะเป็นการก่อหนี้เพิ่มขึ้นนั้น นายกรณ์ กล่าวว่า ครม.แค่ให้กระทรวงการคลังไปเจรจายังไม่มีการก่อหนี้ เพราะต้องรอการพิจารณาจากรัฐสภาเสียก่อน เวลานี้เร็วเกินไปที่จะบอกว่าเหมาะสมหรือไม่ในแผนการกู้เงิน ทั้งนี้ปัญหาเศรษฐกิจในเวลานี้เป็นสิ่งจำเป็นที่รัฐบาลต้องดำเนินการตามนโยบาย

ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การกู้เงินจากสถาบันต่างประเทศดังกล่าว ไม่ใช่เกิดจากปัญหาเรื่องเงินคงคลัง แต่เป็นมาตรการสำรองเตรียมตัวล่วงหน้า เพื่อความไม่ประมาท ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวต้องผ่านสภาฯ อนุมัติ 2 ครั้งก่อน

นายกฯ ขอบคุณ"วิฑูรย์"ลาออก คาดได้คนแทนบ่ายนี้

ที่มา มติชนออนไลน์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ว่า ต้องขอบคุณที่นายวิฑูรย์ต้องการให้งานของรัฐบาลเดินไปได้ และเป็นการแสดงถึงจิตวิญญาณสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลต่อไปในอนาคต ซึ่งในส่วนของการปรับคณะรัฐมนตรีนั้น จะปรับเพียง 1 ตำแหน่ง และจะหารือให้ได้ข้อสรุปในเรื่องของตัวบุคคลที่ประชุมพรรคประชาธิปัตย์ในวันนี้ โดยจะไม่รวมถึงกรณีของนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่แจกเงินแนบนามบัตรว่า เรื่องนี้ยื่นเรื่องไปที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.แล้ว คงให้หน่วยงานที่ตรวจสอบทำหน้าที่ เชื่อว่า คงจะได้ข้อสรุปไม่ช้านี้ เพราะปัญหาไม่ซ้ำซ้อน


นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อยากให้เลิกค่านิยมว่าการลาออกหรือไม่ลาออกเป็นเรื่องถูกหรือผิด ทั้งหมดต้องขึ้นอยู่กับกระบวนการตรวจสอบ อย่างไรก็ตาม หากผลตรวจสอบว่าไม่ผิด พร้อมให้โอกาสนายวิฑูรย์ ซึ่งจะดูตามความเหมาะสมต่อไป

เชิญยึดสนามบิน

ที่มา เดลินิวส์

มติ ครม. อังคาร 27 ม.ค. 52 ได้อนุมัติหลักการร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยความปลอดภัยและการรักษาความปลอดภัยของสนามบินสุวรรณภูมิ ป่าวประกาศว่า จะหนีบไปโชว์ผู้นำโลก World Economic Forum ที่เมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ เพื่อเรียกความมั่นใจจากนานาชาติ กลับคืนมา

หลังพันธมิตรฯ กรีธาทัพยึดสนามบินสุวรรณภูมิ 8 วันรวด ทำผู้โดยสารตกค้าง 3 แสนคน แบงก์ชาติสรุปความเสียหาย 2.9 แสนล้าน สหรัฐ อียู และอีก 6 ชาติ ยื่นคำขาดให้ไทยวางมาตรการป้องกันและเอาตัวคนผิดมาลงโทษ

แต่ที่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ซึ่งไปประชุมที่นั่นและจะกลับถึงวันนี้ ทำได้แค่อ้อม ๆ แอ้ม ๆ ตอบ เฉลิม อยู่บำรุง กลางสภา เป็นการก่อการร้ายหรือไม่ว่า “มีแนวคิดในใจ แต่บอกไม่ได้ ไม่อยากชี้นำ”

แค่นั้น ก็เหลือรับแล้ว แต่พอเห็นร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ คงนึกว่าชาวโลกกินแกลบ เชื่อง่าย นี่หรือจะเรียกความเชื่อมั่นกลับมา มันน่าจะตรงข้าม ทำลายความเชื่อมั่นไม่เหลือหลอมากกว่า

ยึดสนามบินทั้งสนามนี่นะ ปรับ 500 บาท ถึง 1 หมื่นบาท

ยิ่งดู 5 มาตรการป้องกันก็บ้องตื้นสิ้นดี 1.ส่งเจ้าหน้าที่ไปเจรจา 2.หากชุมนุมยืดเยื้อ ทอท. ต้องจัดพื้นที่รองรับ 3.เตรียมเส้นทางสำรองผ่านเข้าออก 4.ตรวจเข้มทางเข้าออกและ 5.ซ้อมแผนป้องกันทุกปี

อ่านแล้วเหมือนเชิญชวนให้ยึดสนามบินมากกว่า เปิดพื้นที่ให้เลยนี่ พ.ร.บ.นี้ ยังบอกอีกว่า หากผู้ชุมนุมมีเป็นจำนวนมาก ทอท. ต้องประสานตำรวจและทหารขอกำลังสนับสนุน ก็ตอนพันธมิตรฯ ยึดสนามบิน เสรีรัตน์ ประสุตานนท์ รักษาการ ผอ.ทอท. ก็ทำหนังสือขอไป

แล้วไง เงียบสนิท แม้แต่ประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ตำรวจ-ทหาร ก็สมยอม ยืนดูเฉย ๆ ปล่อยให้ยึดตามใจชอบ เพื่อล้มล้างรัฐบาลที่ไม่ได้ดั่งใจ แล้วมาตรการแค่นี้ จะครณามือหรือ !!!

ทั้งที่ พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2546 ม.135/1 และม.135/2 ที่ใช้อยู่ตอนนี้ก็ทันสมัยระดับสากลแล้ว ให้การยึดสนามบิน เข้าข่ายการก่อการร้าย โทษหนัก ถึงขั้นประหารชีวิต ปรับ 6 หมื่นบาทถึง 1 ล้านบาท ซึ่งเหมาะสมเพียงพอแล้ว จะออก พ.ร.บ. ใหม่เพื่ออะไร

ขนาดทำรถไฟตกราง ยังติดคุก 6 เดือนถึง 7 ปี ปรับพันบาทถึง 1.4 หมื่นบาท แล้ว ยึดสนามบิน ซึ่งทั่วโลกถือว่า การเดินทาง ทางอากาศ เป็นสิทธิเสรีภาพสูงสุดของมนุษยชาติ ต้องได้รับการปกป้องทุกวิถีทาง เกิดสงคราม ยังมีข้อห้ามปิดสนามบินเลย

การยึดสนามบิน จึงเท่ากับการก่อการร้าย ต้องลงโทษหนักสถานเดียว !!!

ไม่อยากคิด รัฐบาลมาร์ค เอาตัวรอดไปวัน ๆ ออกกฎหมายลดโทษเอื้อพวกเดียวกันหรอก พอกับพวกที่แถไปเรื่อย ว่า ปิดล้อมแค่ข้างนอก ไม่ได้ยึดสนามบินเลย ทอท. ผิดขั้นตอน สั่งปิดเอง พูดไม่กลัวบาปกรรมเลยนะ

ใครล่ะ ยกพลปิดล้อมทางเข้าออกจนหมด เอารถวิ่งวิ้ว ๆพล่านไปหมด มีคนสวมหมวกไหมพรมปิดหน้าปิดตาราวผู้ก่อการร้าย นั่งคุมแทบทุกคัน รถนักข่าวแค่ผ่านยังถูกไล่ยิงกระเจิงเลย

แล้วอย่างนี้ ไม่น่ากลัว ไม่เป็นการยึดสนามบินหรือ ???

ก็ทำใจอยู่ว่า รัฐบาลมาร์ค คงไม่กล้าลากตัวคนยึดสนามบินมาลงโทษ เพราะอุ้มสมให้เป็นรัฐบาล รู้กันทั้งโลก แต่ไม่คิด ท่านนายกฯ จะทำให้การยึดสนามบินกลายเป็นเรื่อง สนุกมาก อาหารดี ดนตรีเพราะ จริง ๆ

กระนั้น เสื้อแดงก็อย่าเลียนแบบเสื้อเหลืองไปยึดสนามบินเชียว ไม่ใช่ “ม็อบมีเส้น”นะ เดี๋ยวจะตายฟรี เท่านั้น.

ดาวประกายพรึก