WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, February 11, 2009

ความสัมพันธ์ของประวัติศาสตร์สองสมัย 16-19 vs 49-52

ที่มา Thai E-News

โดย editor01
11 กุมภาพันธ์ 2552

เป็นความน่าตกใจหลังจากได้อ่านบทความประวัติศาสตร์ช่วงการเรียกร้องประชาธิปไตยระหว่างปี พ.ศ. 2516 - 2519 ของกลุ่มพลังประชาชนและนักศึกษา เพราะหลายๆเหตุการณ์ได้มีความละม้ายคล้ายคลึงกับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ขณะนี้อย่างเหลือเชื่อ ผมขออนุญาตใช้พื้นที่เล็กๆเขียนอธิบายสั้นๆ จับคู่เหตุการณ์และตัวละครต่างๆที่เกิดขึ้นในยุคทั้งสองที่อยู่ห่างกันถึง 35 ปี รวมไปถึงทำนายสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปท้ายที่สุดหากเกิดสิ่งที่เรียกว่า "ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย" ขึ้นจริงๆ



ทั้งนี้เหตุการณ์ประวัติศาสตร์ช่วงปี 2516-2519 ได้นำมาจากหนังสือ TKNS
2516-25192549-2552
ลูกเสือชาวบ้านพันธมิตรฯเสื้อเหลือง
การสร้างความกลัวในระบอบคอมมิวนิสต์การสร้างความกลัวในระบอบทักษิณ
ผ้าพันคอลูกเสือชาวบ้านที่เป็นเครื่องรางของขลังสำคัญผ้าพันคอสีฟ้าและเหลืองที่กลุ่มพันธมิตรฯใช้
นักศึกษาที่ประท้วงดูไม่เป็นภัยกับรัฐคนเสื้อแดงที่ประท้วงดูไม่เป็นภัยเและใช้สันติวิธี
กลุ่มนวพลการ์ดพันธมิตร
กลุ่มกระทิงแดงนักรบศรีวิชัย
ประชาธิปัตย์จัดตั้งรัฐบาลผสมจากสภาเบี้ยหัวแตกปชป.จัดตั้งรัฐบาลผสมงูเห่า
กองทัพที่บรรดานายพลใช้เวลาส่วนมากไปกับการแสวงหาอำนาจและความร่ำรวยกองทัพที่บรรดานายพลใช้เวลาส่วนมากไปกับการแสวงหาอำนาจและความร่ำรวย
ผู้นำลูกเสือชาวบ้านเน้นย้ำความน่ากลัวของภัยคอมมิวนิสต์การสร้างความน่ากลัวต่อระบอบทักษิณและทุนนิยม
เงิน 100,000 บาทให้ลูกเสือชาวบ้านเงิน 100,000 บาทให้พันธมิตรฯ
การล้มลงของสถาบันกษัตริย์ในลาวปี 2518การล้มลงของสถาบันกษัตริย์ในเนปาลปี 2550
ละครแขวนคอ.....กำลังจะเกิดขึ้น?
การสังหารหมู่นักศึกษาเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519.....กำลังจะเกิดขึ้น?


Killer นักวิจารณ์การเมืองสุดแสบ วิพากษ์ความกลวงของ "วินทร์ & ปราบดา" เละเทะ

ที่มา Thai E-News

โดย KILLLLER
ที่มา เว็บบอร์ดประชาไท
10 กุมภาพันธ์ 2552

วินทร์ เลียววาริณ + ปราบดา หยุ่น มุมมองสติปัญญานักเขียนชื่อดังของไทย ต่อการเมือง

ต้นตอทั้งหมดอยู่ที่นี่

ขอคัดมาบางส่วนเพื่อตรวจสอบระดับไอคิว ทางการเมืองของนักเขียนไทย นามกระเดื่อง ที่โต้ตอบกันโดยพยายามโชว์ภูมิปัญญา อันสุดแสนจะน้ำเน่าเหลาเหย่ เต็มไปด้วยอคติโสมม ไร้เดียงสาทางการเมือง

เดือนก่อนนั้นนายกฯยังเป็นคนแก่พุงกลมจมูกโตขี้โม้ ทำไมสัปดาห์ที่แล้วจึงกลายเป็นคนผอมบอบบางร่างเล็กที่ชอบตีหน้าเอ๋อเหลอแล้ว พูดตะกุกตะกักว่า “ยังไม่รู้เรื่อง ยังไม่เห็น ยังไม่ได้คิด” แล้วไหงอยู่ๆวันนี้กลายเป็นคนหนุ่มหน้าหล่อขึ้นมาเสียได้... บักคุ่นลูกบักหยุ่น

นี่แสดงให้เห็นถึงอคติเดรัจฉานทิฐิในจิตใจอย่างรุนแรง ตรงคนหนุ่มหน้าหล่อ นั้นต้องเสริมด้วยว่า คนหนุ่มหน้าหล่อชอบลอกการบ้าน เทวดาลายพรางอุ้มสม มันถึงจะแฟร์

เพราะถ้ากลุ่มคนทั้งหลายที่ขัดแย้งแก่งแย่งอำนาจกันอยู่นั่นเขามีสำนึกหรือ มีความต้องการที่จะปฏิบัติตามความเห็นเหล่านั้น ก็คงทำไปนานแล้ว ผมคิดว่าเราต้องยอมรับว่าปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองในขณะนี้ไม่สามารถมีคำ ว่าสมานฉันท์ เพราะมันได้กลายเป็นการแบ่งฝ่ายธรรมะกับอธรรมไปจนเกินเยียวยา....

....“ปัญหาของสมาชิกในสังคมประชาธิปไตยก็คือพวกเขาเห็นประชาธิปไตยเป็นสูตร สำเร็จที่มีอยู่แล้ว ไม่ใช่เป็นภารกิจที่จะต้องทำให้มันเกิดขึ้น” หมายความว่าความจริงแม้แต่ประชาธิปไตยก็ไม่ใช่ระบอบการปกครองที่มีความ สมบูรณ์ถึงขั้นที่ไม่ต้องพยายามปรับปรุงให้ดีขึ้นเรื่อยๆ แต่เมื่อเราถูกกล่อมสมองโดยปากเหม็นๆของนักการเมืองที่ต้องการรักษาอำนาจตัว เองว่า อย่างนั้นเป็นประชาธิปไตย อย่างนี้ไม่ใช่ประชาธิปไตย

บักคุ่น ถ้ารู้กำพืดการเมืองไทยเหมือนกับที่พล่ามมาเสียยืดยาว มันจะไม่มีวันโทษนักการเมืองในระบบเลย แต่มันจะต้องมองข้ามหัวสิ่งเหล่านี้ไปถึงต้นตอแห่งปัญหา น่าเสียดายที่ สมองมันไม่ถึงระดับ ตราบใดที่มันยังให้คำจำกัดความ "นักการเมือง" อยู่เพียงแค่ นักเลือกตั้ง พวกมันก็ยังคงหลงในวังวนแห่ง การโฆษณาชวนเชื่อ ทั้งที่ ยุคนี้มันมี "นักการเมืองนอกระบบ" เข้ามาร่วมแจมด้วย บ้านเมืองมันถึงได้ยุ่งเหยิงอย่างนี้

วินทร์ ตอบ ปราบดา

เอาละครับ ในที่สุดเราก็ได้นายกรัฐมนตรีคนใหม่ ที่ดูจะเป็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ แม้จะไม่เปล่งแสงเจิดจ้า แต่ก็เป็นความหวังใหม่ หลังจากเรามุดคลำหาทางอยู่ในอุโมงค์มืดมาหลายปี เรายังมีงานหนักรออยู่ เราเจอทั้งปัญหาในระยะสั้นและระยะยาว

มันสำรากออกมาได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า บักมาร์ค เป็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ แสดงให้เห็นถึงระดับสติปัญญา มุมมองทางการบ้านการเมืองในระดับอนุบาล

เมื่อคืนนี้ผมมีโอกาสฟังสุนทรพจน์ของนายกรัฐมนตรีคนใหม่ เป็นวาทะที่ดีครับ โดยเฉพาะเมื่อคุณอภิสิทธิ์พูดถึงยายเนียม พันธ์มณี (ช่างบังเอิญอย่างประหลาดที่เมื่อ บารัค โอบามา ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็ยกตัวอย่างยายแก่คนหนึ่งเหมือนกัน!) ยายเนียมวัย 84 แห่งบ้านม่วง อุบลราชธานี มอบแหวนวงหนึ่งให้คุณอภิสิทธิ์เพื่อ “หมั้นหมายกับคนอีสาน”

เป็น จุดเล็กๆ ที่กินใจดีครับ ผมเชื่อว่าถ้าคนไทยที่กำลังจะตีกันได้ดูท่อนนี้ ก็น่าจะลดความเดือดพล่านลงบ้าง และเชื่อว่าหากนายกฯคนใหม่ใช้ ‘หัวใจ’ นำทางนโยบาย ก็น่าจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องความแตกแยกได้ดีในระดับหนึ่ง

ไม่นึกว่า ระดับสมองมันจะกระจอกได้ขนาดนี้ แค่นี้มันก็เคลิบเคลิ้มไปกับโฆษณาชวนเชื่อชั้นต่ำ ระดับพื้นๆของพรรคแมงสาปไปเสียแล้ว

โดยรวมแล้ว นักเขียนชื่อดังแห่งยุค ในประเทศด้อยพัฒนาอย่างเรา ในประเทศที่คนอ่านหนังสือวันละไม่กี่นาที ระดับคุณภาพนักเขียนก็เป็นอย่างที่เห็น มันไม่ได้ส่องกระจกดูตัวเองเลย งานเขียนของพวกมันเคยไปโด่งดังถึงระดับโลกบ้างหรือเปล่า ? นักการเมืองไทยอย่างทักษิณ เขามีผลงานโด่งดังในระดับโลกมาแล้ว อย่ามัวแต่เก็บขี้ปากชาวบ้านเขา มานั่งด่านักการเมืองไทย เพื่อยกหางตัวเองให้ดูดีอยู่เลย มันเชยไปเสียแล้วว่ะ

ตัวอย่าง การเยาะเย้ยถากถางนักการเมืองไทย ของวินทร์ ที่ทำให้ตัวเขาดูเป็นคนดี มีเสน่ห์ มีกึ๋น ขึ้นมามากน้อยเพียงใดไม่ทราบ แต่สำหรับคนที่ติดตามข่าวสารการเมืองแล้ว หมอนี่คงจัดอยู่ในระดับไร้เดียงสา เกรียนการเมือง อย่างแท้จริง

อดอยากปากแห้ง = เหตุผลที่ไม่มีใครไม่อยากเป็นรัฐบาล
ตายทั้งกลม = วิธีใหม่ในการคุมกำเนิดพรรคการเมือง
ยืมจมูกคนอื่นหายใจ = ระบบนอมินีการเมือง
อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ = “เราพร้อมที่จะเป็นฝ่ายค้านครับ”
หมูเขาจะหามเอาคานเข้ามาสอด = เทคนิคการใช้แรงดูดในการแข่งขันจัดตั้งรัฐบาล
รักพี่เสียดายน้อง = “ไปพรรคนั้นได้เป็นรัฐมนตรี อยู่ที่เดิมได้เงิน”
หว่านพืชหวังผล = เหตุผลในการไม่ยุบสภา
จระเข้ขวางคลอง = เหตุผลในการยุบสภา
สาดน้ำรดกัน = ระบบตรวจสอบฝ่ายตรงข้าม
สาวไส้ให้กากิน = วิธีการลับฝีปากของนักการเมือง
สิบเบี้ยใกล้มือ = เป็นรัฐบาลครึ่งปีก็ดีกว่าเลือกตั้งใหม่
วันพระไม่มีหนเดียว = กระบวนการย้ายข้าราชการที่ใครไม่รู้แต่งตั้งไปสำรองราชการ
เมื่อพีเนื้อหอม เมื่อผอมเนื้อเหม็น = ความสามารถพิเศษของข้าราชการประจำที่หมุน 360 องศาเมื่อเปลี่ยนรัฐบาล
น้ำขึ้นให้รีบตัก = ระบบกำไรสูงสุด
น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า = บทโรแมนติกทางการเมืองแสดงออกโดยการจูบปาก
ชักแม่น้ำทั้งห้า = “เราไม่ได้ทรยศใคร เราทำเพื่อชาติ”
จับไม่ได้ไล่ไม่ทัน = เทคโนโลยีการทำสารหล่อลื่น
เกลียดตัวกินไข่ = สัจธรรมว่าการเมืองไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร


วินทร์ มันจำกัดเพดานการกระแนะกระแหน เอาไว้ในระดับหนึ่งเท่านั้น เพราะมันก็เป็นเพียงแค่ เด็กในกรอบ ธรรมดาๆเท่านั้น ถ้ามันได้ไปฟังรายการจิ้งจกคาบข่าว นายแน่มาก อะไรเทือกๆนั้น มันคงช็อคตาตั้ง

หมายเหตุ: หนังสือตัวหนาเป็นของ วินทร์&หยุ่น ตัวธรรมดาของ Killer

รวมการ์ตูนเขมร มองการเมืองไทย

ที่มา Thai E-News

Sacravatoons no 1270 : " Jupiter Cruise " - JANUARY 11, 2009
เป็นการ์ตูนที่เขียนขึ้นเพื่อเสียดสีกรณีที่มีรายงานข่าวว่า ทางด่านศุลกากรไทยได้ปฏิเสธให้ชาวกัมพูชาที่เดินทางมากับเรือสำราญ Jupiter Cruise ขึ้นฝั่ง โดยรายงานข่าวอ้างว่านักท่องเที่ยวที่ได้ซื้อตั๋วมากับเรือดังกล่าว ได้จัดแจงวีซ่าเดินทางเข้าประเทศไทยไว้เรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ดีทางการไทยได้ปฏิเสธเรื่องดังกล่าว



Sacravatoons no 1287 : "A Peaceful-Man" - JANUARY 27, 2009


การ์ตูนตั้งชื่อว่า "นักสันติ" ซึ่งล้อเลียนนายกรัฐมนตรีของกัมพูชา กรณีที่ให้การต้อนรับนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทยอย่างดี โดยไม่ได้กล่าวถึงกรณีที่นายกษิต เคยพูดจาเหยียดหยามสมเด็จฮุนเซ็นต่างๆนาๆ




Sacravatoons no 1292 : "The Alien-Refugees" FEBRUARY 05, 2009

เป็นการ์ตูนที่กล่าวถึงกรณีที่ทหารไทยได้ปฏิบัติต่อผู้อพยพชาวโรฮิงยา โดยเสียดสีทหารไทยว่า "ทหารไทยได้รับการฝึกการต่อสู้อย่างเข้มแข็งเพื่อต่อสู้กับผู้อพยพชาวต่างประเทศ" นอกจากนี้ด้านล่างของภาพ ยังได้เกริ่นถึงเรื่องราวกรณีที่ทหารไทยเคยปฏิบัติต่อผู้อพยพชาวกัมพูชาเมื่อราวสามสิบปีก่อนที่บริเวณเขาพระวิหาร โดยอ้างถึงข้อมูลของ Ann Sovatha ซึ่งเป็นนักเรียนทุนฟูลไบรต์และจบวิชาด้านมนุษยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยนอร์ธเทิรน์อิลินอยส์ ได้เขียนบทความส่งหนังสือพิมพ์ในชื่อเรื่อง "Preah Vihear - A Mountain of Undeniable Fact" เรื่องราวย่อๆมีว่า เมื่อเขมรแดงแตกในปี 1979 ผู้อพยพชาวกัมพูชาก็ได้หลั่งไหลทะลักมาตามพรมแดนไทย-กัมพูชา เพื่อหลบหนีภัย ผู้อพยพราวๆ45,000ที่เดินทางมาถึงพรมแดนกลับถูกทหารสั่งให้ขึ้นรถบัสกลับไปที่เขาพระวิหารและสั่งให้ทิ้งเงินไทยทั้งหมดที่มีไว้แล้วลงเดินผ่านหน้าผาและกับระเบิดโดยมีอาหารติดตัวเพียงเล็กน้อย รายงานดังกล่าวอ้างว่ามีผู้เสียชีวิตจำนวนมากจากการดำเนินการดังกล่าวของทหารไทยในครั้งนั้น รวมถึงได้สร้างบาดแผลที่ไม่อาจลบเลือนไปได้จากใจผู้รอดชีวิต
"One refugee who finally managed to escape back to Thailand told UNHCR officials: “The crowd was very dense. It was impossible to number the victims of the land mines. The wounded people were moaning. The most difficult part of the walk was near the dead bodies. Tears I thought had dried up long ago came back to my eyes-less because of the sight than from the thought that those innocent people had paid with their lives for their attempts to reach freedom in a world that was too selfish.”” (pg. 90)"



Sacravatoons no 1295 : "A Siemese with Two Heads" - FEBRUARY 08, 2009
ภาพการ์ตูนเสียดสีนายทหารไทยที่ทำตัวเป็นพวกสองหัว โดยพล.อ.ประวิตร รมว.กลาโหมพูดอย่าง ในขณะที่นายทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ที่ชายแดนบอกไม่รู้เรื่อง

คนหาเงิน! กับ คนหิวเงิน! (มันก็ทำเพื่อเงินกันทั้งนั้นแล้วมันต่างกันยังไง:คิดนอกรอบ)

ที่มา thaifreenews
โดย : เสียงประชาไทย


เคยคิดสงสัยเล่นๆบ้างหรือเปล่าครับ?
คนหาเงินกับคนหิวเงิน มันก็ทำเพื่อเงินทั้งนั้นแล้วมันต่างกันยังไง
ทั้งสองคนก็ทำทุกอย่างเพื่อที่จะได้เงินมาเหมือนกัน

คนหนึ่งทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะหาเงินมาใช้โดยที่จะได้ไม่ต้องไปกู้หนี้ยืมสินใครเขา
อีก. . .
คนหนึ่งก็พยายามทุกวิถีทางเช่นกันเพื่อที่จะได้เงินมาใช้ ไม่สนว่าจะต้องทุบกระปุกออมสินตัวเองหรือไปยกมือไหว้ขอกู้ใคร

ต้องการเงินเหมือนกันครับแต่แนวคิดเพื่อที่จะได้เงินมันต่างกัน

นายกฯที่ดีเขาต้องมองการณ์ไกล ต้องคิดให้เยอะ คิดให้ลึก
สิ่งเหล่านี้ถามว่าตำรามันช่วยให้คิดได้หรือไม่ มันช่วยให้คิดได้แต่มันช่วยทำให้ไม่ได้ ประสบการณ์ต่างหากที่จะช่วยได้จริง
ฉะนั้น นายกฯที่ดีที่เก่งนั้นเขาต้องคิดว่าจะต้องหาเงินยังไงโดยที่จะไม่ไปเพิ่มภาระให้ประชาชนและประเทศชาติ ทำยังไงจึงจะบริหารทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดผลอย่างคุ้มค่าและสูงสุด
สรุป นายกฯที่ดีต้องหาคิดหารายได้เข้าประเทศจริงๆ

นายกฯที่ไม่ดีเขามองแค่แก้ปัญหาแบบผ่านไปวันๆ คิดอะไรตื้นๆคิดน้อยเน้นปริมาณนโยบาย บางทีประชาชนยังมึนกับนโยบาย(ตกลงมรึงจะทำอะไรก่อนว่ะ!เนี่ย พันกันมั่วไปหมดเมื่อวานประโคมข่าวแจกเงิน วันนี้กลับมาตามเก็บปลากระป๋องเน่า แล้วอยู่ๆพรุ่งนี้เสรือกดันไปเอากระดูกไก่มาเป็นกระดูกคนซะงั้น!! Gu!งง!ชีวิตมรึงนี่นึกอยากจะทำอะไรก็ทำงั้นหรือ ถามจริง?ชีวิตนี้ทำอะไรสำเร็จซักเรื่องยัง!)
ลอกตำรามาเป๊ะ!!!วนอยู่โอ่งนั่นละ
นากฯประเภทนี้มันดีแต่พูดตามตำราตามสคริป มองปัญหาอะไรไม่ค่อยออก ในหัวคิดได้อยู่อย่างเดียว กู้ กู้ กู้ ๆๆๆๆๆ
เริ่มตั้งแต่รวมหัวกัน ชูประเด็น กู้ชาติๆๆ จนวันนี้กลายเป็น(เอา)ชาติ(ไป)กู้! คิดหาเงินไม่เป็นเพราะว่าตอนนี้หิวเงินแล้วอดอยากมาเกือบสิบปี กู้เงินนั่นละไวสุดเพื่อเอามาประทังความหิว(เงิน)
กู้เสร็จก็เพิ่มภาระให้ประชาชนทันทีแต่ดันสรือกบอกทำเพื่อประชาชน(เพื่อประชาชนจะได้เป็นหนี้ด้วยกันละสิ)
หลังกู้เสร็จ ถึงเวลาจ่ายก็ไปกู้ที่อื่นมาอีกทบกันไปทบกันมาเพราะยังหาเงินไม่ได้ ยังหาเงินไม่เป็น เอาซะจนหายหิวเงินก็หลบเข้ามุมให้คนอื่นมาหาเงินให้ พอหิวเงินก็ออกมา ขอเงินขอแบ่งเขาไม่ให้สมบทขุนโจรทำทุกทางเพื่อให้ได้มาเพราะGuหิว พอแย่งได้เล่นบทพระเอกต่อ(บาปตกที่ประชาชนเพิ่งใช้หนี้เสร็จกว่าจะลืมตาอ้าปากกว่าจะมีเงินเก็บกับเขาบ้างก็ต้องวนกลับมาใช้หนี้ต่อทั้งๆที่ไม่ได้ก่อ)แล้วที่ให้อภัยไม่ได้ทำให้ประชาชนเป็นหนี้ยังไม่พอยังจะมีหน้าเอาทรัพยากรประเทศไปเป็นของพวกตัวเองอีก
สรุป นายกฯที่ไม่ดีเขาก็คิดแต่จะ เอาดีใส่ตัว ชั่วใส่เขา อุ้มชูพวกพ้อง ทำลายประชาชน

รัฐบาลทักษิณ เป็นคนหาเงิน กลับโดนด่าสารพัด
รัฐบาลแมลงสาบ เป็นคนหิวเงิน กลับไปยกย่องมัน
ใครเป็นคนดีกันแน่วะเนี่ย Gu งง

คลิปเสียง มหาบุรุษปรีดี พนมยงค์ ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย 2490-2552

ที่มา thaifreenews

DSTATION ความจริงวันนี้ TT2009-02-10

โดย : Tuxedo

TT2009-02-10

อ้างอิง :

เนื้อหา

กกต.มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ใบแดง สส.ปชป.ที่สมุทรปราการ
คลิปเสียงรัฐบุรุษปรีดี พนมยงค์
ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย พ.ศ.2490 และ พ.ศ.2552




WMV Mb MP3 Mb


=========================================================

จองโต๊ะงาน 14 กุมภา วันรักประชาธิปไตย



เลี้ยงโต๊ะจีน ครับ ที่นั่งละ 1,000 บาท โต๊ะละ 10ที่นั่ง
ลานวัดไผ่เขียว ตรงข้าม ดอนเมือง



อ้างอิง :
อหิงสา
วันนี้ไปดูสถานที่มา..
กว้างมาก มาก เนื้อที่ทั้งหมด 34 ไร่ ตอนนี้กำลังปรับสถานที่อยู่
เข้าทาง

บิ๊กซี แจ้งวัฒนะ

จะง่ายกว่า...

เจอกันวันวาเลนไทน์ จ้า !!



02 934 9598, 089 063 2444
089 063 2555, 089 494 9118




Tuesday, February 10, 2009

"เอ็นจีโอ ตปท." กล่าวหาไทยควบคุมเน็ตตามจีน

ที่มา มติชนออนไลน์

สำนักข่าวเอพีรายงานเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ว่า คณะกรรมาธิการคุ้มครองสื่อ หรือซีพีเจ องค์กรอิสระที่ดูแลเรื่องเสรีภาพสื่อมวลชนทั่วโลกซึ่งตั้งอยู่ในนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ออกรายงานประจำปีว่าด้วย "การคุกคามสื่อ" ระบุ ผู้สื่อข่าวทั่วโลกยังคงถูกข่มขู่คุกคามหรืออาจเผชิญสิ่งที่เลวร้ายกว่านั้น ส่งผลให้เกิดบรรยากาศของความหวาดกลัว ซึ่งเป็นอันตรายต่อเสรีภาพสื่อทั้งในละตินอเมริกาและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


ซีพีเจชี้ว่า กลุ่มอาชญากร กลุ่มติดอาวุธ รวมถึงนักค้ายา มักจะคุกคามข่มขวัญสื่อมวลชนในประเทศอย่างบราซิล โคลอมเบีย และเม็กซิโก ขณะที่ในไทย เวียดนาม พม่า และประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กำลังเดินตามรอยจีนในการควบคุมอินเตอร์เน็ตและลงโทษผู้ที่ฝ่าฝืนข้อห้าม นอกจากนี้ ปัจจุบันภัยคุกคามเสรีภาพสื่อเกิดขึ้นในรูปแบบที่ซับซ้อนกว่าในยุคก่อน เพราะกลุ่มคนต่างๆ ตั้งใจที่จะสร้างบรรยากาศของความหวาดกลัวเพื่อให้เกิดการเซ็นเซอร์ตนเองผ่านการใช้ความรุนแรงที่เป็นระบบ ทั้งนี้ อิรักยังคงเป็นสถานที่ที่อันตรายที่สุดในการทำงานของผู้สื่อข่าว

พท.ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ11มี.ค.

ที่มา ข่าวสดออนไลน์



ขอกู้ญี่ปุ่นไม่ผ่านความเห็นชอบสภา

เมื่อวันที่ 10 ก.พ. นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการเตรียมข้อมูลการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ขณะนี้พรรคมีข้อมูลเพียงพอที่จะใช้อภิปรายไม่ไว้วางใจและยื่นถอดถอนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เนื่องจากทำความผิดขัดต่อรัฐธรรมนูญ ม.190 จากกรณีที่นายอภิสิทธิ์ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน เมื่อวันที่ 7 ก.พ. ว่าประเทศญี่ปุ่นได้อนุมัติเงินกู้จำนวน 6.3 หมื่นล้านเยน ในโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดง เพราะตามรัฐธรรมนูญม.190 วรรคสอง ระบุว่าหนังสือหรือสัญญาใดที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ หรือมีผลผูกพันด้านการค้า การลงทุนหรืองบประมาณของประเทศอย่างมีนัยสำคัญต้องมีความเห็นชอบจากรัฐสภา ดังนั้นกรณีที่นายอภิสิทธิ์ในฐานะนายกรัฐมนตรีประเทศไทยไปเจรจากับตัวแทนประเทศญี่ปุ่นโดยที่ไม่ผ่านความเห็นชอบจากสภา จึงเข้าข่ายขัดต่อรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจนและเป็นความผิดสำเร็จแล้ว
นายจตุพร กล่าวว่า การที่นายอภิสิทธิ์อ้างว่าเจรจาก่อนกลับมาขอความเห็นชอบจากสภาภายหลังนั้น ก็ไม่สามารถทำได้ เพราะม.190 วรรคสาม ระบุว่าก่อนที่รัฐบาลจะดำเนินการเพื่อทำหนังสือสัญญากับนานาประเทศ คณะรัฐมนตรีต้องให้ข้อมูลและจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและต้องชี้แจงต่อรัฐสภาเกี่ยวกับหนังสือสัญญานั้น นอกจาก ครม.จะต้องเสนอกรอบการเจรจาต่อรัฐสภาเพื่อความเห็นชอบด้วย กรณีนี้ก็เหมือนกับกรอบความตกลงอาเซียนที่รัฐบาลจะต้องการขอความเห็นชอบจากสภาก่อน
“วิปฝ่ายค้านจะมีการหารือว่าจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจควบคู่ไปกับการยื่นถอดถอนในคราวเดียวกัน หรือจะยื่นถอดถอนโดยเข้าชื่อยื่นต่อประธานวุฒิสภาเพื่อส่งต่อไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก่อนอภิปรายไม่ไว้วางใจ วันนี้ม. 190 ที่พรรคประชาธิปัตย์เคยใช้ยื่นถอดถอนนายนพดล ปัทมะ อดีตรมว.ต่างประเทศและครม.นายสมัคร สุนทรเวช กำลังย้อนมาสังหารรัฐบาลนายอภิสิทธิ์เสียเอง หรือจะว่าเกยตื้นเองก็ได้ “ นายจตุพร กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคเพื่อไทยจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจนายอภิสิทธิ์ในวันที่ 11 มี.ค.นี้ โดยอาจจะมีรายชื่อรัฐมนตรีคนอื่นที่ถูกอภิปรายเพิ่มอีก

เปิดคำวินิจฉัย กกต.ฉบับพิสดาร-งดใบแดง"บุญจง"ผิดชัดใส่ร้ายคู่แข่งเนรคุณ"แม้ว"-แจกทรัพย์สินจะจะ

ที่มา มติชนออนไลน์

ข้อความดังกล่าวมีความหมายเป็นการใส่ร้ายด้วยความเท็จแก่นายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน และว่าที่ร้อยตรีไพโรจน์ สุวรรณฉวี บิดาของผู้คัดค้านที่ 1 ว่า เป็นเนรคุณต่อ พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร


หมายเหตุ"มติชนออนไลน์"- คำวินิจฉัยสั่งการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ที่ 357/2551 วันที่ 3 เมษายน 2551 เรื่อง การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขตเลือกตั้งที่ 6 ซึ่ง กกต.มีมติว่า ให้ดำเนินคดีอาญานายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ส.ส.นครราชสีมาและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยเพียงอย่างอย่างเดียว โดยไม่เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง(ใบแดง)ในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2550 ทั้งที่ กระทำผิด มาตรา 53 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และ การได้มาซึ่ง ส.ว. พ.ศ.2550 โดยกล่าวหาว่า


1.ใส่ร้ายด้วยความเท็จแก่นายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน และว่าที่ ร.ต.ไพโรจน์ สุวรรณฉวี บิดาของนายพลพีร์ สุวรรณฉวี ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อแผ่นดินผู้ร้องว่า เป็นคนเนรคุณต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี


2.ให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้แก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนเสียงเลือกตั้งให้แก่นายบุญจง


ทั้งนี้ คำวินิจฉัยดังกล่าวได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ว่า แตกต่างจากคำวินิจฉัยอื่นที่ผู้สมัครกระทำผิด มาตรา 53 จะต้องถูกให้ใบแดงด้วย ทำให้มี กกต.บางคนแก้ร่างคำวินิจฉัยหลายครั้งโดยเพิ่มเติมข้อความว่า กกต.สั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 20 มกราคม 2551 ทำให้ความสุจริตและเที่ยงธรรม(ที่นายบุญจงก่อขึ้น)ได้รับการเยียวยาแก้ไขแล้ว จึงไม่ต้องให้ใบแดงนายบุญจง นับเป็นเหตุผลทางกฎหมายที่ไม่เคยมีมาก่อน


ต่อไปนี้เป็นคำวินิจฉัยสั่งการของ กกต.ฉบับสมบูรณ์(มีการจัดย่อหน้าใหม่เพื่อสะดวกในการอ่าน)และใช้ในการแจ้งความในการดำเนินคดีอาญานายบุญจงต่อพนักงานสอบสวนที่ สภ.จักราช จังหวัดนครราชสีมา
@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

ด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ควบคุมและดำเนินการจัดหรือจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมาเขตเลือกตั้งที่ 6 เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2550 ตามพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2550 ในการเลือกตั้งดังกล่าวนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขตเลือกตั้งที่ 6 หมายเลข 7 พรรคพลังประชาชนไม่ได้รับเลือกตั้ง โดยในการเลือกตั้งครั้งนั้นคณะกรรมการการเลือกตั้งไม่ประกาศผลการเลือกตั้งและสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 20 มกราคม 2551 เนื่องจากการเลือกตั้งดังกล่าวมิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมโดยเป็นผลมาจากการกระทำในสำนวนอื่น


เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2550 นายพลพีร์ สุวรรณฉวี และนายมีชัย จิตต์พิพัฒน์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมาเขตเลือกตั้งที่ 6 หมายเลข 3 และหมายเลข 4 พรรคเพื่อแผ่นดิน ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่าผู้คัดค้านที่ 1 และผู้คัดค้านที่ 2 ตามลำดับยื่นคำร้องคัดค้าน


ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครราชสีมาว่า การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2550 ในส่วนที่เกี่ยวกับนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ถูกคัดค้านมิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม เนื่องจากผู้ถูกคัดค้าน ได้กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 53 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2550 โดยมีข้อกล่าวหาอันเป็นสาระสำคัญดังนี้


1.เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2550 เวลาประมาณ 7 นาฬิกา ผู้ถูกคัดค้านได้ปราศรัยหาเสียงเลือกตั้งที่บ้านโนนงิ้ว หมู่ที่ 14 ตำบลหนองพลวง อำเภอจักราช จังหวัดนครราชสีมา มีข้อความใส่ร้ายนายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน และว่าที่ร้อยตรี ไพโรจน์ สุวรรณฉวี บิดาของผู้คัดค้านที่ 1 ว่า เป็นคนเนรคุณต่อพันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และหลอกลวงเอาเงินจาก พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร อันเป็นความเท็จ เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนเสียงเลือกตั้งให้แก่ผู้ถูกคัดค้าน


ต่อมาเวลาประมาณ 11 นาฬิกา ของวันเดียวกัน ผู้ถูกคัดค้านและตัวแทน (หัวคะแนน) ของผู้ถูกคัดค้าน ได้ร่วมกันแจกแผ่นวีซีดี ด้านหน้ามีรูป พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร มีเนื้อหาเป็นเพลงและคำปราศรัยของ พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร แก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่บ้านโนนงิ้ว หมู่ที่ 14 ตำบลหนองพลวง อำเภอจักราช จังหวัด นครราชสีมา เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนเสียงเลือกตั้งให้แก่ผู้ถูกคัดค้าน


2.เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2550 เวลาประมาณ 18 นาฬิกา ผู้ถูกคัดค้านได้ปราศรัยหาเสียงที่วัดท่าอ่าง หมู่ที่ 4 ตำบลท่าอ่าง อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา โดยมีข้อความใส่ร้ายนายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดินว่า เป็นคนเนรคุณต่อ พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร อันเป็นความเท็จเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนเสียงเลือกตั้งให้แก่ผู้ถูกคัดค้าน


ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครราชสีมาได้มีคำสั่งรับคำร้องคัดค้านและคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการสืบสวนสอบสวนและการวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ.2550 เห็นว่า มีพยานหลักฐานสนับสนุนคำร้องคัดค้านและได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกคัดค้านทราบเหตุแห่งการกล่าวหา มีหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงและแสดงพยานหลักฐานแล้วเห็นว่า ตามข้อกล่าวหาที่ 1 มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผู้ถูกคัดค้าน ได้กระทำการฝ่าฝืนกฎหมายตามคำร้องคัดค้านส่วนข้อกล่าวหาที่ 2 เห็นควรยกคำร้องคัดค้าน


คณะกรรมการการเลือกตั้งได้พิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงที่ได้จากการสืบสวนสอบสวนปรากฏว่า ตามข้อกล่าวหาที่ 1 มีพยานและแถบบันทึกภาพและเสียของผู้คัดค้าน เป็นหลักฐานว่าเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม2550 ผู้ถูกคัดค้านได้ปราศรัยหาเสียงเลือกตั้งที่บ้านโนนงิ้วหมู่ที่ 14 ตำบลหนองพลวงอำเภอจักราช จังหวัดนครราชสีมา โดยกล่าวข้อความใส่ร้ายนายสุวิทย์ คุณกิตติ และว่าที่ร้อยตรี ไพโรจน์ สุวรรณฉวี เป็นคนเนรคุณ พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร เช่น "พี่น้องครับ บุญจง จะเล่าความจริงให้พี่น้องชาวจักราชที่เคารพฟัง พรรคเพื่อแผ่นดิน ไม่ใช่พรรคของทักษิณ จำไว้นะครับ พรรคเพื่อแผ่นดิน หัวหน้าพรรคคือ สุวิทย์ คุณกิตติ คนนี้ สมัยทักษิณเป็นนายก อยากเป็นรองนายก ทักษิณก็ให้ อยากเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาทักษิณก็ให้ พอทักษิณถูกยึดอำนาจเท่านั้นแหละครับ คนเหล่านี้ หนีเลยเนรคุณทันทีเลย"


และ "...วันนี้พรรคเพื่อแผ่นดิน ใครลงล่ะต้องพูดให้เกิดความเข้าใจครับ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไพโรจน์ ส่งลูกชายลง วันนี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไพโรจน์ เคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่กับทักษิณมาตลอด พวกเราไทยรักไทยทั้งนั้นรู้ตอนเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อยากเป็นตำแหน่งไหน ทักษิณให้หมด อยากมีตำแหน่งอะไรให้หมด ขอเงินงบประมาณทักษิณก็ให้ แต่พอทักษิณถูกยึดอำนาจเขายังไม่หนีพอตั้งเป็นพรรคเพื่อแผ่นดินปุ๊ปและมีพลังประชาชน เขาก็ส่งลูกชายเขามาแล้วก็บอกทักษิณว่า จะให้ลูกชายอยู่พรรคนี้ด้วยเพื่อจะช่วยทักษิณกลับมาเมืองไทย ถึงเดือนก็เอาตังค์มาใช้พอเหลือ 3 วันสุดท้ายออกทันทีครับพี่น้อง ออกไปอยู่พรรคเพื่อแผ่นดินทันที ทิ้งทักษิณเลย ภาษาการเมืองเค้าเรียกว่า ทอดทิ้งคนมีพระคุณแปลเป็นไทยว่า เนรคุณทักษิณทันทีเลย..."


ข้อความดังกล่าวมีความหมายเป็นการใส่ร้ายด้วยความเท็จแก่นายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน และว่าที่ร้อยตรีไพโรจน์ สุวรรณฉวี บิดาของผู้คัดค้านที่ 1 ว่า เป็นเนรคุณต่อ พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และยังหลอกเอาเงินและตำแหน่งจากพันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตรเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนเสียงเลือกตั้งให้แก่ผู้ถูกคัดค้านหรืองดเว้นลงคะแนนเสียงเลือกตั้งให้แก่ผู้คัดค้าน อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 53 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2550


ส่วนกรณีการแจกวีซีดีนั้น ข้อเท็จจริงจากการสืบสวนสอบสวนได้ความว่า เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2550 เวลากลางคืนผู้ถูกคัดค้าน พร้อมด้วยคณะผู้ติดตามได้ไปหาเสียงเลือกตั้งที่บ้านโนนงิ้ว หมู่ที่ 14 ตำบลหนองพลวง อำเภอจักราชจังหวัดนครราชสีมาจริง และมีพยานหลักฐานยืนยันว่า ในระหว่างเวลาที่ผู้ถูกคัดค้านเดินหาเสียงเลือกตั้งคณะผู้ติดตามได้นำแผ่นวีซีดีสีแดง ที่ด้านหน้ามีรูปพันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งใส่มาในรถยนต์ของคณะผู้ติดตามออกมาแจกจ่ายแก่ราษฎรที่มาฟังการหาเสียงเลือกตั้งของผู้ถูกคัดค้าน ซึ่งแผ่นวีซีดีที่แจกจ่ายดังกล่าวมีเนื้อหาส่วนใหญ่เป็นบทเพลงของนักร้อง เช่น สายัณห์ สัญญา และมีการบันทึกภาพ พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร พูดจากกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ และเป็นเนื้อหาที่ พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตรพูดถึงการใช้ชีวิตอยู่ในต่างประเทศและแสดงความห่วงใยที่มีต่อประชาชน


ในขณะที่ผู้ติดตามกำลังแจกจ่ายแผ่นวีซีดีดังกล่าว ผู้ถูกคัดค้านอยู่ในเหตุการณ์โดยตลอด แต่มิได้ห้ามปรามทักท้วงหรือสั่งให้ระงับการกระทำดังกล่าว กรณีจึงถือได้ว่าแผ่นวีซีดีที่คณะผู้ติดตามของผู้ถูกคัดค้านนำออกแจกจ่ายแก่ราษฎรที่มาฟังการพูดหาเสียงของผู้ถูกคัดค้านดังกล่าวเป็นการให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้แก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนเสียงเลือกตั้งให้แก่ผู้ถูกคัดค้าน อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 53 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2550


แต่เนื่องจากคณะกรรมการการเลือกตั้งมีมติงดการประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมาเขตเลือกตั้งที่ 6 ซึ่งมีการเลือกตั้งในวันที่ 23 ธันวาคม2550 และสั่งให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา ในเขตเลือกตั้งดังกล่าวใหม่ ในวันที่ 20 มกราคม 2551 แล้ว โดยมีมูลเหตุจากการกระทำของผู้อื่นในสำนวนอื่นมีผลให้กระบวนการเลือกตั้งในวันที่ 23 ธันวาคม 2550 ซึ่งมิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมได้ถูกแก้ไขเยียวยา โดยการสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ดังกล่าว จึงไม่มีเหตุให้ต้องพิจารณาว่าการเลือกตั้งในวันที่ 23 ธันวาคม 2550 ไม่สุจริตและเที่ยงธรรมไม่ว่ากรณีใดๆ อีก


แต่การสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่นั้นมิได้ลบล้างการกระทำความผิดทางอาญา ซึ่งอยู่ในอำนาจของศาลยุติธรรมที่จะพิจารณา


ส่วนข้อกล่าวหาที่ 2 แม้ข้อเท็จจริงจากการสืบสวนสอบสวนจะฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 10 ธันวาาคม 2550 เวลากลางคืน ผู้ถูกคัดค้านได้เปิดเวทีปราศรัยหาเสียงเลือกตั้ง ที่บริเวณวัดบ้านท่าอ่าง หมู่ที่ 4 ตำบลท่าอ่าง อำเภอโชคชัยจังหวัดนครราชสีมาจริง แต่เนื้อหาในการปราศรัยเป็นเรื่องเกี่ยวกับการแนะนำตัวและผลงานในอดีตนโยบาย" ของพรรคพลังประชาชนในการแก้วิกฤตเศรษฐกิจชาติ และแนะนำประชาชนทราบถึงวิธีการไปใช้สิทธิเลือกตั้งแม้จะมีการกล่าวพาดพิงถึงบุคคลและพรรคการเมืองอื่นๆ แต่มิได้ระบุชื่ออย่างชัดเจน


ในการปราศรัยดังกล่าวมีเพียงการแจกแผ่นพับหาเสียง โดยไม่ปรากฏหลักฐานว่า มีการแจกจ่ายทรัพย์สินหรือสิ่งของอื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้แก่ราษฎรที่มาร่วมฟังการปราศรัยดังกล่าว ดังนั้นพยานหลักฐานยังฟังไม่ได้ว่าผู้ถูกคัดค้าน กระทำการฝ่าฝืนกฎหมายตามข้อกล่าวหา


อาศัยอำนาจตามมาตรา 236 (5) และมาตรา 238 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยมาตรา 8 และมาตรา 10 (10) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2550 คณะกรรมการการเลือกตั้งจึงมีคำสั่งตามมติในการประชุมครั้งที่ 48/2551 เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2551 ให้ดำเนินคดีอาญาแก่ นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ตามข้อกล่าวหาที่ 1 ส่วนข้อกล่าวหาที่ 2 ให้ยกคำร้องคัดค้าน

กกต.แจกใบแดง 'สรชา' พบทุจริตซื้อเสียงปากน้ำ

ที่มา ไทยรัฐ

วันนี้ (10 ก.พ.)นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่า ที่ประชุม กกต. มีมติเอกฉันท์ งดประกาศผลการเลือกตั้ง ส.ส. จ.สมุทรปราการ เขต 1 และให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งกับ น.ส. สรชา วีรชาติวัฒนา ผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากให้หัวคะแนนแจกเงินซื้อเสียงพร้อมด้วยแนบนามบัตร ซึ่งผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาซึ่ง ส.ว. มาตรา 53 , 55 และ57 รวมทั้งสั่งให้มีการเลือกตั้ง ส.ส. เขต 1 สมุทรปราการใหม่ นอกจากนี้ยังให้ผู้ถูกเพิกถอนสิทธิชดใช้ค่าเสียหายในการจัดการเลือกตั้งใหม่ รวมทั้งให้ดำเนินคดีอาญากับนายสรชา และนายชินโชติ หรือประเทือง แสงสังข์ อย่างไรก็ตาม กกต.จะส่งสำนวนให้คณะกรรมการกลั่นกรองที่มาจากคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจาณา ซึ่งหากคณะกรรมการชุดดังกล่าวเห็นต่างกับมติดังกล่าว กกต.ก็มีสิทธิที่จะยืนยันความเห็นของตนเอง แต่ต้องมีการแสดงเห็นผลประกอบ

นายสุทธิพล กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ที่ประชุม กกต. ยังประกาศรับรอง 6 ว่าที่ ส.ส. เนื่องจากครบกำหนด 30 วันตามที่ระเบียบ กกต.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ข้อ 194 ระบุไว้ ถึงแม้บางคนจะมีเรื่องร้องคัดค้าน โดยรายชื่อของผู้ที่ กกต.ประกาศรับรอง ประกอบด้วย ประกอบด้วย จ.นครพนม เขต 1 นาย สุริยา พรหมดี พรรคเพื่อไทย จ.มหาสารคาม เขต 1 นายขจิต ชัยนิคม พรรคเพื่อไทย จ.ร้อยเอ็ด เขต 2 นาย ปิยะรัช หมื่นแสน พรรคเพื่อไทย จ.ลำปาง เขต 1 นาย สมโภช สายเทพ พรรคเพื่อไทย จ.ลำพูน เขต 1 นาย ขยัน วิพรหมชัย พรรคประชาธิปัตย์ และ จ.อุบลราชธานี เขต 2.นาย อุดร ทองประเสริฐ พรรคเพื่อแผ่นดิน

ม็อบชาวนาเคลื่อนแบ่งล้อมทำเนียบ2ทางจี้นายกฯสางหนี้

ที่มา มติชนออนไลน์สถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มเครือข่ายหนี้สินชาวนาแห่งประเทศไทย ล่าสุด นายชรินทร์ ดวงดารา แกนนำคนสำคัญ ได้นำกลุ่มมวลชนจำนวนหลายพันคนเคลื่อนพลมาปักหลักชุมนุมปราศรัยบริเวณเชิงสะพานชมัยมรุเชฐ ส่งผลให้

การจราจรบริเวณ ถ.พิษณุโลก ติดขัดพอสมควร อย่างไรก็ตาม ผู้ชุมนุมยังได้กระจายมวลชนส่วนหนึ่งไปชุมนุมบริเวณ ถ.ราชดำเนิน ประตู 5 ด้านหลังทำเนียบรัฐบาล ตรงข้ามกระทรวงศึกษาธิการด้วย ซึ่งยังคงยืนยันในจุดยืนเดิม คือรัฐบาลต้องช่วยแก้ไขปัญหาหนี้สินของเกษตกรอย่างจริงใจและจริงจัง

ทั้งนี้ ในส่วนการรักษาความปลอดภัย มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบัญชาการตำรวจนครบาลจำนวนหนึ่ง กระจายกำลังคอยรับมือเหตุการณ์อย่างใกล้ชิด