WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, February 17, 2009

ลุ้นข้ามโลก

ที่มา ไทยรัฐ

ถ้าจำไม่ผิด ดูเหมือนผมจะเคยเขียนในคอลัมน์นี้ไปหลายครั้งแล้วว่า วิชาเศรษฐศาสตร์เป็นวิชาที่ทำให้มนุษย์ถกเถียงกันมากที่สุด แบ่งฝักแบ่งฝ่ายกันมากที่สุด

เพราะทฤษฎีเศรษฐศาสตร์เป็นทฤษฎีที่ไม่ลงตัวเหมือนวิชาคณิตศาสตร์ ประเภท 1+1 ต้องเป็น 2 หรือเหมือนทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์อื่นๆที่มีบทสรุปชัดเจน

แม้ในระยะหลังๆจะมีการนำวิชาคณิตศาสตร์มาใช้ในทางเศรษฐศาสตร์กันมาก แต่ก็ยังเป็นคณิตศาสตร์ที่มีเงื่อนไข และมีข้อสมมติฐานที่เป็นข้อจำกัด มากมายก่ายกอง

เงื่อนไขหลายๆข้อของวิชาเศรษฐศาสตร์ก็เป็นไปได้ยากในโลกแห่งความเป็นจริง

วลีที่นักเศรษฐศาสตร์ชอบใช้ก็คือ Other things being equal...โดยจะนำมาห้อยท้ายเอาไว้เสมอว่ามันจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้นะ ถ้าปัจจัยอื่นๆที่เกี่ยวข้องมันนิ่งสนิท และไม่มีอะไรเคลื่อนไหว

ซึ่งเราจะไปหาความหยุดนิ่งได้ที่ไหนล่ะครับ--เจอปัญหาสังคมบ้าง การเมืองบ้าง ล้วนทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างแปรปรวนไปหมด

จากการที่วิชาเศรษฐศาสตร์มีเงื่อนไขมากมายนี่เอง ก็เลยกลายเป็นวิชาที่ขึ้นอยู่กับมุมมอง หรือขึ้นอยู่กับความเชื่อถือของแต่ละคน ทำให้เกิดมุมมองและการวิเคราะห์ที่สวนทางกันอยู่เสมอ

รวมทั้งแผนการใช้เงินกระตุ้นเศรษฐกิจ ล่าสุดของสหรัฐอเมริกาที่เพิ่งจะผ่านรัฐสภาไปเมื่อ 2 วันที่แล้ว

แผนงานที่จะต้องใช้เงินมหาศาล 787,000 ล้านเหรียญ กลายเป็นแผนงานที่มีทั้งคนเห็นด้วยและคัดค้าน

ในขณะที่ประธานาธิบดี บารัก โอบามา กล่าวอย่างภาคภูมิใจที่แผนนี้ผ่านรัฐสภาและบรรดากองเชียร์ของท่าน โดยเฉพาะพรรคเดโมแครต ชื่นชม โสมนัสว่าเป็นชัยชนะครั้งใหญ่ครั้งแรกในการครองตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

แต่พรรคฝ่ายค้านหรือรีพับลิกันกลับไม่เห็นด้วย และเชื่อว่าจะเป็นการใช้จ่ายเงินที่สูญเปล่าครั้งมโหฬารของประเทศ

สื่อเองก็ไม่เห็นด้วยทั้งหมด มีการตั้งข้อสังเกต มีการตักเตือน และฝากความห่วงใยเอาไว้มากมาย

จะได้ผลหรือไม่ได้ผลจะรู้กันไม่เกิน 6 เดือนนี้?

ถ้าไม่ได้ผล...แน่นอน ประธานาธิบดีโอบามาโดนสับแหลกแน่ๆ และ อาจจะอยู่ได้แค่เทอมเดียว เพราะระบบของเขาไม่มียุบสภา

ถามว่าเงินก้อนยักษ์นี้คุณโอบามาจะเอาไปใช้อะไรบ้าง? ตอบว่า--ก็มีทั้งลด แลก แจก แถม แบบบ้านเราแหละครับ...เท่าที่ผมอ่านอย่างคร่าวๆ

คนที่มีเงินเดือนน้อยและปานกลาง จะได้รับแจกเงินเข้ากระเป๋าอีกสัปดาห์ละ 13 เหรียญตลอดปีนี้

คนตกงานจะได้รับการแจกเพิ่มอีก 25 เหรียญต่อสัปดาห์ไปจนถึงปีหน้า หรือจนกว่าจะได้งานใหม่ทำ

รัฐบาลจะช่วยสนับสนุนเงินประกันค่ารักษาพยาบาลให้กับผู้ตกงาน

สำหรับคนซื้อบ้านหลังแรก หรือรถยนต์คันแรกก็อาจจะมีทั้งเงินให้กู้และการลดหย่อนภาษีให้

ส่วนทางด้านการลงทุนที่เป็นถาวรวัตถุก็มีแยะ เช่น การสร้างทางรถไฟด่วน ระหว่างแอลเอกับลาสเวกัส เป็นต้น รวมตลอดถึงการสร้างถนน ปรับปรุงถนนลาดยางใหม่ เทปูนใหม่ เปลี่ยนท่อส่งน้ำ ท่อส่งก๊าซ ฯลฯ

ครับ! ก็ต้องติดตามกันต่อไปว่าแผนกระตุ้นเศรษฐกิจอันยิ่งใหญ่ของคุณบารัก โอบามา จะประสบผลสำเร็จแค่ไหน?

บอกตรงๆว่าคงต้องเอาใจช่วยให้เขาประสบความสำเร็จ--และขอให้ เงินก้อนนี้ทำให้เศรษฐกิจของเขาฟื้น ทำให้คนอเมริกันมีงานทำ มีรายได้ และหันกลับมาใช้จ่ายเพื่อเป็นหัวรถจักรในการฉุดเศรษฐกิจโลกให้ฟื้นกลับมาโดยเร็ว

สหรัฐฯยังโชคดีที่แม้จะมีความคิดเห็นแตกต่างทั้งในทางเศรษฐกิจและในทางการเมือง แต่ทุกสิ่งทุกอย่างของเขายังอยู่ในกฎกติกาและเป็นไปตามระบบ

ฝ่ายค้านไม่เห็นด้วยก็ค้านไป แต่ก็เปิดโอกาสให้รัฐบาลลงมือปฏิบัติไปพลางๆก่อน

ต่างกับของเราที่การเมืองยังไม่นิ่งและดูแล้วไม่แน่ว่าจะนิ่งได้เมื่อไร—เผลอๆอาจจะบานปลายไปสู่ความวุ่นวายที่ไม่สิ้นสุดเอาด้วยซ้ำ

ลำพังแผนฟื้นฟูของเราเองก็ยังเป็นที่ถกเถียงในทางเศรษฐศาสตร์กันอยู่แล้ว เมื่อการเมืองของเรายังวุ่นวายเข้าให้อีกก็ยิ่งคาดเดาไม่ถูกว่า อนาคตของชาติบ้านเมืองจะเป็นอย่างไร

ดูแล้วของโอบามาแห่งยูเอสเอแม้จะหนักหนาสาหัสแต่อาจจะไม่หนักเท่าโอบามาร์คแห่งไทยแลนด์ก็คงต้องลุ้นกันต่อไปครับว่าอะไรจะเกิดขึ้นในทั้ง 2 ประเทศนี้.

ซูม

คนเก่งสามก๊ก

ที่มา ไทยรัฐ

ศ.นพ.สุทธิชัย จิตะพันธ์กุล ให้นิยามในการมองคนดี...ไว้สามแนวทาง 1. คนที่เคยช่วยเหลือเกื้อกูลตัวเอง 2. คนคนนั้นเป็นพวกพ้อง และ 3. คนคนนั้นทำอะไรหรือพูดจาถูกใจ

คนดีสามแบบของอาจารย์หมอสุทธิชัยจึงอยู่ในกรอบที่ว่าเป็นคนดีๆนั้น เป็นคนดีของใคร

สี่ห้าวันที่แล้ว ผมดั้นด้นไปฟัง ดร.ปาริชาติ สถาปิตานนท์

ตั้งวงคุยกับ น.นพรัตน์ และคุณก่อศักดิ์ ชัยรัศมีศักดิ์ คนเขียนหนังสือชื่อ...อ่านสามก๊กถกบริหาร ถึงอาคารซีพี สีลม ก็เพราะติดใจ ใครในสามก๊ก

เป็นคนดีหรือเป็นคนไม่ดี

ก่อนจะบอกว่าใครดีไม่ดี ต้องมีพื้นฐานในการอ่านสามก๊ก แรกทีเดียวต้องรู้ว่า ถ้ายึดสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ก็ต้องเข้าใจว่า ฉบับนี้แปลมาจากฉบับ หลอก้วนจง

ถือกันเป็นวรรณกรรม เนื้อหาประวัติศาสตร์ เทียบกับส่วนที่แต่งเติมเสริมต่อ สำนวนคุณก่อศักดิ์ใช้ว่า...ใส่สีตีไข่ จริง 7 เท็จ 3

อย่างตอนโจโฉแตกทัพเรือ ฮอลลีวูดเพิ่งทำเป็นหนัง ทัพเรือที่เราดูว่าขงเบ้งเรียกลมมาช่วยเผา นี่เป็นเรื่องที่หลอก้วนจงแต่งเพิ่ม

ความจริงที่ผู้รู้เขาชำระแล้ว เกิดโรคระบาดในทัพโจโฉ โจโฉรบต่อไม่ไหว จะทิ้งเรือก็กลัวพวกซุนกวนจะเอาไปใช้ เลยตัดสินใจเผาทิ้ง

ของจริงในสามก๊กใช่จะมีแค่นี้ บทบาทของจิวยี่ที่หลอก้วนจงเขียนว่าคับแค้นถึงขั้นร้องว่า ฟ้าให้ยี่มาเกิดแล้ว ทำไมต้องให้เหลียง (ขงเบ้ง) มาเกิดด้วยเล่า ของจริงจิวยี่เป็นพระเอกเต็มตัว

มีเมีย (เสียวเกี้ยว) สวยมาก...เก่งมากฉลาดมาก เสียดายที่ตายแต่อายุยังน้อย

ส่วนขงเบ้งผู้หยั่งรู้ดินฟ้า ของจริงเป็นแค่เก่งทางบริหารจัดการบ้านเมือง ถ้าบังทองไม่ตาย ก็คงไม่ได้ขึ้นชั้นเป็นเสนาธิการคุมกองทัพให้เล่าปี่

และที่ว่าขงเบ้งมีวิสัยทัศน์ยอดเยี่ยม วางแผนให้เล่าปี่ยึดเกงจิ๋ว รุกเข้าไปใช้เสฉวน เป็นก๊กที่สาม ถ่วงดุลก๊กซุนกวน และก๊กโจโฉเอาไว้ พูดง่ายๆ เป็นต้นคิดให้เกิดสามก๊ก

อ่านบทแถมท้ายในสามก๊กถกบริหาร จึงได้รู้ว่า นักวิชาการจีนค้นคว้าประเด็นนี้แบบเอาเป็นเอาตาย ได้ความจริงว่า เจ้าของวิสัยทัศน์สามก๊กต้นแบบ

คือโลซก หนึ่งในกุนซือสำคัญของก๊กซุนกวน

โลซกนี่เองที่อธิบายให้ซุนกวนเข้าใจ สถานการณ์การเมืองยากที่จะฟื้นฟูราชวงศ์ฮั่น ต้องลงหลักปักฐานที่กังตั๋ง ปล่อยเล่าเปียวเติบใหญ่อยู่ในเกงจิ๋ว

เพื่อคานอำนาจโจโฉที่ใช้ยี่ห้อฮ่องเต้ คุมพื้นที่ส่วนใหญ่ทางเหนือ

โลซกเสนอยุทธศาสตร์สามก๊กก่อนขงเบ้งเสนอเล่าปี˜ถึง 7 ปี ช่วงเวลานั้นเล่าปี่ยังเป็นขุนพลเร่ร่อน มีกองกำลังเล็กๆ ขนาดกองพล 93 ฝังตัวอยู่ในชายแดนเหนือของไทย...เท่านั้น

เจ้าของมันสมองนี้ในวรรณกรรมหลอก้วนจงเขียนให้เป็นลูกไล่ขงเบ้ง

ผมอ่านสามก๊กถกบริหารเล่มนี้จบในหนึ่งคืนหนึ่งวัน อ่านแล้วประเมินตัวเองว่าฉลาดกว่าเก่า ตรงที่ได้รู้ว่าคนแบบโลซกที่ดูซื่อๆเซ่อๆ ในความจริงยิ่งใหญ่ เป็นสุดยอดในสามก๊ก

ส่วนขงเบ้งที่โปรโมตโฆษณากันว่าเป็นผู้หยั่งรู้ดินฟ้า สุดยอดนักวางแผนไร้เทียมทาน แท้จริงแล้วเกิดจากจินตนาการของนักเขียน

แต่ไม่ว่าจะเป็นขงเบ้งตัวจริงหรือในฝัน โลกสมัยใหม่จดจำกันได้ สุดยอดกลยุทธ์ที่ขงเบ้งใช้คือการ หนีขุนพลที่รบเป็นรุกเป็น ถ้าหนีไม่เป็น ลงท้ายก็มักตายตอนจบทุกคน.

กิเลน ประลองเชิง

รั่วไหลแน่นอน

ที่มา ไทยรัฐ

เรื่องเล็กทำให้ใหญ่ เรื่องง่ายทำให้ยากคืองานถนัดของนักการเมือง

ดูเถอะ...รัฐบาล “นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ต้องไปกู้เงินอีกหนึ่งแสนล้านบาท เพื่ออัดฉีดพิเศษกลางปี

แจกเงินสดๆสองพันบาท ช่วยค่า ครองชีพให้ผู้มีรายได้น้อย 9 ล้านคน เป็นเงินหนึ่งหมื่นแปดพันล้านบาท ตามนโยบายอภิมหาประชานิยม

แจกฟรีๆเพื่อให้เอาเงินไปใช้จ่ายซื้อสินค้า เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้หมุนไปและหมุนไป!!

วันนี้ สภาฯอนุมัติเรียบร้อยรัฐบาลมีเงินพร้อมจ่ายแล้ว แต่ติดปัญหาจะจ่ายอย่างไร ให้คน 9 ล้านคน เอาเงินที่แจกฟรีไปใช้ซื้อสินค้าทันที

ตอนแรก รัฐบาลจะใช้วิธีโอนเงินสดออนไลน์เข้าบัญชีธนาคาร

แต่วิธีโอนเข้าบัญชีธนาคาร ถ้าผู้รับเงินไม่รีบถอนออกมาใช้ แผนกระตุ้นเศรษฐกิจก็ไม่เกิดผลสำเร็จอย่างที่รัฐบาลต้องการ

ก็มีทางเลือกที่สอง คือจ่ายเป็นเช็คเงินสดใบละสองพันบาทผ่านแบงก์กรุงไทย เพื่อให้ผู้มีสิทธิ์ 9 ล้านคน เอาเช็คไปแลกเป็นเงินสดมาใช้จ่ายกันเอง

แต่การจ่ายเช็คเงินสด รัฐบาลต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเช็คเงินสด 15 บาทต่อใบ เช็คเงินสด 9 ล้านใบ รัฐบาลต้องจ่ายอีก 135 ล้านบาท

บวกค่าจัดส่งไปรษณีย์ฉบับละ 3 บาท อีก 27 ล้านบาท เท่ากับรัฐบาลต้องควักกระเป๋าอีก 162 ล้านบาทเชียวนะโยม

ถ้าเปรียบเทียบการจ่ายเช็คเงินสดกับการโอนเงินออนไลน์ ซึ่งรัฐบาลต้องจ่ายค่าโอน 5 บาทต่อคน

9 ล้านคน ก็เป็นเงิน 45 ล้านบาท ถูกกว่าจ่ายเช็คเงินสด 3 เท่าตัว แถมสะดวกกว่า รวดเร็วกว่า ตรวจสอบง่ายกว่าแน่นอน

แต่ยังมีทางเลือกใหม่ คือจ่ายเป็นคูปองให้เอาไปซื้อสินค้าแทนเงิน

เพื่อรับประกันความมั่นใจว่า เงินแจกฟรี สองพันบาทจะถูกเอาไปใช้ซื้อสินค้าโดยตรง

แถมยังมีโปรโมชั่นลดแลกแจกแถมพิเศษติดปลายนวม

การจ่ายเป็นคูปอง รัฐบาลต้องเสียค่าจัดพิมพ์คูปอง 9 ล้านใบ บวกค่าจัดส่งไปรษณีย์ อีก 3 บาทต่อคน

ประหยัดกว่าการจ่ายเช็คเงินสดและโอนเงินออนไลน์

แม่ลูกจันทร์ เห็นว่า ถ้ารัฐบาลต้องการให้เงินช่วยค่าครองชีพแจกฟรีหนึ่งหมื่นแปดพันล้านบาท มีผลกระตุ้นเศรษฐกิจทุกบาททุกสตางค์

วิธีจ่ายเป็นคูปองช็อปปิ้งก็น่าจะเป็นทางเลือกที่ดี

แต่...แต่มีประเด็นที่รัฐบาลต้องระวัง 2 ประการ

คือ อย่าให้เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มธุรกิจค้าปลีกขาใหญ่รายใดรายเดียว??

และถ้าจ่ายเป็นคูปอง สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาคือ จะมีขบวนการพิมพ์คูปองปลอม

เพราะเรื่องการทำปลอมคนไทยถนัดมาก และยากที่จะป้องกัน ขนาดแบงก์พันปลอมยากที่สุด มันยังปลอมได้ แล้วคูปองใบละสองพันบาท ปลอมง่ายกว่าตั้งเยอะ มีเรอะจะรอดฝีมือ??

สรุปว่า ไม่ว่าจะเลือกวิธีการจ่ายเงินแบบไหน ก็มีทั้งข้อเสียและข้อดี

โดยส่วนตัว แม่ลูกจันทร์ เห็นว่า การโอนเงินผ่านบัญชีไปถึงผู้ได้รับสิทธิ์แจกเงินฟรีทั้ง 9 ล้านคน เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด และมีปัญหาน้อยที่สุด เสียค่าใช้จ่ายต่ำที่สุด จาก 3 ทางเลือกที่เสนอมา

แต่โครงการอัดฉีดเงินแจกฟรีๆ ยังไม่มีช่องโหว่เท่านโยบายอัดฉีดช่วยเหลือคนตกงานห้าแสนคน รัฐบาลจะใช้งบเจ็ดพันล้านบาท ฝึกอบรมอาชีพเพิ่มศักยภาพให้กับผู้ว่างงาน

โดยหลักการดี แต่ถ้าควบคุมไม่ดี ไม่มีการตรวจสอบชัดเจน จะเกิดรั่วไหลอย่างมโหฬาร

แม่ลูกจันทร์ ฟันธงจะมีการทำบัญชีผี? มีการจัดอบรมปลอม? เบิกค่าวิทยากรสูงเกินจริง ฯลฯ ??

แหม...เงินเยอะๆอย่างนี้ แซ่บอีหลีอย่าบอกใคร.

แม่ลูกจันทร์

'กู้เงิน' สัญญาณไม่สู้ดี

ที่มา ไทยรัฐ

จะทำยังไงได้ เพราะนี่คือการเมือง

ในอารมณ์ของคนที่มองโลกอย่างโลก นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดี ฝ่ายกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

เชื่อว่าร่าง พ.ร.บ.ความปรองดองแห่งชาติ จะทำให้พรรคเพื่อไทยได้ประโยชน์เต็มๆ โดยเฉพาะประโยชน์ที่จะเกิดกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

และจะเป็นประเด็นทางการเมือง ที่สุดท้ายแล้วอาจทำให้ถึงขั้นยุบสภา เพราะพรรคร่วมรัฐบาลจะแตกคอกัน โดยพรรคภูมิใจไทยและพรรคชาติไทยพัฒนาเอาด้วย

แต่พรรคประชาธิปัตย์จะรู้สึกอย่างไร หากในการเลือกตั้งครั้งหน้า หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยจะเป็นคนที่ชื่อนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ คนบ้านเลขที่ 111

พูดให้ครบทุกมุม มันต้องว่ากันแบบนี้

เพราะโดยกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่ออกมา ว่าด้วยปมร่าง พ.ร.บ.ความปรองดองแห่งชาติ ส่วนใหญ่หนักไปทางเสียงด่า ตั้งแง่ใส่นักเลือกตั้ง สมาชิกบ้านเลขที่ 111 และลูกบ้านเลขที่ 109 จ้องทำเพื่อประโยชน์ตัวเอง ช่วยล้างมลทินอดีตนายกฯทักษิณ

ฝ่ายเสนอโดนถล่มเละ มีวาระแฝง

ทั้งๆที่ในบรรดาฝ่ายต้านก็ใช่ว่าจะไร้วาระซ่อนเร้น

พรรคประชาธิปัตย์ไม่มีทางปล่อยเสือมากัดตัวเอง เพราะขนาดล็อกแขนล็อกขานักเลือกตั้งอาชีพ ประชาธิปัตย์ยังต้องเหนื่อยกับพวกนกแล นอมินีแถวสอง แถวสาม นับประสาอะไรถ้าปลดล็อกโทษดองเค็ม ปล่อยตัวจริงลงสนาม

ประชาธิปัตย์เข็ดแล้วกับตำแหน่ง ฝ่ายค้านดักดาน

อาการไม่ต่างกับม็อบพันธมิตรฯที่ดีดลูกคิดแล้วไม่คุ้มทุน แม้จะแลกกับการล้างโทษของ 5 แกนนำในคดียึดทำเนียบรัฐบาล คดีก่อการร้ายยึดสนามบิน

แต่เทียบกับการนิรโทษกรรมปล่อยโจทก์ตัวเอ้ อย่าง ทักษิณออกมายึดอำนาจทางการเมืองและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจคืน ทั้งๆที่ธุรกิจเครือข่ายม็อบพันธมิตรฯยังไม่ได้ผลตอบแทนจากการล้ม ทักษิณเต็มเม็ดเต็มหน่วย

ไอ้ที่ออกแรงอาละวาดกันมาก็เหนื่อยฟรี

และที่ขึงขังมาเลย เสียงคำรามฮึ่มฮั่มของกองทัพที่สะท้อนผ่านโฆษกกระทรวงกลาโหม ยังไงก็ไม่ยอมปล่อยเสือเจ็บอย่าง ทักษิณกลับมาล้างแค้นเอาคืนเหล่าอำมาตย์ที่รวมหัวกันโค่นอำนาจ

ทหารต้องล็อกดุลอำนาจไม่ให้หลุดมือ

โดยเกมที่ขึงพืดใส่กัน ฝ่ายหนึ่งโดนจ้อง วาระแฝง อีกฝ่ายหนึ่งก็เคลียร์ วาระซ่อนเร้นไม่ออก

นิรโทษกรรมยังต้องซดกันอีกหลายยก เรื่องปรองดองอยู่อีกไกล

แต่เบื้องต้นเลย นี่คือการเมืองอย่างที่นายปริญญา อ่านเกมล่วงหน้า ความขัดแย้งที่จุดชนวนจากร่าง พ.ร.บ.ความปรองดองแห่งชาติ จะนำไปสู่การยุบสภา พรรคร่วมรัฐบาลจะเขม่นกับพรรคประชาธิปัตย์

นี่แหละธงของพรรคเพื่อไทย

รีบ ปล่อยของออกมาเร่งไฟ ทั้งๆที่วางคิวกันไว้จะใช้ นิรโทษกรรมเป็นมุกหาเสียงเลือกตั้งครั้งต่อไป เพื่อดึงแต้มสงสารจากกองเชียร์ อยากช่วยทักษิณ หนุนนิรโทษกรรม ให้เลือกพรรคเพื่อไทย

ตอกลิ่ม แหย่ฟืนโหมเพลิง

ในห้วงที่สารพัดเผือกร้อนกำลังหล่นใส่มือนายกฯอภิสิทธิ์ ล่าสุดทั้งคิวของ กกต. ทั้งคิวของดีเอสไอ แท็กทีมไล่บี้สอบปมเงินบริจาค 250 ล้านบาทของพรรคประชาธิปัตย์

การเมืองก็ งานเข้ารายวัน ไหนจะสัญญาณทางเศรษฐกิจที่ไม่ค่อยสู้ดี

จับน้ำเสียงล่าสุด นายกฯอภิสิทธิ์พูดแปร่งๆ ยอมรับการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศครั้งนี้ยากเป็นพิเศษ

หากมาตรการทั้งหมดแก้ปัญหาไม่ได้ อาจต้องกู้ยืมเงินจากต่างประเทศ

และก็เป็นนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ยอมรับรายได้ในปีงบประมาณ 2553 ประเมินไว้ว่า จะต่ำกว่าปีงบประมาณ 2552 แต่รายจ่ายยังต้องกำหนดไว้ในระดับสูง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และโดยการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจมี 2 ทางเลือก คือ การเพิ่มภาษีจากประชาชนและการกู้เงินจากแหล่งต่างๆเข้ามาแก้ปัญหา

ซึ่งรัฐบาลขอเลือกแนวทางกู้เงินน่าจะเป็นแนวทางเหมาะสมมากกว่า

โดยคำว่า กู้เงินมันกระตุ้นอารมณ์ของคนที่คาใจกึ๋นของทีมเศรษฐกิจรัฐบาล ที่สำคัญมันเข้าทางของอดีตนายกฯทักษิณที่โฟนอินเย้ยข้ามประเทศ ถากถางเจ็บๆคันๆ

เมืองไทยปล่อยเด็กสองคนลุยไฟกู้เศรษฐกิจ.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

พันธมิตรไม่ได้ปิดสนามบิน สื่อต่างชาติบิดเบือน..!!?

ที่มา Thai E-News


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา บอร์ดราชดำเนิน เวบพันทิป
17 กุมภาพันธ์ 2552
*อ่านข่าวเกี่ยวเนื่อง ตบหน้าคนไทยอีกฉาด ซุ่มเงียบตอบแทนแกนนำยึดสนามบินนั่งผู้ช่วยเสนาบดีวันนี้


ผู้ใช้นามแฝง"ฟักกลิ้ง บุญชิต"ในบอร์ดราชดำเนิน เวบไซต์พันทิป บอร์ดสนทนาการเมืองใหญ่ที่สุดในโลกอินเตอร์เน็ตของไทย ได้นำเสนอกระทู้เสียดสีการยึดสนามบินของพันธมิตรในหัวข้อเรื่อง"พันธมิตรไม่ได้ปิดสนามบิน สื่อต่างชาติบิดเบือน" โดยได้เสียดสีกรณีที่พันธมิตรพยายามอ้างข้างๆคูๆผ่านเวบผู้จัดการ กับASTV กระบอกเสียงของพันธมิตรว่า พธม.ไม่ได้เป็นฝ่ายปิดสนามบินสุวรรณภูมิ จนก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศชาติ แต่ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นผู้สั่งปิดเอง

ทั้งนี้กระทู้ดังกล่าวซึ่งได้รับการโหวตจากสมาชิกห้องราชดำเนินให้เป็นกระทู้ยอดนิยม ได้นำภาพข่าวในสื่อต่างประเทศแทบทุกสำนักที่ลงข่าวว่า ผู้ประท้วงพันธมิตรปิดสนามบิน ส่งผลให้ผู้โดยสารตกค้างในสนามบินเฉพาะวันแรกหลายพันคน และรวมทั้งหมดกว่า600,000คนที่ตกค้างจากเหตุการณ์นั้น และบางรายต้องตายจากอุบัติเหตุรถคว่ำ หลังความพยายามเรียกแท็กซี่หนีออกจากประเทศไทย

















เด็กไม่ทัน! “นังจวน” มาเองออกจากโลง “จีบปากจีบคอ” เตือนอย่าประมาทเงิน 'ทักษิณ' เชื่อยังแทรกอยู่ทุกองค์กร “ปากดี” เงินของเขายังมีความหมายมาก (โถ..“อีเว

ที่มา thaifreenews

โดย : NEWS




นที่ 16 ก.พ. 2552 นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการโฟนอินของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า การโทรศัพท์เข้า-ออกจากต่างประเทศ เป็นสิทธิที่ทำได้ ไม่มีอะไรน่ากลัว แต่สิ่งที่ไม่ควรประมาทคือ เงินของพ.ต.ท.ทักษิณ โดยเชื่อว่าเงินยังมีความหมายและมีอิทธิพลมาก จนตนคิดว่าเงินในระบอบทักษิณ ซื้อคนเกือบทุกองค์กรได้ เพียงแต่ซื้อได้ไม่หมดทุกคนเท่านั้น ซึ่งอันตรายมาก เราต้องช่วยกันประคับประคองให้กำลังใจองค์กรที่เป็นหลักของบ้านเมืองให้ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อตรง ไม่สยบให้กับอิทธิพลการคุกคามหรือการข่มขู่

“ทั้งนี้การใช้ เงินยังไม่เปลี่ยนแปลง ยังมีอิทธิพล การใช้เงินครอบงำเข้ามาในองค์กรต่าง ๆ ตลอดเวลา แม้ตัวบุคคลจะไม่ได้อยู่ในเมืองไทย ตัวบุคคลอยู่ที่ไหนไม่สำคัญ เพราะเงินไปได้ทุกแห่ง รัฐบาลจะวีซ่า ห้ามคนไม่ให้ไปที่ไหนได้ แต่ห้ามเงินใครไม่ได้ และเงินไปไม่เหมือนคน ไปได้หลายวิธี ฉะนั้นเรื่องเงินของพ.ต.ท.ทักษิณ อย่าไปประเมินของเขาน้อยไป อย่าไปประมาท เงินของเขายังมีความหมายมาก”นายชวนกล่าว

นายชวน กล่าวถึงบทบัญญัติเรื่องยุบพรรค ควรมีในรัฐธรรมนูญหรือไม่ว่า ตรงนี้เหมือนดาบสองคม เพราะโอกาสที่คนไม่เจตนาก็มีโอกาสผิดพลาดได้ แต่ขณะเดียวกันคนที่โกงมาตลอด ก็สมควรได้รับโทษ ดังนั้นหากคณะที่จะมาปฏิรูปการเมืองคิดเรื่องนี้และนำประเด็นนี้มาหารือ เพื่อหาข้อยุติ แต่ตราบเท่าที่กฎหมายยังมีอยู่ จะต้องเคารพกฎหมาย ทั้งนี้ต้องดูว่าสาเหตุที่เกิดวิกฤติในบ้านเมือง ส่วนหนึ่งก็มาจากการเมืองที่ทุจริตซื้อเสียงการเลือกตั้ง คนที่ยกร่างรัฐธรรมนูญก็พยายามสกัดตรงนี้ด้วยมาตรการกฎหมายที่รุนแรง แต่ปัญหาคือว่าขณะนี้เหตุเหล่านี้ก็ยังดำรงอยู่ ฉะนั้นจะแก้ปัญหาเหล่านี้ด้วยวิธีอะไร ผู้ที่จะทำหน้าที่ปฏิรูปการเมือง ควรจะคิดประเด็นเหล่านี้ และตนขอว่าอย่าทำเหมือนครั้งที่แล้ว คืออย่ามองข้ามนักการเมืองที่มาจากการเลือก หรือมองในแง่ร้าย

“พวก ซื้อมาก็มีมาก มากจนมากกว่าพวกที่ไม่ซื้อแล้วหรือไม่ ต้องยอมรับว่ามันพัฒนาไปอย่างนั้นจริง ๆ ดังนั้นการแก้ปัญหานี้เป็นสิ่งที่จำเป็น แต่จะแก้โดยวิธีใช้มาตรการ 237 โดยไม่มีข้อแม้หรืออย่างไร ตรงนี้เป็นเรื่องที่คนที่ทำงานด้านนี้จะได้ดูกัน ผมเสียดายที่ครั้งที่แล้วเราเป็นผู้ปฏิบัติ ถ้าสอบถามพวกเรา ก็จะได้ข้อมูลที่ดี ผมคิดว่ามาตรการในการลงโทษผู้กระทำผิดกรณีนี้ควรจะมี แต่ควรจะมีแค่ไหน อย่างไร ควรต้องไปคุยกันอีกที ถ้าอ่อนไปจะแก้อะไรไม่ได้เลย ถ้าแข็งไป ก็จะมีปัญหา พลาดได้ง่าย”นายชวนกล่าว

รายงานข่าวในที่ประชุมส.ส.พรรคประชาธิปัต ย์ แจ้งว่า ในที่ประชุมนายชวน หลีกภัย ประธานกรรมการที่ปรึกษา ได้ย้ำให้สมาชิกทุกคนใช้สื่อในการชี้แจงความจริง เพราะในอดีตถือว่าเป็นจุดอ่อนของพรรคประชาธิปัตย์ เช่น กรณีการแจกส.ป.ก.ที่ทำให้รัฐบาลต้องล่ม เพราะประชาชนไม่เข้าใจ ทั้งๆ ที่การแจกส.ป.ก.เป็นประโยชน์ โดยเฉพาะการแจกส.ป.ก.ที่จ.ภูเก็ต ที่นายทศพร เทพบุตร ส.ส.ภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์ ควรที่จะออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงผ่านสื่อบ้าง

นอกจากนั้น นายชวน ได้ขอให้รัฐมนตรีของพรรคให้ความร่วมมือกับการประชุมสภาและการประชุมส.ส.พรรค ทุกครั้ง เพื่อที่จะได้มาพูดคุยกับส.ส.ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่โดยตรง เพราะส.ส.ทุกคนเป็นคนค้ำบัลลังก์ของรัฐมนตรีอยู่ หากรัฐมนตรีไม่เข้าร่วมการประชุมสภา ก็อาจทำให้องค์ประชุมไม่ครบได้

ทั้งนี้นายชวน ยังได้บอกกับที่ประชุมว่า ไม่ต้องกลัวเงินของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพราะอดีตที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณไม่เคยใช้เงินตัวเองเลย แต่กลับให้รัฐมนตรีหาเงินแผ่นดินมาใช้แทน แต่ตอนนี้พ.ต.ท.ทักษิณถึงแม้จะใช้เงินของตัวเองที่มีเป็นหมื่นล้าน ก็ไม่ต้องกลัว และขอให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่

'ณัฐวุฒิ' เปิด! เอกสารประทับตรา “ลับมาก” ของกองทัพภาคที่ 3 จับผิด ทบ.อ้าง “เบื้องสูง” ลับลวงพราง สลายแนวร่วม นปช. จับโกหก 'บิ๊กป้อม' ชี้แจงไม่ตรง เชื่

ที่มา thaifreenews

โดย : NEWS



วันที่ 16 ก.พ. 2552 เวลา 13.00 น. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ คณะทำงานฝ่ายการเมืองพรรคเพื่อไทย และนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็น 2 แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปกช.) ได้ร่วมแถลงพร้อมเปิดเผยเอกสารเพิ่มเติมอีกหนึ่งชุด แยกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกจำนวน 4 แผ่น เป็นรายงานผลการประชุม ส่วนที่ 2 จำนวน 5 แผ่น เป็นพื้นที่รับผิดชอบตามโครงการ เพื่อยืนยันว่ากองทัพบกร่วมมือรัฐบาลสกัดกั้นคนเสื้อแดงตามที่ออกมาแถลงก่อน หน้านี้นั้นเป็นเรื่องจริง

โดยนายณัฐวุฒิ กล่าวว่า หากเป็นไปตามที่กองทัพชี้แจง ว่าไม่มีโครงการที่มุ่งสลายคนเสื้อแดง แต่เป็นโครงการสู้วิกฤติเศรษฐกิจด้วยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง วันที่ 16 ก.พ.นี้จะเป็นวันแรกที่เริ่มดำเนินการ แต่จากเอกสารฉบับล่าสุด ซึ่งประทับตราลับมาก ของกองทัพภาคที่ 3 ที่ กห.0483/ฝยก.64 เรื่อง สรุปผลการประชุมประสานงานโครงการสู้วิกฤติเศรษฐกิจด้วยปรัชญาเศรษฐกิจพอ เพียง โดยรายละเอียดระบุแผนปฏิบัติการ ปรากฎข้อความที่ทำให้เชื่อไม่ได้ว่าภารกิจกู้วิกฤติเศรษฐกิจ แต่มีเป้าหมายเพื่อประโยชน์ทางการเมือง เช่น เอกสารหน้า 3 กำหนดพื้นที่ในระดับจังหวัดตามความรุนแรงของสถานการณ์ 3 ระดับ คือพื้นที่เพ่งเล็ง พื้นที่สนใจและพื้นที่ปกติ และให้หน่วยต่างๆ พิจารณาใช้วิทยุในพื้นที่รับผิดชอบในการปฏิบัติการข่าวสาร (IO) สนับสนุนการปฏิบัติได้ และข้อ 1.2.7 ที่ให้หน่วยระดับจังหวัดที่วงค์ดุริยางค์นำไปใช้สนับสนุนการปฏิบัติการใน พื้นที่ที่มีความรุนแรง สับสนุนการปฏิบัติการขนาดใหญ่ เช่น การจัดคอนเสิร์ตรักชาติ เป็นต้น

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า บทบาทของกอ.รมน.อยู่ในฐานะผู้สนับสนุน แต่จากการชี้แจงของพล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รมว.กลาโหม เมื่อวันที่ 12 ก.พ.บอกว่าใช้งบประมาณของ กอ.รมน. แต่จากที่ได้ตรวจสอบเอกสารงบประมาณ 2552 ไม่ปรากฎงบประมาณและแผนงานดังกล่าว จึงขอถามว่าใช้งบประมาณจากกอ.รมน.หรือกองทัพ หรือจากใคร หรือกองทัพได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลตามที่ได้พูดคุยกันเมื่อต้นเดือนม.ค. จริง ถ้าเป็นเช่นนั้นตนก็เชื่อโดยบริสุทธิ์ใจว่า กองทัพจับมือกับรัฐบาลทำโครงการ อ้างปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงบังหน้าดำเนินการเคลื่อนไหวมวลชนฝ่ายตรงข้ามเพื่อ หวังผลการเมือง ซึ่งกองทัพต้องเป็นผู้ชี้แจงแทนรัฐบาล ทั้งนี้ตนรู้มาว่าเมื่อวันที่ 12 ก.พ.ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เสนาธิการทหารบก ได้นั่งหัวโต๊ะเป็นประธานประชุมและได้แสดงอาการไม่พอใจและกล่าวคาดโทษเชิง สาปแช่งผู้ใต้บังคับบัญชาที่เอาข้อมูลออกมา ซึ่งตนไม่มีเจตนามุ่งร้ายส่วนตัวกับใคร แต่เห็นว่าโครงการพฤติกรรมอำพรางเช่นนี้ไม่ยุติธรรมกับประชาชน

นาย จตุพร กล่าวว่า ขณะนี้กำลังประสานกับประธานวิปฝ่ายค้านเพื่อยื่นกระทู้ถามสดต่อพล.อ.ประวิตร แต่ถ้าไม่สามารถตั้งกระทู้ได้ ก็ไม่เป็นไร เพราะจะใช้อภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมอยู่แล้ว เพราะเป็นโครงการผลาญงบประมาณ ซึ่งตนเห็นว่าตราบใดที่กองทัพไทยยังประกาศซื้อเครื่องบินกริพเพน 1 ฝูง ด้วยราคาที่แพงกว่าประเทศอื่น ย่อมไม่ใช่ความพอเพียงแต่เป็นการทำมาหากินแบบเกินตัว นอกจากนี้ตั้งข้อสังเกตุว่าทั้งบรรยากาศและการทำโครงการทำมาหากินโดยพุ่ง เป้าไปที่ฝ่ายตรงข้าม เป็นลักษณะความเคลื่อนไหวเหมือนช่วงก่อนเกิดรัฐประหาร 19 ก.ย.2549 หากทหารจะแทรกแซงใยจะใช้หุ่นเชิดอย่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นากยรัฐมนตรีขอให้ทำรัฐประหารเสีย

นาย จตุพร กล่าวว่า สำหรับการชุมนุมใหญ่วันท่ 24 ก.พ. จะนัดรวมตัวที่สนามหลวงเวลา 09.00 น.จากนั้นจะเคลื่อนขบวนไปทำเนียบรัฐบาลในเวลา 10.00 น. ซึ่งทราบว่าทางรัฐบาลได้ประสานขอรถบดจากกทม.เพื่อสกัดกั้นคนเสื้อแดงเนื่อง จากรถขนผู้ต้องขังมีน้ำหนักเบาประชาชนยก ได้ แต่ยืนยัน ไม่ว่าจะต้องเจอกำลังทหารตำรวจกี่หมื่นกี่แสน อาวุธเท่าไหร่ คนเสื้อแดงจะไปให้ถึงทำเนียบรัฐบาล จากนั้นจะชุมนุมยืดเยื้อเพื่อทวงถามข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล โดยเห็นว่าข้อเรียกร้องข้อ 1 ที่ให้ดำเนินการกับกลุ่มพันธมิตรฯ และ 2.ปลดนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศและอดีตแกนนำพันธมิตรฯทุกคนที่มีตำแหน่งในรัฐบาลเป็นสิ่งที่ รัฐบาลสามารถดำเนินการได้ยาก โดยเฉพาะนายกษิต ซึ่งจากวันที่ 24 ก.พ.ก็จะเหลือเวลา 3 วันก่อนประชุมอาเซียนซัมมิท ถ้ารัฐบาลไม่ดำเนินการใดๆ นายอภิสิทธิ์ก็จะได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะเคลื่อนขบวนไปขัดขวางการประชุม ที่อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธุ์ หรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ยังใม่ได้มีการพูดคุยกัน แต่คนเสื้อแดงต้องการขัดขวางการประชุม ส่วนสถานที่ซึ่งจะชุมนุมปิดล้อมนั้นอาจมีมากกว่ากระทรวงการต่างประเทศก็ได้

Monday, February 16, 2009

ตอกลิ่มใส่ฟืนโหมไฟ

ที่มา ไทยรัฐ

ไส้ศึกทางการเมือง

เห็นผลทันตาเลย กับความสำเร็จของฝ่ายค้าน พรรคเพื่อไทย ที่เปิดเกมดันกฎหมายความปรองดองแห่งชาตินิรโทษกรรมนักเลือกตั้งที่ติดโทษแบนทางการเมืองหลังเหตุรัฐประหารวันที่ 19 กันยายน 2549

อย่างน้อยก็ทำให้เกิดคำถามตอกลิ่ม

สร้างความขุ่นข้องหมองใจให้ เทพเทือกนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ในฐานะผู้จัดการรัฐบาล ต้องตอบด้วยน้ำเสียงไม่เต็มปากเต็มคำ กับกรณีที่นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แบะท่าหนุนร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ ของพรรคเพื่อไทย แบบสุดตัว

ส่วนตัวคิดว่าเรื่องนี้มีประโยชน์ เพราะขณะนี้บุคลากรการเมืองเหลือน้อย การนิรโทษกรรมจะเป็นประโยชน์มาก หากเห็นว่าเป็นประโยชน์กับคนส่วนใหญ่พรรคก็พร้อมสนับสนุน และทุกฝ่ายก็ควรจะเข้ามาช่วยกันเพื่อลดความขัดแย้งและความรุนแรงที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

โดยรูปการณ์ที่ระแวงกันได้ว่า พรรคภูมิใจไทยเป็นไส้ศึกของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่หวังเข้ามาผลักดันร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวเข้าสู่สภา

ประชาธิปัตย์ต้องวัดใจพรรคร่วมรัฐบาล

ที่แน่ๆไม่ใช่แค่นายชวรัตน์ แต่มันสำคัญอยู่ที่คนบ้านเลขที่ 111 ที่ยืนทะมึนอยู่เบื้องหลังพรรคภูมิใจไทย ไล่ชื่อดูทั้ง เนวิน ชิดชอบ-สมศักดิ์ เทพสุทิน-สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ-อนุทิน ชาญวีรกูล-สรอรรถ กลิ่นประทุม-สุชาติ ตันเจริญ

ตัวจริงส่งสัญญาณขอกลับมาลงสนาม

และก็ไม่ใช่แค่คิวของค่ายภูมิใจไทย โดยท่าทีไม่ขัดข้องของ เสี่ยตือนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีตรองหัวหน้าพรรคชาติไทย สายตรงของ บิ๊กเติ้งนายบรรหาร ศิลปอาชา นายใหญ่พรรคชาติไทยพัฒนา ก็ชักธงเชียร์

พร้อมแห่ด้วย

ไม่ต้องพูดถึงพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ที่บอสใหญ่อย่างนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ แสดงจุดยืนชัดเจนมาตั้งแต่ไหนแต่ไร หนุนให้ปลดล็อกบุคลากรทางการเมือง

ผู้มีบารมีนอกรัฐบาลขยับพรึ่บพรั่บแน่

เกมดันกฎหมายนิรโทษกรรมมีลุ้นได้เสีย

และก็เป็นอะไรที่เลือกจังหวะ ปล่อยของได้อย่างเหนือชั้น พรรคเพื่อไทยเปิดเกมดัน พ.ร.บ.ว่าด้วยความปรองดองฯ ในห้วงที่เงื่อนไขการเมืองกำลังบีบรัด

โยนฟืนเร่งไฟโหมใส่รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์

ก่อชนวนให้นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ป่วนกับการรับศึก หลายทาง

ด้านหนึ่งก็คนกันเอง ม็อบพันธมิตรฯ ขยับยืดเส้นยืดสาย เกณฑ์สาวกจากภาคใต้ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ยกพลบุกจังหวัดอุดรธานี เมืองหลวงของม็อบเสื้อแดงสายอีสาน ลุยดงบาทา โชว์ศักดาให้เห็นกันจะจะเลยว่า

ม็อบเสื้อเหลืองไม่เคยหลบให้ใคร

อีกนัยหนึ่งก็ส่งซิกเตือนรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์นิ่มๆ อย่าคิดขัดใจม็อบพันธมิตรฯ

ปั้นได้ก็ทุบได้

โดยเฉพาะพักหลังๆชักจะโดนเบี้ยวบ่อย ชื่อของแกนนำม็อบพันธมิตรฯ ถูกแตะเบรกจากนายกฯอภิสิทธิ์สั่งให้ชักออกจากบัญชีแต่งตั้งผู้ช่วยรัฐมนตรี กุนซือรัฐบาล

เพราะแหยงเสียงโห่ฮา

ในขณะที่เงื่อนไขการจ่ายค่าตอบแทนเครือข่ายธุรกิจของขาใหญ่ม็อบพันธมิตรฯ ก็ยังไม่ได้รับการดูแลอุ้มสมจากรัฐบาลสมกับที่ลงทุนลงแรงช่วยให้พลิกขั้ว

แถมยังโดนทุบหม้อข้าว แนวร่วมหลักของม็อบพันธมิตรฯ อย่างสหภาพการบินไทยก็ ของขึ้นกับการถูกงดโบนัส เบรกขึ้นเงินเดือน จากผลสะเทือนม็อบยึดสนามบินขาดทุนบักโกรก

สั่งไม่ได้ดังใจ ม็อบพันธมิตรฯชักจะหงุดหงิดกับรัฐบาล เด็กดี

แต่ที่หมั่นไส้มาตลอด และตั้งท่าจะล้มกันให้ได้ภายในเร็ววัน

ล่าสุดม็อบ นปช.ประกาศดีเดย์เคลื่อนพลใหญ่บุกทำเนียบรัฐบาลในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ทวงคำตอบ 4 ข้อที่ยื่นเงื่อนไขให้นายกฯอภิสิทธิ์ดำเนินการ

ส่งสัญญาณรบยืดเยื้อ

โดยกระบวนท่าโหมโรง ม็อบเสื้อแดงตั้งธงหักดิบรัฐบาลให้ได้

ยังไงก็ไม่ปล่อยให้ อภิสิทธิ์ผ่านจุดหักเห ลุ้นลากยาว.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

หากทักษิณยังอยู่ ดอน สอนระเบียบ ก็คงไม่ต้องไปรบกวนเบื้องพระยุคลบาทสมเด็จพระราชินิเป็นแน่

ที่มา thaifreenews

บทความโดย..ลูกชาวนาไทย



จากข่าวที่ คุณดอน สอนระเบียบ อดีตดาราและนักร้องชื่อดังได้รับพระเมตตาจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ รับไว้เป็นคนไข้พิเศษ ของพระองค์ท่าน ตามข่าวนี้

[url]http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?Newsid=190883&NewsType=1&Template=1[/url]

ได้ยินข่าวนี้ ผมรู้สึกนึกรันทดในใจอย่างยิ่ง เพราะหากท่านายกฯทักษิณยังอยู่ โครงการสามสิบบาทรักษาทุกโรคยังคงอยู่ สังคมไทยคงช่วยคนเจ็บป่วยอนาถาได้มากกว่านี้ เพราะช่วงที่ทักษิณอยู่นั้น ผู้ป่วยจำนวนมากได้รับการรักษา และเข้าถึงบริการรักษาโรคไม่ว่าโรคหัวใจหรือป่วยหนักแค่ไหนก็ตาม ต่างก็สามารถเข้าถึงบริการได้อย่างเท่าเทียมกัน ไม่ต้องไปรบกวนระคายเคืองเบื้องพระยุคคลบาท อย่างคุณดอน สอนระเบียบนี้


เพราะแม้พระองค์ท่านจะทรงมีพระเมตตาสูงเพียงใดก็ตาม แต่ก็คงช่วยคนเจ็บป่วยเช่นนี้ได้จำนวนน้อยนิดของสังคม อย่างมากก็ไม่เกินสิบยี่สิบคนหรือร้อยคน แต่สังคมเรามีคนป่วยเช่นคุณดอนนี้จำนวนพันคนหรือมากกว่า พวกเขาจะทำอย่างไร หากความเดือดร้อนจากการเจ็บป่วยของเขา ไม่ได้ยินไปถึงพระกรรณของสมเด็จฯท่าน เพราะอาจอยู่ไกล จนพระองค์ท่านไม่ได้รับรู้ ซึ่งคาดว่ามีอีกเป็นจำนวนมาก

นึกแล้วก็เสียดายโครงการดีๆ ของท่านนายกฯทักษิณ เช่น ระบบประกันสุขภาพ ซึ่งท่านนายกฯทักษิณนำมาเรียกว่า โครงการสามสิบบาทรักษาทุกโรคนั่นแหละครับ ซึ่งที่จริงชื่อที่ใช้ในวงการสาธารณสุขที่เขาเรียกกันคือ ระบบ Comprehensive Health System ซึ่งระบบนี้ถือว่า ประชาชนทุกคนที่เจ็บป่วยต้องได้รับการรักษา และ "เข้าถึง" บริการอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าคนๆ นั้นจะยากจน ไม่มีเงิน ไร้ชื่อเสียงเช่นใดก็ตาม ก็เหมือนๆ กับที่เราได้รับรู้ในยุคที่ท่านนายกฯทักษิณ เป็นนายกรัฐมนตรี คนแก่จำนวนมากที่เป็นโรคหัวใจก็ได้รับการผ่าตัด แม้จะมีค่ารักษาเป็นแสน แต่ก็เสียเพียงสามสิบบาทเท่านั้น และคนแก่เหล่านี้ แม้จะอยู่ในหมู่บ้านห่างไกล ก็ตาม ระบบก็ไม่ได้กีดกันคนเหล่านี้ออกไป

ในประเทศอังกฤษที่ไม่มี "บัตรประชาชน" โรงพยาบาลจะรับคนไข้ทุกคนไม่ว่าจะมีสัญชาติใดๆ เขาก็ไม่ถามด้วยซ้ำ เพราะวถือว่า แพทย์ไม่มีสิทธิปฎิเสธการรักษาผู้ป่วยทุกกรณี เคยมีรัฐมนตรีมหาดไทยอังกฤษที่ต้องการให้มีการทำบัตรประชาชน ก็ได้รับการต่อต้าน เพราะในบัตรหากระบุสัญชาติ แพทย์เขาก็ไม่มีสิทธิปฎิเสธการรักษา ท้ายสุดก็ต้องล้มเลิกไป

กรณีคุณดอน สอนระเบียบ ถือว่าเป็นผู้ที่ได้รับโชคดี เทียบได้กับการถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่หนึ่งทีเดียว แต่เราเคยมีระบบที่ไม่ต้องการ "คนที่ถูกหวย" เช่นนี้ แต่คนอีกนับพันนับหมื่น ที่ไม่โชคดีเหมือนคุณดอน ก็ต้องทนทุกข์ทรมานต่อไป เราเคยมีระบบที่ประกันว่า ประชาชนทุกคนที่เจ็บป่วยต้องได้รับการรักษาและเข้าถึงบริการทุกคน

ที่จริงระบบที่ท่านนายกฯทักษิณ สร้างเอาไว้นั้นดีเยี่ยมแล้ว

เฮ้อ สังคมไทยเสียดายสิ่งดีๆ
ปีหนึ่งๆ เราจะมีคนโชคดีเช่นคุณดอน สักกี่คน

ในยุคทักษิณ นิยายน้ำเน่าที่เราเคยได้ยินในสมัยก่อน เช่น ลูกสาวขายตัวเอาเงินไปรักษาแม่ที่เป็นโรคหัวใจ หายไปอย่างสิ้นเชิง เพราะไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้นอีกแล้ว แค่ไปที่โรงพยายาบาลก็ได้รับการรักษา ภายใต้ระบบประกันสุขภาพที่รัฐบาลได้สร้างเอาไว้แล้ว

สังคมไทยของเรา คงต้องต่อสู้เพื่อให้ได้สิ่งดีๆ กลับคืนมาครับ

ผมขอแสดงความยินดี กับคุณดอน สอนระเบียบด้วยนะครับ ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณอย่างล้นพ้นเช่นนี้ครับ ครอบครัวของคุณดอน ควรซาบซึ้งในพระคุณเช่นนี้ตลอดไป



ก็ไม่ต่างจากชาวรากหญ้าทั้งหลายที่เคยได้รับอานิสงค์จากโครงการสามสิบบาทรักษาทุกโรคของท่านนายกฯทักษิณ ชินวัตร ก็ซาบซึ้งในความกล้าคิดกล้าทำของท่านนายกฯทักษิณ และแม้ท่านจะต้องอยู่ห่างจากประเทศไทย เพราะปัญหาทางการเมือง และความอยุติธรรมในสังคมไทย แต่คนไทยจำนวนหลายแสนหลายลานคนที่ได้รับอานิสงค์นี้ คงไม่อาจลืมท่านอดีตนายกฯทักษิณได้ครับ