WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Sunday, March 1, 2009

Kasit Piromya and His Interview about H.E.Hun Sen

ที่มา thaifreenews



กษิตว่า ฮุนเซน เป็นคนบ้าๆ บอๆ เป็นกุ้ย ฮุนเซ็นมันเฮงซวย โอ้....ปากอย่างนี้เป็น ฑูต ได้ไง??? เครดิตคุณjesuschirstss

โฆษกเพื่อไทยโวยรัฐบาลแก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ตรงจุด

ที่มา MCOT News

พรรคเพื่อไทย 1 มี.ค. –โฆษกพรรคเพื่อไทย เรียกร้องรัฐบาลแจงข้อข้องใจเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ 7 ประเด็น ชี้ที่ผ่านมารัฐบาลแก้ปัญหาไม่ตรงจุด ส่งผลให้ภาพรวมเศรษฐกิจแย่

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แสดงความเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลว่า จากสภาพการณ์ปัจจุบันกล่าวได้ว่า รัฐบาลแก้ไขปัญหาไม่ตรงจุดในหลายเรื่อง ส่งผลให้เกิดผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจที่ชะลอตัวทั้งการส่งออก การท่องเที่ยว และการลงทุน พรรคเพื่อไทยจึงขอตั้งคำถามถึงนายกรัฐมนตรี 7 ประเด็น คือ รัฐบาลจะแก้ไขปัญหาการว่างงานที่คาดว่าจะมีผู้ถูกเลิกจ้างานทั้งปีถึง 2 ล้านคนอย่างไร ประเทศไทยติดอันดับ 1 ใน 10 ประเทศที่มีภาพลักษณ์แย่ จากการปิดสนามบินและการมีกฏหมายมาตรฐาน รัฐบาลจะดำเนินการอย่างไรให้ได้รับความเชื่อมั่นกลับคืนมา การส่งออกที่ชะลอตัวรัฐบาลมีนโยบายในการหาตลาดใหม่อย่างไร

นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า ตามที่มีข่าวการทวงหนี้ด้วยความรุนแรง โดยผู้มีอิทธิพล เป็นเพราะธนาคารไม่ยอมปล่อยสินเชื่อ จึงต้องมีการแสวงหาแหล่งเงินนอกระบบรัฐบาลจะแก้ปัญหานี้อย่างไร รัฐบาลจะแก้ไขอย่างไรต่อกระแสความไม่เห็นด้วยกับนโยบายช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยด้วยการแจกเงิน ซึ่งคนยากจน คนตกงาน และเกษตรกรไม่ได้รับความช่วยเหลือจากมาตรดังกล่าว รัฐบาลจะแก้ไขผลกระทบทางสังคมที่เกิดขึ้นจากพิษเศรษฐกิจ ปัญหาคนว่างงาน โดยเฉพาะปัญหาอาชญากรรม ยาเสพติดและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และรัฐบาลจะเตรียมรับมือกับปัญหาภัยแล้งที่คาดว่า จะมีความรุนแรงที่สุดในปีนี้อย่างไร

โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวต่อว่า รัฐบาลควรเร่งให้ความชัดเจนในมาตรการช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะมาตรการที่เป็นรูปธรรมเห็นผลชัดเจน โดยควรมีโครงการระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวในการช่วยเหลือแรงงานที่ตกงาน และเกษตรกรที่ประสบภัยแล้ง ทั้งนี้เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจไม่ให้ดิ่งตัวลงไปมากกว่านี้.-สำนักข่าวไทย

พท.เย้ยรบ.กลัวแม้แต่เงา"แม้ว"แก้ศก.เหมือนลิงแก้แห

ที่มา มติชน

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวในเวทีเพื่อไทยวันอาทิตย์ เมื่อเวลา10.30 น. วันที่ 1 มี.ค. ที่พรรคเพื่อไทย อาคารบีบีดี บิวดิ้ง ถ.พระรามสี่ ถึงการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ว่า ประเทศไทยมีรายได้หลักจากการส่งออกและการท่องเที่ยว แต่ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจหดตัวทั่วโลก ส่งผลให้วันนี้การส่งออกย่ำแย่ การท่องเที่ยวก็วิกฤติหนักจากการปิดสนามบินของกลุ่มพันธมิตรฯ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวจากต่างชาติในปี 2552 จะลดลงเกินครึ่งหนึ่งจากยอดนักท่องเที่ยว13-14 ล้านคน จะเหลือเพียง 6-7 ล้านคน เห็นได้ชัดจากที่สายการบินต่างๆ ปรับลดเที่ยวบินมายังประเทศไทย ซึ่งจะส่งผลกระทบให้มีคนตกงานเกือบ 1 ล้านคน และคาดว่า จะกระทบต่อรายได้สูงถึง 10 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี ท่ามกลางสภาวะความรุนแรงของวิกฤตเศรษฐกิจรัฐบาลซึ่งนำโดยพรรคประชาธิปัตย์กลับดำเนินนโยบายแก้ไขไม่ตรงจุด เพราะนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ยังไม่มีประสบการณ์บริหารธุรกิจขนาดใหญ่ให้ประสบความสำเร็จและไม่เคยแก้ปัญหาสำคัญด้านเศรษฐกิจให้สำเร็จมาก่อน แม้แต่นายกรณ์เล่นหุ้นล่าสุดยังเจ๊งไป 100 กว่าล้านบาท


นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ดำเนินนโยบายผิดวิธีด้วยการลอกเลียนแบบนโยบายประชานิยมซึ่งสวนทางกับภาวะเศรษฐกิจ วันนี้ตนจึงกล้าพูดว่า พรรคประชาธิปัตย์และพรรคร่วมรัฐบาลกลัวพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่นำนโยบายเศรษฐกิจมาใช้ แต่พรรคประชาธิปัตย์ใช้นโยบายการเมืองนำเศรษฐกิจเพราะกลัวแม้แต่เงาของพ.ต.ท.ทักษิณ แม้ว่าจะมีนักวิชาการด้านเศรษฐกิจเจ้าของรางวัลโนเบลมาเป็นที่ปรึกษาทีมเศรษฐกิจรัฐบาล แต่ถามว่าคนที่จะต้องลงปฏิบัติแก้ไขปัญหาจริงมีกี่คน ทั้งนี้ตนขอตั้งคำถามกับนายอภิสิทธิ์ว่าจะแก้ไขปัญหา คนตกงาน การส่งออกทรุดตัว การท่องเที่ยวแย่เพราะต่างชาติขาดความเชื่อมั่น ธนาคารไม่ปล่อยสินเชื่อเพราะกลัวหนี้เสีย การจัดสรรเงินช่วยเหลือ 2,000 บาทไม่ทั่วถึง ปัญหาภัยแล้งที่รุนแรงใน 30 จังหวัดและปัญหาอาชญากรรมที่จะตามมาจากวิกฤตเศรษฐกิจได้อย่างไร


นายพร้อมพงศ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยกเลิกการเดินทางไปแสดงปาฐกถา ที่เกาะฮ่องกง หลังจากรัฐบาลจะดำเนินการขอให้ทางการจีนส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน ว่า ตนมองว่ารัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ กลัวพ.ต.ท.ทักษิณ โดยเฉพาะการกลัวความสำเร็จของพ.ต.ท.ทักษิณ ในเรื่องของเศรษฐกิจ เพราะวันนี้รัฐบาลเริ่มรู้ตัวเองแล้วว่ายิ่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ยิ่งยุ่งเหมือนลิงแก้แห จึงไม่อยากให้พ.ต.ท.ทักษิณ พูดเรื่องเศรษฐกิจ

พร้อมพงศ์"แฉ"เทพชัย"เอื้อปย."โป๊งเหน่ง"เนียนช่อง11

ที่มา มติชน

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวในเวทีเพื่อไทยวันอาทิตย์ เมื่อเวลา10.30 น. วันที่ 1 มี.ค. ที่พรรคเพื่อไทย อาคารบีบีดี บิวดิ้ง ถ.พระรามสี่ ถึงกรณีที่รัฐบาลเตรียมปฎิรูปสื่อภาครัฐ โดยเริ่มในวันที่ 1 มี.ค. นี้ ด้วยการรื้อผังเอ็นบีที พร้อมเปลี่ยนโลโก้ใหม่ ว่า ดูผิวผินเหมือนกับมีความตั้งใจจริงที่จะพัฒนาสื่อภาครัฐให้ปราศจากการแทรกแซงของฝ่ายการเมือง แต่หากมองให้ลึกจะเห็นว่า การดำเนินการของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ภายใต้การกำกับดูแลของนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คนสนิทของนายกรัฐมตรีในครั้งนี้ เป็นปฎิบัติการยึดช่อง 11 เอ็นบีที โดยสมบูรณ์แบบและแยบยล ไม่ต่างจากสมัยคมช. ที่ทำการยึดสถานีโทรทัศน์ ไอทีวี เพื่อให้สื่อสายพันธมิตรฯกลุ่มหนึ่งเข้าไปบริหารในนามสื่อสาธารณะ ที่มีนายเทพชัย หย่อง อดีตผู้บริหารจากเครืองเนชั่น เป็นผู้บริหาร


นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่อว่า เอ็นบีที ได้รับงบประมาณบริหารจัดการจากภาครัฐปีละ 2,000 ล้านบาท ซึ่งมาจากภาษีบาทที่ได้จากภาษีเหล้าและบุหรี่ ซึ่งในขณะนี้ทีวีไทยไม่ต่างไปจากแดนสนธยา เพราะอยู่ในการยึดกลุ่มแบบเบ็ดเสร็จของกลุ่มนายเทพชัย โดยผู้บริหารกลุ่มนี้สามารถรับพนักงานทีวีไทยและกำหนดอัตราเงินเดือนให้แต่ละคนได้ตามอำเภอใจโดยเฉพาะพนักงานที่มาจากเครือเนชั่น และเอเอสทีวี โดยไม่มีหลักเกณฑ์ ทั้งที่เป็นเงินภาษีของประชาชน


“จากการตรวจสอบพบว่า นายเทพชัย ได้รับค่าตอบแทนกว่า 300,000-400,000 แสนบาทต่อเดือน ซึ่งยังไม่รวมพนักงานที่ถ่ายเทมาจากเครืองเนชั่น ที่กำลังประสบภาวะขาดทุนอย่างหนัก ให้มาเป็นพนักงานและรับเงินเดือนในอัตราที่สูง ทั้งที่นายเทพชัย เคยพูดว่า ตราบใดที่เป็นผอ.สถานีทีวีไทย จะไม่รับพนักงานจากเครือเนชั้นแม้แต่คนเดียว แต่ในความเป็นจริงมีพนักงานเครือเนชั่น ทำงานในสถานีโทรทัศน์ดังกล่าวอยู่เป็นจำนวนมาก”นายพร้อมพงศ์ กล่าว


นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยในฐานะพรรคฝ่ายค้านขอเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายสาทิตย์ ตอบคำถามดังต่อไปนี้ 1.ช่อง11 จะปฎิรูปสื่อภาครัฐหรือฮุบสื่อภาครัฐ ที่จะทำการบริหารเหมือนทีวีไทย ที่นำสื่อที่ได้รับการจัดสรรงบจากรัฐไปให้กับกลุ่มที่สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ ที่ประกอบไปด้วย สื่อสาร ทหาร ทุน พันธมิตรฯ พรรคร่วมรรัฐบาล และคนใกล้ชิดหรือไม่ 2.การปฎิรูปสื่อภาครัฐในครั้งนี้มีใบสั่งจากคนใหญ่ในรัฐบาลชื่อ “ส.เสือ”ดำเนินการผ่านนายสาทิตย์ เพื่อต่างตอบแทนกลุ่มต่างๆที่สนับุสนุนหรือไม่ 3.ช่อง11จะปฎิรูปใหม่ ใช้งบมาจากส่วนไหน จำนวนเท่าใด ประชาชนผู้เสียภาษจะได้ประโยชน์อย่างไรกับช่อง 11


4.สื่อกลุ่ม “นายโป๊งเหน่ง”ที่มีความสัมพันธ์กับนายเทพชัย นาย “จ.จาน”แนวร่วมต่อต้านรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร บ.ดิจิตอลมีเดีย ที่แต่งตัวใหม่ รวมถึงสื่อที่ใกล้ชิดพรรคประชาธิปัตย์ จะมีอยู่ในผังรายการปฎิรูปสื่อใหม่ของช่อง11 หรือไม่ 5.การบริหารของนายเทพชัย ในเรื่องการใช้งบประมาณ หลักเกณฑ์การรับสมัครพนักงาน การกำหนดอัตราเงินเดือนของผู้บริหารและพนักงาน เป็นไปตามระเบียบการรับสมัครของทีวีสาธารณะหรือไม่ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดเผยเรื่องดังกล่าวให้สาธารณะชนได้รับเนื่องจากงบประมาณจากภาษีของประชาชน


6.การนำเสนอชื่อของทีวีไทย และช่อง11 ที่จะปฎิรูปสื่อใหม่ จะเป็นกลางมากน้อยเพียงใด มีคณะกรรมการที่เป็นกลางจริงๆตรวจสอบดูแลหรือไม่ และ7.เรื่องการจัดสรรเวลาให้กับฝ่ายค้านในการออกอากาศจะจัดสรรเวลาที่เหมาะสมให้เมื่อใด ทั้งนี้พรรคเพื่อไทยจะยื่นกระทู้ถามสดในสภาเกี่ยวกับการปฎิรูปสื่อภาครัฐ ช่อง 11 และการใช้งบประมาณ และระเบียบต่างๆที่ใช้ในการรับพนักงานของทีวีไทยในสัปดาห์ที่จะถึงนี้

เศรษฐกิจบีบ รัฐบาลโชว์กึ๋น

ที่มา ข่าวสด


ระดับอุณหภูมิทางการเมืองลดลงเล็กน้อย

เมื่อม็อบเสื้อแดงประกาศถอยทัพกลับไปตั้งหลัก หลังยกขบวนมาปิดล้อมทำเนียบรัฐบาลได้เพียง 3 วัน

ระหว่างนั้นมีการดาวกระจายไปปาไข่ เผาหุ่น ปิดถนนหน้ากระทรวงการต่างประเทศ และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.

แต่ก็ทำแบบพอเป็นพิธีตามสูตรการชุมนุมประท้วงทั่วไป

จะด้วยสาเหตุเรื่องเงินทุน บวกกับสภาพอากาศที่ไม่เป็นใจ หรือเป็นเพราะกระแสสังคมเบื่อหน่าย

เป็นเรื่องที่แกนนำเสื้อแดงต้องนำกลับไป วิเคราะห์เป็นการบ้าน

ว่าอะไรคือสาเหตุแท้จริงทำให้เสื้อแดงไม่แรงฤทธิ์เท่าที่ควร

อย่างไรก็ตามถึงแม้ม็อบเสื้อแดงจะถอยทัพไปชั่วคราว

แต่ไม่ได้หมายความว่าสถานการณ์ต่างๆ ของประเทศจะสงบนิ่งจนรัฐบาลวางใจได้

อย่างน้อยภายในเดือนมี.ค.นี้ รัฐบาลและนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ยังต้องเจอศึกหนักในเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน

แน่นอนว่าด้วยจำนวนเสียงส.ส.ในสภาน่าจะมีส่วนสำคัญช่วยให้รัฐบาลผ่านพ้นศึกนี้ไปได้

แกนนำพรรคเพื่อไทยเองยังยอมรับ ว่าการอภิปรายที่กำลังจะมีขึ้นไม่น่ามีผลให้รัฐบาลต้องล้มคว่ำลงไปในทันที แต่ก็เชื่อว่าจะสร้างความเสียหายให้กับรัฐบาลได้ในระยะยาว

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แกนนำพรรคเพื่อไทย หัวหน้าทีมอภิปรายขู่ว่า หลังเสร็จสิ้นการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ รัฐบาลอย่างเก่งก็อยู่ต่อได้อีกไม่เกิน 3 เดือน

ตามความคาดหมายศึกอภิปรายน่าจะระเบิดขึ้นราวปลายเดือนมี.ค.

นั่นเท่ากับว่ารัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ยังมีเวลาพักหายใจประมาณ 4 เดือนจากปัญหาทางการเมือง

กระนั้นก็ตามได้มีคลื่นแทรกเตือนออกมา ว่าวิกฤตเศรษฐกิจที่พัฒนาขีดความรุนแรงมากขึ้นอย่างรวดเร็วแบบวันต่อวัน

กำลังกลายเป็นปัจจัยสร้างความเหนื่อยยากให้กับรัฐบาลมากยิ่งกว่า

สัญญาณเลวร้ายด้านเศรษฐกิจถูกส่งออกมาอย่างถี่ยิบในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

เริ่มจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงตัวเลขเศรษฐกิจไทยช่วงไตรมาส 4 ของปีที่แล้วซึ่งหดตัวลงถึง 4.3 เปอร์เซ็นต์

ติดลบครั้งแรกในรอบ 10 ปี

ขณะที่แนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2552 การขยายตัวเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ติดลบ 1-0 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอยและส่งผลกระทบต่อไทย

มากและรวดเร็วกว่าที่คาดคิด

ตามมาด้วยบทวิเคราะห์ของมูดีส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลก ที่ระบุเศรษฐกิจไทยปีนี้จะติดลบอยู่ที่ 2.4 เปอร์เซ็นต์

แม้จะไม่ใช่ตัวเลขเลวร้ายที่สุดในเอเชีย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาคุยอย่างภาคภูมิใจได้

ล่าสุดสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวถึงภาวะเศรษฐกิจไตรมาสแรกปี"52 ว่า น่าจะมีโอกาสติดลบมากกว่า 4.3 เปอร์เซ็นต์ ของไตรมาส 4 ปีที่แล้ว และหดตัวต่อเนื่องในไตรมาส 2 และ 3 ส่วนไตรมาส 4 จะเป็นช่วงเวลาการชี้เป็นชี้ตาย

เศรษฐกิจไทยจะฟื้นหรือฟุบยาวไปถึงปีหน้า

จากการวิเคราะห์ของ 3 หน่วยงานดังกล่าว

ถึงจะให้น้ำหนักกับปัญหาภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอย ว่าเป็นสาเหตุสำคัญทำให้เศรษฐกิจของไทยได้รับผลสะเทือนอย่างหนัก

ไม่ว่าจะเป็นในภาคการส่งออก ภาค อุตสาหกรรม การผลิต การลงทุน ภาคการท่องเที่ยวและบริการ ภาคการเกษตร ฯลฯ รวมถึงภาคแรงงาน ที่กำลังขยายตัวเป็นไฟลามทุ่งขณะนี้

มีการประเมินไว้เบาะๆ ว่าตัวเลขคนว่างงานในปีนี้อาจสูงถึง 1 ล้านคน

แต่ในบทวิเคราะห์ก็ไม่ได้ตัดทิ้งประเด็นปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองภายใน

อันนำมาสู่การบุกยึดสนามบินเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา ว่าได้ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว การขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ ทำให้ความเชื่อมั่นของประชาชนและภาคธุรกิจเอกชนลดลง มีผลต่อเนื่องต่อการใช้จ่ายและการลงทุนภาคเอกชน

ซ้ำเติมภาวะเศรษฐกิจให้เสื่อมทรุดกว่าความเป็นจริง

อย่างเป็นที่รับรู้กันว่ารัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เข้ามาบริหารประเทศบนเงื่อนไขความขัดแย้งทางการเมือง และปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ

ซึ่งทั้งสองเรื่องมีผลกระทบเชื่อมโยงถึงกันอย่างแยกไม่ออก

กล่าวถึงปัญหาทางการเมืองนั้น

ด้วยความสามารถเฉพาะตัวของ พรรคประชาธิปัตย์ เชื่อว่าน่าจะเอาตัวรอดได้ไม่ยาก ไม่ว่าจะเป็นการรับมือกับม็อบเสื้อแดง หรือการยื่นซักฟอกของฝ่ายค้าน

แต่กับวิกฤตเศรษฐกิจขณะนี้ ซึ่งประเมินกันว่ามีความใกล้เคียงกับวิกฤตฟองสบู่แตกเมื่อปี 2540 นั้น

ตลอดเวลาที่ผ่านมา 2 เดือนเศษ ดูเหมือนรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ได้ให้ความสำคัญน้อยกว่าการตอบโต้ทางการเมือง

จนหลายคนหวั่นเกรงจะเป็นความจริงที่ว่า ลำพัง"เด็กสองคน" อาจนำพาประเทศชาติฝ่าออกจากวิกฤตเศรษฐ กิจครั้งนี้ไม่ได้ จนส่งผลให้รัฐบาลต้องพังพาบเร็วกว่าที่คิด ภายใน 2-3 เดือนอย่างที่ใครบางคนทำนายเอาไว้

แต่หลังจากสัญญาณอันตรายทางการเมืองเริ่มแผ่ว ม็อบเสื้อแดงยอมถอยให้กับการประชุมอาเซียนซัมมิต รัฐบาลเริ่มหมดข้ออ้างที่จะปัดความรับผิดชอบให้พ้นตัว

ในจังหวะที่สัญญาณอันตรายทางเศรษฐกิจที่เริ่มส่งเสียงเตือนดังมากขึ้นเรื่อยๆ

ถือเป็นโอกาสดีที่พรรคประชาธิปัตย์จะได้พิสูจน์ตัวเองให้ประชาชนทั่วประเทศได้เห็น ว่าไม่ได้มีกึ๋นแต่เฉพาะด้านการเมืองอย่างเดียว

แต่ยังมีกึ๋นด้านการแก้เศรษฐกิจอีกด้วย

ทักษิณฮึดพร้อมโฟนอิน งดเข้าฮ่องกงไม่เกี่ยวถูกขู่จับ

ที่มา ไทยรัฐ

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา โฆษกส่วนตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าววันนี้ (1 มี.ค.) กรณี สำนักข่าวรอยเตอร์ อ้างการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์อดีตนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ได้ตัดสินใจยกเลิกกำหนดการปาฐกถาพิเศษ ที่สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศในฮ่องกง (เอฟซีซี) เรื่อง "วิกฤติการเงิน ความไม่แน่นอนทางการเมือง : บทเรียนจากประเทศไทย" เที่ยงวันพรุ่งนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อความสัมพันธ์แบบทวิภาคีกับฮ่องกง และ ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน" ว่า ยืนยัน พ.ต.ท.ทักษิณ ยังคงพร้อมที่จะแสดงปาฐกถาผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ ในเวทีปาฐกถาดังกล่าว ขณะนี้รอเพียงการตัดสินใจขั้นสุดท้ายจาก นายทอม มิตเชล รองประธานสโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศประจำฮ่องกง ผู้จัดงานอีกครั้งว่า จะตัดสินใจอย่างไร ส่วนกรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ยกเลิกการเดินทางไปฮ่องกง ไม่เกี่ยวข้องกับกรณีรัฐบาลไทยพยายามเดินหน้าจับกุมมารับโทษในประเทศไทยแต่อย่างใด เพราะระบบกฎหมายของฮ่องกงแตกต่างจากประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับรัฐบาลไทย

โฆษกส่วนตัวอดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวปฏิเสธจะตอบข้อถามว่า ขณะนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ พำนักอยู่ที่ประเทศใด หรือจะมีโอกาสได้พบปะกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ในวันนี้หรือไม่ ส่วนกรณีประเทศนิการากัว เตรียมให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นพลเมืองพิเศษ ยังไม่ทราบเรื่องนี้ เพราะยังไม่มีโอกาสได้สอบถามเรื่องดังกล่าว จาก พ.ต.ท.ทักษิณ

ช้า-น่าสงสัย

ที่มา ไทยรัฐ

เรื่องสั้นวันอาทิตย์วันนี้ เป็นความเดือดร้อนของชาวบ้านเมื่อมีคดีความเกิดขึ้นก็เกิดความล่าช้าจนน่าสงสัยว่า บ้านเมืองเราจะไม่มีความเป็นธรรมให้กับคนไม่มีเส้นสายอย่างพวกเขา

เรื่องแรก...ตำรวจจาก จ.ขอนแก่น เล่าว่า เมื่อ 5-6 เดือนที่แล้ว ส.ต.อ.พิฑูรย์ เชื้อกุล ชุดสืบสวน บช.ภ.4 หายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำ

พ่อแม่เข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองขอนแก่น เพราะพฤติการณ์หลายอย่างส่อว่าจะเกิดเหตุร้าย

ถูกอุ้มไปฆ่า

ส.ต.อ.พิฑูรย์เป็นที่รักของเพื่อนๆ

พวกเขาจึงข้องใจว่า ตำรวจชุดสืบสวนภาคหายไปทั้งคนทำไมผู้บังคับบัญชาไม่สนใจสืบสวนติดตาม

ทั้งที่มีการแจ้งความเป็นคดีแล้ว หรือคดีนี้มีเบื้องหน้าเบื้องหลังอะไร

เรื่องที่สอง...ตีหนึ่งเศษๆของวันที่ 25 ก.ค. 47 นายประเสริฐ คุ่มพุดซา อายุ 41 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.พุดซา อ.เมืองนครราชสีมา ถูกคนร้ายยิงตายขณะลงจากรถหน้าบ้าน

ตำรวจสืบสวนจนรู้ตัวมือปืนและมีการออกหมายจับแล้วตั้งแต่วันที่ 3 ก.ย. 47 แต่คดีไม่มีความคืบหน้า ยังจบมือปืนไม่ได้

ทั้งที่ผ่านมาเกือบ 5 ปี

มือปืนที่ถูกออกหมายจับเป็นคนในพื้นที่หลังเกิดเหตุก็ไม่ได้หนีไปไหน

คดีนี้เกี่ยวพันกับความขัดแย้งของการเมืองท้องถิ่นและขัดผลประโยชน์

ธุรกิจรับเหมา

เห็นได้ว่าเบื้องหลังเป็นผู้มีอิทธิพล คดีจึงไม่คืบหน้า

เรื่องที่สาม...เมื่อตอนดึกของคืนวันที่ 23 ก.ย. 51 มีคนร้ายบุกเข้าไปในสำนักงานดับเพลิงเทศบาลตำบลหนองคล้า อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี ทำร้ายพนักงานและชักปืนออกมายิงโชคดีที่กระสุนไม่ถูกใคร

เป็นที่รู้กันว่าคนร้ายรายนี้เป็นนักเลง เมาแล้วชอบเอาปืนขึ้นมายิง เคยพัวพันคดียิงคนตาย

พนักงานที่ถูกยิงไปแจ้งความที่ สภ.ทุ่งเบญจา

ตำรวจไม่กล้าทำอะไร เพราะคนร้ายมีลูกพี่ใหญ่โตอยู่ในเทศบาลตำบลหนองคล้า

เรื่องที่สี่...มารดาของนายอโณทัย รุ่งแสง อายุ 17 ปี ร้องเรียนว่า ค่ำวันที่ 31 ธ.ค. เกิดอุบัติเหตุรถปิกอัพชนรถมอเตอร์ไซค์ 2 คัน ที่ถนนเขางู-เบิกไพร ต.คุ้งพยอม อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี

มีคนตาย 2 ศพ บาดเจ็บสาหัส 3 คน ลูกชายของเธอคือ 1 ในผู้เสียชีวิต

ตำรวจจับคนขับรถปิกอัพได้ อยู่ในสภาพเมาสุรา จึงนำไปตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์

วัดได้ 245 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์

จนถึงตอนนี้คดียังไม่มีอะไรเกิดขึ้น ยังไม่มีการแจ้งข้อหา ก็เลยไม่มีความช่วยเหลือ ญาติผู้เสียชีวิตต้องจัดงานศพไปตามบุญตามกรรม

ได้ข่าวว่ารถปิกอัพคันเกิดเหตุเป็นรถของตำรวจ แถมคนขับยังมีเส้นสาย

คดีก็เลยไม่คืบหน้า.

เพลิงมรกต

ณัฐวุฒิประกาศระดมพลคนเสื้อแดงรอรับทักษิณ

ที่มา ไทยรัฐ

วันที่ 28 ก.พ. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยแห่งชาติ (นปช.) กล่าวถึงความพยายามของรัฐบาล ในการประสานกับเขตปกครองพิเศษฮ่องกง เพื่อนำตัว พ.ต.ท. ทักษิณกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยว่า การที่รัฐบาลระบุว่าดำเนินการเรื่องนี้เพื่อปกป้องกระบวนการยุติธรรมเป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้น และเมื่อใดที่รัฐบาลนำตัว พ.ต.ท. ทักษิณกลับประเทศไทย จะชวนคนเสื้อแดงทั้งประเทศให้เดินทางไปต้อนรับ พ.ต.ท.ทักษิณถึงสนามบิน และจะติดตามไปทุกที่ที่มีการนำตัวอดีตนายกฯไป เมื่อถามว่า มีการติดต่อพูดคุยกับอดีตนายกฯ และยังคงยืนยันกำหนดการปาฐกถาพิเศษในวันที่ 2 มี.ค. หรือไม่ นายณัฐวุฒิตอบว่า ไม่มีการเปลี่ยนแปลงกำหนดการ อดีตนายกฯจะเดินทางไปร่วมงานอย่างแน่นอน โดยสาระสำคัญที่ พ.ต.ท.ทักษิณจะกล่าว เป็นมุมมองเกี่ยวกับวิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นทั่วโลก

“ทักษิณ” กลับหลังมีรัฐบาลแห่งชาติ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีทางฮ่องกงระบุไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับประเทศไทยว่า เรื่องนี้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ หน้าแหกกลับมา เป็นนายกฯแต่พูดถึงการจับตัวส่งผู้ร้ายข้ามแดน ต้องศึกษาข้อกฎหมายให้ชัดเจน ไม่ใช่จ้องแต่เล่นเกมการเมือง และกลัว พ.ต.ท.ทักษิณจะกลับมามีอำนาจอีก ยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะกลับประเทศไทยแน่นอน ในช่วงที่กระบวนการยุติธรรมเกิดความยุติธรรม และไม่มีรัฐบาลประชาธิปไตยซ่อนรูป โดยมีความเป็นไปได้ที่จะกลับมาในช่วงหลังจากตั้งรัฐบาลแห่งชาติแล้ว ขอท้าให้นายกฯ ตำรวจ อัยการสูงสุด เหมาเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันไปจับ พ.ต.ท.ทักษิณที่ฮ่องกงได้เลย ส่วนกรณีที่ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์บางส่วน ไปต่างประเทศเพื่อควานหาที่อยู่ของ พ.ต.ท.ทักษิณนั้น ขอท้าให้ไป แต่ไม่ทราบว่าจะเอาเงินที่ไหน เพราะขี้เหนียวจะตาย

ซัดรัฐบาลบ้องตื้นขอตัวกลับไทย

ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่รัฐบาลออกอาการนำ พ.ต.ท.ทักษิณกลับประเทศไทย เป็นการเคลื่อนไหวที่เสียเกียรติภูมิประเทศไทย โดยพูดไปทั้งที่ไม่รู้เรื่อง ขณะประเทศมีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนยังไม่สามารถเอาตัวคนผิดกลับมาได้ง่ายๆ ยิ่งฮ่องกงเป็นเขตปกครองพิเศษ จะนำตัว พ.ต.ท. ทักษิณกลับมาได้อย่างไร เรื่องนี้เคยมีประสบการณ์สมัยเป็น รมช.ศึกษาธิการ ที่ถือหมายจับ 2 หมาย ไปจับพระยันตระที่ประเทศสหรัฐอเมริกา แม้เป็นประเทศที่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับไทย แต่ก็ไม่สามารถนำตัวกลับประเทศไทยได้ ดังนั้นระดับ พ.ต.ท.ทักษิณจะไปจับตัว มันไม่ง่ายเหมือนไปซื้อขนมเค้กแล้วหิ้วกลับมา เรื่องนี้แสดงถึงความบ้องตื้นของรัฐบาลในเวทีโลก อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 1 มี.ค. เวลา 08.00 น. ตนและ ส.ส.เพื่อไทยจำนวนหนึ่งจะขึ้นเครื่องบินทีจี 600 เพื่อไปให้กำลังใจ พ.ต.ท.ทักษิณ ถ้ามีการปาฐกถาเรื่องแก้ปัญหาเศรษฐกิจโลก ก็จะไปรับฟังข้อมูลดังกล่าวมาเสนอแนะรัฐบาล เพื่อช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจประเทศต่อไป

ยันตั้งรัฐบาลแห่งชาติเป็นเรื่องจริง

ร.ต.ท.เชาวรินกล่าวว่า ส่วนกรณีการเสนอตั้งรัฐบาลแห่งชาตินั้น ขณะนี้ทราบว่ามีการเคลื่อนไหวกันอยู่ เมื่อไม่มีมูลหมาก็ไม่ขี้ แต่สงสัยทำไมพรรคประชาธิปัตย์ส่งให้นายนิพนธ์ บุญญามณี ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาพูดเรื่องดังกล่าวว่า ไม่ได้คุยกับตน และเรื่องดังกล่าวก่อให้เกิดปัญหาการเมืองตามมา ระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคเพื่อไทยที่ตอบโต้กันไปมา แสดงให้เห็นว่าเกิดความไม่มีเสถียรภาพเกิดขึ้นในรัฐบาลแล้ว โดยเฉพาะกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รอง นายกฯ และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ออกอาการโกรธ ถึงขนาดหลุดคำว่าเลวออกมา เมื่อถูกถามเรื่องรัฐบาลแห่งชาติ ทั้งที่การเสนอความเห็นดังกล่าวไม่มีใครเลวถ้ามีการบอกว่า การเสนอรัฐบาลแห่งชาติเป็นเรื่องเลว อยากถามประชาชนว่าระหว่างนักการเมืองที่เป็นชู้กับเมียชาวบ้าน กับคนที่เสนอเรื่องรัฐบาลแห่งชาติ ใครเลวกว่ากัน ขอให้นายสุเทพเล่นการเมืองแบบมีสติมากกว่านี้ อย่าใช้ความรุนแรง

ชี้ไล่จับ “ทักษิณ” กลบข่าวซักฟอก

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงความพยายามของรัฐบาลในการติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยว่า ที่มาของเรื่องดังกล่าวเป็นเพราะพรรคเพื่อไทยกำลังจับกระบวนการทุจริตใหญ่ ที่มีคนของคณะผู้ยึดอำนาจ 19 ก.ย. 49 ร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์เข้าไปเกี่ยวข้อง จึงสร้างประเด็นการนำตัวอดีตนายกฯกลับมาดำเนินคดี เพื่อกลบเกลื่อน อย่างไรก็ดีสิ่งที่พรรคเพื่อไทยตรวจสอบพบเป็นความเสียหายรุนแรงที่ฝ่ายค้านจะนำไปเปิดเผย ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในกลางเดือน มี.ค.นี้ เมื่อถามว่า มีการติดต่อกับ พ.ต.ท.ทักษิณหรือไม่ และมีการแสดงความกังวลกับความพยายามของรัฐบาล ที่จะนำตัวกลับมาดำเนินคดีอย่างไร นายวรวัจน์ตอบว่า ไม่ได้ติดต่อกับอดีตนายกฯเลย เชื่อว่าอดีตนายกฯไม่ทราบความเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทย ขณะเดียวกัน ส.ส.ของพรรคเพื่อไทยก็ไม่ทราบความเคลื่อนไหวของอดีตนายกฯ จึงไม่ทราบว่าอดีตนายกฯมีความคิดเห็นหรือเป้าหมายอย่างไร

“จาตุรนต์” ฉะรัฐบาลแห่งชาติเพ้อเจ้อ

วันเดียวกัน ที่โรงแรมรอยัล ปริ๊นเซส หลานหลวง สถาบันศึกษาการพัฒนาประชาธิปไตย ที่มีนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย เป็นประธาน ได้ร่วมกับเครือข่ายสันติประชาธรรม จัดเสวนาประชาธิปไตยครั้งที่ 1 โดยเชิญนักวิชาการจากสถาบันการศึกษาทั่วประเทศเข้าร่วม

นายจาตุรนต์กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้เป็นการเปิดเวทีทางวิชาการให้ผู้สนใจเกี่ยวกับประชาธิปไตยเข้าร่วม และเพื่อเป็นการสร้างพัฒนาการเกี่ยวกับระบอบประชาธิปไตย โดยเป็นการจัดสัมมนาแบบปิด ยืนยันว่าไม่ใช่การเคลื่อนไหว ทางการเมือง หากมีข้อสรุปใดๆที่ชัดเจนก็จะเผยแพร่ต่อสาธารณะในโอกาสต่อไป ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทยเสนอแนวคิดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ นายจาตุรนต์ตอบว่า ไม่มีความคิดเห็น แต่เรื่องนี้ไม่มีทางเป็นไปได้ เป็นการเสนอแนวคิดแบบสะเปะสะปะ ส่วนประเด็นการเมืองอื่นๆ ไม่ขอให้ความคิดเห็นใดๆทั้งสิ้น

กรีนพีซแสดงละครล้อเลียนผู้นำอาเซียน

ที่มา thaifreenews

โดย : Palrak



เมื่อเวลา 08.30 น.ที่บริเวณหน้าโรงแรมดุสิตธานี หัวหิน กลุ่มกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นำโดยนายบุสตาร์ ไมทาร์ ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านป่าไม้ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และนายธารา บัวคำศรี ผู้จัดการฝ่ายรณรงค์ประจำประเทศไทย นำกลุ่มสมาชิกกลุ่มกรีนพีซมาแสดงละครล้อเลียน ด้วยการสวมใส่หน้ากากผู้นำอาเซียน และแต่งชุดเป็นลิงอุรังอุตัง มาแสดงความยินดีต่อผู้นำอาเซียน และมีข้อตกลงร่วมกันในการปกป้องป่าไม้ เพื่อยุติภาวะโลกร้อน หันมาสนใจปัญหาการทำลายป่า และยอมรับข้อเสนอให้ยุติการตัดไม้ทำลายป่าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้ได้ภายในปี 2563

ทั้งนี้เพราะจากการที่ได้รณรงค์ในแถบภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียง ใต้ ที่มีพื้นที่ป่าประมาณ ร้อยละ 16 ของพื้นที่ป่าเขตร้อนทั่วโลก ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีอัตราการทำลายป่าสูงถึง 31 , 000 ตารางกิโลเมตร อันนำไปสู่ปัญหาปรากฎการณ์เรือนกระจก และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก จึงขอเรียกร้องให้ผู้นำอาเซียนร่วมกันผลักดันนานาชาติ ให้สนใจเกี่ยวกับการแก้ปัญหาดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานระหว่างที่กลุ่มกรีนพีซกำลังจัดกิจกรรมอยู่นั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้ามาขอร้องให้หยุด เนื่องจากผู้นำประเทศอาเซียนกำลังจะเดินทางมาที่โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน เพื่อร่วมประชุม ทำให้เกิดการกระทบกระทั่งกันเล็กน้อย

เตือนชาวไทยเตรียมรับมือมหันตภัยเศรษฐกิจขั้นรุนแรง

ที่มา ไทยรัฐ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เตือนชาวไทยเตรียมรับมือมหันตภัยเศรษฐกิจขั้นรุนแรง ฉบับนี้ประจำวันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม 2552............

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เตือนชาวไทยเตรียมรับมือมหันตภัยเศรษฐกิจขั้นรุนแรง ฉบับนี้ประจำวันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม 2552............

เดือดร้อนกันไปทั้งรัฐบาล หลังจากโดน มูดี้ส์ อีโคโน-มีส์ ดอท คอม ระบุว่า ไทยกำลังกลายเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจโลกค่อนข้างหนัก โดยคาดว่าในปี 2552 เศรษฐกิจไทยจะติดลบ 2.4% เนื่องจากมี ความไม่แน่นอนทางการเมืองเป็นปัจจัยสำคัญ ทำให้ นักลงทุนต่างชาติ ไม่กล้าเข้ามาลงทุน!!!............

เรื่องนี้ไม่ว่า อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกฯ รวมถึง กรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ต่างออกมาโต้เสียงแข็งว่า การหดตัวของเศรษฐกิจไทยไม่ได้เลวร้ายไปกว่าประเทศอื่น ฉะนั้น ไม่ จำเป็นต้อง ตกอกตกใจ ไปตามการคาดการณ์ของมูดี้ส์ เพราะรัฐบาลชุดนี้ ระดมมาตรการระยะสั้นออกมารับมือปัญหาไว้เรียบร้อยแล้ว!!!............

แต่เอาเข้าจริงหากใช้ เหตุผล พิจารณาให้ดี คำเตือนทั้งหลาย ไม่ว่าจะมาจาก มูดี้ส์ หรือ นักธุรกิจ นักวิชาการภายในประเทศไทย ต่างก็มีน้ำหนักด้วยกันทั้งนั้น ยกตัวอย่าง มูดี้ส์ ได้อ้างถึงรายงานของสภาพัฒน์ที่ระบุว่า อัตราการเติบโตไตรมาส 4 ปี 51 ของไทย ติดลบหนักถึงร้อยละ 4.3 เป็นผลมาจาก การหดตัวของเศรษฐกิจโลก และการบุกยึดสนามบินของ ม็อบเสื้อเหลือง!!! ............

ข้อสำคัญ แม้ไทยจะได้ รัฐบาลใหม่ และสถานการณ์การเมืองเริ่มเข้ารูปเข้ารอย สามารถเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวและนักลงทุนต่างชาติบางส่วนกลับเข้ามาในไทยอีกครั้ง แต่ทุกอย่างก็เป็นเรื่องยากในตอนนี้ เพราะประเทศที่พัฒนาแล้วเกือบทุกประเทศกำลังประสบ ภาวะเศรษฐกิจถดถอย เช่นกัน!!!............

มิหนำซ้ำ ล่าสุด สมชัย สัจจพงษ์ ผอ.สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ยังออกมาฟันธง การขยายตัวทางเศรษฐกิจไตรมาสแรกปีนี้ มีโอกาสจะ ติดลบ มากกว่าไตรมาส 4 ของปีที่แล้ว โดยเป็นการติดลบต่อเนื่อง ตามที่ สภาพัฒน์ ระบุว่าไตรมาส 4 ปี 51 อยู่ที่ -4.3% จึงคาดว่าไตรมาสแรกปีนี้น่าจะเป็น จุดต่ำสุดของเศรษฐกิจไทย!!!............

จริงๆแล้ว นับจาก รัฐบาลอภิสิทธิ์ บริหารงานท่ามกลางเศรษฐกิจผันผวน หากสังเกตให้ดี จะพบว่ารัฐบาลนี้ชอบท่องอยู่คาถาเดียว นั่นก็คือ กระตุ้นกำลังซื้อ เหตุก็เพราะในอดีต รัฐบาลทักษิณ เคยทำสำเร็จมาแล้ว ก็เลยนึกว่าน่าจะเป็น สูตรสำเร็จ ให้กับรัฐบาลชุดนี้ได้เจริญรอยตามดูบ้าง!!!............

บอกตามตรง เห่าไฟว่าการรับมือกับความผันผวนทางเศรษฐกิจรุนแรงนั้น ไม่เหมาะที่จะให้ พวก มือใหม่หัดขับมาทำ เนื่องจากความไร้ประสบการณ์ จะทำให้ ค่าความเสี่ยง เพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว ยกตัวอย่าง มาตรการกระตุ้นกำลังซื้อด้วยการแจกเงิน 2 พันบาทให้ฟรีๆ แม้จะเป็นเรื่องที่น่ายินดีของคนรับเงิน แต่หลังจากใช้เงินหมดแล้ว ทุกคนก็ต้องใช้ชีวิตอย่าง ขมขื่น ต่อไป พร้อมๆกับ กำลังซื้อ จะเริ่มหดตัวลงลึกมากขึ้นเรื่อยๆ!!!............

เห่าไฟ อยากชี้ให้เห็นว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใน ยุครัฐบาลทักษิณ กับ ยุคปัจจุบัน หากลอกเลียนเอามาใช้ สุดท้ายคงต้องเกิด หายนะครั้งใหญ่แน่นอน เพราะยุครัฐบาลทักษิณ เศรษฐกิจโลกไม่ได้มีปัญหาเหมือนทุกวันนี้ ตรงกันข้ามสถานการณ์ทางเศรษฐกิจนอกประเทศกำลังไปได้สวย ฉะนั้น จึงเป็น โอกาสทอง ในการใช้นโยบายประ-ชานิยม กระตุ้นกำลังซื้อ และโกยคะแนนนิยมทางการเมืองไปในตัว!!!............

แต่ปัจจุบัน เศรษฐกิจโลกหดตัวรุนแรง ประกอบกับปัญหาความวุ่นวายทางการเมืองกำลัง กระหน่ำซ้ำเติม เศรษฐกิจไทยให้ทรุดหนักชนิด ไร้ก้นเหว ขณะที่ รัฐบาลอภิสิทธิ์ ยังคงหลอกตัวเองด้วยความเชื่อผิดๆที่ว่า เศรษฐกิจไทยไม่ได้เลวร้ายกว่าประเทศอื่น ทั้งที่ความจริงเศรษฐกิจไทยอยู่ในขั้น โคม่า ด้วยซ้ำไป!!!............

เห่าไฟ อยากให้ใช้เหตุผลพิจารณากันให้ดี เศรษฐกิจไทยเลวร้ายตามที่หลายฝ่ายเป็นห่วงจริงหรือไม่ ซึ่งไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร เพียงแค่ตอบคำถามอย่างตรงไปตรงมาว่า ขณะที่ประเทศอื่นๆกำลังเผชิญหน้ากับปัจจัยเสี่ยงเพียงเรื่องเดียว นั่นก็คือ เศรษฐกิจโลกตกต่ำ แต่ประเทศไทยกลับมี ปัญหาการเมืองรุนแรง ถึงขั้นปิดสนามบิน ยึดทำเนียบฯ ปฏิวัติรัฐประหาร ประชาชนแตกแยกเป็น 2 ฝ่าย สีแดง-สีเหลือง ไม่รู้เมื่อไหร่แผ่นดินจะ นองไปด้วยเลือด หรือถึงขั้นมีการ ลุกฮือของประชาชน คำถามก็คือ ปัจจัยเหล่านี้ไม่ได้ทำให้ เศรษฐกิจไทย ทรุดหนักกว่าประเทศอื่นเป็น สองเท่า จริงๆหรือ!!!............

เห่าไฟ อยากเตือน รัฐบาลอภิสิทธิ์ ให้มองทุกอย่างตามความเป็นจริงจะดีที่สุด โดย เฉพาะสถานการณ์เศรษฐกิจตอนนี้ หากยังหลับหูหลับตา อัดฉีดงบประมาณแผ่นดิน เข้าสู่โครงการประชานิยม อาจกลายเป็นการ ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ เพราะการตกต่ำของเศรษฐกิจโลกรวมถึงความวุ่นวายทางการเมืองในประเทศ และปัญหาการว่างงานนับล้านคน จะเป็นตัวกดดัน กำลังซื้อ ไม่ให้โงหัวขึ้นมาได้ง่ายๆอย่างที่คิดกันไว้!!!............

ยิ่งไปกว่านั้น หากรัฐบาลต้องกู้หนี้ยืมสินมาหลายแสนล้านบาทเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อ แต่สุดท้าย กลับล้มเหลว เนื่องจาก พลังอัดฉีด ของรัฐบาลไม่สามารถ ต้านทาน ความผันผวนทางเศรษฐกิจได้ ทำให้เม็ดเงินที่ทุ่มลงไป ไม่รีเทิร์นกลับมา รัฐบาลก็จะประสบภาวะ ถังแตก อาจต้องนำพาประเทศไทยไปเป็น ทาสไอเอ็มเอฟ อีกรอบหนึ่ง ถึงตอนนั้น รับรองได้เลยว่า ประชานิยมของรัฐบาลชุดนี้ จะไม่มีทางได้ คะแนนนิยม เหมือนรัฐบาลทักษิณในอดีต ตรงกันข้าม กลับจะเสียความศรัทธาจนแทบ สูญพันธุ์ด้วยซ้ำไป!!!............

เห่าไฟ เตือนกันไว้ตรงนี้ เชื่อไม่เชื่อก็ตามใจ แต่บอกไว้ก่อน เดิมพันคราวนี้สูงไม่ใช่เล่น เพราะถ้ารัฐบาลของเสื้อเหลืองบริหารงาน เฟอะฟะล้มเหลว เสื้อแดงก็จะคึกคักเต็มที่ รากหญ้าชาวอีสาน และรากหญ้าชาวเหนือ จะไม่ยอมทนให้มีการ ปล้นสิทธิ เพื่อแย่งชิงอำนาจไปบริหารบ้านเมืองกันแบบ เลอะๆเทอะๆ อีกต่อไป ส่วนจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ก็ลองหลับตานึกภาพเอาเองก็แล้วกัน!!!............

สังคมทั่วไป นิตยสาร Oops! ฉบับนี้ อาสาไขข้อข้องใจถึงเหตุเลิกราไม่มีปี่มีขลุ่ยระหว่าง ยุ้ย-จีรนันท์ มะโนแจ่ม กับ ปิ๊ด-ธนดล ช้างเสวก แฟนคลับทั้งหลายห้ามพลาด เพราะนางเอกสาวถึงขั้นเปิดใจชนิดน้ำตาไหลพรากกันเลยทีเดียว............

พระราชทานเพลิงศพ เที่ยง ปานเจริญศักดิ์ วัดใหม่สุนทร นครราชสีมา 16.00 น. วันนี้, เผาศพ เมธี เชิญชัยวชิรากุล วัดราษฎร์บำรุง 17.00 น. ............

เห่าไฟ