WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, March 9, 2009

ขอนแก่นแดงทั้งแผ่นดินสัญจร 2009-03-08KK... ครบทุกคลิป

ที่มา thaifreenews
โดย : Tuxedo
สวัสดีครับ ผมจะค่อย upขึ้นไปเรื่อยๆนะครับ ก็ติดตามเป็นระยะๆนะครับ

2009-03-08KK ….. Konkaen



เพลง (Ms)



อู๋เสรีชน >> WMV , MP3

มุกเมธินี >> WMV , MP3

รังสีเสรีชัย >> WMV , MP3

นุชพจมาลย์ >> WMV , MP3

จิ้นกรรมาชน >> WMV , MP3

ไพจิต >> WMV , MP3

อริสมัน >> WMV , MP3

วิสา >> WMV , MP3

ปราศรัย (Sp)



ยงยุทธ >> WMV , MP3

อดิศร เพียงเกศ >> WMV , MP3

สมชาย >> WMV , MP3

แรมโบ้อีสาน >> WMV , MP3
=====================================================
แกนนำอุดร >> WMV , MP3

ชินวัตร์ >> WMV , MP3

จารุพงษ์ >> WMV , MP3

สุทิน คลังแสง >> WMV , MP3

หมอเหวง >> WMV , MP3
====================================================
นายกสมชาย วงษ์สวัสดิ์ >> WMV , MP3

จรัล ดิษฐาอภิชัย >> WMV , MP3

สุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ (แซ่ด่าน) >> WMV , MP3
=========================================================
อ.มานิตย์ >> WMV , MP3

จตุพร >> WMV , MP3

วีระ >> WMV , MP3

อ้างอิง :

เพื่อนๆครับ คลิกเข้าไปที่นี่แล้วเลือก
ไฟล์ที่ต้องการเลยครับ มี ทักษิณ และ ณัฐวุฒิ
2009-03-08Konkaen


Sunday, March 8, 2009

ญัตติซักฟอก บทพิสูจน์2ฝ่าย

ที่มา ข่าวสด


การเมืองว่าด้วยเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

ฝ่ายค้านพรรคเพื่อไทยกำหนดปฏิทินเบื้องต้นว่าจะยื่นญัตติต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 11 มีนาคม โดยวางเป้าหมายผู้ที่จะถูกอภิปรายไว้ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอีก 3-4 คน

ตามที่ปรากฏเป็นข่าว อาทิ นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง นายกษิต ภิรมย์ รมว.การต่างประเทศ และนายอิสสระ สมชัย รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นต้น

ส่วนจะมีรายชื่อเพิ่มเติมจากนี้อีกหรือไม่ขึ้นอยู่กับความพร้อมด้านข้อมูลหลักฐานในมือของฝ่ายค้าน ซึ่งอาจจะมีให้เก็บเกี่ยวได้ไม่มากนักเนื่องจากรัฐบาลเพิ่งเข้ามาบริหารประเทศได้เพียง 2 เดือนเศษ

ความชั่ว-ความดียังไม่มีปรากฏให้เห็นเด่นชัด

ด้วยเหตุนี้เองทำให้นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช หนึ่งในพรรคร่วมฝ่ายค้านออกมาแสดงความเห็นคัดค้านการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ พร้อมเสนอทางเลือกใหม่ให้พรรคเพื่อไทยเปิดอภิปรายแบบไม่ต้องลงมติ

นายเสนาะ ไม่เห็นด้วยอย่างรุน แรงต่อการที่พรรคเพื่อไทยมีมติใส่ชื่อร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทยเป็นนายกรัฐ มนตรีแนบไปกับญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายอภิสิทธิ์

หัวหน้าพรรคประชาราชกล่าววิพากษ์ วิจารณ์ตรงๆ ว่าน้ำหนักต้นทุนทางสังคมของร.ต.อ.เฉลิม เทียบไม่ได้กับนายอภิสิทธิ์ เหมือนเอาคนน้ำหนัก 5 กิโล ไปไล่คนน้ำหนัก 20 กิโล แลกกันได้ไม่คุ้มเสีย เปลืองน้ำลาย แถมยังจะอายเขาเปล่าๆ

ขณะเดียวกันกลุ่ม 12 ส.ส.พรรคเพื่อแผ่นดินภายใต้การควบคุมของพล.ต.อ. ประชา พรหมนอก ยังประกาศอ้างตัวเป็นกลางทางการเมืองโดยจะไม่ร่วมกับพรรคเพื่อไทยลงชื่อในญัตติอภิปรายครั้งนี้

สำคัญกว่านั้นล่าสุดปรากฏว่ามีส.ส. กทม. พรรคเพื่อไทยบางคนเริ่มพูดถึงการเลื่อนยื่นญัตติซักฟอกรัฐบาลจากวันที่ 11 มีนาคม ออกไปเป็นเดือนเมษายนหลังเทศกาลสงกรานต์

ให้เหตุผลว่าเป็นช่วงเวลาที่สถาน การณ์น่าจะสุกงอมกว่านี้ โดยเฉพาะความล้มเหลวด้านการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลจะช่วยเพิ่มน้ำหนักหมัดฝ่ายค้านในการอภิปราย

ทั้งหมดคือกระจกสะท้อนถึงปัญหาความเป็นเอกภาพภายในของพรรคร่วมฝ่ายค้านและพรรคเพื่อไทย

แกนนำพรรคเพื่อไทยพยายามชักแม่น้ำอ้างถึงเหตุผล และความจำเป็นในการ เสนอชื่อร.ต.อ.เฉลิมเป็นนายกฯแนบท้ายญัตติ

ว่าเป็นเพียงการใส่ชื่อไว้เพื่อให้กระ บวนการยื่นอภิปรายนายกฯ สมบูรณ์ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้ฝ่ายผู้อภิปรายต้องเสนอชื่อคนเป็นนายกฯเข้ามาด้วยเท่านั้น

ไม่ได้หวังให้เกิดผลจริงจังเนื่องจากถึงอย่างไรในการอภิปรายที่ต้องตัดสินแพ้ชนะกันด้วยจำนวนมือในสภา ฝ่ายค้านก็ต้องพ่ายแพ้รัฐบาลอยู่วันยังค่ำ

อีกทั้งยังถือเป็นการให้เกียรติต่อ ร.ต.อ. เฉลิม ในฐานะหัวหมู่ทะลวงฟันและเป็นคนทำการบ้านหนักที่สุดในศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจที่กำลังจะมีขึ้น

แต่ด้วยต้นทุนทางสังคมที่ต่างกับนายอภิสิทธิ์ลิบลับ ทำให้ร.ต.อ.เฉลิมถูกมองว่าคือจุดอ่อนของฝ่ายค้านในเกมการซักฟอกครั้งนี้ ซึ่งหากจะว่ากันตามจริงแล้วข้อวิพากษ์วิจารณ์ดังกล่าวไม่ค่อยเป็นธรรมกับร.ต.อ.เฉลิมเท่าใดนัก

เนื่องจากเกมการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลควรต้องตัดสินกันด้วยข้อมูลหลักฐานชี้ขาดกันด้วยเหตุผล มากกว่าจะด่วนสรุปเอาจากภาพลักษณ์ภายนอก

อย่าว่าแต่ตัวของร.ต.อ.เฉลิมยังได้วางเดิมพันติดปลายนวม ท้าทายว่าหากข้อมูลการอภิปรายไม่มีน้ำหนักสร้างรอยขีดข่วนให้รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ได้ ก็พร้อมรับผิดชอบลาออกจากตำแหน่งประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย

นายกฯและรัฐบาลก็เหมือนไม่ได้วิตกทุกข์ร้อนต่อการอภิปรายที่กำลังจะมีขึ้นเท่าใดนัก

วิปรัฐบาลตอบรับทันทีว่าถ้าฝ่ายค้านยื่นญัตติเชือดวันที่ 11 มีนาคม รัฐบาลก็พร้อมเปิดเขียงให้วันที่ 26-27 มีนาคม ทางด้านนายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์เชื่อว่าข้อมูลที่ฝ่ายค้านมีอยู่ไม่น่าจะทำอะไรรัฐบาลได้

ทั้งยังย้ำถึงความพร้อมตอบข้ออภิปรายฝ่ายค้านทุกประเด็น ไม่ว่าเรื่องเส้นทางเคี้ยวคดของเงินบริจาค 250 ล้านบาท หรือกรณีเงื่อนงำเงินจัดสรรจากกองทุนพัฒนาการเมือง 23 ล้านบาท

การยื่นญัตติเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล คือช่องทางในระบอบประชาธิปไตย และนับเป็นอาวุธสำคัญของฝ่ายค้านในการทำหน้าที่ตรวจสอบคณะผู้บริหารประเทศ

เมื่อสองฝ่ายต่างแสดงความพร้อมที่จะหักล้างกันด้วยข้อมูล และต่อสู้กันด้วยเหตุด้วยผลในสภา จึงไม่จำเป็นที่ใครจะต้องเข้าไปสกัดขัดขวาง

นอกจากจะเป็นการเสียมารยาททางการเมืองแล้วยังอาจถูกมองว่ามีวาระซ่อนเร้น หวังผลประโยชน์ต่อรองทางการเมืองเหมือนอย่างที่หัวหน้าพรรคร่วมฝ่ายค้านบางคนกำลังถูกกล่าวหาในขณะนี้

ข้อมูลการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯและรัฐบาลที่ร.ต.อ.เฉลิมคุยนักหนา ว่ามีความหนักแน่นชัดเจนยิ่งกว่ากรณีการแจกส.ป.ก.4-01 จะมี ความร้ายกาจสมราคาคุยหรือไม่

หรือจะเป็นแค่การโฆษณาปั่นราคาเกินจริงเพื่อหวังผลขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยและผู้นำฝ่ายค้าน อันจะมีผลต่อเนื่องไปถึงการช่วงชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรีในอนาคต ตามที่ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์หรือใครต่อใครหลายคนตั้งข้อสังเกต

การเปิดโอกาสให้มีการอภิปรายเกิดขึ้นแล้วให้ประชาชนชั่งน้ำหนักตัดสิน

คือหนทางหนึ่งที่จะพิสูจน์เบื้องหลังดังกล่าวได้ดีที่สุด

'ธรรม' ได้ยุติลงแล้ว

ที่มา Thai E-News

โดย คุณ Ladyant
ที่มา เวบบอร์ด ประชาไท
8 มีนาคม 2552

คนทั้งประเทศ เห็นและรู้ว่า 'ธรรม' ได้ยุติลงแล้ว

ทั้งคนสีแดงและเหลือง เห็นชัดว่า ประเทศมีตราชั่งเอียง

เมื่อมีคนคิดสั้น ใจดำ

ประชาชนทั้งแดง และ เหลือง เราว่าท้ายที่สุด ก็มีหัวใจเดียวกัน

เพราะจุดยืนชนชั้นเป็นแบบเดียวกัน

วันนี้สีเหลือง ดูเหมือนได้เปรียบ เพราะทุกอย่างมันเอียงข้างตัวเอง

แต่เมื่อมันเอียงกระเท่เร่ ไปเข้าทางฝ่ายอำมาตย์กลุ่มเล็กลงไปอีก

และเศรษฐกิจก็กำลังพังลง

ประชาชนทั้งแดงและเหลือง ก็จะตกชะตากรรมเดียวกัน

คือโภคทรัพย์ และสิทธิเสรีภาพ ถูกเอาไปยกให้คนกลุ่มเดียว

อะไรก็เกิดขึ้นได้ หลายๆ โมเดลในต่างประเทศ คือตัวอย่าง

ขอสีแดงจงหยัดยืน

ขอให้สีเหลืองตาสว่าง

ศัตรูเรา คือ อำมาตย์

FACT : หยุดเซ็นเซอร์ หยุดกดดัน

ที่มา Thai E-News

ที่มา เวบไซต์ liberalthai
8 มีนาคม 2552

FACTorial: Stop Thai censorship and repression
กลุ่มเสรีภาพต่อต้านการเซ็นเซอร์แห่งประเทศไทย : หยุดเซนเซอร์ หยุดกดดัน

การจับกุมตัวจีรนุช เปรมชัยพร ผู้ร่วมก่อตั้ง FACT สมาชิกของผู้ก่อตั้งไทยเนทติเซนเนทเวร์ค ผู้ดูแลเว็บบอร์ดประชาไท ซึ่งเป็นสื่ออิสระ และนักต่อสู้เพื่อการแสดงออกอย่างเสรีมาอย่างยาวนาน และในวันนี้เป็นการส่งสัญญาณอย่างชัดเจนมาจากรัฐบาลไทยว่า

รัฐบาลไทยไม่ต้องการให้ประเทศไทย มีการแสดงความคิดเห็นอย่างอิสระ ไม่ต้องการให้มีการแสดงความคิดเห็นอย่างเสรี ไม่ต้องการให้มีการถกเถึยง และการแสดงออกอย่างเสรี ไม่ว่าจะเป็นจากทางอินเตอร์เน็ตหรือจากทางหนังสือ ทางข่าว ทางด้านความคิดเห็นในบทบรรณาธิการ ทางภาพยนต์หรือทางสื่อกระจายเสียง สังคมอย่างนี้ จะเป็นสังคมได้อย่างไร ถ้าปราศจากการติดต่อระหว่างกันและกันอย่างเสรี

เว็บบอร์ดแสดงความคิดเห็นในประชาไท และฟ้าเดียวกัน ได้เป็นเป้าหมายของการถูกเซ็นเซอร์ มีข่าวรั่วมาจากทางกระทรวงไอซีที จนถึงวันนี้ รัฐบาลไทย ยังคงหัวชนฝาในเรื่องการเซ็นเซอร์ ที่ขัดต่อหลักรัฐธรรมนูญและขาดความเป็นประชาธิปไตย

รัฐบาลไทยต้องเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง ต่อการแยกขั้วทางการเมืองในสังคมไทย ที่เพิ่มมากขี้นในทุกวันนี้และตลอดไป การที่รัฐบาลสร้างแรงกดดันและใช้อำนาจของกฎหมายโบราณในข้อบังคับเกี่ยวกับ พ.ร.บ. ความผิดทางคอมพิวเตอร์, กฎหมายหมิ่นฯ และใน พ.ร.บ.ความมั่นคง ต่อการใช้อินเตอร์เน็ต เป็นการสักแต่พูดที่ว่า จะมีการต่อรอง มีการรอมชอม หรือมีความเห็นอกเห็นใจ

การดำเนินคดีและการเซ็นเซอร์อย่างไร้หลักการณ์ ต่อการแสดงความเห็นของสื่อไทยทั้งหมดนี้ เพื่อต้องการจะกำจัดความคิดเห็นที่แตกต่างกับตัวเอง เพื่อกำจัดคำวิจารณ์ และเพื่อกำจัดไม่ให้เกิดการแสดงความคิดเห็นอย่างเสรีในประเทศไทย

เมื่อไม่นานมานี้ ประเทศไทยได้เป็นประเทศที่ให้เสรีภาพต่อสื่อมากที่สุดในแถบเอเซีย อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยในตอนนี้ ไม่แยแสในการจะทำให้ประเทศเป็นประชาธิปไตย

จึงเป็นเรื่องที่น่าสงสัยเป็นอย่างยิ่งว่า ความคิดเห็นทั้งหมดในอินเตอร์เน็ต จะมีเจตนาร้ายไปเสียทั้งหมด ความเห็นทั้งหมดที่เราได้อ่านมา เป็นเพียงแค่ความเป็นห่วง และความต้องการเสรีภาพของคนไทย ต่ออนาคตของประเทศอันเป็นที่รักของเรา

รมต.ยุติธรรมของไทยได้กล่าวว่า จะไม่อนุญาตให้มีการดำเนินคดี ต่อผู้ที่ออกความคิดเห็นอย่างไม่ตั้งใจ ที่จะเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมาย แต่การจับกุมที่ยังคงมีอยู่ในทุกวันนี้ ทำให้เห็นว่า การพูดที่มีความเห็นอกเห็นใจ เป็นเพียงการโกหกอย่างหน้าตาย การที่ตำรวจบุกเข้าจับกุมดังกล่าว จะต้องมีการได้รับอนุญาตจากบุคคลระดับรัฐมนตรี แล้วนายกรัฐมนตรีไปมุดหัวอยู่ที่ไหนหรือ

เราไม่ต้องการให้สังคมของเรา มีการถาม มีการวิจารณ์ มีการคิดหรืออย่างไร ให้กลับไปสู่ยุคเผด็จการเหมือนอดีตหรือ ประเทศไทยต้องการเป็นเหมือนพม่า เกาหลีเหนือ หรืออิหร่านจริงๆ หรือ

เรื่องที่ถูกเปิดเผยเมื่อไม่นานมานี้ เกี่ยวกับคุกลับของอเมริกาในประเทศไทย ที่ตั้งขี้นเพื่อใช้ทรมานชาวต่างชาติ ด้วยความร่วมมือของกองทัพไทย เป็นเรื่องที่โด่งดังมากไปกว่าการพูดซ้ำซากของนักการเมืองไทย ทั้งหมด เป็นการเปลี่ยนจากการใช้เป็นคุกลับ มาเป็นคุกลับของตำรวจแทน ไม่มีใครปลอดภัยในประเทศไทย

การที่เจ้าหน้าที่หน่วยปราบปรามอาชญากรรมของตำรวจแห่งราชอาณาจักรไทย บุกเข้าจู่โจม จับกุมจีรนุชในวันนี้ ประชาไทเป็นเพียงผู้สื่อข่าวไม่ใช่ผู้ก่อการร้าย นี่เป็นทำนอง “การปราบปราม” เพื่อต้องการจะเยียวยารักษาสังคมไทยจริงๆ หรือ

ระบบการปกครองแบบเจ้าขุนมูลนาย เป็นเหมือนการเติมเชื้อฟืน ซึ่งจะเป็นการทำลายประเทศไทย และทุกๆอย่าง การกดดันทางการเมืองแบบนี้ จะทำลายความสำเร็จต่างๆ ที่กษัตริย์ได้สร้างมามากกว่า ๖๐ ปี ให้หมดสิ้นไป ลองมองเนปาลว่า เกิดอะไรขี้น เมื่อไม่มีที่ว่างเหลือให้มีการประนีประนอมกัน

การกดดันทางการเมืองนี่ ส่งผลให้มีการต่อต้านทางใต้ดิน เหมือนที่เคยเกิดขี้นกับประเทศไทยในอดีต ระหว่างการเปลี่ยนแปลงจากระบบสมบูรณาญาสิทธิราช มาเป็นระบบกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ เมื่อปี ๒๔๗๓ ระหว่างที่ประเทศไทย ถูกกองทัพญี่ปุ่นเข้ายึดครองในช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒ ระหว่างที่ประเทศไทย มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ในเดือนตุลาคม ๒๕๑๓ และแม้แต่ระหว่างพฤษภาทมิฬในปี ๒๕๓๕ นี่คือความตั้งใจรัฐบาลไทยหรือ ในการใช้เป็นเหตุอ้างว่า การกดดันทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง เป็นเรื่องเหมาะสมแล้ว

  • เราต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายสาธารณะในไทย เราต้องการรัฐบาลสำหรับประชาชนไม่ใช่เป็นศัตรูกับประชาชน
  • เราทั้งหมดมีสิทธิที่จะแสดงออกอย่างเสรี FACT เรียกร้องให้หยุดการใช้กฎหมายไทย ในทางผิดเพียงเพื่อเป็นเครื่องมือในการกดดันทางการเมือง
  • เราขอเรียกร้องให้มีการยกเลิกข้อกล่าวหาทั้งหมดที่มีต่อจีรนุช และประชาไท

หยุดการดำเนินคดีทางการเมืองในประเทศไทย เดี๋ยวนี้

แปลและเรียบเรียง - chapter 11

ที่มาต้นฉบับภาษาอังกฤษ คลิกลิงก์

ได้ เวลานับถอยหลัง รัฐบาลอภิสิทธิ์

ที่มา ไทยรัฐ

ได้ เวลานับถอยหลัง รัฐบาลอภิสิทธิ์ ประเมินดูแล้วคงรอดยาก เนื่องจากกว่าจะลงมือทำอะไรได้ก็สายไปเสียแล้ว เหตุก็เพราะวัฒนธรรมการบริหารงานของ พรรคประชาธิปัตย์ จะยึด กฎหมาย เป็นหลัก ต้องกลั่นกรองแล้วกลั่นกรองอีก โดยเฉพาะเรื่อง ข้อกฎหมาย ต้องตรวจกันถี่ยิบทีละมาตรา โยนไปโยนมาเพื่อให้เกิดความรอบคอบที่สุด ห้ามผิดพลาดเด็ดขาด!!!............

ยิ่งไปกว่านั้น รัฐบาลอภิสิทธิ์ ก็ยังไม่มีความโดดเด่นในเรื่องการเป็น ผู้ริเริ่มแนวคิด หรือ แนวทางใหม่ๆ ให้กับบ้านเมือง ยกเว้น การลอกเลียนแบบ ถ้าเป็นเรื่องเห็นช้างขี้ ขี้ตามช้าง รับรอง รัฐบาลชุดนี้จะทำตามทันทีโดย ไม่ลังเล แถมยังทุ่มเททำเต็มที่ไม่ลืมหูลืมตา ไม่สนด้วยซ้ำไปว่า วิธีการที่สำเร็จในอดีต อาจนำมาใช้ ไม่ได้ผล ในปัจจุบัน เพราะสถานการณ์ต่างๆ รวมถึง ตัวแปรสำคัญ ได้เปลี่ยนแปลงไปหมดแล้ว!!!............

จริงๆแล้ว เป็นเรื่องแปลกมาก เห่าไฟ พยายามถามตัวเองมาตลอด ทำไมรัฐบาลที่ขึ้นชื่อว่า เป็นตัวแทนของเสื้อเหลือง อวดอ้างนักหนาว่า ยึดมั่นในชาติ ศาสน์ กษัตริย์มากกว่าเสื้อแดง แต่กลับไม่นำพาในเรื่อง ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม กลับหลับหูหลับตา ถึงขั้นไปลอกแนวคิด เฮลิคอปเตอร์มันนี่ มาจากอเมริกา ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ ความฟุ่มเฟือยของโลก ประกาศกู้เงินนับแสนล้านบาท เพื่อนำมาทุ่ม โครงการซุปเปอร์ ประชานิยมชนิดหน้ามืดตามัว โดยมีบรรดาเสื้อเหลืองทั้งหลายเป็นกองเชียร์กันแบบ สุดลิ่มทิ่มประตู!!!............

คำถามก็คือ หลักการที่ว่า จะสร้างการเมืองใหม่ให้เป็น เขตปลอดเงิน ไม่ส่งเสริมให้ประชาชน บ้าคลั่งในวัตถุ แต่จะเดินตามแนวทางพอเพียงนั้น บัดนี้ หายไปไหนหมดแล้ว ก็ไหนว่า เกลียดชัง ไอ้พวกที่ชอบใช้เงินฟาดหัวชาวบ้านนักหนาไม่ใช่หรือ โดยเฉพาะ รัฐบาลอภิสิทธิ์ ตอนเป็นฝ่ายค้าน ได้แสดงท่าทีต่อต้านนโยบายประชานิยมของ รัฐบาลทักษิณ อย่างออกนอกหน้ามาตลอด แถมกล่าวหาว่าเป็นการใช้เงินรัฐมาซื้อเสียงด้วยซ้ำไป แต่ไฉนพอได้อำนาจวาสนาบ้าง กลับทำในสิ่งที่ ยิ่งกว่าเป็นสองเท่าเล่า!!!............

หรือเหตุที่เป็นเช่นนี้ ก็เพราะ อำนาจเป็นสิ่งหอมหวน ไม่ว่าใครหากได้ครอบครองก็จะกลายเป็นคน หน้ามืดตามัว ทำได้ทุกอย่างเพื่อรักษาอำนาจเอาไว้ แม้ต้องกลืนน้ำลายที่ถ่มออกไป ก็พร้อมทำโดยไม่ลังเล หลายคนเริ่มแสดง ธาตุแท้ ให้เห็น เหตุผลที่โค่นล้มรัฐบาลในอดีต ก็เพราะ ไม่ชอบขี้หน้า และ แพ้เลือกตั้ง พอใช้วิธี กฎหมู่ ขับไล่ศัตรูทางการเมืองออกไปได้ ก็กรูกันเข้ามา เสพอำนาจ ชนิดชื่นมื่นถ้วนหน้า แสดงให้เห็นว่า ที่ผ่านมาไม่ใช่เรื่อง ใครผิดใครถูก แต่เป็นเรื่องของ ทีเอ็งทีข้า ต่างหาก!!!............

ฉะนั้น ก่อนที่ รัฐบาลอภิสิทธิ์ จะทำในสิ่งที่ผิดพลาดครั้งใหญ่ลงไป ก็ขอเตือนกันไว้ตรงนี้ สถานการณ์โลกในยุค โกลบอลไลเซชั่น มีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้าง รวดเร็ว รุนแรง และ โหดร้าย ยากที่ใครจะต้านทานเอาไว้ได้ แม้แต่ อเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น มหาอำนาจด้านเศรษฐกิจ บิ๊กเบิ้มกว่าไทยหลายเท่ายังแทบ เอาตัวไม่รอด แต่ไทยกลับผยองพองขน ไม่ดูสารรูปตัวเอง ดันทุรังจะเอา ไม้ซีกไปงัดไม้ซุง สุดท้าย เงินหลายแสนล้านที่นำไป กระตุ้นการบริโภค จะหายวับไปในพริบตา เพราะสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจได้แปรสภาพไปเป็น บ่อทรายดูด จนหมดแล้ว!!!............

ฉะนั้น กลยุทธ์ ที่น่าจะเหมาะสมกับสถานการณ์ผันผวนในปัจจุบันมากที่สุดก็คือ กลยุทธ์พอเพียง โดยเฉพาะการเลือกใช้ นโยบายออมพลังทางการเงิน ของภาครัฐเอาไว้ เพื่อเก็บพลังไว้ เยียวยารักษา กลุ่มคนที่บาดเจ็บจากความผันผวนทางเศรษฐกิจไม่ให้ถึงขั้นต้องอดตาย ไม่ใช่ทำเป็น ฮึกเหิม ไปเบ่งพลังสู้เหมือน อึ่งอ่าง พองลมต้านพายุร้าย สุดท้าย ทุกภาคส่วนทั้ง รัฐเอกชน และ ประชาชน คงหมดเรี่ยวแรงนอนรอความตายพร้อมกัน เพราะ ดุลยภาพ ถูกทำลาย ภาครัฐจะไม่มีแรงเพียงพอไปโอบอุ้มเอกชนและประชาชนอีกต่อไป!!!............

โดยเฉพาะหลักการสำคัญของ ปรัชญาพอเพียง ก็คือ ไม่ใช้จ่ายเงินเกินตัว แต่ รัฐบาลอภิสิทธิ์ กลับควักงบประมาณกันมือระวิง แถมยังประกาศ กู้เงิน ทั้งระยะสั้น-ระยะยาวอย่างต่อเนื่องถล่มทลาย เป้าหมายก็คือ ต้องการนำ เงินในอนาคต มาละลายแม่น้ำในวันนี้ให้มากที่สุด เพื่อโกยคะแนนนิยมทางการเมือง พูดง่ายๆก็คือ กลัวสูญเสียอำนาจ นั่นเอง!!!............

ในทางกลับกัน หาก อดีตนายกฯทักษิณ และ พรรคเพื่อไทย มองปัญหาทะลุ และรู้จักเลือกใช้วิธีที่เหมาะสมมาจัดการปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ โดยประกาศจุดยืนว่า จะเดินหน้ากลยุทธ์ พอเพียง เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจให้ประชาชนทั่วประเทศ ทุกอย่างก็จะกลับตาลปัตรไปหมด เพราะเอาเข้าจริง ฝ่ายที่อวดอ้างว่า ยึดมั่นสถาบันมากกว่าใคร สุดท้าย ก็อาจเป็นแค่ ของปลอม เท่านั้นเอง!!!............

เห่าไฟ

ภาพบรรยากาศการชุมนุมของชาวเสื้อแดงที่ของแก่น ก่อนเริ่มงาน ช่วงที่ 1

ที่มา cbnpress

การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงขับไล่รัฐบาลโจร ที่ขอนแก่น วันที่ 8/3/2552 ทางทีมงาน CBN ได้ไปเกาะติดสถานการณ์อยู่ที่นั่น หากมีภาพอัพเดทเมื่อไหร่ จะเอามาลงให้เรื่อยๆ จนกว่างานจะเลิก ฝีมือการถ่ายอาจยังไม่โปรเท่าไหร่แต่ใจเต็มร้อย หวังว่าคงรับได้นะครับ

ภาพบรรยากาศการชุมนุมที่ขอนแก่น ช่วงเช้าก่อนเริ่มงาน ช่วงที่ 1
http://picasaweb.google.com/cbnpress6/832552#

ชวน ถูกโห่ไล่จากกลุ่มเสื้อแดงหลังไปพบปะประชาชนที่ขอนแก่น

ที่มา MCOT News ชมรายละเอียดคลิ้กที่นี่
ขอนแก่น 7 มี.ค. - กลุ่มคนเสื้อแดงยังป่วนไม่เลิก โดยล่าสุดนายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ถูกโห่ไล่ และพยายามเข้าไปก่อกวนขณะกำลังพบปะประชาชน ที่จังหวัดขอนแก่น

โดยขณะที่นายชวน หลีกภัย ขึ้นเวทีพูดคุยกับชาวบ้านกว่า 1 พันคน บริเวณหน้าตลาดศรีเมือง เทศบาลนครขอนแก่น ได้มีหญิงสาวคนหนึ่งสวมเสื้อแดงมายืนตะโกนด่า พร้อมใช้ตีนตบโห่ไล่ จนเจ้าหน้าที่ต้องเข้ามาควบคุมสถานการณ์ นำหญิงสาวคนดังกล่าวออกจากบริเวณงาน ก่อนเหตุจะบานปลาย และตลอดการขึ้นเวทีของนายชวน หลีกภัย กลุ่มเสื้อแดงก็ยืนถือป้ายขับไล่รัฐบาล ตะโกนโห่ไล่ อยู่บริเวณปากทางเข้าตลาดศรีเมืองตลอดเวลา ท่ามกลางการดูแลความเรียบร้อยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งนายชวนใช้เวลาพบปะชาวบ้านราว 45 นาที ก่อนจะเดินทางไปปฏิบัติภารกิจส่วนตัวต่อที่จังหวัดมหาสารคาม กลุ่มเสื้อแดงจึงสลายตัว. -สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2009-03-07 15:08:06

ส.ส.เพื่อไทยค้าน รมต.ลงพื้นที่ หวั่นสร้างความแตกแยกเพิ่ม

ที่มา MCOT News


กทม. 7 มี.ค. - นายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ไม่เห็นด้วยกับการที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีจะลงพื้นที่พบปะประชาชนในต่างจังหวัด เพราะจะยิ่งเป็นการทำให้เกิดความแยกแยก หรือสร้างความเกลียดให้กับกลุ่มคนที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล และยังเป็นการสร้างความลำบากใจให้กับข้าราชการในพื้นที่ในการดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับนายกรัฐมนตรี

นายสุรพงษ์ ยังตั้งข้อสังเกตกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ออกมาขู่ย้ายผู้ว่าฯ หากไม่สามารถดูแลการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงได้ ว่าเป็นการหาเหตุผลมาอ้างหากจะมีการโยกย้ายข้าราชการ ที่รัฐบาลมองว่ายังเป็นขั้วอำนาจเก่าและอยู่ฝั่งตรงกับข้ามกับพรรคประชาธิปัตย์ ดังนั้น หากรัฐบาลบริสุทธิ์ใจก็ไม่ควรลงพื้นที่สร้างความเดือดร้อนอีก

“ไม่เห็นว่าการลงพื้นที่จะมีประโยชน์อะไรกับคนในพื้นที่อย่างวันนี้ (7 มี.ค.) นายกฯ ไป จ.ลพบุรี ก็ไปอัดรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ ไม่ได้พบปะรับฟังความเห็นของประชาชนอย่างแท้จริง และการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงวันนี้ ถือว่าอยู่ในขอบเขตที่พอรับได้ แม้จะมีการขว้างปาขวดน้ำบ้างก็ถือเป็นเรื่องปกติเหมือนกับนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกกลุ่มพันธมิตรฯ ขับไล่ ซึ่งหากจะมีการดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ก่อเหตุ ก็ควรดำเนินการกับกลุ่มพันธมิตรฯ ด้วย จะได้ไม่ถูกมองเป็นการเลือกปฎิบัติ” นายสุรพงษ์ กล่าว. -สำนักข่าวไทย

"ไชยวัฒน์"ซัด พธม.ตั้งพรรคกลืนน้ำลายตัวเอง-การเมืองน้ำเน่า- แกนนำใต้ระบุทำพลังเสื้อเหลืองล่มสลาย

ที่มา มติชนออนไลน์

"ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์" ค้านพันธมิตรฯตั้งพรรคการเมือง ซัดกลืนน้ำลายตัวเองตามที่เคยประกาศไว้ ย้อนรอยการเมืองน้ำเน่า แกนนำภาคใต้แห่ค้าน ระบุจะทำให้พลังเสื้อเหลือง ล่มวลายอย่างรวดเร็ว


"ไชยวัฒน์"ซัด พธม.กลืนน้ำลาย-ปัดร่วม"ประชัย"ตั้งพรรค


ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 7 มีนาคมถึงความเคลื่อนไหวของแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(พธม.)ในการจัดตั้งพรรคการเมืองนั้น ซึ่งมีแกนนำมีความเห็นสวนทางกันนั้น

นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ หนึ่งในแกนนำ พันธมิตรฯให้สัมภาษณ์ว่า ยังยืนยันว่าไม่เห็นด้วยกับการที่ 5 แกนนำพันธมิตรจะจัดตั้งพรรคการเมือง เพราะเคยประกาศไว้ชัดเจนว่าจะไม่ตั้งและจะไม่เคลื่อนไหวเพื่อมีตำแหน่งทางการเมืองในการชุมนุมแทบทุกครั้ง หากคิดจะทำจริงจะเป็นการกลืนน้ำลายตัวเองหรือไม่ และจะกลายเป็นพฤติกรรมย้อนรอยนักการเมืองน้ำเน่าที่พูดอะไรแล้วพร้อมที่จะทำในสิ่งตรงข้ามทั้งในที่ลับและที่แจ้งได้ตลอดเวลา 5 แกนนำควรสงวนภารกิจของพันธมิตรฯเอาไว้รับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น อาจจะมีการเรียกชุมนุมใหญ่คลี่คลายปัญหาและปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์เอาไว้ให้อยู่คู่กับคนไทยตลอดไป


ผู้สื่อข่าวถามว่า มีกระแสข่าวว่า จะไปร่วมจัดตั้งพรรคการเมืองชื่อพรรคประชาภิวัฒน์ ร่วมกับนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ และ พล.ต.มนูญกฤต รูปขจร อดีตประธานวุฒิสภา นายไชยวัฒน์ กล่าวว่า เป็นความเท็จ หากไม่เชื่อ สามารถไปตรวจสอบรายชื่อผู้ก่อตั้งพรรคประชาภิวัฒน์ได้เลย ไม่มีชื่อนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ อย่างแน่นอน


แกนนำพันธมิตรฯใต้แห่ค้าน-ระบุทำให้พลังเสื้อเหลืองล่มสลาย


นายสุนทร รักษ์รงค์ แกนนำพันธมิตร จ.ชุมพร ในฐานะผู้ประสานงาน 16 จังหวัดภาคใต้ กล่าวว่า ในวันที่ 21 มีนาคมนี้ พันธมิตร 16 จังหวัดภาคใต้กำหนดจัดประชุมใหญ่ที่ จ.นครศรีธรรมราช เพื่อหารือการจัดตั้งเครือข่ายการเมืองภาคประชาชนภาคใต้ และจะพิจารณาเรื่องการจัดตั้งพรรคการเมืองของพันธมิตรฯส่วนกลางด้วย แต่จากการพูดคุยส่วนตัวกับแกนนำ แต่ละจังหวัดในภาคใต้ ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการตั้งพรรคการเมือง เพราะยังเชื่อว่าพลังบริสุทธิ์ของเครือข่ายการเมืองภาคประชาชนยังเป็นทางออกของสังคม ในการตรวจสอบการทำงานการเมืองในระบบรัฐสภา และยังสามารถสร้างสังคมตื่นรู้เพื่อก้าวไปสู่การเมืองใหม่ได้


นายสุนทรกล่าวว่า พันธมิตรฯส่วนกลางไม่ควรตกหลุมพรางของอำนาจทางการเมือง เพราะหากเข้าไปทำงานการเมืองเสียเอง จะก่อให้เกิดการล่มสลายของพลังเสื้อเหลืองในเวลาอันรวดเร็ว ยกเว้นในกรณีแนวร่วมบางกลุ่มประกาศจัดตั้งพรรคการเมืองก็สามารถทำได้ แต่แนวร่วมกลุ่มนั้นจะต้องไม่ส่วนเกี่ยวข้องกับพันธมิตรอีก


"ถ้าประชาธิปัตย์ล้มเหลว สังคมจะเรียกร้องให้พันธมิตรเข้ามามีส่วนร่วมกับการเมืองในระบบเอง แต่ต้องไม่ใช่เวลานี้ กระแสการจัดตั้งพรรคการเมืองของเราดูเป็นสิ่งที่ล่อแหลมต่อขบวนการต่อสู้ของการเมืองภาคประชาชนอย่างยิ่ง และเราไม่ควรตกเป็นเครื่องมือของใครนอกจากประชาชน" นายสุนทรกล่าว


สถาบันพระปกเกล้าเปิดโมเดลปฏิรูป-"สุจิต"รับนั่งปธ.กรรมการ


สำหรับความคืบหน้าเกี่ยวกับการปฏิรูปการเมือง ตามแนวคิดของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีนั้น มีรายงานข่าวจากสถาบันพระปกเกล้าแจ้งว่า ในการประชุมกรรมการสถาบันพระปกเกล้าวันที่ 9 มีนาคมนี้ จะมีการหารือเรื่องการรับเป็นเจ้าภาพการปฏิรูปการเมืองตามที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เสนอให้สถาบันพระปกเกล้าเป็นคนกลาง

ดำเนินการ


ทั้งนี้ในการหารือเป็นการภายใน มีโมเดลเบื้องต้นว่า คณะกรรมการปฏิรูปการเมืองจะมีนายสุจิต บุญบงการ ประธานสภาพัฒนาการเมือง และอดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เป็นประธานคณะกรรมการ มีกรรมการ 40-50 คน มาจากนักวิชาการกลุ่มต่างๆที่มีจุดยืนแตกต่างกันต่อปัญหาที่เกิดขึ้น ใช้เวลาประมาณ 8 เดือน ศึกษาประเด็นปัญหาสังคมและการเมืองไทย


นายสุจิตกล่าวยอมรับว่า นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ได้มาทาบทามอย่างไม่เป็นทางการแล้ว ความจริงสภาพัฒนาการเมืองมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปการเมืองอยู่แล้ว เมื่อสถาบันพระปกเกล้าติดต่อมาก็คิดว่าจะเข้าไปช่วยในฐานะส่วนบุคคล ส่วนสภาพัฒนการเมืองจะมีบทบาทต่อการปฏิรูปการเมืองอย่างไร ก็ต้องประชุมกันอีกครั้งหนึ่ง แต่ต้องทำหน้าที่เป็นอิสระ ไม่เป็นเครื่องมือให้กลุ่มการเมืองใด

นายสุจิตกล่าวว่า คงไม่ต้องลาออกจากประธานสภาพัฒนาการเมือง เพราะไม่ใช่ตำแหน่งทางการเมือง และบทบาทระบุชัดว่าต้องเป็นกลางทางการเมือง ถ้าคณะกรรมการปฏิรูปการเมืองมีความเป็นอิสระจริง ผมก็จะช่วย แต่ถ้าไม่อิสระก็คงต้องลาออก ส่วนโมเดลนั้นคิดว่า น่าจะคล้ายกับคณะกรรมการก่อนปี 2540 ที่มี นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส เป็นประธาน


"คณะกรรมการชุดนี้ไม่ใช่มาแก้รัฐธรรมนูญ แต่มาศึกษาปัญหาการเมืองที่ยุ่งๆ ในช่วงที่ผ่านมาว่าจะต้องแก้ที่ส่วนใดบ้าง ไม่ใช่เอะอะอะไรก็จะแก้รัฐธรรมนูญ เพราะรัฐธรรมนูญไม่ใช่ยาวิเศษที่จะแก้ปัญหาได้ทุกอย่าง" อดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯกล่าว

"มาร์ค-ชวน"ลงพื้นที่เจอดีทั้งถูกขว้าง-ถูกด่า ใช้1พันนายอารักขา อาวุธ"ปลาร้า"ด้าน ถูกตร.สกัดอยู่หมัด

ที่มา มติชนออนไลน์

"มาร์ค"เจอดีถูกเสื้อแดงปาขวด ลงพื้นที่ลพบุรี ยกมือไหว้สู้แต่กลับได้เสียงโห่ฮา ม็อบเผยอดใช้อาวุธ"ปลาร้า" ถูกตำรวจตามสกัดทุกเส้นทาง นายหัว"ชวน"ก็ไม่รอด ถูกด่ากลางตลาดขอนแก่น กรีดเป็นพวกหน้าเดิม ทำภารกิจประจำ ผงะ! เจอมีดนับ 10 กลองคอนเสิร์ต พธม.โคราช ปะทะนปช.ที่ลานย่าโม

"อภิสิทธิ์"ไปลพบุรี-1พันอารักขา


นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ออกเดินทางด้วยรถยนต์จากบ้านพักถนนสุขุมวิท กรุงเทพมหานคนร เมื่อเวลา 06.45 น. วันที่ 7 มีนาคม ไปพบปะประชาชน จ.ลพบุรี มาถึงวัดโบสถ์ ต.โก่งธนู อ.เมืองลพบุรี ไปถึงเวลา 08.00 น. มี พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายจารุพงษ์ พลเดช ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พล.ต.โภฎก บุนนาค รองผู้บัญชาการหน่วยสงครามพิเศษ พล.ต.ต.สถิตย์ ต้นสงวน ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ลพบุรี หัวหน้าส่วนราชการ และนายอำเภอทุกอำเภอใน จ.ลพบุรี มาให้การต้อนรับ รวมถึง น.ส.ผ่องศรี ธาราภูมิ ส.ส.ลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วณิช ส.ส.ลพบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา และชาวบ้านประมาณ 400 คน ท่ามกลางการอารักขาของตำรวจ ทหาร และ อป.พร.กว่า 1,000 นาย นายอภิสิทธิ์เข้านมัสการหลวงพ่อพริ้ง วัดโบสถ์ พร้อมพบปะชาวบ้านในพื้นที่


นายอภิสิทธิ์ กล่าวปราศรัยกับชาวบ้านว่า วันนี้รู้สึกเกรงใจประชาชน และเจ้าหน้าที่ เพราะมีข่าวมาตลอดเกี่ยวกับความปลอดภัยในการลงพื้นที่ ยอมรับว่ามีกลุ่มคนที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล เมื่อเช้าอ่านหนังสือพิมพ์เห็นประกาศมาจะเคลื่อนไหวรุนแรง จะขว้างปาข้าวของใส่ ตรงนี้สร้างความหนักใจให้กับเจ้าหน้าที่ จึงต้องมาควบคุมสถานการณ์ แต่เชื่อว่าอีกระยะหนึ่งบรรยากาศจะดีขึ้น ถ้าได้ทำความเข้าใจกับประชาชนแล้วเชื่อว่าปัญหาต่างๆ จะคลี่คลายได้ เพราะมาทำงานไม่ได้มาทะเลาะกับใคร


ทำงาน 2 เดือนเริ่มเข้าภาวะปกติ


นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ในทางการเมืองจะบังคับความคิดของคนไม่ได้ ต้องมีคนที่มีความคิดเห็นไม่เหมือนกัน ขออย่าไปตกใจเพราะนอกจากระดับชาติแล้ว ระดับท้องถิ่นยังมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน แต่ต้องอยู่ในกรอบกติกา ยืนยันว่ารัฐบาลเข้ามาอย่างถูกต้องด้วยเสียงข้างมากในสภา เมื่อผ่านไประยะหนึ่งแล้วจะเห็นว่าทำงานให้ประชาชนทุกกลุ่มก็จะเห็นผลงาน ไม่ได้เลือกฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ปัญหาทุกอย่างจะดีขึ้น การเข้ามาทำงานใน 2 เดือนกว่าที่ผ่านมา บ้านเมืองเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ ได้เป็นเจ้าภาพจัดประชุมอาเซียนทำให้ต่างชาติพอใจ แต่ปัญหาเศรษฐกิจถือเป็นปัญหาใหญ่ที่รัฐบาลต้องเผชิญ หลังวิกฤตเศรษฐกิจในสหรัฐอเมริกาและยุโรป ส่งผลให้ตัวเลขการส่งออกลดลงและการท่องเที่ยวลดลงไป ตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา ก่อนจะมีการยึดสนามบินเสียอีก


"ผมตั้งใจทำงานเต็มที่ เพราะมีปัญหาอยู่มาก ผมไม่มาหลอกกัน ขอให้ประชาชนมีกำลังใจว่าตราบเท่าที่พวกเรายังอยู่ตรงนี้ เราจะเดินหน้าทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่ ผมมาลพบุรีครั้งก่อนมาเข้าโครงการไร้พุง มาวันนี้ผ่านได้สบาย น้ำหนักหายไปหลายกิโล แต่ผมก็ยินดีจะทุ่มเทการทำงาน และเชื่อว่าจะพบกันอีก เพราะยังมีความผูกพันกันอยู่" นายอภิสิทธิ์ กล่าว


ม็อบเสื้อแดงปาขวดน้ำใส่รถ


เวลา 09.30 น. นายอภิสิทธิ์เดินทางมาพบประชาชนที่สถานีอนามัยบ้านดงตาล ต.งิ้วราย อ.เมืองลพบุรี บริเวณหน้าสถานีอนามัย มีกลุ่มคนเสื้อแดงกว่า 200 คน จาก จ.ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง และปทุมธานี มาชุมนุมขับไล่ตั้งแต่ 07.00 น. ชูป้ายข้อความโจมตี อาทิ "แม้แต่ลิงลพบุรี ยังไม่เอานายกฯ อภิสิทธิ์" ฯลฯ เมื่อคณะนายกฯ มาถึง กลุ่มผู้ชุมนุมได้ตะโกนส่งเสียงโห่ไล่ ตบตีนตบเสียงดัง หลายคนได้ขว้างปาขวดน้ำพลาสติคไล่หลังขบวนรถ พร้อมตะโกนว่า "อภิสิทธิ์ออกไป" ท่ามกลางกำลังตำรวจพร้อมโล่กว่า 200 นาย ยืนกั้นผู้ชุมนมไม่ให้เข้ามาในสถานีอนามัย ช่วงที่นายกฯเข้าไปห้องรับรองของสถานีอนามัย ผู้ชุมนุมส่วนหนึ่งพยายามฝ่าแนวกั้นตำรวจเข้ามา แต่ก็ไม่สามารถฝ่าไปได้


"มาร์ค"ยกมือไหว้กลับได้เสี่ยงโห่


เวลา 09.45 น. นายอภิสิทธิ์ออกจากห้องรับรองไปบันทึกเทปรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์" บริเวณด้านหลังสถานีอนามัย ซึ่งทางทีมงานจัดเตรียมไว้ มีกลุ่มผู้สูงอายุและ อสม.รอให้การต้อนรับ และเข้าร่วมรายการดังกล่าว ในช่วงเดินลงจากสถานีอนามัยไปอัดรายการ นายกฯได้ยืนหันหน้าไปยังผู้ชุมนุมเสื้อแดง และยกมือไหว้สวัสดีด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส แต่กลุ่มผู้ชุมนุมยังคงตะโกนขับไล่ตลอดเวลา นายอภิสิทธิ์ใช้เวลาบันทึกเทป 1 ชั่วโมง ช่วงแรกเป็นการอธิบายผลงาน ช่วงสองเปิดให้ อสม.ร่วมสนทนาด้วย ตลอดการบันทึกเทป มีเสียงโห่ร้องของกลุ่มคนเสื้อแดงแทรกเข้ามาเป็นระยะ


เวลา 11.00 น. นายอภิสิทธิ์เดินทางไปพบปะกับกลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่ม อสม. ประมาณ 10 นาที ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ ระหว่างขบวนรถออกจากสถานีอนามัยผ่านกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดง กลุ่มผู้ชุมนุมได้ขว้างปาขวดน้ำและตีนตบใส่รถยนต์ประจำตำแหน่งนายกฯอีกครั้ง จนทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องตั้งกำแพงป้องกันไม่ให้สิ่งของไปโดนรถด้วยความทุลักทุเลก่อนที่ขบวนรถจะพ้นกลุ่มผู้ชุมนุม เป็นอันเสร็จสิ้นภารกิจที่ จ.ลพบุรี


นายกฯไม่เครียดโดนปาขวดน้ำใส่


นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกลุ่มเสื้อแดงขว้างปาขวดน้ำใส่รถว่า ไม่เห็นการขว้างปาขวดน้ำ เพิ่งทราบจากสื่อมวลชน แต่ไม่เป็นไรไม่มีใครบาดเจ็บ มีเพียงกระทบกระทั่งเล็กน้อย ความจริงเกรงใจประชาชนและเจ้าหน้าที่ เวลาไปไหนต้องมารักษาความปลอดภัย คาดว่ากลุ่มผู้ชุมนุมมาชุมนุมเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้งจากสิงห์บุรี พระนครศรีอยุธยา เมื่อทราบว่านายกฯมา ก็อยากมาแสดงออกว่าไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลนี้ และหวงแหนประชาธิปไตย ซึ่งก็เปิดโอกาสให้แสดงออกไม่มีปัญหา


ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลนี้จะทำให้ไม่มีเสื้อเหลืองเสื้อแดงได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เป้าหมายในที่สุดต้องหมดไป แต่ขึ้นอยู่กับประชาชนทุกคน รัฐบาลทำได้คือให้ความเป็นธรรมกับประชาชนทุกฝ่ายทุกคน เดินหน้าตามนั้น คนที่มาวันนี้มาเพื่อเรียกร้อง วันนี้มาฟังข้อเรียกร้อง หากมีอะไรทำได้และถูกต้องก็จะทำ หากมีอะไรแตกต่างก็แสดงออกไปไม่เป็นไร


ปัดปิดเว็บไซต์แต่ให้แก้ไข


เมื่อถามถึงการปิดเว็บไซต์ประชาไทแพร่ข้อความหมิ่นสถาบัน นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่ทราบหลักฐานเป็นอย่างไร แต่หากเจ้าของเว็บไม่ได้รับความเป็นธรรมก็ยินดีรับเรื่องร้องเรียน แต่หากทำผิดกฎหมายก็ต้องดำเนินการ ไม่ใช่ให้ใครทำผิดอะไรก็ทำได้ เมื่อผิดแล้วมาเรียกร้อง อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจะไม่ใช้มาตรการปิดเว็บไซต์ แต่จะให้เจ้าของดูแลไม่ให้ข้อมูลผิดกฎหมายขึ้นในเว็บไซต์


เมื่อถามถึงการที่ พ.ต.ท.ทักษิณให้สัมภาษณ์นิตยสารไทม์ว่านายอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ เพราะพันธมิตร นายกฯ กล่าวว่า "ผมเป็นนายกฯ เพราะ ส.ส.ส่วนใหญ่ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนเลือกผมเป็นนายกฯ พอดีตอนนั้นท่าน (พ.ต.ท.ทักษิณ) ไม่ได้อยู่ในประเทศ" เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณระบุว่า เป็นนายกฯที่หยิ่งยโส นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ประชาชนรู้ว่าอะไรเป็นอะไร จะพูดอะไรขอให้ไปสัมภาษณ์คนที่พูด


บ่นปลาร้าบึ้มถูกสกัดก่อนถึงตัว


พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. กล่าวว่า มณฑลทหารบกที่ 13 ได้จัดส่งกำลัง 1 กองร้อย เป็นชุดสารวัตรทหารคอยดูแลอารักขานายกฯเป็นการเฉพาะอย่างใกล้ชิดตลอดการปฏิบัติภารกิจ


ทางด้าน นางมยุรี เศวตาศัย แกนนำชมรมคนเสื้อแดงอยุธยา กล่าวว่า สมาชิกชมรมคนเสื้อแดงอยุธยาพยายามนำปลาร้าบรรจุถุงไปที่ จ.ลพบุรี เพื่อเข้าหานายกฯ แต่ถูกกีดกันทุกเส้นทางตั้งแต่เริ่มเข้าจังหวัด มีจุดตรวจค้นตลอดเส้นทาง ทำเหมือนเป็นเขตปลาร้าห้ามเข้า


"ชวน"เผชิญหญิงด่ากลางตลาด


ที่ จ.ขอนแก่น เวลา 11.30 น. ที่บริเวณประตูทางเข้าตลาดค้าส่ง-ปลีกศรีเมืองทองขอนแก่น กลุ่มคนเสื้อแดงราว 20 คน โพกผ้ารักทักษิณ ถือป้ายผ้าเขียนด่าโจมตีพรรคประชาธิปัตย์ มาดักรอนายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ จะเดินทางมาพะปะกับประชาชน 17 หมู่บ้านในเขตเทศบาลตำบลเมืองเก่าร่วม 1,000 คนในตลาด ระหว่างนายชวนขึ้นเวทีปราศรัยประมาณ 5 นาที มีผู้หญิงอายุราว 40 ปีสวมเสื้อแดง ถือตีนตบบุกเข้าไปบริเวณเต๊นท์จัดงาน พร้อมตะโกนด่านายชวนด้วยถ้อยคำหยาบคาย "รัฐบาลสัตว์นรก ปล้นประชาธิปไตยไป ต้องเอาประชาธิปไตยคืนให้ประชาชน" แต่นายชวนไม่ได้ตอบโต้ ชาวบ้านบางส่วนลุกขึ้นมาไล่หญิงคนดังกล่าว แต่นายชวนประกาศผ่านไมโครโฟนว่าขอให้พี่น้องนั่งลงอยู่ในความสงบ ในที่สุด เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลเมืองเก่า 3 คนได้พาหญิงดังกล่าวออกจากบริเวณงาน


นายชวน กล่าวตอนหนึ่งบนเวทีว่า ฝากข้อคิดให้ประชาชนว่าแม้ตอนนี้จะประสบปัญหาเศรษฐกิจ ก็ขอให้มีสติ ใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง ยึดมั่นในหลักเศรษฐกิจพอเพียงของพระเจ้าอยู่หัว ตั้งหลักให้มั่น สู้กับปัญหาที่เกิดขึ้น เหมือนกับเรือที่ลอยในทะเลท่ามกลางคลื่นโหมกระหน่ำ ต้องมีสติที่จะโต้กับกระแสคลื่นในที่สุดเรือลำนั้นก็จะลอยลำอยู่ในทะเลและเดินทางต่อไปได้ หากไม่มีสติตื่นตระหนักไปกับคลื่นลม เรือก็จะถูกคลื่นซัดจมลงทะเล


"ขอให้พวกเราสามัคคีกันไว้ ให้รักในชาติ ศาสนาและสถาบันพระมหาษัตริย์ โดยเฉพาะสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันสูงสุดที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของคนไทยมานาน ประเทศชาติอยู่รอดปลอดภัยจากปัญหาต่างๆ เพราะเรามีสถาบันกษัตริย์เป็นหลักยึด" นายชวนกล่าว


ซัด"แม้ว"ใช้รากหญ้าเป็นเครื่องมือ


นายชวนแสดงความเห็นกรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ยังโฟนอินเข้ามายังเวทีชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในพื้นที่ต่างๆ ว่า เป็นความพยายามของ พ.ต.ท.ทักษิณที่จะใช้ประชาชนรากหญ้าเป็นเครื่องมือกดดันให้หลุดพ้นจากคดีความ เป็นการสร้างความแตกแยกให้หมู่ประชาชน เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลว่าจะดำเนินการอย่างไรเพื่อให้ประเทศชาติสงบสุข


ต่อมา นายชวนให้สัมภาษณ์ว่า มีคนเสื้อแดงขับรถติดตามมาตั้งแต่สนามบิน แต่ไม่มีเหตุการณ์อะไรรุนแรง นายกเทศมนตรี เทศบาลเมืองเก่า จ.ขอนแก่น เจ้าหน้าที่ตำรวจ และชาวบ้านบอกทำนองเดียวกันว่า เป็นกลุ่มเดิมๆ ที่มีภารกิจประจำอยู่แล้ว ไม่ว่าตนหรือใครจะมา ก็มีหน้าที่ออกมาทำอย่างนี้


"ผมเห็นด้วยที่รัฐบาลจะต้องออกไปทุกพื้นที่ จะกลัวไม่ได้ และการใช้สิทธิตามระบอบประชาธิปไตยก็สามารถทำได้ แม้ว่าบางครั้งเราจะไม่เห็นด้วยก็ตาม แต่การปาสิ่งของเป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการ ต้องให้คนส่วนใหญ่ยึดกฎหมายและประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก คนที่เป็นเจ้าหน้าที่ต้องอย่ากลัว ไม่อย่างนั้นบ้านเมืองจะเละ ใครทำไม่ถูกต้องดำเนินการ" นายชวนกล่าว


จัด1.4พันคุมเวทีนปช.ขอนแก่น


ส่วนการจัดเตรียมสถานที่จัดปราศรัยใหญ่ของกลุ่มเสื้อแดง ที่สนามหน้าศาลากลางจังหวัดขอนแก่น ในวันที่ 8 มีนาคมนี้ ตลอดวันนี้ (7 มี.ค.) กลุ่มคนเสื้อแดงและกลุ่ม นปช.ขอนแก่น ทยอยกันจัดเตรียมสถานที่ เครื่องเสียง และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ทางด้าน พล.ต.ต.วัฒนี ศิริวัฒนี ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น สั่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ กว่า 1,000 นาย และกองร้อยควบคุมฝูงชน 1 กองร้อย 400 นาย มาประจำการตั้งแต่เวลา 08.00 น. ของวันที่ 8 มีนาคมเป็นต้นไป ส่วนนายมานิต วัฒนเสน ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นได้สั่งตั้งศูนย์อำนวยการร่วมระหว่าง ตำรวจ ทหาร และ อส.เพื่อควบคุมสถานการณ์ และจับตากลุ่มบุคคลที่สาม

พะเยาไม่เคลื่อนกลัวเด้งผู้ว่าฯ


นายมนัส เวียงลอ ประธานเครือข่ายเสื้อแดงอีสาน-ล้านนา จ.พะเยา กล่าวว่า ไม่ออกไปร่วมเคลื่อนไหวกับกลุ่มอื่นๆ ด้วย เนื่องจากเห็นใจ น.ส.เรืองวรรณ บัวนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เกรงว่ารัฐบาลอาจหาเหตุโยกย้ายได้ ซึ่งไม่ต้องการให้เป็นเช่นนั้น เพราะ น.ส.เรืองวรรณเป็นคนตรงไปตรงมาไม่มีคอร์รัปชั่น ทำให้กลุ่มผลประโยชน์บางส่วนไม่พอใจ


นายไพโรจน์ ตันบรรจง ส.ส.พะเยา พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้ ผู้ว่าฯพะเยาอึดอัดใจในการทำงานอย่างมาก เนื่องจากมีคนรัฐบาลบางคนพยายามเข้ามาในพื้นที่และล็อบบี้ให้ทำงานสนองความต้องการทางการเมืองมากกว่าผลประโยชน์ของประชาชน ต้องการใช้เป็นเครื่องมือหาเสียง ขอฝากไปยังรัฐบาลให้เห็นใจข้าราชการประจำที่ทำงานเพื่อประชาชนและบ้านเมือง อย่าได้รังแกทั้งทางตรงและทางอ้อม


"ประชา"เปิดทางรบ.ไปปากน้ำ


นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี มีกำหนดการลงพื้นที่ จ.สมุทรปราการ ว่า ถ้านายกฯหรือนายสุเทพมาก็พร้อมจะไปต้อนรับ จะได้พาไปดูปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ ไม่ต้องห่วงเรื่องคนเสื้อแดง ยืนยันว่าจะไม่เกณฑ์คนเสื้อแดงไปใช้ความรุนแรง หากมีความวุ่นวายจะจัดการเอง เพราะเรื่องนี้เป็นการอำนวยความสะดวกให้คนที่จะมาแก้ปัญหา เพราะถึงอย่างไร ตอนนี้ชาวสมุทรปราการฝังใจไม่เลือกพรรคประชาธิปัตย์อยู่แล้ว


ค้นมีดนับสิบที่งาน พธม.โคราช


ทางด้านบรรยากาศการจัดคอนเสิร์ตการเมืองสัญจร ครั้งที่ 5 ของกลุ่มเครือข่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โคราช ที่สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ต.ปรุใหญ่ อ.เมืองนครราชสีมา มีประชาชนไปร่วมจำนวนมาก ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัย มี พ.ต.อ.วนัฐ อรรถกวิน รอง ผบก.ภ.จ.นครราชสีมา พ.ต.อ.พนันชัย ชื่นใจธรรม ผกก.สภ.โพธิ์กลาง อ.เมือง ขณะที่ นายสาธร สินปรุ ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ การรถไฟแห่งประเทศไทย สาขา จ.นครราชสีมา เป็นหัวหน้าการ์ดอาสา เจ้าหน้าที่ตำรวจอนุญาตให้ใช้ประตู 4 เป็นเส้นทางเข้า-ออกเพียงทางเดียว ในการตรวจค้นผู้เข้าร่วมงาน พบมีดปอกผลไม้ปลายแหลม มีดสปาร์ตานับสิบเล่ม ส่วนหนึ่งเป็นของการ์ดและของคนงานอู่เชิดชัยอู่ต่อรถโดยสารขนาดใหญ่ของนางสุจินดา เชิดชัย หรือ เจ๊เกียว มารดาของนายอัสนี เชิดชัย ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย


เสื้อเหลืองปะทะเสื้อแดงที่ลานย่าโม


ช่วงบ่าย กลุ่มพันธมิตรกลุ่มหนึ่งได้แวะมากราบไหว้สักการะขอพรอนุสาวรีย์ย่าโมก่อนไปร่วมงานที่สนามกีฬาปรากฏว่า พบกับกลุ่มเสื้อแดงสายโคราช นำโดยนางปภัสชนัญญ์ ฉิ่งอินทร์ หรือ ป้าแดง กำลังปราศรัยต่อต้านพันธมิตรที่บริเวณข้างลานอนุสาวรีย์ ทำให้เกิดการปะทะคารม ตะโกนด่าทอกันนานนับชั่วโมง เริ่มแรกฝ่ายกลุ่มคนเสื้อแดงมีน้อยกว่า จึงถูกฝ่ายพันธมิตรกดดันหนัก ต่อมาทั้งสองฝ่ายได้โทรศัพท์ติดต่อขอกำลังเสริมมาสนับสนุน จึงทำให้ทั้งสองฝ่ายมีจำนวนคนเท่ากัน บรรยายกาศที่ลานอนุสาวรีย์เริ่มตึงเครียดขึ้น มีการขว้างปาขวดน้ำใส่กัน แต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ต่อมา พล.ต.ต.ฉัตรกนก เขียวแสงส่อง ผบก.จ.นครราชสีมา นำกำลัง 50 นาย มาเจรจาเกลี้ยกล่อมให้ทั้งสองฝ่ายอย่าใช้ความรุนแรง กลุ่มพันธมิตรจึงยอมเคลื่อนไปที่สนามกีฬา


นปช.รุมตื้บทหารมอบตัว


ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ และนายจตุพร พรหมพันธุ์ 2 แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) พาผู้ต้องหาคดีทำร้ายร่างกาย ส.อ.อำนวย ทองรินทร์ สังกัดกองพันทหารราบ มณฑลทหารบกที่ 11 เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เข้ามอบตัวต่อ พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น. พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 พ.ต.อ.วีรวิทย์ จันทร์จำเริญ รอง ผบก.น.1 พ.ต.อ.จักรภพ สุคนธราช ผกก.สน.ดุสิต และพนักงานสอบสวน ประกอบด้วย นางนฤมล วรุณรุ่งโรจน์, นายกิตติศักดิ์ จีนขจร , นายศรชัย ศรีดี และนายประจวบ บุญสันเทียะ มีกลุ่มเสื้อแดงมาชูป้ายให้กำลังใจกว่า 30 คน


จากนั้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาทั้ง 4 คนร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น ร่วมกันข่มขืนจิตใจให้ผู้อื่นกระทำการใดๆ หรือไม่กระทำการใดๆ และร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยว พร้อมกับสอบปากคำต่อหน้าทนายความ และให้ผู้เสียหายชี้ตัวได้ถูกหมดทุกคน


ให้การปฏิเสธ-ได้ประกันตัว


นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ยินดีให้ความร่วมมือกับตำรวจ แต่อยากขอใช้สิทธิถามว่า การดำเนินคดีกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ขับรถชนตำรวจ ยิงตำรวจ เอาธงแทงตำรวจนั้นไปถึงไหนแล้ว


พ.ต.อ.วีรวิทย์กล่าวว่า คดีขับรถชนตำรวจ ผู้ต้องหามามอบตัวแล้ว คดีทำร้ายร่างกายและกักขัง ร.ต.อ.สาริษฐ์ อักษร รอง สว.กก.สส.บก.น.1 ก็ออกหมายจับแล้ว แต่ยังไม่ทราบตัว รู้เพียงว่าชื่อสิงห์ ส่วนคดีอื่นๆ เร่งดำเนินการอยู่ บางคดีรู้ตัว บางคดีไม่รู้ตัว เนื่องจากมีคนเป็นจำนวนมาก


เวลา 13.10 น. ผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และขอไปให้การในชั้นศาล พร้อมกับยื่นเงินสดประกันตัวคนละ 10,000 บาท พนักงานสอบสวนพิจารณาแล้วไม่ขัดข้องให้ประกันตัวไป


ปชป.ระบุ"แม้ว"ชิงพื้นที่ข่าว


นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ ส.ส.สัดส่วน โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการให้สัมภาษณ์และโฟนอินอย่างต่อเนื่องของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า พรรคไม่ให้ความสำคัญ เพราะเป็นเพียงการชิงพื้นที่ข่าวเท่านั้น สังคมให้ความสำคัญกับ พ.ต.ท.ทักษิณน้อยลงแล้ว เพราะที่ พ.ต.ท.ทักษิณให้สัมภาษณ์นั้น กระทบความน่าเชื่อถือของประเทศทั้งเรื่องกระบวนการยุติธรรม และความเป็นประชาธิปไตย ยิ่งพูดถึงสงครามกลางเมือง หรือเอาความจงรักภักดีมาอ้าง ก็เพื่อดำเนินการทางการเมือง พยายามสร้างเงื่อนไขกดดันให้ภายในประเทศมีความขัดแย้ง และเกิดการขัดแย้งนอกสภานำไปสู่การล้มรัฐบาล


นพ.บุรณัชย์ กล่าวด้วยว่า อยากให้ทุกฝ่ายช่วยกันพูดคุยกับแกนนำที่ยังปฏิเสธการเจรจาทุกรูปแบบ ให้ลดท่าทีแข็งกร้าว และมาร่วมกันหารือกับคนเป็นกลางเพื่อร่วมกันปฏิรูปการเมือง ในวันที่ 9 มีนาคม มีการประชุมคณะกรรมการสถาบันพระปกเกล้า หวังว่าจะยอมรับเป็นเจ้าภาพและเป็นผู้ขับเคลื่อนการปฏิรูปการเมือง จะช่วยลดความขัดแย้งการเผชิญหน้า และขับเคลื่อนร่วมกันไปได้