WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, March 9, 2009

ผู้สูงอายุร้อยละ 24 ไม่รู้หนังสือ

ที่มา ไทยรัฐ

ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมคุยกับ คุณกิตติ สมานไทย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส คนพิการ และผู้สูงอายุ เพื่อสอบถามเรื่องการจ่าย เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุคนละ 500 บาทต่อเดือน ก็พบว่า มีความคืบหน้าด้วยดี ประชาชนพอใจมาก แต่การลงทะเบียนยังน้อยไม่เข้าเป้า

จากจำนวน ประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปกว่า 7 ล้านคน ตัวเลขเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เพิ่งไปลงทะเบียนขอรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุแค่ 1.5 ล้านคนเท่านั้นเอง

ผมเลยถือโอกาสนี้ฝากไปยัง คุณชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีมหาดไทย ช่วยกระทุ้งเจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยทีเหอะ จะหมดเขตลงทะเบียนวันที่ 15 มีนาคมนี้แล้ว บางพื้นที่ก็ให้ข้อมูลประชาชนผิดพลาด บางพื้นที่ก็ทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยากน่ารำคาญ ทำให้ประชาชนเสียเวลาเล่น เช่น บังคับให้ต้องมีทะเบียนบ้านไปด้วย ทั้งๆที่ระเบียบบอกว่าไม่ต้องใช้ ใช้แค่บัตรประชาชนและสมุดบัญชีเงินฝาก เพื่อใช้โอนเงินเข้าบัญชีเท่านั้นก็พอแล้ว

ขอเรียนให้ผู้สูงอายุทราบว่า เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 500 บาทนี้ รัฐบาลจ่ายให้ผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปทุกคน ไม่ว่าจะมีรายได้หรือไม่มีรายได้ ไม่ว่าจะยังทำงานอยู่หรือไม่ทำงานแล้ว โดยไม่มีข้อยกเว้นหรือเงื่อนไขใดๆทั้งสิ้น

ยกเว้น ผู้สูงอายุที่ยังได้รับสิทธิประโยชน์ สวัสดิการ จากหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ถือว่าได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลแล้ว จึงไม่มีการจ่ายเบี้ยยังชีพให้อีก

เงิน 500 บาทนี้ จะว่าไปแล้วก็คือ เงินภาษีที่รัฐบาลจ่ายคืนให้ประชาชนผู้เสียภาษีนั่นแหละ ถือเป็น ครั้งแรก ในประวัติศาสตร์ชาติไทยกว่า 200 ปี แต่เมืองนอกเขาจ่ายกันมานานแล้ว โดยจ่ายเป็น เงินบำนาญให้กับประชาชนผู้สูงอายุที่เกษียณอายุจากการทำงาน ไม่ใช่แค่เบี้ยยังชีพ

เบี้ยยังชีพเดือนละ 500 บาทนี้ รัฐบาลจะจ่ายให้ทุกเดือนจนสิ้นปี งบประมาณ ใครที่มีอายุ 60 ปีก่อนวันที่ 15 มีนาคม ผมขอแนะนำให้ไปลงทะเบียนที่เขต อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศด่วน เพื่อรับสิทธิที่พึงมีพึงได้ของท่าน

ล่าสุดผมได้ข่าวว่า รัฐบาลนายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีการตั้งงบประ-มาณจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุต่อในงบปีหน้าอีกด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี ผมขออนุโมทนา

ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ยังยากจน ร้อยละ 59.2 เกือบ 60 เปอร์เซ็นต์ ทำงานอยู่ในภาคเกษตรกรรม ไม่เคยได้รับสิทธิประโยชน์หรือสวัสดิการใดๆจากรัฐบาลเลย บางคนไม่มีบัตรประชาชน ไม่มีทะเบียนบ้านด้วยซ้ำ ไม่น่าเชื่อว่ายังมีอยู่ในประเทศไทย

ยิ่งได้เห็น ข้อมูลเรื่องผู้สูงอายุไทย ที่สำรวจมาแล้ว ก็ยิ่งเศร้า ท่านผู้อ่านเชื่อไหม ผู้สูงอายุไทยกว่า 7 ล้านคน เป็นผู้ที่ไม่รู้หนังสือ อ่านไม่ออกเลย เขียนไม่ได้เลย มากถึงร้อยละ 24 ประมาณ 1.7 ล้านคน ไหนกระทรวงศึกษาธิการเคยคุยว่าคนไทยมีการศึกษาเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ ไปเอาตัวเลขจากไหนมา

ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ ร้อยละ 69 จบการศึกษาระดับประถมศึกษา มีเพียงร้อยละ 2.8 ที่จบปริญญาตรีหรือสูงกว่า เป็น เพศหญิงร้อยละ 55.4 เพศชาย ร้อยละ 44.6 เพราะผู้หญิงอายุยืนกว่าผู้ชาย อายุเฉลี่ยของผู้หญิง 75.7 ปี แต่ อายุเฉลี่ยของผู้ชายแค่ 68.4 ปีเท่านั้น ในอนาคตอายุเฉลี่ยของคนไทยจะเพิ่มเป็น 80 ปี

ข้อมูลที่น่าชื่นใจก็คือ ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ ร้อยละ 92.3 ยังอาศัยอยู่กับสมาชิกในครอบครัว สะท้อนให้เห็นถึง สถาบันครอบครัว ที่มั่นคงของไทย มีเพียงร้อยละ 7.7 เท่านั้นที่อยู่ตามลำพัง

การครองคู่ก็ถือว่าดีทีเดียว ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ ร้อยละ 62 ยังอยู่กับคู่สมรส มีเพียงร้อยละ 34.8 ที่เป็นหม้าย หย่า แยกกันอยู่ เลิกกัน ผู้สูงอายุที่เป็นโสดมีร้อยละ 2.7

ผู้สูงอายุไทยวันนี้เพิ่มขึ้นเป็น 11 เปอร์เซ็นต์ของคนไทย 64 ล้านคนแล้ว รัฐบาลเตรียมรับมือปัญหาในอนาคตหรือยัง เป็นเรื่องที่ผมขอฝากเป็นการบ้านไปยังนายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไว้ตรงนี้.

ลม เปลี่ยนทิศ

อุณหภูมิการเมืองถึงจุดเดือด.....

ที่มา ไทยรัฐ

โดย อินทรีเหล็ก

ในขณะที่เกือบทุกประเทศทั่วโลกกำลังยุ่งกับการแก้ไขปัญหา วิกฤติเศรษฐกิจ แต่บ้านเราละเลง ความขัดแย้ง ในบ้านเมืองกันเมามัน.....ไหนว่า ประชาธิปัตย์ เข้ามาเป็นแกนนำรัฐบาลแล้วบ้านเมืองจะสงบ.....น่าจะกลายเป็น สนามรบ มากกว่า............

ใจเขาใจเรา วันนี้ นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คงจะเข้าใจความรู้สึกของอดีตนายกฯที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น สมัคร สุนทรเวช หรือ สมชาย วงศ์สวัสดิ์.....คนที่เป็นผู้นำประเทศ มีประชาชนมาตามโห่ไล่ขว้างปาก็ไม่สง่างามแล้ว............

เพราะการสร้าง ลัทธิอุบาทว์ เอาไว้ ที่ผ่านมา นายกฯประเทศไทย จะชั่วดีอย่างไรก็ไม่เคยมีชาวบ้านมาตะโกนด่าปาวๆ.....อดีตนายกฯ ชวน หลีกภัย เป็นนายกฯมาถึง 2 สมัย จะลงพื้นที่จังหวัดไหนภาคไหน ก็ไม่เคยมีคนมา ปาไข่ ไล่ต้อน.....นี่แหละคือ การเมืองใหม่ ที่อยากจะเห็นกัน............

ฮัดเช้ย รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง สุเทพ เทือกสุบรรณ อย่าเพิ่งรีบประเมินว่า ม็อบเสื้อแดง ก็แค่คนกลุ่มน้อยหรือเป็นเรื่องปกติ.....น้ำผึ้งหยดเดียว ก็ทำให้ประเทศเสียหายได้ดู เสื้อเหลือง ในอดีตนั่นปะไร ก็เริ่มแค่คนกลุ่มเดียวเหมือนกัน.....ถ้าในอีกไม่กี่วันข้างหน้ามีม็อบมาชุมนุมไล่รัฐบาล นับแสนคน จะปกติหรือไม่............

และที่เห็นธาตุแท้การระดมกำลังจาก กองทัพ รับมือม็อบเสื้อแดงเที่ยวนี้ แจ่มแจ้งแดงแจ๋.....ไม่ต้องขอก็มา.....ที่มีข้อครหาว่าทหารลงมาเล่นการเมือง คงไม่ต้องอธิบายให้เมื่อยตุ้ม.....ทหารก็เลือกข้างเป็นเหมือนกัน บ๊ะ............

ช่างกล้า วันวาน นายกฯอภิสิทธิ์ ออกมาตอบโต้การให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศของอดีตนายกฯ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร..... ยืนยันไม่ได้เป็นนายกฯเพราะ พันธมิตรฯ แต่เพราะได้รับเลือกมาจากสภา.....เห็นที ส.ส.ของประชาธิปัตย์ ที่ไปร่วมเวทีพันธมิตรฯ ควรจะรีบพิจารณาตัวเองได้แล้ว ............

และที่มองว่าเป็นแค่ การเมืองข้างถนน วันนี้กำลังจะพัฒนาขึ้นมาเป็นการต่อสู้ทางการเมืองในสภา.....เพราะฉะนั้น การประกาศ ตั้งพรรคการเมือง ของพันธมิตรฯ ไม่ผิดไปจากที่ อินทรีเหล็ก เคยเกริ่นเอาไว้ และที่เดือดร้อนไม่ใช่พรรคการเมืองฝ่ายค้านหรือ เพื่อไทย.....แต่น่าจะเป็น ประชาธิปัตย์ มากกว่า เพราะสินค้าตลาดเดียวกัน............

ตามประสาคนหาข่าวไม่เฉพาะพันธมิตรฯเท่านั้น ทหาร ก็เตรียมประแป้งแต่งตัวลงสนามการเมืองเหมือนกัน.....จะรื้อฟื้น พรรคราษฎร หรือจะเป็นพรรคการเมืองใหม่ที่เพิ่งจดทะเบียนตั้งพรรคสดๆร้อนๆ ก็เป็นอีกเรื่อง............

พับผ่า แม้แต่ทหารที่จะลงเล่นการเมืองเอง ก็แบ่งเป็นสองขั้ว.....ขั้วหนึ่งเป็นอดีต นายทหาร คมช. อีกขั้วเป็น บิ๊ก

ทหารปัจจุบัน ที่จับมือกับแกนนำพรรคภูมิใจไทย.....งานนี้รับประกันได้ว่า การเมืองในอนาคตไม่ธรรมดา............

ไม่นับรวมกลุ่มการเมืองใหม่ๆ ที่รอจังหวะแปลงเป็นพรรคการเมืองเช่นกัน จับตากลุ่มการเมืองคุณภาพ รักษ์เมืองไทย....ระดมมันสมองระดับนักวิชาการไว้อื้อ แค่ชื่อ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล สุวิทย์ เมษินทรีย์ หรือ เอนก เหล่าธรรมทัต ก็ฮือฮาแล้ว ส่วนจะมีรายการ ลับลวงพราง อะไรตามมาหรือไม่ ห้ามกะพริบตา............

เอ้า ที่ อินทรีเหล็ก อดเป็นห่วงไม่ได้คือ การที่รัฐบาลสั่งระดม ไล่ปิดเว็บไซต์ ที่มีข้อความหมิ่นสถาบัน โดยทำกันอย่างเอิกเกริก เพราะเกรงว่าจะเป็น ดาบสองคม.....ยิ่งสังคมไทยชอบตามกระแสอยู่ด้วย..... การที่ นพ.บุรณัชย์ สมุทรรักษ์ โฆษกประชาธิปัตย์ อ้างว่าทำไปตามกฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน....แล้ว บางเว็บไซต์ที่มีการอ้างอิงถึงสถาบันทุกวันไม่เห็นมีใครกล้าแตะ............

เรื่องนี้อยากให้รัฐบาลดำเนินการอย่างรอบคอบ และไม่ใช้มาเป็น เครื่องมือทางการเมือง เพื่อล้มล้างฝ่ายตรงกันข้าม..... เพราะยิ่งจะทำให้สถาบันถูกดึงมาเป็นเงื่อนไข ไม่ควรดึงฟ้าต่ำ เด็ดขาด............

ที่ต้องติติงคือท่าทีของ กษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ประโคมข่าวเตรียมประสานทางการต่างประเทศเพื่อเอาผิด ใจ อึ้งภากรณ์.....เกรงว่าจะถูกนำไปขยายความในระดับประเทศกันใหญ่โต............

เศรษฐกิจดิ่งเหวลงทุกที อัตราว่างงานในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ร้อยละ 8.1 และมีแนวโน้ม ว่างงานเพิ่มขึ้น ไปถึงร้อยละ 10 ในเร็วๆนี้ เดือน ม.ค. เดือนเดียวว่างงานเพิ่มขึ้น 6 หมื่น 5 พันอัตรา.....3 เดือนมี คนว่างงาน เกือบ 2 ล้านคน.....ยอดตัวเลข คนว่างงานในสหรัฐฯ ล่าสุดอยู่ที่ 12.5 ล้านคน.....วิกฤติเศรษฐกิจ

ดึงไม่หยุดฉุดไม่อยู่ซะแล้ว............

มาคนละทาง

ที่มา ไทยรัฐ

ยุทธศาสตร์ดาวกระจายที่นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สั่งให้รัฐมนตรีทุกคน แยกกันลงพื้นที่พบประชาชนพร้อมกันทุกจังหวัดทั่วประเทศไทย ก็ผ่านไปด้วยดี

ถึงแม้หลายพื้นที่จะมีกลุ่มเสื้อแดงไปชุมนุมขับไล่ก็ไม่ได้เกิดเหตุรุนแรง ไม่มีเลือดตกยางออก ไม่มีบาดเจ็บล้มตาย ไม่ต้องใช้กำลังสลายการชุมนุม

แม่ลูกจันทร์ เห็นว่ารัฐบาลซึ่งมีภารกิจ แก้ปัญหาประชาชนต้องสามารถเดินทางไปได้ทุกพื้นที่ ทุกจังหวัด ทุกอำเภอทั่วประเทศไทย

ถึงแม้จะถูกม็อบต่อต้านบ้างก็ต้องอดทน ถือว่าเป็นเรื่องปกติที่รัฐบาลต้องเจอ

แต่เรื่องไม่ปกติที่รัฐบาลต้องเจอเป็น ประจำก็คือโรคสภาล่มนี่แหละโยม

ความจริงรัฐบาลได้วางมาตรการป้องกันสภาล่มซํ้าซากด้วยการให้วิปรัฐบาลแบ่งกันควบคุม ส.ส.ในอัตราส่วนวิป 1 คนต่อ ส.ส. 5 คน

พร้อมกำชับรัฐมนตรีทุกคนที่เป็น ส.ส. ให้เข้าประชุมสภาฯอย่างพร้อมเพรียง

มาตรการนี้แก้ปัญหาสภาล่มได้แค่ ชั่วคราว แต่สุดท้ายก็เข้าอีหรอบเดิม

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรสัปดาห์ ก่อนก็เกิดเหตุสภาล่มซํ้าซาก เนื่องจากมี ส.ส. ในที่ประชุมไม่ครบกึ่งหนึ่งตามกติกา

นี่คือสัญญาณอันตรายที่รัฐบาลต้องแก้ไขโดยเร็ว!!

เพราะถ้าขืนปล่อยให้โรคสภาล่มซํ้าซาก ก็เท่ากับรัฐบาลเปิดช่องให้ฝ่ายค้านเจาะยาง??

ที่น่าตกใจคือ โรคสภาล่มได้ระบาดจากสภาผู้แทนฯลามไปถึงวุฒิสภา จนต้อง ปิดประชุมกลางคัน

เนื่องจากมี ส.ว.อยู่ในห้องประชุมแค่ 66 คน จากทั้งหมด 149 คน

แถมล่มในช่วงที่วุฒิสภาพิจารณาเรื่องสำคัญคือ โหวตแต่งตั้ง กทช. ซึ่งต้องใช้เสียง ส.ว. ให้ความเห็นชอบเกินกึ่งหนึ่งของ ส.ว.ทั้งสภาฯ

แสดงว่า ส.ว.เลือกตั้งและ ส.ว.ลากตั้งก็โดดร่มเก่งพอกัน

แม่ลูกจันทร์ เห็นว่าปัญหาสภาล่ม ทั้งสภาล่าง สภาบน สะท้อนให้เห็นถึงความไม่รับผิดชอบของ ส.ส. และ ส.ว.

แต่ ส.ว.ควรถูกตำหนิมากกว่า ส.ส. เพราะ ส.ส.ประชุมสัปดาห์ละ 2 วัน ส่วน ส.ว.ประชุมสัปดาห์ละวันเดียว

แค่สัปดาห์ละครั้งเดียว จะเข้าประชุม ให้พร้อมหน้าพร้อมตากันหน่อยไม่ได้ เรอะไง??

เพราะวุฒิสภาไม่ใช่มีหน้าที่กลั่นกรองร่างกฎหมายอย่างเดียว

วุฒิสภายังมีอำนาจตรวจสอบการทำงาน ของรัฐบาล ถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

และมีอำนาจพิเศษคือ แต่งตั้งองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ

อย่างกรณีที่คณะกรรมการ กกต.ต้องว่าง ไป 1 คน เนื่องจาก สุเมธ อุปนิสากรอายุครบ 70 ปี

การจะแต่งตั้งใครเป็น กกต.คนใหม่ ก็ เป็นอำนาจของวุฒิสภา

ล่าสุด วุฒิสภาได้เริ่มเดินหน้าสรรหา กกต.ใหม่เพิ่มอีก 1 คน เพื่อเสียบแทนตำแหน่งที่ว่างลง

โดยจะใช้วิธีตั้งคณะกรรมการสรรหา ตามมาตรา 231 ของรัฐธรรมนูญ

แม่ลูกจันทร์ ยังไม่แน่ใจว่าการที่ วุฒิสภาจะเดินหน้าสรรหา กกต.ใหม่เพิ่มให้ ครบ 5 คน จะถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ??

เพราะ กกต.ชุดปัจจุบันไม่ได้ผ่านกระบวนการสรรหาปกติตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ

ในเมื่อยังมี กกต.อีก 4 คน ที่มาด้วยวิธี ไม่ปกติ คือมาจากการแต่งตั้งของประธาน คมช. ก็ต้องปล่อยให้ กกต.ทั้ง 4 คน ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจบครบเทอม

เมื่อ กกต.ชุดปัจจุบันพ้นไปแล้วจึงเริ่ม เข้าสู่กระบวนการสรรหาตามรัฐธรรมนูญต่อไป

สรุปว่าการให้ กกต.เก่า 4 คน ที่แต่งตั้งโดยประธาน คมช. ทำงานร่วมกับ กกต.ใหม่ 1 คน ที่ผ่านการสรรหาตามรัฐธรรมนูญไม่น่าจะถูกหลักการ

เพราะที่มาที่ไปแตกต่างกัน การเข้า การออกก็คนละประตู

ถ้าไม่แน่ใจควรให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ.

แม่ลูกจันทร์

เกมมาถึงจุดหักมุม!

ที่มา ไทยรัฐ

รองเท้าบิน ขวดน้ำลอย ตีนตบรัวเร้าเสียงโห่ไล่ ขาดแค่ระเบิดปลาร้าที่ถูกบล็อกทัน

ก็ถือว่า เฮี้ยวได้ตามอารมณ์ที่ปลุกปั่นกันไว้

ภายใต้ภาพข่าวที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สารวัตรทหาร อาสาสมัครรักษาดินแดน นับพันๆนาย ยืนเรียงหน้ากระดานขวางม็อบเสื้อแดงที่มีกันแค่หลักร้อย ไม่ให้เข้าถึงตัวนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ระหว่างลงพื้นที่จังหวัดลพบุรี

แค่ประกบกันตัวต่อตัวยังเกิน

เอาเป็นว่า โดยภาคปฏิบัติ อภิสิทธิ์ฝ่าดงม็อบเสื้อแดงสานภารกิจ คุณหนูลุยทุ่งได้แบบไม่มีอะไรระคายผิว แต่โดยการต่อสู้เชิงสัญลักษณ์ ยุทธศาสตร์การชิงกระแส

คนเสื้อแดงก็โชว์พลัง ตัดทอนความมั่นใจของ อภิสิทธิ์ได้ไม่น้อย

และจะยิ่งปอดกระเส่ากันไปใหญ่ ในเมื่อวันนี้ไม่ใช่มีแค่คิวของม็อบเสื้อแดงซะแล้ว

กับเสียงของขาใหญ่ม็อบเสื้อเหลือง ประกาศดังๆบนเวทีม็อบพันธมิตรฯที่จังหวัดนครราชสีมา เตือนประชาธิปัตย์ระวังฉิบหายเพราะ เทพเทือกนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้จัดการรัฐบาล

แฉดังลั่น เทพเทือกกำลังจับมือกับนายเนวิน ชิดชอบ เพื่อใช้ตำรวจระบอบทักษิณมาเล่นงานแกนนำม็อบพันธมิตรฯ หลิ่วตาให้ออกหมายจับ

หวังล็อกตัว 21 แกนนำม็อบเสื้อเหลือง

ด่าไม่ยั้ง อัดกันแบบไม่ไว้หน้า รัฐบาลประชาธิปัตย์ใช้ซากศพและเลือดเนื้อของม็อบพันธมิตรฯเป็นบันไดเหยียบขึ้นไปมีอำนาจ

ขาใหญ่ม็อบเสื้อเหลืองเล่นบทเฮี้ยวใส่รัฐบาล อภิสิทธิ์ชนเลิกสนคนกันเอง

เผาหัวปูทางตั้งพรรคการเมืองใหม่

ฉากการเมืองนอกสภากำลัง หักมุมจากที่เคยหนุนนำ พลิกมาเปิดศึกใส่ ในขณะที่เกมการเมืองในสภาก็หักเหลี่ยมเฉือนคมกันสนุกในหมู่คนกันเอง

และก็เป็น ป๋าเหนาะนายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ที่ต้องเจอข่าวปล่อย เหตุยึกยักไม่ร่วมเวทีเชือดกับพรรคเพื่อไทย เพราะมี วาระซ่อนเร้นอยู่กับนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ในฐานะอดีตผู้ร่วมก่อตั้งพรรคประชาราชยุคบุกเบิก

มันก็เลยขัดกับข้อมูลทีเด็ดในกระเป๋า หลุยส์วิตตองของ สารวัตรเหลิมร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง หัวหน้าทีมเชือด ที่เตรียมถล่มปมเงินค่าโฆษณา 250 ล้านบาทของทีพีไอ ลากโยงไปถึงพรรคประชาธิปัตย์

คิวนี้ ป๋าเหนาะก็เลยเลี่ยง หยิกเล็บเจ็บเนื้อ

จริงเท็จเป็นประการใดไม่ชัวร์ ที่แน่ๆ ผู้เฒ่าวังน้ำเย็นเข้าเนื้อ ขาดทุนก่อนใคร

และจะเป็นอะไรที่เจ็บกระดองใจเข้าไปใหญ่ หาก ป๋าเหนาะรู้ว่า ล่าสุด ใครดอดนัดพบกับ เทพเทือกแบะท่าขอโควตารัฐมนตรี 2 เก้าอี้

เพื่อโดดมาอยู่ฝ่ายรัฐบาล

กลายเป็นว่า งานนี้ ป๋าเหนาะเปลืองหน้าตักอยู่คนเดียว กับการถือไพ่หน้าเดียว แทงเต็งรัฐบาลเพื่อชาติ ดัน พล.ต.อ.

ประชา พรหมนอก เป็นนายกรัฐมนตรี คนกลาง

แต่ก็ขาดทุนไม่น้อยไปกว่ากัน กับการเล่น แทงกั๊กเลือกคั่วไพ่หลายหน้า

โดยสถานภาพของ พล.ต.อ.ประชา จากคู่ท้าชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ราศีจับเด่นขึ้นมาทันใด แต่พอแพ้ลงเวที วันนี้ต้นทุนก็หาย กำไรก็หด

จะหันซ้ายไปทางพรรคเพื่อไทย ก็ถูก เจ้าถิ่นตีกันไม่ให้แข่งรัศมีกับ สารวัตรเหลิมในการเบียดแย่งเก้าอี้หัวหน้าพรรค

รับธงแม่ทัพจาก นายใหญ่

จะหันขวามาทางฝั่งรัฐบาลประชาธิปัตย์ ก็ติดขัดอาการค้างคาใจที่เคยกลับคำลงแย่งตำแหน่งนายกฯทั้งๆที่รับปากไว้

ในทางการเมืองถือว่า เครดิตวูบไปเยอะ

ที่สำคัญ โดยสถานภาพว่าที่หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดินก็ส่อเค้าหลักลอย หลังมีเสียงแว่วๆออกมาจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ผลสอบการเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคไม่เป็นไปโดยวิธีลับ ขัดกับกฎหมายพรรคการเมือง อีกทั้งยังมีการเกณฑ์ โหวตเตอร์เทียม มาร่วมลงคะแนน

ต้องล้มกระดานกันใหม่

ประชาเดินแต้มพลาด เสียแทบหมดตัวเลย.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

ประมวลภาพคนเสื้อแดงที่ขอนแก่น 8 มี.ค. 52

ที่มา Thai E-News

8 มีนาคม 2552

ภาพก่อนเริ่มงานจากCBN Press/tik4u

ภาพช่วงเที่ยง-บ่าย

ภาพจากหนูดี ประชาไท

ไฟล์มัลติมีเดียจากทักซิโด้

==เพลง==
วิสา - WMV , MP3
อู๋เสรีชน - WMV , MP3
มุกเมธินี - WMV , MP3
รังสีเสรีชัย - WMV , MP3
นุชพจมาลย์ - WMV , MP3
จิ้นกรรมาชน - WMV , MP3
ไพจิต - WMV , MP3
อริสมันต์ - WMV , MP3

=ปราศรัย=


ยงยุทธ -
WMV , MP3
อดิศร เพียงเกศ - WMV , MP3
สมชาย - WMV , MP3
แรมโบ้อีสาน - WMV , MP3
แกนนำอุดร - WMV , MP3
ชินวัตร - WMV , MP3
จารุพงษ์ - WMV , MP3
สุทิน คลังแสง - WMV , MP3
หมอเหวง - WMV , MP3
นายกสมชาย วงษ์สวัสดิ์ - WMV , MP3
จรัล ดิษฐาอภิชัย - WMV , MP3
สุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ (แซ่ด่าน) - WMV , MP3
อ.มานิตย์ - WMV , MP3

จตุพร - WMV , MP3
วีระ - WMV , MP3

นายกทักษิณโฟนอิน - WMV , MP3


นายกทักษิณโฟนอิน - WMV , MP3
ทักษิณและณัฐวุฒิ - ลิงก์

น่าจะพอเพียงแล้ว ที่จะมีชีวิตอยู่อย่างทาส

ที่มา Thai E-News

โดย คุณ akausa
ที่มา เวบบอร์ด ประชาไท
8 มีนาคม 2552

เลือดมาฉีดแรงเอาตอนที่รู้ว่า คุณจีรนุช ถูกคุกคาม ถูกจับ

แม้จะประกันตัวออกมาได้แล้ว แต่ก็มีข้อหาติดตัวอยู่ ที่จะต้องไปสู้ในชั้นศาล(ของเขา)

แผลแห่งความแค้น ที่ชนชั้นปกครองทำในครั้งนี้ มิได้เกิดขึ้นแต่คุณจีรนุชเท่านั้น มันเกิดขึ้นกับคนไทยหลายล้านคนที่รู้เรื่อง ที่รอจังหวะ รอเวลา เป็นเชื้อติดไฟอยูในเวลานี้

หากมีน้ำมันราดเข้าไปเมื่อไหร่… ปืนผาหน้าไม้ หรือแม้แต่รถถัง ก็จะเอาไม่อยู่

รู้สึกสงสารคนไทยเหลือกำลัง ที่ไม่มีโอกาสเกิด และอาศัยอยู่ในอารยะประเทศ ที่มีประชาธิปไตยเต็มร้อยเขาจึงไม่ได้สัมผัสความรู้สึกว่า ในสังคมประเทศที่เป็นประชาธิปไตยเต็มร้อย มีสิทธิและเสรีภาพอย่างไร

ประชาชนทุกคน ไม่ว่ารวยหรือจน ไม่มีใครมีอภิสิทธิ์เหนือใคร อยู่ใต้กฎหมายเดียวกัน

จริงอยู่ ใครมีเงินก็พอซื้อหาความสะดวกสบาย บำรุงบำเรอให้กับตัวเองได้ ก็แค่จะได้รับการเอาใจใส่เป็นกรณีพิเศษ ซึ่งมันก็เป็นของธรรมดา ที่ไหนๆ ในโลกก็เป็นอย่างนี้ เรามีโอกาสเท่าเทียมกับเขา แต่ไม่สามารถร่ำรวยอย่างเขาได้ ก็ไม่ต้องไปอิจฉาเขา

กว่า 70 ปี ที่คนไทยถูกหลอกว่า ประเทศเป็นประชาธิปไตย ….จริงๆ แล้ว " ไม่มี "

คนไทยถูกล้างสมอง ถูกกดขี่โดยชนชั้นปกครอง พวกศักดินา พวกเผด็จการทหารและนายทุนทั้งหลาย

พวกนี้ เอาคำว่า รักชาติศาสน์กษัตริย์ มาเป็นข้ออ้าง เพื่อรักษาสิทธิในกลุ่มของตัวเอง

พวกนี้ มีสันดานเลวยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉาน เป็นมะเร็งเชื้อร้ายทำลาย “โอกาส“ ของชาติ ที่จะเติบโตเช่นอารยะประเทศครับ…

ถึงเวลาแล้ว ที่พวกเราจะต้องต่อสู้ทั้งบนดินและใต้ดิน …..ต้องสื่อสารถึงคนทุกระดับชั้นให้ได้ ตีแผ่ถึงความคิด ความชั่วร้าย ของพวกมันให้รากหญ้าได้รับรู้

แค่เว็บไซต์ยังไม่ได้ผลพอหรอก เพราะคนที่เข้าเว็บยังมีจำนวนน้อย ต้องดำเนินการโดยวิธีใช้ใบปลิว ซีดีหรืออีเมล์ ซึ่งสามารถส่งได้เป็นล้านๆ ชื่อในพริบ*****

ส่งบทความดีๆ ที่มีหลักฐานอ้างอิงเผยแพร่ออกไป แล้วเราก็จะมีแนวร่วมอย่างคาดไม่ถึงครับ…

อย่าทนให้พวกกลุ่มน้อยอย่างเขา เหยียบย่ำยีหัวใจอีกเลย เอาประเทศเราให้เหมือนประเทศฝรั่งเศส ที่สามารถสร้างเครื่องบินโดยสารความเร็วสูงอย่าง “Concord” ให้ได้

กองทัพบ้านเรา จะได้ไม่ต้องไปหาซื้อของใช้แล้ว (แค่เอามาปราบประชาชนในประเทศ) มาประจำกองทัพ….

คติประจำวันนี้… ”อย่าสร้างความหวังไว้กับทหารเลว ตำรวจมิจฉาชีพ และนักการเมืองชั่ว“

สันดานประชาธิปัตย์ ซวยละเมิง(astv 6-3-09)

ที่มา cbnpress

โดย kamkerng

ดวงกำเนิดเลวๆของพรรคประชาธิปัตย์

ที่มา thaifreenews

โดย เปรื่อง ปยุต

ก่อนอื่นต้องเรียนให้ทราบก่อนว่านี่เป็นรูปดวงแบบสิบลัคนา และลักษณะการวิจารณ์ดวงนี้ก็จะเป็นไปตามหลักวิชาสิบลัคนา ซึ่งข้าพเจ้าได้ใช้มาตลอดในการเขียนบทความ สำหรับท่านที่ติดตามข้อเขียนของข้าพเจ้าเป็นประจำก็จะเป็นที่ทราบกันดี แต่สำหรับผู้ที่เข้ามาอ่านใหม่ก็ขอได้เข้าใจตามนี้ด้วย

ดวงกำเนิดของพรรคประชาธิปัตย์ ได้ฤกษ์ถือกำเนิดขึ้นเมื่อวันที่ ๖ เมษายน ๒๔๘๙ ตรงกับ วันเสาร์ ขึ้น ๕ ค่ำ เดือน ๕ เวลา ๑๕.๐๙ น.ลัคนาราศีสิงห์ นวางศ์ ศุกร์ ตรียางค์อังคาร (๖/๓) มหัทธโนฤกษ์

ดาวอาทิตย์เป็นเกษตรกุมลัคนา อาทิตย์คือแสงสว่าง หมายถึงผู้หลักผู้ใหญ่ และระบบราชการ ตั้งแต่ดวงนี้ตั้งขึ้นมาจึงเป็นที่เอื้ออาทรสำหรับผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง และสอดคล้องกับระบบข้าราชการและระบบข้าราชบริพารเป็นอย่างยิ่ง และอาทิตย์(๑)ยังเป็นมูละสำหรับชะตาที่เกิดวันเสาร์ หลักฐานฐานะของพรรคนี้จึงมั่นคงถาวรสืบต่อมาเป็นระยะเวลาถึง 62 ปี ย่างเข้าปีที่ 63 จะล่วงแล้ว

ดาวพุธ(๔)เป็นกาลกิณีแต่เป็นมหาจักรกุมลัคนา สำหรับคนเกิดวันเสาร์หรือชะตาที่ถือกำเนิดในวันเสาร์ ดาวพุธ(๔)เป็นกาลกิณีตามทักษากำเนิด พุธ(๔)หมายถึงการพูด การเจรจา การสื่อสาร เมื่อเป็นกาลกิณี จึงหมายถึงว่าการพูดการเจรจา การสื่อสารมักจะมีปัญหา ถ้าเป็นดวงคนก็เรียกว่ามักจะพูดก่อนคิด พูดไม่เข้าหูคน พูดขวานผ่าซาก พูดจาโกหกตอแหล ฯลฯ แล้วแต่จะเอาไปแปลความหมายได้ทั้งสิ้น ขึ้นอยู่กับว่าอิทธิพลของดาวตัวอื่นๆด้วย โดยเฉพาะอิทธิพลของดาวพฤหัส(๕)ซึ่งหมายถึง คุณธรรม จริยธรรม หากดาวพฤหัสอยู่ในตำแหน่งดีและพุธไม่ส่งอิทธิพลมากนัก ก็เรียกได้ว่า เป็นคนปากร้ายใจดี แต่ถ้าพฤหัสในดวงสัมพันธ์กับดาวร้ายหรือกาลกิณีพุธโดยตรง ก็จะกลายเป็นผู้ที่ไม่มีศีลธรรม ไม่มีจริยธรรม ไม่มีสัจจะ ไม่มีความรับผิดชอบในคำพูดของตัวเอง…..ปากคอเราะร้าย หยาบคาย ฯลฯ

และเมื่อมาพิจารณาในดวงของพรรคการเมืองเก่าแก่ของประเทศไทยนี้ ก็จึงถึงบางอ้อว่าทำไมบุคลิกโดยรวมของสมาชิกในพรรคถึงได้เป็นเช่นที่ว่า

เมื่อดาวพุธ(๔)กาลกิณีกุมลัคน์ และ พฤหัส(๕)เล็งลัคนาเล็งพุธ(๔)ซึ่งเป็นกาลกิณีเดิมอยู่ เมื่อพฤหัส(๕)ร่วมกาลกิณีจึงทายได้เลยว่า ไม่ได้เล่ห์ก็เอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยมนต์ก็ด้วยคาถา โดยเฉพาะร่วมกาลกิณีตัวไหนก็ทายได้เลยว่าเสียเรื่องนั้นมากเป็นพิเศษ อย่างนี้ร่วมกาลกิณีพุธ(๔) ก็หมายถึงเสียเรื่องคำพูดคำจา เรื่องการโกหกตอแหล เรื่องความไม่มีสัจจะ !

ดาวศุกร์(๖)เป็นศรีอยู่ที่ราศีกันย์เรือนกาลี คำว่าเป็นศรีนั้นหมายถึงความสำเร็จ , ศิริมงคล แต่มาอยู่ในเรือนกาลกิณีซะฉิบความสำเร็จของพรรคประชาธิปัตย์จึงมักตั้งอยู่บนความเป็นกาลกิณี ความฉิบหายของผู้อื่น หรือของประเทศชาติเสียเป็นส่วนใหญ่ หรือไม่ก็ได้มาจากความมิชอบ

เมื่อมาพิจารณาที่ราศีตุลย์เรือนศรี ก็จะพบดาวเป็นกระจุกใหญ่รวมกันอยู่ที่นั่น ทั้ง จันทร์(๒) อังคาร(๓) เสาร์(๗) เกตุ(๙) มฤตยู(๐) ทำให้ดวงนี้มีเรื่องสนุกสนานเป็นที่ยิ่ง !

จันทร์(๒)เป็นอุตสาหะอยู่ในเรือนศรี หมายความว่าดวงนี้มีความพยายามขยันขันแข็งที่มักประสบความสำเร็จดี แต่ศรีอยู่ในเรื่อนกาลี ความสำเร็จที่ได้มักอยู่บนความหายนะ อังคาร(๓)เป็นมนตรีก็เช่นเดียวกัน มีผู้หลักผู้ใหญ่ที่พึ่งที่อาศัยได้ดีตลอดมา เพราะอยู่ในเรือนศรี แต่ศรีอยู่ในเรือนกาลี ที่พึ่งที่อาศัยผู้หลักผู้ใหญ่ก็ไม่ใช่คนที่บริสุทธิ์ผุดผ่องนัก ดาวเสาร์(๗)เป็นดาวบริวารมีตำแหน่งเป็นมหาอุจจ์ดวงนี้จึงมีบริวารที่ให้คุณแก่ชะตาดี และยังอยู่ในเรือนศรีด้วย แต่ศรีอยู่ในเรือนกาลี ก็อย่างว่าอีกนั่นแหละ เป็นคนดีที่เสียแล้ว….ฮา

มฤตยู(๐) อยู่ในราศีตุลย์เรือนสหัสชะ มฤตยูอยู่เรือนไหนกินเรือนนั้น มีเพื่อนก็เหมือนไม่มี หรือคบๆกันไปไม่นานก็มีอันต้องเลิกคบ

เกตุ(๙) เป็นตัวเสริมในราศีตุลย์เช่นกัน ทำให้ดาวแต่ละตัวที่อยู่ในราศีนี้มีคุณภาพเด่นมากขึ้น

แต่ที่อยากจะนำเสนอให้เห็นอย่างชัดเจนถึงพฤติกรรมของดาวบริวารของพรรคนี้ ก็คือ ดาวจันทร์-อังคาร (๒-๓)อยู่ร่วมกันที่ราศีตุลย์ ใครๆที่มีความรู้ทางโหราศาสตร์มาบ้างคงพอรู้ความหมายของดาวคู่นี้ดี คือเป็นดาวคู่ชู้ ดังนั้นเมื่อพิจารณาถึงตรงนี้จึงย่อมไม่เป็นที่น่าแปลกใจเลย ว่าทำไมพฤติกรรมมากชู้หลายผัวหรือมากชู้หลายเมียก็แล้วแต่ของบรรดาสมาชิกพรรคจึงมีออกมาให้เห็นให้ได้ยินกันให้แซดออกบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการที่นายหัวชะวะนะไม่ยอมจดทะเบียนกับมารดาของบุตร หรือใบเกิดของเด็กลงวันที่ก่อนใบหย่าใบสุดท้ายของสามีคนที่สามของผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่ของลูก..หรือข่าวคาวๆของนายเทือกที่ชอบเช็ดเมียเพื่อน เมียเพื่อนก็เหมือนเมียเราฯลฯ….ฮา ล้วนแล้วแต่เป็นอิทธิพลของดาวคู่ชู้ จันทร์-อังคาร(๒-๓)นี้ทั้งสิ้น

ดาวราหู(๘)อยู่ที่ราศีธนูอยู่ในเรือนพฤหัส ราหูหมายถึงความมัวเมา อย่าที่ตำราบอกทายมัวเมาให้ทายราหู แต่เมื่ออยู่ในเรือนพฤหัส จึงตีความได้ว่า มีความเชื่อในเรื่องศาสนาและพิธีกรรมแบบมอมเมา อย่างเช่นในเรื่องของไสยศาสตร์ ความจริงราหู(๘)ที่อยู่ในเรือนพฤหัสนี้ ถ้าพฤหัสเดิมไม่เสียก็ไม่เป็นไร แต่ในพื้นดวงนี้ ดาวพฤหัส(๕)เล็งกับดาวพุธ(๔)กาลกิณี พื้นดวงจึงเป็นพฤหัส(๕)ที่ไม่บริสุทธิ์เอาเสียเลย ส่งผลให้พื้นชะตาชอบเข้าไปเกี่ยวข้องกับทางไสยดำ ไม่ได้เล่ห์ก็เอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยมนต์ก็ด้วยคาถา ฉันใดก็ฉันนั้น

ยิ่งเมื่อ พฤหัส-เสาร์-ราหู(๕--๘)ถึงกันตามตำราพฤหัส เสาร์ ราหู ได้คู่ชิด มักแผกผิดพรากคู่ดูน่าขัน ยกเอาทาสชาติชู้ขึ้นชูชัน ถ้าอยู่ สิงห์ กุมภ์ กันย์ ยิ่งกักขฬะ นี่ก็เข้าตามตำราเป๊ะเลย ดาวพฤหัส(๕)ที่ราศีกุมภ์ เสาร์(๗)ราศีตุลย์ ราหู(๘)ราศีธนู ตรีโกณและโยคถึงกันหมด ถึงลัคน์ที่ราศีสิงห์ เราจึงได้เห็นพฤติกรรมทางเพศที่สำส่อนปรากฏเป็นข่าววงในเป็นประจำของสมาชิกของคนในพรรคนี้ แบบเมียเพื่อนก็เหมือนเมียเรา หรือ ฉันรักผัวเขา เป็นต้นฯลฯ…..ฮา

และทั้งหมดที่กล่าวมาก็เป็นพื้นดวงชะตาที่บ่งบอกว่า ทำไม หรือสาเหตุใด ที่ประวัติความเป็นมาของพรรคที่เก่าแก่และมีอายุยืนยาวที่สุด จึงได้มีประวัติความเป็นมาอย่างที่เรารู้ๆกันอยู่

เมื่อมาพิจาณาถึงดวงจร ณ.ปัจจุบันบ้าง จะเห็นได้ว่าขณะนี้ลัคนาราศีสิงห์ดวงกำเนิดมีดาวเสาร์(๗)บาปเคราะห์ใหญ่ทับลัคน์มาตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคม 2550 และจะอยู่ยาวไปจนถึง 2 ปีครึ่ง จะย้ายออกก็วันที่ 30 กันยายน 2552 เกือบจะปลายๆปีนี้ คุณภาพของดาวเสาร์(๗)นั้นเป็นดาวที่ไม่ค่อยจะให้คุณแก่ใครอยู่แล้ว เป็นดาวโทษทุกข์ธาตุไฟ แต่เป็นไฟสุมขอน จึงทำให้มีปัญหาไม่รู้จักจบจักสิ้น นอกจากจะทับลัคนาแล้ว ยังทับพุธ(๔)ซึ่งเป็นดาวการเงินมาจากภพกดุมภะซึ่งมีตำแหน่งเดิมเป็นกาลกิณีมหาจักร และ เล็งดาวพฤหัส(๕) เมื่อดาวบาปเคราะห์ใหญ่จรมาเจอกับประธานแห่งศุภเคราะห์ก็หมายถึงการถูกตั้งข้อกล่าวหา นอกจากนี้ ดาวเสาร์(๗) ยังบ่งบอกถึงความริษยาอาฆาตอีกด้วย

ในขณะนี้มีอายุ 62ปีเต็ม ย่าง 63 ทักษาจรตกภูมิพุธ(๔)กาลีเดิม อังคาร(๓) ดาวมนตรีเดิมเป็นกาลกิณีจรมาจากภพพันธุ ตีความได้ว่า น่าจะมีความร้าวฉานระหว่างผู้หลักผู้ใหญ่และพี่น้องๆภายในพรรค ดาวพฤหัส(๕)จรอยู่ราศีมังกรเรือนอริ เราจึงเห็นปรากฏการณ์ที่พรรคประชาธิปัตย์แม้จะได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลจนสำเร็จเสร็จสมอารมณ์หมายก็จริง แต่ตำแหน่งสำคัญๆภายในคณะรัฐบาลล้วนแล้วแต่เป็นของพรรคร่วมฯแทบทั้งสิ้น อย่างที่เขาเรียกกันว่า บุญมี แต่กรรมบัง

และขณะนี้ดาวอาทิตย์(๑)จรอยู่ที่ราศีกุมภ์, ดาวพุธ(๔)กาลกิณีเดิมก็จรอยู่ที่ราศีกุมภ์เช่นกัน เล็งลัคนา เล็งพุธ(๔)กาลีเดิม, ดาวเสาร์(๗)ก็ทับอยู่องศาก็ใกล้เคียงลัคน์เข้าทุกที ความวุ่นวายที่ก่อตัวมาตลอดก็ทำท่าจะบานปลายมากยิ่งขึ้น ยิ่งเมื่อหลังจากวันที่ 7 มีนาคม 2552 ดาวอังคาร(๓)กาลกิณีจรจะย้ายเข้าราศีกุมภ์ เล็งลัคนา เล็งพุธ(๔)กาลกิณีเดิม ทั้งพุธ(๔)กาลีเดิมและอังคาร(๓)กาลีจรเล็งลัคน์และเล็งพุธ(๔)กาลีเดิมด้วยกันสองแรงแข็งขันด้วยกันทั้งคู่แบบนี้ และมีอาทิตย์เป็นตัวจุดชนวน เสาร์ก็ทับอยู่เห็นทีอาการจะเข้าขั้นตรีทูต !

ดาวอังคาร(๓)นั้นจะจรอยู่ที่ราศีกุมภ์ไปจนถึงวันที่ 15 เมษายน 2552 อังคาร(๓)นั้นปกติเป็นบาปเคราะห์ที่น่ากลัวถึงความรุนแรงอันตรายอยู่แล้ว เมื่อจรมาเป็นกาลกิณีเข้าให้อีก อันตรายย่อมมีเป็นสองเท่าอย่างแน่นอน

ดังนั้น ใครที่ต้องการดูความเป็นไปตามกฎแห่งกรรมของพรรคประชาธิปัตย์ ก็ขอให้ตั้งใจจับตาดูในช่วงวันและเวลาดังกล่าวให้ดี

ขอความสวัสดีจงมีแด่ทุกๆท่าน