WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, March 10, 2009

อนาคตบ้านเมือง ยังอึมครึม.....

ที่มา ไทยรัฐ

โดย อินทรีเหล็ก

ความเป็นธรรมและ หลักนิติธรรม เท่านั้นที่จะแก้ปัญหา วิกฤติชาติ ได้สะเด็ดน้ำ.....ตราบใดที่ยังปนเปื้อนอยู่กับทิฐิ อคติ และ จิตที่ไม่บริสุทธิ์.....จะยิ่งตอกย้ำให้ ความแตกแยก ของคนในชาติ บาดหมางกันมากขึ้น.....ความอยุติธรรม กับ ระบอบประชาธิปไตย เข้ากันไม่ได้เหมือนน้ำกับไฟ............

อินทรีเหล็ก เกริ่นมาตลอดว่าการกระทำที่ ไม่มีกฎหมายรองรับ หรือ บิดเบือนกฎหมาย.....วันหนึ่งจะย้อนกลับมา เชือดคอตัวเอง.....พฤติกรรมที่เป็น ปรปักษ์กับระบอบประชาธิปไตย ถึงจะฉาบด้วยระบอบประชาธิปไตย ก็ไปไม่รอดอยู่ดี............

วันนี้รัฐบาล นายกฯ อภิสิทธิ์ กำลังเจอวิบากกรรมทั้งเศรษฐกิจและการเมือง.....ให้พยายามฝืนอย่างไร แต่ มรสุมลูกใหญ่ ที่จ่อใกล้ตัวเข้ามาทุกที เกินกว่าจะรับมือ.....ถึงทางตันเมื่อไหร่ ไม่พ้นต้อง ยุบสภา เลือกตั้งกันใหม่............

มองข้ามช็อต ถ้ารัฐบาลประชาธิปัตย์ ตัดสินใจยุบสภา เร็วๆนี้ เพื่อ จัดการเลือกตั้ง ยังจะเป็นประโยชน์ กับรัฐบาลและพรรคร่วมเอง.....ขืนปล่อยให้ เศรษฐกิจและการเมืองสุกงอม..... ประชาธิปัตย์จะกลายเป็นพรรคฝ่ายค้านถาวรทันที............

ไม่แปลกที่จะผุดชื่อ พรรคการเมืองใหม่ เทียนแห่งธรรม ท่ามกลางความขัดแย้งทางความคิดของ แกนนำพันธมิตร.....ฝ่ายหนึ่งมองว่า ถ้าแปรสภาพเป็น พรรคการเมือง เมื่อไหร่จบทันที.....อีกฝ่ายหนึ่งต้องการเปลี่ยนสภาพจาก บันได หรือสะพาน มากำกับการเมืองด้วยตัวเอง.....เชื่อว่าสุดท้ายก็ต้องเกิดพรรคพันธมิตร อยู่ที่ว่าแกนนำจะแบ่งบทกันเล่นอย่างไรเท่านั้น............

เอ้า เพราะฉะนั้น รัฐบาลอภิสิทธิ์ เลยเจอศึกหลายด้าน.....ไหนจะมรสุมเศรษฐกิจ ไหนจะ เสื้อแดงเสื้อเหลือง.....ไหนจะต้องเร่ง ตอบแทนบุญคุณ สีเขียวและผู้มีอุปการคุณ.....เลยกลืนไม่เข้าคายไม่ออกมาจนถึงบัดนี้............

ปากว่าไม่แคร์กับการที่จะมีคู่แข่งตลาดเดียวกันอย่าง พรรคพันธมิตร.....แต่จู่ๆก็มี ตัวแทนพันธมิตรภาคใต้ มาค้านไม่เห็นด้วย ที่พันธมิตรจะตั้งพรรคการเมืองใหม่ซะแล้ว.....ปากกับใจไม่ เคยตรงกัน พับผ่า............

ไหนๆก็ไหนๆ ที่ อินทรีเหล็ก อยากให้รัฐบาลยอมรับความจริงนั่นคือ เอาใจใส่เรื่อง บ้านเมือง ให้มากกว่า การเมือง.....แค่คนคนเดียว แค่ ทักษิณโฟนอิน ก็ดิ้นพล่านไปหมด.....ถ้ารัฐบาลมั่นใจว่ามาจาก ศรัทธาของประชาชน ส่วนใหญ่จริง ก็ไม่น่าจะดิ้นถึงขนาดนี้ จริงมะ............

ฮัดเช้ย แล้วการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงในต่างจังหวัด รมว.มหาดไทย ชวรัตน์ ชาญวีรกูล ไม่ควรไปคาดโทษเอากับ ผู้ว่าราชการจังหวัด เอะอะก็จะย้ายท่าเดียว.....แต่ควรจะโทษตัวเองมากกว่า เมื่อ ประชาชนไม่ศรัทธารัฐบาล แล้วจะมาบังคับให้ศรัทธา.....จะเรียกว่ารัฐบาลมาจากประชาชนได้อย่างไร............

พฤติกรรม ตามล้างตามเช็ด ไม่เลิก หนังสือพิมพ์ ซันเดย์มอร์นิ่ง ของฮ่องกงรายงานว่า ทางการฮ่องกงใกล้บรรลุข้อตกลงร่วมกับ รัฐบาลไทย เรื่อง สนธิสัญญาผู้ร้ายข้ามแดน และอาจจะส่งผลถึงตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ด้วย.....ปรากฏว่า ศิริศักดิ์ ติยะพรรณ อธิบดีอัยการ ฝ่ายคดีต่างประเทศ ออกมา ปฏิเสธข่าว ทันที จึงน่าจะเป็น ข่าวโคมลอย ซะมากกว่า............

ก็ข่าวต่างประเทศเช่นกัน ยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะปาฐกถาผ่าน ระบบวีดิโอลิงค์ มาที่งานของ สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศฮ่องกง ในวันที่ 12 มี.ค.นี้.....ที่ ขายบัตรหมดเกลี้ยง ไปแล้วในเวลาแค่ 3 นาที.....งานนี้ต้องมีคนหน้าแตกชัวร์............

เฮ้อ หันมาที่วิกฤติเศรษฐกิจจ่อคอหอย เมื่อ กรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ยอมรับว่ากรณีที่ นายกฯอภิสิทธิ์ มีแนวคิดจะเก็บ ภาษีเหล้าและบุหรี่ เพิ่ม เพื่อหาเงินมาใช้ในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ.....ส่งสัญญาณรัฐบาล ใกล้ถังแตก เต็มที............

ที่ อินทรีเหล็ก แปลกใจ เหตุไฉน รีดภาษีเหล้า บุหรี่ หรือแม้แต่กาแฟ เครื่องดื่มชูกำลัง แถมยังลุกลามไปถึง หาบเร่แผงลอย ชนิดขูดเลือดซิบๆได้.....แต่ ภาษีมรดก หรือการจะออก หวยบนดิน หวยออนไลน์หารายได้กลับไม่กล้าแตะ..... สงสัยจะกลัวถูกทวงบุญคุณแฮะ............

เด็กไทยโง่กว่ามาตรฐานโลก

ที่มา ไทยรัฐ

ท่ามกลางจิตใจผู้คนที่ต่ำเตี้ยลงไปทุกวัน โลภมากเห็นแก่เงิน จนเกิดวิกฤตการณ์ ผู้ใหญ่ทำลายเด็กจากการโกงกิน นมโรงเรียนอย่างไม่ละอายแก่ใจ ไม่เกรงกลัวต่อบาปกรรมตามสนอง ไปจนถึงการใช้เงินหลายพันล้านซื้อ ตำราเก่าไปสอนเด็กของกระทรวงศึกษาฯ ซึ่งจะทำให้เด็กไทยล้าหลังชาวโลกไปอย่างน่าเศร้าเสียใจที่สุด

วันนี้ผมมีข้อมูล สถานการณ์ด้านเด็กและเยาวชนไทยที่สำรวจกันล่าสุดระหว่างปี 2548-2550 มาเล่าสู่กันฟัง บอกได้คำเดียวว่า อ่านแล้วก็เศร้าใจจริงๆ

ไม่รู้ว่าวันๆ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ไปจนถึง กระทรวงวัฒนธรรม ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเด็กโดยตรง ทำอะไรกันอยู่กับงบประมาณก้อนหาศาลหลาย

แสนล้านบาททุกปี

จากรายงานอ่านแล้วก็ช็อก เมื่อผลสำรวจระบุว่า เด็กไทยมีพัฒนาการทางสมองล่าช้า โดย เด็กในวัยเรียนมี ไอ.คิว. หรือ ความฉลาดทางเชาว์ปัญญาในการคิด การใช้เหตุผล การคำนวณ เฉลี่ยอยู่ที่ 8891 ต่ำกว่า ไอ.คิว.ปกติที่เป็นมาตรฐานโลกที่ 90100 ข้อมูลนี้เป็นการเฉลี่ยทั่วประเทศนะครับ

ส่วนเด็กที่เรียนเก่ง มีไอ.คิว.สูง สามารถไปแข่งขันในต่างประเทศจนชนะเลิศนั้นเป็นกลุ่มที่เล็กมาก เป็นกลุ่มที่ช่วยตัวเองได้ แต่เด็กไทยส่วนใหญ่ของประเทศนี่สิครับเป็นเรื่องที่รัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการจะต้องเข้าไปแก้ไขปัญหา

แต่ที่น่าเศร้าใจคือ ผมไม่เคยได้ยิน รัฐมนตรีศึกษาฯ ที่มาจากนักการเมือง พูดถึงเรื่องการพัฒนาเรื่องการศึกษาเลย นอกจากการทุ่มเงินลงไปซื้ออุปกรณ์การเรียนทั้งหมด ตั้งแต่คอมพิวเตอร์ อาคารเรียน ไปจนถึงเสื้อผ้าหนังสือเรียน แจกฟรี ที่มีคนตั้งข้อกังขาในความโปร่งใสทุกปี

แล้ว รัฐมนตรีศึกษาฯ จาก พรรคประชาธิปัตย์ ยังเห็นชอบให้เด็กนักเรียนต้องไปเรียน ตำราเก่า ที่ พิมพ์สมัยปี 2544 เมื่อ 8 ปีก่อน แต่ไม่รู้ว่าเขียนไว้ในสมัยไหน รู้แต่ว่าตำราแต่ละเล่ม กว่าจะฝ่าด่านกระทรวงศึกษาฯผูกขาดเป็นตำราเรียนได้ ต้องใช้เวลาและความสัมพันธ์ไม่น้อย ตำราที่พิมพ์ในปี 2544 จึงน่าจะใช้ข้อมูลเก่ากว่านั้น

สรุปก็คือ กระทรวงศึกษาฯยุคประชาธิปัตย์ กำลังจะเอาตำราย้อนยุคเมื่อ 10 ปีที่แล้วมาสอนเด็กปัจจุบัน เพื่อเติบโตในอนาคต มันจะทันโลกหรือไม่ เอาส่วนไหนของร่างกายที่ไม่ใช่สมองตรองก็ได้

มาดูข้อมูลเด็กไทยกันต่อครับ ทารกไทยดื่ม นมมารดา น้อยมาก เด็กชายอายุ 0-5 ขวบ ดื่มนมมารดาแค่ร้อยละ 5.4 เด็กผู้หญิงดื่มแค่ร้อยละ 5.3 เด็กไทยทุกวัยในเมืองและชนบทเป็นโรคอ้วนสูงขึ้น เพราะกินแป้ง ไขมัน และน้ำตาลมาก

ที่น่าตกใจก็คือ เด็กไทยวัย 1516 ปี ดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้น 5.6 เท่าใน 7 ปี ซึ่งนำไปสู่การทะเลาะวิวาท อุบัติภัย และการทำผิดกฎหมาย และเด็กวัย 618 ปี มีปัญหาสุขภาพจิตและพฤติกรรมที่ถือว่า ผิดปกติกว่า 687,000 คน หรือร้อยละ 5.1 ของเด็กในวันนี้ เช่น โรควิตกกังวล ซึมเศร้า อยากฆ่าตัวตาย อยู่ไม่เป็นสุข หุนหันพลันแล่น และมีปัญหาเรื่องเพศ

ไปดูเรื่อง การศึกษา ก็แย่พอกัน เมื่อจบการศึกษาภาคบังคับแล้ว เด็กวัยเรียนอายุ 15-17 ปี มีโอกาสเรียนต่อระดับ มัธยมปลาย แค่ร้อยละ 62.68 ที่เหลือไม่ได้เรียน และเด็กวัย 18-21 ปี มีโอกาสเรียนต่อระดับ อุดมศึกษา แค่ร้อยละ 57.46 เท่านั้น

เมื่อเด็กไทยมีความฉลาดต่ำกว่ามาตรฐานปกติของคนทั่วโลกมิหนำซ้ำ ยังมีโอกาสเรียนต่อได้น้อย แล้วอนาคตประเทศไทยจะเป็นอย่างไร ผมเชื่อว่าคนไทยทุกคนคงจะมองเห็นคำตอบได้เป็นอย่างดี

ผมก็ได้แต่หวังว่า นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ได้รับการศึกษาอย่างดีเลิศจากโรงเรียนและมหาวิทยาลัยชั้นเลิศของโลก จะหันกลับมาดูเรื่อง การศึกษาของชาติด้วยตัวเองอย่างรีบด่วนที่สุด

ต้องเร่งปฏิรูปเรื่อง การเรียนการสอน และ หลักสูตรการศึกษา ครั้งใหญ่ไปพร้อมกับการแก้ปัญหาเศรษฐกิจเฉพาะหน้า เพื่อ ปูทางไปสู่ การฟื้นฟูเศรษฐกิจที่แข็งแรงในอนาคต ไม่ใช่แค่หาเสียงด้วยการ เรียนฟรี 15 ปีที่ไม่มีคุณภาพ และ การแจกตำราเก่า กับ ชุดนักเรียน เหมือนกับรัฐบาลเก่าเท่านั้น.

ลม เปลี่ยนทิศ

FEER: ความเชื่องของทักษิณ?

ที่มา Thai E-News

โดย Colum Murphy
Far Eastern Economic Review
แปลไทยโดย hectic101
9 มีนาคม 2552

หมายเหตุ: ท่านสามารถรับชมคลิปวีดีโอการให้ัสัมภาษณ์ของคุณทักษิณ กับนักข่าวได้ที่ลิงก์



The Taming of Thaksin? (ความเชื่องของทักษิณ?)

ดูไบ - อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ได้กล่าวสุนทรพจน์ต่อสาธารณะอยู่สองสามครั้งภายหลังจากที่เขาถูกศาลไทยพิพากษาลับหลังเมื่อเดือนตุลาคมในกรณีการทุจริต ดังนั้น จึงมีผู้สนใจเข้าร่วมฟังสุนทรพจน์ของเขาที่สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศในฮ่องกงเป็นจำนวนมาก แต่เมื่อนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันต้องการจะให้ฮ่องกงส่งตัวให้ คุณทักษิณก็ยกเลิกการเยือน นิตยสารฉบับนี้ได้พบกับเขาที่ดูไบระหว่างวันหยุดสุดสัปดาห์และได้สัมภาษณ์เขา ณ ที่ทำงานของเขาเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง

คุณทักษิณคาดว่าจะสามารถกลับไทยได้ในไม่เกินสิ้นปีนี้ เขากล่าวว่าเพื่อประโยชน์แห่งความมั่นคงของประเทศ การสมานฉันท์ระหว่างฝ่ายเขากับฝ่ายรัฐบาลจะต้องเกิดขึ้นในไม่ช้า เขาได้วิงวอนถึงคนไทย โดยกล่าวย้ำถึงความจงรักภักดีที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดช "ผมถูกกล่าวหาว่าไม่จงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อันที่จริงผมมีความจงรักภักดีอย่างยิ่ง ผมเป็นหมาบ้านที่สามารถฝึกให้เชื่องเมื่อไหร่ก็ได้" เขากล่าว "ผมเชื่องแล้วและสามารถรับการฝึกให้เชื่องได้อีก"

คุณทักษิณกล่าวว่าเขาไม่ "เคารพกระบวนการ" ที่ทำให้เขาถูกจำคุกสองปีเพราะมีส่วนได้เสียในการซื้อที่ดินที่เกี่ยวข้องกับอดีตภริยาของเขา เขาบอกว่าการตั้งข้อหากับเขานั้น "ชัดเจนว่ามีแรงจูงใจทางการเมือง" (ซึ่งฝ่ายรัฐบาลปฏิเสธ) เขากล่าวว่าเขากำลังรอคอยเวลาอันเหมาะสมอย่างอดทนที่จะกลับประเทศไทย แต่เบื้องต้นจำเป็นต้องมีความสมานฉันท์แบบใดแบบหนึ่งเสียก่อน "เราต้องเลิกเป็นศัตรูกัน" เขากล่าว และได้กล่าวอีกว่า การสมานฉันท์ควรจะมีขึ้น "ก่อนสิ้นปี" "เราไม่อาจรอไปได้นานกว่านี้เนื่องจากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและการแตกแยกของสังคมไทย"

คุณทักษิณได้ลี้ภัยอยู่นอกประเทศตั้งแต่ปลายปี 2551 เขาบินออกนอกประเทศก่อนที่จะมีคำพิพากษาลงโทษเขา นับแต่นั้นเขาก็บินไปมาระหว่าง จีน ฮ่องกง ดูไบ และก่อนหน้านี้ไม่นานก็คืออังกฤษ เมื่อเดือนพฤศจิกายนคุณทักษิณถูกอังกฤษยกเลิกวีซ่า เขากล่าวว่าเขาไม่ได้ยื่นขอวีซ่าเข้าอังกฤษใหม่ "ผมไม่มีแผนการจะไปที่อังกฤษเลย ดังนั้นผมจึงไม่ได้ยื่นขอ ผมจึงไม่ทราบว่าจะเป็นอย่างไรถ้าผมไปยื่นขอใหม่" เขากล่าว

คุณทักษิณกล่าวว่าเขาได้ตอบรับข้อเสนอให้พาสปอร์ตแก่เขาจากหลายประเทศ ซึ่งเขาปฏิเสธที่จะระบุชื่อประเทศ "บางที จะเป็นการดีเสียกว่าที่ผมจะไม่บอกชื่อประเทศเหล่านั้น แต่ผมมีอยู่หลายฉบับ" เขากล่าว และกล่าวอีกว่าเขาเดินทางด้วยพาปอร์ตไทยเสมอ เป็นพาสปอร์ตธรรมดา ไม่ใช่พาสปอร์ตทางการฑูต เขากล่าวเพิ่มเติม

คุณทักษิณไม่ได้วิตกกังวลกับความพยายามของนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันที่จะนำตัวเขากลับกรุงเทพ "ผมไม่เคยกังวล" เขากล่าวเพิ่มเติมว่าคุณอภิสิทธิ์พูดเรื่องการส่งตัวกลับ "เพื่อวัตถุประสงค์ทางการเมือง" "เขาแค่อยากทำให้ผมเสียชื่อ" เขากล่าว การส่งตัวกลับประเทศ "เป็นกระบวนการที่ยาวนาน และต้องเข้าเงื่อนไขการส่งตัวกลับ" คุณอภิสิทธิ์กล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่ารัฐบาลของเขาจะใช้ "ทุกวิถีทางที่ทำได้" เพื่อนำตัวทักษิณกลับ ในการให้สัมภาษณ์กับนิตยสารฉบับนี้เมื่อเดือนมกราคม เขากล่าวว่าคุณทักษิณ "ควรจะกลับมาและเคารพคำตัดสินของศาล"

เพื่อจะกรุยทางสู่ความสมานฉันท์ คุณทักษิณเชื่อว่าข้อสงสัยเกี่ยวกับความจงรักภักดีต่อกษัตริย์ควรจะถูกยกขึ้นมาเป็นลำดับแรก นี่เป็น "รากเหง้าแห่งปัญหา" ของสถานการณ์การแตกแยกทางการเมืองของไทย เขากล่าวว่าเป็นเพราะ "ผมได้รับความนิยมจากประชาชนมากขึ้น แล้วผมก็ถูกกล่าวหาว่าไม่จงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว...แท้ที่จริง ผมมีความจงรักภักดีต่อพระองค์ท่าน ถ้าเรื่องนี้พลิกกลับเป็นว่าผมมีความจงรักภักดี ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะเปลี่ยนแปลง"

"เราอาจจะต้องมาเริ่มนับหนึ่งกันใหม่ นั่นคือ ไม่ควรจะดำเนินคดีทางการเมืองต่อใครทั้งนั้น และนับจากที่เรามีการสมานฉันท์ ใครกระทำความผิดก็ต้องว่ากันตามหลักนิติธรรม"

จะตั้งต้นใหม่ได้อย่างไร? คุณทักษิณไม่ได้เรียกร้องการพระราชทานอภัยโทษ แต่เขาต้องการให้รัฐสภาผ่าน"กฎหมายเพื่อการสมานฉันท์" ซึ่ง "จะต้องได้รับความเห็นชอบจากพระมหากษัตริย์" กฎหมายฉบับนี้จะต้องอภัยโทษให้นักการเมืองทั้งที่ถูกกล่าวหาและถูกตัดสินแล้วว่ากระทำผิด

คุณทักษิณเชื่อว่าวิกฤติการณ์ทางการเงินของโลกทำให้มีความจำเป็นที่จะต้องสมานฉันท์กันเร็วยิ่งขึ้น "ผมคิดว่าประเทศนี้กำลังตกอยู่ในความเสี่ยง ถ้าคุณคิดว่าจะปล่อยให้ประเทศเป็นอย่างนี้เป็นเวลานาน ก็จะทำให้ประเทศชาติและประชาชนได้รับความเสียหาย สำหรับผม ผมก็แค่รอ รักษาร่างกายให้สมบูรณ์ ผมรอได้"

การฟื้นตัวของประเทศไทยอาจจะช้าออกไปถ้านักลงทุนรู้สึกว่าถูกรบกวนด้วยการขาดเสถียรภาพทางการเมือง คุณทักษิณเตือน"ก่อนจะมีความรุ่งเรืองต้องมีความมั่นคงเสียก่อน ไม่มีความมั่นคงก็ไม่มีความรุ่งเรือง"

คุณอภิสิทธิ์และทีมงานของเขาขาดวิสัยทัศน์ในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ อดีตนายกรัฐมนตรีกล่าว "เอเซียจะเป็นจักรกลแห่งการเติบโตของโลกภายหลังซับไพรม์" เขากล่าว "เราต้องมีกลยุทธ์ว่าเอเซียจะไปทางไหนและประเทศไทยจะเป็นส่วนหนึ่งในนั้น"

คุณทักษิณขอร้องให้คนไทยเอาชนะการต่อสู้ทางการเมืองเพื่อประโยชน์ของชาติ "เรานั่งในเรือลำเดียวกันคือประเทศไทย ถ้าเราสู้กัน เรือก็จะล่ม เรือจะไม่มีทางไปถึงฝั่ง ดังนั้น แทนที่จะต่อสู้กัน เราควรร่วมกับพระองค์ท่านพายเรือสู่ฝั่ง ทุกคนจะปลอดภัย ผมคิดว่าเราควรหันหน้าเข้าหากัน"

เขายังเรียกร้องให้คนไทยรักพระเจ้าอยู่หัว "ถ้าเราไม่รักกัน" เขากล่าว "รักพระเจ้าอยู่หัว พระเจ้าอยู่หัวทรงงานหนักเพื่อประชาชน พระองค์ท่านทรงชราแล้ว พระองค์ต้องการกำลังใจจากประชาชนของพระองค์ หากประชาชนของพระเจ้าอยู่หัวต่อสู้กัน จะไม่เป็นการดีต่อประเทศชาติ ทุกคนในประเทศไทยควรร่วมมือร่วมใจ จับมือผนึกกำลังกันแล้วความสมานฉันท์จะเกิดขึ้นในประเทศ"

ภาพนิ่งและคลิปวีดีโอ แดงทั้งแผ่นดินที่ขอนแก่น ดูกันให้ตาแฉะ และโปรดดูให้จบก่อนงานสัญจรที่อยุธยา

ที่มา thaifreenews

โดย : tik-tok

ภาพบรรยากาศการชุมนุมของชาวเสื้อแดงที่ขอนแก่น ช่วงที่ 3 บ่าย-กลางคืน
http://www.cbnpress.com/index.php/2008-11-07-19-28-16/34-headline/1195--832552



ทักษิณโฟนอิน งานชุมนุม ที่ขอนแก่น 8/3/52 ช่วงที่ 1/3
http://www.cbnpress.com/index.php/component/seyret/?task=videodirectlink&id=1334

ทักษิณโฟนอิน งานชุมนุม ที่ขอนแก่น 8/3/52 ช่วงที่ 2/3
http://www.cbnpress.com/index.php/component/seyret/?task=videodirectlink&id=1335

ทักษิณโฟนอิน งานชุมนุม ที่ขอนแก่น 8/3/52 ช่วงที่ 3/3
http://www.cbnpress.com/index.php/component/seyret/?task=videodirectlink&id=1336



อาจารย์มานิตย์ จิตจันทร์กลับ บนเวที คนเสื้อแดง ขอนแก่น 8/3/52 ช่วงที่ 1/2
http://www.cbnpress.com/index.php/component/seyret/?task=videodirectlink&id=1344

อาจารย์มานิตย์ จิตจันทร์กลับ บนเวที คนเสื้อแดง ขอนแก่น 8/3/52 ช่วงที่ 2/2
http://www.cbnpress.com/index.php/component/seyret/?task=videodirectlink&id=1345



จารุพงษ์ บนเวที คนเสื้อแดง ขอนแก่น 8/3/52 ช่วงที่ 1/2
http://www.cbnpress.com/index.php/component/seyret/?task=videodirectlink&id=1338

จารุพงษ์ บนเวที คนเสื้อแดง ขอนแก่น 8/3/52 ช่วงที่ 2/2
http://www.cbnpress.com/index.php/component/seyret/?task=videodirectlink&id=1339



หมอเหวง บนเวที คนเสื้อแดง ขอนแก่น 8/3/52 ช่วงที่ 1/2
http://www.cbnpress.com/index.php/component/seyret/?task=videodirectlink&id=1340

หมอเหวง บนเวที คนเสื้อแดง ขอนแก่น 8/3/52 ช่วงที่ 2/2
http://www.cbnpress.com/index.php/component/seyret/?task=videodirectlink&id=1341



ยงยุทธ บนเวที คนเสื้อแดง ขอนแก่น 8/3/52
http://www.cbnpress.com/index.php/component/seyret/?task=videodirectlink&id=1342



อดีตนายกสมชาย บนเวที คนเสื้อแดง ขอนแก่น 8/3/52
http://www.cbnpress.com/index.php/component/seyret/?task=videodirectlink&id=1343



สมชาย ไพรบูรณ์ บนเวที คนเสื้อแดง ขอนแก่น 8/3/52 ช่วงที่ 1/2
http://www.cbnpress.com/index.php/component/seyret/?task=videodirectlink&id=1346

สมชาย ไพรบูรณ์ บนเวที คนเสื้อแดง ขอนแก่น 8/3/52 ช่วงที่ 2/2
http://www.cbnpress.com/index.php/component/seyret/?task=videodirectlink&id=1346



สุทิน คลังแสง บนเวที คนเสื้อแดง ขอนแก่น 8/3/52 ช่วงที่ 1/3
http://www.cbnpress.com/index.php/component/seyret/?task=videodirectlink&id=1348

สุทิน คลังแสง บนเวที คนเสื้อแดง ขอนแก่น 8/3/52 ช่วงที่ 2/3
http://www.cbnpress.com/index.php/component/seyret/?task=videodirectlink&id=1349

สุทิน คลังแสง บนเวที คนเสื้อแดง ขอนแก่น 8/3/52 ช่วงที่ 3/3
http://www.cbnpress.com/index.php/component/seyret/?task=videodirectlink&id=1350



ชินวัตร บนเวที คนเสื้อแดง ขอนแก่น 8/3/52 ช่วงที่ 1/2
http://www.cbnpress.com/index.php/component/seyret/?task=videodirectlink&id=1351

ชินวัตร บนเวที คนเสื้อแดง ขอนแก่น 8/3/52 ช่วงที่ 2/2
http://www.cbnpress.com/index.php/component/seyret/?task=videodirectlink&id=1352



แรมโบ้ บนเวที คนเสื้อแดง ขอนแก่น 8/3/52 ช่วงที่ 1/2
http://www.cbnpress.com/index.php/component/seyret/?task=videodirectlink&id=1353

แรมโบ้ บนเวที คนเสื้อแดง ขอนแก่น 8/3/52 ช่วงที่ 2/2
http://www.cbnpress.com/index.php/component/seyret/?task=videodirectlink&id=1354



อดิศร บนเวที คนเสื้อแดง ขอนแก่น 8/3/52 ช่วงที่ 1/2
http://www.cbnpress.com/index.php/component/seyret/?task=videodirectlink&id=1355

อดิศร บนเวที คนเสื้อแดง ขอนแก่น 8/3/52 ช่วงที่ 2/2
http://www.cbnpress.com/index.php/component/seyret/?task=videodirectlink&id=1356



สุรชัย แซ่ด่าน บนเวที คนเสื้อแดง ขอนแก่น 8/3/52 ช่วงที่ 1/2
http://www.cbnpress.com/index.php/component/seyret/?task=videodirectlink&id=1357

สุรชัย แซ่ด่าน บนเวที คนเสื้อแดง ขอนแก่น 8/3/52 ช่วงที่ 2/2
http://www.cbnpress.com/index.php/component/seyret/?task=videodirectlink&id=1358



ขวัญชัย แกนนำชมรมคนรักอุดร 51 บนเวที คนเสื้อแดง ขอนแก่น 8/3/52 ช่วงที่ 1/2
http://www.cbnpress.com/index.php/component/seyret/?task=videodirectlink&id=1359

ขวัญชัย แกนนำชมรมคนรักอุดร 51 บนเวที คนเสื้อแดง ขอนแก่น 8/3/52 ช่วงที่ 2/2
http://www.cbnpress.com/index.php/component/seyret/?task=videodirectlink&id=1360



จตุพร พรหม์พันธุ์ บนเวที คนเสื้อแดง ขอนแก่น 8/3/52 ช่วงที่ 1/3
http://www.cbnpress.com/index.php/component/seyret/?task=videodirectlink&id=1362

จตุพร พรหม์พันธุ์ บนเวที คนเสื้อแดง ขอนแก่น 8/3/52 ช่วงที่ 2/3
http://www.cbnpress.com/index.php/component/seyret/?task=videodirectlink&id=1363

จตุพร พรหม์พันธุ์ บนเวที คนเสื้อแดง ขอนแก่น 8/3/52 ช่วงที่ 3/3
http://www.cbnpress.com/index.php/component/seyret/?task=videodirectlink&id=1364



วีระ มุกสิกพงษ์ บนเวที คนเสื้อแดง ขอนแก่น 8/3/52 ช่วงที่ 1/3
http://www.cbnpress.com/index.php/component/seyret/?task=videodirectlink&id=1371

วีระ มุกสิกพงษ์ บนเวที คนเสื้อแดง ขอนแก่น 8/3/52 ช่วงที่ 2/3
http://www.cbnpress.com/index.php/component/seyret/?task=videodirectlink&id=1372

วีระ มุกสิกพงษ์ บนเวที คนเสื้อแดง ขอนแก่น 8/3/52 ช่วงที่ 3/3
http://www.cbnpress.com/index.php/component/seyret/?task=videodirectlink&id=1373



ณัฐวุฒิ ใสเกื้อ บนเวที คนเสื้อแดง ขอนแก่น 8/3/52 ช่วงที่ 1/6
http://www.cbnpress.com/index.php/component/seyret/?task=videodirectlink&id=1365

ณัฐวุฒิ ใสเกื้อ บนเวที คนเสื้อแดง ขอนแก่น 8/3/52 ช่วงที่ 2/6
http://www.cbnpress.com/index.php/component/seyret/?task=videodirectlink&id=1366

ณัฐวุฒิ ใสเกื้อ บนเวที คนเสื้อแดง ขอนแก่น 8/3/52 ช่วงที่ 3/6
http://www.cbnpress.com/index.php/component/seyret/?task=videodirectlink&id=1367

ณัฐวุฒิ ใสเกื้อ บนเวที คนเสื้อแดง ขอนแก่น 8/3/52 ช่วงที่ 4/6
http://www.cbnpress.com/index.php/component/seyret/?task=videodirectlink&id=1368

ณัฐวุฒิ ใสเกื้อ บนเวที คนเสื้อแดง ขอนแก่น 8/3/52 ช่วงที่ 5/6
http://www.cbnpress.com/index.php/component/seyret/?task=videodirectlink&id=1369

ณัฐวุฒิ ใสเกื้อ บนเวที คนเสื้อแดง ขอนแก่น 8/3/52 ช่วงที่ 6/6
http://www.cbnpress.com/index.php/component/seyret/?task=videodirectlink&id=1370

‘ไอ้มาร์ค’เจอดี!ถูก“ไล่ตะเพิด”กลางตลาดนนท์เป็น “นายกฯ หนีทหาร” แถมถูกวิน จยย.ตะโกนโห่ซ้ำ! ด้วยความไม่พอใจ

ที่มา thaifreenews

โดย : NEWS

“มาร์ค” เจอดี “ตีนตบ” ไล่ตะเพิด!

วัน เดียวกันที่ตลาดบางบัวทอง จ.นนทบุรี เมื่อเวลา 07.30 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินทางไปช่วยลูกพรรคหาเสียงเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 2 นนทบุรี ซึ่งจะมีขึ้นวันอาทิตย์ที่ 25 ม.ค. โดยมีตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดกว่า 100 นาย มีบรรดาพ่อค้า แม่ค้า และประชาชนให้ความสนใจและขอถ่ายรูปเป็นอย่างมาก แต่ปรากฏว่าระหว่างที่นายอภิสิทธิ์เดินหาเสียงอยู่กลางตลาดนั้น ได้มีหญิงวัยกลางคนสวมเสื้อแดงที่ได้มาจับจ่ายซื้อของในตลาด ยืนตะโกนด่านายอภิสิทธิ์ว่า “เป็นนายกฯหนีทหาร เป็นนายกฯที่มีปัญหา แล้วยังจะมาเป็นอยู่อีกได้อย่างไร เดี๋ยวจะเอาไข่ปา” ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงกันตัวเอาไว้เพื่อไม่ให้เดินเข้ามาใกล้ตัวนายกฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นนายอภิสิทธิ์ได้ขึ้นรถปราศรัย ก็ได้มีรถสามล้อคันหนึ่งมีป้ายข้อความติดไว้รอบรถว่า “ยึดทำเนียบฯไม่ผิด ปาไข่ผิด เก่งจริงอย่าลอกนโยบายซิ” มาขับวนเวียนไปมารอบรถของนายกฯ แต่ก็ไม่ได้ทำอะไร และเมื่อนายอภิสิทธิ์มาถึงตลาดท่าน้ำปากเกร็ด ปรากฏว่ามีแม่ค้ารายหนึ่งสวมเสื้อลายสีแดงนำ “ตีนตบ” ขึ้นมาเขย่ารัวในขณะที่นายกฯเดินหาเสียงผ่านหน้าร้าน พร้อมกับตะโกนขับไล่เสียงดังว่า “ไปเลย ๆ” ทำให้นายอภิสิทธิ์ยิ้มเจื่อน ๆ นอกจากนี้ยังมีกลุ่มรถจักรยานยนต์รับจ้างสวมเสื้อกั๊กสีแดงเกือบ 20 คันได้รวมตัวกันส่งเสียงโห่ร้องแสดงความไม่พอใจ บางคันก็บีบแตรไล่ดังสนั่น

“มาร์ค” รับได้ถูกไล่เป็นเรื่องธรรมดา

หลังเสร็จสิ้นการช่วยหาเสียงนายอภิสิทธิ์ ได้เดินทางมายังทำเนียบรัฐบาลเพื่อให้สัมภาษณ์นิตยสาร FORBE โดยนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีประชาชนกลุ่มเสื้อแดงบางคนตะโกนด่าว่า เป็นเรื่องธรรมดา ใครแสดงความคิดเห็นหรือต่อว่าเราต้องยอมรับ เพราะนี่คือสังคมประชาธิปไตย และบรรยากาศการเมืองขณะนี้จะหวังให้ราบรื่น 100% คงเป็นไปไม่ได้ แต่แนวโน้มจะดีขึ้นตามลำดับ ตนเคยบอกแล้วว่าคนที่คิดไม่เหมือนตนมีเวทีแสดงออกได้ แต่ต้องเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย

กะทิ ส่งรหัสลับอีกแล้วครับ พี่น้อง

ที่มา thaifreenews



กะทิ ส่งรหัสลับอีกแล้วครับ พี่น้อง ทำไมสีน้ำเงินฆ่าสีแดง แล้วทำไมสีฟ้ายิมสีกากีมาฆ่าสีเหลือง นำขึ้น youtube โดย chiangraivoice

นึกไม่ออก มันว่าใคร 8-3-09

ที่มา thaifreenews



หลังจากด่าใครก็ไม่รู้ (อิอิ ด่าแมงสาป อ่ะป่าวหว่า 555) ว่าเป็นพวกเอาดีใส่ตัว ชั่วให้คนอื่น กะทิบอกตายเป็นตาย เจ๋งเป็นเจ๋ง อีกแล้วครับพี่น้อง

ทักษิณ โฟนอิน ขอนแก่น (ตอนที่ 1-2-3)

ที่มา thaifreenews

ทักษิณ โฟนอิน ขอนแก่น (ตอนที่ 1)



Red In The Land On Tour : KHON KAEN Thaksin PhoneIn Part 1 รวมพลังคนเสื้อแดงทั้งแผ่นดิน : ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น D Station 2009-03-08 โดย ทักษิณ ชินวัตร บันทึกโดย Tuxedo นำขึ้น youtube โดย palrakonline

ทักษิณ โฟนอิน ขอนแก่น (ตอนที่ 2)



Red In The Land On Tour : KHON KAEN Thaksin PhoneIn Part 1 รวมพลังคนเสื้อแดงทั้งแผ่นดิน : ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น D Station 2009-03-08 โดย ทักษิณ ชินวัตร บันทึกโดย Tuxedo นำขึ้น youtube โดย palrakonline

ทักษิณ โฟนอิน ขอนแก่น (ตอนที่ 3)



Red In The Land On Tour : KHON KAEN Thaksin PhoneIn Part 1 รวมพลังคนเสื้อแดงทั้งแผ่นดิน : ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น D Station 2009-03-08 โดย ทักษิณ ชินวัตร บันทึกโดย Tuxedo นำขึ้น youtube โดย palrakonline

อย่าบิดประเด็น - ป้ายสีคนที่เห็นต่าง

ที่มา thaifreenews

โปรดอย่าบิดประเด็น-ป้ายสีคนที่เห็นต่างจากท่าน
การแถลงข่าวผ่านอินเตอร์เน็ตข้ามประเทศของศาสตราจารย์ธงชัย วินิจจะกูล แห่งมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-เมดิสัน และดร.แอนดรูว์ วอล์คเกอร์ แห่งมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลียเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ในนามตัวแทนนักวิชาการและบุคคลสำคัญทั่วโลกทั้งสิ้น 54คน ได้ก่อให้เกิดปฏิกิริยาโต้ตอบจากผู้นำในรัฐบาลไทยอย่างทันทีทันใด แต่น่าเสียดายว่า ปฏิกิริยาดังกล่าวได้แสดงให้เห็นถึงความคับแคบของผู้นำไทยที่ชอบอ้างประชาธิปไตยตลอดเวลา เป็นปฏิกิริยาของ “ปัญญาชนหัวนอก” ที่ไม่สนใจศึกษาข้อมูลพื้นฐานก่อนที่จะแสดงความคิดเห็นออกมา แต่กลับใช้วิธี “ปัดประเด็นให้ตกไป” แบบไทย ๆ และใช้ข้อกล่าวหาที่น่ากลัวต่อผู้ที่มีความเห็นแตกต่างจากตน ดังต่อไปนี้
1. ท่านนายกฯ อภิสิทธิ์ ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ด กล่าวอย่างหนักแน่นว่า ไม่เห็นด้วยกับการที่นักวิชาการเรียกร้องให้ยกเลิกกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ “ผมเคยถามชาวต่างประเทศว่า ที่คุณมาขอให้ยกเลิกกฎหมายนี้ แต่ทำไมคุณมีกฎหมายไม่ให้หมิ่นศาล ดังนั้น มันก็ต้องมีกลไกลักษณะนี้”
การพูดเช่นนี้แสดงให้เห็นว่าท่านนายกฯ คงไม่ได้อ่านจดหมายเปิดผนึกที่นักวิชาการทั่วโลกลงทุนลงแรงเขียนถึงท่านเลย (หรืออ่านแต่ไม่เห็น เพราะอคติมาบดบังไว้) เพราะในจดหมายนั้นไม่มีข้อความตรงไหนเลยที่เรียกร้องให้มีการ “ยกเลิก” กฎหมายหมิ่นฯ หรือมาตรา 112 แม้แต่ที่เดียว
สิ่งที่พวกเขาเรียกร้องคือ การปฏิรูป หรือพูดให้ง่ายขึ้นคือขอให้พิจารณา ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เพื่อป้องกันไม่ให้กฎหมายฉบับนี้ตกเป็นเครื่องมือในการกลั่นแกล้งคุกคามผู้อื่น และป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายด่างพร้อยต่อชื่อเสียงของประเทศไทยและสถาบันกษัตริย์บนเวทีสากลยิ่งไปกว่านี้
ส่วนจะแก้ไขปรับปรุงให้มีหน้าตาอย่างไร ธงชัยได้กล่าวอย่างชัดเจนในช่วงของการแถลงข่าวว่า เป็นเรื่องที่ผู้คนในสังคมไทยจักต้องพิจารณา-ถกเถียง-แสวงหาทางออกกันเอง
http://blogazine.prachatai.com/user/headline/post/1810#mce_temp_url#
2. ท่านนายกฯ ยังย้ำอีกว่า “ผมไม่ยอมให้ใครมาอ้างสิทธิเสรีภาพ แล้วมาทำร้ายสถาบัน ถ้ามีวาระซ่อนเร้น ผมไม่รับฟัง” ส่วนท่านกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ก็โยงการเคลื่อนไหวของนักวิชาการทั่วโลกเข้ากับการเคลื่อนไหวของ ใจ อึ๊งภากรณ์ ด้วยการบอกนักข่าวว่า ให้ไปถามธงชัยว่า “อยากให้ไทยเป็นรีพับรีกันก็บอกมาให้ชัด”
คำพูดข้างต้นย่อมทำให้ผู้คนเข้าใจได้ว่าการเคลื่อนไหวของธงชัยครั้งนี้มีวาระซ่อนเร้น ไม่จริงใจ และต้องการเปลี่ยนประเทศไทยให้เป็นสาธารณรัฐ ซึ่งเท่ากับต้องการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์นั่นเอง
นี่เป็นวิธีการการตอบโต้ง่าย ๆ แบบไทย ๆ แต่น่ากลัวอย่างยิ่ง
ง่ายในแง่ที่ว่า สำหรับสังคมไทย ข้อกล่าวทำนองนี้ได้กลายเป็นเหตุผลในตัวมันเอง โดยผู้ใช้ข้อกล่าวหานี้ไม่จำเป็นต้องยกเหตุผลมาโต้แย้ง-ถกเถียงกับอีกฝ่ายหนึ่งอีกต่อไปว่า จริงหรือไม่ที่กฎหมายนี้มักถูกใช้เพื่อเป็นเครื่องมือของกลุ่มการเมืองเพื่อกลั่นแกล้งทำลายฝ่ายตรงข้ามของตน จริงหรือไม่ที่กฎหมายนี้กระทบต่อสิทธิมนุษยชนของผู้คนในสังคม จริงหรือไม่ที่การใช้กฎหมายนี้อย่างพร่ำเพรื่อ ขาดความชัดเจนในการบังคับใช้กฎหมายได้สร้างผลกระทบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และต่อภาพพจน์ของประเทศไทย
น่ากลัวในแง่ที่ว่า ข้อกล่าวหาทำนองนี้ได้เคยนำไปสู่การสังหารผู้คนกลางเมืองเมื่อวันที่ 6ตุลาคม 2519
นอกจากนี้ เมื่อเข้าใจกันว่าธงชัยมี วาระซ่อนเร้น ย่อมเข้าใจต่อได้ว่าพวกนักวิชาการและบุคคลสำคัญทั่วโลกอีก 53 คนถูกธงชัยหลอกให้มาร่วมลงนามโดยไม่รู้จักคิดเอง แต่พลเมืองหัวอ่อนอยากกราบเรียนให้ศิษย์เก่าอ๊อกซ์ฟอร์ดช่วยกรุณาพิจารณารายชื่อผู้ที่ร่วมลงนามในจดหมายอีกสักครั้งเถิดว่าพวกเขาซึ่งประกอบด้วยผู้นำ-นักการเมืองชื่อดังของอังกฤษและอิตาลี นักวิชาการชื่อก้องโลก หลายคนได้รับเชิญเป็นสมาชิกราชบัณฑิตยสถานของอังกฤษ และสถาบันศิลปะและวิทยาศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา ล้วนเป็นพวกหัวอ่อน ถูกหลอกได้ง่าย ๆ จริงหรือ
หากเหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้นในประเทศอังกฤษ ประเทศที่ให้การศึกษาและอบรมแก่ท่านผู้นำของเรา พลเมืองหัวอ่อนเชื่อแน่ว่า ผู้นำของอังกฤษจักต้องหันมาพิจาณาตัวเองและรับข้อเสนอแนะเหล่านั้นไว้พิจารณาอย่างจริงจัง แวดวงปัญญาชนและสื่อมวลชนของเขาก็จักตื่นตัวกันอย่างยิ่ง ไม่ใช่พากัน self-censored อย่างที่เกิดขึ้นในประเทศไทยขณะนี้
ข้อโต้แย้งยอดนิยมอีกประการหนึ่งของคนไทยก็คือนี่เป็นเรื่อง “ภายในของไทย” (= คนอื่นอย่ายุ่ง) ถ้าเป็นชาวบ้านร้านตลาดทั่วไปพูดก็คงไม่ถือสากัน แต่คนระดับรัฐมนตรีต่างประเทศ น่าจะมีความเป็นโลกาภิวัตน์มากกว่านี้สักหน่อย คงไม่มีความจำเป็นที่พลเมืองหัวอ่อนต้องบอกแก่ท่านว่า เรื่องสิทธิเสรีภาพและสิทธิมนุษยชนนั้นไม่ใช่เรื่องผูกขาดของรัฐบาลภายในประเทศอีกต่อไป แต่ปัจจุบันได้กลายเป็นหลักการสำคัญในนโยบายต่างประเทศของประเทศที่เจริญแล้วทั้งสิ้น ไม่เช่นนั้นทั่วโลกคงไม่ต้องสนใจว่าทหารพม่าจะละเมิดสิทธิมนุษยชนกับประชาชนของตนเองอย่างไร พูดไปก็จะเหมือนสอนฤาษีให้ ยึดสนามบิน อ่านหนังสือ
ในทางกลับกัน ผู้นำของไทยควรจะถามตัวเองว่าใครกันแน่ที่หลอกตัวเอง ปฏิเสธที่จะเผชิญหน้ากับปัญหาที่กำลังท้าทายสังคมไทยอยู่ในขณะนี้ ในขณะที่ก็ป่าวร้องอยู่ทุกวันว่าจะฟื้นฟูความสมานฉันท์ให้คืนสู่สังคมไทย ไม่อยากเห็นประเทศแบ่งฝักแบ่งฝ่าย เป็นเหลืองเป็นแดง แต่อนิจจา! วิธีการตอบโต้กับความคิดเห็นที่แตกต่างของผู้นำไทยก็ยังไม่สามารถหลุดจากกรอบเหลือง-แดงอยู่นั่นเอง ในกรณีนี้ ก็โดยการผูกโยงธงชัยเข้ากับเรื่อง “รีพับลิกัน” อันเป็นข้อหาทำนองเดียวกับที่ทักษิณถูกเล่นงานนั่นเอง
พลเมืองหัวอ่อนใคร่กราบเรียนให้ท่านได้ทราบว่า ประเทศนี้ไม่ได้มีแค่สองสีเท่านั้น และคนจำนวนมากก็อาจจะมีหลาย ๆ สีปนเปกันไป หลายคนอาจเป็นสีรุ้งที่สวยสดงดงามกว่าการเป็นแค่สีเหลืองหรือแดงเท่านั้น เพราะฉะนั้น ได้โปรดเลิกป้ายสีให้กับผู้ที่มีความคิดเห็นแตกต่างกับตนเสียทีเถิด ตัวท่านเองในขณะนี้ก็พยายามปฏิเสธว่าตนเองไม่ใช่พวกสีเหลือง หรือตัวแทนของกลุ่มพันธมิตรฯไม่ใช่หรือ ถ้าท่านอยากให้ประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศนี้เชื่อท่าน ก็เลิกวิธีนี้เสียเถิด
พลเมืองหัวอ่อนใคร่ขอร้องให้ท่านได้โปรดพิจารณาเนื้อหาข้อเรียกร้องของนักวิชาการทั่วโลกอีกครั้ง แล้วท่านจะพบว่าสาระสำคัญที่พวกเขาต้องการให้รัฐบาลของท่านพิจารณาคือ ผลกระทบจากการใช้กฎหมายหมิ่นฯเป็นเครื่องมือทางการเมือง และการใช้กฎหมายหมิ่นฯแบบตามอำเภอใจทั้งในช่วงเวลาที่ผ่านมา และในอนาคตที่จะตามมา โดยมีสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ได้ประกาศว่าจะสร้างมาตรการปราบปรามให้เข้มงวดยิ่งขึ้น ส่วนข้อเรียกร้องที่ให้ยกเลิกการฟ้องร้องต่อผู้ถูกดำเนินคดีด้วยข้อหาหมิ่นฯในขณะนี้ ย่อมเป็นผลมาจากความคิดเห็นที่ว่า ในเมื่อตัวกฎหมายและการบังคับใช้ที่ผ่านมามีปัญหา ก็ควรจะต้องพิจารณายกเลิกคดีต่าง ๆ ด้วยเช่นกัน
ขอย้ำว่าการเรียกร้องให้มีการแก้ไข-ปรับปรุงกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เป็นคนละเรื่องกับการเคลื่อนไหวเรื่องสาธารณรัฐโดยสิ้นเชิง ได้โปรดอย่างเบี่ยงเบนประเด็นเหล่านี้ไปสู่เรื่อง “สาธารณรัฐ” เลย
ท่านนายกฯอภิสิทธิ์ ก็ยอมรับเองไม่ใช่หรือว่า การบังคับใช้กฎหมายหมิ่นฯมีปัญหา ต้องปรับปรุงแก้ไข ถ้าหากท่านจริงใจกับคำพูดของท่านเอง ท่านก็น่าจะเป็นฝ่ายริเริ่มเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหานี้เสียเอง จะได้ไม่ต้องคอยหวาดระแวงว่าคนอื่นจะมีวาระซ่อนเร้นอีกต่อไป
แต่หากท่านละเลยไม่สนใจแก้ไขสิ่งที่ท่านเห็นว่าเป็นปัญหา จะให้เราเข้าใจได้ไหมว่า ท่านเองก็กลัวอยู่ไม่น้อยว่าจะถูกพันธมิตรของท่านป้ายสีแดงเข้าใส่เช่นกัน จะให้เราเข้าใจได้ไหมว่า ท่านเองก็ตกเป็นเหยื่อของบรรยากาศแห่งความหวาดกลัวที่กำลังครอบงำสังคมไทยอยู่ในขณะนี้เช่นกัน

ที่มา เวปไซด์ประชาไทย http://www.prachatai.com/05web/th/home/15833

มาร์คอัดกลับทักษิณ

ที่มา thaifreenews

อัดกลับ "ทักษิณ" หลังโฟนอินอัดรัฐบาลใช้เด็ก 2 คนแก้ปัญหา ยันกาลเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ ยันไม่ใช้ต้นเหตุทำให้เศรษฐกิจพัง

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ได้พปปะหารือกับนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทยในช่วงค่ำวันที่ 8 มี.ค.ที่ผ่านมา ว่า ไม่ได้มีการหารือเรื่องการเมือง แต่หารือเรื่องเศรษฐกิจซึ่งทุกคนก็เป็นห่วงและอยากจะเร่งงานต่างๆให้ออกมาโดยเร็ว

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายบรรหารแสดงความเป็นห่วงภาวะทางเศรษฐกิจและเห็นว่ารัฐบาลอาจจัดเก็บภาษีไม่ได้ตามเป้าที่วางไว้ ว่า การจัดเก็บรายได้ในเดือนก.พ.นี้คงต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้พอสมควร เนื่องจากปัญหาการนำเข้าลดลงและฐานราคาสินค้าลดลง ซึ่งกระทรวงการคลังกำลังพิจารณาจัดทำแผน

โดยในขณะนี้ในส่วนของรัฐบาลยืนยันว่ายังไม่มีการกู้เงินจากต่างประเทศ รวมทั้งได้ขีดกรอบการทำงานไว้ว่าการกู้เงินจากต่างประเทศต้องขอความเห็นชอบจากรัฐสภาก่อน

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นทั่วโลก มีความจำเป็นในการกู้เงินเพื่อรักษาให้เศรษฐกิจเดินหน้าในช่วงนี้ได้ การบริหารจัดการการเงินก็เช่นเดียวกันที่ต้องมีการจัดทำงบประมาณขาดดุลในบางช่วง หรือบางช่วงเวลาต้องกู้เงิน ในสถานการณ์เศรษฐกิจขณะนี้ถือว่าเป็นเรื่องยากไม่มีประเทศไหนที่สามารถเก็บเงินเข้ามาได้ตามที่วางเป้าหมายไว้ และมีบางประเทศที่พยายามทดลองทำงบประมาณแบบสมดุลก็ปรากฏว่ายิ่งหนักกว่าเดิม เพราะทำให้เศรษฐกิจทรุดหนักลงไปอีกและจัดเก็บรายได้ไม่ได้

"เราต้องอยู่กับความจริงและรัฐบาลได้บอกกับประชาชนมาโดยตลอดว่า สถานการณ์หนักและหนักทั่วโลก เราจะต้องรอดูมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เราทำและต่างประเทศทำ ซึ่งส่วนใหญ่จะเริ่มลงมือได้จริงในเดือนก.พ.นี้ และอีก 2-3 เดือนจะเห็นผลว่าเป็นอย่างไร"

นอกจากนี้ จะเห็นว่าสถานการณ์ของโลกจะหยุดนิ่ง หรือไม่ในเรื่องการแก้ไขปัญหาสถาบันการเงินต่างๆ ขณะนี้ถือว่าเป็นเรื่องยากในการที่จะประเมินตัวเลขต่างๆเพราะยังมีความผันผวน แต่ในการทำงานรัฐบาลใช้หลักความไม่ประมาทและเตรียมแนวทางการแก้ไขปัญหาตลอด อย่างเช่น ขณะนี้มีสัญญานว่าจะจัดเก็บรายได้ไม่เป็นไปตามเป้ามหมาย กระทรวงการคลังก็ต้องจัดเตรียมการไว้แล้ว โดยได้หารือล่วงหน้าไว้แล้ว คาดว่าเร็วๆนี้คงจะมีคำตอบที่ชัดเจน

ผู้สื่อข่าวถามว่ารัฐบาลมีความเห็นว่าจำเป็นต้องขยายฐานภาษีออกไปหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวยอมรับว่าเป็นทางเลือกหนึ่ง แต่ต้องไม่ใช่ลักษณะการไปจัดเก็บรายได้ที่ไปกระทบกับเรื่องเศรษฐกิจ ไม่ใช่ว่าเก็บภาษีมาข้างหนึ่งแล้วเอาอีกข้างหนึ่งไปใช้ปรากฏว่าไม่ได้เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ อย่างนั้นคงไม่เป็นประโยชน์ แต่ภาษีบางตัวคงต้องพิจารณา เช่นภาษีบาป ซึ่งคงต้องพิจารณากันก่อนว่าจะเป็นอย่างไร

เมื่อถามว่ายืนยันหรือไม่ว่าสมมุติฐานของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไม่เป็นความจริงที่กล่าวหาว่ารัฐบาลจะบริหารประเทศจนชาติล่มจม นายอภิสิทธิ์ หัวเราะพร้อมกับกล่าวว่า ไปดูสถานการณ์ทั่วโลกว่าเป็นอย่างไร และทราบว่าความพยายามที่จะทำให้เกิดความรู้สึกว่าพรรคประชาธิปัตย์มาเป็นรัฐบาลแล้วต้องกู้เงิน

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนอยากจะบอกว่าความจริงแล้วพรรคประชาธิปัตย์บังเอิญเข้ามาบริหาราชการแผ่นดินในครั้งที่แล้ว และครั้งนี้ ในภาวะที่เกิดวิกฤตแล้ว เมื่อเกิดวิกฤตแล้วทั่วโลกเหมือนกัน คือจำเป็นต้องรักษาให้เศรษฐกิจเดินได้ ไม่ให้คนตกงานและเมื่อเศรษฐกิจตกการจัดเก็บรายได้ก็ลำบาก ดังนั้นจึงไม่มีสมมุติฐานอะไรที่ผิด"


"จริงอยู่ว่าในสมัยที่ท่านอยู่บอกว่าไม่ได้กู้เงิน แต่สิ่งที่ท่านทำคือให้ประชาชนกู้เงินมาก รัฐบาลไม่ได้เป็นหนี้เพิ่ม แต่ครัวเรือนเป็นหนี้เพิ่มเท่าตัว ขณะนี้ประชาชนเป็นหนี้และลำบากแล้ว รัฐบาลถึงต้องมากู้เงินเพื่อช่วยประชาชนในระหว่างนี้ เป็นการช่วยเหลือในนามของรัฐบาลและจะแก้ไขปัญหาต่อไป ซึ่งเป็นไปตามแนวทางที่ทั่วโลกใช้บริหารเศรษฐกิจทั้งนั้น"

ผู้สื่อข่าวถามว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ยังระบุด้วยว่าหากขณะนี้เป็นนายกรัฐมนตรีจะไม่ใช้วิธีกู้เงินในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ

นายอภิสิทธิ์ กล่าว “ผมไม่เชื่อ เพราะท่านก็ไม่ได้เก็บเงินไว้ให้พวกผมมีใช้ ไม่เหมือนสมัยที่ท่านเข้ามา

ผู้สื่อข่าวถามว่าแสดงว่าไม่ว่าใครเป็นนายกรัฐมนตรีจะต้องใช้วิธีแก้ไขปัญหานี้เช่นเดียวกันใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถูกต้อง ขณะนี้ไม่มีประเทศไหนไม่ขาดดุลงบประมาณ และเชื่อว่าหากรัฐบาลไหนไม่กล้าจัดทำงบประมาณแบบขาดดุลมีแต่ทำให้เศรษฐกิจดิ่งลงเหวไป ดังนั้นจะเอามาเปรียบเทียบกันไม่ได้ เอาสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่กำลังขยายตัวมาเทียบกับสถานการณ์ขณะนี้ที่การค้าลดลงไป 30 เปอร์เซ็นต์มาเปรียบเทียบกันไม่ได้ ต้องดูข้อเท็จจริง ซึ่งตนก็เชื่อว่าพ.ต.ท.ทักษิณก็ทราบ

เมื่อถามว่าจะให้ความมั่นใจกับประชาชนอย่างไรว่าประเทศชาติจะไม่ล่มจมอย่างที่พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวอ้าง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนยืนยันได้เลยว่ารัฐบาลทำงานด้วยความระมัดระวังและรับผิดชอบ เพราะฉะนั้นตัวเลขทุกอย่างจะโปร่งใส ตั้งแต่วันที่เข้ามาทำงานพอเรารู้ว่าการจัดเก็บรายได้ต่ำกว่าเป้าหมายเราก็ไม่ได้ยึดตัวเลขเดิมที่รัฐบาลที่แล้วเสนอต่อรัฐสภา แต่เราก็หักออกไปอีก 1 แสนล้านบาทว่า จัดเก็บรายได้ไม่ได้ เราจะอยู่บนความเป็นจริงและหลักเกณฑ์ในเรื่องหนี้สาธาณะ และการขาดดุลงบประมาณมีมาตรฐาสากลอยู่แล้ว รัฐบาลพยายามดูแลไม่ให้กระทบตรงนั้น หลายประเทศขณะนี้ยอมรับสถานการณ์และบางประเทศมีกฎหมายบังคับเลยว่าหากกู้เงินเกินจะต้องทำให้ประเทศกลับสู่ภาวะปกติภายในกี่ปี แต่ประเทศไทยยังไม่ถึงขั้นนั้น และยังอยู่ในกรอบกฎหมายอยู่

ผู้สื่อข่าวถามว่าพ.ต.ท.ทักษิณระบุว่าขณะนี้เด็ก 2 คนแก้ปัญหาเศรษฐกิจอยู่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า แล้วแต่คนอยากจะพูดอะไรก็พูดไป แต่สิ่งที่ตนทำนั้นชี้แจงชัดเจนและมั่นใจว่า 2 เดือนกว่าที่ทำงานมาได้แก้ไขและคลี่คลายปัญหาไปหลายอย่าง นอกจากนั้นยังได้เตรียมความพร้อมและเตรียมการในหลายเรื่อง ไม่เป็นไรทุกอย่างกาลเวลาจะเป็นตัวพิสูจน์ ตนอยู่การเมืองมา 17 ปีพิสูจน์ตัวเองมาตลอดและพร้อมที่จะพิสูจน์ต่อไป

เมื่อถามว่ารัฐบาลมีแนวทางอย่างไรในการแก้ไขปัญหาที่ไม่สามารถจัดเก็บรายได้ได้ตามเป้า นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อีกไม่นานนี้จะมีคำตอบและจะไม่รอถึงไตรมาส 3 ตนได้เร่งรัดให้กระทรวงการคลังเร่งเสนอมาตรการมาแล้ว เมื่อถามว่ากรณีที่นักวิชาการหลายคนรวมตัวกันอย่างเช่น ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรมว.คลังจะให้มาช่วยงานหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หลายคนที่ได้พบปะพูดคุยกันก็ให้คำแนะนำรัฐบาล ความจริงตนเป็นคนเปิดกว้างใครมีความคิดอ่านดีๆสามารถเสนอความคิดเห็นมาได้ตลอด และตนก็อ่านความคิดเห็นข้อเสนอแนะจากหลายคน อะไรที่เป็นประโยชน์เราก็เอามาใช้

ที่มา กรุงเทพธุรกิจ