WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, March 11, 2009

Youtube 5Clips แจ่มศรี ปธ.สหภาพการบินไทย สร้างความอัปยศให้กับการบินไทย

ที่มา thaifreenews

โดย : Tuxedo

2008 09 02 NBT สหภาพการบินไทยจะหยุดงานตาม สรส



2008 10 08 TNN กัปตันจักรี ปฏิเสธ สส พปช ขึ้นเครื่อง



2008 10 08 NBT แจ่มศรีหนุนกัปตันจักรี ปฎิเสธผู้โดยสาร



2009 03 07 NBT การบินไทยย้ายจากดอนเมืองไปสุวรรณภูมิทั้งหมด



2009 03 10 TNN แจ่มศรีจุ้นบินไทยย้ายดอนเมืองไปสุวรรณภูมิ เจอพนง บินไทยไล่

หรือเขาพยายามทำให้ประเทศนี้อยู่กันแบบ 1 ประเทศสองระบบ

ที่มา thaifreenews

คอลัมน์ ลายคราม

หรือเขาพยายามจะทำให้ประเทศไทยนี้อยู่กันแบบ 1 ประเทศ 2 สองระบบ

อึ้งรับประทานครับ...เมื่อรู้ข่าวลึกแต่ไม่ลับว่ามีคำสั่งจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ คาดโทษสถานีตำรวจภูธร จ.ลำปาง ให้ตามเช็คบิล แกนนำกลุ่มฮักลำปาง 51 จำนวน 14 คนในข้อหาปาไข่เข้าหน้าพี่ชวนสร้างภาพ อุ้ย...ไม่ใช่สิ นายชวน หลีกภัย ผู้มีวาจาอำมตะว่า โกปี๋ แก้วเดียวก็ไม่เคยเลี้ยงใคร ในการช่วยลูกพรรคลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้งซ่อม เมื่อไม่นานมานี้

จับให้ได้ภายใน 7 วัน หากทำไม่ได้จะย้ายทั้งโรงพัก

ขอประทานโทษเอาส้นตรีนคิดหรือครับ หรือจะโชวฟอร์มชะเลีย นายกฯคุณหนูลุยนาให้เป็นที่ประจักษ์ ในการตามล่าคนปาไข่ โดยไม่ละอายใจเลยซักนิด

ไข่กลายเป็นอาวุธร้ายแรงภายในบัดดล ไข่กลายเป็นสิ่งชั่วร้ายทั้งที่มันเป็นสิ่งที่เสรีชน หยิบขึ้นมาเป็นอาวุธ ใช้ประหัตประหารในสายตาตำรวจไปเสียแล้ว

สมัยนายกสมชาย โดนปาขวดน้ำ โดนปารองเท้า มิทราบว่าตำรวจของไทยหายเฮดไปไหนหมดขอรับ ทำไมไม่ทำหน้าที่ ทั้ง ๆ ที่สมชาย วงสวัสดิ์ เขาเป็นนายก ถึงแม้เขาจะสร้างภาพไม่เก่ง แสดงละครไม่เป็น แต่เขาก็เป็นนายกรัฐมนตรี

ใจกว้างกันหน่อย สะกดเป็นมั้ยคำว่าลูกผู้ชาย หรือว่าคนในพรรคนี้เขานุ่งกระโปรงมาทำงานกันทั้งหมด แค่นายตำรวจใหญ่ออกมาแถลงว่าไข่เป็นอาวุธ คนเขาก็ขำกลิ้งไปทั้งพาราแล้ว อย่าให้เขาสมเพชการชะเลียไปมากกว่านี้เลย

จำไม่ได้หรือ...คนหรือหมาที่เอาธงทิ่มพุงตำรวจ

ใครขับรถไล่ทับตำรวจ

ใครยิงตำรวจ

ใครไล่ฆ่าฟันชีวิตคนไทยกลางเมืองหลวง

ขอประทานโทษ เมิงออกหมายเรียก หมายจับหมาซักตัวหรือยัง (ว๊ะ) หรือบ้านนี้เมืองนี้เขาอยู่กันแบบ 1 ประเทศสองระบบ แบบประเทศมหาอำนาจ แต่ขอประทานโทษ 2 ระบบที่ใช้เนี่ย เขาเรียกระบบการบังคับใช้กฎหมาย ใช่มั้ยครับ ถ้าเป็นม๊อบมีสกุล ยกไว้เหนือหัว ถ้าเป็นไพร่สามัญ แค่คิดกระด้างกระเดื่องก็ยัดข้อหาแมร่มเลย......

ที่เขียนมานี่อยากท้าว่า แน่จริงเมิงทำเลย แว่วมาว่าหน้ามืดจะเล่นกฏหมายชุมนุมซ่องสุมกันเกิน 5 คน พ่อหอกหักที่สั่งจบกฎหมายที่ไหนมา ลำปางมันอยู่ในเขตกฎอัยการศึกหรือ ถึงได้หน้ามืด ยัดข้อหา แบบนั้น

วันนี้ไม่มีใครกลัวใครแล้ว เอาสิ จับสิบเกิดอีกแสน เมิงคิดว่าเอาคุกยัดให้แล้วเสรีชนจะกลัวเมิงเอาเลย คิดผิดแล้วจะได้รบแตกหักกันในเร็ว ๆ นี้

สีแดงทั่วประเทศยืนยัน

Tuesday, March 10, 2009

เตือนอีก3-4เดือนศก.ถึงจุดล่อแหลมวิกฤตสุด สภาพัฒน์ชงครม.เร่งลงทุน1แสนล้านคลังเเสนอสภาเงินหวยโปะ

ที่มา มติชนออนไลน์



สภาพัฒน์จี้ลงทุน 1แสนล้าน ลดคนตกงาน คาดปี′52 ว่างงาน 1.3 ล้านคน บางรายถูกนายจ้างบีบให้ออก หวังเบี้ยวค่าชดเชย แบงก์ชาติยันปีนี้ศก.ติดลบแน่ "กรณ์"รับรายได้ต่ำกว่าเป้าที่คาด เล็งขอสภาเบิกเงินหวยบนดิน1.7 หมื่นล้านโปะ ชี้อีก 3-4 เดือนข้างหน้าศก.ถึงจุดล่อแหลมมากสุด

สศช.จี้รัฐลงทุน1แสนล.ลดตกงาน


นางสุวรรณี คำมั่น รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงความเคลื่อนไหวทางสังคม ไตรมาสที่ 4/2551 และภาพรวมในปี 2551 เมื่อวันที่ 9 มีนาคม ว่า วิกฤตการเงินและเศรษฐกิจโลกส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตและการจ้างงานของไทย ในปี 2552 คาดว่า จะมีอัตราการว่างงานร้อยละ 2.5-3.5 หรือว่างงานประมาณ 9 แสน – 1.3 ล้านคน โดยตั้งแต่ต้นปีถึงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ มีผู้ถูกเลิกจ้างแล้ว 17,474 คน คิดเป็นร้อยละ 31.5 ของผู้ถูกเลิกจ้างในปี 2551 รัฐจึงต้องดำเนินมาตรการบรรเทาปัญหาด้วยการขยายการจ้างงานในโครงการภาครัฐ จัดฝึกอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพแรงงาน ควบคู่กับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการลงทุน ซึ่งขณะนี้ สศช.เตรียมเสนอรายละเอียดแผนลงทุนกระตุ้นเศรษฐกิจ ระยะที่ 2 ระหว่างไตรมาส 3 -4 วงเงินไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท ให้ ครม.เศรษฐกิจพิจารณาภายในเมษายนนี้ คาดว่าภายในสิ้นปีนี้ตัวเลขของผู้ตกงานจะลดลงจนเข้าสู่ภาวะปกติ


เผยคนรายได้1.5หมื่นมีน้อยลง


นางสุวรรณี กล่าวว่า จากสำรวจผู้ถูกเลิกจ้างจำนวน 2,022 คน พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.2 มีรายได้ระหว่าง 5,000 – 15,000 บาทต่อเดือนและร้อยละ 73.6 อยู่ในภาคอุตสาหกรรมการผลิต นอกจากนี้ การเลิกจ้าง ยังทำให้ครอบครัวที่เคยมีรายได้มากกว่า 15,000 บาทต่อเดือน มีสัดส่วนลดลงจากร้อยละ 55 เหลือเพียงร้อยละ 20 และมีครอบครัวที่ไม่มีรายได้ ถึงร้อยละ 12.4 เกิดปัญหารายได้น้อยกว่ารายจ่าย ภาวะเครียดและปัญหาสุขภาพจิตทั้งตนเองและครอบครัว โดยบุคคลที่เกี่ยวข้องได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ พ่อ-แม่ เนื่องจากต้องดูแลบุตร สามี/ภรรยา เป็นอันดับแรก

"ผู้ถูกเลิกจ้างส่วนใหญ่นำเงินชดเชย และเงินออมออกมาใช้จ่าย โดยคาดว่าจะอยู่ได้ไม่เกิน 3 เดือน ทำให้ต้องปรับตัว โดยลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น รวมทั้งหาเงินเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ได้แก่ การรับจ้างชั่วคราว ทำงานอิสระ กู้ยืม หรือใช้บัตรเครดิต ทั้งนี้ ร้อยละ 42.5 ของแรงงานต่างถิ่นที่ถูกเลิกจ้างต้องการกลับภูมิลำเนาเดิม ประมาณร้อยละ 50 ต้องการหาอาชีพใหม่ในท้องถิ่นและช่วยครอบครัวทำการเกษตร ที่เหลือต้องการพักผ่อนและลดค่าใช้จ่าย"


ชี้นายจ้างเบี้ยวชดเชยเพียบ


นางสุวรรณี กล่าวว่า นอกจากนี้ ผู้ถูกเลิกจ้างยังไม่ได้รับเงินชดเชยการเลิกจ้างอย่างทั่วถึง เพราะเป็นลูกจ้างชั่วคราวหรือถูกบีบให้ลาออก และร้อยละ 30.8 ของผู้ได้รับเงินชดเชยได้รับในอัตราที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย จากกลุ่มตัวอย่าง ผู้ถูกเลิกจ้าง ร้อยละ 86.3 อยู่ในระบบประกันสังคม และร้อยละ 78.8 อยู่ระหว่างดำเนินการขอเงินทดแทนการว่างงาน มีร้อยละ 10.2 ได้รับเงินบางส่วนแล้ว และร้อยละ 11 ไม่ได้รับสิทธิประโยชน์เนื่องจากไม่ตรงตามเงื่อนไขของสำนักงานประกันสังคม (สปส.)


ธปท.ยันปีนี้ศก.ติดลบแน่


นางอัจนา ไวความดี รองผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงทิศทางการเติบโตเศรษฐกิจปี 2552 ว่า จากแบบจำลองพบว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้ มีโอกาส 95% ที่จะติดลบ จากประมาณการณ์เดิมจะขยายตัว 0-2% เพียงแต่ยังไม่ทราบชัดเจนว่าจะลบเท่าใด เพราะธปท.จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.)ครั้งต่อไปในวันที่ 8 เมษายนและจะรายงานการประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจและเงินเฟ้อในรายงานเงินเฟ้อ ในวันที่ 22 เมษายน ส่วนการส่งผ่านดอกเบี้ยนโยบายที่กนง.ปรับลด 2.25% นั้น ยังไม่ทราบว่า ต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ที่ธนาคารพาณิชย์จะปรับดอกเบี้ยลงให้สอดคล้องกับดอกเบี้นโยบายที่ลดลง ขึ้นกับสภาพคล่องและการจัดการของธนาคารพาณิชย์แต่ละแห่งด้วย


งบ1.167แสนล.เริ่มเบิกได้แล้ว


นายบัณฑูร สุภัควณิช ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณกล่าวว่า พ.ร.บ.งบประมาณเพิ่มเติมกลางปี 2552 จำนวน 1.167 แสนล้านบาท ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา ทำให้สำนักงบประมาณสามารถเริ่มจัดสรรเงินงบห้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจตามที่รัฐบาลวางไว้ได้ทันที โดยเมื่อวันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา สำนักงบฯได้ทำหนังสือเวียนแจ้งให้หน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องรับทราบแล้ว ทั้งนี้ รัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินส่วนนี้ โดยมีนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพื่อติดตามการใช้จ่ายเงินให้ตรงตามเป้าหมาย อาทิ โครงการจ่ายเงิน 2,000 บาท การจ่ายเบี้ยยังชีพคนชรา 500 บาท หากพบว่าการดำเนินโครงการใดไม่ตรงตามเป้าหมาย คณะกรรมการฯจะกำชับให้หัวหน้าส่วนราชการปรับปรุงแก้ไขทันที


ส่ง5.5ล.ชื่อให้"กรุงเทพ"ออกเช็ค


นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้สรุปว่าจะมีธนาคารกี่แห่งที่ต้องทำหน้าที่ออกเช็คช่วยชาติ 2,000 บาท แต่ยืนยันว่าได้จะต้องเป็นธนาคารที่ให้ราคาต่ำที่สุด และไม่จำกัดว่าเป็นธนาคารรัฐหรือธนาคารพาณิชย์ เพราะรัฐบาลต้องการให้ต้นทุนที่ต่ำที่สุด และออกเช็คได้ทันกำหนดเวลา โดยเฉพาะการออกเช็คล็อตแรก 5 ล้านฉบับ หากธนาคารพาณิชยเสนอราคามาต่ำสุดคือ ฉบับละ 2 บาท ก็ต้องเป็นไปตามนั้น เพราะจะทำให้ประหยัดต้นทุนได้ถึงเท่าตัว จากเดิมที่คาดว่าจะอยู่ที่ฉบับละ 5 บาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนของกรมบัญชีกลาง มีธนาคาร 5 แห่งที่เสนอราคามา โดยธนาคารทหารไทย กรุงเทพ และไทยพาณิชย์ เสนอราคาฉบับละ 2 บาท ส่วนกรุงไทยและนครหลวงไทย เสนอราคา 5 บาท ในส่วนสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ธนาคารกรุงเทพเสนอต่ำสุด คือฉบับละ 2 บาท

นายปั้น วรรณวินิจ เลขาธิการ สปส. กล่าวว่า สปส.ได้เตรียมรายชื่อผู้ประกันตนที่จะส่งให้กับธนาคารเพื่อออกเช็คแล้ว 5,547,000 คน เพื่อทำการพิมพ์เช็คในรอบแรก ให้ทันจ่ายเช็คภายในวันที่ 26 มีนาคมนี้
ด้านนายไพฑูรย์ แก้วทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า วันที่ 10 มีนาคม ธนาคารกรุงเทพฯ จะพิมพ์เช็คล็อตแรก


"กรณ์"รับรายได้ต่ำเป้ากว่าที่คาด


นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า เดิมคาดว่าจะจัดเก็บรายได้ปีงบประมาณ 2552 จะต่ำกว่าเป้า 10% หรือต่ำกว่เป้า 1.5 แสนล้านบาท แต่เนื่องจากเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว ทำให้มีโอกาสที่รายได้รัฐจะต่ำเป้ามากกว่า 10% หรือมากกว่า 1.5 แสนล้านบาท กระทรวงการคลังจึงอยู่ระหว่างพิจารณาจัดเก็บภาษีบางประเภทเพิ่มเติม รวมทั้งจะจัดเก็บภาษีบางประเภท และภาษีตัวใหม่เพื่อเตรียมรับมือกับปัญการจัดเก็บรายได้ที่ต่ำกว่าที่เคยแถลงนโยบายต่อสภาว่า จะจัดเก็บได้ต่ำกว่าประมาณการรายได้ 10%


ชี้ศก.3-4เดือนข้างหน้าล่อแหลม


นายกรณ์ กล่าวว่า การจัดเก็บรายได้ที่ต่ำกว่าประมาณการมาก ส่งผลให้รัฐบาลต้องทบทวนการจัดทำงบประมาณปี 2553 ให้เข้มข้นมากขึ้น เพราะมีการทำขาดดุลงบประมาณต่อเนื่องอีกกว่า 4 แสนล้านบาท รวมถึง มีการกู้เงินเพื่อมาใช้ในโครงการของรัฐบาล แม้ว่าไทยจะยังมีความสามารถในการกู้เงินได้อีกโดยไม่ก่อให้เกิดเป็นภาระมากเกินไป เพราะสัดส่วนหนี้สาธารณะยังอยู่ที่ 41% แต่ก็จำเป็นที่จะต้องระมัดระวังไม่ให้เพิ่มขึ้นเร็วเกินไป

“เศรษฐกิจในช่วง 3-4 เดือนข้างหน้าถือว่าอยู่ในจุดล่อแหลมมากที่สุด โดยรัฐบาลได้ออกมาตรการระยะสั้นเพื่อประคองสถานการณ์ไว้ เพื่อรักษากำลังซื้อผ่านการอัดฉีดงบถึงมือประชาชนโดยตรง เช่น โครงการ เช็คช่วยชาติ โดยคาดว่าภายในไตรมาสที่ 4 ของปี 2552 จะรู้ว่าเศรษฐกิจจะอยู่ในช่วงต่ำสุดแล้วหรือไม่ จากนั้นจึงจะประเมินต่อได้ว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวได้เมื่อใด” นายกรณ์กล่าว


เล็งขอสภาเบิกเงินหวยบนดินโปะ


ด้านนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2552 รัฐจะจัดเก็บรายได้ต่ำกว่าเป้าแน่นอน เฉพาะกรมสรรพากรที่ตั้งเป้าจัดเก็บรายได้ 1.315 ล้านล้านบาท มีแนวโน้มจะจัดเก็บต่ำกว่าเป้ามากกว่า 10% จากปัญหาสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและปัญหาในประเทศ ทำให้การเก็บภาษีนำเข้าลดลงในช่วงที่ผ่านมา เพราะกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการนำเข้าเครื่องจักรวัตถุดิบลดลง

นายประดิษฐ์ กล่าวว่า กระทรวงการคลังจะเร่งเบิกจ่ายรายได้ที่มาจากโครงการหวยบนดิน จำนวน 17,000 ล้านบาท ที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลดูแลอยู่ แต่ถูกห้ามเบิกมาใช้จ่าย เนื่องจากรัฐบาลสมัย พล.อ สุรยุทธ์ จุลานนท์ ได้ยกเลิกการจำหน่ายหวยบนดิน ซึ่งหากรัฐบาลนำเงินจำนวนดังกล่าวออกมาใช้ได้ จะช่วยเสริมรายได้ของรัฐบาลอีกทางหนึ่ง โดยจะต้องเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบ เพื่อปลดล็อคและนำเงินออกมาใช้


“รัฐบาลเป็นเครื่องจักรเครื่องเดียวที่เหลืออยู่ ดังนั้น รัฐบาลจำเป็นต้องเดินหน้าการกู้เงิน เพื่อใช้ให้เกิดประโยชน์และเกิดการหมุนเวียนต่อระบบเศรษฐกิจ” นายประดิษฐ์กล่าว และว่ารัฐบาลยังยืนจะดำเนินโครงการจำหน่ายสลากเลขท้าย 2 ตัว 3 ตัวด้วยเครื่องอัตโนมัติ (หวยออนไลน์) ขณะนี้อยู่ระหว่างเสนอรัฐมนตรีคลังให้ความเห็นชอบ

ภาวะไร้ระเบียบ

ที่มา มติชน

บทนำมติชน



สภาวะแห่งความไร้ระเบียบกำลังคุกคามสังคมไทยอย่างรุนแรง ดังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในรอบ 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา เช่น การชุมนุมล้อมทำเนียบรัฐบาลของคนเสื้อแดง นำโดยแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ พร้อมกับประกาศยกระดับการเคลื่อนไหวไปสู่การขับไล่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในทุกสถานที่ การรวมตัวของคนเสื้อแดงในลักษณะ "ต้อนรับขับไล่" นายอภิสิทธิ์ด้วยเสียงตะโกนด่าและขว้างขวดน้ำเข้าใส่ขณะเดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่จังหวัดลพบุรี ขณะเดียวกัน รัฐมนตรีอีกหลายคนก็โดยขับไล่เช่นกัน อาทิ นายวีระชัย วีระเมธีกุล ที่พะเยา นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล ที่นครราชสีมา และอีกหลายๆ คนที่มีกำหนดจะเดินทางไปติดตามงานจังหวัดต่างๆ ตามคำสั่งของนายอภิสิทธิ์คงไม่แคล้วโดนขับไล่

การแสดงออกของคนเสื้อแดงเหล่านี้ นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ตลอดมาว่า เป็นสิทธิที่พึงกระทำได้ถ้าอยู่ในกรอบของกฎหมาย โดยนายอภิสิทธิ์หาได้มีท่าทีหวาดกลัวหรือต้องการจะกำราบปราบปรามคนเหล่านี้ ผิดกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ได้ปรามข้าราชการทั้งฝ่ายปกครองและฝ่ายปราบปรามให้ไปดูแลความสงบเรียบร้อยให้ดี ถ้าปล่อยให้มีเหตุรุนแรงขึ้นถือว่าปฏิบัติงานไม่มีประสิทธิภาพ อาจถูกโยกย้าย ว่ากันตามหลักแล้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ยากต่อการสกัดกั้นขัดขวางการเกาะกลุ่ม รวมตัว และการปฏิบัติการต่อต้านของคนเสื้อแดงได้ เนื่องจากคนเหล่านั้นมีความคิดและแนวทางการต่อสู้ที่อ้างว่าเพื่อประชาธิปไตยและความยุติธรรมซึ่งดำเนินมาเป็นเวลา 2-3 ปีแล้ว นับแต่เกิดการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 จนถึงปัจจุบัน

ในความขัดแย้งและเกิดการกระทำที่นำไปสู่การดำเนินคดีโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจก็สับสน ยุ่งเหยิง จนบ้านเมืองปั่นป่วนวุ่นวายอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ดังจะสังเกตได้จากการออกหมายเรียก 21 แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยข้อหาปิดล้อมรัฐสภาวันที่ 7 ตุลาคม 2551 ก็ถูกแกนนำเลื่อนการเข้ารายงานตัวออกไปเกือบ 1 เดือน พร้อมกันนี้ แกนนำพันธมิตรยังกดดันให้นายสุเทพปลดหรือย้ายนายตำรวจที่รับผิดชอบคดีแล้วเปลี่ยนตัวเป็นนายตำรวจคนอื่น อ้างว่าชุดเดิมเป็นปฏิปักษ์กับพันธมิตรและยังมีส่วนในการสลายผู้ชุมนุม ทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก ขณะเดียวกัน แกนนำคนเสื้อแดงก็แสดงปฏิกิริยาไม่พอใจที่ตำรวจออกหมายจับ 7 คนเสื้อแดงแทนที่จะเป็นหมายหมายเรียก ข้อหาทำร้ายร่างกายทหารนอกเครื่องแบบที่มาหาข่าวระหว่างการชุมนุมของคนเสื้อแดงที่ล้อมทำเนียบรัฐบาล และตั้งคำถามว่า ทำไมตำรวจนอกเครื่องแบบที่ถูกการ์ดพันธมิตรจับได้และรุมทำร้ายร่างกายเหมือนกันบริเวณทำเนียบจึงไม่มีการดำเนินคดี รวมทั้งคดีอื่นๆ เช่น การยึดสนามบิน ทำร้ายร่างกายผู้อื่นก็ไม่มีความคืบหน้าใดๆ

บ้านเมืองในยามที่กฎหมายไม่เป็นกฎหมาย ผู้บังคับใช้กฎหมายอย่างตำรวจก็เอนเอียงไปตามกระแสของการเมือง นายตำรวจต่างคอยสังเกตทิศทางลมที่จะไม่ทำให้ตัวเองเดือดร้อน ความไม่เป็นระเบียบนำมาซึ่งข้อขัดแย้งในทุกเรื่อง ทุกกรณี สร้างความแตกแยกมากขึ้นตามลำดับ โดยที่รัฐบาลไม่ว่าคณะไหนในฐานะรัฐาธิปัตย์ที่มีอำนาจในการบริหารราชการแผ่นดิน ทำหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย ผดุงความยุติธรรม เพื่อความเจริญของประเทศและการอยู่ดีมีสุขของประชาชนทั้งมวล สำหรับรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาว่าจะสร้างความปรองดองในชาติ จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะปฏิบัติอย่างไรถึงจะบรรลุผลตามนโยบายดังกล่าว จากสภาพความเป็นจริง ปฏิเสธไม่ได้ว่าพรรคประชาธิปัตย์เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาความขัดแย้งและความไร้ระเบียบของสังคม

มิไยต้องพูดถึงผลกระทบจากภาวะแห่งการไร้ระเบียบของสังคม เพราะดูเหมือนพูดไปก็ไม่มีประโยชน์ เศรษฐกิจที่ถดถอยลงทุกวัน ประการหนึ่งมาจากภายนอก โดยเฉพาะจากสหรัฐอเมริกา อีกประการหนึ่งมาจากภายใน โดยเฉพาะการปิดล้อมสนามบินดอนเมืองและสุวรรณภูมิ รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ก็พยายามจะแก้ไขกันไปด้วยมาตรการต่างๆ แต่ตราบใดที่ความขัดแย้งแตกแยกยังแก้ไม่ตก เกิดการประท้วง ขับไล่รัฐบาลกันทุกวัน อีกฝ่ายหนึ่งก็กดดันรัฐบาลเพราะรัฐบาลไม่ช่วยเหลือพวกตน ย่อมไม่มีทางที่ประเทศจะฟื้นจากวิกฤตเศรษฐกิจได้ และคนไทยอาจต้องกล้ำกลืนฝืนทนไปเช่นนี้อีกนาน แม้ทนไม่ได้ก็ต้องทน

วิธีสกัดม็อบ

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ บทบรรณาธิการ



ในช่วงเพียงไม่กี่เดือนที่เข้ารับตำแหน่ง รัฐบาลชุดปัจจุบันแทบจะต้องรับมือหรือแก้ไขปัญหาการชุมนุมของผู้ได้รับความเดือดร้อนอยู่เป็นประจำแทบทุกวัน

โดยในจำนวนนี้กลุ่มที่ออกมาประท้วงมากที่สุดก็คือผู้ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจ ทั้งผู้ใช้แรงงานที่ถูกปลดออกจากงาน และเกษตรกรที่ประสบปัญหาราคาพืชผลตกต่ำกว่าที่เคยเป็นมาในอดีต

มีแนวโน้มว่าหากรัฐบาลไม่สามารถประคับประคองสถานการณ์เศรษฐกิจให้ทรงตัวอยู่เช่นนี้ได้ จำนวน ความถี่ และระดับของข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ประท้วงจะยิ่งมากขึ้นสูงขึ้นเป็นลำดับ

ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ไม่ว่าใครก็ไม่ต้อง การให้เกิดขึ้น

ในเฉพาะหน้า นอกเหนือไปจากการทำความเข้าใจกับประชาชน โดยเฉพาะผู้ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ และการให้ความช่วยเหลือในระยะสั้น เพื่อให้แต่ละกลุ่มสามารถพยุงตัวผ่านสถานการณ์ที่ยากลำบากไปได้

แต่ขณะเดียวกันรัฐบาลก็จะต้องผลักดันนโยบายที่สามารถแก้ไขปัญหาในระยะปานกลางและระยะยาวได้จริง

ไม่ว่าจะเป็นการกระตุ้นให้ภาคเศรษฐกิจสามารถแสวงหาช่องทางการลงทุนใหม่ ที่ทำให้เกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้น

รวมไปถึงการปรับเปลี่ยนนโยบายที่ผิดพลาดในอดีต และวางรากฐานใหม่ให้ถูก โดยเฉพาะในด้านการ เกษตร ที่จะต้องเลิกการประกันราคา ซึ่งทำให้เกษตรกรลงทุนลงแรงเพาะปลูกโดยขาดความระวัง จนหลายครั้งผลผลิตออกมาเกินต้องการ และเป็นช่องทางในการ ทุจริตมาทุกยุคทุกสมัย

มาเป็นการเผยแพร่ความรู้และกระจายข้อมูลให้ทั่วถึง

ในฐานะนักเรียนเศรษฐศาสตร์ นายกรัฐมนตรีย่อมตระหนักดีว่าการที่ผู้เล่นแต่ละรายในตลาดได้รับ "ข้อมูล" ไม่เท่าเทียมกันนั้น ก่อให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบอย่างไม่เป็นธรรมได้อย่างไร

ยิ่งในกลุ่มที่มีโอกาสได้รับข้อมูลและมีกำลังในการต่อรองน้อยกว่ากลุ่มอื่นอย่างเกษตรกร รัฐจะเข้าไปมีบทบาทส่งเสริมให้ข้อมูลสามารถกระจายออกไปทั่วถึงได้อย่างไร หรือจะสร้างอำนาจต่อรองให้กับเกษตรกรในฐานะผู้ผลิตได้อย่างไร

การสนับสนุนส่งเสริมเช่นนี้จะเป็นประโยชน์กับเกษตรกรมากกว่าการโปรยหว่านเงิน ที่ในระยะยาวจะสร้างผลเสียมากกว่าผลดี ดังที่ปรากฏให้เห็นแล้วในปัจจุบัน ไม่ลงมือทำในช่วงวิกฤต แล้วเมื่อใดจะมีโอกาสได้ทำ

เจ้ากรรมนายเวร

ที่มา ข่าวสด

เหล็กใน




พรรคประชาธิปัตย์จะ-ิบหายช้าหรือเร็ว ก็เพราะนายสุเทพ เทือกสุบรรณ

หัวหน้าม็อบเสื้อเหลืองประกาศลั่นเวทีพันธมิตรสัญจรเที่ยวล่าสุด

จะเป็นคำพูดเอามันแบบกลอนพาไป หรือข่มขู่คุกคามตามถนัด

สุดแท้แต่มุมมองของคนฟัง

ฟังจากน้ำเสียงผสมลีลา เรื่องของเรื่องมาจากรองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง กระทำขัดอกขัดใจ

โดยเฉพาะคดีที่พันธมิตรตกเป็นผู้ต้องหา

คุมตำรวจแท้ๆ กลับไม่ยอมเสนอสนอง?

ขอเปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวนไม่ให้ ไม่พอ ยังออกหมาย 21 แกนนำอีกต่างหาก

ก่อนหน้านี้แทบทุกเวทีเสื้อเหลือง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กับพรรคประชาธิปัตย์ ถูกทวงบุญคุณทั้งทางตรง ทางอ้อมมาตลอด

นายกฯมาร์ค กับพรรคประชาธิปัตย์ ยังเงียบมาตลอดเช่นกัน?

อาการโมโหโกรธาเที่ยวล่าสุด หัวหน้าม็อบคิดไปไกลถึงขนาด

นายสุเทพกำลังจับมือนายเนวิน ชิดชอบ ทำลายพันธมิตร!!

งานเข้าทั้ง"เทือก" ทั้ง"ห้อย" ศูนย์กลางอำนาจปัจจุบัน

ของฟรีไม่มีในโลกฉันใด รัฐบาลก็ไม่ได้มาฟรีๆ ฉันนั้น

วิริยะ อุสาหะในฐานะฝ่ายค้านยาวนาน 8 ปี พอมีอำนาจ เพิ่งบริหารประเทศแค่ 2-3 เดือน

เจ้ากรรมนายเวรออกมาหลอกหลอนเสียแล้ว

เหนื่อย และหนักใจแทนนายกฯมาร์คจริงๆ!

ต้องบริหารอำนาจ ไปพร้อมๆ กับบริหารประเทศ

เรื่องเศรษฐกิจ มีรองนายกฯกอร์ปศักดิ์กับขุนคลังกรณ์อยู่เคียงข้าง

ทุ่มเงินอัดฉีดไปแสนล้าน ทว่าหัวใจของเศรษฐกิจยังเป็น"ลบ" ทุบสถิติรอบหลายๆ ปี

ทั้งยอดหนี้ ยอดส่งออก ยอดเก็บภาษี ยอดคนตกงาน ฯลฯ

เรื่องสังคมควบการเมือง กุนซือใหญ่ระดับ"ชวน หลีกภัย"ช่วยเป็นพี่เลี้ยง

แต่เสื้อคนละสี คิดคนละอย่าง ยังพร้อมนองเลือดทุกเวลา สถานที่

ความขัดแย้งแตกแยกไม่มีแนวโน้มลดลง

ส่วนเรื่องอำนาจ ได้"เทพเทือก"คอยบริหารจัดการอย่างขันแข็ง

ภายใต้อุดมการณ์เดียวกับพ่อมด-หมอผี-มังกรการเมือง?

และเจ้ากรรมนายเวร!

เมื่อผู้จัดการรัฐบาลโดนประณามหยามเหยียด

ตัว-ิบหาย"

สูงส่งระดับ"เทพ"จะว่าอย่างไร ?!

พรรคพันธมิตร

ที่มา เดลินิวส์

ดีใจมาก ๆ กับข่าว สุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงาน แกนนำพันธมิตรฯ ให้สัมภาษณ์ปลายสัปดาห์ก่อนว่า มีความเป็นไปได้สูงที่กลุ่มพันมิตรฯ จะตั้งพรรคการเมืองเพื่อขับเคลื่อนอุดมการณ์ทางการเมืองใหม่ เนื่องจากพรรคการเมืองปัจจุบันไม่มีศักยภาพมากพอที่จะเปลี่ยนแปลงการเมืองได้

แม้แต่ประชาธิปัตย์ (ที่สุดจะเอาใจพันธมิตรฯ) ก็ยังมี ข้อจำกัดมาก และการชุมนุม ของพันธมิตรฯ กว่า 190 วัน สามารถสร้างคุณูปการมากกว่าพรรคการเมือง

สุริยะใสบอกอีกว่า การคิดตั้งพรรคเที่ยวนี้ เป็นเสียงเรียกร้องจากมวลชนว่า กลุ่มพันธมิตรฯ น่าจะทำได้มากกว่าที่เป็นอยู่ ไม่ใช่แค่ชุมนุมประท้วงอย่างเดียว และการตั้งพรรคการเมืองเป็นแนวทางหนึ่งที่ภาคประชาชนจะช่วงชิงอำนาจรัฐ และหากมีพรรคที่มีอุดมการณ์จะทำให้การเมืองไทยดีขึ้น

“เราคุยกันแล้ว มีหลายเสียงบอกว่า ต้องตั้งพรรคให้เร็วที่สุด เพื่อรองรับวิกฤติที่เกิดจากรัฐบาลผสมที่บริหารประเทศไม่ได้ แต่ยัง ไม่ได้กำหนดว่าเราจะส่งคนสมัครรับเลือกตั้ง ครั้งหน้า”

ด้านนาย พิภพ ธงไชย แกนนำสำคัญอีกคน ตอกย้ำว่า แกนนำพร้อมสนับสนุนการตั้ง พรรคพันธมิตร เพราะเป็นพัฒนาการของขบวนการภาคประชาชน เหมือนกับ “พรรคกรีน” ในต่างประเทศ

อย่างนี้จะไม่ให้ดีใจได้ไง มีแต่ยกมือท่วมหัว สาธุ ขอให้เป็นจริงเถอะ และควรจัดตั้งโดยเร็วที่สุดเลย และขอให้ส่งคนรับสมัครเลือกตั้งครั้งหน้านี้เลย จะถือเป็นพระคุณอย่างใหญ่หลวงกับประเทศชาติ

ระบบอนาธิปไตย ที่เล่นกันข้างถนน ทำให้บ้านเมืองไร้ขื่อแป ใช้กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมาย ยึดทำเนียบ ยึดสนามบิน จะได้สิ้นไป ยุคนี้ จะหาม็อบไหนที่มีศักยภาพและเป็น “ม็อบมีเส้น” แบบ เสื้อเหลือง ไม่มีอีกแล้ว

ถ้าไม่มีกลุ่มเสื้อเหลือง กลุ่มเสื้อแดงก็ต้องเลิกไปเอง มันเทียบชั้นไม่ได้อยู่แล้ว

เหนืออื่นใด แกนนำทุกคนเคยประกาศว่า มีสมาชิก 20 กว่าล้านคน ที่ติดตามดู “เอเอสทีวี” ซึ่งรู้ ๆ อยู่ ดูแล้วจะเลื่อมใสศรัทธาพันธมิตรฯ ที่สุด เป่านกหวีดที กลุ่มเสื้อเหลือง ก็กรีธาทัพออกมาขับไล่รัฐบาลจนตัวสั่น

ที่ผ่านมากลุ่มเสื้อเหลืองก็ทำกิจกรรมต่อเนื่อง คอนเสิร์ตสัญจรไปเหยียบจมูกกลุ่มเสื้อแดงในอีสานมาแล้ว คราวหน้าก็จะสัญจรไปที่เมืองหลวงของกลุ่มเสื้อแดงที่เชียงใหม่ คนที่นั่นคงได้หนาวกันแน่

ขนาดไทยรักไทยตอนพุ่งสุดขีด ได้ ส.ส. 377 คน เป็นรัฐบาลพรรคเดียวได้ ยังมีสมาชิกไม่ถึง 20 ล้าน แค่ 19 ล้านเศษ หากพันธมิตรฯ มีสมาชิกตั้ง 20 ล้าน ย่อมได้รับเลือกตั้งมากกว่านั้น เรื่องเงินบริจาคก็ไม่ต้องห่วง อภิสิทธิ์ชนพร้อมบริจาคไม่อั้น จะเอากี่พันล้านก็ย่อมได้

เหนืออื่นใด การเมืองใหม่ ที่พันธมิตรฯ ใฝ่ฝันหา แต่เริ่มต้นไม่ได้ เพราะต้องแก้รัฐธรรมนูญที่กลายเป็นทางตัน แต่ตัวเองประกาศห้ามใครแตะรัฐธรรมนูญปิศาจคาบไปป์เด็ดขาด ก็จะได้ “ปลดล็อก” เสียที

เวลาหาเสียงก็รณรงค์เลย ใครอยากได้การเมืองใหม่ เลือกตั้ง 30% ลากตั้ง 70% ที่คัดกรองแต่คนดี ประเสริฐศรีมา อยากเอารัฐวิสาหกิจทั้ง ปตท. หรือ การบินไทย กลับมาเป็นของรัฐอีก ก็เลือก พรรคพันธมิตร

ที่ยังบดขยี้ระบบทักษิณไม่หมด ได้อำนาจรัฐมาเมื่อไหร่ จะได้กวาดล้างให้สิ้นซากไปเลย ไม่ต้องมาเป็นเหลืองเป็นแดง ยันกันไม้รู้จักจบจักสิ้น ถ่วงความเจริญของชาติอยู่อย่างนี้

ขอให้ตั้งเป็น พรรคพันธมิตร จริง ๆเถอะ อย่ามีแต่ข่าวให้ดีใจเก้อ อย่างน้อย ประเทศไทยจะไปทางไหน จะได้ไปทางนั้นให้สุด-สุด ไม่ต้องติดหล่ม ไม่รู้อนาคตชั่วนาตาปีแบบนี้ ใครจะว่ายังไงก็ว่าไป

แต่มันมีหนทางไหนให้เลือกอีกเล่า ???.

ดาวประกายพรึก

ทักษิณขย่มมาร์ค แก้ศก.ไม่กู้-ไม่แจก

ที่มา ไทยรัฐ

ที่ จ.ขอนแก่น บริเวณริมถนนหน้าศาลากลางจังหวัดกลุ่ม นปช.จัดกิจกรรม แดงทั่วแผ่นดินสัญจร ครั้งที่ 1มีกลุ่มคนเสื้อแดงและสมาชิก นปช.นับพันคนทั้งในจังหวัดขอนแก่นและจังหวัดใกล้เคียงทยอยเดินทางมาจับจองพื้นที่ตั้งแต่เช้าเพื่อรอร่วมกิจกรรมในช่วงเย็น ขณะเดียวกันกลุ่มการ์ด นปช.นำแผงเหล็กเครื่องกั้นและยางรถยนต์มาวางปิดถนนบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดเป็นระยะทางกว่า 700 เมตร เพื่อตั้งเวทีปราศรัยขนาดใหญ่ ตรงข้ามสำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 4 และเพื่อป้องกันการก่อกวนของกลุ่มพันธมิตรฯและมือที่ 3 ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ขอนแก่นกว่า 1,500 นาย ต่อมาในช่วงบ่ายแกนนำนปช.ประกอบด้วยนายวีระ มุสิกพงศ์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท นายมานิตย์ จิตจันทร์กลับ นายชินวัฒน์ หาบุญพาด และนายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ พร้อมใจกันประกอบพิธีสักการะบูชาจตุคามรามเทพ บูรพคณาจารย์ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำ จ.ขอนแก่น เพื่อให้กิจกรรมแดงทั่วแผ่นดินสัญจรเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย ก่อนเปิดเวทีปราศรัยอย่างเป็นทางการในเวลา 15.00 น.

นัดปิดล้อมทำเนียบฯไม่ชนะไม่เลิก

กระทั่งเวลาประมาณ 16.30 น. เกิดเหตุวุ่นวายบริเวณด้านหลังเวทีปราศรัย เมื่อมีชายฉกรรจ์คนหนึ่งทราบชื่อภายหลังว่าชื่อนายลพ พูลวิเชียร อ้างตัวว่าเป็นสมาชิกกลุ่มชมรมคนรักอุดร พกอาวุธมีดเข้ามาก่อกวนบริเวณด้านหลังเวทีปราศรัย ท่ามกลางความตกตะลึงของประชาชน และการ์ด นปช.ที่พยายามจะเข้าไปควบคุมสถานการณ์ ก่อนที่จะส่งตัวให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น ควบคุมตัวไปดำเนินคดี

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. กล่าวบนเวทีว่า ที่มาจัดชุมนุมที่ขอนแก่นเป็นจังหวัดแรก เพราะพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ประกาศจะมาตายที่ภาคอีสาน จากนั้นกลุ่ม นปช.จะไปเปิดเวทีที่จ.พระนครศรีอยุธยา ในวันที่ 14 มี.ค. จ.จันทบุรี วันที่ 15 มี.ค. จ.เชียงราย วันที่ 21 มี.ค. และวันที่ 22 มี.ค. จะจัดเวทีที่ จ.เชียงใหม่ ก่อนที่จะไปชุมนุมใหญ่ขับไล่รัฐบาล โดยจะนำประชาชนไปปิดล้อมทำเนียบรัฐบาลให้ล้นไปถึงถนนราชดำเนิน และจะปักหลักเป็นแรมเดือน ไม่ชนะไม่เลิกรา ขึ้นอยู่กับหัวใจของคนเสื้อแดงทั่วประเทศว่าจะพร้อมขับไล่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์หรือไม่

ทักษิณโฟนอินอ้อนคิดถึงเสื้อแดง

ต่อมาเวลา 20.00 น. ก็ถึงช่วงสำคัญของการจัดงาน เมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณโฟนอินขณะอยู่บนเครื่องบินเข้ามาที่โทรศัพท์มือถือของนายวีระ มุสิกพงศ์ โดยกล่าวว่า สวัสดีครับพี่น้องชาวเสื้อแดงที่รักประชาธิปไตยทุกท่าน คิดฮอดหลายเด้อ ได้ข่าวว่าพี่น้องชาวเสื้อแดงภาคอีสานมารวมตัวกันที่นี่เป็นจำนวนมาก และนายวีระอยากให้ตนพูดกับพี่น้อง ก็ดีใจ และหลายคนบอกว่าให้โทรศัพท์มาหาพี่น้องประชาชนเรื่อยๆ ก็ขอบอกว่าคิดถึงตอนที่ทำหน้าที่นายกฯกับหน้าที่หัวหน้าพรรคได้ออกมาพบพี่น้องประชาชนเป็นประจำ แต่ตอนนี้ไม่ได้มาพบก็คิดถึงพี่น้อง อยากโทร.มาคุยเรื่อยๆ อยู่ที่ไหน กี่คน ก็โทร.คุยทั้งนั้น เพราะคิดถึงพี่น้องประชาชนของตนเหมือนกัน

โอ่ไม่ต้องกู้เงินก็แก้เศรษฐกิจได้

พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า ยามนี้ที่คิดถึงที่สุดคือเศรษฐกิจไม่ไหว พี่น้องจำได้หรือไม่ที่ตนเคยบอกว่า สิ้นปี 2552 จะทำให้ความยากจนหายไปจากแผ่นดินไทย วันนั้นคิดว่าทำได้ กะใช้เงิน 2.5 แสนล้านบาท ที่ตนหาได้โดยไม่ต้องไปกู้เขาด้วย ตั้งใจว่าเงิน 2.5 แสนล้านบาทนี้สามารถสร้างงาน สร้างอนาคต สร้างโอกาสให้กับประชาชน เงินก้อนนี้จะสามารถให้ความชัดเจนไปได้ 3 ปี ที่พูดไปตอนนั้นเข้าใจว่าพูดเมื่อปี 2549 แต่ปรากฏว่าถูกไล่ออกไปโดยใช้กำลังทหาร ใช้รถถังที่เป็นเงินภาษีประชาชนมาไล่ ก็คือการปฏิวัติ เรานึกว่าจบตอนนั้น แต่ไม่จบ ออกมาในปฏิรูปแบบใหม่ ใช้ศาลรัฐธรรมนูญปฏิวัติ ปลดนายสมัคร สุนทรเวช ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยใช้พจนานุกรมแทนที่จะใช้กฎหมาย ปลดนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ออกจากนายกฯแบบสายฟ้าแลบ ใช้ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคพลังประชาชน แล้วก็ใช้พันธมิตรฯโดยเอาทหารปนเข้าไปยึดสนามบิน ใช้ทหารออกไปปราบก็ไม่ยอมปราบ ผลสุดท้ายใช้ตำรวจ ก็ทำอะไรไม่ได้ และในที่สุดรีบยุบพรรคแล้วปลดรัฐบาล และดึงคนออกไป เอาทหารไปกดดันให้ไปตั้งรัฐบาลใหม่ ให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกฯ อย่างนี้เรียกว่าประชาธิปไตยหรือเปล่า เรียกว่ารัฐบาลปฏิวัติเงียบ อันนี้ที่บอกว่ายังเป็นกบฏอยู่

ค้านแจกเงิน-แนะสร้างงาน

พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า เศรษฐกิจโลกกำลังลำบาก คนไทยกำลังจับจ่าย สินค้าเกษตรไม่ได้ราคา และที่มีปัญหาเรื่องสินค้าเกษตรครั้งแล้วครั้งเล่า พี่น้องเชื่อหรือไม่ว่าพ่อค้าใหญ่หลอกนักการเมือง นักการเมืองก็เชื่อ ไปประกันตามแนวนั้น สุดท้ายใช้เงินภาษีเยอะแยะ พ่อค้าได้ประโยชน์นักการเมืองได้ประโยชน์ แต่เกษตรกรได้ไม่มาก นี่คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นและเกิดขึ้นทุกปี ตนเป็นห่วง อยากให้ พี่น้องเก็บหอมรอมริบ การใช้จ่ายต้องระวัง ต่อไปเงินทองจะหายากขึ้น หากตอนนี้ตนเป็นนายกฯอยู่ ไม่กู้แน่ และต้องเอาเงินลงสู่ระบบหลายแสนล้านบาทเพื่อสร้างงาน ไม่ใช่เอามาแจก เพราะเอามาแจกไม่ช่วยอะไร ใช้หมดก็หมดไป แต่การเอาโอทอปมาให้ประชาชน เอางานเอาช่องทางทำมาหากินมาให้ เอาเงินทุนหมุนเวียนมาให้ ประชาชนจะอยู่ได้ยั่งยืนกว่า การบริโภคต้องเกิดจากการทำมาหาได้ ไม่ใช่เกิดจากการไปยืมมาแล้วเอามาแจกให้ใช้ นี่คือสิ่งที่รัฐบาลยังไม่เข้าใจ คาดว่าเศรษฐกิจจะลำบากไปอีกพักใหญ่ๆ ขอให้พี่น้องอดทนและเป็นกำลังใจซึ่งกันและกัน ลูกหลานติดยาขึ้นมาพ่อแม่ต้องพยายามพูดคุยกับเขา หาทางแก้ไข

โวยิ่งกดดันเสื้อแดงยิ่งโต

ขณะที่นายวีระกล่าวเสริมขึ้นว่า แม้เขาจะแจกเงินชนิดที่เรียกว่า ไม่ต้องดู ไม่มีแผนการ ไม่มีโครงการอะไร แจกเช็ค 2 พันบาท ปรากฏว่ารัฐมนตรีไปไหนก็มีแต่คนไล่ เสื้อแดงไล่และขว้าง พ.ต.ท.ทักษิณตอบว่า ก็คงอยู่กันยาก หากวันนี้ไทยยังมี 2 มาตรฐาน ฝ่ายหนึ่งตัดสินใจก็ผิด อีกฝ่ายฆ่าคนตายก็ถูก อยู่ไม่ได้ 2 มาตรฐานความเป็นธรรมในสังคมไม่เกิด เสื้อแดงก็ต้องโตขึ้นเรื่อยๆ ประชาธิปไตยจะไม่เกิด รัฐบาลไม่ใช้ประชาชนตั้ง กลับใช้ทหารตั้ง เสื้อแดงก็โตขึ้นอีก ตั้งข้อหาผู้ที่สนับสนุนเสื้อแดงหรือเกี่ยวข้องเสื้อแดงมากเท่าไหร่ เสื้อแดงก็โตขึ้นเรื่อยๆ โตขึ้นอีก ฉะนั้นวันนี้ฝากว่าคนเสื้อแดงหลายจังหวัดมีความขัดแย้งกัน มีผู้นำหลายกลุ่มอยากบอกว่าอุดมการณ์เป็นเรื่องสำคัญ เรามารวมกันเพราะมีอุดมการณ์ หัวใจเดียวกัน คืออยากเห็นประชาธิปไตยเกิดขึ้นในไทย อยากเล่นการเมืองก็ออกมาเล่น

ปลุกกระแสสามัคคียึดอุดมการณ์

พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า ตราบใดที่ความยุติธรรมไม่เกิดขึ้นในประเทศไทย พวกเราต้องรวมตัวกัน ตอนนี้จังหวัดไหนไม่ถูกกันบ้างก็ไม่เป็นไร แต่เมื่อถึงเวลาเรารวมกันด้วยอุดมการณ์ เมื่อนั้นที่เราจะปกป้องพวกเรา สีแดงหมายถึงเลือดเนื้อเชื้อไขที่หล่อหลอมกันเป็นประเทศไทย เพราะฉะนั้นเราต้องรวมพลังกันต่อสู้กับสิ่งไม่ถูกต้อง เพื่อนำมาซึ่งความสันติ ความยิ่งใหญ่ของประเทศไทย และความผาสุกของประชาชน

ย้ำถูกปรักปรำไม่จงรักภักดี

พี่น้องครับผมถูกกล่าวหา ที่ผมถูกออกมาคำเดียวเลยว่าผมไม่จงรักภักดี คำเดียวเท่านั้น และป่วนทั้งประเทศ ทุกฝ่ายไล่ล่าผมทุกอย่าง เพราะไปเชื่อว่าผมไม่จงรักภักดี พี่น้องครับ ตลอดชีวิตมาผมทำงานเป็นตำรวจเป็นนักเรียนนายร้อย เป็นนักเรียนเตรียมทหาร ผมมีความจงรักภักดีอยู่เต็มร้อย แต่ผมเป็นคนชอบทำงานบ้างาน ใครกล่าวหาอะไรไม่มีเวลาแก้ตัว ในที่สุดมันสะสม จนกลายเป็นความโกหก ผมขอยืนยันอีกครั้งว่าผมไม่ใช่เป็นคนไม่จงรักภักดี ผมถูกกล่าวหา แต่การกล่าวหาผมนั้นไม่เป็นไรเฉพาะตัวผม แต่ตอนนี้ประชาชาติทั้งชาติล่มจมอดีตนายกฯกล่าวและว่า ถ้าสิ่งเหล่านี้เป็นสมมติฐานที่ผิด ถ้าสมมติฐานไม่กลับมาถูกต้องเมื่อไหร่ สิ่งที่ทำมันก็ผิดต่อไป และหากพี่น้องเข้าใจ เรายึดมั่นในเรื่องของประชาธิปไตยเข้าไว้ หากระบอบประชาธิปไตยเกิดขึ้น ระบอบความเป็นธรรมอย่างแท้จริง เมื่อนั้นประเทศไม่ยุ่งแล้วครับ ทุกวันนี้พยายามใช้กระบวนยุติธรรมให้เสียหาย ให้วุ่นวายทั้งประเทศ พี่น้องอดทนอีกนิด แต่วันนี้อดทนมากเป็นพิเศษ

หวังกลับมาทำประโยชน์ให้ประเทศ

พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวด้วยว่า เดินทางรอบโลกศึกษาไปเรื่อย เห็นหมดอะไรเป็นอะไร เห็นประเทศที่สามารถทำนรกให้เป็นสวรรค์ และเห็นประเทศที่ทำสวรรค์ให้เป็นนรก ทั้งหมดอยู่ที่การเมือง เพราะเรามีเสาหลักอยู่ 3 เสาคือเสาหลักทางการเมือง เสาหลักทางเศรษฐกิจ และเสาหลักทางสังคม ถ้าการเมืองเน่า ไม่เป็นประชาธิปไตย ก็ไม่สามารถสร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจได้ เมื่อเศรษฐกิจ ล้ม สังคมก็ล้มแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของครอบครัว ชุมชน การศึกษา ปัญหายาเสพติด ปัญหาโจรผู้ร้าย ล้มแน่นอน ฉะนั้นวันนี้ที่พี่น้องรวมพลังตรงนี้ เพื่อส่งสัญญาณให้รู้ว่าไปทำการเมืองให้ถูกต้อง ทำให้บ้านเมืองเกิดความยุติธรรม เอาประชาธิปไตยคืนเรา ถ้าอย่างนี้เศรษฐกิจที่ว่ายากก็จะแก้ได้ง่าย แล้วในที่สุดความมั่งคั่งกลับคืน สังคมสันติ อนาคตลูกหลานจะดี อยากฝากพี่น้องว่า ระหว่างที่ตนออกมาได้ศึกษาวิจัยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวิทยาศาสตร์ เศรษฐกิจ สังคม การเมือง ศึกษาทั้งหมด เอาไว้เผื่อกลับไปแล้วจะได้ทำประโยชน์ให้ประเทศ ไทยอีกครั้ง หากพี่น้องต้องการ

เปรียบตัวเองเป็นหมาบ้านเชื่องๆ

เมื่อถึงตอนนี้นายวีระกล่าวขึ้นว่า มีปัญหา 2 ประการ คือได้ซึมซับความรู้สึกประชาชนทุกแห่งที่เดินทางไป ประชาชนเห็นตรงกันว่าใครที่จงรักภักดีที่แท้จริงแล้วจะไม่นำเอาสถาบันที่ผู้คนเคารพนับถือมาสาดโคลนป้ายสีและใส่ร้ายผู้อื่นเป็นอันขาด ส่วน พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า ตั้งแต่ปฏิวัติมานี้ดูสิว่ามีอะไรดีขึ้นบ้างในบ้านเมือง ไม่ว่าจะเรื่องความสามัคคีของคนในชาติ เรื่องเศรษฐกิจ ความเชื่อถือของต่างชาติ ที่สำคัญสถาบันพระมหากษัตริย์ เรื่องของการดูหมิ่นไม่เคยมีอะไรรุนแรงเท่านี้ เพราะทุกคนรักพระเจ้าอยู่หัว รักสถาบัน แต่การที่ปฏิวัติโดยคณะปฏิวัติที่ไร้บารมี แล้วไปแอบอ้างสถาบันตั้งแต่วันแรกที่ปฏิวัติ นี่แหละที่ทำให้สถาบันเปลี่ยนไป พี่น้องครับจะเปรียบเทียบตัวเองให้ฟังว่าตนเหมือนหมาบ้านที่เชื่องอยู่แล้ว ไล่เข้าป่า ถ้าให้กลับมาอีกมันก็เชื่องอีก เพราะเป็นหมาบ้าน แต่ถ้าเอาหมาป่ามาเลี้ยง อย่าหวังว่าจะเชื่อง เลี้ยงยังไงก็ไม่เชื่อง

เผยชีวิตพเนจรต้องกินเนื้ออูฐ

จากนั้นนายวีระได้สอบถามถึงสุขภาพ พ.ต.ท. ทักษิณกล่าวว่า โดยทั่วไปดี แต่บางทีก็เหงาบ้าง เพราะต้องร่อนเร่พเนจร เวลามีข่าวประเทศไทยก็คิดถึงบ้าน คิดถึงสิ่งที่เคยทำมา อย่างการไปอยู่กับประชาชนในต่างจังหวัดมีความสุขมาก ไปนั่งกินปั้นข้าวเหนียว มันเป็นชีวิต แต่วันนี้บางครั้งอยู่ในสภาพแวดล้อมแปลกๆ ต่างกันไป บางครั้งอยู่เมืองแขกก็ต้องกินเนื้ออูฐที่ไม่เคยกิน แต่เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม เนื้ออูฐไม่มีคอเลสเทอรอล เนื้อนุ่ม แต่อยู่ที่ปรุง นมอูฐก็กิน นมม้าก็กิน เพราะเขาเอามาให้กิน แต่นมบูดไม่กิน ปลากระป๋องเน่าไม่เคยกิน ต้องถามชาวอุบลราชธานี

บิ๊กบังรับดูลู่ทางเล่นการเมือง

พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธาน คมช. ให้สัมภาษณ์ชีวิตความเป็นอยู่ในปัจจุบันว่า ขณะนี้กำลังเรียนต่อ ว่างๆก็ออกกำลังกายเล่นกีฬา ผู้สื่อข่าวถามว่าสนใจการเมืองบ้างหรือไม่ พล.อ.สนธิตอบว่า ก็สนใจอยู่ ตอนนี้กำลังดูอยู่เหมือนกัน

สุพรรณฯคึกคักพันธมิตรฯปราศรัย

ทางด้านการชุมนุมของมวลชนกลุ่มต่างๆนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศาลาประชาคม 2 อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยนำโดย พล.ต. จำลอง ศรีเมือง เปิดเวทีปราศรัยโดยใช้ชื่อว่า เวทีพลเมืองเสวนาและคอนเสิร์ตเปิดเวทีประชาชนคนสุพรรณ บทกวีอาหารและการเมืองบรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก มีผู้เข้าร่วมงานประมาณ 5 พันคน ในงานนอกจากจะมีการปราศรัยทางการเมืองแล้ว ยังมีการแสดงดนตรีและตั้งเต็นท์แจกอาหารอาทิ ก๋วยเตี๋ยว หอยทอด ให้ผู้เข้าร่วมชุมนุมกินฟรี ส่วนการรักษาความปลอดภัย พ.ต.อ.ไชยรัตน์ ทิพยจันทร์ รอง ผบก.ภ.จ.สุพรรณบุรี กล่าวว่า ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.สามชุกจำนวน 150 นาย คอยดูแลความเรียบร้อย นอกจากนี้ได้เตรียมกำลังตำรวจจาก 10 โรงพักในจังหวัดอีก 300 นาย คอยเตรียมการไว้หาก เกิดเหตุขึ้น

ตัวกินกล่องคืนชีพ ไอ้โม่งงาบนมเด็ก

ที่มา ไทยรัฐ

แม่นยิ่งกว่าหมอฟันธงทำนายเป็นไหนๆ เมื่อวัฏจักรวงจรอุบาทว์นมโรงเรียนหมุนวนกลับมาอีกหน

เมื่อที่ประชุมแก้ปัญหานมโรงเรียนมีมติที่จะรื้อระบบจัดซื้อนมโรงเรียนใหม่ จะให้องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อสค.) เป็นหน่วยงานกลางที่รับผิดชอบนมโรงเรียน

และจะให้ซื้อนมกล่อง นมยูเอชทีมาก เพิ่มเป็น 70% เพื่อแก้ปัญหานมบูดนมเน่า ที่มักจะเกิดกับนมถุง นมพาสเจอไรส์

นี่แหละที่ สกู๊ปหน้า 1 ได้ทำนายไว้ว่า...ในที่สุดปัญหานมโรงเรียนจะเข้าสู่จุดรื้อระบบนมโรงเรียนใหม่ แต่ไม่แก้ปัญหาอะไรได้ เพราะจะเป็นการแก้ปัญหาแบบเหล้าเก่าในขวดใหม่

สมบัติผลัดกันชม...สลับกันโกง เหมือนเดิมทุกประการ

เพราะมติที่ออกมานั่น ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด เป็นเรื่องเก่าๆ ที่เคยเกิดและมีมาตั้งแต่ยุคแรกเริ่มของโครงการนมโรงเรียนโน่น...

พิสูจน์แล้ว แก้ปัญหาอะไรไม่ได้

ปัญหานมบูด นมเน่า โกงนม ฮั้วนม ที่ยุ่งอีนุงตุงนังพัวพันมาถึงวันนี้...ก็มาจากวันนั้นแหละ

โครงการนมโรงเรียนเริ่มครั้งแรกในปี 2535 ให้ทางโรงเรียนเป็นฝ่ายจัดซื้อ จะซื้ออะไรก็ได้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นนมผง นมกล่อง นมถุง จะซื้อนมอะไรก็ได้ สุดแล้วแต่ความสะดวก และงบประมาณที่ทางโรงเรียนจะต้องบริหารให้เด็กดื่มนมได้ครบ 120 วัน

ยุคทดลองเริ่มแรก มีงบให้เด็กดื่มเฉพาะชั้นอนุบาล 696,625 คน ใช้งบประมาณแค่ 278.5 ล้านบาท ปัญหาไม่มีอะไรมาก

ทำมาได้แค่ 3 ปี งบประมาณพุ่งขึ้นมามากกว่าพันล้าน ปี 2537 เลยเกิดปัญหา มีข้อครหา ให้ทางโรงเรียนจัดซื้อ ครูโกงนมเด็ก เอานมไม่ดี นมบูด นมเน่า นมผี (ไม่มีนม แต่มีใบเสร็จไปเบิกเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง)

เมื่อเรื่องราวทุจริตคอรัปชันกลายเป็นข่าวใหญ่โตไปทั่วบ้านทั่วเมือง คล้ายกับตอนนี้...ในที่สุดฝ่ายการเมือง ก็ได้เวลาเปิดตัว กุลีกุจอเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา

มาลงตัวที่ ให้องค์การส่งเสริมกิจการโคนมฯ ได้รับสิทธิผูกขาดในการจัดหา จัดส่งนมให้กับทุกโรงเรียน

ผลปรากฏว่า ให้ อสค.เจ้าพ่อนมยี่ห้อ วัวแดง ได้สิทธิเป็นขาใหญ่นมโรงเรียน เละเป็นโจ๊กยิ่งกว่าให้โรงเรียนจัดการเองซะอีก

มีปัญหาสารพัด ทั้งนมบูด นมเน่า นมหมดอายุเหมือนวันนี้ทุกประการ...แต่ก็ยังจะทำแบบเดิมอยู่อีก

ยิ่งไปกว่านั้น ให้วัวแดงผูกขาดจัดการ ยังมีปัญหาสำคัญอีกอย่างเกิดขึ้น นั่นคือ...บางโรงเรียนไม่มีนมให้เด็กกิน เพราะจัดส่งให้โรงเรียนไม่ทัน

ในที่สุด ปี 2539 ต้องหวนกลับมาใช้ระบบเก่า ให้โรงเรียนจัดซื้อเอง แต่มีเงื่อนไขเปลี่ยนแปลงนิดหน่อย...บังคับให้โรงเรียนซื้อนมถุง (นมพาสเจอไรส์) หรือนมกล่อง (นมยูเอชที) เท่านั้น

แต่ด้วยกลไกการตลาด ฐานะทางการเงินที่ต่างกัน ปรากฏว่า นมกล่องที่แพงกว่าสามารถครองส่วนแบ่งในตลาดนมโรงเรียนได้มากถึง 70%...นมถุงขายได้แค่ 30% เท่านั้น

แรกๆสภาพตลาดเป็นเช่นนั้น แต่ด้วยนมโรงเรียนเป็นตลาดใหญ่ ที่โตขึ้นทุกวัน งบประมาณมากขึ้นทุกปี ใครก็อยากได้สิทธิขายนมโรงเรียน

ถึงจะไม่ได้ขายนม ได้ขายแค่ถุง ขายแค่กล่องใส่นม ก็ขอร่วมรวยได้

ยิ่งกล่องด้วยแล้ว ขายได้ยิ่งรวยไปกันใหญ่ เพราะผู้ผลิตกล่องนมยูเอชทีนั้น มีแค่ 2 รายเท่านั้นเอง

ฉะนั้น ขุมทองนมโรงเรียนจึงไม่ได้มีแค่ศึกแย่งขายน้ำนมอย่างเดียว...ยังมีศึกภาชนะบรรจุ ที่เรียกว่า packaging เป็นกองหนุนอยู่เบื้องหลังในการทำสงครามแย่งตลาดนมโรงเรียนด้วย

ช่วงแรกนมกล่องยึดครองตลาดนมโรงเรียนได้ เพราะนมกล่องเก็บรักษาง่าย บูดเน่ายาก ไม่ต้องแช่ตู้เย็น ไม่ต้องแช่น้ำแข็ง

ผิดกับนมถุง นมพาสเจอไรส์ ต้องแช่ตู้เย็นเท่านั้นถึงจะไม่บูด

แต่เมื่อกลุ่มผู้ผลิตนมพาสเจอไรส์ ปรับตัวทางการค้าใหม่ จัดหาถังน้ำแข็ง ตู้แช่ มาให้ทางโรงเรียน...ยุทธการนี้ทำให้นมถุงบุกตลาดได้มากขึ้น เพราะมีข้อได้เปรียบตรงราคาถุงถูกกว่ากล่องประมาณ 1.30 บาทต่อกล่อง...

ซื้อนมถุงให้เด็กกิน เด็กได้ดื่มนมครบ 200 วันแน่

จากเดิมค่ายนมถุงมีส่วนแบ่งตลาดแค่ 30% ปี 2540 ถังน้ำแข็งช่วยยึดตลาดเพิ่มขึ้นมาเป็น 60% นมกล่องเหลือตลาดนมโรงเรียนแค่ 40% และลดลงมาเรื่อย

ปี 2542 นมกล่องตกอยู่ในสภาพย่ำแย่ เหลือส่วนแบ่งแค่ 20%...นมถุงฟันนมโรงเรียนไป 80% ยิ่งช่วงนั้นวิกฤติต้มยำกุ้งถึงจุดต่ำสุด ตลาดนมทั่วไปจอดไม่แจว

คนประหยัดเงินไม่ค่อยซื้อนมกินกัน มีแต่นมโรงเรียนเท่านั้นที่โตเอ๊า โตเอา...ใครๆ ก็อยากเอาของไปขายให้กับโครงการนมโรงเรียน

ยุคนั้นช่วงนั้นเริ่มเกิดปรากฏเรื่องนมล้นตลาด มีเกษตรกรเอานมมาเททิ้ง ในที่สุดปลายปี 2542 รัฐบาลก็แก้ปัญหา ครม.มีมติ 19 ต.ค. 42 บังคับให้โครงการนมโรงเรียนซื้อนมกล่อง...60 ล้านกล่อง

ปีรุ่งขึ้นเอาอีก 21 มี.ค. 43 ครม.มีมติให้ซื้ออีก 90 ล้านกล่อง...

ปี 2543...ให้ซื้ออีก 100 ล้านกล่อง

250 ล้านกล่อง...คิดเล่นๆ ขอแค่ค่าร่วมด้วยช่วยใช้กล่อง กล่องละ 25 สต.เป็นเงินเท่าไร

และให้บังเอิญเหตุการณ์ในอดีตช่างมาประจวบเหมาะ คล้ายกับเหตุการณ์ในปัจจุบันวันนี้เหลือเกิน

วิกฤติเศรษฐกิจก็เกิด นมโรงเรียนก็มีปัญหา เกษตรกรเอานมมาเททิ้ง...แถมโครงการนมโรงเรียนปีที่ผ่านมาค่ายนมกล่องมีส่วนแบ่งนมโรงเรียนอยู่แค่เพียง 30%...นมถุงขายได้ดีกว่า ยึดตลาดไปได้ 70%

แล้วไหนการเมืองก็เปลี่ยนขั้ว ผลัดใบ...ศูนย์อำนาจเดิมๆ ยุคกระโน้น ยุคออกมติ ครม.ซื้อนมกล่อง หวนย้อนกลับมาอีกครา มติที่ประชุมแก้ปัญหานมโรงเรียน บอกว่า อยากซื้อนมกล่อง 70%

และให้บังเอิญอีกอย่าง ครม.เพิ่งจะมีมติขยายโครงการนมโรงเรียน จากอนุบาลถึง ป. 4 เป็น จากอนุบาลถึง ป. 6

ทำให้เด็กได้ดื่มนมโรงเรียนเพิ่มจาก 5 ล้านคน เป็น 7 ล้านคน...

70% ของ 7 ล้านคน เท่ากับต้องซื้อนมยูเอชทีให้เด็กกินวันละ 4.9 ล้านกล่อง...ทั้งหมด 230 วัน

(โครงการนมโรงเรียนเพิ่มจาก 200 วัน มาเป็น 230 วัน ตั้งแต่ ปี 2545)

เท่ากับว่า...บริษัทกล่องนมฟันไปแต่เพียงผู้เดียว 1,127 ล้านกล่อง...ส่วนจะแบ่งค่าหัวคิวเล็กๆให้กับใคร คิดเป็นเงินเท่าไรนี่

คิดแล้วกลุ้ม...นี่แหละน้า...สมบัติผลัดกันชม สลับกันโกง.

งบปราบเซียน

ที่มา ไทยรัฐ

นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยอมรับความจริงอีกครั้งว่า ผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจทำให้การจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลต่ำกว่าเป้าทั้งระบบ

พูดง่ายๆ คือ สถานะของรัฐบาลกำลังบักโกรก

แต่การยอมรับความจริงแล้วไม่รีบหาทางแก้ไขยิ่งน่าเป็นห่วง

ตามหลักเศรษฐศาสตร์ เมื่อการจัดเก็บรายได้ติดลบ ทางแก้คือต้องลดรายจ่าย!!

แต่รัฐบาลไม่ยอมลดรายจ่าย กลับอีดฉีดรายจ่ายตามนโยบายประชานิยมเพิ่มเข้าไปจนเต็มกระบอกลูกสูบ

และการที่รัฐบาลลดภาษีธุรกิจ ก็ทำให้ การจัดเก็บรายได้ที่ติดลบอยู่แล้วยิ่งติดลบหนักเข้าไปอีก

ถ้ารัฐบาลรู้ตั้งแต่แรกว่าวิกฤติเศรษฐกิจจะหนักสาหัสขนาดนี้ ก็คงต้องปรับลดนโยบายประชานิยมไปบางส่วน

แต่เมื่อรัฐบาลเดินหน้าไปแล้วจะเปลี่ยนใจกลับลำก็ลำบาก

นี่คือต้นเหตุที่รัฐบาลต้องนอนก่ายหน้าผาก คิดหาทางที่จะเพิ่มรายได้เอาไปอุด รายจ่ายจากนโยบายประชานิยมเกินหน้าตัก

ล่าสุด รัฐบาลเตรียมจะขึ้นภาษีสินค้าฟุ่มเฟือย เช่น เหล้า บุหรี่ นํ้าชา กาแฟ และ เครื่องดื่มเสริมพลังงานอื่นๆเพื่อหารายได้มาชดเชยส่วนที่ขาด

แต่การขึ้นภาษีสินค้าพวกนี้ก็ไม่ใช่ คำตอบ

เนื่องจากปัจจุบัน เหล้า บุหรี่ ฯลฯ ก็ถูก เก็บภาษีในอัตราสูงสุด ส่วนชากาแฟเครื่องดื่ม อื่นๆ ถ้าจะรีดภาษีเพิ่มอีก รัฐบาลก็คงจะได้ รายได้เพิ่มอีกไม่มากเท่าไหร่

ยิ่งในภาวะเศรษฐกิจทรุดหนัก ถ้าหากขึ้นภาษีสูงเกินไปนอกจากจะเก็บภาษีไม่ได้ เอกชนภาคธุรกิจก็จะเจ๊งกันเป็นแถบ

แม่ลูกจันทร์ยํ้าอีกครั้งว่าการขึ้น ภาษีไม่ใช่คำตอบ

แต่สิ่งที่รัฐบาลจำเป็นต้องทำคือ ต้องลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น อย่างน้อยอีก 3 ปี

จนกว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นจากสลบ

ฉะนั้น อะไรที่มีอยู่แล้วและยังพอใช้ไปได้ก็ต้องใช้ไปก่อน

เช่น...โครงการรถเมล์สี่พันคัน โครงการจัดซื้ออาวุธลอตใหม่ โครงการสร้าง รัฐสภาใหม่ ฯลฯ ต้องเบรกเอาไว้หมด!!

เพราะไม่มีผลบวกต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ

ข้อสำคัญ รัฐบาลต้องยึดแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง และปฏิบัติตามนโยบายนี้ให้ สังคมเห็นเป็นตัวอย่าง

สรุปว่า ก่อนจะกู้เงินงวดใหม่ ก่อนจะรีดภาษีเพิ่มเอาไปเติมส่วนที่ขาด รัฐบาลต้อง ตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นเสียก่อน

แม่ลูกจันทร์ เชื่อว่าถ้าหากการจัด เก็บภาษีรายได้ยังตํ่ากว่ารายจ่าย ใครเข้ามา เป็นรัฐบาลบริหารประเทศก็เอาไม่อยู่

เพราะงบประมาณประเทศไทยตอนนี้ มีรายจ่ายประจำ 3 ส่วนใหญ่ๆ เป็นภาระหนักอึ้งที่รัฐบาลต้องแบกไว้บนบ่า

1, รายจ่ายเงินเดือนข้าราชการและพนักงานของรัฐปีละเจ็ดแสนล้านบาท ซึ่งทำให้งบลงทุนเพื่อพัฒนาประเทศเหลือก้อนเล็กลงๆมาตลอด

2, รายจ่ายขับเคลื่อนนโยบายประชานิยม ลดแลกแจกฟรีที่ใครมาเป็นรัฐบาลต้องหาเงิน ก้อนใหญ่ไปอัดฉีดอีกปีละนับแสนล้านบาท

3, รายจ่ายอุดหนุนองค์กรปกครองท้องถิ่น ที่เป็นรายจ่ายประจำก้อนใหญ่ ที่เกิดขึ้นตาม นโยบายกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่น

ปีนี้ (2552) รัฐบาลต้องจ่ายเงินอุดหนุนองค์กรปกครองท้องถิ่น อบจ. อบต. เบ็ดเสร็จเป็นเงินสี่แสนห้าหมื่นล้านบาท

คิดเป็น 25 เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณรายจ่ายแผ่นดินทั้งหมด

ที่น่าเสียดายคือ เงินงบประมาณที่อัดฉีด ผ่านองค์กรปกครองท้องถิ่นสี่แสนห้าหมื่นล้านบาทเอาไปใช้จ่ายเป็นเบี้ยหัวแตก

จะลดก็ไม่ได้ จะเลิกก็ไม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญบังคับให้รัฐบาล ต้องจัดงบประมาณอุดหนุนตามที่กฎหมายกำหนด

ไม่ว่าใครเป็นรัฐบาลก็ริดสีดวงบาน ทั้งนั้นแหละ.

“แม่ลูกจันทร์”