WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, March 12, 2009

'เนวิน' เหมาคนเดียว

ที่มา ไทยรัฐ

ถึงนาทีนี้ต้องยกให้เขาเลย “เนวิน ชิดชอบ” คือพระเอกตามท้องเรื่อง

สารพัดประเด็นการเมืองไปยันเศรษฐกิจ สำรวจข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์รายวัน โดยรายการที่พัวพันกับชื่อ “เนวิน” เข้าไปมีเอี่ยวได้เสีย

การโยกย้ายใหญ่ผู้ว่าราชการจังหวัด และข้าราชการระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ เป็นการเกลี่ยโควตากันระหว่างพรรคประชาธิปัตย์ที่ต้องการเคลียร์พื้นที่สีแดงภาคเหนือ ส่งคนใกล้ชิดไปนั่งเป็นพ่อเมืองในจังหวัดยุทธศาสตร์

ในขณะที่ “กลุ่มเพื่อนเนวิน” ได้ส่งคนในคาถา ยึดชัยภูมิเลือกตั้งอีสาน

โดยเฉพาะคิวของอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นที่มีการเด้งนายสุกิจ เจริญรัตนกุล เปิดทางให้นายมานิต วัฒนเสน ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น สายตรง “เนวิน” เข้ามานั่งคุมงาน

และมีเสียงโวยวายจากเจ้าของเก้าอี้คนเก่า แฉเหตุถูกเด้งเพราะรู้ทันการเมือง “จ้องกินงบฯ” เกี่ยวเนื่องจากรายการขัดขากับนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย ในคาถา “เนวิน” ที่สั่งให้อธิบดีในสังกัดรายงานการใช้งบประมาณแต่ละกรม

“ไอ้โม่ง” เลยสั่งเขี่ยพ้นทาง ไม่ให้เกะกะขุมทรัพย์กว่า 30,000 ล้านบาท

จากคิวของ “เนวิน” ล้างบางมหาดไทย มาที่คิวป่วนๆในการย้ายฐานการบินภายในประเทศของสายการบินไทยจากสนามบินดอนเมืองกลับไปท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

ตามนโยบาย “single airport” หรือสนามบินเดียวที่อ้างกัน

โดยรูปการณ์ที่นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม ในคาถา “เนวิน” ตั้งท่า “ทุบ” เอาให้ได้ บี้ต้องย้ายภายในวันที่ 29 มีนาคม เพื่อลดภาระการขาดทุนของการบินไทย

แต่ถูกต่อต้านอย่างหนักจากสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทย ในเครือข่ายของม็อบพันธมิตรฯที่แฉเบื้องหลัง มีเรื่องการเอื้อประโยชน์ให้ยักษ์ดิวตี้ฟรี

เปิดทาง “โกย” ให้นายทุนใหญ่ของก๊วน “เพื่อนเนวิน”

และก็เป็นขาใหญ่ม็อบพันธมิตรฯที่เปิดข้อมูลร้อนๆ ทิ่มกันตรงๆเลยว่า ยักษ์ค้าปลอดภาษีจ่ายเงินให้กับ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ คนละ 100,000 บาท ดูแลกันตั้งแต่การจัดตั้งรัฐบาลที่ผ่านมา

ตั้งฉายา “รัฐบาลคิงพาวเวอร์”

จับ “เนวิน” กอดคอประชาธิปัตย์ โยงภาพ “เพื่อนกิน”

ยังมีคิวตกค้าง บิ๊กโปรเจกต์รถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน ลูกติดพันของ “ก๊วนเพื่อนเนวิน” ล่าสุดแกนนำอย่างประชาธิปัตย์ยึกยักกันพอเป็นพิธี ยื้อให้แก้ทีโออาร์ เปลี่ยนเป็นการเช่ารถที่ต่อเองภายในประเทศ 70 เปอร์เซ็นต์หรือ 2,800 คัน ส่วนอีก 30 เปอร์เซ็นต์ หรือ 1,200 คัน เปิดให้เช่าจากต่างประเทศ

ซิกแซ็ก เบี่ยงหลบกระแส พอให้ “เสียงด่า” ซา

แต่สุดท้าย โดยราคา “เคาะโต๊ะ” ที่โขกไปคันละกว่า 17 ล้านบาท จากต้นทุนที่ประเมินกันจริงๆแค่ 5 ล้านบาท ฟาดหัวคิวกันให้เห็นๆ

อ้อยเข้าปากช้าง ง้างยังไงก็ไม่ออก

โดยอิทธิฤทธิ์ของ “เนวิน” เนื้อๆ

แต่ที่ต้องเชื่อเลยว่า มนต์ขลังจริงๆ พิสูจน์กันได้จากผลงานที่ “เนวิน” สามารถเบียดตัวไปแทรกกลาง จน “เทพเทือก” นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ผู้จัดการรัฐบาล แตกคอกับขาใหญ่ม็อบพันธมิตรฯ

ในอารมณ์เดือดดาล ขาใหญ่ม็อบพันธมิตรฯด่ารัฐบาลประชาธิปัตย์ จะฉิบหายเพราะ “เทพเทือก” แฉแหลกที่สมคบกับ “เนวิน” ส่งซิกตำรวจล็อกตัวแกนนำม็อบเสื้อเหลือง

ลืมบุญคุณที่อุ้มขึ้นวอ

ขณะที่ฝ่ายประชาธิปัตย์ก็เอาคืนทันควัน ปล่อยข้อมูลเบื้องหลังอาการขัดลำ เพราะขาใหญ่พันธมิตรฯเรียก “เทพเทือก” ไปที่บ้าน เพื่อเจรจาขอให้โยกย้ายตำรวจที่รับผิดชอบคดีของม็อบพันธมิตรฯ แต่ไม่ได้รับการตอบสนอง

ขาใหญ่ม็อบพันธมิตรฯกับประชาธิปัตย์เปิดฉากหักดิบ คนเคยรักหันมาฟัดกันแหลก

สะบั้นสัมพันธ์ “ผู้มีอุปการคุณ”

โดยอิทธิฤทธิ์ของ “มนต์เขมร” ที่เห็นกันจะจะ พิสูจน์ว่า “พระเอก” ตามท้องเรื่องจริงๆคือใคร ไปๆมาๆ เกมไล่ล่า “นายใหญ่” มัวแต่กลัวเงา “ทักษิณ”

กลายเป็น “เนวิน” ที่ชิงจังหวะ “ล้างแค้นเงียบ”

“เอาคืน” แบบสะใจโก๋เลย.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

107วันค่อยออกหมายจับโจรพธม.อุกอาจกลางกรุง ความยุติธรรมที่ล่าช้า เป็นความอยุติธรรมชนิดหนึ่ง

ที่มา Thai E News



โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา มติชนออนไลน์
12 มีนาคม 2552

เสื้อแดงย้อนศรตำรวจและโจรพันธมิตร หลังการ์ดแดงโดนหมายจับกรณีรุมทหารสืบข่าวม็อบทำเนียบเมื่อ26ก.พ. จตุพรพา6ผู้ต้องหามอบตัวพร้อมท้าหากออกหมายจับได้เพียงแค่มีหลักฐานภาพถ่ายโดยไม่ทราบชื่อ ก็ต้องออกหมายจับเสื้อเหลืองเช่นกัน โดยเฉพาะกรณีอุกอาจสาดกระสุนมีดจี้คอจุดไฟเผาหน้าแท็กซี่เรดิโอเมื่อ25พ.ย.51 พร้อมท้าให้แกนนำพันธมิตรแสดงสปิริตพาเข้ามอบตัวด้วย ล่าสุดตำรวจย่องแย่งออกหมายจับแล้วหลังผ่านไป107วัน แฉดองคดียาวทั้งที่ศาลอนุมัติจับหลังก่อเหตุ1เดือน รอดูน้ำหน้าแกนเน่าจะพาเข้ามอบตัวหรือไม่ หลังจากยะใสเคยปัดความรับผิดชอบว่าไม่ใช่คนของพธม.


คำกล่าวที่ว่าความยุติธรรมที่มาถึงล่าช้า ถือเป็นความอยุติธรรมชนิดหนึ่ง กำลังเป็นบทพิสูจน์ในการดำเนินคดีต่อโจรพันธมิตร ซึ่ง1ในหลายกรณีนั้นก็คือพฤติการณ์อุกอาจยิง ปืนจี้ จุดไฟเผาบริเวณปากซอย3ถนนวิภาวดี เหตุเกิดเมื่อวันที่25พฤศจิกายน2552 หรือเมื่อ107วันที่ผ่านมา และแทบจะเงียบหายไป

คดีดังกล่าวถูกเปิดเผยขึ้นอีกครั้งในสถานการณ์ที่ตำรวจรีบออกหมายจับการ์ดคนเสื้อแดงที่เข้าจับกุมทหารที่แอบแฝงตัวเข้าไปหาข่าวและก่อกวนในการชุมนุมของเสื้อแดงที่หน้าทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่26ก.พ.2552 และตำรวจได้ออกหมายจับอย่างรวดเร็วเพียงแค่ไม่ถึง1สัปดาห์หลังเกิดเหตุ โดยที่ตำรวจไม่ทราบชื่อผู้ก่อเหตุ ระบุเพียงว่ามีหลักฐานภาพถ่ายตามที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณให้นโยบายไว้ก็เพียงพอแล้วต่อการดำเนินคดี ซึ่งนายจตุพร พรมพันธุ์ แกนนำเสื้อแดงได้แสดงสปิริตรีบพาผู้ต้องหา6รายเข้ามอบตัว และประกันตัวออกมาแล้ว

นายจตุพรกล่าวเตือนตำรวจว่า หากอาศัยเพียงหลักฐานภาพถ่ายมาออกหมายจับ ก็ต้องดำเนินคดีต่อพันธมิตรด้วย โดยเฉพาะกรณีการก่อเหตุยิงประชาชนบาดเจ็บ11ราย และจี้ รวมทั้งจุดไฟเผาหน้าปากซอยวิภาวดี3เมื่อวันที่25พ.ย.2551 จึงจะถือว่าไม่เลือกปฏิบัติ เพราะเหตุการณ์ดังกล่าวมีหลักฐานภาพถ่ายชัดเจน และเมื่อออกหมายจับแล้ว ก็ต้องรอดูสปิริตแกนนำเสื้อเหลืองพันธมิตรด้วยว่าจะกล้าพาผู้ต้องหาเข้ามอบตัวแบบเสื้อแดงหรือไม่ เพราะที่ผ่านมานายสุริยะใส กตศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรปัดความรับผิดชอบว่าไม่ใช่คนของพันธมิตร

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวานนี้( 11 มี.ค. )ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 24 ธ.ค.2551 ที่ผ่านมา ศาลอาญา ได้อนุมัติหมายจับ เลขที่ 3476-3496/2551 ให้จับกุมชายไทยไม่ทราบชื่อจำนวน 20 คน ในข้อหา มั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไปกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง โดยผู้ร่วมกระทำผิดคนหนึ่งคนใดมีอาวุธ โดยผู้ต้องหาตามหมายจับ ที่ 3496/2551ซึ่งเป็นชายที่ใช้อาวุธปืนสั้นยิงเข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงที่บริเวณปากซอยทางเข้าสถานีวิทยุชุมชนคนรักแท็กซี่ วิภาวดี ซอย 3 ศาลอาญา ได้เพิ่มข้อหา ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร

ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 25 พ.ย.2551 กลุ่มผู้ต้องหาซึ่งเป็นผู้ชุมนุมแนวร่วมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้เคลื่อนขบวนจากสนามบินดอนเมืองไปสนามบินสุวรรณภูมิ ใช้เส้นทางถนนวิภาวดี เพื่อที่จะขึ้นทางด่วนไปยังจุดหมาย แต่เมื่อขบวนเคลื่อนมาถึงบริเวณหน้าปากซอยโชคชัยร่วมมิตร ได้เกิดเหตุปะทะกันกับกลุ่มแนวร่วมต่อต้านเผด็จการแห่งชาติที่ชุมนุมกันอยู่บริเวณปากซอยทางเข้าสถานีวิทยุชุมชนคนรักแท็กซื่ วิภาวดีซอย 3 โดยกลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ใช้อาวุธปืน หนังสติ๊ก มีดดาบ ท่อนเหล็ก และก้อนหิน ยิงเข้าใส่และเข้าทำร้ายกลุ่มผู้ชุมนุมฝ่ายตรงข้ามจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บและทรัพย์สินเสียหาย

ต่อมา พ.ต.ท.ศักดิพัฒน์ เหรียญทอง พนักงานสอบสวน (สบ.3) ส.น.บางซื่อ ได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับกุมกลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่ก่อเหตุทั้งหมด ก่อนที่หมายจับดังกล่าวจะถูกส่งมีที่กองทะเบียนประวัติอาชญากรรมเพื่อประกาศสืบจับต่อไป

(ชมภาพชุดพันธมิตรก่อเหตุอุกอาจยิง มีดจี้คอ และเผาหน้าปากซอยวิภาวดี 3 เมื่อ25พ.ย.2551 หน้าสำนักงานแท็กซี่เรดิโอ พร้อมคลิปข่าว)






























ดีสเตชั่นเล็งยิงสด"แม้ว"ปาฐกถาปลายมี.ค. โวยผวจ.ชลบุรีเส้นใหญ่มัวแต่ทัวร์เยอรมันไม่ถกรับมือ"เสื้อแดง"

ที่มา มติชนออนไลน์

"ทักษิณ"เตรียมปาฐกถาฮ่องกง ปลาย มี.ค.นี้ โชว์วิสัยทัศน์ใช้ 8 แสนล้านแก้ ศก. "ดีสเตชั่น"เล็งยิงสด "เสื้อแดงจันท์" รอโฟนอิน15มี.ค.เปิดสายจ้อชาวเมืองต้นตระกูลชินวัตร "บุญจง"สั่งพ่อเมืองเคลียร์กลุ่มเคลื่อนไหวป่วน"มาร์ค"ลงพื้นที่ 21 มี.ค. ปชป.ชลฯ โวยผวจ.เส้นใหญ่ไม่ถกรับมือ มัวแต่ทัวร์เยอรมัน

มท.2ขู่ผู้ว่าฯแอบหนุนเสื้อแดง


นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 11 มีนาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล ถึงการลงพื้นที่พบปะประชาชนว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เตรียมการลงพื้นที่ จ.ชลบุรี ในวันที่ 21 มีนาคม ส่วนรัฐมนตรีคนอื่นๆ ได้ลงชื่อแสดงความจำนงในการลงพื้นที่ 35 จังหวัดที่เหลือในสัปดาห์นี้ อย่างไรก็ตามยังมีหลายจังหวัดที่ยังไม่มีผู้ประสงค์จะลงพื้นที่ อาทิ จ.สุราษฎร์ธานี พังงา ฯลฯ จึงมอบให้รัฐมนตรีที่อยู่ในจังหวัดนั้นลงไป


นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวระหว่างประชุมกระทรวงมหาดไทยว่า จากการลงพื้นที่ในต่างจังหวัด เห็นได้ว่า กลุ่มเสื้อแดงยังคงเคลื่อนไหว ประกาศตัวว่าไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล ซึ่งแม้จะเป็นสิทธิเสรีภาพทางความคิด แต่เมื่อกระทรวงมีนโยบายสร้างความสมานฉันท์ ก็ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด เพื่อสร้างความสมานฉันท์ แต่ไม่ใช่ไปกดดันเขา แต่ขอให้ใช้วิธีเจรจาให้เกิดความสามัคคีสมานฉันท์ ผู้ว่าฯคนไหนรู้ตัวว่าเป็นเครื่องมือของกลุ่มคนเสื้อแดงเองก็ขอให้ปรับปรุงตัว


ปชป.ชลฯ โวยผวจ.ไม่ถกรับมือ


นายประมวล เอมเปีย ส.ส.ชลบุรี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขณะนี้กลุ่มคนเสื้อแดงได้ ระดมคนประมาณ 1,000 คนจากจังหวัดใกล้เคียง คือ จ.ระยอง จันทบุรี และฉะเชิงเทรา เพื่อมารวมตัวต่อต้านการลงพื้นที่ของนายกฯในวันที่ 21 มีนาคม แต่ฝ่ายปกครองในพื้นที่รวมทั้งตำรวจ ยังไม่ประชุมหารือเพื่อแก้ไขปัญหาการชุมนุม ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดความรุนแรง และหากเกิดความรุนแรงขึ้นจะมีผลกระทบเกี่ยวกับด้านการท่องเที่ยว เพราะในสายตาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ เมืองพัทยาก็คือประเทศไทย ซึ่งน่าเสียดายที่คนเลือดชลบุรีแท้ๆ แต่ดันทำลายบ้านเกิดของตัวเอง เล่นเกมการเมืองจนลืมรากเหง้า เหลืออีกไม่กี่วันที่นายกฯ จะเดินทางมาที่ จ.ชลบุรี แต่ผู้ว่าราชการจังหวัด จ.ชลบุรีกลับเดินทางไปเที่ยวที่ประเทศเยอรมนี จึงไม่มีการประชุมเตรียมการเพื่อรับมือกลุ่มคนเสื้อแดง


"ผมได้สอบถามกรณีนี้กับท่านสุเทพ (นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง) แล้ว แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบว่า จะจัดการเรื่องนี้อย่างไร หรือเป็นเพราะเส้นใหญ่มาก ที่มาจากอดีต ส.ส.กลุ่ม 16 จึงไม่ใส่ใจคนของพรรคประชาธิปัตย์ที่เป็นคนระดับนายกฯ ถ้าท่านสุเทพรักนายกฯ จริง จะต้องจัดการเรื่องราวทั้งหมดให้เกิดความเรียบร้อย เพราะคนเสื้อแดงที่จะมาชุมนุมกัน ที่จังหวัดชลบุรี เป็นพันคนจะยิ่งรุนแรงกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใน จ.ลพบุรีŽ นายประมวลกล่าว


ดีสเตชั่นเล็งยิงสด"แม้ว"ปาฐกถา


นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา โฆษกส่วนตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการปาฐกถา ที่สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศ ที่เกาะฮ่องกง ในวันที่ 12 มีนาคมว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะปาฐกถาตามผ่านวิดีโอลิงก์ โดยไม่เดินทางไปฮ่องกงคำเชิญของสโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศฮ่องกง อย่างแน่นอน โดยจะเป็นการปาฐกถาเกี่ยวกับเรื่องวิกฤตเศรษฐกิจโลก ซึ่งเป็นสิ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เชี่ยวชาญ


นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า การกระทำของรัฐบาลไทยที่ไปประสานกับเกาะฮ่องกงเพื่อขอให้มีการควบคุมตัว พ.ต.ท.ทักษิณ นั้นเป็นสิ่งที่น่าอายของนายกรัฐมนตรี ที่ต้องการทำเพียงเพื่อทำลายชื่อเสียง พ.ต.ท.ทักษิณ โดยไม่คำนึงถึงข้อเท็จจริงว่าอะไรถูกอะไรผิด และเรื่องนี้นายอภิสิทธิ์ ย่อมทราบดีว่า ฮ่องกงไม่สามารถทำตามคำขอของทางการไทยได้ สำหรับการปาฐกถาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศฮ่องกงนั้นทางทีมงานของสถานีโทรทัศน์ดาวเทียม ดี สเตชั่น กำลังประสานงานเพื่อให้มีการถ่ายทอดสัญญาณมาออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมดี สเตชั่น ซึ่งหากไม่สามารถออกอาอากาศสดได้ ก็จะพยายามที่จะเอาเทปบันทึกภาพมาออกอากาศอีกครั้ง


ปลายมี.ค.โชว์วิสัยทัศน์แก้ศก.อีก


นายนพดล ปัทมะ อดีตที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวกรณีสมาชิกพรรค ประชาธิปัตย์ระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองเพราะไม่พอใจที่สูญเสียบทบาทการเป็นผู้นำอินเตอร์ให้นายอภิสิทธิ์ว่า ยืนยันว่าการเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณในขณะนี้ไม่ได้มีนัยยะแอบแฝงทางการเมืองแต่เป็นเพราะห่วงใยบ้านเมือง นอกจากเวทีที่ฮ่องกงแล้ว ในช่วงปลายเดือนนี้ก็จะเสนอแนวคิดใช้เงินจำนวน 8 แสนล้านบาทแก้ปัญหาเศรษฐกิจตามที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำคนเสื้อแดงได้เปิดเผยในก่อนหน้านี้ พ.ต.ทักษิณไม่ได้รู้สึกอิจฉานายอภิสิทธิ์ตามที่พรรคประชาธิปัตย์กล่าวอ้าง โดยเฉพาะการที่นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกส่วนตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณเหมือนสุนัขบ้านั้นถือเป็นความพยายามใส่ร้ายและไม่ให้เกียรติอดีตนายกรัฐมนตรีอย่างมาก เพราะคำชมในการจัดงานอาเซียนจากหลายประเทศนั้นไม่ได้เกิดจากผลงานของพรรคประชาธิปัตย์ แต่ได้มีการเตรียมความพร้อมมาแล้วตั้งแต่ในสมัยรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวชและรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ แต่นายอภิสิทธิ์เพียงแค่มาตัดริบบิ้นหรืออ่านสคริปต์ที่ข้าราชการร่างให้เท่านั้น


"การเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณเป็นเพียงกิจกรรมในเชิงวิชาการเท่านั้น ไม่ใช่การเคลื่อนไหวเพราะกลัวถูกจับ การจะเอาตัว พ.ต.ท.ทักษิณกลับมาในตอนนี้ มีนัยยะทางเมืองแอบแฝง ซึ่งเชื่อว่าต่างประเทศเข้าใจในเรื่องนี้ดีว่า คดีต่างๆ ที่กล่าวหา พ.ต.ท.ทักษิณ เกิดขึ้นมาจากการรัฐประหาร ที่ถือว่าเมื่อมองกลับไปดูที่ต้นสายปลายเหตุ ก็เชื่อว่ารัฐบาลไทยคงไม่สามารถไปกดดันประเทศต่างๆได้" นายนพดลกล่าว


เสื้อแดงจันท์รอโฟนอีน15มี.ค.


นายสำเริง ประจำเรือ สมาชิกสภาจังหวัด (ส.อบจ.) จันทบุรี เขต 1 อ.เมืองจันทบุรี และเป็นประธานกลุ่มเสื้อแดงคนรักษ์เมืองจันท์ กล่าวว่า ได้เตรียมจองสถานที่ ของเทศบาลเมืองจันทบุรี และสนามฟุตบอล อยู่ที่สามเหลี่ยมหน้าโรงพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรี ไว้เป็นที่ชุมนุมคนเสื้อแดงในวันที่ 15 มีนาคมแล้ว คาดว่าจะรวมตัวกันประมาณ 20,000 คน ซึ่งมาจากภาคตะวันออกและภาคกลาง มีแกนนำหลักคือนายวีระ มุสิกพงศ์ จตุพร พรหมพันธุ์ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และนายชินวัฒน์ หาบุญพาด นายกสมาคมแท็กซี่เอื้ออาทร ที่เป็นชาวอำเภอโป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี


นายสำเริงกล่าวว่า วันนั้นจะมีการต่อสาย (โฟนอิน) ถึง พ.ต.ท.ทักษิณ และจะให้ญาติพี่น้องของ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งอยู่ที่ จ.จันทบุรี ได้พูดคุยด้วย เพราะต้นตระกูลชินวัตร มีอยู่ที่ตลาดบางกะจะ ต.บางกะจะ อ.เมืองโดยปู่ของ พ.ต.ท.ทักษิณ มาจากประเทศจีน ทางเรือมาขึ้นบกที่ บ้านท่าแฉลบ แล้วมาปลูกบ้านอยู่ ที่ตลาดบางกะจะ แล้วปู่ ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ดำรงตำแหน่งเป็นนายอากร บ่อนเบี้ย เก็บภาษีให้รัฐ จากนั้นจึงย้ายไปอยู่เชียงใหม่

ทัพ3หาข่าวสกัด "แดง"เหนือเคลื่อน


พล.ท.ทนงศักดิ์ อภิรักษ์โยธิน แม่ทัพภาคที่ 3 (มทภ.3) กล่าวถึงการเคลื่อนไหวกลุ่มเสื้อแดงในพื้นที่ภาคเหนือ ว่า หวังว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย และเกิดความสงบในบ้านเมือง ซึ่งเป็นความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่แล้ว ในส่วนของทหารจะเน้นเรื่องการหาข่าวเพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรง หรือมีการกระทำที่เกินกว่าเหตุเช่นการพกพาอาวุธ พยายามขอร้องไม่ให้เกิดความรุนแรง


"ไม่เฉพาะเชียงใหม่ ในหลายจังหวัดทางภาคเหนือก็จะมีรัฐมนตรีเดินทางไปเช่นพิษณุโลก ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศจะเดินทางมา ก็ขอร้องกันในฐานะที่เป็นคนไทยและมั่นใจในศักยภาพของคนภาคเหนือที่มีแต่ความน่ารักและนุ่มนวล ตอนนี้ทุกจังหวัดมีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่จะไม่ให้เกิดความวุ่นวายด้วยการขอความร่วมมือทุกฝ่าย จึงไม่น่าห่วง" มทภ.3 กล่าว


"มาร์ค" แย้มแนวทางดำเนินการคดี"ใจ"


นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังหารือกับตัวแทนอัยการสูงสุด ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาลว่า หารือเรื่องปัญหาของสำนักงานอัยการสูงสุด ซึ่งสถานะได้เปลี่ยนแปลงไปตามรัฐธรรมนูญ และต้องมีกฎหมายออกมารองรับภายใน 1 ปี โดยอัยการได้นัดหมายมาตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว เพราะมีปัญหาอุปสรรคการปฏิบัติตามกฎหมายและมีเรื่องอัตรากำลังรวมถึงเรื่องต่างๆ


ผู้สื่อข่าวถามว่า ช่วงเดินทางไปอังกฤษจะขอให้ทางอังกฤษส่งตัว พ.ต.ท.ทักษิณกลับมาดำเนินคดีหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เข้าอังกฤษไม่ได้อยู่แล้ว ส่วนกรณีของนายใจ อึ๊งภากรณ์ นักวิชาการที่ต้องคดีหมิ่นสถาบัน ที่เวลานี้อยู่ประเทศอังกฤษ ขณะนี้ทางนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ดูข้อประเด็นกฎหมายต่างๆ อยู่ และจะแจ้งให้ตนทราบ


เมื่อถามว่า ถ้ามีโอกาสได้พบนายใจที่อังกฤษจะทำอย่างไร นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เรื่องนี้ก็เหมือนกับคนไทยคนหนึ่ง แต่ตอนนี้เข้าใจว่า นายใจคงจะใช้สัญชาติอังกฤษ และต้องบอกว่า ทุกคนที่อยู่เมืองไทยมา ก็ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายŽ


นัดคุยปม"หมิ่น"กลุ่มพลเมืองเน็ต


นายกฯย้ำกรณีนักวิชาการบางส่วน เสนอแนวคิดให้ยกเลิกกฎหมายหมิ่นสถาบัน หรือมาตรา 112 ประมวลกฎหมายอาญาว่า ได้พูดคุยกับนักวิชาการแล้วยังเห็นว่าปัญหาขณะนี้อยู่ที่การบังคับใช้และการบังคับใช้คงต้องหาวิธีการที่จะทำให้เกิดความชัดเจน ต้องไม่เป็นปัญหาข้อโต้แย้ง ซึ่งนำไปสู่ปัญหาที่เป็นผลกระทบกับทุกๆ ฝ่าย เช่น การตีความและขั้นตอนในการดำเนินการ อย่างเรื่องของอัยการ ขณะนี้มีข้อความที่ร้องเรื่องหมิ่นพระบรมเดชานุภาพที่ปรากฏในเว็บไซต์ต่างชาติ ก็ระบุว่าเป็นเรื่องที่อัยการโดยพนักงานสอบสวน ทำเรื่องล่าช้าและเกี่ยวกับชาวต่างชาติ ทำให้เกิดความเข้าใจผิดจนถูกหยิบยกเป็นเงื่อนไขการโจมตี ฉะนั้นถ้าตรงนี้หาแนวทางจัดการเรื่องการบังคับใช้ได้จะเป็นเรื่องที่ดีที่สุด แม้แต่กรณีการปลดเว็บไซต์ประชาไท วันเดียวกันนี้ก็ได้นัดกลุ่มที่เคลื่อนไหว สิทธิเสรีภาพของพลเมืองเน็ต มาคุยกันที่สภา

ขัดใจขาใหญ่

ที่มา ข่าวสด

เหล็กใน




แค่ถูกขาใหญ่พันธมิตรออกมาด่าว่าเป็นคางคกขึ้นวอ และตัวการจะทำให้พรรคประชาธิปัตย์วิบัติฉิบหายเข้าหน่อย

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้จัดการรัฐบาล ถึงกับหงอ หมอบราบคาบแก้ว ยอมก้มประนมกร น้อมรับคำเทศนาสั่งสอนเสียแต่โดยดี

ดูแล้วผิดวิสัยนักเลงลูกทุ่ง ที่เกือบทั้งชีวิต ไม่เคยสยบยอม ก้มหัวให้ใคร

ที่ผ่านมา นายสุเทพก็ฟาดฟันดะ ต่อกรกับคู่แข่งทางการเมืองมาอย่างโชกโชน เคยเกรงกลัวหน้าอินทร์หน้าพรหมเสียที่ไหน

คราวนี้ ผิดฟอร์ม เจี๋ยมเจี้ยม และจ๋องจนน่าสงสัย

อาจจะเป็นเพราะที่ผ่านมา นอกจากไม่ยอมเชื่อฟังขาใหญ่แล้ว ยังบังอาจขัดอกขัดใจอีกต่างหาก

นั่นคือยอมทำตามรายการ "คุณขอมา" บ้าง แต่ให้ไม่หมดจนทำให้คนขอรู้สึกไม่ได้ดังใจ

เลยมีรายการทวงบุญคุณกันแบบไม่ไว้หน้า

เช่น จะทนนอนกับโจรได้นานแค่ไหนบ้าง อย่าเห็นพันธมิตรเป็นแฟนเก็บบ้าง

หรือแม้แต่การส่งสัญญาณว่าจะตั้งพรรคการเมืองขึ้นมา เพื่อเกทับพรรคประชาธิปัตย์

ล่าสุดมีรายการเดิมพัน-วัดใจกันครั้งใหญ่

เมื่อนายสุริยะใส กตะศิลา นายประพันธ์ คูณมี และนายสำราญ รอดเพชร บุกไปพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ถึงทำเนียบรัฐบาล

ขอให้เปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวนรวม 13 คนในคดีที่ 21 พันธมิตรถูกออกหมายเรียก

นายสุริยะใสอ้างว่าเป็นพนักงานสอบสวนที่แต่งตั้งโดยรัฐบาลที่แล้ว มีส่วนได้ส่วนเสีย และเกี่ยวข้องกับการควบคุมเหตุการณ์เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551

พร้อมกับอ้างผลการสอบสวนของคณะกรรมการสิทธิฯ และคณะอนุกรรมการสอบสวนของวุฒิสภา

ทั้งๆ ที่ผลการสอบสวนดังกล่าว ยังมีข้อกังขาเรื่องความเป็น กลาง และความรอบด้าน

อย่างไรก็ตาม นายอภิสิทธิ์ก็รับปากว่าจะดูแลให้ พร้อมกับอ้างว่าเรื่องที่ยื่นร้องมา มีกฎหมายและหลักเกณฑ์อยู่แล้ว

ต้องจับตาดูกันต่อว่ารัฐบาลจะใช้หลักเกณฑ์แบบไหน มาตรฐานเดียวกันหรือไม่

จะมีชื่อนายตำรวจใหญ่ที่อยู่ในขบวนการยึดทำเนียบ ยึดสนามบินมาร่วมเป็นพนักงานสอบสวน เพื่อช่วยเหลือเฟือฟายกันหรือเปล่า

จะว่าไปแล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างประชาธิปัตย์กับพันธมิตรในระยะหลัง ซดเกาเหลากันหนัก

เพราะปากของบรรดาโฆษกทั้งหลาย

ล่าสุด ถึงขนาดจะส่งคนที่เคยออกมายอมรับตรงๆ ว่าได้เป็น ส.ส.เพราะบารมีพันธมิตร อย่างนายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ เป็นกาวใจไปพูดคุย สงบศึก

เกี้ยเซี้ย สมประโยชน์กันอย่างไร ประชาชนต้องจับตา

รัฐบาลประชาธิปัตย์จะมีวิธีรอมชอม เอาอกเอาใจขาใหญ่แบบไหน?!

ใบสั่งพันธมิตรฯ

ที่มา เดลินิวส์

หมู่นี้พันธมิตรฯ เป็นข่าวบ่อย เพิ่งเขียนเรื่องจะตั้งพรรคการเมือง วันนี้มีอีกเรื่อง เพราะรู้กัน รัฐบาลชุดนี้ก่อเกิดขึ้นนอกจากงูเห่าจาก กลุ่มเพื่อนเนวิน แล้ว ก็ยังมี องค์กรอิสระ อภิสิทธิ์ชน กองทัพ และแนวร่วมสำคัญ กลุ่มพันธมิตรฯ นี่แหละ

ร่วมเป็นขบวนการ

“ปูพรมแดง” ให้ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้มานั่งเก้าอี้นายกฯ ตอนนี้ เป็นรัฐบาลปฏิวัติซ่อนรูป ปฏิเสธยังไงก็ไม่พ้น

แม้แต่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ที่แอบไปเรียนปริญญาเอกรัฐศาสตร์รามคำแหงเพื่อเตรียมเล่นการเมือง ยังอุตส่าห์โผล่มาย้ำหัวตะปูเลย หากไม่ลากรถถังออกมาไล่รัฐบาลแม้วตอนนั้น ก็ไม่มีรัฐบาลอภิสิทธิ์ตอนนี้

ล่าสุดของล่าสุด สนธิ ลิ้มทองกุล ลงมือเอง พูดที่โคราช ฝากถึง สุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้จัดการรัฐบาล ในฐานะรองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคงที่ดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า จะเห็นพันธมิตรฯ เป็นมิตรหรือศัตรู อย่ามาแทงกั๊ก ขณะที่ก่อนหน้าสุเทพก็ถูกสนธิด่าเละ เป็นคางคกขึ้นวอ

อะไรทำให้สนธิไม่พอใจเทพเทือกถึงขั้นนี้ แล้วก็ถึงบางอ้อ ชุมพล กาญจนะ ส.ส. สุราษฎร์ธานี คนสนิทสุเทพนั่นเอง บอกว่า เทพเทือกเคยชี้แจงในที่ประชุม ส.ส. ว่า เพิ่งเข้ามาเป็นรัฐบาล จะไปทำทุกอย่างทันทีคงไม่ได้ พนักงานสอบสวนคดีความต่าง ๆ เป็นคนที่รัฐบาลชุดเก่าตั้งไว้ หากเข้าไปแทรกแซงก็อาจถูกร้องว่าทำผิดกฎหมาย

“จะทำตามใบสั่งพันธมิตรฯ ทันทีคงไม่ได้...แต่การโยกย้ายนายตำรวจตั้งแต่ระดับรองผู้บัญชาการ ผู้บังคับการ และผู้กำกับ ในเดือนเมษายนนี้ จะต้องมีการโยกย้ายครั้งใหญ่แน่นอน เพื่อเอาคนที่ไม่มีประสิทธิภาพ คนที่ใส่เกียร์ว่าง (ข้ออ้างยอดฮิต) และคนที่กลุ่มอำนาจเก่าวางไว้ออกไป โดย พล.ต.ต.ชัยยะ ศิริอัมพันธุ์กุล คนสนิท นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ อยู่ในข่ายที่จะได้รับการพิจารณาด้วย”

อย่างนี้ก็ต้องชมว่า ใจถึง กล้ายอมรับ ที่ นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกส่วนตัวหัวหน้าพรรคไขสือว่า พันธมิตรฯ มีบุญคุณอะไรกับพรรค จึงมาหาว่า ลืมบุญคุณ จะได้หูตาสว่าง ได้หายโง่เสียที

ก็นั่นละ บุญคุณ ต้องทดแทน แต่แค้นต้องชำระหรือไม่ ต้องรอดู

แต่ที่ไม่ต้องสงสัย ทำไม ลอยเลื่อน บุนนาค รองเลขาธิการสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ถึงยอมไปถอนแจ้งความไม่ดำเนินคดีแกนนำพันธมิตรฯ ที่บุกยึดทำเนียบดื้อ ๆ ทั้งที่ท่าทีตอนแรกขึงขังมาก ต้องเอาเรื่องถึงที่สุด

ก็เพราะมีใบสั่งนี่เอง !!!

พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้บัญชา การตำรวจนครบาล ที่ทำหน้าที่ตรงเผง กล้าออก หมายจับ 21 แกนนำพันธมิตรฯ ที่บุกยึดรัฐสภาหลังยึดทำเนียบรัฐบาล ไม่ทันไร ก็ต้องเปลี่ยนจากหมายจับเป็นหมายเรียก ข้อหาก็เบาหวิว กีดขวางทางจราจร โทษอย่าง มากแค่ปรับ (สนธิยังบีบให้เปลี่ยนพนักงานสอบสวนอีก)

แต่ขนาดนี้ ก็อย่าคิดว่านายตำรวจคนนี้จะรอด ไม่พ้นถูกเด้งจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่แน่ เพราะกล้าตอแยคนเสื้อเหลืองนั่นเอง คดีสำคัญ การบุกยึดสนามบินดอนเมือง และสนามบินสุวรรณภูมิ ที่เข้าข่าย การก่อการร้ายสากล ทำให้สูญเสียทางเศรษฐกิจ 2-3 แสนล้านบาท ถึงตอนนี้เป็นอันแน่ใจได้ว่า

คนทำผิดยังจะลอยนวลต่อไป

สำหรับนายตำรวจที่ทำให้พลังประชาชน ถูกยุบ (อีกครั้ง) ก็คงได้รับการปูนบำเหน็จเร็ว ๆ นี้ ก็ไม่รู้พวกที่เย้ว ๆ จะออกมาปฏิรูปการเมืองตอนนี้ จะรู้ร้อนรู้หนาวกับความไม่เป็นธรรมเหล่านี้หรือไม่ เพราะที่ผ่านมา

ก็เห็นแต่ถือหางคนทำผิดกฎหมาย แถมฝักใฝ่ท็อปบู๊ตเรื่อยมา มิใช่หรือ ???.

ดาวประกายพรึก

โยกย้ายผู้ว่าฯ28เก้าอี้ล้างบางแดง

ที่มา เดลินิวส์

มท.1 แย้มมีลอตใหญ่ ปัดเนวินชักใยเบื้องหลัง'สุกิจ'โวยลั่นไม่เป็นธรรม

"มท.1"เผยมีอีก 100 กว่าตำแหน่งที่ต้องย้าย รอ"วิชัย ศรีขวัญ"ได้รับโปรดเกล้าฯ เป็นปลัดมหาดไทยเต็มตัวก่อน ยันงานนี้ไม่มีใครอยู่เบื้องหลัง ไม่สนผู้ที่ถูกย้ายจะแฉเรื่องงบฯ นมโรงเรียน ระลอก แรกเอาแค่ 28 ตำแหน่ง เน้นภาคอีสานกับภาคใต้ ขณะที่ 2 อธิบดีกระเด็นไปเป็นผู้ว่าฯ และผู้ตรวจ ด้าน “เทพเทือก” ชี้เรื่องปกติของการทำงานเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ รองโฆษกรัฐบาลปัด “เนวิน” อยู่เบื้องหลังการล้างบางพ่อเมืองครั้งนี้

เมื่อวันที่ 10 มี.ค.ที่ทำเนียบรัฐบาล ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบบัญชีรายชื่อข้าราชการระดับ 10 จำนวน 28 ตำแหน่ง ตามที่นายวิชัย ศรีขวัญ รักษาการปลัดกระทรวงมหาดไทยเสนอ ประกอบด้วย 1.นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ พ้นจากตำแหน่ง ผวจ.เชียงใหม่ ไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย 2.นายอมรพันธุ์ นิมานันท์ พ้นจากตำแหน่ง ผวจ. ลำปาง ไปดำรงตำแหน่ง ผวจ.เชียงใหม่ 3.นายสมบูรณ์ ศรีพัฒนาวัฒน์ พ้นจากตำแหน่ง ผวจ. พิษณุโลก ไปดำรงตำแหน่ง ผวจ.ลำปาง 4.นายปรีชา เรืองจันทร์ พ้นจากตำแหน่ง ผวจ.ภูเก็ต ไปดำรงตำแหน่ง ผวจ.พิษณุโลก

5.นายวิชัย ไพรสงบ พ้นจากตำแหน่ง ผวจ.สิงห์บุรี ไปดำรงตำแหน่ง ผวจ.ภูเก็ต 6.นายชุมพร พลรักษ์ พ้นจากตำแหน่งอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ไปดำรงตำแหน่ง ผวจ.สิงห์บุรี 7.นายไพรัตน์ สกลพันธุ์ พ้นจากตำแหน่ง ผวจ.นครนายก ไปดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน 8.นายปรีชา กมลบุตร พ้นจากตำแหน่ง ผวจ.พระนครศรีอยุธยา ไปดำรงตำแหน่ง ผวจ.นครนายก 9.นายวิทยา ผิวผ่อง พ้นจากตำแหน่ง ผวจ.สกลนคร ไปดำรงตำแหน่ง ผวจ.พระนครศรีอยุธยา

10.นายสุกิจ เจริญรัตนกุล พ้นจากตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย 11.นายมานิต วัฒนเสน พ้นจากตำแหน่ง ผวจ. ขอนแก่น ไปดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น 12.นายปราโมทย์ สัจจรักษ์ พ้นจากตำแหน่ง ผวจ.สุรินทร์ ไปดำรงตำแหน่ง ผวจ. ขอนแก่น 13.นายวิเชียร ชวลิต พ้นจากตำแหน่ง ผวจ.อำนาจเจริญ ไปดำรงตำแหน่ง ผวจ.สุรินทร์ 14.นายบุญสนอง บุญมี พ้นจากตำแหน่งผวจ. นครพนม ไปดำรงตำแหน่ง ผวจ.อำนาจเจริญ

15.นายพงษ์ศิริ กุสุมภ์ พ้นจากตำแหน่ง ผวจ.ร้อยเอ็ด ไปดำรงตำแหน่ง ผวจ.นครพนม 16.นายชิดพงษ์ ฤทธิประศาสน์ พ้นจาก ผวจ. ระยอง ไปดำรงตำแหน่ง ผวจ.ร้อยเอ็ด 17.นายสยุมพร ลิ่มไทย พ้นจาก ผวจ.สตูล ไปดำรง ตำแหน่ง ผวจ.ระยอง 18.นายสุเมธ ชัยเลิศวณิชกุล พ้นจากตำแหน่ง ผวจ.ราชบุรี ไปดำรงตำแหน่ง ผวจ.สตูล 19.นายสุเทพ โกมลภมร พ้นจากตำแหน่ง ผวจ.พัทลุง ไปดำรงตำแหน่ง ผวจ.ราชบุรี 20.นายวิญญู ทองสกุล พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงฯไปดำรงตำแหน่งผวจ.พัทลุง

21.นายทองทวี พิมเสน พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง ไปดำรงตำแหน่ง ผวจ.มหาสารคาม 22.นายพินิจ เจริญพานิช พ้นจากตำแหน่ง ผวจ.มหาสารคาม ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง 23.นายสุเมธ แสงนิ่มนวล พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง ไปดำรงตำแหน่ง ผวจ.เชียงราย 24.นายไตรสิทธิ์ สินสมบูรณ์ทอง พ้นจากตำแหน่ง ผวจ.เชียงราย ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง

25.นายขจรศักดิ์ สิงโตกุล พ้นจากตำแหน่ง ผวจ.ยโสธร ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง 26.นายวันชัย อุดมสิน พ้นจากตำแหน่ง ผวจ.กำแพงเพชร ไปดำรงตำแหน่ง ผวจ.ยโสธร 27.นายวันชัย สุทิน พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง ไปดำรงตำแหน่ง ผวจ. กำแพงเพชร 28.นายสมบัติ ตรีวัฒน์สุวรรณ์ รอง ผวจ.อุดรธานี ไปดำรงตำแหน่ง ผวจ.สกลนคร ทั้งนี้ตั้งแต่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ครม.ถึงการ แต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงในกระทรวงมหาดไทยว่า เป็นเรื่องของการบริหารงานบุคคล กระทรวงมหาดไทยเป็นผู้เสนอมา ความจริงรัฐบาลชุดนี้เข้ามาก็มีการโยกย้ายข้าราชการน้อยมาก

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า การโยกย้ายอยู่ที่เจ้ากระทรวงว่าเขาต้องการให้งานที่รับผิดชอบบรรลุเป้าหมาย เขาก็ต้องปรับปรุงโยกย้ายเจ้าหน้าที่ในระดับต่าง ๆ ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติ ที่สำคัญงาน ดูแลประชาชนต้องทำแข่งกับเวลา นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงข่าวนายเนวิน ชิดชอบ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย นัดรับประทานอาหารกับนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย และต่อสายพูดคุยกับนายสุเทพ เพื่อหารือถึงการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงในกระทรวงมหาดไทยว่า ไม่เป็นความจริง นายเนวินไม่ได้เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดโผโยกย้าย นายวิชัย ศรีขวัญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้นำเสนอและปรึกษากับ รมว.มหาดไทย ตนยืนยันได้ว่าไม่มีการเกี่ยวข้องกับบุคคลอื่นเลย

เมื่อถามว่า การโยกย้ายส่วนใหญ่เป็นการสลับตำแหน่งกันในพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสาน นายศุภชัย กล่าวว่า มีการดำเนินการทุกภาคเพื่อความเหมาะสม เป็นลักษณะของการหมุนเวียนกัน ไม่ได้เป็นการล้างอำนาจเก่า

ด้านนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว. มหาดไทย กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า เพื่อประสิทธิภาพในการทำงาน การโยกย้ายผู้ว่าฯในภาคเหนือก็ไม่ได้เกี่ยวกับว่าใกล้ชิดกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยืนยันทำอย่างเป็นธรรม ไม่ได้ใช้หลักเกณฑ์ว่าใครทำงานไม่ผ่านมาตรฐาน แต่ใช้ระบบอาวุโสในการพิจารณา
“เรื่องย้ายนายสุกิจท่านปลัดฯต้องการให้มาช่วยงานที่กระทรวง ไม่เกี่ยวกับเรื่องทุจริตนมโรงเรียนเป็นเรื่องหลักการบริหาร ผู้ว่าฯหลายคนก็มีมาตรฐานดีในการควบคุมสถานการณ์ วันที่รัฐมนตรีลงพื้นที่เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมก็โดน สาดน้ำ ก็ไม่คิดอะไรคิดว่าเล่นสงกรานต์” มท.1 กล่าวและว่า เรื่องนี้ไม่มีใครอยู่เบื้องหลัง อำนาจการตัดสินใจอยู่กับตน แม้นายสุเทพจะกำกับ ดูแลกระทรวงมหาดไทย แต่ก็ให้อำนาจ รมว. มหาดไทยเป็นผู้โยกย้าย

เมื่อถามว่าการโยกย้ายผู้ว่าฯส่วนใหญ่เป็นสายของพรรคประชาธิปัตย์ เป็นการปูฐาน เสียงเพื่อเตรียมการเลือกตั้งในอนาคตหรือไม่ นายชวรัตน์กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่มีความเห็น การโยกย้ายครั้งนี้มีแค่ 28 ตำแหน่งเท่านั้น จริง ๆ แล้วมี 100 กว่าตำแหน่ง แต่ยังไม่มีย้ายทันที ต้องมีอีกแต่ต้องหลังนายวิชัยได้รับการโปรดเกล้าฯ เป็นปลัดกระทรวงก่อน

เมื่อถามว่านายสุกิจเคยประกาศว่า หากถูกโยกย้ายออกจากตำแหน่ง จะออกมาแฉเรื่องงบนมโรงเรียน 12,000 ล้านบาทนั้น รมว.มหาดไทยกล่าวว่า ทุกอย่างโปร่งใส ไม่มีอะไรต้องแฉ

นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาด ไทย ในฐานะกำกับดูแลกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นชี้แจงว่า ไม่กังวลที่นายสุกิจเคยบอกว่าจะแฉเรื่องการทุจริตเกี่ยวกับงบประมาณนมโรงเรียน เพราะไม่มีอะไรที่ไม่ชอบมาพากล อธิบดีคนใหม่ทราบดีว่าต้องทำอะไรในเรื่องนมโรงเรียน

นายสุกิจ เจริญรัตนกุล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กล่าวถึงกรณีถูกโยกย้ายไปเป็นผู้ตรวจราชการว่า เป็นการโยกย้ายที่ไม่ชอบธรรมมีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงขอใช้สิทธิร้องอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิทักษ์คุณ ธรรมของคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) การโยกย้ายลักษณะนี้ไม่เคยมีมาก่อน ที่จะให้อธิบดีกรมใหญ่ไปเป็นผู้ตรวจ เป็นการผิดธรรมเนียมประเพณีปฏิบัติ ยืนยันว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการโยกย้ายครั้งนี้ เชื่อว่ามีการเมืองอยู่เบื้องหลังอย่างแน่นอน

“คนที่สั่งย้ายเป็นคนที่อยู่เบื้องหลัง นายชวรัตน์และนายบุญจง เป็นแค่แพะ ในการรับราชการบุคคลที่มีบุญคุณมากที่สุดคือ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ส่วน พ.ต.ท.ทักษิณเป็นคนที่สนิทกับน้องชายตนเท่านั้น ไม่ได้มีความใกล้ชิด แต่กลับถูกดึงไปเป็นประเด็นเชื่อมโยงเป็นคนของขั้วอำนาจเก่า

นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการโยกย้ายผู้ว่าฯ เชียงใหม่และเชียงราย ที่ถูกมองว่า เป็นการล้างบางขั้วอำนาจเดิมว่า ไม่เป็นความจริง ผวจ.เชียงราย ถูกการร้องเรียนเข้ามา เมื่อตรวจสอบแล้วน่าเชื่อว่าหากให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป จะทำให้การบริหารงานในจังหวัดมีปัญหา จึงย้ายมาเป็นผู้ตรวจราชการ ส่วน ผวจ.เชียงใหม่เป็นการย้าย ตามความเหมาะสม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่จะทราบคำสั่งโยกย้าย นายสุกิจได้เซ็นหนังสือคำสั่งยกเลิกคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการอุดหนุนเงินคณะทำงานเกี่ยวกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และให้เดินหน้า 3,000 โครงการที่แล้วเสร็จโดยไม่ต้องฟังฝ่ายการเมือง

นายชุมพร พลรักษ์ อธิบดีกรมพัฒนาชุมชน ซึ่งถูกย้ายเป็น ผวจ.สิงห์บุรี กล่าวว่า ไม่เสียใจ การเป็นผู้ว่าฯก็ยังเป็นข้าราชการระดับ 10 เช่นกัน และยังมีงานทำเต็มมือ ส่วนที่มองว่าถูกย้ายเพราะเป็นข้าราชการสายพรรคเพื่อไทยนั้น หากจะมองแบบนี้ก็คงไปห้ามอะไรไม่ได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การจัดทำบัญชีรายชื่อโยกย้ายครั้งนี้ นายสุเทพและนายเนวินเข้ามามีส่วนในการจัดทำโผเป็นอย่างมาก มีการผลักดันคนใกล้ชิดของตัวเองในพื้นที่ และเพื่อนรุ่นน้องมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ของนายสุเทพขึ้น รับตำแหน่งหลายคน ขณะที่นายเนวินให้ผู้ว่าฯ ภาคอีสานซึ่งใกล้ชิดกับ ส.ส.ภูมิใจไทยมารับตำแหน่ง สำคัญจำนวนมาก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับตำแหน่งที่ถูกโยกย้ายเพราะถูกจับตามองว่า เป็นพื้นที่ที่มีปัญหาคนเสื้อแดง และเป็นคนใกล้ชิดกับแกนนำพรรคไทยรักไทยเก่า ประกอบด้วย นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ที่ถูกย้ายจากผู้ว่าฯเชียงใหม่ มาเป็น รองปลัดกระทรวงมหาดไทย แม้จะดูว่าไม่ได้เป็นการลดชั้น แต่พื้นที่เชียงใหม่เป็นพื้นที่ของพรรค เพื่อไทย และคนเสื้อแดงในภาคเหนือ ประกอบกับการที่นายสุเทพเดินทางไปร่วมงานสังสรรค์ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แล้วถูกคนเสื้อแดงบุกเข้าไปก่อกวนและปิดล้อม ซึ่งคนที่มาเป็นผู้ว่าฯ เชียงใหม่ แทน คือนายอมรพันธุ์ นิมานันท์ ผวจ.ลำปาง แนบแน่นกับนายชวน หลีกภัย

ส่วนรายที่ถูกย้ายแบบลดชั้นก็คือนายชุมพร พลรักษ์ จากอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) มาเป็น ผวจ.สิงห์บุรี ทั้งที่เข้ารับตำแหน่งได้แค่ 5 เดือน แต่ก็ไม่ผิดความคาดหมายเพราะเป็นที่ทราบกันดีว่านายชุมพรมีความใกล้ชิดกับแกนนำพรรคเพื่อไทยโดยเฉพาะคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ส่วนนายปรีชา กมลบุตร ผวจ.พระนครศรีอยุธยา ที่ถูกย้ายไปเป็น ผวจ.นครนายก เพราะฝ่ายการเมืองเห็นว่านายปรีชาไม่สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงในพื้นที่ได้ ส่วนคนที่มาแทน คือ นายวิทยา ผิวผ่อง ผวจ.สกลนคร ที่สนิทกับนายเนวินและ ส.ส. ภูมิใจไทยหลายคน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายชื่อผู้ว่าฯ ที่ถูกจับตามองว่า ได้รับการโยกย้ายเพราะมีความสนิทสนมกับพรรคประชาธิปัตย์ อาทิ นายสยุมพร ลิ่มไทย เดิมนายสุเทพต้องการให้มาดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) แต่นายเนวินต้องการให้นายไพรัตน์ สกลพันธุ์ ผวจ.นครนายก มาเป็นแทน ขณะที่นายวิชัย ไพรสงบ ได้รับแรงหนุนจากนางอัญชลี วานิช เทพบุตร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เพราะเคยเป็นอดีตผู้ว่าฯ พังงามาก่อน ขณะที่นายสุเมธ ชัยเลิศวณิชกุล ผวจ.ราชบุรี ที่จะไปเป็น ผวจ.สตูล คุ้นเคยกับนายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย อีกคนหนึ่งคือนายวิญญู ทองสกุล ผู้ตรวจราชการ ได้รับการผลักดันจากนายสุเทพให้เป็น ผวจ. พัทลุง เนื่องจากเป็นคน จ.สุราษฎร์ธานี เหมือนกัน และยังเป็นเพื่อนร่วมสถาบันมหา วิทยาลัยเชียงใหม่กับนายสุเทพ

สำหรับ ผวจ.ที่สนิทสนมกับพรรคภูมิใจไทย อาทิ นายปราโมทย์ สัจจรักษ์ ผวจ.สุรินทร์ ได้ย้ายมาเป็น ผวจ.ขอนแก่น เพราะใกล้ชิดนายเนวิน นายวิเชียร ชวลิต ผวจ.อำนาจเจริญ เป็น ผวจ.สุรินทร์ ก็เป็นคนใกล้ชิดกับนายเนวิน โดยได้รับการสนับสนุนจาก ส.ส.พรรคภูมิใจไทย.

ยัด7ข้อถอดถอนมาร์ค พท.สรุป-ซักฟอก5รมต.

ที่มา ไทยรัฐ

เมื่อเวลา 10.10 น. วันที่ 11 มี.ค. ที่ห้องรับรองพิเศษ อาคารรัฐสภา 2 ส.ส.พรรคเพื่อไทยประมาณ 20 คน นำโดยนายพีระพันธุ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร ประธานคณะทำงานยื่นถอดถอนนายกรัฐมนตรี ได้นำรายชื่อ ส.ส. 158 คนพร้อมคำร้องขอให้ถอดถอนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 271 ยื่นต่อนายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา โดยนายประสพสุขกล่าวว่า จะรีบดำเนินการและตรวจสอบรายชื่อ ส.ส.ที่เข้าชื่อยื่นถอดถอนว่าครบ 1 ใน 4 ของจำนวนสมาชิกตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้หรือไม่ มีเวลา 15 วันในการตรวจสอบ ซึ่งในวันที่ 13 มี.ค. จะแจ้งให้ที่ประชุมวุฒิสภาทราบด้วย ทั้งนี้ ฝ่ายค้านสามารถดำเนินการอภิปรายไม่ไว้ วางใจได้เลยโดยไม่ต้องรอผลการพิจารณาของ ป.ป.ช.

ซัดเข้าสู่ตำแหน่งโดยไม่สุจริต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หนังสือยื่นถอดถอนดังกล่าวระบุพฤติการณ์ของนายอภิสิทธิ์ซึ่งเป็นเหตุแห่งการยื่นถอดถอน 7 ประการดังนี้ 1. การเรียกร้องขอให้พระมหากษัตริย์พระราชทานนายกรัฐมนตรีตามมาตรา 7 แห่งรัฐธรรมนูญปี 2540 เป็นการตอกย้ำว่านายอภิสิทธิ์ไม่ฝักใฝ่การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญ และเข้าร่วมปฏิบัติการกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องขอคืนพระราชอำนาจ อันเป็นการเรียกร้องทางการเมืองนอกสภาที่เป็นแนวร่วมซึ่งกันและกันระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับกลุ่มพันธมิตรฯ 2. การเข้าสู่ตำแหน่งของนายอภิสิทธิ์ไม่เป็นตามครรลองประชาธิปไตย แต่อยู่ภายใต้การชี้นำของคณะบุคคลชั้นสูง

บางกลุ่มบางคนผลักดันให้พรรคการเมืองเสียงข้างน้อยเข้ามาบริหารประเทศ โดยไม่คำนึงถึงเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนในการเลือกตั้ง อันเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญ 2550 และยังเป็นการเข้าสู่ตำแหน่งโดยวิธีไม่สุจริต ไม่ยึดมั่นในหลักความชอบธรรมและกฎหมาย เป็นการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง

มีเอี่ยวเหตุพันธมิตรฯยึดสนามบิน

3. มีพฤติกรรมเป็นตัวการ หรือเป็นผู้ให้ หรือผู้ สนับสนุนหรือสั่งการกลุ่มพันธมิตรฯ ทั้งที่รู้ดีว่ากลุ่มพันธมิตรฯกระทำการขัดต่อกฎหมายและขัดขวางการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยการเข้ายึดท่าอากาศยานดอนเมืองและท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ทั้งยังแสดงความเห็นชอบและเข้าไปตรวจเยี่ยมผู้ชุมนุมโดยตลอด ท้ายที่สุดยังช่วยเหลือแต่งตั้งแกนนำและแนวร่วมพันธมิตรฯเป็นรัฐมนตรี ผู้ช่วยรัฐมนตรี รวมทั้งที่ปรึกษารัฐมนตรีอีกหลายตำแหน่ง

ปกปิดเงินอุดหนุนพรรค

4. มีพฤติกรรมจงใจฝ่าฝืนกฎหมายพรรคการเมืองจากการมีส่วนปกปิด ซ่อนเร้น ไม่เปิดเผยการรับเงินสนับสนุนพรรคจากบริษัทมหาชนที่จดทะเบียนในตลาด หลักทรัพย์ รวมทั้งไม่จ่ายเงินที่ได้รับการสนับสนุนจาก กกต.ให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ 5. นายอภิสิทธิ์มีหน้าที่รักษาไว้ซึ่งดินแดนไทยให้เป็นราชอาณาจักรเดียวกันตามมาตรา 1 แห่งรัฐธรรมนูญ 2550 แต่ขณะนี้มีประเทศเพื่อนบ้าน ที่มีแนวเขตติดต่อกันได้ทำถนนบุกรุกยึดครองใช้พื้นที่ดินแดนของประเทศไทยเป็นทางขึ้นเขาพระวิหาร

รับบริการฟรีจาก บ. มือถือ

6. นายอภิสิทธิ์ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ทำเอกสารเท็จแจ้งต่อ กกต.สตูล โดยรับรองนายธานินทร์ ใจสมุทร เป็นสมาชิกพรรคสำหรับการเลือกตั้งนายก อบจ.สตูลวันที่ 20 เม.ย. 2551 ทั้งที่นายธานินทร์ถูก กกต.สั่งเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้งเป็นเวลา 1 ปี รายละเอียดปรากฏตามหนังสือลงวันที่ 20 ก.ย. 2548 นายธานินทร์จึงขาดการเป็นสมาชิกพรรคตามข้อบังคับของพรรคข้อ 9 (6)ที่ระบุว่าคุณสมบัติของสมาชิกพรรคต้องไม่อยู่ระหว่างการถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 7. กรณีที่นายอภิสิทธิ์ให้นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง และทีมงาน ประสานไปยังบริษัทเอกชนที่ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ส่งข้อความสั้น (เอสเอ็มเอส) ที่เป็นคำพูดของนายกรัฐมนตรีในโอกาสที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนายกฯคนใหม่ ซึ่งบริษัทเอกชนเห็นว่านายอภิสิทธิ์เป็นนายกฯจึงยินยอมให้ความช่วยเหลือ เมื่อรวมค่าใช้จ่ายเป็นเงินหลายล้านบาท แต่ได้บริการให้ฟรีแก่นายอภิสิทธิ์ เท่ากับว่านายอภิสิทธิ์ได้รับ “ประโยชน์อื่นใด” ตามประกาศของ ป.ป.ช. ซึ่งหมายถึงสิ่งที่มีมูลค่าได้แก่ การลดราคา การรับความบันเทิง การรับบริการ การรับการฝึกอบรม หรือสิ่งอื่นใด แต่หากเป็นการให้โดยธรรมจรรยา ถ้ามูลค่าเกิน 3 พันบาทก็ห้ามมิให้รับ ดังนั้น การรับประโยชน์จากการส่งข้อความเป็นมูลค่าหลายล้านบาท จึงเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย ป.ป.ช.มาตรา 103

ยันซักฟอก “อภิสิทธิ์” 14 ประเด็น

นายพีระพันธุ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังยื่นถอดถอนนายอภิสิทธิ์ว่า ในวันที่ 12 มี.ค. คณะทำงานจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลต่อนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยยื่นเหตุผลอภิปรายนายกฯ 14 ประเด็น พร้อมกับแนบชื่อ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย เป็นนายกรัฐมนตรี ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าจำนวน ส.ส.พรรคเพื่อไทยที่ลงชื่อมีแค่ 158 คนจากทั้งหมด 187 คนนั้น มีเหตุผลหลายประการ อาทิ ส.ส.บางคนที่อยู่ระหว่างรอฟังผลใบเหลืองหรือใบแดง บางคนติดภารกิจเดินทางไปต่างประเทศ ทั้งนี้ พรรคได้จัดทำโพลสำรวจความเห็นของประชาชนทั้งก่อนและหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เกี่ยวกับความคิดเห็นของประชาชนต่อการบริหารประเทศของรัฐบาลชุดนี้ โดยในช่วงก่อนการอภิปรายจะสอบถามความต้องการของประชาชนว่าอยากให้ฝ่ายค้านอภิปรายเรื่องใดบ้าง และหลังอภิปรายเสร็จสิ้นก็จะมีการทำโพลอีกครั้งเพื่อสอบถามว่ารัฐบาลชี้แจงได้ดีแค่ไหน และประเมินผลการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านด้วย

ขึ้นป้ายอัดรัฐบาลเหลวแก้เศรษฐกิจ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า หลังจากคณะทำงานด้านยุทธศาสตร์ของพรรคกำหนดล้มรัฐบาลให้ได้ภายใน 6 เดือน เริ่มตั้งแต่เดือน มี.ค. โดยจะเคลื่อนไหวทั้งในสภา โดยเฉพาะการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล และการเคลื่อนไหวนอกสภาที่กำชับให้ ส.ส.และผู้ที่จะลงสมัคร ส.ส.ชี้แจงกับชาวบ้าน เน้นประเด็นรัฐบาลบริหารเศรษฐกิจล้มเหลว รวมถึงการติดต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ให้โฟนอินเข้ามาในเวทีชุมนุมคนเสื้อแดง ล่าสุดแกนนำของพรรคได้สั่งให้ขึ้นป้ายขนาดใหญ่ ที่บริเวณหน้าที่ทำการพรรค ตึกชินวัตรไหมไทย มีข้อความ “สานต่อนโยบายเดิม เป็นมาตรการเร่งด่วน เศรษฐกิจแย่ คนแก้ต้องเพื่อไทย”

นายคณวัฒน์ วศินสังวร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า พรรคจะจัดทำป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ ติดตั้งในอีกหลายจุด และจะจัดทำแผ่นพับให้ ส.ส.ทุกคนนำไปแจกประชาชน เพื่อจะได้รับรู้แนวนโยบายและยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจของพรรค อีกทั้งเป็นการเตรียมพร้อมเลือกตั้งใหม่

หาช่องทางวัดเรตติ้งพรรค

นายกมล บันไดเพชร นายทะเบียนพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า ในที่ประชุม ส.ส.วันที่ 10 มี.ค.ที่ผ่านมามีการเน้นย้ำให้ ส.ส.ช่วยแจกสติกเกอร์รณรงค์ให้ประชาชนบริจาคเงินภาษีให้พรรคเพื่อไทย โดยผู้ที่ต้องการสนับสนุนพรรคเพียงกรอกในใบเสียภาษีและใส่รหัส 034 ที่เป็นรหัสของพรรค การกำชับให้ ส.ส.รณรงค์และเผยแพร่เรื่องนี้ ไม่ได้มีเป้าหมายต้องการเงินที่บริจาค แต่ต้องการวัดความนิยมที่ประชาชนมีต่อพรรค และต้องการให้ประชาชน มีส่วนร่วมเป็นเจ้าของพรรค

สรุปยื่นไม่ไว้วางใจ 5 รัฐมนตรี

เมื่อเวลา 16.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย มีการประชุมคณะเตรียมการอภิปรายไม่ไว้วางใจนัดสุดท้าย เพื่อสรุปรายชื่อรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยมีนายวิทยา บุรณศิริ ประธานวิปฝ่ายค้าน เป็นประธานที่ประชุม ภายหลังการประชุม นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า พรรคเพื่อไทยมีมติยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีและถอดถอนรัฐมนตรี 5 คน นอกเหนือจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ทั้ง 5 คนประกอบด้วยนายกษิต ภิมย์ รมว.ต่างประเทศ นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลัง นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย และนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย เพราะพบการทำผิดรัฐธรรมนูญประเด็นการบริหารที่ผิดพลาดและทุจริตประพฤติมิชอบ โดยวันที่ 12 มี.ค. เวลา 09.30 น. พรรคจะไปยื่นถอดถอนต่อประธานวุฒิสภา จากนั้นจะไปยื่นญัตติอภิปรายไม้ไว้วางใจต่อนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เผยประเด็นซักฟอกรายตัว

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เหตุผลที่อภิปราย 5 รัฐมนตรีเพราะมีหลักฐานชัดเจน โดยนายกษิต ภิรมย์ จะโดนอภิปรายเรื่องการยึดสนามบิน ซึ่ง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง และนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน จะเป็นผู้อภิปรายหลัก นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล และนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ จะถูกอภิปรายเรื่องการโยกย้ายข้าราชการไม่เป็นธรรม และการทุจริตงบประมาณขององค์การปกครองท้องถิ่น มีว่าที่ร.ต.พงศ์พันธ์ สุนทรชัย ส.ส.หนองคาย นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ เป็นผู้อภิปราย ส่วนนายกรณ์ จาติกวณิช จะโดนอภิปรายเรื่องการใช้งบประมาณไม่ถูกต้อง โดยตนและนายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.สัดส่วน เป็นผู้อภิปราย สำหรับนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ จะถูกอภิปรายกรณีมีส่วนเกี่ยวข้องกับเส้นทางการบริจาคเงิน 258 ล้านบาทจากบริษัททีพีไอ ผ่าน บริษัทแมสไซอะฯ และเข้าไปยังแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ขณะนั้นนายประดิษฐ์เป็นเลขาธิการพรรค และนายอภิสิทธิ์เป็นรองหัวหน้าพรรค ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบงบดุลประจำปีของพรรค

ขู่ลงดาบ 2 เชือด “จุรินทร์-โสภณ”

ว่าที่ร.ต.พงศ์พันธ์ สุนทรชัย ส.ส.หนองคาย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ส.ส.ได้ลงชื่อในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯและรัฐมนตรี จำนวน 95 คน หรือ 1 ใน 5 ของจำนวน ส.ส.ทั้งหมดในสภา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 158-159 การที่ ส.ส.ของพรรคลงชื่อไม่เต็ม 187 คน เพราะต้องกันที่เหลืออีกส่วนเผื่อไว้ลงชื่อขอยื่นญัตติเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีที่ยังไม่ถูกอภิปรายอีกครั้ง เช่น นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.ศึกษาธิการ นายโสภณ ซารัมย์ รมว. คมนาคม ที่จะต้องมีการประมูลโครงการใหญ่ในช่วง 1-2 เดือนนี้ ซึ่งตามเงื่อนไขรัฐธรรมนูญสามารถกระทำได้โดยต้องยื่นในสมัยประชุมสามัญทั่วไปเท่านั้น

“มาร์ค” ลั่นมาโดยชอบชี้แจงได้

ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีฝ่ายค้านยื่นถอดถอนนายกฯว่า ยังไม่เห็นอะไรเลย เดี๋ยวเห็นเรื่องแล้วจะบอกให้ทราบ ผู้สื่อข่าวถามว่ามีข้อกล่าวหาว่านายกฯเข้ารับตำแหน่งโดยมิชอบ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า “ผมมาโดยชอบ” ส่วนเรื่องการส่งเอสเอ็มเอสนั้น ฝ่ายค้านเคยร้องไปที่ ป.ป.ช.ก็ไม่มีปัญหาอะไร มั่นใจว่าชี้แจงได้ อย่างไรก็ตาม หากฝ่ายค้านยื่น ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจไปที่ประธานสภาแล้ว ก็จะส่งมาที่รัฐบาลเพื่อเข้าหารือในที่ประชุม ครม.เพื่อกำหนดวันอภิปราย คาดว่าจากนั้นไม่เกิน 15 วัน จะสามารถกำหนดวันได้

เด็ก ปชป.ช่วยแก้ต่าง 7 ข้อกล่าวหา

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ และประธานวิปรัฐบาล แถลงว่า กรณีที่ฝ่ายค้านยื่นถอดถอนนายกฯ 7 ประเด็นนั้น ไม่มีน้ำหนักที่จะดำเนินการได้ แต่ก็เป็นสิทธิอยู่ที่ ป.ป.ช.จะ วินิจฉัยว่ามีมูลหรือไม่ แต่เมื่อดูข้อกล่าวหาแล้ว 1. กล่าวหาว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คัดค้านการเลือกตั้งโดยไม่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 เม.ย.2549 ไม่ถือเป็นพฤติการณ์ที่ขัดขว้างต่อระบอบประชาธิปไตย 2. กรณีการเข้ามาดำรงตำแหน่งยืนยันว่าเป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ เป็นการแข่งขันกันตามระบอบประชาธิปไตย 3. ข้อกล่าวหาเรื่องไม่พยายามรักษาความปลอดภัย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมินั้น การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯมีมาก่อนรัฐบาลชุดนี้จะเข้ามาบริหารงาน 4. ข้อกล่าวหานำเงินสนับสนุนพรรคการเมืองไปใช้ผิดวัตถุประสงค์นั้น กกต.ตรวจสอบแล้วไม่พบว่ามีการบริจาคเงินเข้าพรรค รวมถึง กกต.ยังตรวจสอบงบดุลสมัยนายบัญญัติ บรรทัดฐาน เป็นหัวหน้าพรรคก็เรียบร้อยดี

ชี้ประเด็นไม่รุนแรงถึงขั้นถอดถอนได้

นายชินวรณ์กล่าวต่อว่า 5. เรื่องการรักษาดินแดนไทยให้เป็นอาณาจักรเดียว เป็นขั้นตอนที่อยู่ในกระบวนการเจรจาของฝ่ายเจ้าหน้าที่ไทยกับกัมพูชา เป็นหน้าที่ที่รัฐบาลจะต้องรักษาอธิปไตยของชาติเอาไว้อยู่แล้ว 6. การรับรองความเป็นสมาชิกพรรคของนายธานินทร์ ใจสมุทร ที่ถูก กกต.สั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 1 ปี อยู่ระหว่างกระบวนการรอการวินิจฉัยจากศาลฎีกา แต่สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์มีหลายล้านคน นายกฯไม่มีทางรู้ในรายละเอียดได้ ตรงนี้เป็นความรับผิดชอบส่วนตัวของนายธานินทร์ ไม่ใช่หน้าที่ของนายกฯ 7. เรื่องการส่งเอสเอ็มเอสเป็นการเชิญชวนให้ประชาชนมาร่วมกันแก้ปัญหาวิกฤติชาติ ไม่ได้จงใจจะใช้อำนาจขัดต่อกฎหมาย เมื่อดูข้อกล่าวหาทั้ง 7 ข้อแล้วยังไม่ใช่เรื่องการกระทำผิดขั้นรุนแรงที่จะนำไปสู่การถอดถอนได้

เกทับข้อมูลเก่าไม่ระคายผิว

นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เมื่อดูข้อกล่าวหาทั้ง 7 ข้อ ในการยื่นถอดถอนนายกฯแล้ว ภาษานักเลงเรียกว่าไม่ระคายผิว เพราะเป็นเรื่องเก่าก่อนที่นายอภิสิทธิ์จะมารับตำแหน่งนายกฯ ถ้าฝ่ายค้านมีปัญญาแค่นี้ก็ไม่จำเป็นต้องเสาะหาข้อมูลจากประชาชน แค่กลับไปเปิดดูหนังสือพิมพ์ เก่าๆแล้วนำมารวบรวมเป็นประเด็นได้เลย ยอมรับว่าตอนแรกรู้สึกหวั่นไหวกับคำโฆษณาชวนเชื่อของ ร.ต.อ. เฉลิม อยู่บำรุง แม่ทัพทีมอภิปรายของพรรคเพื่อไทย ในลักษณะที่ขึ้นต้นเป็นลำไม้ไผ่ แต่พอเหลาลงไปกลับเป็นบ้องกัญชา และเชื่อว่านายกฯสามารถชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาได้แน่นอน

“จุรินทร์” โอ่ถือโอกาสโปรโมตผลงาน

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงกระแสข่าวมีชื่อจะถูกฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ยังไม่ทราบ คงต้องดูว่าเป็นเรื่องอะไร แต่ยืนยันว่าไม่มีปัญหา พร้อมที่จะตอบในทุกประเด็น มั่นใจว่าตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่ง รมว.ศึกษาธิการไม่เคยทำอะไรผิด อีกทั้งอาจจะเป็นโอกาสดีที่จะได้ประชาสัมพันธ์ผลงานที่ได้ทำมาด้วยชงโมเดลปฏิรูปการเมืองถึงนายกฯ

ทางด้านความคืบหน้าในการปฏิรูปการเมือง นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า ได้รับหนังสือตอบรับจากสภาสถาบันพระปกเกล้าอย่างเป็นทางการมาถึงนายกรัฐมนตรีเรื่องข้อเสนอการปฏิรูปการเมืองแล้ว สาระสำคัญคือเสนอให้ตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อศึกษารับฟังความเห็นและเสนอแนะการพัฒนาประชาธิปไตยและการเมืองการปกครอง ไม่เกิน 50 คน มีนายสุจิต บุญบงการ เป็นประธาน โดยให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทั้ง 76 จังหวัด แบ่งเป็น 2 ระยะ มีระยะเวลาดำเนินการ 8 เดือน ส่วนจะทำประชามติหรือไม่ ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการอิสระฯ และยังได้ทำหนังสือขอให้รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินการด้วย ทั้งนี้ นายกฯจะสั่งการต่อไป หากตอบรับแล้วคงต้องคุยรายละเอียดกันอีกครั้งว่ารูปแบบจะเป็นอย่างไร ใช้ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ ส่วนการที่ฝ่ายค้านอาจไม่เห็นชอบด้วยนั้น คิดว่าน่าจะคุยกันได้ โดยต้องเอาผลประโยชน์ของประเทศเป็นที่ตั้ง

ลุ้นกล่อม “เติ้ง-นปช.-พธม.” เข้าร่วม

เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลจับมือกับสถาบันพระปกเกล้ายื้อเวลาให้รัฐบาลอยู่ต่อยาวถึง 1 ปีครึ่ง เพราะใช้เวลาศึกษา 8 เดือน ยกร่างสภาร่างรัฐธรรมนูญ 3 เดือน และแก้ไขรัฐธรรมนูญอีก 8 เดือน นายสาทิตย์ตอบว่า หนังสือที่สถาบันพระปกเกล้าทำมาใช้เวลาศึกษาเพียง 8 เดือนเท่านั้น เรื่องเงื่อนไขของเวลาคิดว่าไม่ได้เป็นปัญหาอะไร หากทุกฝ่ายตอบรับแล้วกรรมการก็มีเวลาทำงานไป ไม่ได้ผูกพันกับเวลาทำงานของรัฐบาล เมื่อถามว่า นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย ไม่เชื่อมือสถาบันพระปกเกล้า ขณะที่กลุ่ม นปช. คนเสื้อแดง และกลุ่มพันธมิตรฯก็ไม่เอาด้วย นายสาทิตย์ตอบว่า ความเห็นของนายบรรหารถือเป็นความเห็นหนึ่งที่ต้องรับฟัง เพราะท่านเป็นผู้ใหญ่ สถาบันพระปกเกล้าเมื่อรับงานนี้ไปแล้วก็ต้องทำความเข้าใจกับทุกคน เชื่อว่าท่านจะเข้าใจ และคณะกรรมการอิสระฯน่าจะมีองค์ประกอบ จากทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็น นปช.หรือพันธมิตรฯขอให้เอาปัญหาของประเทศเป็นตัวตั้ง วันนี้มีเวทีเปิดกว้างให้แล้ว ทุกคนก็ต้องเปิดใจมาคุยกัน ไม่คิดว่าจะมีฝ่ายใดปิดกั้นตัวเอง และไม่เข้ามาร่วมสู่กระบวนการปฏิรูปการเมือง คนที่ทำงานก็ต้องหนักแน่นมากๆ.

แก้ลำ! โจรเอทีเอ็ม ใช้ชิพแทนแม่เหล็ก

ที่มา ไทยรัฐ

ยุคเทคโนโลยีติดจรวด เอทีเอ็ม นอกจากจะเป็นตู้กดเงินได้แล้ว ยังเป็นภัยสำคัญ กลายเป็นตู้ดูดเงินให้กลุ่มมิจฉาชีพ

หลายครั้งหลายครามีข่าวเตือนให้ระวัง...โจรไฮเทคดูดรหัส ไม่ว่าจะเป็นบัตรเอทีเอ็ม บัตรเครดิต ด้วยเครื่องมือทันสมัย นำไปถอนเงินจนเกลี้ยงบัญชี

จับตาวิธีไฮเทค...หลักๆแบ่งได้เป็น 2 รูปแบบ

แบบแรก แอบติดตั้งกล้องขนาดจิ๋วซ่อนไว้ในจุดที่คาดไม่ถึง อาทิ กล่องใส่เอกสารบริการต่างๆ เมื่อลูกค้าเข้าไปกดบัตรเอทีเอ็ม กล้องจะบันทึกการกดรหัสเอาไว้

จากนั้นเป็นขั้นตอนต่อไป ที่จะต้องขโมยข้อมูลในบัตรให้ได้ด้วยการใช้เครื่องสแกนอ่านค่าในบัตรไปเก็บไว้ในหน่วยความจำ หรือใช้กลยุทธ์อื่นๆเพื่อให้ได้ข้อมูลมาทั้งหมด

แบบที่สอง จะมีการสร้างเครื่องอ่านรหัสบัตรเอทีเอ็ม และเอาไปสวมไว้ที่ช่องเสียบบัตร โดยตกแต่งหน้าตาให้เหมือนกับเป็นส่วนหนึ่งของที่เสียบบัตร เมื่อลูกค้าเอาบัตรมาถอนเงิน เครื่องก็จะอ่านค่าทั้งหมดในบัตร เก็บเอาไว้อีกเช่นกัน

สนนราคาเครื่องดูดรหัส...ไม่กี่พันบาท หาซื้อได้ในมาเลเซีย

เทคนิคนี้ เรียกว่า สกิมมิ่ง คือการที่คนร้ายลักลอบใช้อุปกรณ์ขนาดเล็กสำหรับอ่านข้อมูลจากแถบแม่เหล็กบนตัวบัตร เพื่อคัดลอกข้อมูลส่วนตัวที่บันทึกในแถบแม่เหล็กบนบัตรเครดิต บัตรเดบิต หรือบัตรเอทีเอ็ม จากนั้นจึงถ่ายโอนข้อมูลเหล่านั้นลงในบัตรปลอม

เมื่อได้รหัสข้อมูลบัตรทั้งหมดแล้ว ก็จะเอารหัสทั้งหมดไปถ่ายโอนทำเป็นบัตรปลอม นำไปถอนเงินทั้งหมดที่มีอยู่ในบัญชีเงินฝากได้ทันที

ประเด็นสำคัญ การโจรกรรมข้อมูลเอทีเอ็มแบบนี้ ถ้าผู้ใช้บริการไม่สังเกตให้ดีๆ จะไม่รู้เลยว่า อุปกรณ์ต่อพ่วงที่เสริมเข้ามาเป็นกลลวงของขบวนการขโมยข้อมูลบัตร

ที่สำคัญอีกอย่าง...ตู้เอทีเอ็ม ไม่สามารถเช็กได้ว่า บัตรเอทีเอ็มที่สอดเข้าไปถอนเงินเป็นบัตรจริง...บัตรปลอม

ราวปีที่แล้ว ข้อมูลที่ถูกโพสต์ส่งต่อกันในอินเตอร์เน็ต เกิดขึ้นกับตู้เอทีเอ็มค่ายสีเหลือง เป็นรูปแบบการโจรกรรมที่ถือว่าแนบเนียนมากที่สุด จนผู้อ่านหลายคนแสดงความเห็นว่า...ไม่น่าเชื่อจะเกิดขึ้นได้

โปรดทราบ! เวลากดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม กรุณาสังเกตแป้นพิมพ์และช่องที่เสียบบัตรเอทีเอ็มด้วย ถ้าผิดปกติเหมือนมีอะไรครอบอยู่ อย่ากดเงินเด็ดขาด ไม่อย่างนั้น บัญชีท่านอาจจะถูกลักลอบถอนเงินได้

อุปกรณ์ที่กลุ่มมิจฉาชีพเพิ่มเข้าไปในตู้เอทีเอ็ม ทำเพื่อขโมยข้อมูลจากบัตรผู้ที่มาใช้บริการ...นำมาทำสำเนาใช้เบิกเงินภายหลัง

วิธีนี้เจ้าของบัญชี เจ้าของเงินจะถูกขโมยเงินจากบัญชี โดยที่เจ้าของบัญชีไม่ได้เป็นผู้เบิก และสูญเงินโดยไม่รู้ตัว

วิธีการที่น่าสนใจ ใช้หลักการเดิม ดักจับรหัส คัดลอกข้อมูลโดยใช้เครื่องบันทึกแถบแม่เหล็ก เพียงแต่ว่าการดักจับรหัสไม่ได้ใช้กล้อง แต่ใช้แป้นที่สอดทับไว้กับปุ่มกดรหัสตัวจริงของตู้เอทีเอ็ม

ส่วนข้อมูลต่างๆ เมื่อบัตรเอทีเอ็มถูกสอดเข้าไป สกิมเมอร์ที่ทำเลียนแบบที่ติดเสริมตรงช่องเสียบบัตรของจริง ก็จะบันทึกข้อมูลบัตรที่อยู่ในแถบแม่เหล็กทันที

ธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่า ปัญหาการทุจริตเกี่ยวกับบัตรเอทีเอ็ม เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปี 2549 มีรายงานการโจรกรรมเกี่ยวกับบัตรเอทีเอ็ม เพิ่มขึ้นกว่า 5 เท่า เมื่อเทียบกับสถิติในปี 2548

รวมมูลค่าความเสียหายเกือบ 100 ล้านบาท

เทคโนโลยีโจรกรรมรหัสข้อมูล พัฒนาไกลไปถึงขั้นใช้เครื่องสกิมเมอร์ รวมถึงมีการใช้กล้องวงจรปิด ร่วมแอบดูตามตู้เอทีเอ็ม เพื่อช่วยโจรกรรม

ถึงขั้นการปลอมแปลงบัตรแต่ละใบ เดิมทีใช้เวลานานนับเดือน แต่ในวันนี้...ใช้เวลาแค่ไม่กี่นาทีเท่านั้น

ถ้าเอาแบบง่ายๆ โจรกรรมกันแบบซึ่งหน้าขึ้นมาหน่อย แต่จุดหมายปลายทางยังเหมือนเดิม มิจฉาชีพจะพยายามหลอกล่อเหยื่อทุกวิถีทาง เพื่อขอดูบัตรเอทีเอ็ม

ทำทีเป็นให้ความช่วยเหลือ หรือขอความช่วยเหลือเหยื่อ เมื่อเหยื่อตายใจส่งบัตรให้ ก็จะใช้สกิมเมอร์ขนาดเล็ก ดูดข้อมูลบัตรออกไปทั้งหมดได้ ภายในเวลาไม่ถึงนาที

กรณีนี้ ผู้ร่วมขบวนการไม่ได้ติดตั้งสกิมเมอร์ไว้กับตู้เอทีเอ็ม แต่เอาเครื่องไว้กับตัว เหมือนอย่างที่เกิดขึ้นกับเด็กปั๊มย่านถนนแจ้งวัฒนะ ที่รับจ้างดูดข้อมูลบัตรลูกค้าที่มาเติมน้ำมันหัวละ 300 บาท

แทบทุกคนอาจคิดไม่ถึงว่า คนร้ายจะลงทุนทำบัตรปลอม สารพัดธนาคารไว้แล้วทำทีเป็นผู้หวังดี แต่ประสงค์ร้ายเข้ามาช่วยเหลือในกรณีบัตรของคุณมีปัญหากับตู้เอทีเอ็ม

ซึ่งคนร้ายอาจจงใจ...ทำให้เกิดปัญหาไว้แล้วล่วงหน้า

การเข้ามาช่วยเหลือก็แสดงวิธีการใช้ พร้อมทั้งจดจำรหัสผ่านบัตรเอทีเอ็มของเหยื่อไว้ พอเหยื่อเผลอ ก็นำบัตรปลอมที่เตรียมไว้มาคืน แล้วโจรกลุ่มนี้ก็เก็บบัตรจริงไว้กดเงิน

ข้อแนะนำป้องกันภัยขโมยข้อมูลบัตรเอทีเอ็ม ข้อแรก ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น อย่ามอบบัตรเอทีเอ็มให้คนแปลกหน้าเด็ดขาด

ข้อต่อมา อย่าให้ใครมองเห็นมือขณะกดรหัสเอทีเอ็ม ควรใช้มืออีกข้างหรือตัวบังไว้ หากรู้สึกว่าคนที่ยืนต่อคิวอยู่ข้างหลังขยับเข้ามาชิดมากเกินไป ก็อย่า เกรงใจที่จะขอให้ช่วยถอยห่างออกไป

กรณีบัตรเอทีเอ็มติดอยู่ในตู้ให้แจ้งธนาคารทันที อย่าทิ้งบัตรไว้ในเครื่อง โดยไม่ทำอะไรเลย วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือใช้โทรศัพท์ติดต่อธนาคารเพื่อแจ้งอายัดบัตร

ข้อที่สาม อย่ารับความช่วยเหลือจากคนที่อาสานำบัตรที่ติดอยู่ในเครื่องเอทีเอ็มออกให้ และอย่ากดรหัสเอทีเอ็ม ต่อหน้าบุคคลอื่นเมื่อบัตรติดอยู่ในเครื่อง แต่ให้แจ้งธนาคารผู้ออกบัตรทันที

ข้อที่สี่ เมื่อทำรายการเสร็จแล้ว ให้เก็บสลิปไว้และทำลายทิ้งในที่ปลอดภัย เพราะมิจฉาชีพบางกลุ่มในยุคนี้ มีความสามารถสูงพอที่จะใช้ข้อมูลในสลิป เอาไปเจาะระบบ เข้าถึงข้อมูลและเงินในบัญชีของคุณได้

ข้อสุดท้าย ที่ลืมไม่ได้ ควรสังเกตตู้เอทีเอ็มว่ามีอุปกรณ์ที่ติดตั้งแบบผิดปกติ ไม่ชินตาบ้างหรือเปล่า ถ้าไม่แน่ใจก็ให้เลี่ยงไปใช้ตู้ที่มั่นใจว่าปลอดภัยที่สุด

การโจรกรรมข้อมูล รหัสบัตรเอทีเอ็มความสูญเสียไม่มากเกินกว่าเงินในบัญชี แต่ถ้าเป็นบัตรเครดิต ความสูญเสียจะมีมากกว่าเป็นเท่าทวีคูณ

ที่ผ่านมาการทุจริตผ่านบัตรเครดิต เป็นปัญหาที่ขยายวงกว้างขึ้นทั่วโลกวิธีที่พบบ่อยที่สุดในเมืองไทย คือการปลอมบัตร การแอบอ้างเป็นผู้ถือบัตรจริง

รวมถึงการคัดลอกข้อมูลจากบัตรหรือที่เรียกว่า สกิมมิ่ง (Skimming) เช่นเดียวกับการโจรกรรมบัตรเอทีเอ็ม

ปัญหามีว่า บัตรเครดิตไม่จำเป็นต้องขโมยรหัสก็นำไปรูดใช้จ่ายได้อย่างอิสระ ความเสียหายจึงมีมากกว่า การโจรกรรมข้อมูลบัตรเครดิต วิธีการจึงซับซ้อนน้อยกว่า

คนร้ายสามารถปลอมบัตรขึ้นมาโดยบรรจุเอาข้อมูลเกี่ยวกับผู้ถือบัตรที่ได้มาอย่างผิดกฎหมาย จากแหล่งต่างๆ เช่น สลิปบัตร สแปมเมล หรืออีเมลที่ส่งมาแบบสุ่ม เพื่อหวังข้อมูลบัตรเครดิตของผู้รับ

หรือไม่ก็ส่งผ่านมาทางเว็บไซต์ที่ผิดกฎหมาย โดยคนร้ายที่สามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของผู้ถือบัตร อาจใช้ข้อมูลที่ขโมยมา เพื่อซื้อสินค้าทางอินเตอร์เน็ตหรือทางโทรศัพท์

บทสรุป การโจรกรรมข้อมูลบัตรแถบแม่เหล็กของธนาคารด้วยเครื่องสกิมเมอร์เกิดขึ้นมานานแล้ว เพราะเงินออกจากตู้เอทีเอ็มเท่านั้น

วันเวลาผ่านไป เมื่อธนาคารพัฒนาบัตรเดบิตใช้แทนเงินสดขึ้นมา นำไปรูดซื้อของได้ทันที โดยไม่ต้องใช้รหัสเอทีเอ็ม ก็ไม่จำเป็นต้องขโมยรหัสกันอีกต่อไป

เพียงแค่ก๊อบปี้ข้อมูลจากแถบแม่เหล็กให้ได้ เอาไปทำบัตรปลอมก็พอ

บัตรปลอมไม่จำเป็นต้องทำให้เหมือน เลขนูนก็ไม่ต้องทำ เพราะบัตรแท้ไม่ทำ

โจรจะเอาไปซื้อมือถือ ซื้อของในห้าง จะมีแคชเชียร์สักกี่คน ที่ตรวจสอบเลขบนบัตรกับเลขบัตรในสลิปอย่างละเอียด

แทนที่จะป้องกันให้ขโมยเงินยากขึ้น กลับอำนวยความสะดวกให้โจรมากขึ้น เกิดอะไรขึ้นมาก็ให้ลูกค้ารอคืนเงินข้ามเดือน

ข้อเสนอทิ้งท้าย...มีข้อเดียว จะแก้ปัญหาโจรสกิมมิ่งได้อย่างมั่นใจ คงต้องเปลี่ยนระบบการเก็บข้อมูลบัตรจากการใช้แถบแม่เหล็กมาเป็นชิพ.

ไม่ง่ายหรอก

ที่มา ไทยรัฐ



วิกฤติการเมืองไทยที่มะรุมมะตุ้มกันมา 3-4 ปี ส่งผลให้ส่งผลให้สังคมแตกแยกแบ่งขั้ว แบ่งฝ่าย แบ่งสี เหลือง-แดง แทบจะแยกแผ่นดินกันอยู่

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำเติมวิกฤติชาติที่กำลังเผชิญมรสุมวิกฤติเศรษฐกิจโลก ยิ่งมีรัฐบาลที่มาจากการพลิกขั้ว ก็ยิ่งเจอแรงต้านจากฝ่ายตรงข้าม หนักหน่วงหลายเท่าทวีคูณ

ก็อย่างที่เห็นๆกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และบรรดารัฐมนตรี ลงพื้นที่ปฏิบัติราชการต่างจังหวัด

ต้องระดมกำลังตำรวจ ทหาร อาสาสมัคร ฝ่ายปกครอง ตรึงกำลังป้องกันรักษาความปลอดภัยกันเต็มที่

แต่กระนั้นก็ยังไม่วายโดนม็อบเสื้อแดงรวมตัวต้อนรับ ทั้งขวดน้ำ รองเท้าแตะ ปลิวว่อน แถมด้วยรัวตีนตบ โห่ฮาขับไล่ ครบเครื่อง!!!

แม้สามารถฝ่าด่านม็อบปฏิบัติภารกิจในพื้นที่สำเร็จลุล่วงไปได้ แต่ก็เต็มไปด้วยความทุลักทุเล ไม่บริดวกบริบายเท่าที่ควร ส่งผลให้การทำงานของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาต่างๆให้ประชาชนไม่ลื่นไหล

ด้วยเหตุนี้หลายฝ่ายจึงพยายามเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งแบ่งฝ่าย เพื่อสร้างความสมานฉันท์ในสังคมไทยให้กลับคืนมาหลากหลายวิธี

หนึ่งในนั้น ก็คือการปฏิรูปการเมือง ที่นายกฯอภิสิทธิ์เป็นผู้เสนอไอเดีย ตั้งแต่ ช่วงแรกที่เข้ามารับตำแหน่งนายกฯ

โดยล่าสุด สถาบันพระปกเกล้าได้มีมติรับหน้าเสื่อที่จะดำเนินการจัดตั้งคณะกรรมการอิสระศึกษาพัฒนา

ประชาธิปไตยและการเมืองการปกครอง

บรรจงมอบเผือกร้อนๆให้นายสุจิต บุญบงการ ประธานสภาพัฒนาการเมือง เป็นประธานคณะกรรมการอิสระฯชุดนี้

และจะให้มีตัวแทนจากทุกภาคส่วนประมาณ 50 คน เข้าร่วมเป็นกรรมการ โดยมีการกำหนดที่มากันไว้คร่าวๆ อาทิ

มาจากผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อจากนายกรัฐมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎร และผู้นำฝ่ายค้านฝ่ายละ 1 คน มาจากผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อจากประธานวุฒิสภา 2 คน มาจากกลุ่มพันธมิตรฯและกลุ่ม นปช.เสนอชื่อฝ่ายละ 1 คน

มาจากการเสนอชื่อของกรรมการสถาบันพระปกเกล้า มาจากคณบดีคณะนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ทั้ง 4 ภาคเสนอชื่อ มาจากการเสนอชื่อของที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชน ผู้แทนกองทัพไทย ผู้แทนสันนิบาตเทศบาล

มาจากผู้แทนสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคม ผู้แทนสภาองค์กรชุมชน ผู้แทนหอการค้าไทย ผู้แทนสื่อมวลชน ผู้แทนวิทยุชุมชน ผู้แทนเอ็นจีโอ เป็นต้น

โดยคณะกรรมการอิสระฯชุดนี้จะทำหน้าที่รับฟังข้อคิดเห็นจากทุกฝ่าย และรับฟังความเห็นจากประชาชน 76 จังหวัด

จากนั้นจะจัดทำเป็นข้อเสนอเบื้องต้นและรับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มต่างๆอีกครั้ง เพื่อนำข้อเสนอมาปรับปรุงเป็นข้อสรุปสุดท้าย

เพื่อส่งให้ ครม. สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา โดยใช้เวลาในการดำเนินการเพื่อให้ได้ข้อสรุปสุดท้ายรวม 8 เดือน

จากนั้นจะใช้เวลาอีก 3 เดือน ในการได้ มาของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ ส.ส.ร. เพื่อให้มาทำหน้าที่ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้แล้วเสร็จภายใน 8 เดือน

สิริรวมเบ็ดเสร็จต้องใช้เวลายาวนาน ถึง 1 ปี 7 เดือน

ที่สำคัญ การขับเคลื่อนปฏิรูปการเมืองรอบนี้จะเกิดขึ้นได้ ทุกฝ่ายต้องยอมรับการทำหน้าที่ของคณะกรรมการอิสระฯของสถาบันพระปกเกล้า

โดยเฉพาะ ส.ส.พรรคเพื่อไทย และแกนนำกลุ่มม็อบเสื้อแดงที่ยืนอยู่คนละขั้วกับรัฐบาล

ถ้าคนเหล่านี้ไม่ยอมรับแนวทางของสถาบันพระปกเกล้า การปฏิรูปการเมืองก็คงสะดุดไม่เป็นท่า

คิดง่าย พูดง่าย แต่เวลาทำจริงๆ มันยากนะโยม!!!

แม่ลูกจันทร์