WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, March 17, 2009

ปิดเกมรัฐบาล

ที่มา ไทยรัฐ

หลังกลับจากอังกฤษนายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คงจะต้องเจอศึกการเมือง ซึ่งดูท่าว่าจะเข้มข้นรุนแรงมากขึ้น เรียกว่าเจอ มรสุมรอบด้าน...ว่างั้นเถอะ เพราะนอกจากปัญหาเศรษฐกิจ การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ความขัดแย้งระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลแล้ว

ความเคลื่อนไหวที่ดูเหมือนว่าจะเหยียบคันเร่ง เพื่อพิชิตศึกในระยะอันใกล้นี้ นั่นคือการโฟนอินของอดีตนายกฯทักษิณที่ถี่ขึ้น แหลมคมมากขึ้น แม้จะวนด้วยประเด็นที่วนไปเวียนมาก็ตาม อีกทั้งกลุ่มเสื้อแดงที่เปิดปฏิบัติการชุมนุมอย่างต่อเนื่องแบบสัญจรและขับไล่รัฐมนตรีที่ออกปฏิบัติหน้าที่ในจังหวัดต่างๆ

ทุกอย่างดูเหมือนว่าจะสอดรับกันอย่างต่อเนื่อง และหวังผล ไม่ใช่ลอยๆอย่างที่ผ่านมา นั่นเพราะเชื่อว่า สถานการณ์อย่างนี้เป็นเงื่อนไขที่จะขย่มรัฐบาลให้อยู่หมัดได้

การอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯและ 5 รัฐมนตรีนั้น แม้จะมองกันว่าโอกาสที่จะโค่นรัฐบาลคงเป็นไปได้ยาก เพราะเสียงสนับสนุนน้อยกว่า แต่การที่ฝ่ายค้านยังปิดลับข้อมูลไม่แพร่งพรายเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา นั่นแสดงว่าน่าจะมีอะไรพอสมควร

อย่างน้อยที่มีตุ๊กตาแล้วคือเรื่องเงินบริจาค 500 กว่าล้านบาท โดยมีนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลังเป็น จิ๊กซอว์สำคัญก็ไม่ใช่เรื่องที่จะมองผ่านไปง่ายๆ เนื่องจากมันมีเค้าลางให้เห็นอยู่ เพียงแต่ว่าจะมีข้อมูลเชื่อมต่อให้กระจ่างชัดแค่ไหน

หรือเรื่องที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ซึ่งข้อมูลน่าจะมากพอสมควร เพราะอธิบดีที่ถูกย้ายน่าจะผ่องถ่ายข้อมูลให้เพียบแน่ ยิ่งเป็นที่รู้กันดีว่างบประมาณของกรมนี้มี ขุมทรัพย์ก้อนใหญ่ ซึ่งเป็นที่หมายปองของนักการเมืองอยู่แล้ว

จากหมายกำหนดที่วางกันไว้ล่วงหน้าคงจะสอดรับกันในห้วงจากนี้ไป นั่นหมายความว่าในระบบก็เปิดศึกซักฟอก แต่การเมืองนอกระบบก็คือการชุมนุมเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงที่มีการปลุกระดมเต็มพิกัด

นั่นก็หมายความว่ากระสุนพร้อม คนพร้อม เงื่อนไขพร้อม

ซึ่งแน่นอนว่าระหว่างการอภิปรายไม่ไว้วางใจ น่าจะมีการชุมนุม เพื่อกดดันรัฐบาลนอกสภา มีความเป็นไปได้ว่าไม่ล้อมทำเนียบ ก็ล้อมสภาเพื่อกดดันรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนั้น ยังมีความเคลื่อนไหวของนักการเมืองบ้านเลขที่ 111 ที่จะออกพบปะประชาชนเพื่อจุดระเบิดอีกจุดหนึ่ง

ในขณะที่รัฐบาลเองแม้ว่านายกฯจะโชว์ฟอร์มความเป็นอินเตอร์ในระดับนานาชาติ เพื่อสร้างความเชื่อให้กับรัฐบาล...ว่างั้นเถอะอย่าเอ่ยไปไกลถึงความเชื่อมั่นของประเทศ เพราะในความเป็นจริงแล้วต้องยอมรับว่าการเมืองไทยยังไม่นิ่ง ยังไม่สามารถเดินไปสู่จุดปกติได้

อย่างน้อยการที่ พ.ต.ท.ทักษิณยังสามารถที่จะเคลื่อนไหวได้ทุกรูปแบบ เป็นข่าวได้ทุกวันและพุ่งเป้าไปที่การทำงานของรัฐบาล ซึ่งดิสเครดิตรัฐบาลในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจว่าไม่มีน้ำยา หรือจะสรรหาถ้อยคำที่ทำให้เสียฟอร์มตลอด

ยิ่งปัญหาเศรษฐกิจวันนี้ไม่ใช่เรื่องที่จะแก้ได้ง่ายๆ หรือแม้แต่ตัว พ.ต.ท.ทักษิณหากเป็นนายกฯวันนี้ก็หืดขึ้นคอไม่ต่างกัน เพราะเงื่อนไขหลักมาจากภายนอก ดังนั้น หากสหรัฐฯหรือประเทศยักษ์ใหญ่ยังไม่ตื่นฟื้นคืนชีพ ก็จะยังไม่เห็นภาพชัดเจนว่ามีฝีมือแค่ไหน

ปัญหาขัดแย้งในเชิงนโยบายทั้งการย้ายสนามบิน งบประมาณที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นที่ดูเหมือนว่าน่าจะประนีประนอมกันได้ แต่เอาเข้าจริงแล้วน่าจะพูดได้ว่าตรงนี้แหละคือปัญหา เพราะการย้ายสนามบินไปสู่สุวรรณภูมิเพียงแห่งเดียว

มันก็ฟ้องถึงเจตนาแล้วว่ามีผลประโยชน์แอบแฝงอย่างไม่ต้องสงสัย ขณะที่นายกฯก็คงจะมองเห็น และที่สำคัญก็คือขัดในเชิงนโยบายด้วย เพราะลึกๆแล้วต้องการให้มี 2 สนามบินมากกว่า หรืองบประมาณที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นก็เหมือนไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่

ทั้งศึกนอก-ศึกในบริหารอำนาจไม่สมดุลก็ไปได้ง่ายๆเหมือนกัน.

สายล่อฟ้า

'ปู่ชัย' สกัดเกมไหลลื่น

ที่มา ไทยรัฐ

ตายเสียดีกว่าอยู่อย่างผู้แพ้

โดยจุดยืนที่ประกาศกันแบบชัดถ้อยชัดคำ ล่าสุด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โฟนอินเข้างานระดมพลคนเสื้อแดงที่จังหวัดจันทบุรี

ดินแดนที่เจ้าตัวย้อนอดีตบรรพบุรุษอพยพจากเมืองจีนแผ่นดินใหญ่ ขึ้นจากเรือสำเภาปักหลักบนแผ่นดินสยามเป็นครั้งแรกก่อนย้ายไปเชียงใหม่

ทักษิณส่งสัญญาณสู้ยิบตา

ที่แน่ๆโดยอาการติดดาบ ท้ารบตะลุมบอน อดีตนายกฯเริ่มเบนเป้าเข้าใส่กองทัพ เปิดฉากวิพากษ์วิจารณ์การจัดซื้ออาวุธของทหาร พัวพันนัวเนียๆค่าคอมมิชชั่น ทั้งๆที่ประเทศอยู่ในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ

เผาหัวจนร้อนจี๋

ก่อนจะได้ทีแขวะพวกปฏิวัติแล้วก็ร่ำรวยกันถ้วนหน้า ท้าให้ไปตรวจสอบทรัพย์สินคนใกล้ชิด ญาติพี่น้องของเครือข่าย คมช.ดูได้

โดยเฉพาะที่ออกชื่อกันชัดๆ อดีตนายกฯทักษิณยอมรับตรงๆเลยว่า ได้ทำความผิดในชีวิตที่ไปตั้ง พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข อดีตผู้บัญชาการทหารอากาศ และอดีตรักษาการประธานคมช. ให้ขึ้นเป็น ผบ.ทอ.

ผมเป็นคนที่ไปหยิบมาเองจากโนเนม นึกไม่ถึงว่าจะแย่ขนาดนี้

บลัฟ ดิสเครดิตกันจังๆ

โดยเป้าที่พุ่งเข้าใส่ ชลิตเอาคืนจากคิวก่อนหน้าอดีตรักษาการประธาน คมช.เป็นคนที่ออกมาบี้รัฐบาลนายกฯอภิสิทธิ์ให้ใช้ไม้แข็งในการจัดการกับอดีตนายกฯทักษิณ ไม่ให้โฉบไป โฉบมา เล่นงานฝ่ายกุมอำนาจในเมืองไทย

ประชาธิปัตย์ ม็อบพันธมิตรฯ แล้วก็มาถึงคิวของทหาร

แหย่ขุมทรัพย์ คมช.

ทักษิณล่อเป้าถึงปราการด่านสุดท้าย เขย่า ทีมฮั้วโค่นอำนาจ

และก็ยั่วได้ผลซะด้วย ล่าสุด พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ น้องรักของ พล.อ.อ.ชลิต ออกมาคำราม ตอบโต้การโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ถือว่า เป็นบุคคลที่มีคดีติดตัว เห็นว่าเป็นหน้าที่ของรัฐบาล ต้องดำเนินการติดตามตามขั้นตอนของกฎหมาย

ท้า ทักษิณถ้าคิดว่า ตัวเองเป็นผู้บริสุทธิ์ ก็ควรกลับเข้ามาต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม

ที่แน่ๆไม่ลืมเคลียร์คิวการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพอากาศ และของแต่ละเหล่าทัพเป็นการจัดซื้อเพื่อหามาทดแทน โดยขั้นตอนการจัดซื้อ เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลานานพอสมควร และเป็นไปตามระเบียบแบบแผน

โดยอาการนั่งไม่ติด

กองทัพชักหงุดหงิด ส่งเสียงกระแอมกระตุ้นรัฐบาลประชา-ธิปัตย์ไล่บี้ ทักษิณ

โดนล่อเป้าตีกิน เข้าเนื้อไปตามๆกัน

และก็เป็นอะไรที่นัดล่วงหน้า ก่อนวางสายอดีตนายกฯทักษิณได้ทิ้งท้าย จะโฟนอินอีกครั้งในวันที่ 29 มีนาคม ในการชุมนุมใหญ่ของม็อบเสื้อแดงที่ทำเนียบรัฐบาล

โดยจะแฉพฤติกรรมบุคคลที่โค่นล้มตนเองและพรรคไทยรักไทย

โหมโรงงานใหญ่รอเลย

ทักษิณรุกปั่นกระแสมวลชน เร้าเกมโชว์พลัง ต่อรองเต็มอัตราศึก

โฟนอินปลุกลูกข่ายคึกคักเต็มที่

และก็เป็นอะไรที่ ดึงจังหวะหลบกันเห็นๆ จากเดิมที่กะกันว่าน่าจะได้คิวโรมรันพันตูกันในวันที่ 26-27 มีนาคม เวลาตามธรรมชาติ

ส่งมุกพอดีกับดีเดย์ม็อบเสื้อแดงนัดล้อมทำเนียบรัฐบาล

ฝ่ายค้านดึงกระแสลากยาวสบายๆ

แต่ล่าสุด นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ได้รับการประสานงานจาก ปู่ชัยนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เลื่อนวันประชุมสภาฯ เพื่อเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ในวันที่ 19-20 มีนาคม และโหวตลงมติในวันที่ 21 มีนาคม

รีบรวบรัดกันหูตาตั้งเลย

ชนิดที่วิปรัฐบาลเองยังออกปากยอมรับว่า ระยะเวลากระชั้นชิด มากไป

แต่โดยเกมทำลายจังหวะที่ ปู่ชัยในฐานะ ชิดชอบผู้พ่อ ออกอาการยึกยักมาตั้งแต่คิวตั้งแง่ญัตติเชือดมีปัญหาขัดรัฐธรรมนูญ มาถึงคิวร่นวันอภิปราย

ไม่ปล่อยให้เกมไหลลื่นเข้าทาง ทักษิณง่ายๆ.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

Clip รายงานพิเศษ นายกรัฐมนตรีทักษิณผู้ยิ่งใหญ่ แสดงปาฐกถาที่ FCC@HK 2009-03-12

ที่มา thaifreenews

โดย : Tuxedo

อ้างอิง :

ประชาไทเข้ายาก เพื่อนเข้าไป Download ที่นี่ด้วยก็ได้นะครับ

บ้านเลขที่111



ทาง Dstation ได้จัดรายการพิเศษขึ้นมา ที่ นายกรัฐมนตรีทักษิณผู้ยิ่งใหญ่ ได้แสดงปาฐกถาที่ สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศฮ่องกง ( FCC ) โดยมี ศุภลักษณ์ และ จักรภพ เป็นพิธีกร ช่วยอำนวยความสะดวกในการแปลภาษาอังกฤษ และ อธิบายให้เข้าใจมากขึ้นครับ

รายงานพิเศษ นายกรัฐมนตรีทักษิณผู้ยิ่งใหญ่ แสดงปาฐกถาที่ฮ่องกง 2009-03-12 91.32Mb 88นาที

ความเป็นมาสโมสรผู้สื่อข่าวตปท.ฮ่องกง 12.88Mb 11.37นาที





โกหกคำโตโต ที่ Oxford

ที่มา thaifreenews

อภิสิทธิ์พูดที่ Oxford: คำโกหก คำแก้ตัว และการบิดเบือนความจริง

โดย ใจ อึ้งภากรณ์

คำพูดของอภิสิทธิ์ที่ออคซ์ฟอร์ดเต็มไปด้วยคำโกหกหลอกลวงและคำแก้ตัว แต่ทั้งๆที่เขามั่นใจคิดว่าคนทั่วโลกโง่ คนไทยส่วนใหญ่และคนต่างประเทศที่เข้าใจการเมืองไทยไม่มีวันเชื่ออะไรที่ออกมาจากปากเขา อย่างไรก็ตามมีข้อยกเว้นคือนักวิชาการหอคอยงาช้างสองคน คืออธิการบดีออคซ์ฟอร์ดและประธาน St John’s College ที่ชมว่าอภิสิทธิ์เป็น “นักประชาธิปไตย” และสมุนเกณฑ์ของสถานทูตไทยหลายคน ที่พร้อมจะเชื่อทุกอย่างที่เจ้านายสั่งมา สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจคือทางรัฐบาลไทยกลัวประชาชนมาก มีการกีดกันคนไทยธรรมดาที่อยากเข้าไปตั้งคำถามจำนวนมาก

อภิสิทธิ์โกหกว่าเขาได้รับการ “เลือกตั้งมาเป็นนายก” และอวดว่าตนเองเป็น “ผู้ปกป้องประชาธิปไตยไทย” แต่กระนั้นเขายังยืนยันว่าต้องมีกฎหมายหมิ่นฯ “เพื่อปกป้องความมั่นคงของประเทศ” และมองว่าผมควรถูกลงโทษจากการเขียนหนังสือวิจารณ์รัฐประหาร 19 กันยา “เพราะไปดูหมิ่นกษัตริย์” เมื่อถูกถามว่าหมิ่นตรงไหนในหนังสือ อภิสิทธิ์บอกว่าจำไม่ได้ ทั้งๆ ที่อ้างว่าอ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว เลยแก้ตัวว่ามีคนเล่าให้ฟังว่าหมิ่น นอกจากนี้อภิสิทธิ์พูดว่าคดีคุณโชติศักดิ์ได้ยกเลิกไปแล้ว และการจับคุมผู้บริหารประชาไทเป็น “ความผิดพลาดของตำรวจ” ซึ่งเขาได้ “เคลียร์เรื่องนี้” โดยการโทรศัพท์ไปหาผู้บริหารประชาไทแล้ว หลังจากนั้นอภิสิทธิ์อ้างว่าแกนนำพันธมิตรที่ยึดสนามบินจะโดนคดีแน่ๆ และนายพลที่มีส่วนในการฆ่าคนที่ตากใบจะถูกลงโทษอีกด้วย หลังจากที่เราเอาเขาออกจากตำแหน่งอภิสิทธิ์ควรหากินเป็นนักแสดงตลก มั้ง?

ทั้งๆที่อภิสิทธิ์ขี่ขลาดไม่ยอมรับคำท้าของผมเพื่อโต้วาทีสดในรายการโทรทัศน์ไทย เขาหน้าด้านกล่าวหาผมว่าหนีคดีที่เมืองไทย โดยเสนอว่าศาลมีความยุติธรรม เขาพูดต่อว่า “อย่าดึงกษัตริย์มาในเรื่องการเมือง” แต่คงไม่กล้าพูดอย่างนี้กับเจ้านายของเขาในกองทัพหรือในพันธมิตรฯ ผมจึงแสดงความเห็นว่าทั้งอภิสิทธิ์และกษัตริย์ไทยอ่อนแอและไร้อุดมการณ์ประชาธิปไตย ในขณะที่เจ้านายแท้ของสังคมคือทหาร

ประชุมเสื้อแดงที่ Oxford
ในการประชุมเสื้อแดงที่ออคซฟอร์ดในช่วงบ่าย คนเสื้อแดงในอังกฤษยืนยันจุดยืนเพื่อประชาธิปไตยและตกลงกันว่าจะประชุมเป็นประจำทุกเดือน เราตกลงกันว่าเราจะเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งทั่วประเทศก่อนสิ้นปีภายใต้กติกาของรัฐธรรมนูญปี ๔๐ นอกจากนี้เรายืนยันจุดยืนว่ากษัตริย์ต้องไม่ยุ่งการเมือง ต้องไม่ถูกใช้โดยผู้ที่ทำลายประชาธิปไตยอีกด้วย และประชาชนต้องมีสิทธิเสรีภาพในการวิจารณ์กษัตริย์

ในเรื่องการปฏิรูปการเมือง เราเสนอว่าประชาชนไทยต้องเป็นผู้ทำ ไม่ใช่ปล่อยให้สถาบันพระปกเกล้าที่ไม่เคยสนับสนุนประชาธิปไตยเป็นผู้เสนอการปฏิรูป

สื่อนอกชี้อย่าหลงหน้าตาจนลืมความจริง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 13 มี.ค. ที่ผ่านมา หนังสือพิมพ์ The Times ของอังกฤษ ได้ตีพิมพ์บทวิพากษ์ของนายริชาร์ด ลอยด์ แพร์รีย์ (Richard Lloyd Parry) บรรณาธิการภาคพื้นเอเชีย ซึ่งเคยเป็นศิษย์ร่วมมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดกับนายอภิสิทธิ์ โดยนายแพร์รีย์ระบุว่า ถึงแม้นายอภิสิทธิ์จะได้ชื่อว่าเป็นนักการเมืองหนุ่มไฟแรงที่มีหน้าตาดี ฉลาดหลักแหลม และเป็นขวัญใจของชนชั้นกลางในกรุงเทพมหานคร รวมทั้งการที่นายอภิสิทธิ์เคยเป็นอดีตนักเรียนเก่าของ Eton College โรงเรียนเอกชนชายล้วนชื่อดังระดับโลกของอังกฤษร่วมกับนายบอริส จอห์นสัน นายกเทศมนตรีกรุงลอนดอนคนปัจจุบันวัย 44 ปี ซึ่งถือเป็นเพื่อนสนิทของนายอภิสิทธิ์ในสมัยนั้น

แต่อย่างไรก็ตาม เสน่ห์อันน่าหลงใหลของนายอภิสิทธิ์ไม่ควรนำมาเป็นปัจจัยที่เบี่ยงเบนความสนใจของประชาคมโลกจากความจริงอันน่ารังเกียจของสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาที่ทำให้ประเทศไทยกลายสภาพจากการเป็นหนึ่งในประเทศที่มีเสรีภาพและมีเสถียรภาพมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นประเทศที่มีความวุ่นวายและแตกแยกมากที่สุดในภูมิภาค

เคารพความเห็นแต่ไล่ปิดเว็บไซต์

รวมทั้งการผลักดันกลุ่มผู้อพยพชาวโรฮิงญานับพันคนจากพม่าที่หมดหนทางและสิ้นหวังให้ออกไปพบกับความตายในทะเล การที่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยถูกบีบและกดดันให้พ้นจากอำนาจไป ทั้งโดยน้ำมือของกองทัพและโดยน้ำมือของม็อบ และการจับกุมตัวเว็บมาสเตอร์ของเว็บไซต์อิสระแห่งหนึ่งภายหลังจากการออกมายืนยันของนายอภิสิทธิ์เพียงไม่กี่ชั่วโมงว่ารัฐบาลเคารพหลักการว่าด้วยเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของสื่อมวลชน

เคยนำพรรคบอยคอตเลือกตั้งมาแล้ว

นายแพร์รีย์ระบุว่า ตั้งแต่นายอภิสิทธิ์ได้ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ในปี 2005 ได้มีการเลือกตั้ง 2 ครั้งในไทย ซึ่งนายอภิสิทธิ์เคยคว่ำบาตรการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยเมื่อปี 2006 ซึ่งเป็นการเลือกตั้งที่ พ.ต.ท.ทักษิณคว้าชัยได้เป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกัน

นายแพร์รีย์ชี้ว่าผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งชาวไทยส่วนใหญ่เทใจให้ พ.ต.ท.ทักษิณชนะการเลือกตั้งครั้งแล้วครั้งเล่าแทนที่จะเป็นนายอภิสิทธิ์ เนื่องจาก พ.ต.ท.ทักษิณมีผลงานในการเปลี่ยนชีวิตชาวชนบทหลายล้านคนให้มีชีวิตที่ดีขึ้นผ่านทางนโยบายและโครงการต่างๆ อาทิ โครงการรักษาพยาบาลราคาถูก ซึ่งช่วยให้คนยากจนเข้าถึงการรักษาได้เป็นครั้งแรกในไทย หรือโครงการกองทุนหมู่บ้านก่อนที่ พ.ต.ท.ทักษิณจะถูกโค่นอำนาจ

ไม่ได้เป็นนายกฯเพราะชนะเลือกตั้ง

ในทางกลับกันนายแพร์รีย์มองว่า การก้าวสู่ตำแหน่งนายกฯของนายอภิสิทธิ์ไม่ได้เกิดขึ้นจากเจตจำนงของคนส่วนใหญ่ และได้รับการสนับสนุนแบบไม่ชอบธรรมจากกลุ่มที่ต่อต้าน พ.ต.ท.ทักษิณและกองทัพจนก้าวสู่ตำแหน่งนายกฯในที่สุด

ในตอนท้ายนายแพร์รีย์ระบุว่า สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นในไทยเวลานี้ถือเป็นสัญญาณอันตรายต่อความเป็นประชาธิปไตยในสังคมไทย และถือเป็นความเจ็บปวดมากยิ่งขึ้นเมื่อความจริงอันน่ารังเกียจเหล่านี้เกิดขึ้นภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ ชายผู้ซึ่งได้ชื่อว่ามีความชาญฉลาด มีความสามารถ และมีคุณสมบัติที่ดีครบถ้วนทุกประการ ยกเว้นเพียงอย่างเดียวคือความถูกต้องชอบธรรมตามหลักประชาธิปไตย

Monday, March 16, 2009

จับ 4 มือปาไข่ใส่รถ"สุเทพ" "จตุพร" โบ้ยขรก.หญิงมท.ปาประทัดยักษ์ ผู้ว่าปทุมฯเซ็งห้ามเสื้อแดงไม่ฟัง

ที่มา มติชนออนไลน์

4 มือปาไข่ใส่รถ"สุเทพ"มอบตัว อ้างเรียกร้องความสนใจ "จตุพร"ปูด ขรก.หญิง มท.ปาประทัดยักษ์ใส่ มีพยานยืนยัน ผบช.ภ.1 เผยเจ้าตัวปฏิเสธข้อกล่าวหา ผู้ว่าฯปทุมธานีเซ็งพูดกับแกนนำเสื้อแดงไม่รู้เรื่อง "อภิสิทธิ์"ลั่นห้ามหนักกว่านี้อีก ร้อยเอ็ดขับรถบี้รมว.เกษตรฯ


จับแล้ว4มือปาไข่ใส่รถ "สุเทพ"


พล.ต.ท.ฉลอง สนใจ พล.ต.ต.วิทยา ประยงค์พันธ์ ผบก.ปทุมธานี และ พ.ต.อ.ธรรมนูญ เชาวะวนิชย์ ผกก สภ.ธัญบุรี ร่วมแถลง เวลา 14.00 น. วันที่ 15 มีนาคม ถึงผลการจับกุม กลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงที่ขว้างไข่ใส่รถ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ จำนวน 4 ราย ได้แก่ 1.นายเพลิน ธัญญาโภชน์ อายุ 47 ชาว ต.บึงยี่โถ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี 2.นางนิตยา เณรทอง อายุ 45 ปี ชาว ต.บึงยี่โถ 3.นายสมัย ปัสสาพันธ์ อายุ 33 ปี ชาว ต.บึงยี่โถ 4.นางศิริพร เสวตสมบูรณ์ อายุ 36 ปี ชาว ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี แจ้งข้อหาร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ ทำร้ายร่างกาย และพยายามทำร้ายร่างกาย ผู้ต้องหารับสารภาพขว้างไข่จริงเพื่อเรียกร้องความสนใจทางการเมือง นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่เรียกนายสมบุญ ขุนทองไทย แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงมารับทราบข้อหาด้วย แต่นายสมบุญปฏิเสธ
นายสมบุญกล่าวว่า ตำรวจพยายามให้เป็นผู้ร่วมก่อเหตุ เพราะกลัวถูกย้าย จึงพยายามหาคนรับผิดมาดำเนินคดี แต่ได้ปฏิเสธว่ากลุ่มเสื้อแดงไม่มีอาวุธอะไรทั้งนั้น


"จตุพร" สงสัยขรก.มท.ปาบึ้ม


นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดง ออกมาตอบโต้เมื่อวันที่ 15 มีนาคม กรณีคนในรัฐบาลกล่าวหากลุ่มเสื้อแดง จ.ปทุมธานี ปาระเบิดปิงปองใส่รถประจำตำแหน่งนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ขณะกลับจากการประชุมข้าราชการ จ.ปทุมธานี ที่วิทยาลัยการปกครอง เมื่อวันที่ 14 มีนาคมที่ผ่านมา พร้อมกับสงสัยว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ของเจ้าหน้าที่รัฐ โดยอ้างว่า ระหว่างที่ขบวนรถนายสุเทพขับผ่านผู้ชุมนุมคนเสื้อแดง เห็นว่านางพรรณธิดา ธนสันติ อายุ 49 ปี นักพัฒนาทรัพยากรบุคคล 6 วิทยาลัยการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ซึ่งสวมเสื้อสีฟ้ามีพฤติการณ์น่าสงสัย ใช้มือล้วงลงไปในกระเป๋าและปาวัตถุเข้าใส่รถประจำตำแหน่งของนายสุเทพ คนเสื้อแดงจึงกรูเข้าไปล็อคตัว ไม่ได้กรูเข้าไปทำร้ายนางพรรณธิดาตามที่มีความพยายามให้ข่าวบิดเบือน


อ้างมีพยานพร้อมชี้ตัว


"ปัญหาเกิดจากความพยายามใส่ร้าย แต่ไม่เนียน เรามีหลักฐาน มีพยานเห็นว่าข้าราชการมหาดไทย ลูกน้องของนายชวรัตน์ (ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย) น่าจะเป็นคนทำเอง เพื่อใส่ร้ายคนเสื้อแดงว่าใช้ความรุนแรง เราจะรอดูว่ารัฐบาลจะมีปัญญาจัดการหรือไม่ ขอให้ตำรวจสอบสวนอย่างครบถ้วนด้วย หากแจ้งดำเนินคดีกับคนเสื้อแดงเมื่อไหร่ คนที่เห็นเหตุการณ์พร้อมจะเป็นพยานเข้าชี้ตัวนางพรรณธิดา ในเร็วๆ นี้ จะนำคนที่เห็นเหตุการณ์มาออกรายการทางดีสเตชั่นบอกเล่าความจริง นายสุเทพเป็นถึงรองนายกฯควรฟังความให้ครบถ้วน คนเสื้อแดงไม่ใช่หมูที่จะยอมให้เอาเรื่องง่ายๆ" นายจตุพรกล่าว


นายจตุพรกล่าวถึงการชุมนุมใหญ่ของคนเสื้อแดงว่า จะจัดขึ้นในวันที่ 29 มีนาคมนี้ นัดรวมพลที่ท้องสนามหลวง ก่อนเดินขบวนมายังทำเนียบรัฐบาลในเวลากลางวัน ส่วนกิจกรรมต่อจากนั้น จะเคลื่อนไหวรูปแบบใดและไปสถานที่ใดบ้างนั้นจะตัดสินใจเป็นรายวัน


"ทักษิณ"โฟนอินอ้อนคนกรุง


เวลา 10.00 น. ที่วัดบำเพ็ญเหนือ ย่านมีนบุรี กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทยจัดกิจกรรมบริการตรวจสุขภาพ ตัดผม ตรวจวัดสายตา และเปิดรับสมัครสมาชิกพรรค มีแกนนำพรรคเพื่อไทย อาทิ นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรค นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรค นายพร้อมพงษ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรค และนายวิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ส.กทม. มาร่วมงาน ระหว่างการจัดงาน พ.ต.ท.ทักษิณได้โฟนอินเข้ามา ตอนหนึ่งว่า "ผมคิดว่าแกนนำพรรคเพื่อไทยและพี่น้องประชาชนจะสนับสนุน ส.ส.พรรคเพื่อไทยต่อไป เพราะคนเหล่านี้เป็นคนที่จะต่อสู้เพื่อให้ผมได้รับความยุติธรรมและให้พี่น้องประชาชนได้อยู่ในกรอบของประชาธิปไตยที่แท้จริง เพื่อให้นักการเมืองเป็นนักการเมืองที่รับใช้ประชาชนอย่างแท้จริง"


เผยเหตุพูดบ่อยแก้เซื่องซึม


ว่าที่ ร.ต.พงศ์พันธุ์ สุนทรชัย ส.ส.หนองคาย พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พ.ต.ท.ทักษิณโฟนอินบ่อยครั้งในระยะนี้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณต้องการปลุกขวัญกำลังใจประชาชน เมื่อมีการโฟนอินก็จะมีความคึกคักขึ้นเป็นพิเศษ เพราะหลังจากพรรคเพื่อไทยพลาดท่าไม่ได้เป็นรัฐบาล ประชาชนเซื่องซึมไปเล็กน้อย แต่ตอนนี้กลับมาคึกคักอีกครั้ง ส.ส.จะโหมโรงทำกิจกรรมในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และจะชูยุทธศาสตร์ พ.ต.ท.ทักษิณต้องกลับมาเป็นหัวหน้าพรรค เป็นนายกฯกับประชาชนไปจนกว่าจะเกิดขึ้นจริง


"ประชา" ระบุ รมต.ลงพื้นที่ยั่วยุ


นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณโฟนอินบ่อยๆ เพราะต้องการเตือนสติรัฐบาล อย่างน้อยก็เคยมีประสบการณ์การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจระดับชาติมาแล้ว แต่รัฐบาลกลับส่งสมุนลิ่วล้อออกมาตีโพยตีพาย ออกอาการทุรนทุรายตลอด เสมือนคนกำลังเสียสติเมื่อมีการโฟนอินมา แต่คงเป็นไปไม่ได้ที่จะให้โฟนอินเข้ามาตอนอภิปรายไม่ไว้วางใจ ถ้าหากนายอภิสิทธิ์แน่จริงก็ควรให้ พ.ต.ท.ทักษิณโฟนอินเข้ารายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์" ด้วยจะดีกว่า ส่วนที่รัฐบาลลงพื้นที่อย่างหนักในช่วงนี้นั้น เหตุผลส่วนหนึ่งเพื่อยั่วยุประชาชนที่ไม่พอใจรัฐบาลอยู่แล้วให้เกิดเหตุการณ์ความรุนแรง เกิดจลาจลระดับจังหวัดไปสู่ระดับประเทศ เพื่อเป็นข้ออ้างหนึ่งที่นำไปสู่การรัฐประหารอีกครั้ง


ขรก.ให้ปากคำตร.ปฏิเสธปาบึ้ม


ทางด้านความคืบหน้าในการดำเนินคดีกับกลุ่มเสื้อแดงที่ปาสิ่งของใส่รถของนายสุเทพ ที่ จ.ปทุมธานี นั้น พล.ต.ท.ฉลอง สมใจ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกตัวนางพรรณธิดา ธนสันติ เข้าสอบสวนที่ สภ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานีแล้ว นางพรรณธิดาปฏิเสธว่า ไม่ได้เป็นคนขว้างปาวัตถุใส่รถประจำตำแหน่งของนายสุเทพ พร้อมแก้ข้อกล่าวหาของนายจตุพร หลังสอบปากคำเสร็จก็ได้ปล่อยตัวไปแล้ว


ผู้ว่าฯเซ็งพูดกับแกนนำไม่รู้เรื่อง


นายปรีชา บุตรศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ให้สัมภาษณ์ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเนื่องจากฝ่ายไม่มีจริยธรรม พูดกันไม่รู้เรื่อง คิดแต่มุ่งจะก่อเหตุ จะป้องกันอย่างไรก็ลำบาก ตำรวจจำนวนนับสิบนายใช้โล่ป้องกันก็เห็นกันอยู่ ตามภาพที่สื่อมวลชนจับภาพไว้ได้ และออกข่าวทางหน้าหนังสือพิมพ์


"จะป้องกันอย่างไรมากกว่านี้จะให้เอาตาข่ายมาบังอย่างนั้นหรือ ผมว่าเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ ผมได้สั่งการให้ พล.ต.ต.วิทยา ประยงค์พันธ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จว.ปทุมธานี ติดตามสืบและสอบสวนนำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี เป็นที่ทราบกันดีว่าใครอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ แต่พูดกันไม่รู้เรื่อง" นายปรีชากล่าว


เรียกอดีตกำนันกับพวกสอบ


พล.ต.ต.วิทยา ประยงค์พันธ์ กล่าวว่า ตำรวจได้เรียกตัวผู้ต้องหาก่อเหตุฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงาน เป็นธุระสนับสนุนจัดชุมนุม ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน และได้รับอันตรายแก่ผู้อื่น ประกอบด้วยอดีตกำนัน พร้อมพวกอีก 3-4 ราย ที่ปรากฏในหลักฐานภาพในวิดีโอเทป ตำรวจบันทึกไว้ได้ ส่วนจะปฏิเสธ หรือยอมรับผิดเป็นสิทธิของผู้ต้องหา ตำรวจต้องทำตามหน้าที่ ส่วนที่นายจตุพรระบุเป็นผู้หญิงสวมใส่เสื้อสีฟ้านั้น เป็นที่ทราบกันว่า จะปฏิเสธเมื่อเกิดเหตุการณ์ทุกครั้ง เพราะโดยข้อเท็จจริงเป็นการขว้างปามาจากระยะไกล ไม่ใช่ประชิดอยู่ในกลุ่มควัน อีกทั้งการพิสูจน์เบื้องต้น มิใช่ระเบิดที่เป็นอันตราย เป็นเพียงประทัดชนิดพิเศษแรงอัดสูง มีเสียงดังเป็นพิเศษ หรือที่เรียกกันว่าประทัดยักษ์ ไม่เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต


ปชป.ชี้โฟนอินบ่อยกลัวคนลืม


ทางด้านนายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า กลุ่มต่อต้านได้เพิ่มระดับความรุนแรง มีพฤติกรรมปาขวด ระเบิดปิงปองใส่ขบวนของนายสุเทพ ถือว่าไม่เหมาะสม เป็นการแสดงออกทางการเมืองเกินกว่าเหตุ ขอเรียกร้องให้แกนนำแสดงความรับผิดชอบ อย่าโยนความผิดให้มือที่ 3 แม้รัฐมนตรีจะเจอพฤติกรรมต่อต้านที่รุนแรงขึ้น แต่จะเดินหน้าลงพื้นที่ต่อไป ที่ผ่านมาพรรคได้รับคำเตือนว่า มีฝ่ายต่อต้านมีแผนจะล้มรัฐบาลฟื้นระบอบทักษิณ แต่พรรคยังไม่เชื่อ แต่เมื่อดูจากพฤติกรรมที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ถือเป็น ยุทธวิธี ดิบ เถื่อน ถ่อย


นายเทพไทกล่าวถึงสาเหตุที่ พ.ต.ท.ทักษิณโฟนอินทุกที่ทุกเวทีว่า คนของ พ.ต.ท.ทักษิณ กำลังกลัวนายกฯบริหารประเทศประสบความสำเร็จ และคนจะลืม พ.ต.ท.ทักษิณมากกว่า คำพูดที่ พ.ต.ท.ทักษิณโฟนอินเข้ามายังแสดงถึงความฮึกเหิม กระหายอำนาจ แสดงอาการลงแดงทางอำนาจ เพราะประกาศจะคืนสู่อำนาจทุกวิถีทาง


บอก"แม้ว" ทำใจไม่ได้-อิจฉา


นายสาธิต ปิตุเตชะ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณพยายามลดความน่าเชื่อถือในการบริหารประเทศของนายกฯและรัฐมนตรีว่าการคลัง โดยระบุว่า เป็นเด็ก 2 คนแก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้ แต่พอ 3 เดือนที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า ทั้งสองคนกำลังจะเป็นที่ยอมรับจากนานาชาติและคนไทย พ.ต.ท.ทักษิณคงทำใจไม่ได้ และอิจฉาที่ทั้งสองคนได้รับการยอมรับ จึงทำทุกวิถีทางเพื่อล้มล้าง เพราะยิ่งอยู่นานไป ทั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ พรรคเพื่อไทย และคนเสื้อแดง จะยิ่งหมดบทบาท


"อภิสิทธิ์"ลั่นห้ามหนักกว่าปิงปอง


เวลา 15.30 น. ที่ห้องรับรองพิเศษ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังกลับจากการเยือนสหราชอาณาจักร กรณีมาตรการดำเนินการกับกลุ่มเสื้อแดงว่า อย่าไปเรียกไม้แข็งหรือไม้อ่อน เพราะรัฐบาลใช้แนวนี้ตลอด หากใครใช้เสรีภาพในขอบเขต รัฐบาลยอมให้ทำอยู่แล้ว การตะโกนด่าพูดจาปราศรัยไม่เป็นปัญหา อดทน อดกลั้น แต่ต้องไม่ทำผิดกฎหมาย การใช้ระเบิดปิงปองขว้างปาสิ่งของให้เกิดการทำร้ายทำลายอันนี้ไม่ได้ ถ้าเกินขอบเขตต้องดำเนินการ จะต้องไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่ร้ายแรงกว่าระเบิดปิงปองได้อีก


ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่กลุ่มคนเสื้อแดงใช้ความรุนแรงมากขึ้นเพื่อลดความน่าเชื่อถือของรัฐบาลในการเป็นเจ้าภาพการประชุมอาเซียน + 3 และ +6 นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า คิดว่าเป็นปฏิกิริยาที่รัฐบาลกำลังเดินเข้าหาประชาชนส่วนใหญ่ และอาจเกี่ยวไปถึงเรื่องอภิปรายไม่ไว้วางใจ ส่วนที่นายสุเทพถูกขว้างปาด้วยระเบิดปิงปองนั้น คงไม่ทำให้ต้องยุติการลงพื้นที่และตอนนี้ยังเหลืออีก 13 จังหวัด ไม่ท้อถอย จะคิดถึงคนส่วนใหญ่ จะมากังวลกับคนจำนวนน้อยไม่ได้ คนจำนวนมากหรือน้อยไม่ใช่คนเสื้อแดง แต่คนจำนวนน้อยในที่นี้คือคนไม่เคารพกฎหมาย รัฐมนตรีจะลงพื้นที่ต่อไปแม้หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เชื่อว่าคงไม่สับสนที่ฝ่ายค้านจะลงพื้นที่พร้อมๆ กับรัฐบาล


เป็นผู้ใหญ่ไม่ตอบโต้ "แม้ว"


เมื่อถามว่า เป้าหมายของการเคลื่อนไหวที่รุนแรงเพื่อให้รัฐบาลยุบสภา นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า "ผมยุบสภาไม่ได้ เพราะยื่นญัตติอยู่ ถูกห้ามยุบสภา ถ้าผมแพ้ญัตติคุณเฉลิม (อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย) ก็เป็นนายกฯ"
เมื่อถาม พ.ต.ท.ทักษิณโฟนอินมาโจมตีการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลว่าเป็นเพียงแค่เด็ก 2 คน นายกฯกล่าวพร้อมหัวเราะว่า "เป็นความเห็นของ พ.ต.ท.ทักษิณ ผมเป็นผู้ใหญ่แล้วเกินกว่าที่จะไปตอบโต้ได้"


ตรวจบึ้มเวทีเสื้อแดงจันท์


ที่ จ.จันทบุรี กลุ่มเสื้อแดงเมืองจันท์รักษ์ประชาธิปไตย นำโดยนายสำเริง ประจำเรือ สมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) จันทบุรี ประธานกลุ่มเสื้อแดงจันทบุรี และนายประมวล เธียรประดิษฐ์ รวมตัวกันโดยมีเสื้อแดงจากจังหวัดใกล้เคียงราว 2,000 คน เข้าร่วม อาทิ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี จ.นนทบุรี จ.ระยอง จากนั้นจัดขบวนแห่ผ่านถนนอัญมณี เป็นตลาดการค้าขาย มีการโห่ร้องและกล่าวโจมตีรัฐบาล ช่วงเย็นที่สนามฟุตบอล อ.เมือง นายวีระ มุสิกพงศ์ พร้อมแกนนำ นปช.ขึ้นเวทีปราศรัย มีตำรวจตระเวนชายแดนที่ 11 อ.มะขาม จ.จันทบุรี ส่งหน่วยตรวจหาวัตถุระเบิด และชุดควบคุมฝูงชน 2 กองร้อย พร้อมกำลังตำรวจจาก สภ.ต่างๆ รวม 800 นาย เข้าดูแลสถานการณ์


ร้อยเอ็ดขับรถบี้รมว.เกษตรฯ


จ.ร้อยเอ็ด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มคนเสื้อแดงราว 100 คน ถือป้ายโจมตีรัฐบาลและตะโกนขับไล่นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระหว่างเดินทางลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ภัยแล้ง และการบริหารจัดการน้ำเที่วัดบ้านคุยค้อ ต.คุยค้อ อ.จังหาร กลุ่มผู้ประท้วงพยายามบุกเข้าไปในศาลาวัดบ้านคุยค้อ เพื่อขับไล่นายธีระ แต่ตำรวจกว่า 200 นาย สกัดกั้น จึงพากันชุมนุมตะโกนขับไล่อยู่ภายในบริเวณวัด ขณะขบวนรถยนต์นายธีระออกจากวัด กลุ่มเสื้อแดงพยายามเข้าไปทุบรถ แต่ฝ่าเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปไม่ได้ ทำให้กลุ่มเสื้อแดงขึ้นรถยนต์ติดตามไปที่โรงเรียนบ้านดอนโอง ต.ดอนโอง อ.โพธิ์ชัย จ.ร้อยเอ็ด และพยายามบุกเข้าไปในโรงเรียน แต่โดนตำรวจสกัดกั้นไว้ จึงพากันไปยืนตะโกนด่าอยู่นอกรั้วลวดหนาม

จากฉิบหายถึงรับเงิน

ที่มา ข่าวสด

เหล็กใน




จากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ จะทำให้พรรคประชาธิปัตย์ฉิบหาย

มาจนถึงคิงพาวเวอร์จ่ายเงินให้ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์คนละแสน

ตามมาตรฐานอันสูงส่งของพรรคประชาธิปัตย์ที่ผ่านๆมา

รับรองว่าไม่มีทางยอมใคร หน้าไหนมาด่า ประณาม หยามเหยียดอย่างนี้แน่ๆ

เพราะรู้ๆกันว่าคนส่วนใหญ่ในพรรคประชาธิปัตย์ ล้วนขึ้นชื่อเรื่องการเป็นนักกฎหมาย และนักพูด

ไม่ว่ารุ่นใหญ่ระดับนายชวน หลีกภัย นายบัญญัติ บรรทัดฐาน

รุ่นกลางอย่างนายถาวร เสนเนียม นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค นายวิทยา แก้วภราดัย

หรือรุ่นเล็กๆแบบนายเทพไท เสนพงศ์

ยังไม่นับผู้บริหารพรรค นำโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย

และบรรดาทีมโฆษกที่แต่งตั้งขึ้นมามากมายหลายตำแหน่ง

ถ้าตามมาตรฐานที่ผ่านๆมา หากมีใคร หน้าไหนมาด่า ประณาม หยามเหยียดอย่างนี้

นอกจากจะถูก"นักพูด"ของพรรคประชาธิปัตย์ดาหน้าตอบโต้กลับหนักๆแล้ว

"นักกฎหมาย"ของพรรคประชาธิปัตย์ก็จะเอาเรื่องเอาโทษถึงโรงถึงศาล โดยไม่ปรานี และไม่รีรอ

แต่เมื่อหัวหน้าม็อบพันธมิตร ขึ้นเวทีด่า ประณาม หยามเหยียดดังๆ ชัดๆต่อหน้าสาธารณะ

ทั้งฉิบหาย ทั้งรับเงิน!!


กลับได้ยินแค่เสียงหัวหน้าพรรคที่วันนี้เป็นนายกรัฐมนตรี

"ผมไม่ทราบเรื่องแกนนำพันธมิตรโจมตี"

"ไม่มีครับ ผมมีแต่ถูกหักเงินเดือน"

กับเสียงช้าๆเนิบๆของเลขาธิการพรรคที่วันนี้เป็นรองนายกรัฐมนตรี

"ผมพร้อมน้อมรับคำสั่งสอนของคุณสนธิ"

สั้นๆเท่านี้จริงๆ!

ส่วนบรรดา"นักพูด"และ"นักกฎหมาย" ไม่ว่ารุ่นใหญ่ รุ่นกลาง รุ่นเล็ก

รวมทั้งบรรดาโฆษกมากหน้าหลายตำแหน่ง

ต่างพร้อมใจกันเงียบเชียบ สงบเสงี่ยม

เหมือนไม่รู้ ไม่เห็น ไม่ได้ยิน

แฟนๆกองเชียร์ที่เคยชื่นชมในความคมของปากมีดโกน และความฉกาจฉกรรจ์ของทีมกฎหมาย

เลยพากันเซ็งปนสงสัย?

สงสัยจะจริง!?

รวบ4เสื้อแดงคนปาไข่เทพเทือก

ที่มา เดลินิวส์


'มาร์ค'สั่งตามล่ามือบึ้ม ส.ส.ปชป.ชักแถวโต้เดือด'ทักษิณ'ฟิตโฟนอินถี่ยิบ

ตร.ปทุมธานี ตะครุบเสื้อแดง 4 คนรวด มือปาไข่ถล่มขบวนรถ"เทพเทือก" แต่ยังเหลือมือระเบิดปิงปอง ขณะที่ "มาร์ค" เพิ่งกลับถึงไทย โชว์มาดเข้มประกาศกร้างสั่งล่ามือปาบึ้ม เตือนเป็นบทเรียนเจ้าหน้าที่ ส่วนส.ส.ปชป.ชักแถวโต้เดือด หลังจาก “ทักษิณ” ฟิตจัด กระหน่ำโฟนอินถี่ยิบ ล่าสุดวันเดียว 3 รอบ ทั้งที่มีนบุรี-อุบลฯ-จันทบุรี “เทพไท” อัดฮึกเหิมหวังคืนสู่อำนาจ “กษิต” ฉะยับม็อบเสื้อแดงไร้เหตุผล “บักใส” โผล่ผสมโรงสอนมวยรัฐบาล สอบตกงานมวลชนเชิงรุก “ตู่” ส่งสัญญาณลั่นกลองรบ ดีเดย์ 29 มี.ค.นี้ เคลื่อนพลนปช.ทั่วประเทศ ปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล เผยอดีตนายกฯห่วงใยปัญหาเศรษฐกิจ แถมปลุกขวัญหากได้กลับเมืองไทย ยินดีนำทัพเสื้อแดงเข้ากรุง “เอแบคโพล” ระบุ หาก “แม้ว” หยุดเคลื่อนไหว ประเทศชาติจะกลับคืนสู่สภาวะปกติ

ความเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ยังคงดุเดือดเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากบุกปิดล้อมไล่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง ขณะลงพื้นที่ จ.ปทุม ธานี ทั้งขว้างปาสิ่งของใส่ขบวนรถของนายสุเทพ นอกจากนี้มีมือดีขว้างปาระเบิดปิงปองใส่รถด้วย ทำให้มีนักข่าวได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ขณะที่แกนนำเสื้อแดงยืนยันเป็นพวกมือที่ 3 ฉวยโอกาสก่อเหตุถูกรวบตัวเอาไว้ได้ ขณะที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ยังคงโฟนอินมางานกลุ่มเสื้อแดงใน จ.พระนครศรีอยุธยา

ปชป.โต้แหลก“แม้ว”โฟนอิน

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 15 มี.ค. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ประกาศจะกลับคืนสู่อำนาจด้วยทุกวิถีทาง และจะโฟนอินทุกวันที่มีการจัดเวทีชุมนุมของคนเสื้อแดง เป็นพฤติกรรมความฮึกเหิมกระหายอำนาจ และเป็นการดิ้นสุดชีวิตเพื่อเข้าสู่อำนาจให้ได้ เหมือนคนจะลงแดงทางอำนาจ ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ใช้วิธีเช่นนี้เพราะคงกลัวว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะนายกรัฐมนตรีจะประสบความสำเร็จในการบริหารประเทศและกลัวว่าประชาชนจะลืม พ.ต.ท. ทักษิณ มากกว่า ทั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์ไม่รู้สึกกลัวแต่ต้องชี้แจงเหตุผลของข้อเท็จจริงที่ถูกบิดเบือน เพื่อให้ประชาชนได้เข้าใจข้อมูลข่าวสาร

“มาร์ค”ไม่คิดมากเจอ“เท้าตบ”

นายเทพไท กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่นายอภิสิทธิ์ ไปปาฐกถาเกี่ยวกับประชาธิปไตย ในประเทศไทยที่มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ซึ่งมี นายใจ อึ๊งภากรณ์ ที่หลบหนีคดีหมิ่นพระบรม เดชานุภาพ เข้าร่วมรับฟังและได้แสดงพฤติกรรมของคนเสื้อแดงโกอินเตอร์ด้วยการยก “เท้าตบ” ชูขณะที่นายกฯกำลังพูด ก็ถูกตำหนิจากเอกอัครราชทูตไทย ประจำประเทศอังกฤษว่า เป็นคน ไทยต้องรู้จักรักษาหน้าตาผู้นำของชาติด้วยโดย ต้องให้เกียรติคนไทยด้วยกัน เพราะถ้าคนไทยไม่รู้จักให้เกียรติคนไทยด้วยกันเองแล้วก็ไม่รู้ว่าชาวต่างชาติคนใดหรือใครจะมาให้เกียรติเรา ทั้งนี้นายกฯได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนไทยและต่างประเทศว่าไม่คิดมากเพราะสุดท้ายผู้กระทำพฤติกรรมดังกล่าว ได้รับความเสียหายเอง

จี้แกนนำรับผิดม็อบไล่“เทือก”

โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังกล่าวถึงการลงพื้นที่ของคณะรัฐมนตรีเพื่อไปรับฟังปัญหาจากประชาชนในช่วงวันหยุด ว่า จากการลงพื้นที่ใน 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่าพฤติกรรมการต่อต้านรัฐมนตรีลงพื้นที่ทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น เช่น การปาขวดสิ่งของ หรือระเบิดปิงปองใส่ขบวนของนายสุเทพ รองนายกฯ ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมการแสดงออกทางการเมืองที่ไม่เหมาะสมและเกินกว่าเหตุ อีกทั้งเป็นการประสงค์ร้ายในการทำร้ายร่างกายหรือให้เกิดความเสียหายมากกว่า จึงขอให้คนที่ปลุกระดมคนเสื้อแดงออกมารับผิดชอบในเหตุการณ์นี้ด้วย อย่า อ้างว่าควบคุมมวลชนไม่ได้หรือมีมือที่สาม ขณะที่เจ้าหน้าที่บ้านเมืองก็ต้องเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะฝ่ายข่าวต้องหาผู้กระทำการหรืออยู่เบื้องหลังมาดำเนินคดีให้ได้

แผนรื้อฟื้น“ระบอบทักษิณ”

นายเทพไท ยังกล่าวอีกว่า พรรคประชาธิปัตย์เคยได้รับคำเตือนจากหลายฝ่ายว่ายังมีแผน ที่จะโค่นล้มรัฐบาลชุดนี้โดยพยายามจะรื้อฟื้น “ระบอบทักษิณ” เข้ามาบริหารประเทศต่อ ซึ่งพรรคได้มองถึงภาพองค์รวมของการเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณ พรรคเพื่อไทย และคนเสื้อแดง โดยเฉพาะกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ พยายามใช้สื่อต่างชาติให้ข่าวบิดเบือนกดดันประเทศไทยโดยใช้วิธีโลกล้อมประเทศไทย รวมถึงการที่กลุ่มคนเสื้อแดงใช้วิธีดิบ ถ่อย เถื่อน โดยมีการใช้ถ้อยคำหยาบคายในการชุมนุมที่ด้านนอกรัฐสภาระหว่างการประชุมสภา จึงขอให้สื่อมวลชนจับตาการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงว่าจะทวีความรุนแรงวางแผนฟื้นระบอบทักษิณกลับมาอีกครั้ง

เมื่อถามว่าพรรคจะมีมาตรการเชิงรุก ในการตอบโต้บนหน้าสื่ออย่างไรบ้าง นายเทพไท ตอบว่า การไปชิงพื้นที่สื่อเป็นการสร้างความรำคาญให้กับผู้บริโภคสื่อมากกว่า แต่เราจะใช้วิธีการชี้แจงข้อเท็จจริงให้ประชาชนได้รับทราบมาก กว่า ทั้งนี้สื่อต่างประเทศอาจจะอยู่ใกล้ชิดกับแหล่งข้อมูลเพียงด้านเดียว ซึ่งอาจจะทำให้เกิดภาพลบต่อรัฐบาลได้

หวังลดความเชื่อถือรัฐบาล

ด้านนายสาธิต ปิตุเตชะ กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท. ทักษิณ อดีตนายกฯโฟนอินในการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ จ.พระนครศรีอยุธยา และมุกดาหารว่า ตนขอตั้งข้อหา พ.ต.ท.ทักษิณว่า พยายามล้มล้างรัฐบาล โดยพยายามทำทุกวิถีทางทั้งบนดินและใต้ดินผ่านเครื่องมือของกลุ่มคนเสื้อแดงและพรรคเพื่อไทย ซึ่งสาเหตุที่ต้องดิ้นรนเพราะแนวร่วมของ พ.ต.ท.ทักษิณ และกลุ่มเสื้อแดงกำลังน้อยลงเรื่อย ๆ อีกทั้งมีความ พยายามลดความน่าเชื่อถือการบริหารประเทศของนายอภิสิทธิ์ ตนจึงคิดว่าวันนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ คงทำใจไม่ได้ จึงต้องทำทุกทางเพื่อลดน้ำหนักและล้มล้างรัฐบาลชุดนี้ให้ได้ภายใน 2-3 เดือน เพราะถ้ายิ่งอยู่นานไป ทั้งเสื้อแดงและความนิยมของ พ.ต.ท.ทักษิณ พรรคเพื่อไทยจะได้รับผล กระทบอย่างแน่นอน

“กษิต”อัดเสื้อแดงไร้เหตุผล

นายกษิต ภิรมย์ รมว.การต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ขณะเดินทางลงไปตรวจราชการที่ จ.สตูล ว่า การกระทำของกลุ่มเสื้อแดงที่ขว้างปา สิ่งของและวัตถุคล้ายระเบิดขับไล่นายสุเทพ รองนายกฯ ขณะตรวจราชการที่ จ.ปทุมธานี ถือเป็นการกระทำที่ไร้เหตุผล ไม่ได้ทำเพื่อความเจริญของบ้านเมือง ทั้งนี้ตนเห็นว่าคงไม่มีอะไร แต่วันนี้รัฐบาลทำงานเต็มที่ อย่างไรก็ตามการชุมนุมใด ๆ ของผู้ชุมนุมต้องมีข้อเสนอเป็นทางเลือกให้รัฐบาลว่าสิ่งที่รัฐบาลทำนั้นถูกหรือไม่ เพราะการวิพากษ์วิจารณ์ทั้งในและนอกสภาเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ แต่ถ้าการชุมนุมเป็นการข่มขู่หรือมุ่งทำร้ายอย่างเดียวคงไม่ถูกต้อง

“ยะใส”แนะรัฐเปิดเกมรุกสู้

นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เปิดเผย ถึงการเมืองในขณะนี้ว่า การเคลื่อนไหวของกลุ่ม “คนรักทักษิณ” มีแนวโน้มรุนแรงเพราะ พ.ต.ท. ทักษิณ กำลังโฟนอินถี่ขึ้น อีกส่วนหนึ่งเกิดจากความล้มเหลวของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ที่ไม่มียุทธศาสตร์งานมวลชนเชิงรุก หรือใช้งานมวลชนเพื่อแก้ปัญหางานมวลชน นโยบายที่ดีอาจใช้ได้กับมวลชนพลังเงียบ ยกเว้นพลังมวลชนที่ตั้งเป้าล้มรัฐบาล ต้องมีวิธีรับมืออีกแบบหนึ่ง และพรรคประชาธิปัตย์ควรหยุดแย่งอำนาจกันในพรรคได้แล้ว ถ้ายังอยากมีอำนาจนาน ๆ ส่วนการปาระเบิดใส่ขบวนรถนายสุเทพ เป็นการจัดตั้งมาอย่างแน่นอน และอยากเตือนรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ว่าในยามวิกฤติไม่มีรัฐบาลชุดไหนอยู่ได้ด้วยความเห็นใจและความสงสารจากประชาชน ถ้าไม่ยอมต่อสู้

ผบช.ภ.1โชว์จับมือปาไข่

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่สภ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี พล.ต.ท.ฉลอง สนใจ ผบช.ภ.1 พร้อมด้วย พล.ต.ต.วิทยา ประยงค์พันธุ์ ผบก.ภ. จว.ปทุมธานี พ.ต.อ.ธรรมนูญ เชาวะวนิชย์ ผกก. สภ.ธัญบุรี ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมกลุ่มผู้ ชุมนุมคนเสื้อแดง ที่ขว้างไข่ใส่ขบวนรถนายสุเทพ รองนายกฯ ที่บริเวณหน้าประตูหน้าวิทยาลัยการปกครอง มีหลักฐานเป็นภาพจากสื่อมวลชน จึงเชิญตัวมาแจ้งข้อหาร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ ทำร้ายร่างกาย และพยายามทำร้ายร่างกาย ประกอบด้วย นายเพลิน ธัญญาโภชน์ นางศิริพร เสวต สมบูรณ์ นางนิตยา เณรทอง และนายสมัย ปัสสาพันธ์ เบื้องต้นทั้งหมดยอมรับสารภาพว่าลงมือขว้างปาไข่จริง

ผบช.ภ.1 กล่าวว่า ตอนนี้ได้ให้ชุดสืบสวนเร่งติดตามมือปาระเบิดปิงปองมาดำเนินคดี สอบพยานไปแล้ว 6 ปาก และก็ได้มีการนำ ภาพจากกล้องวงจรปิดและภาพนิ่งไปตรวจสอบ เบื้องต้นคาดว่ามือระเบิดจะเป็นชายและขว้างมาจากด้านหลังกลุ่มผู้ชุมนุม

“ตู่”สงสัยฝีมือคน มท.ปาบึ้ม

ขณะที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส. สัดส่วน พรรคเพื่อไทยและแกนนำคนเสื้อแดง กล่าวถึงเหตุการณ์ผู้ชุมนุมปาระเบิดปิงปองใส่ รถประจำตำแหน่งนายสุเทพ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคงขณะกลับจากการประชุมข้าราชการ จ.ปทุมธานี โดยปฏิเสธว่าคนก่อเหตุไม่ใช่คนเสื้อแดง แต่เป็นการสร้างสถานการณ์ของเจ้าหน้าที่ ซึ่งคนเสื้อแดงสามารถจับกุมตัวไว้ได้ (ขอสงวนชื่อ) ทำงานสังกัดกระทรวงมหาดไทย ระหว่างที่ขบวนรถนายสุเทพ ขับผ่านผู้ชุมนุม คนเสื้อแดงที่อยู่บริเวณเดียวกันเห็นว่า สาวใหญ่สวมเสื้อสีฟ้ามีพฤติการณ์น่าสงสัย ใช้มือล้วงลงไปในกระเป๋าและปาวัตถุเข้าใส่รถประจำตำแหน่งนายสุเทพ คนเสื้อแดงจึงเข้าล็อกตัว ไม่ได้กรูกันเข้าแย่งกล้อง ทำร้ายร่างกาย อย่างที่มีความพยายามให้ข่าวบิดเบือน

รอเปิดโปงทาง“ดีสเตชั่น”

“ปัญหาเกิดจากความพยายามใส่ร้าย แต่ไม่เนียน เรามีหลักฐาน มีพยานเห็นว่าข้าราชการมหาดไทย เป็นคนทำเองเจตนาก็เพื่อต้องการใส่ร้ายคนเสื้อแดงว่าใช้ความรุนแรง ซึ่งเราจะรอดูว่ารัฐบาลจะมีปัญญาจัดการหรือไม่ ทั้งนี้ขอให้ตำรวจได้สอบสวนอย่างครบถ้วนด้วย ทั้งนี้หากมีการแจ้งดำเนินคดีกับคนเสื้อแดงเมื่อไหร่ คนที่เห็นเหตุการณ์ก็พร้อมจะเป็นพยานเข้าชี้ตัว และใน เร็ว ๆ นี้จะนำคนที่เห็นเหตุการณ์มาออกรายการทางดีสเตชั่นบอกเล่าความจริง พร้อมยืนยันว่าคนเสื้อแดงไม่เคยใช้ความรุนแรง สำหรับนายสุเทพ เป็นถึงรองนายกฯฝ่ายความมั่นคง ก็ควรฟังความให้ครบถ้วน ขอบอกว่าคนเสื้อแดงไม่ใช่หมูที่จะยอมให้เอาเรื่องง่าย ๆ” นายจตุพร กล่าว

ดีเดย์ 29 มี.ค.บุกทำเนียบฯ

นายจตุพร กล่าวต่อว่า สำหรับการชุม นุมใหญ่ของคนเสื้อแดง คาดว่าจะจัดขึ้นในวันที่ 29 มี.ค. โดยจะนัดรวมพลที่ท้องสนามหลวง ก่อนเดินขบวนมายังทำเนียบรัฐบาลในเวลากลางวัน ส่วนกิจกรรมต่อจากนั้น จะเคลื่อนไหวรูปแบบใดและเดินทางไปสถานที่ใดบ้างนั้นจะตัด สินใจเป็นรายวัน ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจพรรคเพื่อไทยทราบดีว่าคะแนนเสียงในสภามีค่าเท่ากับศูนย์คือไม่สามารถเอาชนะเสียงของพรรคฝ่ายรัฐบาลได้ แต่เป้าหมายคือต้องการสื่อให้ประชาชนได้รับทราบความจริงเกี่ยวกับรัฐบาลนี้

“ทักษิณ”ฟิตโทรฯข้ามประเทศ

ก่อนหน้านี้เมื่อเวลา 10.00 น. นาย ยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยพร้อมแกนนำพรรคและคณะ อาทิ นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ส.กรุงเทพฯ นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ได้ร่วมงาน “เพื่อไทย พบประชาชน” ที่วัดบำเพ็ญเหนือ สุขาภิบาล 2 โดยภายในงานมีบริการตรวจสุขภาพ ตัดผม ตรวจวัดสายตาฟรีและเปิดรับสมัครสมาชิกพรรคเพื่อไทย มีประชาชนสวมเสื้อสีแดงให้ความสนใจเดินทางมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ปรากฏว่า พ.ต.ท.ทักษิณ อดีตนายกฯได้สร้าง ความฮือฮาโฟนอินผ่านโทรศัพท์มือถือของนาย วิชาญ ประมาณ 5 นาที โดยมีเนื้อหาบางส่วน ว่า ขอขอบคุณชาวมีนบุรี คลองสามวา ที่ยังรักษา ส.ส. 2 คนของเราเอาไว้ แต่ช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดี ก็เป็นห่วงประเทศไทยมาก ตนอยู่ต่างประเทศเห็นเศรษฐกิจไม่ดีและกำลังลุกลามอีกไม่นานก็คงเข้าเอเชีย

ย้ำห่วงใยปัญหาเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ที่โรงเรียนม่วงสามสิบอัมพวันวิทยา อ.ม่วงสามสิบ จ.อุบลราชธานี กลุ่ม ส.ส.พรรคเพื่อไทย ได้เปิดอบรมสัมมนาสมาชิก ที่เป็นแกนนำของพรรคในเขตเลือกตั้ง 1 จ.อุบล ราชธานี จาก 3 อำเภอคือ อ.ม่วงสามสิบ, ดอนมดแดง และ อ.ตาลสุม โดยมี น.ส.สุณีย์ เหลืองวิจิตร เลขาฯพรรคเพื่อไทยเป็นประธานเปิดการสัมมนา รวมทั้งนายสุนัย จุลพงศธร ดร.ประแสง มงคลสิริ มาขึ้นเวทีร่วมบรรยาย กระทั่งเวลา 10.30 น. ได้มีการโทรศัพท์ติดต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ส่งเสียงมาร่วมโฟนอินกับผู้เข้าร่วมสัมมนา ยังคง พูดเน้นย้ำเป็นห่วงเกี่ยวกับปัญหาเศรษฐกิจ หากได้กลับประเทศไทยถ้าประชาชนยังต้องการให้ช่วยเหลือก็ยินดีนำประสบการณ์มาช่วยแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ

ปลุกขวัญยินดีนำทัพเสื้อแดง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการสอบถามสภาพความเป็นอยู่และสถานที่อยู่ของ พ.ต.ท.ทักษิณ อดีตนายกฯตอบว่า คิดถึงบ้าน คิดถึงประชาชน ส่วนการต่อสู้ทางการเมืองนั้น ตราบใดที่ลมหาย ใจยังอยู่สู้แน่ ที่สำคัญหากประชาชนยังต้องการตนก็พร้อมจะกลับเข้ามาอาสารับใช้ประชาชน และหากกลับเข้ามาก็พร้อมจะเดินนำกลุ่มเสื้อแดงจากทั้งภาคเหนือและอีสานเข้ากรุงเทพฯพร้อมกัน และเมื่อสอบถามถึงที่อยู่ พ.ต.ท. ทักษิณ กล่าวว่าขณะนี้อยู่ที่ประเทศแถบตะวันออกกลางแต่ไม่ยอมระบุว่าอยู่ประเทศอะไร ช่วงนี้ถึงมีความสบายใจบ้างแต่ก็เหงาเป็นธรรมดาที่ต้องพลัดพรากจากบ้านเกิดเมืองนอน

ส.ส.เพื่อไทยโหมโรงลงพื้นที่

ว่าที่ร.ต.พงศ์พันธุ์ สุนทรชัย ส.ส. หนองคาย พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท. ทักษิณ อดีตนายกฯโฟนอินถึงคนเสื้อแดงทั้งเวทีชุมนุมและการจัดกิจกรรมของพรรคเพื่อไทยบ่อยครั้งในระยะนี้ว่า ไม่ได้เป็นยุทธศาสตร์พิเศษ แต่เป็นเรื่องปกติเพราะทั้งพรรคเพื่อไทยและ พ.ต.ท.ทักษิณ ต่างก็ต้องการขวัญกำลังใจ ซึ่งจากการ โฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็มีความคึกคักขึ้นมาก เพราะหลังจากที่พรรคเพื่อไทยพลาดท่าไม่ได้เป็นรัฐบาลประชาชนก็ซึมไปเล็กน้อย แต่ตอนนี้ก็กลับมาคึกคักอีกครั้ง เพราะ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ได้โหมโรงทำกิจกรรมในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

ความจริงสัญจรเมืองจันทบุรี

ส่วนที่ จ.จันทบุรี ตั้งแต่ช่วงบ่ายมีการจัดงานชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงภาคตะวันออก ที่บริเวณสนามกีฬาทุ่งนาเชย อ.เมืองจันทบุรี โดยมีบรรดาสมาชิกนปช.จากพื้นที่ภาคตะวันออก และหลายจังหวัดภาคกลางเดินทางมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก แล้วมีการรวมตัวของกลุ่มผู้ชุมนุมตั้งขบวนรถแห่ไปรอบ ๆ ตัวเมืองจันทบุรี จากนั้นจึงไปรวมตัวกันภายในบริเวณสนามกีฬาฯ ซึ่งมีการจัดโต๊ะจีนไว้คอยบริการผู้ที่มาร่วมงาน ตั้งแต่เวลา 16.00 น. มีบรรดาแกนนำ นปช. สลับผลัดเปลี่ยนขึ้นปราศรัยบนเวทีความจริงวันนี้สัญจรแดงทั่วแผ่นดิน ท่ามกลางบรรยากาศค่อนข้างคึกคักเนื่องจากผู้ชุมนุมต้องการรอฟังการโฟนอินเสียงของอดีตนายกฯ ทั้งนี้ พล.ต.ต.ธเนตร์ พิณเมือง งาม ผบก.ภ.จว.จันทบุรี ได้ระดมกำลังตำรวจกว่า 200 นายมาคอยดูแลความเรียบร้อยอย่างใกล้ชิด

โพลชี้“แม้ว”หยุดชาติจะดีขึ้น

ที่สำนักวิจัยเอแบคโพล ม.อัสสัมชัญ เสนอผล “เอแบคเรียลไทม์โพล” เรื่องถอดรหัสวาทะทักษิณในความเชื่อหรือไม่ของคนไทย โดยสำรวจตัวอย่างของประชาชนใน 18 จังหวัด ทั่วประเทศ พบว่าประชาชนที่ถูกศึกษาส่วนใหญ่ ร้อยละ 75.8 ทราบข่าวความเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ อย่างไรก็ตามที่น่าเป็นห่วง ร้อยละ 62.3 ไม่เชื่อว่าจะสามารถสมานฉันท์กันได้ระหว่างกลุ่มผู้สนับสนุนพ.ต.ท.ทักษิณกับรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ และร้อยละ 52.8 ไม่เชื่อว่ารัฐบาลจะสามารถนำตัว พ.ต.ท. ทักษิณ กลับมาประเทศไทยได้ นอกจากนี้ร้อยละ 48.6 ไม่เชื่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาเป็นนายกฯแล้วเศรษฐกิจจะดีขึ้น และที่น่าสนใจคือ ร้อยละ 50.5 เชื่อว่าถ้า พ.ต.ท.ทักษิณ หยุดเคลื่อนไหวแล้วประเทศจะกลับสู่สภาวะปกติ และประเด็นสำคัญคือ ร้อยละ 45.8 คิดว่า รัฐบาลชุดปัจจุบันจะทำงานต่อไปได้ไม่เกิน 1 ปี ร้อยละ 39.1 คิดว่าอยู่ทำงานได้เกิน 1 ปี

“มาร์ค”กร้าวสั่งล่ามือปาบึ้ม

ที่ห้องรับรองพิเศษ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อเวลา 15.45 น. นายอภิสิทธิ์ นายกฯให้สัมภาษณ์ภายหลังเดินทางกลับจากการเยือนประเทศอังกฤษ ถึงเหตุการณ์กลุ่มเสื้อแดงขว้างปาสิ่งของและวัตถุคล้ายระเบิดขับไล่นาย สุเทพ ว่า การเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นเพียงปฏิกิริยาจากการที่เรากำลังเดินเข้าหาประชาชนส่วนใหญ่ในเรื่องของนโยบาย และอาจเกี่ยวข้องไปถึงกับการที่จะเปิดการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยอาจมีความพยายามที่จะทำให้เป็นปัญหาในเชิงของข่าวหรือความรุนแรงมากขึ้น แต่รัฐบาลยังยืนยันความพร้อมที่จะเดินหน้าต่อไปในการเข้าหาประชาชน ส่วนเจ้าหน้าที่ก็มีหน้าที่ในการดูแลให้เกิดความสงบเรียบร้อย และต้องดำเนินการกับผู้กระทำการที่เกินขอบเขตของกฎหมาย

“ถ้าใครใช้สิทธิเสรีภาพอยู่ในขอบเขต เช่น การตะโกนด่าปราศรัย เราก็พร้อมให้ทำอยู่แล้ว ก็ไม่เป็นปัญหา เพราะเราอดทนอดกลั้นแต่ต้องไม่ทำผิดกฎหมาย เช่น การใช้ระเบิดปิงปองหรือขว้างปาสิ่งของเพื่อให้เกิดการทำลายหรือทำร้าย ในอนาคตต้องไม่ให้มีเหตุการณ์ที่รุนแรงมากขึ้น อีกทั้งต้องทำให้การดำเนินคดีหรือการจัดการกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นต้องมีประสิทธิภาพ เพราะครั้งที่แล้วยังมีขวดน้ำลอยมาบ้าง ผมเห็นว่าพอเข้าใจกันได้และไม่ได้ทำให้ใครบาดเจ็บ แต่ครั้งนี้มันไม่ได้เพราะเป็นระเบิด” นายกฯ กล่าว

แนะเป็นบทเรียนเจ้าหน้าที่

เมื่อถามว่าจากกรณีของนายสุเทพ ที่ถูกขว้างปาไข่และระเบิดปิงปอง จะทำให้การลงพื้นที่ของนายกฯต้องมีการเปลี่ยนแปลงในการดูแลความปลอดภัยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ ตอบว่า ไม่มี เพราะที่ผ่านมาก็เรียบร้อยดี อีกทั้งเจ้าหน้าที่ก็พยายามทำอย่างดีพอสมควร แต่ก็ต้องดูเก็บเกี่ยวเรื่องนี้มาเป็นบทเรียน อย่างไรก็ตามรัฐมนตรีทุกคนยังต้องลงพื้นที่ต่อไปให้ครบทุกจังหวัด อีกทั้งตนไม่ได้รู้สึกท้อถอยเพราะคิดถึงคนส่วนใหญ่ จะไม่มากังวลกับคนจำนวนน้อยที่ไม่เคารพกฎหมายหรือทำผิดกฎหมายที่เป็นปฏิกิริยาจากการปฏิบัติหน้าที่ ส่วนการแสดงความคิดเห็นของ พ.ต.ท.ทักษิณ ตนเป็นผู้ใหญ่เกินกว่าจะไปตอบโต้ และไม่จำเป็นต้องไปสกัดกั้น

ต่อข้อถามว่ากรณีของนายใจ ซึ่งหลบหนีไปอยู่ที่ประเทศอังกฤษจะดำเนินการนำตัวกลับประเทศไทยอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนเข้าใจว่าทางเจ้าหน้าที่มีที่อยู่ของนายใจ ส่วนการถือสัญชาติอังกฤษด้วยนั้นต้องดูตามข้อตกลงกระบวนการของกฎหมาย มีเจ้าหน้าที่ติดตามเรื่องนี้อยู่แล้ว.

อภิสิทธิ์สั่ง ลากคอเสื้อแดง ปาระเบิด ชี้เริ่มหวั่นไหว

ที่มา ไทยรัฐ

วันที่ 15 มี.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มนปช.และคนเสื้อแดงเคลื่อนไหวรุนแรงมากขึ้น ล่าสุดมีการปาระเบิดปิงปอง รองเท้าและขวดน้ำ ในขบวนรถของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคงนั้น เป็นการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลง เป็นเพียงปฏิกิริยาความเคลื่อนไหวของคนที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลอาจจะมีความพยายามให้เป็นปัญหาในเชิงข่าว หรือให้รุนแรงมากขึ้น มองว่าเป็นเพราะคิดว่าเป็นปฏิกิริยา จากการที่รัฐบาลกำลังเดินเข้าหาประชาชนในเรื่องนโยบาย อาจจะเกี่ยวพันในเรื่องการอภิปราย ไม่ไว้วางใจ และเป็นการเคลื่อนไหวตอบโต้ทางการเมือง หากทำในขอบเขตไม่เป็นไร แต่รัฐบาลยืนยันความพร้อมจะเดินหน้าทำงาน เข้าหาประชาชนต่อไป เพราะถือเป็นหน้าที่ที่ต้องทำ และประชาชนพร้อมที่จะร่วมมือกับการทำงานที่จะฟื้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ส่วนเจ้าหน้าที่ต้องมีหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อย โดยเฉพาะการกระทำที่เกิน ขอบเขตกฎหมายต้องดำเนินการ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง ก็ยืนยันเดินหน้าต่อ และมั่นใจ ว่าเราสามารถเดินหน้าและรักษากฎหมายต่อได้

ยันไม่เปลี่ยนแผนให้รัฐมนตรีลงพื้นที่

ผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นเพราะรัฐบาลไม่ใช้ไม้แข็งเข้า จัดการกับกลุ่มเสื้อแดง ที่ออกมาก่อกวนหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ ตอบว่า อย่าไปเรียกว่าไม้แข็งไม้อ่อน หากใครใช้สิทธิเสรีภาพ ในขอบเขตเรายอมให้ทำ จะมาตะโกนด่าพูดจาปราศรัยได้เราอดทนอดกลั้นได้ แต่การใช้ระเบิดปิงปองหรือขว้างปาสิ่งของ เพื่อทำลายทำร้ายนั้นไม่ได้เท่านั้น อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับนายสุเทพ จะไม่มีผลต่อแผนการลงพื้นที่ของตนเพราะที่ผ่านมาก็เรียบร้อย และมั่นใจเหลือ อีก 13 จังหวัด จะไปให้ครบ ไม่ท้อถอยเพราะคิดถึงคน ส่วนใหญ่ จะไม่กังวลกับคนจำนวนน้อย ที่ไม่เคารพและทำผิดกฎหมาย เราต้องปฏิบัติหน้าที่ให้คนส่วนใหญ่ เมื่อถามว่ากลัวหรือไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์ขึ้นอีกมากกว่าการ ปาระเบิดปิงปอง นายอภิสิทธิ์ตอบว่า เราต้องไม่ให้มีส่วน จะเพิ่มเจ้าหน้าที่ในการรักษาความปลอดภัยหรือไม่นั้น ต้องดูเป็นบทเรียนไป ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่พยายามทำดีที่สุด ต้องเห็นใจเจ้าหน้าที่ที่เป็นฝ่ายที่เฝ้าระวังป้องกัน กับฝ่ายที่กระทำมันไม่ง่าย และต้องทำให้การดำเนินคดีกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต้องมีประสิทธิภาพ ครั้งที่แล้วไม่มี แบบนี้ มีขวดน้ำลอยมาบ้างก็ยังพอเข้าใจกันได้ ไม่ได้ไปทำให้ใครบาดเจ็บเสียหาย แต่ครั้งนี้ไม่ได้ มันเป็นระเบิด และพูดตรงๆนายสุเทพเป็นเป้าหมายหลักของคนเสื้อแดงอยู่แล้ว

ลั่นเป็นผู้ใหญ่พอไม่ตอบโต้ ทักษิณ

เมื่อถามอีกว่าแต่มีการอ้างว่ากลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ทำแล้วไม่มีการดำเนินการอย่างใด นายอภิสิทธิ์ตอบว่า บอกมาเลยว่ามีคดีไหนที่เราละเว้นละเลย ทุกอย่างอยู่ระหว่างดำเนินการหมดและเร่งรัดตลอด ระยะหลังตนได้ให้รายงานความคืบหน้าตลอดเวลา ทางสภาผู้แทนราษฎรตั้งกระทู้ถามมาก็ชี้แจงตลอดเวลา ผู้สื่อข่าวถามว่าพรรคเพื่อไทยและสมาชิกบ้านเลขที่ 111 จะลงไปพบปะประชาชนในพื้นที่จะทำให้เกิดความสับสนหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ดี เป็นนักการเมืองควรจะเข้าหาประชาชน และประชาชนต้องใช้วิจารณญาณ เพราะเราต้องเชื่อในประชาชนเชื่อในประชาธิปไตย เมื่อถามว่าการลงพื้น ที่ของพรรคเพื่อไทยจะทำให้เกิดความแตกแยกหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่ารัฐบาลลงพื้นที่ไม่ได้ไปพูดเรื่องการเมืองแต่อีกฝ่ายจะไปพูดให้แตกแยกคงตบมือข้างเดียวไม่ดัง เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ออกมาเคลื่อนไหวโจมตีการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลถี่ขึ้น นายอภิสิทธิ์ตอบว่าไม่มีปัญหา ก็เป็นความเห็นของ พ.ต.ท.ทักษิณ ตนเป็นผู้ใหญ่เกินกว่าที่จะไปตอบโต้ เมื่อถามอีกว่านายกฯไม่คิดที่จะหาทางสกัดกั้นการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ไม่ได้มีความจำเป็นต้องไปทำอะไรอย่างนั้น เราก็จะพยายามอธิบายและให้ความจริงกับประชาชน

มท. 1 สั่ง ผวจ.ปทุมฯรายงานม็อบ

วันเดียวกัน นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ได้สั่งการให้ ผวจ.ปทุมธานี ทำรายงานสรุปกรณีเหตุการณ์กลุ่มคนเสื้อแดงปาระเบิดปิงปองใส่ขบวนรถยนต์ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง มาให้ตนภายในวันเดียวกันนี้ เพื่อประเมินสถานการณ์ว่าจะต้องมีการลงโทษ หรือตักเตือน ผวจ. อย่างไรบ้าง แต่ในเบื้องต้นก็ยังไม่มีการคาดโทษ ผวจ. ปทุมธานีแต่อย่างใด เท่าที่ได้รับรายงานทางวาจาของ ผวจ. ปทุมธานี ก็พบว่าทั้งทาง ผวจ. เจ้าหน้าที่ทางจังหวัด และตำรวจก็ทำดีที่สุดแล้ว เพราะได้สั่งให้ใช้วิธีการที่ละมุนละม่อม ห้ามใช้กำลังหรือความรุนแรงกับผู้ชุมนุม จึงทำให้ยากต่อการป้องกัน ซึ่งนายสุเทพเองที่อยู่ในเหตุการณ์ ก็ไม่ได้ติดใจการปฏิบัติหน้าที่ของ ผวจ. ท่านไม่ได้ตำหนิหรือสั่งให้ ลงโทษแต่อย่างใด

ลั่นลากคอคนผิดสกัดแฟชั่นปาระเบิด

นายชวรัตน์กล่าวว่า ทั้งนี้ตนได้สั่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุ ทั้งที่ปาระเบิดปิงปอง ขวดน้ำ และรองเท้า มาดำเนินคดีให้ได้เพื่อเป็นแบบอย่างในการดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่เช่นนั้นผู้กระทำผิด ใช้อาวุธและความรุนแรงเกินขอบเขตของกฎหมาย จะไม่หลาบจำเกรงกลัวกฎหมาย กลายเป็นแฟชั่นระบาดลุกลามไปยังพื้นที่อื่นๆ สำหรับการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในระยะต่อๆไป คงจะมีความรุนแรงขึ้นและถี่มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่มี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โฟนอินเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลอย่างต่อเนื่องยิ่งเป็นการปลุกเร้า ทำให้กลุ่มคนเสื้อแดงฮึกเหิมมากขึ้นจะได้สั่งกำชับให้ทาง ผวจ.เร่งวางแผนรับมือ และเร่งชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนให้เข้มข้นยิ่งขึ้น โดยขอให้ พยายามตักเตือนว่า อย่ามาชุมนุมกันจนเกินเลยขอบเขต ของกฎหมาย โดยเฉพาะการทำรุนแรงแบบที่ จ.ปทุมธานี เพราะจะกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ โดยเฉพาะประเทศกำลังประสบปัญหาเศรษฐกิจไม่ดี รัฐบาลกำลังเร่งแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจอยู่

เรียกปลัดถกรับมือสงครามโฟนอิน

รมว.มหาดไทยกล่าวว่า ในวันจันทร์ที่ 16 มี.ค. ผมจะเรียกปลัดกระทรวงมหาดไทยมาประชุม เพื่อหามาตรการอะไรบางอย่างที่จะทำให้เป็นการปรามมากกว่านี้ การที่ พ.ต.ท.ทักษิณใช้วิธีโฟนอินลงไปถึงระดับหมู่บ้าน หรือลงลึกไปกระทั่งตามงานวัดต่างๆ รวมทั้งที่ประกาศต่อไปจะพูดผ่านระบบวีดิโอคอนเฟอเรนซ์นั้น ยอมรับว่าเรื่องโฟนอินคงทำอะไรไม่ได้มาก ทางฝ่ายปกครองเราคุมโฟนอินไม่ได้ นอกเสียจากนายกฯต้องมีมาตรการอื่นที่จะบล็อกโฟนอินได้หรือไม่ ซึ่งก็แล้วแต่นายกฯจะตัดสินใจ

เมื่อถามว่ามองว่าการโหมเร่งโฟนอินของ พ.ต.ท. ทักษิณเกี่ยวข้องกับกรณีที่พรรคฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจใจนายกฯและรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลหรือไม่ นายชวรัตน์ตอบว่า ก็คงเป็นวิถีทางทางการเมืองอย่างหนึ่ง เรายังไม่ทราบว่าเขามีคนจำนวนเท่าไหร่แน่นอน แต่กระแสจากการที่ พ.ต.ท.ทักษิณโฟนอินเข้ามา ก็ทำให้การเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงและเครือข่ายฮึกเหิมขึ้นมา

กษิตซัดเสื้อแดงข่มขู่ไร้เหตุผล

นายกษิต ภิรมย์ รมว.การต่างประเทศ กล่าวถึงเรื่องเดียวกันว่า เป็นการกระทำที่ไร้เหตุผล ไม่ได้ทำเพื่อความเจริญของบ้านเมือง พร้อมกับย้ำการชุมนุมใดๆ ผู้ชุมนุมต้องมีข้อเสนอเป็นทางเลือกให้กับรัฐบาลว่า สิ่งที่รัฐบาลทำนั้นถูกหรือไม่ อีกทั้งสามารถวิพากษ์ วิจารณ์ได้ทั้งในสภาฯและนอกสภาฯ แต่การข่มขู่และมุ่งทำร้ายเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง เป็นการกระทำที่ไร้เหตุผล ไม่ได้ทำเพื่อความเจริญของบ้านเมือง ทั้งนี้เห็นว่าคงไม่มีอะไร แต่วันนี้รัฐบาลทำงานเต็มที่ อย่างไร ก็ตาม การชุมนุมใดๆของผู้ชุมนุมต้องมีข้อเสนอเป็นทางเลือกให้รัฐบาลว่า สิ่งที่รัฐบาลทำนั้นถูกหรือไม่ เพราะการวิพากษ์วิจารณ์ทั้งในและนอกสภาฯเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ แต่ถ้าการชุมนุมเป็นการข่มขู่หรือมุ่งทำร้ายอย่างเดียว คงไม่ถูกต้อง

ปรับกลยุทธ์ลงพื้นที่ชนคนเสื้อแดง

นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ใน 2 สัปดาห์ ที่ผ่านมาพบว่า พฤติกรรมการต่อต้านรัฐมนตรีลงพื้นที่ทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น เช่น การปาขวด สิ่งของ หรือระเบิดปิงปองใส่ขบวนของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง ถือเป็นพฤติกรรมที่ไม่ เหมาะสมและเกินกว่าเหตุในการแสดงออกทางการเมือง กลับเป็นการประสงค์ร้ายในการทำร้ายร่างกาย หรือให้เกิดความเสียหายมากกว่า จึงขอให้คนที่ปลุกระดมคนเสื้อแดงขึ้นมารับผิดชอบในเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย อย่าโยนว่าควบคุมมวลชนไม่ได้ หรือเป็นมือที่สาม ขณะที่เจ้าหน้าที่บ้านเมืองก็ต้องเข้มงวดในการบังคับใช้กฎ-หมาย โดยเฉพาะฝ่ายข่าวต้องหาผู้กระทำการ หรือผู้ อยู่เบื้องหลังมาดำเนินคดีให้ได้ ทั้งนี้ยืนยันว่า แม้พฤติ-กรรมของคนเสื้อแดงจะก้าวร้าวรุนแรง แต่ก็ไม่สามารถหยุดยั้งการเดินหน้าลงพื้นที่ของรัฐมนตรี เพื่อพบปะชาวบ้านและรับฟังปัญหาได้ โดยจะมีการปรับกลยุทธ์ในการลงพื้นที่ให้สอดคล้องกับสถานการณ์

เชื่อพยายามฟื้นระบอบ ทักษิณ

โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้รับคำเตือนจากหลายฝ่ายว่า ยังมีแผนที่จะโค่นล้มรัฐบาลชุดนี้ โดยพยายามจะรื้อฟื้นระบอบทักษิณเข้ามาบริหารประเทศต่อ แต่พรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่อยากให้ความสนใจ แต่เมื่อมองถึงภาพองค์รวมของ การเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณ พรรคเพื่อไทยและคนเสื้อแดง ที่ใช้วิธีดิบ ถ่อย เถื่อน ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ก็ต้องกลับมาทบทวนขอให้จับตาการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงว่าจะทวีความรุนแรง วางแผนฟื้นระบอบทักษิณ กลับมาอีกครั้ง

นายเทพไทกล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณโฟนอิน ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อคืนวันที่ 14 มี.ค.ว่า จะเห็นพฤติกรรมความฮึกเหิม กระหายอำนาจ เหมือนคนจะลงแดงอำนาจของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ประกาศกลับคืนสู่อำนาจทุกวิถีทาง และจะโฟนอินทุกวันที่มีการจัดเวทีชุมนุมของคนเสื้อแดง ล่าสุด ก็มีการโฟนอินที่งานวัดบำเพ็ญเหนือ ย่านมีนบุรี สุดท้ายแล้วก็คงไม่แคล้วตามที่ตนเคยพูดว่า พ.ต.ท.ทักษิณคงจะโฟนอินไปตามงานวัดทุกวัด แสดงให้เห็นว่าเป็นการดิ้นสุดชีวิตเพื่อเข้าสู่อำนาจให้ได้ คิดว่า พ.ต.ท.ทักษิณคงกลัวว่านายกฯจะประสบความสำเร็จในการบริหารประเทศ และกลัวว่าประชาชนจะลืม พ.ต.ท.ทักษิณมากกว่า

ตั้งข้อหาพยายามล้มล้างรัฐบาล

นายสาธิต ปิตุเตชะ กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอตั้งข้อหา พ.ต.ท.ทักษิณว่าพยายามล้มล้างรัฐบาล โดยมีความพยายามทำทุกวิถีทางทั้งบนดินและใต้ดิน ผ่านเครื่องมือของกลุ่มคนเสื้อแดงและพรรคเพื่อไทย สาเหตุที่ พ.ต.ท.ทักษิณต้องดิ้นรน เพราะแนวร่วมของ พ.ต.ท.ทักษิณและกลุ่มเสื้อแดงกำลังน้อยลงเรื่อยๆ จึงมีความพยายามลดความน่าเชื่อถือของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ โดยพยายามใส่ร้ายนายอภิสิทธิ์ และนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ว่า เป็นเด็กสองคนที่แก้ปัญหาประเทศไม่ได้ แต่ในเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา ทั้ง 2 คนกำลังเป็นที่ยอมรับของนานาชาติและประชาชนส่วนใหญ่ ในแง่ของการบริหารประเทศ และการแก้ไขปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจของไทย คิดว่าวันนี้

พ.ต.ท.ทักษิณคงทำใจไม่ได้และอิจฉา

ขอเตือน พ.ต.ท.ทักษิณในฐานะคนไทยด้วยกันว่า ควรหยุดพฤติกรรมเหล่านี้ แล้วให้ความร่วมมือและเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม มิฉะนั้น พ.ต.ท.ทักษิณจะตกอยู่ในชะตากรรม เงินก็หมด เพื่อนก็เมิน เดินซัดเซพเนจรเสมือนกับคนวิตกจริตในอนาคต พ.ต.ท.ทักษิณจึงควรหยุดพฤติกรรมทั้งหมดเพื่อทบทวนตัวเองนายสาธิตกล่าว

ผบ.ตร.สั่งล่าตัวมือระเบิดปิงปอง

พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. กล่าวถึงกรณีกลุ่มผู้ชุมนุมมีการปาสิ่งของและระเบิดปิงปองใส่ขบวนของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง ที่วิทยาลัยการปกครอง อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ว่า ได้มีคำสั่งกำชับให้ ผบช.ภ.1 และ ผบก.ภ.จ.ปทุมธานี สืบสวนจับกุมผู้ที่ก่อเหตุ ทั้งกลุ่มที่ขว้างปาสิ่งของและระเบิดปิงปองเข้ามาในขบวนของนายสุเทพ ถือว่าเป็นการกระทำผิดกฎหมาย และไม่สมควรอย่างยิ่งในการชุมนุมที่กลุ่มผู้ชุมนุมจะมีการนำอาวุธและระเบิดเข้ามาสร้างสถานการณ์ให้เกิดความรุนแรง เรื่องนี้ได้กำชับให้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีผู้ที่เกี่ยวข้อง ในส่วนการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุม ที่ต้องการก่อกวนการลงพื้นที่ของนายกฯและคณะรัฐมนตรี ได้ให้นโยบายกำชับผบช.และ ผบก.ในพื้นที่ประสานข้อมูลตำรวจสันติบาล เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุม และวางมาตรการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรง โดยให้ ผบก.แต่ละจังหวัดเข้าไปทำหน้าที่ ผบ.เหตุการณ์ด้วยตัวเอง หากมีการฝ่าฝืนกระทำความผิดให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย ถือเป็นนโยบายสำคัญที่ทุกคนต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามแผนเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเหมือนที่ผ่านมา ผบก.จ.และ ผกก.จะต้องมาควบคุมสั่งการด้วยตัวเอง

สันติบาลลงพื้นที่เคลียร์ม็อบป่วน ปชป.

พล.ต.ท.ธีระเดช รอดโพธิ์ทอง ผบช.ส. กล่าวว่า เรื่องการชุมนุมได้มีคำสั่งให้ชุดตำรวจสันติบาลทุกพื้นที่หาข่าวการเคลื่อนไหวของม็อบทุกกลุ่มที่เข้ามาก่อกวนนายกฯ และ ครม.ที่เดินทางลงตรวจเยี่ยมข้าราชการและประชาชนในทุกพื้นที่เพื่อเป็นข้อมูลให้ตำรวจท้องที่จัดกำลังดูแลความสงบเรียบร้อย และพยายามเจรจาแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมทุกกลุ่มให้จัดการชุมนุมโดยสงบไม่ทำการใดๆที่ฝ่าฝืนกฎหมาย เพราะหากมีการกระทำความผิดต้องดำเนินคดี และไม่ได้เป็นตัวอย่างที่ดีกับกลุ่มผู้ชุมนุมรุ่นต่อไป แต่จากการลงหาข่าวในพื้นที่พบว่ามีหลายพื้นที่ที่มีการเคลื่อนไหวขัดขวางรัฐบาล ซึ่งได้พยายามเจรจาทำความเข้าใจในเรื่องบทบาทการชุมนุมที่สงบปราศจากความรุนแรง

สาวใหญ่เสื้อฟ้าไม่ใช่มือปาระเบิด

วันเดียวกัน พล.ต.ท.ฉลอง สนใจ ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.วิทยา ประยงค์พันธุ์ ผบก.ภ.จ.ปทุมธานี และ พ.ต.อ.ธรรมนูญ เชาวะวนิชย์ ผกก.สภ.ธัญบุรี ได้เชิญตัวนางพรรณธิตา ชนสันติ อายุ 49 ปี นักพัฒนาการกรมการปกครอง มาสอบสวนเพิ่มเติมหลังจากได้เข้าแจ้งความว่า ถูกกลุ่มเสื้อแดงรุมทำร้ายร่างกาย ที่บริเวณปากทางเข้าออกกรมการปกครอง อ.ธัญบุรี ช่วงที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ เดินทางมาแถลงข่าวและเยี่ยมเยียนประชาชน เมื่อวันที่ 14 มี.ค.ที่ผ่านมา ทั้งนี้ นางพรรณธิตากล่าวว่า ได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้มาถ่ายรูปคณะของรองนายกฯ ระหว่างนั้นมีกลุ่มม็อบเสื้อแดงหลายร้อยคนได้เข้ามาโห่ร้องขับใล่ ขณะรองนายกฯนั่งรถยนต์เดินทางกลับ ได้ถูกกลุ่มม็อบเสื้อแดงขว้างปาไข่ ขวดน้ำและรองเท้าใส่รถ ตนอยู่ในกลุ่มเสื้อแดงพยายามเข้าไปถ่ายภาพเหตุการณ์ ทันใดนั้นก็มีเสียงระเบิดดังขึ้น ด้วยความตกใจจึงก้มหลบ ขณะเดียวกัน กลุ่มม็อบชายหญิงได้กรูเข้ามาทำร้ายตน โดยจับล็อกคอ ตบหน้า ชกต่อย กระชากกล้องถ่ายรูปดิจิตอลกับบัตรข้าราชการที่ติดหน้าอก พร้อมกล่าวหาว่าเป็นฝ่ายตรงข้ามแฝงตัวเข้ามาป่วน สอดแนมความเคลื่อนไหวกลุ่มเสื้อแดง และได้ยึดเอากล้องถ่ายรูปไป

ให้ ตร.จับกุมม็อบเถื่อนที่รุมทำร้าย

นางพรรณธิตากล่าวว่า สำหรับภาพข่าวที่ออกไปตามสื่อต่างๆ ระบุว่าเป็นคนขว้างมือระเบิดปิงปองใส่ขบวนรถของรองนายกฯ ทำให้ตนเสียหายและเสื่อมเสียชื่อเสียง ขอยืนยันไม่เกี่ยวข้องกับระเบิดแต่อย่างใด และต้องการให้มีการแก้ข่าวให้ถูกต้อง ขณะเดียวกัน ก็ขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการติดตามจับกุมกลุ่มม็อบที่รุมทำร้ายตนและชิงเอากล้องถ่ายรูปไป เพื่อนำทรัพย์สินที่ถูกชิงไปมาคืนให้ด้วย

ต่อมาตำรวจนำตัวนายเพลิน ธัญญาโภชน์ อายุ 47 ปี บ้านเลขที่ 84/1 หมู่ 3 ต.บึงยี่โถ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี นางศิริพร เสวตสมบูรณ์ อายุ 36 ปี บ้านเลขที่ 70 ซอยรังสิต-นครนายก 58 ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี นางนิตยา เณรทอง อายุ 45 ปี บ้านเลขที่ 120/11 หมู่ 1 ต.บึงยี่โถ และนายสมัย ปัสสาพันธ์ อายุ 33 ปี บ้านเลขที่ 115/30 หมู่ 3 ต.บึงยี่โถ ผู้ต้องหาปาไข่และสิ่งของใส่ขบวนรถนายสุเทพจนได้รับความเสียหาย โดยแจ้งข้อหาร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ ทำร้ายร่างกายและพยายามทำร้ายร่างกาย จากการสอบสวนเบื้องต้นทั้ง 4 ให้การรับสารภาพ และได้ขอประกันตัวไป ขณะเดียวกัน พนักงานสอบสวนยังได้เรียกตัวนายสมบุญ ขุนทองไทย อายุ 43 ปี อดีตกำนัน ตำบลประชาธิปัตย์ แกนนำผู้ชุมนุมม็อบเสื้อแดงมาสอบสวนโดยเบื้องต้นนายสมบุญให้การเป็นประโยชน์ เจ้าหน้าที่จะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อติดตามตัวผู้ร่วมก่อเหตุมาดำเนินการต่อไป

งดขายเหล้าเทศกาล หวังผลหรือสร้างภาพ

ที่มา ไทยรัฐ

มาตรการห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ช่วงเทศกาลสงกรานต์ เป็นประเด็นร้อนที่มีทั้งฝ่ายเห็นด้วย และไม่เห็นด้วย

สถิติอุบัติเหตุ ช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีที่ผ่านมา วันที่ประชาชนเดินทางไปและกลับ เป็นวันที่มีรายงานการเกิดอุบัติเหตุมากที่สุด เนื่องจากมีการใช้รถใช้ถนนมาก

หากเมาแล้วขับโอกาสเกิดอุบัติเหตุ จะเพิ่มเป็นเท่าตัว

รายงานการเกิดอุบัติเหตุพบว่า ร้อยละ 70 เกิดกับรถมอเตอร์ไซค์ แต่หาก เป็นช่วงเทศกาลรถมอเตอร์ไซค์จะเกิดอุบัติเหตุสูงขึ้นมากกว่าร้อยละ 70

ช่วงเทศกาลสงกรานต์ระหว่างวันที่ 11-17 เมษายน 2551 มีผู้บาดเจ็บ เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทั้งสิ้น 32,327 คน สถิติสูงสุดวันที่ 12 เมษายน จำนวน 5,376 คน ช่วงเวลาที่เกิดมากสุด ระหว่าง 15.00-19.00 น.

จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด ได้แก่ กรุงเทพฯ รองลงมาเป็น นครราชสีมา และเชียงใหม่

สงกรานต์ปีที่แล้ว ผลจากการเฝ้าระวัง สุ่มสำรวจ การขายสุราในสถานที่ และเวลาห้ามขาย ตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551

อาทิ ปั๊มน้ำมัน บริเวณสถานศึกษา ศาสนสถาน จำนวน 1,073 แห่ง ใน 26 จังหวัด ครอบคลุมทั้ง 4 ภาค ตั้งแต่วันที่ 11-16 เมษายน 2551 พบว่า...

ร้านค้าร้อยละ 57 กระทำผิดขายสุราในช่วงเวลาห้ามขาย ระหว่าง 00.0010.59 น. และ 14.0116.59 น. เพิ่มสูงขึ้นกว่าช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปีที่ผ่านมากว่า 2 เท่าตัว

นอกจากนี้ยังสูงกว่าช่วงปีใหม่ 2551 ถึงร้อยละ 4 โดยมีเหตุผลที่ขาย เพราะต้องการมีรายได้ร้อยละ 63...รองลงมา ร้อยละ 18 เห็นว่าไม่เคยมีการบังคับใช้กฎหมายจริงจัง และร้อยละ 15 ไม่ทราบว่ามีกฎหมาย

การขายสุราในสถานที่ห้ามขายพบว่า มีร้านกระทำผิดร้อยละ 11 ลดลงกว่าช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีที่ผ่านมา และเทศกาลปีใหม่ร้อยละ 5-6

สถิติการขายในที่ห้ามขายสูงสุดคือ ปัšมน้ำมัน อยู่ที่ร้อยละ 16 รองลงมาคือในวัด ร้อยละ 7 และในสถานศึกษาร้อยละ 3

เหตุผลสำคัญที่ขาย ร้อยละ 31 อ้างว่าไม่รู้ว่ามีกฎหมาย รองลงมาต้องการ มีรายได้ ร้อยละ 28 และเห็นว่าไม่เคยมีการบังคับใช้กฎหมายจริงจังร้อยละ 14

จะเห็นว่า...ยังมีการลักลอบขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ประเมินสถานการณ์ ล่วงหน้าสงกรานต์นี้ นักดื่มจะย้ายการซื้อจากร้านสะดวกซื้อไปร้านของชำ หมายถึง ย้ายจากสถานที่ควบคุมได้...เป็นสถานที่ที่ควบคุมไม่ได้

ผล...ทำให้สถิติการเกิดอุบัติเหตุย้ายจากช่วงสงกรานต์เป็นก่อนสงกรานต์ เพราะมีการซื้อเพื่อกักตุน...ปริมาณการบริโภคจะเพิ่มขึ้น

ซ้ำร้ายยังจะสร้างนิสัยโกหก เกิดวงจรทุจริต คอรัปชัน ให้สินบนเพื่อแอบจำหน่ายเหล้า...เบียร์ได้อย่างสะดวก

กฎหมายห้ามขาย ไม่ได้ห้ามดื่ม...อย่างไรเสียนักดื่มก็ยังขวนขวายหาวิธีดื่มได้อยู่ดี

การแก้ปัญหาดื่มเหล้า...เมาแล้วขับ สำคัญที่สุดต้องแก้ที่วุฒิภาวะคน ให้การศึกษา สร้างเยาวชนรุ่นใหม่ขึ้นมา ไม่ต่างกับการรณรงค์ไม่สูบบุหรี่...ใช้เวลานาน แต่ก็ต้องทำ

ถ้าจะรณรงค์ลดอุบัติเหตุก็ต้องสร้างจิตสำนึกความปลอดภัยบนท้องถนน รู้จักแอลกอฮอล์...รู้จักดื่มอย่างรับผิดชอบ

ร.ท.หญิง จุฑาภรณ์ แก้วมุงคุณ รองผู้อำนวยการศูนย์วิจัยปัญหาสุรา ให้ทัศนะว่า...สองแนวทางล่า ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ช่วงสงกรานต์ ตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันที่ 12-14 เมษายน และให้จำหน่ายได้เฉพาะในร้านอาหาร ผับ บาร์ โรงแรมที่มีใบอนุญาต ระหว่าง 18.00-24.00 น. ตั้งแต่วันที่ 12-14 เมษายน

การอ้างเหตุผลกระทบการท่องเที่ยว...สะท้อนให้เห็น 3 ประเด็น ประเด็นแรก... ไร้เหตุผลทางวิชาการ และเหตุผลทางสาธารณสุขอย่างสิ้นเชิง ประเด็นต่อมา...ไร้จุดยืน แต่โอนอ่อนตามผู้ทักท้วง เอื้อประโยชน์ให้กับธุรกิจบางกลุ่มอย่างชัดเจน

ประเด็นสุดท้าย...กลุ่มธุรกิจมีอิทธิพลต่อการกำหนดมาตรการ โดยไม่ฟังเสียงประชาชน ที่สำคัญมาตรการที่หย่อนยานแบบนี้ จะไม่ได้ ผลในการควบคุมการเกิดอุบัติเหตุ

ประเด็นกระทบการท่องเที่ยว...เศรษฐกิจ เอนก ศรีชีวะชาติ ประธานที่ปรึกษาสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (ทีทีเอเอ) เสริมว่า

มาตรการนี้...จะซ้ำเติมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้เลวร้ายลงไปอีก

การท่องเที่ยวในวันหยุดยาวจะมีนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติเดินทางมาใช้บริการในโรงแรม สถานบันเทิง และร้านอาหารเป็นจำนวนมาก

การห้ามในช่วงดังกล่าวจะบั่นทอนการใช้จ่ายด้านเครื่องดื่ม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มความสุข และบรรยากาศการท่องเที่ยว

แม้เจตนาต้องการช่วยลดอุบัติเหตุ แต่ก็น่าจะหามาตรการดูแล เตือนสติอย่างอื่น หรือใช้การจำกัดโซนอนุญาตจำหน่ายสุราเป็นการเฉพาะ...แทนการห้ามขาย

เอนกแจงว่า การท่องเที่ยวช่วง 2 เดือนแรกของปี 2552 ติดลบ 38.5% เอเชียตะวันออกยังเป็นตลาดหลัก...มีสัดส่วน 55%

เข้าไตรมาส 2 และ 3 มีโอกาสดีขึ้น หากการเมืองไม่มีเหตุการณ์วุ่นวายที่รุนแรง เราจะได้กลุ่มนักท่องเที่ยวเช่าเหมาลำ โดยเฉพาะจากจีน ญี่ปุ่น

ปีนี้ จำนวนนักท่องเที่ยวทั้งปี น่าจะใกล้เคียงปี 2551 ประมาณ 12.7 ล้านคน หรืออาจถึง 14 ล้านคน

ผลสำรวจปี 2549 สำนักงานสถิติแห่งชาติ...คนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกือบ 16 ล้านคน หรือเกือบ 1 ใน 3 โดยนิยมดื่มประจำมากกว่า ดื่มนานๆครั้ง และนิยมดื่มทุกวันหรือเกือบทุกวันมากกว่าทุกสัปดาห์และทุกเดือน

เพศชายดื่มมากกว่าเพศหญิง 5 เท่า ผู้ที่อยู่นอกเขตเทศบาลดื่มมากกว่าผู้ที่อยู่ในเขตเทศบาลเล็กน้อย

ประเด็นที่น่าสนใจ หากประชาชนได้ก้าวเข้าไปมีประสบการณ์คลุกคลีกับสุราแล้ว เมื่ออายุมากขึ้นจะมีผลให้ดื่มมากขึ้น จนกลายเป็นวังวน...ดื่ม...ติด...เสื่อมถอย ถอนตัวได้ยาก

ตอกย้ำให้เห็นถึงความสำคัญ แนวคิดการป้องกันการดื่ม ตั้งแต่อายุยังน้อย

ดร.ปาริชาต สถาปิตานนท์ เขียนไว้ในหนังสือ แบรนด์บาป กลยุทธ์การตลาด บนความฉลาดสีดำในบทการตลาดแบบสร้างความสัมพันธ์ ว่า

คำว่า... ลูกค้าในแวดวงแอลกอฮอล์ ไม่ใช่มีเพียงเฉพาะกลุ่มนักดื่ม อย่างที่หลายคนเข้าใจเท่านั้น อีกกลุ่มที่เป็นลูกค้าและมีพลังไม่น้อยคือ... กลุ่มร้านค้า

ในที่นี้หมายรวมถึงสถานบันเทิง ผับ บาร์ ร้านอาหาร ภัตตาคาร โรงแรม

การพัฒนาสัมพันธภาพกับลูกค้าจึงมีความสำคัญยิ่งขึ้น ยิ่งใครได้ลูกค้ามาครอบครองมากกว่ากัน นั่นหมายถึง...การกำชัยชนะอยู่ในมือ

ปลุกเร้า...เร่าร้อนดร.ปาริชาต บอกว่า สถานที่หรือพื้นที่ ไม่ใช่แค่ช่องทางจำหน่ายเหมือนในอดีต

การพัฒนาพื้นที่ใหม่ๆ ยึดเป็นพวกพ้อง ไม่ต่างกับการสร้างอาณาจักรให้กับผู้ประกอบการ ยิ่งขายได้มากเท่าไหร่ ก็หมายถึงการมีส่วนแบ่งตลาด ยอดขาย รายได้ และกำไร

ปัจจัยสำคัญ ผู้บริโภคต้องเข้าถึงผลิตภัณฑ์ได้ง่ายขึ้น ตกแต่ง ดัดแปลง เปลี่ยนโฉมให้มีบรรยากาศปลุกเร้านักดื่มให้เกิดอารมณ์เร่าร้อน กระหายที่จะดื่มแอลกอฮอล์

ที่สุดแล้ว...ก็เกิดการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์

ช่องทางการจำหน่าย ตามตู้แช่ ร้านโชห่วย ร้านสะดวกซื้อ ซุปเปอร์มาร์เกต ไฮเปอร์มาร์เก็ต มีบทบาทให้นักดื่มหาซื้อได้ง่าย แต่ก็มีระดับความสำคัญไม่ต่างกับช่องทางจำหน่ายผ่านสถานบันเทิง ผับ บาร์ ร้านอาหาร ภัตตาคาร รวมถึงโรงแรม

ดร.ปาริชาต ย้ำว่า ที่มีบทบาท...ไม่ควรปล่อยผ่าน การสนับสนุนร้านอาหาร ผับ บาร์ เปิดกิจการในย่านสำคัญ ประชาชนผ่านไปมา...สังเกตได้ง่าย

การให้ แจก แถม อุปกรณ์ต่างๆ ตู้แช่ แผ่นป้าย ถ้วย ชาม แก้ว ช้อน ร่ม ผ้าปูโต๊ะ พรมเช็ดเท้า...ล้วนฟรีทุกรายการ ทว่า สิ่งที่พ่อค้าแอลกอฮอล์ได้คืนกลับมา คิดเป็นเม็ดเงินแล้ว...ประเมินค่าได้ยาก

ก็ได้แต่หวังว่า...มาตรการห้ามขายเหล้าช่วงสงกรานต์ จะเป็นความตั้งใจจริงที่ไม่ใช่แค่สร้างภาพ หรืออิงแอบเอื้อประโยชน์ให้ธุรกิจแขนงใดแขนงหนึ่ง.